เอกสารประกอบการสอน
เรื่อง หนังสืออ้างอิง
รายวิชา การใช้ห้องสมุด 2 (ง 20263)
โดย ครูสุภาภรณ์ เขียวหวาน
โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ
หนังสืออ้างอิงมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากหนังสือทั่วไป ทั้งลักษณะรูปเล่มและเนื้อหา ดังนี้
1. ลักษณะรูปเล่มของหนังสืออ้างอิงมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทของหนังสืออ้างอิง เช่น
1.1 ขนาดใหญ่มาก หรือขนาดเล็กมาก ได้แก่หนังสือพจนานุกรม จัดทารูปแบบให้เหมาะสมกับการใช้ เช่น ฉบับนักเรียนนักศึกษา ฉบับ
ตั้งโต๊ะ ฉบับย่อ ฉบับสมบูรณ์
1.2 แต่ละชุดมีหลายเล่ม ได้แก่ หนังสือสารานุกรม เนื่องจากมีการรวบรวมเนื้อหาทุกเรื่องทาให้เนื้อหายาว จาเป็นต้องทาหลายเล่ม
1.3 มีการจัดทาด้วยวัสดุต่าง ๆ หลากหลาย เช่น ทาปกด้วยหนัง ผ้า ผ้าไหมผ้าแรกซีน กระดาษที่ใช้พิมพ์เนื้อหามีคุุณภาพสูง
2. ผู้รับผิดชอบในการจัดทา เป็นบุคคลหรือหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ ผู้เขียนเป็นผู้ทรงคุุณวุฒิและเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้น ๆ
โดยเฉพาะ หนังสืออ้างอิงจึงเป็นหนังสือที่มีคุุณภาพสูง เนื้อหาเชื่อถือได้ และใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้
3. การเรียบเรียงเนื้อหา การเรียงเนื้อหาของหนังสืออ้างอิง จะมีวิธีการเรียงลาดับเนื้อหาให้ค้นได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว เช่น
3.1 เรียงตามลาดับอักษรแบบพจนานุกรม (alphabetical or dictionary arrangement) เช่น หนังสือพจนานุกรม สารานุกรม เป็นต้น
3.2 เรียงตามลาดับเหตุการณ์ เช่น หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ หนังสือรายปี หนังสือสมพัตสร เป็นต้น
3.3 การเรียงตามลาดับหมวดหมู่หรือหัวเรื่อง (classified or subject arrangement) เช่น หนังสือบรรณานุกรม ดรรชนีวารสาร เป็นต้น
3.4 เรียงตามลักษณะภูมิศาสตร์ (geographical arrangement) ได้แก่หนังสืออ้างอิงทางภูมิศาสตร์ ที่มีการแบ่งเนื้อหาออกเป็นภูมิภาคุ
ต่าง ๆ และในแต่ละภูมิภาคุจะเรียงเนื้อหาตามจังหวัดและอาเภอตามลาดับ
4. มีคาชี้แจงการใช้ หนังสืออ้างอิงแต่ละประเภทมักมีการจัดเรียงเนื้อหาหรือการรวบรวมข้อมูลต่างกัน ดังนั้นจึงมีการจัดพิมพ์คุาแนะนา
ในการใช้หนังสือไว้ตอนต้นของหนังสือแต่ละเล่ม
5. จัดทาเครื่องมือช่วยในการค้นภายในเล่มหรือในชุด
พจนานุกรม แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
พจนานุกรมภาษา(General Dictionanries)
พจนานุกรมเฉพาะวิชา(Subject Dictionaries)
-ให้คุาอธิบายเกี่ยวกับ คุวามหมาย การออกเสียง
การสะกดคุา ประเภทของคุา ประวัติของคุา การใช้คุา คุาพ้อง คุาตรงกันข้าม คุาย่อ
อักษรย่อ และอื่นๆ เป็นคุาอธิบายอย่างสั้น ๆเกี่ยวกับคุานั้น
-เรียบเรียงคุาศัพท์ตามลาดับตัวอักษร
ใช้ค้นเกี่ยวกับคาศัพท์ทั่วไปและคาศัพท์เฉพาะวิชา
ใช้คุ้นคุวามรู้พื้นฐานของวิชาทุกแขนง และข้อมูลสั้น ๆของเรื่องราวต่าง ๆ
-เป็นบทความเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาวิวัฒนาการ และความรู้ในเรื่อง
ทั่วๆไป หรือเฉพาะสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งได้แก่ บุคคล สัตว์สถานที่ทาง
ภูมิศาสตร์เหตุการณ์สาคัญๆ และอื่นๆ เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการศึกษาค้นคว้า
-เรียบเรียงตามลาดับอักษรของเรื่องหรือหัวเรื่องของบทความ มีดรรชนีช่วย
ค้นหาเนื้อเรื่องภายในเล่มหรือชุด
สารานุกรม แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
สารานุกรมทั่วไป(General Encyclopedias)
สารานุกรมเฉพาะวิชา(Subject Encyclopedias)
ใช้ค้นเหตุการณ์สาคัญ สถิติที่น่าสนใจในรอบปี ในทุกด้าน
-ให้ข้อเท็จจริง เรื่องราว เหตุการณ์และ สถิติในด้านต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศ
ต่างๆ ในรอบปีที่ผ่านมา (สมพัตสร)
-ให้ข้อเท็จจริงของหน่วยงานราชการ องคุ์กรสถาบันต่างๆ เพื่อรายงานผลงานที่
กระทาในรอบปีที่ผ่านมา (รายงานประจาปี)
- เรียงลาดับตามหัวข้อเรื่องหรือตามระยะเวลา มีสารบัญหรือดรรชนีช่วยคุ้นหา
เนื้อเรื่อง
หนังสือรายปี แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
สมพัตสร (Almanac)
รายงานประจาปี(Annual report)
ใช้ค้นชีวประวัติของบุคคลสาคัญ ผู้มีชื่อเสียงทั่วไปทั้งในระดับชาติ
นานาชาติและ ผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพต่างๆ
-ให้รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ นามสกุล ปีเกิด ปีตายภูมิลาเนา ประวัติการศึกษา
อาชีพ ผลงาและอื่นๆ
-เรียงรายชื่อตามลาดับอักษรชื่อเจ้าของชีวประวัติ
ใช้ในการค้นหาที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ของบุคคล และนิติบุคคล
-รวบรวมรายชื่อบุคุคุลนิติบุคุคุล เช่น องคุ์กรสมาคุม ห้างร้าน เป็นต้น
-ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของชื่อบุคุคุล ถ้าเป็นนิติบุคุคุล
ให้รายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น รายนามผู้บริหาร วัตถุประสงคุ์การจัดตั้ง ลักษณะการ
ดาเนินงาน ผลงาน และอื่นๆ
-เรียบเรียงส่วนใหญ่ จัดเรียงรายชื่อตามลาดับอักษรของชื่อบุคุคุล หรือ หน่วยงาน
นามานุกรม แบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้
นามานุกรมท้องถิ่น
นามานุกรมสถาบัน
นามานุกรมรัฐบาล
นามานุกรมการคุ้าและธุรกิจ
ใช้ค้นหาเกี่ยวกับชื่อทางภูมิศาสตร์ ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เช่น ประเทศ เมือง แม่น้า ภูเขา
สถานที่ ที่ตั้ง อาณาเขต สภาพภูมประเทศ ภูมิอากาศ สภาพการเมือง เศรษฐกิจ ระยะทาง
ประชากร ภาษา เงินตราที่ใช้ ฯลฯเป็นต้น
-รวบรวมรายชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์ให้ข้อเท็จจริงทางด้านภูมิศาสตร์
-ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ตั้ง ลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ฯลฯ ของสถานที่ต่าง ๆ ได้แก่ ประเทศ
จังหวัด อาเภอ ภูเขา มหาสมุทร ทะเล เกาะ แม่น้า ที่ราบสูง และสถานที่อื่น ๆ
-ให้รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ข้อมูลที่จาเป็นสาหรับ นักท่องเที่ยว เช่น สภาพภูมิประเทศ
ภูมิอากาศ ระยะทาง ประชากร ภาษา เงินตราที่ใช้เป็นต้น
-แสดงลักษณะพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของโลก เช่น ที่ตั้ง อาณาเขต สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ
สภาพการเมือง เศรษฐกิจ เป็นต้น
-เรียบเรียงตามลาดับอักษรของชื่อภูมิศาสตร์ยกเว้นหนังสือแผนที่มีดัชนีช่วยคุ้น
แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้
อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ (Gazetteer)
หนังสือนาเที่ยว (Guidebooks)
หนังสือแผนที่ (Atlases)
-รวบรวมเรื่องราวข้อเท็จจริงเฉพาะด้าน และความรู้รอบตัว
-ให้ข้อเท็จจริงตอบคาถามในเรื่องที่ยาก หรือข้อเท็จจริงในการปฎิบัติงานด้านใดด้านหนึ่ง
- มีสารบัญและดรรชนีช่วยค้นเนื้อหาในเล่ม
ใช้ตอบคาถามเกี่ยวกับความรู้เบ็ดเตล็ด ความรู้รอบตัว
ใช้ค้นวิธีทา ขั้นตอน หรือวิธีปฏิบัติการต่าง ๆ
หนังสือคู่มือ แบ่งเป็น 2 ประเภท
หนังสือคู่มือทั่วไป
คู่มือในการปฎิบัติงาน (Manuals)
-รวบรวมรายชื่อบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารต่าง ๆ
-ให้รายละเอียดทางบรรณานุกรม ได้แก่ ชื่อผู้เขียนบทความ ชื่อบทความ ชื่อ วารสาร ปีที่
ฉบับที่ วัน เดือน ปีที่ผลิต เลขหน้าขอบทความ และอาจมีสาระสังเขปประกอบ
-เรียบเรียงรายชื่อบทความตามลาดับอักษรชื่อผู้เขียนบทความและหัวเรื่อง
ใช้ค้นหาบทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร
ดรรชนีวารสารแบ่งเป็น 2 ประเภท
ดรรชนีวารสารทั่วไป (General periodical index)
ดรรชนีวารสารเฉพาะสาขาวิชา (Subject periodical index)
-รวบรวมรายชื่อทรัพยากรสารสนเทศต่าง ๆหลายสาขาวิชา และ เฉพาะสาขาวิชา
-ให้รายละเอียดทางบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศต่าง ๆ เช่น หนังสือ ได้แก่ ชื่อผู้แต่ง
ชื่อเรื่อง สถานที่พิมพ์ สานักพิมพ์ ปีพิมพ์ ราคา และอาจมีสาระสังเขปประกอบ ถ้าเป็นวารสารจะ
ให้รายละเอียดของชื่อวารสาร ปีเริ่มแรกที่ตีพิมพ์กาหนดออก อัตราค่าสมาชิก และอื่น ๆ
-เรียบเรียงรายการบรรณานุกรมตามลาดับอักษร
ใช้ค้นหารายชื่อทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่าง ๆ เช่น หนังสือ วารสาร จุลสาร
โสตทัศนวัสดุ เว็บไซต์ เป็นต้น
บรรณานุกรม แบ่งเป็น 2 ประเภท
บรรณานุกรมทั่วไป (General bibliographies)
บรรณานุกรมเฉพาะวิชา (Subject bibliographies)
-เอกสารสาคัญที่เกิดจากการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศเป็นเอกสารที่จัดทาโดผู้ปฏิบัติงาน
หรือผู้เชี่ยวชาญในวงการรัฐบาล
- เป็นเอกสารอ้างอิงแหล่งเดิมที่เชื่อถือได้มากที่สุด
- เนื้อหาหลากหลายในทุกด้านและทุกสาขาวิชา
- มีความสาคัญต่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยมากที่สุด
รวมประกาศของทางราชการที่มีผลบังคับเป็นกฎหมาย เช่น ราชกิจจานุเบกษา เป็น
สิ่งพิมพ์รัฐบาลที่สาคัญให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา ประกาศของ
ทางราชการที่มีผลบังคับเป็นกฎหมาย
หนังสืออ้างอิง. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก : https://tanoo.wordpress.com/.
(วันที่คุ้นข้อมูล : 23 พฤศจิกายน 2558).
หนังสืออ้างอิง. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก:home.kku.ac.th/penpan/412102/refbook.pd.
(วันที่คุ้นข้อมูล : 23 พฤศจิกายน 2558).

หนังสืออ้างอิง

  • 1.
    เอกสารประกอบการสอน เรื่อง หนังสืออ้างอิง รายวิชา การใช้ห้องสมุด2 (ง 20263) โดย ครูสุภาภรณ์ เขียวหวาน โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ
  • 3.
    หนังสืออ้างอิงมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากหนังสือทั่วไป ทั้งลักษณะรูปเล่มและเนื้อหา ดังนี้ 1.ลักษณะรูปเล่มของหนังสืออ้างอิงมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทของหนังสืออ้างอิง เช่น 1.1 ขนาดใหญ่มาก หรือขนาดเล็กมาก ได้แก่หนังสือพจนานุกรม จัดทารูปแบบให้เหมาะสมกับการใช้ เช่น ฉบับนักเรียนนักศึกษา ฉบับ ตั้งโต๊ะ ฉบับย่อ ฉบับสมบูรณ์ 1.2 แต่ละชุดมีหลายเล่ม ได้แก่ หนังสือสารานุกรม เนื่องจากมีการรวบรวมเนื้อหาทุกเรื่องทาให้เนื้อหายาว จาเป็นต้องทาหลายเล่ม 1.3 มีการจัดทาด้วยวัสดุต่าง ๆ หลากหลาย เช่น ทาปกด้วยหนัง ผ้า ผ้าไหมผ้าแรกซีน กระดาษที่ใช้พิมพ์เนื้อหามีคุุณภาพสูง 2. ผู้รับผิดชอบในการจัดทา เป็นบุคคลหรือหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ ผู้เขียนเป็นผู้ทรงคุุณวุฒิและเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้น ๆ โดยเฉพาะ หนังสืออ้างอิงจึงเป็นหนังสือที่มีคุุณภาพสูง เนื้อหาเชื่อถือได้ และใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ 3. การเรียบเรียงเนื้อหา การเรียงเนื้อหาของหนังสืออ้างอิง จะมีวิธีการเรียงลาดับเนื้อหาให้ค้นได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว เช่น 3.1 เรียงตามลาดับอักษรแบบพจนานุกรม (alphabetical or dictionary arrangement) เช่น หนังสือพจนานุกรม สารานุกรม เป็นต้น 3.2 เรียงตามลาดับเหตุการณ์ เช่น หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ หนังสือรายปี หนังสือสมพัตสร เป็นต้น 3.3 การเรียงตามลาดับหมวดหมู่หรือหัวเรื่อง (classified or subject arrangement) เช่น หนังสือบรรณานุกรม ดรรชนีวารสาร เป็นต้น 3.4 เรียงตามลักษณะภูมิศาสตร์ (geographical arrangement) ได้แก่หนังสืออ้างอิงทางภูมิศาสตร์ ที่มีการแบ่งเนื้อหาออกเป็นภูมิภาคุ ต่าง ๆ และในแต่ละภูมิภาคุจะเรียงเนื้อหาตามจังหวัดและอาเภอตามลาดับ 4. มีคาชี้แจงการใช้ หนังสืออ้างอิงแต่ละประเภทมักมีการจัดเรียงเนื้อหาหรือการรวบรวมข้อมูลต่างกัน ดังนั้นจึงมีการจัดพิมพ์คุาแนะนา ในการใช้หนังสือไว้ตอนต้นของหนังสือแต่ละเล่ม 5. จัดทาเครื่องมือช่วยในการค้นภายในเล่มหรือในชุด
  • 4.
    พจนานุกรม แบ่งเป็น 2ประเภท คือ พจนานุกรมภาษา(General Dictionanries) พจนานุกรมเฉพาะวิชา(Subject Dictionaries) -ให้คุาอธิบายเกี่ยวกับ คุวามหมาย การออกเสียง การสะกดคุา ประเภทของคุา ประวัติของคุา การใช้คุา คุาพ้อง คุาตรงกันข้าม คุาย่อ อักษรย่อ และอื่นๆ เป็นคุาอธิบายอย่างสั้น ๆเกี่ยวกับคุานั้น -เรียบเรียงคุาศัพท์ตามลาดับตัวอักษร ใช้ค้นเกี่ยวกับคาศัพท์ทั่วไปและคาศัพท์เฉพาะวิชา
  • 7.
    ใช้คุ้นคุวามรู้พื้นฐานของวิชาทุกแขนง และข้อมูลสั้น ๆของเรื่องราวต่างๆ -เป็นบทความเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาวิวัฒนาการ และความรู้ในเรื่อง ทั่วๆไป หรือเฉพาะสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งได้แก่ บุคคล สัตว์สถานที่ทาง ภูมิศาสตร์เหตุการณ์สาคัญๆ และอื่นๆ เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการศึกษาค้นคว้า -เรียบเรียงตามลาดับอักษรของเรื่องหรือหัวเรื่องของบทความ มีดรรชนีช่วย ค้นหาเนื้อเรื่องภายในเล่มหรือชุด สารานุกรม แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สารานุกรมทั่วไป(General Encyclopedias) สารานุกรมเฉพาะวิชา(Subject Encyclopedias)
  • 10.
    ใช้ค้นเหตุการณ์สาคัญ สถิติที่น่าสนใจในรอบปี ในทุกด้าน -ให้ข้อเท็จจริงเรื่องราว เหตุการณ์และ สถิติในด้านต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศ ต่างๆ ในรอบปีที่ผ่านมา (สมพัตสร) -ให้ข้อเท็จจริงของหน่วยงานราชการ องคุ์กรสถาบันต่างๆ เพื่อรายงานผลงานที่ กระทาในรอบปีที่ผ่านมา (รายงานประจาปี) - เรียงลาดับตามหัวข้อเรื่องหรือตามระยะเวลา มีสารบัญหรือดรรชนีช่วยคุ้นหา เนื้อเรื่อง หนังสือรายปี แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สมพัตสร (Almanac) รายงานประจาปี(Annual report)
  • 13.
    ใช้ค้นชีวประวัติของบุคคลสาคัญ ผู้มีชื่อเสียงทั่วไปทั้งในระดับชาติ นานาชาติและ ผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพต่างๆ -ให้รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อนามสกุล ปีเกิด ปีตายภูมิลาเนา ประวัติการศึกษา อาชีพ ผลงาและอื่นๆ -เรียงรายชื่อตามลาดับอักษรชื่อเจ้าของชีวประวัติ
  • 16.
    ใช้ในการค้นหาที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ของบุคคล และนิติบุคคล -รวบรวมรายชื่อบุคุคุลนิติบุคุคุลเช่น องคุ์กรสมาคุม ห้างร้าน เป็นต้น -ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของชื่อบุคุคุล ถ้าเป็นนิติบุคุคุล ให้รายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น รายนามผู้บริหาร วัตถุประสงคุ์การจัดตั้ง ลักษณะการ ดาเนินงาน ผลงาน และอื่นๆ -เรียบเรียงส่วนใหญ่ จัดเรียงรายชื่อตามลาดับอักษรของชื่อบุคุคุล หรือ หน่วยงาน นามานุกรม แบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้ นามานุกรมท้องถิ่น นามานุกรมสถาบัน นามานุกรมรัฐบาล นามานุกรมการคุ้าและธุรกิจ
  • 19.
    ใช้ค้นหาเกี่ยวกับชื่อทางภูมิศาสตร์ ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เช่นประเทศ เมือง แม่น้า ภูเขา สถานที่ ที่ตั้ง อาณาเขต สภาพภูมประเทศ ภูมิอากาศ สภาพการเมือง เศรษฐกิจ ระยะทาง ประชากร ภาษา เงินตราที่ใช้ ฯลฯเป็นต้น -รวบรวมรายชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์ให้ข้อเท็จจริงทางด้านภูมิศาสตร์ -ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ตั้ง ลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ฯลฯ ของสถานที่ต่าง ๆ ได้แก่ ประเทศ จังหวัด อาเภอ ภูเขา มหาสมุทร ทะเล เกาะ แม่น้า ที่ราบสูง และสถานที่อื่น ๆ -ให้รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ข้อมูลที่จาเป็นสาหรับ นักท่องเที่ยว เช่น สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ระยะทาง ประชากร ภาษา เงินตราที่ใช้เป็นต้น -แสดงลักษณะพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของโลก เช่น ที่ตั้ง อาณาเขต สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สภาพการเมือง เศรษฐกิจ เป็นต้น -เรียบเรียงตามลาดับอักษรของชื่อภูมิศาสตร์ยกเว้นหนังสือแผนที่มีดัชนีช่วยคุ้น
  • 20.
    แบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้ อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ (Gazetteer) หนังสือนาเที่ยว (Guidebooks) หนังสือแผนที่ (Atlases)
  • 24.
    -รวบรวมเรื่องราวข้อเท็จจริงเฉพาะด้าน และความรู้รอบตัว -ให้ข้อเท็จจริงตอบคาถามในเรื่องที่ยาก หรือข้อเท็จจริงในการปฎิบัติงานด้านใดด้านหนึ่ง -มีสารบัญและดรรชนีช่วยค้นเนื้อหาในเล่ม ใช้ตอบคาถามเกี่ยวกับความรู้เบ็ดเตล็ด ความรู้รอบตัว ใช้ค้นวิธีทา ขั้นตอน หรือวิธีปฏิบัติการต่าง ๆ หนังสือคู่มือ แบ่งเป็น 2 ประเภท หนังสือคู่มือทั่วไป คู่มือในการปฎิบัติงาน (Manuals)
  • 26.
    -รวบรวมรายชื่อบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารต่าง ๆ -ให้รายละเอียดทางบรรณานุกรม ได้แก่ชื่อผู้เขียนบทความ ชื่อบทความ ชื่อ วารสาร ปีที่ ฉบับที่ วัน เดือน ปีที่ผลิต เลขหน้าขอบทความ และอาจมีสาระสังเขปประกอบ -เรียบเรียงรายชื่อบทความตามลาดับอักษรชื่อผู้เขียนบทความและหัวเรื่อง ใช้ค้นหาบทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร ดรรชนีวารสารแบ่งเป็น 2 ประเภท ดรรชนีวารสารทั่วไป (General periodical index) ดรรชนีวารสารเฉพาะสาขาวิชา (Subject periodical index)
  • 28.
    -รวบรวมรายชื่อทรัพยากรสารสนเทศต่าง ๆหลายสาขาวิชา และเฉพาะสาขาวิชา -ให้รายละเอียดทางบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศต่าง ๆ เช่น หนังสือ ได้แก่ ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง สถานที่พิมพ์ สานักพิมพ์ ปีพิมพ์ ราคา และอาจมีสาระสังเขปประกอบ ถ้าเป็นวารสารจะ ให้รายละเอียดของชื่อวารสาร ปีเริ่มแรกที่ตีพิมพ์กาหนดออก อัตราค่าสมาชิก และอื่น ๆ -เรียบเรียงรายการบรรณานุกรมตามลาดับอักษร ใช้ค้นหารายชื่อทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่าง ๆ เช่น หนังสือ วารสาร จุลสาร โสตทัศนวัสดุ เว็บไซต์ เป็นต้น บรรณานุกรม แบ่งเป็น 2 ประเภท บรรณานุกรมทั่วไป (General bibliographies) บรรณานุกรมเฉพาะวิชา (Subject bibliographies)
  • 30.
    -เอกสารสาคัญที่เกิดจากการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศเป็นเอกสารที่จัดทาโดผู้ปฏิบัติงาน หรือผู้เชี่ยวชาญในวงการรัฐบาล - เป็นเอกสารอ้างอิงแหล่งเดิมที่เชื่อถือได้มากที่สุด - เนื้อหาหลากหลายในทุกด้านและทุกสาขาวิชา -มีความสาคัญต่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยมากที่สุด รวมประกาศของทางราชการที่มีผลบังคับเป็นกฎหมาย เช่น ราชกิจจานุเบกษา เป็น สิ่งพิมพ์รัฐบาลที่สาคัญให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา ประกาศของ ทางราชการที่มีผลบังคับเป็นกฎหมาย
  • 33.
    หนังสืออ้างอิง. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก: https://tanoo.wordpress.com/. (วันที่คุ้นข้อมูล : 23 พฤศจิกายน 2558). หนังสืออ้างอิง. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก:home.kku.ac.th/penpan/412102/refbook.pd. (วันที่คุ้นข้อมูล : 23 พฤศจิกายน 2558).