ISSN 1906-5043




                                                                                                                                                    1




สารบัญ
ข้อมูลเก่ียวกับ วารสารเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นไทย.................................................................................................2
สารจากนายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย................................................................................5
Editorial/บทบรรณาธิการ.............................................................................................................................6
    ภัยพิบัติ(disaster)และอุบัติภัยหมู่ (mass casualty incident,MCI)............................................................6
Original Articles/นิ พนธ์ต้นฉบับ...............................................................................................................15
    Integration of trauma care: An initial step towards improved outcome for major trauma patients in
    Rajavithi Hospital...............................................................................................................................15
    EMS จากรากหญ้า พัฒนาแบบพอเพียง.................................................................................................31
Review Articles/บทฟ้ืนฟูวิชาการ..............................................................................................................43
    การบาดเจ็บจากระเบิด (BLAST INJURY)............................................................................................43
    การบริหารจัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น: ส่ิงท่ีต้องเติมเต็ม...สำาหรับพยาบาล...............................55
Interesting case/รายงานผู้ป่วยน่ าสนใจ......................................................................................................62
Doctor Corner/มุมแพทย์...........................................................................................................................71
    ฉุกเฉิ นทางกายแต่เร้ือรังทางใจ..............................................................................................................71
    ชมรมศิษย์เก่าแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย ........................................................................75
Nurse Corner/มุมพยาบาล.........................................................................................................................77
    โยนความคิดเก่าๆทิงไป....แล้วลองคิดใหม่ดีกว่า......................................................................................77
                        ้
ข้อแนะนำ าสำาหรับผู้ส่งบทความเพ่ ือลงพิมพ์..................................................................................................80
2


ข้อมูลเกียวกับ วารสารเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นไทย
         ่
เจ้าของ             สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย
สำานั กงาน          สำานั กงานชัวคราว เลขท่ี 2 อาคารศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี
                                ่
                    ถนนพญาไท ตำาบลทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
                    โทรศัพท์.0-2354-8223   โทรสาร.0-2354-8224


วัตถุประสงค์
   1. เพ่ ือเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมการศึกษา และการวิจัยด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น
   2. เพ่ ือแลกเปล่ียนข้อคิดเห็นด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น และวิชาการท่ีเก่ียวข้อง
   3. เพ่ ือเป็ นส่ ือกลางระหว่างสมาชิกของสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย และ
          ผู้สนใจ
   4. เพ่ ือแจ้งข่าวสารต่าง ๆ และกิจกรรมของสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย


ท่ีปรึกษา ( Advisory Board )
   1. ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์สันต์ หัตถีรัตน์
   2. พลอากาศตรีนายแพทย์บุญเลิศ จุลเกียรติ
คณะท่ีปรึกษา
   1. ศาสตราจารย์นายแพทย์ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล
   2. ศาสตราจารย์นายแพทย์วชิร คชการ
   3. ศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาต จิตต์เจริญ
   4.     รองศาสตราจารย์นายแพทย์ภาณุวัฒน์ เลิศสิทธิชัย
   5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชูศักดิ ์ โอกาศเจริญ
   6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เล็ก รุ่งเรืองย่ิงยศ
   7. นาวาอากาศเอกนายแพทย์อภิชาติ พลอยสังวาลย์


บรรณาธิการ ( Editor in Chief )
   แพทย์หญิงรพีพร          โรจน์แสงเรือง


บรรณาธิการร่วม ( Associate Editors )
   1. นาวาอากาศเอกนายแพทย์เฉลิมพร บุญสิริ
   2. แพทย์หญิงยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา
3

   3. นางสาวอุบล ย่ีเฮ็ง
   4. นายจักรี กัวกำาจัด
                 ้
กองบรรณาธิการ ( Editorial Board )
   1. นายแพทย์สมชาย กาญจนสุต
   2. นายแพทย์วิทยา ศรีดามา
   3. พันเอกนายแพทย์ดาบศักดิ ์ กองสมุทร
   4. นายแพทย์ไพโรจน์ เครือกาญจนา
   5. แพทย์หญิงจิตรลดา ลิมจินดาพร
                         ้
   6. แพทย์หญิงทิพา ชาคร
   7. นายแพทย์ครองวงศ์ มุสิกถาวร
   5. นายแพทย์บริบูรณ์ เชนธนากิจ
   6. นาวาอากาศเอกนายแพทย์ไกรสร วรดิถี
   7. นาวาอากาศโทแพทย์หญิงกรรณยิการ์ วรรณวิมลสุข
   8. นายแพทย์ประสิทธิ ์ วุฒิสุทธิเมธาวี
   9. แพทย์หญิงวรณิ สร์ อมรทรงชัย
   10. นายแพทย์พรเลิศ ปล้ืมจิตต์มงคล
   11. พันเอกนายแพทย์สุรจิต สุนทรธรรม
   12. แพทย์หญิงนฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ
   13. นายแพทย์จิรพงษ์ ศุภเสาวภาคย์
   14. รศ.สุดาพรรณ ธัญจิรา
   15. ผศ.ดร.วงจันทร์ เพชรพิเชฐเชียร
   16. นาวาอากาศโทหญิง ดร.โสพรรณ โพทะยะ
   17. คุณหญิงเดือนเพ็ญ พ่ ึงพระเกียรติ
   18. อาจารย์เรวดี ลือพงศ์ลัคณา
   19. อาจารย์รัชณี วรรณ ดารารัตน์ศิลป์
   20. อาจารย์นิตยา ภูริพันธ์
   21. อาจารย์ชลาริน ล่ิมสกุล
   22. อาจารย์กานดา ตุลาธร
   23. อาจารย์วไลพรรณ ชลสุข
   24. อาจารย์นิพา ศรีช้าง
   25. อาจารย์ลัดดา ตันเจริญ
   26. อาจารย์มัทนา ศิริโชคปรีชา
4

   27. อาจารย์นิรัชรา ก่อกุลดิลก
   28. อาจารย์สุรีธร คุ้มสุภา
   29. อาจารย์ธีรพงศ์ กรฤทธิ ์
แบบปก
        นายแพทย์วินชนะ ศรีวิไลทนต์
ผ้ด้แลเวบ http://www.taem.or.th
  ้
        นายแพทย์จิรพงษ์ ศุภเสาวภาคย์


ผ้ประสานงาน
  ้
   1. นางสาวโสฬสสิริ เทศนะโยธิน สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น
   2. นางเยาวลักษณ์ คงมาก          สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น


กำาหนดออก ปี ละ 4 ฉบับ
   1. มกราคม-มีนาคม
   2. เมษายน-มิถุนายน
   3. กรกฎาคม-กันยายน
   4. ตุลาคม-ธันวาคม
5


สารจากนายกสมาคมเวชศาสตร์ฉกเฉิ นแห่ง
                         ุ
ประเทศไทย

        ประมาณ 4 ปี ก่อน สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นฯ ได้เร่ิมออก “จุลสาร” ของสมาคมฯ
โดยมีอาจารย์แพทย์หญิงรพีพร โรจน์แสงเรือง เป็ นบรรณาธิการ เพ่ ือรวบรวมบทความและ
กรณี ผู้ป่วยท่ีน่าสนใจจากการประชุมวิชาการระหว่างสถาบันในแต่ละเดือน และกิจกรรมของ
สมาคม แจกจ่ายแก่สมาชิกและแพทย์ประจำาบ้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นท่ีเข้าร่วมประชุมทุกเดือน
        การทำา “จุลสาร” ได้ยุติลงเม่ ืออาจารย์รพีพร ไปศึกษาดูงานท่ีประเทศสหรัฐอเมริกา
เป็ นเวลา 1 ปี
        หลังจากอาจารย์กลับมา อาจารย์และคณะจึงได้เร่ิมจัดทำา “วารสารเวชศาสตร์
ฉุกเฉิ นไทย” ออกทุก 3 เดือน โดยจะทำาเป็ น “วารสารอิเล็กทรอนิ กส์” (e-journal) เพ่ ือง่าย
ต่อการทำา สะดวกต่อการใช้และค้นหา และสามารถพิมพ์ออกมาเก็บไว้ได้ถ้าต้องการ ไม่ต้อง
รกสถานท่ีเก็บและทุ่นค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงได้มาก
        จึงขอเชิญชวนสมาชิก แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขอ่ ืน และผู้สนใจใน
งานเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น ได้เข้าร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้และสร้างสรรค์ “วารสารเวชศาสตร์
ฉุกเฉิ นไทย” ให้เป็ นประโยชน์แก่ตนเอง และผู้อ่ืน ตลอดจนผู้เจ็บป่ วยฉุกเฉิ นและประชาชน
ทัวไป ในการดูแลรักษาและป้ องกันภาวะเจ็บป่ วยฉุกเฉิ นให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  ่
เพ่ิมพูนขึ้น




                    (ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์สันต์ หัตถีรัตน์)
                      นายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย
                  ประธานคณะอนุกรรมการฝึ กอบรมและสอบความรู้และ
                        ความชำานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
                            สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น แพทยสภา
6


Editorial/บทบรรณาธิการ
ภัยพิบัติ(disaster)และอุบัติภัยหมู่ (mass casualty
incident,MCI)
                                                                   พญ.รพีพร โรจน์แสงเรือง
                                                    โครงการจัดตังภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น
                                                                ้
                                                     คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
                                                                          มหาวิทยาลัยมหิดล


        เน่ ืองจากช่วงเดือนก.ย. – พ.ย.         หรือชนบทซ่ ึงอาจถือว่าเกินกำาลังของโรง
พ.ศ.2551 ประเทศไทยเกิดภาวะขัดแย้ง              พยาบาลแห่งนั ้นและต้องการความช่วยเหลือ
ทางการเมืองค่อนข้างรุนแรงอันนำ าไปสู่          จากนอกโรงพยาบาลก็ถือว่าเป็ นภัยพิบัติ
การเกิดจลาจลและอุบัติภัยหมู่ โดยเฉพาะ          (Disaster = Need > Resource)
ความรุนแรงท่ีเกิดความเสียหายอย่างมากเกิด               อุบัติภัยหมู่ (mass casualty
ขึ้น ณ กรุงเทพมหานครในวันท่ี 7 ตุลาคม          incident,MCI) ตามนิ ยามของ JCAHO
2551 ซ่ ึงมีการใช้ทังแกสนำ้ าตาและระเบิดเพ่ ือ หมายถึง เหตุการณ์ท่ีมีผู้บาดเจ็บเกิดขึ้น
                    ้
ปราบปรามจลาจล อันทำาให้เกิดผู้บาดเจ็บทัง
                                       ้       จำานวนมากจนต้องระดมกำาลังความช่วยเหลือ
ฝ่ ายประชาชนและตำารวจจำานวนมากซ่ ึงถูก         จากทุกแผนกในโรงพยาบาลโดยอาจจำาต้อง
นำ าส่งโรงพยาบาลหลายแห่งในกรุงเทพฯด้วย         ส่งต่อไปรับการรักษาท่ีโรงพยาบาลอ่ ืนทังใน
                                                                                     ้
กัน เหตุการณ์ครังนี้ได้สร้างความต่ ืนตัว
                ้                              และนอกจังหวัด (MCI =Healthcare Needs
อย่างมากในหมู่แพทย์ฉุกเฉิ นเก่ียวกับเร่ ือง    > Resource) ทังนี้ MCI อาจจะไม่เกินกำาลัง
                                                             ้
ภัยพิบัติและอุบัติภัยหมู่                      ความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ใน
คำาจำากัดความ                                  พ้ืนท่ีและในภูมิภาคก็ได้
        ภัยพิบัติ(disaster) ตามนิ ยามของ               การดูแลผู้ป่วยท่ีได้ประสบภัยพิบัติ
องค์การอนามัยโลก(WHO)และ The Joint             หรืออุบัติภัยหมู่จำาเป็ นต้องมีมาตรฐานความรู้
Commission on Accreditation of                 ในการประเมินสถานการณ์ รายงานข้อมูล
Healthcare Organization ( JCAHO) ได้           และการตอบสนองต่อผู้ท่ีได้รับผลกระทบ
นิ ยามว่า เหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ      ในประเทศอเมริกาได้มีการจัดสอนหลักสูตร
หรือโดยมนุษย์อย่างทันทีและทำาให้ระบบ           การบริหารจัดการภัยพิบัติ ท่ีเรียกว่า
การดูแลรักษาท่ีมีอยู่เดิมชะงักลงหรือเพ่ิม      National Disaster Life Support
ความต้องการในการปฏิบัติงานขององค์กร            Educational Consortium (NDLSE) ภายใต้
เหตุการณ์เช่นเดียวกันแต่เกิดในท่ีห่างไกล       การบริหารจัดการของศูนย์ป้องกันและ
7

ควบคุมโรค (Center of Disease Control           เหตุการณ์ล่วงหน้ า และคาดการณ์ความ
and Prevention, CDC) โดยท่ีหลักสูตรมี          ต้องการระหว่างท่ีมีเหตุการณ์เกิดขึ้น
2 แบบซ่ ึงเป็ นหลักสูตรต่อเน่ ืองกันคือ        DISASTER paradigm
หลักสูตร Basic Disaster Life Support                      D - Detection
และ Advanced Disaster Life Support                        I - Incident command
        ในท่ีนี้จะกล่าวถึงหลักการบริหาร                   S – Safety and Security
จัดการในท่ีเกิดเหตุ                                       A – Assess Hazards
                                                          S – Support
หลักการบริหารจัดการในที่เกิดเหตุ                          T – Triage/Treatment
        หลักการบริหารจัดการในท่ีเกิดเหตุ                  E – Evacuation
และรักษาผู้บาดเจ็บจะคิดตาม Disaster                       R – Recovery
paradigm ซ่ ึงจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติการจนถึงผู้   1. D - Detection
บัญชาการเหตุการณ์ ต้องมีการประเมิน                        เป็ นการประเมินสถานการณ์ว่าเกิน
สถานการณ์อย่างต่อเน่ ือง คาดการณ์ของ           กำาลังท่ีเรามีหรือยัง ซ่งควรประเมินตามตาราง
                                                                       ึ
                                               ท่ี 1


การประเมิน                                     Check list
    1. มีdisaster หรือ MCI เกิดขึ้น                    1. ความต้องการของเหตุการณ์เกินกว่า
    2. มีการตรวจพบสารอันตรายหรือไม่                       ศักยภาพท่ีมีหรือไม่
    3. ทราบสาเหตุหรือไม่ และสถานการณ์                  2. ก่อนออกรถพยาบาล ต้องระลึกเสมอ
        ในท่ีเกิดเหตุปลอดภัยหรือยัง                       ว่า
                                                                a. มีสารพิษหรืออันตรายท่ี
                                                                    สงสัยไหมและมันคืออะไร
                                                                b. เราเห็นอะไร ได้กล่ินอะไร
                                                                    ได้ยินอะไร
                                                                c. ผู้เห็นเหตุการณ์พูดว่าอะไร
                                                                    หรือทำาอะไร
                                                                d. คนท่ีอยู่บริเวณท่ีเกิดเหตุ
                                                                    ไอไหม ร้องไห้ไหม เดินเซ
                                                                    ไหม หรือนอนแน่ น่ิง
                                               หมายเหตุ:ทังนี้เพ่ ือเตรียมป้ องกันตนเอง
                                                          ้
ตารางท่ี1 รายละเอียดของ Detection
8



2. I - Incident command                        สถานการณ์รุนแรง หลักการของระบบผู้
       Incident command คือระบบ                บัญชาเหตุการณ์นี้สามารถใช้ได้กับทังในโรง
                                                                                 ้
ผู้บัญชาเหตุการณ์ ทังนี้เพ่ ือสามารถขอความ
                    ้                          พยาบาลและในท่ีเกิดเหตุ ระบบผู้บัญชา
ร่วมมือในทุกหน่ วยงาน ขยายงาน ยุบงาน           เหตุการณ์ประกอบด้วย 5 ส่วน ดังแผนภูมิ
เพ่ ือให้การบริหารจัดการท่ีคล่องตัว ในทุก      ท่ี1

                                    ระบบผู้บัญชาเหตุการณ์
                                      INCIDENT COMMAND

                               (EMS/Law Enforcement/Fire/Rescue/
                                       Health/Hospitals)




       ฝ่ ายวางแผน                                                                   ฝ่ ายปฏิบัติการ
                               ฝ่ ายงบประมาณ                      ฝ่ ายจัดหา
       Planning                                                                      Operations
                               Finance/Administration             Logistics

       แผนภูมิท่ี1 องค์ประกอบของ INCIDENT COMMAND


       ระบบผู้บัญชาเหตุการณ์ เป็ นผู้ท่ีมี              ส่วนนี้จะรับรายละเอียดจากทุกฝ่ าย
อำานาจสูงสุดในการจัดการเหตุการณ์ทังหมด
                                  ้            แล้วทำาการวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์
เป็ นผู้ดูภาพรวมของการปฏิบัติการทังหมด
                                  ้            อย่างต่อเน่ ือง และวางแผนการทำางานเพ่ ือนำ า
เจ้าหน้ าท่ีประกอบด้วย ผู้ดูแลทางการแพทย์ เสนอต่อทีมผู้บัญชาเหตุการณ์ในท่ีสุด
ผู้แทนจากส่วนราชการ และเจ้าหน้ าท่ีดับเพลิง             2.2 ฝ่ ายงบประมาณ
หรือเจ้าหน้ าท่ีทำางานด้านสาธารณชน โดย         (Finance/Administration )
แบ่งส่วนการทำางานเป็ นฝ่ ายวางแผน                       ส่วนนี้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หรือจัดทำา
(Planning), ฝ่ ายงบประมาณ                      ข้อตกลงเพ่ ือให้ได้มาซ่งทรัพยากรท่ีทีมผู้
                                                                      ึ
(Finance/Administration), ฝ่ ายจัดหา           บัญชาเหตุการณ์ต้องการ รวมทังบันทึกกำาลัง
                                                                          ้
(Logistics), และ ฝ่ ายปฏิบัติการ               คนท่ีใช้ไป การบาดเจ็บ ความเสียหาย และค่า
(Operations) ดังแผนภูมิท่1
                         ี                     ใช้จ่ายอ่ ืนๆในการบริหารจัดการเหตุการณ์
       2.1 ฝ่ ายวางแผน(Planning)                        2.3 ฝ่ ายจัดหา (Logistics)
9

          รับผิดชอบในการจัดหาบริการต่างๆ           บทบาทค่อน ข้างแปรเปล่ียนได้ง่าย อาจขยาย
อุปกรณ์ และวัตถุดิบท่ีจำาเป็ นในการ                การทำางานออกไปด้านกฎหมาย การควบคุม
สนั บสนุนผู้ปฏิบัติงาน อาจรวมถึงการติดต่อ          เพลิง และอ่ ืนๆท่ีเกิดขึ้นกับเหตุการณ์
ส่ ือสาร อาหาร นำ้ าด่ ืม ยา และส่ิงปลูกสร้าง      ลักษณะการทำางานของหน่ วยนี้เพ่ ือนำ าเอาทีม
          2.4 ฝ่ ายปฏิบัติการ (Operations)         ค้นหา คัดแยก รักษา และขนย้ายมาทำางาน
          หน่ วยนี้รับผิดชอบในการควบคุม            ร่วมกัน ดังแผนภูมิท่ี2 และตารางท่ี2
สถานการณ์ และจัดการทรัพยากรทังหมด
                             ้



                                            Operations Officers
                                            ฝ่ ายปฏิบัติการ

          Medical Direction
                                                                             Communication
          แนวทางการรักษา
                                                                             การส่ ือสาร




        Extrication/Rescue            Triage                     Treatment                    Transportation
        หน่ วยกู้ภัยผู้บาดเจ็บ        หน่ วยคัดกรอง              หน่ วยทำา การรักษา           หน่ วยขนย้าย



แผนภูมิท่ี2 หน่ วยงานท่ีทำางานร่วมกันในฝ่ ายปฏิบัติการ


Operation                                          Triage
    ●     จัดการบุคลากรและทรัพยากร                      •     การคัดแยกผู้ป่วยในท่ีเกิดเหตุ
    ●     ควบคุมสถานการณ์                               •     การคัดแยกครังท่ี2 หลังจากได้นำาผู้
                                                                          ้
Extrication/Rescue                                            บาดเจ็บออกจากท่ีเกิดเหตุแล้ว
    •     จัดการและนำ าเอาผู้บาดเจ็บท่ีติดอยู่          •     ช่วยทีมกู้ภัยในการเอาผู้ป่วยออกจาก
          ออกมา                                               ท่ีเกิดเหตุ
    •     คัดกรองเบ้ืองต้น                         Transportation
    •     รักษาชีวิตและทำาหัตถการช่วยชีวิต              •     ประสานการส่งต่อผู้ป่วยกับโรง
    •     นำ าส่งผู้ป่วยเพ่ ือรับการรักษา                     พยาบาล
10

Treatment                                             •     ประสานรถพยาบาลเพ่ ือเข้าออกท่ีเกิด
    •   ให้การดูแลรักษาอย่างถูกต้องก่อน                     เหตุ
        นำ าส่ง                                       •     ตังพ้ืนท่ีในการนำ าส่งโดย
                                                              ้
    •   เตรียมผู้ป่วยให้พร้อมก่อนการส่งตัว                  เฮลิคอปเตอร์
    •   อาจช่วยทดแทนผู้ท่ีขาดหายไป                    •     จัดตังทางเข้าออกจากพ้ืนท่ีเกิดเหตุ
                                                                 ้
Communication                                         •     จัดตังพ้ืนท่ีคัดแยกผู้ป่วย
                                                                 ้
    •   ปรับคล่ ืนวิทยุไปยังหน่ วยงานของ              •     ทำาทางให้ผู้ป่วย
        ตนเอง                                    Medical Direction
    •   เฝ้ าฟั งความคล่องตัวของคล่ ืนวิทยุว่า        ●     จัดการรักษาพยาบาลในท่ีเกิดเหตุ
        เกินขีดความสามารถหรือเปล่า                    ●     ตัดสินใจคัดแยกผู้บาดเจ็บ
    •   ทำานุบำารุงเคร่ ืองมือส่ ือสารและหา           ●     จัดทำาหัตถการทางศัลยกรรมและ
        ทดแทน                                               ฉุกเฉิ น
    •   ช่วยเหลือในการลดความหนาแน่ น                  ●     จัดการรักษาขันสูงเท่าท่ีจำาเป็ น
                                                                         ้
        ทางวิทยุ                                      ●     ช่วยทีมขนย้ายและทีมปฏิบัติในการ
                                                            ตัดสินใจ
        ตารางท่ี2 บทบาทหน้ าท่ีของฝ่ ายปฏิบัติการ(Operations)


3. S – Safety and Security                       ป้ องกันชุมชนเช่นคิดว่าทำาอย่างไรเพ่ ือไม่ให้มี
        เม่ อไปถึงท่ีเกิดเหตุต้องคำานึ งถึงความ ผ้อ่ืนได้รับบาดเจ็บจากท่ีน่ีอีก จากนั ้นจึงเน้ น
            ื                                     ู
ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานทุกคนด้วย โดยในท่ี ความสำาคัญไปท่ีป้องกันผู้บาดเจ็บ ท้ายท่ีสุด
เกิดเหตุอาจจำาเป็ นต้องขอความร่วมมือจาก          จึงคำานึ งถึงการป้ องกันส่ิงแวดล้อม เช่นตรวจ
หน่ วยงานความปลอดภัย นั กผจญเพลิง                ดูการระบายทางนำ้ า และโอกาสเกิดไฟไหม้
พนั กงานกู้ภัยและหน่ วยงานอ่ ืนๆในการร่วม        เป็ นต้น
กันทำางานในท่ีเกิดเหตุ ทังนี้เพ่ ือสร้างความ
                         ้                                  นอกจากนี้ควรมีการวาดแผนผังของ
มันใจและความปลอดภัยให้แก่ผู้เผชิญเหตุ
  ่                                              พ้ืนท่ีปลอดภัย ถนน พ้ืนท่ีสำาคัญและ
ก่อนเข้าไปในพ้ืนท่ี   นอกจากนี้ผู้เผชิญเหตุก็ ตำาแหน่ งของโรงพยาบาลไว้ดวย สังเกต
                                                                       ้
ควรฝึ กคิดเตรียมสถานการณ์ท่ีอาจพบไว้ล่วง         ทิศทางลมและภูมิประเทศท่ีอาจมีผลต่อการ
หน้ า ทังนี้เพราะสถานการณ์สามารถ
        ้                                        วางแผนเร่ ืองความปลอดภัย รวมทังตังจุด
                                                                               ้ ้
เปล่ียนแปลงได้ตลอด เวลา เม่ ือทีมสามารถ          รวบรวมผู้บาดเจ็บ จุดปล่อยผู้บาดเจ็บ และจุด
เข้าพ้ืนท่ีเหตุการณ์ได้แล้ว ต้องคำานึ งถึงความ   ท่ีผู้บาดเจ็บอยู่ เป็ นต้น
ปลอดภัยและป้ องกันตนเองรวมทังทีมเป็ น
                            ้                    4. A – Assess Hazards
อันดับแรก จากนั ้นจึงค่อยคำานึ งถึงการ
11

         ควรมีประเมินท่ีเกิดเหตุซำาๆเพ่ ือระ
                                  ้               แบ่งผู้ป่วยเป็ นกลุ่มๆตามความรีบด่วนในการ
แวดระวังวัตถุอันตรายต่างๆท่อาจเหลือตกค้าง รักษาดัง ID-me(Immediate, Delayed,
                           ี
ในท่ีเกิดเหตุ ได้แก่ อาจมีระเบิดชุดท่ี2 ท่ีวาง    Minimal และ Expectant)ได้อย่างรวดเร็ว
ไว้โดยผู้ก่อการร้าย      ความรู้ท่ีสำาคัญคือ               MASS Triage
ทำางานให้เสร็จและย้ายออกให้เร็วท่ีสุด                      ประกอบด้วย
นอกจากนี้แล้วก็ควรคำานึ งถึงการป้ องกัน                    ก.M-Move
ตนเองด้วยการสวมเคร่ ืองมือป้ องกันตนเอง                    ข.A-Assess
ก่อนเข้าไปในท่ีเกิดเหตุอีกด้วย                             ค.S-sort
5.S – Support                                              ง.S-send
         การเตรียมการล่วงหน้ าเป็ นส่ิงสำาคัญ              ก.M-Move
ผู้เผชิญสถานการณ์มักจะไม่สามารถหวังพ่ ึง                   ทำาได้ดังตารางท่ี3 หลังจากแยก
การส่ ือสารในขณะเกิดภัยพิบัติได้ ดังนั ้นจึง      ประเภทของผู้ป่วยได้แล้ว บุคลากรควรเข้าไป
ควรมีแนวทางการปฏิบัติท่ีชัดเจนเป็ นส่วน           ประเมินผู้ป่วยท่ีไม่สามารถเคล่ ือนไหวได้ซ่ึง
สำารอง เช่น ส่ิงจำาเป็ นพ้ืนฐานท่ีต้องการใช้มี    อาจเป็ นกลุ่มท่ีต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน
อะไรบ้าง เป็ นต้น จากข้อมูลในอดีตของการ เป็ นลำาดับแรก หรืออาจเป็ นผู้บาดเจ็บท่ีเสีย
เผชิญกับภัยพิบัติต่างๆจะช่วยทำาให้คาดการณ์ ชีวิตแล้วก็ได้ เม่ ือให้การรักษากลุ่ม
ถึงส่ิงของจำาเป็ นท่ีต้องใช้ในท่ีเกิดเหตุได้      immediate แล้วจึงมาทำาการช่วยเหลือกลุ่ม
6.T – Triage/Treatment                            delayed ในลำาดับต่อไป การแยกแยะวิธีนี้ไม่
         ระบบการคัดกรองท่ีใช้คือ MASS             ได้ลงไปดูรายละเอียดของผู้ป่วยแต่ละราย ใน
Triage Model อันประกอบด้วย Move,                  เวลาต่อมา บางรายอาจมีอาการแย่ลงและ
Assess,Sort และ Send ซ่ ึงเป็ นระบบ               ต้องการการช่วยเหลือเร่งด่วน ดังนั ้นการคัด
คัดกรองผู้บาดเจ็บจำานวนมากอย่างรวดเร็ว            กรองจึงต้องทำาอย่างต่อเน่ ือง ไม่ใช่เพียงขัน
                                                                                             ้
โดยมีลำาดับขันการปฏิบัติง่ายๆ วิธีนี้สามารถ
             ้                                    ตอนเดียว


จุดประสงค์                         แนวปฏิบัติ                     ID-me category
แยกกลุ่มผู้ป่วยท่ีเดินได้          ประกาศว่า “ใครท่ีได้ยินผม      Minimal group
                                   และต้องการความช่วยเหลือ
                                   ขอให้เดินไปท่ีธงสีเขียว”
แยกกลุ่มผู้ป่วยท่ีรู้ตัวและทำา     บอกผู้บาดเจ็บท่ีเหลือ“ทุกคน    Delayed group
ตามสังได้
     ่                             ท่ีได้ยินผม ขอให้ยกมือหรือ
                                   เท้าขึ้น แล้วเราจะไปช่วยคุณ”
แยกแยะคนท่ีเหลือ                   เข้าไปประเมินผู้ป่วยท่ีเหลือ   Immediate group
12

                                 ทันทีและให้การช่วยชีวิต
        ตารางท่ี3 แสดงขันตอนในการแยกกลุ่มของผู้บาดเจ็บในท่ีเกิดเหตุ
                        ้
        ข.A-Assess                                      M-Minimal คือผู้บาดเจ็บท่ีสามารถ
        ขันตอนแรกไปท่ีกลุ่ม Immediate
          ้                                     เดินไปมาได้ เป็ นผู้ป่วยท่ีมีสัญญาณชีพปกติ
โดยมองหาตำาแหน่ งท่ีมีผู้บาดเจ็บซ่ ึงไม่        และสามารถรอการรักษาได้เป็ นวันโดยไม่เกิด
สามารถเดินได้ และไม่ทำาตามสัง
                            ่        จากนั ้นให้ ผลเสียอะไร ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถได้รับการ
ประเมิน ABC อย่างรวดเร็ว โดยสังเกตว่า           ช่วยเหลือจากบุคคลอ่ ืนท่ีไม่ใช่แพทย์ได้
ทางเดินหายใจโล่งหรือไม่ หายใจสะดวกหรือ          นอกจากนี้พวกเขายังอาจทำาหน้ าท่ีอาสาสมัคร
ไม่ ถ้ามีภาวะเลือดออกก็ควรกดแผลเพ่ ือห้าม ในท่ีเกิดเหตุเพ่ ือช่วยเหลือผู้ป่วยรายอ่ ืนได้อีก
เลือดไปก่อน แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการปางตาย          ด้วย
หรือเป็ นการบาดเจ็บท่ีรักษาไม่ได้ก็ถือเป็ นก            E-Expectant คือผู้ป่วยท่ีมีโอกาสรอด
ลุ่ม Expectant ซ่ ึงแพทย์ควรปล่อยไว้และรีบ      ชีวิตน้ อยมากและทรัพยากรท่ีมีอยู่ไม่เพียงพอ
ไปให้การรักษาแก่ผู้ป่วยรายอ่ ืนต่อไป            ในการช่วยเหลือผู้ป่วยเหล่านี้ แท้จริงแล้ว
        ค.S-sort                                ผู้ป่วยทุกรายควรได้รับการรักษาแต่ระหว่าง
        ทำาได้โดยการแยกแยะผู้ป่วยออก            สถานการณ์ภัยพิบัติ การดูแลควรทำาส่ิงท่ีดี
เป็ น 4 กลุ่มตาม ID-me (Immediate,              ท่ีสุดให้คนจำานวนมากท่ีสุดเท่านั ้น
Delayed, Mininmal และ Expectant)                        ในการแยกแยะออกเป็ นแต่ละกลุ่ม
        ผู้ป่วยแต่ละกลุ่มจะมีลักษณะดังนี้       ต้องระลึกไว้เสมอว่าการบาดเจ็บท่ีรุนแรงท่ีสุด
        I- Immediate คือผู้ป่วยซ่ ึงมีภาวะ      นั ้นต้องได้รับการดูแลทันทีและการคัดกรอง
คุกคามชีวิตหรืออวัยวะ ส่วนใหญ่เป็ นผู้ป่วยท่ี จะมีการเปล่ียนแปลงได้ตลอดเวลา เช่นใน
มีภาวะแทรกซ้อนบางอย่างเก่ียว                    เบ้ืองต้นควรให้การดูแลผู้ป่วยในกลุ่ม
กับ ABC เช่น ไม่มีแรงพอในการหายใจ               Immediate ซ่งมีภาวะคุกคามชีวิตหรืออวัยวะ
                                                            ึ
เลือดออกมากจนควบคุมไม่ได้ หรือแขนขาท่ี          จากนั ้นจึงให้การดูแลรักษาผู้ป่วยในกลุ่ม
คลำาชีพจรไม่ได้ เป็ นต้น                        Delayed ต่อทันที
        D-Delayed คือผู้ป่วยท่ีสามารถรอรับ              ง.S-send
การดูแลรักษาพยาบาลได้โดยท่ีอาการไม่แย่ลง                การขนย้ายผู้ป่วยออกจากท่ีเกิดเหตุ
อย่างรวดเร็วนั ก รวมทังยังมีสัญญาณชีพปกติ วิธีการต่างๆขึ้นกับกลุ่มท่ีได้จากการคัดกรอง
                      ้
และทางเดินหายใจเปิ ดโล่งอีกด้วย ได้แก่          และสภาวะทางคลินิก ผู้ป่วยควรจะ
ผู้ป่วยท่ีมีแผลฉี กขาดลึกและมีเลือดออกมาก               1.รักษาแล้วปล่อยกลับจากท่ีเกิดเหตุ
แต่ห้ามเลือดได้โดยท่ีชีพจรส่วนปลายยังคง         เลย
ปกติ หรือกระดูกหักแบบเปิ ด เป็ นต้น                     2.ส่งไปยังโรงพยาบาลหรือสถาน
                                                พยาบาล
13

        3.ส่งไปหน่ วยเก็บรักษาศพ                        การดูแลผู้บาดเจ็บในท่ีเกิดเหตุควรใช้
        สรุป การใช้ MASS Triage Model           หลักการบริหารจัดการตาม Disaster
เป็ นวิธีท่ีง่ายในการใช้คัดกรองผู้บาดเจ็บ       paradigm อันประกอบด้วย
จำานวนมากได้ การรักษาในช่วงของ Triage/                  D – Detection เป็ นการประเมิน
Treatment จาก DISASTER paradigm                 สถานการณ์ว่าเกินกำาลังหรือไม่
ควรทำาต่อเน่ องไปในท่ีเกิดเหตุ จนกระทังย้าย
             ื                        ่                 I - Incident command เป็ นระบบผู้
ผู้บาดเจ็บทังหมดออกจากท่ีเกิดเหตุได้
            ้                                   บัญชาเหตุการณ์และผู้ดูภาพรวมของการ
7.E – Evacuation                                ปฏิบัติการทังหมด
                                                            ้
        การอพยพผู้บาดเจ็บระหว่างท่ีเกิดเหตุ             S – Safety and Security ประเมิน
รวมทังการอพยพหน่ วยกู้ภัยเม่ ือถึงเวลา
     ้                                          ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานในท่ีเกิดเหตุ
จำาเป็ น การอพยพควรรวมถึงการดูแล                        A – Assess Hazards ประเมินสถาน
ครอบครัวของผู้ท่ีประสบภัยด้วย                   ท่ีเกิดเหตุเพ่ ือระแวดระวังวัตถุอันตรายต่างๆท่ี
8.R – Recovery                                  อาจเหลือตกค้างในท่ีเกิดเหตุ
        ช่วงการฟ้ืนฟูเร่ิมต้นทันทีหลังจากเกิด           S – Support เตรียมอุปกรณ์และ
เหตุการณ์ ควรให้ความสนใจกับผลกระทบใน ทรัพยากรท่ีจำาเป็ นต้องใช้ในท่ีเกิดเหตุ
ระยะยาว ค่าใช้จ่าย และลดผลกระทบของ                      T – Triage/Treatment การคัดกรอง
เหตุการณ์ต่อผู้บาดเจ็บ ผู้เข้าช่วยเหลือ ชุมชน และให้การรักษาท่ีรีบด่วนตามความจำาเป็ น
รัฐ ประเทศและส่ิงแวดล้อมเป็ นสำาคัญ             ของผู้ป่วย โดยการใช้หลักการของ MASS
ได้แก่ การซ่อมแซมสาธารณสุขในพ้ืนท่ีขึ้น         Triage Model( Move, Assess, Sort และ
การให้คำาปรึกษาในการจัดการภาวะวิกฤตทัง
                                     ้          Send) เพ่ ือคัดแยกผู้ป่วยแบ่งเป็ นกลุ่ม
ด้านผลกระทบทางจิตใจ ความเครียดท่ีเกิดขึ้น ตาม ID-me ( Immediate, Delayed,Mini
ในชุมชน นอกจากนี้ยังดูแลเร่ ืองการจัดท่ีพัก mal,Expectant)ได้อย่างรวดเร็ว
และเคร่ ืองมือเคร่ ืองใช้สำาหรับผู้ประสบ                E – Evacuation การอพยพผู้บาด
อุบัติเหตุและครอบครัวอีกด้วย                    เจ็บระหว่างเหตุการณ์
        หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ในช่วง               R – Recovery การฟ้ืนฟูสภาพหลัง
ฟ้นฟูสภาพนั ้นควรมีการทบทวนทุกครังเพ่ ือ
  ื                              ้              จากเกิดเหตุการณ์
เป็ นการเรียนรู้จากประสบการณ์       รวมทัง
                                         ้
ทำาการวางแผนแนวทางปฏิบัติ         แผน           เอกสารอ้างอิง
นโยบายในการป้ องกันหรือบรรเทาเหตุอัน            1.American Medical Association ,
เป็ นการเตรียมความพร้อมเพ่ ือรับกับภัยพิบัติ    National Disaster Life Support
ท่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  ี                                             Foundation.All-Hazards Course
สรุป                                            Overview and DISASTER Pradigm.
14

In:Dallas Cham E.,PhD, Coule Phillip    2.Noji Eric K., Kelen Gabor D. Disaster
L.,MD,FACEP,James James                 Preparedness. In Tintinalli Judith
J.,MD,DrPH,MHA,et al editors. Basic     E.,MD,MS. editors. Emergency
                        TM
Disaster Life Support        Provider   Medicine : A Comprehensive Study
                                                th
Manual Version2.6 USA;2007:1-1 – 1-     Guide. 6 edition. New York: McGraw-
27                                      Hill:2004: 27-35
15


Original Articles/นิ พนธ์ต้นฉบับ
Integration of trauma care: An initial step towards improved
outcome for major trauma patients in Rajavithi Hospital
               1                  2               2
Kraysubun C , Khruekarnchana P , Kanchanasut S
1
    Accidental and Emergency Unit, Chaoprayaabhaibhubejhr Hospital, Prachinburi,
Thailand
1
    e-mail: beera024@gmail.com
2
    Department of Emergency Medicine, Rajavithi Hospital, Bangkok, Thailand
Background: Integration of trauma care at Rajavithi hospital was initiated in June
2004 along with the new Emergency Medicine training program.
Objective: To evaluate the impact of integrated trauma care on patient outcome.
Method: A historical cohort study before integration, from January 1, 2003 to
May 31, 2004, and after integration, from January 1, 2005 to May 31, 2006. All
major trauma patients defined as ISS (Injury Severity Score) ≥ 12, which fulfilled
the following criteria;1) age ≥ 15, 2) Being transported by Rajavithi ambulance,
and 3) admitted or died in emergency department(ED) were included in this study.
The outcome measurements were adjusted mortality, excess mortality as measured
by TRISS methodology, prehospital time, and ED time.
Results: 157 patients from the non-integrated group and 168 patients from the
integrated group were identified. After adjusting for age, mechanism of injury, and
severity of injury, the mortality for integrated group was 0.36 (p<0.05).Z statistic
based on TRISS methodology, 3.48 (p < 0.001) for non-integrated group, and 1.98
(p<0.05) for integrated group. Compared to the non-integrated group, the mean
prehospital time and the mean ED time decreased significantly from 49.85 ± 20.1
to 42.48 ± 18.2 minutes (p<0.05) and from 177.18 ± 76.9 to 146.11 ± 77.8
minutes (p < 0.001), respectively.
Conclusions: The integration of trauma care appeared to decrease the risk of
death, as well as both the pre-hospital and ED time. However, the excess mortality
suggests that additional steps are necessary for improving our trauma care.
Keywords: Integration of trauma care, adjusted mortality, excess mortality,
prehospital time, ED time
16

    การผสมผสานการด้แลผ้้บาดเจ็บเป็ นก้าวแรกของการปรับปรุงผลการด้แลผ้้บาดเจ็บรุนแรง
                                     ในโรงพยาบาลราชวิถี
                             1                               2                     2
ชาติชาย คล้ายสุบรรณ พ.บ. , ไพโรจน์ เครือกาญจนา พ.บ , สมชาย กาญจนสุต พ.บ.
1
    กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร; e-mail:
beera024@gmail.com
2
    ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น โรงพยาบาลราชวิถี
บทนำ า : การผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ (Integration of trauma care) ของโรงพยาบาล
ได้เร่ิมต้นอย่างเป็ นระบบตังแต่เดือนมิถุนายนปี พ.ศ.2547 พร้อมกับมีการฝึ กอบรมแพทย์
                           ้
ประจำาบ้านสาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น
วัตถุประสงค์: ประเมินผลของการผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บท่ีมีต่อผลการดูแลรักษา
ผู้บาดเจ็บรุนแรงของโรงพยาบาลราชวิถี
ร้ปแบบการวิจัย: การศึกษาแบบย้อนหลังและไปข้างหน้ า (historical cohort study) โดย
เปรียบเทียบผลการดูแลรักษาก่อนและหลังการผสมผสาน โดยก่อนการผสมผสานคือช่วง
ตังแต่เดือนมกราคมปี 2546 ถึงเดือนพฤษภาคมปี 2547 และหลังการผสมผสานคือช่วง
  ้
ตังแต่เดือนมกราคมปี 2548 ถึงเดือนพฤษภาคมปี 2549 กลุ่มประชากรท่ีศึกษาได้แก่
  ้
ผู้บาดเจ็บท่ีมีค่า Injury Severity Score (ISS) ≥12 และมีเกณฑ์การคัดเข้าศึกษาดังนี้ 1)
อายุ ≥15 ปี 2) นำ าส่งโรงพยาบาลโดยศูนย์กู้ชีพนเรนทรโรงพยาบาลราชวิถี 3) รับเป็ นผู้ป่วย
ในหรือเสียชีวิต ณ ห้องฉุกเฉิ นของโรงพยาบาลราชวิถี ผลการดูแลท่ีสนใจคืออัตราตาย,
ระยะเวลาก่อนถึง
โรงพยาบาล,ระยะเวลาในห้องฉุกเฉิ นและอัตราตายเกินคาดหวัง
    ผลการศึกษา: ผู้บาดเจ็บก่อนผสมผสาน 157 รายและหลังผสมผสาน 168 ราย โดยท่ี
Adjusted Odd ratio ของโอกาสเสียชีวิตหลังผสมผสานเป็ น 0.36 (p<0.05) (เม่ อปรับตาม
                                                                        ื
อายุ, กลไกการบาดเจ็บ, ISS, RTS) ตามลำาดับ           Z statistic ตามวิธี TRISS methodology
ก่อนผสมผสานคิดเป็ น 3.48 (p < 0.001) และหลังผสมผสานคิดเป็ น 1.98 (p<0.05)
นอกจากนั ้นเม่ ือเทียบกับก่อนผสมผสาน ระยะเวลาก่อนถึงโรงพยาบาลและระยะเวลาใน
ห้องฉุกเฉิ นลดลงจาก 49.85 ± 20.1 เป็ น 42.48 ± 18.2 นาที (p<0.05) และจาก 177.18 ±
76.9 เป็ น 146.11 ± 77.8 นาที (p < 0.001) ตามลำาดับ
สรุปผล : การผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บสามารถลดโอกาสเสียชีวิต รวมถึงระยะเวลาการ
ดูแลก่อนถึงโรงพยาบาลและระยะเวลาในห้องฉุกเฉิ นยังลดลงด้วย อย่างไรก็ตามยังมีอัตรา
ตายจริงมากกว่าอัตราตายท่ีคาดหวังซ่ ึงชีให้เห็นว่าการพัฒนาระบบการดูแลผู้บาดเจ็บต้อง
                                       ้
ดำาเนิ นอย่างต่อเน่ ืองเพ่ ือทำาให้การดูแลผู้บาดเจ็บมีคุณภาพมากย่ิงขึ้น
17

คำาสำาคัญ: การผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ, อัตราตาย อัตราตายเกินคาดหวังระยะเวลาก่อน
ถึงโรงพยาบาล, ระยะเวลาในห้องฉุกเฉิ น
18

บทนำ า                                           ตัดสินใจขึ้นอยู่กับแพทย์ท่ีออกไปกับรถ
         การบาดเจ็บเป็ นปั ญหาท่ีสำาคัญและ       พยาบาลในขณะนั ้นและการตัดสินใจนั ้นมัก
เป็ นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นของทุก        ขึ้นอยู่กับประสบการณ์, ทักษะของแพทย์และ
ประเทศทัวโลกและเป็ นสาเหตุการเสียชีวิต
        ่                                        ระยะเวลาจากท่ีเกิดเหตุถึงโรงพยาบาลไม่มี
                                         1
อันดับต้นของผู้ท่ีอายุน้อยกว่า 45 ปี             แนวทางการดูแลเพ่ ือเป็ นเคร่ ืองมือในการช่วย
สำาหรับในประเทศไทยเป็ นสาเหตุการเสียชีวิต ตัดสินใจของทีมผู้ดูแลการบาดเจ็บ             ส่วนการ
อันดับสอง ซ่ ึงมีผู้เสียชีวิตโดยเฉล่ียปี ละ      ดูแลผู้บาดเจ็บในห้องฉุกเฉิ นเป็ นหน้ าท่ีของ
40,000 คน โดยคิดเป็ นอัตราตายประมาณ              แพทย์ประจำาบ้านศัลยกรรม และอาจารย์
                                     2
60 คนต่อประชากร 100,000 คน จากความ แพทย์สามารถให้คำาปรึกษาได้ตลอด 24
สำาคัญดังกล่าวทำาให้ต้องมีการวางแนวทางใน         ชัวโมง การสืบค้นเพ่ ือการวินิจฉั ยและการ
                                                   ่
การดูแลผู้บาดเจ็บ แนวทางดังกล่าวคือการ           รักษาต่างๆสามารถ เช่น การ X-ray, การ
พัฒนาระบบการดูแลผู้บาดเจ็บ (Trauma               จองเลือด หรือการจองห้องผ่าตัด สามารถ
system) ดังนั ้นการผสมผสานการดูแลผู้บาด ทำาได้แต่บางครังล่าช้าเน่ ืองจากขาดการเตรียม
                                                       ้
เจ็บ (Integration of trauma care) ระหว่าง        การล่วงหน้ า
การดูแลผู้บาดเจ็บก่อนถึงโรงพยาบาล                        จากปั ญหาดังกล่าว จึงเร่ิมมีการผสม
(prehospital care) และการดูแลภายใน               ผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ (Integration of
โรงพยาบาล (in-hospital care) เป็ นส่ิงท่ี        Trauma Care) (ตารางท่ี 1)ตังแต่กลางปี
                                                                            ้
สำาคัญและทำาให้เกิดความต่อเน่ ืองในการดูแล 2547 พร้อมกับมีการฝึ กอบรมแพทย์ประจำา
ผู้บาดเจ็บ ซ่งปั จจุบันได้แนะนำ าว่าการดูแลผู้
             ึ                                   บ้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น (Emergency
บาดเจ็บต้องใช้หลัก Golden hour ซ่งหมาย
                                 ึ               resident training) โดยการพัฒนาในขันแรก
                                                                                   ้
ถึงผู้บาดเจ็บรุนแรง (Major trauma) ต้องได้ หรือ Initial phase คือการผสมผสานการ
รับการดูแลท่ีเจาะจง (Definitive care)            ผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บก่อนถึงโรง
ภายในเวลา 60 นาทีหลังจากเกิดอุบัติเหตุ จะ พยาบาลกับการดูแลผู้บาดเจ็บ ณ ห้อง
                                1
ทำาให้มีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น                     ฉุกเฉิ น โดยในช่วงการดูแลผู้บาดเจ็บนอก
         จากการศึกษาแบบ Meta-analysis            โรงพยาบาล มีแพทย์ออกไปดูแลผู้บาดเจ็บ
พบว่าอัตราตายลดลงถึงร้อยละ 15 หลังจากมี ตลอด 24 ชัวโมง เร่ิมมีการจัดทำาแนวทางการ
                                                  ่
การจัดตัง Trauma system และผู้บาดเจ็บรุน ดูแลและการคัดกรองผู้บาดเจ็บก่อนถึงโรง
        ้
แรงควรได้รับการรักษาในโรงพยาบาลท่ีเป็ น          พยาบาล (Prehospital trauma care
ศูนย์อุบัติเหตุ (Trauma center) ซ่งจะทำาให้
                                  ึ              guideline and triage protocol) มีการติดต่อ
                                             3
อัตราการรอดชีวิตของผู้บาดเจ็บมากขึ้น             ระหว่างนอกโรงพยาบาลและในโรงพยาบาล
         การดูแลผู้บาดเจ็บนอกโรงพยาบาล           รวมถึงมีการตามทีมการดูแลผู้บาดเจ็บ
ราชวิถีในช่วงก่อนการผสมผสานนั ้นการ              (Activate trauma team) ก่อนท่ีผู้บาดเจ็บจะ
19

มาถึง สำาหรับในส่วนของการดูแลผู้บาดเจ็บ          พฤษภาคม 2547) กับช่วงหลังการผสมผสาน
ภายในโรงพยาบาลนั ้นเร่ิมมีการพัฒนาการ            (เร่ิมตังแต่เดือนมกราคม 2548 ถึงเดือน
                                                         ้
ดูแลผู้บาดเจ็บแบบเป็ นทีมมากขึ้น (Trauma         พฤษภาคม 2549)
team) มีการติดต่อข้อมูลระหว่างหน่ วยงานท่ี         ประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง
เก่ียวข้องได้รวดเร็วขึ้น เช่น แผนกเอ็กซเรย์,                      กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการ
ธนาคารเลือด รวมถึงห้องผ่าตัด นอกจาก              ศึกษานี้เป็ นผู้บาดเจ็บรุนแรงท่ีได้รับการรักษา
นั ้นทุกเดือนเร่ิมมีการประชุม( Trauma            ในโรงพยาบาลราชวิถีในช่วงเวลาดังกล่าว ซ่ ึง
conference) ระหว่างแพทย์และบุคลากรท่ี            ผู้บาดเจ็บรุนแรงนิ ยามโดยผู้บาดเจ็บท่ีมี
เก่ียงข้องกับการดูแลผู้บาดเจ็บ เช่น              Injury severity score (ISS) 12 และผู้
เจ้าหน้ าท่ีธนาคารเลือด เจ้าหน้ าท่ีเอ็กซเรย์    บาดเจ็บรุนแรงดังกล่าวต้องมีเกณฑ์การคัดเข้า
เพ่ ือค้นหาปั ญหาและแนวทางการแก้ไขปั ญหา ศึกษา ดังนี้ (Inclusion criteria) 1) อายุ
ท่ีเกิดขึ้นในแต่ละเดือน ดังนั ้นงานวิจัยนี้จึง   15 ปี , 2) นำ าส่งโรงพยาบาลราชวิถีโดยระบบ
ต้องการศึกษาผลของการผสมผสานการดูแล บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นของโรงพยาบาล
ผู้บาดเจ็บในระยะเร่ิมแรกท่ีมีต่อผลการดูแล        ราชวิถี (ศูนย์กู้ชีพนเรนทรโรงพยาบาล
รักษาผู้บาดเจ็บโดยจะเปรียบเทียบผลของการ ราชวิถี) และ 3) เข้ารับการรักษาในแผนก
ดูแลการบาดเจ็บก่อนและหลังการผสมผสาน              ฉุกเฉิ น หรือ รับเป็ นผู้ป่วยในของโรง
การดูแล                                          พยาบาลราชวิถี ส่วนผู้บาดเจ็บจาก ไฟไหม้
ผู้บาดเจ็บของโรงพยาบาลราชวิถี                    (Burn), จมนำ้ า (drowning) ,ผู้บาดเจ็บท่ีได้
ร้ปแบบการวิจัย                                   รับการส่งตัวมาจาก โรงพยาบาลอ่ ืน หรือ ส่ง
        การศึกษานี้เป็ นการศึกษาแบบ              ต่อไปรักษายังโรงพยาบาลอ่ ืน, 4)ผู้ท่ีได้รับการ
Historical cohort study โดยเปรียบเทียบผล วินิจฉั ยว่าเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุและก่อนมา
การดูแลผู้บาดเจ็บ (Trauma outcome) ช่วง          ถึงโรงพยาบาล และผู้ท่ีได้รับบาดเจ็บมากกว่า
ก่อนการผสมผสานระบบการดูแลผู้บาดเจ็บ              24 ชัวโมงหลังได้รับบาดเจ็บจะถูกคัดออกจาก
                                                      ่
(เร่ิมตังแต่เดือนมกราคม 2546 จนถึงเดือน
        ้                                        การศึกษานี้
20

     Phase             ก่อนการผสมผสาน                หลังการผสมผสาน
                      - ใช้ประสบการณ์,        - prehospital guideline
                     ระยะทางจากจุดเกิดเหตุ    - prehospital triage protocol
                     ถึงโรงพยาบาล
                     - การติดต่อระหว่าง        - มีการติดต่ออย่างเป็ นระบบและ
                     นอกโรงพยาบาลกับห้อง เป็ นรูปแบบเดียวกัน
                     ฉุกเฉิ นค่อนข้างน้ อย
                     และไม่เป็ นระบบ
                     -ไม่มีแพทย์ ออกปฏิบัติ   -แพทย์ประจำาบ้านเวชศาสตร์
การดูแลก่อนถึงโรง    การตลอด 24 ชัวโมง
                                  ่           ฉุกเฉิ นออกปฏิบัติการตลอด 24
พยาบาล(Prehospital                            ชม
      Care)           - ไม่มีรูปแบบการดูแล    - การดูแลโดยใช้รูปแบบ Trauma
                     ท่ีชัดเจน                team
                       - การดูแลผู้บาดเจ็บ    - มีแพทย์ประจำาบ้านสาขา
                     เบ้ืองต้นมักต้องรอ       เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นดูแลผู้บาดเจ็บ
                     แพทย์ศัลยกรรมก่อน        เบ้ืองต้นตลอด 24 ชัวโมงและ
                                                                 ่
                                              มีหน้ าท่ีประสานงานกับแพทย์
                                              ศัลยกรรมทันทีเม่ ือได้รับข้อมูลจาก
                                              prehospital phase(activated
                                              trauma team)
21

           Phase                     ก่อนการผสมผสาน                หลังการผสมผสาน
                               - ไม่มีรูปแบบการดูแลท่ี        - การดูแลโดยใช้รูปแบบ
                              ชัดเจน                         Trauma team
                                - การดูแลผู้บาดเจ็บเบ้ือง    - มีแพทย์ประจำาบ้านสาขา
                              ต้นมักต้องรอแพทย์              เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นดูแลผู้บาด
                              ศัลยกรรมก่อน                   เจ็บเบ้ืองต้นตลอด 24 ชัวโมง
                                                                                    ่
                                                             และมีหน้ าท่ีประสานงานกับ
                                                             แพทย์ศัลยกรรมทันทีเม่ ือได้รับ
     การดูแลภายในโรง                                         ข้อมูลจาก prehospital
   พยาบาล(In-hospital                                        phase(activated trauma
           phase)                                            team)
                                - แพทย์มักมาหลังจาก          Trauma team มารอผู้ป่วย
                              ผู้บาดเจ็บมาถึงโรงพยาบาล       ทำาให้มีการเตรียมพร้อมท่ีเป็ น
                                                             ระบบมากขึ้น
                                - ไม่มี Trauma               -มี Trauma conference
                              conference ระหว่างแพทย์
                              และเจ้าหน้ าท่ีท่ีดูแลผู้บาด
                              เจ็บ
ตารางท่ี 1 เปรียบเทียบระบบการดูแลผููบาดเจ็บก่อนและหลังการผสมผสานการดูแลผููบาดเจ็บ
22

เคร่ ืองมือที่ใช้ในการวิจัย
          การศึกษานี้จะเก็บข้อมูลโดยใช้แบบ
บันทึกการเฝ้ าระวังการบาดเจ็บ(Injury          การวิเคราะห์ข้อม้ล
surveillance) ของกระทรวงสาธารณสุข โดย                การศึกษานี้เปรียบเทียบผลการดูแลผู้
จะเก็บข้อมูลเก่ียวกับอายุ เพศ กลไกการบาด      บาดเจ็บท่ีสนใจระหว่างหลังการผสมผสานกับ
เจ็บ ความรุนแรงของการบาดเจ็บทัง Injury
                              ้               ก่อนการผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ โดยใช้
Severity Score (ISS) และ Revised              สถิติ Logistic regression เพ่ ือหาค่า
Trauma Score (RTS) ระยะเวลาในห้อง             Adjusted odd ratio (โดยควบคุมอายุ, กลไก
ฉุกเฉิ น(ED time) ส่วนข้อมูลระยะเวลาการ       การบาดเจ็บ, ISS และ RTS) เปรียบเทียบ
ดูแลผู้บาดเจ็บก่อนถึงโรงพยาบาล                โอกาสการรอดชีวิต และใช้Independent
(Prehospital time) จะเก็บโดยใช้แบบบันทึก      sample t-test เปรียบเทียบค่าเฉล่ียของระยะ
การปฏิบัติงานระบบบริการการการแพทย์            เวลาการดูแลก่อนถึงโรงพยาบาล
ฉุกเฉิ นระดับสูง ของสำานั กงานระบบบริการ      (Prehospital time), ระยะเวลาท่ีอยู่ในห้อง
การแพทย์ฉุกเฉิ น                              ฉุกเฉิ น (ED time)     และประเมินคุณภาพ
ผลการด้แลผ้้บาดเจ็บรุนแรงท่ีสนใจ              ของการดูแลผู้บาดเจ็บทังก่อนและหลังการ
                                                                    ้
(Outcome measurement)                         ผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บโดยประเมิน
        ผลการดูแลผู้บาดเจ็บท่ีสนใจได้แก่ 1) อัตราตายจริง (Observed mortality) กับ
การตายท่ีเก่ียวข้องกับการบาดเจ็บ (Trauma      อัตราตายท่ีคาดหวัง (Expected Mortality)
related-mortality) หมายถึง การตายในขณะ โดยใช้ Flora’s Z statistic ตาม TRISS
อยู่ในโรงพยาบาลทังใน หอผู้ป่วยและห้อง
                 ้                            methodology ซ่ ึงการวิเคราะห์สถิติ
ฉุกเฉิ น , 2) ระยะเวลาการดูแลก่อนถึงโรง       Logistic regression และ Independent
พยาบาล(Prehospital time) ซ่งหมายถึงระยะ sample t-test ใช้โปรแกรม สถิติ SPSS ใน
                           ึ
เวลาตังแต่ได้รับเวลารับแจ้งถึงเวลาท่ีนำาผู้บาด ขณะท่ี Flora’s Z statistic ใช้ Microsoft
      ้
เจ็บมาถึงโรงพยาบาล(โดยประมาณว่าเวลารับ        excel ในการวิเคราะห์
แจ้งใกล้เคียงกับเวลาได้รับบาดเจ็บ), 3)ระยะ    ผลการศึกษา
เวลาในห้องฉุกเฉิ น (ED time) หมายถึง                 จากการศึกษาพบว่ามีผูบาดเจ็บใน
ระยะเวลาท่ีผู้บาดเจ็บมาถึงห้องฉุกเฉิ นถึง     กล่่มก่อนการผสมผสานและหลังการผสม
เวลาท่ีได้รับ admission และ 4)อัตราตายเกิน ผสานการดูแลผููบาดเจ็บคิดเป็ น 157 คนและ
คาดหวัง(Excess mortality ) หมายถึง ค่า        168 คนตามลำาดับ เม่ ือเปรียบเทียบตัวแปร
แตกต่างระหว่างอัตราตายจริงและอัตราตายท่ี ระหว่างก่อนและหลังผสมผสานการดูแลผูู
คาดหวังซ่งคำานวณจาก TRISS
         ึ                                    บาดเจ็บ (ตารางท่ี 2) พบว่า ค่าเฉล่ียอาย่
Methodology                                   ของผููบาดเจ็บหลังการผสมผสานคิดเป็ น
23

27.78(±10.50) ปี และก่อนผสมผสานคิด              (p<0.05) ค่าเฉล่ีย ISS หลังการผสมผสาน
เป็ น 30.27(±10.54) ปี ซ่ึงค่าเฉล่ียของอาย่ผู   คิดเป็ น 25.00(±12.45) ซ่งมีค่ามากกว่า
                                                                         ึ
บาดเจ็บหลังการผสมผสานนู อยกว่าก่อน              ก่อนการผสมผสานซ่ ึงคิดเป็ น
ผสมผสานอย่างมีนัยสำาคัญ (p < 0.05)เม่ อ
                                      ื         21.10(±10.69) อย่างมีนัยสำาคัญ (p<0.05)
เปรียบเทียบกลไกการบาดเจ็บพบว่ามีความ            แต่ไม่พบความแตกต่างของค่าเฉล่ีย RTS
แตกต่างของกลไกการบาดเจ็บ ระหว่างกล่่ม           (RTS Mean)ของก่อนและหลังการผสม
ตัวอย่างทัง 2 กล่่มอย่างมีนัยสำาคัญ
          ้                                     ผสานการดูแลผููบาดเจ็บ
24

        ตัวแปร         ก่อนการผสม            หลังการ               p Value
                       ผสาน(n=157)          ผสมผสาน
                                             ( n=168)
 เพศ
                                                                           ¶
         ชาย            132(84.1%)          138(82.1%)              0.23
                                                                           ¶
         หญิง           25(15.9%)           30(17.9%)               0.52
 อายุ
                                                                        †
 ค่าเฉล่ีย(±SD)ปี     30.27(±10.54)        27.78(±10.50)            0.03
 กลไกการบาดเจ็บ
         Blunt          126(80.3%)          149(88.7%)                     ¶
                                                                    0.02
   Penetrating          31(19.7%)           19(11.3%)
 ความรุนแรงของการบาดเจ็บ
 Injury Severity
                                                                        †
  Score(ISS) ค่า      21.10(±10.69)        25.00(±12.45)            0.01
   เฉล่ีย(±SD)
        Revised
        Trauma                                                          †
                        7.36(±1.1)          7.32(±0.98)             0.72
 Score(RTS) ค่า
   เฉล่ีย(±SD)
   ¶                         †
       คำานวณโดย Chi-square, คำานวณโดย Independent sample t-test
ตารางท่ี 2 เปรียบเทียบ เพศ, อาย่, กลไกการบาดเจ็บ, ความร่นแรงของการบาดเจ็บระหว่าง
ก่อนและหลังการผสมผสานการดูแลผููบาดเจ็บ


         อัตราตายลดลงจากรูอยละ15.2 ก่อนการผสมผสานเป็ นรูอยละ 10.1 หลังการผสม
ผสานการดูแลผููบาดเจ็บ (รูปท่ี 1)
25




รูปท่ี 1 อัตราตายของก่อนและหลังการผสมผสาน
จากตารางท่ี 3    จากตารางแสดงถึงความ            Revised Trauma Score (RTS)
สัมพันธ์ระหว่างปั จจัยต่างๆท่ีมีผลต่ออัตรา      (OR= 0.30; 95% CI= 0.20-0.44)        เม่ อ
                                                                                         ื
ตายโดยใช้ Logistic regression แสดงให้           เปรียบเทียบกับก่อนผสมผสานพบว่า
เห็นว่าปั จจัยท่ีมีผลต่ออัตราตายได้แก่ หลัง     Adjusted Odd ratio ของโอกาสเสียชีวิตหลัง
ผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ (OR=0.36;              ผสมผสานเป็ น 0.36 โดยปรับตาม อายุ,
95% CI 0.13-0.92), อายุ (OR=1.47;               กลไกการบาดเจ็บ, ISS, RTS      ซ่งหมายถึง
                                                                                ึ
95% CI 1.02-2.12) ความรุนแรงของการ              โอกาสเสียชีวิตของผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 64
บาดเจ็บ ทัง Injury Severity Score (ISS)
          ้                                     หลังการผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ
(OR= 1.06; 95% CI=1.02-1.10) และ


                      Unadjusted
     ตัวแปร                            Adjusted OR†        95% CI           p Value
                          OR
  หลังการผสม
                          0.62                0.36         0.13-0.92          0.04
      ผสาน
       อายุ               1.04                1.47         1.02-2.12          0.04
   Penetrating            2.30                3.37         1.15-9.84          0.27

       ISS                1.08                1.06         1.02-1.10         0.004

      RTS                 0.27                0.30         0.20-0.44         <0.001
  †เม่ อปรับตามอายุ, กลไกการบาดเจ็บ, ISS, RTS
       ื
ตารางท่ี 3 Adjusted odd ratio ของโอกาสการการเสียชีวิตหลังการผสมผสานเทียบกับ
ก่อนผสมผสาน
26

         เม่ อเปรียบเทียบกับก่อนการผสม
             ื                               และจำานวนเสียชีวิตท่ีคาดหวังคิดเป็ น 17.4
ผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ ระยะเวลาก่อนถึงโรง คน (11.1%) หลังการผสมผสานการดูแลผู้
พยาบาลและระยะเวลาในห้องฉุกเฉิ น(ตาราง        บาดเจ็บจำานวนการเสียชีวิตจริง 17 ราย
ท่ี4) ลดลงจาก 49.85 ± 20.1 เป็ น 42.48 ±     (10.1%) และจำานวนเสียชีวิตท่ีคาดหวังคิด
18.2 นาที (p < 0.05) และจาก 177.18 ±         เป็ น 11.5 คน (6.8%) ซ่ง z statistic ของ
                                                                    ึ
76.9 เป็ น 146.11 ± 77.8 นาที (p < 0.001) ก่อนและหลังการผสมผสานคิดเป็ น 3.48
หลังผสมผสานอย่างมีนัยสำาคัญ                  (p < 0.001) และ 1.98(p < 0.05) ตาม
         จากตารางท่ี 5 แสดงอัตราตายเกิน      ลำาดับ ซ่งแสดงว่ายังมีอัตราตายมากเกินคาด
                                                      ึ
คาดหวัง (Excess mortality) โดยใช้ z          หวัง (Excess mortality) อย่างมีนัยสำาคัญทัง
                                                                                       ้
statistic พบว่าในกลุ่มก่อนการผสมผสาน         2 กลุ่มตัวอย่าง
จำานวนเสียชีวิตจริง คิดเป็ น 24 คน (15.2%)
               ระยะเวลา                  ก่อนการผสม        หลังการผสม         p Value
                                      ผสาน(n=157)         ผสาน(n=168)


      ระยะเวลาก่อนถึงโรงพยาบาล                                                         †
                                      49.85 ± 20.1         42.48 ± 18.2        0.001
          ค่าเฉล่ีย (±SD) นาที
        ระยะเวลาในห้องฉุกเฉิ น                                                             †
                                      177.18 ± 76.9       146.11 ± 77.8       < 0.001
          ค่าเฉล่ีย (±SD) นาที
  †
      คำานวณโดย Independent sample t-test
ตารางท่ี 4 เปรียบเทียบระยะเวลาก่อนถึงโรงพยาบาลและระยะเวลาในหูองฉ่กเฉิ นระหว่าง
ก่อนและหลังผสมผสาน
27

       จำานวนเสียชีวิต               ก่อนการผสม             หลังการผสมผสาน(n=168)
                                    ผสาน(n=157)
    เสียชีวิตจริง(observed)           24(15.2%)                       17(10.1%)
 เสียชีวิตคาดหวัง(Expected)          17.4(11.1%)                      11.5(6.8%)

      Flora’s z statistic          3.48(p < 0.001)                  1.98 (p<0.05)

ตารางท่ี 5 แสดงอัตราตายเกินคาดหวังของก่อนและหลังการผสมผสานการดูแลผููบาดเจ็บ


อภิปรายผลการศึกษา                                      การศึกษาจำานวนมากพบว่าองค์
       การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพ่ ือศึกษาผล   ประกอบท่ีสำาคัญท่ีสุดคือการจัดตังศูนย์การ
                                                                               ้
ของการผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บท่ีมีต่อ         ดูแลผู้บาดเจ็บซ่ ึงมีศักยภาพในการดูแลผู้บาด
ผลการดูแลรักษา(Outcome) ซ่ ึงได้แก่ อัตรา      เจ็บรุนแรง และองค์ประกอบท่ีสำาคัญรองลง
ตาย , อัตราเสียชีวิตเกินคาดหวัง ,ระยะเวลา      มาได้แก่การดูแลนอกโรงพยาบาลท่ีมี
การดูแลก่อนถึงโรงพยาบาล (Prehospital           ประสิทธิภาพ ระยะเวลาตังแต่ได้รับบาดเจ็บ
                                                                     ้
time) และระยะเวลาในห้องฉุกเฉิ น(ED             จนถึงผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาแบบเฉพาะ
time) จากการศึกษาพบว่าอัตราตายลดลง             (Definitive care) การคัดกรองผู้บาดเจ็บและ
จากร้อยละ 15.2 ก่อนการผสมผสานเป็ น             นำ าผู้บาดเจ็บไปส่งยังโรงพยาบาลท่ีมีศักยภาพ
                                                              4,5
ร้อยละ 10.1 หลังการผสมผสาน และปั จจัยท่ี ได้อย่างถูกต้อง            อย่างไรก็ตามการศึกษา
มีผลต่ออัตราตายได้แก่ อายุ ความรุนแรงของ ส่วนใหญ่มักทำาในโรงพยาบาลท่ีเป็ นศูนย์การ
การบาดเจ็บ และการผสมผสานการดูแลผู้             ดูแลผู้บาดเจ็บและมีระบบการดูแลผู้บาดเจ็บท่ี
                                                                                          6,7
บาดเจ็บ(Integration of trauma care)            พัฒนาแล้ว (Mature trauma system)
นอกจากนั ้นเม่ ือปรับตาม อายุ,ISS, RTS,        และการศึกษาท่ีเก่ียวข้องมักเป็ นการศึกษาท่ี
กลไกการบาดเจ็บพบว่า Adjusted odd ratio เปรียบเทียบระหว่างโรงพยาบาลท่ีเป็ นศูนย์
ของโอกาสการเสียชีวิตหลังการผสมผสาน             อุบัติเหตุและโรงพยาบาลท่ีไม่เป็ น (Trauma
                                                                                    8
เป็ น 0.36 เท่า(p < 0.05) ของก่อนผสม           center VS. Non-trauma center)            การ
ผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ ดังนั ้นแสดงว่า          ศึกษาภายในโรงพยาบาลหลังเปล่ียน
โอกาสเสียชีวิตจะลดลงร้อยละ 64 หลังการ          โครงสร้างการดูแลจึงมีน้อยโดยเฉพาะอย่างย่ิง
ผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ ซ่งอาจจะ
                           ึ                   ในโรงพยาบาลท่ีไม่เป็ นศูนย์อุบัติเหตุ
สอดคล้องกับรายงานการวิจัยอ่ ืนท่ีพบว่าอัตรา นอกจากนั ้นการศึกษาส่วนใหญ่ทำาใน
ตายลดลงร้อยละ 15-20 หลังจากท่ีมีระบบ           ประเทศท่ีพัฒนาแล้วเช่น สหรัฐอเมริกา,
                    3
การดูแลผู้บาดเจ็บ                              แคนาดาเป็ นต้น ดังนั ้นการประยุกต์ระบบดัง
                                               กล่าวมาใช้ในโรงพยาบาลราชวิถีจึงจำาเป็ นต้อง
28

ได้รับการประเมินประสิทธิภาพของการดูแลผู้ อัตราตายท่ีคาดหวังตามมาตรฐานอย่างมีนัย
บาดเจ็บ                                          สำาคัญซ่ ึงแสดงว่านอกจากการผสมผสานการ
          การศึกษานี้แสดงว่าอัตราตายลดลง         ดูแลผู้บาดเจ็บแล้วยังต้องมีปัจจัยอ่ ืนมาส่ง
อย่างมีนัยสำาคัญหลังจากมีการผสมผสานการ เสริมเพ่ ือปรับปรุงคุณภาพการดูแล
ดูแลผู้บาดเจ็บ ซ่งปั จจัยท่ีสำาคัญอาจมาจาก
                 ึ                               ผู้บาดเจ็บให้มีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น
เวลาของการดูแลผู้บาดเจ็บนอกโรงพยาบาล                     ข้อจำากัดในการประเมินผลการผสม
(Prehospital time) และระยะเวลาในห้อง             ผสานการดูแลผู้บาดเจ็บของการศึกษานี้คือ
ฉุกเฉิ น (ER time) ลดลง ทำาให้ผู้ป่วยได้รับ      การเลือกประชากรท่ีทำาการวิจัย(Selection
การรักษาแบบเฉพาะ (Definitive care)               bias) กล่าวคือ คัดเลือกเฉพาะผู้บาดเจ็บท่ีนำา
รวดเร็วขึ้น ซ่งระยะเวลาดังกล่าวท่ีลดลงนั ้น
              ึ                                  ส่งโดยระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นของโรง
เกิดจากการท่ีเร่ิมมีการดูแลผู้บาดเจ็บนอกโรง      พยาบาลราชวิถี(ศูนย์กู้ชีพนเรนทรโรง
พยาบาลอย่างเป็ นระบบมากขึ้น การมีการ             พยาบาลราชวิถี)เท่านั ้น โดยไม่ศึกษาผู้บาด
ติดต่อกันระหว่างนอกโรงพยาบาลกับในโรง             เจ็บท่ีส่งตัวมาจากโรงพยาบาลอ่ ืน (Referred
พยาบาล การมีแพทย์ประจำาบ้านเวชศาสตร์             patient) ทำาให้ไม่สามารถประเมินคุณภาพ
ฉุกเฉิ นดูแลผู้บาดเจ็บทังนอกและในโรง
                        ้                        ของการดูแลผู้บาดเจ็บรุนแรงทังหมดท่ีมา
                                                                             ้
พยาบาลตลอด 24 ชัวโมง การมีทีมดูแลผู้บาด รักษาท่ีโรงพยาบาลราชวิถีได้อย่างแท้จริง แต่
                ่
เจ็บ (Trauma team)                               อย่างไรก็ตามการศึกษานี้ต้องการเน้ นให้เห็น
           การวิจัยนี้ได้แสดงว่าโอกาสการเสีย     ถึงความสำาคัญของการผสมผสานระหว่างการ
ชีวิตลดลงหลังการผสมผสานการดูแลผู้บาด             ดูแลผู้บาดเจ็บก่อนถึงโรงพยาบาลและในโรง
เจ็บแล้วซ่งเป็ นการเปรียบเทียบภายในระบบ
          ึ                                      พยาบาลท่ีมีต่อผลการดูแล นอกจากนั ้นการ
ของโรงพยาบาลราชวิถีเอง(Intrahospital)            บาดเจ็บช่วงหลังการผสมผสานการดูแลผู้บาด
การศึกษานี้ยังต้องการศึกษาคุณภาพของการ เจ็บมีความรุนแรงมากกว่าซ่ ึงอาจเป็ นผลมา
ดูแลผู้บาดเจ็บเทียบกับมาตรฐาน โดยใช้วิธี         จากผู้บาดเจ็บรุนแรงมีแนวโน้ มท่ีจะส่งมาท่ีโรง
                       9,10
TRISS methodology             ซ่งพบว่า Flora’s z พยาบาลราชวิถีมากกว่าเน่ ืองจากแพทย์ท่ีออก
                                ึ
statistic ลดลงจาก 3.48 ก่อนการผสมผสาน ไปดูแลผู้บาดเจ็บเป็ นแพทย์ประจำาบ้าน
เป็ น 1.98 หลังการผสมผสานซ่ ึง แสดงให้           เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นซ่ ึงมีความคุ้นเคยและเข้าใจ
เห็นว่าอัตราตายเกินคาดหวัง (Excess               ระบบ จึงสามารถติดต่อกับแพทย์ท่ีห้อง
mortality) ลดลงหลังจากมีการผสมผสาน               ฉุกเฉิ นได้สะดวกกว่า ทำาให้อัตราตายท่ีคาด
การดูแลผู้บาดเจ็บ นั่ นหมายถึงว่าการผสม          หวัง(Expected death) และโอกาสในการเสีย
ผสานการดูแลผู้บาดเจ็บช่วยลดอัตราตายเกิน ชีวิตหลังการผสมผสานมีมากขึ้น ดังนั ้นผู้บาด
คาดหวังได้    อย่างไรก็ตามทังก่อนและหลัง
                            ้                    เจ็บหลังการผสมผสานดูเหมือนว่ามีผลลัพธ์
การผสมผสานยังคงมีอัตราตายจริงมากกว่า             การดูแลท่ีดีกว่าเน่ ืองจากผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่
29

คาดหวังว่าจะเสียชีวิตแม้ว่าจะได้รับการดูแลท่ี    ราชวิถีท่ีได้กรุณาให้คำาปรึกษาทางด้าน
ดีกว่าก็ตาม แต่ข้อจำากัด ดังกล่าวอาจมีผล         กระบวนการวิจัย และขอขอบพระคุณ
น้ อยต่อการศึกษานี้เพราะความรุนแรงของ            บุคลากรท่ีเก่ียวข้องกับการดูแลผู้บาดเจ็บทุก
การบาดเจ็บหลังการผสมผสานมากกว่าก่อน              ท่าน ตลอดจน เจ้าหน้ าท่ีสถิติสาธารณสุขทุก
ผสมผสานเล็กน้ อยและการศึกษานี้ได้ใช้สถิติ ท่านท่ีได้เสียสละเวลาให้ความร่วมมือในการ
เพ่ ือปรับค่าความรุนแรงการบาดเจ็บก่อน            ศึกษาครังนี้
                                                         ้
เปรียบเทียบกัน                                   เอกสารอ้างอิง
         การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าโอกาสเสีย          1. Ernest E. Moore, David V.
ชีวิตลดลง นอกจากนั ้นระยะเวลาการดูแล                     Feliciano, and Kenneth L.
                                                                             th
ก่อนถึงโรงพยาบาล ระยะเวลาท่ีอยู่ในห้อง                   Mattox. Trauma.5 ed: McGraw
ฉุกเฉิ นลดลง อย่างมีนัยสำาคัญซ่ ึงทำาให้ผู้บาด           Hill; 2004: 57-84
เจ็บซ่ ึงทำาให้ได้รับการรักษาเฉพาะ(Definitive        2. สำานั กนโยบายและยุทธศาสตร์
care) ท่ีรวดเร็วขึ้น และอัตราตายท่ีลดลงมา                กระทรวงสาธารณสุข.สถิติ 10 อันดับ
จากการผสมผสานองค์ประกอบทังหมดเข้า
                         ้                               การตาย: 2544-2546, กระทรวง
ด้วยกันอย่างเป็ นระบบ ก้าวต่อไปของการ                    สาธารณสุข, 2547
พัฒนาคือ การวางแนวทางการฝึ กอบรม                     3. Celso B, Tepas J, Langland-
บุคลากรท่ีเก่ียวข้องกับการดูแลผู้บาดเจ็บเพ่ ือ           Orban B, et al. A systematic
ก้าวไปสู่การเป็ นศูนย์การแพทย์ด้านอุบัติเหตุ             review and meta-analysis
และการพัฒนาดังกล่าวนั ้นควรจะต้องมีการ                   comparing outcome of severely
ประเมินผลอย่างต่อเน่ ือง อย่างไรก็ตาม                    injured patients treated in trauma
นอกจากอัตราตายแล้วควรมีการประเมิน                        centers following the
ประสิทธิภาพการดูแลรักษา เช่น ระยะเวลา                    establishment of trauma systems.
ในโรงพยาบาล (Length of stay), ภาวะ                       J Trauma. 2006 Feb; 60(2):371-
แทรกซ้อน (Complication), ความผิดพลาด                     8; discussion 378.
ในการดูแลรักษา (Error in management)                 4. Sampalis JS, Denis R, Lavoie A,
ซ่งตัวชีวัดเหล่านี้จะสามารถบอกถึงคุณภาพ
  ึ     ้                                                et al.Trauma care regionalization:
(Quality) และความคุ้มทุน (Cost-                          a process-outcome evaluation. J
effectiveness) ของการผสมผสานการดูแลผู้                   Trauma. 1999 Apr; 46(4):565-79;
บาดเจ็บได้ดีย่ิงขึ้น                                     discussion 579-81
กิตติกรรมประกาศ                                      5. Sampalis JS, Lavoie A, Boukas
         คณะผู้วิจัยขอขอบคุณขอบคุณศูนย์                  S, et al. Trauma center
พัฒนาคุณภาพและวิชาการ โรงพยาบาล                          designation: initial impact on
30

   trauma-related mortality. J        8. Albernathy JH, McGwin G Jr.,
   Trauma. 1995 Aug; 39(2):232-7;        Acker JE, et al. Impact of a
   discussion 237-9.                     voluntary trauma system on
6. Kane G, Wheeler NC, Cook S, et        mortality, length of stay, and cost
   al. Impact of the Los Angeles         at level I trauma center. Am
   Country Trauma System on the          Surg .2002; 68:182-192
   survival of seriously injured      9. Boyd CR, Tolson MA, Copes
   patients. J Trauma.1992; 32:576-      WS. Evaluating trauma care: the
   583                                   TRISS method. J Trauma. 1987;
7. Hedges JR, Mullins RJ, Zimmer-        27:370-8.
   Gembeck M, et al. Oregon           10. Champion HR, Copes WS,
   Trauma System: Change in initial      Sacco WJ, et al. The major
   admission site and post-              trauma outcome study:
   admission transfer of injured         establishing national norms for
   patients. Acad Emerg Med.             trauma care. J Trauma.1990;
   1994; 24:1919-1924                    30: 1356-65
31



EMS จากรากหญ้า พัฒนาแบบพอเพียง
                                                                                               นภาภรณ์ คำาแสน
                                                                                                  พยาบาลวิชาชีพ 7
                                              งานอุบัติเหตุฉุกเฉิ น กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลตาพระยา


หลักการและเหตุผล                                                    ทั งสิ น 716 ครั ง มี ก ารใช้ บ ริ ก ารผ่ า นระบบ
                                                                       ้ ้           ้
            อำา เภอตาพระยาเป็ น อำา เภอหน่ ึง ของ บริ ก ารการแพทย์ ฉุ ก เฉิ นเพี ย ง 36 ครั ง คิ ด
                                                                                            ้
จั ง หวั ด สระแก้ ว มี เ ขตติ ด ต่ อ กั บ ประเทศ เป็ นร้ อ ยละ 5.20 เท่ า นั ้ น                     งานอุ บั ติ เ หตุ
กั ม พู ชาและมี ประวั ติศ าสตร์ อั น ยาวนาน ทั ง ฉุกเฉิ นจึงหาแนวทางพัฒนางาน EMS หลาย
                                               ้
ทางด้ า นศิ ล ปวั ฒ นธรรมและเก่ีย วข้ อ งกั บ หลายๆรูปแบบโดยมีการขยายขอบเขตการใหู
การเมืองการปกครองของประเทศเพ่ ือนบ้าน บริ ก า ร EMS สู่ ช่ ม ชนใ นระดั บ รา ก หญู า
นอกจากนี้ ยังมีเขตติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ซ่ึงถือ เน่ ือ งจากอุ บั ติ เ หตุ แ ละการเจ็ บ ป่ วยฉุ ก เฉิ น
เป็ นประตูสูอีสานตอนล่างปั จจุบันมีการใช้เส้น ส่ ว นใหญ่ เ กิ ด นอกสถานพยาบาล เช่ น ใน
ทางนี้เป็ นจำานวนมาก เน่ องจากหลีกเล่ียงการ บ้าน
                         ื                                                  สถานท่ีทำางาน บนท้องถนน ซ่งเป็ น
                                                                                                      ึ
จ ร า จ ร ท ่ีติ ด ขั ด ใ น เ ส้ น ท า ง เ ดิ ม คื อ ถ น น ชุมชนท่ีผู้รับบริการอาศัยอยู่นั่นเอง               ดังนั ้ น
มิ ต รภาพ ช่ ว ง จั ง หวั ด สระบุ รี -นครราชสี ม า การส่ ง เสริ ม ให้ ชุ ม ชนมี ศั ก ยภาพเพี ย งพอใน
ถนนเส้ น ดั ง กล่ า วนี้ เ ป็ นถนนสองช่ อ งทาง การดู แ ล แล ะส่ ง ต่ อ ผู้ ป่ ว ยฉุ ก เฉิ นอย่ า ง มี
จราจร ผ่ า นหุ บ เขาท่ีมี ค วามลาดชั น และคด คุ ณ ภาพและปลอดภั ย ภายใต้ ต ามกรอบ
เคียว ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ทำา ให้ แ น ว คิ ด 6E (Enforcement ,Education,
   ้
เกิ ด อุ บั ติ เ หตุ ท างการจราจรเป็ นประจำา อั น Engineering, Empowerment,Evaluation ,
เน่ ืองมาจากการไม่ชำานาญทางของผู้ขับข่ี หรือ Emergency Medical Service) อั น เ ป็ น
สภาพรถไม่ ส มบู ร ณ์                 ในส่ ว นของสภาพ แนวทางสำา คั ญ ท่ีจ ะลดการสู ญ เสี ย ทั ง ชี วิ ต
                                                                                             ้
พ้ืนท่ีทางภูมิศาสตร์ทัวไปของอำาเภอตาพระยา ทรัพย์สินและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
                      ่
มี 5 ตำา บล บางพ้ืน ท่ีอ ยู่ ไ กล ทุ ร กั น ดาร และสอดคล้องกับนโยบายการจัดระบบบริการ
การคมนาคมลำา บาก ส่งผลให้ผู้ป่วยฉุกเฉิ น การแพทย์ ฉุ กเฉิ นของกระทรวงสาธารณสุ ข
ได้ รั บการรั ก ษาพยาบาลล่ า ช้ า เส่ีย งต่ อ การ และสำานั กงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว
เสียชีวิต                                                           วัตถุประสงค์
            จ า ก ส ถิ ติ ก า ร ใ ห้ บ ริ ก า ร ผู้ ป่ ว ย ท ่ีมี       1. มีระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นท่ีได้
ภาวะฉุ ก เฉิ นของโรงพยาบาลตาพระยา ใน                                        มาตรฐานครอบคลุมทุกพ้ืนท่ีทุกตำาบล
ปี งบประ มาณ 2549 มี ผู้ ป่ วยอุ บั ติ เ หตุ                                ในอำาเภอตาพระยา
ทางการจราจรและผู้ป่วยฉุกเฉิ น มารับบริการ
32

    2. พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครของเครือ                    3. จำานวนทีมท่ีออกให้บริการการแพทย์
           ข่ายระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น                   ฉุกเฉิ น ครบตามเกณฑ์


แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการแพทย์                           ดูานค่ณภาพ
ฉุกเฉิ นของโรงพยาบาลตาพระยา                             1. ระยะเวลาในการออกปฏิบัติการ
แผนย่ทธศาสตร์             จัดบริการสุขภาพแบบ                ระดับ ALS BLS FR                   ตังแต่ รับ
                                                                                                 ้
บูรณาการ ม่งสู่ความเป็ นเลิศด้านการดูแลผู้
           ุ                                                แจ้งเหตุจนถึงท่ีเกิดเหตุไม่เกิน 20
ป่ วยฉุกเฉิ น                                               นาที ในพ้ืนท่ีทุรกันดาร
           เปู าประสงค์ย่ทธศาสตร์ : ผู้ป่วย             2. จำานวนอุบัติการณ์ การเกิดข้อ
ฉุกเฉิ นได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง รวดเร็ว                   บกพร่อง ในการดูแลผู้ป่วยเก่ียวกับ
ปลอดภัย                                                     ทางเดินหายใจ ,การดาม ,การห้าม
กลย่ทธ : -            ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิ นแบบบูรณา           เลือด
การและการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน                           3. จำานวนผู้ป่วยท่ีได้รับบริการการแพทย์
    ●      พัฒนาสมรรถนะบุคลากรทุกระดับ                      ฉุกเฉิ นประเภท ALS ได้รับการ
           เพ่ ือตอบสนองต่อการดูแลผู้ป่วย                   Admit
           ฉุกเฉิ นอย่างมีประสิทธิภาพ                   4. จำานวนครังของผู้มารับบริการ EMS
                                                                    ้
    ●      กำาหนดแนวทางการดูแลผู้ป่วย                       ได้รับการ Admit
           ฉุกเฉิ น
           แผนงาน                                   การดำาเนิ นงานในอดีต..........จนถึงปั จจุบัน
    ●      พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิ นเชิงรุก             1. โรงพยาบาลตาพระยาจั ด ตั ง ระบบ
                                                                                   ้
           โดย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคี                 บริ ก า รก ารแพทย์ ฉุ ก เฉิ นแล ะขึ้ น
           เครือข่าย                                        ท ะ เ บี ย น ป ฏิ บั ติ ง า น เ ม่ ือ วั น ท ่ี 27
    ●      พัฒนาสมรรถนะของบุคลากรในเครือ                    สิ ง หาคม 2548 มี ก ารประสานงาน
           ข่ายทุกระดับอย่างต่อเน่ ือง                      และมอบหมายนโยบายแก่ องค์ ก ร
ตัวชีวัด
     ้                                                      ปกครองส่วนท้องถ่ิน ได้แก่ เทศบาล
ดูานการบริหารจัดการ                                         ตำา บลตาพระยา และ องค์การบริหาร
    1. มีระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นท่ีมี                    ส่วนตำาบลทุกแห่ง แต่มีหน่ วยงานท่ี
           มาตรฐานครอบคลุมพ้ืนท่ีทุกองค์การ                 เข้ า ร่ ว มขึ้ น ทะเบี ย นปฏิ บั ติ ง านขณะ
           บริหารส่วนท้องถ่ิน                               นั ้ น เ พี ย ง 2 แ ห่ ง ไ ด้ แ ก่      ส ถ า นี
    2. มีระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น                         อนามั ย โคคลาน และ อาสามู ล นิ ธิ
           ระดับ ALS BLS FR พร้อมให้                        ร่วมกตัญญู และมีผลการดำาเนิ นงาน
           บริการตลอด 24 ชัวโมง
                           ่                                ในปี งบประมาณ 2549 ดังตารางท่ี 1
33

          ตารางท่ี 1 แสดงการให้บริการของหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น (ครัง) ปี งบประมาณ
                                                                         ้
          2549
                                                                               เดือน
   หน่ วยงาน         ต.ค     พ.ย     ธ.ค     ม.ค     ก.พ     มี.ค      เม.ย พ.ค          มิ.ย    ก.ค ส.ค           ก.ย             รวม
                     .       .       .       .       .       .         .         .       .       .        .        .
1.รพ.ตาพระยา             1       0       2       1       1       0         1         1       2       7        5        3           24
2.สอ.โคคลาน              0       0       0       0       0       0         0         0       0       0        0        0            0
3.ร่วมกตัญญู             0       0       0       0       1       0         2         2       1       2        2        2           12
                                                                                                 รวมทังหมด(ครัง)
                                                                                                      ้       ้                    36
               2. จา ก ผล ก า รป ฏิ บั ติ ง า น ใ น ปี 2549                5.     บ่ ค ลากรทางการแพทย์ ยั ง ขาดควร
                   ทำาให้งานอุบัติเหตุฉุกเฉิ นได้นำาข้อมูล                      รามชำานาญในการดูแลผููป่วยฉ่กเฉิ น
                   มาวิเคราะห์                   หาจุดแข็ง จุด                  เน่ ืองจาก ประสบการณ์นูอ ย
                   อ่อน ของการปฏิบัติงาน ดังนี้                            6. พ ้ืน ท ่ีท่ ร กั น ด า ร       มี เ ข ต ติ ด ต่ อ
                   จุดแข็ง                                                      ชายแดนไทยกัมพูชา
               1. มี น โยบายชั ด เจนตั ง แต่ ร ะดั บ ส่ ว น
                                       ้                                   7. ประชากรส่วนใหญ่ยากจน
                   กลาง ถึงจังหวัดและอำาเภอ                                     ในปี งบประมา ณ 2550 ได้ มี ก า ร
               2. มี ง บประมาณสนั บสน่ น อย่ า งเพี ย ง ทบทวนและหาแนวทางในการดำา เนิ นงาน
                   พอ                                                พั ฒ นาระบบบริ ก ารการแพทย์ ฉุ ก เฉิ น โดย
                                                                     เน้ นการแก้ไขจุดอ่อนของระบบท่ีได้วิเคราะห์
                   จุดอ่อน                                           ร่ ว มกั น ของผู้ มี ส่ ว นเก่ีย วข้ อ ง และวางแผน
               1. การดำา เนิ นงานในพ้ืนท่ีของอำา เภอยัง ดำาเนิ นงานเชิงรุก ดังนี้
                   ไม่มีรูปแบบท่ีชัดเจน ขาดการบูร ณา
                   การร่วมกันระหว่างหน่ วยงานท่ีเก่ียว การดำาเนิ นงานในปี 2550
                   ขัอง                                              ดูานบริหารการจัดการ
               2. ขาดความรูู เ ร่ ือ งระบบบริ ก ารการ                      1. กำาหนดให้ระบบงานบริการการแพทย์
                   แพทย์ฉ่กเฉิ น                                                ฉุกเฉิ นเป็ นยุทธศาสตร์หลักของโรง
               3. ขาดการประชาสั ม พั น ธ์ ร ะบบการ                              พยาบาล
                   แพทย์ฉ่กเฉิ นแก่ หน่ วยงานท่กภาค                        2. จัดประชุมชีแจง ระบบบริการการ
                                                                                         ้
                   ส่วนรวมทังประชาชน
                            ้                                                   แพทย์ฉุกเฉิ น แก่เจ้าหน้ าท่ี โรง
               4. องค์กรปกครองส่วนทูองถ่ินบางแห่ง                               พยาบาล , เจ้าหน้ าท่ีสาธารณสุข
                   ยัง ไม่ เ ห็ น ความสำา คั ญ ของระบบการ                       อำาเภอ , หัวหน้ าส่วนราชการ และ
                   แพทย์ฉ่กเฉิ น                                                องค์การบริหารส่วนท้องถ่ินทุกแห่ง
34

       รับทราบ / เข้าใจ และเชิญชวนหน่ วย                วิกฤต / ฉุกเฉิ นจัดโดย โรงพยาบาล
       งานองค์การบริหารส่วนท้องถ่ินเข้า                 ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ,
       ร่วมเป็ นสมาชิกเครือข่าย                         สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่ง
   3. จัดตังคณะกรรมการระบบบริการการ
           ้                                            ประเทศไทย
       แพทย์ฉุกเฉิ นระดับอำาเภอ โดยมี               2. จัดอบรม ระบบบริการการแพทย์
       นายอำาเภอเป็ นประธาน            มีปลัด           ฉุกเฉิ น และการช่วยฟ้ืนคืนชีพขันพ้ืน
                                                                                       ้
       อำาเภอฝ่ ายป้ องกันเป็ นเลขา ,หัวหน้ า           ฐาน / ขันสูงแก่เจ้าหน้ าท่ีโรงพยาบาล
                                                                ้
       กลุ่มการ และ หัวหน้ างานอุบัติเหตุ               และเจ้าหน้ าท่ีสถานี อนามัย ปี ละ 1
       ฉุกเฉิ นเป็ นผู้ช่วยเลขา และมีหน่ วย             ครัง
                                                           ้
       งานราชการทุกภาคส่วนในอำาเภอ                  3. อบรมการปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น /
       ตาพระยา เป็ นคณะกรรมการ                          การยกและการเคล่ ือนย้าย แก่เจ้า
   4. สนั บสนุนอุปกรณ์และวัสดุทางการ                    หน้ าท่ีทุกคน
       แพทย์ แก่เครือข่าย เช่น ถุงมือ ไม้           4. จัดซ้อมแผนรองรับอุบัติเหตูหมู่จาก
       ดามแขน ขา ชุดอุปกรณ์                             จราจร และสาธารณภัย แบบบูรณา
       ปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น                               การทุกภาคส่วนในอำาเภอตาพระยา
   5. ติดตามนิ เทศงานและให้กำาลังใจแก่ผู้
       ปฏิบัติงานท่ีเป็ นเครือข่าย ในช่วง        บ่คคลากรเครือข่าย
       เทศกาลปี ใหม่                                1. จัดอบรมการช่วยฟ้ืนคืนชีพขันพ้ืนฐาน
                                                                                 ้
   6. สงกรานต์และในโอกาสพิเศษต่างๆ                      / การปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น / การยก
   7. จัดสถานท่ีพัก พร้อมเคร่ ืองด่ ืม ไว้              และการเคล่ ือนย้ายผู้ป่วยแก่เจ้าหน้ าท่ี
       สำาหรับเจ้าหน้ าท่ีเครือข่ายท่ีมาส่งผู้          เครือข่าย    1 ครัง / ปี
                                                                          ้
       ป่ วยท่ีโรงพยาบาล                            2. ส่งเจ้าหน้ าท่ีเข้าร่วมอบรม EMT
   8. ติดตามนิ เทศงานและให้กำาลังใจแก่ผู้               110 ชัวโมง เพ่ ือพัฒนาศักยภาพ
                                                              ่
       ปฏิบัติงานท่ีเป็ นเครือข่าย ในช่วง               เครือข่ายจากระดับ FR เป็ นระดับ
       เทศกาลปี ใหม่ สงกรานต์และใน                      BLS
       โอกาสพิเศษต่างๆ                              3. จัดซ้อมแผนรองรับอุบัติเหตุหมู่และ
                                                        สาธารณภัย แบบบูรณาการทุกภาค
ดูานการพัฒนาศักยภาพ และ สมรรถนะเจูา                     ส่วนในอำาเภอตาพระยาร่วมกับ งาน
หนู าท่ี บ่คลากรของโรงพยาบาล                            ป้ องกันบรรเทาสาธารณภัย จังหวัด
   1. ส่งเจ้าหน้ าท่ีอบรมระบบบริการการ                  สระแก้ว
       แพทย์ฉุกเฉิ น การช่วยฟ้ืนคืนชีพขัน
                                        ้           4. จัดแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างหน่ วย
       สูงระดับ ALS และการดูแลผู้ป่วย                   งาน ( Knowledge management )
35

       โดยให้หน่ วยงานท่ีมีผลงานดีเด่นเป็ น     6. จัดตัง EMS 1669 Member's club
                                                        ้
       ตัวอย่างแก่ทีมหรือหน่ วยงานอ่ ืน            โดย
   5. ศึกษาดูงานท่ีโรงพยาบาลวังนำ้ าเขียว /        1. จัดทำาทะเบียนรายช่ ือ สมาชิก
       เทศบาลตำาบลตะขบ และองค์การ                        กลุ่มผู้ป่วยโรคเร้ือรังและกลุ่มโรค
       บริหารส่วนตำาบลกระชอน จังหวัด                     ท่ีมีความเส่ียงสูง ได้แก่ DM ,
       นครราชสีมา                                        HT , Asthma , COPD ,
                                                         CHF , AMI
ดูานการประชาสัมพันธ์                               2. ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติเก่ียว
                                                         กับระบบบริการการแพทย์
   1. ประชาสัมพันธ์ ระบบบริการการ                        ฉุกเฉิ น ท่ี Clinic DM , HT ,
       แพทย์ฉุกเฉิ นผ่านทางเสียงตามสาย                   ตึกผู้ป่วยใน , OPD ,ER ,
       ในโรงพยาบาลตาพระยา / เทศบาล                       Clinic งานส่งเสริมสุขภาพ
       ตำาบลตาพระยา                                      พร้อมทังแจกบัตรสมาชิกทุกคน
                                                                ้
   2. จัดรายการวิทยุชุมชน                          3. จัดทำาข้อมูลของสมาชิก รวมทัง
                                                                                 ้
   3. ติดป้ ายประชาสัมพันธ์ ในโรงพยาบาล                  แผนท่ีทางเข้าบ้าน เพ่ ือสะดวกใน
       / เทศบาลตำาบลตาพระยา และ                          การออกไปรับกรณี ฉุกเฉิ น
       องค์การบริหารส่วนท้องถ่ิน                7. จัดออกเย่ียมผู้ป่วย และให้ความรู้
   4. เข้าร่วมประชุมประจำาเดือน ร่วมกับ            ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น ร่วม
       กำานั น / ผู้ใหญ่บ้าน / เทศบาลตำาบล         กับ ทีม
       ตาพระยา / องค์การบริหารส่วนท้อง             Home health care และเชิญชวน
       ถ่ินทุกแห่ง                            สมัครสมาชิก EMS Member's club
   5. จัดประชุม EMS สัญจรทุกองค์การ
       บริหารส่วนตำาบล
36

          ผลการดำาเนิ นงาน


          ตารางท่ี 1 แสดงการให้บริการของหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น (ครัง) ปี งบประมาณ
                                                                         ้
          2549
                                                                                เดือน
    หน่ วยงาน     ต.ค       พ.ย     ธ.ค      ม.ค      ก.พ     มี.ค     เม.ย พ.ค            มิ.ย    ก.ค ส.ค           ก.ย           รวม
                  .         .       .        .        .       .        .          .        .       .        .        .
1.รพ.ตาพระยา           1        0       2        1        1       0        1          1        2       7        5        3         24
2.สอ.โคคลาน            0        0       0        0        0       0        0          0        0       0        0        0          0
3.ร่วมกตัญญู           0        0       0        0        1       0        2          2        1       2        2        2         12
                                                                                                   รวมทังหมด(ครัง)
                                                                                                        ้       ้                  36


          ตารางท่ี 2       แสดงการให้บริการของหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น (ครัง) ปี งบประมาณ
                                                                               ้
          2550
                                                                       เดือน
    หน่ วยงาน     ต.ค       พ.ย     ธ.ค      ม.ค      ก.พ     มี.ค     เม.ย พ.ค            มิ.ย    ก.ค ส.ค           ก.ย รว             %
                  .         .       .        .        .       .        .          .        .       .        .        .       ม
1.รพ.ตาพระยา           5        1       9        5        4       6        8          12       5       10       13   18      96     29.09
2.สอ.โคคลาน            0        1       0        0        0       3        0          0        0       0        0        1    5         1.51
3.สอ.กุดเวียน          0        0       0        0        0       0        0          0        0       1        0        1    2         0.6
4.สอ.นวมินท            0        0       0        0        0       0        0          0        5       1        0        1    7         2.12
ราชินี
5.อบต.ทัพราช           0        0       18       10       7       15       8          14       8       5        14   10      109    33.03
6.อบต.ทัพไทย           0        0       0        0        0       0        0          0        0       0        1        1    2         0.6
7.อบต.ทัพเสด็จ         0        0       1        0        1       1        0          0        1       7        0        1   12         3.63
8.อบต.ตาพระยา          0        0       0        0        0       0        0          0        0       0        0        0    0          0
9.อบต.โคคลาน           0        0       0        0        0       0        0          0        0       0        0        1    1         0.3
10.ร่วมกตัญญู          3        0       2        6        3       5        18         13       4       21       12       9   96     29.09
                                    รวมให้บริการทังหมด (ครัง)
                                                  ้        ้                                                                 330
37

         ตารางท่ี 3 แสดงการให้ บริ ก ารของหน่ ว ยบริ ก ารการแพทย์ ฉุ ก เฉิ น (ครั ง ) ปี งบประมาณ
                                                                                  ้
         2551


                                                         เดือน                                          %
    หน่ วยงาน         ต.ค     พ.ย ธ.ค. ม.ค ก.พ มี.ค เม.            พ.ค มิ.ย ก.ค ส.         ก.    รว
                      .       .         .     .     .     ย.       .       .    .     ค.   ย.    ม
1.รพ.ตาพระยา          11      11   7    22    18    12    14       13      22   18    15   18    18     29
                                                                                                 1
2.สอ.โคคลาน           0       1    2    2     1     6     1        1       3    1     3    1     22     3
3.สอ.กุดเวียน         0       1    2    1     5     0     3        0       1    4     5    1     23     3
4.สอ.นวมินท           2       1    0    0     0     1     0        0       0    5     1    0     10     16
ราชินี
5.อบต.ทัพราช          9       15   4    14    8     12    12       13      9    30    18   16    16     26
                                                                                                 0
6.อบต.ทัพไทย          1       1    3    3     4     4     0        1       3    2     0    0     18     2
7.อบต.ทัพเสด็จ        4       5    1    4     5     7     9        4       6    2     10   4     61     9
8.อบต.ตาพระยา         1       3    1    1     4     0     6        2       3    1     1    2     25     4
9.อบต.โคคลาน          0       0    0    1     0     1     3        3       0    2     2    4     16     2
10.ร่วมกตัญญู         5       16   3    7     6     7     13       6       14   5     10   6     98     15
11.เทศบาลฯ            0       0    0    0     0     0     1        0       0    0     0    0     1      0.1
                                                                                                        6
                                                   รวมทังหมด
                                                        ้                                        61
                                                                                                 5


         ผลลัพธ์ท่ีเกิดขึ้น                               2. มีผลการดำาเนิ นงานการให้บริการการ
         เชิงปริมาณ                                              แพทย์ฉุกเฉิ นมากขึ้นเป็ นอันดับ 1 ใน
             1. มี เ ครื อ ข่ า ยระบบบริ ก ารการแพทย์            ระดับโรงพยาบาลชุ ม ชน ของจัง หวั ด
                 ฉุกเฉิ นครอบคลุมทุกพ้ืนท่ีใ นอำา เภอ            สระแก้ว
                 ตาพระยา
38

กราฟแสดงผลการดำาเนิ นงานการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นระดับ     BLS และ FR
                      แยกตามเครือข่ายในอำาเภอตาพระยา




    กราฟแสดงการให้บริการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นระดับโรงพยาบาลชุมชน
                แยกตามเครือข่ายอำาเภอ ในจังหวัดสระแก้ว 2551
39



ครัง
   ้




       เครือข่าย
40

จำานวนประชากรแยกตามอำาเภอในจังหวัดสระแก้ว


                          อำาเภอ                    จำานวนประชากร
               1. ตาพระยา                               53,069
               2. คลองหาด                               48,689
               3. วังนำ้ าเย็น / สมบูรณ์                86,720
               4. วัฒนานคร                              64,830
               5. อรัญ /โคกสูง                          89,690
               6.เขาฉกรรจ์                              52,338


เชิงค่ณภาพ                                           2. ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทการ
       ผลการประเมิ น การพั ฒ นาศั ก ยภาพ บริหารงาน ในการเข้าร่วมประกวดงาน
อาสาสมัครในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น วิชาการโครงการมหกรรมคุณภาพแลกเปล่ียน
พบว่ามีทักษะการผู้ป่วยประเมินผู้ ป่วยและมี เรียนรู้ การพัฒนาคุณครังท่ี 2 วันท่ี 16 -17
                                                                  ้
ทักษะการช่วยเหลือ การดูแลทางเดินหายใจ ตุลาคม 2551 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
การห้ า มเลื อ ด การดามกระดู ก ถู ก ต้ อ งมาก สุรนารี จ.นครราชสีมา
ท่ีสุดในจังหวัดสระแก้วคิดเป็ นร้อยระ 96.65
( ข้อ มู ล ผลการประเมิ น การพั ฒ นาศั ก ยภาพ โอกาสพัฒนา / ข้อเสนอแนะ
อาสาสมัครในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น                1. พั ฒ นา / สนั บสนุ น ส่ ง เสริ ม ให้
จังหวัดสระแก้วในภาพรวม )                     เครือข่าย ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นบาง
                                             เครือข่ายเพ่ิมผลการปฏิบัติงาน
ผลงานท่ีภาคภ้มิใจ                                    2. พั ฒ นาระบบบริ ก า รก ารแพทย์
       1. ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ใน ฉุ ก เฉิ น เชิ ง รุ ก ปี งบประมาณ 2552 ในกลุ่ ม
การเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพ่ ือพัฒนา   สถานี อนามัย 10 แห่ง และหน่ วยปฐมภูมิ 5
ทักษะ องค์ความรู้และจิตอาสากู้ชีพ กู้ภัย     แห่ง ให้ครบทุกหน่ วยงาน
ระดับ FR แบบ Walk Rally ระดับเขต                     3. วางแผนกำา หนดเป้ าหมายการให้
8 ,9 ในวันท่ี 28 -30 ก.ค. 2551 ท่ีเขาใหญ่    บริ ก าร ของเครื อ ข่ า ยให้ ชั ด เจน ตามจำา นวน
จังหวัดนครราชสีมา      จากทีมเข้าแข่งขัน     ประชากรในพ้ืนท่ีแต่ละตำาบลท่ีรับผิดชอบ
ทังหมด 9 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี, จันทบุรี,
  ้                                                  4. ข ย า ย โ ค ร ง ก า ร EMS      1669
ระยอง, ตราด, สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา,        member’s club สู่ อ งค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นท้ อ ง
ปราจีนบุรี,สระแก้ว,นครนายก                   ถ่ิน
41

        5. จัดแข่งขัน walk rally ร่วมกันทุก ศักดิ ์ วงศ์ชูศรี ผู้อำานวยการโรงพยาบาล
องค์การบริหารส่วนตำาบล / เทศบาลตำาบล              ตาพระยา ท่ีสนั บสนุนโอกาสพัฒนา ขอบคุณ
ตาพระยา เพ่ ือพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้ าท่ีเครือ คุณทิพพาภร พรมพิทักษ์ หัวหน้ ากลุ่มการ
ข่าย                                              พยาบาลโรงพยาบาลตาพระยา          ท่ีเปิ ดโอกาส
        6. ศึกษาวิจัยผู้ป่วยท่ีมารับบริการโดย แสดงความสามารถเพ่ ือพัฒนาหน่ วยงาน
ผ่า นระบบบริ ก ารการแพทย์ ฉุก เฉิ นว่ า เป็ น ผู้ พร้อมทังให้คำาปรึกษา ทุ่มเทกำาลังกายแรงใจ
                                                         ้
ป่ วยท่ีอ ยู่ ใ นเกณฑ์ ท ่ีต้ อ งใช้ บ ริ ก ารในระบบ ช่วยเหลือด้วยดีมาตลอด ขอบคุณน้ องๆงาน
บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นจริงหรือไม่                 อุบัติเหตุฉุกเฉิ น ท่ีร่วมแรงร่วมใจในการ
                                                  ทำางาน ด้วยความรักสามัคคี ท่ีขาดไม่ได้คอ
                                                                                         ื
กิตติกรรมประกาศ                                   หน่ วยงานท่ีเป็ นเครือข่าย EMS อำาเภอ
        การดำาเนิ นงาน EMS ของโรง                 ตาพระยา จากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พยาบาลตาพระยาได้มีความก้าวหน้ าขึ้นมาอีก และภาคเอกชน ท่ีขยันขันแข็ง ตังใจทำางาน
                                                                      ้
ระดับหน่ ึงเม่ ือเทียบกับอดีตท่ีผ่าน ทังนี้ งาน
                                       ้          จนมีเครือข่ายท่ีดีและครอบคลุมทุกพ้ืนท่ีใน
อุบัติเหตุฉุกเฉิ น ขอขอบคุณนายแพทย์คง             อำาเภอตาพระยา
42


Review Articles/บทฟ ฟูวิชาการ
                   ้ ืน
การบาดเจ็บจากระเบิด (BLAST INJURY)
                                                                  นพ.บวร วิทยชำานาญกุล
                                                                 หน่ วยเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น
                                                 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่



Introduction                                  อย่างรุนแรงและความดันตำ่าเกิดขึ้นในทันทีส่ง
        ในปั จจุบันอาวุธท่ีใช้ในการก่อการร้าย ผลให้เกิดการอัดอากาศและการกระชากกลับ
                                                                  2
ได้พัฒนาไปมากทัง อาวุธชีวภาพ,เคมี และ
               ้                              อย่างรุนแรงสลับกัน (ดังภาพท่ี1) เกิดผลกระ
นิ วเคลียร์ แต่ผ้ก่อการร้ายโดยมาก ทังทั่ว
                                    ้         ทบต่อทังส่ิงมีชีวิตและไม่มีชีวิต โดยแปรผัน
                                                     ้
โลกและในไทยก็ยังใช้ระเบิดเป็ นอาวุธในการ ตรงกับระยะห่างจากจุดกำาเนิ ดระเบิด
ก่อร้าย การระเบิดนั ้นก่อให้เกิดการบาดเจ็บท่ี นอกจากนี้อวัยวะท่ีมีความแตกต่างของความ
หลากหลาย บางครังส่งผลให้มีผ้บาดเจ็บ
               ้                              หนาแน่ น อันได้แก่อวัยวะท่ีมีอากาศหรือนำ้ า
ปริมาณมาก เกิดเป็ นอุบัติภัยหม่้ (Mass        อย่ภายใน ถือเป็ นอวัยวะท่ีจะมีการบาดเจ็บได้
                                                 ู
casualty) แพทย์จึงควรเรียนร้้การบาดเจ็บที่ ง่ายเป็ นอันดับต้น ๆ อันได้แก่ แก้วหู ปอด
จะเกิดขึ้นกับผ้้ป่วย การเตรียมการ การ         ลำาไส้ ตา เส้นเลือด ฯลฯ แต่หากเกิดการบาด
ปฏิบัติตนเม่ ือเกิดเหตุขึ้น                   เจ็บไกล้กับจุดระเบิดมาก ๆ ก็อาจทำาให้เกิด
                                              การฉี กขาดออกจากกันของอวัยวะได้(body
Classification of blast injury                disruption)
        การบาดเจ็บจากการระเบิด แบ่งได้เป็ น          แก้วหูเป็ นอวัยวะท่ีทนต่อความดัน
           1
4 ประเภท ดังตารางท่ี 1                        อากาศมากไม่ได้ มักจะเกิดการบาดเจ็บจาก
                                              แรงระเบิดได้บ่อย การเพ่ิมความดันเพียง
Primary Blast injury                          5 psi (pounds per square inch) จากความ
                                                                         3
        เป็ นการบาดเจ็บท่ีเกิดจากแรงอัด       ดันปกติก็ทำาให้แก้วหูทะลุได้ (14.7 psi =
อากาศ มีลักษณะเป็ นคล่ ืนท่ีมีความดันสูง      760 mmHg = 1 atm) ผู้ป่วยจะมีอาการ หู
                                              ดับ หูอ้อ เวียนศีรษะ ยืนยันได้ด้วยการตรวจ
                                                      ื
43




  ภาพท่ี 1: ลักษณะของคล่ ืนระเบิด(blast wave) (ดัดแปลงจาก John M. Wightman,
  Sheri L. Gladish, Explosions and Blast Injuries, Ann of Emerg Med 2001; 37:6:
  664-78.)

                  4                                                    4
       Otoscopy       การท่ีมีแก้วหูทะลุจะช่วย จากกันของเน้ือปอด) นอกจากนี้มีข้อมูล
บ่งชีได้ว่าผู้ป่วยมีการบาดเจ็บอย่างมีนัยสำาคัญ ยืนยันว่าการใส่เส้ือเกราะเหล็กเพ่ ือป้ องกัน
     ้
จากแรงระเบิด(primary blast injury) มี          กระสุน ไม่ได้ป้องกันการบาดเจ็บจากแรง
โอกาสการเกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะอ่ ืน ๆ         ระเบิด แต่อาจทำาให้เกิดการบาดเจ็บท่ีรุนแรง
                          5,6
โดยเฉพาะปอด และลำาไส้                          ขึ้นเน่ ืองจากคล่ ืนระเบิดสะท้อนไปมาในชุด
                                                      7
        ปอดเป็ นอวัยวะท่ได้รับผลกระทบจาก เกราะ
                        ี
แรงระเบิดเป็ นอันดับสอง เกิดจากในช่องปอด                  ลำาไส้เป็ นอวัยวะท่ีได้รับบาดเจ็บรอง
มีถงลมและ หลอดเลือดอยู่ชิดกันทำาให้เกิด
   ุ                                           ลงมา โดยลำาไส้ใหญ่จะบาดเจ็บได้บ่อยกว่า
pulmonary edema, pneunothorax,                 ลำาไส้เล็ก ส่วนตับ ไตและม้ามนั ้นเกิดการบาด
hemothorax, pneumomediastinum,                 เจ็บได้น้อย ถ้าจะบาดเจ็บมักจะเกิดจากต่อแรง
subcutaneous emphysema, systemic               ระเบิดท่ีรุนแรงมาก ๆ การขาดของ
acute air embolism (เกิดจากการขาดออก           เส้นเลือด(mesenteric artery)สามารถเกิดได้
44

เช่นกัน แต่อาการของโรคมักจะแสดงในวัน                  เป็ นการบาดเจ็บอ่ ืน ๆ ท่ีไม่ใช่สาม
หลัง ๆ ทำาให้เกิดการวินิจฉั ยล่าช้า(delayed   อย่างข้างต้น ได้แก่ แผลไหม้ การสูดสำาลัก
diagnosis) เป็ นเหตุให้ลำาไส้เน่ าและทะลุใน   การขาดอากาศ รวมไปถึงโรคท่ีเป็ นขึ้นมาใหม่
ภายหลัง                                       เช่น COPD exacerbation ,Acute
        การบาดเจ็บท่ีตาเช่น การแตกของลูก Coronary syndrome ฯลฯ
ตา (rupture of eye globe) , serous
retinitis, and hyphema พบได้แต่พบไม่บ่อย Prehospital care
ส่วนมากมักเกิดจากการมีชินส่วนสะเก็ด
                        ้                             เม่ อเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้น ทีมผู้
                                                          ื
ระเบิดกระเด็นเข้าตา ซ่งบางครังการตรวจตา
                      ึ      ้                รักษาฉุกเฉิ น (Emergency Medical
ปกติอาจไม่พบความผิดปกติ ควรสงสัยในราย Service ; EMS) หน้ าท่ีสำาคัญของทีม คือ
ท่ีมีการมองเห็นลดลง ควรตรวจ slit lamp         ต้องค้นหาและระบุตัวผู้ป่วยท่ีได้รับบาดเจ็บ
การบาดเจ็บของสมอง เช่น cerebral               หนั ก ให้การพยาบาลเบ้ืองต้น และรีบส่งตัวผู้
concussion เกิดได้แต่โดยปกติมักเกิดจาก        ป่ วยเพ่ ือไปรับการรักษาให้เร็วท่ีสุด บางครัง
                                                                                          ้
การมีวัตถุตกกระทบมากกว่า                      ผู้ช่วยเหลืออาจมีความลังเลท่ีจะให้การรักษา
                                              ในท่ีเกิดเหตุ แต่ด้วยทรัพยากรท่ีมีจำากัด
Secondary Blast Injury                        (limited resource) รวมทังหลักการของ
                                                                      ้
        ในระเบิดมักจะบรรจุเศษเหล็กหรือ        Prehospital care ท่ีกล่าวว่าผู้ป่วยท่ีได้รับบาด
วัสดุท่ีมีความคม(shrapnel) เพ่ ือก่อให้เกิด   เจ็บนั ้น การส่งผู้ป่วยไปให้เร็วท่ีสุดโดยไม่เสีย
บาดแผลทะลุ(penetrating wound) และวัสดุ เวลาไปกับการรักษา ณ จุดเกิดเหตุ (Scoop,
ท่ีกระเด็นจากแรงระเบิด                        Stabilization and Run) จะทำาให้ผู้ป่วยมี
                                              โอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น ดังนั ้นทีมจะต้อง
Tertiary Blast Injury                         ตระหนั กเสมอว่ามีภาระหลักในการค้นหา
      สถานก่อสร้างท่ีถล่มทับผู้บาดเจ็บ        ให้การรักษาเบ้ืองต้น และส่งผู้ป่วยไปยังโรง
เป็ นต้นเหตุการเสียชีวิตอันดับหน่ ึงอันเน่ ืองมา พยาบาลท่ีเหมาะสมโดยไม่เสียเวลาทำาหัตการ
จากการระเบิด โดยเกิดจาก Crush และการ          ท่ีใช้เวลาและกำาลังคนมาก Stein จึงได้ให้
ติด (entrapment) มากกว่าการมีวัตถุขนาด        หลักการในการดูแลผู้ป่วยในจุดเกิดเหตุ(basic
                                                                                8
ใหญ่ถล่มลงมาทับ crush syndrome และ            field medical care guideline) ดังนี้
                          4
compartment syndrome ทังสองภาวะจึงส่ิง 1.ผู้บาดเจ็บท่ีมีการขาดของส่วนใดของร่างกาย
                       ้
ท่ีแพทย์ต้องให้ความสำาคัญและต้องสงสัย         (amputate) และไม่มีสัญญาณชีพให้ถือว่าผู้
เสมอในผู้ป่วยท่ีมีประวัติติดอยู่ในซากตึก      ป่ วยเสียชีวิตแล้ว
                                              2.ผู้บาดเจ็บท่ีไม่มีชีพจร ไม่หายใจ และม่านตา
Quaternary Blast Injury                       ขยายให้ถือว่าผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว
45

3.จะไม่มการช่วยฟ้ืนคืนชีพ
        ี                                         เดียว จะเห็นได้ว่า Israeli evacuation
(Cardiopulmonary Resuscitation) ณ จุด             hospital concept นั ้นโรงพยาบาลท่ีอยู่ใกล้
เกิดเหตุ                                          ท่ีสุดจำาเป็ นต้องรับภาระหนั กทังการคัดกรอง
                                                                                  ้
4.การจัดการเก่ียวกับทางเดินหายใจเท่าท่ี           ผู้ป่วย ให้การรักษา และผ่าตัดในรายท่ีมีภาวะ
จำาเป็ น และ การตรึงการดูกสันหลัง เป็ นส่ิงท่ี ท่ีเป็ นอันตรายต่อชีวิตหรือรยางค์(life- or
ควรทำา ณ จุดเกิดเหตุ                              limb-saving surgery) ซ่ ึงโรงพยาบาลต้อง
5.การให้ออกซิเจนและ การทำา needle                 ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บ และมี
decom - pression หากมีข้อบ่งชี้ เป็ นส่ิงท่ี      ทีมผ่าตัดท่ีมีความพร้อม
ควรทำา ณ จุดเกิดเหตุ                                    นอกจากนี้การค้นหาและคัดกรองผู้ป่วย
6.ควรควบคุมเลือดออกด้วยการกด (direct              ท่ีได้รับบาดเจ็บหนั กออกจากผู้ป่วยอ่ ืนเป็ น
compression) หรือ tourniquet                      เร่ ืองท่ีทำาได้ยากด้วยการสังเกตอย่างรวดเร็ว
7.การดามกระดูก และปิ ดแผลควรทำาก่อน               เพียงอย่างเดียว แต่จากการศึกษาของ
                                                           10
ก่อนนำ าส่ง                                       Almogy จากเหตุการณ์การระเบิดท่ี
                                          9
           และจากประสบการณ์ของ Einav ใน อิสราเอล พบว่าผู้ป่วยท่ีมีการบาดเจ็บ
เหตุการณ์การระเบิดท่ีอิสราเอล เม่ อปี
                                  ื               ภายนอกสะท้อนถึงการบาดเจ็บภายใน (blast
ค.ศ.2000 ได้ให้หลักการของการดูแลผู้ป่วย           lung injury) ท่ีรุนแรง ให้ความสำาคัญในการ
ณ จุดเกิดเหตุ(on-scene management                 ดูแลและจัดส่งผู้ป่วย การบาดเจ็บนั ้นได้แก่
sequence for a terrorist bombing in the           การมีแผลไฟไหม้มากกว่า 10% ของพ้ืนท่ีผิว
civilian setting) ว่าควรคัดกรองผู้ป่วยด้วย        ทังหมด (body surface area) ,กะโหลก
                                                    ้
ความรวดเร็ว ทำาหัตถการกับผู้ป่วยให้น้อย           ศีรษะแตก และบาดแผลทะลุผ่านบริเวณ
ท่ีสุด ส่งผู้ป่วยบาดเจ็บหนั กไปยังโรงพยาบาล       ศีรษะและลำาตัว อย่างไรก็ตามผู้ป่วยท่ีไม่มี
ท่ีใกล้สุด(evacuation hospital)เพ่ ือให้การ       บาดแผลภายนอก ก็อาจจะเกิดการบาดเจ็บ
                                                            6
รักษา(resuscitation and stabilization) และ รุนแรงได้ การบาดเจ็บภายนอกจึงเป็ นเพียง
ส่งผู้ป่วยท่ีบาดเจ็บรองลงมาไปยังโรงพยาบาล ลักษณะท่ีทำาให้ผู้ปฏิบัติงานแยกแยะผู้ป่วย
อ่ ืน เพ่ ือลดปั ญหาการคับคังของคนไข้
                            ่                     หนั กได้รวดเร็วย่งขึ้น
                                                                   ิ
ใน(exhausting the capacity)โรงพยาบาล


  Injury type        Mechanism                 Organ and effect                Comments
 Primary            ความดันท่ีเกิด      Eardrum: rupture                   ในท่ีปิด blast wave
 (blast wave)       จากแรงระเบิด        Thorax: blast lung,                จะมีการสะท้อน
                    ก่อให้เกิดแรงอัด pneumothorax,                         กำาแพงแล้วรวมกัน
                    ต่อวัตถุ แปร        hemothorax,                        ทำาให้มีความรุนแรง
46

                     ผกผันตามระยะ       pneumomediastinum                   มากขึ้น
                     ทาง                Gastrointestinal tract:
                                        viscus perforation
                                        Limbs: comminuted
                                        fractures
                                        Earlobes: traumatic
                                        amputation
 Secondary           สะเก็ดระเบิด       All body parts
                     เศษวัตถุท่ี        penetrating trauma
                     กระเด็นจากแรง
                     ระเบิด
 Tertiary            การบาดเจ็บท่ี      การบาดเจ็บขึ้นกับบริเวณท่ีผู้
 (blast wind)        เกิดจากการ         ป่ วยไปตกอยู่
                     กระแทกจากการ Crush injury
                     กระเด็น และ
                     การบาดเจ็บท่ี
                     เกิดจากวัตถุทับ
 Quaternary          การบาดเจ็บอ่ ืนๆ   ไฟไหม้, asphyxia                    Exacerbate of
                                                                            Medical condition
ตารางท่ี 1 ประเภทของการบาดเจ็บจากระเบิด                  (ดัดแปลงจาก S.S. Hare : The
radiological management of bomb blast injury.Clinical Radiology (2007) 62,
1-9)


Hospital response                                   ท่ีได้รับแจ้งเหตุ แพทย์หรือเจ้าหน้ าท่ีห้อง
       เม่ อเกิดเหตุระเบิดขึ้นโรงพยาบาลท่ีใกล้ ฉุกเฉิ นจำาเป็ นต้องสืบหาข้อมูล ซ่งส่ิงท่ีควร
           ื                                                                     ึ
                                                                 12
ท่ีสุด จำาเป็ นต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพ่ ือรับ       ทราบได้แก่
สถานการณ์ การเสาะหาข้อมูลจากเหล่งต่าง                     1. ตำาแหน่ งท่ีเกิดเหตุ หากเกิดเหตุ
ๆ เช่น EMS, ตำารวจ และ ผู้บาดเจ็บท่ีมาถึง                     ใกล้โรงพยาบาล ผู้ป่วยหนั กท่ีมากับ
        11
แรก ๆ        เพ่ ือการคาดคะเนจำานวนผู้บาดเจ็บ                 EMS จะมาถึงไว ผู้ป่วยจำานวนมาก
ทังหมด ผู้บาดเจ็บหนั ก ทรัพยากรท่ีจะต้องใช้
  ้                                                           อาจเดินทางมาเอง ดังนั ้นผู้ป่วยจะมี
และการขอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาล                             จำานวนมาก หลากหลาย
ใกล้เคียง เน่ ืองจากห้องฉุกเฉิ นมักเป็ นท่ีแรก
47

      2. เกิดขึ้นในพ้ืนท่ีเปิ ดโล่งหรือพ้ืนท่ีปิด          2. การเตรียมห้องฉุกเฉิ นและวอร์ดให้
          พ้ืนท่ีเปิ ดโล่งจะมีปริมาณผู้บาดเจ็บ                  พร้อมรับผู้ป่วยและจัดพ้ืนท่ีรักษา
          มากกว่า แต่ความรุนแรงน้ อยกว่า                        ให้กว้างขึ้น
          ตรงข้ามกับการระเบิดในพ้ืนท่ีปิด                  3. ตามแพทย์และบุคลากรท่ีเก่ียวของ
          จะมีผู้บาดเจ็บท่ีรุนแรงมากกว่า แต่                    ในเบ้ืองต้นแพทย์ท่ีได้รับการฝึ ก
          ปริมาณน้ อยกว่า ผู้ป่วยมักมี                          เพ่ ือการประเมินและ ให้การรักษาผู้
          ปั ญหา การบาดเจ็บทรวงอก(blast                         ป่ วยบาดเจ็บอันได้แก่ ศัลยแพทย์
          lung injury) อาจต้องใส่ท่อช่วย                        อุบัติเหตุ และแพทย์เวชศาสตร์
          หายใจ และ chest tube ปริมาณ                           ฉุกเฉิ น นอกจากนี้แพทย์เฉพาะ
          มาก                                                   ทางอ่ ืน ๆ ท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง เช่น
      3. มีการระเบิดหรือเหตุท่ีทำาให้มีการ                      ศัลยแพทย์ระบบประสาท ศัลย
          เคล่ ือนย้ายคนก่อนการระเบิดจริง                       แพทย์ออโธปิ ดิกส์ และ ศัลยแพทย์
          หรือไม่ เหตุการณ์เตือนท่ีเกิดขึ้น                     ตกแต่ง ควรมีส่วนร่วมในการ
          ก่อน จะทำาให้มีการเคล่ ือนย้ายคน                      ประเมินผู้ป่วย
          ออกมาเป็ นส่วนมาก ทำาให้มีผู้บาด                 4. การเตรียมการคัดแยกผู้ป่วย
          เจ็บจากเหตุการณ์จริงน้ อย                        5. กำาหนดผู้สังการ (incident
                                                                         ่
      4. การถล่มของส่งก่อสร้าง ทำาให้มีผู้
                     ิ                                          commander) โดยควรมอบหมาย
          บาดเจ็บปริมาณมาก ความรุนแรง                           ให้มีผู้สังการสองคน (dual
                                                                          ่
          หลายระดับ การเคล่ ือนย้ายคนออก                        command) เน่ ืองมาจากปริมาณ
          มาจะใช้เวลานาน และให้เฝ้ าระวัง                       การทำางานท่ีมากเกินกว่าคนเดียวจะ
          การเกิด crush และ compartment                         ดูแลได้ โดยคนท่ีหน่ ึงควรเป็ น
          syndrome ในผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว                       แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น ควบคุม
      5. เพลิงไหม้ ทำาให้ทราบว่าจะมีผู้บาด                      การดูแลคนไข้ทังหมดในห้อง
                                                                              ้
          เจ็บจากไฟ ทังการสูดสำาลัก แผลไฟ
                      ้                                         ฉุกเฉิ น และแพทย์คนท่ีสองควร
          ไหม้                                                  เป็ นศัลยแพทย์อุบัติเหตุ ให้คำา
                                                                แนะนำ าแก่ทีมศัลยแพทย์อุบัติเหตุ
      ก่อนท่ีผู้ป่วยจะมาถึง แพทย์และเจ้า                        และวางลำาดับการเข้าห้อง
                                 13
หน้ าท่ีจะต้องเตรียมการ ได้แก่                                  ผ่าตัด(assigning priorities for
                                                                           14
      1. ประกาศใช้แผนอุบัติเหตุหมู่                             surgery)
          (Activate the hospital mass-                       ส่ิงท่ีสำาคัญอีกประการคือเม่ ือผู้ป่วย
          casualty plan)                            ปริมาณมากมาถึง ควรมีการทำาการทำาหัตการ
                                                    แก่ผู้ป่วยเท่าท่ีจำาเป็ นเพ่ ือให้ผู้ป่วยได้รับ
48

ประโยชน์สูงสุด ภายให้ทรัพยากรท่ีมีจำากัด                  irrigation, debridement และ
                        8,12,15,16,17
โดยอาศัยหลักการดังนี้                                     delayed primary closure
     1. ถ่ายภาพเอกซเรย์เฉพาะในรายท่ี                  11. การตัดสินใจว่าผู้ป่วยจะเข้าห้อง
         เอกซเรย์มีผลต่อการตัดสินใจรักษา                  ผ่าตัด หรือหอผู้ป่วยวิกฤติควรอยู่
         ทันที (immediate impact on                       ภายใต้วิจารณญาณของหัวหน้ า
         manage -ment)                                    ศัลยแพทย์
     2. ควรดูแลผู้ป่วยตามมาตรฐาน                      ภาวการณ์บาดเจ็บท่ีผู้ป่วยมาจากการ
         Advance Trauma Life Support            ระเบิดนั ้นมีได้หลากหลาย แพทย์ท่ีห้อง
     3. ไม่ควรทำาการเปิ ดช่องอกในห้อง           ฉุกเฉิ นควรมีความรู้ในการรักษาและการ
         ฉุกเฉิ น(ED thoracotomy)               วินิจฉั ยแยกโรค(ตารางท่ี 2) เพราะการบาด
     4. ผู้ป่วยท่ีทำาการช่วยเหลือชีวิตได้ดวย เจ็บจากการระเบิดนั ้นมีลักษณะการบาดเจ็บท่ี
                                          ้
         การผ่าตัด ซ่งมีสัญญาณชีพผิดปกติ มีความแตกต่างจากการบาดเจ็บทัวไปด้วย
                     ึ                                               ่
         ทังท่ีได้รับการรักษาเต็มท่ีแล้ว ควร เช่น blast lung , acute air embolism,
           ้
         เข้าห้องผ่าตัดทันที                    occult penetrating eye injury ฯลฯ
     5. การตรวจเลือดออกในช่องท้องด้วย                   การดูแลผู้ป่วยท่ีมีการบาดเจ็บชัดเจน
         วิธีอัลตราซาวน์(Focused                ควรได้รับการรักษาตามหลัก ATLS แต่กลุ่ม
         Abdominal Sonography for               ท่ีมีการบาดเจ็บภายนอกไม่ชัดเจนนั ้นอาจต้อง
         Trauma; FAST)เป็ นวิธีการ              ซักถามถึงประวัติซ่ึงมีความเส่ียงสูงต่อการ
         แนะนำ าให้ทำา                          บาดเจ็บจากระเบิด เช่น การบาดเจ็บในท่ี
     6. เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ควรสงวนไว้           ปิ ด(closed space) ระยะใกล้จากจุดกำาเนิ ด
         สำาหรับผู้บาดเจ็บท่ีศีรษะ              ระเบิด ชนิ ดของระเบิด ฯลฯ นอกจากนี้
     7. ควรใช้เลือดท่ีมีจำากัดอย่างคุ้มค่าท่ี   ประวัติและการตรวจร่างกาย โดยเฉพาะการ
         สุด                                    ตรวจดูเย่ ือแก้วหูถอเป็ นส่ิงท่ีสำาคัญในการ
                                                                   ื
     8. ควรส่งผู้ป่วยท่ีบาดเจ็บไม่มาก แต่       ประเมินผู้ป่วยท่ีได้รับบาดเจ็บ ผู้ป่วยท่ีได้รับ
         ต้องใช้ทรัพยากรไปยังโรงพยาบาล          บาดเจ็บจากแรงระเบิดท่ีมีแก้วหูทะลุอาจบ่งถึง
         ใกล้เคียง                              การบาดเจ็บจากแรงระเบิดในระบบอ่ ืน โดย
     9. จัดพ้ืนท่ีสำาหรับผู้ท่ีอยูในเหตุการณ์   เฉพาะการบาดเจ็บท่ีทรวงอก (blast lung
         แต่ไม่บาดเจ็บหนั ก ได้มาตรวจซำา
                                       ้        injury) ดังนั ้นผู้บาดเจ็บท่ีมีแก้วหูทะลุเพียง
         เพ่ ือป้ องกันการเกิดการบาดเจ็บท่ี     อย่างเดียวควรได้รับการสังเกตอาการ และดู
         แฝงอยู่(occult injury)                 ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ออีกเป็ น
                                                                 4
     10. แผลท่ีเกิดจากการบาดเจ็บจาก             เวลา 6-8 ชัวโมง (ดังภาพท่ี2)
                                                           ่
         ระเบิด ควรได้รับ extensive
49

        การบาดเจ็บท่ีดวงตาอาจเป็ นส่ิงท่ีเกิด    placentae)ได้ จึงควรปรึกษาสูติแพทย์เพ่ ือ
ขึ้นได้ ในบางรายงานกล่าวว่าพบการบาดเจ็บ          ตรวจด้วยอัลตราซาวน์ และสังเกตอาการต่อ
                                                      19
ถึงร้อยละ 28 ท่ีพบบ่อยคือบาดเจ็บจากเศษ           ไป
       20
กระจก หากมีการบาดเจ็บเข้าถึงดวงตาให้             สรุป
ระวังภาวะบาดเจ็บแบบทะลุดวงตาเสมอ                           การระเบิดโดยเฉพาะจากการก่อการร้าย
(open globe injury)                              นั ้นนั บเป็ นภัยคุกคามท่ีก่อให้เกิดความเสีย
      ในเด็กท่ีได้รับแรงระเบิดนั ้นจะได้รับ      หายทังชีวิตและทรัพย์สิน ทุกหน่ วยงานโดย
                                                      ้
บาดเจ็บท่ีรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ อัตราการใช้หอผู้     เฉพาะโรงพยาบาลต่าง ๆ ทังใหญ่และเล็กควร
                                                                        ้
                     18
ป่ วยวิกฤติสูงกว่า        ส่วนหญิงตังครรภ์นั้นส่ิง เตรียมความพร้อมและซักซ้อมแผนไว้ เพราะ
                                    ้
ท่ีควรระวังคือ ในไตรมาสท่ี2-3 แรงระเบิด          เหตุร้ายสามารถเกิดขึ้นได้เสมอโดยไม่คาดคิด
อาจทำาให้รกหลุดลอก(abruption                     มาก่อน
50

Airway
Altered mental     การใส่ท่ออาจจำาเป็ นในรายท่ีต้องระวังการสำาลัก การให้ผู้ป่วยหายใจเองเป็ นส่ิงท่ีควรทำา
status             เพราะเม่ ือ airway pressure ตำา จะลดความเส่ียงต่อการมี acute air embolism
                                                 ่
Massive            การใส่ท่อช่วยหายใจในปอดข้างท่ีไม่มีเลือดออกเป็ นส่ิงท่ีควรทำา
hemoptysis
Breathing
Open chest         ปิ ดบาดแผล และใส่ tube thoracostomies50
wound
Pulmonary          ให้ออกซิเจน 100% อาจจะด้วย continueous positive pressure หรือไม่ก็ตาม แต่ต้อง
contusion          ระวังภาวะ acute air embolism ด้วยการให้ peak inspiratory pressure ไม่เกิน 35
                   cmH2O
Refractory         ให้การช่วยหายใจด้วยแรงดันบวก, Inverse inspiratory/expiratory ratios,
hypoxemia          independent lung ventilation, high-frequency jet ventilation, nitric oxide
                   inhalation, หรือ extracorporeal membrane oxygenation
Persistent         สาเหตุท่ีเกิดบ่อยคือ Bronchopleural fistulas การแก้ไขคือ tube thoracostomy และ
pneumothorax       อาจใส่ท่อช่วยหายใจเฉพาะข้างท่ีไม่มีลมรัว(unilateral ventilation)
                                                          ่
Circulation
Tension            ระบายลมด้วย needle thoracenthesis
pneumothorax
Massive            ระบายลมด้วย needle thoracenthesis ตามด้วยการใส่ tube thoracostomy และ
hemothorax         พิจารณาใช้ autotransfusion
Hypovolemic        preload ท่ีปกติจะช่วยลดอัตราการเกิด acute air embolism แต่การให้นำ้ามาก
shock              ไป(20mL/kg bolus)ก็จะทำาให้เกิดผลเสีย เช่น pulmonary edema การให้นำ้าทีละน้ อย
                   ๆ แล้วจึงประเมินซำาเป็ นส่ิงท่ีแนะนำ า
                                     ้
Myocardial         การเกิดในผู้ป่วยกลุ่มนี้ น่าจะเกิดจากสาเหตุ acute air embolism มากกว่าจาก cardiac
ischemia           contusion หรือ thrombosis การจัดท่าผู้ป่วยในท่า ก่ ึงตะแคงซ้าย และพิจารณาใช้
                   hyperbaric oxygen
Disability
Altered mental     blunt และ penetrating injury เป็ นสาเหตุท่ีเกิดขึ้นบ่อย แต่คดถึงภาวะ acute air
                                                                               ิ
status,            embolism ด้วย
neurologic
deficits
Others
Crush syndrome     ระวังการเกิด rhabdomyolysis ให้สารนำ ้ าให้เพียงพอให้ปัสสาวะออกอย่างน้ อย
                   1mL/kg/hr พิจารณา alkalinized urine ให้ pH > 6.5 และ manithol ในรายท่ีไม่มี
                   ปั สสาวะออก
                                 21


Compartment        การรักษาเหมือน crush syndrome และเฝ้ าระวัง compartment pressure < 35
syndrome           cmH2O

ตารางท่ี 2 สรุปการบาดเจ็บท่พบบ่อยในภาวะฉุกเฉิ นจากระเบิดและการรักษา (ดัดแปลงจาก LTC John M.Wightman,
                           ี
CPT Sheri L. Gladish. Explosions and Blast Injuries. Annal of emergency medicine 37(6),JUNE 2001 )
51



                                              Otoscopic exam


                                แก้ วหูทะลุ                             แก้ วหูไม่ทะลุ




                     สังเกตอาการ ดูออกซิเจน                           กลับบ้าน
                        ในเลือด 6-8 ชัวโมง
                                      ่                            พร้อมให้คำาแนะนำ า


            ไม่ใช่          ออกซิเจนตำาลง
                                      ่              ใช่


    รับเข้านอนโรงพยาบาล                            กลับบ้าน
       ให้การรักษาต่อ                           พร้อมคำาแนะนำ า




ภาพท่ี 2: การประเมินผููป่วยท่ีไดูรับบาดเจ็บเล็กนู อยจากการระเบิด(ดัดแปลง
จาก Ralph G.DePalma, Blast Injuries, N Engl J Med 2005;352:1335-
42.)
เอกสารอ้างอิง                                       4. Ralph G. DePalma, David G.
   1. S.S. Hare, I. Goddard, P. Ward,                             Burris, Howard R. Champion,
       A. Naraghi, E.A. Dick. The                                 Michael J. Hodgson, Blast
       radiological management of                                 Injuries. N Engl J Med
       bomb blast injury. Clinical                                2005;352:1335-42.
       Radiology (2007) 62, 1-9                            5. Katz E, Ofek B, Adler J,
   2. Guy RJ, Glover MA, Cripps NP.                               Abramowitz HB, Krausz MM.
       The pathophysiology of primary                             Primary blast injury after a bomb
       blast injury and its implications                          explosion in a civilian bus. Ann
       for treatment. Part I: the thorax. J                       Surg 1989; 209:484-8.
       R Nav Med Serv 1998;84:79-86.                       6. Gutierrez de Ceballos JP, Fuentes
   3. Jensen JH, Bonding P.                                       FT, Diaz DP, Sanchez MS,
       Experimental pressure induced                              Llorente CM, Guerrero Sanz JE.
       rupture of the tympanic                                    Casualties treated at the closest
       membrane in man. Acta                                      hospital in the Madrid, March
       Otolaryngol 1993;113: 62-7.                                11, terrorist bombings. Crit Care
                                                                  Med 2005;33:S107-S112.
52

7. Mellor SG, Cooper GJ. Analysis           (part II). Prehosp Disast Med
   of 828 servicemen killed or              2003;18:235–41.
   injured by explosion in Northern      13. COL Edward B. Lucci. Civilian
   Ireland 1970-84: The Hostile             Preparedness and Counter-
   Action Casualty System. Br J             terrorism:Conventional Weapons
   Surg 1989;76: 1006-10.                   Surg Clin N Am 86 (2006) 579–
8. Stein M, Hirshberg A. Medical            600
   consequences of terrorism: the        14. Hirshberg A, Holcomb J, Mattox
   conventional weapon threat. Surg         K. Hospital trauma care in
   Clin North Am 1999;79:1537–52            multiple-casualty incidents: a
9. Einav S, Feigenberg Z,                   critical view. Ann Emerg Med
   Weissman C. Evacuation                   2001;37:647–52.
   priorities in mass casualty terror-   15. Levi L, Michaelson M, Admi H,
   related events: implications for         et al. National strategy for mass
   contingency planning. Ann Surg           casualty situations and its effects
   2004;239:304–10.                         on the hospital. Prehosp Disast
10. Almogy G, Luria T, Richter E, et        Med 2002;17:12–6.
   al. Can external signs of trauma      16. Hogan DE, Waeckerle JF, Dire
   guide management? Lessons                DJ, et al. Emergency department
   learned from suicide bombing             impact of the Oklahoma City
   attacks in Israel. Arch Surg             terrorist bombing. Ann Emerg
   2005;140:390–3.                          Med 1999;34:160–7.
11. Auf der Heide E. The importance      17. Frykberg E, Tepas J. Terrorist
   of evidence-based disaster               bombings: lessons learned from
   planning. Ann Emerg Med                  Belfast to Beirut. Ann Surg
   2006;47:34–49.                           1988;208:569–76.
12. Halpern P, Tsai MC, Arnold J, et     18. Quintana DA, Parker JR, Jordan
   al. Mass-casualty, terrorist             FB, Tuggle DW, Mantor PC,
   bombings: implications for               Tunell WP. The spectrum of
   emergency department and                 pediatric injuries after a bomb
   hospital emergency response              blast. J Pediatr Surg
53

   1997;32:307-11. [Erratum, J            Kenya. Int J Oral Maxillofac
   Pediatr Surg 1997;32:932.]             Surg 2002;31:374-7.
19. Lavanoas E. Blast injuries.        21. Eneas, JF, Schoenfeld, PY,
   (Accessed March 7, 2005, at            Humphreys, MH. The effect of
   http://www.emedicine.                  infusion of mannitol-sodium
   com/emerg/topic63.htm.                 bicarbonate on the clinical course
20. Odhiambo WA, Guthua SW,               of myoglobinuria. Arch Intern
   Macigo FG, Akama MK.                   Med 1979; 139:801.
   Maxillofacial injuries caused by    22. Ritenour AE, Baskin TW.Crit
   terrorist bomb attack in Nairobi,      Care Med. 2008 Jul;36(7
                                          Suppl):S311-7.
54


การบริหารจัดการหนูวยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน: สิงทีต้อง
                                             ่ ่
เติมเต็ม...สำาหรับพยาบาล
                                                                                   อุบล ย่ีเฮ็ง
                                     หัวหน้ าพยาบาลศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี
                                           อุปนายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย


บทนำ า                                          แสดงให้เห็นว่า    ระบบบริการการแพทย์
         จากอดีตท่ีผ่านมา    นั บตังแต่ระบบ
                                   ้            ฉุกเฉิ นของประเทศไทย       มีการพัฒนามา
บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นในประเทศไทยยังไม่ อย่างต่อเน่ ืองจนถึงปั จจุบัน         ซ่งในการ
                                                                                ึ
เป็ นระบบ        ต่างคนต่างทำา ซ่งโดยมาก
                                 ึ              พัฒนา จำาเป็ นต้องอาศัยการระดมสมอง
ภาคเอกชนในนามของมูลนิ ธิหรือชมรมในรูป การร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของบุคลากรท่ี
แบบอาสาสมัครเป็ นผู้ทำางานด้านนี้มาก่อน         เก่ียวข้องหลายฝ่ าย   และหน่ ึงในนั ้นก็คือ
ส่วนในภาครัฐ ก็ไม่สามารถเข้าไปดูแลได้           พยาบาล ซ่ ึงเป็ นกำาลังหลักของระบบบริการ
อย่างทัวถึง ทำาให้เกิดการตายโดยไม่สมควร
       ่                                        การแพทย์ฉุกเฉิ นมาตังแต่ระยะบุกเบิกจนถึง
                                                                    ้
และเกิดภาวะแทรกซ้อนเน่ ืองจากการขาดองค์ ปั จจุบัน (อุบล ย่ีเฮ็ง, 2550)         โดยเป็ นทังผู้
                                                                                         ้
ความรู้และประสบการณ์ และยังพบปั ญหา             ให้บริการ   ครูผู้สอน ครูผู้นิเทศ ผู้ร่วม
ต่างๆท่ีตามมาอีกมากมาย       ทังยังไม่มี
                               ้                บุกเบิกการบริหารระบบบริการการแพทย์
บุคลากรท่ีปฏิบัติงานในรถพยาบาลฉุกเฉิ น          ฉุกเฉิ นในประเทศไทย         โดยเฉพาะอย่าง
โดยตรง ส่วนมากเป็ นอาสาสมัคร          รถ        ย่ิง การเป็ นผ้้บริหารจัดการหน่ วยบริการการ
พยาบาลฉุกเฉิ นยังไม่มีมาตรฐานและมี              แพทย์ฉุกเฉิ นในโรงพยาบาลต่างๆ ทังใน
                                                                                ้
อุปกรณ์ไม่เพียงพอ ไม่มีหลักสูตรและการฝึ ก ส่วนกลางและส่วนภ้มิภาค
อบรมบุคลากรท่ีปฏิบัติงานในรถพยาบาล                      ในประเทศไทย ในด้านบริการ และ
ฉุกเฉิ น ไม่มีงบประมาณสนั บสนุนหน่ วย           วิชาการ นั บตังแต่ กรมการแพทย์ โดยศูนย์
                                                              ้
งานท่ีปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้เจ็บป่ วยฉุกเฉิ น   กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี ได้จัดตัง
                                                                                         ้
ณ.จุดเกิดเหตุ     จนกระทังมีความพยายาม
                         ่                      โครงการนำ าร่องการให้บริการการรักษา
ในการจัดตังระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น
          ้                                     พยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ ตังแต่วันท่ี 10
                                                                       ้
จนสำาเร็จเป็ นรูปธรรมครอบคลุมทัวประเทศ
                               ่                มีนาคม 2538 เป็ นต้นมา ได้พัฒนาหลักสูตร
และรัฐบาลได้มีนโยบายให้ระบบบริการการ            การฝึ กอบรมต่างๆสำาหรับบุคลากรท่ีปฏิบัติ
แพทย์ฉุกเฉิ นเป็ นหน่ ึงในนโยบายหลัก        ทัง งานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น และ
                                              ้
มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการแพทย์             บุคลากรท่ีเก่ียวข้องมาอย่างต่อเน่ อง จนขยาย
                                                                                  ื
ฉุกเฉิ น พ.ศ. 2551 ซ่ ึงมีผลบังคับใช้ตังแต่
                                       ้        ผลครอบคลุมทัวประเทศในปั จจุบัน โดย
                                                            ่
วันท่ี 7 มีนาคม 2551 เป็ นต้นมา                 เฉพาะอย่างย่ิง หลักสูตรอบรมพยาบาลกู้ชีพ
55

( EMS Nurse) ท่ีได้ขยายผลไปในหลายๆ                        มาก่อน            ทำาอะไรไม่ถูก ไม่รู้วาจะเร่ิมต้น
                                                                                                 ่
จังหวัด โดยเน้ือหาสาระส่วนใหญ่เน้ นใน                     ตรงไหน จนถึงปั จจุบันถึงแม้จะรู้เร่ ืองขึ้นมา
เร่ ืององค์ความรู้และทักษะในการกู้ชีพ             เพ่ ือ บ้าง แต่ก็ยังจำาเป็ นต้องเรียนรู้เร่ ืองใหม่ๆ
ให้พยาบาลกู้ชีพ มีองค์ความรู้ มีทักษะ และ เพราะโลกมีการเปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลา
มีความมันใจ ในการปฏิบัติ แต่ส่ิงสำาคัญท่ีจะ
        ่                                                 บ่อยครังท่ีมีพยาบาลโทรศัพท์หรือมาหาผู้
                                                                 ้
ทำาให้พยาบาลกู้ชีพ สามารถให้บริการได้                     เขียนด้วยตัวเอง        เพ่ ือปรึกษาหารืองานด้าน
อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล                       EMS บางคนถึงกับร้องไห้ก็ยังมี            เพราะ
มิใช่แค่เพียงองค์ความรู้และทักษะ แต่จะต้อง ไม่รว่าจะทำาอย่างไรดี ซ่งผู้เขียนเข้าใจความ
                                               ู้                  ึ
มีการบริหารจัดการท่ีดีร่วมด้วย อีกทัง
                                    ้                     รู้สึกของพยาบาลท่ีได้รับมอบหมายให้เป็ นผู้
นโยบายของรัฐบาล ท่ีจัดให้มีหน่ วยบริการ                   บริหารหน่ วย EMS ได้เป็ นอย่างดี          และส่ิงนี้
การแพทย์ฉุกเฉิ นให้ครอบคลุมทัวประเทศ
                             ่                            น่ าจะเป็ นบทบาทท่ีเป็ นจุดอ่อนของพยาบาล
ทำาให้พยาบาลซ่ ึงเป็ นกำาลังหลักท่ีต้องรับผิด             ท่ียังพร่องอย่้       ซ่งถ้ามีหนทางเติมให้เต็ม
                                                                                  ึ
ชอบในการบริหารหน่ วย EMS ในโรง                            คงจะทำาให้พยาบาลมีกำาลังใจ และสามารถ
พยาบาลต่างๆ ทังในส่วนกลางและส่วน
              ้                                           บริหารหน่ วยงานได้อย่างมีความสุข ฉะนั ้น
ภูมิภาค     โดยเฉพาะพยาบาลรุ่นใหม่               ท่ียัง   การมีหลักสูตรท่ีมุ่งเน้ นการบริหารจัดการ
ขาดประสบการณ์หรือมีประสบการณ์น้อยใน                       หน่ วย EMS สำาหรับพยาบาล              จึงเป็ นส่ิง
ด้าน EMS         เกิดความกังวลใจ         ไม่มันใจ
                                              ่           สำาคัญและจำาเป็ น ท่ีจะทำาให้พยาบาลท่ีได้รับ
ขาดท่ีปรึกษา         และไม่มีแนวทางในการ                  มอบหมาย ให้เป็ น หรือจะต้องเป็ นหัวหน้ า
บริหารจัดการหน่ วย EMS ท่ีได้รับผิดชอบ                    หน่ วย EMS มีแนวทาง และแนวคิด ใน
ทังในด้านบุคลากร
  ้                          ด้านการบริการ                การนำ าไปพัฒนาการบริหารจัดการหน่ วย
ด้านวิชาการและการเรียนการสอน                 และ          EMS ท่ีรับผิดชอบได้อย่างมันใจ
                                                                                    ่             และมี
ด้านอ่ ืนๆท่ีเก่ียวข้อง    ไม่รู้ว่า ควรจะเร่ิมต้น ประสิทธิภาพ                 เพ่ ือรองรับระบบบริการการ
ตรงไหน         เร่ิมต้นอย่างไร    รู้สึกขาดท่ี            แพทย์ฉุกเฉิ น อันเป็ นหน่ ึงในนโยบายหลัก
ปรึกษาในการทำางานด้าน EMS ท่ีไม่เคยคุ้น                   ของรัฐบาล ได้อย่างเหมาะสม สอดคล้อง
เคยมาก่อน        ผู้เขียนยังจำาได้วา เม่ ือครังท่ีได้
                                   ่          ้           กับบริบทและข้อจำากัดท่ีแตกต่างกัน
รับมอบหมายให้เป็ นหัวหน้ า พยาบาล ศูนย์กู้                         อน่ง ยังไม่เคยมีหลักสูตรการบริหาร
                                                                      ึ
ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี ตังแต่
                                ้                         จัดการหน่ วย EMS ในประเทศไทยมาก่อน
ปี พ.ศ. 2540 คือเม่ ือครังท่ีโรงพยาบาลราชวิถี ดังนั ้น ศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาล
                         ้
ได้จัดทำาโครงการนำ าร่องการบริการการแพทย์                 ราชวิถี ในฐานะต้นแบบของการบริการการ
ฉุกเฉิ นขึ้น      ทังๆท่ีผู้เขียนทำางานในห้อง
                    ้                                     แพทย์ฉุกเฉิ น        ตระหนั กถึงความสำาคัญดัง
ฉุกเฉิ นมาตังแต่เรียนจบ
            ้                    แต่ก็ยังรู้สึก           กล่าว    จึงมีแนวคิดในการจัดทำาโครงการการ
เครียด     สับสน       เพราะไม่เคยรู้เร่ ือง EMS          อบรมการบริหารจัดการหน่ วยบริการการ
56

แพทย์ฉุกเฉิ นสำาหรับพยาบาลขึ้น ( EMS             สาระสุดท้าย ท่ีควรบรรจุไว้ในโครงการ              และ
Management for Nurse)          โดยมี             เพ่ ือความสมบูรณ์ของเน้ือหา       ผู้เขียนได้
วัตถุประสงค์เพ่ ือให้ได้หลักสูตรการบริหาร        เรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิสายแพทย์         พยาบาล
จัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นสำาหรับ และเวชกรฉุกเฉิ น                ให้ข้อคิดเห็นเพ่ิมเติม
พยาบาลท่ีเหมาะสมในประเทศไทย            แนวคิด เพ่ ือให้ได้ขอมูลรอบด้านในมุมมองสหวิชาชีพ
                                                           ้
นี้ได้เร่ิมมาตังแต่ปี พ.ศ.2550 ซ่ ึงผู้เขียนใน
               ้                                           จากการทบทวน          และศึกษาเพ่ิม
ฐานะหัวหน้ าพยาบาล ศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร”          เติมจากตำาราต่างประเทศ        คือ Pre –
โรงพยาบาลราชวิถี จึงได้รับมอบหมายให้เป็ น hospital care Administration (ซ่ง
                                                                          ึ
ผู้รับผิดชอบโครงการนี้                           เน้ือหาสาระส่วนใหญ่ได้จากการรวบรวม
วิธีดำาเนิ นการ                                  ประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงาน EMS) และ
        ผู้เขียนได้เร่ิมต้นรวบรวมข้อมูลจาก       จากข้อคิดเห็นเพ่ิมเติมของผู้ทรงคุณวุฒิและผู้
ประสบการณ์ของตนเอง และจากพยาบาลทัง เช่ียวชาญด้าน EMS สายแพทย์ จำานวน 4
                                 ้
รุ่นพ่ีและรุ่นน้ องท่ีรับผิดชอบงาน EMS ทังใน ท่าน สายพยาบาล จำานวน 4 ท่าน และเวช
                                         ้
ส่วนกลางและภูมิภาค ทังอย่างเป็ นทางการ
                     ้                           กรฉุกเฉิ นขันพ้ืนฐาน จำานวน 1 ท่าน
                                                             ้
และไม่เป็ นทางการ     ซ่ ึงเราได้เคยพูดคุย       ทำาให้ผู้เขียนได้ข้อสรุปของเน้ือหาสาระของ
ปรับทุกข์ ปรึกษาหารือ และซักถามแสดง              โครงการซ่งน่ าจะถือได้ว่าเป็ น การนำ าร่อง...
                                                          ึ
ความคิดเห็นด้วยกันบ่อยๆ อีกทังทบทวน
                             ้                   โครงการอบรมการบริหารจัดการหน่ วย
ประสบการณ์เดิมท่ีไม่เคยรู้ เคยลองผิดลอง          บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นสำาหรับ
ถูก   ค้นหาปั ญหาอุปสรรคต่างๆท่ีเกิดขึ้นใน       พยาบาล( EMS Management for
การทำางาน และแนวทางแก้ไขท่ีสามารถ                Nurse)          ในประเทศไทยเป็ นครังแรก
                                                                                    ้
ปฏิบัติได้จริงและเกิดผลลัพธ์เป็ นท่ีน่าพอใจ
นำ ามารวบรวมเพ่ ือเป็ นแนวทางในการจัดทำา         ส่ิงท่ีได้รับ
โครงการนี้ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด                        หน่ วยวิชาในการอบรม         มีดังนี้
และเน่ ืองจากในประเทศไทย ยังไม่เคยมีตำารา                  หน่ วยการเรียนท่ี 1     ระบบบริการ
โดยตรงท่ีเก่ียวข้องกับการบริหารจัดการด้าน        การแพทย์ฉุกเฉิ น
EMS      ผู้เขียนจึงได้ศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติม               หน่ วยการเรียนท่ี 2     บทบาท
จากตำาราต่างประเทศซ่ ึงเน้ือหาส่วนใหญ่เป็ น      พยาบาลไทยในระบบบริการการแพทย์
เร่ ืองราวจากการรวบรวมประสบการณ์ของผู้           ฉุกเฉิ นในประเทศไทย
ปฏิบัติงานด้าน EMS       ซ่งผู้เขียน นำ ามา
                           ึ                               หน่ วยการเรียนท่ี 3     ภาวะผู้นำา
เปรียบเทียบส่ิงท่ีเหมือนและแตกต่าง กับ           จริยธรรม คุณธรรม
ประสบการณ์และข้อมูลท่ีผู้เขียนได้ทบทวน                     หน่ วยการเรียนท่ี 4      และการ
และรวบรวมไว้       แล้วประมวลเป็ นเน้ือหา        เสริมสร้างบุคลิกภาพ
57

           หน่ วยการเรียนท่ี 5       ความรู้เบ้ือง
ต้นในการบริหารจัดการ                                          และกำาหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ
           หน่ วยการเรียนท่ี 6       การบริหาร       ดังนี้
จัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นสำาหรับ วัตถุประสงค์ทั่วไป
พยาบาล                                                        เพ่ ือพัฒนาบุคลากรพยาบาล ให้มี
           หน่ วยการเรียนท่ี   7      การตัดสินใจ ความรู้      ความสามารถ ในการบริหารจัดการ
           หน่ วยการเรียนท่ี   8      การพัฒนา       หน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นใน
คุณภาพ                                               ประเทศไทย        ภายใต้บริบทและข้อจำากัดท่ี
           หน่ วยการเรียนท่ี     9     การติดต่อ     แตกต่างกัน ได้อย่างเหมาะสม
ส่ ือสาร                                              วัตถุประสงค์เฉพาะ เพ่ ือให้ผู้เข้าอบรม
           หน่ วยการเรียนท่ี 10       เทคนิ คการ          1. มีความรู้และเข้าใจ บทบาทของ
สอน                                                           พยาบาล ในระบบบริการการแพทย์
           หน่ วยการเรียนท่ี   11 การจัดการ                   ฉุกเฉิ น ในประเทศไทย
ความขัดแย้งและการจัดการความเครียด                         2. มีความรู้ในการบริหารจัดการต่างๆท่ี
           หน่ วยการเรียนท่ี 12 การสร้างแรง                   เก่ียวข้องในงาน EMS ใน หน่ วย
จูงใจ                                                         บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นทังภาวะ
                                                                                      ้
           หน่ วยการเรียนท่ี 13 การจัดการ                     ปกติและภัยพิบัติ
องค์ความรู้สู่การปฏิบัติ                                  3. มีความรู้ความสามารถ ในการ
           หน่ วยการเรียนท่ี 14 การจัดการ                     ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน EMS ให้กับ
ระบบข้อมูลสารสนเทศ                                            บุคลากรท่ีเก่ียวข้องทุกระดับ ได้อย่าง
           หน่ วยการเรียนท่ี 15       การกำาหนด               เหมาะสม
เป้ าหมายและตัวชีวัด
                 ้                                        4. มีความรู้ในการตัดสินใจท่ีเหมาะสม
           หน่ วยการเรียนท่ี 16 การสร้าง                      กับสถานการณ์ต่างๆ
เครือข่าย                                                 5. มีความรู้ในการพัฒนาคุณภาพของ
           หน่ วยการเรียนท่ี 17 การวิจัยใน                    หน่ วยงานอย่างต่อเน่ ือง
งานประจำา                                                 6. มีความรู้และสามารถส่ ือสารใน
           หน่ วยการเรียนท่ี 18 การเขียน                      สถานการณ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสม
โครงการ                                                   7. มีความรู้ในการบริหารความขัดแย้ง
           หน่ วยการเรียนท่ี 19 การเตรียม                     และความเครียด
ความพร้อมในสถานการณ์ต่างๆ                                 8. มีความรู้ในการสร้างแรงจูงใจ
           หน่ วยการเรียนท่ี 20 เทคนิ คการ                9. มีความรู้และสามารถเขียนโครงการได้
ทำางานให้มีความสุข
58

    10. มีความรู้ในการจัดการระบบข้อมูล          พยาบาล( EMS Management for
        สารสนเทศ                                Nurse)       โดยกำาหนดจัดการอบรมตังแต่วัน
                                                                                  ้
    11. มีความรู้ในการกำาหนดเป้ าหมายและ        ท่ี 11- 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
        ตัวชีวัด
             ้                                  นอกจากนี้     ได้วางแผนสำาหรับผู้เข้าอบรมท่ี
    12. มีความรู้ และแนวทางในการสร้าง           ต้องการศึกษาดูงานเพ่ิมเติม ให้มีการศึกษาดู
        เครือข่ายและการทำางานร่วมกับชุมชน งานในต่างประเทศท่ีมีการพัฒนางาน EMS
        ในทุกภาคส่วน ได้อย่างเป็ นท่ียอมรับ จนเป็ นท่ียอมรับ         เพ่ ือพัฒนาพยาบาล
    13. มีความรู้ในการทำางานประจำาให้เป็ น      ให้มีความพร้อม ในการบริหารจัดการหน่ วย
        งานวิจัย                                EMS ท่ีรับผิดชอบได้อย่างมันใจ
                                                                          ่          มี
    14. มีความรู้ในการเตรียมความพร้อมของ ประสิทธิภาพ
        หน่ วยงานในสถานการณ์ต่างๆ                        และเม่ อเสร็จสินการอบรม จะนำ าผล
                                                                ื       ้
    15. มีความคิดริเร่ิม สร้างสรรค์ ในการ       การประเมินของผู้เข้าอบรม มาปรับปรุง
        พัฒนาหน่ วยบริการการแพทย์               พัฒนาให้มีความเหมาะสมย่ิงขึ้น       เพ่ ือจะเป็ น
        ฉุกเฉิ น ในทุกๆด้านท่ีเก่ียวข้อง        ประโยชน์ต่อผู้เข้าอบรมในรุ่นต่อไป         และท่ี
    16. มีภาวะการเป็ นผู้นำา    มีบุคลิกภาพ     สำาคัญย่ิงกว่า คือผู้เขียนหวังว่าโครงการนี้จะ
        และทัศนคติท่ีดีต่อระบบบริการการ         เป็ นโครงการนำ าร่องท่ีองค์กรพยาบาลสามารถ
        แพทย์ฉุกเฉิ น                           นำ าไปพัฒนาต่อยอดให้เป็ นหลักสูตรการ
                                                บริหารจัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น
กลุ่มเป้ าหมาย                                  สำาหรับพยาบาล( EMS Management
        ผู้เข้าอบรมเป็ นพยาบาลวิชาชีพท่ีเป็ น   for Nurse) ในอนาคตได้อย่างเหมาะสม
ผู้บริหารหน่ วย EMS ในศูนย์กู้ชีพของโรง         และมีการขยายผลต่อไปเพ่ ือให้ครอบคลุมและ
พยาบาลต่างๆทังในส่วนกลางและส่วน
             ้                                  ทัวถึง
                                                  ่      เช่นเดียวกับโครงการอ่ ืนๆท่ีศูนย์กู้
ภูมิภาค ๆ จำานวน 30 คน และมี                    ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี         กรมการ
คุณสมบัติ ดังนี้                                แพทย์ ซ่งเป็ นกรมวิชาการได้เคยจัดทำามา
                                                        ึ
        5.1 สำาเร็จการศึกษาสาขาพยาบาล           นอกจากนี้ ยังเป็ นส่ิงสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อัน
ศาสตร์ระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า               กว้างไกลขององค์กรวิชาชีพและความมีคุณค่า
        5.2 มีประสบการณ์ในการปฏิบัติ            ของวิชาชีพพยาบาล ท่ีสามารถพัฒนาปรับ
งานในศูนย์กู้ชีพ อย่างน้ อย 1 ปี                เปล่ียนบทบาท ให้เหมาะสมสอดคล้องกับ
                                                ความเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้น
        หลังจากนั ้นผู้เขียนจึงดำาเนิ นการจัด   สรุป
ทำาโครงการการอบรมการบริหารจัดการ                         จากอดีตท่ีผ่านมา    นั บตังแต่ระบบ
                                                                                   ้
หน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นสำาหรับ             บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นในประเทศไทยยังไม่
59

เป็ นระบบ           จนกระทังมีความพยายาม
                           ่                         วัตถุประสงค์เพ่ ือให้ได้หลักสูตรการบริหาร
ในการจัดตังระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น
          ้                                          จัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นสำาหรับ
จนสำาเร็จเป็ นรูปธรรมครอบคลุมทัวประเทศ
                               ่                     พยาบาลท่ีเหมาะสมในประเทศไทย                  มีวิธี
และรัฐบาลได้มีนโยบายให้ระบบบริการการ                 ดำาเนิ นการโดยทบทวนข้อมูลจาก
แพทย์ฉุกเฉิ นเป็ นหน่ ึงในนโยบายหลัก                 ประสบการณ์ตรงและจากพยาบาลท่ีเป็ นผู้รับ
อีกทังมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการ
     ้                                               ผิดชอบหน่ วย EMS ทังในส่วนกลางและ
                                                                        ้
แพทย์ฉุกเฉิ น พ.ศ. 2551 ซ่งมีผลบังคับใช้
                          ึ                          ส่วนภูมิภาค     ค้นหาปั ญหาอุปสรรค
ตังแต่วันท่ี 7 มีนาคม 2551 เป็ นต้นมา
  ้                                                  แนวทางแก้ไขท่ีเคยปฏิบัติได้จริงและเกิด
พยาบาล นั บเป็ นกำาลังหลักของระบบบริการ ผลลัพธ์เป็ นท่ีน่าพอใจ                    พร้อมศึกษาค้นคว้า
การแพทย์ฉุกเฉิ นมาตังแต่ระยะบุกเบิกจนถึง เพ่ิมเติมจากตำาราต่างประเทศ
                    ้                                                                   นำ ามาเปรียบ
ปั จจุบัน   โดยเป็ นทังผู้ให้บริการ
                      ้                    ครูผู้สอน เทียบส่ิงท่ีเหมือนและแตกต่าง กับ
ครูผู้นิเทศ ผู้ร่วมบุกเบิกการบริหารระบบ              ประสบการณ์ท่ีได้ทบทวนและรวบรวมไว้
บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นในประเทศไทย                    แล้วประมวลเป็ นเน้ือหาสาระสุดท้าย บรรจุไว้
โดยเฉพาะอย่างย่ิง การเป็ นผ้้บริหารจัดการ            ในโครงการ     โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้
หน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นในโรง                    เช่ียวชาญสายแพทย์ พยาบาล และเวชกร
พยาบาลต่างๆ ทังในส่วนกลาง ซ่งในด้าน
              ้             ึ                        ฉุกเฉิ นขันพ้ืนฐาน
                                                               ้              ให้ข้อคิดเห็นเพ่ิมเติม
บริการ และวิชาการ         ได้มีการพัฒนา              เพ่ ือให้ได้ขอมูลรอบด้านในมุมมองสหวิชาชีพ
                                                                  ้
หลักสูตรการฝึ กอบรมพยาบาลกู้ชีพ ( EMS                โครงการนี้     น่ าจะถือได้ว่าเป็ นโครงการ
Nurse)มาอย่างต่อเน่ ือง     โดยเน้ือหาสาระ           นำ าร่องท่ีองค์กรพยาบาลสามารถนำ าไปพัฒนา
ส่วนใหญ่เน้ นในเร่ ืององค์ความรู้และทักษะ            ต่อยอดให้เป็ นหลักสูตร            การบริหาร
ในการกู้ชีพ        เพ่ ือให้พยาบาลกู้ชีพ มีองค์      จัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น
ความรู้ มีทักษะ มีความมันใจ ในการปฏิบัติ สำาหรับพยาบาล( EMS Management
                        ่
งาน     แต่ยังไม่เคยมีหลักสูตรการบริหาร              for Nurse) ในอนาคตได้อย่างเหมาะสม
จัดการหน่ วย EMS สำาหรับพยาบาล ใน                    เพ่ ือสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ
ประเทศไทยมาก่อน ดังนั ้น ศูนย์กู้ชีพ “               องค์กรวิชาชีพและความมีคุณค่าของวิชาชีพ
นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี ในฐานะ                      พยาบาล ท่ีสามารถพัฒนาปรับเปล่ียน
ต้นแบบของการบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น                   บทบาท ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความ
ตระหนั กถึงความสำาคัญดังกล่าว              จึงมี     เปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้น
แนวคิดในการจัดทำาโครงการ การอบรมการ
บริหารจัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น เอกสารอ้างอิง
สำาหรับพยาบาลขึ้น ( EMS                              1.อุบล ย่ีเฮ็ง. บทบาทพยาบาลฉุกเฉิ น
Management for Nurse)                 มี               ปั จจุบันและอนาคต : บทบาทพยาบาลไทย
60

ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นใน              N P Press Limited Partnership;
ประเทศไทย. ใน: ยุวเรศ สิทธิชาญ              2550.หน้ า 27- 35
บัญชา,บรรณาธิการ. หนั งสือประกอบการ        2. Joseph J. Fitch. Prehospital Care
                                                                nd
ประชุมวิชาการเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นครังท่ี 7.
                                 ้          Administration .2 ed. Washington:
ณ โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพฯ: บริษัท         KGP Media;2004.
61




Interesting case/รายงานผู้ป่วยน่าสนใจ
                               แพทย์หญิงษมาวีร์ สังเวียนวงศ์, แพทย์ประจำาบ้าน ชันปี ท่ี 1
                                                                                ้
                                      แพทย์หญิงพัชรี ด้วงทอง, แพทย์ประจำาบ้านชันปี ท่ี 3
                                                                               ้
                                               ร.ท.หญิงวรณิ สร์ อมรทรงชัย, อาจารย์ท่ีปรึกษา
                                      ว่าท่ีร้อยเอกปองพล ไตรเทพชนะภัย, อาจารย์ท่ีปรึกษา
                                       กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิ น รพ.พระมงกุฎเกล้า


         ผ้ป่วยเด็กชายไทย อายุ 3 เดือน
           ้                                     วินาที หลังหยุดชักผู้ป่วยซึมลง ท่ีห้องฉุกเฉิ น
ภ้มิลำาเนา กรุงเทพมหานคร                         ผู้ป่วยชักเกร็งกระตุกทังตัวอีกครัง นาน
                                                                        ้         ้
อาการสำาคัญ       ชักเกร็ง 30 นาทีกอนมาโรง
                                   ่             ประมาณ 15 วินาที แพทย์เวรให้
พยาบาล                                           Diazepam 2 มก. ฉี ดเข้าเส้นเลือด แล้วรับ
ประวัติปัจจุบัน    1 วันก่อน ผู้ป่วยมีอาการชัก ตัวไว้ในโรงพยาบาล
เกร็งทังตัว ไม่มอุจจาระปั สสาวะราด นาน
       ้        ี                                ประวัติคลอด         ผู้ป่วยเป็ นบุตรคนท่ีสอง
ประมาณ 10 วินาที หลังจากหยุดชักพ่ีเลียง
                                     ้                     คลอดครบกำาหนด, นำ้ าหนั กแรก
นำ าส่งโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้าน ในระหว่าง          คลอด 3,180 กรัม
เดินทางผู้ป่วยมีอาการชักเกร็งอีกครัง ท่ีห้อง
                                   ้                                 ปฏิเสธโรคประจำาตัวในอดีต
ฉุกเฉิ นผู้ป่วยมีอาการชักเกร็งอีก แพทย์เวร               ไม่เคยมีประวัติชักมาก่อน
ให้ Diazepam 2 มก. สวนก้น ผู้ป่วยหยุดชัก ประวัติครอบครัว ปฏิเสธประวัติโรคลมชัก
และซึมลง จึงรับไว้ให้การรักษาในโรงพยาบาล ในครอบครัว, ก่อนหน้ านี้มารดาและบิดาเลียง
                                                                                ้
แห่งนั ้น ผลการตรวจนำ้ าไขสันหลังพบดังนี้        บุตรเอง เพ่ิงจ้างพ่ีเลียงได้ 15 วัน,ปฏิเสธ
                                                                        ้
CSF profile - clear , colorless fluid ,          ประวัติอุบัติเหตุ
RBC 1,231 cells/mm³, WBC                         การตรวจร่างกาย
1cell/mm³,Glucose 73 mg/dL (60-                  Vital sign
80),Protein 41.1 mg/dL (15-45) แพทย์             BP 84/42 mmHg               PR 140 bpm
คิดถึงภาวะ Herpes encephalitis จึงให้            RR 32 /min                  BT 37°C
Acyclovir 125 mg ฉี ดเข้าเส้นเลือด ในช่วง GA             A boy look drowsiness , no
ท่อยู่โรงพยาบาลแห่งนั ้น ผู้ป่วยไม่มีอาการ
  ี                                              dyspnea
ชักอีก   ต่อมาทางโรงพยาบาลแห่งนั ้นได้ส่งผู้ HEENT
ป่ วยมารับการรักษาต่อท่ีรพ.พระมงกุฎเกล้า         -AF 2x2 cm. mild bulging
ระหว่างทางผู้ป่วยชักอีกครังนานประมาณ 30
                          ้
62

-Mild pale conjunctivae , anicteric        3.CSF : Clear appearance,Glucose 80
sclerae                                    mg/dL (DTX 112 mg%),Protein 31
-Ear ; intact TM , no vesicles at scalp,   mg/dL,RBC 470 cells/mm³,WBC 12
eyes or mouth and preauricular area        cells /mm³ (mono 45 , PMN 55),Gram
-Eye ground : can’t evaluate               stain – no organisms
Neuro                                              ทางแผนกกุมารเวชศาสตร์ได้ให้
Drowsiness , pupil 2.5 mm RTL BE           Acyclovir ฉี ดเข้าเส้นเลือด ต่อมาผู้ป่วยชัก
Motor all gr V, Hypertonia , DTR 3+        เกร็งกระตุกอีกครัง ได้ให้ Diazepam 2 มก.
                                                            ้
both sides                                 และ Dilantin ขนาด 7.5 มก./กก. ฉี ดเข้า
Clonus ; negative , Brudzinski ‘s sign :   เส้นเลือด   นอกจากนี้ได้เตรียมให้
positive                                   Phenobarb coma อีกด้วย หลังจากหยุดชัก
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ                   ได้ตรวจร่างกายเพ่ิมเติมพบว่าผู้ป่วยมี
1.CBC : WBC 23,600, N 67% L 22.4%          Bilateral retinal hemorrhage     แพทย์ได้ทำา
M 10.6% ,Hb 8.6 g/dL Hct 26% ,             คอมพิวเตอร์สมองพบมี Subarachnoid and
Plt 502,000                                subdural hemorrhage at bilateral
2.Electrolyte :BUN 9.3,Cr 0.3 ,Na          parietooccipital lobes
138.1,K 5.8 , Cl 104.8 , CO2 18 ,Ca
10.4




ภาพท่ี 1: ภาพ CT Scan ของสมองผูู ภาพท่ี 2: ภาพ CT Scan ของสมองผูู
ป่ วย                            ปวย
63

         จากประวัติ, ตรวจร่างกายและผลการ        การกระทำาผิดทางเพศต่อเด็ก การให้กระทำา
ตรวจทางห้องปฎิบัติการทังหมดทำาให้คิดถึง
                       ้                        หรือประพฤติในลักษณะที่น่าจะเป็ นอันตราย
ภาวะ child abuse < Shaken baby                   แก่ร่างกายหรือจิตใจ หรือขัดต่อกฎหมาย
syndrome > จึงได้ให้การดูแลผู้ป่วยแบบองค์       หรือศีลธรรมอันดี ทังนี้ไม่วาเด็กจะยินยอม
                                                                   ้       ่
รวมและได้ส่งตรวจเพ่ิมเติม ( MRI , MRA              หรือไม่ก็ตาม         ซ่ ึงประกอบไปด้วย
brain / Bone survey ) ต่อไป                        •   Physical abuse
วิเคราะห์ ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการวินิจฉั ยว่า       •   Sexual abuse
เป็ น Child abuse < Shaken baby                    •   Emotional abuse
syndrome > จากประวัติท่ีเป็ น sudden               •   Parental substance abuse
onset seizure และ เป็ น status epilepticus         •   Physical, nutritional and
ร่วมกับไม่มีประวัติอุบัติเหตุ ไม่มีประวัติการ          emotional neglect
ติดเช้ือท่ีชัดเจน สำาหรับการตรวจร่างกายพบ          •   Supervisional neglect
มี Neurodeficit และมีMeningeal irritation          •   Munchausen Syndrome by Proxy
sign พบ bilateral retinal hemorrhage                   เป็ นภาวะท่ีผู้เลียงดูทำาให้เด็ก มีอาการ
                                                                         ้
รวมทังการตรวจคอมพิวเตอร์สมองพบ
     ้                                                 จากยา หรือสารต่างๆ แล้วนำ าส่งโรง
Subarachnoid and subdural hemorrhage                   พยาบาล ด้วยอาการอันเกิดจากผล
         หลังจาก ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉั ยว่า          ของยา โดยท่ีปิดบังความจริงทังหมด
                                                                                   ้
เป็ น Child abuse แล้ว      แพทย์ได้ให้การ             ไว้
ดูแลแก่ผู้ป่วยแบบ multidepartment care                 ในบทความนี้ จะขอกล่าวถึงภาวะการ
ทังนี้เพ่ ือประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยอย่างครบ ทารุณกรรมเด็ก โดยคลอบคลุมถึงการ
  ้
ถ้วน     ผู้ป่วยรายนี้รักษาตัวในโรงพยาบาล       approach บางส่วน ของ physical abuse
นาน 1 เดือน ก็ได้กลับบ้านและนั ดมาตรวจ          และกล่าวจำาเพาะลงในการได้รับบาดเจ็บทาง
ติดตามภาวะทางจักษุ ระบบประสาท                   ศีรษะจากการทารุณกรรม
พัฒนาการและกายภาพบำาบัดเป็ นระยะๆอย่าง การทารุณกรรมทางกาย (Physical abuse)
ต่อเน่ ือง                                             โดยทัวไปแพทย์ควรพึงระลึกไว้วาเด็ก
                                                            ่                      ่
การทารุณกรรมเด็ก (Child abuse)                  ท่ีพบ อาจถูกทารุณกรรมได้         เม่ ือ
             ภาวะการทารุณกรรมเด็ก สามารถ               -      เด็กมีปัญหาทางด้านการเจ็บป่ วย
 เรียกได้อีกอย่างหน่ ึงว่า Child abuse หรือ     หลายโรคมาก
 Child maltreatment อันหมายถึง การกระ                  -      เด็กได้รับการบาดเจ็บบ่อยๆ
  ทำาหรือการละเว้นการกระทำาด้วยประการ                  ร่วมกับ
  ใดๆ จนเป็ นเหตุให้เด็กเส่ ือมเสียเสรีภาพ             -     ประวัติท่ีได้จากผู้เลียง มีการขัด
                                                                                   ้
   หรือเกิดอันตรายแก่ร่างกาย หรือจิตใจ          แย้งกันเอง หรือขัดแย้งกับอาการของเด็ก
64

          -   การตรวจร่างกายพบร่องรอย อัน สม เช่น ร้องเจ็บตลอดเวลา ไม่ให้ความร่วม
บ่งบอกถึง abuse                                มือ ซึมเศร้า หรือก้าวร้าวรุนแรงได้
          -   มีปัจจัยเส่ียงทางด้านสังคมและ            พฤติกรรมของผ้้ปกครอง อาจพบว่า
ครอบครัว                                       มีลกษณะนิ สัยหยาบคาย ก้าวร้าว หรือมี
                                                  ั
          หากผู้ป่วย อยู่ในภาวะท่ีเข้าข่ายสงสัย ความห่างเหินต่อกันในครอบครัวสูง อาจเย็น
แพทย์ควรประเมินอย่างละเอียด ด้วยการซัก         ชาต่อการเจ็บป่ วยของลูก หรือบางคนสารภาพ
ประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจสืบค้นเพ่ ือ ผิดออกมาบางส่วน และสุดท้ายคือ เด็กมักไม่
หาสาเหตุอย่างเหมาะสม                           ได้ถูกนำ าส่งโรงพยาบาลทันทีหลังจากบาดเจ็บ
          ประวัติ   ควรใช้คำาถามปลายเปิ ด      (30% ผู้ปกครองนำ าส่งหลังเกิดอาการ 1-4
แทนท่ีจะเป็ นคำาถามเฉพาะเจาะจง แพทย์           วัน)
ต้องระมัดระวังเร่ ืองคำาถามบางประเด็น ท่ีอาจ           การตรวจวินิจฉั ยเพ่ิมเติมอ่ ืนๆ อัน
ทำาให้เกิดความขัดแย้ง ในความสัมพันธ์           ได้แก่ การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ และ
ระหว่างญาติกับบุคลากรทางการแพทย์ หรือ          การตรวจทางรังสี ควรปรับให้เหมาะสม กับ
ญาติกับเด็ก และทำาให้เหตุการณ์เลวร้ายลงได้ ส่ิงท่ได้จากการประวัติและการตรวจร่างกาย
                                                 ี
หากเด็กพูดได้ควรแยกเด็กจากผู้ปกครอง มา         ส่วนการแปลผลต่างๆ ควรต้องเหมาะกับเด็ก
ซักประวัติตามลำาพัง หากญาติไม่ยอม หรือ         ในแต่ละวัยด้วย โดยเฉพาะการอ่านภาพทาง
แสดงความไม่พอใจ แสดงถึงว่า แพทย์ควร            รังสี ส่งท่ีควรระวัง คือ ควรวินิจฉั ยแยกโร
                                                       ิ
สงสัยถึงภาวะทารุณกรรมอย่างย่ง และต้อง
                            ิ                  คอ่ ืนๆ อย่างเต็มท่ีก่อน
ปรึกษาหน่ วยท่ีเก่ียวข้อง ให้มาดูแลอย่าง       การบาดเจ็บทางศีรษะอันเกิดจากการทารุณ
รวดเร็ว                                        กรรม (Inflicted Head Injury ,Inflicted
          การตรวจร่างกาย ควรตรวจเด็กทัง
                                      ้        Neurotrauma หรือ Shaken Baby
ตัว ตังแต่ความเหมาะสมของเส้ือผ้า การดูแล Syndrome )
      ้
ความสะอาด ร่องรอยบนผิวหนั ง โดยเฉพาะ                   การบาดเจ็บทางศีรษะอันเกิดจากการ
อย่างย่ง ร่องรอยการถูกทำาร้าย โดยถ้าพบ
       ิ                                       ทารุณกรรม ถือว่าเป็ นสาเหตุท่ีทำาให้เด็กเสีย
“รอยบุหร่ีจี้,รอยฟั นกัด ,รอยเชือกรัด ,รอยนำ้ า ชีวิตมากท่ีสุด ในบรรดาการทารุณกรรม
ร้อนลวกบริเวณก้น มือและเท้า เหมือนกับใส่ ทังหมดในเด็ก และพบว่า 30% ของเด็ก ท่ีมี
                                           ้
ถุงมือถุงเท้า” ถือว่าค่อนข้างจำาเพาะเจาะจงต่อ Inflicted head injury ไม่สามารถวินิจฉั ยได้
โรคนี้                                         ในช่วงแรกของการรักษา โดยมากพบได้บ่อย
          นอกจากนี้ อาจตรวจพบแผลเป็ น ใน ในเด็กอายุตังแต่ 3-4 เดือน ในขณะท่ีทารุณ
                                                     ้
ระยะต่างๆ อันบอกถึงการถูกทำาร้ายซำาซาก
                                  ้            กรรมเด็กแบบทัวๆไปมักพบในเด็กอายุน้อย
                                                            ่
บางครังต้องตรวจอวัยวะเพศด้วย เด็กอาจมี
      ้                                        กว่า 4 ปี
ลักษณะนิ สัยท่ีตอบสนองต่อแพทย์ไม่เหมาะ
65

        คำาจำากัดความ คือการบาดเจ็บทาง                   เฉพาะ Colicky babies หรืออยู่
ศีรษะท่ีอาจเกิดจากแรงกระแทก หรือการ                      กับผู้เลียงท่ีมีความอดทนตำ่า
                                                                  ้
เขย่า หรืออาจเกิดจากทังสองแรงร่วมกัน ซ่ง
                      ้                ึ        กลไกการเกิดการบาดเจ็บ
รูปแบบท่ีเรารู้จักกันดีท่ีเรียกว่า “ Shaken           1. Direct injury เกิดจากองค์
baby syndrome ” อันเกิดจากแรงเขย่า                       ประกอบของ แรงหมุน
ทำาให้เกิด Diffuse unilateral หรือ Bilateral             (Rotational forced) และแรง
subdural hemorrhage , Diffuse                            กระแทก (Impact forced) โดย
multilayered retinal hemorrhage และ                      จากการทดลองใน Model พบว่า
Diffuse brain injury โดยในระยะหลังได้มี                  การเกิดแรงหมุน ของศีรษะบน
การรวมภาวะบาดเจ็บทางศีรษะท่ีเกิดจาก                      แกนหรือคอ(Angular
Direct blow เข้าไปร่วมด้วย      อันเป็ นท่ี              deceleration) ทำาให้ส่วนกะโหลก
เข้าใจกันว่า Shaken baby syndrome,                       และ dura เคล่ ือนท่ีสวนทางกับ
Inflicted head injury หรือ Inflicted                     Intracranial content ผลคือเกิด
neurotrauma สามารถใช้เรียกแทนกันได้                      Subdural hemorrhage และ
        เด็กส่วนใหญ่พบว่า เคยถูกทารุณ                    Traumatic axonal injury ใน
กรรมแล้วในอดีต และผู้กระทำาผิดส่วนใหญ่                   ขณะท่ีการบาดเจ็บท่ีเกิดจาก
เป็ นเพศชาย ซ่งมักเป็ นบิดาของเด็กเอง โดย
              ึ                                          อุบัติเหตุ มักจะเป็ น Focal
มีปัจจัยเส่ียงท่ีสัมพันธ์ต่อการเกิด Inflicted            injury มากกว่า
head injury คือ                                       2. Secondary hypoxic and
        1. Perinatal illness เช่น อาจคลอด                ischemic brain injury ซ่ ึงเกิด
            ก่อนกำาหนด หรือต้องอยู่โรง                   จาก Direct injury เอง หรืออาจ
            พยาบาลนานหลังคลอด                            เกิดจาก Central apnea ,อาการ
        2. Family disruption and                         ชักท่ียาวนานต่อเน่ ือง หรือ การ
            separation                                   สำาลักส่ิงแปลกปลอมเข้าปอด
        3. เด็กร้องกวนตลอดเวลา พบว่า                     ก็ได้
            เป็ นตัวกระตุ้นต่อการเกิด โดย
66




              ภาพท่ี 3: ภาพแสดงการบาดเจ็บใน ผููป่วย Shaken Baby
              Syndrome



ชนิ ดของการบาดเจ็บ                                 2.2 Epidural hemorrhage
       1. Retinal hemorrhage พบได้                 (EDH) อาจเกิดจาก เด็กตกลงมา
          66-85% ของ inflicted head                หัวกระแทกพ้ืน แต่พบว่า
          injury                                   สัมพันธ์กับ abuse น้ อยกว่า
       2. Intracranial bleeding                    SDH
          2.1 Subdural hemorrhage                  2.3 Subarachnoid
          (SDH) มักพบว่า มีมากกว่าหน่ ึง           hemorrhage (SAH) มักพบ
          ตำาแหน่ ง ,Mixed density และ             ร่วมกับ SDH
          อาจพบ Chronic subdural                   Parenchymal injury ซ่งขึ้นอยู่
                                                                        ึ
          hemorrhage ร่วมด้วย โดย                  กับกลไก และความรุนแรง ของ
          เฉพาะอย่างย่ิงการเกิด                    การเกิดการบาดเจ็บ โดยถ้าพบว่า
          Interhemispheric SDH (มัก                มี lesion ชนิ ด subacute หรือ
          เป็ นด้าน posterior) ค่อนข้าง            chronic (infarction , atrophy ,
          เป็ นตัวบ่งถึง Inflicted head            encephalomalacia with
          injury                                   ventriculomegaly) มักอยู่ใน
              ส่วนในกลุ่มท่ีเกิดจาก                กลุ่ม abuse มากกว่าชนิ ด acute
          อุบัติเหตุ มักไม่ค่อยพบ SDH              parenchymal injury
          หรือถ้าพบก็มักมีขนาดเล็ก และ             2.4 Skull fracture กลุ่มนี้มัก
          อยู่ในด้านท่ีถูกกระแทก และ               สัมพันธ์กับการเกิดอุบัติเหตุ
          สัมพันธ์กับกลไกการเกิดอุบัติเหตุ         มากกว่า และมักเป็ น linear
          ท่ีรุนแรงมาก                             fracture บริเวณ parietal bone
67

           รอยแยกมักห่างมากกว่า 2                  •   CBC with platelet , Coagulogram
           มิลลิเมตร ส่ิงท่ีพึงระลึกในผู้ป่วย          เพ่ ือแยกภาวะ bleeding disorder
           abuse คือ ประวัติของการบาด                  อ่ ืนๆ
           เจ็บ ไม่สัมพันธ์กับลักษณะ               •   CSF profile เพ่ ือ แยกภาวะ
           บาดแผลและรอยแตก                             Infection ซ่งถ้าพบ xanthochromia
                                                                   ึ
           2.5 Skeletal fracture 20-                   หรือ RBC บ่งถึงว่า น่ าจะมีการบาด
           50% ของ inflicted head injury               เจ็บทางสมอง
           มีการบาดเจ็บนอกศีรษะ ซ่งรูป
                                  ึ                •   Biomarker brain injury เช่น
           แบบของการบาดเจ็บ มักได้แก่                  neuron-specific enolase , S100B
           Metaphyseal avulsion lesions                และ myelin basic protein อาจนำ า
           ของ long bone,Rib fracture,                 มาใช้ในการคัดกรองในผู้ป่วยท่ีสงสัย
           Acromion fracture หรือการหัก                การบาดเจ็บทางสมองในกลุ่มท่ีอาการ
           แบบ Spiral fracture                         ไม่ชัดเจนได้
การซักประวัติและการตรวจร่างกาย                     •   Electrolyte , LFT , UA เพ่ ือดู
       อาการท่ีผู้ดูแลเด็กมักพามาโรง                   ความผิดปกติ ของระบบอ่ ืน
พยาบาล ได้แก่ ชัก ,หายใจลำาบาก ,หยุด            การตรวจทางรังสีวิทยา
หายใจหรือ ซึม ซ่งผู้ตรวจจำาเป็ นจะต้องซัก
                ึ                                      1. CT brain (unenhanced
ประวัติแยกโรคอ่ ืนๆ เช่น การติดเช้ือใน                      computed tomography) with
กระแสเลือด ก่อน ซ่ ึงหากพบว่า มีประเด็น                     brain and bone window เพ่ ือ
ต้องสงสัยการทารุณกรรม จึงควรจะทำาการ                        ประเมินเบ้ืองต้น และบอกชนิ ด
สืบค้น และลงบันทึกไว้อย่างละเอียด                           ของการบาดเจ็บ
       การตรวจร่างกาย มักมีอาการทาง                    2. MRI brain (noncontrast
ระบบประสาทไม่แน่ นอน บางราย vital                           magnetic resonance
signs ไม่ stable บางรายสับสน หรืออาเจียน                    imaging) มีข้อดีกว่า CT ตรงท่ี
ถ้าตรวจในระยะเร่ิมต้นของการเจ็บป่ วย อาจ                    บอกรูปแบบการ extend และ
พบ Neurological deficit ได้ และส่วนใหญ่                     ระยะเวลา ของรอยโรคได้
พบว่ามีการตรวจร่างกายระบบอ่ ืนปกติ (35-                     นอกจากนี้ยังสามารถบอกรอย
40%)                                                        โรคขนาดเล็กได้   ส่วน DWI
       ส่ิงท่ีควรตรวจ และมักพบว่าผิดปกติ                    (diffusion wedge image),
คือ การมองหา retinal hemorrhage เพราะ                       ADC (apparent diffusion
พบได้บ่อยใน Inflicted head injury                           coefficient mapping) สามารถ
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
68

           บอกการเกิด hypoxic ischemic               พ.ศ. 2546 หมวดท่ี 4 มาตรา 41 ว่า
           injury ในช่วง acute ได้                   ด้วย
           แม้วา MRI จะบอก รายละเอียด
               ่                                     “ ผ้ใดพบเห็นหรือประสบ
                                                         ้
           ได้มากกว่า CT ก็ตาม แต่การ            พฤติการณท่ีน่าเช่ ือว่ามีการกระทำาทารุณ
                                                         ์
           ส่งผู้ป่วยไปทำา MRI ยุ่งยากและ        กรรมต่อเด็ก ให้รีบแจ้งหรือรายงานต่อ
           ใช้เวลานานกว่าเวลาทำา CT ด้วย         พนั กงานเจ้าหน้ าท่ี พนั กงานฝ่ าย
           เหตุนี้ จึงมักส่งทำาหลังจากเกิด       ปกครองหรือตำารวจ หรือผ้้มีหน้ าท่ี
           การบาดเจ็บไปแล้ว 2-3 วัน              ค้มครองเด็กตามมาตรา 24 (ปลัด
                                                   ุ
       3. Skeletal evaluation เด็กท่ี            กระทรวง ,ผ้ว่าราชการจังหวัด ,นาย
                                                            ้
           สงสัยการทารุณกรรม ควรได้รับ           อำาเภอ ,ปลัดอำาเภอ หรือผ้้บริหาร
           การ skeletal survey ทุกราย            องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน)
       4. Ophthalmologic examination                 และการแจ้งหรือรายงานตามมาตรา
           ควรปรึกษาจักษุแพทย์ เพ่ ือ            นี้ เม่ ือได้กระทำาโดยสุจริตย่อมได้รับ
           วินิจฉั ยภาวะ Retinal                 ความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทังทาง
                                                                               ้
           hemorrhage หรือการบาดเจ็บ             แพ่ง ทางอาญาหรือทางปกครอง”
           ชนิ ดอ่ ืนทางตา                       •   ปรึกษาสหสาขาวิชา เพ่ ือเข้าร่วมใน
การวินิจฉั ยแยกโรค                                   การรักษาและหาแนวทางแก้ไข อาทิ
   1. Accidental injury                              กุมารแพทย์ ,จักษุแพทย์ ,ศัลยกรรม
   2. Birth trauma                                   ระบบประสาท, พยาบาล, ตำารวจ,
   3. Apparent life threatening event                สังคมสงเคราะห์ (มูลนิ ธิเด็ก, ศูนย์
   4. Bleeding disorder                              พิทักษ์ สิทธิเด็ก ฯลฯ)
   5. โรคอ่ ืน ๆ เช่น Glutaric aciduria       เอกสารอ้างอิง
       type1                                     1. Faris A. Bandak. Shaken baby
การรักษา                                             syndrome: A biomechanics
   •   รักษา Medical condition เป็ น                 analysis of injury mechanisms.
       อันดับแรก โดยทัวไปแล้วควรต้องรับ
                      ่                              Forensic Science International
       ผู้ป่วยไว้รักษาต่อเน่ ืองในโรงพยาบาล          2005;151:71–79.
   •   ประเมินภาวะการทารุณกรรมเด็ก               2. Judith E. Tintinalli;Gabor
       หากอยู่ในข่ายต้องสงสัย                        D.Kelen and J.Stephan
   •   ดำาเนิ นการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก              Stapczynski . Emergency
       ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก                  Medicine: a comprehensive study
                                                                 th
                                                     guide . 6 ed . Mcgraw-Hill :
69

   Mcgraw-Hill Companies                    reprint from UpToDate (version
   2004:1847-1854                           16.2) . Retreived October 25,
3. Cindy Christian and V Jordan             2008.Available from: URL:http
   Greenbaum . Epidimiology ,               ://www.uptodate.com
   mechanism, and type of inflicted     6. ทีมศูนย์กู้ชีพนเรนทร ราชวิถี .
   head injury in infants and               (2008) . Child abuse: ตามให้ทัน
   children . Official reprint from         คนทำาเด็ก , สืบค้นเม่ ือ 10
   UpToDate (version 16.2) .                พฤศจิกายน 2551. Available
   Retreived October 25,                    from:URL:http://www.narenthorn.
   2008.Available from: URL:http://         or.th/node/95
   www.uptodate.com                     7. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.
4. Erin E Endom . Physical abuse            2546. (ตุลาคม, 2546). เล่ม 120
   in children: Diagnostic evaluation       ตอนท่ี 95 ก , สืบค้นเม่ ือ 12
   and management . Official                พฤศจิกายน 2551. Available from:
   reprint from UpToDate (version           URL:http://www.ffc.or.th/deficien
   16.2) . Retreived October 25,            t_form/children2546.pdf
   2008.Available from: URL:http://     8. เสาวนี ย์ ชัยศุภรัศมีกุล . “เด็กท่ีถูก
   www.uptodate.com                         ทารุณกรรมทางกายและเด็กท่ีถูก
5. Clindy Chistian and Erin E               ทารุณกรรมทางเพศ : การศึกษาย้อน
   Endom . (2008). Evaluation and           หลัง 7 ปี ”. สาขากุมารเวชศาสตร์
   Diagnosis of inflicted head injury       สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
   in infant and children . Official        กระทรวงสาธารณสุข 2548
70


Doctor Corner/มุมแพทย์
ฉุกเฉินทางกายแตูเร้ ือรังทางใจ
                                                             นายแพทย์พงศกร อธิกเศวตพฤทธิ ์
                                                         โครงการจัดตังภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น
                                                                     ้
                                                          คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
                                                                                มหาวิทยาลัยมหิดล


          กริง!!!........ กร่ิงกู้ชีพ ดังขึ้น อัน
             ๊                                      ทุกอย่างตลอดมาจนกระทังถึงวันท่ีผู้ป่วยไม่รู้
                                                                         ่
เป็ นสัญญานแจ้งแพทย์ พยาบาล ณ ห้อง                  สึกตัวนี้ ผู้ป่วยไม่มีโอกาสได้รับทราบเลยว่า
ฉุกเฉิ น ทุกคนเตรียมพร้อมท่ี จะต้องเผชิญ            ตนเองป่ วยเป็ นอะไร อนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้น
กับ คนไข้หัวใจหยุดเต้นท่ีมา ณ ห้องฉุกเฉิ น บ้าง แม้กระทังการตัดสินใจในการรักษาทุก
                                                        ่
ผู้ป่วยรายนี้เป็ น ชายอายุ 60 ปี เร่ิมรับ           อย่างก็มาจากการปรึกษาร่วมกันในหมู่ญาติ
ประทานอาหารน้ อยลงมา 2-3 วัน จนกระทัง ทังสิน ทังนี้เพราะญาติกลัวว่าผู้ป่วยจะเสียใจ
                                    ่   ้ ้    ้
วันนี้ผู้ป่วยมีอาการซึมลงเร่ ือยๆ และปลุกแล้ว และกังวลกับโรคท่ีตนเองเป็ น จึงตัดสินใจไม่
ไม่ต่ืน    ซ่ ึงสร้างความต่ ืนตระหนกตกใจแก่         บอกข้อมูลใดๆ แก่ผู้ป่วยเลย         นอกจาก
ลูกและภรรยาเป็ นอย่างมากอันทำาให้รีบพาผู้           บอกเพียงว่า ผู้ป่วยมีอาการป่ วยจากโรคปอด
ป่ วยมาโรงพยาบาลในทันที              แพทย์และ       อันเกิดจากการสูบบุหรี่อย่างหนั กเท่านั ้น
พยาบาลท่ีปฏิบัติงานอยู่ในห้องฉุกเฉิ น ณ                     หลังการกู้ชีพผ่านไปคร่ ึงชัวโมงโดยท่ีผู้
                                                                                       ่
ขณะนั ้นพากันเร่งรีบให้การรักษากู้ชีพด้วย           ป่ วยไม่มีการตอบสนองต่อการรักษาเกิดขึ้น
การบีบลมเข้าปอด กดหน้ าอก และเปิ ด                  เลย แพทย์ผู้ทำาการรักษาจึงได้ปรึกษากับ
เส้นเลือดเพ่ ือให้ยากระตุ้นหัวใจ โดยมุ่งหวัง        ภรรยาและลูกของผู้ป่วยว่าจะทำาการกู้ชีพต่อ
เพ่ ือกู้ฟ้นหัวใจของผู้ป่วยให้กลับมาเต้นอีก
           ื                                        ไปหรือปล่อยให้ผู้ป่วยเข้าสู่วาระสุดท้ายของ
ครัง
   ้      ญาติได้เล่าประวัติว่า ผู้ป่วยเป็ นมะเร็ง ชีวิตอย่างสงบ       เป็ นท่ีน่าเสียดายว่า แม้ใน
ปอดระยะสุดท้าย แพทย์เจ้าของไข้ได้ให้ยา              นาทีสุดท้ายของชีวิตตนเอง ผู้ป่วยก็ไม่
เคมีบำาบัด แต่อาการไม่ดีขึ้น และปั จจุบัน           สามารถตัดสินใจเลือกส่ิงต่างๆให้แก่ชีวิต
มะเร็งได้ลามไปท่ีสมองแล้ว การรักษาใน                ตนเองได้ ทังนี้จงไม่มีผู้ใดทราบถึงความ
                                                               ้    ึ
ปั จจุบันเป็ นเพียงการรักษาแบบ ประคับ               ต้องการท่ีแท้จริงของผู้ป่วย ไม่ทราบว่าผู้ป่วย
ประคองเพ่ ือไม่ให้ผู้ป่วยได้รับความเจ็บปวด          มีการเตรียมพร้อมตนเองต่อวาระสุดท้ายใน
ทรมานจากตัวโรคมะเร็งมากเท่านั ้น                    ชีวิตหรือไม่ อีกทังผู้ป่วยได้ทำาส่ิงท่ีต้องการ
                                                                      ้
          นั บระยะเวลาตังแต่แพทย์ให้การ
                        ้                           มากท่ีสุดในชีวิตก่อนมาถึงวาระสุดท้ายของ
วินิจฉั ยว่าเป็ นมะเร็งปอด รวมทังให้การรักษา ชีวิตแล้วหรือไม่
                                ้
71

         กรณี ข้างต้นเป็ นกรณี ของผู้ป่วยหัวใจ เป็ นต้น เม่ ือผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเป็ นโรค
หยุดเต้นท่ีพบได้เกือบทุกวันในห้องฉุกเฉิ น          อะไร จึงทำาให้ผู้ป่วยพลาดโอกาสท่ีจะจัดการ
ซ่งเป็ นภาวะเร่งด่วน ท่ีต้องให้การรักษาอย่าง
  ึ                                                กับชีวิตของตนท่ีเหลืออยู่        แม้กระทัง
                                                                                            ่
รวดเร็ว แม้โลกจะพยายามพัฒนาวิธีการกู้ชีพ วาระสุดท้ายของชีวิต ญาติบางรายก็ยัง
แบบใหม่ๆมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงพบว่า            ต้องการย้ือชีวิตของ ผู้ป่วยให้อยู่ต่อไปให้นาน
ผู้ป่วยท่ีมาด้วยอาการหัวใจหยุดเต้นมักมี            ท่ีสุด โดยขอให้แพทย์กระทำาทุกวิถีทางเพ่ ือ
โอกาสรอดชีวิตได้น้อยอยู่นั่นเอง หรือหากผู้ ฉุดรังชีวิตของผู้ป่วยให้กลับมาให้ได้ ทังด้วย
                                                ้                                 ้
ป่ วยสามารถ รอด ชีวิตได้ ก็พบว่า เกือบ             การให้ผู้ป่วยถูกใส่ท่อช่วยหายใจผ่านทางปาก
ทังหมดต้องนอนเป็ นเจ้าชายนิ ทรา มีอาการ
  ้                                                หรือจมูก     ให้แพทย์กดหน้ าอกและช้อค
อัมพาต พูดไม่ได้ ขยับไม่ได้ ส่ ือสารไม่ได้ มี      ไฟฟ้ าท่ีหน้ าอกเพ่ ือกระตุ้นหัวใจให้ฟ้ืนกลับมา
เพียงหัวใจท่ียังเต้นอยู่เท่านั ้น                  ให้พยาบาลเจาะเลือดเพ่ ือเป็ นเส้นทางให้สาร
         หัวใจของการให้บริการทางการแพทย์ นำ้ าและนำ าเลือดของผู้ป่วยออกมาเพ่ ือส่งตรวจ
ณ ห้องฉุกเฉิ นมักมุ่งเน้ นให้การรักษาโรคท่ีมี ทางห้องปฏิบัติการต่างๆ โดยไม่สนใจว่าวิธี
อาการเฉี ยบพลัน เป็ นหลัก           แต่อาการ       การใดบ้างจะสร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้ป่วย
เฉี ยบพลันเหล่านั ้นมักเป็ นฉากหน้ าท่ีนำาผู้      ทังนี้ผู้ป่วยก็ยังคงถูกปิ ดโอกาสในการเลือกท่ี
                                                     ้
ป่ วยมาพบแพทย์อย่างฉุกเฉิ นโดยท่ีมีโรค             จะยอมรับการกระทำาเหล่านี้หรือไม่ หากผู้
เร้ือรังเดิมเป็ นตัวบ่อนทำาลายและกัดกร่อนให้ ป่ วยสามารถรอดชีวิตจากภาวะวิกฤติเหล่านั ้น
ร่างกายของผู้ป่วยทรุดโทรมมาแล้วเป็ นเวลา           มาได้ มักพบว่า ผลพวงท่ีตามมาในระยะยาว
ยาวนาน        บ่อยครังท่ีผู้ป่วยอันมีโรคเร้ือรัง
                     ้                             มักจะสะท้อนกลับมาเป็ นผลเสียต่อผู้ป่วยและ
โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ซ่ ึงผู้ป่วยไม่ทราบการ           ญาติ เสมอ       ทังเร่ ืองค่าใช้จ่ายในการดูแล
                                                                     ้
วินิจฉั ยของตนเอง หรือถึงทราบวินิจฉั ยก็มัก คนท่ีมีหน้ าท่ีดูแลก็ต้องอดหลับอดนอน และ
จะไม่ ทราบว่ารักษาแล้วจะดีขึ้นหรือไม่              ผู้ป่วยเองก็ต้องทรมานกับ สภาวะท่ีเป็ นอยู่
พยากรณ์ของโรคจะเป็ นไปอย่างไร ดังนั ้นพบ                   ดังนั ้นเป็ นการดีกว่าหรือไม่ท่ีจะ
ว่า การตัดสินใจเก่ียวกับการรักษาส่วนใหญ่           วางแผนให้คนท่ีเรารัก ผ่านพ้นวิกฤตินั้นไป
มักกระทำาโดยญาติพ่ีน้องในครอบครัวของผู้            ได้อย่างราบร่ ืน และมีสวนในการเลือกทาง
                                                                          ่
ป่ วยเอง ด้วยความรักระหว่างบุคคลใน                 เดินชีวิตของตน
ครอบครัวท่ีมีต่อผู้ป่วย จึงทำาให้การตัดสินใจ                  เม่ อผู้ป่วยมีโอกาสรับทราบว่า
                                                                  ื
ส่วนใหญ่มักเป็ นไปในทางท่ีสนั บสนุนให้ผู้          ตนเองเป็ นโรคอะไร ตัวโรคจะดำาเนิ นไป
ป่ วยจำาต้องรับการผ่าตัดในหลายรูปแบบ ผู้           อย่างไร การรักษาต่างๆ จะมีประโยชน์ กับ
ป่ วยต้องยอมรับยาเคมีบำาบัดต่างๆท่ีมีผลข้าง        ตนหรือไม่แล้วนั ้น ผู้ป่วยก็จะเร่ิมปรับตัวได้
เคียงรุนแรงเช่น อาเจียน แผลพองในปาก รับ แล้วจะทำาให้ ผู้ป่วยทราบได้ว่าจะวางแผนทำา
ประทานอาหารไม่ได้         เหน่ ือยเพลียต่างๆ       อย่างไรกับอนาคตของตนเอง และ คนใน
72

ครอบครัว ดังตัวอย่างบทความหน่ ึงจาก               ลูกสาวฟั งด้วยนำ้ าตาว่าเพราะอะไรเธอถึงจาก
หนังสือ “...บันทึกสู่แผ่นฟิ ล์ม... ความสุข        มา..............”
ของกะทิ” ท่ีถ่ายทอด เร่ ืองราว ของแม่ ท่ี                   อาการช่วงสุดท้ายของชีวิต เป็ น
ทราบว่าตนเองเป็ นโรคร้ายและทราบระยะ               อาการท่ีแสดงว่าร่างกายไม่สามารถทำางานได้
เวลาท่ีเหลืออยู่ในโลกใบนี้ จึงวางแผนชีวิต         อีกต่อไป จะมีอาการแสดงออกมาหลายอย่าง
ของตนเอง ลูกสาววัย 6 ขวบ และผู้คนรอบ              เช่น กินน้ อยลง หลับมากกว่าปกติ หายใจผิด
ข้าง ให้ผ่านพ้นช่วงเวลาท่วิกฤติท่ีสุดให้ผ่าน
                         ี                        ปกติ เสมหะมากขึ้น เป็ นต้น แต่ก็ยากท่ีจะ
ไปได้โดยท่ีไม่กระทบกระเทือนจิตใจของ               คาดคะเนได้ว่าภาวะเหล่านั ้นจะเกิดเม่ ือใด
ลูกสาวตัวน้ อย ไว้ว่า.....                        แพทย์และพยาบาลทำาได้เพียงแนะนำ าญาติ
        “เม่ อแม่รู้ว่าตัวเองป่ วยนั ้น ยังรู้ด้วยว่า เท่านั ้น เพ่ ือไม่ให้ญาติตระหนกกับเหตุการณ์
             ื
สภาพร่างกายจะใช้งานไม่ได้ทีละน้ อย จะเดิน         ท่ีเกิดขึ้นและผ่านพ้นช่วงนั ้นไปอย่างราบร่ ืน
ไม่ได้ ต้องใช้ไม้เท้า และใช้รถเข็นในที่ีสุด มือ             โรคร้ายและวาระสุดท้ายของชีวิต ส่ิง
จะหยิบจับของได้น้อยลงเร่ ือยๆ จนท้ายสุดใช้        สุดท้ายท่ีส่ิงมีชีวิตทุกชนิ ดไม่สามารถหลีกพ้น
ไม่ได้เลย กล้ามเน้ือควบคุมการพูดการหายใจ ไปได้ แต่ส่ิงท่ีทำาได้คอ การเตรียมความพร้อม
                                                                ื
ก็เช่นกัน สำาหรับคนคนหน่ ึงท่ีรู้ว่ามีอะไรรอ      ร่วมกับวางแผนว่าผู้ป่วยและญาติจะเผชิญ
อยู่ตองคิดมากและเตรียมใจ ซ่งไม่ใช่เร่ ืองง่าย รับมือกับภาวะนั ้นไปได้ อย่างไร โดยก่อความ
     ้                     ึ
ดังนั ้นหากต้องดูแลเด็กเล็กๆ อีกคน เร่ ืองคง      ทุกข์ทรมานต่อทังสองฝ่ ายน้ อยท่ีสุด
                                                                 ้                             แพทย์
ยากขึ้น ทังสำาหรับตัวเองและเด็ก ชีวิตหกปี
          ้                                       มีหน้ าท่ีเพียงให้คำาแนะนำ าท่ีเป็ นประโยชน์ แก่
แรกของเด็กมีความสำาคัญมาก หากต้องมาพบ คนไข้เท่านั ้น แต่ไม่ได้มีอำานาจในการตัดสินใจ
กับสภาพผันผวนและ ทนกับสภาพอารมณ์                  ใดๆกับชีวิตของผู้อ่ืน ดังนั ้นภาระอันสำาคัญ
อ่อนไหวของแม่ย่อมไม่ใช่เร่ ืองดี แม่เป็ น         และละเอียดอ่อนนี้ จึงเป็ นความรับผิดชอบ
คนใช้สมองนำ าทางชีวิต จึงตัดสินใจฝากลูกไว้        และการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยและ
กับตายาย และใจเด็ดกว่านั ้นคือ ถึงขันขาด
                                    ้             คนในครอบครัวตังแต่เร่ิมต้นท่ีรับทราบส่ิง ท่ี
                                                                ้
การติดต่อไปเลยเพ่ ือไม่ต้องพะวักพะวน              จะเกิดขึ้น
        ใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการ                  ท้ายนี้ ได้นำาเอาบทความของ พระ
ตัดสินใจนี้ย่อมมีสิทธิทำาได้ คุณรัชนกในบท         ไพศาล วิสาโล ซ่ง แปลจากหนั งสือ “The
                                                                 ึ
ของแม่ตีความตามท่ีรับฟั งจากเจ้าของบท             Tibetan Book of Living and Dying” แม้
ประพันธ์ เธอไซ้หน้ าสัมผัสลูกสาวท่ีคุกเข่าลง จะเป็ นบทความที่ีเขียนถึงบุคคลากรทางการ
กอดแม่ในวันท่ีลงจากรถหน้ าเรือนหลังน้ อย          แพทย์แต่ ก็สำาคัญสำาหรับบุคคลทัวไปเช่นกัน
                                                                                 ่
ริมทะเล เธอนั่ งน่งให้ลูกสาวยกแขนไปโอบ
                  ิ                                         “ส่ิงหน่งท่ีข้าพเจ้าหวังก็คือ ส่ ือนี้จะ
                                                                    ึ
ไหล่ก่อนซบหน้ าลงบนบ่า เธอถอดใจเล่าให้            ช่วยให้หมอทัวโลกตระหนั กว่า การอนุญาต
                                                              ่
                                                  ให้ผู้ใกล้ตายได้จากไป อย่างสงบ และเป็ นสุข
73

นั ้น เป็ นเร่ ืองสำาคัญย่ิง ข้าพเจ้าใคร่ขอวิงวอน      ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (End of life
ต่อบุคลาการทางการแพทย์ทุกคน และหวังว่า                 care : Improving care of the dying).
จะช่วยให้เขาหล่านั ้น ค้นพบหนทางในการ                  พิมพ์ครังท่ี 2 : พฤษภาคม 2550. หน้ า
                                                               ้
ทำาให้ช่วงหัวเลียวหัวต่อแห่งความตายอันยาก
                ้                                      24-34.
ลำาบากนั ้น ผ่านไปอย่างง่ายดาย ไม่เจ็บปวด           2. อ.พญ. สายพิณ หัตถีรัตน์. “ถึงเวลา
และสงบ เท่าท่ีจะทำาได้ การตายอย่างสงบเป็ น             ของฉั นแล้วใช่ไหมหมอ”, การดูแลผู้
สิทธิมนุษยชนท่ีสำาคัญโดยแท้ อาจสำาคัญย่ิง              ป่ วยระยะสุดท้าย (End of life care :
กว่าสิทธิในการลงคะแนนเสียง หรือสิทธิท่ีจะ              Improving care of the dying). พิมพ์
ได้ ความยุติธรรมเสียอีก ทุกศาสนาสอนว่า                 ครังท่ี 2 : พฤษภาคม 2550. หน้ า 35-
                                                          ้
น่ีเป็ นสิทธิท ี่มีผลอย่างมากต่อปกติสุข และ            37.
อนาคตทางจิตวิญญาณของผู้ใกล้ตาย และ                  3. งามพรรณ เวชชาชีวะ, กรอบรูป, บันทึก
ไม่มีส่งประเสริฐใดๆ ท่ีคุณสามารถจะให้ได้
       ิ                                               สู่แผ่นฟิ ล์ม ความสุขของกะทิ, พิมพ์
นอกเหนื อจากการช่วยบุคคลตายด้วยดี”                     ครังท่ี 1, แพรวสำานั กพิมพ์ 2551. หน้ า
                                                          ้
เอกสารอ้างอิง                                          139-142.
 1. ศ.เกียรติคุณ พญ. สุมาลี นิ มมานนิ ตย์.
      ความเข้าใจเก่ียวกับภาวะใกล้ตาย, การ
74

ชมรมศิษย์เกูาแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินแหูงประเทศไทย
(Society of Thai Emergency Physician alumni)
                                                                         น.พ.รัฐพงษ์ บุรีวงษ์
                                                                กลุ่มงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิ น
                                                               โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา


        สวัสดีท่านผู้อานทุกท่าน และขอ
                      ่                         พ่ีน้องท้องเดียวกัน กลุ่มแพทย์เหล่านี้จึงได้
แสดงความยินดีกับฉบับแรกของ “วารสาร              จัดตังชมรมขึ้นมา โดยใช้ช่ือว่า “ชมรมศิษย์
                                                     ้
สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น” ครับ หลังจากท่ี         เก่าแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น” หรือท่ีเราใช้
ทราบมาว่า คณะกรรมการทุกท่านได้ช่วยกัน           ภาษาสากลว่า Society of Thai Emergency
ทำางานอย่างหนั กหน่ วง และในท่ีสุด เราทุก       Physician alumni
คนก็ได้มีโอกาสอ่านวารสารทางวิชาการฉบับ                  การจัดตังชมรมฯ ในครังนี้ มี
                                                                ้           ้
แรกนี้กันเสียทีนะครับ                           วัตถุประสงค์หลายประการด้วยกัน โดย
        5 ปี ผ่านไป (ไวเหมือนโกหก)              สามารถแบ่งออกเป็ นประเด็นต่าง ๆ ได้ดงนี้
                                                                                    ั
ประเทศไทย สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่ง                1. เป็ นการรวมตัวกันของแพทย์
ประเทศไทย ก็ได้มีสวนช่วยให้ประเทศเราได้
                  ่                                     เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นท่ีจบจากทุกสถาบัน
มีกลุ่มแพทย์เฉพาะทาง “เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น”                ไม่วาจะปฏิบัติงานอยู่แห่งไหนก็ตาม
                                                            ่
ออกมาเป็ นตัวเป็ นตนได้ถึง 2 รุ่นเป็ นท่ี               เพ่ ือให้สามารถพูดคุยและช่วยกัน
เรียบร้อยแล้วซ่ ึง ณ เวลาปั จจุบัน แพทย์เหล่า           สร้างให้งานเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น เติบโต
นี้กำาลังปฏิบัติงานอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของ                 ไปในอนาคตอย่างเข้มแข็ง
ประเทศ และกำาลังพยายามสร้าง พัฒนางาน                2. เป็ นรากฐานในการรวมตัวกันให้แก่
ในส่วนท่ีเก่ียวข้องกับเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น จาก             แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นทังท่ีสำาเร็จ
                                                                                ้
การพูดคุยและแลกเปล่ียนข้อมูลกัน เราพบว่า                การศึกษาแล้ว และท่กำาลังจะสำาเร็จ
                                                                          ี
การปฏิบัติงานในแต่ละท่ี ทังท่ีเป็ นโรง
                          ้                             การศึกษา ตามมาในอนาคต
พยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และ                     3. สนั บสนุนวิชาการ ให้แก่สมาคม
โรงเรียนแพทย์ ต่างก็มีความท้าทาย มีโอกาส                เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย
รวมทังมีปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน่
     ้
ตรวจรักษาตามปกติ และการปฏิบัติงานเพ่ ือ                 ภายในชมรมฯ ประกอบไปด้วย
สร้างรากฐานของงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นอยู่ทัง สมาชิกคือแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นทุกท่านท่ี
                                        ้
สินไม่น้อยเลยทีเดียว และในอีกไม่ก่ีเดือน
  ้                                             จบออกจากทุกสถาบันทัวทังประเทศ โดยมี
                                                                   ่ ้
ข้างหน้ านี้ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นรุ่นท่ี 3 ก็ การแบ่งกลุ่มย่อยภายในชมรมฯ ออกเป็ น
กำาลังจะคลอดตามออกมา ฉะนั ้น ตามประสา
75

    1. กลุ่มแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นท่ีปฏิบัติ             ส่วนบริหารงานชมรมฯ เพ่ ือให้
           งานอยู่ในโรงเรียนแพทย์                 กิจกรรมทังหมดของชมรมฯ สามารถดำาเนิ น
                                                           ้
    2. กลุ่มแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นท่ีปฏิบัติ ต่อไปได้อย่างต่อเน่ ืองและสมำ่าเสมอ รวมทัง
                                                                                      ้
           งานอยู่ในโรงพยาบาลเอกชน และ            การประชาสัมพันธ์ให้กับแพทย์เวชศาตร์
    3. กลุ่มแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นท่ีปฏิบัติ ฉุกเฉิ นรุ่นน้ องได้ทราบถึงความหมาย และ
           งานอยู่ในโรงพยาบาลของรัฐ ทัวทัง
                                      ่ ้         ความสำาคัญของการรวมตัวกันของแพทย์
           ประเทศ                                 เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น
           โดยมีวัตถุประสงค์การแบ่งกลุ่มเช่นนี้          ทังหมดข้างต้น คือโครงสร้างหลัก ๆ
                                                           ้
เพ่ ือให้ในแต่ละกลุ่ม ซ่งมีลักษณะและ
                        ึ                         ของชมรมศิษย์เก่าแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น
บรรยากาศการทำางานใกล้เคียงกัน สามารถ              และจากการประชุมพบปะกันของคณะทำางาน
พูดคุยปรึกษากันได้ทังในเร่ ืองโอกาสในการ
                    ้                             ชุดแรก (ดังท่ีจะแนบรายช่ ือให้ทราบตอนท้าย
พัฒนางาน และช่วยกันแก้ไขปั ญหาท่ีพบจาก            นะครับ) การออกกิจกรรมของชมรมฯ กำาลัง
การปฏิบัติงานโดยไม่ทอดทิงกันเพ่ ือให้งาน
                        ้                         อยู่ระหว่างการวางแผนการดำาเนิ นงาน รวม
เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นเติบโตไปพร้อม ๆ กันได้ทัง ทังทีมทำางานท่ีเหมาะสม ส่วนกิจกรรมชิน
                                         ้   ้                                 ้
ประเทศอย่างมันคง
             ่                                    แรกจะเป็ นอะไร คงต้องขออณุญาตอุบไว้
           นอกจากการแบ่งกลุ่มย่อยตาม              ก่อนนะครับ แต่คิดว่าคงจะได้มีโอกาสเห็นกัน
ลักษณะดังกล่าวแล้ว ยังมีการแบ่งการทำางาน ในไม่ช้าอย่างแน่ นอน
ออกเป็ นส่วนต่าง ๆ คือ ส่วนของวิชาการ             ระหว่างนี้ ทุกท่านท่ีสนใจติดตามความ
เพ่ ือให้ชมรมฯ สามารถมีส่วนช่วยสนั บสนุน          เคล่ ือนไหวของชมรมศิษย์เก่าแพทย์
สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นในเร่ ืองวิชาการ            เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น สามารถพบกับพวกเรา
และติดตามความก้าวหน้ าทางวิชาการจากทุก            ได้ท่ี http://www.sothep.com และทางคณะ
แหล่งเพ่ ือช่วยเป็ นหนทางในการพัฒนาความ           ทำางาน มีความยินดีเป็ นอย่างย่ง และขอบคุณ
                                                                                ิ
รู้ให้แก่แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นทัวทังประเทศ ล่วงหน้ าสำาหรับข้อเสนอแนะ คำาติ คำาชม (
                                 ่ ้
           ส่วนของกิจกรรม ในเบ้ืองต้น ชม          เอาหมดทุกอย่าง) ท่ีจะช่วยให้พวกเรา แพทย์
รมฯมีเป้ าหมายให้มีการจัดทำากิจกรรมในรูป          เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น เติบโตไปในอนาคตได้
แบบต่าง ๆ เพ่ ือเป็ นการประชาสัมพันธ์ให้แก่ อย่างแข็งแรงและมันคง ส่วนในโอกาสนี้
                                                             ่
ประชาชน โดยเฉพาะบุคลกรสาธารณสุข ให้               ขอบคุณครับ
ทราบถึงการเร่ิมต้นการมีแพทย์เวชศาสตร์
ฉุกเฉิ น
76


Nurse Corner/มุมพยาบาล
โยนความคิดเกูาๆท้ิงไป....แล้วลองคิดใหมูดีกวูา
                                                                                        อุบล ย่ีเฮ็ง
                                        หัวหน้ าพยาบาลศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี
                                                อุปนายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย




        เม่ อเร็วๆนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุย
            ื                                         ท่ีเด็กแว๊นและเด็กสก๊อย    เร่ิมออกตะเวน
กับน้ องพยาบาลรุ่นใหม่คนหน่ ึง (โรงพยาบาล ล่องราตรีกาล โชว์ลลาบิดทะยานรถ
                                                            ี
ใดไม่ขอบอก) เก่ียวกับการทำางานในห้อง                  จักรยานยนต์ป่วนเมืองไปทัว
                                                                              ่         นึ กภาพผู้
ฉุกเฉิ น ซ่งนั บวันจะมีผู้เจ็บป่ วยเป็ นจำานวน
           ึ                                          บาดเจ็บในห้องฉุกเฉิ นกันเอาเองก็แล้ว
มากย่ิงขึ้น    เราคุยกันถึงเร่ ืองหลายเร่ ือง         กัน.....?    ทำาเอาพยาบาลเวรดึกซ่ ึงส่วนมาก
ทำาให้ผู้เขียนได้เห็นแนวคิดดีๆมากมายของ               เป็ นผู้หญิงต้องแสดง Action เป็ นบทนางร้าย
คนรุ่นใหม่ท่ีอายุต่างกับเรามาก และมีบท                ทังๆท่ีไม่อยากทำาเล้ย
                                                        ้                     โปรดเห็นใจด้วยเถอะ
สรุปท่ีเหมือนกันในเร่ ืองหน่ ึงไม่ว่าจะเป็ นใน        โถ ...ไหนก่อนขึ้นเวรก็นอนไม่ค่อยจะหลับ
สมัยไหนๆก็คือ พยาบาลห้องฉุกเฉิ นเหน่ ือย ไม่รวมเร่ ืองอายุท่ียืนขึ้นเร่ ือยๆ ซ่งย่ิงส่งผล
                                                                               ึ
ล้าเหลือเกิน     โดยเฉพาะเวรบ่าย        เวรดึก        ให้นอนหลับยากตอนก่อนขึ้นเวร             พอมา
ย่งในช่วงต่อเวรระหว่างเวรบ่าย และเวรดึก
  ิ                                                   ขึ้นเวรก็ต้องทำางานเจอคนเมา ในยามวิกาล
ซ่งนอกจากจะมีผู้ป่วยเป็ นจำานวนมากแล้ว
  ึ                                                   โดยไม่มีเวลาพักอย่างเป็ นทางการเหมือนเวร
ยังมีผู้บาดเจ็บทยอยกันมาอีกเพรียบ               อาจ   บ่าย หรือเวรเช้า ท่ีมีสิทธ์พักกินข้าวคนละ 1
เป็ นเพราะเป็ นช่วงท่ีผับหรือบาร์ใกล้ปิด              ชัวโมง
                                                        ่         มันทังล้า ทังง่วงอย่าบอกใครเชียว
                                                                       ้      ้
เหย่ียวราตรีทังหลายท่ีด่ืมสุรา เร่ิมเมาได้ท่ี
              ้                                       ย่งตอนใกล้ตี 5
                                                        ิ                มันง่วงตาแทบจะปิ ด
พากันทยอยกลับบ้าน           ซ่ ึงก็มักตรงกับเวลา พยาบาลคนไหนสวยธรรมชาติ หรือสวย
77

เพราะการแต้มแต่ง ก็มาดูกันตอนนี้แหละ                   หมอ...อย่า อิ จ ฉานะ เพราะได้ พั ก อย่ า งเป็ น
ของจริงแท้ๆเลย         ผู้เขียนยังจำาได้ ตอนเป็ น      ท า ง ก า ร อ ยู่ แ ล้ ว )      น่ า จ ะ ทำา ใ ห้ รู้ สึ ก
นั กเรียนพยาบาล ต้องขึ้นเวรตอน ตี 5 ถึง                กระปรีกระเปร่า
                                                             ้                    สดช่ ืนขึ้น ลดการเหน่ ือย
8 โมงเช้า ได้รับมอบหมายจากพ่ีหัวหน้ าเวร               ล้ า ล ง          แ ล ะ นำ า ม า สู่ ก า ร ทำา ง า น ท ่ีมี
ให้ Gavage อาหารให้เด็กป่ วยท่ีเป็ น                   ประสิทธิภาพ                ลดความผิดพลาดจากการ
Hydrocephalus          อาหารท่ี Gavage ก็มี            เหน่ ือยล้าและง่วงนอน              ข้อร้องเรียนต่างๆ
ความข้นเหลือเกิน          ต้องยืนถือ Syringe           น่ าจะลดน้ อยลงไปด้วย อ้อ! และเม่ ือออกมา
Gavage 50 cc รออาหารไหลลงกระเพาะ                       จากห้องสรีระสำาราญเพ่ ือมาทำางานต่อ ก็ดูแล
นานเท่าไรไม่ทราบ รู้แต่ว่ายืนง่วงนอน ตา                ตัวเองให้ดีก่อนนะ หวีผมหวีเผ้าให้เรียบร้อย
ปิ ดเม่ ือไรไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนท่ีได้ยิน อย่าให้เหมือนสิงโตยามคำ่าคืน แปรงฟั นล้าง
เสียงดังตุ๊บ และมีเสียงเด็กป่ วย                       หน้ าล้างตาให้ ดี          เดี๋ ยวคนไข้ จะหมดสติ โ ดย
Hydrocephalus ร้องจ๊ากดังขึ้น            ทำาให้ผู้     ไม่ รู้ ว่ า สาเหตุ ใ ดกั น แน่ (ฝากถึ ง คุ ณ หมอท่ี
เขียนเร่ิมรู้สึกตัว     ลืมตาก็เจอ Syringe             ทำา งานในยามคำ่า คืน ด้ว ยก็ แ ล้ ว กั น เพราะอยู่
Gavage อาหาร ท่ีถืออยู่ในมือตกลงไปอยู่                 ทำา งานในทีมเดียวกันอยู่แล้ว ....อย่าโกรธล่ะ )
ข้างๆศีรษะเด็ก จึงเดาได้ว่า       Syringe ตก           ผู้เขียนได้ฟังพยาบาลรุ่นใหม่ใ ห้ความคิดเห็น
จากมือเรามากระแทกศีรษะเด็ก......เวรกรรม                ดังนี้      รู้สึกเข้าใจ       และเห็นด้วยอย่างย่ง
                                                                                                        ิ
แท้ๆเรา         ผู้เขียนยังรู้สึกผิดไม่หายจนถึง        เพราะตัวเองก็เคยอยู่ER มาถึง 16 ปี พออยู่
ปั จจุบัน     และคงจะเป็ นด้วยเวรกรรมในครัง
                                          ้            เวรดึก ก่อนขึ้นเวรก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะ
นี้ท่ียังตามมาหลอกมาหลอน            ทำาให้ชีวิตใน      กั ง วลว่ า จะไม่ ต่ ืน พอขึ้ น เวร คนไข้ ก็ เ ยอะ
ปั จจุบันของผู้เขียนต้องถูกหลายส่ิงหลายอย่าง จึงทังเหน่ ือยล้า
                                                  ้                           เพลีย หิว          และท่ีสำาคัญ
มากระทบกระแทกตัวเองอยู่บ่อยๆ              และทุก คือง่วง ย่งตอนตี 3- ตี5 ย่ิงแล้วใหญ่
                                                           ิ                                                 แต่
ครังท่ีผู้เขียนรู้สึกเจ็บจากการถูกกระทบ
   ้                                                   ผู้เขียนก็ไม่เคยได้แอบงีบหลับตลอดชีวิตการ
กระแทกไม่วาจะจากสาเหตุใด ก็จะนึ กถึง
          ่                                            ทำางานในห้องฉุกเฉิ น ซ่ ึงอาจเป็ นการโชคไม่
กรรมเวรท่ีได้ทำาไว้กับเด็กป่ วย                        ดีก็ได้นะ      เพราะจะไม่มีประสบการณ์ในยาม
Hydrocephalus คนนั ้นทุกทีไป จึงคิดว่าก็ดี แอบงีบหลับขณะอยู่เวรมาเล่าสู่กันฟั ง (ใครมี
เหมือนกัน ใช้กรรมให้หมดเสียแต่ชาตินี้                  รีบเขียนส่งมานะ)
            ย้ อ นกลั บมาพู ด ถึ ง การทำา งานเวรดึ ก              จากความคิดของคนรุ่นใหม่ และเป็ น
ในห้องฉุกเฉิ น          น้ องพยาบาลคนนั ้ น บอก ผู้ปฏิบัติงานจริงๆในห้องฉุกเฉิ น                     ผู้เขียนจึง
ว่ า ถ้ า พยาบาล ER ในเวรดึ ก ได้ ไ ม่ โ อกาส ขอนำ าแนวคิดนี้ มาเขียนเพ่ ือขายไอเดียสำาหรับ
ผลัดกันไปพักในห้องสรีระสำาราญ (ผู้เขียนตัง คนฉุกเฉิ น
                                         ้                                ให้ทังพยาบาลผู้ปฏิบัติงานและ
                                                                               ้
ช่ ือ เ อ ง น ะ ) สั ก ค น ล ะ 1/2 - 1     ชั ว โ ม ง หัวหน้ าหน่ วยงาน ร่วมคิดหาข้อตกลงภายใน
                                              ่
เหมื อ นในช่ ว งเวรเช้ า และเวรดึ ก            (คุ ณ ท่ีไม่ทำาให้กระทบการทำางานท่ีจะเป็ นผลเสีย
78

ต่อคนไข้        ฟั งดูอาจจะเป็ นแนวคิดท่ีแปลกๆ อาหารซ่ ึงตังอยู่ในสวนสัตว์ดุสิต
                                                           ้                                  พลัน
อาจมีทังเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
       ้                                ก็ตกลง สายตาเหลือบไปเห็นป้ ายประชาสัมพันธ์ ซ่ ึงมี
กันเอาเองก็แล้วกัน        แต่บางโรงพยาบาลก็ได้ รูปภาพกบขนาดมหึมา            ติดไว้กับสโลแกน ท่ี
ทำาไปบ้างแล้วนะ         (ไม่รวมพวกท่ีแอบไปงีบ ว่า “ Year          of     frog ”       สอบถามเจ้า
นอนกันเอง          โดยไม่ได้นัดหมายหรือตกลง หน้ าท่ีได้ความว่า         ปี นี้เป็ นปี แห่งการอนุรักษ์
กันมาก่อน)           เอ้า.....ลองคิดใหม่ทบทวน พันธ์ุกบ              โดยปล่อยกบคืนสู่ธรรมชาติ
เร่ ืองเก่าๆท่ีเคยทำากันมาโดยไม่มีใครเคย         แหม.      น่ าอิจฉากบจัง    ท่ีไม่ต้องอยู่ในกะลา
เปล่ียนแปลง เพราะติดด้วยเหตุผลท่ีว่า เป็ น แล้ว              แต่ได้ออกมามองเห็นประสบการณ์
กฎระเบียบมาช้านาน           กฎระเบียบเราเขียน ใหม่ๆ และส่ิงต่างๆท่ีสวยงามในชีวิต ท่ีไม่เคย
ขึ้นมา       เราย่อมน่ าจะลบและเขียนขึ้นใหม่ได้ เห็นมาก่อนเม่ อครังอยู่ในกะลา
                                                              ื   ้                         อย่างนี้
ถ้าล้าสมัย       โดยต้องอยู่ภายใต้ข้อตกลงร่วม ต้องขอบอกว่า             ถึงแม้ชาตินี้เกิดมาเป็ นกบ
กันท่ีไม่ทำาให้เกิดผลกระทบต่อคนไข้         ลอง แต่ก็ไม่เสียชาติกบ           แล้วคนล่ะ           คิด
เปิ ดโลกให้กว้าง       มองให้ไกลรอบทิศ        ดู อย่างไร         ถ้าคิดไม่ออก ลองไปถามกบดู
บ้าง         แล้วจะเห็นส่ิงดีๆท่ีสวยงาม เกิดขึ้น ซิ   อ้อ!... แต่อย่าไปเปิ ดกะลาถามนะ          อาจ
ในโลกใบนี้      อีกเยอะ        ย้อนไปเม่ ือกลาง ไม่เหลือกบให้ถาม            เพราะกบออกมานอก
เดือนสิงหาคม 2551 ท่ีผ่านมา         ผู้เขียนได้มี กะลาตังนานแล้ว
                                                        ้
โอกาสเข้าไปรับประทานอาหารเย็นในร้าน
79

ข้อแนะนำาสำาหรับผู้ส่งบทความเพ่ ือลงพิมพ์
       วารสารเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย เป็ นวารสารทางการแพทย์และพยาบาล
พิมพ์เผยแพร่ทุก 3 เดือน เพ่ ือเผยแพร่วิชาการแพทย์และสาธารณสุขท่ีเก่ียวข้องกับสาขาวิชา
เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น ซ่งบทความทุกเร่ ืองท่ีส่งมาลงพิมพ์จะต้องไม่เคยลงพิมพ์ในวารสารอ่ ืนมา
                    ึ
ก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ของวารสารฉบับอ่ ืน บทความทุกเร่ ืองท่ีตีพิมพ์ใน
วารสารนี้ ทางสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทยจะสงวนลิขสิทธิไว้ นอกจากนี้ทาง
                                                              ์
สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทยขอสงวนสิทธิในการพิจารณารับลงตีพิมพ์ด้วย
                                              ์
       บทความท่ีได้รับการเผยแพร่ในวารสาร มีดังต่อไปนี้
   1. บทบรรณาธิการท่ีน่าสนใจ(Editorial’s View)เป็ นบทความท่ีน่าสนใจและเป็ น
       ประเด็นท่ีสำาคัญ ท่ีควรนำ าเสนอโดยคณะบรรณาธิการ
   2. นิ พนธ์ต้นฉบับ(Original Article) ได้แก่ ผลงานวิจัย หรือประสบการณ์จากการ
       ดำาเนิ นงานท่ีเก่ียวข้องกับวิชาการทางการแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข
   3. บทความทบทวน(Review Article) เป็ นการทบทวนองค์ความรู้เก่ียวกับการแพทย์
       การพยาบาลและการสาธารณสุขในประเด็นท่ีมีความสำาคัญ เป็ นปั ญหาหรือมีนวัต
       กรรมท่ีน่าสนใจ
   4. รายงานผู้ป่วยน่ าสนใจ (Interesting case) เป็ นกรณี ศึกษาหรือกรณี ตัวอย่างของผู้
       ป่ วยท่ีเป็ นโรคหรือสภาวะท่ีน่าสนใจทางการแพทย์ การพยาบาลและสาธารณสุข
   5. บทความพิเศษ (Special Article)        เป็ นบทความท่ีแพทย์ พยาบาล หรือบุคคลท่ี
       สนใจในสาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นนี้ได้แสดงวิสัยทัศน์ ประเด็น ปั ญหา แนวคิด
       หรือองค์ความรู้ท่ีมีประโยชน์ต่อทังบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนผู้สนใจใน
                                        ้
       วางกว้าง
   6. บทความจากชมรมแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น ( doctor corner ) เป็ นบทความท่ีแพทย์
       เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นสามารถเขียนเล่าประสบการณ์การทำางาน ข้อคิดเห็นในด้านต่างๆ
       เพ่ ือเป็ นการแลกเปล่ียนเรียนรู้ความคิดเห็นและองค์ความรู้ต่างๆ
   7. จดหมายจากท่านผู้อ่าน และจดหมายจากบรรณาธิการ(Letter to Editor and Letter
       from Editor)เพ่ ือเป็ นการส่ ือสาร สองทางท่ีต่อเน่ ืองระหว่างท่านผู้อ่านและคณะผู้จัด
       ทำาวารสารและระหว่างท่านผู้อ่านด้วยกัน เพ่ ือให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน
   8. กิจกรรมประกาศ ( Activity Schedule) แจ้งเน้ือหากิจกรรมและกำาหนดการประชุม
       วิชาการต่างๆเพ่ ือให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้สนใจทราบโดยทัวกัน
                                                                 ่
คำาแนะนำ าในการเตรียมต้นฉบับ
80

1. ต้นฉบับเป็ นภาษาไทย พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรม MS Word เลือกตัว
   อักษร Angsana New ขนาด 16 ใช้ขนาดพิมพ์ขนาด A4 พิมพ์หน้ าเดียว โดยเว้น
   ขอบด้านซ้ายและด้านขวาไม่น้อยกว่า 2.5 ซม.(1 นิ้ว) ต้นฉบับไม่ควรเกิน 15 หน้ า
2. นิ พนธ์ต้นฉบับ เรียงหัวข้อตามลำาดับ ดังนี้
   2.1 บทคัดย่อทังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวไม่ควรเกิน 250 คำา ซ่ ึง
                 ้
       ประกอบด้วย บทนำ า วัตถุประสงค์ วิธีการวิจัย ผลการศึกษา และการสรุปผลการ
       ศึกษา มีคำาสำาคัญ (keyword) และมีช่ือผู้แต่งทังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
                                                     ้
       องค์กรหรือหน่ วยงาน พร้อมด้วย E-mail address ท่ีผู้อ่านจะสามารถติดต่อไป
   2.2 บทนำ า ซ่ ึงประกอบด้วยความสำาคัญของปั ญหาและวัตถุประสงค์การวิจัย
   2.3 ประชากรวิธีการศึกษาและวิธีการวิจัย
   2.4 ผลการศึกษา และอภิปรายผล
   2.5 ข้อเสนอแนะ
   2.6 กิตติกรรมประกาศ
   2.7 เอกสารอ้างอิง
3. ในการเขียนเอกสารอ้างอิงจะใช้ระบบ Vancouver โดยอ้างไว้ในเน้ือหาตามลำาดับ เป็ น
   ตัวเลขในวงเล็บตัวยกสูง จะสามารถดูคำาแนะนำ าได้จาก Uniform Requirements for
   Manuscripts Submitted to Biomedical Journals(JAMA 1997; 277:927-34)
   โดยมีตัวอย่างดังนี้
   อูางอิงบทความในวารสารทางการแพทย์
   1.Vajjajiva A, Foster JB, Miller H. ABO blood groups in motor neuron
   disease. Lancet 1965; 1:87-8
   2.Parkin DM, Clayton D, Black RJ, Masuyer E, Friedl HP, Ivanov E, et al.
   Childhood leukemia in Europe after Chernobyl 1; 5 year follow-up. Br J
   Cancer 1996; 73:1006-12.
   3.The Cardiac Society of Australia and New Zealand. Clinical exercise
   stress testing. Safety and performance guidelines. Med J Aust 1996;
   164:282-4.


   อูางอิงบทคัดย่อในวารสารทางการแพทย์
   4.Onney RK, Aminoff MJ, Diagnostic sensitivity of different
   electrophysiologic techniques in Guillan- Barre syndrome ( abstract).
   Neurology 1989; 39(Suppl):354.
81



อูางอิงเอกสารท่ีเป็ นจดหมาย
5. McCrank E. PSP risk factors( letter). Neurology 1990; 40:1673.


อูางอิงเอกสารท่ีเป็ นตำารา
                                                          th
6. Lance JW. Mechanism and management of headache. 5 ed. Oxford:
Butterworts; 1993:53.


อูางอิงบทในเอกสารท่ีเป็ นตำารา
7.Phillips SJ, Whisnant JP. Hypertension and stroke. In:Laragh JH, Brenner
                                                                           nd
BM, editors. Hypertension: pathophysiology, diagnosis and management. 2
ed. New York: Raven Press;1995: 465-78.


อูางอิงบทความในการประช่ม
8.Kimura J, Shibasaki H, editors. Recent advances in clinical
                                       th
neurophysiology. Proceedings of the 10 international Congress of EMG
and Clinical Neurophysiology; 1995 Oct 15-19; Kyoto,Japan.
Amsterdam:Elsevier; 1996.


อูางอิงบทความท่ียงไม่ไดูตีพิมพ์
                 ั
9.Leshner Al. Molecular mechanisms of cocaine addiction. N Engl J Med.
In press 1996.


อูางอิงบทความในวารสารทางอิเลคทรอนิ ก
10.Morse SS. Factors in the emergence of infectious diseases. Emerg Infect
Dis [ Serial online] 1995 Jan-Mar [cited 1996 Jun 5]; 1 (1):[24 screens]
Available from: URL:http://www.cdc.gov/ncidod/EID/eid.htm
11. CDI. Clinical dermatology illustratyed [ monograph on CD ROM]
                                                                nd
Reeves JRT, Maibach H. Cmea Multimedia Group, Producers. 2 ed.
Version 2.0. San Diego: CMEA;1995.
82

12.Hemodynamics III: the ups and downs of hemodynamic [computer
program] Version 2.2 Orlando ( FL) : Computerized Educational Systems;
1993.

Thai Emergency Medicine Journal no. 1

  • 1.
    ISSN 1906-5043 1 สารบัญ ข้อมูลเก่ียวกับ วารสารเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นไทย.................................................................................................2 สารจากนายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย................................................................................5 Editorial/บทบรรณาธิการ.............................................................................................................................6 ภัยพิบัติ(disaster)และอุบัติภัยหมู่ (mass casualty incident,MCI)............................................................6 Original Articles/นิ พนธ์ต้นฉบับ...............................................................................................................15 Integration of trauma care: An initial step towards improved outcome for major trauma patients in Rajavithi Hospital...............................................................................................................................15 EMS จากรากหญ้า พัฒนาแบบพอเพียง.................................................................................................31 Review Articles/บทฟ้ืนฟูวิชาการ..............................................................................................................43 การบาดเจ็บจากระเบิด (BLAST INJURY)............................................................................................43 การบริหารจัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น: ส่ิงท่ีต้องเติมเต็ม...สำาหรับพยาบาล...............................55 Interesting case/รายงานผู้ป่วยน่ าสนใจ......................................................................................................62 Doctor Corner/มุมแพทย์...........................................................................................................................71 ฉุกเฉิ นทางกายแต่เร้ือรังทางใจ..............................................................................................................71 ชมรมศิษย์เก่าแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย ........................................................................75 Nurse Corner/มุมพยาบาล.........................................................................................................................77 โยนความคิดเก่าๆทิงไป....แล้วลองคิดใหม่ดีกว่า......................................................................................77 ้ ข้อแนะนำ าสำาหรับผู้ส่งบทความเพ่ ือลงพิมพ์..................................................................................................80
  • 2.
    2 ข้อมูลเกียวกับ วารสารเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นไทย ่ เจ้าของ สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย สำานั กงาน สำานั กงานชัวคราว เลขท่ี 2 อาคารศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี ่ ถนนพญาไท ตำาบลทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์.0-2354-8223 โทรสาร.0-2354-8224 วัตถุประสงค์ 1. เพ่ ือเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมการศึกษา และการวิจัยด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น 2. เพ่ ือแลกเปล่ียนข้อคิดเห็นด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น และวิชาการท่ีเก่ียวข้อง 3. เพ่ ือเป็ นส่ ือกลางระหว่างสมาชิกของสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย และ ผู้สนใจ 4. เพ่ ือแจ้งข่าวสารต่าง ๆ และกิจกรรมของสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย ท่ีปรึกษา ( Advisory Board ) 1. ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์สันต์ หัตถีรัตน์ 2. พลอากาศตรีนายแพทย์บุญเลิศ จุลเกียรติ คณะท่ีปรึกษา 1. ศาสตราจารย์นายแพทย์ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล 2. ศาสตราจารย์นายแพทย์วชิร คชการ 3. ศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาต จิตต์เจริญ 4. รองศาสตราจารย์นายแพทย์ภาณุวัฒน์ เลิศสิทธิชัย 5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชูศักดิ ์ โอกาศเจริญ 6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เล็ก รุ่งเรืองย่ิงยศ 7. นาวาอากาศเอกนายแพทย์อภิชาติ พลอยสังวาลย์ บรรณาธิการ ( Editor in Chief ) แพทย์หญิงรพีพร โรจน์แสงเรือง บรรณาธิการร่วม ( Associate Editors ) 1. นาวาอากาศเอกนายแพทย์เฉลิมพร บุญสิริ 2. แพทย์หญิงยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา
  • 3.
    3 3. นางสาวอุบล ย่ีเฮ็ง 4. นายจักรี กัวกำาจัด ้ กองบรรณาธิการ ( Editorial Board ) 1. นายแพทย์สมชาย กาญจนสุต 2. นายแพทย์วิทยา ศรีดามา 3. พันเอกนายแพทย์ดาบศักดิ ์ กองสมุทร 4. นายแพทย์ไพโรจน์ เครือกาญจนา 5. แพทย์หญิงจิตรลดา ลิมจินดาพร ้ 6. แพทย์หญิงทิพา ชาคร 7. นายแพทย์ครองวงศ์ มุสิกถาวร 5. นายแพทย์บริบูรณ์ เชนธนากิจ 6. นาวาอากาศเอกนายแพทย์ไกรสร วรดิถี 7. นาวาอากาศโทแพทย์หญิงกรรณยิการ์ วรรณวิมลสุข 8. นายแพทย์ประสิทธิ ์ วุฒิสุทธิเมธาวี 9. แพทย์หญิงวรณิ สร์ อมรทรงชัย 10. นายแพทย์พรเลิศ ปล้ืมจิตต์มงคล 11. พันเอกนายแพทย์สุรจิต สุนทรธรรม 12. แพทย์หญิงนฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ 13. นายแพทย์จิรพงษ์ ศุภเสาวภาคย์ 14. รศ.สุดาพรรณ ธัญจิรา 15. ผศ.ดร.วงจันทร์ เพชรพิเชฐเชียร 16. นาวาอากาศโทหญิง ดร.โสพรรณ โพทะยะ 17. คุณหญิงเดือนเพ็ญ พ่ ึงพระเกียรติ 18. อาจารย์เรวดี ลือพงศ์ลัคณา 19. อาจารย์รัชณี วรรณ ดารารัตน์ศิลป์ 20. อาจารย์นิตยา ภูริพันธ์ 21. อาจารย์ชลาริน ล่ิมสกุล 22. อาจารย์กานดา ตุลาธร 23. อาจารย์วไลพรรณ ชลสุข 24. อาจารย์นิพา ศรีช้าง 25. อาจารย์ลัดดา ตันเจริญ 26. อาจารย์มัทนา ศิริโชคปรีชา
  • 4.
    4 27. อาจารย์นิรัชรา ก่อกุลดิลก 28. อาจารย์สุรีธร คุ้มสุภา 29. อาจารย์ธีรพงศ์ กรฤทธิ ์ แบบปก นายแพทย์วินชนะ ศรีวิไลทนต์ ผ้ด้แลเวบ http://www.taem.or.th ้ นายแพทย์จิรพงษ์ ศุภเสาวภาคย์ ผ้ประสานงาน ้ 1. นางสาวโสฬสสิริ เทศนะโยธิน สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น 2. นางเยาวลักษณ์ คงมาก สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น กำาหนดออก ปี ละ 4 ฉบับ 1. มกราคม-มีนาคม 2. เมษายน-มิถุนายน 3. กรกฎาคม-กันยายน 4. ตุลาคม-ธันวาคม
  • 5.
    5 สารจากนายกสมาคมเวชศาสตร์ฉกเฉิ นแห่ง ุ ประเทศไทย ประมาณ 4 ปี ก่อน สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นฯ ได้เร่ิมออก “จุลสาร” ของสมาคมฯ โดยมีอาจารย์แพทย์หญิงรพีพร โรจน์แสงเรือง เป็ นบรรณาธิการ เพ่ ือรวบรวมบทความและ กรณี ผู้ป่วยท่ีน่าสนใจจากการประชุมวิชาการระหว่างสถาบันในแต่ละเดือน และกิจกรรมของ สมาคม แจกจ่ายแก่สมาชิกและแพทย์ประจำาบ้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นท่ีเข้าร่วมประชุมทุกเดือน การทำา “จุลสาร” ได้ยุติลงเม่ ืออาจารย์รพีพร ไปศึกษาดูงานท่ีประเทศสหรัฐอเมริกา เป็ นเวลา 1 ปี หลังจากอาจารย์กลับมา อาจารย์และคณะจึงได้เร่ิมจัดทำา “วารสารเวชศาสตร์ ฉุกเฉิ นไทย” ออกทุก 3 เดือน โดยจะทำาเป็ น “วารสารอิเล็กทรอนิ กส์” (e-journal) เพ่ ือง่าย ต่อการทำา สะดวกต่อการใช้และค้นหา และสามารถพิมพ์ออกมาเก็บไว้ได้ถ้าต้องการ ไม่ต้อง รกสถานท่ีเก็บและทุ่นค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงได้มาก จึงขอเชิญชวนสมาชิก แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขอ่ ืน และผู้สนใจใน งานเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น ได้เข้าร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้และสร้างสรรค์ “วารสารเวชศาสตร์ ฉุกเฉิ นไทย” ให้เป็ นประโยชน์แก่ตนเอง และผู้อ่ืน ตลอดจนผู้เจ็บป่ วยฉุกเฉิ นและประชาชน ทัวไป ในการดูแลรักษาและป้ องกันภาวะเจ็บป่ วยฉุกเฉิ นให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ่ เพ่ิมพูนขึ้น (ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์สันต์ หัตถีรัตน์) นายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย ประธานคณะอนุกรรมการฝึ กอบรมและสอบความรู้และ ความชำานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น แพทยสภา
  • 6.
    6 Editorial/บทบรรณาธิการ ภัยพิบัติ(disaster)และอุบัติภัยหมู่ (mass casualty incident,MCI) พญ.รพีพร โรจน์แสงเรือง โครงการจัดตังภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น ้ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เน่ ืองจากช่วงเดือนก.ย. – พ.ย. หรือชนบทซ่ ึงอาจถือว่าเกินกำาลังของโรง พ.ศ.2551 ประเทศไทยเกิดภาวะขัดแย้ง พยาบาลแห่งนั ้นและต้องการความช่วยเหลือ ทางการเมืองค่อนข้างรุนแรงอันนำ าไปสู่ จากนอกโรงพยาบาลก็ถือว่าเป็ นภัยพิบัติ การเกิดจลาจลและอุบัติภัยหมู่ โดยเฉพาะ (Disaster = Need > Resource) ความรุนแรงท่ีเกิดความเสียหายอย่างมากเกิด อุบัติภัยหมู่ (mass casualty ขึ้น ณ กรุงเทพมหานครในวันท่ี 7 ตุลาคม incident,MCI) ตามนิ ยามของ JCAHO 2551 ซ่ ึงมีการใช้ทังแกสนำ้ าตาและระเบิดเพ่ ือ หมายถึง เหตุการณ์ท่ีมีผู้บาดเจ็บเกิดขึ้น ้ ปราบปรามจลาจล อันทำาให้เกิดผู้บาดเจ็บทัง ้ จำานวนมากจนต้องระดมกำาลังความช่วยเหลือ ฝ่ ายประชาชนและตำารวจจำานวนมากซ่ ึงถูก จากทุกแผนกในโรงพยาบาลโดยอาจจำาต้อง นำ าส่งโรงพยาบาลหลายแห่งในกรุงเทพฯด้วย ส่งต่อไปรับการรักษาท่ีโรงพยาบาลอ่ ืนทังใน ้ กัน เหตุการณ์ครังนี้ได้สร้างความต่ ืนตัว ้ และนอกจังหวัด (MCI =Healthcare Needs อย่างมากในหมู่แพทย์ฉุกเฉิ นเก่ียวกับเร่ ือง > Resource) ทังนี้ MCI อาจจะไม่เกินกำาลัง ้ ภัยพิบัติและอุบัติภัยหมู่ ความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ใน คำาจำากัดความ พ้ืนท่ีและในภูมิภาคก็ได้ ภัยพิบัติ(disaster) ตามนิ ยามของ การดูแลผู้ป่วยท่ีได้ประสบภัยพิบัติ องค์การอนามัยโลก(WHO)และ The Joint หรืออุบัติภัยหมู่จำาเป็ นต้องมีมาตรฐานความรู้ Commission on Accreditation of ในการประเมินสถานการณ์ รายงานข้อมูล Healthcare Organization ( JCAHO) ได้ และการตอบสนองต่อผู้ท่ีได้รับผลกระทบ นิ ยามว่า เหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ในประเทศอเมริกาได้มีการจัดสอนหลักสูตร หรือโดยมนุษย์อย่างทันทีและทำาให้ระบบ การบริหารจัดการภัยพิบัติ ท่ีเรียกว่า การดูแลรักษาท่ีมีอยู่เดิมชะงักลงหรือเพ่ิม National Disaster Life Support ความต้องการในการปฏิบัติงานขององค์กร Educational Consortium (NDLSE) ภายใต้ เหตุการณ์เช่นเดียวกันแต่เกิดในท่ีห่างไกล การบริหารจัดการของศูนย์ป้องกันและ
  • 7.
    7 ควบคุมโรค (Center ofDisease Control เหตุการณ์ล่วงหน้ า และคาดการณ์ความ and Prevention, CDC) โดยท่ีหลักสูตรมี ต้องการระหว่างท่ีมีเหตุการณ์เกิดขึ้น 2 แบบซ่ ึงเป็ นหลักสูตรต่อเน่ ืองกันคือ DISASTER paradigm หลักสูตร Basic Disaster Life Support D - Detection และ Advanced Disaster Life Support I - Incident command ในท่ีนี้จะกล่าวถึงหลักการบริหาร S – Safety and Security จัดการในท่ีเกิดเหตุ A – Assess Hazards S – Support หลักการบริหารจัดการในที่เกิดเหตุ T – Triage/Treatment หลักการบริหารจัดการในท่ีเกิดเหตุ E – Evacuation และรักษาผู้บาดเจ็บจะคิดตาม Disaster R – Recovery paradigm ซ่ ึงจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติการจนถึงผู้ 1. D - Detection บัญชาการเหตุการณ์ ต้องมีการประเมิน เป็ นการประเมินสถานการณ์ว่าเกิน สถานการณ์อย่างต่อเน่ ือง คาดการณ์ของ กำาลังท่ีเรามีหรือยัง ซ่งควรประเมินตามตาราง ึ ท่ี 1 การประเมิน Check list 1. มีdisaster หรือ MCI เกิดขึ้น 1. ความต้องการของเหตุการณ์เกินกว่า 2. มีการตรวจพบสารอันตรายหรือไม่ ศักยภาพท่ีมีหรือไม่ 3. ทราบสาเหตุหรือไม่ และสถานการณ์ 2. ก่อนออกรถพยาบาล ต้องระลึกเสมอ ในท่ีเกิดเหตุปลอดภัยหรือยัง ว่า a. มีสารพิษหรืออันตรายท่ี สงสัยไหมและมันคืออะไร b. เราเห็นอะไร ได้กล่ินอะไร ได้ยินอะไร c. ผู้เห็นเหตุการณ์พูดว่าอะไร หรือทำาอะไร d. คนท่ีอยู่บริเวณท่ีเกิดเหตุ ไอไหม ร้องไห้ไหม เดินเซ ไหม หรือนอนแน่ น่ิง หมายเหตุ:ทังนี้เพ่ ือเตรียมป้ องกันตนเอง ้ ตารางท่ี1 รายละเอียดของ Detection
  • 8.
    8 2. I -Incident command สถานการณ์รุนแรง หลักการของระบบผู้ Incident command คือระบบ บัญชาเหตุการณ์นี้สามารถใช้ได้กับทังในโรง ้ ผู้บัญชาเหตุการณ์ ทังนี้เพ่ ือสามารถขอความ ้ พยาบาลและในท่ีเกิดเหตุ ระบบผู้บัญชา ร่วมมือในทุกหน่ วยงาน ขยายงาน ยุบงาน เหตุการณ์ประกอบด้วย 5 ส่วน ดังแผนภูมิ เพ่ ือให้การบริหารจัดการท่ีคล่องตัว ในทุก ท่ี1 ระบบผู้บัญชาเหตุการณ์ INCIDENT COMMAND (EMS/Law Enforcement/Fire/Rescue/ Health/Hospitals) ฝ่ ายวางแผน ฝ่ ายปฏิบัติการ ฝ่ ายงบประมาณ ฝ่ ายจัดหา Planning Operations Finance/Administration Logistics แผนภูมิท่ี1 องค์ประกอบของ INCIDENT COMMAND ระบบผู้บัญชาเหตุการณ์ เป็ นผู้ท่ีมี ส่วนนี้จะรับรายละเอียดจากทุกฝ่ าย อำานาจสูงสุดในการจัดการเหตุการณ์ทังหมด ้ แล้วทำาการวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ เป็ นผู้ดูภาพรวมของการปฏิบัติการทังหมด ้ อย่างต่อเน่ ือง และวางแผนการทำางานเพ่ ือนำ า เจ้าหน้ าท่ีประกอบด้วย ผู้ดูแลทางการแพทย์ เสนอต่อทีมผู้บัญชาเหตุการณ์ในท่ีสุด ผู้แทนจากส่วนราชการ และเจ้าหน้ าท่ีดับเพลิง 2.2 ฝ่ ายงบประมาณ หรือเจ้าหน้ าท่ีทำางานด้านสาธารณชน โดย (Finance/Administration ) แบ่งส่วนการทำางานเป็ นฝ่ ายวางแผน ส่วนนี้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หรือจัดทำา (Planning), ฝ่ ายงบประมาณ ข้อตกลงเพ่ ือให้ได้มาซ่งทรัพยากรท่ีทีมผู้ ึ (Finance/Administration), ฝ่ ายจัดหา บัญชาเหตุการณ์ต้องการ รวมทังบันทึกกำาลัง ้ (Logistics), และ ฝ่ ายปฏิบัติการ คนท่ีใช้ไป การบาดเจ็บ ความเสียหาย และค่า (Operations) ดังแผนภูมิท่1 ี ใช้จ่ายอ่ ืนๆในการบริหารจัดการเหตุการณ์ 2.1 ฝ่ ายวางแผน(Planning) 2.3 ฝ่ ายจัดหา (Logistics)
  • 9.
    9 รับผิดชอบในการจัดหาบริการต่างๆ บทบาทค่อน ข้างแปรเปล่ียนได้ง่าย อาจขยาย อุปกรณ์ และวัตถุดิบท่ีจำาเป็ นในการ การทำางานออกไปด้านกฎหมาย การควบคุม สนั บสนุนผู้ปฏิบัติงาน อาจรวมถึงการติดต่อ เพลิง และอ่ ืนๆท่ีเกิดขึ้นกับเหตุการณ์ ส่ ือสาร อาหาร นำ้ าด่ ืม ยา และส่ิงปลูกสร้าง ลักษณะการทำางานของหน่ วยนี้เพ่ ือนำ าเอาทีม 2.4 ฝ่ ายปฏิบัติการ (Operations) ค้นหา คัดแยก รักษา และขนย้ายมาทำางาน หน่ วยนี้รับผิดชอบในการควบคุม ร่วมกัน ดังแผนภูมิท่ี2 และตารางท่ี2 สถานการณ์ และจัดการทรัพยากรทังหมด ้ Operations Officers ฝ่ ายปฏิบัติการ Medical Direction Communication แนวทางการรักษา การส่ ือสาร Extrication/Rescue Triage Treatment Transportation หน่ วยกู้ภัยผู้บาดเจ็บ หน่ วยคัดกรอง หน่ วยทำา การรักษา หน่ วยขนย้าย แผนภูมิท่ี2 หน่ วยงานท่ีทำางานร่วมกันในฝ่ ายปฏิบัติการ Operation Triage ● จัดการบุคลากรและทรัพยากร • การคัดแยกผู้ป่วยในท่ีเกิดเหตุ ● ควบคุมสถานการณ์ • การคัดแยกครังท่ี2 หลังจากได้นำาผู้ ้ Extrication/Rescue บาดเจ็บออกจากท่ีเกิดเหตุแล้ว • จัดการและนำ าเอาผู้บาดเจ็บท่ีติดอยู่ • ช่วยทีมกู้ภัยในการเอาผู้ป่วยออกจาก ออกมา ท่ีเกิดเหตุ • คัดกรองเบ้ืองต้น Transportation • รักษาชีวิตและทำาหัตถการช่วยชีวิต • ประสานการส่งต่อผู้ป่วยกับโรง • นำ าส่งผู้ป่วยเพ่ ือรับการรักษา พยาบาล
  • 10.
    10 Treatment • ประสานรถพยาบาลเพ่ ือเข้าออกท่ีเกิด • ให้การดูแลรักษาอย่างถูกต้องก่อน เหตุ นำ าส่ง • ตังพ้ืนท่ีในการนำ าส่งโดย ้ • เตรียมผู้ป่วยให้พร้อมก่อนการส่งตัว เฮลิคอปเตอร์ • อาจช่วยทดแทนผู้ท่ีขาดหายไป • จัดตังทางเข้าออกจากพ้ืนท่ีเกิดเหตุ ้ Communication • จัดตังพ้ืนท่ีคัดแยกผู้ป่วย ้ • ปรับคล่ ืนวิทยุไปยังหน่ วยงานของ • ทำาทางให้ผู้ป่วย ตนเอง Medical Direction • เฝ้ าฟั งความคล่องตัวของคล่ ืนวิทยุว่า ● จัดการรักษาพยาบาลในท่ีเกิดเหตุ เกินขีดความสามารถหรือเปล่า ● ตัดสินใจคัดแยกผู้บาดเจ็บ • ทำานุบำารุงเคร่ ืองมือส่ ือสารและหา ● จัดทำาหัตถการทางศัลยกรรมและ ทดแทน ฉุกเฉิ น • ช่วยเหลือในการลดความหนาแน่ น ● จัดการรักษาขันสูงเท่าท่ีจำาเป็ น ้ ทางวิทยุ ● ช่วยทีมขนย้ายและทีมปฏิบัติในการ ตัดสินใจ ตารางท่ี2 บทบาทหน้ าท่ีของฝ่ ายปฏิบัติการ(Operations) 3. S – Safety and Security ป้ องกันชุมชนเช่นคิดว่าทำาอย่างไรเพ่ ือไม่ให้มี เม่ อไปถึงท่ีเกิดเหตุต้องคำานึ งถึงความ ผ้อ่ืนได้รับบาดเจ็บจากท่ีน่ีอีก จากนั ้นจึงเน้ น ื ู ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานทุกคนด้วย โดยในท่ี ความสำาคัญไปท่ีป้องกันผู้บาดเจ็บ ท้ายท่ีสุด เกิดเหตุอาจจำาเป็ นต้องขอความร่วมมือจาก จึงคำานึ งถึงการป้ องกันส่ิงแวดล้อม เช่นตรวจ หน่ วยงานความปลอดภัย นั กผจญเพลิง ดูการระบายทางนำ้ า และโอกาสเกิดไฟไหม้ พนั กงานกู้ภัยและหน่ วยงานอ่ ืนๆในการร่วม เป็ นต้น กันทำางานในท่ีเกิดเหตุ ทังนี้เพ่ ือสร้างความ ้ นอกจากนี้ควรมีการวาดแผนผังของ มันใจและความปลอดภัยให้แก่ผู้เผชิญเหตุ ่ พ้ืนท่ีปลอดภัย ถนน พ้ืนท่ีสำาคัญและ ก่อนเข้าไปในพ้ืนท่ี นอกจากนี้ผู้เผชิญเหตุก็ ตำาแหน่ งของโรงพยาบาลไว้ดวย สังเกต ้ ควรฝึ กคิดเตรียมสถานการณ์ท่ีอาจพบไว้ล่วง ทิศทางลมและภูมิประเทศท่ีอาจมีผลต่อการ หน้ า ทังนี้เพราะสถานการณ์สามารถ ้ วางแผนเร่ ืองความปลอดภัย รวมทังตังจุด ้ ้ เปล่ียนแปลงได้ตลอด เวลา เม่ ือทีมสามารถ รวบรวมผู้บาดเจ็บ จุดปล่อยผู้บาดเจ็บ และจุด เข้าพ้ืนท่ีเหตุการณ์ได้แล้ว ต้องคำานึ งถึงความ ท่ีผู้บาดเจ็บอยู่ เป็ นต้น ปลอดภัยและป้ องกันตนเองรวมทังทีมเป็ น ้ 4. A – Assess Hazards อันดับแรก จากนั ้นจึงค่อยคำานึ งถึงการ
  • 11.
    11 ควรมีประเมินท่ีเกิดเหตุซำาๆเพ่ ือระ ้ แบ่งผู้ป่วยเป็ นกลุ่มๆตามความรีบด่วนในการ แวดระวังวัตถุอันตรายต่างๆท่อาจเหลือตกค้าง รักษาดัง ID-me(Immediate, Delayed, ี ในท่ีเกิดเหตุ ได้แก่ อาจมีระเบิดชุดท่ี2 ท่ีวาง Minimal และ Expectant)ได้อย่างรวดเร็ว ไว้โดยผู้ก่อการร้าย ความรู้ท่ีสำาคัญคือ MASS Triage ทำางานให้เสร็จและย้ายออกให้เร็วท่ีสุด ประกอบด้วย นอกจากนี้แล้วก็ควรคำานึ งถึงการป้ องกัน ก.M-Move ตนเองด้วยการสวมเคร่ ืองมือป้ องกันตนเอง ข.A-Assess ก่อนเข้าไปในท่ีเกิดเหตุอีกด้วย ค.S-sort 5.S – Support ง.S-send การเตรียมการล่วงหน้ าเป็ นส่ิงสำาคัญ ก.M-Move ผู้เผชิญสถานการณ์มักจะไม่สามารถหวังพ่ ึง ทำาได้ดังตารางท่ี3 หลังจากแยก การส่ ือสารในขณะเกิดภัยพิบัติได้ ดังนั ้นจึง ประเภทของผู้ป่วยได้แล้ว บุคลากรควรเข้าไป ควรมีแนวทางการปฏิบัติท่ีชัดเจนเป็ นส่วน ประเมินผู้ป่วยท่ีไม่สามารถเคล่ ือนไหวได้ซ่ึง สำารอง เช่น ส่ิงจำาเป็ นพ้ืนฐานท่ีต้องการใช้มี อาจเป็ นกลุ่มท่ีต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน อะไรบ้าง เป็ นต้น จากข้อมูลในอดีตของการ เป็ นลำาดับแรก หรืออาจเป็ นผู้บาดเจ็บท่ีเสีย เผชิญกับภัยพิบัติต่างๆจะช่วยทำาให้คาดการณ์ ชีวิตแล้วก็ได้ เม่ ือให้การรักษากลุ่ม ถึงส่ิงของจำาเป็ นท่ีต้องใช้ในท่ีเกิดเหตุได้ immediate แล้วจึงมาทำาการช่วยเหลือกลุ่ม 6.T – Triage/Treatment delayed ในลำาดับต่อไป การแยกแยะวิธีนี้ไม่ ระบบการคัดกรองท่ีใช้คือ MASS ได้ลงไปดูรายละเอียดของผู้ป่วยแต่ละราย ใน Triage Model อันประกอบด้วย Move, เวลาต่อมา บางรายอาจมีอาการแย่ลงและ Assess,Sort และ Send ซ่ ึงเป็ นระบบ ต้องการการช่วยเหลือเร่งด่วน ดังนั ้นการคัด คัดกรองผู้บาดเจ็บจำานวนมากอย่างรวดเร็ว กรองจึงต้องทำาอย่างต่อเน่ ือง ไม่ใช่เพียงขัน ้ โดยมีลำาดับขันการปฏิบัติง่ายๆ วิธีนี้สามารถ ้ ตอนเดียว จุดประสงค์ แนวปฏิบัติ ID-me category แยกกลุ่มผู้ป่วยท่ีเดินได้ ประกาศว่า “ใครท่ีได้ยินผม Minimal group และต้องการความช่วยเหลือ ขอให้เดินไปท่ีธงสีเขียว” แยกกลุ่มผู้ป่วยท่ีรู้ตัวและทำา บอกผู้บาดเจ็บท่ีเหลือ“ทุกคน Delayed group ตามสังได้ ่ ท่ีได้ยินผม ขอให้ยกมือหรือ เท้าขึ้น แล้วเราจะไปช่วยคุณ” แยกแยะคนท่ีเหลือ เข้าไปประเมินผู้ป่วยท่ีเหลือ Immediate group
  • 12.
    12 ทันทีและให้การช่วยชีวิต ตารางท่ี3 แสดงขันตอนในการแยกกลุ่มของผู้บาดเจ็บในท่ีเกิดเหตุ ้ ข.A-Assess M-Minimal คือผู้บาดเจ็บท่ีสามารถ ขันตอนแรกไปท่ีกลุ่ม Immediate ้ เดินไปมาได้ เป็ นผู้ป่วยท่ีมีสัญญาณชีพปกติ โดยมองหาตำาแหน่ งท่ีมีผู้บาดเจ็บซ่ ึงไม่ และสามารถรอการรักษาได้เป็ นวันโดยไม่เกิด สามารถเดินได้ และไม่ทำาตามสัง ่ จากนั ้นให้ ผลเสียอะไร ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถได้รับการ ประเมิน ABC อย่างรวดเร็ว โดยสังเกตว่า ช่วยเหลือจากบุคคลอ่ ืนท่ีไม่ใช่แพทย์ได้ ทางเดินหายใจโล่งหรือไม่ หายใจสะดวกหรือ นอกจากนี้พวกเขายังอาจทำาหน้ าท่ีอาสาสมัคร ไม่ ถ้ามีภาวะเลือดออกก็ควรกดแผลเพ่ ือห้าม ในท่ีเกิดเหตุเพ่ ือช่วยเหลือผู้ป่วยรายอ่ ืนได้อีก เลือดไปก่อน แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการปางตาย ด้วย หรือเป็ นการบาดเจ็บท่ีรักษาไม่ได้ก็ถือเป็ นก E-Expectant คือผู้ป่วยท่ีมีโอกาสรอด ลุ่ม Expectant ซ่ ึงแพทย์ควรปล่อยไว้และรีบ ชีวิตน้ อยมากและทรัพยากรท่ีมีอยู่ไม่เพียงพอ ไปให้การรักษาแก่ผู้ป่วยรายอ่ ืนต่อไป ในการช่วยเหลือผู้ป่วยเหล่านี้ แท้จริงแล้ว ค.S-sort ผู้ป่วยทุกรายควรได้รับการรักษาแต่ระหว่าง ทำาได้โดยการแยกแยะผู้ป่วยออก สถานการณ์ภัยพิบัติ การดูแลควรทำาส่ิงท่ีดี เป็ น 4 กลุ่มตาม ID-me (Immediate, ท่ีสุดให้คนจำานวนมากท่ีสุดเท่านั ้น Delayed, Mininmal และ Expectant) ในการแยกแยะออกเป็ นแต่ละกลุ่ม ผู้ป่วยแต่ละกลุ่มจะมีลักษณะดังนี้ ต้องระลึกไว้เสมอว่าการบาดเจ็บท่ีรุนแรงท่ีสุด I- Immediate คือผู้ป่วยซ่ ึงมีภาวะ นั ้นต้องได้รับการดูแลทันทีและการคัดกรอง คุกคามชีวิตหรืออวัยวะ ส่วนใหญ่เป็ นผู้ป่วยท่ี จะมีการเปล่ียนแปลงได้ตลอดเวลา เช่นใน มีภาวะแทรกซ้อนบางอย่างเก่ียว เบ้ืองต้นควรให้การดูแลผู้ป่วยในกลุ่ม กับ ABC เช่น ไม่มีแรงพอในการหายใจ Immediate ซ่งมีภาวะคุกคามชีวิตหรืออวัยวะ ึ เลือดออกมากจนควบคุมไม่ได้ หรือแขนขาท่ี จากนั ้นจึงให้การดูแลรักษาผู้ป่วยในกลุ่ม คลำาชีพจรไม่ได้ เป็ นต้น Delayed ต่อทันที D-Delayed คือผู้ป่วยท่ีสามารถรอรับ ง.S-send การดูแลรักษาพยาบาลได้โดยท่ีอาการไม่แย่ลง การขนย้ายผู้ป่วยออกจากท่ีเกิดเหตุ อย่างรวดเร็วนั ก รวมทังยังมีสัญญาณชีพปกติ วิธีการต่างๆขึ้นกับกลุ่มท่ีได้จากการคัดกรอง ้ และทางเดินหายใจเปิ ดโล่งอีกด้วย ได้แก่ และสภาวะทางคลินิก ผู้ป่วยควรจะ ผู้ป่วยท่ีมีแผลฉี กขาดลึกและมีเลือดออกมาก 1.รักษาแล้วปล่อยกลับจากท่ีเกิดเหตุ แต่ห้ามเลือดได้โดยท่ีชีพจรส่วนปลายยังคง เลย ปกติ หรือกระดูกหักแบบเปิ ด เป็ นต้น 2.ส่งไปยังโรงพยาบาลหรือสถาน พยาบาล
  • 13.
    13 3.ส่งไปหน่ วยเก็บรักษาศพ การดูแลผู้บาดเจ็บในท่ีเกิดเหตุควรใช้ สรุป การใช้ MASS Triage Model หลักการบริหารจัดการตาม Disaster เป็ นวิธีท่ีง่ายในการใช้คัดกรองผู้บาดเจ็บ paradigm อันประกอบด้วย จำานวนมากได้ การรักษาในช่วงของ Triage/ D – Detection เป็ นการประเมิน Treatment จาก DISASTER paradigm สถานการณ์ว่าเกินกำาลังหรือไม่ ควรทำาต่อเน่ องไปในท่ีเกิดเหตุ จนกระทังย้าย ื ่ I - Incident command เป็ นระบบผู้ ผู้บาดเจ็บทังหมดออกจากท่ีเกิดเหตุได้ ้ บัญชาเหตุการณ์และผู้ดูภาพรวมของการ 7.E – Evacuation ปฏิบัติการทังหมด ้ การอพยพผู้บาดเจ็บระหว่างท่ีเกิดเหตุ S – Safety and Security ประเมิน รวมทังการอพยพหน่ วยกู้ภัยเม่ ือถึงเวลา ้ ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานในท่ีเกิดเหตุ จำาเป็ น การอพยพควรรวมถึงการดูแล A – Assess Hazards ประเมินสถาน ครอบครัวของผู้ท่ีประสบภัยด้วย ท่ีเกิดเหตุเพ่ ือระแวดระวังวัตถุอันตรายต่างๆท่ี 8.R – Recovery อาจเหลือตกค้างในท่ีเกิดเหตุ ช่วงการฟ้ืนฟูเร่ิมต้นทันทีหลังจากเกิด S – Support เตรียมอุปกรณ์และ เหตุการณ์ ควรให้ความสนใจกับผลกระทบใน ทรัพยากรท่ีจำาเป็ นต้องใช้ในท่ีเกิดเหตุ ระยะยาว ค่าใช้จ่าย และลดผลกระทบของ T – Triage/Treatment การคัดกรอง เหตุการณ์ต่อผู้บาดเจ็บ ผู้เข้าช่วยเหลือ ชุมชน และให้การรักษาท่ีรีบด่วนตามความจำาเป็ น รัฐ ประเทศและส่ิงแวดล้อมเป็ นสำาคัญ ของผู้ป่วย โดยการใช้หลักการของ MASS ได้แก่ การซ่อมแซมสาธารณสุขในพ้ืนท่ีขึ้น Triage Model( Move, Assess, Sort และ การให้คำาปรึกษาในการจัดการภาวะวิกฤตทัง ้ Send) เพ่ ือคัดแยกผู้ป่วยแบ่งเป็ นกลุ่ม ด้านผลกระทบทางจิตใจ ความเครียดท่ีเกิดขึ้น ตาม ID-me ( Immediate, Delayed,Mini ในชุมชน นอกจากนี้ยังดูแลเร่ ืองการจัดท่ีพัก mal,Expectant)ได้อย่างรวดเร็ว และเคร่ ืองมือเคร่ ืองใช้สำาหรับผู้ประสบ E – Evacuation การอพยพผู้บาด อุบัติเหตุและครอบครัวอีกด้วย เจ็บระหว่างเหตุการณ์ หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ในช่วง R – Recovery การฟ้ืนฟูสภาพหลัง ฟ้นฟูสภาพนั ้นควรมีการทบทวนทุกครังเพ่ ือ ื ้ จากเกิดเหตุการณ์ เป็ นการเรียนรู้จากประสบการณ์ รวมทัง ้ ทำาการวางแผนแนวทางปฏิบัติ แผน เอกสารอ้างอิง นโยบายในการป้ องกันหรือบรรเทาเหตุอัน 1.American Medical Association , เป็ นการเตรียมความพร้อมเพ่ ือรับกับภัยพิบัติ National Disaster Life Support ท่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ี Foundation.All-Hazards Course สรุป Overview and DISASTER Pradigm.
  • 14.
    14 In:Dallas Cham E.,PhD,Coule Phillip 2.Noji Eric K., Kelen Gabor D. Disaster L.,MD,FACEP,James James Preparedness. In Tintinalli Judith J.,MD,DrPH,MHA,et al editors. Basic E.,MD,MS. editors. Emergency TM Disaster Life Support Provider Medicine : A Comprehensive Study th Manual Version2.6 USA;2007:1-1 – 1- Guide. 6 edition. New York: McGraw- 27 Hill:2004: 27-35
  • 15.
    15 Original Articles/นิ พนธ์ต้นฉบับ Integrationof trauma care: An initial step towards improved outcome for major trauma patients in Rajavithi Hospital 1 2 2 Kraysubun C , Khruekarnchana P , Kanchanasut S 1 Accidental and Emergency Unit, Chaoprayaabhaibhubejhr Hospital, Prachinburi, Thailand 1 e-mail: beera024@gmail.com 2 Department of Emergency Medicine, Rajavithi Hospital, Bangkok, Thailand Background: Integration of trauma care at Rajavithi hospital was initiated in June 2004 along with the new Emergency Medicine training program. Objective: To evaluate the impact of integrated trauma care on patient outcome. Method: A historical cohort study before integration, from January 1, 2003 to May 31, 2004, and after integration, from January 1, 2005 to May 31, 2006. All major trauma patients defined as ISS (Injury Severity Score) ≥ 12, which fulfilled the following criteria;1) age ≥ 15, 2) Being transported by Rajavithi ambulance, and 3) admitted or died in emergency department(ED) were included in this study. The outcome measurements were adjusted mortality, excess mortality as measured by TRISS methodology, prehospital time, and ED time. Results: 157 patients from the non-integrated group and 168 patients from the integrated group were identified. After adjusting for age, mechanism of injury, and severity of injury, the mortality for integrated group was 0.36 (p<0.05).Z statistic based on TRISS methodology, 3.48 (p < 0.001) for non-integrated group, and 1.98 (p<0.05) for integrated group. Compared to the non-integrated group, the mean prehospital time and the mean ED time decreased significantly from 49.85 ± 20.1 to 42.48 ± 18.2 minutes (p<0.05) and from 177.18 ± 76.9 to 146.11 ± 77.8 minutes (p < 0.001), respectively. Conclusions: The integration of trauma care appeared to decrease the risk of death, as well as both the pre-hospital and ED time. However, the excess mortality suggests that additional steps are necessary for improving our trauma care. Keywords: Integration of trauma care, adjusted mortality, excess mortality, prehospital time, ED time
  • 16.
    16 การผสมผสานการด้แลผ้้บาดเจ็บเป็ นก้าวแรกของการปรับปรุงผลการด้แลผ้้บาดเจ็บรุนแรง ในโรงพยาบาลราชวิถี 1 2 2 ชาติชาย คล้ายสุบรรณ พ.บ. , ไพโรจน์ เครือกาญจนา พ.บ , สมชาย กาญจนสุต พ.บ. 1 กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร; e-mail: beera024@gmail.com 2 ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น โรงพยาบาลราชวิถี บทนำ า : การผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ (Integration of trauma care) ของโรงพยาบาล ได้เร่ิมต้นอย่างเป็ นระบบตังแต่เดือนมิถุนายนปี พ.ศ.2547 พร้อมกับมีการฝึ กอบรมแพทย์ ้ ประจำาบ้านสาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น วัตถุประสงค์: ประเมินผลของการผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บท่ีมีต่อผลการดูแลรักษา ผู้บาดเจ็บรุนแรงของโรงพยาบาลราชวิถี ร้ปแบบการวิจัย: การศึกษาแบบย้อนหลังและไปข้างหน้ า (historical cohort study) โดย เปรียบเทียบผลการดูแลรักษาก่อนและหลังการผสมผสาน โดยก่อนการผสมผสานคือช่วง ตังแต่เดือนมกราคมปี 2546 ถึงเดือนพฤษภาคมปี 2547 และหลังการผสมผสานคือช่วง ้ ตังแต่เดือนมกราคมปี 2548 ถึงเดือนพฤษภาคมปี 2549 กลุ่มประชากรท่ีศึกษาได้แก่ ้ ผู้บาดเจ็บท่ีมีค่า Injury Severity Score (ISS) ≥12 และมีเกณฑ์การคัดเข้าศึกษาดังนี้ 1) อายุ ≥15 ปี 2) นำ าส่งโรงพยาบาลโดยศูนย์กู้ชีพนเรนทรโรงพยาบาลราชวิถี 3) รับเป็ นผู้ป่วย ในหรือเสียชีวิต ณ ห้องฉุกเฉิ นของโรงพยาบาลราชวิถี ผลการดูแลท่ีสนใจคืออัตราตาย, ระยะเวลาก่อนถึง โรงพยาบาล,ระยะเวลาในห้องฉุกเฉิ นและอัตราตายเกินคาดหวัง ผลการศึกษา: ผู้บาดเจ็บก่อนผสมผสาน 157 รายและหลังผสมผสาน 168 ราย โดยท่ี Adjusted Odd ratio ของโอกาสเสียชีวิตหลังผสมผสานเป็ น 0.36 (p<0.05) (เม่ อปรับตาม ื อายุ, กลไกการบาดเจ็บ, ISS, RTS) ตามลำาดับ Z statistic ตามวิธี TRISS methodology ก่อนผสมผสานคิดเป็ น 3.48 (p < 0.001) และหลังผสมผสานคิดเป็ น 1.98 (p<0.05) นอกจากนั ้นเม่ ือเทียบกับก่อนผสมผสาน ระยะเวลาก่อนถึงโรงพยาบาลและระยะเวลาใน ห้องฉุกเฉิ นลดลงจาก 49.85 ± 20.1 เป็ น 42.48 ± 18.2 นาที (p<0.05) และจาก 177.18 ± 76.9 เป็ น 146.11 ± 77.8 นาที (p < 0.001) ตามลำาดับ สรุปผล : การผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บสามารถลดโอกาสเสียชีวิต รวมถึงระยะเวลาการ ดูแลก่อนถึงโรงพยาบาลและระยะเวลาในห้องฉุกเฉิ นยังลดลงด้วย อย่างไรก็ตามยังมีอัตรา ตายจริงมากกว่าอัตราตายท่ีคาดหวังซ่ ึงชีให้เห็นว่าการพัฒนาระบบการดูแลผู้บาดเจ็บต้อง ้ ดำาเนิ นอย่างต่อเน่ ืองเพ่ ือทำาให้การดูแลผู้บาดเจ็บมีคุณภาพมากย่ิงขึ้น
  • 17.
    17 คำาสำาคัญ: การผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ, อัตราตายอัตราตายเกินคาดหวังระยะเวลาก่อน ถึงโรงพยาบาล, ระยะเวลาในห้องฉุกเฉิ น
  • 18.
    18 บทนำ า ตัดสินใจขึ้นอยู่กับแพทย์ท่ีออกไปกับรถ การบาดเจ็บเป็ นปั ญหาท่ีสำาคัญและ พยาบาลในขณะนั ้นและการตัดสินใจนั ้นมัก เป็ นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นของทุก ขึ้นอยู่กับประสบการณ์, ทักษะของแพทย์และ ประเทศทัวโลกและเป็ นสาเหตุการเสียชีวิต ่ ระยะเวลาจากท่ีเกิดเหตุถึงโรงพยาบาลไม่มี 1 อันดับต้นของผู้ท่ีอายุน้อยกว่า 45 ปี แนวทางการดูแลเพ่ ือเป็ นเคร่ ืองมือในการช่วย สำาหรับในประเทศไทยเป็ นสาเหตุการเสียชีวิต ตัดสินใจของทีมผู้ดูแลการบาดเจ็บ ส่วนการ อันดับสอง ซ่ ึงมีผู้เสียชีวิตโดยเฉล่ียปี ละ ดูแลผู้บาดเจ็บในห้องฉุกเฉิ นเป็ นหน้ าท่ีของ 40,000 คน โดยคิดเป็ นอัตราตายประมาณ แพทย์ประจำาบ้านศัลยกรรม และอาจารย์ 2 60 คนต่อประชากร 100,000 คน จากความ แพทย์สามารถให้คำาปรึกษาได้ตลอด 24 สำาคัญดังกล่าวทำาให้ต้องมีการวางแนวทางใน ชัวโมง การสืบค้นเพ่ ือการวินิจฉั ยและการ ่ การดูแลผู้บาดเจ็บ แนวทางดังกล่าวคือการ รักษาต่างๆสามารถ เช่น การ X-ray, การ พัฒนาระบบการดูแลผู้บาดเจ็บ (Trauma จองเลือด หรือการจองห้องผ่าตัด สามารถ system) ดังนั ้นการผสมผสานการดูแลผู้บาด ทำาได้แต่บางครังล่าช้าเน่ ืองจากขาดการเตรียม ้ เจ็บ (Integration of trauma care) ระหว่าง การล่วงหน้ า การดูแลผู้บาดเจ็บก่อนถึงโรงพยาบาล จากปั ญหาดังกล่าว จึงเร่ิมมีการผสม (prehospital care) และการดูแลภายใน ผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ (Integration of โรงพยาบาล (in-hospital care) เป็ นส่ิงท่ี Trauma Care) (ตารางท่ี 1)ตังแต่กลางปี ้ สำาคัญและทำาให้เกิดความต่อเน่ ืองในการดูแล 2547 พร้อมกับมีการฝึ กอบรมแพทย์ประจำา ผู้บาดเจ็บ ซ่งปั จจุบันได้แนะนำ าว่าการดูแลผู้ ึ บ้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น (Emergency บาดเจ็บต้องใช้หลัก Golden hour ซ่งหมาย ึ resident training) โดยการพัฒนาในขันแรก ้ ถึงผู้บาดเจ็บรุนแรง (Major trauma) ต้องได้ หรือ Initial phase คือการผสมผสานการ รับการดูแลท่ีเจาะจง (Definitive care) ผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บก่อนถึงโรง ภายในเวลา 60 นาทีหลังจากเกิดอุบัติเหตุ จะ พยาบาลกับการดูแลผู้บาดเจ็บ ณ ห้อง 1 ทำาให้มีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น ฉุกเฉิ น โดยในช่วงการดูแลผู้บาดเจ็บนอก จากการศึกษาแบบ Meta-analysis โรงพยาบาล มีแพทย์ออกไปดูแลผู้บาดเจ็บ พบว่าอัตราตายลดลงถึงร้อยละ 15 หลังจากมี ตลอด 24 ชัวโมง เร่ิมมีการจัดทำาแนวทางการ ่ การจัดตัง Trauma system และผู้บาดเจ็บรุน ดูแลและการคัดกรองผู้บาดเจ็บก่อนถึงโรง ้ แรงควรได้รับการรักษาในโรงพยาบาลท่ีเป็ น พยาบาล (Prehospital trauma care ศูนย์อุบัติเหตุ (Trauma center) ซ่งจะทำาให้ ึ guideline and triage protocol) มีการติดต่อ 3 อัตราการรอดชีวิตของผู้บาดเจ็บมากขึ้น ระหว่างนอกโรงพยาบาลและในโรงพยาบาล การดูแลผู้บาดเจ็บนอกโรงพยาบาล รวมถึงมีการตามทีมการดูแลผู้บาดเจ็บ ราชวิถีในช่วงก่อนการผสมผสานนั ้นการ (Activate trauma team) ก่อนท่ีผู้บาดเจ็บจะ
  • 19.
    19 มาถึง สำาหรับในส่วนของการดูแลผู้บาดเจ็บ พฤษภาคม 2547) กับช่วงหลังการผสมผสาน ภายในโรงพยาบาลนั ้นเร่ิมมีการพัฒนาการ (เร่ิมตังแต่เดือนมกราคม 2548 ถึงเดือน ้ ดูแลผู้บาดเจ็บแบบเป็ นทีมมากขึ้น (Trauma พฤษภาคม 2549) team) มีการติดต่อข้อมูลระหว่างหน่ วยงานท่ี ประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง เก่ียวข้องได้รวดเร็วขึ้น เช่น แผนกเอ็กซเรย์, กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการ ธนาคารเลือด รวมถึงห้องผ่าตัด นอกจาก ศึกษานี้เป็ นผู้บาดเจ็บรุนแรงท่ีได้รับการรักษา นั ้นทุกเดือนเร่ิมมีการประชุม( Trauma ในโรงพยาบาลราชวิถีในช่วงเวลาดังกล่าว ซ่ ึง conference) ระหว่างแพทย์และบุคลากรท่ี ผู้บาดเจ็บรุนแรงนิ ยามโดยผู้บาดเจ็บท่ีมี เก่ียงข้องกับการดูแลผู้บาดเจ็บ เช่น Injury severity score (ISS) 12 และผู้ เจ้าหน้ าท่ีธนาคารเลือด เจ้าหน้ าท่ีเอ็กซเรย์ บาดเจ็บรุนแรงดังกล่าวต้องมีเกณฑ์การคัดเข้า เพ่ ือค้นหาปั ญหาและแนวทางการแก้ไขปั ญหา ศึกษา ดังนี้ (Inclusion criteria) 1) อายุ ท่ีเกิดขึ้นในแต่ละเดือน ดังนั ้นงานวิจัยนี้จึง 15 ปี , 2) นำ าส่งโรงพยาบาลราชวิถีโดยระบบ ต้องการศึกษาผลของการผสมผสานการดูแล บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นของโรงพยาบาล ผู้บาดเจ็บในระยะเร่ิมแรกท่ีมีต่อผลการดูแล ราชวิถี (ศูนย์กู้ชีพนเรนทรโรงพยาบาล รักษาผู้บาดเจ็บโดยจะเปรียบเทียบผลของการ ราชวิถี) และ 3) เข้ารับการรักษาในแผนก ดูแลการบาดเจ็บก่อนและหลังการผสมผสาน ฉุกเฉิ น หรือ รับเป็ นผู้ป่วยในของโรง การดูแล พยาบาลราชวิถี ส่วนผู้บาดเจ็บจาก ไฟไหม้ ผู้บาดเจ็บของโรงพยาบาลราชวิถี (Burn), จมนำ้ า (drowning) ,ผู้บาดเจ็บท่ีได้ ร้ปแบบการวิจัย รับการส่งตัวมาจาก โรงพยาบาลอ่ ืน หรือ ส่ง การศึกษานี้เป็ นการศึกษาแบบ ต่อไปรักษายังโรงพยาบาลอ่ ืน, 4)ผู้ท่ีได้รับการ Historical cohort study โดยเปรียบเทียบผล วินิจฉั ยว่าเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุและก่อนมา การดูแลผู้บาดเจ็บ (Trauma outcome) ช่วง ถึงโรงพยาบาล และผู้ท่ีได้รับบาดเจ็บมากกว่า ก่อนการผสมผสานระบบการดูแลผู้บาดเจ็บ 24 ชัวโมงหลังได้รับบาดเจ็บจะถูกคัดออกจาก ่ (เร่ิมตังแต่เดือนมกราคม 2546 จนถึงเดือน ้ การศึกษานี้
  • 20.
    20 Phase ก่อนการผสมผสาน หลังการผสมผสาน - ใช้ประสบการณ์, - prehospital guideline ระยะทางจากจุดเกิดเหตุ - prehospital triage protocol ถึงโรงพยาบาล - การติดต่อระหว่าง - มีการติดต่ออย่างเป็ นระบบและ นอกโรงพยาบาลกับห้อง เป็ นรูปแบบเดียวกัน ฉุกเฉิ นค่อนข้างน้ อย และไม่เป็ นระบบ -ไม่มีแพทย์ ออกปฏิบัติ -แพทย์ประจำาบ้านเวชศาสตร์ การดูแลก่อนถึงโรง การตลอด 24 ชัวโมง ่ ฉุกเฉิ นออกปฏิบัติการตลอด 24 พยาบาล(Prehospital ชม Care) - ไม่มีรูปแบบการดูแล - การดูแลโดยใช้รูปแบบ Trauma ท่ีชัดเจน team - การดูแลผู้บาดเจ็บ - มีแพทย์ประจำาบ้านสาขา เบ้ืองต้นมักต้องรอ เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นดูแลผู้บาดเจ็บ แพทย์ศัลยกรรมก่อน เบ้ืองต้นตลอด 24 ชัวโมงและ ่ มีหน้ าท่ีประสานงานกับแพทย์ ศัลยกรรมทันทีเม่ ือได้รับข้อมูลจาก prehospital phase(activated trauma team)
  • 21.
    21 Phase ก่อนการผสมผสาน หลังการผสมผสาน - ไม่มีรูปแบบการดูแลท่ี - การดูแลโดยใช้รูปแบบ ชัดเจน Trauma team - การดูแลผู้บาดเจ็บเบ้ือง - มีแพทย์ประจำาบ้านสาขา ต้นมักต้องรอแพทย์ เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นดูแลผู้บาด ศัลยกรรมก่อน เจ็บเบ้ืองต้นตลอด 24 ชัวโมง ่ และมีหน้ าท่ีประสานงานกับ แพทย์ศัลยกรรมทันทีเม่ ือได้รับ การดูแลภายในโรง ข้อมูลจาก prehospital พยาบาล(In-hospital phase(activated trauma phase) team) - แพทย์มักมาหลังจาก Trauma team มารอผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บมาถึงโรงพยาบาล ทำาให้มีการเตรียมพร้อมท่ีเป็ น ระบบมากขึ้น - ไม่มี Trauma -มี Trauma conference conference ระหว่างแพทย์ และเจ้าหน้ าท่ีท่ีดูแลผู้บาด เจ็บ ตารางท่ี 1 เปรียบเทียบระบบการดูแลผููบาดเจ็บก่อนและหลังการผสมผสานการดูแลผููบาดเจ็บ
  • 22.
    22 เคร่ ืองมือที่ใช้ในการวิจัย การศึกษานี้จะเก็บข้อมูลโดยใช้แบบ บันทึกการเฝ้ าระวังการบาดเจ็บ(Injury การวิเคราะห์ข้อม้ล surveillance) ของกระทรวงสาธารณสุข โดย การศึกษานี้เปรียบเทียบผลการดูแลผู้ จะเก็บข้อมูลเก่ียวกับอายุ เพศ กลไกการบาด บาดเจ็บท่ีสนใจระหว่างหลังการผสมผสานกับ เจ็บ ความรุนแรงของการบาดเจ็บทัง Injury ้ ก่อนการผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ โดยใช้ Severity Score (ISS) และ Revised สถิติ Logistic regression เพ่ ือหาค่า Trauma Score (RTS) ระยะเวลาในห้อง Adjusted odd ratio (โดยควบคุมอายุ, กลไก ฉุกเฉิ น(ED time) ส่วนข้อมูลระยะเวลาการ การบาดเจ็บ, ISS และ RTS) เปรียบเทียบ ดูแลผู้บาดเจ็บก่อนถึงโรงพยาบาล โอกาสการรอดชีวิต และใช้Independent (Prehospital time) จะเก็บโดยใช้แบบบันทึก sample t-test เปรียบเทียบค่าเฉล่ียของระยะ การปฏิบัติงานระบบบริการการการแพทย์ เวลาการดูแลก่อนถึงโรงพยาบาล ฉุกเฉิ นระดับสูง ของสำานั กงานระบบบริการ (Prehospital time), ระยะเวลาท่ีอยู่ในห้อง การแพทย์ฉุกเฉิ น ฉุกเฉิ น (ED time) และประเมินคุณภาพ ผลการด้แลผ้้บาดเจ็บรุนแรงท่ีสนใจ ของการดูแลผู้บาดเจ็บทังก่อนและหลังการ ้ (Outcome measurement) ผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บโดยประเมิน ผลการดูแลผู้บาดเจ็บท่ีสนใจได้แก่ 1) อัตราตายจริง (Observed mortality) กับ การตายท่ีเก่ียวข้องกับการบาดเจ็บ (Trauma อัตราตายท่ีคาดหวัง (Expected Mortality) related-mortality) หมายถึง การตายในขณะ โดยใช้ Flora’s Z statistic ตาม TRISS อยู่ในโรงพยาบาลทังใน หอผู้ป่วยและห้อง ้ methodology ซ่ ึงการวิเคราะห์สถิติ ฉุกเฉิ น , 2) ระยะเวลาการดูแลก่อนถึงโรง Logistic regression และ Independent พยาบาล(Prehospital time) ซ่งหมายถึงระยะ sample t-test ใช้โปรแกรม สถิติ SPSS ใน ึ เวลาตังแต่ได้รับเวลารับแจ้งถึงเวลาท่ีนำาผู้บาด ขณะท่ี Flora’s Z statistic ใช้ Microsoft ้ เจ็บมาถึงโรงพยาบาล(โดยประมาณว่าเวลารับ excel ในการวิเคราะห์ แจ้งใกล้เคียงกับเวลาได้รับบาดเจ็บ), 3)ระยะ ผลการศึกษา เวลาในห้องฉุกเฉิ น (ED time) หมายถึง จากการศึกษาพบว่ามีผูบาดเจ็บใน ระยะเวลาท่ีผู้บาดเจ็บมาถึงห้องฉุกเฉิ นถึง กล่่มก่อนการผสมผสานและหลังการผสม เวลาท่ีได้รับ admission และ 4)อัตราตายเกิน ผสานการดูแลผููบาดเจ็บคิดเป็ น 157 คนและ คาดหวัง(Excess mortality ) หมายถึง ค่า 168 คนตามลำาดับ เม่ ือเปรียบเทียบตัวแปร แตกต่างระหว่างอัตราตายจริงและอัตราตายท่ี ระหว่างก่อนและหลังผสมผสานการดูแลผูู คาดหวังซ่งคำานวณจาก TRISS ึ บาดเจ็บ (ตารางท่ี 2) พบว่า ค่าเฉล่ียอาย่ Methodology ของผููบาดเจ็บหลังการผสมผสานคิดเป็ น
  • 23.
    23 27.78(±10.50) ปี และก่อนผสมผสานคิด (p<0.05) ค่าเฉล่ีย ISS หลังการผสมผสาน เป็ น 30.27(±10.54) ปี ซ่ึงค่าเฉล่ียของอาย่ผู คิดเป็ น 25.00(±12.45) ซ่งมีค่ามากกว่า ึ บาดเจ็บหลังการผสมผสานนู อยกว่าก่อน ก่อนการผสมผสานซ่ ึงคิดเป็ น ผสมผสานอย่างมีนัยสำาคัญ (p < 0.05)เม่ อ ื 21.10(±10.69) อย่างมีนัยสำาคัญ (p<0.05) เปรียบเทียบกลไกการบาดเจ็บพบว่ามีความ แต่ไม่พบความแตกต่างของค่าเฉล่ีย RTS แตกต่างของกลไกการบาดเจ็บ ระหว่างกล่่ม (RTS Mean)ของก่อนและหลังการผสม ตัวอย่างทัง 2 กล่่มอย่างมีนัยสำาคัญ ้ ผสานการดูแลผููบาดเจ็บ
  • 24.
    24 ตัวแปร ก่อนการผสม หลังการ p Value ผสาน(n=157) ผสมผสาน ( n=168) เพศ ¶ ชาย 132(84.1%) 138(82.1%) 0.23 ¶ หญิง 25(15.9%) 30(17.9%) 0.52 อายุ † ค่าเฉล่ีย(±SD)ปี 30.27(±10.54) 27.78(±10.50) 0.03 กลไกการบาดเจ็บ Blunt 126(80.3%) 149(88.7%) ¶ 0.02 Penetrating 31(19.7%) 19(11.3%) ความรุนแรงของการบาดเจ็บ Injury Severity † Score(ISS) ค่า 21.10(±10.69) 25.00(±12.45) 0.01 เฉล่ีย(±SD) Revised Trauma † 7.36(±1.1) 7.32(±0.98) 0.72 Score(RTS) ค่า เฉล่ีย(±SD) ¶ † คำานวณโดย Chi-square, คำานวณโดย Independent sample t-test ตารางท่ี 2 เปรียบเทียบ เพศ, อาย่, กลไกการบาดเจ็บ, ความร่นแรงของการบาดเจ็บระหว่าง ก่อนและหลังการผสมผสานการดูแลผููบาดเจ็บ อัตราตายลดลงจากรูอยละ15.2 ก่อนการผสมผสานเป็ นรูอยละ 10.1 หลังการผสม ผสานการดูแลผููบาดเจ็บ (รูปท่ี 1)
  • 25.
    25 รูปท่ี 1 อัตราตายของก่อนและหลังการผสมผสาน จากตารางท่ี3 จากตารางแสดงถึงความ Revised Trauma Score (RTS) สัมพันธ์ระหว่างปั จจัยต่างๆท่ีมีผลต่ออัตรา (OR= 0.30; 95% CI= 0.20-0.44) เม่ อ ื ตายโดยใช้ Logistic regression แสดงให้ เปรียบเทียบกับก่อนผสมผสานพบว่า เห็นว่าปั จจัยท่ีมีผลต่ออัตราตายได้แก่ หลัง Adjusted Odd ratio ของโอกาสเสียชีวิตหลัง ผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ (OR=0.36; ผสมผสานเป็ น 0.36 โดยปรับตาม อายุ, 95% CI 0.13-0.92), อายุ (OR=1.47; กลไกการบาดเจ็บ, ISS, RTS ซ่งหมายถึง ึ 95% CI 1.02-2.12) ความรุนแรงของการ โอกาสเสียชีวิตของผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 64 บาดเจ็บ ทัง Injury Severity Score (ISS) ้ หลังการผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ (OR= 1.06; 95% CI=1.02-1.10) และ Unadjusted ตัวแปร Adjusted OR† 95% CI p Value OR หลังการผสม 0.62 0.36 0.13-0.92 0.04 ผสาน อายุ 1.04 1.47 1.02-2.12 0.04 Penetrating 2.30 3.37 1.15-9.84 0.27 ISS 1.08 1.06 1.02-1.10 0.004 RTS 0.27 0.30 0.20-0.44 <0.001 †เม่ อปรับตามอายุ, กลไกการบาดเจ็บ, ISS, RTS ื ตารางท่ี 3 Adjusted odd ratio ของโอกาสการการเสียชีวิตหลังการผสมผสานเทียบกับ ก่อนผสมผสาน
  • 26.
    26 เม่ อเปรียบเทียบกับก่อนการผสม ื และจำานวนเสียชีวิตท่ีคาดหวังคิดเป็ น 17.4 ผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ ระยะเวลาก่อนถึงโรง คน (11.1%) หลังการผสมผสานการดูแลผู้ พยาบาลและระยะเวลาในห้องฉุกเฉิ น(ตาราง บาดเจ็บจำานวนการเสียชีวิตจริง 17 ราย ท่ี4) ลดลงจาก 49.85 ± 20.1 เป็ น 42.48 ± (10.1%) และจำานวนเสียชีวิตท่ีคาดหวังคิด 18.2 นาที (p < 0.05) และจาก 177.18 ± เป็ น 11.5 คน (6.8%) ซ่ง z statistic ของ ึ 76.9 เป็ น 146.11 ± 77.8 นาที (p < 0.001) ก่อนและหลังการผสมผสานคิดเป็ น 3.48 หลังผสมผสานอย่างมีนัยสำาคัญ (p < 0.001) และ 1.98(p < 0.05) ตาม จากตารางท่ี 5 แสดงอัตราตายเกิน ลำาดับ ซ่งแสดงว่ายังมีอัตราตายมากเกินคาด ึ คาดหวัง (Excess mortality) โดยใช้ z หวัง (Excess mortality) อย่างมีนัยสำาคัญทัง ้ statistic พบว่าในกลุ่มก่อนการผสมผสาน 2 กลุ่มตัวอย่าง จำานวนเสียชีวิตจริง คิดเป็ น 24 คน (15.2%) ระยะเวลา ก่อนการผสม หลังการผสม p Value ผสาน(n=157) ผสาน(n=168) ระยะเวลาก่อนถึงโรงพยาบาล † 49.85 ± 20.1 42.48 ± 18.2 0.001 ค่าเฉล่ีย (±SD) นาที ระยะเวลาในห้องฉุกเฉิ น † 177.18 ± 76.9 146.11 ± 77.8 < 0.001 ค่าเฉล่ีย (±SD) นาที † คำานวณโดย Independent sample t-test ตารางท่ี 4 เปรียบเทียบระยะเวลาก่อนถึงโรงพยาบาลและระยะเวลาในหูองฉ่กเฉิ นระหว่าง ก่อนและหลังผสมผสาน
  • 27.
    27 จำานวนเสียชีวิต ก่อนการผสม หลังการผสมผสาน(n=168) ผสาน(n=157) เสียชีวิตจริง(observed) 24(15.2%) 17(10.1%) เสียชีวิตคาดหวัง(Expected) 17.4(11.1%) 11.5(6.8%) Flora’s z statistic 3.48(p < 0.001) 1.98 (p<0.05) ตารางท่ี 5 แสดงอัตราตายเกินคาดหวังของก่อนและหลังการผสมผสานการดูแลผููบาดเจ็บ อภิปรายผลการศึกษา การศึกษาจำานวนมากพบว่าองค์ การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพ่ ือศึกษาผล ประกอบท่ีสำาคัญท่ีสุดคือการจัดตังศูนย์การ ้ ของการผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บท่ีมีต่อ ดูแลผู้บาดเจ็บซ่ ึงมีศักยภาพในการดูแลผู้บาด ผลการดูแลรักษา(Outcome) ซ่ ึงได้แก่ อัตรา เจ็บรุนแรง และองค์ประกอบท่ีสำาคัญรองลง ตาย , อัตราเสียชีวิตเกินคาดหวัง ,ระยะเวลา มาได้แก่การดูแลนอกโรงพยาบาลท่ีมี การดูแลก่อนถึงโรงพยาบาล (Prehospital ประสิทธิภาพ ระยะเวลาตังแต่ได้รับบาดเจ็บ ้ time) และระยะเวลาในห้องฉุกเฉิ น(ED จนถึงผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาแบบเฉพาะ time) จากการศึกษาพบว่าอัตราตายลดลง (Definitive care) การคัดกรองผู้บาดเจ็บและ จากร้อยละ 15.2 ก่อนการผสมผสานเป็ น นำ าผู้บาดเจ็บไปส่งยังโรงพยาบาลท่ีมีศักยภาพ 4,5 ร้อยละ 10.1 หลังการผสมผสาน และปั จจัยท่ี ได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามการศึกษา มีผลต่ออัตราตายได้แก่ อายุ ความรุนแรงของ ส่วนใหญ่มักทำาในโรงพยาบาลท่ีเป็ นศูนย์การ การบาดเจ็บ และการผสมผสานการดูแลผู้ ดูแลผู้บาดเจ็บและมีระบบการดูแลผู้บาดเจ็บท่ี 6,7 บาดเจ็บ(Integration of trauma care) พัฒนาแล้ว (Mature trauma system) นอกจากนั ้นเม่ ือปรับตาม อายุ,ISS, RTS, และการศึกษาท่ีเก่ียวข้องมักเป็ นการศึกษาท่ี กลไกการบาดเจ็บพบว่า Adjusted odd ratio เปรียบเทียบระหว่างโรงพยาบาลท่ีเป็ นศูนย์ ของโอกาสการเสียชีวิตหลังการผสมผสาน อุบัติเหตุและโรงพยาบาลท่ีไม่เป็ น (Trauma 8 เป็ น 0.36 เท่า(p < 0.05) ของก่อนผสม center VS. Non-trauma center) การ ผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ ดังนั ้นแสดงว่า ศึกษาภายในโรงพยาบาลหลังเปล่ียน โอกาสเสียชีวิตจะลดลงร้อยละ 64 หลังการ โครงสร้างการดูแลจึงมีน้อยโดยเฉพาะอย่างย่ิง ผสมผสานการดูแลผู้บาดเจ็บ ซ่งอาจจะ ึ ในโรงพยาบาลท่ีไม่เป็ นศูนย์อุบัติเหตุ สอดคล้องกับรายงานการวิจัยอ่ ืนท่ีพบว่าอัตรา นอกจากนั ้นการศึกษาส่วนใหญ่ทำาใน ตายลดลงร้อยละ 15-20 หลังจากท่ีมีระบบ ประเทศท่ีพัฒนาแล้วเช่น สหรัฐอเมริกา, 3 การดูแลผู้บาดเจ็บ แคนาดาเป็ นต้น ดังนั ้นการประยุกต์ระบบดัง กล่าวมาใช้ในโรงพยาบาลราชวิถีจึงจำาเป็ นต้อง
  • 28.
    28 ได้รับการประเมินประสิทธิภาพของการดูแลผู้ อัตราตายท่ีคาดหวังตามมาตรฐานอย่างมีนัย บาดเจ็บ สำาคัญซ่ ึงแสดงว่านอกจากการผสมผสานการ การศึกษานี้แสดงว่าอัตราตายลดลง ดูแลผู้บาดเจ็บแล้วยังต้องมีปัจจัยอ่ ืนมาส่ง อย่างมีนัยสำาคัญหลังจากมีการผสมผสานการ เสริมเพ่ ือปรับปรุงคุณภาพการดูแล ดูแลผู้บาดเจ็บ ซ่งปั จจัยท่ีสำาคัญอาจมาจาก ึ ผู้บาดเจ็บให้มีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น เวลาของการดูแลผู้บาดเจ็บนอกโรงพยาบาล ข้อจำากัดในการประเมินผลการผสม (Prehospital time) และระยะเวลาในห้อง ผสานการดูแลผู้บาดเจ็บของการศึกษานี้คือ ฉุกเฉิ น (ER time) ลดลง ทำาให้ผู้ป่วยได้รับ การเลือกประชากรท่ีทำาการวิจัย(Selection การรักษาแบบเฉพาะ (Definitive care) bias) กล่าวคือ คัดเลือกเฉพาะผู้บาดเจ็บท่ีนำา รวดเร็วขึ้น ซ่งระยะเวลาดังกล่าวท่ีลดลงนั ้น ึ ส่งโดยระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นของโรง เกิดจากการท่ีเร่ิมมีการดูแลผู้บาดเจ็บนอกโรง พยาบาลราชวิถี(ศูนย์กู้ชีพนเรนทรโรง พยาบาลอย่างเป็ นระบบมากขึ้น การมีการ พยาบาลราชวิถี)เท่านั ้น โดยไม่ศึกษาผู้บาด ติดต่อกันระหว่างนอกโรงพยาบาลกับในโรง เจ็บท่ีส่งตัวมาจากโรงพยาบาลอ่ ืน (Referred พยาบาล การมีแพทย์ประจำาบ้านเวชศาสตร์ patient) ทำาให้ไม่สามารถประเมินคุณภาพ ฉุกเฉิ นดูแลผู้บาดเจ็บทังนอกและในโรง ้ ของการดูแลผู้บาดเจ็บรุนแรงทังหมดท่ีมา ้ พยาบาลตลอด 24 ชัวโมง การมีทีมดูแลผู้บาด รักษาท่ีโรงพยาบาลราชวิถีได้อย่างแท้จริง แต่ ่ เจ็บ (Trauma team) อย่างไรก็ตามการศึกษานี้ต้องการเน้ นให้เห็น การวิจัยนี้ได้แสดงว่าโอกาสการเสีย ถึงความสำาคัญของการผสมผสานระหว่างการ ชีวิตลดลงหลังการผสมผสานการดูแลผู้บาด ดูแลผู้บาดเจ็บก่อนถึงโรงพยาบาลและในโรง เจ็บแล้วซ่งเป็ นการเปรียบเทียบภายในระบบ ึ พยาบาลท่ีมีต่อผลการดูแล นอกจากนั ้นการ ของโรงพยาบาลราชวิถีเอง(Intrahospital) บาดเจ็บช่วงหลังการผสมผสานการดูแลผู้บาด การศึกษานี้ยังต้องการศึกษาคุณภาพของการ เจ็บมีความรุนแรงมากกว่าซ่ ึงอาจเป็ นผลมา ดูแลผู้บาดเจ็บเทียบกับมาตรฐาน โดยใช้วิธี จากผู้บาดเจ็บรุนแรงมีแนวโน้ มท่ีจะส่งมาท่ีโรง 9,10 TRISS methodology ซ่งพบว่า Flora’s z พยาบาลราชวิถีมากกว่าเน่ ืองจากแพทย์ท่ีออก ึ statistic ลดลงจาก 3.48 ก่อนการผสมผสาน ไปดูแลผู้บาดเจ็บเป็ นแพทย์ประจำาบ้าน เป็ น 1.98 หลังการผสมผสานซ่ ึง แสดงให้ เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นซ่ ึงมีความคุ้นเคยและเข้าใจ เห็นว่าอัตราตายเกินคาดหวัง (Excess ระบบ จึงสามารถติดต่อกับแพทย์ท่ีห้อง mortality) ลดลงหลังจากมีการผสมผสาน ฉุกเฉิ นได้สะดวกกว่า ทำาให้อัตราตายท่ีคาด การดูแลผู้บาดเจ็บ นั่ นหมายถึงว่าการผสม หวัง(Expected death) และโอกาสในการเสีย ผสานการดูแลผู้บาดเจ็บช่วยลดอัตราตายเกิน ชีวิตหลังการผสมผสานมีมากขึ้น ดังนั ้นผู้บาด คาดหวังได้ อย่างไรก็ตามทังก่อนและหลัง ้ เจ็บหลังการผสมผสานดูเหมือนว่ามีผลลัพธ์ การผสมผสานยังคงมีอัตราตายจริงมากกว่า การดูแลท่ีดีกว่าเน่ ืองจากผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่
  • 29.
    29 คาดหวังว่าจะเสียชีวิตแม้ว่าจะได้รับการดูแลท่ี ราชวิถีท่ีได้กรุณาให้คำาปรึกษาทางด้าน ดีกว่าก็ตาม แต่ข้อจำากัด ดังกล่าวอาจมีผล กระบวนการวิจัย และขอขอบพระคุณ น้ อยต่อการศึกษานี้เพราะความรุนแรงของ บุคลากรท่ีเก่ียวข้องกับการดูแลผู้บาดเจ็บทุก การบาดเจ็บหลังการผสมผสานมากกว่าก่อน ท่าน ตลอดจน เจ้าหน้ าท่ีสถิติสาธารณสุขทุก ผสมผสานเล็กน้ อยและการศึกษานี้ได้ใช้สถิติ ท่านท่ีได้เสียสละเวลาให้ความร่วมมือในการ เพ่ ือปรับค่าความรุนแรงการบาดเจ็บก่อน ศึกษาครังนี้ ้ เปรียบเทียบกัน เอกสารอ้างอิง การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าโอกาสเสีย 1. Ernest E. Moore, David V. ชีวิตลดลง นอกจากนั ้นระยะเวลาการดูแล Feliciano, and Kenneth L. th ก่อนถึงโรงพยาบาล ระยะเวลาท่ีอยู่ในห้อง Mattox. Trauma.5 ed: McGraw ฉุกเฉิ นลดลง อย่างมีนัยสำาคัญซ่ ึงทำาให้ผู้บาด Hill; 2004: 57-84 เจ็บซ่ ึงทำาให้ได้รับการรักษาเฉพาะ(Definitive 2. สำานั กนโยบายและยุทธศาสตร์ care) ท่ีรวดเร็วขึ้น และอัตราตายท่ีลดลงมา กระทรวงสาธารณสุข.สถิติ 10 อันดับ จากการผสมผสานองค์ประกอบทังหมดเข้า ้ การตาย: 2544-2546, กระทรวง ด้วยกันอย่างเป็ นระบบ ก้าวต่อไปของการ สาธารณสุข, 2547 พัฒนาคือ การวางแนวทางการฝึ กอบรม 3. Celso B, Tepas J, Langland- บุคลากรท่ีเก่ียวข้องกับการดูแลผู้บาดเจ็บเพ่ ือ Orban B, et al. A systematic ก้าวไปสู่การเป็ นศูนย์การแพทย์ด้านอุบัติเหตุ review and meta-analysis และการพัฒนาดังกล่าวนั ้นควรจะต้องมีการ comparing outcome of severely ประเมินผลอย่างต่อเน่ ือง อย่างไรก็ตาม injured patients treated in trauma นอกจากอัตราตายแล้วควรมีการประเมิน centers following the ประสิทธิภาพการดูแลรักษา เช่น ระยะเวลา establishment of trauma systems. ในโรงพยาบาล (Length of stay), ภาวะ J Trauma. 2006 Feb; 60(2):371- แทรกซ้อน (Complication), ความผิดพลาด 8; discussion 378. ในการดูแลรักษา (Error in management) 4. Sampalis JS, Denis R, Lavoie A, ซ่งตัวชีวัดเหล่านี้จะสามารถบอกถึงคุณภาพ ึ ้ et al.Trauma care regionalization: (Quality) และความคุ้มทุน (Cost- a process-outcome evaluation. J effectiveness) ของการผสมผสานการดูแลผู้ Trauma. 1999 Apr; 46(4):565-79; บาดเจ็บได้ดีย่ิงขึ้น discussion 579-81 กิตติกรรมประกาศ 5. Sampalis JS, Lavoie A, Boukas คณะผู้วิจัยขอขอบคุณขอบคุณศูนย์ S, et al. Trauma center พัฒนาคุณภาพและวิชาการ โรงพยาบาล designation: initial impact on
  • 30.
    30 trauma-related mortality. J 8. Albernathy JH, McGwin G Jr., Trauma. 1995 Aug; 39(2):232-7; Acker JE, et al. Impact of a discussion 237-9. voluntary trauma system on 6. Kane G, Wheeler NC, Cook S, et mortality, length of stay, and cost al. Impact of the Los Angeles at level I trauma center. Am Country Trauma System on the Surg .2002; 68:182-192 survival of seriously injured 9. Boyd CR, Tolson MA, Copes patients. J Trauma.1992; 32:576- WS. Evaluating trauma care: the 583 TRISS method. J Trauma. 1987; 7. Hedges JR, Mullins RJ, Zimmer- 27:370-8. Gembeck M, et al. Oregon 10. Champion HR, Copes WS, Trauma System: Change in initial Sacco WJ, et al. The major admission site and post- trauma outcome study: admission transfer of injured establishing national norms for patients. Acad Emerg Med. trauma care. J Trauma.1990; 1994; 24:1919-1924 30: 1356-65
  • 31.
    31 EMS จากรากหญ้า พัฒนาแบบพอเพียง นภาภรณ์ คำาแสน พยาบาลวิชาชีพ 7 งานอุบัติเหตุฉุกเฉิ น กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลตาพระยา หลักการและเหตุผล ทั งสิ น 716 ครั ง มี ก ารใช้ บ ริ ก ารผ่ า นระบบ ้ ้ ้ อำา เภอตาพระยาเป็ น อำา เภอหน่ ึง ของ บริ ก ารการแพทย์ ฉุ ก เฉิ นเพี ย ง 36 ครั ง คิ ด ้ จั ง หวั ด สระแก้ ว มี เ ขตติ ด ต่ อ กั บ ประเทศ เป็ นร้ อ ยละ 5.20 เท่ า นั ้ น งานอุ บั ติ เ หตุ กั ม พู ชาและมี ประวั ติศ าสตร์ อั น ยาวนาน ทั ง ฉุกเฉิ นจึงหาแนวทางพัฒนางาน EMS หลาย ้ ทางด้ า นศิ ล ปวั ฒ นธรรมและเก่ีย วข้ อ งกั บ หลายๆรูปแบบโดยมีการขยายขอบเขตการใหู การเมืองการปกครองของประเทศเพ่ ือนบ้าน บริ ก า ร EMS สู่ ช่ ม ชนใ นระดั บ รา ก หญู า นอกจากนี้ ยังมีเขตติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ซ่ึงถือ เน่ ือ งจากอุ บั ติ เ หตุ แ ละการเจ็ บ ป่ วยฉุ ก เฉิ น เป็ นประตูสูอีสานตอนล่างปั จจุบันมีการใช้เส้น ส่ ว นใหญ่ เ กิ ด นอกสถานพยาบาล เช่ น ใน ทางนี้เป็ นจำานวนมาก เน่ องจากหลีกเล่ียงการ บ้าน ื สถานท่ีทำางาน บนท้องถนน ซ่งเป็ น ึ จ ร า จ ร ท ่ีติ ด ขั ด ใ น เ ส้ น ท า ง เ ดิ ม คื อ ถ น น ชุมชนท่ีผู้รับบริการอาศัยอยู่นั่นเอง ดังนั ้ น มิ ต รภาพ ช่ ว ง จั ง หวั ด สระบุ รี -นครราชสี ม า การส่ ง เสริ ม ให้ ชุ ม ชนมี ศั ก ยภาพเพี ย งพอใน ถนนเส้ น ดั ง กล่ า วนี้ เ ป็ นถนนสองช่ อ งทาง การดู แ ล แล ะส่ ง ต่ อ ผู้ ป่ ว ยฉุ ก เฉิ นอย่ า ง มี จราจร ผ่ า นหุ บ เขาท่ีมี ค วามลาดชั น และคด คุ ณ ภาพและปลอดภั ย ภายใต้ ต ามกรอบ เคียว ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ทำา ให้ แ น ว คิ ด 6E (Enforcement ,Education, ้ เกิ ด อุ บั ติ เ หตุ ท างการจราจรเป็ นประจำา อั น Engineering, Empowerment,Evaluation , เน่ ืองมาจากการไม่ชำานาญทางของผู้ขับข่ี หรือ Emergency Medical Service) อั น เ ป็ น สภาพรถไม่ ส มบู ร ณ์ ในส่ ว นของสภาพ แนวทางสำา คั ญ ท่ีจ ะลดการสู ญ เสี ย ทั ง ชี วิ ต ้ พ้ืนท่ีทางภูมิศาสตร์ทัวไปของอำาเภอตาพระยา ทรัพย์สินและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ่ มี 5 ตำา บล บางพ้ืน ท่ีอ ยู่ ไ กล ทุ ร กั น ดาร และสอดคล้องกับนโยบายการจัดระบบบริการ การคมนาคมลำา บาก ส่งผลให้ผู้ป่วยฉุกเฉิ น การแพทย์ ฉุ กเฉิ นของกระทรวงสาธารณสุ ข ได้ รั บการรั ก ษาพยาบาลล่ า ช้ า เส่ีย งต่ อ การ และสำานั กงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว เสียชีวิต วัตถุประสงค์ จ า ก ส ถิ ติ ก า ร ใ ห้ บ ริ ก า ร ผู้ ป่ ว ย ท ่ีมี 1. มีระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นท่ีได้ ภาวะฉุ ก เฉิ นของโรงพยาบาลตาพระยา ใน มาตรฐานครอบคลุมทุกพ้ืนท่ีทุกตำาบล ปี งบประ มาณ 2549 มี ผู้ ป่ วยอุ บั ติ เ หตุ ในอำาเภอตาพระยา ทางการจราจรและผู้ป่วยฉุกเฉิ น มารับบริการ
  • 32.
    32 2. พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครของเครือ 3. จำานวนทีมท่ีออกให้บริการการแพทย์ ข่ายระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น ฉุกเฉิ น ครบตามเกณฑ์ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการแพทย์ ดูานค่ณภาพ ฉุกเฉิ นของโรงพยาบาลตาพระยา 1. ระยะเวลาในการออกปฏิบัติการ แผนย่ทธศาสตร์ จัดบริการสุขภาพแบบ ระดับ ALS BLS FR ตังแต่ รับ ้ บูรณาการ ม่งสู่ความเป็ นเลิศด้านการดูแลผู้ ุ แจ้งเหตุจนถึงท่ีเกิดเหตุไม่เกิน 20 ป่ วยฉุกเฉิ น นาที ในพ้ืนท่ีทุรกันดาร เปู าประสงค์ย่ทธศาสตร์ : ผู้ป่วย 2. จำานวนอุบัติการณ์ การเกิดข้อ ฉุกเฉิ นได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง รวดเร็ว บกพร่อง ในการดูแลผู้ป่วยเก่ียวกับ ปลอดภัย ทางเดินหายใจ ,การดาม ,การห้าม กลย่ทธ : - ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิ นแบบบูรณา เลือด การและการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน 3. จำานวนผู้ป่วยท่ีได้รับบริการการแพทย์ ● พัฒนาสมรรถนะบุคลากรทุกระดับ ฉุกเฉิ นประเภท ALS ได้รับการ เพ่ ือตอบสนองต่อการดูแลผู้ป่วย Admit ฉุกเฉิ นอย่างมีประสิทธิภาพ 4. จำานวนครังของผู้มารับบริการ EMS ้ ● กำาหนดแนวทางการดูแลผู้ป่วย ได้รับการ Admit ฉุกเฉิ น แผนงาน การดำาเนิ นงานในอดีต..........จนถึงปั จจุบัน ● พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิ นเชิงรุก 1. โรงพยาบาลตาพระยาจั ด ตั ง ระบบ ้ โดย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคี บริ ก า รก ารแพทย์ ฉุ ก เฉิ นแล ะขึ้ น เครือข่าย ท ะ เ บี ย น ป ฏิ บั ติ ง า น เ ม่ ือ วั น ท ่ี 27 ● พัฒนาสมรรถนะของบุคลากรในเครือ สิ ง หาคม 2548 มี ก ารประสานงาน ข่ายทุกระดับอย่างต่อเน่ ือง และมอบหมายนโยบายแก่ องค์ ก ร ตัวชีวัด ้ ปกครองส่วนท้องถ่ิน ได้แก่ เทศบาล ดูานการบริหารจัดการ ตำา บลตาพระยา และ องค์การบริหาร 1. มีระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นท่ีมี ส่วนตำาบลทุกแห่ง แต่มีหน่ วยงานท่ี มาตรฐานครอบคลุมพ้ืนท่ีทุกองค์การ เข้ า ร่ ว มขึ้ น ทะเบี ย นปฏิ บั ติ ง านขณะ บริหารส่วนท้องถ่ิน นั ้ น เ พี ย ง 2 แ ห่ ง ไ ด้ แ ก่ ส ถ า นี 2. มีระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น อนามั ย โคคลาน และ อาสามู ล นิ ธิ ระดับ ALS BLS FR พร้อมให้ ร่วมกตัญญู และมีผลการดำาเนิ นงาน บริการตลอด 24 ชัวโมง ่ ในปี งบประมาณ 2549 ดังตารางท่ี 1
  • 33.
    33 ตารางท่ี 1 แสดงการให้บริการของหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น (ครัง) ปี งบประมาณ ้ 2549 เดือน หน่ วยงาน ต.ค พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ มี.ค เม.ย พ.ค มิ.ย ก.ค ส.ค ก.ย รวม . . . . . . . . . . . . 1.รพ.ตาพระยา 1 0 2 1 1 0 1 1 2 7 5 3 24 2.สอ.โคคลาน 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 3.ร่วมกตัญญู 0 0 0 0 1 0 2 2 1 2 2 2 12 รวมทังหมด(ครัง) ้ ้ 36 2. จา ก ผล ก า รป ฏิ บั ติ ง า น ใ น ปี 2549 5. บ่ ค ลากรทางการแพทย์ ยั ง ขาดควร ทำาให้งานอุบัติเหตุฉุกเฉิ นได้นำาข้อมูล รามชำานาญในการดูแลผููป่วยฉ่กเฉิ น มาวิเคราะห์ หาจุดแข็ง จุด เน่ ืองจาก ประสบการณ์นูอ ย อ่อน ของการปฏิบัติงาน ดังนี้ 6. พ ้ืน ท ่ีท่ ร กั น ด า ร มี เ ข ต ติ ด ต่ อ จุดแข็ง ชายแดนไทยกัมพูชา 1. มี น โยบายชั ด เจนตั ง แต่ ร ะดั บ ส่ ว น ้ 7. ประชากรส่วนใหญ่ยากจน กลาง ถึงจังหวัดและอำาเภอ ในปี งบประมา ณ 2550 ได้ มี ก า ร 2. มี ง บประมาณสนั บสน่ น อย่ า งเพี ย ง ทบทวนและหาแนวทางในการดำา เนิ นงาน พอ พั ฒ นาระบบบริ ก ารการแพทย์ ฉุ ก เฉิ น โดย เน้ นการแก้ไขจุดอ่อนของระบบท่ีได้วิเคราะห์ จุดอ่อน ร่ ว มกั น ของผู้ มี ส่ ว นเก่ีย วข้ อ ง และวางแผน 1. การดำา เนิ นงานในพ้ืนท่ีของอำา เภอยัง ดำาเนิ นงานเชิงรุก ดังนี้ ไม่มีรูปแบบท่ีชัดเจน ขาดการบูร ณา การร่วมกันระหว่างหน่ วยงานท่ีเก่ียว การดำาเนิ นงานในปี 2550 ขัอง ดูานบริหารการจัดการ 2. ขาดความรูู เ ร่ ือ งระบบบริ ก ารการ 1. กำาหนดให้ระบบงานบริการการแพทย์ แพทย์ฉ่กเฉิ น ฉุกเฉิ นเป็ นยุทธศาสตร์หลักของโรง 3. ขาดการประชาสั ม พั น ธ์ ร ะบบการ พยาบาล แพทย์ฉ่กเฉิ นแก่ หน่ วยงานท่กภาค 2. จัดประชุมชีแจง ระบบบริการการ ้ ส่วนรวมทังประชาชน ้ แพทย์ฉุกเฉิ น แก่เจ้าหน้ าท่ี โรง 4. องค์กรปกครองส่วนทูองถ่ินบางแห่ง พยาบาล , เจ้าหน้ าท่ีสาธารณสุข ยัง ไม่ เ ห็ น ความสำา คั ญ ของระบบการ อำาเภอ , หัวหน้ าส่วนราชการ และ แพทย์ฉ่กเฉิ น องค์การบริหารส่วนท้องถ่ินทุกแห่ง
  • 34.
    34 รับทราบ / เข้าใจ และเชิญชวนหน่ วย วิกฤต / ฉุกเฉิ นจัดโดย โรงพยาบาล งานองค์การบริหารส่วนท้องถ่ินเข้า ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น , ร่วมเป็ นสมาชิกเครือข่าย สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่ง 3. จัดตังคณะกรรมการระบบบริการการ ้ ประเทศไทย แพทย์ฉุกเฉิ นระดับอำาเภอ โดยมี 2. จัดอบรม ระบบบริการการแพทย์ นายอำาเภอเป็ นประธาน มีปลัด ฉุกเฉิ น และการช่วยฟ้ืนคืนชีพขันพ้ืน ้ อำาเภอฝ่ ายป้ องกันเป็ นเลขา ,หัวหน้ า ฐาน / ขันสูงแก่เจ้าหน้ าท่ีโรงพยาบาล ้ กลุ่มการ และ หัวหน้ างานอุบัติเหตุ และเจ้าหน้ าท่ีสถานี อนามัย ปี ละ 1 ฉุกเฉิ นเป็ นผู้ช่วยเลขา และมีหน่ วย ครัง ้ งานราชการทุกภาคส่วนในอำาเภอ 3. อบรมการปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น / ตาพระยา เป็ นคณะกรรมการ การยกและการเคล่ ือนย้าย แก่เจ้า 4. สนั บสนุนอุปกรณ์และวัสดุทางการ หน้ าท่ีทุกคน แพทย์ แก่เครือข่าย เช่น ถุงมือ ไม้ 4. จัดซ้อมแผนรองรับอุบัติเหตูหมู่จาก ดามแขน ขา ชุดอุปกรณ์ จราจร และสาธารณภัย แบบบูรณา ปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น การทุกภาคส่วนในอำาเภอตาพระยา 5. ติดตามนิ เทศงานและให้กำาลังใจแก่ผู้ ปฏิบัติงานท่ีเป็ นเครือข่าย ในช่วง บ่คคลากรเครือข่าย เทศกาลปี ใหม่ 1. จัดอบรมการช่วยฟ้ืนคืนชีพขันพ้ืนฐาน ้ 6. สงกรานต์และในโอกาสพิเศษต่างๆ / การปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น / การยก 7. จัดสถานท่ีพัก พร้อมเคร่ ืองด่ ืม ไว้ และการเคล่ ือนย้ายผู้ป่วยแก่เจ้าหน้ าท่ี สำาหรับเจ้าหน้ าท่ีเครือข่ายท่ีมาส่งผู้ เครือข่าย 1 ครัง / ปี ้ ป่ วยท่ีโรงพยาบาล 2. ส่งเจ้าหน้ าท่ีเข้าร่วมอบรม EMT 8. ติดตามนิ เทศงานและให้กำาลังใจแก่ผู้ 110 ชัวโมง เพ่ ือพัฒนาศักยภาพ ่ ปฏิบัติงานท่ีเป็ นเครือข่าย ในช่วง เครือข่ายจากระดับ FR เป็ นระดับ เทศกาลปี ใหม่ สงกรานต์และใน BLS โอกาสพิเศษต่างๆ 3. จัดซ้อมแผนรองรับอุบัติเหตุหมู่และ สาธารณภัย แบบบูรณาการทุกภาค ดูานการพัฒนาศักยภาพ และ สมรรถนะเจูา ส่วนในอำาเภอตาพระยาร่วมกับ งาน หนู าท่ี บ่คลากรของโรงพยาบาล ป้ องกันบรรเทาสาธารณภัย จังหวัด 1. ส่งเจ้าหน้ าท่ีอบรมระบบบริการการ สระแก้ว แพทย์ฉุกเฉิ น การช่วยฟ้ืนคืนชีพขัน ้ 4. จัดแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างหน่ วย สูงระดับ ALS และการดูแลผู้ป่วย งาน ( Knowledge management )
  • 35.
    35 โดยให้หน่ วยงานท่ีมีผลงานดีเด่นเป็ น 6. จัดตัง EMS 1669 Member's club ้ ตัวอย่างแก่ทีมหรือหน่ วยงานอ่ ืน โดย 5. ศึกษาดูงานท่ีโรงพยาบาลวังนำ้ าเขียว / 1. จัดทำาทะเบียนรายช่ ือ สมาชิก เทศบาลตำาบลตะขบ และองค์การ กลุ่มผู้ป่วยโรคเร้ือรังและกลุ่มโรค บริหารส่วนตำาบลกระชอน จังหวัด ท่ีมีความเส่ียงสูง ได้แก่ DM , นครราชสีมา HT , Asthma , COPD , CHF , AMI ดูานการประชาสัมพันธ์ 2. ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติเก่ียว กับระบบบริการการแพทย์ 1. ประชาสัมพันธ์ ระบบบริการการ ฉุกเฉิ น ท่ี Clinic DM , HT , แพทย์ฉุกเฉิ นผ่านทางเสียงตามสาย ตึกผู้ป่วยใน , OPD ,ER , ในโรงพยาบาลตาพระยา / เทศบาล Clinic งานส่งเสริมสุขภาพ ตำาบลตาพระยา พร้อมทังแจกบัตรสมาชิกทุกคน ้ 2. จัดรายการวิทยุชุมชน 3. จัดทำาข้อมูลของสมาชิก รวมทัง ้ 3. ติดป้ ายประชาสัมพันธ์ ในโรงพยาบาล แผนท่ีทางเข้าบ้าน เพ่ ือสะดวกใน / เทศบาลตำาบลตาพระยา และ การออกไปรับกรณี ฉุกเฉิ น องค์การบริหารส่วนท้องถ่ิน 7. จัดออกเย่ียมผู้ป่วย และให้ความรู้ 4. เข้าร่วมประชุมประจำาเดือน ร่วมกับ ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น ร่วม กำานั น / ผู้ใหญ่บ้าน / เทศบาลตำาบล กับ ทีม ตาพระยา / องค์การบริหารส่วนท้อง Home health care และเชิญชวน ถ่ินทุกแห่ง สมัครสมาชิก EMS Member's club 5. จัดประชุม EMS สัญจรทุกองค์การ บริหารส่วนตำาบล
  • 36.
    36 ผลการดำาเนิ นงาน ตารางท่ี 1 แสดงการให้บริการของหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น (ครัง) ปี งบประมาณ ้ 2549 เดือน หน่ วยงาน ต.ค พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ มี.ค เม.ย พ.ค มิ.ย ก.ค ส.ค ก.ย รวม . . . . . . . . . . . . 1.รพ.ตาพระยา 1 0 2 1 1 0 1 1 2 7 5 3 24 2.สอ.โคคลาน 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 3.ร่วมกตัญญู 0 0 0 0 1 0 2 2 1 2 2 2 12 รวมทังหมด(ครัง) ้ ้ 36 ตารางท่ี 2 แสดงการให้บริการของหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น (ครัง) ปี งบประมาณ ้ 2550 เดือน หน่ วยงาน ต.ค พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ มี.ค เม.ย พ.ค มิ.ย ก.ค ส.ค ก.ย รว % . . . . . . . . . . . . ม 1.รพ.ตาพระยา 5 1 9 5 4 6 8 12 5 10 13 18 96 29.09 2.สอ.โคคลาน 0 1 0 0 0 3 0 0 0 0 0 1 5 1.51 3.สอ.กุดเวียน 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 0 1 2 0.6 4.สอ.นวมินท 0 0 0 0 0 0 0 0 5 1 0 1 7 2.12 ราชินี 5.อบต.ทัพราช 0 0 18 10 7 15 8 14 8 5 14 10 109 33.03 6.อบต.ทัพไทย 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 1 2 0.6 7.อบต.ทัพเสด็จ 0 0 1 0 1 1 0 0 1 7 0 1 12 3.63 8.อบต.ตาพระยา 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 9.อบต.โคคลาน 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 1 0.3 10.ร่วมกตัญญู 3 0 2 6 3 5 18 13 4 21 12 9 96 29.09 รวมให้บริการทังหมด (ครัง) ้ ้ 330
  • 37.
    37 ตารางท่ี 3 แสดงการให้ บริ ก ารของหน่ ว ยบริ ก ารการแพทย์ ฉุ ก เฉิ น (ครั ง ) ปี งบประมาณ ้ 2551 เดือน % หน่ วยงาน ต.ค พ.ย ธ.ค. ม.ค ก.พ มี.ค เม. พ.ค มิ.ย ก.ค ส. ก. รว . . . . . ย. . . . ค. ย. ม 1.รพ.ตาพระยา 11 11 7 22 18 12 14 13 22 18 15 18 18 29 1 2.สอ.โคคลาน 0 1 2 2 1 6 1 1 3 1 3 1 22 3 3.สอ.กุดเวียน 0 1 2 1 5 0 3 0 1 4 5 1 23 3 4.สอ.นวมินท 2 1 0 0 0 1 0 0 0 5 1 0 10 16 ราชินี 5.อบต.ทัพราช 9 15 4 14 8 12 12 13 9 30 18 16 16 26 0 6.อบต.ทัพไทย 1 1 3 3 4 4 0 1 3 2 0 0 18 2 7.อบต.ทัพเสด็จ 4 5 1 4 5 7 9 4 6 2 10 4 61 9 8.อบต.ตาพระยา 1 3 1 1 4 0 6 2 3 1 1 2 25 4 9.อบต.โคคลาน 0 0 0 1 0 1 3 3 0 2 2 4 16 2 10.ร่วมกตัญญู 5 16 3 7 6 7 13 6 14 5 10 6 98 15 11.เทศบาลฯ 0 0 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 1 0.1 6 รวมทังหมด ้ 61 5 ผลลัพธ์ท่ีเกิดขึ้น 2. มีผลการดำาเนิ นงานการให้บริการการ เชิงปริมาณ แพทย์ฉุกเฉิ นมากขึ้นเป็ นอันดับ 1 ใน 1. มี เ ครื อ ข่ า ยระบบบริ ก ารการแพทย์ ระดับโรงพยาบาลชุ ม ชน ของจัง หวั ด ฉุกเฉิ นครอบคลุมทุกพ้ืนท่ีใ นอำา เภอ สระแก้ว ตาพระยา
  • 38.
    38 กราฟแสดงผลการดำาเนิ นงานการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นระดับ BLS และ FR แยกตามเครือข่ายในอำาเภอตาพระยา กราฟแสดงการให้บริการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นระดับโรงพยาบาลชุมชน แยกตามเครือข่ายอำาเภอ ในจังหวัดสระแก้ว 2551
  • 39.
    39 ครัง ้ เครือข่าย
  • 40.
    40 จำานวนประชากรแยกตามอำาเภอในจังหวัดสระแก้ว อำาเภอ จำานวนประชากร 1. ตาพระยา 53,069 2. คลองหาด 48,689 3. วังนำ้ าเย็น / สมบูรณ์ 86,720 4. วัฒนานคร 64,830 5. อรัญ /โคกสูง 89,690 6.เขาฉกรรจ์ 52,338 เชิงค่ณภาพ 2. ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทการ ผลการประเมิ น การพั ฒ นาศั ก ยภาพ บริหารงาน ในการเข้าร่วมประกวดงาน อาสาสมัครในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น วิชาการโครงการมหกรรมคุณภาพแลกเปล่ียน พบว่ามีทักษะการผู้ป่วยประเมินผู้ ป่วยและมี เรียนรู้ การพัฒนาคุณครังท่ี 2 วันท่ี 16 -17 ้ ทักษะการช่วยเหลือ การดูแลทางเดินหายใจ ตุลาคม 2551 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี การห้ า มเลื อ ด การดามกระดู ก ถู ก ต้ อ งมาก สุรนารี จ.นครราชสีมา ท่ีสุดในจังหวัดสระแก้วคิดเป็ นร้อยระ 96.65 ( ข้อ มู ล ผลการประเมิ น การพั ฒ นาศั ก ยภาพ โอกาสพัฒนา / ข้อเสนอแนะ อาสาสมัครในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น 1. พั ฒ นา / สนั บสนุ น ส่ ง เสริ ม ให้ จังหวัดสระแก้วในภาพรวม ) เครือข่าย ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นบาง เครือข่ายเพ่ิมผลการปฏิบัติงาน ผลงานท่ีภาคภ้มิใจ 2. พั ฒ นาระบบบริ ก า รก ารแพทย์ 1. ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ใน ฉุ ก เฉิ น เชิ ง รุ ก ปี งบประมาณ 2552 ในกลุ่ ม การเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพ่ ือพัฒนา สถานี อนามัย 10 แห่ง และหน่ วยปฐมภูมิ 5 ทักษะ องค์ความรู้และจิตอาสากู้ชีพ กู้ภัย แห่ง ให้ครบทุกหน่ วยงาน ระดับ FR แบบ Walk Rally ระดับเขต 3. วางแผนกำา หนดเป้ าหมายการให้ 8 ,9 ในวันท่ี 28 -30 ก.ค. 2551 ท่ีเขาใหญ่ บริ ก าร ของเครื อ ข่ า ยให้ ชั ด เจน ตามจำา นวน จังหวัดนครราชสีมา จากทีมเข้าแข่งขัน ประชากรในพ้ืนท่ีแต่ละตำาบลท่ีรับผิดชอบ ทังหมด 9 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี, จันทบุรี, ้ 4. ข ย า ย โ ค ร ง ก า ร EMS 1669 ระยอง, ตราด, สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา, member’s club สู่ อ งค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นท้ อ ง ปราจีนบุรี,สระแก้ว,นครนายก ถ่ิน
  • 41.
    41 5. จัดแข่งขัน walk rally ร่วมกันทุก ศักดิ ์ วงศ์ชูศรี ผู้อำานวยการโรงพยาบาล องค์การบริหารส่วนตำาบล / เทศบาลตำาบล ตาพระยา ท่ีสนั บสนุนโอกาสพัฒนา ขอบคุณ ตาพระยา เพ่ ือพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้ าท่ีเครือ คุณทิพพาภร พรมพิทักษ์ หัวหน้ ากลุ่มการ ข่าย พยาบาลโรงพยาบาลตาพระยา ท่ีเปิ ดโอกาส 6. ศึกษาวิจัยผู้ป่วยท่ีมารับบริการโดย แสดงความสามารถเพ่ ือพัฒนาหน่ วยงาน ผ่า นระบบบริ ก ารการแพทย์ ฉุก เฉิ นว่ า เป็ น ผู้ พร้อมทังให้คำาปรึกษา ทุ่มเทกำาลังกายแรงใจ ้ ป่ วยท่ีอ ยู่ ใ นเกณฑ์ ท ่ีต้ อ งใช้ บ ริ ก ารในระบบ ช่วยเหลือด้วยดีมาตลอด ขอบคุณน้ องๆงาน บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นจริงหรือไม่ อุบัติเหตุฉุกเฉิ น ท่ีร่วมแรงร่วมใจในการ ทำางาน ด้วยความรักสามัคคี ท่ีขาดไม่ได้คอ ื กิตติกรรมประกาศ หน่ วยงานท่ีเป็ นเครือข่าย EMS อำาเภอ การดำาเนิ นงาน EMS ของโรง ตาพระยา จากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พยาบาลตาพระยาได้มีความก้าวหน้ าขึ้นมาอีก และภาคเอกชน ท่ีขยันขันแข็ง ตังใจทำางาน ้ ระดับหน่ ึงเม่ ือเทียบกับอดีตท่ีผ่าน ทังนี้ งาน ้ จนมีเครือข่ายท่ีดีและครอบคลุมทุกพ้ืนท่ีใน อุบัติเหตุฉุกเฉิ น ขอขอบคุณนายแพทย์คง อำาเภอตาพระยา
  • 42.
    42 Review Articles/บทฟ ฟูวิชาการ ้ ืน การบาดเจ็บจากระเบิด (BLAST INJURY) นพ.บวร วิทยชำานาญกุล หน่ วยเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Introduction อย่างรุนแรงและความดันตำ่าเกิดขึ้นในทันทีส่ง ในปั จจุบันอาวุธท่ีใช้ในการก่อการร้าย ผลให้เกิดการอัดอากาศและการกระชากกลับ 2 ได้พัฒนาไปมากทัง อาวุธชีวภาพ,เคมี และ ้ อย่างรุนแรงสลับกัน (ดังภาพท่ี1) เกิดผลกระ นิ วเคลียร์ แต่ผ้ก่อการร้ายโดยมาก ทังทั่ว ้ ทบต่อทังส่ิงมีชีวิตและไม่มีชีวิต โดยแปรผัน ้ โลกและในไทยก็ยังใช้ระเบิดเป็ นอาวุธในการ ตรงกับระยะห่างจากจุดกำาเนิ ดระเบิด ก่อร้าย การระเบิดนั ้นก่อให้เกิดการบาดเจ็บท่ี นอกจากนี้อวัยวะท่ีมีความแตกต่างของความ หลากหลาย บางครังส่งผลให้มีผ้บาดเจ็บ ้ หนาแน่ น อันได้แก่อวัยวะท่ีมีอากาศหรือนำ้ า ปริมาณมาก เกิดเป็ นอุบัติภัยหม่้ (Mass อย่ภายใน ถือเป็ นอวัยวะท่ีจะมีการบาดเจ็บได้ ู casualty) แพทย์จึงควรเรียนร้้การบาดเจ็บที่ ง่ายเป็ นอันดับต้น ๆ อันได้แก่ แก้วหู ปอด จะเกิดขึ้นกับผ้้ป่วย การเตรียมการ การ ลำาไส้ ตา เส้นเลือด ฯลฯ แต่หากเกิดการบาด ปฏิบัติตนเม่ ือเกิดเหตุขึ้น เจ็บไกล้กับจุดระเบิดมาก ๆ ก็อาจทำาให้เกิด การฉี กขาดออกจากกันของอวัยวะได้(body Classification of blast injury disruption) การบาดเจ็บจากการระเบิด แบ่งได้เป็ น แก้วหูเป็ นอวัยวะท่ีทนต่อความดัน 1 4 ประเภท ดังตารางท่ี 1 อากาศมากไม่ได้ มักจะเกิดการบาดเจ็บจาก แรงระเบิดได้บ่อย การเพ่ิมความดันเพียง Primary Blast injury 5 psi (pounds per square inch) จากความ 3 เป็ นการบาดเจ็บท่ีเกิดจากแรงอัด ดันปกติก็ทำาให้แก้วหูทะลุได้ (14.7 psi = อากาศ มีลักษณะเป็ นคล่ ืนท่ีมีความดันสูง 760 mmHg = 1 atm) ผู้ป่วยจะมีอาการ หู ดับ หูอ้อ เวียนศีรษะ ยืนยันได้ด้วยการตรวจ ื
  • 43.
    43 ภาพท่ี1: ลักษณะของคล่ ืนระเบิด(blast wave) (ดัดแปลงจาก John M. Wightman, Sheri L. Gladish, Explosions and Blast Injuries, Ann of Emerg Med 2001; 37:6: 664-78.) 4 4 Otoscopy การท่ีมีแก้วหูทะลุจะช่วย จากกันของเน้ือปอด) นอกจากนี้มีข้อมูล บ่งชีได้ว่าผู้ป่วยมีการบาดเจ็บอย่างมีนัยสำาคัญ ยืนยันว่าการใส่เส้ือเกราะเหล็กเพ่ ือป้ องกัน ้ จากแรงระเบิด(primary blast injury) มี กระสุน ไม่ได้ป้องกันการบาดเจ็บจากแรง โอกาสการเกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะอ่ ืน ๆ ระเบิด แต่อาจทำาให้เกิดการบาดเจ็บท่ีรุนแรง 5,6 โดยเฉพาะปอด และลำาไส้ ขึ้นเน่ ืองจากคล่ ืนระเบิดสะท้อนไปมาในชุด 7 ปอดเป็ นอวัยวะท่ได้รับผลกระทบจาก เกราะ ี แรงระเบิดเป็ นอันดับสอง เกิดจากในช่องปอด ลำาไส้เป็ นอวัยวะท่ีได้รับบาดเจ็บรอง มีถงลมและ หลอดเลือดอยู่ชิดกันทำาให้เกิด ุ ลงมา โดยลำาไส้ใหญ่จะบาดเจ็บได้บ่อยกว่า pulmonary edema, pneunothorax, ลำาไส้เล็ก ส่วนตับ ไตและม้ามนั ้นเกิดการบาด hemothorax, pneumomediastinum, เจ็บได้น้อย ถ้าจะบาดเจ็บมักจะเกิดจากต่อแรง subcutaneous emphysema, systemic ระเบิดท่ีรุนแรงมาก ๆ การขาดของ acute air embolism (เกิดจากการขาดออก เส้นเลือด(mesenteric artery)สามารถเกิดได้
  • 44.
    44 เช่นกัน แต่อาการของโรคมักจะแสดงในวัน เป็ นการบาดเจ็บอ่ ืน ๆ ท่ีไม่ใช่สาม หลัง ๆ ทำาให้เกิดการวินิจฉั ยล่าช้า(delayed อย่างข้างต้น ได้แก่ แผลไหม้ การสูดสำาลัก diagnosis) เป็ นเหตุให้ลำาไส้เน่ าและทะลุใน การขาดอากาศ รวมไปถึงโรคท่ีเป็ นขึ้นมาใหม่ ภายหลัง เช่น COPD exacerbation ,Acute การบาดเจ็บท่ีตาเช่น การแตกของลูก Coronary syndrome ฯลฯ ตา (rupture of eye globe) , serous retinitis, and hyphema พบได้แต่พบไม่บ่อย Prehospital care ส่วนมากมักเกิดจากการมีชินส่วนสะเก็ด ้ เม่ อเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้น ทีมผู้ ื ระเบิดกระเด็นเข้าตา ซ่งบางครังการตรวจตา ึ ้ รักษาฉุกเฉิ น (Emergency Medical ปกติอาจไม่พบความผิดปกติ ควรสงสัยในราย Service ; EMS) หน้ าท่ีสำาคัญของทีม คือ ท่ีมีการมองเห็นลดลง ควรตรวจ slit lamp ต้องค้นหาและระบุตัวผู้ป่วยท่ีได้รับบาดเจ็บ การบาดเจ็บของสมอง เช่น cerebral หนั ก ให้การพยาบาลเบ้ืองต้น และรีบส่งตัวผู้ concussion เกิดได้แต่โดยปกติมักเกิดจาก ป่ วยเพ่ ือไปรับการรักษาให้เร็วท่ีสุด บางครัง ้ การมีวัตถุตกกระทบมากกว่า ผู้ช่วยเหลืออาจมีความลังเลท่ีจะให้การรักษา ในท่ีเกิดเหตุ แต่ด้วยทรัพยากรท่ีมีจำากัด Secondary Blast Injury (limited resource) รวมทังหลักการของ ้ ในระเบิดมักจะบรรจุเศษเหล็กหรือ Prehospital care ท่ีกล่าวว่าผู้ป่วยท่ีได้รับบาด วัสดุท่ีมีความคม(shrapnel) เพ่ ือก่อให้เกิด เจ็บนั ้น การส่งผู้ป่วยไปให้เร็วท่ีสุดโดยไม่เสีย บาดแผลทะลุ(penetrating wound) และวัสดุ เวลาไปกับการรักษา ณ จุดเกิดเหตุ (Scoop, ท่ีกระเด็นจากแรงระเบิด Stabilization and Run) จะทำาให้ผู้ป่วยมี โอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น ดังนั ้นทีมจะต้อง Tertiary Blast Injury ตระหนั กเสมอว่ามีภาระหลักในการค้นหา สถานก่อสร้างท่ีถล่มทับผู้บาดเจ็บ ให้การรักษาเบ้ืองต้น และส่งผู้ป่วยไปยังโรง เป็ นต้นเหตุการเสียชีวิตอันดับหน่ ึงอันเน่ ืองมา พยาบาลท่ีเหมาะสมโดยไม่เสียเวลาทำาหัตการ จากการระเบิด โดยเกิดจาก Crush และการ ท่ีใช้เวลาและกำาลังคนมาก Stein จึงได้ให้ ติด (entrapment) มากกว่าการมีวัตถุขนาด หลักการในการดูแลผู้ป่วยในจุดเกิดเหตุ(basic 8 ใหญ่ถล่มลงมาทับ crush syndrome และ field medical care guideline) ดังนี้ 4 compartment syndrome ทังสองภาวะจึงส่ิง 1.ผู้บาดเจ็บท่ีมีการขาดของส่วนใดของร่างกาย ้ ท่ีแพทย์ต้องให้ความสำาคัญและต้องสงสัย (amputate) และไม่มีสัญญาณชีพให้ถือว่าผู้ เสมอในผู้ป่วยท่ีมีประวัติติดอยู่ในซากตึก ป่ วยเสียชีวิตแล้ว 2.ผู้บาดเจ็บท่ีไม่มีชีพจร ไม่หายใจ และม่านตา Quaternary Blast Injury ขยายให้ถือว่าผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว
  • 45.
    45 3.จะไม่มการช่วยฟ้ืนคืนชีพ ี เดียว จะเห็นได้ว่า Israeli evacuation (Cardiopulmonary Resuscitation) ณ จุด hospital concept นั ้นโรงพยาบาลท่ีอยู่ใกล้ เกิดเหตุ ท่ีสุดจำาเป็ นต้องรับภาระหนั กทังการคัดกรอง ้ 4.การจัดการเก่ียวกับทางเดินหายใจเท่าท่ี ผู้ป่วย ให้การรักษา และผ่าตัดในรายท่ีมีภาวะ จำาเป็ น และ การตรึงการดูกสันหลัง เป็ นส่ิงท่ี ท่ีเป็ นอันตรายต่อชีวิตหรือรยางค์(life- or ควรทำา ณ จุดเกิดเหตุ limb-saving surgery) ซ่ ึงโรงพยาบาลต้อง 5.การให้ออกซิเจนและ การทำา needle ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บ และมี decom - pression หากมีข้อบ่งชี้ เป็ นส่ิงท่ี ทีมผ่าตัดท่ีมีความพร้อม ควรทำา ณ จุดเกิดเหตุ นอกจากนี้การค้นหาและคัดกรองผู้ป่วย 6.ควรควบคุมเลือดออกด้วยการกด (direct ท่ีได้รับบาดเจ็บหนั กออกจากผู้ป่วยอ่ ืนเป็ น compression) หรือ tourniquet เร่ ืองท่ีทำาได้ยากด้วยการสังเกตอย่างรวดเร็ว 7.การดามกระดูก และปิ ดแผลควรทำาก่อน เพียงอย่างเดียว แต่จากการศึกษาของ 10 ก่อนนำ าส่ง Almogy จากเหตุการณ์การระเบิดท่ี 9 และจากประสบการณ์ของ Einav ใน อิสราเอล พบว่าผู้ป่วยท่ีมีการบาดเจ็บ เหตุการณ์การระเบิดท่ีอิสราเอล เม่ อปี ื ภายนอกสะท้อนถึงการบาดเจ็บภายใน (blast ค.ศ.2000 ได้ให้หลักการของการดูแลผู้ป่วย lung injury) ท่ีรุนแรง ให้ความสำาคัญในการ ณ จุดเกิดเหตุ(on-scene management ดูแลและจัดส่งผู้ป่วย การบาดเจ็บนั ้นได้แก่ sequence for a terrorist bombing in the การมีแผลไฟไหม้มากกว่า 10% ของพ้ืนท่ีผิว civilian setting) ว่าควรคัดกรองผู้ป่วยด้วย ทังหมด (body surface area) ,กะโหลก ้ ความรวดเร็ว ทำาหัตถการกับผู้ป่วยให้น้อย ศีรษะแตก และบาดแผลทะลุผ่านบริเวณ ท่ีสุด ส่งผู้ป่วยบาดเจ็บหนั กไปยังโรงพยาบาล ศีรษะและลำาตัว อย่างไรก็ตามผู้ป่วยท่ีไม่มี ท่ีใกล้สุด(evacuation hospital)เพ่ ือให้การ บาดแผลภายนอก ก็อาจจะเกิดการบาดเจ็บ 6 รักษา(resuscitation and stabilization) และ รุนแรงได้ การบาดเจ็บภายนอกจึงเป็ นเพียง ส่งผู้ป่วยท่ีบาดเจ็บรองลงมาไปยังโรงพยาบาล ลักษณะท่ีทำาให้ผู้ปฏิบัติงานแยกแยะผู้ป่วย อ่ ืน เพ่ ือลดปั ญหาการคับคังของคนไข้ ่ หนั กได้รวดเร็วย่งขึ้น ิ ใน(exhausting the capacity)โรงพยาบาล Injury type Mechanism Organ and effect Comments Primary ความดันท่ีเกิด Eardrum: rupture ในท่ีปิด blast wave (blast wave) จากแรงระเบิด Thorax: blast lung, จะมีการสะท้อน ก่อให้เกิดแรงอัด pneumothorax, กำาแพงแล้วรวมกัน ต่อวัตถุ แปร hemothorax, ทำาให้มีความรุนแรง
  • 46.
    46 ผกผันตามระยะ pneumomediastinum มากขึ้น ทาง Gastrointestinal tract: viscus perforation Limbs: comminuted fractures Earlobes: traumatic amputation Secondary สะเก็ดระเบิด All body parts เศษวัตถุท่ี penetrating trauma กระเด็นจากแรง ระเบิด Tertiary การบาดเจ็บท่ี การบาดเจ็บขึ้นกับบริเวณท่ีผู้ (blast wind) เกิดจากการ ป่ วยไปตกอยู่ กระแทกจากการ Crush injury กระเด็น และ การบาดเจ็บท่ี เกิดจากวัตถุทับ Quaternary การบาดเจ็บอ่ ืนๆ ไฟไหม้, asphyxia Exacerbate of Medical condition ตารางท่ี 1 ประเภทของการบาดเจ็บจากระเบิด (ดัดแปลงจาก S.S. Hare : The radiological management of bomb blast injury.Clinical Radiology (2007) 62, 1-9) Hospital response ท่ีได้รับแจ้งเหตุ แพทย์หรือเจ้าหน้ าท่ีห้อง เม่ อเกิดเหตุระเบิดขึ้นโรงพยาบาลท่ีใกล้ ฉุกเฉิ นจำาเป็ นต้องสืบหาข้อมูล ซ่งส่ิงท่ีควร ื ึ 12 ท่ีสุด จำาเป็ นต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพ่ ือรับ ทราบได้แก่ สถานการณ์ การเสาะหาข้อมูลจากเหล่งต่าง 1. ตำาแหน่ งท่ีเกิดเหตุ หากเกิดเหตุ ๆ เช่น EMS, ตำารวจ และ ผู้บาดเจ็บท่ีมาถึง ใกล้โรงพยาบาล ผู้ป่วยหนั กท่ีมากับ 11 แรก ๆ เพ่ ือการคาดคะเนจำานวนผู้บาดเจ็บ EMS จะมาถึงไว ผู้ป่วยจำานวนมาก ทังหมด ผู้บาดเจ็บหนั ก ทรัพยากรท่ีจะต้องใช้ ้ อาจเดินทางมาเอง ดังนั ้นผู้ป่วยจะมี และการขอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาล จำานวนมาก หลากหลาย ใกล้เคียง เน่ ืองจากห้องฉุกเฉิ นมักเป็ นท่ีแรก
  • 47.
    47 2. เกิดขึ้นในพ้ืนท่ีเปิ ดโล่งหรือพ้ืนท่ีปิด 2. การเตรียมห้องฉุกเฉิ นและวอร์ดให้ พ้ืนท่ีเปิ ดโล่งจะมีปริมาณผู้บาดเจ็บ พร้อมรับผู้ป่วยและจัดพ้ืนท่ีรักษา มากกว่า แต่ความรุนแรงน้ อยกว่า ให้กว้างขึ้น ตรงข้ามกับการระเบิดในพ้ืนท่ีปิด 3. ตามแพทย์และบุคลากรท่ีเก่ียวของ จะมีผู้บาดเจ็บท่ีรุนแรงมากกว่า แต่ ในเบ้ืองต้นแพทย์ท่ีได้รับการฝึ ก ปริมาณน้ อยกว่า ผู้ป่วยมักมี เพ่ ือการประเมินและ ให้การรักษาผู้ ปั ญหา การบาดเจ็บทรวงอก(blast ป่ วยบาดเจ็บอันได้แก่ ศัลยแพทย์ lung injury) อาจต้องใส่ท่อช่วย อุบัติเหตุ และแพทย์เวชศาสตร์ หายใจ และ chest tube ปริมาณ ฉุกเฉิ น นอกจากนี้แพทย์เฉพาะ มาก ทางอ่ ืน ๆ ท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง เช่น 3. มีการระเบิดหรือเหตุท่ีทำาให้มีการ ศัลยแพทย์ระบบประสาท ศัลย เคล่ ือนย้ายคนก่อนการระเบิดจริง แพทย์ออโธปิ ดิกส์ และ ศัลยแพทย์ หรือไม่ เหตุการณ์เตือนท่ีเกิดขึ้น ตกแต่ง ควรมีส่วนร่วมในการ ก่อน จะทำาให้มีการเคล่ ือนย้ายคน ประเมินผู้ป่วย ออกมาเป็ นส่วนมาก ทำาให้มีผู้บาด 4. การเตรียมการคัดแยกผู้ป่วย เจ็บจากเหตุการณ์จริงน้ อย 5. กำาหนดผู้สังการ (incident ่ 4. การถล่มของส่งก่อสร้าง ทำาให้มีผู้ ิ commander) โดยควรมอบหมาย บาดเจ็บปริมาณมาก ความรุนแรง ให้มีผู้สังการสองคน (dual ่ หลายระดับ การเคล่ ือนย้ายคนออก command) เน่ ืองมาจากปริมาณ มาจะใช้เวลานาน และให้เฝ้ าระวัง การทำางานท่ีมากเกินกว่าคนเดียวจะ การเกิด crush และ compartment ดูแลได้ โดยคนท่ีหน่ ึงควรเป็ น syndrome ในผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น ควบคุม 5. เพลิงไหม้ ทำาให้ทราบว่าจะมีผู้บาด การดูแลคนไข้ทังหมดในห้อง ้ เจ็บจากไฟ ทังการสูดสำาลัก แผลไฟ ้ ฉุกเฉิ น และแพทย์คนท่ีสองควร ไหม้ เป็ นศัลยแพทย์อุบัติเหตุ ให้คำา แนะนำ าแก่ทีมศัลยแพทย์อุบัติเหตุ ก่อนท่ีผู้ป่วยจะมาถึง แพทย์และเจ้า และวางลำาดับการเข้าห้อง 13 หน้ าท่ีจะต้องเตรียมการ ได้แก่ ผ่าตัด(assigning priorities for 14 1. ประกาศใช้แผนอุบัติเหตุหมู่ surgery) (Activate the hospital mass- ส่ิงท่ีสำาคัญอีกประการคือเม่ ือผู้ป่วย casualty plan) ปริมาณมากมาถึง ควรมีการทำาการทำาหัตการ แก่ผู้ป่วยเท่าท่ีจำาเป็ นเพ่ ือให้ผู้ป่วยได้รับ
  • 48.
    48 ประโยชน์สูงสุด ภายให้ทรัพยากรท่ีมีจำากัด irrigation, debridement และ 8,12,15,16,17 โดยอาศัยหลักการดังนี้ delayed primary closure 1. ถ่ายภาพเอกซเรย์เฉพาะในรายท่ี 11. การตัดสินใจว่าผู้ป่วยจะเข้าห้อง เอกซเรย์มีผลต่อการตัดสินใจรักษา ผ่าตัด หรือหอผู้ป่วยวิกฤติควรอยู่ ทันที (immediate impact on ภายใต้วิจารณญาณของหัวหน้ า manage -ment) ศัลยแพทย์ 2. ควรดูแลผู้ป่วยตามมาตรฐาน ภาวการณ์บาดเจ็บท่ีผู้ป่วยมาจากการ Advance Trauma Life Support ระเบิดนั ้นมีได้หลากหลาย แพทย์ท่ีห้อง 3. ไม่ควรทำาการเปิ ดช่องอกในห้อง ฉุกเฉิ นควรมีความรู้ในการรักษาและการ ฉุกเฉิ น(ED thoracotomy) วินิจฉั ยแยกโรค(ตารางท่ี 2) เพราะการบาด 4. ผู้ป่วยท่ีทำาการช่วยเหลือชีวิตได้ดวย เจ็บจากการระเบิดนั ้นมีลักษณะการบาดเจ็บท่ี ้ การผ่าตัด ซ่งมีสัญญาณชีพผิดปกติ มีความแตกต่างจากการบาดเจ็บทัวไปด้วย ึ ่ ทังท่ีได้รับการรักษาเต็มท่ีแล้ว ควร เช่น blast lung , acute air embolism, ้ เข้าห้องผ่าตัดทันที occult penetrating eye injury ฯลฯ 5. การตรวจเลือดออกในช่องท้องด้วย การดูแลผู้ป่วยท่ีมีการบาดเจ็บชัดเจน วิธีอัลตราซาวน์(Focused ควรได้รับการรักษาตามหลัก ATLS แต่กลุ่ม Abdominal Sonography for ท่ีมีการบาดเจ็บภายนอกไม่ชัดเจนนั ้นอาจต้อง Trauma; FAST)เป็ นวิธีการ ซักถามถึงประวัติซ่ึงมีความเส่ียงสูงต่อการ แนะนำ าให้ทำา บาดเจ็บจากระเบิด เช่น การบาดเจ็บในท่ี 6. เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ควรสงวนไว้ ปิ ด(closed space) ระยะใกล้จากจุดกำาเนิ ด สำาหรับผู้บาดเจ็บท่ีศีรษะ ระเบิด ชนิ ดของระเบิด ฯลฯ นอกจากนี้ 7. ควรใช้เลือดท่ีมีจำากัดอย่างคุ้มค่าท่ี ประวัติและการตรวจร่างกาย โดยเฉพาะการ สุด ตรวจดูเย่ ือแก้วหูถอเป็ นส่ิงท่ีสำาคัญในการ ื 8. ควรส่งผู้ป่วยท่ีบาดเจ็บไม่มาก แต่ ประเมินผู้ป่วยท่ีได้รับบาดเจ็บ ผู้ป่วยท่ีได้รับ ต้องใช้ทรัพยากรไปยังโรงพยาบาล บาดเจ็บจากแรงระเบิดท่ีมีแก้วหูทะลุอาจบ่งถึง ใกล้เคียง การบาดเจ็บจากแรงระเบิดในระบบอ่ ืน โดย 9. จัดพ้ืนท่ีสำาหรับผู้ท่ีอยูในเหตุการณ์ เฉพาะการบาดเจ็บท่ีทรวงอก (blast lung แต่ไม่บาดเจ็บหนั ก ได้มาตรวจซำา ้ injury) ดังนั ้นผู้บาดเจ็บท่ีมีแก้วหูทะลุเพียง เพ่ ือป้ องกันการเกิดการบาดเจ็บท่ี อย่างเดียวควรได้รับการสังเกตอาการ และดู แฝงอยู่(occult injury) ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ออีกเป็ น 4 10. แผลท่ีเกิดจากการบาดเจ็บจาก เวลา 6-8 ชัวโมง (ดังภาพท่ี2) ่ ระเบิด ควรได้รับ extensive
  • 49.
    49 การบาดเจ็บท่ีดวงตาอาจเป็ นส่ิงท่ีเกิด placentae)ได้ จึงควรปรึกษาสูติแพทย์เพ่ ือ ขึ้นได้ ในบางรายงานกล่าวว่าพบการบาดเจ็บ ตรวจด้วยอัลตราซาวน์ และสังเกตอาการต่อ 19 ถึงร้อยละ 28 ท่ีพบบ่อยคือบาดเจ็บจากเศษ ไป 20 กระจก หากมีการบาดเจ็บเข้าถึงดวงตาให้ สรุป ระวังภาวะบาดเจ็บแบบทะลุดวงตาเสมอ การระเบิดโดยเฉพาะจากการก่อการร้าย (open globe injury) นั ้นนั บเป็ นภัยคุกคามท่ีก่อให้เกิดความเสีย ในเด็กท่ีได้รับแรงระเบิดนั ้นจะได้รับ หายทังชีวิตและทรัพย์สิน ทุกหน่ วยงานโดย ้ บาดเจ็บท่ีรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ อัตราการใช้หอผู้ เฉพาะโรงพยาบาลต่าง ๆ ทังใหญ่และเล็กควร ้ 18 ป่ วยวิกฤติสูงกว่า ส่วนหญิงตังครรภ์นั้นส่ิง เตรียมความพร้อมและซักซ้อมแผนไว้ เพราะ ้ ท่ีควรระวังคือ ในไตรมาสท่ี2-3 แรงระเบิด เหตุร้ายสามารถเกิดขึ้นได้เสมอโดยไม่คาดคิด อาจทำาให้รกหลุดลอก(abruption มาก่อน
  • 50.
    50 Airway Altered mental การใส่ท่ออาจจำาเป็ นในรายท่ีต้องระวังการสำาลัก การให้ผู้ป่วยหายใจเองเป็ นส่ิงท่ีควรทำา status เพราะเม่ ือ airway pressure ตำา จะลดความเส่ียงต่อการมี acute air embolism ่ Massive การใส่ท่อช่วยหายใจในปอดข้างท่ีไม่มีเลือดออกเป็ นส่ิงท่ีควรทำา hemoptysis Breathing Open chest ปิ ดบาดแผล และใส่ tube thoracostomies50 wound Pulmonary ให้ออกซิเจน 100% อาจจะด้วย continueous positive pressure หรือไม่ก็ตาม แต่ต้อง contusion ระวังภาวะ acute air embolism ด้วยการให้ peak inspiratory pressure ไม่เกิน 35 cmH2O Refractory ให้การช่วยหายใจด้วยแรงดันบวก, Inverse inspiratory/expiratory ratios, hypoxemia independent lung ventilation, high-frequency jet ventilation, nitric oxide inhalation, หรือ extracorporeal membrane oxygenation Persistent สาเหตุท่ีเกิดบ่อยคือ Bronchopleural fistulas การแก้ไขคือ tube thoracostomy และ pneumothorax อาจใส่ท่อช่วยหายใจเฉพาะข้างท่ีไม่มีลมรัว(unilateral ventilation) ่ Circulation Tension ระบายลมด้วย needle thoracenthesis pneumothorax Massive ระบายลมด้วย needle thoracenthesis ตามด้วยการใส่ tube thoracostomy และ hemothorax พิจารณาใช้ autotransfusion Hypovolemic preload ท่ีปกติจะช่วยลดอัตราการเกิด acute air embolism แต่การให้นำ้ามาก shock ไป(20mL/kg bolus)ก็จะทำาให้เกิดผลเสีย เช่น pulmonary edema การให้นำ้าทีละน้ อย ๆ แล้วจึงประเมินซำาเป็ นส่ิงท่ีแนะนำ า ้ Myocardial การเกิดในผู้ป่วยกลุ่มนี้ น่าจะเกิดจากสาเหตุ acute air embolism มากกว่าจาก cardiac ischemia contusion หรือ thrombosis การจัดท่าผู้ป่วยในท่า ก่ ึงตะแคงซ้าย และพิจารณาใช้ hyperbaric oxygen Disability Altered mental blunt และ penetrating injury เป็ นสาเหตุท่ีเกิดขึ้นบ่อย แต่คดถึงภาวะ acute air ิ status, embolism ด้วย neurologic deficits Others Crush syndrome ระวังการเกิด rhabdomyolysis ให้สารนำ ้ าให้เพียงพอให้ปัสสาวะออกอย่างน้ อย 1mL/kg/hr พิจารณา alkalinized urine ให้ pH > 6.5 และ manithol ในรายท่ีไม่มี ปั สสาวะออก 21 Compartment การรักษาเหมือน crush syndrome และเฝ้ าระวัง compartment pressure < 35 syndrome cmH2O ตารางท่ี 2 สรุปการบาดเจ็บท่พบบ่อยในภาวะฉุกเฉิ นจากระเบิดและการรักษา (ดัดแปลงจาก LTC John M.Wightman, ี CPT Sheri L. Gladish. Explosions and Blast Injuries. Annal of emergency medicine 37(6),JUNE 2001 )
  • 51.
    51 Otoscopic exam แก้ วหูทะลุ แก้ วหูไม่ทะลุ สังเกตอาการ ดูออกซิเจน กลับบ้าน ในเลือด 6-8 ชัวโมง ่ พร้อมให้คำาแนะนำ า ไม่ใช่ ออกซิเจนตำาลง ่ ใช่ รับเข้านอนโรงพยาบาล กลับบ้าน ให้การรักษาต่อ พร้อมคำาแนะนำ า ภาพท่ี 2: การประเมินผููป่วยท่ีไดูรับบาดเจ็บเล็กนู อยจากการระเบิด(ดัดแปลง จาก Ralph G.DePalma, Blast Injuries, N Engl J Med 2005;352:1335- 42.) เอกสารอ้างอิง 4. Ralph G. DePalma, David G. 1. S.S. Hare, I. Goddard, P. Ward, Burris, Howard R. Champion, A. Naraghi, E.A. Dick. The Michael J. Hodgson, Blast radiological management of Injuries. N Engl J Med bomb blast injury. Clinical 2005;352:1335-42. Radiology (2007) 62, 1-9 5. Katz E, Ofek B, Adler J, 2. Guy RJ, Glover MA, Cripps NP. Abramowitz HB, Krausz MM. The pathophysiology of primary Primary blast injury after a bomb blast injury and its implications explosion in a civilian bus. Ann for treatment. Part I: the thorax. J Surg 1989; 209:484-8. R Nav Med Serv 1998;84:79-86. 6. Gutierrez de Ceballos JP, Fuentes 3. Jensen JH, Bonding P. FT, Diaz DP, Sanchez MS, Experimental pressure induced Llorente CM, Guerrero Sanz JE. rupture of the tympanic Casualties treated at the closest membrane in man. Acta hospital in the Madrid, March Otolaryngol 1993;113: 62-7. 11, terrorist bombings. Crit Care Med 2005;33:S107-S112.
  • 52.
    52 7. Mellor SG,Cooper GJ. Analysis (part II). Prehosp Disast Med of 828 servicemen killed or 2003;18:235–41. injured by explosion in Northern 13. COL Edward B. Lucci. Civilian Ireland 1970-84: The Hostile Preparedness and Counter- Action Casualty System. Br J terrorism:Conventional Weapons Surg 1989;76: 1006-10. Surg Clin N Am 86 (2006) 579– 8. Stein M, Hirshberg A. Medical 600 consequences of terrorism: the 14. Hirshberg A, Holcomb J, Mattox conventional weapon threat. Surg K. Hospital trauma care in Clin North Am 1999;79:1537–52 multiple-casualty incidents: a 9. Einav S, Feigenberg Z, critical view. Ann Emerg Med Weissman C. Evacuation 2001;37:647–52. priorities in mass casualty terror- 15. Levi L, Michaelson M, Admi H, related events: implications for et al. National strategy for mass contingency planning. Ann Surg casualty situations and its effects 2004;239:304–10. on the hospital. Prehosp Disast 10. Almogy G, Luria T, Richter E, et Med 2002;17:12–6. al. Can external signs of trauma 16. Hogan DE, Waeckerle JF, Dire guide management? Lessons DJ, et al. Emergency department learned from suicide bombing impact of the Oklahoma City attacks in Israel. Arch Surg terrorist bombing. Ann Emerg 2005;140:390–3. Med 1999;34:160–7. 11. Auf der Heide E. The importance 17. Frykberg E, Tepas J. Terrorist of evidence-based disaster bombings: lessons learned from planning. Ann Emerg Med Belfast to Beirut. Ann Surg 2006;47:34–49. 1988;208:569–76. 12. Halpern P, Tsai MC, Arnold J, et 18. Quintana DA, Parker JR, Jordan al. Mass-casualty, terrorist FB, Tuggle DW, Mantor PC, bombings: implications for Tunell WP. The spectrum of emergency department and pediatric injuries after a bomb hospital emergency response blast. J Pediatr Surg
  • 53.
    53 1997;32:307-11. [Erratum, J Kenya. Int J Oral Maxillofac Pediatr Surg 1997;32:932.] Surg 2002;31:374-7. 19. Lavanoas E. Blast injuries. 21. Eneas, JF, Schoenfeld, PY, (Accessed March 7, 2005, at Humphreys, MH. The effect of http://www.emedicine. infusion of mannitol-sodium com/emerg/topic63.htm. bicarbonate on the clinical course 20. Odhiambo WA, Guthua SW, of myoglobinuria. Arch Intern Macigo FG, Akama MK. Med 1979; 139:801. Maxillofacial injuries caused by 22. Ritenour AE, Baskin TW.Crit terrorist bomb attack in Nairobi, Care Med. 2008 Jul;36(7 Suppl):S311-7.
  • 54.
    54 การบริหารจัดการหนูวยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน: สิงทีต้อง ่ ่ เติมเต็ม...สำาหรับพยาบาล อุบล ย่ีเฮ็ง หัวหน้ าพยาบาลศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี อุปนายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย บทนำ า แสดงให้เห็นว่า ระบบบริการการแพทย์ จากอดีตท่ีผ่านมา นั บตังแต่ระบบ ้ ฉุกเฉิ นของประเทศไทย มีการพัฒนามา บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นในประเทศไทยยังไม่ อย่างต่อเน่ ืองจนถึงปั จจุบัน ซ่งในการ ึ เป็ นระบบ ต่างคนต่างทำา ซ่งโดยมาก ึ พัฒนา จำาเป็ นต้องอาศัยการระดมสมอง ภาคเอกชนในนามของมูลนิ ธิหรือชมรมในรูป การร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของบุคลากรท่ี แบบอาสาสมัครเป็ นผู้ทำางานด้านนี้มาก่อน เก่ียวข้องหลายฝ่ าย และหน่ ึงในนั ้นก็คือ ส่วนในภาครัฐ ก็ไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ พยาบาล ซ่ ึงเป็ นกำาลังหลักของระบบบริการ อย่างทัวถึง ทำาให้เกิดการตายโดยไม่สมควร ่ การแพทย์ฉุกเฉิ นมาตังแต่ระยะบุกเบิกจนถึง ้ และเกิดภาวะแทรกซ้อนเน่ ืองจากการขาดองค์ ปั จจุบัน (อุบล ย่ีเฮ็ง, 2550) โดยเป็ นทังผู้ ้ ความรู้และประสบการณ์ และยังพบปั ญหา ให้บริการ ครูผู้สอน ครูผู้นิเทศ ผู้ร่วม ต่างๆท่ีตามมาอีกมากมาย ทังยังไม่มี ้ บุกเบิกการบริหารระบบบริการการแพทย์ บุคลากรท่ีปฏิบัติงานในรถพยาบาลฉุกเฉิ น ฉุกเฉิ นในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่าง โดยตรง ส่วนมากเป็ นอาสาสมัคร รถ ย่ิง การเป็ นผ้้บริหารจัดการหน่ วยบริการการ พยาบาลฉุกเฉิ นยังไม่มีมาตรฐานและมี แพทย์ฉุกเฉิ นในโรงพยาบาลต่างๆ ทังใน ้ อุปกรณ์ไม่เพียงพอ ไม่มีหลักสูตรและการฝึ ก ส่วนกลางและส่วนภ้มิภาค อบรมบุคลากรท่ีปฏิบัติงานในรถพยาบาล ในประเทศไทย ในด้านบริการ และ ฉุกเฉิ น ไม่มีงบประมาณสนั บสนุนหน่ วย วิชาการ นั บตังแต่ กรมการแพทย์ โดยศูนย์ ้ งานท่ีปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้เจ็บป่ วยฉุกเฉิ น กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี ได้จัดตัง ้ ณ.จุดเกิดเหตุ จนกระทังมีความพยายาม ่ โครงการนำ าร่องการให้บริการการรักษา ในการจัดตังระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น ้ พยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ ตังแต่วันท่ี 10 ้ จนสำาเร็จเป็ นรูปธรรมครอบคลุมทัวประเทศ ่ มีนาคม 2538 เป็ นต้นมา ได้พัฒนาหลักสูตร และรัฐบาลได้มีนโยบายให้ระบบบริการการ การฝึ กอบรมต่างๆสำาหรับบุคลากรท่ีปฏิบัติ แพทย์ฉุกเฉิ นเป็ นหน่ ึงในนโยบายหลัก ทัง งานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น และ ้ มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการแพทย์ บุคลากรท่ีเก่ียวข้องมาอย่างต่อเน่ อง จนขยาย ื ฉุกเฉิ น พ.ศ. 2551 ซ่ ึงมีผลบังคับใช้ตังแต่ ้ ผลครอบคลุมทัวประเทศในปั จจุบัน โดย ่ วันท่ี 7 มีนาคม 2551 เป็ นต้นมา เฉพาะอย่างย่ิง หลักสูตรอบรมพยาบาลกู้ชีพ
  • 55.
    55 ( EMS Nurse)ท่ีได้ขยายผลไปในหลายๆ มาก่อน ทำาอะไรไม่ถูก ไม่รู้วาจะเร่ิมต้น ่ จังหวัด โดยเน้ือหาสาระส่วนใหญ่เน้ นใน ตรงไหน จนถึงปั จจุบันถึงแม้จะรู้เร่ ืองขึ้นมา เร่ ืององค์ความรู้และทักษะในการกู้ชีพ เพ่ ือ บ้าง แต่ก็ยังจำาเป็ นต้องเรียนรู้เร่ ืองใหม่ๆ ให้พยาบาลกู้ชีพ มีองค์ความรู้ มีทักษะ และ เพราะโลกมีการเปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีความมันใจ ในการปฏิบัติ แต่ส่ิงสำาคัญท่ีจะ ่ บ่อยครังท่ีมีพยาบาลโทรศัพท์หรือมาหาผู้ ้ ทำาให้พยาบาลกู้ชีพ สามารถให้บริการได้ เขียนด้วยตัวเอง เพ่ ือปรึกษาหารืองานด้าน อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล EMS บางคนถึงกับร้องไห้ก็ยังมี เพราะ มิใช่แค่เพียงองค์ความรู้และทักษะ แต่จะต้อง ไม่รว่าจะทำาอย่างไรดี ซ่งผู้เขียนเข้าใจความ ู้ ึ มีการบริหารจัดการท่ีดีร่วมด้วย อีกทัง ้ รู้สึกของพยาบาลท่ีได้รับมอบหมายให้เป็ นผู้ นโยบายของรัฐบาล ท่ีจัดให้มีหน่ วยบริการ บริหารหน่ วย EMS ได้เป็ นอย่างดี และส่ิงนี้ การแพทย์ฉุกเฉิ นให้ครอบคลุมทัวประเทศ ่ น่ าจะเป็ นบทบาทท่ีเป็ นจุดอ่อนของพยาบาล ทำาให้พยาบาลซ่ ึงเป็ นกำาลังหลักท่ีต้องรับผิด ท่ียังพร่องอย่้ ซ่งถ้ามีหนทางเติมให้เต็ม ึ ชอบในการบริหารหน่ วย EMS ในโรง คงจะทำาให้พยาบาลมีกำาลังใจ และสามารถ พยาบาลต่างๆ ทังในส่วนกลางและส่วน ้ บริหารหน่ วยงานได้อย่างมีความสุข ฉะนั ้น ภูมิภาค โดยเฉพาะพยาบาลรุ่นใหม่ ท่ียัง การมีหลักสูตรท่ีมุ่งเน้ นการบริหารจัดการ ขาดประสบการณ์หรือมีประสบการณ์น้อยใน หน่ วย EMS สำาหรับพยาบาล จึงเป็ นส่ิง ด้าน EMS เกิดความกังวลใจ ไม่มันใจ ่ สำาคัญและจำาเป็ น ท่ีจะทำาให้พยาบาลท่ีได้รับ ขาดท่ีปรึกษา และไม่มีแนวทางในการ มอบหมาย ให้เป็ น หรือจะต้องเป็ นหัวหน้ า บริหารจัดการหน่ วย EMS ท่ีได้รับผิดชอบ หน่ วย EMS มีแนวทาง และแนวคิด ใน ทังในด้านบุคลากร ้ ด้านการบริการ การนำ าไปพัฒนาการบริหารจัดการหน่ วย ด้านวิชาการและการเรียนการสอน และ EMS ท่ีรับผิดชอบได้อย่างมันใจ ่ และมี ด้านอ่ ืนๆท่ีเก่ียวข้อง ไม่รู้ว่า ควรจะเร่ิมต้น ประสิทธิภาพ เพ่ ือรองรับระบบบริการการ ตรงไหน เร่ิมต้นอย่างไร รู้สึกขาดท่ี แพทย์ฉุกเฉิ น อันเป็ นหน่ ึงในนโยบายหลัก ปรึกษาในการทำางานด้าน EMS ท่ีไม่เคยคุ้น ของรัฐบาล ได้อย่างเหมาะสม สอดคล้อง เคยมาก่อน ผู้เขียนยังจำาได้วา เม่ ือครังท่ีได้ ่ ้ กับบริบทและข้อจำากัดท่ีแตกต่างกัน รับมอบหมายให้เป็ นหัวหน้ า พยาบาล ศูนย์กู้ อน่ง ยังไม่เคยมีหลักสูตรการบริหาร ึ ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี ตังแต่ ้ จัดการหน่ วย EMS ในประเทศไทยมาก่อน ปี พ.ศ. 2540 คือเม่ ือครังท่ีโรงพยาบาลราชวิถี ดังนั ้น ศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาล ้ ได้จัดทำาโครงการนำ าร่องการบริการการแพทย์ ราชวิถี ในฐานะต้นแบบของการบริการการ ฉุกเฉิ นขึ้น ทังๆท่ีผู้เขียนทำางานในห้อง ้ แพทย์ฉุกเฉิ น ตระหนั กถึงความสำาคัญดัง ฉุกเฉิ นมาตังแต่เรียนจบ ้ แต่ก็ยังรู้สึก กล่าว จึงมีแนวคิดในการจัดทำาโครงการการ เครียด สับสน เพราะไม่เคยรู้เร่ ือง EMS อบรมการบริหารจัดการหน่ วยบริการการ
  • 56.
    56 แพทย์ฉุกเฉิ นสำาหรับพยาบาลขึ้น (EMS สาระสุดท้าย ท่ีควรบรรจุไว้ในโครงการ และ Management for Nurse) โดยมี เพ่ ือความสมบูรณ์ของเน้ือหา ผู้เขียนได้ วัตถุประสงค์เพ่ ือให้ได้หลักสูตรการบริหาร เรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิสายแพทย์ พยาบาล จัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นสำาหรับ และเวชกรฉุกเฉิ น ให้ข้อคิดเห็นเพ่ิมเติม พยาบาลท่ีเหมาะสมในประเทศไทย แนวคิด เพ่ ือให้ได้ขอมูลรอบด้านในมุมมองสหวิชาชีพ ้ นี้ได้เร่ิมมาตังแต่ปี พ.ศ.2550 ซ่ ึงผู้เขียนใน ้ จากการทบทวน และศึกษาเพ่ิม ฐานะหัวหน้ าพยาบาล ศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” เติมจากตำาราต่างประเทศ คือ Pre – โรงพยาบาลราชวิถี จึงได้รับมอบหมายให้เป็ น hospital care Administration (ซ่ง ึ ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ เน้ือหาสาระส่วนใหญ่ได้จากการรวบรวม วิธีดำาเนิ นการ ประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงาน EMS) และ ผู้เขียนได้เร่ิมต้นรวบรวมข้อมูลจาก จากข้อคิดเห็นเพ่ิมเติมของผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ ประสบการณ์ของตนเอง และจากพยาบาลทัง เช่ียวชาญด้าน EMS สายแพทย์ จำานวน 4 ้ รุ่นพ่ีและรุ่นน้ องท่ีรับผิดชอบงาน EMS ทังใน ท่าน สายพยาบาล จำานวน 4 ท่าน และเวช ้ ส่วนกลางและภูมิภาค ทังอย่างเป็ นทางการ ้ กรฉุกเฉิ นขันพ้ืนฐาน จำานวน 1 ท่าน ้ และไม่เป็ นทางการ ซ่ ึงเราได้เคยพูดคุย ทำาให้ผู้เขียนได้ข้อสรุปของเน้ือหาสาระของ ปรับทุกข์ ปรึกษาหารือ และซักถามแสดง โครงการซ่งน่ าจะถือได้ว่าเป็ น การนำ าร่อง... ึ ความคิดเห็นด้วยกันบ่อยๆ อีกทังทบทวน ้ โครงการอบรมการบริหารจัดการหน่ วย ประสบการณ์เดิมท่ีไม่เคยรู้ เคยลองผิดลอง บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นสำาหรับ ถูก ค้นหาปั ญหาอุปสรรคต่างๆท่ีเกิดขึ้นใน พยาบาล( EMS Management for การทำางาน และแนวทางแก้ไขท่ีสามารถ Nurse) ในประเทศไทยเป็ นครังแรก ้ ปฏิบัติได้จริงและเกิดผลลัพธ์เป็ นท่ีน่าพอใจ นำ ามารวบรวมเพ่ ือเป็ นแนวทางในการจัดทำา ส่ิงท่ีได้รับ โครงการนี้ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หน่ วยวิชาในการอบรม มีดังนี้ และเน่ ืองจากในประเทศไทย ยังไม่เคยมีตำารา หน่ วยการเรียนท่ี 1 ระบบบริการ โดยตรงท่ีเก่ียวข้องกับการบริหารจัดการด้าน การแพทย์ฉุกเฉิ น EMS ผู้เขียนจึงได้ศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติม หน่ วยการเรียนท่ี 2 บทบาท จากตำาราต่างประเทศซ่ ึงเน้ือหาส่วนใหญ่เป็ น พยาบาลไทยในระบบบริการการแพทย์ เร่ ืองราวจากการรวบรวมประสบการณ์ของผู้ ฉุกเฉิ นในประเทศไทย ปฏิบัติงานด้าน EMS ซ่งผู้เขียน นำ ามา ึ หน่ วยการเรียนท่ี 3 ภาวะผู้นำา เปรียบเทียบส่ิงท่ีเหมือนและแตกต่าง กับ จริยธรรม คุณธรรม ประสบการณ์และข้อมูลท่ีผู้เขียนได้ทบทวน หน่ วยการเรียนท่ี 4 และการ และรวบรวมไว้ แล้วประมวลเป็ นเน้ือหา เสริมสร้างบุคลิกภาพ
  • 57.
    57 หน่ วยการเรียนท่ี 5 ความรู้เบ้ือง ต้นในการบริหารจัดการ และกำาหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ หน่ วยการเรียนท่ี 6 การบริหาร ดังนี้ จัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นสำาหรับ วัตถุประสงค์ทั่วไป พยาบาล เพ่ ือพัฒนาบุคลากรพยาบาล ให้มี หน่ วยการเรียนท่ี 7 การตัดสินใจ ความรู้ ความสามารถ ในการบริหารจัดการ หน่ วยการเรียนท่ี 8 การพัฒนา หน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นใน คุณภาพ ประเทศไทย ภายใต้บริบทและข้อจำากัดท่ี หน่ วยการเรียนท่ี 9 การติดต่อ แตกต่างกัน ได้อย่างเหมาะสม ส่ ือสาร วัตถุประสงค์เฉพาะ เพ่ ือให้ผู้เข้าอบรม หน่ วยการเรียนท่ี 10 เทคนิ คการ 1. มีความรู้และเข้าใจ บทบาทของ สอน พยาบาล ในระบบบริการการแพทย์ หน่ วยการเรียนท่ี 11 การจัดการ ฉุกเฉิ น ในประเทศไทย ความขัดแย้งและการจัดการความเครียด 2. มีความรู้ในการบริหารจัดการต่างๆท่ี หน่ วยการเรียนท่ี 12 การสร้างแรง เก่ียวข้องในงาน EMS ใน หน่ วย จูงใจ บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นทังภาวะ ้ หน่ วยการเรียนท่ี 13 การจัดการ ปกติและภัยพิบัติ องค์ความรู้สู่การปฏิบัติ 3. มีความรู้ความสามารถ ในการ หน่ วยการเรียนท่ี 14 การจัดการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน EMS ให้กับ ระบบข้อมูลสารสนเทศ บุคลากรท่ีเก่ียวข้องทุกระดับ ได้อย่าง หน่ วยการเรียนท่ี 15 การกำาหนด เหมาะสม เป้ าหมายและตัวชีวัด ้ 4. มีความรู้ในการตัดสินใจท่ีเหมาะสม หน่ วยการเรียนท่ี 16 การสร้าง กับสถานการณ์ต่างๆ เครือข่าย 5. มีความรู้ในการพัฒนาคุณภาพของ หน่ วยการเรียนท่ี 17 การวิจัยใน หน่ วยงานอย่างต่อเน่ ือง งานประจำา 6. มีความรู้และสามารถส่ ือสารใน หน่ วยการเรียนท่ี 18 การเขียน สถานการณ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสม โครงการ 7. มีความรู้ในการบริหารความขัดแย้ง หน่ วยการเรียนท่ี 19 การเตรียม และความเครียด ความพร้อมในสถานการณ์ต่างๆ 8. มีความรู้ในการสร้างแรงจูงใจ หน่ วยการเรียนท่ี 20 เทคนิ คการ 9. มีความรู้และสามารถเขียนโครงการได้ ทำางานให้มีความสุข
  • 58.
    58 10. มีความรู้ในการจัดการระบบข้อมูล พยาบาล( EMS Management for สารสนเทศ Nurse) โดยกำาหนดจัดการอบรมตังแต่วัน ้ 11. มีความรู้ในการกำาหนดเป้ าหมายและ ท่ี 11- 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ตัวชีวัด ้ นอกจากนี้ ได้วางแผนสำาหรับผู้เข้าอบรมท่ี 12. มีความรู้ และแนวทางในการสร้าง ต้องการศึกษาดูงานเพ่ิมเติม ให้มีการศึกษาดู เครือข่ายและการทำางานร่วมกับชุมชน งานในต่างประเทศท่ีมีการพัฒนางาน EMS ในทุกภาคส่วน ได้อย่างเป็ นท่ียอมรับ จนเป็ นท่ียอมรับ เพ่ ือพัฒนาพยาบาล 13. มีความรู้ในการทำางานประจำาให้เป็ น ให้มีความพร้อม ในการบริหารจัดการหน่ วย งานวิจัย EMS ท่ีรับผิดชอบได้อย่างมันใจ ่ มี 14. มีความรู้ในการเตรียมความพร้อมของ ประสิทธิภาพ หน่ วยงานในสถานการณ์ต่างๆ และเม่ อเสร็จสินการอบรม จะนำ าผล ื ้ 15. มีความคิดริเร่ิม สร้างสรรค์ ในการ การประเมินของผู้เข้าอบรม มาปรับปรุง พัฒนาหน่ วยบริการการแพทย์ พัฒนาให้มีความเหมาะสมย่ิงขึ้น เพ่ ือจะเป็ น ฉุกเฉิ น ในทุกๆด้านท่ีเก่ียวข้อง ประโยชน์ต่อผู้เข้าอบรมในรุ่นต่อไป และท่ี 16. มีภาวะการเป็ นผู้นำา มีบุคลิกภาพ สำาคัญย่ิงกว่า คือผู้เขียนหวังว่าโครงการนี้จะ และทัศนคติท่ีดีต่อระบบบริการการ เป็ นโครงการนำ าร่องท่ีองค์กรพยาบาลสามารถ แพทย์ฉุกเฉิ น นำ าไปพัฒนาต่อยอดให้เป็ นหลักสูตรการ บริหารจัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น กลุ่มเป้ าหมาย สำาหรับพยาบาล( EMS Management ผู้เข้าอบรมเป็ นพยาบาลวิชาชีพท่ีเป็ น for Nurse) ในอนาคตได้อย่างเหมาะสม ผู้บริหารหน่ วย EMS ในศูนย์กู้ชีพของโรง และมีการขยายผลต่อไปเพ่ ือให้ครอบคลุมและ พยาบาลต่างๆทังในส่วนกลางและส่วน ้ ทัวถึง ่ เช่นเดียวกับโครงการอ่ ืนๆท่ีศูนย์กู้ ภูมิภาค ๆ จำานวน 30 คน และมี ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี กรมการ คุณสมบัติ ดังนี้ แพทย์ ซ่งเป็ นกรมวิชาการได้เคยจัดทำามา ึ 5.1 สำาเร็จการศึกษาสาขาพยาบาล นอกจากนี้ ยังเป็ นส่ิงสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อัน ศาสตร์ระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า กว้างไกลขององค์กรวิชาชีพและความมีคุณค่า 5.2 มีประสบการณ์ในการปฏิบัติ ของวิชาชีพพยาบาล ท่ีสามารถพัฒนาปรับ งานในศูนย์กู้ชีพ อย่างน้ อย 1 ปี เปล่ียนบทบาท ให้เหมาะสมสอดคล้องกับ ความเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้น หลังจากนั ้นผู้เขียนจึงดำาเนิ นการจัด สรุป ทำาโครงการการอบรมการบริหารจัดการ จากอดีตท่ีผ่านมา นั บตังแต่ระบบ ้ หน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นสำาหรับ บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นในประเทศไทยยังไม่
  • 59.
    59 เป็ นระบบ จนกระทังมีความพยายาม ่ วัตถุประสงค์เพ่ ือให้ได้หลักสูตรการบริหาร ในการจัดตังระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น ้ จัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นสำาหรับ จนสำาเร็จเป็ นรูปธรรมครอบคลุมทัวประเทศ ่ พยาบาลท่ีเหมาะสมในประเทศไทย มีวิธี และรัฐบาลได้มีนโยบายให้ระบบบริการการ ดำาเนิ นการโดยทบทวนข้อมูลจาก แพทย์ฉุกเฉิ นเป็ นหน่ ึงในนโยบายหลัก ประสบการณ์ตรงและจากพยาบาลท่ีเป็ นผู้รับ อีกทังมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการ ้ ผิดชอบหน่ วย EMS ทังในส่วนกลางและ ้ แพทย์ฉุกเฉิ น พ.ศ. 2551 ซ่งมีผลบังคับใช้ ึ ส่วนภูมิภาค ค้นหาปั ญหาอุปสรรค ตังแต่วันท่ี 7 มีนาคม 2551 เป็ นต้นมา ้ แนวทางแก้ไขท่ีเคยปฏิบัติได้จริงและเกิด พยาบาล นั บเป็ นกำาลังหลักของระบบบริการ ผลลัพธ์เป็ นท่ีน่าพอใจ พร้อมศึกษาค้นคว้า การแพทย์ฉุกเฉิ นมาตังแต่ระยะบุกเบิกจนถึง เพ่ิมเติมจากตำาราต่างประเทศ ้ นำ ามาเปรียบ ปั จจุบัน โดยเป็ นทังผู้ให้บริการ ้ ครูผู้สอน เทียบส่ิงท่ีเหมือนและแตกต่าง กับ ครูผู้นิเทศ ผู้ร่วมบุกเบิกการบริหารระบบ ประสบการณ์ท่ีได้ทบทวนและรวบรวมไว้ บริการการแพทย์ฉุกเฉิ นในประเทศไทย แล้วประมวลเป็ นเน้ือหาสาระสุดท้าย บรรจุไว้ โดยเฉพาะอย่างย่ิง การเป็ นผ้้บริหารจัดการ ในโครงการ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ หน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นในโรง เช่ียวชาญสายแพทย์ พยาบาล และเวชกร พยาบาลต่างๆ ทังในส่วนกลาง ซ่งในด้าน ้ ึ ฉุกเฉิ นขันพ้ืนฐาน ้ ให้ข้อคิดเห็นเพ่ิมเติม บริการ และวิชาการ ได้มีการพัฒนา เพ่ ือให้ได้ขอมูลรอบด้านในมุมมองสหวิชาชีพ ้ หลักสูตรการฝึ กอบรมพยาบาลกู้ชีพ ( EMS โครงการนี้ น่ าจะถือได้ว่าเป็ นโครงการ Nurse)มาอย่างต่อเน่ ือง โดยเน้ือหาสาระ นำ าร่องท่ีองค์กรพยาบาลสามารถนำ าไปพัฒนา ส่วนใหญ่เน้ นในเร่ ืององค์ความรู้และทักษะ ต่อยอดให้เป็ นหลักสูตร การบริหาร ในการกู้ชีพ เพ่ ือให้พยาบาลกู้ชีพ มีองค์ จัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น ความรู้ มีทักษะ มีความมันใจ ในการปฏิบัติ สำาหรับพยาบาล( EMS Management ่ งาน แต่ยังไม่เคยมีหลักสูตรการบริหาร for Nurse) ในอนาคตได้อย่างเหมาะสม จัดการหน่ วย EMS สำาหรับพยาบาล ใน เพ่ ือสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ ประเทศไทยมาก่อน ดังนั ้น ศูนย์กู้ชีพ “ องค์กรวิชาชีพและความมีคุณค่าของวิชาชีพ นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี ในฐานะ พยาบาล ท่ีสามารถพัฒนาปรับเปล่ียน ต้นแบบของการบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น บทบาท ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความ ตระหนั กถึงความสำาคัญดังกล่าว จึงมี เปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้น แนวคิดในการจัดทำาโครงการ การอบรมการ บริหารจัดการหน่ วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิ น เอกสารอ้างอิง สำาหรับพยาบาลขึ้น ( EMS 1.อุบล ย่ีเฮ็ง. บทบาทพยาบาลฉุกเฉิ น Management for Nurse) มี ปั จจุบันและอนาคต : บทบาทพยาบาลไทย
  • 60.
    60 ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิ นใน N P Press Limited Partnership; ประเทศไทย. ใน: ยุวเรศ สิทธิชาญ 2550.หน้ า 27- 35 บัญชา,บรรณาธิการ. หนั งสือประกอบการ 2. Joseph J. Fitch. Prehospital Care nd ประชุมวิชาการเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นครังท่ี 7. ้ Administration .2 ed. Washington: ณ โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพฯ: บริษัท KGP Media;2004.
  • 61.
    61 Interesting case/รายงานผู้ป่วยน่าสนใจ แพทย์หญิงษมาวีร์ สังเวียนวงศ์, แพทย์ประจำาบ้าน ชันปี ท่ี 1 ้ แพทย์หญิงพัชรี ด้วงทอง, แพทย์ประจำาบ้านชันปี ท่ี 3 ้ ร.ท.หญิงวรณิ สร์ อมรทรงชัย, อาจารย์ท่ีปรึกษา ว่าท่ีร้อยเอกปองพล ไตรเทพชนะภัย, อาจารย์ท่ีปรึกษา กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิ น รพ.พระมงกุฎเกล้า ผ้ป่วยเด็กชายไทย อายุ 3 เดือน ้ วินาที หลังหยุดชักผู้ป่วยซึมลง ท่ีห้องฉุกเฉิ น ภ้มิลำาเนา กรุงเทพมหานคร ผู้ป่วยชักเกร็งกระตุกทังตัวอีกครัง นาน ้ ้ อาการสำาคัญ ชักเกร็ง 30 นาทีกอนมาโรง ่ ประมาณ 15 วินาที แพทย์เวรให้ พยาบาล Diazepam 2 มก. ฉี ดเข้าเส้นเลือด แล้วรับ ประวัติปัจจุบัน 1 วันก่อน ผู้ป่วยมีอาการชัก ตัวไว้ในโรงพยาบาล เกร็งทังตัว ไม่มอุจจาระปั สสาวะราด นาน ้ ี ประวัติคลอด ผู้ป่วยเป็ นบุตรคนท่ีสอง ประมาณ 10 วินาที หลังจากหยุดชักพ่ีเลียง ้ คลอดครบกำาหนด, นำ้ าหนั กแรก นำ าส่งโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้าน ในระหว่าง คลอด 3,180 กรัม เดินทางผู้ป่วยมีอาการชักเกร็งอีกครัง ท่ีห้อง ้ ปฏิเสธโรคประจำาตัวในอดีต ฉุกเฉิ นผู้ป่วยมีอาการชักเกร็งอีก แพทย์เวร ไม่เคยมีประวัติชักมาก่อน ให้ Diazepam 2 มก. สวนก้น ผู้ป่วยหยุดชัก ประวัติครอบครัว ปฏิเสธประวัติโรคลมชัก และซึมลง จึงรับไว้ให้การรักษาในโรงพยาบาล ในครอบครัว, ก่อนหน้ านี้มารดาและบิดาเลียง ้ แห่งนั ้น ผลการตรวจนำ้ าไขสันหลังพบดังนี้ บุตรเอง เพ่ิงจ้างพ่ีเลียงได้ 15 วัน,ปฏิเสธ ้ CSF profile - clear , colorless fluid , ประวัติอุบัติเหตุ RBC 1,231 cells/mm³, WBC การตรวจร่างกาย 1cell/mm³,Glucose 73 mg/dL (60- Vital sign 80),Protein 41.1 mg/dL (15-45) แพทย์ BP 84/42 mmHg PR 140 bpm คิดถึงภาวะ Herpes encephalitis จึงให้ RR 32 /min BT 37°C Acyclovir 125 mg ฉี ดเข้าเส้นเลือด ในช่วง GA A boy look drowsiness , no ท่อยู่โรงพยาบาลแห่งนั ้น ผู้ป่วยไม่มีอาการ ี dyspnea ชักอีก ต่อมาทางโรงพยาบาลแห่งนั ้นได้ส่งผู้ HEENT ป่ วยมารับการรักษาต่อท่ีรพ.พระมงกุฎเกล้า -AF 2x2 cm. mild bulging ระหว่างทางผู้ป่วยชักอีกครังนานประมาณ 30 ้
  • 62.
    62 -Mild pale conjunctivae, anicteric 3.CSF : Clear appearance,Glucose 80 sclerae mg/dL (DTX 112 mg%),Protein 31 -Ear ; intact TM , no vesicles at scalp, mg/dL,RBC 470 cells/mm³,WBC 12 eyes or mouth and preauricular area cells /mm³ (mono 45 , PMN 55),Gram -Eye ground : can’t evaluate stain – no organisms Neuro ทางแผนกกุมารเวชศาสตร์ได้ให้ Drowsiness , pupil 2.5 mm RTL BE Acyclovir ฉี ดเข้าเส้นเลือด ต่อมาผู้ป่วยชัก Motor all gr V, Hypertonia , DTR 3+ เกร็งกระตุกอีกครัง ได้ให้ Diazepam 2 มก. ้ both sides และ Dilantin ขนาด 7.5 มก./กก. ฉี ดเข้า Clonus ; negative , Brudzinski ‘s sign : เส้นเลือด นอกจากนี้ได้เตรียมให้ positive Phenobarb coma อีกด้วย หลังจากหยุดชัก การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้ตรวจร่างกายเพ่ิมเติมพบว่าผู้ป่วยมี 1.CBC : WBC 23,600, N 67% L 22.4% Bilateral retinal hemorrhage แพทย์ได้ทำา M 10.6% ,Hb 8.6 g/dL Hct 26% , คอมพิวเตอร์สมองพบมี Subarachnoid and Plt 502,000 subdural hemorrhage at bilateral 2.Electrolyte :BUN 9.3,Cr 0.3 ,Na parietooccipital lobes 138.1,K 5.8 , Cl 104.8 , CO2 18 ,Ca 10.4 ภาพท่ี 1: ภาพ CT Scan ของสมองผูู ภาพท่ี 2: ภาพ CT Scan ของสมองผูู ป่ วย ปวย
  • 63.
    63 จากประวัติ, ตรวจร่างกายและผลการ การกระทำาผิดทางเพศต่อเด็ก การให้กระทำา ตรวจทางห้องปฎิบัติการทังหมดทำาให้คิดถึง ้ หรือประพฤติในลักษณะที่น่าจะเป็ นอันตราย ภาวะ child abuse < Shaken baby แก่ร่างกายหรือจิตใจ หรือขัดต่อกฎหมาย syndrome > จึงได้ให้การดูแลผู้ป่วยแบบองค์ หรือศีลธรรมอันดี ทังนี้ไม่วาเด็กจะยินยอม ้ ่ รวมและได้ส่งตรวจเพ่ิมเติม ( MRI , MRA หรือไม่ก็ตาม ซ่ ึงประกอบไปด้วย brain / Bone survey ) ต่อไป • Physical abuse วิเคราะห์ ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการวินิจฉั ยว่า • Sexual abuse เป็ น Child abuse < Shaken baby • Emotional abuse syndrome > จากประวัติท่ีเป็ น sudden • Parental substance abuse onset seizure และ เป็ น status epilepticus • Physical, nutritional and ร่วมกับไม่มีประวัติอุบัติเหตุ ไม่มีประวัติการ emotional neglect ติดเช้ือท่ีชัดเจน สำาหรับการตรวจร่างกายพบ • Supervisional neglect มี Neurodeficit และมีMeningeal irritation • Munchausen Syndrome by Proxy sign พบ bilateral retinal hemorrhage เป็ นภาวะท่ีผู้เลียงดูทำาให้เด็ก มีอาการ ้ รวมทังการตรวจคอมพิวเตอร์สมองพบ ้ จากยา หรือสารต่างๆ แล้วนำ าส่งโรง Subarachnoid and subdural hemorrhage พยาบาล ด้วยอาการอันเกิดจากผล หลังจาก ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉั ยว่า ของยา โดยท่ีปิดบังความจริงทังหมด ้ เป็ น Child abuse แล้ว แพทย์ได้ให้การ ไว้ ดูแลแก่ผู้ป่วยแบบ multidepartment care ในบทความนี้ จะขอกล่าวถึงภาวะการ ทังนี้เพ่ ือประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยอย่างครบ ทารุณกรรมเด็ก โดยคลอบคลุมถึงการ ้ ถ้วน ผู้ป่วยรายนี้รักษาตัวในโรงพยาบาล approach บางส่วน ของ physical abuse นาน 1 เดือน ก็ได้กลับบ้านและนั ดมาตรวจ และกล่าวจำาเพาะลงในการได้รับบาดเจ็บทาง ติดตามภาวะทางจักษุ ระบบประสาท ศีรษะจากการทารุณกรรม พัฒนาการและกายภาพบำาบัดเป็ นระยะๆอย่าง การทารุณกรรมทางกาย (Physical abuse) ต่อเน่ ือง โดยทัวไปแพทย์ควรพึงระลึกไว้วาเด็ก ่ ่ การทารุณกรรมเด็ก (Child abuse) ท่ีพบ อาจถูกทารุณกรรมได้ เม่ ือ ภาวะการทารุณกรรมเด็ก สามารถ - เด็กมีปัญหาทางด้านการเจ็บป่ วย เรียกได้อีกอย่างหน่ ึงว่า Child abuse หรือ หลายโรคมาก Child maltreatment อันหมายถึง การกระ - เด็กได้รับการบาดเจ็บบ่อยๆ ทำาหรือการละเว้นการกระทำาด้วยประการ ร่วมกับ ใดๆ จนเป็ นเหตุให้เด็กเส่ ือมเสียเสรีภาพ - ประวัติท่ีได้จากผู้เลียง มีการขัด ้ หรือเกิดอันตรายแก่ร่างกาย หรือจิตใจ แย้งกันเอง หรือขัดแย้งกับอาการของเด็ก
  • 64.
    64 - การตรวจร่างกายพบร่องรอย อัน สม เช่น ร้องเจ็บตลอดเวลา ไม่ให้ความร่วม บ่งบอกถึง abuse มือ ซึมเศร้า หรือก้าวร้าวรุนแรงได้ - มีปัจจัยเส่ียงทางด้านสังคมและ พฤติกรรมของผ้้ปกครอง อาจพบว่า ครอบครัว มีลกษณะนิ สัยหยาบคาย ก้าวร้าว หรือมี ั หากผู้ป่วย อยู่ในภาวะท่ีเข้าข่ายสงสัย ความห่างเหินต่อกันในครอบครัวสูง อาจเย็น แพทย์ควรประเมินอย่างละเอียด ด้วยการซัก ชาต่อการเจ็บป่ วยของลูก หรือบางคนสารภาพ ประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจสืบค้นเพ่ ือ ผิดออกมาบางส่วน และสุดท้ายคือ เด็กมักไม่ หาสาเหตุอย่างเหมาะสม ได้ถูกนำ าส่งโรงพยาบาลทันทีหลังจากบาดเจ็บ ประวัติ ควรใช้คำาถามปลายเปิ ด (30% ผู้ปกครองนำ าส่งหลังเกิดอาการ 1-4 แทนท่ีจะเป็ นคำาถามเฉพาะเจาะจง แพทย์ วัน) ต้องระมัดระวังเร่ ืองคำาถามบางประเด็น ท่ีอาจ การตรวจวินิจฉั ยเพ่ิมเติมอ่ ืนๆ อัน ทำาให้เกิดความขัดแย้ง ในความสัมพันธ์ ได้แก่ การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ และ ระหว่างญาติกับบุคลากรทางการแพทย์ หรือ การตรวจทางรังสี ควรปรับให้เหมาะสม กับ ญาติกับเด็ก และทำาให้เหตุการณ์เลวร้ายลงได้ ส่ิงท่ได้จากการประวัติและการตรวจร่างกาย ี หากเด็กพูดได้ควรแยกเด็กจากผู้ปกครอง มา ส่วนการแปลผลต่างๆ ควรต้องเหมาะกับเด็ก ซักประวัติตามลำาพัง หากญาติไม่ยอม หรือ ในแต่ละวัยด้วย โดยเฉพาะการอ่านภาพทาง แสดงความไม่พอใจ แสดงถึงว่า แพทย์ควร รังสี ส่งท่ีควรระวัง คือ ควรวินิจฉั ยแยกโร ิ สงสัยถึงภาวะทารุณกรรมอย่างย่ง และต้อง ิ คอ่ ืนๆ อย่างเต็มท่ีก่อน ปรึกษาหน่ วยท่ีเก่ียวข้อง ให้มาดูแลอย่าง การบาดเจ็บทางศีรษะอันเกิดจากการทารุณ รวดเร็ว กรรม (Inflicted Head Injury ,Inflicted การตรวจร่างกาย ควรตรวจเด็กทัง ้ Neurotrauma หรือ Shaken Baby ตัว ตังแต่ความเหมาะสมของเส้ือผ้า การดูแล Syndrome ) ้ ความสะอาด ร่องรอยบนผิวหนั ง โดยเฉพาะ การบาดเจ็บทางศีรษะอันเกิดจากการ อย่างย่ง ร่องรอยการถูกทำาร้าย โดยถ้าพบ ิ ทารุณกรรม ถือว่าเป็ นสาเหตุท่ีทำาให้เด็กเสีย “รอยบุหร่ีจี้,รอยฟั นกัด ,รอยเชือกรัด ,รอยนำ้ า ชีวิตมากท่ีสุด ในบรรดาการทารุณกรรม ร้อนลวกบริเวณก้น มือและเท้า เหมือนกับใส่ ทังหมดในเด็ก และพบว่า 30% ของเด็ก ท่ีมี ้ ถุงมือถุงเท้า” ถือว่าค่อนข้างจำาเพาะเจาะจงต่อ Inflicted head injury ไม่สามารถวินิจฉั ยได้ โรคนี้ ในช่วงแรกของการรักษา โดยมากพบได้บ่อย นอกจากนี้ อาจตรวจพบแผลเป็ น ใน ในเด็กอายุตังแต่ 3-4 เดือน ในขณะท่ีทารุณ ้ ระยะต่างๆ อันบอกถึงการถูกทำาร้ายซำาซาก ้ กรรมเด็กแบบทัวๆไปมักพบในเด็กอายุน้อย ่ บางครังต้องตรวจอวัยวะเพศด้วย เด็กอาจมี ้ กว่า 4 ปี ลักษณะนิ สัยท่ีตอบสนองต่อแพทย์ไม่เหมาะ
  • 65.
    65 คำาจำากัดความ คือการบาดเจ็บทาง เฉพาะ Colicky babies หรืออยู่ ศีรษะท่ีอาจเกิดจากแรงกระแทก หรือการ กับผู้เลียงท่ีมีความอดทนตำ่า ้ เขย่า หรืออาจเกิดจากทังสองแรงร่วมกัน ซ่ง ้ ึ กลไกการเกิดการบาดเจ็บ รูปแบบท่ีเรารู้จักกันดีท่ีเรียกว่า “ Shaken 1. Direct injury เกิดจากองค์ baby syndrome ” อันเกิดจากแรงเขย่า ประกอบของ แรงหมุน ทำาให้เกิด Diffuse unilateral หรือ Bilateral (Rotational forced) และแรง subdural hemorrhage , Diffuse กระแทก (Impact forced) โดย multilayered retinal hemorrhage และ จากการทดลองใน Model พบว่า Diffuse brain injury โดยในระยะหลังได้มี การเกิดแรงหมุน ของศีรษะบน การรวมภาวะบาดเจ็บทางศีรษะท่ีเกิดจาก แกนหรือคอ(Angular Direct blow เข้าไปร่วมด้วย อันเป็ นท่ี deceleration) ทำาให้ส่วนกะโหลก เข้าใจกันว่า Shaken baby syndrome, และ dura เคล่ ือนท่ีสวนทางกับ Inflicted head injury หรือ Inflicted Intracranial content ผลคือเกิด neurotrauma สามารถใช้เรียกแทนกันได้ Subdural hemorrhage และ เด็กส่วนใหญ่พบว่า เคยถูกทารุณ Traumatic axonal injury ใน กรรมแล้วในอดีต และผู้กระทำาผิดส่วนใหญ่ ขณะท่ีการบาดเจ็บท่ีเกิดจาก เป็ นเพศชาย ซ่งมักเป็ นบิดาของเด็กเอง โดย ึ อุบัติเหตุ มักจะเป็ น Focal มีปัจจัยเส่ียงท่ีสัมพันธ์ต่อการเกิด Inflicted injury มากกว่า head injury คือ 2. Secondary hypoxic and 1. Perinatal illness เช่น อาจคลอด ischemic brain injury ซ่ ึงเกิด ก่อนกำาหนด หรือต้องอยู่โรง จาก Direct injury เอง หรืออาจ พยาบาลนานหลังคลอด เกิดจาก Central apnea ,อาการ 2. Family disruption and ชักท่ียาวนานต่อเน่ ือง หรือ การ separation สำาลักส่ิงแปลกปลอมเข้าปอด 3. เด็กร้องกวนตลอดเวลา พบว่า ก็ได้ เป็ นตัวกระตุ้นต่อการเกิด โดย
  • 66.
    66 ภาพท่ี 3: ภาพแสดงการบาดเจ็บใน ผููป่วย Shaken Baby Syndrome ชนิ ดของการบาดเจ็บ 2.2 Epidural hemorrhage 1. Retinal hemorrhage พบได้ (EDH) อาจเกิดจาก เด็กตกลงมา 66-85% ของ inflicted head หัวกระแทกพ้ืน แต่พบว่า injury สัมพันธ์กับ abuse น้ อยกว่า 2. Intracranial bleeding SDH 2.1 Subdural hemorrhage 2.3 Subarachnoid (SDH) มักพบว่า มีมากกว่าหน่ ึง hemorrhage (SAH) มักพบ ตำาแหน่ ง ,Mixed density และ ร่วมกับ SDH อาจพบ Chronic subdural Parenchymal injury ซ่งขึ้นอยู่ ึ hemorrhage ร่วมด้วย โดย กับกลไก และความรุนแรง ของ เฉพาะอย่างย่ิงการเกิด การเกิดการบาดเจ็บ โดยถ้าพบว่า Interhemispheric SDH (มัก มี lesion ชนิ ด subacute หรือ เป็ นด้าน posterior) ค่อนข้าง chronic (infarction , atrophy , เป็ นตัวบ่งถึง Inflicted head encephalomalacia with injury ventriculomegaly) มักอยู่ใน ส่วนในกลุ่มท่ีเกิดจาก กลุ่ม abuse มากกว่าชนิ ด acute อุบัติเหตุ มักไม่ค่อยพบ SDH parenchymal injury หรือถ้าพบก็มักมีขนาดเล็ก และ 2.4 Skull fracture กลุ่มนี้มัก อยู่ในด้านท่ีถูกกระแทก และ สัมพันธ์กับการเกิดอุบัติเหตุ สัมพันธ์กับกลไกการเกิดอุบัติเหตุ มากกว่า และมักเป็ น linear ท่ีรุนแรงมาก fracture บริเวณ parietal bone
  • 67.
    67 รอยแยกมักห่างมากกว่า 2 • CBC with platelet , Coagulogram มิลลิเมตร ส่ิงท่ีพึงระลึกในผู้ป่วย เพ่ ือแยกภาวะ bleeding disorder abuse คือ ประวัติของการบาด อ่ ืนๆ เจ็บ ไม่สัมพันธ์กับลักษณะ • CSF profile เพ่ ือ แยกภาวะ บาดแผลและรอยแตก Infection ซ่งถ้าพบ xanthochromia ึ 2.5 Skeletal fracture 20- หรือ RBC บ่งถึงว่า น่ าจะมีการบาด 50% ของ inflicted head injury เจ็บทางสมอง มีการบาดเจ็บนอกศีรษะ ซ่งรูป ึ • Biomarker brain injury เช่น แบบของการบาดเจ็บ มักได้แก่ neuron-specific enolase , S100B Metaphyseal avulsion lesions และ myelin basic protein อาจนำ า ของ long bone,Rib fracture, มาใช้ในการคัดกรองในผู้ป่วยท่ีสงสัย Acromion fracture หรือการหัก การบาดเจ็บทางสมองในกลุ่มท่ีอาการ แบบ Spiral fracture ไม่ชัดเจนได้ การซักประวัติและการตรวจร่างกาย • Electrolyte , LFT , UA เพ่ ือดู อาการท่ีผู้ดูแลเด็กมักพามาโรง ความผิดปกติ ของระบบอ่ ืน พยาบาล ได้แก่ ชัก ,หายใจลำาบาก ,หยุด การตรวจทางรังสีวิทยา หายใจหรือ ซึม ซ่งผู้ตรวจจำาเป็ นจะต้องซัก ึ 1. CT brain (unenhanced ประวัติแยกโรคอ่ ืนๆ เช่น การติดเช้ือใน computed tomography) with กระแสเลือด ก่อน ซ่ ึงหากพบว่า มีประเด็น brain and bone window เพ่ ือ ต้องสงสัยการทารุณกรรม จึงควรจะทำาการ ประเมินเบ้ืองต้น และบอกชนิ ด สืบค้น และลงบันทึกไว้อย่างละเอียด ของการบาดเจ็บ การตรวจร่างกาย มักมีอาการทาง 2. MRI brain (noncontrast ระบบประสาทไม่แน่ นอน บางราย vital magnetic resonance signs ไม่ stable บางรายสับสน หรืออาเจียน imaging) มีข้อดีกว่า CT ตรงท่ี ถ้าตรวจในระยะเร่ิมต้นของการเจ็บป่ วย อาจ บอกรูปแบบการ extend และ พบ Neurological deficit ได้ และส่วนใหญ่ ระยะเวลา ของรอยโรคได้ พบว่ามีการตรวจร่างกายระบบอ่ ืนปกติ (35- นอกจากนี้ยังสามารถบอกรอย 40%) โรคขนาดเล็กได้ ส่วน DWI ส่ิงท่ีควรตรวจ และมักพบว่าผิดปกติ (diffusion wedge image), คือ การมองหา retinal hemorrhage เพราะ ADC (apparent diffusion พบได้บ่อยใน Inflicted head injury coefficient mapping) สามารถ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
  • 68.
    68 บอกการเกิด hypoxic ischemic พ.ศ. 2546 หมวดท่ี 4 มาตรา 41 ว่า injury ในช่วง acute ได้ ด้วย แม้วา MRI จะบอก รายละเอียด ่ “ ผ้ใดพบเห็นหรือประสบ ้ ได้มากกว่า CT ก็ตาม แต่การ พฤติการณท่ีน่าเช่ ือว่ามีการกระทำาทารุณ ์ ส่งผู้ป่วยไปทำา MRI ยุ่งยากและ กรรมต่อเด็ก ให้รีบแจ้งหรือรายงานต่อ ใช้เวลานานกว่าเวลาทำา CT ด้วย พนั กงานเจ้าหน้ าท่ี พนั กงานฝ่ าย เหตุนี้ จึงมักส่งทำาหลังจากเกิด ปกครองหรือตำารวจ หรือผ้้มีหน้ าท่ี การบาดเจ็บไปแล้ว 2-3 วัน ค้มครองเด็กตามมาตรา 24 (ปลัด ุ 3. Skeletal evaluation เด็กท่ี กระทรวง ,ผ้ว่าราชการจังหวัด ,นาย ้ สงสัยการทารุณกรรม ควรได้รับ อำาเภอ ,ปลัดอำาเภอ หรือผ้้บริหาร การ skeletal survey ทุกราย องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน) 4. Ophthalmologic examination และการแจ้งหรือรายงานตามมาตรา ควรปรึกษาจักษุแพทย์ เพ่ ือ นี้ เม่ ือได้กระทำาโดยสุจริตย่อมได้รับ วินิจฉั ยภาวะ Retinal ความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทังทาง ้ hemorrhage หรือการบาดเจ็บ แพ่ง ทางอาญาหรือทางปกครอง” ชนิ ดอ่ ืนทางตา • ปรึกษาสหสาขาวิชา เพ่ ือเข้าร่วมใน การวินิจฉั ยแยกโรค การรักษาและหาแนวทางแก้ไข อาทิ 1. Accidental injury กุมารแพทย์ ,จักษุแพทย์ ,ศัลยกรรม 2. Birth trauma ระบบประสาท, พยาบาล, ตำารวจ, 3. Apparent life threatening event สังคมสงเคราะห์ (มูลนิ ธิเด็ก, ศูนย์ 4. Bleeding disorder พิทักษ์ สิทธิเด็ก ฯลฯ) 5. โรคอ่ ืน ๆ เช่น Glutaric aciduria เอกสารอ้างอิง type1 1. Faris A. Bandak. Shaken baby การรักษา syndrome: A biomechanics • รักษา Medical condition เป็ น analysis of injury mechanisms. อันดับแรก โดยทัวไปแล้วควรต้องรับ ่ Forensic Science International ผู้ป่วยไว้รักษาต่อเน่ ืองในโรงพยาบาล 2005;151:71–79. • ประเมินภาวะการทารุณกรรมเด็ก 2. Judith E. Tintinalli;Gabor หากอยู่ในข่ายต้องสงสัย D.Kelen and J.Stephan • ดำาเนิ นการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก Stapczynski . Emergency ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก Medicine: a comprehensive study th guide . 6 ed . Mcgraw-Hill :
  • 69.
    69 Mcgraw-Hill Companies reprint from UpToDate (version 2004:1847-1854 16.2) . Retreived October 25, 3. Cindy Christian and V Jordan 2008.Available from: URL:http Greenbaum . Epidimiology , ://www.uptodate.com mechanism, and type of inflicted 6. ทีมศูนย์กู้ชีพนเรนทร ราชวิถี . head injury in infants and (2008) . Child abuse: ตามให้ทัน children . Official reprint from คนทำาเด็ก , สืบค้นเม่ ือ 10 UpToDate (version 16.2) . พฤศจิกายน 2551. Available Retreived October 25, from:URL:http://www.narenthorn. 2008.Available from: URL:http:// or.th/node/95 www.uptodate.com 7. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 4. Erin E Endom . Physical abuse 2546. (ตุลาคม, 2546). เล่ม 120 in children: Diagnostic evaluation ตอนท่ี 95 ก , สืบค้นเม่ ือ 12 and management . Official พฤศจิกายน 2551. Available from: reprint from UpToDate (version URL:http://www.ffc.or.th/deficien 16.2) . Retreived October 25, t_form/children2546.pdf 2008.Available from: URL:http:// 8. เสาวนี ย์ ชัยศุภรัศมีกุล . “เด็กท่ีถูก www.uptodate.com ทารุณกรรมทางกายและเด็กท่ีถูก 5. Clindy Chistian and Erin E ทารุณกรรมทางเพศ : การศึกษาย้อน Endom . (2008). Evaluation and หลัง 7 ปี ”. สาขากุมารเวชศาสตร์ Diagnosis of inflicted head injury สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี in infant and children . Official กระทรวงสาธารณสุข 2548
  • 70.
    70 Doctor Corner/มุมแพทย์ ฉุกเฉินทางกายแตูเร้ ือรังทางใจ นายแพทย์พงศกร อธิกเศวตพฤทธิ ์ โครงการจัดตังภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น ้ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กริง!!!........ กร่ิงกู้ชีพ ดังขึ้น อัน ๊ ทุกอย่างตลอดมาจนกระทังถึงวันท่ีผู้ป่วยไม่รู้ ่ เป็ นสัญญานแจ้งแพทย์ พยาบาล ณ ห้อง สึกตัวนี้ ผู้ป่วยไม่มีโอกาสได้รับทราบเลยว่า ฉุกเฉิ น ทุกคนเตรียมพร้อมท่ี จะต้องเผชิญ ตนเองป่ วยเป็ นอะไร อนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้น กับ คนไข้หัวใจหยุดเต้นท่ีมา ณ ห้องฉุกเฉิ น บ้าง แม้กระทังการตัดสินใจในการรักษาทุก ่ ผู้ป่วยรายนี้เป็ น ชายอายุ 60 ปี เร่ิมรับ อย่างก็มาจากการปรึกษาร่วมกันในหมู่ญาติ ประทานอาหารน้ อยลงมา 2-3 วัน จนกระทัง ทังสิน ทังนี้เพราะญาติกลัวว่าผู้ป่วยจะเสียใจ ่ ้ ้ ้ วันนี้ผู้ป่วยมีอาการซึมลงเร่ ือยๆ และปลุกแล้ว และกังวลกับโรคท่ีตนเองเป็ น จึงตัดสินใจไม่ ไม่ต่ืน ซ่ ึงสร้างความต่ ืนตระหนกตกใจแก่ บอกข้อมูลใดๆ แก่ผู้ป่วยเลย นอกจาก ลูกและภรรยาเป็ นอย่างมากอันทำาให้รีบพาผู้ บอกเพียงว่า ผู้ป่วยมีอาการป่ วยจากโรคปอด ป่ วยมาโรงพยาบาลในทันที แพทย์และ อันเกิดจากการสูบบุหรี่อย่างหนั กเท่านั ้น พยาบาลท่ีปฏิบัติงานอยู่ในห้องฉุกเฉิ น ณ หลังการกู้ชีพผ่านไปคร่ ึงชัวโมงโดยท่ีผู้ ่ ขณะนั ้นพากันเร่งรีบให้การรักษากู้ชีพด้วย ป่ วยไม่มีการตอบสนองต่อการรักษาเกิดขึ้น การบีบลมเข้าปอด กดหน้ าอก และเปิ ด เลย แพทย์ผู้ทำาการรักษาจึงได้ปรึกษากับ เส้นเลือดเพ่ ือให้ยากระตุ้นหัวใจ โดยมุ่งหวัง ภรรยาและลูกของผู้ป่วยว่าจะทำาการกู้ชีพต่อ เพ่ ือกู้ฟ้นหัวใจของผู้ป่วยให้กลับมาเต้นอีก ื ไปหรือปล่อยให้ผู้ป่วยเข้าสู่วาระสุดท้ายของ ครัง ้ ญาติได้เล่าประวัติว่า ผู้ป่วยเป็ นมะเร็ง ชีวิตอย่างสงบ เป็ นท่ีน่าเสียดายว่า แม้ใน ปอดระยะสุดท้าย แพทย์เจ้าของไข้ได้ให้ยา นาทีสุดท้ายของชีวิตตนเอง ผู้ป่วยก็ไม่ เคมีบำาบัด แต่อาการไม่ดีขึ้น และปั จจุบัน สามารถตัดสินใจเลือกส่ิงต่างๆให้แก่ชีวิต มะเร็งได้ลามไปท่ีสมองแล้ว การรักษาใน ตนเองได้ ทังนี้จงไม่มีผู้ใดทราบถึงความ ้ ึ ปั จจุบันเป็ นเพียงการรักษาแบบ ประคับ ต้องการท่ีแท้จริงของผู้ป่วย ไม่ทราบว่าผู้ป่วย ประคองเพ่ ือไม่ให้ผู้ป่วยได้รับความเจ็บปวด มีการเตรียมพร้อมตนเองต่อวาระสุดท้ายใน ทรมานจากตัวโรคมะเร็งมากเท่านั ้น ชีวิตหรือไม่ อีกทังผู้ป่วยได้ทำาส่ิงท่ีต้องการ ้ นั บระยะเวลาตังแต่แพทย์ให้การ ้ มากท่ีสุดในชีวิตก่อนมาถึงวาระสุดท้ายของ วินิจฉั ยว่าเป็ นมะเร็งปอด รวมทังให้การรักษา ชีวิตแล้วหรือไม่ ้
  • 71.
    71 กรณี ข้างต้นเป็ นกรณี ของผู้ป่วยหัวใจ เป็ นต้น เม่ ือผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเป็ นโรค หยุดเต้นท่ีพบได้เกือบทุกวันในห้องฉุกเฉิ น อะไร จึงทำาให้ผู้ป่วยพลาดโอกาสท่ีจะจัดการ ซ่งเป็ นภาวะเร่งด่วน ท่ีต้องให้การรักษาอย่าง ึ กับชีวิตของตนท่ีเหลืออยู่ แม้กระทัง ่ รวดเร็ว แม้โลกจะพยายามพัฒนาวิธีการกู้ชีพ วาระสุดท้ายของชีวิต ญาติบางรายก็ยัง แบบใหม่ๆมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงพบว่า ต้องการย้ือชีวิตของ ผู้ป่วยให้อยู่ต่อไปให้นาน ผู้ป่วยท่ีมาด้วยอาการหัวใจหยุดเต้นมักมี ท่ีสุด โดยขอให้แพทย์กระทำาทุกวิถีทางเพ่ ือ โอกาสรอดชีวิตได้น้อยอยู่นั่นเอง หรือหากผู้ ฉุดรังชีวิตของผู้ป่วยให้กลับมาให้ได้ ทังด้วย ้ ้ ป่ วยสามารถ รอด ชีวิตได้ ก็พบว่า เกือบ การให้ผู้ป่วยถูกใส่ท่อช่วยหายใจผ่านทางปาก ทังหมดต้องนอนเป็ นเจ้าชายนิ ทรา มีอาการ ้ หรือจมูก ให้แพทย์กดหน้ าอกและช้อค อัมพาต พูดไม่ได้ ขยับไม่ได้ ส่ ือสารไม่ได้ มี ไฟฟ้ าท่ีหน้ าอกเพ่ ือกระตุ้นหัวใจให้ฟ้ืนกลับมา เพียงหัวใจท่ียังเต้นอยู่เท่านั ้น ให้พยาบาลเจาะเลือดเพ่ ือเป็ นเส้นทางให้สาร หัวใจของการให้บริการทางการแพทย์ นำ้ าและนำ าเลือดของผู้ป่วยออกมาเพ่ ือส่งตรวจ ณ ห้องฉุกเฉิ นมักมุ่งเน้ นให้การรักษาโรคท่ีมี ทางห้องปฏิบัติการต่างๆ โดยไม่สนใจว่าวิธี อาการเฉี ยบพลัน เป็ นหลัก แต่อาการ การใดบ้างจะสร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้ป่วย เฉี ยบพลันเหล่านั ้นมักเป็ นฉากหน้ าท่ีนำาผู้ ทังนี้ผู้ป่วยก็ยังคงถูกปิ ดโอกาสในการเลือกท่ี ้ ป่ วยมาพบแพทย์อย่างฉุกเฉิ นโดยท่ีมีโรค จะยอมรับการกระทำาเหล่านี้หรือไม่ หากผู้ เร้ือรังเดิมเป็ นตัวบ่อนทำาลายและกัดกร่อนให้ ป่ วยสามารถรอดชีวิตจากภาวะวิกฤติเหล่านั ้น ร่างกายของผู้ป่วยทรุดโทรมมาแล้วเป็ นเวลา มาได้ มักพบว่า ผลพวงท่ีตามมาในระยะยาว ยาวนาน บ่อยครังท่ีผู้ป่วยอันมีโรคเร้ือรัง ้ มักจะสะท้อนกลับมาเป็ นผลเสียต่อผู้ป่วยและ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ซ่ ึงผู้ป่วยไม่ทราบการ ญาติ เสมอ ทังเร่ ืองค่าใช้จ่ายในการดูแล ้ วินิจฉั ยของตนเอง หรือถึงทราบวินิจฉั ยก็มัก คนท่ีมีหน้ าท่ีดูแลก็ต้องอดหลับอดนอน และ จะไม่ ทราบว่ารักษาแล้วจะดีขึ้นหรือไม่ ผู้ป่วยเองก็ต้องทรมานกับ สภาวะท่ีเป็ นอยู่ พยากรณ์ของโรคจะเป็ นไปอย่างไร ดังนั ้นพบ ดังนั ้นเป็ นการดีกว่าหรือไม่ท่ีจะ ว่า การตัดสินใจเก่ียวกับการรักษาส่วนใหญ่ วางแผนให้คนท่ีเรารัก ผ่านพ้นวิกฤตินั้นไป มักกระทำาโดยญาติพ่ีน้องในครอบครัวของผู้ ได้อย่างราบร่ ืน และมีสวนในการเลือกทาง ่ ป่ วยเอง ด้วยความรักระหว่างบุคคลใน เดินชีวิตของตน ครอบครัวท่ีมีต่อผู้ป่วย จึงทำาให้การตัดสินใจ เม่ อผู้ป่วยมีโอกาสรับทราบว่า ื ส่วนใหญ่มักเป็ นไปในทางท่ีสนั บสนุนให้ผู้ ตนเองเป็ นโรคอะไร ตัวโรคจะดำาเนิ นไป ป่ วยจำาต้องรับการผ่าตัดในหลายรูปแบบ ผู้ อย่างไร การรักษาต่างๆ จะมีประโยชน์ กับ ป่ วยต้องยอมรับยาเคมีบำาบัดต่างๆท่ีมีผลข้าง ตนหรือไม่แล้วนั ้น ผู้ป่วยก็จะเร่ิมปรับตัวได้ เคียงรุนแรงเช่น อาเจียน แผลพองในปาก รับ แล้วจะทำาให้ ผู้ป่วยทราบได้ว่าจะวางแผนทำา ประทานอาหารไม่ได้ เหน่ ือยเพลียต่างๆ อย่างไรกับอนาคตของตนเอง และ คนใน
  • 72.
    72 ครอบครัว ดังตัวอย่างบทความหน่ ึงจาก ลูกสาวฟั งด้วยนำ้ าตาว่าเพราะอะไรเธอถึงจาก หนังสือ “...บันทึกสู่แผ่นฟิ ล์ม... ความสุข มา..............” ของกะทิ” ท่ีถ่ายทอด เร่ ืองราว ของแม่ ท่ี อาการช่วงสุดท้ายของชีวิต เป็ น ทราบว่าตนเองเป็ นโรคร้ายและทราบระยะ อาการท่ีแสดงว่าร่างกายไม่สามารถทำางานได้ เวลาท่ีเหลืออยู่ในโลกใบนี้ จึงวางแผนชีวิต อีกต่อไป จะมีอาการแสดงออกมาหลายอย่าง ของตนเอง ลูกสาววัย 6 ขวบ และผู้คนรอบ เช่น กินน้ อยลง หลับมากกว่าปกติ หายใจผิด ข้าง ให้ผ่านพ้นช่วงเวลาท่วิกฤติท่ีสุดให้ผ่าน ี ปกติ เสมหะมากขึ้น เป็ นต้น แต่ก็ยากท่ีจะ ไปได้โดยท่ีไม่กระทบกระเทือนจิตใจของ คาดคะเนได้ว่าภาวะเหล่านั ้นจะเกิดเม่ ือใด ลูกสาวตัวน้ อย ไว้ว่า..... แพทย์และพยาบาลทำาได้เพียงแนะนำ าญาติ “เม่ อแม่รู้ว่าตัวเองป่ วยนั ้น ยังรู้ด้วยว่า เท่านั ้น เพ่ ือไม่ให้ญาติตระหนกกับเหตุการณ์ ื สภาพร่างกายจะใช้งานไม่ได้ทีละน้ อย จะเดิน ท่ีเกิดขึ้นและผ่านพ้นช่วงนั ้นไปอย่างราบร่ ืน ไม่ได้ ต้องใช้ไม้เท้า และใช้รถเข็นในที่ีสุด มือ โรคร้ายและวาระสุดท้ายของชีวิต ส่ิง จะหยิบจับของได้น้อยลงเร่ ือยๆ จนท้ายสุดใช้ สุดท้ายท่ีส่ิงมีชีวิตทุกชนิ ดไม่สามารถหลีกพ้น ไม่ได้เลย กล้ามเน้ือควบคุมการพูดการหายใจ ไปได้ แต่ส่ิงท่ีทำาได้คอ การเตรียมความพร้อม ื ก็เช่นกัน สำาหรับคนคนหน่ ึงท่ีรู้ว่ามีอะไรรอ ร่วมกับวางแผนว่าผู้ป่วยและญาติจะเผชิญ อยู่ตองคิดมากและเตรียมใจ ซ่งไม่ใช่เร่ ืองง่าย รับมือกับภาวะนั ้นไปได้ อย่างไร โดยก่อความ ้ ึ ดังนั ้นหากต้องดูแลเด็กเล็กๆ อีกคน เร่ ืองคง ทุกข์ทรมานต่อทังสองฝ่ ายน้ อยท่ีสุด ้ แพทย์ ยากขึ้น ทังสำาหรับตัวเองและเด็ก ชีวิตหกปี ้ มีหน้ าท่ีเพียงให้คำาแนะนำ าท่ีเป็ นประโยชน์ แก่ แรกของเด็กมีความสำาคัญมาก หากต้องมาพบ คนไข้เท่านั ้น แต่ไม่ได้มีอำานาจในการตัดสินใจ กับสภาพผันผวนและ ทนกับสภาพอารมณ์ ใดๆกับชีวิตของผู้อ่ืน ดังนั ้นภาระอันสำาคัญ อ่อนไหวของแม่ย่อมไม่ใช่เร่ ืองดี แม่เป็ น และละเอียดอ่อนนี้ จึงเป็ นความรับผิดชอบ คนใช้สมองนำ าทางชีวิต จึงตัดสินใจฝากลูกไว้ และการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยและ กับตายาย และใจเด็ดกว่านั ้นคือ ถึงขันขาด ้ คนในครอบครัวตังแต่เร่ิมต้นท่ีรับทราบส่ิง ท่ี ้ การติดต่อไปเลยเพ่ ือไม่ต้องพะวักพะวน จะเกิดขึ้น ใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการ ท้ายนี้ ได้นำาเอาบทความของ พระ ตัดสินใจนี้ย่อมมีสิทธิทำาได้ คุณรัชนกในบท ไพศาล วิสาโล ซ่ง แปลจากหนั งสือ “The ึ ของแม่ตีความตามท่ีรับฟั งจากเจ้าของบท Tibetan Book of Living and Dying” แม้ ประพันธ์ เธอไซ้หน้ าสัมผัสลูกสาวท่ีคุกเข่าลง จะเป็ นบทความที่ีเขียนถึงบุคคลากรทางการ กอดแม่ในวันท่ีลงจากรถหน้ าเรือนหลังน้ อย แพทย์แต่ ก็สำาคัญสำาหรับบุคคลทัวไปเช่นกัน ่ ริมทะเล เธอนั่ งน่งให้ลูกสาวยกแขนไปโอบ ิ “ส่ิงหน่งท่ีข้าพเจ้าหวังก็คือ ส่ ือนี้จะ ึ ไหล่ก่อนซบหน้ าลงบนบ่า เธอถอดใจเล่าให้ ช่วยให้หมอทัวโลกตระหนั กว่า การอนุญาต ่ ให้ผู้ใกล้ตายได้จากไป อย่างสงบ และเป็ นสุข
  • 73.
    73 นั ้น เป็นเร่ ืองสำาคัญย่ิง ข้าพเจ้าใคร่ขอวิงวอน ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (End of life ต่อบุคลาการทางการแพทย์ทุกคน และหวังว่า care : Improving care of the dying). จะช่วยให้เขาหล่านั ้น ค้นพบหนทางในการ พิมพ์ครังท่ี 2 : พฤษภาคม 2550. หน้ า ้ ทำาให้ช่วงหัวเลียวหัวต่อแห่งความตายอันยาก ้ 24-34. ลำาบากนั ้น ผ่านไปอย่างง่ายดาย ไม่เจ็บปวด 2. อ.พญ. สายพิณ หัตถีรัตน์. “ถึงเวลา และสงบ เท่าท่ีจะทำาได้ การตายอย่างสงบเป็ น ของฉั นแล้วใช่ไหมหมอ”, การดูแลผู้ สิทธิมนุษยชนท่ีสำาคัญโดยแท้ อาจสำาคัญย่ิง ป่ วยระยะสุดท้าย (End of life care : กว่าสิทธิในการลงคะแนนเสียง หรือสิทธิท่ีจะ Improving care of the dying). พิมพ์ ได้ ความยุติธรรมเสียอีก ทุกศาสนาสอนว่า ครังท่ี 2 : พฤษภาคม 2550. หน้ า 35- ้ น่ีเป็ นสิทธิท ี่มีผลอย่างมากต่อปกติสุข และ 37. อนาคตทางจิตวิญญาณของผู้ใกล้ตาย และ 3. งามพรรณ เวชชาชีวะ, กรอบรูป, บันทึก ไม่มีส่งประเสริฐใดๆ ท่ีคุณสามารถจะให้ได้ ิ สู่แผ่นฟิ ล์ม ความสุขของกะทิ, พิมพ์ นอกเหนื อจากการช่วยบุคคลตายด้วยดี” ครังท่ี 1, แพรวสำานั กพิมพ์ 2551. หน้ า ้ เอกสารอ้างอิง 139-142. 1. ศ.เกียรติคุณ พญ. สุมาลี นิ มมานนิ ตย์. ความเข้าใจเก่ียวกับภาวะใกล้ตาย, การ
  • 74.
    74 ชมรมศิษย์เกูาแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินแหูงประเทศไทย (Society of ThaiEmergency Physician alumni) น.พ.รัฐพงษ์ บุรีวงษ์ กลุ่มงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิ น โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา สวัสดีท่านผู้อานทุกท่าน และขอ ่ พ่ีน้องท้องเดียวกัน กลุ่มแพทย์เหล่านี้จึงได้ แสดงความยินดีกับฉบับแรกของ “วารสาร จัดตังชมรมขึ้นมา โดยใช้ช่ือว่า “ชมรมศิษย์ ้ สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น” ครับ หลังจากท่ี เก่าแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น” หรือท่ีเราใช้ ทราบมาว่า คณะกรรมการทุกท่านได้ช่วยกัน ภาษาสากลว่า Society of Thai Emergency ทำางานอย่างหนั กหน่ วง และในท่ีสุด เราทุก Physician alumni คนก็ได้มีโอกาสอ่านวารสารทางวิชาการฉบับ การจัดตังชมรมฯ ในครังนี้ มี ้ ้ แรกนี้กันเสียทีนะครับ วัตถุประสงค์หลายประการด้วยกัน โดย 5 ปี ผ่านไป (ไวเหมือนโกหก) สามารถแบ่งออกเป็ นประเด็นต่าง ๆ ได้ดงนี้ ั ประเทศไทย สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่ง 1. เป็ นการรวมตัวกันของแพทย์ ประเทศไทย ก็ได้มีสวนช่วยให้ประเทศเราได้ ่ เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นท่ีจบจากทุกสถาบัน มีกลุ่มแพทย์เฉพาะทาง “เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น” ไม่วาจะปฏิบัติงานอยู่แห่งไหนก็ตาม ่ ออกมาเป็ นตัวเป็ นตนได้ถึง 2 รุ่นเป็ นท่ี เพ่ ือให้สามารถพูดคุยและช่วยกัน เรียบร้อยแล้วซ่ ึง ณ เวลาปั จจุบัน แพทย์เหล่า สร้างให้งานเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น เติบโต นี้กำาลังปฏิบัติงานอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของ ไปในอนาคตอย่างเข้มแข็ง ประเทศ และกำาลังพยายามสร้าง พัฒนางาน 2. เป็ นรากฐานในการรวมตัวกันให้แก่ ในส่วนท่ีเก่ียวข้องกับเวชศาสตร์ฉุกเฉิ น จาก แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นทังท่ีสำาเร็จ ้ การพูดคุยและแลกเปล่ียนข้อมูลกัน เราพบว่า การศึกษาแล้ว และท่กำาลังจะสำาเร็จ ี การปฏิบัติงานในแต่ละท่ี ทังท่ีเป็ นโรง ้ การศึกษา ตามมาในอนาคต พยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และ 3. สนั บสนุนวิชาการ ให้แก่สมาคม โรงเรียนแพทย์ ต่างก็มีความท้าทาย มีโอกาส เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย รวมทังมีปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน่ ้ ตรวจรักษาตามปกติ และการปฏิบัติงานเพ่ ือ ภายในชมรมฯ ประกอบไปด้วย สร้างรากฐานของงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นอยู่ทัง สมาชิกคือแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นทุกท่านท่ี ้ สินไม่น้อยเลยทีเดียว และในอีกไม่ก่ีเดือน ้ จบออกจากทุกสถาบันทัวทังประเทศ โดยมี ่ ้ ข้างหน้ านี้ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นรุ่นท่ี 3 ก็ การแบ่งกลุ่มย่อยภายในชมรมฯ ออกเป็ น กำาลังจะคลอดตามออกมา ฉะนั ้น ตามประสา
  • 75.
    75 1. กลุ่มแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นท่ีปฏิบัติ ส่วนบริหารงานชมรมฯ เพ่ ือให้ งานอยู่ในโรงเรียนแพทย์ กิจกรรมทังหมดของชมรมฯ สามารถดำาเนิ น ้ 2. กลุ่มแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นท่ีปฏิบัติ ต่อไปได้อย่างต่อเน่ ืองและสมำ่าเสมอ รวมทัง ้ งานอยู่ในโรงพยาบาลเอกชน และ การประชาสัมพันธ์ให้กับแพทย์เวชศาตร์ 3. กลุ่มแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นท่ีปฏิบัติ ฉุกเฉิ นรุ่นน้ องได้ทราบถึงความหมาย และ งานอยู่ในโรงพยาบาลของรัฐ ทัวทัง ่ ้ ความสำาคัญของการรวมตัวกันของแพทย์ ประเทศ เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น โดยมีวัตถุประสงค์การแบ่งกลุ่มเช่นนี้ ทังหมดข้างต้น คือโครงสร้างหลัก ๆ ้ เพ่ ือให้ในแต่ละกลุ่ม ซ่งมีลักษณะและ ึ ของชมรมศิษย์เก่าแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น บรรยากาศการทำางานใกล้เคียงกัน สามารถ และจากการประชุมพบปะกันของคณะทำางาน พูดคุยปรึกษากันได้ทังในเร่ ืองโอกาสในการ ้ ชุดแรก (ดังท่ีจะแนบรายช่ ือให้ทราบตอนท้าย พัฒนางาน และช่วยกันแก้ไขปั ญหาท่ีพบจาก นะครับ) การออกกิจกรรมของชมรมฯ กำาลัง การปฏิบัติงานโดยไม่ทอดทิงกันเพ่ ือให้งาน ้ อยู่ระหว่างการวางแผนการดำาเนิ นงาน รวม เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นเติบโตไปพร้อม ๆ กันได้ทัง ทังทีมทำางานท่ีเหมาะสม ส่วนกิจกรรมชิน ้ ้ ้ ประเทศอย่างมันคง ่ แรกจะเป็ นอะไร คงต้องขออณุญาตอุบไว้ นอกจากการแบ่งกลุ่มย่อยตาม ก่อนนะครับ แต่คิดว่าคงจะได้มีโอกาสเห็นกัน ลักษณะดังกล่าวแล้ว ยังมีการแบ่งการทำางาน ในไม่ช้าอย่างแน่ นอน ออกเป็ นส่วนต่าง ๆ คือ ส่วนของวิชาการ ระหว่างนี้ ทุกท่านท่ีสนใจติดตามความ เพ่ ือให้ชมรมฯ สามารถมีส่วนช่วยสนั บสนุน เคล่ ือนไหวของชมรมศิษย์เก่าแพทย์ สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นในเร่ ืองวิชาการ เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น สามารถพบกับพวกเรา และติดตามความก้าวหน้ าทางวิชาการจากทุก ได้ท่ี http://www.sothep.com และทางคณะ แหล่งเพ่ ือช่วยเป็ นหนทางในการพัฒนาความ ทำางาน มีความยินดีเป็ นอย่างย่ง และขอบคุณ ิ รู้ให้แก่แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นทัวทังประเทศ ล่วงหน้ าสำาหรับข้อเสนอแนะ คำาติ คำาชม ( ่ ้ ส่วนของกิจกรรม ในเบ้ืองต้น ชม เอาหมดทุกอย่าง) ท่ีจะช่วยให้พวกเรา แพทย์ รมฯมีเป้ าหมายให้มีการจัดทำากิจกรรมในรูป เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น เติบโตไปในอนาคตได้ แบบต่าง ๆ เพ่ ือเป็ นการประชาสัมพันธ์ให้แก่ อย่างแข็งแรงและมันคง ส่วนในโอกาสนี้ ่ ประชาชน โดยเฉพาะบุคลกรสาธารณสุข ให้ ขอบคุณครับ ทราบถึงการเร่ิมต้นการมีแพทย์เวชศาสตร์ ฉุกเฉิ น
  • 76.
    76 Nurse Corner/มุมพยาบาล โยนความคิดเกูาๆท้ิงไป....แล้วลองคิดใหมูดีกวูา อุบล ย่ีเฮ็ง หัวหน้ าพยาบาลศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี อุปนายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย เม่ อเร็วๆนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุย ื ท่ีเด็กแว๊นและเด็กสก๊อย เร่ิมออกตะเวน กับน้ องพยาบาลรุ่นใหม่คนหน่ ึง (โรงพยาบาล ล่องราตรีกาล โชว์ลลาบิดทะยานรถ ี ใดไม่ขอบอก) เก่ียวกับการทำางานในห้อง จักรยานยนต์ป่วนเมืองไปทัว ่ นึ กภาพผู้ ฉุกเฉิ น ซ่งนั บวันจะมีผู้เจ็บป่ วยเป็ นจำานวน ึ บาดเจ็บในห้องฉุกเฉิ นกันเอาเองก็แล้ว มากย่ิงขึ้น เราคุยกันถึงเร่ ืองหลายเร่ ือง กัน.....? ทำาเอาพยาบาลเวรดึกซ่ ึงส่วนมาก ทำาให้ผู้เขียนได้เห็นแนวคิดดีๆมากมายของ เป็ นผู้หญิงต้องแสดง Action เป็ นบทนางร้าย คนรุ่นใหม่ท่ีอายุต่างกับเรามาก และมีบท ทังๆท่ีไม่อยากทำาเล้ย ้ โปรดเห็นใจด้วยเถอะ สรุปท่ีเหมือนกันในเร่ ืองหน่ ึงไม่ว่าจะเป็ นใน โถ ...ไหนก่อนขึ้นเวรก็นอนไม่ค่อยจะหลับ สมัยไหนๆก็คือ พยาบาลห้องฉุกเฉิ นเหน่ ือย ไม่รวมเร่ ืองอายุท่ียืนขึ้นเร่ ือยๆ ซ่งย่ิงส่งผล ึ ล้าเหลือเกิน โดยเฉพาะเวรบ่าย เวรดึก ให้นอนหลับยากตอนก่อนขึ้นเวร พอมา ย่งในช่วงต่อเวรระหว่างเวรบ่าย และเวรดึก ิ ขึ้นเวรก็ต้องทำางานเจอคนเมา ในยามวิกาล ซ่งนอกจากจะมีผู้ป่วยเป็ นจำานวนมากแล้ว ึ โดยไม่มีเวลาพักอย่างเป็ นทางการเหมือนเวร ยังมีผู้บาดเจ็บทยอยกันมาอีกเพรียบ อาจ บ่าย หรือเวรเช้า ท่ีมีสิทธ์พักกินข้าวคนละ 1 เป็ นเพราะเป็ นช่วงท่ีผับหรือบาร์ใกล้ปิด ชัวโมง ่ มันทังล้า ทังง่วงอย่าบอกใครเชียว ้ ้ เหย่ียวราตรีทังหลายท่ีด่ืมสุรา เร่ิมเมาได้ท่ี ้ ย่งตอนใกล้ตี 5 ิ มันง่วงตาแทบจะปิ ด พากันทยอยกลับบ้าน ซ่ ึงก็มักตรงกับเวลา พยาบาลคนไหนสวยธรรมชาติ หรือสวย
  • 77.
    77 เพราะการแต้มแต่ง ก็มาดูกันตอนนี้แหละ หมอ...อย่า อิ จ ฉานะ เพราะได้ พั ก อย่ า งเป็ น ของจริงแท้ๆเลย ผู้เขียนยังจำาได้ ตอนเป็ น ท า ง ก า ร อ ยู่ แ ล้ ว ) น่ า จ ะ ทำา ใ ห้ รู้ สึ ก นั กเรียนพยาบาล ต้องขึ้นเวรตอน ตี 5 ถึง กระปรีกระเปร่า ้ สดช่ ืนขึ้น ลดการเหน่ ือย 8 โมงเช้า ได้รับมอบหมายจากพ่ีหัวหน้ าเวร ล้ า ล ง แ ล ะ นำ า ม า สู่ ก า ร ทำา ง า น ท ่ีมี ให้ Gavage อาหารให้เด็กป่ วยท่ีเป็ น ประสิทธิภาพ ลดความผิดพลาดจากการ Hydrocephalus อาหารท่ี Gavage ก็มี เหน่ ือยล้าและง่วงนอน ข้อร้องเรียนต่างๆ ความข้นเหลือเกิน ต้องยืนถือ Syringe น่ าจะลดน้ อยลงไปด้วย อ้อ! และเม่ ือออกมา Gavage 50 cc รออาหารไหลลงกระเพาะ จากห้องสรีระสำาราญเพ่ ือมาทำางานต่อ ก็ดูแล นานเท่าไรไม่ทราบ รู้แต่ว่ายืนง่วงนอน ตา ตัวเองให้ดีก่อนนะ หวีผมหวีเผ้าให้เรียบร้อย ปิ ดเม่ ือไรไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนท่ีได้ยิน อย่าให้เหมือนสิงโตยามคำ่าคืน แปรงฟั นล้าง เสียงดังตุ๊บ และมีเสียงเด็กป่ วย หน้ าล้างตาให้ ดี เดี๋ ยวคนไข้ จะหมดสติ โ ดย Hydrocephalus ร้องจ๊ากดังขึ้น ทำาให้ผู้ ไม่ รู้ ว่ า สาเหตุ ใ ดกั น แน่ (ฝากถึ ง คุ ณ หมอท่ี เขียนเร่ิมรู้สึกตัว ลืมตาก็เจอ Syringe ทำา งานในยามคำ่า คืน ด้ว ยก็ แ ล้ ว กั น เพราะอยู่ Gavage อาหาร ท่ีถืออยู่ในมือตกลงไปอยู่ ทำา งานในทีมเดียวกันอยู่แล้ว ....อย่าโกรธล่ะ ) ข้างๆศีรษะเด็ก จึงเดาได้ว่า Syringe ตก ผู้เขียนได้ฟังพยาบาลรุ่นใหม่ใ ห้ความคิดเห็น จากมือเรามากระแทกศีรษะเด็ก......เวรกรรม ดังนี้ รู้สึกเข้าใจ และเห็นด้วยอย่างย่ง ิ แท้ๆเรา ผู้เขียนยังรู้สึกผิดไม่หายจนถึง เพราะตัวเองก็เคยอยู่ER มาถึง 16 ปี พออยู่ ปั จจุบัน และคงจะเป็ นด้วยเวรกรรมในครัง ้ เวรดึก ก่อนขึ้นเวรก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะ นี้ท่ียังตามมาหลอกมาหลอน ทำาให้ชีวิตใน กั ง วลว่ า จะไม่ ต่ ืน พอขึ้ น เวร คนไข้ ก็ เ ยอะ ปั จจุบันของผู้เขียนต้องถูกหลายส่ิงหลายอย่าง จึงทังเหน่ ือยล้า ้ เพลีย หิว และท่ีสำาคัญ มากระทบกระแทกตัวเองอยู่บ่อยๆ และทุก คือง่วง ย่งตอนตี 3- ตี5 ย่ิงแล้วใหญ่ ิ แต่ ครังท่ีผู้เขียนรู้สึกเจ็บจากการถูกกระทบ ้ ผู้เขียนก็ไม่เคยได้แอบงีบหลับตลอดชีวิตการ กระแทกไม่วาจะจากสาเหตุใด ก็จะนึ กถึง ่ ทำางานในห้องฉุกเฉิ น ซ่ ึงอาจเป็ นการโชคไม่ กรรมเวรท่ีได้ทำาไว้กับเด็กป่ วย ดีก็ได้นะ เพราะจะไม่มีประสบการณ์ในยาม Hydrocephalus คนนั ้นทุกทีไป จึงคิดว่าก็ดี แอบงีบหลับขณะอยู่เวรมาเล่าสู่กันฟั ง (ใครมี เหมือนกัน ใช้กรรมให้หมดเสียแต่ชาตินี้ รีบเขียนส่งมานะ) ย้ อ นกลั บมาพู ด ถึ ง การทำา งานเวรดึ ก จากความคิดของคนรุ่นใหม่ และเป็ น ในห้องฉุกเฉิ น น้ องพยาบาลคนนั ้ น บอก ผู้ปฏิบัติงานจริงๆในห้องฉุกเฉิ น ผู้เขียนจึง ว่ า ถ้ า พยาบาล ER ในเวรดึ ก ได้ ไ ม่ โ อกาส ขอนำ าแนวคิดนี้ มาเขียนเพ่ ือขายไอเดียสำาหรับ ผลัดกันไปพักในห้องสรีระสำาราญ (ผู้เขียนตัง คนฉุกเฉิ น ้ ให้ทังพยาบาลผู้ปฏิบัติงานและ ้ ช่ ือ เ อ ง น ะ ) สั ก ค น ล ะ 1/2 - 1 ชั ว โ ม ง หัวหน้ าหน่ วยงาน ร่วมคิดหาข้อตกลงภายใน ่ เหมื อ นในช่ ว งเวรเช้ า และเวรดึ ก (คุ ณ ท่ีไม่ทำาให้กระทบการทำางานท่ีจะเป็ นผลเสีย
  • 78.
    78 ต่อคนไข้ ฟั งดูอาจจะเป็ นแนวคิดท่ีแปลกๆ อาหารซ่ ึงตังอยู่ในสวนสัตว์ดุสิต ้ พลัน อาจมีทังเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ้ ก็ตกลง สายตาเหลือบไปเห็นป้ ายประชาสัมพันธ์ ซ่ ึงมี กันเอาเองก็แล้วกัน แต่บางโรงพยาบาลก็ได้ รูปภาพกบขนาดมหึมา ติดไว้กับสโลแกน ท่ี ทำาไปบ้างแล้วนะ (ไม่รวมพวกท่ีแอบไปงีบ ว่า “ Year of frog ” สอบถามเจ้า นอนกันเอง โดยไม่ได้นัดหมายหรือตกลง หน้ าท่ีได้ความว่า ปี นี้เป็ นปี แห่งการอนุรักษ์ กันมาก่อน) เอ้า.....ลองคิดใหม่ทบทวน พันธ์ุกบ โดยปล่อยกบคืนสู่ธรรมชาติ เร่ ืองเก่าๆท่ีเคยทำากันมาโดยไม่มีใครเคย แหม. น่ าอิจฉากบจัง ท่ีไม่ต้องอยู่ในกะลา เปล่ียนแปลง เพราะติดด้วยเหตุผลท่ีว่า เป็ น แล้ว แต่ได้ออกมามองเห็นประสบการณ์ กฎระเบียบมาช้านาน กฎระเบียบเราเขียน ใหม่ๆ และส่ิงต่างๆท่ีสวยงามในชีวิต ท่ีไม่เคย ขึ้นมา เราย่อมน่ าจะลบและเขียนขึ้นใหม่ได้ เห็นมาก่อนเม่ อครังอยู่ในกะลา ื ้ อย่างนี้ ถ้าล้าสมัย โดยต้องอยู่ภายใต้ข้อตกลงร่วม ต้องขอบอกว่า ถึงแม้ชาตินี้เกิดมาเป็ นกบ กันท่ีไม่ทำาให้เกิดผลกระทบต่อคนไข้ ลอง แต่ก็ไม่เสียชาติกบ แล้วคนล่ะ คิด เปิ ดโลกให้กว้าง มองให้ไกลรอบทิศ ดู อย่างไร ถ้าคิดไม่ออก ลองไปถามกบดู บ้าง แล้วจะเห็นส่ิงดีๆท่ีสวยงาม เกิดขึ้น ซิ อ้อ!... แต่อย่าไปเปิ ดกะลาถามนะ อาจ ในโลกใบนี้ อีกเยอะ ย้อนไปเม่ ือกลาง ไม่เหลือกบให้ถาม เพราะกบออกมานอก เดือนสิงหาคม 2551 ท่ีผ่านมา ผู้เขียนได้มี กะลาตังนานแล้ว ้ โอกาสเข้าไปรับประทานอาหารเย็นในร้าน
  • 79.
    79 ข้อแนะนำาสำาหรับผู้ส่งบทความเพ่ ือลงพิมพ์ วารสารเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทย เป็ นวารสารทางการแพทย์และพยาบาล พิมพ์เผยแพร่ทุก 3 เดือน เพ่ ือเผยแพร่วิชาการแพทย์และสาธารณสุขท่ีเก่ียวข้องกับสาขาวิชา เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น ซ่งบทความทุกเร่ ืองท่ีส่งมาลงพิมพ์จะต้องไม่เคยลงพิมพ์ในวารสารอ่ ืนมา ึ ก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ของวารสารฉบับอ่ ืน บทความทุกเร่ ืองท่ีตีพิมพ์ใน วารสารนี้ ทางสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทยจะสงวนลิขสิทธิไว้ นอกจากนี้ทาง ์ สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นแห่งประเทศไทยขอสงวนสิทธิในการพิจารณารับลงตีพิมพ์ด้วย ์ บทความท่ีได้รับการเผยแพร่ในวารสาร มีดังต่อไปนี้ 1. บทบรรณาธิการท่ีน่าสนใจ(Editorial’s View)เป็ นบทความท่ีน่าสนใจและเป็ น ประเด็นท่ีสำาคัญ ท่ีควรนำ าเสนอโดยคณะบรรณาธิการ 2. นิ พนธ์ต้นฉบับ(Original Article) ได้แก่ ผลงานวิจัย หรือประสบการณ์จากการ ดำาเนิ นงานท่ีเก่ียวข้องกับวิชาการทางการแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข 3. บทความทบทวน(Review Article) เป็ นการทบทวนองค์ความรู้เก่ียวกับการแพทย์ การพยาบาลและการสาธารณสุขในประเด็นท่ีมีความสำาคัญ เป็ นปั ญหาหรือมีนวัต กรรมท่ีน่าสนใจ 4. รายงานผู้ป่วยน่ าสนใจ (Interesting case) เป็ นกรณี ศึกษาหรือกรณี ตัวอย่างของผู้ ป่ วยท่ีเป็ นโรคหรือสภาวะท่ีน่าสนใจทางการแพทย์ การพยาบาลและสาธารณสุข 5. บทความพิเศษ (Special Article) เป็ นบทความท่ีแพทย์ พยาบาล หรือบุคคลท่ี สนใจในสาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิ นนี้ได้แสดงวิสัยทัศน์ ประเด็น ปั ญหา แนวคิด หรือองค์ความรู้ท่ีมีประโยชน์ต่อทังบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนผู้สนใจใน ้ วางกว้าง 6. บทความจากชมรมแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิ น ( doctor corner ) เป็ นบทความท่ีแพทย์ เวชศาสตร์ฉุกเฉิ นสามารถเขียนเล่าประสบการณ์การทำางาน ข้อคิดเห็นในด้านต่างๆ เพ่ ือเป็ นการแลกเปล่ียนเรียนรู้ความคิดเห็นและองค์ความรู้ต่างๆ 7. จดหมายจากท่านผู้อ่าน และจดหมายจากบรรณาธิการ(Letter to Editor and Letter from Editor)เพ่ ือเป็ นการส่ ือสาร สองทางท่ีต่อเน่ ืองระหว่างท่านผู้อ่านและคณะผู้จัด ทำาวารสารและระหว่างท่านผู้อ่านด้วยกัน เพ่ ือให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน 8. กิจกรรมประกาศ ( Activity Schedule) แจ้งเน้ือหากิจกรรมและกำาหนดการประชุม วิชาการต่างๆเพ่ ือให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้สนใจทราบโดยทัวกัน ่ คำาแนะนำ าในการเตรียมต้นฉบับ
  • 80.
    80 1. ต้นฉบับเป็ นภาษาไทยพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรม MS Word เลือกตัว อักษร Angsana New ขนาด 16 ใช้ขนาดพิมพ์ขนาด A4 พิมพ์หน้ าเดียว โดยเว้น ขอบด้านซ้ายและด้านขวาไม่น้อยกว่า 2.5 ซม.(1 นิ้ว) ต้นฉบับไม่ควรเกิน 15 หน้ า 2. นิ พนธ์ต้นฉบับ เรียงหัวข้อตามลำาดับ ดังนี้ 2.1 บทคัดย่อทังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวไม่ควรเกิน 250 คำา ซ่ ึง ้ ประกอบด้วย บทนำ า วัตถุประสงค์ วิธีการวิจัย ผลการศึกษา และการสรุปผลการ ศึกษา มีคำาสำาคัญ (keyword) และมีช่ือผู้แต่งทังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ้ องค์กรหรือหน่ วยงาน พร้อมด้วย E-mail address ท่ีผู้อ่านจะสามารถติดต่อไป 2.2 บทนำ า ซ่ ึงประกอบด้วยความสำาคัญของปั ญหาและวัตถุประสงค์การวิจัย 2.3 ประชากรวิธีการศึกษาและวิธีการวิจัย 2.4 ผลการศึกษา และอภิปรายผล 2.5 ข้อเสนอแนะ 2.6 กิตติกรรมประกาศ 2.7 เอกสารอ้างอิง 3. ในการเขียนเอกสารอ้างอิงจะใช้ระบบ Vancouver โดยอ้างไว้ในเน้ือหาตามลำาดับ เป็ น ตัวเลขในวงเล็บตัวยกสูง จะสามารถดูคำาแนะนำ าได้จาก Uniform Requirements for Manuscripts Submitted to Biomedical Journals(JAMA 1997; 277:927-34) โดยมีตัวอย่างดังนี้ อูางอิงบทความในวารสารทางการแพทย์ 1.Vajjajiva A, Foster JB, Miller H. ABO blood groups in motor neuron disease. Lancet 1965; 1:87-8 2.Parkin DM, Clayton D, Black RJ, Masuyer E, Friedl HP, Ivanov E, et al. Childhood leukemia in Europe after Chernobyl 1; 5 year follow-up. Br J Cancer 1996; 73:1006-12. 3.The Cardiac Society of Australia and New Zealand. Clinical exercise stress testing. Safety and performance guidelines. Med J Aust 1996; 164:282-4. อูางอิงบทคัดย่อในวารสารทางการแพทย์ 4.Onney RK, Aminoff MJ, Diagnostic sensitivity of different electrophysiologic techniques in Guillan- Barre syndrome ( abstract). Neurology 1989; 39(Suppl):354.
  • 81.
    81 อูางอิงเอกสารท่ีเป็ นจดหมาย 5. McCrankE. PSP risk factors( letter). Neurology 1990; 40:1673. อูางอิงเอกสารท่ีเป็ นตำารา th 6. Lance JW. Mechanism and management of headache. 5 ed. Oxford: Butterworts; 1993:53. อูางอิงบทในเอกสารท่ีเป็ นตำารา 7.Phillips SJ, Whisnant JP. Hypertension and stroke. In:Laragh JH, Brenner nd BM, editors. Hypertension: pathophysiology, diagnosis and management. 2 ed. New York: Raven Press;1995: 465-78. อูางอิงบทความในการประช่ม 8.Kimura J, Shibasaki H, editors. Recent advances in clinical th neurophysiology. Proceedings of the 10 international Congress of EMG and Clinical Neurophysiology; 1995 Oct 15-19; Kyoto,Japan. Amsterdam:Elsevier; 1996. อูางอิงบทความท่ียงไม่ไดูตีพิมพ์ ั 9.Leshner Al. Molecular mechanisms of cocaine addiction. N Engl J Med. In press 1996. อูางอิงบทความในวารสารทางอิเลคทรอนิ ก 10.Morse SS. Factors in the emergence of infectious diseases. Emerg Infect Dis [ Serial online] 1995 Jan-Mar [cited 1996 Jun 5]; 1 (1):[24 screens] Available from: URL:http://www.cdc.gov/ncidod/EID/eid.htm 11. CDI. Clinical dermatology illustratyed [ monograph on CD ROM] nd Reeves JRT, Maibach H. Cmea Multimedia Group, Producers. 2 ed. Version 2.0. San Diego: CMEA;1995.
  • 82.
    82 12.Hemodynamics III: theups and downs of hemodynamic [computer program] Version 2.2 Orlando ( FL) : Computerized Educational Systems; 1993.