SlideShare a Scribd company logo
1 of 43
Download to read offline
สารบ ัญ

จากใจ บ.ก. ใกล้ต ัว ฉบับที่ ๕๔ ทําดีได ้ดีมทไหน?.......................................................... 3
                                           ี ี่

    ่
สารสองใจ อัตตาและอนัตตา ....................................................................................... 6

โหรา (ไม่) คาใจ ความมั่นคงนีอยูทใด? ......................................................................... 9
                            ้ ่ ี่

จุดหมายปลายธรรม อยากได ้อะไรในโลก ................................................................... 11

          ั
ด ังตฤณวิสชนา บุญและบาปทีทําลงไปจะสะสมไว ้ทีใด ................................................... 19
                         ่                  ่

                 ิ                  ิ
ธรรมะจากพระสูตร สงคาลกสูตร ว่าด ้วยสงคาลกมาณพ ................................................. 21

          ิ                                            ึ
กระปุกออมสน คิดจะสร ้างฐานะ ก็อย่าเริมสร ้างหนี้ (กรณีศกษาจากบัตรเครดิต) ................... 32
                                     ่

วรรณกรรมนาใจ เพลิงนาคา ๑๗ ............................................................................... 35
ฉบับที่ ๕๔ ทาดีได้ดมทไหน?
                   ี ี ี่


            ี ี่     ั่
ทําดีได ้ดีมทไหน ทําชวได ้ดีมถมไป
                             ี


"ทุภาษิต" ข ้างต ้นได ้ยินบ่อยในหมูคนพาล
                                   ่
                   ่ ึ
หรือไม่ก็คนขีเล่นทีรู ้สกว่าคนคิดประดิษฐ์คําได ้เท่ด ี
             ้
                   ่
และทีน่าสลดใจคือคนสวนใหญ่พร ้อมจะคล ้อยตาม
     ่
เหตุเพราะความจริงทีเห็นด ้วยตาเปล่า
                   ่
ดูเหมือนจะสนับสนุนอยู่
และไม่คอยเข ้าข ้างกฎแห่งกรรม
       ่
                     ั่    ั่
ทีวา ทําดีได ้ดี ทําชวได ้ชวเท่าไรนัก
  ่ ่


                ่ ่   ั่    ั่
ข ้อเรียกร ้องทีวาทําชวได ้ชวมีทไหนนัน
                                ี่   ้
ดังกระหึมไปทั่วโลกมาทุกยุคทุกสมัย
        ่
               ื่     ั
และผู ้ปั กใจเชอว่า "สตว์โลกย่อมเป็ นไปตามกรรม"
 ่
สวนใหญ่ก็มักต ้องทําตาปริบๆ
                                  ื่
เหมือนจําใจยืนกระต่ายขาเดียวให ้เชอเถอะ
โดยไม่ทราบจะเอาอะไรไปพิสจน์
                        ู
ให ้ย ้อนกลับไปดูวาชาติกอนทําอะไรมาถึงเป็ นอย่างนี้
                  ่     ่
น่าจะเป็ นการพิสจน์เฉพาะตนได ้ดีทสด
                ู                ี่ ุ
                                 ี
แต่คนเราถ ้าจะให ้ฝึ กระลึกชาติเสยก่อนก็ไม่เอานะครับ
จะเอาหลักฐานทีแบมือให ้ดูได ้เดียวนีทาเดียว
              ่                 ๋   ้ ่


               ่
หากมีผู ้วิเศษชวยให ้คนทังโลกระลึกชาติได ้
                         ้
            ้                  ่                   ิ
จะเกิดอะไรขึน? คําตอบคือเกิดเรืองเป็ นไปไม่ได ้น่ะสครับ
เรืองเกิดใหม่แล ้วลืมหมดนี่
   ่
                ั
เป็ นมุขหลักของสงสารวัฏเขาเลยนะ
ใครกลับลืมให ้เป็ นจําได ้ทั่วหน ้านี่
                 ้        ้        ั
หมายถึงท่านผู ้นันสามารถรือระบบของสงสารวัฏทิงทีเดียว
                                            ้
                       ี
ได ้ไปนิพพานกันเกรียวเชยวแหละ
่ ่    ั
เพือทีเกมสงสารวัฏจะดําเนินต่อไปเรือยๆ
                                  ่
โลกต ้องเต็มไปด ้วยคนจําไม่ได ้ว่าเคยทําอะไรมา
และไม่อาจแน่ใจว่ากําลังทําอะไรลงไปแล ้วจะเกิดอะไรขึน
                                                   ้
                      ื่
เปิ ดทางให ้เกิดความเชอ ลัทธิ และศาสนาขึนมาได ้
                                        ้
                                       ื่
แล ้วก่อให ้เกิดปั ญหาขัดแย ้งทางความเชอ
ดังทีเห็นและเป็ นอยูมาทุกยุคทุกสมัยอย่างนีแหละ
     ่              ่                     ้


จริงๆแล ้วถ ้าเจริญสติเห็นกายใจไปถึงจุดหนึง
                                          ่
แม ้ไม่สามารถระลึกชาติ
            ึ ้
แต่ก็จะรู ้สกขึนมาได ้เองนะครับ
                          ่
ตอนเห็นกายใจไม่เทียง ไม่ใชตัวตน
                  ่
มีเหตุมผลของการปรากฏภาวะหนึงๆเสมอ
       ี                   ่
                                 ่
ก็จะรู ้ขึนมารางๆว่ากายใจนี้ไม่ใชของฟลุก
          ้
มันมีรปลักษณะอะไรอย่างนี้ ต ้องอาศัยเหตุทสมควร
      ู                                  ี่
ก่อนมีความสวยหล่อมาก ก็ต ้องมีความสว่างมากนํ าหน ้ามา
ก่อนมีความขีเหร่ไม่น่าดู ก็ต ้องมีความมืดหม่นเป็ นฐานสร ้าง
            ้
                         ิ ั่
และยิงมีสติเห็นความคิดดีคดชว
     ่
ประกอบกับเห็นการปรุงแต่งทางใจเป็ นสว่างเป็ นมืด
                                  ั
เป็ นนิมตพ่อพระแม่พระหรือมารร ้ายชดพอ
        ิ
                   ่        ั
ก็จะรู ้ๆขึนมาว่านีแหละ มันสมพันธ์กนอย่างนีแหละ
           ้                       ั       ้
ไม่ต ้องรอชาติหน ้าทีไหน
                     ่
   ั่ ๋    ้ ู  ั่
ใจชวเดียวนีรปก็ชวลงเดียวนีได ้
                      ๋   ้
ใจดีเดียวนีรปก็ดขนเดียวนีเลย
       ๋   ้ ู  ี ึ้ ๋   ้


          ิ่ ่                   ่
เราพูดถึงสงทีเป็ นไปไม่ได ้ว่าจะชวยให ้ทุกคนระลึกชาติ
         ่
แต่เราก็ชวยกันสร ้างสุภาษิตใหม่ได ้ครับ
ถึงแม ้ว่าคงหนักแน่นสู ้ "ทุภาษิต" ไม่ไหว
อย่างน ้อยคนรุนลูกรุนหลานก็จะมีอะไรดีๆ
              ่     ่
        ั
ทีเป็ นสมมาทิฏฐิไว ้ฟั งบ ้าง
  ่


                        ่ั    ่ั          ่ั
ทาดีย ังไม่ได้ดเพราะเคยชว! ทาชวย ังไม่ได้ชวเพราะเคยดี!
               ี


ดังตฤณ
มิถนายน ๕๔
   ุ
ิ่
ในเมือทุกสงเป็ นอนัตตาหาสาระมิได ้
     ่
แล ้วใครเล่าเป็ นผู ้ทําและเป็ นผู ้รับกรรมทีทําลงไปแล ้วนัน
                                             ่             ้
หลวงปูเทสก์ เทสรส ี ได ้เมตตาตอบปั ญหาธรรมข ้อนี้
     ่
               ่
ในคอลัมน์ “สารสองใจ” ตอน “อ ัตตาและอน ัตตา” ค่ะ (-/-)


                           ่        ั่
เคยมีคนกล่าวไว ้ว่าบุญบาปทีทําจะถูกสงสมอยูทจต
                                          ่ ี่ ิ
    ั่
จิตสงสมบุญได ้และเกิดดับไปพร ้อมกับบุญบาปทีตัวเองทํามา
                                           ่
                                                      ั
เท็จจริงเป็ นอย่างไร พบคําตอบได ้ทีคอลัมน์ "ด ังตฤณวิสชนา"
                                   ่
ตอน "บุญและบาปทีทาลงไปจะสะสมไว้ทใด"
                ่               ี่


จากนัน อ่านเคล็ดลับการสร ้างฐานะจาก Mr.Messenger
     ้
                     ิ                                        ้
ในคอลัมน์ "กระปุกออมสน" ตอน "คิดจะสร้างฐานะ ก็อย่าเริมสร้างหนี"
                                                     ่
           ึ
พร ้อมกรณีศกษาใกล ้ตัว กรณีของบัตรเครดิตค่ะ ^_^
อ ัตตาและอน ัตตา

                                 ี              ิ                     ี
ตอบปั ญหาธรรมโดย พระราชนิโรธร ังสค ัมภีรปัญญาวิศษฏ์ (หลวงปูเทสก์ เทสรส)
                                                          ่
                           ี
วัดหินหมากเป้ ง อําเภอศรีเชยงใหม่ จังหวัดนองคาย




                           ิ่
คาถาม ท่านอาจารย์สอนว่าทุกสงทุกอย่างเป็ นอนัตตาหาสาระมิได ้ แล ้วใครเล่าเป็ นผู ้ทําและใครเล่าเป็ น
ผู ้รับกรรมทีทําลงไปแล ้วนั น
             ่              ้


คาตอบ ปั ญหานีดมาก ปั ญหานีเป็ นปั ญหาโลกแตก
              ้ ี          ้
                  ้     ้   ั           ั
คือว่าถ ้าปั ญหานีเกิดขึนในสงคมใด แล ้วสงคมนันจะต ้องทะเลาะกันให ้ได ้
                                             ้
ถ ้าเข ้าใจว่า "อนัตตา เป็ นของไม่ม ี สูญเปล่า"
                    ้ี           ึ่
ฝ่ ายแย ้งว่ามีก็จะชลงไปว่า ผู ้ซงพูดว่าอนัตตาๆ อยูนัน ถ ้าไม่มแล ้วนันคืออะไร
                                                   ่ ้         ี      ้
พร ้อมกันนันก็ยัดหมากแดงให ้เลย
           ้
อีกฝ่ ายทีเห็นเป็ นอนัตตาก็ไม่เบาเหมือนกัน ศอกกลับชุลมุนกันไปเลย
          ่
เพราะศอกมันก็เป็ นอนัตตา บอกห ้ามไม่ได ้
อย่างนีแลอนั ตตา ทีเข ้าใจว่าเป็ นของไม่มตัวตนสูญเปล่าได ้เคยมีมาแล ้ว
       ้           ่                     ี


ถ ้าเห็นว่าอนัตตาเป็ นของ “มีอยู” แต่ “หาสาระในนนไม่ได้” แล ้วก็หมดปั ญหา
                                ่               ั้
เพราะทุกๆ คนพาก ันเห็ นของมีอยูดวยก ันทงนน
                               ่ ้     ั้ ั้
แต่จะเอาอะไรมาเปนสาระในของทีมอยูนนไม่ได้
                ็           ่ ี ่ ั้
    ิ่
ทุกสงทุกอย่างทีมอยูในโลกนี้ แม ้แต่คนเราเกิดมาก็เป็ นเพียงมายาเท่านัน
               ่ ี ่                                                ้
ต่างคนเกิดมาก็พากันมาเล่นกีฬา เดินกันไปคนละแต ้มละฉาก
พอจบเกมแล ้วก็ปิดฉาก (เข ้าโรง) จบกันไปที
                                                               ิ้ ั
คนใหม่เกิดมาก็พากันเล่นเกมเดิม ฉากเดิมนีตอไปอีกไม่รู ้จักจบจักสนสกที
                                        ้ ่


                 ่         ่ ่   ่    ิ่
คราวนีมาพูดถึงเรืองปั ญหาทีวา เมือทุกสงทุกอย่างเป็ นอนัตตา
      ้
แล ้วใครเล่าเป็ นผู ้กระทํากรรมและใครเล่าเป็ นผู ้ได ้รับผลของกรรมนัน
                                                                    ้
ดังได ้อธิบายมาแล ้ว ถ ้าอนั ตตาแปลว่าไม่มตนไม่มตัวเป็ นของว่างเปล่าแล ้ว
                                          ี     ี
             ี ี
ผู ้พูดก็ไม่มเสยง ผู ้รับฟั งก็ไม่ได ้ยิน แล ้วใครและอะไรจะไปกระทํากรรมนันๆ
                                                                         ้
เมือไม่มใครทํากรรมแล ้ว กรรมจะเกิดมาได ้อย่างไร และใครจะเป็ นผู ้ไปรับกรรมนันๆ
   ่    ี                                                                   ้
่     ี ่
ก็ยอมไม่มเชนเดียวกัน แล ้วทําไมจึงต ้องมาพูดอนัตตาๆ กันอยูเล่า
                                                          ่
               ั             ี
พูดของไม่มนมันชกจะเลอะกันไปเสยแล ้ว
          ี ี้
ปั ญญาเกิดจากความคิดความเห็นอันมีมานะสนับสนุน
มันอาจเลยขอบเขตไปได ้เหมือนกัน


หลักอนัตตาในทางพุทธศาสนาทีพระพุทธเจ ้าตรัสรู ้ด ้วยปั ญญาอันชอบ
                          ่
พระองค์มได้ตร ัสว่าอน ัตตาเปนของไม่มตนมีต ัวเปนของว่างเปล่า
        ิ                   ็       ี         ็
พระองค์ตร ัสว่าตนต ัวคือร่างกายของคนเรา อ ันได้แก่ข ันธ์ทง ๕ นี้ ม ันมีอยูแล้ว
                                                         ั้               ่
        ิ่ ่ ็                                  ้ ่
แต่จะหาสงทีเปนสาระในข ันธ์ ๕ นนม ันไม่ม ี ด ังนีตางหาก
                              ั้
เบืองต ้นดังพระองค์สอนว่า "ตนแลเป็ นทีพงของตน หรือการชนะตนแลเป็ นของดีเลิศ " ดังนีเป็ นต ้น
   ้                                  ่ ึ่                                        ้
เมือจะสอนผู ้มีปัญญาพอสามารถจะคิดค ้นหาตัวตนทีแท ้จริงนันคืออะไร
   ่                                          ่         ้
จึงให ้หยิบยกเอาตนคือขันธ์ ๕ นี้แหละขึนมาพิสจน์ ว่าอะไรแน่เป็ นตัวตนของเรา
                                      ้     ู
ดังในอนัตตลักขณสูตรทีพระองค์ทรงสอนพระปั ญจวัคคีภกษุ ทงห ้า
                     ่                          ิ    ั้
ทํานองตามปั ญหาสรุปใจความเป็ นภาษาไทยๆ ของเรา
ว่า รูป คือตัวของเราทีเราถือกันว่าตัวตนเราเขานีนัน
                      ่                        ้ ้
                 ่
แท ้จริงแล ้วมิใชของเรา เพราะมันบอกมิได ้ไม่อยูในบังคับของเรา
                                               ่
  ่
เชน ห ้ามมิให ้มันแก่มันก็แก่อยูเรือยๆ ทุกนาทีวนาที
                                ่ ่            ิ
                   ั่                      ํ
แล ้วพระองค์ทรงรับสงว่า พวกเธอทังหลายพากันสาคัญในรูปนันอย่างไร มันเทียงหรือไม่เทียง
                                ้                     ้              ่           ่
ภิกษุ เหล่านันทูลว่า ไม่เทียงพระเจ ้าข ้า
             ้             ่
                        ิ่
แล ้วพระองค์ทรงตรัสว่า สงใดไม่เทียงมันเป็ นทุกข์หรือเป็ นสุข
                                 ่
             ้                                                   ิ่
ภิกษุ เหล่านันทูลว่า เป็ นทุกข์พระเจ ้าข ้า แล ้วพระองค์ตรัสว่า สงใดไม่เทียงเป็ นทุกข์
                                                                          ่
                                          ี
จึงให ้พิจารณาเห็นตามความเป็ นจริงของมันเสยว่า
สภาพของขันธ์มันหากเป็ นจริงตามสภาพของมันอยูอย่างนัน
                                           ่      ้
จึงไม่ควรไปถือเอามาเป็ นเรา เป็ นของเรา
                    ั                     ่
ดังนีจงแสดงให ้เห็นชดเลยว่า อน ัตตาจึงมิใชของไม่ม ี
     ้ ึ
คือแสดงว่ามีอยูแต่ของนนม ันไม่มสาระ
               ่      ั้       ี
เมือผูใดเข้าไปยึดเอามาเปนตนจึงได้ร ับความทุกข์
   ่ ้                  ็
ดังพระองค์แสดงให ้แก่โมฆราชฟั งว่า "ท่านจงพิจารณาโลกนีให ้เห็นเป็ นของว่างสูญเปล่า” ก็ด ี
                                                      ้
ก็คงแสดงถึงของมีอยูคอโลกนันเอง
                   ่ ื    ้
แต่ให ้พิจารณาเป็ นของว่างเปล่าจากการเข ้าไปถือเอามาเป็ นตัวเป็ นตน เท่านันเอง
                                                                          ้


        ่           ั้
ฉะนันเมือจะสรุปให ้สนๆ แล ้ว เมือผู ้ทียังยึดอัตตาอยู่
    ้                           ่      ่
พระพุทธองค์ก็สอนให ้ประกอบภารกรรม
เพือประโยชน์แก่อตตาโดยทางทีชอบทีควรไปก่อน
   ่            ั          ่    ่
                    ั                    ิ่ ่
จนกว่าผู ้นันจะเห็นชดแจ ้งด ้วยตนเองว่า สงทีเราถือว่าอัตตาอยูนัน
            ้                                                ่ ้
่ ั
แท ้จริงแล ้วมิใชอตตามันเป็ นแต่เพียงมารยา หรือของไม่เทียงเป็ นทุกข์ก็แล ้วแต่
                                                        ่
แล ้วพระองค์จงสอนอนัตตาทีแท ้จริง
             ึ           ่
พุทธศาสนาจึงเป็ นศาสนาทีทนต่อการพิสจน์ เพราะมีเหตุผลให ้พิสจน์ได ้
                        ่          ู                       ู
                            ี
นักแสดงโขน - ลิเก และละครอาชพ ใครๆ ก็รู ้อยูแก่ใจทุกคนว่า
                                            ่
       ่        ้    ่
เรืองทีเขาแสดงนันมิใชเป็ นของจริง เขาสมมติขนมาพอเป็ นมารยาเท่านัน
   ่                                       ึ้                   ้
ถึงขนาดนันก็ตาม ยังสามารถเร ้าใจของผู ้ทียังถืออนัตตาอยู่
         ้                               ่
เมือเข ้าไปดูแล ้ว ถึงบทโศกเข ้าก็เป็ นทุกข์ตามบทถึงกับร ้องไห ้ก็ม ี
   ่
เวลาถึงบทน่าเพลิดเพลินก็หัวเราะจนท ้องคัดท ้องแข็งก็ม ี
แต่สําหรับท่านผู ้รู ้มารยาและสงทีมใชมารยาแล ้วท่านก็เฉย ๆ
                               ิ่ ่ ิ ่




----------------------------------------------------


        ื                                          ิ
จากหนังสอ “ธรรมะปฏิบต ิ สนทนาธรรมระหว่างอาจารย์และศษย์”
                    ั
คัดจาก อนุสรณ์เนืองในการทีทรงพระกรุณาโปรดเกล ้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์
                 ่        ่
                                                 ั        ั
และเสด็จพระราชดําเนินพระราชทานเพลิงศพศาสตราจารย์สญญา ธรรมศกดิ์
             ิิ                    ั
ณ เมรุวัดเทพศรนทราวาส เขตป้ อมปราบศตรูพาย กรุงเทพมหานคร
                                       ่
                             ั
วันเสาร์ท ี่ ๒๑ กันยายน พุทธศกราช ๒๕๔๕
้ ่ ี่
ความมนคงนีอยูทใด?
     ่ั
                                                                                            Aims Astro


                ่              ่ ี         ึ             ้ ึ       ่ั        ั
ถาม - ผมมีหน้าทีการงานและฐานะทีดพอต ัว แต่ลกๆ แล้วกล ับรูสกย ังไม่มนคง เลยสงสยว่านี่
  ็        ั                               ่     ู้ ึ  ี        ี
เปนเพราะนิสยในดวงของแต่ละคนหรือเปล่าคร ับทีทาให้รสกไม่มความสุขเสยที ไม่วาจะมีอะไรๆ
                                                                        ่
มากกว่าเดิมแค่ไหนก็ตาม


   ่                ้ ุ ุ         ่ ่ ึ่             ึ
เรืองความไม่มั่นคงนีปถชนทุกคนมีอยูคะ ซงแต่ละคนจะรู ้สกหวั่นไหวเป็ นพิเศษในเรืองทีตางกันออกไป
                                                                             ่   ่ ่
                                         ํ                          ่
อ่านจากดวงชะตาจะทราบว่าเจ ้าชะตาให ้ความสาคัญกับเรืองใดเป็ นพิเศษ เชน บางคนหวั่นไหวอย่างแรง
                                                   ่
เมืออกหัก บางคนปวดร ้าวหนักยามงานไม่ก ้าวหน ้า บางคนเหว่ว ้ายามเงินขาดกระเป๋ า ฯลฯ ความไม่
   ่
                                           ่      ี                         ึ
มั่นคงของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละเรือง แต่มผลเหมือนกันคือทําให ้รู ้สกเป็ นทุกข์


       ้ ่                       ่        ึ                                    ่                       ึ
หลายครังทีได ้ยินลูกค ้าพูดถึงเรือง “รู ้สกไม่มั่นคง” ลองคิดกันดูไหมคะว่าอะไรทีจะทําให ้สร ้างความรู ้สก
                                   ่       ่ ี               ึ
มั่นคงได ้ คุณผู ้อ่านคิดว่าหน ้าทีการงานทีดทําให ้คนเรารู ้สกมั่นคงได ้หรือเปล่าคะ? (^__^) คําตอบคือถ ้า
                     ่                ่      ี ิ
การเลือกเฟ้ นองค์กรทีมั่นคงคือความอบอุนใจของชวตการทํางาน ก็ต ้องไม่ลมว่าต่อให ้บริษัทเป็ นหลัก
                                                                    ื
เป็ นฐานเพียงไหนก็อาจจะมีปรับโครงสร ้างองค์กร และเราก็อาจจะเป็ นหนึงในจํานวนผู ้ถูกจ ้างออก แต่ถ ้า
                                                                   ่
                        ึ่
จะเลือกเป็ นข ้าราชการ ซงถือว่ามีความมันคงทางการงานสูง ก็อาจจะพบความไม่มั่นคงทางการเงินใน
                                       ่
                        ั้
ยามทียังเป็ นข ้าราชการชนผู ้น ้อยอยู่
     ่


ถ ้าการเป็ นเจ ้าของธุรกิจคือความมั่นคง ก็ต ้องไม่ลมว่ารายได ้ของกิจการขึนอยูกบผู ้บริโภค ต่อให ้เป็ น
                                                   ื                     ้   ่ ั
 ิ                     ่      ่
สนค ้าทีน่าสนใจแต่ออกสูตลาดในชวงทีประเทศประสบภัยธรรมชาติแบบไม่คาดฝั น ผู ้คนพากันรัดเข็มขัด
        ่                         ่
หรือธุรกิจพบความไม่แน่นอนเพราะสถานการณ์ทางการเมือง การทํากิจการย่อมต ้องพบกับความไม่
           ่
มั่นคงอีกเชนกัน


หรือว่าการประสบความสําเร็จอย่างยิงยวด ได ้เป็ นทีหนึงในสาขาอาชพคือความมันคง เรืองนีก็มคนทีเป็ น
                                 ่               ่ ่          ี         ่      ่   ้ ี    ่
ระดับสุดยอดบางคนเคยเปิ ดเผยว่ากดดันและเป็ นทุกข์ขนาดไหนทีต ้องพยายามรักษาความเป็ นหนึงไว ้
                                                         ่                           ่
           ่ ี ิ       ิ่ ่ ิ                ่                         ่
เกียรติยศทีมมได ้เป็ นสงทีเชดชูหัวใจให ้สูงลิวในความสุข แต่กลับนํ าไปสูภาวะ “ยิงสูงยิงหนาว” และ
                                                                               ่     ่
                                              ึ
ความพยายามในการรักษาตําแหน่งก็กลับทําให ้รู ้สกถึงความไม่มั่นคงในความเป็ นหนึงของตน
                                                                             ่


                     ่
หากหน ้าทีการงานไม่ใชความมั่นคง แล ้วความมั่งคั่งล่ะคะ? (^__^) คุณผู ้อ่านคิดว่าการมีเงินมากๆ คือ
          ่
ความมั่นคงหรือเปล่าคะ แต่ต ้องไม่ลมว่ามีขาวการฆ่าตัวตายของคนรํารวยปรากฏหลายครัง เขาเหล่านีม ี
                                  ื      ่                    ่               ้           ้
เงินมหาศาล หากแต่ทกข์ใจจนเกินจะทนอยูบนโลก เงินมากมายทีมไม่ทําให ้เกิดแรงบันดาลใจในการมี
                  ุ                 ่                 ่ ี
 ี ิ                                ่             ี ิ
ชวตอยูตอไปได ้เลย ความรํารวยจึงไม่ใชหลักประกันว่าชวตและจิตใจจะมั่นคง
      ่ ่               ่


           ้                                                  ี ิ
ถ ้าอย่างนันหรือว่าการมีครอบครัวคือความมั่นคง? หลายคนคิดจะฝากชวตไว ้กับคนทีแต่งงานด ้วย หมาย
                                                                           ่
ใจว่าจะอยูกนไปจนแก่จนเฒ่า แต่ก็มไม่น ้อยเลยทีลงเอยด ้วยการหย่าร ้าง ลูกค ้าหญิงหลายคนบอกว่า
          ่ ั                   ี            ่
“ฝากความหวังทังหมดไว ้ทีผู ้ชายคนนัน” แล ้วสุดท ้ายความฝั นก็พังยับลงกับกาลเวลา ลูกค ้าชายบางคน
              ้         ่          ้
หวังจะฝากผีฝากไข ้กับภรรยาแต่แล ้วก็ถกทอดทิงให ้เดียวดาย หรือต่อให ้ครองรักกันไปยาวนาน ทีสด
                                     ู     ้                                             ่ ุ
                                                   ี ิ ่ ึ                            ่ึ
แล ้วมัจจุราชก็ตามมาพรากจากกัน ต่างคนต่างไปอยูด ี ชวตคูจงไม่อาจเป็ นความมั่นคงโดยไร ้ซงความ
                                              ่
แปรปรวนได ้


และถ ้าการมีลกคือการได ้มีคนพึงพิง เป็ นความมั่นคงในยามชรา แต่ต ้องไม่ลมว่ามีหลายบ ้านเหมือนกันที่
             ู                ่                                        ื
พ่อแม่ต ้องเป็ นฝ่ ายจัดงานศพให ้ลูก และต่อให ้ลูกไม่ได ้ล ้มหายตายจากไป อะไรจะรับประกันว่าเขาจะ
                                                               ี ิ                 ่
ดูแลเราตราบลมหายใจสุดท ้าย และต่อให ้ลูกดูแลจนวินาทีสดท ้ายของชวต เราก็ต ้องจากไปสูภพอืน อัน
                                                     ุ                                 ่
                           ่ ่
เป็ นความไม่มนคงอีกอย่างหนึงเชนกัน
             ั่


แล ้วความมั่นคงนีอยูทใด?
                 ้ ่ ี่


                                    ็  ่ ุ  ื               ่ ่ั
                         "ทีพงอ ันเปนทีสดก็คอกรรมอ ันดีงามทีสงสมไว้ทกว ัน
                            ่ ึ่                                    ุ
                 ่
                สวนเครืองมือทาลายทีพง ก็เห็นจะได้แก่การตามใจตนเองนนแหละ”
                       ่           ่ ึ่                           ่ั
                                                                                                       ด ังตฤณ


     ่ั   ่         ่ ี่            ่                      ็  ่ ึ่         ้ ี ิ
ความมนคงทีแท้จริงอยูทใจของเราค่ะ เมือมี “กรรมดีของตนเอง” เปนทีพง เพราะการใชชวต
                             ่         ้               ี
ด้วยความคิดดี พูดดี ทาดี คอยชวยเหลือเกือกูลผูอน ร ักษาศล เจริญสติปฏฐานอย่างสมาเสมอ
                                             ้ ื่                 ั          ่
                    ั      ่ ่           ่ั                 ี ิ
น ับเปนการสร้างเหตุปจจ ัยทีกอให้เกิดความมนคงอย่างแท้จริงของชวตและจิตใจ ถ้าหากเราได้
      ็
   ิ่ ่ ี                                                             ่
ทาสงทีดไว้สมควรแก่เหตุแล้ว ต่อให้ตกทุกข์ได้ยากเพียงใด ก็จะได้ร ับความชวยเหลือ หรือต่อ
ให้ไม่มใครมาคาจุน ใจของเราก็จะย ังมนคงเปนสุขได้เพราะยอมร ับและอยูก ับปัจจุบ ันได้ ใจที่
       ี     ้                     ่ั   ็                        ่
                                          ิ                   ี ิ
สร้างสมความดีมามากแล้วจะไม่หวนไหว พร้อมเผชญก ับความแปรปรวนของชวต ความมนคง
                             ่ั                                       ่ั
ทีแท้จริงจึงไม่ได้อยูททร ัพย์ภายนอก หากแต่อยูทอริยทร ัพย์ภายในนนเอง
  ่                  ่ ี่                    ่ ี่              ่ั


:)


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------


      ํ
     สาหรับท่านทีสนใจดูดวงกับคุณ Aims Astro สามารถดูรายละเอียดเพิมเติมได ้ ตามลิงค์ด ้านล่างค่ะ
                 ่                                               ่
                                http://sites.google.com/site/aimsastro/
อยากได้อะไรในโลก
                                                                                               งดงาม
                                                                           rngodngam@gmail.com




ก่อนทีทานผู ้อ่านจะได ้อ่านเนือหาในย่อหน ้าถัดไปต่อจากย่อหน ้านี้ ผมอยากจะขอให ้ท่านผู ้อ่าน
      ่ ่                     ้
                                                                  ี ิ
ได ้พิจารณาว่าตัวท่านเองอยากจะได ้อะไรในโลกนี้ หรือท่านอยากจะให ้ชวตท่านมีอะไรบ ้าง
 ึ่       ้                     ั
ซงอาจจะใชเวลาพิจารณาไม่นานครับ สกประมาณหนึงหรือสองนาทีก็ได ้
                                          ่
โดยพิจารณาคําถามนีกอนทีทานจะได ้อ่านย่อหน ้าถัดไปนะครับ
                  ้ ่  ่ ่


                                ี ิ                           ี
หากท่านพิจารณาแล ้วก็ดเหมือนว่าชวตท่านมีอะไรทีต ้องการมากมายเสยเหลือเกิน
                      ู                       ่
                                             ี ิ
จนกระทั่งทําให ้งง และไม่รู ้ว่าต ้องการให ้ชวตของท่านเป็ นอย่างไรกันแน่
ผมจะลองเปลียนคําถามใหม่นะครับ เผือว่าจะพิจารณาได ้ง่ายขึน
           ่                     ่                      ้
สมมุตวา ให ้มีคน ๆ หนึงมาอวยพรให ้กับท่านผู ้อ่านก็แล ้วกัน
     ิ ่              ่
ท่านผู ้อ่านจะชอบคําอวยพรแบบไหนมากกว่ากัน ก็ลองเลือกดูนะครับ
แบบที่ ๑ ขอให ้มีคสมรสทีด ี ลูกหลานทีด ี ครอบครัวทีด ี พร ้อมด ้วยเงินทอง
                  ู่    ่            ่             ่
และทรัพย์สนทีจําเป็ นทังหลายสําหรับครอบครัวอย่างครบถ ้วนบริบรณ์
          ิ ่          ้                                    ู


                 ่                         ิ                ิ
แบบที่ ๒ ขอให ้รํารวยเป็ นมหาเศรษฐี มีสมบัตมากมาย และทรัพย์สนมากมายก็ตกทอดแก่บตร
                                                                              ุ
                                     ิ่              ้             ื้
ทํากิจการค ้าเจริญก ้าวหน ้า คิดหวังสงไหนประการใดก็ใชทรัพย์สมบัตไปซอหามาได ้
                                                                ิ
                                    ่ื
มีแต่ความสุขมากมาย โดยไม่พบกับความเสอมสูญเลย


                                                             ี
แบบที่ ๓ ขอให ้ได ้เป็ นนักบวชผู ้สามารถในการทํานายโชคชะตาราศได ้แม่นยํา
                     ั
และถึงพร ้อมด ้วยลาภสกการะอย่างมากมาย


                                                                           ี
แบบที่ ๔ ขอให ้เป็ นผู ้มีโฉมงามทีสดกว่าหญิงใดในแผ่นดิน และยังเป็ นอัครมเหสของพระเจ ้าจักรพรรดิ
                                  ่ ุ


แบบที่ ๕ ขอให ้ได ้เป็ นพระเจ ้าจักรพรรดิมอํานาจปกครองหลายทวีป ไม่มใครยิงใหญ่เกิน
                                          ี                        ี    ่


หากคิดคําตอบในตอนแรกไม่ออก ก็ให ้ท่านผู ้อ่านลองเลือกคําอวยพรหนึงใน ๕ แบบนีแล ้วกันครับ
                                                                ่          ้


                             ่      ้            ิ่ ่
จะเห็นได ้ว่าคําอวยพร ๕ แบบทียกมานั น ก็อาจมีบางสงทีแต่ละท่านอยากจะได ้ไม่ตรงกัน
 ึ่                                              ิ่                      ิ่ ้
ซงปกติแล ้ว เรืองราวก็มักจะเป็ นว่า คนไหนขาดแคลนสงไหนแล ้ว ก็จะขวนขวายหาสงนัน
               ่
คล ้าย ๆ กับว่าหากคนไหนกินข ้าวทุกวันแล ้ว ก็อยากจะกินก๋วยเตียว
                                                             ๋
 ่
สวนคนไหนทีกนก๋วยเตียวทุกวันแล ้ว ก็อยากจะกินข ้าว ทํานองนัน
          ่ ิ      ๋                                      ้
                   ิ่ ่                              ิ่ ่                 ี
ความทีอยากจะได ้ในสงทีเราขาดแคลน หรือยังไม่ม ี (หรือสงทีเรามีแล ้ว แต่สญเสยไป) นี้
      ่                                                                ู
                                                ี ิ
ทําให ้หลาย ๆ คนต ้องทุกข์ใจมาก และเป็ นทุกข์ในชวตอย่างมาก


                           ่          ้             ่
ความทุกข์ใจอย่างมากมายในเรืองต่าง ๆ นัน ยกตัวอย่างเชน การถูกคนทีรักทรยศหักหลัง
                                                                ่
                                      ี
(จะเป็ นแฟน สามี หรือภรรยาก็ตาม) สูญเสยคนทีรัก หลงรักคนมีเจ ้าของแล ้ว
                                           ่
    ี                          ี ่                 ่        ั          ่           ั
ไม่มแฟน (หาแฟนไม่ได ้) เหงาไม่มเพือนสนิท เจ ้านายทีทํางานนิสยไม่ด ี เพือนร่วมงานนิสยไม่ด ี
ทะเลาะกับคนอืน มีปัญหาเรืองสุขภาพ มีปัญหาเรืองฐานะทางการเงิน เรียนไม่เก่ง
             ่           ่                  ่
           ื่ ี           ี ื่ ี
ต ้องการมีชอเสยง หรือสูญเสยชอเสยง ฯลฯ สารพัดสารพัน
 ึ่                                                                   ้
ซงในบางกรณีนัน คนทีประสบความทุกข์ดังกล่าวก็อาจจะได ้มีโอกาสเข ้ามาในเสนทางธรรม
             ้     ่
                                        ่ ้
เพราะต ้องการพ ้นจากสภาวะแห่งความทุกข์เชนนัน
บางคนก็พยายามหาทางแก ้ไขทางโลกให ้ได ้ก่อน แต่เมือจนปั ญญา และทนไม่ไหวแล ้ว
                                                 ่
                   ้                                                ่ ้
จึงได ้หลบเข ้ามาเสนทางธรรม เพราะต ้องการพ ้นจากสภาวะแห่งความทุกข์เชนนัน
        ู้        ้                                    ้ิ
บางคนก็สตายอยูกบเสนทางโลก โดนไม่สนใจทางธรรมไปจนกระทั่งสนอายุขัยเลยก็ม ี
              ่ ั
่        ้
ในบรรดา “คนทีเข ้ามาเสนทางธรรม” นั น เห็นว่าน่าจะแบ่งได ้เป็ นสองประเภทนะครับ
                                   ้
                                       ่         ึ
ประเภทแรก คือคนทีเข ้ามาทางธรรมแล ้วอยูยาวเลย ก็ศกษาและปฏิบตตอเนืองไปเรือย
                 ่                                         ั ิ ่ ่      ่
                      ิ่ ่ ี ุ                        ่               ิ้ ิ
เพราะเข ้าใจแล ้วว่า สงทีมคณค่าอย่างแท ้จริงในโลก และชวยให ้พ ้นทุกข์สนเชงก็คอธรรมะเท่านัน
                                                                             ื           ้
 ่                                        ั่
สวนประเภททีสอง คือ คนทีเข ้ามาหลบภัยทุกข์ชวคราว เพราะทุกข์ใจมากเหลือเกิน
           ่           ่
และพอเริมสบายใจแล ้ว นํ้ าตาแห ้งเหือดหายแล ้ว ทําใจได ้แล ้ว ก็กระโจนกลับไปลุยทางโลกใหม่
        ่
                       ี                                    ้
แต่หากต ้องทุกข์ใจใหม่อกแล ้ว ก็อาจจะกลับ (หรือไม่กลับ) มาเสนทางธรรมอีกเพือหลบภัยนัน
                                                                          ่        ้
    ิ่ ่    ่ ้           ี ิ
โดยสงทีคนกลุมนีต ้องการในชวตจริง ๆ ก็คอ ความสุข และความสมหวังทางโลกเท่านัน
                                      ื                                  ้
                                                ั่
และเห็นธรรมะเป็ นเพียงร่มไม ้ทีหลบแดดร ้อนเพียงชวคราว
                               ่


                                  ึ่
กลับมาทีคําถามในตอนต ้นกันนะครับ ซงหากท่านผู ้อ่านจะถามผมว่า “ควรจะเลือกคําอวยพรแบบไหน”
        ่
ผมก็ขอตอบว่า ย่อมขึนกับจริตและความชอบของท่านนะครับว่า ท่านจะเลือกเป้ าหมายในทางไหน
                   ้
กล่าวคือ ท่านจะเลือกเป้ าหมายในทางโลก หรือท่านจะเลือกเป้ าหมายในทางธรรม เป็ นสําคัญในชวต
                                                                                      ี ิ
ถ ้าท่านเลือกเป้ าหมายในทางโลกแล ้ว ท่านจะเลือกคําอวยพรใด ๆ ใน ๕ แบบ ก็ยอมได ้ครับ
                                                                        ่
                               ึ่
ก็ตามแต่จริตและความชอบของท่าน ซงหากชอบแบบไหน ก็เลือกแบบนันได ้
                                                         ้


แต่ถ ้าท่านเลือกเป้ าหมายในทางธรรมแล ้ว และท่านได ้เลือกคําอวยพรใดใน ๕ แบบนัน
                                                                            ้
                                            ่ ่ื
ก็ขอให ้พิจารณาเรืองราวจากอรรถกถาในพระสูตรทีชอว่า “ภิงสจริยา”
                  ่
ว่าด ้วยจริยาวัตรของภิงสพราหมณ์ ดังต่อไปนีครับ
                                          ้


ในสมัยหนึง พระโพธิสตว์มชอว่า “กัญจนกุมาร” เกิดเป็ นบุตรพราหมณ์มหาศาล ในกรุงพาราณส ี
         ่         ั   ี ื่
มีสมบัต ิ ๘๐ โกฏิ กัญจนกุมารมีน ้องชาย ๖ คน น ้องสาว ๑ คน รวมเป็ นพีน ้องกันทังหมด ๘ คน
                                                                    ่         ้
                                      ื่
น ้องสาว ๑ คนนันเป็ นน ้องคนสุดท ้อง ชอว่า “กัญจนเทวี”
               ้
                                             ิ              ิ
ครันกัญจนกุมารเจริญวัยแล ้วก็ได ้ไปเล่าเรียนศลปะทีเมืองตักกศลา
   ้                                              ่
      ่ ึ           ํ
โดยเมือศกษาทุกอย่างสาเร็จแล ้วก็เดินทางกลับบ ้าน


                                                                     ิ ื
ต่อมา บิดามารดาประสงค์จะให ้กัญจนกุมารได ้ครองเรือนและดูแลทรัพย์สมบัตสบต่อไป
จึงกล่าวว่า บิดามารดาจะจัดหาหญิงสาวจากตระกูลทีมชาติเสมอมาให ้เป็ นภรรยา
                                              ่ ี
กัญจนกุมารได ้ยินดังนันแล ้วก็กล่าวต่อบิดามารดาว่า ตนเองไม่ต ้องการอยูครองเรือน
                      ้                                               ่
         ั                           ํ
เพราะโลกสนนิวาสทังหมดมีภัยเฉพาะหน ้าสาหรับตนเองดุจถูกไฟไหม ้
                 ้
ผูกมัดดุจเรือนจํา ปรากฏเป็ นของน่าเกลียดดุจทีเทขยะ ตนเองประสงค์ทจะออกบวช
                                             ่                  ี่
โดยขอให ้พ่อแม่ได ้ยกทรัพย์สมบัตนันให ้แก่บตรคนอืน ๆ เถิด
                                ิ ้        ุ     ่


ปรากฏว่าน ้อง ๆ ทุกคนของกัญจนกุมารจนกระทั่งน ้องคนสุดท ้องคือกัญจนเทวีนัน
                                                                        ้
                            ่           ่ ื
ต่างก็ปฏิเสธไม่ยอมรับทีจะอยูครองเรือนเพือสบทอดสมบัตเหล่านัน
                       ่                           ิ      ้
โดยน ้อง ๆ ทุกคนต่างก็แสดงความประสงค์ทจะออกบวชเหมือนพีชายคนโตกันหมดทุกคน
                                      ี่              ่
ิ้ ี          ั
ต่อมา เมือบิดามารดาได ้สนชพลง พระโพธิสตว์และน ้อง ๆ ได ้ปลงศพบิดามารดาเรียบร ้อยแล ้ว
         ่
                                                          ิ้
ก็ได ้นํ าทรัพย์สมบัต ิ ๘๐ โกฏินันออกแจกจ่ายเป็ นทานจนหมดสน
                                 ้
จากนัน ก็ได ้พากันออกบวช ถือเพศเป็ นฤๅษี ไปอยูทป่าหิมพานต์เพือแสวงหาโมกขธรรม
     ้                                        ่ ี่           ่
โดยในการนันก็ได ้ชวนสหาย ๑ คน ทาสชาย ๑ คน และทาสหญิง ๑ คน
          ้
     ้ ิ้                                         ั
รวมทังสนเป็ น ๑๑ คน ไปออกบวชด ้วยกัน โดยมีพระโพธิสตว์เป็ นฤๅษี ผู ้เป็ นประมุข


ครันฤๅษี ทง ๑๑ คนได ้ออกบวชแล ้ว ก็ได ้สร ้างอาศรมใกล ้สระบัวใหญ่สระหนึง
   ้      ั้                                                           ่
 ึ่
ซงบริเวณนันได ้มี “ต ้นไทรใหญ่” อันเป็ นทีอยูของ “รุกขเทวดา” องค์หนึง
          ้                               ่ ่                       ่
      ั้                     ั
ฤๅษี ทงหลาย (เว ้นแต่พระโพธิสตว์นัน) มักจะสนทนากันเอะอะ แม ้กระทั่งเวลาไปหาผลไม ้ก็ตาม
                                  ้
        ั
พระโพธิสตว์ในฐานะฤๅษี ผู ้เป็ นหัวหน ้าจึงได ้เรียกประชุมและติเตียนว่า
การสนทนากันดังกล่าวเป็ นการกระทําทีไม่สมควรแก่สมณเพศตนเอง
                                   ่
ฤๅษี ทงหมดจึงได ้ทํากติกากันว่า ในแต่ละวันให ้ผลัดเวรกันออกไปหาอาหารเพียงคนเดียว
      ั้
                  ้                ่
และให ้นํ าอาหารนันมาแบ่งเป็ น ๑๑ สวน เพือนํ าไปวางบนแท่นหินใต ้ต ้นไทรใหญ่
                                         ่
                           ั                         ่
จากนัน ให ้ตีระฆังขึนเป็ นสญญาณให ้แต่ละคนต่างมาหยิบสวนแบ่งอาหารของตนไป
     ้              ้
                                                   ึ่
โดยไม่ต ้องพบหน ้ากันเลย (จะได ้ไม่ต ้องสนทนากัน) ซงอาหารประจําวันก็นันคือ “เหง ้าบัว”
                                                                      ้


          ี่          ้                      ่          ่
ด ้วยเหตุทบรรดาฤๅษี ทังหลายมิได ้ระคนด ้วยหมูคณะเหมือนเชนเดิม
ต่างคนจึงได ้มีความเพียรกล ้า มีอนทรียมั่นคงอย่างยิง บําเพ็ญสมณธรรมอยู่ ณ ทีนัน
                                 ิ    ์            ่                        ่ ้
                       ี                            ั
ลําดับนัน ด ้วยเดชแห่งศลของฤๅษี เหล่านัน ภพของท ้าวสกกะ (คือพระอินทร์) ได ้หวั่นไหว
        ้                              ้
      ั
ท ้าวสกกะทราบเหตุนัน ทรงดําริวา “เราจะทดลองฤๅษี เหล่านี้”
                   ้          ่
             ั                                      ่            ั
จากนัน ท ้าวสกกะจึงได ้แอบไปลัก “เหง ้าบัว” เฉพาะในสวนของพระโพธิสตว์ใน ๓ วันติดต่อกัน
     ้


                    ่            ั
ในวันแรกทีเหง ้าบัวสวนของพระโพธิสตว์หายไปนัน
          ่                                ้
        ั     ิ     ่          ิ                                ่
พระโพธิสตว์ก็มได ้ขุนเคือง แต่คดเพียงว่าน ้อง ๆ คงจะเผลอลืมแบ่งสวนของตนไว ้ให ้
                     ่            ั
ในวันทีสอง เหง ้าบัวสวนของพระโพธิสตว์ก็หายไปอีก
       ่
        ั
พระโพธิสตว์ก็มได ้ขุนเคือง แต่คดว่า เราอาจจะมีความผิดใดกระมัง
              ิ     ่          ิ
                  ่
และการทีมได ้แบ่งสวนให ้แก่เรานี้ น ้องคงจะต ้องการการขับไล่เราหรือเปล่าหนอ
        ่ ิ
                         ่            ั
ในวันทีสามนั น เหง ้าบัวสวนของพระโพธิสตว์ก็ยังหายไปอีก
       ่     ้
        ั
พระโพธิสตว์ก็มได ้ขุนเคือง แต่คดว่าเราสมควรจะไต่ถาม และฟั งเหตุการณ์นัน
              ิ     ่          ิ                                      ้
หากตนเองมีความผิดใด ก็จักได ้ขอขมาให ้ถูกต ้อง


    ่                                    ั
(ในสวนนีก็แสดงให ้เห็นถึงจิตใจของพระโพธิสตว์นะครับ หากเป็ นพวกเรา ๆ นีละก็นะ
        ้                                                             ้ ่
แค่เพียงเหง ้าบัวหายไปวันแรกหรือวันทีสอง ก็อาจจะเม ้งแตก และมีเรืองกันแล ้วนะครับ)
                                     ่                           ่
้         ั   ึ         ั
ในเวลาเย็นวันนัน พระโพธิสตว์จงได ้ให ้สญญาณระฆังเพือเรียกประชุมฤๅษี ทงหมด
                                                   ่                 ั้
และได ้บอกเรืองราวนันให ้ทราบ สอบถามกันแล ้ว ก็ได ้ความว่าในทัง ๓ วันนัน
             ่      ้                                         ้        ้
                   ่            ั
ฤๅษี อน ๆ ได ้แบ่งสวนของพระโพธิสตว์ไว ้ให ้ตามทีได ้ตกลงกัน
      ื่                                        ่
พระโพธิสตว์จงกล่าวว่า “พวกท่านได ้แบ่งสวนไว ้ให ้เรา แต่เราไม่ได ้ นีมันคือเรืองอะไรกัน?”
        ั   ึ                          ่                             ่        ่
       ้                ้                   ั              ั
ฤๅษี ทังหมดได ้ฟั งดังนัน ต่างก็ได ้ถึงความสงเวช และต่างสงสยว่าจะมีใครขโมยเหง ้าบัวนีไป
                                                                                     ้


       ้                               ้            ั
ในขณะนัน ฤๅษี น ้องคนที่ ๑ จึงได ้ลุกขึนกราบพระโพธิสตว์ และทําความเคารพต่อฤๅษี อน ๆ
                                                                                ื่
จากนัน จึงได ้กล่าวคําสาบานอย่างหนักแน่น เพือแสดงความบริสทธิของตนเองว่า
     ้                                      ่            ุ ์
“หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้าข ้าพเจ ้าได ้ภรรยาทีน่ารักน่าปรารถนา
                                                                 ่
                                                              ิ่
จงพรั่งพร ้อมด ้วยบุตรธิดา และพร ้อมด ้วยม ้า โค ทอง เงิน และสงพอใจเถิด”
หมูฤๅษี ได ้ยินดังนันแล ้วปิ ดหูพร ้อมกล่าวว่า ท่านอย่ากล่าวอย่างนัน คําสาบานของท่านรุนแรงเกินไป
   ่                ้                                              ้
            ั
แม ้พระโพธิสตว์เองก็กล่าวว่า คําสาบานของท่านรุนแรงเกินไป อย่าถือเอาเลย ได ้โปรดนั่งลงเถิด


แต่กระนันก็ตาม เพือแสดงความบริสทธิของตน ฤๅษี คนถัดมา จึงได ้กล่าวคําสาบานว่า
        ้         ่            ุ ์
“หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้าข ้าพเจ ้าจงได ้เป็ นคฤหบดี ผู ้รํารวยด ้วยข ้าวเปลือกมาก
                                                                              ่
              ิ                                         ิ่ ่
สมบูรณ์ด ้วยกสกรรม พร ้อมทังมียศ มีบตร มีทรัพย์ และได ้สงทีปรารถนาทุกอย่าง
                           ้        ุ
               ื่
ไม่พบเห็นความเสอมใด และจงครองเรือน”


ฤๅษี คนถัดมา ก็ได ้กล่าวคําสาบานว่า “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้า
ข ้าพเจ ้าจงเป็ นพระเจ ้าจักรพรรดิ เป็ นผู ้ทําการข่มขี่ และให ้มีอํานาจครองแผ่นดิน
พร ้อมด ้วยทวีปทัง ๔ เป็ นทีสด”
                 ้          ่ ุ


       ั
(เอ๊ะ ชกจะยังไง ๆ นะครับ ... ทําไมฤๅษี แต่ละคนจึงได ้สาบานว่าหากตนเองขโมยเหง ้าบัวไปแล ้ว
ขอให ้ชาติหน ้านันตนเองได ้แต่มครอบครัวดี ฐานะดี มีทกอย่างพร ้อม มีอํานาจครองแผ่นดินล่ะ
                 ้             ี                    ุ
สาบานกันอย่างนีจะถือว่าเป็ นการลงโทษในการกระทําผิดได ้หรือ)
               ้


ฤๅษี คนถัดมา ได ้กล่าวคําสาบานว่า “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้า
ข ้าพเจ ้าจงเป็ นพราหมณ์ ผู ้ไม่ปราศจากราคะ จงขวนขวายในฤกษ์ ยาม
ทํานายทายโชคชะตาราศได ้แม่นยํา มียศศักดิ์ และถึงพร ้อมด ้วยลาภสกการะ”
                   ี                                           ั


ฤๅษี คนถัดมา ได ้กล่าวคําสาบานว่า “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้า
                            ่                 ่ิ ้
ข ้าพเจ ้าจงได ้บริโภคบ ้านสวยอันหนาแน่นด ้วยสงทัง ๔ อันบริบรณ์พร ้อม
                                                            ู
ทีท ้าวเทพเทวดาประทานให ้ จงไม่ปราศจากราคะ และได ้เข ้าถึงมรณะ”
  ่
ฤๅษี คนถัดมา ได ้กล่าวคําสาบานว่า “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้า
                                                                                          ี ิ
ข ้าพเจ ้าจงเป็ นผู ้ใหญ่บ ้าน จงบันเทิงอยูด ้วยการฟ้ อนรํา การขับร ้องในท่ามกลางสหายตลอดชวต
                                           ่
                    ื่  ี
และอย่าได ้รับความเสอมเสยใด ๆ จากพระราชา”


ฤๅษี คนถัดมา ได ้กล่าวคําสาบานว่า “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้า
                             ี
ข ้าพเจ ้าจงเป็ นผู ้อัครมเหสของพระเจ ้าจักรพรรดิ เป็ นผู ้งามประเสริฐเลิศกว่าหญิงอืนทั่วแผ่นดิน”
                                                                                    ่


ฤๅษี คนถัดมา ได ้กล่าวคําสาบานว่า “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้า
                                      ึ้                            ิ ้
ข ้าพเจ ้าจงเป็ นสตรีผู ้มีอภิธรรมลึกซง ได ้นั่งอยูในท่ามกลางวงบรรพชตทังหลาย
                                                   ่
                ่                   ่            ิ       ้                  ั
มีวาจาฟาดฟั น ทิมแทง โต ้เถียง ข่มขีวาจาแห่งบรรพชตเหล่านัน ด ้วยเหตุแห่งลาภสกการะ”


ฤๅษี ทงหลายต่างได ้กล่าวคําสาบานกันถ ้วนทุกคนแล ้ว
      ั้
                       ั      ่ ้                                       ั
ต่างกันก็มองกันแล ้วสงสยว่า เชนนีใครจะเป็ นคนลักขโมยเหง ้าบัวของพระโพธิสตว์ไปล่ะ
ซงกรณีนก็ร ้อนถึง “รุกขเทวดา” ทีอาศัยอยูตรง “ต ้นไทรใหญ่” นะครับ
 ึ่    ี้                       ่       ่
เกรงว่าคนอืนจะเข ้าใจว่า ตนเองเป็ นผู ้นํ าไป จึงได ้ปรากฏตัวออกมาและกล่าวคาถาว่า
           ่
“ผู ้ใดลักเหง ้าบัวของท่านไป ขอให ้ผู ้นันได ้ไปเกิดเป็ นพระเถระเจ ้าอาวาส
                                         ้
                                    ั            ํ                      ั
ทํานวกัมม (งานก่อสร ้าง ฯลฯ) คือปฏิสงขรณ์วหารอันชารุดทรุดโทรม แขวงเมืองชงคลนคร
                                          ิ
แกะสลักบานประตู หน ้าต่าง ตลอดวันยังคํา และเรียไรเงินทองจัดงานวัดตลอดปี ตลอดชาติ
                                      ่       ่
ไม่มวันเจริญสมณธรรมจนวันตายเถิด”
    ี


                             ้
ต่อจากรุกขเทวดาแล ้ว ก็ยังมีชางและวานรในบริเวณนันทีสนิทสนมกับเหล่าฤๅษี
                                                ้ ่
                                                                    ้
ได ้มาร่วมสาบานอีกด ้วย หลังจากทีได ้สาบานกันหมดจนกระทั่งรุกขเทวดา ชาง และวานร
                                 ่
               ั
จากนัน พระโพธิสตว์จงเห็นสมควรทีจะต ้องแสดงความบริสทธิของตนเองด ้วย
     ้             ึ           ่                  ุ ์
                                 ิ่ ่
จึงได ้กล่าวคาถาว่า “ผู ้ใดกล่าวสงทีไม่สญหายว่าสูญหาย
                                        ู
ขอให ้ผู ้นันจงได ้ และจงบริโภคกามทังหลาย หรือว่าข ้าแต่เทวะผู ้เจริญทังหลาย
            ้                       ้                                  ้
ผู ้ใดไม่เคลือบแคลงอย่างใดอย่างหนึง ผู ้นันจงเข ้าถึงมรณะ ในท่ามกลางเรือนเถิด”
                                  ่       ้


   ่                   ้                        ั
เมือได ้กล่าวสาบานกันทังหมดถ ้วนทั่วแล ้ว ท ้าวสกกะทรงทราบว่า ฤๅษี ทงหมดเหล่านี้
                                                                    ั้
มิได ้มีความเพ่งในกามทังหลาย จึงทรงสลดพระทัย และได ้แสดงตัวออกมา
                       ้
โดยนํ าเหง ้าบัวมาคืน พร ้อมกล่าวว่าทีตนเองทําไปนัน ก็เพือเป็ นการทดลองบรรดาฤๅษี นัน
                                      ่           ้      ่                         ้
        ั                                  ั
พระโพธิสตว์ได ้สดับดังนัน จึงตําหนิตอท ้าวสกกะว่า
                        ้           ่
                         ่                       ่
“ท่านเทวราช พวกอาตมาไม่ใชนักฟ้ อนรําของท่าน ไม่ใชผู ้ควรจะฟั งเล่นของท่าน
ไม่ใชญาติของท่าน ไม่ใชสหายของท่าน ทีพงทําการรืนเริง ท่านอาศัยใครจึงมาล ้อเล่นเชนนี”
     ่                ่             ่ ึ       ่                                ่ ้
ั                          ั
ลําดับนันท ้าวสกกะจึงได ้ทรงขอให ้พระโพธิสตว์ และเหล่าฤๅษี นันยกโทษให ้ โดยกล่าวว่า
        ้                                                    ้
“ข ้าแต่ทานผู ้เป็ นดังพรหม ท่านเป็ นอาจารย์ของข ้าพเจ ้า และเป็ นบิดาของข ้าพเจ ้า
         ่
เงาเท ้าของท่านนีจงเป็ นทีพงแห่งความผิดพลาดของข ้าพเจ ้า ท่านผู ้มีปัญญาดุจแผ่นดิน
                 ้        ่ ึ่
              ั
ขอท่านจงอดโทษสกครังเถิด บัณฑิตทังหลายย่อมไม่มความโกรธเป็ นกําลัง”
                  ้             ้            ี
       ั                                             ั
พระมหาสตว์ และบรรดาเหล่าฤๅษี จงได ้ยกโทษให ้แก่ท ้าวสกกะเทวราช
                              ึ


      ึ ั
เราก็พงสงเกตนะครับว่า แม ้จะเป็ นใหญ่โตถึงระดับพระอินทร์ก็ตาม
แต่เมือทราบว่าตนเองประพฤติผดแล ้ว ก็ยังรู ้จักทีจะขอขมาโทษ
      ่                    ิ                    ่
ต่างกับ “คน” บางคนนะครับทีหลงอัตตาตนเอง หลงว่าตนมีศักดิใหญ่ มีชอเสยง เกียรติยศสูงสง
                          ่                            ์       ื่ ี               ่
                                ิ่
ก็เลยทําให ้ยอมรับและขอขมาโทษในสงประพฤติผดของตนเองนันไม่เป็ น
                                         ิ          ้
         ้                         ้                   ี ิ
เพราะฉะนันแล ้ว หากเราจะได ้พลาดพลังประพฤติอะไรผิดไปในชวตของเรา
           ่ ่
กรณีก็ไม่ใชเรืองน่าอายทีจะขอโทษกันนะครับ ขนาดพระอินทร์ผู ้เป็ นเจ ้าแห่งสวรรค์ยังขอโทษเลย
                        ่
และบัณฑิตผู ้มีปัญญาทังหลาย ย่อมไม่มความโกรธ และพร ้อมทีจะให ้อภัยให ้แก่บคคลอืนเสมอ
                      ้             ี                   ่                 ุ    ่
 ่
สวน “คน” บางคนนัน แม ้เพียงเรืองเล็ก ๆ น ้อย ๆ ก็กลับจะบอกว่า ให ้อภัยกันไม่ได ้
                ้             ่
            ้
(ผมไม่ได ้ใชคําว่า “มนุษย์” นะครับ เพราะ “มนุษย์” นั นแปลว่า ผู ้มีใจสูง)
                                                     ้


        ํ         ่       ้ ื      ั
ประเด็นสาคัญของเรืองเล่านีก็คอว่า สงคมในปั จจุบนล ้วนแล ้วแต่บชากาม บูชาวัตถุ
                                               ั              ู
และขวนขวายแก่งแย่งทีจะได ้กามทังหลายเพือมาบํารุงบําเรอตัณหาของตนเอง
                    ่          ้       ่
                 ิ่
โดยหลงเข ้าใจว่าสงเหล่านันเป็ นความสุข เป็ นของดีของวิเศษทีควรจะใฝ่ ฝั นหา
                         ้                                 ่
    ั         ่ ่
แต่บณฑิตผู ้มุงสูโมกขธรรมนันล ้วนแต่ตเตียนกามคุณทังหลายว่า เป็ นเสมือนนํ้ าลายทีบ ้วนทิงแล ้ว
                           ้         ิ            ้                             ่      ้
การทีได ้บํารุงบําเรอความสุขจากกามทังหลายอย่างพรั่งพร ้อม แทนทีจะเป็ นคําอวยพรทีด ทชอบ
     ่                              ้                          ่                ่ ี ี่
                       ่ ่                                  ิ่
กลับเป็ นเสมือนคําสาปแชงทีน่ากลัว และต่างต ้องการหลีกหนีจากสงเหล่านัน
                                                                    ้


       ื
ในหนังสอของท่านพุทธทาสภิกขุเล่มหนึงได ้กล่าวเกียวกับเรืองนีไว ้ด ้วยว่า
                                  ่            ่       ่   ้
“ผู ้ทีไม่รู ้จักโทษของกามคุณแล ้ว ยังขืนเสพกามคุณ จึงไม่มวันอิม ไม่มวันพอ ได ้แต่กระหาย
       ่                                                  ี    ่     ี
นํ้ าลายไหลยืด เหมือนสุนัขแทะกระดูก”


ฉะนันแล ้ว หากท่านมุงเป้ าหมายทางโลกแล ้ว เรืองนี้ก็อาจจะไม่ได ้แสดงอะไรเท่าไร
    ้               ่                        ่
แต่หากท่านมุงเป้ าหมายทางธรรมแล ้ว ก็สมควรพิจารณาให ้เห็นว่า
            ่
 ิ่ ้                     ิ่ ่                ิ                       ั
สงทังหลายทีดเหมือนจะเป็ นสงทีต ้องการแก่งแย่งชงกันอย่างวุนวายตามกระแสสงคมนัน
           ่ ู                                           ่                 ้
กลับเป็ นสงทีน่ารังเกียจ และสมควรหลีกหนีให ้ห่างไกลเสยอีกสําหรับในทางธรรม
          ิ่ ่                                       ี
      ่               ั
ดังเรืองราวของพระโพธิสตว์ทได ้กล่าวมา
                          ี่
ั            ื                                 ้                  ั
(โดย “พระโพธิสตว์” ต่อมาก็คอ พระผู ้มีพระภาคเจ ้า “น ้องชายทัง ๖ คน” ของพระโพธิสตว์นัน
                                                                                     ้
ต่อมาก็คอ พระสารีบตร พระโมคคัลลานะ พระมหากัสสปะ พระอนุรทธะ
        ื         ุ                                    ุ
                                                      ั
และพระอานนทเถระ “น ้องสาว” คือนางอุบลวรรณา และ “ท ้าวสกกะ” คือพระกาฬุทายี)


ในท ้ายนี้ ผู ้มีอนทรียแก่กล ้า หรือผู ้มีปัญญานันก็ยอมจะล ้วนแล ้วแต่เห็นคุณค่าของธรรมะนะครับ
                  ิ    ์                         ้   ่
              ้                                              ่           ่ ้
โดยท่านเหล่านันแม ้จะมิได ้ประสบทุกข์นํ้าตาไหลพราก แต่ก็ยังมุงหาและเดินสูเสนทางแห่งธรรม
สําหรับพวกเรา ๆ ทีมได ้มีอนทรียแก่กล ้า หรือมีปัญญามากมายนัน ชวตเราได ้มัวเมาหลงอยูกบโลก
                  ่ ิ     ิ    ์                           ้  ี ิ                  ่ ั
  ่                   ิ่
วิงตามขวนขวายแก่งแย่งสงกามทังหลายไปตามกระแสโลก
                            ้
                          ่    ่                  ั
และต่อมาก็ได ้มีเรืองใดเรืองหนึง หรือว่าได ้มีใครสกคนหนึงทีเข ้ามาทําให ้เราทุกข์ใจมาก
                   ่                                    ่ ่
ทุกข์มากทีสดจนกระทั่งต ้องหนีเข ้ามาทางธรรมแล ้ว
          ่ ุ
                       ้                         ี ิ
และหากเราจะได ้ยึดถือเสนทางธรรมเป็ นเป้ าหมายของชวตเราแล ้ว
แทนทีเราจะไปโกรธไม่พอใจเรืองนัน หรือคน ๆ คนนัน เราเองกลับทีจะต ้องขอบคุณเรืองนัน
     ่                    ่   ้              ้             ่               ่   ้
                               ี                                        ่ ้
และขอบคุณคน ๆ นั นอย่างมากมายเสยเหลือเกินทีได ้ผลักดันให ้เราได ้เข ้าสูเสนทางธรรมะนี้
                 ้                         ่
                            ึ่                                      ิ่
อันเป็ นโอกาสทีจะทําให ้เราซงหลงกาม จมกาม ทุกข์เพราะกาม ได ้พ ้นจากสงเหล่านี้
               ่
 ่                                                  ่ ั่
สวนว่าเมือเราเข ้ามาทางธรรมแล ้ว เราจะอยูยาว หรืออยูชวคราวแค่หลบแดดร ้อน (พอหายร ้อนแล ้ว
         ่                               ่
ก็กระโจนกลับไปไขว่คว ้าหากามทางโลกอีก) อันนีก็แล ้วบุญบารมีและจริตของแต่ละท่านแล ้วครับ
                                            ้


-------------------------------------------------------


หมายเหตุ – ข ้อมูลอ ้างอิงจาก
๑. “ภิงสจริยา” จากพระไตรปิ ฎกและอรรถกาแปล พระสุตตันตปิ ฎก ขุททกนิกาย จริยาปิ ฎก และ
         ื
๒. หนั งสอ “โรงมหรสพทางวิญญาณ” (ภาพจิตรกรรมฝาผนังในโรงมหรสพทางวิญญาณ)
บรรยายโดยท่านพุทธทาสภิกขุ
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54
Dhamma nearby 16/06/2011volume 54

More Related Content

What's hot

การไม ตัดสินใจ
การไม ตัดสินใจการไม ตัดสินใจ
การไม ตัดสินใจ
Tanapat Tanakulpaisal
 
อมรา สินทวีวงศ์ ธรรมะดัดสันดาน
อมรา สินทวีวงศ์   ธรรมะดัดสันดานอมรา สินทวีวงศ์   ธรรมะดัดสันดาน
อมรา สินทวีวงศ์ ธรรมะดัดสันดาน
Tongsamut vorasan
 
สามัคคีเภทคำฉันท์
สามัคคีเภทคำฉันท์สามัคคีเภทคำฉันท์
สามัคคีเภทคำฉันท์
Jariya Huangjing
 
เลือกที่จะมอง
เลือกที่จะมองเลือกที่จะมอง
เลือกที่จะมอง
Panda Jing
 
ชวิตนี้มีแต่สุข_อ.เฉลิมชัย
ชวิตนี้มีแต่สุข_อ.เฉลิมชัยชวิตนี้มีแต่สุข_อ.เฉลิมชัย
ชวิตนี้มีแต่สุข_อ.เฉลิมชัย
Achara Sritavarit
 
ปริเฉทที่ 3
ปริเฉทที่ 3ปริเฉทที่ 3
ปริเฉทที่ 3
Onpa Akaradech
 
ธรรมะเสวนา พระพุทธและพระธรรม
ธรรมะเสวนา พระพุทธและพระธรรมธรรมะเสวนา พระพุทธและพระธรรม
ธรรมะเสวนา พระพุทธและพระธรรม
Taweedham Dhamtawee
 

What's hot (15)

การไม ตัดสินใจ
การไม ตัดสินใจการไม ตัดสินใจ
การไม ตัดสินใจ
 
Shortstory
ShortstoryShortstory
Shortstory
 
อมรา สินทวีวงศ์ ธรรมะดัดสันดาน
อมรา สินทวีวงศ์   ธรรมะดัดสันดานอมรา สินทวีวงศ์   ธรรมะดัดสันดาน
อมรา สินทวีวงศ์ ธรรมะดัดสันดาน
 
อีบุ๊ค ชีวิตนี้น้อยนัก
อีบุ๊ค ชีวิตนี้น้อยนักอีบุ๊ค ชีวิตนี้น้อยนัก
อีบุ๊ค ชีวิตนี้น้อยนัก
 
กลอนเทียนปัญญา
กลอนเทียนปัญญากลอนเทียนปัญญา
กลอนเทียนปัญญา
 
สามัคคีเภทคำฉันท์
สามัคคีเภทคำฉันท์สามัคคีเภทคำฉันท์
สามัคคีเภทคำฉันท์
 
กลอน
กลอนกลอน
กลอน
 
เลือกที่จะมอง
เลือกที่จะมองเลือกที่จะมอง
เลือกที่จะมอง
 
คิดต่าง สร้างใหม่
คิดต่าง  สร้างใหม่คิดต่าง  สร้างใหม่
คิดต่าง สร้างใหม่
 
ชวิตนี้มีแต่สุข_อ.เฉลิมชัย
ชวิตนี้มีแต่สุข_อ.เฉลิมชัยชวิตนี้มีแต่สุข_อ.เฉลิมชัย
ชวิตนี้มีแต่สุข_อ.เฉลิมชัย
 
ปริเฉทที่ 3
ปริเฉทที่ 3ปริเฉทที่ 3
ปริเฉทที่ 3
 
พิธีจุดเทียนแด่แม่ร่วมกับจุดเทียนอุดมการณ์(ฉากสุดท้ายของชีวิต)
พิธีจุดเทียนแด่แม่ร่วมกับจุดเทียนอุดมการณ์(ฉากสุดท้ายของชีวิต)พิธีจุดเทียนแด่แม่ร่วมกับจุดเทียนอุดมการณ์(ฉากสุดท้ายของชีวิต)
พิธีจุดเทียนแด่แม่ร่วมกับจุดเทียนอุดมการณ์(ฉากสุดท้ายของชีวิต)
 
พิธีจุดเทียนแด่แม่ร่วมกับจุดเทียนปัญญา
พิธีจุดเทียนแด่แม่ร่วมกับจุดเทียนปัญญาพิธีจุดเทียนแด่แม่ร่วมกับจุดเทียนปัญญา
พิธีจุดเทียนแด่แม่ร่วมกับจุดเทียนปัญญา
 
บทยรรยายแสงเทียนแด่แม่2(วรเชษฐ์ )
บทยรรยายแสงเทียนแด่แม่2(วรเชษฐ์ )บทยรรยายแสงเทียนแด่แม่2(วรเชษฐ์ )
บทยรรยายแสงเทียนแด่แม่2(วรเชษฐ์ )
 
ธรรมะเสวนา พระพุทธและพระธรรม
ธรรมะเสวนา พระพุทธและพระธรรมธรรมะเสวนา พระพุทธและพระธรรม
ธรรมะเสวนา พระพุทธและพระธรรม
 

Viewers also liked

ใบงาน ตาราง
ใบงาน ตารางใบงาน ตาราง
ใบงาน ตาราง
dkinbenzza
 
ระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากคนพิการ โรงพยาบาลโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด
ระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากคนพิการ โรงพยาบาลโพนทอง จ.ร้อยเอ็ดระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากคนพิการ โรงพยาบาลโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด
ระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากคนพิการ โรงพยาบาลโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด
Nithimar Or
 
01 loads
01 loads01 loads
01 loads
ELIMENG
 
ข้อเสนอแนะการประเมินคุณภาพแพทย์ ประจำปี 2557
ข้อเสนอแนะการประเมินคุณภาพแพทย์ ประจำปี 2557ข้อเสนอแนะการประเมินคุณภาพแพทย์ ประจำปี 2557
ข้อเสนอแนะการประเมินคุณภาพแพทย์ ประจำปี 2557
techno UCH
 

Viewers also liked (20)

หลวงตาบัว
หลวงตาบัวหลวงตาบัว
หลวงตาบัว
 
Endodontic or root canal treatment knowledge, panpub
Endodontic or root canal treatment knowledge, panpubEndodontic or root canal treatment knowledge, panpub
Endodontic or root canal treatment knowledge, panpub
 
Bolivia
BoliviaBolivia
Bolivia
 
Ummoua1
Ummoua1Ummoua1
Ummoua1
 
Complete case
Complete caseComplete case
Complete case
 
ใบงาน ตาราง
ใบงาน ตารางใบงาน ตาราง
ใบงาน ตาราง
 
Presentation1
Presentation1Presentation1
Presentation1
 
Chaipattana tsunami
Chaipattana tsunamiChaipattana tsunami
Chaipattana tsunami
 
ระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากคนพิการ โรงพยาบาลโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด
ระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากคนพิการ โรงพยาบาลโพนทอง จ.ร้อยเอ็ดระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากคนพิการ โรงพยาบาลโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด
ระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากคนพิการ โรงพยาบาลโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด
 
Photo albumDental ImplantationDay10012011
Photo albumDental ImplantationDay10012011Photo albumDental ImplantationDay10012011
Photo albumDental ImplantationDay10012011
 
ค่าตอบแทนภาระงาน™P 4 P
ค่าตอบแทนภาระงาน™P 4 Pค่าตอบแทนภาระงาน™P 4 P
ค่าตอบแทนภาระงาน™P 4 P
 
Generealized cervical resorption case present
Generealized cervical resorption case presentGenerealized cervical resorption case present
Generealized cervical resorption case present
 
01 loads
01 loads01 loads
01 loads
 
Emphysema from Cl V restoration
Emphysema from Cl V restorationEmphysema from Cl V restoration
Emphysema from Cl V restoration
 
16 prosth[1]
16 prosth[1]16 prosth[1]
16 prosth[1]
 
Esthetic in Dentistry
Esthetic in DentistryEsthetic in Dentistry
Esthetic in Dentistry
 
Color in esthetic dentistry
Color in esthetic dentistryColor in esthetic dentistry
Color in esthetic dentistry
 
หลักฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2547
หลักฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2547หลักฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2547
หลักฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2547
 
ฟันปลอม
ฟันปลอมฟันปลอม
ฟันปลอม
 
ข้อเสนอแนะการประเมินคุณภาพแพทย์ ประจำปี 2557
ข้อเสนอแนะการประเมินคุณภาพแพทย์ ประจำปี 2557ข้อเสนอแนะการประเมินคุณภาพแพทย์ ประจำปี 2557
ข้อเสนอแนะการประเมินคุณภาพแพทย์ ประจำปี 2557
 

Similar to Dhamma nearby 16/06/2011volume 54

เรียนรู้วิธีออกจากทุกข์
เรียนรู้วิธีออกจากทุกข์เรียนรู้วิธีออกจากทุกข์
เรียนรู้วิธีออกจากทุกข์
Panda Jing
 
สุภีร์ ทุมทอง สติปัญญา
สุภีร์ ทุมทอง   สติปัญญาสุภีร์ ทุมทอง   สติปัญญา
สุภีร์ ทุมทอง สติปัญญา
Tongsamut vorasan
 
โวหารในการเขียน
โวหารในการเขียนโวหารในการเขียน
โวหารในการเขียน
krubuatoom
 
พื้นฐานชีวิต 28.pptx
พื้นฐานชีวิต 28.pptxพื้นฐานชีวิต 28.pptx
พื้นฐานชีวิต 28.pptx
SunnyStrong
 
Presentation เต้าเต๋อจิง คัมภีร์นักปกครอง โดยอาจารย์ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจ
Presentation เต้าเต๋อจิง คัมภีร์นักปกครอง โดยอาจารย์ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจPresentation เต้าเต๋อจิง คัมภีร์นักปกครอง โดยอาจารย์ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจ
Presentation เต้าเต๋อจิง คัมภีร์นักปกครอง โดยอาจารย์ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจ
Nopporn Thepsithar
 

Similar to Dhamma nearby 16/06/2011volume 54 (20)

เสียดาย....
เสียดาย....เสียดาย....
เสียดาย....
 
เรียนรู้วิธีออกจากทุกข์
เรียนรู้วิธีออกจากทุกข์เรียนรู้วิธีออกจากทุกข์
เรียนรู้วิธีออกจากทุกข์
 
สุภีร์ ทุมทอง สติปัญญา
สุภีร์ ทุมทอง   สติปัญญาสุภีร์ ทุมทอง   สติปัญญา
สุภีร์ ทุมทอง สติปัญญา
 
ครูมิใช่ช่างปั้นอันวิจิตร
ครูมิใช่ช่างปั้นอันวิจิตรครูมิใช่ช่างปั้นอันวิจิตร
ครูมิใช่ช่างปั้นอันวิจิตร
 
ภาษาไทย สำนวนไทย
ภาษาไทย สำนวนไทยภาษาไทย สำนวนไทย
ภาษาไทย สำนวนไทย
 
พิธีอธิษฐานจิตเพื่อเพื่อชีวิตใหม่
พิธีอธิษฐานจิตเพื่อเพื่อชีวิตใหม่พิธีอธิษฐานจิตเพื่อเพื่อชีวิตใหม่
พิธีอธิษฐานจิตเพื่อเพื่อชีวิตใหม่
 
ทุกศาสนา
ทุกศาสนาทุกศาสนา
ทุกศาสนา
 
From Ivory Tower to Street Food
From Ivory Tower to Street FoodFrom Ivory Tower to Street Food
From Ivory Tower to Street Food
 
บริหารธุรกิจตามวิถีแห่งเต๋าของเหลาจื๊อ โดย ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจ
บริหารธุรกิจตามวิถีแห่งเต๋าของเหลาจื๊อ โดย ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจบริหารธุรกิจตามวิถีแห่งเต๋าของเหลาจื๊อ โดย ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจ
บริหารธุรกิจตามวิถีแห่งเต๋าของเหลาจื๊อ โดย ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจ
 
คำนำทำ 2 (ตามดูรู้จิต)
คำนำทำ 2 (ตามดูรู้จิต)คำนำทำ 2 (ตามดูรู้จิต)
คำนำทำ 2 (ตามดูรู้จิต)
 
Saengdhamma in august 2010
Saengdhamma in august 2010Saengdhamma in august 2010
Saengdhamma in august 2010
 
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Completeถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
 
โวหารในการเขียน
โวหารในการเขียนโวหารในการเขียน
โวหารในการเขียน
 
พิธีทอดผ้าป่ากิเลส
พิธีทอดผ้าป่ากิเลสพิธีทอดผ้าป่ากิเลส
พิธีทอดผ้าป่ากิเลส
 
Language, Reality, Emptiness, Laughs
Language, Reality, Emptiness, LaughsLanguage, Reality, Emptiness, Laughs
Language, Reality, Emptiness, Laughs
 
พื้นฐานชีวิต 28.pptx
พื้นฐานชีวิต 28.pptxพื้นฐานชีวิต 28.pptx
พื้นฐานชีวิต 28.pptx
 
Sp1 sp5
Sp1 sp5Sp1 sp5
Sp1 sp5
 
Presentation เต้าเต๋อจิง คัมภีร์นักปกครอง โดยอาจารย์ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจ
Presentation เต้าเต๋อจิง คัมภีร์นักปกครอง โดยอาจารย์ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจPresentation เต้าเต๋อจิง คัมภีร์นักปกครอง โดยอาจารย์ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจ
Presentation เต้าเต๋อจิง คัมภีร์นักปกครอง โดยอาจารย์ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจ
 
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 437 September 2011
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 437 September 2011 Saeng Dhamma Vol. 37 No. 437 September 2011
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 437 September 2011
 
ทำอย่างไรชีวิตจึงจะมีความสุข
ทำอย่างไรชีวิตจึงจะมีความสุขทำอย่างไรชีวิตจึงจะมีความสุข
ทำอย่างไรชีวิตจึงจะมีความสุข
 

More from dentyomaraj

Ortho price list 2012
Ortho price list 2012Ortho price list 2012
Ortho price list 2012
dentyomaraj
 
Rational Drug Use : Drug use in 3 commom diease in Thailand
Rational Drug Use : Drug use in 3 commom diease in ThailandRational Drug Use : Drug use in 3 commom diease in Thailand
Rational Drug Use : Drug use in 3 commom diease in Thailand
dentyomaraj
 
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
dentyomaraj
 
การพูดที่อบอุ่น Warm Speech
การพูดที่อบอุ่น Warm Speechการพูดที่อบอุ่น Warm Speech
การพูดที่อบอุ่น Warm Speech
dentyomaraj
 

More from dentyomaraj (20)

Competition brochure snake game 55
Competition brochure snake game 55Competition brochure snake game 55
Competition brochure snake game 55
 
Kid yoga,Thai language
Kid yoga,Thai languageKid yoga,Thai language
Kid yoga,Thai language
 
Ortho price list 2012
Ortho price list 2012Ortho price list 2012
Ortho price list 2012
 
Danzenตอบโดย ภญ. ศยามล สุขขา 2284
Danzenตอบโดย ภญ. ศยามล สุขขา 2284Danzenตอบโดย ภญ. ศยามล สุขขา 2284
Danzenตอบโดย ภญ. ศยามล สุขขา 2284
 
บทที่ 10 serratiopeptidase
บทที่ 10 serratiopeptidaseบทที่ 10 serratiopeptidase
บทที่ 10 serratiopeptidase
 
ทันตกรรมป้องกันในเด็กและวัยรุ่น
ทันตกรรมป้องกันในเด็กและวัยรุ่น ทันตกรรมป้องกันในเด็กและวัยรุ่น
ทันตกรรมป้องกันในเด็กและวัยรุ่น
 
Rational Drug Use : Drug use in 3 commom diease in Thailand
Rational Drug Use : Drug use in 3 commom diease in ThailandRational Drug Use : Drug use in 3 commom diease in Thailand
Rational Drug Use : Drug use in 3 commom diease in Thailand
 
สามสิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา
สามสิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมาสามสิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา
สามสิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา
 
วัยซน วัยใส ใส่ใจมื้อหลัก
วัยซน วัยใส ใส่ใจมื้อหลักวัยซน วัยใส ใส่ใจมื้อหลัก
วัยซน วัยใส ใส่ใจมื้อหลัก
 
จุลสารชมรมจริยธรรม ฉบับที่ ๑
จุลสารชมรมจริยธรรม ฉบับที่ ๑จุลสารชมรมจริยธรรม ฉบับที่ ๑
จุลสารชมรมจริยธรรม ฉบับที่ ๑
 
จุลสารชมรมจริยธรรม ฉบับที่ ๓
จุลสารชมรมจริยธรรม ฉบับที่ ๓จุลสารชมรมจริยธรรม ฉบับที่ ๓
จุลสารชมรมจริยธรรม ฉบับที่ ๓
 
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
 
หนังสือ สำหรับงานพระราชทานเพลิงสังขาร หลวงตามหาบัว
หนังสือ สำหรับงานพระราชทานเพลิงสังขาร    หลวงตามหาบัวหนังสือ สำหรับงานพระราชทานเพลิงสังขาร    หลวงตามหาบัว
หนังสือ สำหรับงานพระราชทานเพลิงสังขาร หลวงตามหาบัว
 
ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับกระทรวงสาธารณสุข
ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับกระทรวงสาธารณสุขร่างพระราชบัญญัติ ฉบับกระทรวงสาธารณสุข
ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับกระทรวงสาธารณสุข
 
ร่วมแสดงความเห็นใน 12 ประเด็น ที่เกี่ยวกับร่าง พรบ.697
ร่วมแสดงความเห็นใน 12 ประเด็น ที่เกี่ยวกับร่าง พรบ.697ร่วมแสดงความเห็นใน 12 ประเด็น ที่เกี่ยวกับร่าง พรบ.697
ร่วมแสดงความเห็นใน 12 ประเด็น ที่เกี่ยวกับร่าง พรบ.697
 
โยคะหัวเราะ
โยคะหัวเราะโยคะหัวเราะ
โยคะหัวเราะ
 
การพูดที่อบอุ่น Warm Speech
การพูดที่อบอุ่น Warm Speechการพูดที่อบอุ่น Warm Speech
การพูดที่อบอุ่น Warm Speech
 
Poster preprosthetic surgery
Poster preprosthetic surgeryPoster preprosthetic surgery
Poster preprosthetic surgery
 
Poster ฟันเทียมถอดได้ rooj
Poster ฟันเทียมถอดได้  roojPoster ฟันเทียมถอดได้  rooj
Poster ฟันเทียมถอดได้ rooj
 
What goes around comes around
What goes around comes aroundWhat goes around comes around
What goes around comes around
 

Dhamma nearby 16/06/2011volume 54

  • 1.
  • 2. สารบ ัญ จากใจ บ.ก. ใกล้ต ัว ฉบับที่ ๕๔ ทําดีได ้ดีมทไหน?.......................................................... 3 ี ี่ ่ สารสองใจ อัตตาและอนัตตา ....................................................................................... 6 โหรา (ไม่) คาใจ ความมั่นคงนีอยูทใด? ......................................................................... 9 ้ ่ ี่ จุดหมายปลายธรรม อยากได ้อะไรในโลก ................................................................... 11 ั ด ังตฤณวิสชนา บุญและบาปทีทําลงไปจะสะสมไว ้ทีใด ................................................... 19 ่ ่ ิ ิ ธรรมะจากพระสูตร สงคาลกสูตร ว่าด ้วยสงคาลกมาณพ ................................................. 21 ิ ึ กระปุกออมสน คิดจะสร ้างฐานะ ก็อย่าเริมสร ้างหนี้ (กรณีศกษาจากบัตรเครดิต) ................... 32 ่ วรรณกรรมนาใจ เพลิงนาคา ๑๗ ............................................................................... 35
  • 3. ฉบับที่ ๕๔ ทาดีได้ดมทไหน? ี ี ี่ ี ี่ ั่ ทําดีได ้ดีมทไหน ทําชวได ้ดีมถมไป ี "ทุภาษิต" ข ้างต ้นได ้ยินบ่อยในหมูคนพาล ่ ่ ึ หรือไม่ก็คนขีเล่นทีรู ้สกว่าคนคิดประดิษฐ์คําได ้เท่ด ี ้ ่ และทีน่าสลดใจคือคนสวนใหญ่พร ้อมจะคล ้อยตาม ่ เหตุเพราะความจริงทีเห็นด ้วยตาเปล่า ่ ดูเหมือนจะสนับสนุนอยู่ และไม่คอยเข ้าข ้างกฎแห่งกรรม ่ ั่ ั่ ทีวา ทําดีได ้ดี ทําชวได ้ชวเท่าไรนัก ่ ่ ่ ่ ั่ ั่ ข ้อเรียกร ้องทีวาทําชวได ้ชวมีทไหนนัน ี่ ้ ดังกระหึมไปทั่วโลกมาทุกยุคทุกสมัย ่ ื่ ั และผู ้ปั กใจเชอว่า "สตว์โลกย่อมเป็ นไปตามกรรม" ่ สวนใหญ่ก็มักต ้องทําตาปริบๆ ื่ เหมือนจําใจยืนกระต่ายขาเดียวให ้เชอเถอะ โดยไม่ทราบจะเอาอะไรไปพิสจน์ ู ให ้ย ้อนกลับไปดูวาชาติกอนทําอะไรมาถึงเป็ นอย่างนี้ ่ ่ น่าจะเป็ นการพิสจน์เฉพาะตนได ้ดีทสด ู ี่ ุ ี แต่คนเราถ ้าจะให ้ฝึ กระลึกชาติเสยก่อนก็ไม่เอานะครับ จะเอาหลักฐานทีแบมือให ้ดูได ้เดียวนีทาเดียว ่ ๋ ้ ่ ่ หากมีผู ้วิเศษชวยให ้คนทังโลกระลึกชาติได ้ ้ ้ ่ ิ จะเกิดอะไรขึน? คําตอบคือเกิดเรืองเป็ นไปไม่ได ้น่ะสครับ เรืองเกิดใหม่แล ้วลืมหมดนี่ ่ ั เป็ นมุขหลักของสงสารวัฏเขาเลยนะ ใครกลับลืมให ้เป็ นจําได ้ทั่วหน ้านี่ ้ ้ ั หมายถึงท่านผู ้นันสามารถรือระบบของสงสารวัฏทิงทีเดียว ้ ี ได ้ไปนิพพานกันเกรียวเชยวแหละ
  • 4. ่ ่ ั เพือทีเกมสงสารวัฏจะดําเนินต่อไปเรือยๆ ่ โลกต ้องเต็มไปด ้วยคนจําไม่ได ้ว่าเคยทําอะไรมา และไม่อาจแน่ใจว่ากําลังทําอะไรลงไปแล ้วจะเกิดอะไรขึน ้ ื่ เปิ ดทางให ้เกิดความเชอ ลัทธิ และศาสนาขึนมาได ้ ้ ื่ แล ้วก่อให ้เกิดปั ญหาขัดแย ้งทางความเชอ ดังทีเห็นและเป็ นอยูมาทุกยุคทุกสมัยอย่างนีแหละ ่ ่ ้ จริงๆแล ้วถ ้าเจริญสติเห็นกายใจไปถึงจุดหนึง ่ แม ้ไม่สามารถระลึกชาติ ึ ้ แต่ก็จะรู ้สกขึนมาได ้เองนะครับ ่ ตอนเห็นกายใจไม่เทียง ไม่ใชตัวตน ่ มีเหตุมผลของการปรากฏภาวะหนึงๆเสมอ ี ่ ่ ก็จะรู ้ขึนมารางๆว่ากายใจนี้ไม่ใชของฟลุก ้ มันมีรปลักษณะอะไรอย่างนี้ ต ้องอาศัยเหตุทสมควร ู ี่ ก่อนมีความสวยหล่อมาก ก็ต ้องมีความสว่างมากนํ าหน ้ามา ก่อนมีความขีเหร่ไม่น่าดู ก็ต ้องมีความมืดหม่นเป็ นฐานสร ้าง ้ ิ ั่ และยิงมีสติเห็นความคิดดีคดชว ่ ประกอบกับเห็นการปรุงแต่งทางใจเป็ นสว่างเป็ นมืด ั เป็ นนิมตพ่อพระแม่พระหรือมารร ้ายชดพอ ิ ่ ั ก็จะรู ้ๆขึนมาว่านีแหละ มันสมพันธ์กนอย่างนีแหละ ้ ั ้ ไม่ต ้องรอชาติหน ้าทีไหน ่ ั่ ๋ ้ ู ั่ ใจชวเดียวนีรปก็ชวลงเดียวนีได ้ ๋ ้ ใจดีเดียวนีรปก็ดขนเดียวนีเลย ๋ ้ ู ี ึ้ ๋ ้ ิ่ ่ ่ เราพูดถึงสงทีเป็ นไปไม่ได ้ว่าจะชวยให ้ทุกคนระลึกชาติ ่ แต่เราก็ชวยกันสร ้างสุภาษิตใหม่ได ้ครับ ถึงแม ้ว่าคงหนักแน่นสู ้ "ทุภาษิต" ไม่ไหว อย่างน ้อยคนรุนลูกรุนหลานก็จะมีอะไรดีๆ ่ ่ ั ทีเป็ นสมมาทิฏฐิไว ้ฟั งบ ้าง ่ ่ั ่ั ่ั ทาดีย ังไม่ได้ดเพราะเคยชว! ทาชวย ังไม่ได้ชวเพราะเคยดี! ี ดังตฤณ มิถนายน ๕๔ ุ
  • 5. ิ่ ในเมือทุกสงเป็ นอนัตตาหาสาระมิได ้ ่ แล ้วใครเล่าเป็ นผู ้ทําและเป็ นผู ้รับกรรมทีทําลงไปแล ้วนัน ่ ้ หลวงปูเทสก์ เทสรส ี ได ้เมตตาตอบปั ญหาธรรมข ้อนี้ ่ ่ ในคอลัมน์ “สารสองใจ” ตอน “อ ัตตาและอน ัตตา” ค่ะ (-/-) ่ ั่ เคยมีคนกล่าวไว ้ว่าบุญบาปทีทําจะถูกสงสมอยูทจต ่ ี่ ิ ั่ จิตสงสมบุญได ้และเกิดดับไปพร ้อมกับบุญบาปทีตัวเองทํามา ่ ั เท็จจริงเป็ นอย่างไร พบคําตอบได ้ทีคอลัมน์ "ด ังตฤณวิสชนา" ่ ตอน "บุญและบาปทีทาลงไปจะสะสมไว้ทใด" ่ ี่ จากนัน อ่านเคล็ดลับการสร ้างฐานะจาก Mr.Messenger ้ ิ ้ ในคอลัมน์ "กระปุกออมสน" ตอน "คิดจะสร้างฐานะ ก็อย่าเริมสร้างหนี" ่ ึ พร ้อมกรณีศกษาใกล ้ตัว กรณีของบัตรเครดิตค่ะ ^_^
  • 6. อ ัตตาและอน ัตตา ี ิ ี ตอบปั ญหาธรรมโดย พระราชนิโรธร ังสค ัมภีรปัญญาวิศษฏ์ (หลวงปูเทสก์ เทสรส) ่ ี วัดหินหมากเป้ ง อําเภอศรีเชยงใหม่ จังหวัดนองคาย ิ่ คาถาม ท่านอาจารย์สอนว่าทุกสงทุกอย่างเป็ นอนัตตาหาสาระมิได ้ แล ้วใครเล่าเป็ นผู ้ทําและใครเล่าเป็ น ผู ้รับกรรมทีทําลงไปแล ้วนั น ่ ้ คาตอบ ปั ญหานีดมาก ปั ญหานีเป็ นปั ญหาโลกแตก ้ ี ้ ้ ้ ั ั คือว่าถ ้าปั ญหานีเกิดขึนในสงคมใด แล ้วสงคมนันจะต ้องทะเลาะกันให ้ได ้ ้ ถ ้าเข ้าใจว่า "อนัตตา เป็ นของไม่ม ี สูญเปล่า" ้ี ึ่ ฝ่ ายแย ้งว่ามีก็จะชลงไปว่า ผู ้ซงพูดว่าอนัตตาๆ อยูนัน ถ ้าไม่มแล ้วนันคืออะไร ่ ้ ี ้ พร ้อมกันนันก็ยัดหมากแดงให ้เลย ้ อีกฝ่ ายทีเห็นเป็ นอนัตตาก็ไม่เบาเหมือนกัน ศอกกลับชุลมุนกันไปเลย ่ เพราะศอกมันก็เป็ นอนัตตา บอกห ้ามไม่ได ้ อย่างนีแลอนั ตตา ทีเข ้าใจว่าเป็ นของไม่มตัวตนสูญเปล่าได ้เคยมีมาแล ้ว ้ ่ ี ถ ้าเห็นว่าอนัตตาเป็ นของ “มีอยู” แต่ “หาสาระในนนไม่ได้” แล ้วก็หมดปั ญหา ่ ั้ เพราะทุกๆ คนพาก ันเห็ นของมีอยูดวยก ันทงนน ่ ้ ั้ ั้ แต่จะเอาอะไรมาเปนสาระในของทีมอยูนนไม่ได้ ็ ่ ี ่ ั้ ิ่ ทุกสงทุกอย่างทีมอยูในโลกนี้ แม ้แต่คนเราเกิดมาก็เป็ นเพียงมายาเท่านัน ่ ี ่ ้ ต่างคนเกิดมาก็พากันมาเล่นกีฬา เดินกันไปคนละแต ้มละฉาก พอจบเกมแล ้วก็ปิดฉาก (เข ้าโรง) จบกันไปที ิ้ ั คนใหม่เกิดมาก็พากันเล่นเกมเดิม ฉากเดิมนีตอไปอีกไม่รู ้จักจบจักสนสกที ้ ่ ่ ่ ่ ่ ิ่ คราวนีมาพูดถึงเรืองปั ญหาทีวา เมือทุกสงทุกอย่างเป็ นอนัตตา ้ แล ้วใครเล่าเป็ นผู ้กระทํากรรมและใครเล่าเป็ นผู ้ได ้รับผลของกรรมนัน ้ ดังได ้อธิบายมาแล ้ว ถ ้าอนั ตตาแปลว่าไม่มตนไม่มตัวเป็ นของว่างเปล่าแล ้ว ี ี ี ี ผู ้พูดก็ไม่มเสยง ผู ้รับฟั งก็ไม่ได ้ยิน แล ้วใครและอะไรจะไปกระทํากรรมนันๆ ้ เมือไม่มใครทํากรรมแล ้ว กรรมจะเกิดมาได ้อย่างไร และใครจะเป็ นผู ้ไปรับกรรมนันๆ ่ ี ้
  • 7. ี ่ ก็ยอมไม่มเชนเดียวกัน แล ้วทําไมจึงต ้องมาพูดอนัตตาๆ กันอยูเล่า ่ ั ี พูดของไม่มนมันชกจะเลอะกันไปเสยแล ้ว ี ี้ ปั ญญาเกิดจากความคิดความเห็นอันมีมานะสนับสนุน มันอาจเลยขอบเขตไปได ้เหมือนกัน หลักอนัตตาในทางพุทธศาสนาทีพระพุทธเจ ้าตรัสรู ้ด ้วยปั ญญาอันชอบ ่ พระองค์มได้ตร ัสว่าอน ัตตาเปนของไม่มตนมีต ัวเปนของว่างเปล่า ิ ็ ี ็ พระองค์ตร ัสว่าตนต ัวคือร่างกายของคนเรา อ ันได้แก่ข ันธ์ทง ๕ นี้ ม ันมีอยูแล้ว ั้ ่ ิ่ ่ ็ ้ ่ แต่จะหาสงทีเปนสาระในข ันธ์ ๕ นนม ันไม่ม ี ด ังนีตางหาก ั้ เบืองต ้นดังพระองค์สอนว่า "ตนแลเป็ นทีพงของตน หรือการชนะตนแลเป็ นของดีเลิศ " ดังนีเป็ นต ้น ้ ่ ึ่ ้ เมือจะสอนผู ้มีปัญญาพอสามารถจะคิดค ้นหาตัวตนทีแท ้จริงนันคืออะไร ่ ่ ้ จึงให ้หยิบยกเอาตนคือขันธ์ ๕ นี้แหละขึนมาพิสจน์ ว่าอะไรแน่เป็ นตัวตนของเรา ้ ู ดังในอนัตตลักขณสูตรทีพระองค์ทรงสอนพระปั ญจวัคคีภกษุ ทงห ้า ่ ิ ั้ ทํานองตามปั ญหาสรุปใจความเป็ นภาษาไทยๆ ของเรา ว่า รูป คือตัวของเราทีเราถือกันว่าตัวตนเราเขานีนัน ่ ้ ้ ่ แท ้จริงแล ้วมิใชของเรา เพราะมันบอกมิได ้ไม่อยูในบังคับของเรา ่ ่ เชน ห ้ามมิให ้มันแก่มันก็แก่อยูเรือยๆ ทุกนาทีวนาที ่ ่ ิ ั่ ํ แล ้วพระองค์ทรงรับสงว่า พวกเธอทังหลายพากันสาคัญในรูปนันอย่างไร มันเทียงหรือไม่เทียง ้ ้ ่ ่ ภิกษุ เหล่านันทูลว่า ไม่เทียงพระเจ ้าข ้า ้ ่ ิ่ แล ้วพระองค์ทรงตรัสว่า สงใดไม่เทียงมันเป็ นทุกข์หรือเป็ นสุข ่ ้ ิ่ ภิกษุ เหล่านันทูลว่า เป็ นทุกข์พระเจ ้าข ้า แล ้วพระองค์ตรัสว่า สงใดไม่เทียงเป็ นทุกข์ ่ ี จึงให ้พิจารณาเห็นตามความเป็ นจริงของมันเสยว่า สภาพของขันธ์มันหากเป็ นจริงตามสภาพของมันอยูอย่างนัน ่ ้ จึงไม่ควรไปถือเอามาเป็ นเรา เป็ นของเรา ั ่ ดังนีจงแสดงให ้เห็นชดเลยว่า อน ัตตาจึงมิใชของไม่ม ี ้ ึ คือแสดงว่ามีอยูแต่ของนนม ันไม่มสาระ ่ ั้ ี เมือผูใดเข้าไปยึดเอามาเปนตนจึงได้ร ับความทุกข์ ่ ้ ็ ดังพระองค์แสดงให ้แก่โมฆราชฟั งว่า "ท่านจงพิจารณาโลกนีให ้เห็นเป็ นของว่างสูญเปล่า” ก็ด ี ้ ก็คงแสดงถึงของมีอยูคอโลกนันเอง ่ ื ้ แต่ให ้พิจารณาเป็ นของว่างเปล่าจากการเข ้าไปถือเอามาเป็ นตัวเป็ นตน เท่านันเอง ้ ่ ั้ ฉะนันเมือจะสรุปให ้สนๆ แล ้ว เมือผู ้ทียังยึดอัตตาอยู่ ้ ่ ่ พระพุทธองค์ก็สอนให ้ประกอบภารกรรม เพือประโยชน์แก่อตตาโดยทางทีชอบทีควรไปก่อน ่ ั ่ ่ ั ิ่ ่ จนกว่าผู ้นันจะเห็นชดแจ ้งด ้วยตนเองว่า สงทีเราถือว่าอัตตาอยูนัน ้ ่ ้
  • 8. ่ ั แท ้จริงแล ้วมิใชอตตามันเป็ นแต่เพียงมารยา หรือของไม่เทียงเป็ นทุกข์ก็แล ้วแต่ ่ แล ้วพระองค์จงสอนอนัตตาทีแท ้จริง ึ ่ พุทธศาสนาจึงเป็ นศาสนาทีทนต่อการพิสจน์ เพราะมีเหตุผลให ้พิสจน์ได ้ ่ ู ู ี นักแสดงโขน - ลิเก และละครอาชพ ใครๆ ก็รู ้อยูแก่ใจทุกคนว่า ่ ่ ้ ่ เรืองทีเขาแสดงนันมิใชเป็ นของจริง เขาสมมติขนมาพอเป็ นมารยาเท่านัน ่ ึ้ ้ ถึงขนาดนันก็ตาม ยังสามารถเร ้าใจของผู ้ทียังถืออนัตตาอยู่ ้ ่ เมือเข ้าไปดูแล ้ว ถึงบทโศกเข ้าก็เป็ นทุกข์ตามบทถึงกับร ้องไห ้ก็ม ี ่ เวลาถึงบทน่าเพลิดเพลินก็หัวเราะจนท ้องคัดท ้องแข็งก็ม ี แต่สําหรับท่านผู ้รู ้มารยาและสงทีมใชมารยาแล ้วท่านก็เฉย ๆ ิ่ ่ ิ ่ ---------------------------------------------------- ื ิ จากหนังสอ “ธรรมะปฏิบต ิ สนทนาธรรมระหว่างอาจารย์และศษย์” ั คัดจาก อนุสรณ์เนืองในการทีทรงพระกรุณาโปรดเกล ้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ ่ ่ ั ั และเสด็จพระราชดําเนินพระราชทานเพลิงศพศาสตราจารย์สญญา ธรรมศกดิ์ ิิ ั ณ เมรุวัดเทพศรนทราวาส เขตป้ อมปราบศตรูพาย กรุงเทพมหานคร ่ ั วันเสาร์ท ี่ ๒๑ กันยายน พุทธศกราช ๒๕๔๕
  • 9. ้ ่ ี่ ความมนคงนีอยูทใด? ่ั Aims Astro ่ ่ ี ึ ้ ึ ่ั ั ถาม - ผมมีหน้าทีการงานและฐานะทีดพอต ัว แต่ลกๆ แล้วกล ับรูสกย ังไม่มนคง เลยสงสยว่านี่ ็ ั ่ ู้ ึ ี ี เปนเพราะนิสยในดวงของแต่ละคนหรือเปล่าคร ับทีทาให้รสกไม่มความสุขเสยที ไม่วาจะมีอะไรๆ ่ มากกว่าเดิมแค่ไหนก็ตาม ่ ้ ุ ุ ่ ่ ึ่ ึ เรืองความไม่มั่นคงนีปถชนทุกคนมีอยูคะ ซงแต่ละคนจะรู ้สกหวั่นไหวเป็ นพิเศษในเรืองทีตางกันออกไป ่ ่ ่ ํ ่ อ่านจากดวงชะตาจะทราบว่าเจ ้าชะตาให ้ความสาคัญกับเรืองใดเป็ นพิเศษ เชน บางคนหวั่นไหวอย่างแรง ่ เมืออกหัก บางคนปวดร ้าวหนักยามงานไม่ก ้าวหน ้า บางคนเหว่ว ้ายามเงินขาดกระเป๋ า ฯลฯ ความไม่ ่ ่ ี ึ มั่นคงของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละเรือง แต่มผลเหมือนกันคือทําให ้รู ้สกเป็ นทุกข์ ้ ่ ่ ึ ่ ึ หลายครังทีได ้ยินลูกค ้าพูดถึงเรือง “รู ้สกไม่มั่นคง” ลองคิดกันดูไหมคะว่าอะไรทีจะทําให ้สร ้างความรู ้สก ่ ่ ี ึ มั่นคงได ้ คุณผู ้อ่านคิดว่าหน ้าทีการงานทีดทําให ้คนเรารู ้สกมั่นคงได ้หรือเปล่าคะ? (^__^) คําตอบคือถ ้า ่ ่ ี ิ การเลือกเฟ้ นองค์กรทีมั่นคงคือความอบอุนใจของชวตการทํางาน ก็ต ้องไม่ลมว่าต่อให ้บริษัทเป็ นหลัก ื เป็ นฐานเพียงไหนก็อาจจะมีปรับโครงสร ้างองค์กร และเราก็อาจจะเป็ นหนึงในจํานวนผู ้ถูกจ ้างออก แต่ถ ้า ่ ึ่ จะเลือกเป็ นข ้าราชการ ซงถือว่ามีความมันคงทางการงานสูง ก็อาจจะพบความไม่มั่นคงทางการเงินใน ่ ั้ ยามทียังเป็ นข ้าราชการชนผู ้น ้อยอยู่ ่ ถ ้าการเป็ นเจ ้าของธุรกิจคือความมั่นคง ก็ต ้องไม่ลมว่ารายได ้ของกิจการขึนอยูกบผู ้บริโภค ต่อให ้เป็ น ื ้ ่ ั ิ ่ ่ สนค ้าทีน่าสนใจแต่ออกสูตลาดในชวงทีประเทศประสบภัยธรรมชาติแบบไม่คาดฝั น ผู ้คนพากันรัดเข็มขัด ่ ่ หรือธุรกิจพบความไม่แน่นอนเพราะสถานการณ์ทางการเมือง การทํากิจการย่อมต ้องพบกับความไม่ ่ มั่นคงอีกเชนกัน หรือว่าการประสบความสําเร็จอย่างยิงยวด ได ้เป็ นทีหนึงในสาขาอาชพคือความมันคง เรืองนีก็มคนทีเป็ น ่ ่ ่ ี ่ ่ ้ ี ่ ระดับสุดยอดบางคนเคยเปิ ดเผยว่ากดดันและเป็ นทุกข์ขนาดไหนทีต ้องพยายามรักษาความเป็ นหนึงไว ้ ่ ่ ่ ี ิ ิ่ ่ ิ ่ ่ เกียรติยศทีมมได ้เป็ นสงทีเชดชูหัวใจให ้สูงลิวในความสุข แต่กลับนํ าไปสูภาวะ “ยิงสูงยิงหนาว” และ ่ ่ ึ ความพยายามในการรักษาตําแหน่งก็กลับทําให ้รู ้สกถึงความไม่มั่นคงในความเป็ นหนึงของตน ่ ่ หากหน ้าทีการงานไม่ใชความมั่นคง แล ้วความมั่งคั่งล่ะคะ? (^__^) คุณผู ้อ่านคิดว่าการมีเงินมากๆ คือ ่ ความมั่นคงหรือเปล่าคะ แต่ต ้องไม่ลมว่ามีขาวการฆ่าตัวตายของคนรํารวยปรากฏหลายครัง เขาเหล่านีม ี ื ่ ่ ้ ้
  • 10. เงินมหาศาล หากแต่ทกข์ใจจนเกินจะทนอยูบนโลก เงินมากมายทีมไม่ทําให ้เกิดแรงบันดาลใจในการมี ุ ่ ่ ี ี ิ ่ ี ิ ชวตอยูตอไปได ้เลย ความรํารวยจึงไม่ใชหลักประกันว่าชวตและจิตใจจะมั่นคง ่ ่ ่ ้ ี ิ ถ ้าอย่างนันหรือว่าการมีครอบครัวคือความมั่นคง? หลายคนคิดจะฝากชวตไว ้กับคนทีแต่งงานด ้วย หมาย ่ ใจว่าจะอยูกนไปจนแก่จนเฒ่า แต่ก็มไม่น ้อยเลยทีลงเอยด ้วยการหย่าร ้าง ลูกค ้าหญิงหลายคนบอกว่า ่ ั ี ่ “ฝากความหวังทังหมดไว ้ทีผู ้ชายคนนัน” แล ้วสุดท ้ายความฝั นก็พังยับลงกับกาลเวลา ลูกค ้าชายบางคน ้ ่ ้ หวังจะฝากผีฝากไข ้กับภรรยาแต่แล ้วก็ถกทอดทิงให ้เดียวดาย หรือต่อให ้ครองรักกันไปยาวนาน ทีสด ู ้ ่ ุ ี ิ ่ ึ ่ึ แล ้วมัจจุราชก็ตามมาพรากจากกัน ต่างคนต่างไปอยูด ี ชวตคูจงไม่อาจเป็ นความมั่นคงโดยไร ้ซงความ ่ แปรปรวนได ้ และถ ้าการมีลกคือการได ้มีคนพึงพิง เป็ นความมั่นคงในยามชรา แต่ต ้องไม่ลมว่ามีหลายบ ้านเหมือนกันที่ ู ่ ื พ่อแม่ต ้องเป็ นฝ่ ายจัดงานศพให ้ลูก และต่อให ้ลูกไม่ได ้ล ้มหายตายจากไป อะไรจะรับประกันว่าเขาจะ ี ิ ่ ดูแลเราตราบลมหายใจสุดท ้าย และต่อให ้ลูกดูแลจนวินาทีสดท ้ายของชวต เราก็ต ้องจากไปสูภพอืน อัน ุ ่ ่ ่ เป็ นความไม่มนคงอีกอย่างหนึงเชนกัน ั่ แล ้วความมั่นคงนีอยูทใด? ้ ่ ี่ ็ ่ ุ ื ่ ่ั "ทีพงอ ันเปนทีสดก็คอกรรมอ ันดีงามทีสงสมไว้ทกว ัน ่ ึ่ ุ ่ สวนเครืองมือทาลายทีพง ก็เห็นจะได้แก่การตามใจตนเองนนแหละ” ่ ่ ึ่ ่ั ด ังตฤณ ่ั ่ ่ ี่ ่ ็ ่ ึ่ ้ ี ิ ความมนคงทีแท้จริงอยูทใจของเราค่ะ เมือมี “กรรมดีของตนเอง” เปนทีพง เพราะการใชชวต ่ ้ ี ด้วยความคิดดี พูดดี ทาดี คอยชวยเหลือเกือกูลผูอน ร ักษาศล เจริญสติปฏฐานอย่างสมาเสมอ ้ ื่ ั ่ ั ่ ่ ่ั ี ิ น ับเปนการสร้างเหตุปจจ ัยทีกอให้เกิดความมนคงอย่างแท้จริงของชวตและจิตใจ ถ้าหากเราได้ ็ ิ่ ่ ี ่ ทาสงทีดไว้สมควรแก่เหตุแล้ว ต่อให้ตกทุกข์ได้ยากเพียงใด ก็จะได้ร ับความชวยเหลือ หรือต่อ ให้ไม่มใครมาคาจุน ใจของเราก็จะย ังมนคงเปนสุขได้เพราะยอมร ับและอยูก ับปัจจุบ ันได้ ใจที่ ี ้ ่ั ็ ่ ิ ี ิ สร้างสมความดีมามากแล้วจะไม่หวนไหว พร้อมเผชญก ับความแปรปรวนของชวต ความมนคง ่ั ่ั ทีแท้จริงจึงไม่ได้อยูททร ัพย์ภายนอก หากแต่อยูทอริยทร ัพย์ภายในนนเอง ่ ่ ี่ ่ ี่ ่ั :) ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ํ สาหรับท่านทีสนใจดูดวงกับคุณ Aims Astro สามารถดูรายละเอียดเพิมเติมได ้ ตามลิงค์ด ้านล่างค่ะ ่ ่ http://sites.google.com/site/aimsastro/
  • 11. อยากได้อะไรในโลก งดงาม rngodngam@gmail.com ก่อนทีทานผู ้อ่านจะได ้อ่านเนือหาในย่อหน ้าถัดไปต่อจากย่อหน ้านี้ ผมอยากจะขอให ้ท่านผู ้อ่าน ่ ่ ้ ี ิ ได ้พิจารณาว่าตัวท่านเองอยากจะได ้อะไรในโลกนี้ หรือท่านอยากจะให ้ชวตท่านมีอะไรบ ้าง ึ่ ้ ั ซงอาจจะใชเวลาพิจารณาไม่นานครับ สกประมาณหนึงหรือสองนาทีก็ได ้ ่ โดยพิจารณาคําถามนีกอนทีทานจะได ้อ่านย่อหน ้าถัดไปนะครับ ้ ่ ่ ่ ี ิ ี หากท่านพิจารณาแล ้วก็ดเหมือนว่าชวตท่านมีอะไรทีต ้องการมากมายเสยเหลือเกิน ู ่ ี ิ จนกระทั่งทําให ้งง และไม่รู ้ว่าต ้องการให ้ชวตของท่านเป็ นอย่างไรกันแน่ ผมจะลองเปลียนคําถามใหม่นะครับ เผือว่าจะพิจารณาได ้ง่ายขึน ่ ่ ้ สมมุตวา ให ้มีคน ๆ หนึงมาอวยพรให ้กับท่านผู ้อ่านก็แล ้วกัน ิ ่ ่ ท่านผู ้อ่านจะชอบคําอวยพรแบบไหนมากกว่ากัน ก็ลองเลือกดูนะครับ
  • 12. แบบที่ ๑ ขอให ้มีคสมรสทีด ี ลูกหลานทีด ี ครอบครัวทีด ี พร ้อมด ้วยเงินทอง ู่ ่ ่ ่ และทรัพย์สนทีจําเป็ นทังหลายสําหรับครอบครัวอย่างครบถ ้วนบริบรณ์ ิ ่ ้ ู ่ ิ ิ แบบที่ ๒ ขอให ้รํารวยเป็ นมหาเศรษฐี มีสมบัตมากมาย และทรัพย์สนมากมายก็ตกทอดแก่บตร ุ ิ่ ้ ื้ ทํากิจการค ้าเจริญก ้าวหน ้า คิดหวังสงไหนประการใดก็ใชทรัพย์สมบัตไปซอหามาได ้ ิ ่ื มีแต่ความสุขมากมาย โดยไม่พบกับความเสอมสูญเลย ี แบบที่ ๓ ขอให ้ได ้เป็ นนักบวชผู ้สามารถในการทํานายโชคชะตาราศได ้แม่นยํา ั และถึงพร ้อมด ้วยลาภสกการะอย่างมากมาย ี แบบที่ ๔ ขอให ้เป็ นผู ้มีโฉมงามทีสดกว่าหญิงใดในแผ่นดิน และยังเป็ นอัครมเหสของพระเจ ้าจักรพรรดิ ่ ุ แบบที่ ๕ ขอให ้ได ้เป็ นพระเจ ้าจักรพรรดิมอํานาจปกครองหลายทวีป ไม่มใครยิงใหญ่เกิน ี ี ่ หากคิดคําตอบในตอนแรกไม่ออก ก็ให ้ท่านผู ้อ่านลองเลือกคําอวยพรหนึงใน ๕ แบบนีแล ้วกันครับ ่ ้ ่ ้ ิ่ ่ จะเห็นได ้ว่าคําอวยพร ๕ แบบทียกมานั น ก็อาจมีบางสงทีแต่ละท่านอยากจะได ้ไม่ตรงกัน ึ่ ิ่ ิ่ ้ ซงปกติแล ้ว เรืองราวก็มักจะเป็ นว่า คนไหนขาดแคลนสงไหนแล ้ว ก็จะขวนขวายหาสงนัน ่ คล ้าย ๆ กับว่าหากคนไหนกินข ้าวทุกวันแล ้ว ก็อยากจะกินก๋วยเตียว ๋ ่ สวนคนไหนทีกนก๋วยเตียวทุกวันแล ้ว ก็อยากจะกินข ้าว ทํานองนัน ่ ิ ๋ ้ ิ่ ่ ิ่ ่ ี ความทีอยากจะได ้ในสงทีเราขาดแคลน หรือยังไม่ม ี (หรือสงทีเรามีแล ้ว แต่สญเสยไป) นี้ ่ ู ี ิ ทําให ้หลาย ๆ คนต ้องทุกข์ใจมาก และเป็ นทุกข์ในชวตอย่างมาก ่ ้ ่ ความทุกข์ใจอย่างมากมายในเรืองต่าง ๆ นัน ยกตัวอย่างเชน การถูกคนทีรักทรยศหักหลัง ่ ี (จะเป็ นแฟน สามี หรือภรรยาก็ตาม) สูญเสยคนทีรัก หลงรักคนมีเจ ้าของแล ้ว ่ ี ี ่ ่ ั ่ ั ไม่มแฟน (หาแฟนไม่ได ้) เหงาไม่มเพือนสนิท เจ ้านายทีทํางานนิสยไม่ด ี เพือนร่วมงานนิสยไม่ด ี ทะเลาะกับคนอืน มีปัญหาเรืองสุขภาพ มีปัญหาเรืองฐานะทางการเงิน เรียนไม่เก่ง ่ ่ ่ ื่ ี ี ื่ ี ต ้องการมีชอเสยง หรือสูญเสยชอเสยง ฯลฯ สารพัดสารพัน ึ่ ้ ซงในบางกรณีนัน คนทีประสบความทุกข์ดังกล่าวก็อาจจะได ้มีโอกาสเข ้ามาในเสนทางธรรม ้ ่ ่ ้ เพราะต ้องการพ ้นจากสภาวะแห่งความทุกข์เชนนัน บางคนก็พยายามหาทางแก ้ไขทางโลกให ้ได ้ก่อน แต่เมือจนปั ญญา และทนไม่ไหวแล ้ว ่ ้ ่ ้ จึงได ้หลบเข ้ามาเสนทางธรรม เพราะต ้องการพ ้นจากสภาวะแห่งความทุกข์เชนนัน ู้ ้ ้ิ บางคนก็สตายอยูกบเสนทางโลก โดนไม่สนใจทางธรรมไปจนกระทั่งสนอายุขัยเลยก็ม ี ่ ั
  • 13. ้ ในบรรดา “คนทีเข ้ามาเสนทางธรรม” นั น เห็นว่าน่าจะแบ่งได ้เป็ นสองประเภทนะครับ ้ ่ ึ ประเภทแรก คือคนทีเข ้ามาทางธรรมแล ้วอยูยาวเลย ก็ศกษาและปฏิบตตอเนืองไปเรือย ่ ั ิ ่ ่ ่ ิ่ ่ ี ุ ่ ิ้ ิ เพราะเข ้าใจแล ้วว่า สงทีมคณค่าอย่างแท ้จริงในโลก และชวยให ้พ ้นทุกข์สนเชงก็คอธรรมะเท่านัน ื ้ ่ ั่ สวนประเภททีสอง คือ คนทีเข ้ามาหลบภัยทุกข์ชวคราว เพราะทุกข์ใจมากเหลือเกิน ่ ่ และพอเริมสบายใจแล ้ว นํ้ าตาแห ้งเหือดหายแล ้ว ทําใจได ้แล ้ว ก็กระโจนกลับไปลุยทางโลกใหม่ ่ ี ้ แต่หากต ้องทุกข์ใจใหม่อกแล ้ว ก็อาจจะกลับ (หรือไม่กลับ) มาเสนทางธรรมอีกเพือหลบภัยนัน ่ ้ ิ่ ่ ่ ้ ี ิ โดยสงทีคนกลุมนีต ้องการในชวตจริง ๆ ก็คอ ความสุข และความสมหวังทางโลกเท่านัน ื ้ ั่ และเห็นธรรมะเป็ นเพียงร่มไม ้ทีหลบแดดร ้อนเพียงชวคราว ่ ึ่ กลับมาทีคําถามในตอนต ้นกันนะครับ ซงหากท่านผู ้อ่านจะถามผมว่า “ควรจะเลือกคําอวยพรแบบไหน” ่ ผมก็ขอตอบว่า ย่อมขึนกับจริตและความชอบของท่านนะครับว่า ท่านจะเลือกเป้ าหมายในทางไหน ้ กล่าวคือ ท่านจะเลือกเป้ าหมายในทางโลก หรือท่านจะเลือกเป้ าหมายในทางธรรม เป็ นสําคัญในชวต ี ิ ถ ้าท่านเลือกเป้ าหมายในทางโลกแล ้ว ท่านจะเลือกคําอวยพรใด ๆ ใน ๕ แบบ ก็ยอมได ้ครับ ่ ึ่ ก็ตามแต่จริตและความชอบของท่าน ซงหากชอบแบบไหน ก็เลือกแบบนันได ้ ้ แต่ถ ้าท่านเลือกเป้ าหมายในทางธรรมแล ้ว และท่านได ้เลือกคําอวยพรใดใน ๕ แบบนัน ้ ่ ่ื ก็ขอให ้พิจารณาเรืองราวจากอรรถกถาในพระสูตรทีชอว่า “ภิงสจริยา” ่ ว่าด ้วยจริยาวัตรของภิงสพราหมณ์ ดังต่อไปนีครับ ้ ในสมัยหนึง พระโพธิสตว์มชอว่า “กัญจนกุมาร” เกิดเป็ นบุตรพราหมณ์มหาศาล ในกรุงพาราณส ี ่ ั ี ื่ มีสมบัต ิ ๘๐ โกฏิ กัญจนกุมารมีน ้องชาย ๖ คน น ้องสาว ๑ คน รวมเป็ นพีน ้องกันทังหมด ๘ คน ่ ้ ื่ น ้องสาว ๑ คนนันเป็ นน ้องคนสุดท ้อง ชอว่า “กัญจนเทวี” ้ ิ ิ ครันกัญจนกุมารเจริญวัยแล ้วก็ได ้ไปเล่าเรียนศลปะทีเมืองตักกศลา ้ ่ ่ ึ ํ โดยเมือศกษาทุกอย่างสาเร็จแล ้วก็เดินทางกลับบ ้าน ิ ื ต่อมา บิดามารดาประสงค์จะให ้กัญจนกุมารได ้ครองเรือนและดูแลทรัพย์สมบัตสบต่อไป จึงกล่าวว่า บิดามารดาจะจัดหาหญิงสาวจากตระกูลทีมชาติเสมอมาให ้เป็ นภรรยา ่ ี กัญจนกุมารได ้ยินดังนันแล ้วก็กล่าวต่อบิดามารดาว่า ตนเองไม่ต ้องการอยูครองเรือน ้ ่ ั ํ เพราะโลกสนนิวาสทังหมดมีภัยเฉพาะหน ้าสาหรับตนเองดุจถูกไฟไหม ้ ้ ผูกมัดดุจเรือนจํา ปรากฏเป็ นของน่าเกลียดดุจทีเทขยะ ตนเองประสงค์ทจะออกบวช ่ ี่ โดยขอให ้พ่อแม่ได ้ยกทรัพย์สมบัตนันให ้แก่บตรคนอืน ๆ เถิด ิ ้ ุ ่ ปรากฏว่าน ้อง ๆ ทุกคนของกัญจนกุมารจนกระทั่งน ้องคนสุดท ้องคือกัญจนเทวีนัน ้ ่ ่ ื ต่างก็ปฏิเสธไม่ยอมรับทีจะอยูครองเรือนเพือสบทอดสมบัตเหล่านัน ่ ิ ้ โดยน ้อง ๆ ทุกคนต่างก็แสดงความประสงค์ทจะออกบวชเหมือนพีชายคนโตกันหมดทุกคน ี่ ่
  • 14. ิ้ ี ั ต่อมา เมือบิดามารดาได ้สนชพลง พระโพธิสตว์และน ้อง ๆ ได ้ปลงศพบิดามารดาเรียบร ้อยแล ้ว ่ ิ้ ก็ได ้นํ าทรัพย์สมบัต ิ ๘๐ โกฏินันออกแจกจ่ายเป็ นทานจนหมดสน ้ จากนัน ก็ได ้พากันออกบวช ถือเพศเป็ นฤๅษี ไปอยูทป่าหิมพานต์เพือแสวงหาโมกขธรรม ้ ่ ี่ ่ โดยในการนันก็ได ้ชวนสหาย ๑ คน ทาสชาย ๑ คน และทาสหญิง ๑ คน ้ ้ ิ้ ั รวมทังสนเป็ น ๑๑ คน ไปออกบวชด ้วยกัน โดยมีพระโพธิสตว์เป็ นฤๅษี ผู ้เป็ นประมุข ครันฤๅษี ทง ๑๑ คนได ้ออกบวชแล ้ว ก็ได ้สร ้างอาศรมใกล ้สระบัวใหญ่สระหนึง ้ ั้ ่ ึ่ ซงบริเวณนันได ้มี “ต ้นไทรใหญ่” อันเป็ นทีอยูของ “รุกขเทวดา” องค์หนึง ้ ่ ่ ่ ั้ ั ฤๅษี ทงหลาย (เว ้นแต่พระโพธิสตว์นัน) มักจะสนทนากันเอะอะ แม ้กระทั่งเวลาไปหาผลไม ้ก็ตาม ้ ั พระโพธิสตว์ในฐานะฤๅษี ผู ้เป็ นหัวหน ้าจึงได ้เรียกประชุมและติเตียนว่า การสนทนากันดังกล่าวเป็ นการกระทําทีไม่สมควรแก่สมณเพศตนเอง ่ ฤๅษี ทงหมดจึงได ้ทํากติกากันว่า ในแต่ละวันให ้ผลัดเวรกันออกไปหาอาหารเพียงคนเดียว ั้ ้ ่ และให ้นํ าอาหารนันมาแบ่งเป็ น ๑๑ สวน เพือนํ าไปวางบนแท่นหินใต ้ต ้นไทรใหญ่ ่ ั ่ จากนัน ให ้ตีระฆังขึนเป็ นสญญาณให ้แต่ละคนต่างมาหยิบสวนแบ่งอาหารของตนไป ้ ้ ึ่ โดยไม่ต ้องพบหน ้ากันเลย (จะได ้ไม่ต ้องสนทนากัน) ซงอาหารประจําวันก็นันคือ “เหง ้าบัว” ้ ี่ ้ ่ ่ ด ้วยเหตุทบรรดาฤๅษี ทังหลายมิได ้ระคนด ้วยหมูคณะเหมือนเชนเดิม ต่างคนจึงได ้มีความเพียรกล ้า มีอนทรียมั่นคงอย่างยิง บําเพ็ญสมณธรรมอยู่ ณ ทีนัน ิ ์ ่ ่ ้ ี ั ลําดับนัน ด ้วยเดชแห่งศลของฤๅษี เหล่านัน ภพของท ้าวสกกะ (คือพระอินทร์) ได ้หวั่นไหว ้ ้ ั ท ้าวสกกะทราบเหตุนัน ทรงดําริวา “เราจะทดลองฤๅษี เหล่านี้” ้ ่ ั ่ ั จากนัน ท ้าวสกกะจึงได ้แอบไปลัก “เหง ้าบัว” เฉพาะในสวนของพระโพธิสตว์ใน ๓ วันติดต่อกัน ้ ่ ั ในวันแรกทีเหง ้าบัวสวนของพระโพธิสตว์หายไปนัน ่ ้ ั ิ ่ ิ ่ พระโพธิสตว์ก็มได ้ขุนเคือง แต่คดเพียงว่าน ้อง ๆ คงจะเผลอลืมแบ่งสวนของตนไว ้ให ้ ่ ั ในวันทีสอง เหง ้าบัวสวนของพระโพธิสตว์ก็หายไปอีก ่ ั พระโพธิสตว์ก็มได ้ขุนเคือง แต่คดว่า เราอาจจะมีความผิดใดกระมัง ิ ่ ิ ่ และการทีมได ้แบ่งสวนให ้แก่เรานี้ น ้องคงจะต ้องการการขับไล่เราหรือเปล่าหนอ ่ ิ ่ ั ในวันทีสามนั น เหง ้าบัวสวนของพระโพธิสตว์ก็ยังหายไปอีก ่ ้ ั พระโพธิสตว์ก็มได ้ขุนเคือง แต่คดว่าเราสมควรจะไต่ถาม และฟั งเหตุการณ์นัน ิ ่ ิ ้ หากตนเองมีความผิดใด ก็จักได ้ขอขมาให ้ถูกต ้อง ่ ั (ในสวนนีก็แสดงให ้เห็นถึงจิตใจของพระโพธิสตว์นะครับ หากเป็ นพวกเรา ๆ นีละก็นะ ้ ้ ่ แค่เพียงเหง ้าบัวหายไปวันแรกหรือวันทีสอง ก็อาจจะเม ้งแตก และมีเรืองกันแล ้วนะครับ) ่ ่
  • 15. ั ึ ั ในเวลาเย็นวันนัน พระโพธิสตว์จงได ้ให ้สญญาณระฆังเพือเรียกประชุมฤๅษี ทงหมด ่ ั้ และได ้บอกเรืองราวนันให ้ทราบ สอบถามกันแล ้ว ก็ได ้ความว่าในทัง ๓ วันนัน ่ ้ ้ ้ ่ ั ฤๅษี อน ๆ ได ้แบ่งสวนของพระโพธิสตว์ไว ้ให ้ตามทีได ้ตกลงกัน ื่ ่ พระโพธิสตว์จงกล่าวว่า “พวกท่านได ้แบ่งสวนไว ้ให ้เรา แต่เราไม่ได ้ นีมันคือเรืองอะไรกัน?” ั ึ ่ ่ ่ ้ ้ ั ั ฤๅษี ทังหมดได ้ฟั งดังนัน ต่างก็ได ้ถึงความสงเวช และต่างสงสยว่าจะมีใครขโมยเหง ้าบัวนีไป ้ ้ ้ ั ในขณะนัน ฤๅษี น ้องคนที่ ๑ จึงได ้ลุกขึนกราบพระโพธิสตว์ และทําความเคารพต่อฤๅษี อน ๆ ื่ จากนัน จึงได ้กล่าวคําสาบานอย่างหนักแน่น เพือแสดงความบริสทธิของตนเองว่า ้ ่ ุ ์ “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้าข ้าพเจ ้าได ้ภรรยาทีน่ารักน่าปรารถนา ่ ิ่ จงพรั่งพร ้อมด ้วยบุตรธิดา และพร ้อมด ้วยม ้า โค ทอง เงิน และสงพอใจเถิด” หมูฤๅษี ได ้ยินดังนันแล ้วปิ ดหูพร ้อมกล่าวว่า ท่านอย่ากล่าวอย่างนัน คําสาบานของท่านรุนแรงเกินไป ่ ้ ้ ั แม ้พระโพธิสตว์เองก็กล่าวว่า คําสาบานของท่านรุนแรงเกินไป อย่าถือเอาเลย ได ้โปรดนั่งลงเถิด แต่กระนันก็ตาม เพือแสดงความบริสทธิของตน ฤๅษี คนถัดมา จึงได ้กล่าวคําสาบานว่า ้ ่ ุ ์ “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้าข ้าพเจ ้าจงได ้เป็ นคฤหบดี ผู ้รํารวยด ้วยข ้าวเปลือกมาก ่ ิ ิ่ ่ สมบูรณ์ด ้วยกสกรรม พร ้อมทังมียศ มีบตร มีทรัพย์ และได ้สงทีปรารถนาทุกอย่าง ้ ุ ื่ ไม่พบเห็นความเสอมใด และจงครองเรือน” ฤๅษี คนถัดมา ก็ได ้กล่าวคําสาบานว่า “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้า ข ้าพเจ ้าจงเป็ นพระเจ ้าจักรพรรดิ เป็ นผู ้ทําการข่มขี่ และให ้มีอํานาจครองแผ่นดิน พร ้อมด ้วยทวีปทัง ๔ เป็ นทีสด” ้ ่ ุ ั (เอ๊ะ ชกจะยังไง ๆ นะครับ ... ทําไมฤๅษี แต่ละคนจึงได ้สาบานว่าหากตนเองขโมยเหง ้าบัวไปแล ้ว ขอให ้ชาติหน ้านันตนเองได ้แต่มครอบครัวดี ฐานะดี มีทกอย่างพร ้อม มีอํานาจครองแผ่นดินล่ะ ้ ี ุ สาบานกันอย่างนีจะถือว่าเป็ นการลงโทษในการกระทําผิดได ้หรือ) ้ ฤๅษี คนถัดมา ได ้กล่าวคําสาบานว่า “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้า ข ้าพเจ ้าจงเป็ นพราหมณ์ ผู ้ไม่ปราศจากราคะ จงขวนขวายในฤกษ์ ยาม ทํานายทายโชคชะตาราศได ้แม่นยํา มียศศักดิ์ และถึงพร ้อมด ้วยลาภสกการะ” ี ั ฤๅษี คนถัดมา ได ้กล่าวคําสาบานว่า “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้า ่ ่ิ ้ ข ้าพเจ ้าจงได ้บริโภคบ ้านสวยอันหนาแน่นด ้วยสงทัง ๔ อันบริบรณ์พร ้อม ู ทีท ้าวเทพเทวดาประทานให ้ จงไม่ปราศจากราคะ และได ้เข ้าถึงมรณะ” ่
  • 16. ฤๅษี คนถัดมา ได ้กล่าวคําสาบานว่า “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้า ี ิ ข ้าพเจ ้าจงเป็ นผู ้ใหญ่บ ้าน จงบันเทิงอยูด ้วยการฟ้ อนรํา การขับร ้องในท่ามกลางสหายตลอดชวต ่ ื่ ี และอย่าได ้รับความเสอมเสยใด ๆ จากพระราชา” ฤๅษี คนถัดมา ได ้กล่าวคําสาบานว่า “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้า ี ข ้าพเจ ้าจงเป็ นผู ้อัครมเหสของพระเจ ้าจักรพรรดิ เป็ นผู ้งามประเสริฐเลิศกว่าหญิงอืนทั่วแผ่นดิน” ่ ฤๅษี คนถัดมา ได ้กล่าวคําสาบานว่า “หากข ้าพเจ ้าลักเหง ้าบัวไป ขอให ้ชาติหน ้า ึ้ ิ ้ ข ้าพเจ ้าจงเป็ นสตรีผู ้มีอภิธรรมลึกซง ได ้นั่งอยูในท่ามกลางวงบรรพชตทังหลาย ่ ่ ่ ิ ้ ั มีวาจาฟาดฟั น ทิมแทง โต ้เถียง ข่มขีวาจาแห่งบรรพชตเหล่านัน ด ้วยเหตุแห่งลาภสกการะ” ฤๅษี ทงหลายต่างได ้กล่าวคําสาบานกันถ ้วนทุกคนแล ้ว ั้ ั ่ ้ ั ต่างกันก็มองกันแล ้วสงสยว่า เชนนีใครจะเป็ นคนลักขโมยเหง ้าบัวของพระโพธิสตว์ไปล่ะ ซงกรณีนก็ร ้อนถึง “รุกขเทวดา” ทีอาศัยอยูตรง “ต ้นไทรใหญ่” นะครับ ึ่ ี้ ่ ่ เกรงว่าคนอืนจะเข ้าใจว่า ตนเองเป็ นผู ้นํ าไป จึงได ้ปรากฏตัวออกมาและกล่าวคาถาว่า ่ “ผู ้ใดลักเหง ้าบัวของท่านไป ขอให ้ผู ้นันได ้ไปเกิดเป็ นพระเถระเจ ้าอาวาส ้ ั ํ ั ทํานวกัมม (งานก่อสร ้าง ฯลฯ) คือปฏิสงขรณ์วหารอันชารุดทรุดโทรม แขวงเมืองชงคลนคร ิ แกะสลักบานประตู หน ้าต่าง ตลอดวันยังคํา และเรียไรเงินทองจัดงานวัดตลอดปี ตลอดชาติ ่ ่ ไม่มวันเจริญสมณธรรมจนวันตายเถิด” ี ้ ต่อจากรุกขเทวดาแล ้ว ก็ยังมีชางและวานรในบริเวณนันทีสนิทสนมกับเหล่าฤๅษี ้ ่ ้ ได ้มาร่วมสาบานอีกด ้วย หลังจากทีได ้สาบานกันหมดจนกระทั่งรุกขเทวดา ชาง และวานร ่ ั จากนัน พระโพธิสตว์จงเห็นสมควรทีจะต ้องแสดงความบริสทธิของตนเองด ้วย ้ ึ ่ ุ ์ ิ่ ่ จึงได ้กล่าวคาถาว่า “ผู ้ใดกล่าวสงทีไม่สญหายว่าสูญหาย ู ขอให ้ผู ้นันจงได ้ และจงบริโภคกามทังหลาย หรือว่าข ้าแต่เทวะผู ้เจริญทังหลาย ้ ้ ้ ผู ้ใดไม่เคลือบแคลงอย่างใดอย่างหนึง ผู ้นันจงเข ้าถึงมรณะ ในท่ามกลางเรือนเถิด” ่ ้ ่ ้ ั เมือได ้กล่าวสาบานกันทังหมดถ ้วนทั่วแล ้ว ท ้าวสกกะทรงทราบว่า ฤๅษี ทงหมดเหล่านี้ ั้ มิได ้มีความเพ่งในกามทังหลาย จึงทรงสลดพระทัย และได ้แสดงตัวออกมา ้ โดยนํ าเหง ้าบัวมาคืน พร ้อมกล่าวว่าทีตนเองทําไปนัน ก็เพือเป็ นการทดลองบรรดาฤๅษี นัน ่ ้ ่ ้ ั ั พระโพธิสตว์ได ้สดับดังนัน จึงตําหนิตอท ้าวสกกะว่า ้ ่ ่ ่ “ท่านเทวราช พวกอาตมาไม่ใชนักฟ้ อนรําของท่าน ไม่ใชผู ้ควรจะฟั งเล่นของท่าน ไม่ใชญาติของท่าน ไม่ใชสหายของท่าน ทีพงทําการรืนเริง ท่านอาศัยใครจึงมาล ้อเล่นเชนนี” ่ ่ ่ ึ ่ ่ ้
  • 17. ั ลําดับนันท ้าวสกกะจึงได ้ทรงขอให ้พระโพธิสตว์ และเหล่าฤๅษี นันยกโทษให ้ โดยกล่าวว่า ้ ้ “ข ้าแต่ทานผู ้เป็ นดังพรหม ท่านเป็ นอาจารย์ของข ้าพเจ ้า และเป็ นบิดาของข ้าพเจ ้า ่ เงาเท ้าของท่านนีจงเป็ นทีพงแห่งความผิดพลาดของข ้าพเจ ้า ท่านผู ้มีปัญญาดุจแผ่นดิน ้ ่ ึ่ ั ขอท่านจงอดโทษสกครังเถิด บัณฑิตทังหลายย่อมไม่มความโกรธเป็ นกําลัง” ้ ้ ี ั ั พระมหาสตว์ และบรรดาเหล่าฤๅษี จงได ้ยกโทษให ้แก่ท ้าวสกกะเทวราช ึ ึ ั เราก็พงสงเกตนะครับว่า แม ้จะเป็ นใหญ่โตถึงระดับพระอินทร์ก็ตาม แต่เมือทราบว่าตนเองประพฤติผดแล ้ว ก็ยังรู ้จักทีจะขอขมาโทษ ่ ิ ่ ต่างกับ “คน” บางคนนะครับทีหลงอัตตาตนเอง หลงว่าตนมีศักดิใหญ่ มีชอเสยง เกียรติยศสูงสง ่ ์ ื่ ี ่ ิ่ ก็เลยทําให ้ยอมรับและขอขมาโทษในสงประพฤติผดของตนเองนันไม่เป็ น ิ ้ ้ ้ ี ิ เพราะฉะนันแล ้ว หากเราจะได ้พลาดพลังประพฤติอะไรผิดไปในชวตของเรา ่ ่ กรณีก็ไม่ใชเรืองน่าอายทีจะขอโทษกันนะครับ ขนาดพระอินทร์ผู ้เป็ นเจ ้าแห่งสวรรค์ยังขอโทษเลย ่ และบัณฑิตผู ้มีปัญญาทังหลาย ย่อมไม่มความโกรธ และพร ้อมทีจะให ้อภัยให ้แก่บคคลอืนเสมอ ้ ี ่ ุ ่ ่ สวน “คน” บางคนนัน แม ้เพียงเรืองเล็ก ๆ น ้อย ๆ ก็กลับจะบอกว่า ให ้อภัยกันไม่ได ้ ้ ่ ้ (ผมไม่ได ้ใชคําว่า “มนุษย์” นะครับ เพราะ “มนุษย์” นั นแปลว่า ผู ้มีใจสูง) ้ ํ ่ ้ ื ั ประเด็นสาคัญของเรืองเล่านีก็คอว่า สงคมในปั จจุบนล ้วนแล ้วแต่บชากาม บูชาวัตถุ ั ู และขวนขวายแก่งแย่งทีจะได ้กามทังหลายเพือมาบํารุงบําเรอตัณหาของตนเอง ่ ้ ่ ิ่ โดยหลงเข ้าใจว่าสงเหล่านันเป็ นความสุข เป็ นของดีของวิเศษทีควรจะใฝ่ ฝั นหา ้ ่ ั ่ ่ แต่บณฑิตผู ้มุงสูโมกขธรรมนันล ้วนแต่ตเตียนกามคุณทังหลายว่า เป็ นเสมือนนํ้ าลายทีบ ้วนทิงแล ้ว ้ ิ ้ ่ ้ การทีได ้บํารุงบําเรอความสุขจากกามทังหลายอย่างพรั่งพร ้อม แทนทีจะเป็ นคําอวยพรทีด ทชอบ ่ ้ ่ ่ ี ี่ ่ ่ ิ่ กลับเป็ นเสมือนคําสาปแชงทีน่ากลัว และต่างต ้องการหลีกหนีจากสงเหล่านัน ้ ื ในหนังสอของท่านพุทธทาสภิกขุเล่มหนึงได ้กล่าวเกียวกับเรืองนีไว ้ด ้วยว่า ่ ่ ่ ้ “ผู ้ทีไม่รู ้จักโทษของกามคุณแล ้ว ยังขืนเสพกามคุณ จึงไม่มวันอิม ไม่มวันพอ ได ้แต่กระหาย ่ ี ่ ี นํ้ าลายไหลยืด เหมือนสุนัขแทะกระดูก” ฉะนันแล ้ว หากท่านมุงเป้ าหมายทางโลกแล ้ว เรืองนี้ก็อาจจะไม่ได ้แสดงอะไรเท่าไร ้ ่ ่ แต่หากท่านมุงเป้ าหมายทางธรรมแล ้ว ก็สมควรพิจารณาให ้เห็นว่า ่ ิ่ ้ ิ่ ่ ิ ั สงทังหลายทีดเหมือนจะเป็ นสงทีต ้องการแก่งแย่งชงกันอย่างวุนวายตามกระแสสงคมนัน ่ ู ่ ้ กลับเป็ นสงทีน่ารังเกียจ และสมควรหลีกหนีให ้ห่างไกลเสยอีกสําหรับในทางธรรม ิ่ ่ ี ่ ั ดังเรืองราวของพระโพธิสตว์ทได ้กล่าวมา ี่
  • 18. ื ้ ั (โดย “พระโพธิสตว์” ต่อมาก็คอ พระผู ้มีพระภาคเจ ้า “น ้องชายทัง ๖ คน” ของพระโพธิสตว์นัน ้ ต่อมาก็คอ พระสารีบตร พระโมคคัลลานะ พระมหากัสสปะ พระอนุรทธะ ื ุ ุ ั และพระอานนทเถระ “น ้องสาว” คือนางอุบลวรรณา และ “ท ้าวสกกะ” คือพระกาฬุทายี) ในท ้ายนี้ ผู ้มีอนทรียแก่กล ้า หรือผู ้มีปัญญานันก็ยอมจะล ้วนแล ้วแต่เห็นคุณค่าของธรรมะนะครับ ิ ์ ้ ่ ้ ่ ่ ้ โดยท่านเหล่านันแม ้จะมิได ้ประสบทุกข์นํ้าตาไหลพราก แต่ก็ยังมุงหาและเดินสูเสนทางแห่งธรรม สําหรับพวกเรา ๆ ทีมได ้มีอนทรียแก่กล ้า หรือมีปัญญามากมายนัน ชวตเราได ้มัวเมาหลงอยูกบโลก ่ ิ ิ ์ ้ ี ิ ่ ั ่ ิ่ วิงตามขวนขวายแก่งแย่งสงกามทังหลายไปตามกระแสโลก ้ ่ ่ ั และต่อมาก็ได ้มีเรืองใดเรืองหนึง หรือว่าได ้มีใครสกคนหนึงทีเข ้ามาทําให ้เราทุกข์ใจมาก ่ ่ ่ ทุกข์มากทีสดจนกระทั่งต ้องหนีเข ้ามาทางธรรมแล ้ว ่ ุ ้ ี ิ และหากเราจะได ้ยึดถือเสนทางธรรมเป็ นเป้ าหมายของชวตเราแล ้ว แทนทีเราจะไปโกรธไม่พอใจเรืองนัน หรือคน ๆ คนนัน เราเองกลับทีจะต ้องขอบคุณเรืองนัน ่ ่ ้ ้ ่ ่ ้ ี ่ ้ และขอบคุณคน ๆ นั นอย่างมากมายเสยเหลือเกินทีได ้ผลักดันให ้เราได ้เข ้าสูเสนทางธรรมะนี้ ้ ่ ึ่ ิ่ อันเป็ นโอกาสทีจะทําให ้เราซงหลงกาม จมกาม ทุกข์เพราะกาม ได ้พ ้นจากสงเหล่านี้ ่ ่ ่ ั่ สวนว่าเมือเราเข ้ามาทางธรรมแล ้ว เราจะอยูยาว หรืออยูชวคราวแค่หลบแดดร ้อน (พอหายร ้อนแล ้ว ่ ่ ก็กระโจนกลับไปไขว่คว ้าหากามทางโลกอีก) อันนีก็แล ้วบุญบารมีและจริตของแต่ละท่านแล ้วครับ ้ ------------------------------------------------------- หมายเหตุ – ข ้อมูลอ ้างอิงจาก ๑. “ภิงสจริยา” จากพระไตรปิ ฎกและอรรถกาแปล พระสุตตันตปิ ฎก ขุททกนิกาย จริยาปิ ฎก และ ื ๒. หนั งสอ “โรงมหรสพทางวิญญาณ” (ภาพจิตรกรรมฝาผนังในโรงมหรสพทางวิญญาณ) บรรยายโดยท่านพุทธทาสภิกขุ