ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีบทบาทมาก เช่น มีการใช้ 
คอมพิวเตอร์ในการทา งาน ใชอิ้นเตอร์เน็ตเพื่อสืบคน้ข้อมูล หรือรับส่งข้อมูลระหว่างกัน 
ตลอดใช่โทรศัพท์เครื่องที่(mobile phone) หรือโทรศัพท์มือถือในการติดต่อสื่อสาร 
องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนไดน้า เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเข้ามาใช้งานในทุก 
ระดับชนั้ขององค์กร 
คา ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ ( Information Technology: IT )เรียกย่อว่า"ไอที" 
ประกอบดว้ยคา ว่า"เทคโนโลยี" และคา ว่า"สารสนเทศ" นา มาร่วนกันเป็น"เทคโนโลยี 
สารสนเทศ" และคา ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( Information and 
Communication Technology: ICT ) หรอืเรยีกย่อว่า"ไอซีที"ประกอบดว้ยคา ที่มี 
ความหมายดังนี้ 
เทคโนโลยี( Technology ) หมายถึง การนา ความรูด้า้นวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ 
ในการพัฒนาเครื่องมือ เครื่องใช้อุปกรณ์ วิธีการและกระบวนการ
สารสนเทศ( Information ) หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกดจากการนา ข้อมูลมาผ่าน 
กระบวนการต่างๆ อย่างมีระบบ 
เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง การนา ความรูท้างดา้นวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ 
เพื่อสรา้งหรือจัดการสารสนเทศอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีทางดา้น 
คอมพิวเตอร์ 
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผ่นแม่บท เทคโนโลยีสารสนเทศและ 
การสื่อสารประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 หมายถึง เทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูล 
และการสื่อสารนับตั้งแต่การสร้าง การนา มาวิเคราะห์หรือการประมวลผล
ระบบสารสนเทศ เป็นระบบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทา งานโดยใช่ 
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบบสารสนเทศประกอบด้วย
1.2.1 ฮาร์ดแวร์ ( hardware ) หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และ 
อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น คีย์บอร์ด ( keyboard ) เมาส์ ( mouse ) จอภาพ 
( monitor ) เป็นต้น รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสา หรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้า 
เป็นเครือข่าย เช่น โมเด็ม ( modem ) และ สายสัญญาณ
1.2.2 ซอร์ฟแวร์ ( software ) หมายถึง โปรแกรมหรือ 
ชุดคา สั่ง ( instruction ) ที่ใช่ควบคุมการทา งานของเครื่องคอมพิวเตอร์และ 
อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ชุดคา สั่งจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 
- ซอฟต์แวร์ระบบ ( system software ) หมายถึงชุดคา สั่งที่ทา หน้าที่ 
ควบคุมการทา งานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ และทา 
หน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใชกั้บคอมพิวเตอร์
- ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software) หมายถึง 
ชุดคา สั่งที่เขียนขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทา งานตามวตัถุประสงค์ 
เฉพาะอย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียนขึ้นโดยใช้ 
โปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก (Basic) ปาสคาล (Pascal) 
โคบอล (Cobol) ซี (C) ซีพลัสพลัส (C++) และจาวา (Java) 
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software) หมายถึง ชุดคา สั่งที่ 
เขียนขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทา งานตามวตัถุประสงค์เฉพาะ 
อย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียนข้นึโดยใช้ 
โปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก (Basic) ปาสคาล (Pascal) 
โคบอล (Cobol) ซี (C) ซีพลัสพลัส (C++) และจาวา (Java)
- ดา้นการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนา มาใช้เพื่อ 
อา นวยความสะดวกในการบริหารด้านการบริหารด้านการศึกษา เช่น ระบบ 
การลงทะเบียน และระบบการจัดตารางสอน นอกจากนี้ยังใชเ้ป็นเครื่องมือใน 
การเพิ่มโอกาสทางด้านการศึกษาและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน
- ดา้นการแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูก 
นา มาใชเ้ริ่มตั้งแต่การทา ทะเบียนคนไข้ การรักษาพยาบาลทั่วไป ตลอดจนการ 
วินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆได้อย่างรวดเร็วและแม่นยา นอกจากนี้ยังใชใ้น 
ห้องทดลอง การศึกษาและการวิจัยทางการแพทย์ งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี 
สามารถคน้ควา้ข้อมูลทางการแพทย์ รักษาคนไข้ด้วยระบบการรักษาทางไกล 
ตลอดเวลาผ่านเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า อีเอม็ไอ 
สแกนเนอร์ (EMI scanner) ถูกนา มาถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจหาความ 
ผิดปกติในสมอง
- ดา้นการเกษตรและอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและ 
การสื่อสารถูกนา มาใชป้ระโยชน์ในด้านเกษตรกรรม เช่น การจัดทา ระบบข้อมูล 
เพื่อการเกษตรและพยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนา 
ความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อใชท้า งานบ้าน 
และหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมที่ต้องเสี่ยงภัยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ 
เช่น โรงงานสารเคมี โรงผลิตและการจ่ายไฟฟ้า รวมถึงงานที่ต้องทา ซา้ ๆ
- ดา้นการเงินธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนา มาใช้ 
ในด้านการเงินและการธนาคาร โดยใชช้่วยด้านการบัญชี การฝากถอนเงิน โอน 
เงิน บริการสินเชื่อ และเปลี่ยนเงินตรา บริการข่าวสารธนาคาร การใช้ 
คอมพิวเตอร์ด้านการเงินการธนาคารที่รู้จักและนิยมใชกั้นทั่วไป เช่น บริการ 
ฝากถอนเงิน การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ด้านความมั่น 
คง มีการใชเ้ทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกัน 
อย่างแพร่หลาย เช่น ใชใ้นการควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปล 
รหัสลับในงานจารกรรมระหว่างประเทศ การส่งดาวเทียมและการคา นวณวิถี 
โคจรของจรวดไปส่อูวกาศ สา นักงานตา รวจแห่งชาติของประเทศไทยมีศูนย์ 
ประมวลข่าวสาร มีระบบจัดทา ทะเบียนปืน ทะเบียนประวตัิอาชญากร ทา ให้เกิด 
ความสะดวกและรวดเร็วในการสืบคน้ข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดีต่างๆ
- ดา้นวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีการใชเ้ทคโนโลยีสารสนเทศและ 
การสื่อสารในการออกแบบ หรือจา ลอง สถานการณ์ต่างๆ เช่น การรับ 
แรงสั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยการคา นวณและแสดงภาพ 
สถานการณ์ใกล้เคียงความจริง
- ดา้นการพาณิชย์องค์กรในภาคธุรกิจใชป้ระโยชน์จากเทคโนโลยี 
สารสนเทศและการสื่อสารในการบริหารจัดการ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น 
ให้กับองค์กรในการทา งาน ทา ให้การประสานงานหรือการทา กิจกรรมต่างๆ 
ของแต่ละหน่วยงานในองค์กรหรือระหว่างองค์กรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใชป้รับปรุงการให้บริการกับลูกค้าทั่วไป สิ่ง 
เหล่านี้นับเป็นการสร้างโอกาสความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับองค์กร
- ด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ 
สาร เมื่อพิจารณา 
เครือข่ายการสื่อสารทั่วไปจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใชอุ้ปกรณ์ 
การสื่อสารแบบพกพามากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากวิทยุเรียกตัว (pager) ซึ่งเป็น 
เครื่องรับข้อความ มาเป็นถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์สื่อสารชนิดนี้ได้ถูก 
พัฒนาจนสามารถใชง้านด้านอื่นๆได้ นอกจากการพูดคุยธรรมดา 
โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่สามารถใชถ้่ายรูป ฟังเพลง ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ 
บันทึกข้อมูลสั้นๆ บางรุ่นมีลักษณะเป็นเครื่องช่วยงานส่วนบุคคล (Personal 
Digital Assistant : PDA) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ อีกทงั้ยังมี 
หน้าจอแบบสัมผัส ทา ให้สะดวกต่อการใชง้านมากขึ้น บางรุ่นมีอุปกรณ์ สไตส์ 
ลัส (stylus)
- ดา้นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบเครื่องข่ายคอมพิวเตอร์ใน 
อดีตเป็นระบบที่ใชค้อมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อตรงโดยจุดเดียว (stand 
alone) ต่อมามีการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร เพื่อทา ให้ 
สามารถใชข้้อมูลร่วมกัน หรือใชเ้ครื่องพิมพ์ร่วมกัน จนเกิดเป็นระบบรับและ 
ให้บริการ หรือที่เรียกว่าระบบรับ-ให้บริการ (client-server system) โดยมี 
เครื่องให้บริการ (server) และเครื่องรับบริการ (client) การให้บริการบน 
เว็บก็นา หลักการของระบบรับ-ให้บริการมาใชช้่วยให้การทา งานง่ายขึ้น 
สะดวก รวดเร็ว เพราะสามารถทา งานจากที่ใดก็ได้โดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต 
โดยมีเว็บเซอร์เวอร์ (web server) เป็นเครื่องให้บริการ
- ดา้นเทคโนโลยีระบบทา งานอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจได้เองจะเข้า 
มาแทนที่มากขึ้น เช่น ระบบแนวนา เสน้ทางจราจร ระบบจอดรถ ระบบตรวจหา 
ตา แหน่งของวตัถุ ระบบควบคุมความปลอดภัยภายในอาคาร ระบบที่ทา งาน 
อัตโนมัติเช่นนี้ อาจกลายเป็นระบบหลักในการดา เนินการของหน่วยงานต่างๆ 
โดยเข้ามาแทนที่การทา งานของมนุษย์ มีการเชื่อมต่ออย่างกวา้งขวางไปยัง 
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ความก้าวหน้าของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสาระสนเทศ 
และการสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อนสนองความต้องการด้าน 
ต่างๆ ของผู้ใชปั้จจุบันซึ่งมีจา นวนผู้ใชง้านเทคโนโลยีสารสรเทศและ 
การสื่อสารทั่วโลกประมาณพันล้านคน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ผ้ใูช้ 
สามารถใชง้านอุปกรณ์ดังกล่าวได้ทุกที่ ทุกเวลา จึงทา ให้เกิดความ 
เปลี่ยนแปลงด้านต่างๆทั้งที่เกิดประโยชน์และโทษ เช่น
- ดา้นสงัคม สภาพเสมือนจริง การใชอิ้นเตอร์เน็ตเชื่อมโยงการทา งาน 
ต่างๆ จนเกิดเป็นสังคมที่ติดต่อผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือที่รู้จักกันว่า ไซเบอรฺ์ 
สเปช (cyber space) ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่นการพูด การชื้อสินคา้และบริการ 
การทา งานผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทา ให้เกิดสภาพที่เสมือนจริง (virtual) 
เช่น เกมส์เสมือนจริง ห้องเรียนเสมือนจริง ซึ่งทา ให้ลดเวลาในการเดินทางและ 
สามารถใชง้านได้ทุกที่ทุกเวลา
- ดา้นเศรษฐกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งผลให้เกิดสังคม 
โลกาภิวตัน์(globalization) เพราะสามารถชมข่าว ชมรายการโทรทัศน์ที่ส่ง 
กระจายผ่านดาวเทียมของประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก สามารถรับรู้ข่าวสารได้ 
ทันที ใชอิ้นเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ระบบเศรษฐกิจซึ่งแต่เดิม 
มีขอบเขตจา กัดภายในประเทศ ก็กระจายเป็นเศรษฐกิจโลก เกิดกระแสการ 
หมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินคา้และบริการอย่างรวดเร็วและกวา้งขวาง ระบบ 
เศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกจึงเชื่อมโยงและผูกพันกันมากขึ้น
- ด้านสิ่ง 
แวดลอ้ม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีประโยชน์ในด้าน 
ธรรมชาติและและสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยใช้ 
ภาพถ่ายดาวเทียม หรือภาพถ่ายทางอากาศ ร่วมกับการจัดเก็บรักษาข้อมูล 
ระดับน้า ทะเล ความสูงของคลื่นจากระบบเรดาร์ เป็นการศึกษาเพื่อหาสาเหตุ 
และนา ข้อมูลมาวางแผนและสร้างระบบเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแต่ละ 
แห่ง ได้อย่างเหมาะสม
- ตลาดแรงงานต้องการผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจงานเทคโนโลยี 
สารสนเทศและการสื่อสารอย่างแท้จริง ซึ่งงานด้านนี้จะรวมถึง งาน 
ด้านการออกแบบโปรแกรมต่างๆ โปรแกรมใชง้านบนเว็บ งานด้าน 
การเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ งานด้านฐานข้อมูล งานด้าน 
ระบบเครือข่ายทั้งในและนอกองค์กร รวมถึงการรักษาความมั่นคง 
ปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์บนเครือขา่ย ดังนนั้องค์กรจึงมีความ 
ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการ และ 
พัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อใชง้านด้านต่างๆขององค์กร ตัวอย่างอาชีพด้าน 
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น
1. นกัเขียนโปรมแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (programmer) 
ทา หน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใชใ้นงานด้าน 
ต่างๆ เช่น โปรมแกรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้า โปรแกรมที่ใชกั้บ 
งานด้านบัญชี หรือโปรแกรมที่ใชกั้บระบบงานขนาดใหญ่ขององค์กร
2. นกัวิเคราะห์ระบบ (system analyst) 
ทา หน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ 
นักวิเคราะห์ระบบจะทา การวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบ 
สารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของผู้ใชง้าน ซึ่งอาจรวมถึงงาน 
ด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย
3. ผูดู้แลและบริหารฐานขอ้มูล (database administrator) 
ทา หน้าที่บริหารและจัดการฐานข้อมูล (database) รวมถึงการ 
ออกแบบ บา รุงรักษาข้อมูล และการดูแลระบบความปลอดภัยของ 
ฐานข้อมูล เช่น การกาหนดบัญชีผู้ใช้ การกาหนดสิทธิ์ 
ผ้ใูช้
4. ผูดู้แลและบริหารระบบ(system administrator) 
ทา หน้าที่บริหารและจัดการระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดย 
ดูแลการติดตงั้และบา รุงรักษาระบบปฏิบัติการ การติดตงั้ฮาร์ดแวร์ 
สร้าง ออกแบบและบา รุงรักษาบัญชีผ้ใูช้สา หรับองค์กรขนาดเล็ก 
เจา้หน้าที่ความคุมระบบอาจต้องดูแลและบริหารระบบเครือข่ายด้วย
5. ผูดู้แลและบริหารระบบเครือข่าย (network administrator) 
ทา หน้าที่บริหารและจัดการออกแบบระบบเครือข่าย 
คอมพิวเตอร์ และดูแลรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่ายของ 
องค์กร เช่น ตรวจสอบการใชง้านเครือข่ายของพนักงานและติดตงั้ 
โปรแกรมป้องกันผ้บูุกรุกเครือข่าย
6. ผูพ้ฒันาและบริหารระบบเว็บไซต์ (webmaster) 
ทา หน้าที่ออกแบบพัฒนา ปรับปรุงและบา รุงรักษาเว็บไซต์ให้มี 
ความทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็น 
ปัจจุบันอย่เูสมอ
7. เจ้าหน้าที่ 
เทคนิค (technician) 
ทา หน้าที่ซ่อมบา รุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ ติดตงั้ 
โปรแกรม หรือติดตั้งฮาร์ดแวร์ต่างๆและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดจาก 
การใชอุ้ปกรณ์คอมพิวเตอร์ในองค์กร
8. นกัเขียนเกม (game maker) 
ทา หน้าที่เขียนหรือพัฒนาโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน 
นี้การเขียนโปรมแกรมคอมพิวเตอร์เป็นอาชีพได้รับความนิยมอย่างสูง 
ในประเทศไทย 
อา้งอิง : http://www.thaigoodview.com/node/70790

บทที่ 1

  • 2.
    ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีบทบาทมาก เช่น มีการใช้ คอมพิวเตอร์ในการทา งาน ใชอิ้นเตอร์เน็ตเพื่อสืบคน้ข้อมูล หรือรับส่งข้อมูลระหว่างกัน ตลอดใช่โทรศัพท์เครื่องที่(mobile phone) หรือโทรศัพท์มือถือในการติดต่อสื่อสาร องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนไดน้า เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเข้ามาใช้งานในทุก ระดับชนั้ขององค์กร คา ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ ( Information Technology: IT )เรียกย่อว่า"ไอที" ประกอบดว้ยคา ว่า"เทคโนโลยี" และคา ว่า"สารสนเทศ" นา มาร่วนกันเป็น"เทคโนโลยี สารสนเทศ" และคา ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( Information and Communication Technology: ICT ) หรอืเรยีกย่อว่า"ไอซีที"ประกอบดว้ยคา ที่มี ความหมายดังนี้ เทคโนโลยี( Technology ) หมายถึง การนา ความรูด้า้นวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ ในการพัฒนาเครื่องมือ เครื่องใช้อุปกรณ์ วิธีการและกระบวนการ
  • 3.
    สารสนเทศ( Information )หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกดจากการนา ข้อมูลมาผ่าน กระบวนการต่างๆ อย่างมีระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง การนา ความรูท้างดา้นวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ เพื่อสรา้งหรือจัดการสารสนเทศอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีทางดา้น คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผ่นแม่บท เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 หมายถึง เทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูล และการสื่อสารนับตั้งแต่การสร้าง การนา มาวิเคราะห์หรือการประมวลผล
  • 4.
    ระบบสารสนเทศ เป็นระบบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทา งานโดยใช่ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบบสารสนเทศประกอบด้วย
  • 5.
    1.2.1 ฮาร์ดแวร์ (hardware ) หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น คีย์บอร์ด ( keyboard ) เมาส์ ( mouse ) จอภาพ ( monitor ) เป็นต้น รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสา หรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้า เป็นเครือข่าย เช่น โมเด็ม ( modem ) และ สายสัญญาณ
  • 6.
    1.2.2 ซอร์ฟแวร์ (software ) หมายถึง โปรแกรมหรือ ชุดคา สั่ง ( instruction ) ที่ใช่ควบคุมการทา งานของเครื่องคอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ชุดคา สั่งจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ - ซอฟต์แวร์ระบบ ( system software ) หมายถึงชุดคา สั่งที่ทา หน้าที่ ควบคุมการทา งานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ และทา หน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใชกั้บคอมพิวเตอร์
  • 7.
    - ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (applicationsoftware) หมายถึง ชุดคา สั่งที่เขียนขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทา งานตามวตัถุประสงค์ เฉพาะอย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียนขึ้นโดยใช้ โปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก (Basic) ปาสคาล (Pascal) โคบอล (Cobol) ซี (C) ซีพลัสพลัส (C++) และจาวา (Java) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software) หมายถึง ชุดคา สั่งที่ เขียนขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทา งานตามวตัถุประสงค์เฉพาะ อย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียนข้นึโดยใช้ โปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก (Basic) ปาสคาล (Pascal) โคบอล (Cobol) ซี (C) ซีพลัสพลัส (C++) และจาวา (Java)
  • 8.
    - ดา้นการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้เพื่อ อา นวยความสะดวกในการบริหารด้านการบริหารด้านการศึกษา เช่น ระบบ การลงทะเบียน และระบบการจัดตารางสอน นอกจากนี้ยังใชเ้ป็นเครื่องมือใน การเพิ่มโอกาสทางด้านการศึกษาและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน
  • 9.
    - ดา้นการแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูก นา มาใชเ้ริ่มตั้งแต่การทา ทะเบียนคนไข้ การรักษาพยาบาลทั่วไป ตลอดจนการ วินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆได้อย่างรวดเร็วและแม่นยา นอกจากนี้ยังใชใ้น ห้องทดลอง การศึกษาและการวิจัยทางการแพทย์ งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี สามารถคน้ควา้ข้อมูลทางการแพทย์ รักษาคนไข้ด้วยระบบการรักษาทางไกล ตลอดเวลาผ่านเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า อีเอม็ไอ สแกนเนอร์ (EMI scanner) ถูกนา มาถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจหาความ ผิดปกติในสมอง
  • 10.
    - ดา้นการเกษตรและอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารถูกนา มาใชป้ระโยชน์ในด้านเกษตรกรรม เช่น การจัดทา ระบบข้อมูล เพื่อการเกษตรและพยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนา ความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อใชท้า งานบ้าน และหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมที่ต้องเสี่ยงภัยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น โรงงานสารเคมี โรงผลิตและการจ่ายไฟฟ้า รวมถึงงานที่ต้องทา ซา้ ๆ
  • 11.
    - ดา้นการเงินธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้ ในด้านการเงินและการธนาคาร โดยใชช้่วยด้านการบัญชี การฝากถอนเงิน โอน เงิน บริการสินเชื่อ และเปลี่ยนเงินตรา บริการข่าวสารธนาคาร การใช้ คอมพิวเตอร์ด้านการเงินการธนาคารที่รู้จักและนิยมใชกั้นทั่วไป เช่น บริการ ฝากถอนเงิน การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • 12.
    - ด้านความมั่น คงมีการใชเ้ทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกัน อย่างแพร่หลาย เช่น ใชใ้นการควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปล รหัสลับในงานจารกรรมระหว่างประเทศ การส่งดาวเทียมและการคา นวณวิถี โคจรของจรวดไปส่อูวกาศ สา นักงานตา รวจแห่งชาติของประเทศไทยมีศูนย์ ประมวลข่าวสาร มีระบบจัดทา ทะเบียนปืน ทะเบียนประวตัิอาชญากร ทา ให้เกิด ความสะดวกและรวดเร็วในการสืบคน้ข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดีต่างๆ
  • 13.
    - ดา้นวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีการใชเ้ทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารในการออกแบบ หรือจา ลอง สถานการณ์ต่างๆ เช่น การรับ แรงสั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยการคา นวณและแสดงภาพ สถานการณ์ใกล้เคียงความจริง
  • 14.
    - ดา้นการพาณิชย์องค์กรในภาคธุรกิจใชป้ระโยชน์จากเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารในการบริหารจัดการเพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ให้กับองค์กรในการทา งาน ทา ให้การประสานงานหรือการทา กิจกรรมต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานในองค์กรหรือระหว่างองค์กรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใชป้รับปรุงการให้บริการกับลูกค้าทั่วไป สิ่ง เหล่านี้นับเป็นการสร้างโอกาสความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับองค์กร
  • 15.
    - ด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สารเมื่อพิจารณา เครือข่ายการสื่อสารทั่วไปจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใชอุ้ปกรณ์ การสื่อสารแบบพกพามากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากวิทยุเรียกตัว (pager) ซึ่งเป็น เครื่องรับข้อความ มาเป็นถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์สื่อสารชนิดนี้ได้ถูก พัฒนาจนสามารถใชง้านด้านอื่นๆได้ นอกจากการพูดคุยธรรมดา โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่สามารถใชถ้่ายรูป ฟังเพลง ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ บันทึกข้อมูลสั้นๆ บางรุ่นมีลักษณะเป็นเครื่องช่วยงานส่วนบุคคล (Personal Digital Assistant : PDA) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ อีกทงั้ยังมี หน้าจอแบบสัมผัส ทา ให้สะดวกต่อการใชง้านมากขึ้น บางรุ่นมีอุปกรณ์ สไตส์ ลัส (stylus)
  • 16.
    - ดา้นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบเครื่องข่ายคอมพิวเตอร์ใน อดีตเป็นระบบที่ใชค้อมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อตรงโดยจุดเดียว(stand alone) ต่อมามีการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร เพื่อทา ให้ สามารถใชข้้อมูลร่วมกัน หรือใชเ้ครื่องพิมพ์ร่วมกัน จนเกิดเป็นระบบรับและ ให้บริการ หรือที่เรียกว่าระบบรับ-ให้บริการ (client-server system) โดยมี เครื่องให้บริการ (server) และเครื่องรับบริการ (client) การให้บริการบน เว็บก็นา หลักการของระบบรับ-ให้บริการมาใชช้่วยให้การทา งานง่ายขึ้น สะดวก รวดเร็ว เพราะสามารถทา งานจากที่ใดก็ได้โดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยมีเว็บเซอร์เวอร์ (web server) เป็นเครื่องให้บริการ
  • 17.
    - ดา้นเทคโนโลยีระบบทา งานอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจได้เองจะเข้า มาแทนที่มากขึ้น เช่น ระบบแนวนา เสน้ทางจราจร ระบบจอดรถ ระบบตรวจหา ตา แหน่งของวตัถุ ระบบควบคุมความปลอดภัยภายในอาคาร ระบบที่ทา งาน อัตโนมัติเช่นนี้ อาจกลายเป็นระบบหลักในการดา เนินการของหน่วยงานต่างๆ โดยเข้ามาแทนที่การทา งานของมนุษย์ มีการเชื่อมต่ออย่างกวา้งขวางไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
  • 18.
    ความก้าวหน้าของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสาระสนเทศ และการสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อนสนองความต้องการด้าน ต่างๆ ของผู้ใชปั้จจุบันซึ่งมีจา นวนผู้ใชง้านเทคโนโลยีสารสรเทศและ การสื่อสารทั่วโลกประมาณพันล้านคน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ผ้ใูช้ สามารถใชง้านอุปกรณ์ดังกล่าวได้ทุกที่ ทุกเวลา จึงทา ให้เกิดความ เปลี่ยนแปลงด้านต่างๆทั้งที่เกิดประโยชน์และโทษ เช่น
  • 19.
    - ดา้นสงัคม สภาพเสมือนจริงการใชอิ้นเตอร์เน็ตเชื่อมโยงการทา งาน ต่างๆ จนเกิดเป็นสังคมที่ติดต่อผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือที่รู้จักกันว่า ไซเบอรฺ์ สเปช (cyber space) ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่นการพูด การชื้อสินคา้และบริการ การทา งานผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทา ให้เกิดสภาพที่เสมือนจริง (virtual) เช่น เกมส์เสมือนจริง ห้องเรียนเสมือนจริง ซึ่งทา ให้ลดเวลาในการเดินทางและ สามารถใชง้านได้ทุกที่ทุกเวลา
  • 20.
    - ดา้นเศรษฐกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งผลให้เกิดสังคม โลกาภิวตัน์(globalization) เพราะสามารถชมข่าว ชมรายการโทรทัศน์ที่ส่ง กระจายผ่านดาวเทียมของประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก สามารถรับรู้ข่าวสารได้ ทันที ใชอิ้นเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ระบบเศรษฐกิจซึ่งแต่เดิม มีขอบเขตจา กัดภายในประเทศ ก็กระจายเป็นเศรษฐกิจโลก เกิดกระแสการ หมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินคา้และบริการอย่างรวดเร็วและกวา้งขวาง ระบบ เศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกจึงเชื่อมโยงและผูกพันกันมากขึ้น
  • 21.
    - ด้านสิ่ง แวดลอ้มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีประโยชน์ในด้าน ธรรมชาติและและสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยใช้ ภาพถ่ายดาวเทียม หรือภาพถ่ายทางอากาศ ร่วมกับการจัดเก็บรักษาข้อมูล ระดับน้า ทะเล ความสูงของคลื่นจากระบบเรดาร์ เป็นการศึกษาเพื่อหาสาเหตุ และนา ข้อมูลมาวางแผนและสร้างระบบเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแต่ละ แห่ง ได้อย่างเหมาะสม
  • 22.
    - ตลาดแรงงานต้องการผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจงานเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารอย่างแท้จริงซึ่งงานด้านนี้จะรวมถึง งาน ด้านการออกแบบโปรแกรมต่างๆ โปรแกรมใชง้านบนเว็บ งานด้าน การเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ งานด้านฐานข้อมูล งานด้าน ระบบเครือข่ายทั้งในและนอกองค์กร รวมถึงการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์บนเครือขา่ย ดังนนั้องค์กรจึงมีความ ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการ และ พัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อใชง้านด้านต่างๆขององค์กร ตัวอย่างอาชีพด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น
  • 23.
    1. นกัเขียนโปรมแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (programmer) ทา หน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใชใ้นงานด้าน ต่างๆ เช่น โปรมแกรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้า โปรแกรมที่ใชกั้บ งานด้านบัญชี หรือโปรแกรมที่ใชกั้บระบบงานขนาดใหญ่ขององค์กร
  • 24.
    2. นกัวิเคราะห์ระบบ (systemanalyst) ทา หน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะทา การวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบ สารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของผู้ใชง้าน ซึ่งอาจรวมถึงงาน ด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย
  • 25.
    3. ผูดู้แลและบริหารฐานขอ้มูล (databaseadministrator) ทา หน้าที่บริหารและจัดการฐานข้อมูล (database) รวมถึงการ ออกแบบ บา รุงรักษาข้อมูล และการดูแลระบบความปลอดภัยของ ฐานข้อมูล เช่น การกาหนดบัญชีผู้ใช้ การกาหนดสิทธิ์ ผ้ใูช้
  • 26.
    4. ผูดู้แลและบริหารระบบ(system administrator) ทา หน้าที่บริหารและจัดการระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดย ดูแลการติดตงั้และบา รุงรักษาระบบปฏิบัติการ การติดตงั้ฮาร์ดแวร์ สร้าง ออกแบบและบา รุงรักษาบัญชีผ้ใูช้สา หรับองค์กรขนาดเล็ก เจา้หน้าที่ความคุมระบบอาจต้องดูแลและบริหารระบบเครือข่ายด้วย
  • 27.
    5. ผูดู้แลและบริหารระบบเครือข่าย (networkadministrator) ทา หน้าที่บริหารและจัดการออกแบบระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ และดูแลรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่ายของ องค์กร เช่น ตรวจสอบการใชง้านเครือข่ายของพนักงานและติดตงั้ โปรแกรมป้องกันผ้บูุกรุกเครือข่าย
  • 28.
    6. ผูพ้ฒันาและบริหารระบบเว็บไซต์ (webmaster) ทา หน้าที่ออกแบบพัฒนา ปรับปรุงและบา รุงรักษาเว็บไซต์ให้มี ความทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็น ปัจจุบันอย่เูสมอ
  • 29.
    7. เจ้าหน้าที่ เทคนิค(technician) ทา หน้าที่ซ่อมบา รุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ ติดตงั้ โปรแกรม หรือติดตั้งฮาร์ดแวร์ต่างๆและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดจาก การใชอุ้ปกรณ์คอมพิวเตอร์ในองค์กร
  • 30.
    8. นกัเขียนเกม (gamemaker) ทา หน้าที่เขียนหรือพัฒนาโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน นี้การเขียนโปรมแกรมคอมพิวเตอร์เป็นอาชีพได้รับความนิยมอย่างสูง ในประเทศไทย อา้งอิง : http://www.thaigoodview.com/node/70790