ความหมายของหนังสือ
หนังสือ หมายถึง การบันทึก ความรู้ ความคิด
ประสบการณ์ ลงบนแผ่นกระดาษขนาดเท่า ๆ กัน โดยใช้ถ้อยคา
สานวนโวหารในการสื่อสารให้ผู้อ่านได้รับรู้ และเข้าใจ ซึ่งใช้การเขียน
หรือพิมพ์ แล้วนามาเย็บรวมเป็นเล่ม
หนังสือวิชาการโดยทั่วไป นิยมใช้กระดาษขนาดแปดหน้ายก ซึ่งถือเป็นขนาดมาตรฐาน
และหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ก นิยมใช้กระดาษขนาดสิบหกหน้ายก (พวา พันธุ์เมฆา, 2539, หน้า 81)
ประเภทของหนังสือ
1. หนังสือสารคดี (Non - Fiction) หมายถึง หนังสือที่ให้ความรู้ใน
ด้านต่างๆ ได้แก่
หนังสือตารา (0) (Text Book)
หนังสืออ่านประกอบ (1)
(Externsl Reading)
หนังสือความรู ้ทั่วไป (2) (General Book)
หนังสือทางด้านสันทนาการ
(Recreational Book)
2. หนังสือนวนิยาย (3) (Fiction) นวนิยายคือ
เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นเพื่อ ความ
เพลิดเพลิน
ประเภทของหนังสือ
ประเภทของหนังสือ
3. หนังสืออ้างอิง (4) (Reference Book)
หมายถึง หนังสือที่ช่วยตอบปัญหาทั้งทางด้านวิชาการและเรื่องทั่วไป
ผู้อ่านใช้ประกอบหรือค้นคว้าในบางเรื่องบางตอน
ส่วนที่ 1 ส่วนปกของหนังสือ
1. ปกหนังสือ ตามมาตรฐานแล้ว ส่วนของปกหนังสือจะมีความหนา มีหน้าที่ใน
การยึดหนังสือทั้งเล่มให้มีความคงทน แข็งแรง และแสดงรายละเอียดที่สาคัญของ
หนังสือ เช่น ชื่อหนังสือ, ชื่อผู้แต่ง, ปีที่พิมพ์, สานักพิมพ์, อื่นๆ
ปกของหนังสือ
2. สันหนังสือ หนังสือแต่ละเล่มจะมีสันหนังสือที่หนาหรือบาง
เท่าใดก็ขึ้นอยู่กับจานวนหน้าของหนังสือเล่มนั้น ส่วนมากจะนิยม
พิมพ์ ชื่อหนังสือ และชื่อผู้เขียน ไว้เป็นสาคัญ
สันหนังสือ
ส่วนที่ 2 ส่วนประกอบตอนต้นของหนังสือ
1. ปกใน ส่วนของปกในจะเป็นส่วนที่มีรายละเอียดทาง
บรรณานุกรมของหนังสือครบถ้วนที่สุด ได้แก่ ชื่อผู้แต่ง, ชื่อ
หนังสือ, ครั้งที่พิมพ์, สถานที่พิมพ์, สานักพิมพ์, ปีที่พิมพ์
ปกใน
2. หน้าลิขสิทธิ์ จะอยู่หน้าหลังของปกใน มีรายละเอียด
ดังนี้ ข้อความสงวนลิขสิทธิ์ตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ข้อมูล
บรรณานุกรมหนังสือ เลขมาตรฐานสากลประจาหนังสือ
ISBN
หน้าลิขสิทธิ์
3. คานา มีรายละเอียดที่จะต้องอธิบายถึงวัตถุประสงค์
ของหนังสือ รวมไปถึงตอนท้ายอาจกล่าวคาขอบคุณถึง
ผู้ที่มีส่วนช่วยด้านต่างๆของหนังสือเล่มนั้นได้ด้วย
คานา
4. บทนา มีรายละเอียดโดยย่อของหนังสือ เพื่อให้ผู้อ่าน มีความ
เข้าใจก่อนที่จะอ่านหนังสือเล่มนั้นๆ
5. หน้าสารบัญ มีการเรียบเรียงสารบัญ ให้ผู้อ่านสามารถค้นหาบทที่จะ
อ่านได้
6.หน้าสารบัญภาพ สารบัญตาราง มีการเรียบเรียง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถ
ค้นหารูปภาพ และตารางในหนังสือได้
ส่วนที่ 3 ส่วนของเนื้อเรื่อง
เนื้อหา ผู้เขียนจะเรียบเรียงหนังสือให้เนื้อหาแยก
ออกเป็นบทๆเพื่อความสะดวกกับผู้อ่าน
เนื้อหา
ส่วนที่ 4 ส่วนประกอบตอนท้าย
1. ภาคผนวก คือส่วนเสริมของเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง สามารถนามาใส่ในภาคผนวก
2.อภิธานศัพท์ คือส่วนเสริมแปลศัพท์ในเนื้อเรื่อง ให้ผู้อ่านเข้าใจ
3.บรรณานุกรม คือส่วนรายละเอียดทางบรรณานุกรมของเอกสาร
ต่างๆที่ประกอบการเรียบเรียงหนังสือนั้นๆ ตามลาดับตัวอักษร
4. ดรรชนี หรือบัญชีค้นคา จะแตกต่างกับสารบัญตรงที่นาหัวข้อ
ย่อย
หรือคาสาคัญ มาเรียบเรียงตามลาดับตัวอักษร
หมายถึง สิ่งพิมพ์ชนิดหนึ่งที่พิมพ์ออกตามวาระหรือตามกาหนด เช่น
รายสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดือน รายสองเดือน รายสามเดือน รายหก
เดือน เสนอเรื่องราวหลายรส หลายแบบ และเสนอได้ทันต่อ
เหตุการณ์ เป็นสิ่งพิมพ์ที่ควรแก่การอ่าน (รัญจวน อินทรกา
: 25 )
วารสาร (Periodicals)
ประเภทของวารสาร
1. วารสารวิชาการ (5) เป็นวารสารที่เน้นการนาเสนอบทความทางวิชาการ
และองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ
2. วารสารวิจารณ์หรือปริทัศน์ (6) เป็นวารสารที่เน้นการนาเสนอบทความ
เชิงวิจารณ์ วิเคราะห์ หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องของการเมือง การปกครอง
วรรณกรรม ศิลปะ กีฬา ดนตรี ฯลฯ
ประเภทของวารสาร
3. วารสารบันเทิงหรือนิตยสาร (7) เป็นวารสารที่เน้นการนาเสนอเรื่องราว
ทางด้านบันเทิงโดยอาจจะแทรกเรื่องราวทางวิชาการ เกร็ดความรู้
ประเภทของวารสาร
1. ปก ปกของวารสารส่วนมากนั้นเป็นปกอ่อน ข้อมูลสาคัญที่บันทึกไว้ในส่วน
ของปกวารสารได้แก่ ชื่อวารสาร ปีที่ ฉบับที่ วัน/เดือน/ปี ที่ออกเผยแพร่
2. หน้าสารบัญ หน้าสารบัญของวารสารอาจจะปรากฏในส่วนต่าง ๆ ได้ เช่น ปกหน้าปก
หลัง ด้านในปกหน้าหรือท้ายเล่ม มีรายละเอียดในส่วนของ ชื่อวารสารปีที่ฉบับที่ วัน/
เดือน/ปี ที่เผยแพร่เลขมาตรฐานสากล ประจาวารสาร (International
StandardSerials Number : ISSN) ราคาหรืออัตราค่าสมาชิกกาหนด
เผยแพร่ เจ้าของ ผู้ผลิต หรือคณะผู้จัดทา พร้อมทั้งสถานที่สาหรับติดต่อ
3. บทบรรณาธิการ เป็นบทความสั้น ๆ ที่ผู้รับผิดชอบในการผลิตวารสารนั้น
ๆ เขียนขึ้น เพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจ กับผู้อ่าน อาจเกี่ยวกับการดาเนินจัดทา
วารสารฉบับนั้น
4. เนื้อเรื่อง เนื้อเรื่องในวารสารจะมีลักษณะเป็นบทความ หรือบทประพันธ์ซึ่ง
อาจจบในฉบับหรือต่อเนื่องหลายฉบับก็ได้ ส่วนเนื้อหาของ งานเขียนที่ตีพิมพ์นั้นจะ
สอดคล้องกับประเภทและ วัตถุประสงค์ ในการผลิตวารสาร นั้น ๆ
5. โฆษณา สาหรับวารสารที่ผลิตเพื่อการค้านั้นจะมีโฆษณาสินค้าหรือบริการต่าง ๆ เป็น
ส่วนประกอบสาคัญ ทั้งนี้เพราะเป็นรายได้ส่วนหนึ่งของผู้ผลิตวารสาร ซึ่งโฆษณานั้นอาจกระจาย
อยู่ในส่วนต่าง ๆตลอดเล่มวารสาร
หมายถึง สิ่งพิมพ์ที่รายงานข้อเท็จจริงและเหตุการณ์สาคัญที่เกิดขึ้น ใน
แต่ละวัน รวมทั้งเนื้อหาสาระอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ตลอดจนการโฆษณา มีวาระการ
วางจาหน่ายที่แน่นอน นิยมจาหน่ายเป็นรายวัน
หนังสือพิมพ์ (Newspaper)
ขนาดของหนังสือพิมพ์มี 2 ขนาด คือ
ขนาดใหญ่หรือขนาดมาตรฐาน (Standard) หรือที่เรียกว่า"บรอดชีท"
(Broad Sheet) หรือ "Full Size" ซึ่งมีความกว้างยาวประมาณ 14 นิ้ว คูณ
23 นิ้ว
ขนาดของหนังสือพิมพ์มี 2 ขนาด คือ
หนังสือพิมพ์ขนาดเล็ก ที่เรียกว่า "ขนาดแทปลอยด์" (Tabloid) ซึ่งมี
ความกว้างยาวประมาณ 11.5 คูณ 14.5 นิ้ว
1. หนังสือพิมพ์ประเภทข่าวทั่วไป (8)
(General Newspaper)
ประเภทหนังสือพิมพ์(Newspaper
2. หนังสือพิมพ์ประเภทข่าวธุรกิจ (9)
(Business Newspaper)
ประเภทหนังสือพิมพ์(Newspaper)
3. หนังสือพิมพ์ประเภทเฉพาะกลุ่ม (10)
(Specialied Newspaper)
ประเภทหนังสือพิมพ์(Newspaper)
1. พาดหัวข่าว (Headline) เป็นการคัดเลือกข่าวที่สาคัญ และน่าสนใจที่สุดมา
เรียบเรียงสรุปเป็นสาระสาคัญสั้น ๆ พิมพ์ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ สะดุดตา เพื่อ
เรียกร้องความสนใจของผู้อ่าน
2. บทบรรณาธิการ หรือบทนา เขียนโดยบรรณาธิการ จะเป็นบทความ หรือบท
วิจารณ์ ที่แสดงความคิดเห็นต่อการเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์ แต่ละฉบับ
3. เนื้อข่าว (News) เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งข่าวต่าง ๆ ที่
รายงานเหตุการณ์ หรือเรื่องราวที่น่าสนใจ ซึ่งข่าวมี 2 ประเภท คือ ข่าวแข็ง
(Hard news) ได้แก่ข่าวที่มีสารประโยชน์ เช่นข่าวการศึกษา เศรษฐกิจ
การเมือง วัฒนธรรม การบริหารประเทศความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นต้น
และข่าวอ่อน (Soft news) ได้แก่ ข่าวกีฬา อุบัติเหตุ อาชญากรรมบันเทิง
และข่าวสังคม
ข่าวแข็ง (Hard news)
ข่าวอ่อน (Soft news)
4. สารคดี จะเป็นเรื่องที่ให้ความรู้ เรื่องที่ให้สาระหรือเป็น
วิชาการ
5. บทความ เป็นบทวิเคราะห์ วิจารณ์ข่าว ให้ความรู้และสาระในเรื่องราวต่าง ๆ
6. คอลัมน์ประจา ผู้เขียนที่เรียกว่า คอลัมน์นิส
เขียนแสดงความคิดเห็น หรือวิเคราะห์วิจารณ์ เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และตีพิมพ์เป็น
ประจาในหนังสือพิมพ์ของแต่ละฉบับ
7. ภาพประกอบ เป็นสิ่งสาคัญสาหรับหนังสือพิมพ์รายวันมาก
เพราะภาพประกอบจะทาให้ข่าวเกิดความน่าสนใจและ ผู้อ่านมีความเข้าใจ
มากขึ้น
8. โฆษณา หนังสือพิมพ์รายวันจะได้รับค่าลงโฆษณาของบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ
และโฆษณาก็เป็นสารนิเทศอย่างหนึ่งด้วย
ส่วนประกอบต่างๆ ของหนังสือ. (ม.ป.ป.) เข้าถึงได้จาก :
https://www.gotoknow.org/posts/334938
(วันที่ค้นข้อมูล : 6 พฤศจิกายน 2560).
ส่วนประกอบต่างๆ ของหนังสือ. (ม.ป.ป.) เข้าถึงได้จาก :
http://www.protexts.com/ส่วนประกอบ ของหนังสือ. (วันที่ค้นข้อมูล : 10
พฤศจิกายน 2560).
ประเภทวารสาร. (ม.ป.ป.) เข้าถึงได้จาก :
http://thamonwantou.blogspot.com/2013/12/1.html
(วันที่ค้นข้อมูล : 13 พฤศจิกายน 2560).
ประเภทหนังสือพิมพ์. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก :
http://kanlayanee.ac.th/wbiprinting/WBI/wbi_.
(วันที่ค้นข้อมูล : 13 พฤศจิกายน 2560).
แหล่งที่มา :

ส่วนประกอบของสื่อสิ่งพิมพ์