Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Auraiwan Worrasiri
PPTX, PDF
4,349 views
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 13 times
1
/ 34
2
/ 34
3
/ 34
4
/ 34
5
/ 34
6
/ 34
7
/ 34
8
/ 34
9
/ 34
10
/ 34
11
/ 34
12
/ 34
13
/ 34
14
/ 34
15
/ 34
16
/ 34
17
/ 34
18
/ 34
19
/ 34
20
/ 34
21
/ 34
22
/ 34
23
/ 34
24
/ 34
25
/ 34
26
/ 34
27
/ 34
28
/ 34
29
/ 34
30
/ 34
31
/ 34
32
/ 34
33
/ 34
34
/ 34
More Related Content
PDF
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
DOCX
ใบงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.2
by
Thawatchai Rustanawan
PDF
กระบวนการจัดการเรียนรู้ทักษะเผชิญสถานการณ์
by
จารุ โสภาคะยัง
PDF
การจัดการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล
by
Surapon Boonlue
PPTX
ความหมาย เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน อาจารย์อทิตา เหลืองอ่อน สาขาเทคโนโลยีสื่อสารม...
by
Atita Rmutsv
PDF
การเขียนสารคดี ขนมจีน
by
Maii's II
PDF
สไลด์ หลักคำสอนอขงศาสนาต่างๆ ป.4+464+dltvsocp4+55t2soc p04 f25-1page
by
Prachoom Rangkasikorn
PDF
ใบงานที่ 4.1 เรื่อง การสื่อสารข้อมูล
by
โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
ใบงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.2
by
Thawatchai Rustanawan
กระบวนการจัดการเรียนรู้ทักษะเผชิญสถานการณ์
by
จารุ โสภาคะยัง
การจัดการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล
by
Surapon Boonlue
ความหมาย เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน อาจารย์อทิตา เหลืองอ่อน สาขาเทคโนโลยีสื่อสารม...
by
Atita Rmutsv
การเขียนสารคดี ขนมจีน
by
Maii's II
สไลด์ หลักคำสอนอขงศาสนาต่างๆ ป.4+464+dltvsocp4+55t2soc p04 f25-1page
by
Prachoom Rangkasikorn
ใบงานที่ 4.1 เรื่อง การสื่อสารข้อมูล
by
โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์
What's hot
PDF
นำเสนอ
by
ซาวาดะ สึนะโยชิคุง
PPTX
2.2 การวิเคราะห์สถานการณ์โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
by
TBnakglan
PDF
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
by
Krusine soyo
PPTX
ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
by
Rujroad Kaewurai
PDF
STEM Education KMUTNB
by
Prachyanun Nilsook
PDF
บทที่ 6 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย
by
russana
PDF
หลักสูตรออนไลน์แบบเปิดมหาชน (Mooc : Massive Open Online Courses)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
การสอนเด็กตาบอด211
by
Darika Roopdee
PDF
หน่วยที่ 1-เทคโนโลยีรอบตัว
by
Janchai Pokmoonphon
PDF
ดนตรีไทยสมัยรัตน
by
วิริยะ ทองเต็ม
PPTX
อุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์ powerpoint
by
Chonlamas Supsomboon
PDF
อินโฟกราฟิกในยุคการศึกษา 4.0 (Infographic in Education 4.0)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
สอบก้าวหน้า ดร.ชเนศ รัตนอุบล
by
Prachyanun Nilsook
PDF
แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การสื่อสารของมนุษย์
by
Sivagon Soontong
PDF
Training plan new 4
by
สุบิน แพทย์รัตน์
PDF
ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง กศน
by
peter dontoom
PDF
Outcome based education (Thai Language)
by
Him Chitchat
PDF
บทที่ 7 พัฒนาการเด็ก และความต้องการของเด็ก 55
by
Decode Ac
PDF
แผนการเรียนรู้ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
by
Khon Kaen University
PDF
แบบประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
by
Bankhaokansong School
นำเสนอ
by
ซาวาดะ สึนะโยชิคุง
2.2 การวิเคราะห์สถานการณ์โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
by
TBnakglan
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
by
Krusine soyo
ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
by
Rujroad Kaewurai
STEM Education KMUTNB
by
Prachyanun Nilsook
บทที่ 6 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย
by
russana
หลักสูตรออนไลน์แบบเปิดมหาชน (Mooc : Massive Open Online Courses)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
การสอนเด็กตาบอด211
by
Darika Roopdee
หน่วยที่ 1-เทคโนโลยีรอบตัว
by
Janchai Pokmoonphon
ดนตรีไทยสมัยรัตน
by
วิริยะ ทองเต็ม
อุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์ powerpoint
by
Chonlamas Supsomboon
อินโฟกราฟิกในยุคการศึกษา 4.0 (Infographic in Education 4.0)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
สอบก้าวหน้า ดร.ชเนศ รัตนอุบล
by
Prachyanun Nilsook
แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การสื่อสารของมนุษย์
by
Sivagon Soontong
Training plan new 4
by
สุบิน แพทย์รัตน์
ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง กศน
by
peter dontoom
Outcome based education (Thai Language)
by
Him Chitchat
บทที่ 7 พัฒนาการเด็ก และความต้องการของเด็ก 55
by
Decode Ac
แผนการเรียนรู้ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
by
Khon Kaen University
แบบประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
by
Bankhaokansong School
Similar to เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
PPSX
เทคโนโลยีสารสนเทศ..
by
noppakao raumros
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารPim
by
proncharita
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศ
by
nut jpt
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
Chuan Fsk
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
jongkoi
PPTX
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร
by
kaewwonnesakun
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร
by
jiratitikarn
PPTX
60924 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
klaokitti
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
Sirithorn609
PPTX
บทที่ 1
by
Sudkamon Play
PPTX
บทที่ 1
by
Sudkamon Play
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
supatcharin
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
wchai1334
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
gozungki
PPTX
บทที่ 1
by
Sudkamon Play
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
kanokwan8941
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศ
by
natdanai phetdeethon
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
pornchitafaii
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
Chuan Fsk
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
Nawaminthrachinuthit Bodindecha School
เทคโนโลยีสารสนเทศ..
by
noppakao raumros
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารPim
by
proncharita
เทคโนโลยีสารสนเทศ
by
nut jpt
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
Chuan Fsk
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
jongkoi
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร
by
kaewwonnesakun
เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร
by
jiratitikarn
60924 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
klaokitti
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
Sirithorn609
บทที่ 1
by
Sudkamon Play
บทที่ 1
by
Sudkamon Play
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
supatcharin
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
wchai1334
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
gozungki
บทที่ 1
by
Sudkamon Play
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
kanokwan8941
เทคโนโลยีสารสนเทศ
by
natdanai phetdeethon
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
pornchitafaii
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
Chuan Fsk
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
by
Nawaminthrachinuthit Bodindecha School
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
2.
1.1 ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีบทบาทมาก เช่น
มีการใช้ คอมพิวเตอร์ในการทางาน ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อสืบค้นข้อมูล หรือรับขส่งข้อมูล ระหว่างกัน ตลอดใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่(mobile phone) หรือ โทรศัพท์มือถือในการติดต่อสื่อสารองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนได้นา เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเข้ามาใช้งานในทุกระดับชั้นขององค์กร
3.
คาว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information
Technology: IT )เรียก ย่อว่า"ไอที"ประกอบด้วยคาว่า"เทคโนโลยี" และคาว่า"สารสนเทศ" นามาร่วน กันเป็น"เทคโนโลยีสารสนเทศ" และคาว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology: ICT ) หรือเรียกย่อว่า"ไอซีที"ประกอบด้วยคาที่มีความหมายดังนี้ เทคโนโลยี( Technology ) หมายถึง การนาความมรู้ด้านวิทยาศาสตร์มา ประยุกต์ในการพัฒนาเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ วิธีการและกระบวนการ สารสนเทศ( Information ) หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกิดจากการนา ข้อมูลมาผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างมีระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง การนาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มา ประยุกต์ใช้เพื่อสร้างหรือจัดการสารสนเทศอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว โดย อาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผ่นแม่บท เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 หมายถึง เทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับ ข่าวสารข้อมูล และการสื่อสารนับตั้งแต่การสร้าง การนามาวิเคราะห์หรือการ ประมวลผล
4.
1.2 องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ เป็นระบบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทางานโดยใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร
ระบบสารสนเทศประกอบด้วย
5.
1.2.1 ฮาร์ดแวร์ (
HARDWARE ) หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น คีย์บอร์ด ( keyboard ) เมาส์ ( mouse ) จอภาพ ( monitor ) เป็นต้น รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสาหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่าย เช่น โมเด็ม ( modem ) และ สายสัญญาณ
6.
1.2.2 ชอฟต์แวร์ (SOFTWARE
) หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคาสั่ง ( instruction ) ที่ใช้ควบคุมการทางาน ของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ชุดคาสั่งจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ซอฟต์แวร์ระบบ ( system software ) หมายถึงชุดคาสั่งที่ทาหน้าที่ ควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ และทา หน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ระบบแบ่งออกเป็น 1) ระบบปฏิบัติการ ( Operating System: OS ) เป็น ซอฟต์แวร์ที่ทาหน้าที่ควบคุมการทางานของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ทั้งหมด ภายในคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างระบบปฏิบัติการ เช่น วินโดวส์( Windows ) ลินุกซ์ ( Linux ) และ แมคโอเอส ( Mac OS )
7.
2) โปรแกรมอรรถประโยชน์ (
utilities program ) เป็นโปรแกรมที่ช่วย เสริมการทางานของคอมพิวเตอร์ หรือช่วยเสริมการทางานอื่นๆให้มี ความสามารถใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น 3)โปรแกรมขับอุปกรณ์ หรือดีไวซ์ไดร์ฟเวอร์ ( device driver ) เป็น โปรแกรมที่ช่วยในการติดตั้งระบบเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อหรือใช้ งานอุปกรณ์ต่างๆ
8.
4) โปรแกรมแปลภาษา เป็นโปรแกรมที่ทาหน้าที่แปลโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วย ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็นรหัสที่อยู่ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถทางานได้
ตัวอย่างตัวแปลภาษา เช่น ตัวแปลภาษาจาวา ตัวแปลภาษาซี
9.
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (APPLICATION SOFTWARE) หมายถึง
ชุดคาสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทางานตามวัตถุประสงค์ เฉพาะอย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียนขึ้นโดยใช้โปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก (Basic) ปาสคาล (Pascal) โคบอล (Cobol) ซี (C) ซีพลัสพลัส (C++) และจาวา (Java) ซอฟต์แวร์ ประยุกต์แบ่งตามกลุ่มการใช้งานได้ดังตารางที่ 1.1
10.
1.2.3 ข้อมูล (DATA) ข้อมูลจะถูกรวบรวมและป้
อนเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์โดยผ่านอุปกรณ์ของหน่วย รับเข้า เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ และสแกนเนอร์ (scanner) ข้อมูลต้องมี โครงสร้างในการจัดเก็บที่เป็นระบบเพื่อการสืบค้นที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจะถูกจัดเก็บอยู่ในหน่วยความจา (memory unit) ก่อนที่จะถูก ย้ายไปเก็บที่หน่วยเก็บข้อมูล (storage unit) เช่น ฮาร์ดดิสก์ และแผ่น ซีดี (Compact Disc: CD)
11.
1.2.4 บุคลากร (PEOPLE) บุคลากรเป็นองค์ประกอบที่สาคัญที่สุดของระบบสารสนเทศ
ในที่นี้หมายถึง บุคลากรที่เป็นผู้ใช้ระบบสารสนเทศ บุคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศ จะต้องมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ ให้สามารถทางานได้ตามความต้องการของผู้ใช้ใช้ง่ายและสะดวก ส่วนผู้ใช้ต้อง มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถในการใช้งานระบบสารสนเทศและ การสื่อสารต่างๆ ได้อย่างถูกต้องจึงจะเกิดสารสนเทศที่เป็นประโยชน์
12.
1.2.5 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (PROCEDURE) ระบบสารสนเทศต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นลาดับขั้นชัดเจน
เพื่อให้ผู้ใช้ สามารถเข้าใจได้ง่าย และดาเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในสถานการณ์ ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ขั้นตอนการบันทึกข้อมูล ขั้นตอนการทา สาเนาข้อมูล ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อข้อมูลได้รับความเสียหาย หรือเมื่อเครื่อง คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ เกิดการชารุดเสียหาย ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ ควรได้รับการรวบรวมและจัดทาให้เป็นรูปเล่ม
13.
1.3 ประโยชน์และตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1.3.1 ด้านการศึกษา
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้เพื่ออานวย ความสะดวกในการบริหารด้านการบริหารด้านการศึกษา เช่น ระบบการ ลงทะเบียน และระบบการจัดตารางสอน นอกจากนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือในการ เพิ่มโอกาสทางด้านการศึกษาและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน
14.
1.3.2 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้เริ่มตั้งแต่การทาทะเบียนคนไข้ การรักษาพยาบาลทั่วไป ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆได้อย่าง รวดเร็วและแม่นยา
นอกจากนี้ยังใช้ในห้องทดลอง การศึกษาและการวิจัยทาง การแพทย์ งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี สามารถค้นคว้าข้อมูลทางการแพทย์ รักษาคนไข้ด้วยระบบการรักษาทางไกลตลอดเวลาผ่านเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า อีเอ็มไอสแกนเนอร์ (EMI scanner) ถูกนามาถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติใน สมอง
15.
1.3.3 ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม เช่น การจัดทาระบบข้อมูลเพื่อการเกษตรและพยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม
การประดิษฐ์ หุ่นยนต์เพื่อใช้ทางานบ้าน และหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมที่ต้องเสี่ยงภัย และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น โรงงานสารเคมี โรงผลิตและการจ่ายไฟฟ้ า รวมถึงงานที่ต้องทาซ้าๆ
16.
1.3.4 ด้านการเงินธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้ในด้านการเงินและการธนาคาร โดยใช้ช่วยด้านการบัญชี การฝากถอนเงิน
โอนเงิน บริการสินเชื่อ และเปลี่ยน เงินตรา บริการข่าวสารธนาคาร การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการเงินการธนาคารที่ รู้จักและนิยมใช้กันทั่วไป เช่น บริการฝากถอนเงิน การโอนเงินแบบ อิเล็กทรอนิกส์
17.
1.3.5 ด้านความมั่นคง มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกันอย่างแพร่หลาย เช่น
ใช้ในการ ควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปลรหัสลับในงานจารกรรม ระหว่างประเทศ การส่งดาวเทียมและการคานวณวิถีโคจรของจรวดไปสู่อวกาศ สานักงานตารวจแห่งชาติของประเทศไทยมีศูนย์ประมวลข่าวสาร มีระบบ จัดทาทะเบียนปืน ทะเบียนประวัติอาชญากร ทาให้เกิดความสะดวกและ รวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดีต่างๆ
18.
1.3.6 ด้านการคมนาคม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง เช่น การเดินทางโดยรถไฟ
มีการเชื่อมโยงข้อมูลการจองที่นั่งไปยังทุกสถานี ทาให้ สะดวกต่อผู้โดยสาร การเช็คอินของสายการบิน ได้จัดทาเครื่องมือที่สะดวกต่อ ลูกค้า ในรูปแบบของการเช็คอินด้วยตนเอง
19.
1.3.7 ด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการออกแบบ หรือจาลอง สภาววการณ์ต่างๆ
เช่น การรับแรงสั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดิวไหว โดยการคานวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริง
20.
1.3.8 ด้านการพาณิชย์ องค์กรในภาคธุรกิจใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการ บริหารจัดการ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับองค์กรในการทางาน
ทาให้การ ประสานงานหรือการทากิจกรรมต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานในองค์กรหรือ ระหว่างองค์กรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ ปรับปรุงการให้บริการกับลูกค้าทั่วไป สิ่งเหล่านี้นับเป็นการสร้างโอกาสความ ได้เปรียบในการแข่งขันให้กับองค์กร
21.
1.4 แนวโน้มการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1.4.1 ด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เมื่อพิจารณาเครือข่ายการ สื่อสารทั่วไปจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์การสื่อสาร แบบพกพามากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากวิทยุเรียกตัว (pager) ซึ่งเป็นเครื่องรับ ข้อความ มาเป็นถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์สื่สารชนิดนี้ได้ถูกพัฒนาจน สามารถใช้งานด้านอื่นๆได้ นอกจากการพูดคุยธรรมดา โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่น ใหม่สามารถใช้ถ่ายรูป ฟังเพลง ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ บันทึกข้อมูงสั้นๆ บางรุ่นมี ลักษณะเป็นเครื่องช่วยงานส่วนบุคคล (Personal Digital Assistant : PDA) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ อีกทั้งยังมี หน้าจอแบบสัมผัส ทาให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น บางรุ่นมีอุปกรณ์สไตลัส (stylus)
22.
1.4.2 ด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเครื่องข่ายคอมพิวเตอร์ในอดีตมังเป็นระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เชื่อมต่อตรงโดยจุดเดียว (stand
alone) ต่อมามีการเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร เพื่อทาให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน หรือ ใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน จนเกิดเป็นระบบรับและให้บริการ หรือที่เรียกว่าระบบ รับ-ให้บริการ (client-server system) โดยมีเครื่องให้บริการ (server) และเครื่องรับบริการ (client) การให้บริการบนเว็บก็นา หลักการของระบบรับ-ให้บริการมาใช้ช่วยให้การทางานง่ายขึ้น สะดวก รวดเร็ว เพราะสามารถทางานจากที่ใดก็ได้โดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยมีเว็บเซอร์ เวอร์ (web server) เป็นเครื่องให้บริการ
23.
1.4.3 ด้านเทคโนโลยี ระบบทางานอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจได้เองจะเข้ามาแทนที่มากขึ้น เช่น
ระบบ แนวนาเส้นทางจราจร ระบบจอดรถ ระบบตรวจหาตาแหน่งของวัตถุ ระบบ ควบคุมความปลอดภัยภายในอาคาร ระบบที่ทางานอัตโนมัติเช่นนี้ อาจ กลายเป็นระบบหลักในการดาเนินการของหน่วยงานต่่างๆ โดยเข้ามาแทนที่ การทางานของมนุษย์ มีการเชื่อมต่ออย่างกว้างขวางไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
24.
1.5 ความเปลี่ยนแปลงจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ความก้าวหน้าของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสรเทศและการสื่อสารเป็นไปอย่าง รวดเร็ว เพื่อนสนองความต้องการด้านต่างๆ
ของผู้ใช้ปัจจุบันซึ่งมีจานวน ผู้ใช้งานเทคโนโลยีสารสรเทศและการสื่อสารทั่วโลกประมาณพันล้านคน และ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ผู้ใช้สามารถใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวได้ทุกที่ ทุกเวลา จึงทา ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆทั้งที่้เกิดประโยชน์และโทษ เช่น 1. ด้านสังคม สภาพเสมือนจริง การใช้อินเตอร์เน็ตเชื่อมโยงการทางาน ต่างๆ จนเกิดเป็นสังคมที่ติดต่อผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือที่รู้จักกีนว่า ไซเบอรฺ์ สเปช (cyber space) ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่นการพูด การชื้อสินค้า และ บริการ การทางานผ่านเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ทาให้เกิดสภาพที่เสมือนจริง (virtual) เช่น เกมส์เสมือนจริง ห้องเรียนเสมือนจริง ซึ่งทาให้ลดเวลาใน การเดินทางและสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา
25.
2. ด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งผลให้เกิดสังคมโลกาภิวัตน์ (globalization) เพราะสามารถชมข่าว
ชมรายการโทรทัศนที่ส่งกระจาย ผ่านดาวเทียมของประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก สามารถรับรู้ข่าวสารได้ทันที ใช้ อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ระบบเศรษกิจซึ่งแต่เดิมมีขอบเขต จากัดภายในประเทศ ก็กระจายเป็นเศรษญกิจโลก เกิดกระแสการหมุนเวียน แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ระบบเศรษฐกิจของ ทุกประเทศในโลกจึงเชื่อมโยงและผูกพันกันมากขึ้น
26.
3. ด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีประโยชน์ในด้านธรรมชาติและและ สิ่งแวดล้อม
เช่น ระบบป้ องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม หรือภาพถ่ายทางอากาศ ร่วมกับการจัดเก็บรักษาข้อมูลระดับน้าทะเล ความสูง ของคลื่นจากระบบเรดาร์ เป็นการศึกษาเพื่อหาสาเหตุ และนาข้อมูลมา วางแผนและสร้างระบบเพื่อป้ องกันการกัดเซาะชายฝั่งแต่ละแห่งได้อย่าง เหมาะสม
27.
1.6 ตัวอย่างอาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1. นักเขียนโปรมแกรมหรือโปรแกรมเมอร์
(programmer) ทาหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานด้านต่างๆ เช่น โปรมแก รมเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้า โปรแกรมที่ใช้กับงานด้านบัญชี หรือโปรแกรมที่ ใช้กับระบบงานขนาดใหญ่ขององค์กร
28.
2. นักวิเคราะห์ระบบ (SYSTEM
ANALYST) ทาหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะ ทาการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบสารสนเทศให้ตรงกับความ ต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งอาจรวมถึงงานด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย
29.
3. ผู้ดูแลและบริหารฐานข้อมูล (DATABASE
ADMINISTRATOR) ทาหน้าที่บริหารและจัดการฐานข้อมูล (database) รวมถึงการออกแบบ บารุงรักษาข้อมูล และการดูแลระบบความปลอดภัยของฐานข้อมูล เช่น การ กาหนดบัญชีผู้ใช้ การกาหนดสิทธิ์ผู้ใช้
30.
4. ผู้ดูแลและบริหารระบบ(SYSTEM ADMINISTRATOR) ทาหน้าที่บริหารและจัดการระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร
โดยดูแลการติดตั้งและ บารุงรักษาระบบปฎิบัติการ การติดตั้งฮาร์ดแวร์ สร้าง ออกแบบและ บารุงรักษาบัญชีผู้ใช้ สาหรับองค์กรขนาดเล็กเจ้าหน้าที่ความคุมระบบอาจต้อง ดูแลและบริหารระบบเครือข่ายด้วย
31.
5. ผู้ดูแลและบริหารระบบเครือข่าย (NETWORK
ADMINISTRATOR) ทาหน้าที่บริหารและจัดการออกแบบระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และดูแลรักษา ความปลอดภัยของระบบเครือข่ายขององค์กร เช่น ตรวจสอบการใช้งาน เครือข่ายของพนักงานและติดตั้งโปรแกรมป้ องกันผู้บุกรุกเครือข่าย
32.
6. ผู้พัฒนาและบริหารระบบเว็บไซต์ (WEBMASTER) ทาหน้าที่ออกแบบพัฒนา
ปรับปรุงและบารุงรักษาเว็บไซต์ให้มีความทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
33.
7. เจ้าหน้าที่เทคนิค (TECHNICIAN) ทาหน้าที่ซ่อมบารุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์
ติดตั้งโปรแกรม หรือติดตั้งฮาร์ดแวร์ ต่างๆและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดจากการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในองค์กร
34.
8. นักเขียนเกม (GAME
MAKER) ทาหน้าที่เขียนหรือพัฒนาโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้การเขียนโปรม แกรมคอมพิวเตอร์เป็นอาชีพได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย
Download