เอกสารประกอบการสอน
เรื่อง การจัดเก็บและค้นคืนสารนิเทศ
รายวิชา สารนิเทศเพื่อการค้นคว้า (ง 30222)
จัดทาโดย
ครูสุภาภรณ์ เขียวหวาน
การจัดเก็บทรัพยากรสารนิเทศ
หมายถึง การจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่างๆ ให้
เป็นระบบเดียวกัน โดยยึดเนื้อหาสาระเป็นสาคัญ คือ เนื้อหา
เดียวกันจะจัดเอาไว้ด้วยกัน และเนื้อหาใกล้เคียงกันจะอยู่ใกล้
กัน แล้วให้สัญลักษณ์แทนเนื้อหา ซึ่งอาจเป็นตัวเลข
ตัวอักษร หรือทั้งตัวเลขและตัวอักษรผสมกัน
การจัดเก็บทรัพยากรสารนิเทศอย่างเป็นระบบมีประโยชน์ ดังนี้
1. ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาสารสนเทศที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว
2. ช่วยให้ผู้ใช้ได้มีโอกาสเลือกสารสนเทศ เนื้อเรื่องที่ต้องการได้จากทรัพยากร
สารสนเทศหลายๆเล่ม และหลายแหล่ง
3. ช่วยให้ผู้ใช้ได้พบเห็นทรัพยากรสารสนเทศอื่นๆ ในสาขาเดียวกันที่ห้องสมุดนั้นมีอยู่
4. ช่วยให้ผู้ใช้สามารถศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวโยงต่อเนื่องกันได้สะดวก เพราะทรัพยากร
สารสนเทศที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันจะอยู่ใกล้กัน
5. ช่วยให้ทราบว่าห้องสมุดมีทรัพยากรสารสนเทศแต่ละสาขาวิชามากน้อยเท่าใด
การจัดเก็บหนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้
1. เรียงจากเลขน้อยไปหาเลขมาก จากซ้ายไปขวา โดยดูจากเลขเรียกหนังสือที่สันหนังสือ
ดังตัวอย่าง
การจัดเก็บหนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้
2. ถ้าเลขหมู่ตรงกันให้เรียงตามลาดับอักษรตัวแรกของผู้แต่ง ดังตัวอย่าง
การจัดเก็บหนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้
3. ถ้าเลขหมู่ตรงกัน และตัวอักษรตัวแรกของผู้แต่งซ้ากัน ให้เรียงตามเลขประจาตัวผู้แต่ง
และอักษรตัวแรกของชื่อหนังสือ ดังตัวอย่าง
การจัดเก็บหนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้
4. ถ้าชื่อเรื่องเดียวกันมีหลายฉบับให้เรียงตามลาดับฉบับ ดังตัวอย่าง
การจัดเก็บหนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้
5. ถ้าเป็นหนังสือชุดให้เรียงตามลาดับเล่มที่ หากมีหลายฉบับให้เรียง
ตามลาดับฉบับด้วย ดังตัวอย่าง
การจัดเก็บหนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้
1. หนังสือแบบเรียน และหนังสืออ้างอิง
จัดเก็บหนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้ ดังตัวอย่าง
การจัดเก็บหนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้
2. หนังสือบันเทิงคดี เช่น นวนิยาย เยาวชน เรื่องสั้น จัดเรียงตามลาดับ
อักษรของผู้แต่ง ดังตัวอย่าง
การจัดเก็บหนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้
หมายเหตุ
1. อ ย่อมาจาก อ้างอิง R ย่อมาจาก Reference
2. น ย่อมาจาก นวนิยาย
3. ย ย่อมาจาก เยาวชน
4. รส ย่อมาจาก เรื่องสั้น
การค้นคืนสารนิเทศ ( Information Retrieval)
หมายถึง กระบวนการต่างๆ ในการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศไว้
อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหา สารนิเทศที่ต้องการได้
อย่างสะดวก รวดเร็ว โดยจะใช้คอมพิวเตอร์หรือไม่ใช้คอมพิวเตอร์
ก็ตาม
การสืบค้นสารสนเทศ แบ่งออกเป็น 2 วิธี
1. การสืบค้นสารสนเทศด้วยระบบมือ (Manual system) สามารถกระทาได้โดยผ่าน
เครื่องมือหลายประเภท เช่น บัตรรายการ บัตรดรรชนีวารสาร บรรณานุกรม เป็นต้น
2. การสืบค้นสารสนเทศด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Computer system) การสืบค้นสารสนเทศ
ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ สามารถกระทาได้โดยผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ในการค้นหาข้อมูล
จากฐานข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่
* ฐานข้อมูลโอแพ็ก
** ฐานข้อมูลซีดีรอม
*** ฐานข้อมูลออนไลน์
**** ฐานข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
ในโลกยุคอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันนี้มีข้อมูลมากมายมหาศาล การที่จะค้นหาข้อมูล จานวน
มากมายเราจะค้นหาข้อมูลให้พบอย่างรวดเร็ว จะต้องใช้ เว็บไซต์สาหรับการ ค้นหาข้อมูล ที่
เรียกว่า Search Engine Site ซึ่งจะทาหน้าที่รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์ต่างๆ เอาไว้ โดยจัดแยก
เป็นหมวดหมู่ผู้ใช้ งานเพียงแต่ทราบหัวข้อที่ต้องการค้นหาแล้วป้อน คา หรือข้อความของ
หัวข้อนั้นๆ ลงไปในช่องที่ กาหนด Search Engine แต่ละ แห่งมีวิธีการ และการจัดเก็บ
ฐานข้อมูลที่แตกต่างกันไปตามประเภท
10 เว็บ Search Engine ที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก
1.Google เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก โดยเป็นอันดับ 1 ในอเมริกาเหนือ
อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง รวมทั้งบางส่วนของแอฟริกา และเอเชีย
2.YouTube
3. Facebook เครือข่ายสังคมออนไลน์
4.Baidu ของจีน เหตุผลที่เว็บไซต์นี้ติดท็อป 10 เนื่องจากประเทศจีน มีประชากรผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจานวน 731 ล้านคน (ตัวเลข ณ เดือนธันวาคม 2559)
5. Wikipedia
6. Yahoo
7. Google.co.in เป็นเวอร์ชั่นอินเดีย
8. Reddit เป็นทั้งเว็บไซต์รวบรวมข่าวสารสังคมอเมริกัน และเว็บบอร์ดสาหรับตั้งกระทู้สนทนา
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรืออภิปรายในออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันผู้เข้าเว็บไซต์นี้ มากกว่าครึ่งหนึ่งมา
จากสหรัฐฯ และยังมีชาวแคนาดา ชาวออสเตรเลีย และชาวเยอรมัน ก็ชอบเข้าใช้เว็บไซต์นี้เช่นกัน
9. QQ เป็นแพลตฟอร์มแชทของกลุ่ม Tencent ยักษ์ใหญ่ไอทีจากประเทศจีน
10.Taobao เป็นเว็บไซต์ออนไลน์ ช้อปปิ้งรายใหญ่ของจีน ปัจจุบันผู้เข้าใช้ส่วนใหญ่ เป็นคนจีน
89.3% นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้จากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และฮ่องกง
ฐานข้อมูลออนไลน์ (Online Database)
เป็นทรัพยากรสารนิเทศประเภทหนึ่งที่มีความสาคัญในการ
ให้บริการของห้องสมุด ฐานข้อมูลออนไลน์ หมายถึง
ฐานข้อมูลที่ให้บริการผ่านทางระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์
และให้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต ผู้จัดการฐานข้อมูลหรือ
สานักพิมพ์สามารถปรับปรุง ฐานข้อมูลให้ทันสมัย และผู้ใช้
สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอด
ประเภทของฐานข้อมูลออนไลน์ แบ่งตามเนื้อหาสารสนเทศที่ให้บริการ
แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก
1. ฐานข้อมูลบรรณานุกรม (Bibliographic Databases) หมายถึง ฐานข้อมูลที่ให้ข้อมูลทาง
บรรณานุกรม เช่น ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง หัวเรื่อง อาจมีสาระสังเขปเพื่อแนะนาผู้ค้นคว้าให้ไปอ่าน
รายละเอียดจากต้นฉบับจริง เช่น ฐานข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด (Web OPAC)
ฐานข้อมูล ISI : Web of Science ฐานข้อมูล Scopus โดยทั้งสองฐานข้อมูลเป็นฐานข้อมูล
บรรณานุกรมและสาระสังเขป ให้ข้อมูลการอ้างอิงผลงานวิจัย (Citation Database) ครอบคลุม
สิ่งพิมพ์ประเภทวารสาร ในสาขาวิชาหลัก คือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และ
มนุษยศาสตร์
2. ฐานข้อมูลเนื้อหาฉบับเต็ม (Full-Text Databases) หมายถึง ฐานข้อมูลที่ให้สารสนเทศ
ครบถ้วน เช่นเดียวกับต้นฉบับ เช่น ฐานข้อมูล ScienceDirect, IEEE/IEE Electronic Library
(IEL) หรือ ACM Digital Library เป็นต้น
ประเภทของฐานข้อมูลออนไลน์
1. ฐานข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด (Web OPAC)
2. ฐานข้อมูลออนไลน์ (Online Databases)
3. ฐานข้อมูลซีดีรอม
4. ฐานข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
• หรือจาแนกตามสาขาวิชาเป็น
1. ฐานข้อมูลมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
2. ฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์สุขภาพ
3. ฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ตัวอย่างฐานข้อมูลออนไลน์
การจัดเก็บและค้นคืน
การจัดเก็บและค้นคืน
การจัดเก็บและค้นคืน
การจัดเก็บและค้นคืน
การจัดเก็บและค้นคืน
การจัดเก็บและค้นคืน
การจัดเก็บและค้นคืน
การจัดเก็บและค้นคืน

การจัดเก็บและค้นคืน