ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
คาว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ ( Information
Technology: IT )เรียกย่อว่า"ไอที"ประกอบด ้วยคาว่า"
เทคโนโลยี" และคาว่า"สารสนเทศ" นามาร่วนกันเป็น"
เทคโนโลยีสารสนเทศ" และคาว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร ( Information and Communication
Technology: ICT ) หรือเรียกย่อว่า"ไอซีที"ประกอบด ้วย
คาที่มีความหมายดังนี้
* เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เทคโนโลยี( Technology ) หมายถึง การนาความมรู้ด ้าน
วิทยาศาสตร์มาประยุกต์ในการพัฒนาเครื่องมือ เครื่องใช ้
อุปกรณ์ วิธีการและกระบวนการ
สารสนเทศ( Information ) หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกิดจากการ
นาข ้อมูลมาผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างมีระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง การนาความรู้ทางด ้าน
วิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช ้เพื่อสร ้างหรือจัดการสารสนเทศอย่าง
เป็นระบบและรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด ้านคอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผ่นแม่บท
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประเทศไทย พ.ศ.2545-
2549 หมายถึง เทคโนโลยีเกี่ยวข ้องกับข่าวสารข ้อมูล และการ
สื่อสารนับตั้งแต่การสร ้าง การนามาวิเคราะห์หรือการประมวลผล
องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศ เป็นระบบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการ
ทางานโดยใช ้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบบ
สารสนเทศประกอบด ้วย
ฮาร์ดแวร์ ( hardware ) หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น คีย์บอร์ด ( keyboand ) เมาส์
( mouse ) จอภาพ ( monitor ) เป็นต ้น รวมทั้งอุปกรณ์
สื่อสารสาหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข ้าเป็นเครือข่าย เช่น
โมเด็ม ( modem ) และ สายสัญญาณ
ชอฟต์แวร์ ( soflware ) หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคาสั่ง (
instruction ) ที่ใช่ควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และ
อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ชุดคาสั่งจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ
1. ซอฟต์แวร์ระบบ ( system software ) หมายถึงชุดคาสั่ง
ที่ทาหน้าที่ควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อ
พ่วงต่างๆ และทาหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช ้กับคอมพิวเตอร์
ซอฟต์แวร์ระบบแบ่งออกเป็น
- ระบบปฏิบัติการ ( Operating System: OS ) เป็นซอฟต์แวร์ที่
ทาหน้าที่ควบคุมการทางานของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ทั้งหมด
ภายในคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างระบบปฏิบัติการ เช่น วินโดวส์
(Windowns ) ลินุกซ์ ( Linux ) และ แมคโอเอส ( Mac OS )
- โปรแกรมอรรถประโยชน์ ( utilities program ) เป็น
โปรแกรมที่ช่วยเสริมการทางานของคอมพิวเตอร์หรือช่วย
เสริมการทางานอื่นๆให ้มีความสามารถใช่วานได ้สะดวกและ
รวดเร็วยิ่งขึ้น
- โปรแกรมขับอุปกรณ์ หรือดีไวซ์ไดร์ฟเวอร์ (device driver) เป็น
โปรแกรมที่ช่วยในการติดตั้งระบบเพื่อให ้คอมพิวเตอรืสามารถ
ติดต่อหรือใช่งานอุปกรณ์ต่างๆ
- โปรแกรมแปลภาษา เป็นโปรแกรมที่ทาหน้าที่แปล
โปรแกรมที่เขียนขึ้นด ้วยภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให ้เป็น
รหัสที่อยู่ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทางานได ้
เช่น ตัวแปลภาษาจาวา ตัวแปลภาษาซี
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software) หมายถึง
ชุดคาสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อให ้เครื่องคอมพิวเตอร์ทางานตาม
วัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียนขึ้นโดย
ใช ้โปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก (Basic) ปาสคาล
(Pascal) โคบอล (Cobol) ซี (C) ซีพลัสพลัส (C++) และจา
วา (Java) ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งตามกลุ่มการใช ้งานได ้ดัง
ตาราง
ข ้อมูล (data) ข ้อมูลจะถูกรวบรวมและป้อนเข ้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์
โดยผ่านอุปกรณ์ของหน่วยรับเข ้า เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ และสแกนเนอร์
(scanner) ข ้อมูลต ้องมีโครงสร ้างในการจัดเก็บที่เป็นระบบเพื่อการ
สืบค ้นที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ข ้อมูลจะถูกจัดเก็บอยู่ใน
หน่วยความจา (memory unit) ก่อนที่จะถูกย ้ายไปเก็บที่หน่วยเก็บ
ข ้อมูล (storage unit) เช่น ฮาร์ดดิสก์ และแผ่นซีดี
บุคลากร (people)บุคลากรเป็นองค์ประกอบที่สาคัญที่สุดของ
ระบบสารสนเทศ ในที่นี้หมายถึงบุคลากรที่เป็นผู้ใช ้ระบบ
สารสนเทศ ดังรูปที่ 1.11 บุคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบ
สารสนเทศ จะต ้องมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบ
สารสนเทศให ้มีประสิทธิภาพให ้สามารถทางานได ้ตามความ
ต ้องการของผู้ใช ้ใช ้ง่ายและสะดวก ส่วนผู้ใช ้ต ้องมีความรู้ความ
เข ้าใจ และมีความสามารถในการใช ้งานระบบสารสนเทศและการ
สื่อสารต่างๆ ได ้อย่างถูกต ้องจึงจะเกิดสารสนเทศที่เป็นประโยชน์
ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (procedure) ระบบสารสนเทศต ้องมี
ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นลาดับขั้นชัดเจน เพื่อให ้ผู้ใช ้สามารถ
เข ้าใจได ้ง่าย และดาเนินงานได ้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งใน
สถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ขั้นตอนการบันทึก
ข ้อมูล ขั้นตอนการทาสาเนาข ้อมูล ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อข ้อมูล
ได ้รับความเสียหาย หรือเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ
เกิดการชารุดเสียหาย ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ควรได ้รับการรวบรวม
และจัดทาให ้เป็นรูปเล่ม
2.ด ้านการแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารถูกนามาใช ้เริ่มตั้งแต่การทาทะเบียนคนไข ้การ
รักษาพยาบาลทั่วไป ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆ
ได ้อย่างรวดเร็วและแม่นยา นอกจากนี้ยังใช ้ในห ้องทดลอง
การศึกษาและการวิจัยทางการแพทย์ งานศึกษาโมเลกุล
สารเคมี สามารถค ้นคว ้าข ้อมูลทางการแพทย์ รักษาคนไข ้ด ้วย
ระบบการรักษาทางไกลตลอดเวลาผ่านเครือข่ายการสื่อสาร
เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า อีเอ็มไอสแกนเนอร์
(EMI scanner) ถูกนามาถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจหา
ความผิดปกติในสมอง
ประโยชน์และตัวอย่างของการใช ้เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร
1. ด ้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช ้
เพื่ออานวยความสะดวกในการบริหารด ้านการบริหารด ้านการศึกษา
เช่น ระบบการลงทะเบียน และระบบการจัดตารางสอน นอกจากนี้ยังใช ้
เป็นเครื่องมือในการเพิ่มโอกาสทางด ้านการศึกษาและเพิ่ม
ประสิทธิภาพการเรียนการสอน
2.ด ้านการเกษตรและอุตสาหกรรม เทตโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสารถูกนามาใช ้ประโยชน์ในด ้านเกษตรกรรม เช่น
การจัดทาระบบข ้อมูลเพื่อการเกษตรและพยากรณ์ผลผลิต
ด ้านการเกษตร นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาความก ้าวหน้า
ทางด ้านอุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อใช ้ทางานบ ้าน
และหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมที่ต ้องเสี่ยงภัยและเป็น
อันตรายต่อสุขภาพ เฃ่น โรงงานสารเคมี โรงผลิตและการจ่าย
ไฟฟ้า รวมถึงงานที่ต ้องทาซ้าๆ
3.ด ้านการเงินธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูก
นามาใช ้ในด ้านการเงินและการธนาคาร โดยใช ้ช่วยด ้านการ
บัญชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน บริการสินเชื่อ และเปลี่ยน
เงินตรา บริการข่าวสารธนาคาร การใช ้คอมพิวเตอร์ด ้านการเงิน
การธนาคารที่รู้จักและนิยมใช ้กันทั่วไป เช่น บริการฝากถอนเงิน
การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์
4.ด ้านความมั่นคง มีการใช ้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกัน
อย่างแพร่หลาย เช่น ใช ้ในการควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร
การแปลรหัสลับในงานจารกรรมระหว่างประเทศ การส่งดาวเทียมและ
การคานวณวิถีโคจรของจรวดไปสู่อวกาศ สานักงานตารวจแห่งชาติ
ของประเทศไทยมีศูนย์ประมวลข่าวสาร มีระบบจัดทาทะเบียนปืน
ทะเบียนประวัติอาชญากร ทาให ้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการ
สืบค ้นข ้อมูลเพื่อการสืบสวนคดีต่างๆ
5.ด ้านการคมนาคม มีการใช ้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารใน
ส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง เช่น การเดินทางโดยรถไฟ มีการเชื่อมโยง
ข ้อมูลการจองที่นั่งไปยังทุกสถานี ทาให ้สะดวกต่อผู้โดยสาร การ
เช็คอินของสายการบิน ได ้จัดทาเครื่องมือที่สะดวกต่อลูกค ้า ใน
รูปแบบของการเช็คอินด ้วยตนเอง
6.ด ้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีการใช ้เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสารในการออกแบบ หรือจาลองสภาววการณ์ต่างๆ เช่น
การรับแรงสั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดิวไหวโดยการคานวณ
และแสดงภาพสถานการณ์ใกล ้เคียงความจริง
ตัวอย่างอาชีพทางด ้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1. นักเขียนโปรมแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (programmer)
ทาหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช ้ในงานด ้านต่างๆ
เช่น โปรมแกรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินค ้า โปรแกรมที่ใช ้กับงานด ้าน
บัญชี หรือโปรแกรมที่ใช ้กับระบบงานขนาดใหญ่ขององค์กร
2. นักวิเคราะห์ระบบ (system analyst)
ทาหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ
นักวิเคราะห์ระบบจะทาการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบ
สารสนเทศให ้ตรงกับความต ้องการของผู้ใช ้งาน ซึ่งอาจรวมถึงงาน
ด ้านการออกแบบฐานข ้อมูลด ้วย
3. ผู้ดูแลและบริหารฐานข ้อมูล (database administrator)
ทาหน้าที่บริหารและจัดการฐานข ้อมูล (database) รวมถึงการ
ออกแบบ บารุงรักษาข ้อมูล และการดูแลระบบความปลอดภัย
ของฐานข ้อมูล เช่น การกาหนดบัญชีผู้ใช ้การกาหนดสิทธิ์ผู้ใช ้
4. ผู้ดูแลและบริหารระบบ(system administrator)
ทาหน้าที่บริหารและจัดการระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดยดูแล
การติดตั้งและบารุงรักษาระบบปฎิบัติการ การติดตั้งฮาร์ดแวร์
สร ้าง ออกแบบและบารุงรักษาบัญชีผู้ใช ้สาหรับองค์กรขนาดเล็ก
เจ ้าหน้าที่ความคุมระบบอาจต ้องดูแลและบริหารระบบเครือข่าย
ด ้วย
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

  • 1.
    ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คาว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT )เรียกย่อว่า"ไอที"ประกอบด ้วยคาว่า" เทคโนโลยี" และคาว่า"สารสนเทศ" นามาร่วนกันเป็น" เทคโนโลยีสารสนเทศ" และคาว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ( Information and Communication Technology: ICT ) หรือเรียกย่อว่า"ไอซีที"ประกอบด ้วย คาที่มีความหมายดังนี้ * เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • 2.
    เทคโนโลยี( Technology )หมายถึง การนาความมรู้ด ้าน วิทยาศาสตร์มาประยุกต์ในการพัฒนาเครื่องมือ เครื่องใช ้ อุปกรณ์ วิธีการและกระบวนการ สารสนเทศ( Information ) หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกิดจากการ นาข ้อมูลมาผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างมีระบบ
  • 3.
    เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง การนาความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช ้เพื่อสร ้างหรือจัดการสารสนเทศอย่าง เป็นระบบและรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด ้านคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผ่นแม่บท เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประเทศไทย พ.ศ.2545- 2549 หมายถึง เทคโนโลยีเกี่ยวข ้องกับข่าวสารข ้อมูล และการ สื่อสารนับตั้งแต่การสร ้าง การนามาวิเคราะห์หรือการประมวลผล
  • 4.
  • 5.
    ฮาร์ดแวร์ ( hardware) หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น คีย์บอร์ด ( keyboand ) เมาส์ ( mouse ) จอภาพ ( monitor ) เป็นต ้น รวมทั้งอุปกรณ์ สื่อสารสาหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข ้าเป็นเครือข่าย เช่น โมเด็ม ( modem ) และ สายสัญญาณ
  • 6.
    ชอฟต์แวร์ ( soflware) หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคาสั่ง ( instruction ) ที่ใช่ควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ชุดคาสั่งจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ 1. ซอฟต์แวร์ระบบ ( system software ) หมายถึงชุดคาสั่ง ที่ทาหน้าที่ควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อ พ่วงต่างๆ และทาหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช ้กับคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ระบบแบ่งออกเป็น - ระบบปฏิบัติการ ( Operating System: OS ) เป็นซอฟต์แวร์ที่ ทาหน้าที่ควบคุมการทางานของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ทั้งหมด ภายในคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างระบบปฏิบัติการ เช่น วินโดวส์ (Windowns ) ลินุกซ์ ( Linux ) และ แมคโอเอส ( Mac OS )
  • 7.
    - โปรแกรมอรรถประโยชน์ (utilities program ) เป็น โปรแกรมที่ช่วยเสริมการทางานของคอมพิวเตอร์หรือช่วย เสริมการทางานอื่นๆให ้มีความสามารถใช่วานได ้สะดวกและ รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • 8.
    - โปรแกรมขับอุปกรณ์ หรือดีไวซ์ไดร์ฟเวอร์(device driver) เป็น โปรแกรมที่ช่วยในการติดตั้งระบบเพื่อให ้คอมพิวเตอรืสามารถ ติดต่อหรือใช่งานอุปกรณ์ต่างๆ
  • 9.
    - โปรแกรมแปลภาษา เป็นโปรแกรมที่ทาหน้าที่แปล โปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให ้เป็น รหัสที่อยู่ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทางานได ้ เช่น ตัวแปลภาษาจาวา ตัวแปลภาษาซี
  • 10.
    ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software)หมายถึง ชุดคาสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อให ้เครื่องคอมพิวเตอร์ทางานตาม วัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียนขึ้นโดย ใช ้โปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก (Basic) ปาสคาล (Pascal) โคบอล (Cobol) ซี (C) ซีพลัสพลัส (C++) และจา วา (Java) ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งตามกลุ่มการใช ้งานได ้ดัง ตาราง
  • 12.
    ข ้อมูล (data)ข ้อมูลจะถูกรวบรวมและป้อนเข ้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผ่านอุปกรณ์ของหน่วยรับเข ้า เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ และสแกนเนอร์ (scanner) ข ้อมูลต ้องมีโครงสร ้างในการจัดเก็บที่เป็นระบบเพื่อการ สืบค ้นที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ข ้อมูลจะถูกจัดเก็บอยู่ใน หน่วยความจา (memory unit) ก่อนที่จะถูกย ้ายไปเก็บที่หน่วยเก็บ ข ้อมูล (storage unit) เช่น ฮาร์ดดิสก์ และแผ่นซีดี
  • 13.
    บุคลากร (people)บุคลากรเป็นองค์ประกอบที่สาคัญที่สุดของ ระบบสารสนเทศ ในที่นี้หมายถึงบุคลากรที่เป็นผู้ใช้ระบบ สารสนเทศ ดังรูปที่ 1.11 บุคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบ สารสนเทศ จะต ้องมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบ สารสนเทศให ้มีประสิทธิภาพให ้สามารถทางานได ้ตามความ ต ้องการของผู้ใช ้ใช ้ง่ายและสะดวก ส่วนผู้ใช ้ต ้องมีความรู้ความ เข ้าใจ และมีความสามารถในการใช ้งานระบบสารสนเทศและการ สื่อสารต่างๆ ได ้อย่างถูกต ้องจึงจะเกิดสารสนเทศที่เป็นประโยชน์
  • 14.
    ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (procedure) ระบบสารสนเทศต้องมี ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นลาดับขั้นชัดเจน เพื่อให ้ผู้ใช ้สามารถ เข ้าใจได ้ง่าย และดาเนินงานได ้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งใน สถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ขั้นตอนการบันทึก ข ้อมูล ขั้นตอนการทาสาเนาข ้อมูล ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อข ้อมูล ได ้รับความเสียหาย หรือเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ เกิดการชารุดเสียหาย ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ควรได ้รับการรวบรวม และจัดทาให ้เป็นรูปเล่ม
  • 15.
    2.ด ้านการแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารถูกนามาใช้เริ่มตั้งแต่การทาทะเบียนคนไข ้การ รักษาพยาบาลทั่วไป ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆ ได ้อย่างรวดเร็วและแม่นยา นอกจากนี้ยังใช ้ในห ้องทดลอง การศึกษาและการวิจัยทางการแพทย์ งานศึกษาโมเลกุล สารเคมี สามารถค ้นคว ้าข ้อมูลทางการแพทย์ รักษาคนไข ้ด ้วย ระบบการรักษาทางไกลตลอดเวลาผ่านเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า อีเอ็มไอสแกนเนอร์ (EMI scanner) ถูกนามาถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจหา ความผิดปกติในสมอง
  • 16.
    ประโยชน์และตัวอย่างของการใช ้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร 1. ด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช ้ เพื่ออานวยความสะดวกในการบริหารด ้านการบริหารด ้านการศึกษา เช่น ระบบการลงทะเบียน และระบบการจัดตารางสอน นอกจากนี้ยังใช ้ เป็นเครื่องมือในการเพิ่มโอกาสทางด ้านการศึกษาและเพิ่ม ประสิทธิภาพการเรียนการสอน
  • 17.
    2.ด ้านการเกษตรและอุตสาหกรรม เทตโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารถูกนามาใช้ประโยชน์ในด ้านเกษตรกรรม เช่น การจัดทาระบบข ้อมูลเพื่อการเกษตรและพยากรณ์ผลผลิต ด ้านการเกษตร นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาความก ้าวหน้า ทางด ้านอุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อใช ้ทางานบ ้าน และหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมที่ต ้องเสี่ยงภัยและเป็น อันตรายต่อสุขภาพ เฃ่น โรงงานสารเคมี โรงผลิตและการจ่าย ไฟฟ้า รวมถึงงานที่ต ้องทาซ้าๆ
  • 18.
    3.ด ้านการเงินธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูก นามาใช้ในด ้านการเงินและการธนาคาร โดยใช ้ช่วยด ้านการ บัญชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน บริการสินเชื่อ และเปลี่ยน เงินตรา บริการข่าวสารธนาคาร การใช ้คอมพิวเตอร์ด ้านการเงิน การธนาคารที่รู้จักและนิยมใช ้กันทั่วไป เช่น บริการฝากถอนเงิน การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • 19.
    4.ด ้านความมั่นคง มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกัน อย่างแพร่หลาย เช่น ใช ้ในการควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปลรหัสลับในงานจารกรรมระหว่างประเทศ การส่งดาวเทียมและ การคานวณวิถีโคจรของจรวดไปสู่อวกาศ สานักงานตารวจแห่งชาติ ของประเทศไทยมีศูนย์ประมวลข่าวสาร มีระบบจัดทาทะเบียนปืน ทะเบียนประวัติอาชญากร ทาให ้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการ สืบค ้นข ้อมูลเพื่อการสืบสวนคดีต่างๆ 5.ด ้านการคมนาคม มีการใช ้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารใน ส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง เช่น การเดินทางโดยรถไฟ มีการเชื่อมโยง ข ้อมูลการจองที่นั่งไปยังทุกสถานี ทาให ้สะดวกต่อผู้โดยสาร การ เช็คอินของสายการบิน ได ้จัดทาเครื่องมือที่สะดวกต่อลูกค ้า ใน รูปแบบของการเช็คอินด ้วยตนเอง 6.ด ้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีการใช ้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารในการออกแบบ หรือจาลองสภาววการณ์ต่างๆ เช่น การรับแรงสั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดิวไหวโดยการคานวณ และแสดงภาพสถานการณ์ใกล ้เคียงความจริง
  • 20.
    ตัวอย่างอาชีพทางด ้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1. นักเขียนโปรมแกรมหรือโปรแกรมเมอร์(programmer) ทาหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช ้ในงานด ้านต่างๆ เช่น โปรมแกรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินค ้า โปรแกรมที่ใช ้กับงานด ้าน บัญชี หรือโปรแกรมที่ใช ้กับระบบงานขนาดใหญ่ขององค์กร
  • 21.
    2. นักวิเคราะห์ระบบ (systemanalyst) ทาหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะทาการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบ สารสนเทศให ้ตรงกับความต ้องการของผู้ใช ้งาน ซึ่งอาจรวมถึงงาน ด ้านการออกแบบฐานข ้อมูลด ้วย
  • 22.
    3. ผู้ดูแลและบริหารฐานข ้อมูล(database administrator) ทาหน้าที่บริหารและจัดการฐานข ้อมูล (database) รวมถึงการ ออกแบบ บารุงรักษาข ้อมูล และการดูแลระบบความปลอดภัย ของฐานข ้อมูล เช่น การกาหนดบัญชีผู้ใช ้การกาหนดสิทธิ์ผู้ใช ้
  • 23.
    4. ผู้ดูแลและบริหารระบบ(system administrator) ทาหน้าที่บริหารและจัดการระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กรโดยดูแล การติดตั้งและบารุงรักษาระบบปฎิบัติการ การติดตั้งฮาร์ดแวร์ สร ้าง ออกแบบและบารุงรักษาบัญชีผู้ใช ้สาหรับองค์กรขนาดเล็ก เจ ้าหน้าที่ความคุมระบบอาจต ้องดูแลและบริหารระบบเครือข่าย ด ้วย