วิจัยในชั้นเรียนไม่ส่งการบ้าน

283,451 views

Published on

23 Comments
112 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
283,451
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
393
Actions
Shares
0
Downloads
6,597
Comments
23
Likes
112
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

วิจัยในชั้นเรียนไม่ส่งการบ้าน

  1. 1. วิจัยในชั้นเรียนการศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนชันประถมศึกษาปีที่ 6/1 ้ ปีการศึกษา 2554 เรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน ผู้วิจัย นางกิติยา ทามาน โรงเรียนอนุบาลนครพนมสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  2. 2. ชืองานวิจัย ่ การศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / 1 โรงเรียนอนุบาลนครพนม เรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้านชื่อผู้วิจัย กิติยา ทามานกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้บทคัดย่อ การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนอนุบาลนครพนมผู้วิจัยได้จัดทาแบบสอบถามเพื่อศึกษาสาเหตุของการไม่ส่งงาน /การบ้านของนักเรียนจานวน 15 ข้อ โดยให้นักเรียนเรียงลาดับสาเหตุการไม่ส่งงาน / การบ้านตามลาดับที่มากที่สุดจนถึงน้อยที่สุดจากลาดับ 1 – 15 และได้ทาการนาผลของแต่ละสาเหตุ มาหาค่า ร้อยละ แล้วนาข้อมูลมาวิเคราะห์และหาข้อสรุปพร้อมทั้งนาเสนอในรูปของตารางประกอบคาบรรยาย เพื่อศึกษาพฤติกรรมชองนักเรียนในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน ผลการศึกษาปรากฏว่า จากการศึกษาและวิเคราะห์แบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / 1 ในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน แสดงให้เห็นว่า สาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้าน ลาดับที่ 1 คือ การให้การบ้านมากเกินไป และแบบฝึกหัดยากทาไม่ได้ โดยคิดจากนักเรียน 41 คน ที่เลือกเป็นสาเหตุอันดับที่ 1 และ 2 จานวน 27 คน คิดเป็น ร้อยละ 65.85
  3. 3. การวิจัยพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมปีที่ 6/1 โรงเรียนอนุบาลนครพนม ในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้านความสาคัญและที่มา ปัจจุบันจากการสอบถามครูผู้สอนในรายวิชาต่าง ๆ ของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่านักเรียนส่วนใหญ่มักจะส่งงาน / การบ้านไม่ตรงเวลาที่ครูผู้สอนกาหนด หรือบางคนก็ไม่ส่งงาน / หรือการบ้านเลย ซึ่งทาให้ครูผู้สอนไม่สามารถวัดความรู้ หรือติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนได้ ซึ่งในบางรายวิชาอาจมีผลต่อคะแนนเก็บของนักเรียนด้วย ดังนั้นผู้วิจัยซึ่งในฐานะที่เป็นทั้งครูผู้สอนและครูประจาวิชาเห็นความสาคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้ ทาการวิจัยเพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 เพื่อนามาเป็นข้อมูลในการแก้ปัญหาของนักเรียนในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้านต่อไปวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้าน ของนักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 /1 2. เพื่อรวบรวมข้อมูลสาหรับการแก้ปัญหาการไม่ส่งงาน / การบ้านของนักเรียนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ทราบถึงพฤติกรรมและสาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้านของนักเรียน 2. ได้แนวทางในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนขอบเขตของการวิจัย ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการสร้างแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนในการไม่ส่งงาน / การบ้านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โดยใช้ข้อความที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้าน จานวน 15 ข้อ และได้กาหนดขอบเขตของการวิจัยไว้ดังนี้ 1.ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือนักเรียนโรงเรียนอนุบาลนครพนม กาลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมปีที่ 6/1 ในภาคเรียนที่ 2 ประจาปีการศึกษา 2554 จานวน 1 ห้องเรียนจานวน 41 คน 2. แบบสอบถามที่ใช้ในการวิจัย เป็นเป็นแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนในระดับชั้นประถมปีที่ 6 ในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน จานวน 15 ข้อ 3. ตัวแปร 3.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ แบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมชองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนอนุบาลนครพนมในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน 3.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ระดับคะแนนเฉลี่ยของแบบสอบถาม
  4. 4. วิธีดาเนินการวิจัย ระยะเวลาในการดาเนินงาน 20 พฤศจิกายน 2554 - 24 กุมภาพันธ์ 2555 วัน เดือน ปี กิจกรรม หมายเหตุ 20 – 30 พฤศจิกายน - ศึกษาสภาพปัญหาและวิเคราะห์ปัญหา25541 - 30 ธันวาคม 2554 - เขียนเค้าโครงงานวิจัยในชั้นเรียน - ศึกษาเทคนิคการสร้างแบบสอบถาม -ออกแบบและสร้างแบบสอบถามที่จะใช้ใน งานวิจัย15 มกราคม 2555 - นักเรียนทาแบบสอบถาม ผู้วิจัยบันทึกข้อมูล16–31 มกราคม 2555 - เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยบันทึกข้อมูล1– 24 กุมภาพันธ์ 2555 - สรุปและอภิปรายผล - จัดทารูปเล่มเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสอบถามขั้นตอนการดาเนินการ ในการดาเนินการศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน โดยใช้ แบบสอบถามเพื่อหาสาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้าน ผู้วิจัยได้วางแผนการดาเนินการศึกษา สร้างแบบสอบถาม โดยใช้ข้อความที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุของการมาส่งงาน / การบ้านและได้ดาเนินการซึ่งมีรายละเอียดเป็นขั้นตอนดังนี้ 1.ขั้นวิเคราะห์ ( Analysis) 1.1 วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียน การวิเคราะห์ผู้เรียนได้กาหนดไว้ดังนี้ ประชากร คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554โรงเรียนอนุบาลนครพนม จานวน 1 ห้องเรียน จานวน 41 คน 1.2 วิเคราะห์สาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้าน ของนักเรียน โดยการหาค่าร้อยละ 2. ขั้นออกแบบ (Design) ผูวิจัยดาเนินการสร้างแบบสอบถามเพื่อวัดพฤติกรรมของนักเรียนในการไม่ส่งงาน/ ้การบ้าน โดยมีลาดับขั้นตอนการสร้างดังนี้
  5. 5. 1.1 ศึกษาเทคนิคการสร้างแบบสอบถามจากเอกสารต่าง ๆ 1.2 สร้างแบบสอบถามเพื่อวัดพฤติกรรมของนักเรียนเพื่อหาสาเหตุในการไม่ส่งงาน/การบ้านของนักเรียนในระดับชั้น ป. 6/1 จานวน 15 ข้อ โดยให้นักเรียนใส่หมายเลขลาดับสาเหตุของการไม่ส่งงานจากลาดับมากที่สุด ( 1 ) ไปจนถึงลาดับน้อยที่สุด ( 15 ) 1.3 นาแบบวัดเจตคติที่สร้างขึ้นเสนอต่อที่ปรึกษางานวิจัย เพื่อตรวจสอบแก้ไข 1.4 นาแบบวัดเจตคติมาปรับปรุงแก้ไขก่อนนาไปใช้จริง 3. ขั้นดาเนินการ ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้มีการดาเนินการดังนี้ 3.1 นาแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรม ในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนอนุบาลนครพนม จานวน 41 คนเพื่อหาสาเหตุของการไม่ส่งงาน และทาการบันทึกคะแนน 3.2 ดาเนินการหาค่าร้อยละของแต่ละข้อสาเหตุตารางการทาวิจัยในชั้นเรียนวัน เดือน ปี กิจกรรม หมายเหตุ 20 – 30 พฤศจิกายน - ศึกษาสภาพปัญหาและวิเคราะห์ปัญหา25541 - 30 ธันวาคม 2554 - เขียนเค้าโครงงานวิจัยในชั้นเรียน - ศึกษาเทคนิคการสร้างแบบสอบถาม - ออกแบบและสร้างแบบสอบถามที่จะใช้ใน งานวิจัย15 มกราคม 2555 - นักเรียนทาแบบสอบถาม ผู้วิจัยบันทึกข้อมูล 16 – 31 มกราคม 2555 - เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยบันทึกข้อมูล1 – 24 กุมภาพันธ์ 2555 - สรุปและอภิปรายผล - จัดทารูปเล่ม
  6. 6. 4. ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 วิเคราะห์ข้อมูล - วิเคราะห์ผลจากคะแนนที่ได้จากการทาแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรม 4.2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 4.2.1 การหาค่าร้อยละ ค่าร้อยละ = X x 100 N เมื่อ X = คะแนนที่ได้ N = จานวนนักเรียนทั้งหมด 5. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากการศึกษาวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / 1 ในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน เพื่อนาผลการวิจัยมาเก็บเป็นข้อมูลเพื่อหาสาเหตุ และนาไปแก้ไขปัญหาในการเรียนการสอนและเพื่อให้นักเรียนเห็นความสาคัญของการส่งงานและการบ้าน โดยใช้แบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมจานวน 15 ข้อ โดยกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนอนุบาลนครพนมจานวน 41 คน โดยสามารถวิเคราะห์ผลได้ดังนี้ 5.1 ผลการประเมินแบบสอบถามของนักเรียนในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน เกี่ยวกับการหาสาเหตุที่ไม่ส่งงาน การบ้านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1
  7. 7. ตาราง 1 ผลการประเมินแบบสอบของนักเรียนถึงสาเหตุที่ผู้เรียนไม่ส่งงาน / การบ้านสาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้าน ลาดับที่ ร้อยละ1. การบ้านมากเกินไป 1-2 65.852. แบบฝึกหัดยากทาไม่ได้ 4 17.073. ไม่น่าสนใจ 8 14.634. เวลาน้อย 14 14.635. ครูอธิบายเร็ว 3 12.206. ไม่เข้าใจคาสั่ง 6-7 41.467. ไม่ได้นาสมุดมา 5 14.638. เบื่อหน่ายไม่อยากทา 9 17.079. ช่วยเหลืองานผู้ปกครอง 13 17.0710. หนังสือหาย 9 17.0711. ลืมทา 10 14.6312. ไม่มีคนคอยให้คาปรึกษา 11 4.8813. เตรียมตัวสอบเก็บคะแนนวิชาอื่น 15 17.0714. ไปธุระกับผู้ปกครอง 12 19.5115. ทากิจกรรมของโรงเรียน 15 19.51 จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นว่าการตอบแบบสอบถามของนักเรียนในเรื่องสาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้าน โดยทาการเรียงลาดับจากสาเหตุที่นักเรียนที่นักเรียนคิดว่าเป็นสาเหตุที่สาคัญที่สุดจนถึงสาเหตุที่น้อยที่สุด ตามลาดับ 1 – 15 ดังต่อไปนี้การบ้านมากเกินไป อยู่ในลาดับที่ 1–2 คิดเป็นร้อยละ 65.85 ( 27 คน )ครูอธิบายเร็วเกินไป อยู่ในลาดับที่ 3 คิดเป็นร้อยละ 12.20 ( 5 คน )แบบฝึกหัดยากทาไม่ได้ อยู่ในลาดับที่ 4 คิดเป็นร้อยละ 17.07 ( 7 คน )ไม่ได้นาสมุดมา อยู่ในลาดับที่ 5 คิดเป็นร้อยละ 14.63 ( 6 คน )ไม่เข้าใจคาสั่ง อยู่ในลาดับที่ 6–7 คิดเป็นร้อยละ 41.46 ( 17 คน )ไม่น่าสนใจ อยู่ในลาดับที่ 8 คิดเป็นร้อยละ 14.63 ( 6 คน )เบื่อหน่าย ไม่อยากทา อยู่ในลาดับที่ 9 คิดเป็นร้อยละ 17.07 ( 7 คน )หนังสือหาย อยู่ในลาดับที่ 9 คิดเป็นร้อยละ 17.07 ( 7 คน )
  8. 8. ลืมทา อยู่ในลาดับที่ 10 คิดเป็นร้อยละ 14.63 ( 6 คน )ไม่มีคนคอยให้คาปรึกษา อยู่ในลาดับที่ 11 คิดเป็นร้อยละ 4.88 ( 2 คน )ไปธุระกับผู้ปกครอง อยู่ในลาดับที่ 12 คิดเป็นร้อยละ 19.51 ( 8 คน )ช่วยเหลืองานผู้ปกครอง อยู่ในลาดับที่ 13 คิดเป็นร้อยละ 17.07 ( 7 คน )เวลาน้อย อยู่ในลาดับที่ 14 คิดเป็นร้อยละ 14.63 ( 6 คน )ทากิจกรรมของโรงเรียน อยู่ในลาดับที่ 15 คิดเป็นร้อยละ 19.51 ( 8 คน )เตรียมตัวสอบเก็บคะแนนวิชาอื่น อยู่ในลาดับที่ 15 คิดเป็นร้อยละ 19.51 ( 8 คน ) 6. สรุปผลการศึกษาวิจัย จากการศึกษาและวิเคราะห์แบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / 1 ในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน แสดงให้เห็นว่า สาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้านลาดับที่ 1 คือ การให้การบ้านมากเกินไป และแบบฝึกหัดยากทาไม่ได้ โดยคิดจากนักเรียน 41 คนที่เลือกเป็นสาเหตุอันดับที่ 1 และ 2 จานวน 27 คน คิดเป็น ร้อยละ 65.85 7. อภิปรายผลการศึกษา จากการสร้างแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / 1ในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน ในครั้งนี้สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้ พบว่าแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1ในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน ได้ทาให้ทราบถึงสาเหตุที่สาคัญมากที่สุด จนถึงสาเหตุที่น้อยที่สุดในการไม่ส่งงาน / การบ้านคือการบ้านมากเกินไป ครูอธิบายเร็ว แบบฝึกหัดยากทาไม่ได้ ไม่ได้นาสมุดมาไม่เข้าใจคาสั่ง ไม่น่าสนใจ เบื่อหน่าย ไม่อยากทา หนังสือหาย ลืมทา ไม่มีคนคอยให้คาปรึกษาไปธุระกับผู้ปกครอง ช่วยเหลืองานผู้ปกครอง เวลาน้อย ทากิจกรรมโรงเรียน และเตรียมตัวสอบเก็บคะแนนวิชาอื่น 8. ข้อเสนอแนะ 1. ในการสร้างแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1ในเรื่องการไม่ส่งงาน/การบ้าน อาจจัดทากับนักเรียนทั้งระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อเป็นการศึกษาในภาพรวม เพราะการวิจัยครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างเป็นเพียงนักเรียนในระดับชั้น ป. 6/1 เท่านั้น ซึ่งอาจจะได้ผลการวิจัยที่แตกต่างกันก็ได้ 2. ในการวิจัยครั้งต่อไปอาจเจาะจงทาการวิจัยกลุ่มนักเรียนในระดับชั้นอื่นๆ ต่อไป และอาจแยกหัวข้อเป็นรายวิชาต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ระเอียดขึ้น ซึ่งจะได้นาผลการทดลองที่ได้ไปแก้ไขปัญหาในการไม่ส่งงาน / การบ้านของนักเรียนต่อไป
  9. 9. ภาคผนวก
  10. 10. แบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6 / 1 โรงเรียนอนุบาลนครพนมในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน คาชี้แจง : 1. แบบสอบถามฉบับนี้สร้างขึ้นเพื่อให้ทราบถึงสาเหตุที่ผู้เรียนไม่ส่งงาน / การบ้าน 2. แบบสอบถามฉบับนี้ มี 2 ตอน ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตอบ ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่ไม่ส่งงาน / การบ้านของผู้เรียน ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบ เพศ ……………อายุ ………….ปี ……….. ผลการเรียนภาคเรียนที่ 1 ……………………. ตอนที่ 2: ความคิดเห็นของผู้ตอบที่มีต่อการไม่ส่งงาน / การบ้าน คาชี้แจง : แบบสอบถามนี้ จัดทาขึ้นเพื่อสอบถามสาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้านของผู้เรียน โปรดอ่านข้อความด้วยความรอบคอบและใส่หมายเลขตามหัวข้อที่นักเรียนคิดว่าเป็นสาเหตุของการไม่ ส่งงานการบ้าน โดยเรียงลาดับจากสาเหตุที่สาคัญที่สุดจนถึงสาเหตุที่น้อยมี่สุด ตามลาดับ 1 – 15 สาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้าน ลาดับที่1. การบ้านมากเกินไป2. แบบฝึกหัดยากทาไม่ได้3. ไม่น่าสนใจ4. เวลาน้อย5. ครูอธิบายเร็ว6. ไม่เข้าใจคาสั่ง7. ไม่ได้นาสมุดมา8. เบื่อหน่าย ไม่อยากทา9. ช่วยเหลืองานผู้ปกครอง10. หนังสือหาย11. ลืมทา12. ไม่มีคนคอยให้คาปรึกษา13. เตรียมตัวสอบเก็บคะแนนวิชาอื่น14. ไปธุระกับผู้ปกครอง15. ทากิจกรรมของโรงเรียน
  11. 11. ข้อเสนอแนะ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ ตาราง 1 ผลการประเมินแบบสอบของนักเรียนถึงสาเหตุที่ผู้เรียนไม่ส่งงาน / การบ้าน สาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้าน ลาดับที่ ร้อยละ1. การบ้านมากเกินไป 1-2 65.852. แบบฝึกหัดยากทาไม่ได้ 4 17.073. ไม่น่าสนใจ 8 14.634. เวลาน้อย 14 14.635. ครูอธิบายเร็ว 3 12.206. ไม่เข้าใจคาสั่ง 6-7 41.467. ไม่ได้นาสมุดมา 5 14.638. เบื่อหน่ายไม่อยากทา 9 17.079. ช่วยเหลืองานผู้ปกครอง 13 17.0710. หนังสือหาย 9 17.0711. ลืมทา 10 14.6312. ไม่มีคนคอยให้คาปรึกษา 11 4.8813. เตรียมตัวสอบเก็บคะแนนวิชาอื่น 15 17.0714. ไปธุระกับผู้ปกครอง 12 19.5115. ทากิจกรรมของโรงเรียน 15 19.51
  12. 12. ข้อเสนอแนะ - อยากได้การบ้านที่น้อยลง - อยากได้การบ้านแบบพอดีๆไม่น้อยไม่มากเกินไป - อยากให้มีงานและการบ้านน้อยๆ - อยากได้การบ้านน้อยๆ วันละ 1 อย่าง - อยากให้การบ้านพอสมควรกับเวลา - อยากเรียนอย่างเดียวไม่มีการบ้าน - การบ้านไม่ยากเกินไป - อยากได้การบ้านวันละ 1 วิชา - อยากให้มีการบ้านสัปดาห์ละ 1 วิชา - ควรให้เวลาในการทาการบ้านและลดการบ้านลง - ไม่อยากมีการบ้าน ให้สอนแล้วให้ นักเรียนจดในกระดานแล้วเอาไปอ่านเตรียม สอบแทน - น่าจะให้การบ้านน้อยกว่านี้ - อยากให้มีการบ้านง่าย ๆ และน้อยๆ - อยากให้อธิบายให้เข้าให้เข้าใจง่ายขึ้น การบ้านก็ให้พอประมาณ การบ้านวันหนึ่ง ให้แค่ 2 วิชา ลืมทาการบ้าน ไม่ต้องตี - การบ้านให้แค่ 2- 3 หน้า พอ

×