• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
ทำ - ธรรมนูญ : ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง
 

ทำ - ธรรมนูญ : ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง

on

  • 1,039 views

เมื่อรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เปิดช่องทาง เปิดโอกาส ...

เมื่อรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เปิดช่องทาง เปิดโอกาส ให้สิทธิและกระจายอำนาจเพิ่มมากขึ้นแล้ว การทำธรรมนูญในระดับชุมชนท้องถิ่นจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย

หัวใจของธรรมนูญประชาชน คือ การใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญเพื่อจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น ดังนั้นจะเริ่มต้นทำธรรมนูญ ต้องเริ่มต้นจากมองหันกลับมามองคำว่า “ตนเอง” ทั้งในสถานะบุคคล และคนในฐานะส่วนหนึ่งของชุมชน

ดังนั้น การทำธรรมนูญประชาชน สิ่งสำคัญคือการที่คนลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวพร้อมกัน ธรรมนูญประชาชนไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง เป็นเรื่องของจิตสำนึกของความเป็นพลเมืองที่ตระหนักถึงส่วนรวม การเขียน “ธรรมนูญ” ที่เป็นของตนเอง “คิดเอง เขียนเอง ทำเอง” สร้างข้อตกลงร่วม กำหนดทิศทางการพัฒนาร่วมของคนในพื้นที่ เป็นการสร้างการยอมรับและระเบิดออกมาจากภายใน พัฒนาระบบประชาธิปไตยชุมชนให้เป็นจริง

...สร้างสำนึกใหม่ให้เกิดขึ้นในชุมชนได้เมื่อไหร่ ความเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นเมื่อนั้น

Statistics

Views

Total Views
1,039
Views on SlideShare
1,039
Embed Views
0

Actions

Likes
2
Downloads
0
Comments
1

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel

11 of 1 previous next

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    ทำ - ธรรมนูญ : ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง ทำ - ธรรมนูญ : ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง Presentation Transcript

    • ·Ó¸ÃÃÁ¹ÙÞ: ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง
    • ·Ó¸ÃÃÁ¹ÙÞ: ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองพิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม ๒๕๕๖จำนวนพิมพ์ ๕,๐๐๐ เล่มจัดพิมพ์และเผยแพร่ สำนักงานปฏิรูป (สปร.) ๑๒๖/๑๔๖ ชั้น ๔ อาคาร ๑๐ ชั้น สถาบันบำราศนราดูร ซอยติวานนท์ ๑๔ ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทร ๐๒-๙๖๕ ๙๕๓๑-๓ โทรสาร ๐๒-๙๖๕ ๙๕๓๔ www.reform.or.thเรียบเรียง สลิลทิพย์ เชียงทอง และ อินทิรา วิทยสมบูรณ์บรรณาธิการ ชัชวาลย์ ทองดีเลิศกองบรรณาธิการ พรรณทิพย์ เพชรมาก, จันทนา เบญจทรัพย์, สิริกร เค้าภูไทยที่ปรึกษา ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ศ.ดร.สุริชัย หวันแก้ว, รศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ, ผศ.ทศพล สมพงษ์ ไพสิฐ พาณิชยกุล, สน รูปสูง, โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ แก้ว สังข์ชู, สมสุข บุญญะบัญชา, กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร, บำรุง คะโยธา, ภาณุวุธ บูระ, ชาติวัฒน์ ร่วมสุข, ฑิฆัมพร กองสอนรูปเล่มและหน้าปก อินทิรา วิทยสมบูรณ์ภาพประกอบ ฑีฆทัศน์ สุวรรณเครือพิมพ์ที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บางกอกบล๊อกร่วมขับเคลื่อนโดย คณะทำงานวิชาการเฉพาะประเด็น “ธรรมนูญภาคประชาชน”   สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานปฏิรูป (สปร.)
    • คำนำเมื่อชุมชนท้องถิ่นลุกขึ้นมาเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนด้วยตนเอง แทนการพึ่งพารัฐ เปลี่ยนสถานะจากผู้รอรับ เป็นผู้จัด การและลงมือปฏิบัติด้วยจิตสำนึกของความเป็นพลเมือง ตระหนักและ เข้าใจในสิทธิและอำนาจที่แท้จริงที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ขณะที่รัฐปรับ บทบาทเป็นผู้สนับสนุน ส่งเสริม แทนการสั่งการ ทำให้และควบคุม หลากหลายเครื่องมือ -- แผนแม่บทชุมชน แผนชีวิตสาธารณะ การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นสภาองค์กรชุมชนฯลฯ เหล่านี้ได้สร้างและพัฒนา แกนนำคนรุ่นใหม่ให้เกิดการเรียนรู้จากสิ่งที่ปฏิบัติ การค้นหาวิเคราะห์ ปัญหา พัฒนาแผนกิจกรรม/โครงการ ดำเนินการขับเคลื่อน/เชื่อมโยงสรุปบทเรียน จัดการความรู้ ขับเคลื่อน ยกระดับประเด็นงาน กระบวน การเหล่านี้เป็นวงล้อวัฏจักรของขบวนการพัฒนาองค์กรชุมชน เมื่อ องค์กรชุมชนสามารถดำเนินการและแก้ปัญหาในชุมชนได้สำเร็จสร้าง ความเชื่อมั่น เห็นคุณค่าและเรียกศักดิ์ศรีของตนเองกลับคืนมา เกิดการ ขยายผลเชื่อมโยงทำให้เกิดพลังภาคีของชุมชนจัดการตนเอง อำนาจ ของการจัดการตนเองนั้นมีเครื่องมือสำคัญคือธรรมนูญประชาชน การเขียนธรรมนูญนั้นเพื่อนำสิทธิ อำนาจของประชาชนที่ปรากฎอยู่ใน รัฐธรรมนูญนั้นออกมาปฏิบัติโดยความเห็นชอบของทุกฝ่ายในชุมชน ท้องถิ่น หรือจังหวัด กระบวนการแต่ละขั้นตอนเป็นสิ่งไปเสริมสร้าง ประชาธิปไตยชุมชน ประชาธิปไตยที่กินได้ แก้ปัญหาได้ และสร้างความ อยู่เย็นเป็นสุขได้จริง
    • “ทำ – ธรรมนูญ : ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง” จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป็นคู่มือให้กลุ่มองค์กรชุมชนที่มีความพร้อม ในการเขียนธรรมนูญฉบับประชาชน ซึ่งคู่มือฉบับนี้จะเป็นคู่มือให้เห็น แนวคิดสำคัญและกระบวนการเขียนธรรมนูญ ด้วยการถอดบทเรียน จากพื้นที่ชุมชนที่ได้จัดทำธรรมนูญมาแล้ว คู่มือเล่มนี้เป็นการจัดทำ ครั้งแรก ฉะนั้นเนื้อหาอาจยังไม่สมบูรณ์ครบถ้วน แต่เมื่อท่านได้นำไปใช้ ก็จะเกิดการถอดบทเรียนอีกครั้ง ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงเนื้อหาให้ สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เชื่อมั่นและศรัทธา สำนักงานปฏิรูป (สปร.) และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พฤษภาคม ๒๕๕๖
    • สารบัญคำนำ ๓ บทนำ ๗๑ ปลดพันธนาการสู่อิสรภาพ ๙๒ ทำความเข้าใจอำนาจที่แท้จริง ๑๕๓ สิทธิที่ต้องใช้ ๒๓๔ ปฏิบัติการทางปัญญาสู่ธรรมนูญประชาชน ๒๙๕ สู่อิสรภาพ ๔๗ข้อแนะนำ ๕๖ข้อแตกต่างระหว่างข้อบัญญัติท้องถิ่นกับ ๕๗ธรรมนูญประชาชน รายชื่อพื้นที่เรียนรู้ ๕๙ บรรณานุกรม ๖๒
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองบทนำในช่วง ๓ ทศวรรษที่ผ่านมา กระบวนการทำงานขององค์กรชุมชนมีการสร้างสรรค์ พัฒนา ยกระดับความเข้มข้นโดยลำดับ นับตั้งแต่ชุมชนพึ่งตนเอง ชุมชนเข้มแข็ง มาถึงการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น แผนแม่บทชุมชน ประชาธิปไตยชุมชนในรูปของสภาองค์กรชุมชน พัฒนาสู่ธรรมนูญชุมชน ธรรมนูญลุ่มน้ำ ธรรมนูญประชาชนในระดับจังหวัด กระบวนการ “ธรรมนูญประชาชน” สะท้อนการเข้าถึงสิทธิอำนาจ ประชาธิปไตยของชุมชนท้องถิ่น ที่มิได้มองรัฐเป็นศูนย์กลาง แบบเก่า แต่มองชุมชนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง ซึ่งแต่ละชุมชนมีต้นทุนทาง ประวัติศาสตร์ วิถีวัฒนธรรม ความเชื่อ องค์ความรู้ภูมิปัญญา มีระบบ นิเวศ ที่มากมายและมีความแตกต่างหลากหลาย กระบวนการลุกขึ้นมา สร้างกติกาข้อตกลงในการจัดความสัมพันธ์ การอยู่ร่วมกันในชุมชนการ จัดความสัมพันธ์กับทุนและรัฐ ตลอดจนแนวนโยบาย ยุทธศาสตร์การ พัฒนาร่วมกันโดยที่ชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้กำหนดที่เรียกว่า ”ธรรมนูญ”จึง เป็นการปฏิบัติการของสิทธิและอำนาจของชุมชนโดยตรง การสร้างอำนาจขององค์กรชุมชนจากฐานรากนั้น เริ่มจากการ จัดการตนเองจากเรื่องเล็กๆ พัฒนามาสู่การทำกิจกรรมแก้ปัญหาชุมชน เป็นประเด็น การจัดทำแผนแม่บทชุมชนแบบบูรณาการ ซึ่งถือเป็นการ เชื่อมร้อยคนในชุมชนที่จะเริ่มทำแผนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาที่เกิด ขึ้นในชุมชน จนเกิดความเข้มแข็งเรื่อยมา จนสามารถพัฒนาไปสู่การจัด ๗
    • ทำ-ธรรมนูญตั้งสภาองค์กรชุมชนซึ่งเป็นเครื่องมือที่พัฒนาระบอบประชาธิปไตย ชุมชนที่มีกฎหมายรองรับ การพัฒนาและดำเนินการในพื้นที่จนกระทั่ง ตกผลึก จนถึงขั้นชุมชนจัดการตนเองที่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างทาง สังคมบางประการ ได้เกิดการร่วมจัดทำธรรมนูญประชาชน ธรรมนูญ ที่บัญญัติโดยชุมชน และที่สำคัญคือ การนำไปใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ กระบวนการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องคิดร่วมกัน วางแผนร่วมกัน การ ปฏิบัติการร่วมกัน การสรุปบทเรียนร่วมกัน เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ สร้างสรรค์ ฟื้นฟูอำนาจในการจัดการตนเองของชุมชนให้งอกงามขึ้น อย่างต่อเนื่อง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคม จากฐากรากอย่างแท้จริงในอนาคต คู่มือธรรมนูญประชาชนเล่มนี้ เป็นการถอดบทเรียนเบื้องต้น จากกระบวนการขับเคลื่อนปฏิบัติการจริงในการทำ ”ธรรมนูญชุมชน”ของขบวนองค์กรชุมชนทั้งระดับตำบล ระดับลุ่มน้ำ ระดับประเด็นและ ระดับจังหวัด ซึ่งมีความน่าสนใจตั้งแต่กระบวนการริเริ่ม การขับเคลื่อนการเรียนรู้ ความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและบทเรียนต่างๆ ที่น่าสนใจ มากมาย หวังว่ากระบวนการสร้างสรรค์ธรรมนูญประชาชนจะเป็น ประโยชน์ในการทำงาน การเข้าถึงสิทธิ และอำนาจของพี่น้ององค์กร ชุมชนที่กำลังขับเคลื่อนงานอยู่ ตลอดจนเอื้อประโยชน์ต่อองค์กร หน่วย งาน ภาคีต่างๆ ที่ทำงานสนับสนุนการทำงานขององค์กรชุมชน คู่มือเล่มนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบเป็นก้าวแรกในการบุกเบิกเส้นทาง ของพลังชุมชน หวังว่าในระหว่างการก้าวเดินจะมีองค์ความรู้ บทเรียน ที่ดีๆ อีกมากมายจากพี่น้ององค์กรชุมชนที่นำคู่มือนี้ไปใช้ปฏิบัติการที่จะ มาช่วยกันแต่งเสริมเติมต่อให้คู่มือเล่มนี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นในอนาคต๘
    • ปลดพันธนาการสู่อิสรภาพ๑.
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองนับตั้งแต่ มีการปฏิรูประบบบริหารราชการในสมัยรัชกาลที่๕เมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๕ มีการจัดระบบบริหารราชการแผ่นดินไทยแบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นเกิดการปรับเปลี่ยนระบบราชการ แบ่งแยกย่อยหน่วยทบวงกรม กอง จากส่วนกลางลงสู่ระดับจังหวัด หากแต่อำนาจการตัดสินใจก็ยังรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางเป็นหลัก การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง การปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นการปกครองแบบ ประชาธิปไตยตัวแทนในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ แต่ประชาธิปไตย ดังกล่าวนั้นก็ยังเป็นประชาธิปไตยระดับชาติ ที่ไม่ได้กระจายอำนาจถึง ระดับท้องถิ่นหรือชุมชนแต่อย่างใด๑๑พันธนาการ
    • ทำ-ธรรมนูญ ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี พ.ศ.๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดประชาธิปไตย ระดับท้องถิ่น ให้ความสำคัญต่อการเมืองภาคพลเมือง การให้สิทธิและ กระจายอำนาจการปกครองแก่ท้องถิ่น อีกทั้งยังมี พ.ร.บ.กำหนดแผน และขั้นตอนกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ แม้ว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปีพ.ศ.๒๕๔๐ จะถูก ยกเลิกไป แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พ.ศ.๒๕๕๐ ก็ได้สนับสนุน และรับรองสิทธิของภาคประชาชนในการจัดการตนเองในส่วนต่างๆ ของ รัฐธรรมนูญเพิ่มเติมขึ้น ระยะเวลาที่ล่วงเลยมากว่า ๘๐ ปีของการมีประชาธิปไตย แต่ สิทธิและอำนาจของชุมชนท้องถิ่นในการเข้าไปมีส่วนร่วมบริหารจัดการ ท้องถิ่นก็ยังเกิดน้อยมาก รัฐยังคงรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ทั้งยัง ผูกขาดและกำกับดูแลส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดโดยผ่านกลไกราชการ ส่วนภูมิภาค ภายใต้โครงสร้างความสัมพันธ์เช่นนี้ อำนาจระหว่างรัฐส่วน กลางกับชุมชนท้องถิ่น จึงเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ไม่ถ่วงดุล เป็น พันธนาการที่ผูกขาดผูกมัด และกักขังสิทธิอันพึงมีพึงได้ตามรัฐธรรมนูญ๑๒
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง เมื่อท้องถิ่นตัดสินใจเลือกโครงการพัฒนาของตนเองไม่ได้ ส่งผลให้โครงการพัฒนาที่ถูกกำหนดมาจากส่วนกลางไม่สอด คล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ ดังนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นหลายอย่างจึงขัดแย้งกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม สังคมของชุมชน โดย เฉพาะอย่างยิ่งโครงการขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ สร้างนิคมอุตสาหกรรม ผลกระทบจากสารเคมี ปัญหาน้ำเสีย นโยบายการจัดการทรัพยากรดินน้ำป่า เกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ การประกาศเขตป่าทับซ้อนที่ชาวบ้าน นโยบายการท่องเที่ยวที่ไม่ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมรวมทั้งปัญหา พื้นฐานอย่างความยากจน ค่าครองชีพสูง ปัญหาหนี้สิน รวมทั้ง สวัสดิการสังคมที่ไม่ทั่วถึงและครอบคลุม ปลดพันธนาการ สู่อิสรภาพ อำนาจรัฐส่วนกลาง เป็นดังโซ่ตรวนพันธนาการ เป็นอุปสรรค สำคัญที่ทำให้ท้องถิ่นไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง อำนาจที่รวมศูนย์ที่ส่วนกลางส่งผลให้ประชาชนอ่อนแอลง จน ไม่สามารถจัดการพึ่งพาตนเองได้ ต้องรอรับการช่วยเหลือจากภาครัฐ อยู่ตลอดเวลา ขณะที่รัฐต้องกำกับดูแลประชาชนที่มีความหลากหลาย และมีจำนวนกว่า ๖๕ ล้านคน“”๑๓
    • ทำ-ธรรมนูญ เมื่อรัฐไม่อาจตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของชุมชน ท้องถิ่นที่มีความหลากหลายได้จึงถึงเวลาแล้วที่ชุมชนท้องถิ่นจะต้องลุก ขึ้นมาจัดการตนเอง เปลี่ยนสถานะจากผู้รอรับมาเป็นผู้จัดการ ส่วน รัฐนั้นต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้กำกับ ผู้สั่งการมาเป็นผู้ให้การสนับสนุน ให้ประชาชนใช้สิทธิและอำนาจในการจัดการตนเองได้อย่างเต็มกำลัง เมื่อภาคประชาชน ประชาสังคม ตื่นตัวลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ได้ทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ ผ่านการนำเสนอนโยบาย สาธารณะต่อรัฐ กระบวนการมีส่วนร่วมเช่นนี้ ย่อมก่อให้เกิดความ เข้มแข็งและยั่งยืนในการพัฒนาประเทศ การกระจายอำนาจลงสู่ชุมชนท้องถิ่น สู่พลเมือง สร้าง กลไกให้ชุมชน พลเมืองเข้าถึงและมีสิทธิในการจัดการตนเอง จัดการฐานทรัพยากร ฐานชีวิต เข้าถึงองค์ความรู้ชุมชน สร้าง ประชาธิปไตยที่หยัดยืนบนฐานจัดการตนเอง...จึงเป็นการปลด พันธนาการสู่อิสรภาพอันแท้จริง ทั้งนี้ การกระจายอำนาจ หมายถึง การที่ประชาชนมี ส่วนร่วมสนใจปัญหา วิกฤติ เห็นและเข้าใจสาเหตุแห่งปัญหา ต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แล้วเข้ามาร่วมคิด ร่วม วางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติ ร่วมสรุปบทเรียน ติดตาม ประเมินผลร่วมรับผลประโยชน์โดยเป็นสิทธิเสรีภาพอำนาจอัน ชอบธรรม ที่จะเรียกร้องจากอำนาจรัฐและภาครัฐ อันหมายถึง อำนาจทางการเมือง ราชการและท้องถิ่นต้องคืนและกระจาย อำนาจสู่ประชาชน(สมพันธ์ เตชะอธิก และทศพล สมพงษ์, ๑๐๘คำศัพท์เพื่อการสนับสนุนการเมืองภาคพลเมือง,กรุงเทพฯ : สภาพัฒนาการเมือง ๒๕๕๕)“”๑๔
    • ๒.ทำความเข้าใจอำนาจที่แท้จริง
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้ให้สิทธิและอำนาจแก่ปวงชนชาวไทยไว้อย่างชัดเจน ดังปรากฏหลักคิดและอำนาจแห่งสิทธินี้ไว้ในบททั่วไป มาตรา ๓ บัญญัติว่า“อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้” ชุมชนสามารถใช้อำนาจอธิปไตยของตนได้โดยตรง เพื่อให้เข้า ถึงสิทธิต่างๆ ที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรองไว้ เป็นการใช้อำนาจเพื่อ ร่วมกันตัดสินใจกำหนดวิถีชีวิตและอนาคตชุมชนของตนเองโดยมีจุดมุ่ง หมายเพื่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน โดยอำนาจอธิปไตยของคนในชุมชนประกอบด้วยอำนาจ๓ด้าน คือ๑๗อำนาจที่แท้จริง
    • ทำ-ธรรมนูญ อำนาจทางนิติบัญญัติเป็นอำนาจในการกำหนดกฎกติกาเพื่อใช้ ร่วมกันในชุมชน เช่น กติกาว่าด้วยการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรม ชาติ กติกาว่าด้วยการจัดสวัสดิการ เป็นต้น อำนาจทางการบริหาร ได้แก่ อำนาจในการที่จะบริหารจัดการกิจการต่างๆ ของชุมชน เช่น การจัดการป่าชุมชน การจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน การจัดการเงินและการคลังของ ชุมชน เป็นต้น อำนาจทางตุลาการ ได้แก่ อำนาจในการพิจารณาตัดสินคุณค่า ต่างๆ ที่ประสงค์จะให้เกิดขึ้นในชุมชน เช่น การตัดสินใจในการพัฒนา ชุมชน การตัดสินใจในทางเลือกที่จะดำเนินการ การตัดสินใจในการ กำหนดแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นต้น(ทศพลสมพงษ์,ประชาธิปไตยชุมชน จากแนวคิดสู่การจัดการ, กรุงเทพฯ : สำนักงานสภาพัฒนา การเมือง ๒๕๕๕) ดังนั้น “อำนาจที่แท้จริง” จึงเป็นอำนาจที่มีอยู่ ดำรงอยู่ และ เกิดขึ้นอยู่ในชุมชนท้องถิ่นหลายแห่ง..เป็นอำนาจของการจัดการตนเอง ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญยังได้บัญญัติและมอบซึ่งสิทธิและ บทบาทหน้าที่แห่งความเป็นพลเมืองไว้ด้วย๑๘
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง “ความเป็นพลเมือง” นั้นหมายถึง การที่ปัจเจกบุคคลต่างๆ แสดงความสนใจหรือมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างกระตือรือร้น โดย ต้องการพิทักษ์สิทธิและผลประโยชน์ของตนเองและส่วนรวม ทั้งนี้ การแสดงออกซึ่งสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิด เห็น การแสดงออกโดยการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อพิทักษ์สิทธิ ของตนเองครอบครัวชุมชนสังคมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความถูกต้องชอบธรรมทางการเมือง ล้วนแสดงความเป็นพลเมืองที่มี อารยธรรมในสังคมประชาธิปไตย (สมพันธ์ เตชะอธิก และ ทศพลสมพงษ์, ๑๐๘ คำศัพท์ เพื่อการสนับสนุนการเมืองภาคพลเมือง,กรุงเทพฯ : สภาพัฒนาการเมือง ๒๕๕๕) ด้วยเหตุนี้ สำนึกของความเป็นพลเมืองจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ ตนเองเท่านั้น หากยังครอบคลุมถึงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ และ การเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา หรือจัดการพัฒนา สร้างสรรค์ สังคมในด้านต่างๆ ด้วยผู้ที่รู้ปัญหาและแก้ปัญหาได้ดีก็คือคนในท้องถิ่น เอง๑๙
    • ทำ-ธรรมนูญ ชุมชนท้องถิ่น จึงจะต้องเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วย ตนเองก่อนเป็นหลัก แทนการคิด หรือฝากความหวังพึ่งพารัฐแต่เพียง ฝ่ายเดียว เปลี่ยนสถานะจากผู้รอรับ เป็นผู้จัดการและผู้ลงมือกระทำ ด้วยสำนึกแห่งความเป็นพลเมือง ใช้สิทธิและอำนาจที่แท้จริงที่มีอยู่ใน รัฐธรรมนูญเพื่อจัดการตนเอง จัดการชุมชนท้องถิ่น “การจัดการตนเอง” เป็นเรื่องของตัวเราเองล้วนๆ เป็น กระบวนการจัดการของชุมชนท้องถิ่นในการเข้ามามีส่วนร่วม ในการแก้ไขปัญหาสารพัดสารพันของท้องถิ่นที่มีรูปธรรมยืนยัน ได้ว่าอำนาจในการจัดการตนเองนี้สามารถตอบสนองต่อชีวิตต่อ ชุมชน ทำได้จริงและแก้ปัญหาต่างๆ ของชุมชนได้อย่างเห็นผล ทั้งนี้ ชุมชนจัดการตนเอง หมายถึง ชุมชนท้องถิ่น อัน ได้แก่ ตำบล อำเภอ จังหวัด ภูมินิเวศน์ ที่มีจิตสำนึกสาธารณะ รู้ เป้าหมาย เชื่อมั่นวิถีพลังชุมชน มีความสามารถในการบริหารจัด การชุมชนอย่างมีส่วนร่วม และจัดความสัมพันธ์กับภาคี ใช้ข้อมูล แผนการจัดการความรู้และทุนชุมชน(คน องค์กรชุมชน ทรัพยากร ฯลฯ) เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนในทุกด้านอย่างเป็นระบบ เพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและการพัฒนาอย่างยั่งยืน“”๒๐
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง จะจัดการตนเองได้อย่างไร “ต้องมีเครื่องมืออะไร?” แผนชุมชนพึ่งตนเอง แผนแม่บทชุมชน แผนชีวิตสาธารณะ การ ฟื้นฟูชีวิตชุมชนท้องถิ่น การจัดกองทุนสวัสดิการ สภาองค์กรชุมฯลฯ เป็น เครื่องมือสำคัญในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ สร้างการมีส่วนร่วม มีความหลากหลายของกระบวนการทำงาน เทคนิควิธีการ รวมทั้งการ พัฒนากลไกต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน และบริบทเงื่อนไขปัจจัย แวดล้อม มีการสรุปบทเรียนและถอดความรู้ระหว่างการทำงาน จน พัฒนาเป็นชุดความรู้หรือหลักสูตรประจำชุมชน ชุมชนท้องถิ่นหลาย แห่งสามารถยกระดับพัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ชุมชน จัดการตนเอง รวมทั้ง ยังเป็นพื้นที่รูปธรรมในการขยายผลสร้างการ เรียนรู้ให้กับพื้นที่อื่นๆ “ธรรมนูญประชาชน” ทำให้อำนาจของการจัดการตนเองเกิด พลังและเกิดการปฏิบัติใช้อย่างสมบูรณ์ เป็นเครื่องมือที่มีอำนาจมีสิทธิ ตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติและมอบให้แก่พลเมือง หากมีนโยบายหรือโครงการด้านการพัฒนาใดที่ไม่สอด คล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ และส่งผลกระทบทั้งทางสังคม วัฒนธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติต่อพื้นที่ คนในพื้นที่นั้นๆ ก็สามารถ ยืนหยัดต่อสู้ และแสดงสิทธิในการจัดการพื้นที่ตนเองได้ โดยใช้ ธรรมนูญเป็นหลักฐานยืนยันและแสดงสถานะของตนเอง อีกทั้งยังเป็น เครื่องมือในการประสานสร้างความร่วมมือกับภาคีภาครัฐในระดับ ต่างๆ๒๑
    • ทำ-ธรรมนูญ หนทางสู่ธรรมนูญประชาชน แม้ธรรมนูญประชาชนจะไม่ใช่เรื่องยากและไกลตัวแต่ก็ไม่ใช่ เรื่องง่ายที่ท่องจำไปใช้ หรือลอกเลียนแบบกันได้ เพราะธรรมนูญนั้นเป็น เรื่องการตื่นตัว เรียนรู้ และแน่นอนว่า “ธรรมนูญประชาชน” ไม่ใช่เป็นเพียงรูปเล่ม แต่เป็นเรื่องของ “จิตสำนึกของคนในพื้นที่” และ “การนำไปใช้ปฏิบัติการ” การทำธรรมนูญประชาชน จึงมีองค์ประกอบหลายส่วน หลาย ระดับ และหลายกระบวนการ ขั้นตอน และเทคนิค รวมทั้งหลายคำเรียก ขาน ไม่ว่าจะเป็นธรรมนูญ ข้อบัญญัติท้องถิ่น ระเบียบชุมชน ฯลฯ หัวใจสำคัญของธรรมนูญนั้นอยู่ที่การจัดรูปแบบของอำนาจใหม่นี้ให้เกิดปฏิบัติการ เกิดการยอมรับร่วมกันทั้งยอมรับในเงื่อนไขกฎเกณฑ์และยอมรับในมาตรการการควบคุมต่างๆ๒๒
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองสิทธิที่ต้องใช้๓.
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง“สิทธิ”หมายถึงอิสรภาพที่รับรองไว้โดยกฎหมายสิทธิสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ได้แก่ สิทธิในการเลือกตั้ง สิทธิในการพูด สิทธิการพิมพ์ การนับถือศาสนา สิทธิในการเคลื่อนที่เคลื่อนย้ายไปไหนมาไหน ที่อยู่อาศัย สิทธิในการประชุม และสิทธิในการทำการใดๆภายใต้กรอบกติกาการเมืองกฎหมายจารีตประเพณีอันดีงาม ซึ่งอาจจะกล่าวในด้านกว้างๆ ทั่วไปว่า พลเมืองทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัยอันจำเป็นรวมถึงการได้รับการศึกษา ทำงาน แสดงออก และสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยไม่เว้นสิทธิทางการเมือง (สมพันธ์ เตชะอธิก และ ทศพลสมพงษ์, ๑๐๘ คำศัพท์ เพื่อการสนับสนุนการเมืองภาคพลเมือง, กรุงเทพฯ : สภาพัฒนาการเมือง ๒๕๕๕)๒๕อำนาจประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
    • ทำ-ธรรมนูญ ธรรมนูญเป็นอำนาจของประชาชนตามรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิให้ อำนาจประชาชนในการจัดการตนเอง ธรรมนูญจึงเป็นสิทธิที่ต้องใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้เปิดโอกาส ในการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นและ เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน อันเป็นศักดิ์และสิทธิของ ประชาชนที่จะใช้อำนาจที่ระบุไว้ในกฎหมายสูงสุดนี้ในการจัดการ ตนเองเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชุมชน ดังนั้นการเขียนธรรมนูญของชุมชนจึงเป็นการเขียนเพื่อนำสิทธิ นำอำนาจที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญนั้นออกมาปฏิบัติใช้โดยเป็นไปตาม ความเห็นชอบร่วมกันของคนกลุ่มต่างๆ ฝ่ายต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งกระบวนการเช่นนี้เป็นการสนับสนุนประชาธิปไตยชุมชนให้เป็นจริง “ประชาธิปไตยชุมชน” หมายถึง กระบวนการที่ให้ประชาชน คนจน คนรวย ทุกกลุ่มอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย มาใช้สิทธิร่วมกันในการบอกปัญหาความต้องการของตน เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายและวางแผนการพัฒนาชุมชนในทุกด้านที่ตอบสนองกับความต้องการและแก้ปัญหาชุมชนที่มีความเป็นธรรม รวมทั้งร่วมกันปฏิบัติการตามแผนและติดตามตรวจสอบการทำงานร่วมกันระหว่างท้องถิ่น ท้องที่และชุมชน (สน รูปสูง, คู่มือประชาธิปไตยชุมชน, กรุงเทพฯ: สภาพัฒนาการเมือง, ๒๕๕๔)๒๖
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง โดยมาตราที่เกี่ยวข้องและสามารถใช้อ้างถึงสิทธิได้นั้นประกอบด้วย หมวด๓สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยส่วนที่๑๒สิทธิชุมชน มาตรา ๖๖ และ มาตรา ๖๗ หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนที่ ๓ แนวนโยบาย บริหารราชการแผ่นดิน มาตรา ๗๘ (๒) และ มาตรา ๗๘ (๓) หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนที่ ๔ แนวนโยบาย ด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุขการศึกษา และวัฒนธรรม มาตรา ๘๐ (๔) หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนที่ ๘ แนวนโยบาย ด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาตรา ๘๕ (๕) หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนที่ ๑๐ แนวนโยบาย ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน มาตรา ๘๗ หมวด๑๔การปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา๒๘๑ มาตรา๒๘๒ วรรค ๒ วรรค ๓ วรรค ๔ และ วรรค ๕๒๗
    • ทำ-ธรรมนูญสิทธิชุมชนตามพ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนนอกจากรัฐธรรมนูญจะเป็นรากฐานกฎหมายที่ให้สิทธิแก่ประชาชนในการจัดการตนเองแล้วนั้น พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นกฎหมายอีกฉบับที่มีสาระสำคัญในการสนับสนุนสิทธิของชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ยกระดับเวทีประชุมปรึกษาหารือร่วมกันของคน/องค์กรชุมชนในตำบลให้มีกฎหมายรองรับ เกิดความชอบธรรมแก่ขบวนองค์กรชุมชน โดยมาตราที่เกี่ยวข้องและสามารถนำใช้อ้างสิทธิได้นั้น ได้แก่ หมวด ๑ มาตรา ๒๑ (ภารกิจของสภาองค์กรชุมชนตำบล)พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะประสานความร่วมมือกับท้องถิ่น ท้องที่ และรับรองสถานะการทำงานของชุมชนอีกด้วย๒๘
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองปฏิบัติการทางปัญญาสู่ธรรมนูญประชาชน๔.
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง เมื่อรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เปิดช่องทาง เปิดโอกาส ให้สิทธิและกระจายอำนาจเพิ่มมากขึ้นแล้วการทำธรรมนูญในระดับชุมชนท้องถิ่นจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย หัวใจของธรรมนูญประชาชน คือ การใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญเพื่อจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น ดังนั้นจะเริ่มต้นทำธรรมนูญ ต้องเริ่มต้นจากมองหันกลับมามองคำว่า“ตนเอง” ทั้งในสถานะบุคคล และคนในฐานะส่วนหนึ่งของชุมชน ทั้งนี้ ธรรมนูญนั้นมีด้วยกันหลายรูปแบบและหลายระดับ ดัง ตัวอย่างต่อไปนี้๓๑
    • ทำ-ธรรมนูญ ธรรมนูญระดับประเด็น : เป็นธรรมนูญที่เกิดขึ้นในกลุ่มหรือ องค์กรชุมชนที่มองเห็นปัญหาหรือปรากฎการณ์ในประเด็นใดประเด็น หนึ่ง แล้วจึงมีกระบวนการในการระดมปัญหา ระดมความคิดเห็น จน นำมาสู่การร่วมกันออกแบบ กำหนดข้อตกลง และปฏิบัติใช้ในประเด็น นั้นๆ โดยการยอมรับร่วมกันของกลุ่มหรือองค์กรชุมชนที่เชื่อมร้อยและ เกาะเกี่ยวกัน เช่น ธรรมนูญสุขภาพตำบลหนองยาว อำเภอพนมสาร คาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ธรรมนูญสุขภาพตำบล : เป็นเครื่องมือที่ทุกคนมีส่วนร่วมใน การออกแบบธรรมนูญเพื่อการจัดการสุขภาพ จัดการคุณภาพชีวิตใน วิถีเกษตร โดยที่กระบวนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เริ่มจากแกนนำจากทุกหมู่บ้านที่มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ รวมตัวกันจัดตั้งคณะกรรมการจัดทำธรรมนูญสุขภาพ จัดเวทีพูดคุย ทุกหมู่บ้าน ประกอบด้วย ๔ ภาคส่วน คือ ท้องถิ่น นักวิชาการ ภาค ๓๒
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองราชการและขบวนองค์กรชุมชน โดยมีสถานีอนามัย โรงเรียนพัฒนากร เป็นพี่เลี้ยงให้กับคณะกรรมการจัดทำธรรมนูญสุขภาพและได้บูรณาการ เครื่องมือหลากหลาย เช่น แผนแม่บทชุมชน เวทีประชาคมตำบล สภา องค์กรชุมชน แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ เป็นต้น ธรรมนูญระดับชุมชน : เป็นธรรมนูญที่เกิดขึ้นในระดับชุมชน คนในชุมชนร่วมกันออกแบบ และกำหนดข้อตกลง และปฏิบัติการใช้ โดยการยอมรับร่วมกันของคนในชุมชน คนในพื้นที่นั้นๆ เช่น ระเบียบ/ ข้อบังคับการใช้ที่ดินและทรัพยากรหมู่บ้านสมานมิตร ตำบลดอนศิลา อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย จากปัญหาที่ดินทำกิน ทั้งชุมชนได้ร่วมกันพัฒนาการใช้ประโยชน์ พื้นที่ทำกินร่วมกัน พื้นที่ “หน้าหมู่” หรือ “โฉนดชุมชน” การจัดการ ที่ดินหน้าหมู่ ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมสูง กระบวน การสร้างจิตสำนึกให้แก่คนทั้งชุมชนให้รักและหวงแหนผืนดินที่หาอยู่หา กิน จึงจำเป็นต้องกำหนดระเบียบ/ข้อบังคับขึ้น เป็นระเบียบที่ทุกคนมี ส่วนร่วมในการกำหนดระเบียบ เมื่อผู้ใช้เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ เมื่อนำ มาปฏิบัติจะไม่เกิดความขัดแย้ง หรือการเรียกร้อง ต่อรองที่ขัดกับความ ถูกต้องและระเบียบ/ ข้อบังคับของบ้านสมานมิตร๓๓
    • ทำ-ธรรมนูญ ธรรมนูญระดับตำบล : เป็นธรรมนูญที่ขยับจากระดับชุมชน เป็นระดับท้องถิ่น/ ตำบล โดยเริ่มจากฐานปัญหาของแต่ละชุมชน เกิด การขยับรวมกันในภาพของปัญหาทั้งตำบล นำไปสู่การออกแบบกำหนด ข้อตกลง และปฏิบัติการใช้ โดยการยอมรับร่วมกันของคนในตำบลนั้นๆ เช่น ธรรมนูญประชาชนกฎระเบียบตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย จังหวัด น่าน แผนชุมชนเป็นเครื่องมือที่ทำให้ทุกคนในตำบลมาร่วมกัน คิด เป็นเวทีชวนคิด ชวนคุย กระตุ้นด้วยคำถามเพื่อการแก้ปัญหา การ ดูแลทุกข์สุขร่วมกัน ข้อมูลที่เก็บได้ต้องนำมาจัดระบบ แบ่งเป็นหมวด หมู่ ได้แก่ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม การศึกษา สาธารณสุข เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การเมืองการ ปกครองและองค์กรชุมชนและวิเคราะห์จุดแข็งของทุนชุมชน เช่น ทุนคน ทุนทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ทุนวัฒนธรรมภูมิปัญญา ทุนภาคี เป็นต้น โดยมีสภาองค์กรชุมชนเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนงานของ ประชาชนในตำบลในทุกด้านเกิดการวางแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจและ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมตำบลบัวใหญ่ในช่วงสิบปีข้างหน้าของคนบัวใหญ่ กฎระเบียบตำบลบัวใหญ่ ข้อห้ามที่เกิดจากเวทีระดมปัญหา หา ทางป้องกัน และเสนอบทลงโทษ ข้อห้ามเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างปกติ สุขของคนในชุมชน และการวางแผนอนาคตเพื่อให้คนรุ่นหลัง มี-ใช้- รักษา-ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม๓๔
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง ธรรมนูญระดับภูมินิเวศ : เป็นธรรมนูญที่เชื่อมโยงภาพปัญหา กว้างมากขึ้น เป็นการเชื่อมในพื้นที่ที่ใช้ฐานทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน มองเห็นภาพปัญหาที่เชื่อมโยงส่งผลต่อกันและกันจนเกิดการขยับเชื่อม ในระดับภูมิเวศ เพื่อออกแบบ กำหนดข้อบังคับ และปฏิบัติใช้โดยการ ยอมรับของชุมชนในภูมินิเวศนั้นๆ เช่น ธรรมนูญลุ่มน้ำภูมี จังหวัด สงขลา กระบวนการจัดทำลุ่มน้ำภูมีนั้น มีผู้แทนจากทุกภาคส่วน ได้แก่ กลุ่มองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ สถาบันการศึกษา วัด มัสยิด ประชาชน บริษัท/โรงงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรวม ถึงภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับทรัพยากรในพื้นที่ลุ่มน้ำ รัตภูมี จัดเวทีระดมความคิดเห็นในการยกร่างธรรมนูญลุ่มน้ำภูมี โดย มีเป้าหมายสุขภาวะที่ดีของชุมชนคนลุ่มน้ำภูมี เมื่อได้ร่างธรรมนูญลุ่ม น้ำภูมีแล้วได้จัดเวทีประชาพิจารณ์ผู้เข้าร่วมเวทีมาจากตัวแทนทุกภาค ส่วน องค์กรในพื้นที่ องค์กรภาคีสนับสนุน ในพื้นที่ตลอดลุ่มน้ำ เมื่อปรับ แก้ไขตามข้อเสนอจากเวทีประชาพิจารณ์ จึงนำกลับมาเสนอในเวที สาธารณะอีกครั้ง เพื่อลงฉันทามติในการรับร่างธรรมนูญลุ่มน้ำภูมี และ ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ๓๕
    • ทำ-ธรรมนูญ๓๖ ธรรมนูญระดับจังหวัด:เป็นธรรมนูญที่เคลื่อนในภาพใหญ่เป็น การขยับจากฐานชุมชนหลายชุมชน หลายตำบล หลายอำเภอจนครอบ คลุมทั้งจังหวัด เกิดการร่วมกันออกแบบ กำหนดข้อบังคับและปฏิบัติ การใช้ในพื้นที่ทั้งจังหวัดโดยการยอมรับร่วมกันของคนในจังหวัดนั้นๆ รวมทั้งเกิดการเชื่อมร้อยการทำงานร่วมกับราชการส่วนจังหวัดนำมาสู่ การขับเคลื่อนในระดับแผนยุทธศาสตร์จังหวัด เช่น ธรรมนูญภาค ประชาชน ฅนอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ คนอำนาจเจริญ มีต้นทุนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นมายาวนาน มี เครื่องมือสำคัญ เช่น แผนแม่บทชุมชน สภาองค์กรชุมชน ที่ช่วยให้เกิด กระบวนการพัฒนาอย่างมีระบบ ขณะเดียวกัน สภาองค์กรชุมชนมี บทบาทในการเชื่อมร้อยขบวนและขับเคลื่อนงาน เกิดการบูรณาการ แผนงานและงบประมาณร่วมกับภาคีท้องถิ่น จากต้นทุนที่สะสมมานาน ทำให้กระบวนการพัฒนาเติบโตขึ้น มีความเข้มแข็งทุกระดับ จึงได้ร่วม กันจัดทำธรรมนูญประชาชน ฅนอำนาจเจริญ จนเกิดการยกระดับการ ทำงานพัฒนาชุมชนขึ้นมาเป็นโครงข่ายและการมีส่วนร่วมในรูป“จังหวัดจัดการตนเอง”เพื่อขับเคลื่อนขยายผลสร้างการเรียนรู้ในมิติ ท้องถิ่นระดับจังหวัด ด้วยมุ่งหวังว่ากลไกจังหวัดจัดการตนเองนี้จะก่อ ให้เกิดการทำงานพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วม บูรณาการทุกประเด็น ทุกต้นทุน ทุกศักยภาพในพื้นที่จังหวัด เพื่อนำไปสู่เป้าหมายหลัก คือ การจัดการตนเองตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับจังหวัด โดยประชาชน ในจังหวัดสามารถกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์การทำงานของจังหวัด อย่างมีส่วนร่วมโดยมีกระบวนการผลักดันให้รัฐกระจายอำนาจและ สิทธิในการจัดการจังหวัดของตนเอง ธรรมนูญประชาชน ฅนอำนาจเจริญ เป็นแนวทางการกำหนด แผนพัฒนา มีเป้าหมายสู่ความอยู่ดีมีสุข
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองจากการถอดบทเรียนพบว่า : ธรรมนูญประชาชน มีด้วยกันหลายระดับ หลายรูป แบบหรือโมเดล โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ปัจจัยตามบริบทและความ พร้อมของพื้นที่นั้นๆ แม้ธรรมนูญจะมีหลายระดับที่มีความแตกต่างกันในสาระภายในธรรมนูญนั้นๆ หากแต่วิธีการขึ้นรูป หรือก่อร่างลงมือทำธรรมนูญนั้นมีองค์ประกอบกระบวนการและขั้นตอนที่มีจุดร่วมไม่ต่างกัน : ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการเขียนธรรมนูญนั้น เกิดจาก ๑.ปัญหาในชุมชนที่ส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อน ทั้งชุมชนหรืออาจส่งผลกระทบต่อชุมชนข้างเคียงด้วยมีการแก้ไข ปัญหาด้วยเครื่องมือต่างๆ มาแล้ว จนในที่สุดต้องมากำหนดข้อ ตกลงการใช้ชีวิตร่วมกันของชุมชน ๒.ความพร้อมของคนในชุมชน เป็นชุมชนที่มีต้นทุนการ ทำงานมานาน เกิดการยกระดับการทำงานพัฒนาไปสู่ชุมชนจัด การตนเอง เป้าหมายของการทำธรรมนูญ คือ ต้องการให้ชุมชนเกิดความอยู่ดีมีสุข“”๓๗
    • ทำ-ธรรมนูญคนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของการทำธรรมนูญ ดังนั้นต้องเริ่มต้นจากการสำรวจตรวจตราตนเอง ...พื้นที่ที่จะร่วมกันทำธรรมนูญนั้นควรจะต้องมีคนที่มีความเป็นพลเมืองเพื่อเป็นคณะทำงานหรือคณะกรรมการที่ขับเคลื่อนขยายผลแนวคิดนี้ต่อชุมชน “ความเป็นประชากรมีได้นับตั้งแต่เกิดจนตาย แต่ความเป็นพลเมืองเกิดขึ้นโดยสำนึก และการมีส่วนร่วม”คน คือ องค์ประกอบที่สำคัญในการขับเคลื่อน สิ่งสำคัญที่พลเมืองควรจะต้องมี คือ ๑.“สำนึกความเป็นพลเมือง”การรับรู้ในสิทธิหน้าที่ของตนเอง ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของสังคม และต้องการมีส่วนร่วมในการแก้ไข ปัญหาของสังคม มองที่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน เมื่อประชาชนมีสำนึกพลเมืองจะนำมาสู่การรวมตัวกันเพื่อจัดการ ปัญหาของชุมชน หรือปัญหาในประเด็นต่างๆ ที่เผชิญร่วมกัน (เธียรชัย ณ นคร และคณะ, ประชาธิปไตยชุมชน : กลไกการขับเคลื่อนภาคพลเมืองเข้มแข็ง, กรุงเทพฯ : สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง ๒๕๕๓)๓๘
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง ๒.“ความรู้” ความรู้ที่ทำให้คนเข้าใจเรื่องราวของตนเอง มี ความรู้ในเรื่องของตนเองเห็นปัญหาตนเองเห็นสิทธิของตนเองเพื่อจะ นำไปสู่การตื่นตัวเข้ามามีส่วนร่วม ๓.“ปฏิบัติการ” คนที่มีจิตสำนึกพลเมือง มีความรู้ความเข้าใจ และตื่นตัว จะเข้ามามีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติการในรูปแบบต่างๆ และจะเป็นฐานพลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นปัญหาของชุมชน และสามารถขยายแนวคิดไปสู่ผู้อื่นได้๓๙
    • ทำ-ธรรมนูญปฏิบัติการสู่การเขียนธรรมนูญประชาชนทำงานสร้างมิตร ขยับเพื่อสร้างสมดุล การทำธรรมนูญประชาชนเกิดขึ้นจากฐานชุมชน และต้องเชื่อม ประสานภาคีให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการขับเคลื่อนจัดทำ ธรรมนูญประชาชน จัดความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนร่วมทาง มิตรร่วมบ้าน ผสาน ความรู้ และเติมทุนซึ่งกันและกัน เพราะการทำธรรมนูญประชาชนไม่ใช่ การโตเดี่ยวเนื่องด้วยสาระต่างๆที่ประกอบร่างเป็นธรรมนูญประชาชน นั้นมีด้วยกันหลากหลายประเด็น หลากหลายผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย รวบรวมปัญหา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชน จัดระบบข้อมูล เชื่อมร้อยภาคีส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ วิเคราะห์ข้อมูล และสังเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปสู่การยกร่างธรรมนูญ ประชาชนร่วมกัน๔๐
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองวงน้ำชา วงกาแฟ เวทีประชุม จัดวงพูดคุยกันต่อเนื่อง ทั้งวงคุยอย่างไม่เป็นทางการ เช่น วง น้ำชาวงกาแฟคุยกันตามงานบุญงานประเพณีหรืองานสังคมอื่นๆเช่น งานศพ งานแต่งงาน เป็นต้น และวงคุยอย่างเป็นทางการตามวาระ เช่น เวทีประชาคมหมู่บ้าน เวทีประชุมของกลุ่มกิจกรรม กลุ่มองค์กรต่างๆ ของชุมชน เช่น เวทีประชุมของสภาองค์กรชุมชน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่เรียนรู้ธรรมนูญประชาชน เพื่อเปิดรับ มุมมอง แนวคิด ความรู้ที่หลากหลาย สร้างแรงบันดาลใจจากพื้นที่ รูปธรรมที่เข้มแข็ง และยังเป็นการขยายมิตร สร้างเพื่อนร่วมทาง ภาคีที่มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำธรรมนูญขอให้พิจารณาจากฐานต้นทุนของชุมชนเป็นหลัก เพราะแต่ละพื้นที่มีบริบท มีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน หน่วยงานและภาคีที่เข้าร่วมกระบวนการอาจต่างกัน ภาคีเหล่านี้ประกอบด้วย ภาคีภายใน เช่น ตัวแทนกลุ่ม/องค์กร/เครือข่าย สภาองค์กรชุมชน ตัวแทนโรงเรียน วัด มัสยิดโบสถ์ ตัวแทนส่วนราชการ หน่วยงาน ท้องที่ ท้องถิ่นผู้ประกอบการเอกชน เป็นต้น และภาคีภายนอกพื้นที่เช่น องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา เป็นต้น“”๔๑
    • ทำ-ธรรมนูญแกนนำก่อการดี แกนนำในการก่อการทำธรรมนูญนี้ทำหน้าที่ในการบริหาร จัดการและสร้างการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และการร่วมแก้ไขปัญหา อีกทั้งยังต้องเป็นกลไกในการทำหน้าที่เชื่อมร้อย ประสานภาคีเครือข่าย ความสัมพันธ์ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก เชื่อมทุน เชื่อมโอกาส เชื่อม ความรู้ โดยอาจแยกเป็นทีมทำงาน ดังนี้ ทีมที่หนึ่ง ทีมยุทธศาสตร์ คุณสมบัติคือมองภาพรวม งานของพื้นที่ เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อน รวมทั้งทำหน้าที่ในการ ประสานภาคีภาครัฐ ท้องถิ่น ท้องที่ และประสานหน่วยงานภาคี ภายนอก ทีมที่สอง ทีมประสาน เชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัด ใช้สภาองค์กรชุมชนและงานประเด็น เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนยกระดับการทำงาน ทีมที่สาม ทีมปฏิบัติการในพื้นที่ตำบล ทำงานเพื่อ สร้างการเรียนรู้อย่างจริงจังเข้มข้นในพื้นที่สร้างความรู้สร้างสำนึกให้ กับคนในชุมชนการพูดคุยกันบ่อยทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันอันเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในการปรับทัศนคติสร้างความรู้ความเข้าใจใหม่ที่จะโยงไปถึงการสร้างสำนึกร่วมกันของความเป็นชุมชนขึ้นมาด้วย“”๔๒
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองการจัดการความสัมพันธ์กับภาคีต่างๆ ในท้องถิ่น สร้างความร่วมมือกับภาคีต่างๆ ในท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงาน รัฐ เป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ภาคีในการที่ประชาชนจะเขียน ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง ตามสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐ ธรรมนูญ การจัดการความสัมพันธ์กับภาคีต่างๆ ทั้งการเชื่อมร้อยกับภาคี อื่นๆ ในท้องถิ่น และการประสานงานกับราชการส่วนจังหวัด โดยสิ่ง สำคัญที่จะทำให้เกิดการประสานกันได้ง่ายขึ้นนั้น อาศัยองค์ประกอบ ๒ ส่วน คือ องค์ประกอบที่หนึ่ง คือ รูปธรรมการทำงาน ที่เห็นได้จริง พิสูจน์ได้ องค์ประกอบที่สอง คือ ลักษณะท่าทีของคนทำงานที่ประนีประนอม ใช้คนให้เหมาะสมกับศักยภาพและลักษณะงาน๔๓
    • ทำ-ธรรมนูญสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการจัดความสัมพันธ์ของชุมชนกับภาคีส่วนต่างๆ ว่าอยู่ในระดับใด มีความร่วมมือระดับใด เช่น การจัดทำแผนร่วมกันการจัดทำข้อบัญญัติตำบล การพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่ชุมชน ฉะนั้นในการพัฒนาชุมชนไปสู่ชุมชนจัดการตนเองนั้น จะต้องวิเคราะห์ให้เห็นปัจจัยภายในและภายนอกตัวชี้วัดที่สำคัญคือความเข้มแข็งของชุมชนที่จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนงานทุกๆ ด้าน“”๔๔
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองเขียนธรรมนูญ ร่วมกำหนดร่วมออกแบบและยกร่างหลังจากได้ข้อมูลเห็น สภาพปัญหา จึงร่วมกันออกแบบวิธีการ แนวทางในการจัดการกับปัญหา นั้นๆ กำหนดเป็นธรรมนูญที่เป็นของตนเอง “คิดเอง เขียนเอง ทำเอง”เพื่อสร้างข้อตกลงร่วม กำหนดทิศทางการพัฒนาร่วมของคนในพื้นที่ องค์ประกอบของธรรมนูญประชาชนควรประกอบด้วย ๓ กรอบ เนื้อหา คือ ๑.ข้อมูลทั่วไป ประกอบด้วยหมวดพื้นฐาน ปรัชญา แนวคิดสภาพทั่วไปของชุมชน ๒.เนื้อหาของธรรมนูญประชาชน ประกอบด้วยเรื่องสังคมการ เมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ แบ่งเป็น หมวดหมู่ และมีรายละเอียดที่ชัดเจนในแต่ละหมวด โดยแต่ละเรื่องควร ประกอบไปด้วยหลักการของประเด็นนั้นๆเป้าหมายที่จะทำร่วมกันและ มาตราการรวมถึงข้อตกลงและกติกา ๓.บทเฉพาะกาล ประกอบด้วย เรื่องบทลงโทษต่อสิ่งที่จะมา กระทบต่อชุมชนให้ปรากฎอย่างชัดเจน เพราะการเขียนระบุบทลงโทษ จะใช้อ้างอิงได้เมื่อเกิดกรณีปัญหาหรือการละเมิดเกิดขึ้นรวมทั้งเงื่อนไข ในการแก้ไขธรรมนูญว่าสามารถดำเนินการได้อย่างไร จัดเวทีประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นรอบด้าน ฟังทุก เสียงสะท้อนเพื่อนำมาปรับแก้หรือทำให้คนในพื้นที่ยอมรับร่วมกันได้ ประกาศใช้เป็นการประกาศใช้ธรรมนูญประชาชนต่อพื้นที่ สาธารณะเพื่อยืนยันสิทธิตามธรรมนูญและยืนยันเจตนารมณ์ของ ประชาชน ปฏิบัติการใช้ธรรมนูญประชาชนในพื้นที่ นำธรรมนูญประชาชน ที่ประกาศใช้มาปฏิบัติจริง มีมาตรการในการจัดการเมื่อเกิดการละเมิด ธรรมนูญประชาชนเพื่อให้ธรรมนูญประชาชนมีความศักดิ์สิทธิ์๔๕
    • ทำ-ธรรมนูญสิ่งพึงระลึกในการเขียนธรรมนูญ ต้องประสานและผนึกกำลังที่หลากหลายการเขียนธรรมนูญ ประชาชนนั้นเป็นกระบวนการซึ่งต้องผสานและผนึกพลังที่หลาก หลาย ได้แก่ ๑. พลังชุมชน : สร้างความเข้มแข็งสภาองค์กรชุมชน ๒. พลังทางสังคม : ภาคีร่วมพัฒนา-สานพลัง ๓. พลังความรู้ : การวิจัยเชิงปฏิบัติการ-การจัดการ ความรู้ ๔. พลังภูมิปัญญาท้องถิ่น : องค์ความรู้ท้องถิ่น ข้อมูล ชุมชน ๕. พลังสื่อ : สื่อสารสาธารณะ-สื่อท้องถิ่น เช่น วิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์ เอกสารเผยแพร่ เวทีเสวนาผ่านวิทยุ เป็นต้น อย่ายึดติดภาษาราชการ ภาษาวิชาการ ควรเป็นภาษาที่ ชาวบ้านอ่านแล้วเข้าใจ และปฏิบัติตามได้ ต้องมีความชัดเจนว่าเนื้อหาสาระของประเด็นในธรรมนูญประชาชนนั้นมีเป้าหมายเพื่ออะไร และไปสัมพันธ์กับปรัชญา หลักคิด หรือมีมาตราใดในกฎหมายรองรับ บทเฉพาะกาล ประกอบด้วยเรื่องการแก้ไขธรรมนูญประชาชน ที่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาการแก้ไข วิธีการแก้ไข การเปลี่ยนแปลง ของคณะกรรมการ/ ผู้ที่จะดำเนินงานการแก้ไข และการประกาศใช้ เมื่อใด ๔๖
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองสู่อิสรภาพ๕.
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองการทำธรรมนูญประชาชนนั้น สิ่งสำคัญคือการที่คนลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวพร้อมกัน ธรรมนูญประชาชนไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง เป็นเรื่องของจิตสำนึกของความเป็นพลเมืองที่ตระหนักถึงส่วนรวมการเขียน“ธรรมนูญ”ที่เป็นของตนเอง “คิดเอง เขียนเอง ทำเอง” สร้างข้อตกลงร่วม กำหนดทิศทางการพัฒนาร่วมของคนในพื้นที่ เป็นการสร้างการยอมรับและระเบิดออกมาจากภายใน พัฒนาระบบประชาธิปไตยชุมชนให้เป็นจริง ...สร้างสำนึกใหม่ให้เกิดขึ้นในชุมชนได้เมื่อไหร่ความเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นเมื่อนั้น“”๔๙
    • ทำ-ธรรมนูญ พลังของความเปลี่ยนแปลงเล็กๆที่เกิดขึ้นจากฐานชุมชนท้องถิ่น เป็นฐานพลังที่สำคัญอย่างมาก เมื่อหลายๆ พลังเล็กๆ รวมตัวกันย่อม กลายเป็นมวลพลังที่ใหญ่ขึ้นหลายชุมชนรวมตัวกันเกิดภาพระดับตำบล จากตำบลหลายๆ ตำบลรวมกัน เป็นอำเภอ และขยับสู่การเคลื่อนใน ระดับจังหวัดในที่สุด และเมื่อเคลื่อนถึงระดับจังหวัดเมื่อใด พลังของคน แต่ละคนนั้นย่อมเป็นพลังที่ย่อมจะส่งผลสะเทือนให้เกิดขึ้นได้ การตื่นตัว การเคลื่อนไหวของประชาชนกับเครื่องมือใหม่อย่าง ธรรมนูญประชาชน หากมีการเคลื่อนส่งต่อไม้กันได้อย่างต่อเนื่องและ ยกระดับขึ้นไปๆ ย่อมส่งผลสะเทือนต่อการรับรู้ของผู้คนในสังคมด้วย กันเอง เห็นความตื่นตัวของประชาชนเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และ สะเทือนต่อหน่วยงานราชการภาครัฐที่ทำให้รัฐต้องหันกลับมาคำนึงถึง พลังของพลเมืองของตนมากขึ้น เกิดการรับฟังและเปิดพื้นที่ให้ในการ ร่วมกันกำหนดแผนพัฒนาจังหวัด สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทาง โครงสร้างอำนาจ เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นและภาคประชาสังคมมีสิทธิและ ศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับภาครัฐ๕๐
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง อย่าละเลย พลังของตนเองเพราะแม้ว่าเราจะเป็นเพียงหยดน้ำหยดหนึ่งในมหาสมุทร แต่มหาสมุทรก็เกิดได้เพราะหยดน้ำ...ไม่ใช่หรือ“”๕๑
    • ทำ-ธรรมนูญ หากถามว่า “ทำแล้วจะได้อะไร?” “มีธรรมนูญแล้ว จะนำพาชีวิตเรา ชีวิตครอบครัว เราเดินไปบนเส้นทางไหน?” คำตอบอย่างง่ายที่สุด คือ ๑. “สร้างคน ได้พลเมือง” : กระบวนการในการขับเคลื่อน ทำธรรมนูญ ใช่เพียงจะได้ผลลัพธ์เป็นธรรมนูญหรือเครื่องมือในการใช้ ปฏิบัติร่วมกันในพื้นที่แล้ว แต่กระบวนการตั้งแต่การก่อเกิดยังพัฒนา สร้างพลเมืองอีกด้วย คนที่มีความตื่นตัว มีความรู้ความเข้าใจ และ ตระหนักถึงพลัง อำนาจของตนเอง อีกทั้งยังเป็นคนที่มีส่วนร่วมสูง คน ที่ก้าวข้ามความเป็นประชากรเป็นคนที่มีความพลเมือง อันจะเป็นฐาน พลังสำคัญในการพัฒนาถิ่นเกิดและสังคมต่อไป ๒. “จับต้อง กินได้” : เราสามารถจับต้อง รับรู้ถึงการมีอยู่ของ อำนาจของเรา อันเป็นอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้แก่ประชาชน ได้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมจริงๆ ไม่ใช่เพียงอำนาจบนหิ้งหรือ อำนาจที่จบลงที่คูหาเลือกตั้งเพียงเท่านั้น๕๒ธรรมนูญ...ให้อะไร
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง ๓. “แก้ปัญหาได้” : ธรรมนูญประชาชนเป็นเครื่องมือในการ จัดการตนเองในระดับพื้นที่ได้ ธรรมนูญประชาชนเกิดจากฐานปัญหาที่ ชาวบ้านมาร่วมกันหาทางออกร่วมกัน สร้างการเรียนรู้ร่วมกัน สรุป บทเรียนและยกระดับด้วยการเขียนธรรมนูญประชาชน เพื่อกำหนด กติกาการอยู่ร่วมกัน ๔.“อยู่เย็นเป็นสุขได้”:เมื่อคนในชุมชนมีสำนึกร่วมกัน รู้สึกถึง ความเป็นเจ้าของร่วมกัน เห็นคุณค่าของความเป็นพี่เป็นน้องเป็นชุมชน ร่วมกัน สังคมที่เคยต่างคนต่างอยู่ ต่างคิด ต่างทำ ก็ย่อมเปลี่ยนแปลง เป็นสังคมของการมีส่วนร่วม สังคมของการช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จัดการความขัดแย้งด้วยความเป็นพี่น้องเครือญาติ๕๓
    • ทำ-ธรรมนูญคำถามสำคัญที่ต้องร่วมกันตอบ ... เราอยากได้สังคมแบบไหน สังคมอยู่ร้อน นอนทุกข์ สังคมที่โดดเดี่ยว แยกส่วน สังคมที่ตัวใครตัวมันสังคมที่พึ่งพากันและกันไม่ได้ สังคมที่เอาตัวเองยังไม่รอดอย่างนั้นหรือ? หากคำตอบคือ “ไม่” ..เส้นทางการทำธรรมนูญประชาชนเปิดรออยู่ เส้นทางที่เป็น“อำนาจที่แท้จริง” อำนาจตามกรอบรัฐธรรมนูญ อำนาจ ที่เป็นเรื่องของสิทธิในชีวิตและสิทธิของชุมชนที่สามารถกำหนดออกแบบวิธีการแก้ไขปัญหาวิธีการพัฒนาชุมชนด้วยตนเองได้ โดยมีแผนหรือข้อบังคับของชุมชนที่สอดคล้องกับเงื่อนไขชีวิต เงื่อนไขวัฒนธรรม ความเป็นชาติพันธุ์ ไม่ว่าเราจะเรียกเครื่องมือนี้ว่าอะไรก็ตามทั้งคำว่า “แผน”/ ข้อบังคับ/ กฎระเบียบ หรือธรรมนูญนั้นสาระสำคัญที่สุดคือ๕๔
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง ธรรมนูญประชาชนเป็นเครื่องมือที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงแก่ชุมชนท้องถิ่น เพราะเป็นเครื่องมือที่มีชีวิต และ.. ทรงอำนาจมากกว่าเครื่องมือไหนๆ กฎหมายฉบับใดๆเพราะถูกออกแบบด้วยคนในชุมชนผู้ที่เป็นเจ้าของปัญหา ผ่านการจัดเวทีและปฏิบัติการร่วมกันทั้งชุมชน๕๕“ถ้าสิ่งที่เราหว่านเพาะเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งสำนึกจัดการตนเอง.....ดอกผลที่งอกเงยจะเป็นสิ่งใดไปไม่ได้นอกจาก ต้นกล้าและไม้ใหญ่ที่มีสำนึกรักและหวงแหนชุมชนของตนเอง”“”
    • ทำ-ธรรมนูญข้อแนะนำ : ๗ ต้อง ๑ ไม่ ๑.ต้องสร้างทีมงานที่มีความเข้าใจในการทำธรรมนูญ ประชาชน มีทักษะการสื่อสารสามารถจัดเวทีสร้างความรู้ ความ เข้าใจแก่ชุมชนในการทำธรรมนูญประชาชน ๒.ต้องสร้างการเรียนรู้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ สรุปบทเรียนและนำบทเรียน ประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติ มาปรับแก้ ปรับใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ๓.ต้องสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นในชุมชนอยู่เสมอ มีเวทีในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดความ ตระหนักและรู้สึกเป็นเจ้าของในชุมชนร่วมกัน ๔.ต้องมีการจัดทำแผนงานเป็นขั้นตอน มีทิศทางและแนว ทางการทำงานสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ โดยต้องอาศัยการมีส่วน ร่วมคิดวางแผนจากประชาชน เพราะความสำเร็จของการทำ ธรรมนูญประชาชนอยู่ที่กระบวนการที่สามารถสร้างและผสาน อำนาจของประชาชน ๕.ต้องสร้างความร่วมมือ ความรู้ ความเข้าใจ และเชื่อม โยงการทำงานกับหน่วยงานรัฐ และภาคีท้องถิ่นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ๖.ต้องเตรียมฐานข้อมูลระดับชุมชนตัวอย่างพื้นที่รูปธรรม ที่ประสบผลสำเร็จในการจัดทำธรรมนูญประชาชน เพื่อสร้าง ความเชื่อมั่นให้แก่ชุมชน หน่วยงานรัฐ และภาคีท้องถิ่น ว่าสิ่งที่ ประชาชนร่วมคิด ร่วมทำอยู่นั้น ไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญแต่เป็น สิทธิอันชอบธรรมที่ส่งเสริมประชาธิปไตยทางตรงที่แท้จริง ๗.ต้องสร้างการเรียนรู้ต่อสื่อทุกแขนง เพื่อให้สื่อไปขยาย ผลสร้างการเรียนรู้ให้สาธารณะชนต่อไป ๘.ไม่หนีปัญหา หรือถอยจากปัญหา หรือแรงปะทะที่ อาจจะเกิดขึ้นจากส่วนต่างๆ แต่ต้องยืนยันเจตนารมณ์ของการทำ ธรรมนูญประชาชน๕๖
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองข้อแตกต่างระหว่างข้อบัญญัติท้องถิ่นกับธรรมนูญประชาชนข้อบัญญัติท้องถิ่น รัฐธรรมนูญมาตรา๒๕๗ให้รัฐสภาตรากฎหมายลูกว่าด้วย การเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒ โดยสาระสำคัญ ของกฎหมายฉบับนี้สรุปได้ว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กร ปกครองท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิ เลือกตั้งในท้องถิ่นนั้น มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานสภาท้องถิ่นเพื่อ พิจารณาให้ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นที่จะทำให้การอยู่ร่วมกันของ ประชาชนในท้องถิ่นดีขึ้น สามารถเข้าชื่อร้องขอต่อประธานสภา ท้องถิ่นเพื่อให้ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นได้ โดยยื่นคำร้องพร้อมร่างข้อ บัญญัติมีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้ ๑. ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้ มีสิทธิเลือกตั้งในท้องถิ่นนั้น เสนอคำร้องต่อประธานสภาท้องถิ่น ๒. คำร้องต้องประกอบด้วยร่างข้อบัญญัติท้องถิ่น ชื่อ ที่อยู่และลายมือชื่อ พร้อมด้วยสำเนาบัตรประชาชน ๓. ร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นจะต้องมีข้อกำหนดที่ชัดเจนเพียง พอที่จะทราบได้ว่ามีความประสงค์จะตราข้อบัญญัติท้องถิ่นใน เรื่องใด ๔. ประธานสภาท้องถิ่นตรวจสอบแล้ว จึงปิดประกาศข้อ เสนอพร้อมรายชื่อผู้เสนอ ณ ที่ทำการขององค์กรส่วนท้องถิ่นและ ในเขตชุมชนหนาแน่น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยคัดค้านภาย ในระยะเวลา๒๐วันแล้วจึงเสนอสภาท้องถิ่นเพื่อพิจารณาให้ความ เห็นชอบ และประกาศเป็นข้อบัญญัติต่อไป๕๗
    • ทำ-ธรรมนูญ๕๘ธรรมนูญประชาชน ประชาชนในพื้นที่ชุมชน ตำบล จังหวัด ที่ทำงานร่วมกันใน ลักษณะองค์กรชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน มีการเชื่อม ร้อยภาคี ประเด็นงาน มีการถอดบทเรียนความสำเร็จและความ ล้มเหลว ได้ร่วมกันเขียนขึ้นเพื่อเป็นการกำหนดวิถีการอยู่ร่วมกัน ในชุมชน ตำบล จังหวัด เป็นการใช้สิทธิ อำนาจตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ การกำหนดกติกาเพื่อการจัดการตนเอง ใช้กระบวน การมีส่วนร่วมสูงในการเขียนธรรมนูญรับรองการใช้โดยประกาศ และประกาศใช้ธรรมนูญประชาชนโดยประชาชน
    • พื้นที่เรียนรู้ธรรมนูญประชาชน
    • ทำ-ธรรมนูญธรรมนูญประชาชน : ธรรมนูญประชาชน ฅนอำนาจเจริญผู้ประสานงาน : นายชาติวัฒน์ ร่วมสุขติดต่อ : โทร ๐๘๖-๘๗๘๖๐๔๔ธรรมนูญประชาชน : ธรรมนูญลุ่มน้ำภูมี จังหวัดสงขลาผู้ประสานงาน : นายอภินันท์ ชนะคช ติดต่อ : โทร ๐๘๙-๘๖๖๑๙๑๕email : chanakot@hotmail.comธรรมนูญประชาชน : ระเบียบ/ข้อบังคับการใช้ที่ดินและทรัพยากร หมู่บ้านสมานมิตร พ.ศ. ๒๕๔๘ ผู้ประสานงาน : นายวิรัตน์ พรมสอนติดต่อ : หมู่บ้านสมานมิตร ตำบลดอนศิลา อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย : โทร ๐๘๒-๑๙๖๔๗๒๒email : badfarmer2009@windowlive.comธรรมนูญประชาชน : กฎระเบียบข้อบังคับชุมชนบ้านห้วยหินลาด ม. ๗ ว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการบริหารจัดการชุมชนผู้ประสานงาน : นายเกรียงศักดิ์ ปะปะติดต่อ : โทร ๐๘๐-๐๓๓๔๖๒๔, ๐๘๙-๖๓๗๗๘๒email : topkaren2@gmail.com๖๐ทำ-ธรรมนูญ
    • :ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเองธรรมนูญประชาชน : ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพตำบลหนองยาว พ.ศ.๒๕๕๔ผู้ประสานงาน : นายเจษฎา มิ่งสมรติดต่อ : โทร ๐๘๖-๐๐๐๑๗๒๗email : tomatota@gmail.comธรรมนูญประชาชน : กฎระเบียบตำบลบัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่านผู้ประสานงาน : นางฑิฆัมพร กองสอน ติดต่อ : โทร ๐๘๑-๘๘๔๑๔๒๓email : tkkommun@gmail.comธรรมนูญประชาชน : ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล “ธรรมนูญกองทุนกลาง ตำบลพิจิตร”ผู้ประสานงาน : กำนันอนันต์ แก้วชนะติดต่อ : องค์การบริหารส่วนตำบลพิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา ๙๐๓๑๐ : โทร ๐๗๔-๕๙๓๗๑๒ ๖๑รายละเอียดธรรมนูญประชาชนของพื้นที่รูปธรรม สามารถเปิดดูได้ที่ www.codi.or.th:ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง
    • ทำ-ธรรมนูญบรรณานุกรม ทศพล สมพงษ์.(๒๕๕๕). ประชาธิปไตยชุมชน จากแนวคิดสู่การจัดการ. กรุงเทพฯ : สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง เธียรชัย ณ นคร และคณะ.(๒๕๕๓). ประชาธิปไตยชุมชน :กลไกการขับเคลื่อนภาคพลเมืองเข้มแข็ง. กรุงเทพฯ :สำนักงาน สภาพัฒนาการเมือง สมพันธ์ เตชะอธิก และทศพล สมพงษ์.(๒๕๕๕).๑๐๘คำศัพท์เพื่อการสนับสนุนการเมืองภาคพลเมือง. กรุงเทพฯ : สภาพัฒนา การเมือง สน รูปสูง.(๒๕๕๔).คู่มือประชาธิปไตยชุมชน,.กรุงเทพฯ:สภา พัฒนาการเมือง, เอกสารประกอบการประชุม. ข้อเสนอเพื่อการพิจารณาของสมัชชาระดับชาติ. สถาบันพัฒนาองค์การมหาชน.(๒๕๕๖)๖๒ทำ-ธรรมนูญ