ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับกระทรวงสาธารณสุข

717
-1

Published on

ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับกระทรวงสาธารณสุข
ขอขอบคุณ เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

Published in: Health & Medicine
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
717
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
10
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับกระทรวงสาธารณสุข

  1. 1. คํานํา ร า งพระราชบั ญ ญั ติ คุ ม ครองผู เ สี ย หายจากการรั บ บริ ก ารสาธารณสุ ข ที่ กํ า ลั ง เข า สู ก ารพิจารณาของสภาฉบับนี้ เปนรางพระราชบัญญัติที่เปนประโยชนตอแพทยและบุคลากรทางการแพทย อีกทั้งประชาชนผูรับบริการทางแพทย กลาวคือ เมื่อผูรับบริการหรือประชาชนที่มาใชบริการทางการแพทยไดรับความเสียหายตามกฎหมายยอมมีสิทธิไดรับการชดเชยกวางขวางกวากฎหมายที่มีอยูในปจจุบันกลาวคือ มีสิทธิไดรับเงินชวยเหลือในเบื้องตนเชนเดียวกับในปจจุบัน ที่ไดรับเงินชวยเหลือในเบื้องตน ตามมาตรา 41 ของพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. 2545โดยมีความแตกตางกันก็คือในเรื่องของการกําหนดเงินชดเชย ตามพระราชบัญญัติดังกลาว ไมไดกํ า หนดให มี เ งิ น ชดเชยสํ า หรั บ ผู รั บ บริ ก ารทางการแพทย หรื อ กล า วอี ก นั ย หนึ่ ง ผู เ สี ย หายทางการแพทยจะตองไปฟองรองแพทยที่ศาลเอาเอง แตตามรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไดกําหนดวิธีการเพื่อสรางความสัมพันธอันดีระหวาง คนไขกับแพทยฯ กลาวคือ ผูเสียหายทางการแพทยสามารถยื่นขอเรียกรอง คาชดเชยความเสียหาย ตอกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเปนหนวยงานราชการผูรับผิดชอบ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะตองสงใหคณะอนุกรรมการพิจารณาแลวเสร็จภายใน 30 วัน หรือขยายระยะเวลาอันสั้นเทานั้น ในกรณีที่คณะอนุกรรมการกําหนดคาชดเชยไดพิจารณากําหนดคาชดเชย และผูรับบริการพอใจก็จะมีการทําสัญญาประนีประนอมยอมความอันมีผลตามกฎหมาย ใหมูลกรณีพิพาทระหวางแพทยกับคนไขเปนที่ยุติในทางแพง สําหรับในดานคดีอาญานั้นแมศาลไดพิจารณาแลวเห็นวา แพทยหรือผูใหบริการทางการแพทยกระทําความผิดศาลอาจจะไมลงโทษเลยก็ได ซึ่งแตกตางจากปจจุบันที่หากศาลพิจารณาแลวเห็นวาแพทยหรือผูใหบริการทางการแพทยกระทําความผิดคดีอาญา ศาลจะตองลงโทษเทานั้น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
  2. 2. -๒- (ราง) พระราชบัญญัติคุมครองผูเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติคุมครองผูเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... ” คําอธิบาย : เพื่อคุมครองผูที่ไดรับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป คําอธิบาย : กําหนดวันที่กฎหมายฉบับนีมีผลใชบังคับ คือเมื่อพนกําหนดหนึ่ง ้รอยแปดสิบวันนับแตวนที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป เพือใหมีการเตรียมความพรอมในดานตางๆ ั ่ มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “ผูเสียหาย” หมายความวา บุคคลซึ่งไดรับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขจากสถานพยาบาล คําอธิบาย : คําวา “ผูเสียหาย” หมายถึงบุคคลที่อยูในประเทศไทยทีมารับบริการ ่ กรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้ (1) จากการรับบริการสาธารณสุข (2) จากสถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน “สถานพยาบาล” หมายความวา สถานพยาบาลตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาลสถานพยาบาลของรัฐ และของสภากาชาดไทย ทังนี้ ใหรวมถึงสถานบริการสาธารณสุขตามที่ ้คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุขประกาศกําหนด คําอธิบาย : กําหนดคํานิยามคําวา “สถานพยาบาล” เพื่อใหครอบคลุมสถานพยาบาลทุกแหง ไมวาจะเปนสถานพยาบาลของรัฐทุกสังกัด และสถานพยาบาลเอกชน  ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  3. 3. -๓- “บริการสาธารณสุข” หมายความวา บริการดานการแพทยและสาธารณสุขซึ่งไดแกการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายวาดวยการประกอบโรคศิลปะ การประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเวชกรรม การประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ การประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามกฎหมายว า ด ว ยวิ ช าชี พ ทั น ตกรรม การประกอบวิ ช าชี พ กายภาพบํ า บั ด ตามกฎหมายว า ด ว ยวิ ช าชี พกายภาพบําบัด การประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทยตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเทคนิคการแพทยการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเภสัชกรรม หรือการประกอบวิชาชีพทางการแพทยและสาธารณสุขอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด และใหรวมถึงการใหบริการอื่นที่เกี่ยวของตามที่กําหนดในกฎกระทรวง คําอธิบาย : กําหนดความหมายใหมีความครอบคลุมทุกองคกรวิชาชีพทางดานการสาธารณสุข และเปดชองไปถึงการประกอบวิชาชีพทางการแพทยและสาธารณสุขอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด และใหรวมถึงการใหบริการอื่นที่เกี่ยวของตามที่กําหนดในกฎกระทรวง “กองทุน” หมายความวา กองทุนสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธทดี ี่ในระบบบริการสาธารณสุข “สํานักงาน” หมายความวา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และใหมีอํานาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  4. 4. -๔- หมวด ๑ การคุมครองผูเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ………….. มาตรา ๕ ผูเสียหายมีสิทธิไดรับเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยจากกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไมตองพิสูจนความรับผิด อธิบาย : เปนการกําหนดสิทธิของผูเสียหายที่จะไดรับความคุมครองในการรับเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยไมตองพิสูจนหาผูกระทําผิด (No-fault compensation)และไมอยูภายใตเงื่อนไขตามมาตรา 6 หมายเหตุ เงิ น ช ว ยเหลื อ ในส ว นนี้ เมื่ อ เปรี ย บเที ย บกั บ ป จ จุ บั น เป น การกํ า หนดเงิ น ช ว ยเหลื อเชนเดียวกับพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ มาตรา 41 โดยมีความแตกตางตาม มาตรา 6 มาตรา33 ซึ่งเปนการกําหนดคาชดเชย และการทําสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อเปนการยุติคดีที่ตองฟองรองในทางแพง ซึ่งในปจจุบันนี้ไมมีการกําหนดคาชดเชยดังกลาว หากผูเสียหายตองการคาชดเชยความเสียหายจะตองไปฟองรองคดีแพงที่ศาล มาตรา ๖ บทบัญญัติในมาตรา ๕ มิใหใชบังคับในกรณีดังตอไปนี้ คําอธิบาย : เปนการกําหนดขอยกเวนกรณีที่ผูเสียหายไมมีสิทธิไดรับเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชย เพื่อเปนการกําหนดขอบเขตวาความเสียหายอันใดที่ไมควรไดรับการชวยเหลือเยียวยาตามพระราชบัญญัตินี้ โดยแบงเปนกรณีดังตอไปนี้ (๑) ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามปกติธรรมดาของโรคนั้น แมมีการใหบริการสาธารณสุขตามมาตรฐานวิชาชีพ คําอธิบาย : เปนความเสียหายทีดําเนินไปตามปกติของโรค ตัวอยาง เชน ผูปวยมะเร็งระยะสุดทาย ซึ่งเสียชีวิตในสถานพยาบาล ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  5. 5. -๕- มาตรา ๖ (๒) ความเสียหายซึ่งหลีกเลี่ยงมิไดจากการใหบริการสาธารณสุขตามมาตรฐานสภาวิชาชีพ อธิบาย : เปนกรณีความเสียหายที่หลีกเลี่ยงไมไดจากการใหบริการสาธารณสุขถึงแมวาผูปวยจะไดรับการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพแลวก็ตาม ตัวอยางเชน กรณีการผาตัดเนื้องอกสมองที่เนื้องอกอยูใกลเสนประสาทหรือเสนเลือดที่สําคัญ ซึ่งก็ยอมมีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบกระเทือนตอระบบประสาทหรืออาจทําใหเสียชีวิตไดจากการผาตัด หรือแมไมเสียชีวิตแตผูปวยอาจพิการชั่วคราวหรือตลอดชีวิตได มาตรา ๖ (๓) ความเสี ย หายที่ เ มื่ อ สิ้ น สุ ด กระบวนการให บ ริ ก ารสาธารณสุ ข แล ว ไม มีผลกระทบตอการดํารงชีวิตตามปกติ คําอธิบาย : เปนกรณีความเสียหายเล็กนอย เชน ผื่นแพยา ไมกี่วันห0าย และไมมีผลกระทบตอการดํารงชีวิต ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจประกาศกําหนดรายละเอียดเพิ่มเติมภายใตหลักเกณฑดังกลาวขางตนได คําอธิบาย : เปนการเปดชองไวเพื่อใหมีการปรับปรุงไดตามความเหมาะสมในอนาคต ทั้งนี้เพื่อใหกฎหมายนี้มีความยืดหยุน เหมาะสมกับสถานการณและวิธีการรักษาที่พัฒนาตอไปเรื่อย ๆ ในอนาคตทั้งนี้ตองอยูภายใตหลักเกณฑทั้ง 3 ขอดังกลาว หมวด ๒ คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข ................................ มาตรา ๗ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกวา “คณะกรรมการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข” ประกอบดวย (๑) รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขเปนประธานกรรมการ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  6. 6. -๖- (๒) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย อธิบดีกรมคุมครองสิทธิและเสรีภาพ เลขาธิการคณะกรรมการคุมครองผูบริโภค และผูอํานวยการสํานักงบประมาณ (๓) ผูแทนสถานพยาบาล จํานวนสามคน (๔) ผูแทนองคกรพัฒนาเอกชนที่ทํางานดานคุมครองสิทธิผบริโภคดานบริการ ูสุขภาพ จํานวนสามคน (๕) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนหาคนซึ่งรัฐมนตรีแตงตังจากผูท่มีความเชี่ยวชาญดาน ้ ีเศรษฐศาสตร สังคมศาสตร สื่อสารมวลชน สิทธิมนุษยชน และการเจรจาไกลเกลี่ยสาธารณสุข ดานละหนึ่งคน การคัดเลือกและแตงตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ(๕) ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนกรรมการและเลขานุการ และใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแตงตั้งเจาหนาที่ของสํานักงานจํานวนไมเกินสองคนเปนผูชวยเลขานุการ คําอธิบาย : กําหนดองคประกอบของคณะกรรมการเสริมสรางความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข เนื่องจากคณะกรรมการชุดนี้มีบทบาทในการกําหนดนโยบายและมาตรการเพื่อคุ ม ครองผู เ สี ย หายจากรรั บ บริ ก ารสาธารณสุ ข พั ฒ นาระบบความปลอดภั ย การสนั บ สนุ น การสร า งเสริ มความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข กําหนดระเบียบหลักเกณฑเกี่ยวกับการรับเงิน การจายเงิน และหลักเกณฑตางๆ ที่เกี่ยวของตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ องคประกอบของคณะกรรมการจึงประกอบดวยตัวแทนหนวยงานของรัฐที่เกี่ยวของซึ่งเปนกรรมการโดยตําแหนง และหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของโดยมีสัดสวนที่เทากันระหวางผูรับบริการ(จํานวน ๓ คน) และผูใหบริการ (จํานวน ๓ คน) และผูทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเปนกลางและเปนผูที่มีความรูความเชี่ยวชาญในดานตางๆ โดยมีรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขเปนประธาน และมีอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการชุดนี้มีจํานวนรวมทั้งหมดไมเกิน๑๙ คน มาตรา ๘ กรรมการตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับคัดเลือกหรือแตงตั้งใหมอีกได แตจะดํารงตําแหนงเกินกวาสองวาระติดตอกันไมได   เมื่อครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิไดมีการคัดเลือกหรือแตงตั้งกรรมการขึ้นใหม ใหกรรมการซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระนั้นอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบติหนาที่ ั ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  7. 7. -๗-ตอไปจนกวากรรมการซึ่งไดรับคัดเลือกหรือไดรับแตงตั้งเขารับหนาที่ แตตองไมเกินเกาสิบวันนับแตวันที่กรรมการพนจากตําแหนงตามวาระนั้น ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพนจากตําแหนงกอนครบวาระ ใหดําเนินการคัดเลือกหรือแตงตังกรรมการประเภทเดียวกันแทนภายในสามสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงกรรมการ ้นั้นวางลงและใหผูไดรับคัดเลือกหรือไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงแทนอยูในตําแหนงเทากับวาระที่เหลืออยูของกรรมการซึ่งตนแทน ในกรณีที่วาระของกรรมการที่พนจากตําแหนงกอนครบวาระเหลืออยูไมถงเกาสิบวัน ึจะไมดําเนินการคัดเลือกหรือแตงตั้งกรรมการแทนตําแหนงที่วางนั้นก็ได และในการนี้ใหคณะกรรมการประกอบดวยกรรมการเทาที่เหลืออยู คําอธิบาย : เปนการกําหนดวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการ มาตรา ๙ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่งกรรมการตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) พนจากตําแหนงเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) เปนบุคคลลมละลาย (๔) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ (๕) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตโทษสําหรับความผิดที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๖) รัฐมนตรีใหออกเพราะบกพรองหรือไมสุจริตตอหนาที่ หรือหยอนความสามารถ คําอธิบาย : กําหนดการพนจากตําแหนงของกรรมการผูทรงคุณวุฒิ มาตรา ๑๐ คณะกรรมการมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) กําหนดนโยบายและมาตรการเพื่อคุมครองผูเสียหาย พัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย และการสนับสนุนการไกลเกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข (๒) กําหนดระเบียบการจายเงินสมทบกองทุนตามมาตรา ๒๑ (๓) กําหนดระเบียบการรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุนตามมาตรา ๒๓ รวมทั้งระเบียบเกี่ยวกับคาพาหนะ คาเชาที่พัก และคาปวยการตามมาตรา ๑๘วรรคสอง ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  8. 8. -๘- (๔) กําหนดระเบียบเกี่ยวกับการยื่นคําขอรับเงินคาเสียหายตามมาตรา ๒๕ระเบียบการจายเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๒๙ และระเบียบการจายเงินชดเชยตามมาตรา ๓๒ (๕) กําหนดหลักเกณฑและวิธีการอุทธรณและวิธีพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๑ (๖) กําหนดระเบียบเกี่ยวกับการทําสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา ๓๓และการดําเนินการไกลเกลี่ย สัญญาประนีประนอมยอมความ และคาตอบแทนของผูไกลเกลี่ยตาม มาตรา ๓๙ (๗) จัดประชุมรับฟงความเห็นของสถานพยาบาลและผูรับบริการสาธารณสุขเพื่อรับทราบปญหาขอเสนอแนะในการสงเสริมและพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย รวมทั้งการไกลเกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข ี่ (๘) กําหนดนโยบายการบริหารงาน และใหความเห็นชอบแผนการดําเนินงานของสํานักงาน (๙) จัดทําบัญชีรายชื่อผูไกลเกลี่ยตามมาตรา ๓๙ โดยคัดเลือกจากบุคคลที่มีความรูความเขาใจ หรือมีประสบการณเหมาะสมกับการทําหนาที่ไกลเกลี่ยขอพิพาทสาธารณสุข (๑๐) กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการสนับสนุนการไกลเกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุขและพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนเพื่อใชจายในการสนับสนุนกิจกรรมตามมาตรา ๔๓ (๑๑) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอืนกําหนดใหเปน ่อํานาจหนาที่ของคณะกรรมการหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ในการปฏิบัติหนาที่ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจมอบหมายหรือมอบอํานาจใหสํานักงานเปนผูดําเนินการแทนได คําอธิบาย : กําหนดอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการโดยคณะกรรมการมีอํานาจหนาที่ในการกําหนดนโยบายและมาตรการเพื่อคุมครองผูเสียหาย พัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหายและการสนับสนุนการไกลเกลี่ยและสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข ตลอดจนกําหนดระเบียบเกี่ยวกับการรับ การบริหารจัดการเงินกองทุน การยื่นคําขอรับเงินคาเสียหาย กําหนดหลักเกณฑและวิธีการอุทธรณ การทําสัญญาประนีประนอมยอมความและการไกลเกลี่ย จัดทําบัญชีรายชื่อผูไกลเกลี่ย กําหนดนโยบายในการบริหารงาน และกําหนดหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขในการสนับสนุนการไกลเกลี่ยตลอดจนพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนเพื่อใชจายในการสนับสนุนกิจกรรมดานการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหายของสถานพยาบาล ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  9. 9. -๙- มาตรา ๑๑ การประชุมคณะกรรมการ ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวา กึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเปนองคประชุม ใหประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุม ถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด ในการประชุม ถามีการพิจารณาเรื่องที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผูใดมีสวนไดเสีย ประธานกรรมการหรือกรรมการผูนั้นมีหนาที่แจงใหคณะกรรมการทราบและมีสิทธิเขาชี้แจงขอเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นแตไมมีสิทธิเขารวมประชุมและลงคะแนนเสียง วิธีการประชุมและการมีสวนไดเสียซึ่งประธานกรรมการหรือกรรมการมีหนาที่ตองแจง ใหเปนไปตามที่คณะกรรมการกําหนด คําอธิบาย : กําหนดเรื่องการประชุม มาตรา ๑๒ คณะกรรมการมีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อใหปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ดังนี้ (๑) คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๒๗ประกอบดวยผูทรงคุณวุฒิดานนิติศาสตร ดานการแพทยและสาธารณสุข และดานการคุมครองผูบริโภค ดานละหนึ่งคน และผูแทนสถานพยาบาลและผูแทนผูรับบริการสาธารณสุข ฝายละหนึ่งคน (๒) คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยตามมาตรา ๓๐ ประกอบดวยผูทรงคุณวุฒิดานนิติศาสตร ดานสังคมสงเคราะห ดานการแพทยและสาธารณสุข ดานการฟนฟูสมรรถภาพ และดานการคุมครองผูบริโภค ดานละหนึ่งคน (๓) คณะอนุกรรมการอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร หลักเกณฑและวิธีการการไดมา วาระการดํารงตําแหนง การพนจากตําแหนง และเขตพื้นที่รับผิดชอบของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) ใหเปนไปตามที่คณะกรรมการกําหนด ประธานคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามที่คณะอนุกรรมการแตละคณะเลือกกันเอง ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  10. 10. -๑๐- ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือนายแพทยสาธารณสุขจังหวัดที่อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพมอบหมายแตงตั้งเจาหนาที่ในสํานักงานหรือเจาหนาที่ในสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด แลวแตกรณี เปนฝายเลขานุการ ในการแตงตั้งคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจแตงตั้งมากกวาหนึ่งคณะก็ได ใหนํามาตรา ๑๑ มาใชบังคับกับการประชุม วิธีการประชุม และการมีสวนไดเสียของคณะอนุกรรมการและอนุกรรมการโดยอนุโลม คําอธิบาย : กําหนดใหคณะกรรมการมีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการ โดยองคประกอบของคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๑๒ (๑) มีสัดสวนของผูที่เกี่ยวของ และผูแทนสถานพยาบาล และผูแทนผูรับบริการที่เทาๆกัน และองคประกอบของคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชย ตามมาตรา ๑๒ (๒) ประกอบดวยผูที่มีความรูที่เกี่ยวกับการพิจารณาประเมินเงินชดเชย มาตรา ๑๓ ใหมีคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณซงรัฐมนตรีแตงตั้ง ประกอบดวย ึ่ประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นซึ่งเปนผูทรงคุณวุฒิดานนิติศาสตร ดานการแพทยและสาธารณสุข ดานสังคมสงเคราะห ดานการฟนฟูสมรรถภาพ และดานการคุมครองผูบริโภค ดานละหนึ่งคน และผูแทนสถานพยาบาลและผูแทนผูรับบริการสาธารณสุข ฝายละหนึ่งคน การแตงตั้งฝายเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ใหนํามาตรา ๑๒ วรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลม หลักเกณฑและวิธีการการไดมาและเขตพื้นที่รับผิดชอบของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ใหเปนไปตามทีรัฐมนตรีประกาศกําหนด ่ ในการแตงตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ รัฐมนตรีอาจแตงตั้งมากกวาหนึ่งคณะก็ได ใหนํามาตรา ๑๑ มาใชบังคับกับการประชุม วิธีการประชุม และการมีสวนไดเสียของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณและกรรมการวินิจฉัยอุทธรณโดยอนุโลม คําอธิบาย : กํ า ห น ด อ ง ค ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร วิ นิ จ ฉั ย อุ ท ธ ร ณซึ่งประกอบดวยผูทรงคุณวุฒิดานตางๆ และผูแทนสถานพยาบาลและผูรับบริการสาธารณสุขในสัดสวนที่เทากัน ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  11. 11. -๑๑- มาตรา ๑๔ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณมีอํานาจหนาที่พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๑ คําอธิบาย : กําหนดอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ โดยมีอํานาจหนาที่พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินจฉัยไมรับคํา ิขอของผูเสียหาย และกรณีทผูเสียหายไมพอใจจํานวนเงินชดเชยที่คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยกําหนด ี่ มาตรา ๑๕ ใหกรรมการวินิจฉัยอุทธรณอยูในตําแหนงคราวละสามป กรรมการซึ่งพนจากตําแหนงอาจไดรับแตงตั้งอีกไดแตจะแตงตั้งติดตอกันเกินสองวาระไมได ใหนํามาตรา ๙ มาใชบังคับกับคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณดวยโดยอนุโลม คําอธิบาย : กําหนดวาระในการดํารงตําแหนงของกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ มาตรา ๑๖ ใหประธานกรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการวินิจฉัยอุทธรณกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ประธานอนุกรรมการ หรืออนุกรรมการ ไดรับเบี้ยประชุม คาพาหนะคาเบี้ยเลี้ยง คาเชาที่พัก และประโยชนตอบแทนอื่นในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง คําอธิบาย : กําหนดเรื่องเบี้ยประชุมของคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ และคณะอนุกรรมการ มาตรา ๑๗ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ใหประธานกรรมการกรรมการ ประธานกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ ประธานอนุกรรมการ หรืออนุกรรมการ เปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘ ใหคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ หรือคณะอนุกรรมการ มีอํานาจสั่งใหสถานพยาบาล ผูเสียหายหรือทายาท บุคคล หนวยงาน หรือองคกรที่เกี่ยวของ ทําหนังสือชี้แจงขอเท็จจริง หรือมาใหถอยคําดวยตนเอง หรือสงขอมูลหรือเอกสารหลักฐานตามกําหนดเวลาที่เห็นสมควร ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  12. 12. -๑๒- ใหบุคคลที่มาใหถอยคําดวยตนเองตามวรรคหนึ่งไดรับคาพาหนะ คาเชาที่พัก และคาปวยการ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง คําอธิบาย : กําหนดคําสั่งใหผูเกี่ยวของมาชี้แจงขอมูล เพื่อใหคณะกรรมการคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ หรือคณะอนุกรรมการ สามารถไดขอเท็จจริงจากแหลงตางๆ อันเปนประโยชนตอการดําเนินการได มาตรา ๑๙ ใหกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนสํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณและคณะอนุกรรมการ และมีอํานาจหนาที่ดังตอไปนี้ (๑) รับและตรวจสอบคําขอรับเงินคาเสียหายและคําอุทธรณตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) ประสานงานกับสถานพยาบาลเพื่อใหสงเวชระเบียนของผูเสียหายหรือขอมูลเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวของ ใหคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา ๑๘ (๓) ประสานงานกับหนวยงานของรัฐ องคกร หรือบุคคลใด ๆ เพื่อขอทราบขอเท็จจริงหรือความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) รับ จาย และเก็บรักษาเงินและทรัพยสินของกองทุนเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๕) เก็บ รวบรวม วิเคราะหขอมูลการจายเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้และวิธีปองกันความเสียหายเพื่อเผยแพรตอสาธารณชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ (๖) สนับสนุนการดําเนินงานตามมาตรการสงเสริมพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย รวมทั้งการสรางเสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข ี่ (๗) มอบใหหนวยงานของรัฐ องคกร หรือบุคคลอื่นทํากิจการที่อยูภายในอํานาจหนาที่ของสํานักงานตามพระราชบัญญัตินี้ (๘) จัดทํารายงานประจําปเกี่ยวกับผลงานและอุปสรรคในการดําเนินงานของคณะกรรมการ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ คณะอนุกรรมการ และสํานักงาน เพื่อเผยแพรตอสาธารณชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ (๙ ) ประชาสัมพันธและแจงผูยื่นคําขอและประชาชนทั่วไปเพื่อความเขาใจหลักการและเหตุผล ขั้นตอน วิธีการ และเงื่อนไขการใชสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ (๑๐) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  13. 13. -๑๓- คําอธิบาย : กํ า หนดให ก รมสนั บ สนุ น บริ ก ารสุ ข ภาพทํ า หน า ที่ เ ป น สํ า นั ก งานเลขานุการ โดยมีอํานาจหนาที่รับและตรวจสอบคําขอรับเงินคาเสียหายและคําอุทธรณ ประสานงานกับหนวยงานหรือบุคคลใด ๆ เพื่อใหไดมาซึ่งขอมูลหรือขอเท็จจริง ทําหนาที่รับ จาย และเก็บรักษาเงินและทรัพยสินของกองทุนสนับสนุนการดําเนินงานตามมาตรการสงเสริมพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย จัดทํารายงานประจําป ตลอดจนประชาสัมพันธและแจงใหผูยื่นคําขอและประชาชนทั่วไปเพื่อเขาใจในขั้นตอนและสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ หมวด ๓ กองทุนสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข มาตรา ๒๐ ใหจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสํานักงาน เรียกวา “กองทุนสรางเสริมความสัมพันธทดีในระบบบริการสาธารณสุข” โดยมีวัตถุประสงค ดังตอไปนี้ ี่ (๑) เพื่อจายเปนเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยใหแกผูเสียหายหรือทายาท (๒) เพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษาตามมาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ (๓) เปนคาใชจายสนับสนุนหรือสงเสริมการดําเนินงานเพื่อการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหายตามแผนงานที่คณะกรรมการอนุมัติ และ (๔) เปนคาใชจายเพื่อการพัฒนาระบบการไกลเกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข คณะกรรมการอาจจัดสรรเงินจากกองทุนที่ไดรับจากเงินที่สถานพยาบาลจายสมทบและเงินที่รัฐบาลอุดหนุน เพื่อเปนคาใชจายตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๘ และเปนคาใชจายในการบริหารของสํานักงานในสวนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้ ตามความจําเปนไดแตไมเกินรอยละสิบตอปของจํานวนเงินดังกลาว คําอธิบาย : กําหนดวัตถุประสงคของกองทุน โดยใหกองทุนมีวัตถุประสงคเพื่อจายเปนเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชยใหแกผูเสียหายหรือทายาท เพื่อชําระคาสินไหมทดแทนตามคําพิพากษา เปนคาใชจายสนับสนุนหรือสงเสริมการดําเนินงานเพื่อการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหายตามแผนงานที่คณะกรรมการอนุมัติ และเปนคาใชจายเพื่อการพัฒนาระบบการไกลเกลี่ยและสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  14. 14. -๑๔- การกําหนดใหคณะกรรมการจัดสรรเงินจากกองทุนไมเกินรอยละสิบตอป ตามมาตรา ๒๐ วรรคสอง เพื่อเปนคาใชจายของคณะกรรมการ/อนุกรรมการ หรือเปนคาพาหนะ คาเชาที่พักและคาปวยการของผูมา ใหขอมูลกับคณะกรรมการ/อนุกรรมการ มาตรา ๒๑ สถานพยาบาลตองจายเงินสมทบเขากองทุนตามหลักเกณฑ วิธีการและอัตราที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงขนาดของสถานพยาบาล จํานวนผูรับบริการสาธารณสุข ความถี่หรือความรุนแรงของการเกิดความเสียหาย การประชาสัมพันธและการแจงใหผูรับบริการสาธารณสุขทราบเกี่ยวกับการใชสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ การประสานงานเพื่อใหผูเสียหายหรือทายาทยื่นคําขอรับเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ การสนับสนุนการไกลเกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข และการพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันความเสียหาย หากสถานพยาบาลไมสงเงินสมทบเขากองทุนหรือสงภายหลังระยะเวลาที่กําหนด หรือสงเงินไมครบตามจํานวนที่ตองสง ใหเสียเงินเพิ่มในอัตรารอยละสองตอเดือนของจํานวนเงินที่ไมสงหรือสงภายหลังระยะเวลาที่กําหนดหรือจํานวนเงินที่สงขาดไป แลวแตกรณี นับแตวันครบกําหนดสงจนถึงวันที่สงเงินสมทบเขากองทุน การคํานวณเงินเพิ่มตามวรรคสอง เศษของเดือนใหคํานวณเปนรายวัน สถานพยาบาลใดไมจายเงินสมทบตามวรรคหนึ่งหรือไมเสียเงินเพิ่มตามวรรคสองใหนําบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายวาดวยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใชบังคับ และในกรณีที่ไมมีเจาหนาที่ดําเนินการบังคับ ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพมีอํานาจฟองคดีตอศาลปกครองเพื่อบังคับชําระเงินดังกลาว ในการนี้ถาศาลปกครองเห็นวาการใหชําระเงินนั้นชอบดวยกฎหมาย ก็ใหศาลปกครองมีอํานาจพิจารณาพิพากษาและบังคับคดีใหมีการยึดหรืออายัดทรัพยสินเพื่อใหชําระเงินนั้นได คําอธิบาย : มาตรา ๒๑ วรรคสอง เปนมาตรการเชิงบังคับทางกฎหมาย เพื่อใหสถานพยาบาลต อ งจ า ยเงิ น สมทบเข า กองทุ น หากไม กํ า หนดไว จ ะทํ า ให ก ฎหมายไม มี ส ภาพใช บั ง คั บ ไดสถานพยาบาลก็จะไมจายเงินสมทบเขากองทุน ซึ่งเปนการทําใหกองทุนนี้ไมสามารถเกิดขึ้นได ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  15. 15. -๑๕- มาตรา ๒๒ กองทุนประกอบดวย (๑) เงินที่โอนมาจากเงินตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ (๒) เงินที่สถานพยาบาลจายสมทบ (๓) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล (๔) เงินเพิ่มตามมาตรา ๒๑ วรรคสอง (๕) เงินหรือทรัพยสินทีมีผูบริจาคหรือมอบใหกองทุน ่ (๖) ดอกผลหรือผลประโยชนที่เกิดจากเงินหรือทรัพยสินของกองทุน เงินและทรัพยสินตามวรรคหนึ่งไมตองสงคลังเปนรายไดแผนดิน ในการเสนอขอรับเงินอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง (๓) ใหรัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการจัดทําคําขอตอคณะรัฐมนตรี คําอธิบาย : กํ า หนดที่ มาของเงิ นกองทุ น โดยประกอบไปด วยเงิ นที่ โอนมาจากเงินตามมาตรา ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ เงินที่สถานพยาบาลจายสมทบเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เงินเพิ่มตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง เงินหรือทรัพยสินที่มีผูบริจาคหรือมอบให รวมทั้งดอกผลหรือผลประโยชนที่เกิดจากเงินหรือทรัพยสินของกองทุน มาตรา ๒๓ ใหสํานักงานเก็บรักษาเงินและทรัพยสินของกองทุนและดําเนินการเบิกจายเงินกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้ การรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุน ใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง คําอธิบาย : เรื่องการบริหารจัดการกองทุนไดกําหนดใหสํานักงานเก็บรักษาเงินและทรั พยสินของกองทุนและดําเนินการเบิกจายเงินกองทุน ตามระเบียบที่ คณะกรรมการกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  16. 16. -๑๖- มาตรา ๒๔ ภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปงบประมาณตามกฎหมายวาดวยวิธีการงบประมาณ ใหคณะกรรมการเสนองบการเงินและรายงานการรับจายเงินของกองทุนในปที่ลวงมาซึ่งสํานักงานการตรวจเงินแผนดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการแตงตั้งดวยความเห็นชอบของสํานักงานการตรวจเงินแผนดินตรวจสอบและรับรองแลวตอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ งบการเงินและรายงานการรับจายเงินดังกลาว ใหรัฐมนตรีเสนอตอนายกรัฐมนตรีเพื่อนําเสนอตอสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบ และจัดใหมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา คําอธิบาย : กําหนดเรื่องการควบคุมตรวจสอบการดําเนินการของกองทุน โดยคณะกรรมการจะตองเสนองบการเงินและรายงานการรับจายเงินของกองทุนซึ่งผานความเห็นชอบของสํานักงานการตรวจเงินแผนดินตอคณะรัฐมนตรีภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปงบประมาณตามกฎหมายวาดวยวิธีการงบประมาณ โดยงบการเงินและรายงานดังกลาวใหรัฐมนตรีเสนอตอนายกรัฐมนตรีเพื่อนําเสนอตอสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบ และจัดใหมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา หมวด ๔ การพิจารณาจายเงินชวยเหลือเบื้องตนและเงินชดเชย มาตรา ๒๕ ผูเสียหายอาจยื่นคําขอรับเงินคาเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ตอสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด ภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายและรูตัวผูใหบริการสาธารณสุขซึ่งกอใหเกิดความเสียหาย แตทั้งนี้ตองไมเกินสิบปนับแตวันที่รูถึงความเสียหาย ในกรณีที่ผูเสียหายถึงแกชีวิต เปนผูไรความสามารถ หรือไมสามารถยื่นคําขอดวยตนเองได บิดามารดา คูสมรส ทายาท หรือผูอนุบาล หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งไดรบมอบหมายัเปนหนังสือจากผูเสียหาย แลวแตกรณี อาจยื่นคําขอตามวรรคหนึ่งได การยื่นคําขอตามมาตรานีจะกระทําดวยวาจาหรือเปนหนังสือก็ได ทังนี้ ตามวิธีการ ้ ้รูปแบบ และรายละเอียดที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  17. 17. -๑๗- คําอธิบาย : กําหนดระยะเวลา ขั้นตอนและวิธีการในการยื่นคําขอ ดังนี้ ๑) ผูมีสิทธิยื่นคําขอ ไดกําหนดใหผูเสียหาย หรือกรณีที่ผูเสียหายถึงแกชีวิตเปนผูไรความสามารถ หรือไมสามารถยื่นคําขอดวยตนเองได ก็ใหบิดามารดา คูสมรส ทายาทหรือผูอนุบาล หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่ไดรับมอบหมายเปนหนังสือจากผูเสียหาย อาจยื่นคําขอได ๒) วิธีการยื่นคําขอ จะกระทําดวยวาจาหรือเปนหนังสือก็ได ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด โดยยื่นตอสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด ๓) ระยะเวลาในการยื่นคําขอ อาจยื่นคําขอภายในสามปนับแตวันที่รูถึงความเสียหายและรูตัวผูใหบริการสาธารณสุขซึ่งกอใหเกิดความเสียหาย แตทั้งนี้ตองไมเกินสิบปนับแตวันที่รูถึงความเสียหาย เจตนา เพื่อใหระยะเวลาเทียบเทากับอายุความในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผูบริโภค เพื่อตองการใหผูปวยมาใชชองทางในพระราชบัญญัตินี้แทนที่ จะไปยื่นฟองตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผูบริโภค มาตรา ๒๖ เมื่อมีการยื่นคําขอตามมาตรา ๒๕ ภายในอายุความทางแพงในมูลละเมิดอันเนื่องมาจากการใหบริการสาธารณสุขแลว ใหอายุความนั้นสะดุดหยุดอยูไมนบในระหวาง ันั้นจนกวาการพิจารณาคําขอเงินชดเชยนั้นจะถึงที่สุดหรือมีการยุติการพิจารณาคําขอตามมาตรา๓๔ วรรคหนึ่ง คําอธิบาย : กําหนดเรื่องผลของการยื่นคําขอ หากมีการยื่นคําขอภายในอายุความทางแพงในมูลละเมิดอันเนื่องมาจากการใหบริการสาธารณสุขแลว ใหอายุความนั้นสะดุดหยุดอยูไมนับในระหวางนั้นจนกวาการพิจารณาคําขอจะถึงที่สุดหรือมีการยุติการพิจารณาคําขอ ทั้งนี้ เพื่อไมใหผูยื่นคํารองมีความกังวลวาจะหมดอายุความ มาตรา ๒๗ ใหสํานักงานหรือหนวยงานหรือองคกรที่สํานักงานกําหนด แลวแตกรณีสงคําขอตามมาตรา ๒๕ ใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ และใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินิจฉัยคําขอใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ หากคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนเห็นวาเปนผูเสียหายตามมาตรา ๕ และไมอยูในบังคับตามมาตรา ๖ ใหวินิจฉัยจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท ในกรณีที่มีเหตุจําเปน ใหขยายระยะเวลาการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนออกไปไดไมเกินสองครั้ง ครั้งละไมเกินสิบหาวัน แตตองบันทึกเหตุผลและความจําเปนในการขยาย ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  18. 18. -๑๘-ระยะเวลาทุกครั้งไวดวย หากการพิจารณายังไมแลวเสร็จภายในกําหนดเวลาที่ขยายดังกลาว ใหถือวาคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินิจฉัยจายเงินชวยเหลือเบื้องตนและใหจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท คําวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนที่วินิจฉัยจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหเปนที่สุด คําอธิบาย : เปนเรื่องการพิจารณาจายเงินชวยเหลือเบื้องตน โดยกําหนดใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนเปนผูพิจารณาจายเงินชวยเหลือเบื้องตน หากมีการพิสูจนไดวาเปนผูเสียหายตามรางมาตรา ๕ และไมเขาขอยกเวนตามรางมาตรา ๖ ก็จะมีการพิจารณาจายเงินกอนแรกซึ่งอาจจะเปนจํานวนที่ไมมากนักโดยมุงเนนใหผูเสียหายไดรับการเยียวยาความเสียหายในเบื้องตนโดยเร็วภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ และในกรณีที่มีเหตุจําเปน ใหขยายระยะเวลาการพิจารณาไปไดไมเกินสองครั้ง ครั้งละไมเกินสิบหาวัน ถาการพิจารณายังไมแลวเสร็จภายในกําหนดเวลาที่ขยายดังกลาวใหถือวาคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนวินิจฉัยจายเงินชวยเหลือเบื้องตนและใหจายเงินชวยเหลือเบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท ซึ่งกระบวนการพิจารณาดังกลาวจะเปนการทําใหผูเสียหายเกิดความมั่นใจวาจะไดรับการพิจารณาในกรอบเวลาที่เหมาะสม ไมยืดเยื้อจนทําใหรูสึกวามีการดึงหรือชะลอเรื่องไว มาตรา ๒๘ หากคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนมีคําวินิจฉัยไมรับคําขอ ใหสงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณและแจงใหผูยื่นคําขอทราบโดยเร็ว ในการนี้ผูยื่นคําขออาจเสนอขอมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณก็ได ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับเรื่องอุทธรณ ถายังพิจารณาไมแลวเสร็จใหขยายระยะเวลาออกไปไดอกไมเกินสามสิบวัน ี เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณวินิจฉัยรับคําขอ ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณากําหนดจํานวนเงินชวยเหลือเบื้องตนดวย คําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหเปนที่สุด คําอธิบาย : เปนเรื่องการอุทธรณในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนมีคําวินิจฉัยไมรับคําขอของผูเสียหาย โดยกําหนดใหในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนมีคําวินิจฉัยไมรับคําขอของผูเสียหาย ใหสงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาในทันที ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณตองพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสามสิบวัน ถายังพิจารณาไมแลวเสร็จใหขยายระยะเวลาออกไปไดอีกไมเกินสามสิบวันใหสงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาในทันที ซึ่งคณะกรรมการวิ นิ จฉั ยอุ ทธรณ ต องพิ จารณาให แล วเสร็จภายในสามสิ บวั น ถ ายั งพิ จารณาไมแล วเสร็จ ใหข ยายระยะเวลาออกไปไดอีกไมเกินสามสิบวัน ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554
  19. 19. -๑๙- การกําหนดใหคณะอนุกรรมการพิจารณาชวยเหลือเบื้องตน/สงเรื่องใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณเลย เพื่อเปนการอํานวยความสะดวกตอผูเสียหาย รวมทั้ งใหมีการสอบสวนในการพิจารณาในชั้นอุทธรณอีกครั้ง มาตรา ๒๙ การพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนของคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนและคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการเงื่อนไข และอัตราที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ มาตรา ๓๐ ใหคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนหรือคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ แลวแตกรณี สงคําขอใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยภายในเจ็ดวันนับแตวันที่มีคําวินิจฉัยหรือถือวามีคําวินิจฉัยใหจายเงินชวยเหลือเบื้องตนตามมาตรา ๒๗หรือนับแตวันที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณมีคาวินิจฉัยใหรับคําขอ ํตามมาตรา ๒๘ ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยพิจารณาจายเงินชดเชยโดยคํานึงถึงหลักการเกี่ยวกับการชดใชคาสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ใหคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยวินิจฉัยคําขอใหแลวเสร็จภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับเรื่องจากคณะอนุกรรมการพิจารณาใหเงินชวยเหลือเบื้องตนหรือคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ แลวแตกรณี ในกรณีที่มีเหตุจําเปน ใหขยายระยะเวลาออกไปไดไมเกินสองครั้ง ครั้งละไมเกินสิบหาวัน แตตองบันทึกเหตุผลและความจําเปนในการขยายระยะเวลาทุกครั้งไวดวย คําอธิบาย : มาตรานี้เปนการกําหนดเรื่องการพิจารณาจายเงินชดเชย ซึ่งมีการกําหนดกรอบเวลาแลวเสร็จ เพื่อใหเกิดความมั่นใจ รวมทั้งกําหนดใหพิจารณาจายโดยคํานึงถึงหลักการเกี่ยวกับการชดใชคาสินไหมทดแทน เพื่อละเมิดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย เพื่อใหการพิจารณาจายเงินชดเชยมีความเหมาะสมและไดสัดสวนกับความเสียหายที่ไดรับจริง โดยใชหลักการเดียวกับศาล ทั้งนี้เพื่อเปนการดึงใหผูเสียหายมาใชชองกฎหมายนี้แทนที่จะไปฟองรองตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๓๑ หากผูยื่นคําขอไมเห็นดวยกับจํานวนเงินชดเชยที่คณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชยไดวินิจฉัย ผูยื่นคําขอมีสิทธิอุทธรณตอคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงคําวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการประเมินเงินชดเชย โดยยื่นอุทธรณตอสํานักงาน และใหสํานักงานสงคําอุทธรณใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับคําอุทธรณ ฉบับปรับปรุงวันที่ 7 มกราคม 2554

×