Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
EN
Uploaded by
พัน พัน
17,187 views
โครงการอ่านหนังสือให้กับผู้พิการทางสายตา
โครงการอ่านหนังสือให้กับผู้พิการทางสายตา
Education
◦
Read more
3
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 36 times
1
/ 15
2
/ 15
Most read
3
/ 15
4
/ 15
5
/ 15
6
/ 15
7
/ 15
8
/ 15
9
/ 15
10
/ 15
11
/ 15
12
/ 15
13
/ 15
Most read
14
/ 15
15
/ 15
Most read
More Related Content
PDF
ขอความอนุเคราะห์
by
Rapheephan Phola
PPT
Pisa
by
Thitiya Chianchana
PPTX
โครงการเก็บขยะในโรงเรียนสู่จิตสำนึกต่อชุมชน
by
Natthawut Sutthi
PDF
สุขฯ ม.2 หน่วย 9
by
supap6259
PPT
บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่ายกายและสุขภาพ
by
guest83238e
PDF
ชุดที่2การอ่าน เล่ม1 เทคนิค วิธีการและสื่อ สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางก...
by
Napadon Yingyongsakul
PDF
คู่มือการดูแลโรคตาเบื้องต้น โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง)
by
Utai Sukviwatsirikul
PDF
ชุดการสอนวิชาสุขศึกษา เรื่องการปฐมพยาบาล ชั้น ป.5
by
sripayom
ขอความอนุเคราะห์
by
Rapheephan Phola
Pisa
by
Thitiya Chianchana
โครงการเก็บขยะในโรงเรียนสู่จิตสำนึกต่อชุมชน
by
Natthawut Sutthi
สุขฯ ม.2 หน่วย 9
by
supap6259
บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่ายกายและสุขภาพ
by
guest83238e
ชุดที่2การอ่าน เล่ม1 เทคนิค วิธีการและสื่อ สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางก...
by
Napadon Yingyongsakul
คู่มือการดูแลโรคตาเบื้องต้น โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง)
by
Utai Sukviwatsirikul
ชุดการสอนวิชาสุขศึกษา เรื่องการปฐมพยาบาล ชั้น ป.5
by
sripayom
What's hot
PDF
ข้อสอบโครงงาน ม 2
by
Weerachat Martluplao
PDF
172 130909011745-
by
Sutaporn Rattanatungcharorn
DOCX
ใบงานที่ 3 เค้าโครงของโครงงาน
by
Mypoom Poom
PDF
โครงงานหนึ่งเสียงเปิดโลกกว้าง
by
พัน พัน
PDF
ตัวอย่างการเขียนโครงงาน 5 บท
by
chaipalat
PDF
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ 2 ชั้น ม.1 ชุดที่ 2
by
dnavaroj
PPTX
สื่อดั้งเดิม สื่อใหม่ ความแตกต่างระหว่างสื่อดั้งเดิมและสื่อใหม่
by
Watermalon Singha
PDF
การติดต่อสื่อสารในองค์กร
by
Chainarong Maharak
PPT
ระดับของภาษา
by
ณรงค์ศักดิ์ กาหลง
PDF
การรับรู้และตอบสนอง
by
Thitaree Samphao
PDF
ไฟฟ้าม3
by
ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องถูกใจ
PDF
ใบงานพอลิเมอร์
by
Jariya Jaiyot
PDF
การถ่ายโอนความร้อน ม.1
by
Wuttipong Tubkrathok
PDF
ตัวอย่างโครงงาน
by
Sattawat Backer
PDF
ใบความรู้ที่ 3 เรื่องสัญลักษณ์ทางไฟฟ้า
by
พัน พัน
PDF
เอกสารประกอบการสอน อวัยวะรับสัมผัส
by
Biobiome
PDF
บทที่1 บทนำ
by
Champ Wachwittayakhang
PPTX
การคำนวณกระจกเว้า
by
sripai52
DOC
โครงงานแผ่นซับเสียงจากเส้นใยธรรมชาติ
by
beauntp
PDF
บทที่ 1.pdf
by
ChaiChaivichit
ข้อสอบโครงงาน ม 2
by
Weerachat Martluplao
172 130909011745-
by
Sutaporn Rattanatungcharorn
ใบงานที่ 3 เค้าโครงของโครงงาน
by
Mypoom Poom
โครงงานหนึ่งเสียงเปิดโลกกว้าง
by
พัน พัน
ตัวอย่างการเขียนโครงงาน 5 บท
by
chaipalat
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ 2 ชั้น ม.1 ชุดที่ 2
by
dnavaroj
สื่อดั้งเดิม สื่อใหม่ ความแตกต่างระหว่างสื่อดั้งเดิมและสื่อใหม่
by
Watermalon Singha
การติดต่อสื่อสารในองค์กร
by
Chainarong Maharak
ระดับของภาษา
by
ณรงค์ศักดิ์ กาหลง
การรับรู้และตอบสนอง
by
Thitaree Samphao
ไฟฟ้าม3
by
ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องถูกใจ
ใบงานพอลิเมอร์
by
Jariya Jaiyot
การถ่ายโอนความร้อน ม.1
by
Wuttipong Tubkrathok
ตัวอย่างโครงงาน
by
Sattawat Backer
ใบความรู้ที่ 3 เรื่องสัญลักษณ์ทางไฟฟ้า
by
พัน พัน
เอกสารประกอบการสอน อวัยวะรับสัมผัส
by
Biobiome
บทที่1 บทนำ
by
Champ Wachwittayakhang
การคำนวณกระจกเว้า
by
sripai52
โครงงานแผ่นซับเสียงจากเส้นใยธรรมชาติ
by
beauntp
บทที่ 1.pdf
by
ChaiChaivichit
Similar to โครงการอ่านหนังสือให้กับผู้พิการทางสายตา
PDF
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง [โครงการอ่านหนังสือให้กับผู้พิการทางสายตา]
by
Kull Ch.
PDF
บทที่1 โครงการอ่านหนังสือให้กับผู้พิการทางสายตา
by
Kull Ch.
DOCX
โครงงานหนึ่งเสียงเปิดโลกกว้าง
by
Pz'Peem Kanyakamon
DOCX
หนึ่งเสียงเปิดโลกกว้าง
by
Tanyong Kiss'memory
PPTX
หนึ่งเสียงเปิดโลกกว้าง
by
Tanyong Kiss'memory
PDF
ภัสสร กาญจนา
by
supphawan
PDF
โรคตาบอดสี
by
Roongroeng
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง [โครงการอ่านหนังสือให้กับผู้พิการทางสายตา]
by
Kull Ch.
บทที่1 โครงการอ่านหนังสือให้กับผู้พิการทางสายตา
by
Kull Ch.
โครงงานหนึ่งเสียงเปิดโลกกว้าง
by
Pz'Peem Kanyakamon
หนึ่งเสียงเปิดโลกกว้าง
by
Tanyong Kiss'memory
หนึ่งเสียงเปิดโลกกว้าง
by
Tanyong Kiss'memory
ภัสสร กาญจนา
by
supphawan
โรคตาบอดสี
by
Roongroeng
More from พัน พัน
PDF
เรื่องระบบปฏิบัติการ
by
พัน พัน
PDF
เรื่องภาษาซี
by
พัน พัน
PDF
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
DOCX
การเปลี่ยนตัวเลขให้เป็นตัวอักษร
by
พัน พัน
PDF
หลักการทำงาน บทบาทและอุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
รายงานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
การทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
การทำงานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
ระบบคอมพิวเตอร์และยุคสมัย
by
พัน พัน
PDF
เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
พัน พัน
PDF
ประเภทของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
PDF
เรื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
PDF
เรื่องด้านคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
เรื่องคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
โครงงานคอม
by
พัน พัน
PDF
การปริ้น
by
พัน พัน
PDF
Office
by
พัน พัน
PDF
ปัญหาทรัพยากรป่าไม้
by
พัน พัน
PDF
ยาเสพติด
by
พัน พัน
เรื่องระบบปฏิบัติการ
by
พัน พัน
เรื่องภาษาซี
by
พัน พัน
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
การเปลี่ยนตัวเลขให้เป็นตัวอักษร
by
พัน พัน
หลักการทำงาน บทบาทและอุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
รายงานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
การทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
การทำงานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
ระบบคอมพิวเตอร์และยุคสมัย
by
พัน พัน
เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
พัน พัน
ประเภทของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
เรื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
เรื่องด้านคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
เรื่องคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
โครงงานคอม
by
พัน พัน
การปริ้น
by
พัน พัน
Office
by
พัน พัน
ปัญหาทรัพยากรป่าไม้
by
พัน พัน
ยาเสพติด
by
พัน พัน
โครงการอ่านหนังสือให้กับผู้พิการทางสายตา
1.
บทที 1 บทนํา หลักการและเหตุผล ปัจจุบันนี ในสังคมของเรานันจะมีบุคคลทีมีความบกพร่องต่างๆ
ซึงบุคคลเหล่านีจะมีข้อจํากัดในการ ปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม เนืองจากมีความบกพร่องทางการมองเห็น การได้ยิน การเคลือนไหว การสือสาร จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญาและการเรียนรู้หรือความบกพร่องอืน ใด จึงมีความจําเป็นเป็นพิเศษทีจะต้องได้รับความช่วยเหลือด้านหนึงด้านใด เพือให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมใน ชีวิตประจําวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคมได้อย่างบุคคลทัวไป เราจึงอยากให้ความช่วยเหลือทีพวกเราสามารถทําได้กับบุคคลเหล่านี เราจึงได้เลือกทีจะทําโครงการให้ ความช่วยเหลือแก่ผู้พิการทางสายตา โดยการอ่านหนังสือให้ผู้พิการทางสายตาได้ฟัง เนืองจากผู้พิการทางสายตา มักจะไม่มีโอกาสได้มองเห็นสิงต่างๆ เราจึงอยากเป็นกําลังเล็กๆในการอาสาสมัครอ่านหนังสือให้กับผู้พิการทาง สายตา เนืองจากหนังสือนันสามารถเสริมสร้างความรู้และจินตนาการ อีกทังเป็นการสร้างความเพลิดเพลิน ให้กับผู้อ่านและผู้ฟัง วัตถุประสงค์ของโครงการ 1.เพือช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา 2.เพือเสริมสร้างความรู้และจินตนาการให้กับผู้พิการทางสายตาโดยการอ่านหนังสือ 3.เพือสร้างความสุขความเพลิดเพลินให้กับผู้พิการทางสายตา สถานทีดําเนินงาน มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ 420 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์ 0-2354-8365-68 , 0-2354-8370-71 โทรสาร 0-2354-8369 อีเมล service@blind.or.th ระยะเวลาในการดําเนินงาน เดือนพฤษภาคม 2558 – เดือนกันยายน 2558
2.
ประโยชน์ทีคาดว่าจะได้รับ 1.ได้ช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา 2.ได้เสริมสร้างความรู้และจินตนาการให้กับผู้พิการทางสายตาโดยการอ่านหนังสือ 3.ได้สร้างความสุขความเพลิดเพลินให้กับผู้พิการทางสายตา
3.
บทที 2 เอกสารทีเกียวข้อง อย่างไรจึงเรียกว่าคนตาบอด ในทางการแพทย์ คนทีบกพร่อง
ทางการมองเห็น หรือทีเรียกว่า คนตาบอด หมายถึงผู้ทีมองไม่เห็น หรือ พอเห็นเห็นแสง เห็นเลือนลาง และมีความบกพร่องทางสายตา ทังสองข้าง โดยมีความสามารถในการ มองเห็นได้ไม่ถึง 1/10 ของคนปกติ ( 10% ในการมองเห็นเมือเทียบกับคนสายตาปกติ ) หลังจากทีได้รับการ รักษาและแก้ไขทางการแพทย์หรือมีลานสายตา (ระยะกว้างของการมองเห็น) กว้างไม่เกิน 30 องศา ประเภทของคนตาบอด 1. ตาบอดสนิท หมายถึง คนทีไม่สามารถมองเห็นได้เลย หรืออาจมองเห็นได้บ้างไม่มากนัก ไม่สามารถใช้สายตา หรือไม่มีการใช้สายตาให้เป็นประโยชน์ ในการเรียน การสอน หรือทํากิจกรรมได้ ต้องใช้ประสาทสัมผัส อืน แทนในการเรียนรู้ และหากมีการทดสอบสายตาประเภทนี อาจพบว่าสายตาข้างดีสามารถมองเห็นได้ในระยะ 20/20 (อัตราวัดระดับการมองเห็น คนปกติเห็นวัตถุชัดเจนระยะ 200 ฟุต คนตาบอดจะสามารมองเห็นวัตถุชิน เดียวกันในระยะ 20 ฟุต ) หรือน้อยกว่านัน และมีลานสายตา โดยเฉลียอย่างสูงสุดจะแคบกว่า 5 องศา 2. ตาบอดไม่สนิท หรือบอดเพียงบางส่วน สายตาเลือนราง หมายถึง มีความบกพร่องทางสายตา สามารถมองเห็นบ้าง แต่ไม่เท่าคนปกติ เมือทดสอบสายตาประเภท นี จะมีสายตาข้างดี สามารถมองเห็นได้ในระยะ 20/60 หรือน้อยกว่านัน และมีลานสายตา โดยเฉลีย อย่างสูงสุด จะกว้างสูงสุดไม่เกิน 30 องศา สาเหตุของการตาบอด 1.สาเหตุตาบอดในเด็ก แม้จะพบเด็กทีตาบอดมีจํานวนน้อยกว่าผู้ใหญ่ แต่ถ้าคํานึงถึงคุณภาพชีวิตทีจะต้องอยู่แบบคนตาบอดก็ จะเห็นว่า เด็กจะต้องอยู่ในสภาพนีเป็นระยะเวลาทีนานกว่าผู้ใหญ่ อีกทังเด็กทีตาบอดมักจะทําให้มีปัญหาอืนๆ ด้วย อาทิ การเรียนรู้ทีด้อยกว่าเด็กปกติ หรืออาจมีปัญหาทางสมอง มีอาการชัก รวมถึงอาจมีปัญหาทางการได้ยิน ตลอดจนการพูด การรู้จักโรคทีอาจจะเป็นสาเหตุทําให้เด็กตาบอดจึงเป็นเรืองสําคัญ ซึงได้แก่
4.
1.จอตาเสือมในเด็กคลอดก่อนกําหนด พบในเด็กนําหนักแรกคลอดตังแต่ การช่วยชีวิตด้วยการให้ออกซิเจน แต่เดิมภาวะนีพบในประเทศทีค่อนข้างพัฒนา เนืองจากสามารถดูแลเด็กแรก คลอดทีมีนําหนักน้อยให้รอดชีวิตได้ดีกว่า
ส่วนในประเทศกําลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนา เด็กกลุ่มนีมักจะเสี แต่ในปัจจุบันทีการแพทย์เจริญขึน เด็กในประเทศกําลังพัฒนากลุ่มนีก็รอดชีวิตมากขึนด้วย จึงพบเด็กตาบอดจาก สาเหตุนีมากขึน ทังนีเนืองจากก่อนทีแพทย์จะรู้จักภาวะนี เด็กทีมีนําหนักแรกคลอดตํากว่า ออกซิเจนหลังคลอด โดยเข้าใจว่าจะช่ว เพิมขึน และจากการศึกษาทําให้ทราบว่า เกิดจากการให้ออกซิเจนมากเกินไป รวมถึงพบว่า แม้หลอดเลือดทีจอ ตาจะเริมมีการพัฒนาตังแต่อายุครรภ์ คลอดก่อนช่วงเวลานีจะมีการพัฒนาหลอดเลือดทีจอตาไม่สมบูรณ์ จึงมีความไวต่อออกซิเจนทีได้รับ ทําให้เกิด การเปลียนแปลงของการพัฒนา อีกทังมีหลอดเลือดใหม่เกิดขึน กลายเป็นพังผืดอยู่หลังแก้วตา อันเป็นทีมาของ ชือเดิมทีว่า retrolental fibroplasia prematurity ดังนันหมอเด็กคงต้องพิจารณาอย่างละเอียดทีจะให้ออกซิเจน ซึงแน่นอนว่ามีความจําเป็นในเด็กทีมี ปัญหาทางการหายใจ แต่ไม่ใช่ให้กับเด็กทุกคนทีนําหนักตํากว่าเกณฑ์ และถ้าเด็กอยู่ในภาวะ ทันที ซึงในเด็กบางคนหากพบว่ามีปฏิกิริยาหรือทําท่าจะเกิดพังผืด แพทย์อาจให้การรักษาด้วยแสงเลเซอร์หรือจี เย็น หรือแม้แต่ผ่าตัด เพือยับยังความผิดปกตินัน แต่ในเด็กบางคนทีมีการเปลียนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว มากก็อาจจะให้การรักษาไม่ได้และต ภาพประกอบที 2.1 เด็กตาบอด จอตาเสือมในเด็กคลอดก่อนกําหนด (Retinopathy of prematurity) พบในเด็กนําหนักแรกคลอดตังแต่ 1,500 กรัมลงมา หรือมีอายุครรภ์ตังแต่ 28 การช่วยชีวิตด้วยการให้ออกซิเจน แต่เดิมภาวะนีพบในประเทศทีค่อนข้างพัฒนา เนืองจากสามารถดูแลเด็กแรก คลอดทีมีนําหนักน้อยให้รอดชีวิตได้ดีกว่า ส่วนในประเทศกําลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนา เด็กกลุ่มนีมักจะเสี แต่ในปัจจุบันทีการแพทย์เจริญขึน เด็กในประเทศกําลังพัฒนากลุ่มนีก็รอดชีวิตมากขึนด้วย จึงพบเด็กตาบอดจาก สาเหตุนีมากขึน ทังนีเนืองจากก่อนทีแพทย์จะรู้จักภาวะนี เด็กทีมีนําหนักแรกคลอดตํากว่า ออกซิเจนหลังคลอด โดยเข้าใจว่าจะช่วยให้เด็กได้รับออกซิเจนดีขึน แต่กลับพบเด็กทีมีตาบอดจากภาวะนี เพิมขึน และจากการศึกษาทําให้ทราบว่า เกิดจากการให้ออกซิเจนมากเกินไป รวมถึงพบว่า แม้หลอดเลือดทีจอ ตาจะเริมมีการพัฒนาตังแต่อายุครรภ์ 16 สัปดาห์ แต่จะมีการพัฒนาเต็มทีเมืออายุ 36 คลอดก่อนช่วงเวลานีจะมีการพัฒนาหลอดเลือดทีจอตาไม่สมบูรณ์ จึงมีความไวต่อออกซิเจนทีได้รับ ทําให้เกิด การเปลียนแปลงของการพัฒนา อีกทังมีหลอดเลือดใหม่เกิดขึน กลายเป็นพังผืดอยู่หลังแก้วตา อันเป็นทีมาของ ปัจจุบันพบว่า โรคนีเป็นผลจากออกซิเจน จึงเปลียนชือใหม่ว่า ดังนันหมอเด็กคงต้องพิจารณาอย่างละเอียดทีจะให้ออกซิเจน ซึงแน่นอนว่ามีความจําเป็นในเด็กทีมี ปัญหาทางการหายใจ แต่ไม่ใช่ให้กับเด็กทุกคนทีนําหนักตํากว่าเกณฑ์ และถ้าเด็กอยู่ในภาวะ ทันที ซึงในเด็กบางคนหากพบว่ามีปฏิกิริยาหรือทําท่าจะเกิดพังผืด แพทย์อาจให้การรักษาด้วยแสงเลเซอร์หรือจี เย็น หรือแม้แต่ผ่าตัด เพือยับยังความผิดปกตินัน แต่ในเด็กบางคนทีมีการเปลียนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว มากก็อาจจะให้การรักษาไม่ได้และตาบอดในทีสุด สัปดาห์ลงมา ทีต้องได้รับ การช่วยชีวิตด้วยการให้ออกซิเจน แต่เดิมภาวะนีพบในประเทศทีค่อนข้างพัฒนา เนืองจากสามารถดูแลเด็กแรก คลอดทีมีนําหนักน้อยให้รอดชีวิตได้ดีกว่า ส่วนในประเทศกําลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนา เด็กกลุ่มนีมักจะเสียชีวิต แต่ในปัจจุบันทีการแพทย์เจริญขึน เด็กในประเทศกําลังพัฒนากลุ่มนีก็รอดชีวิตมากขึนด้วย จึงพบเด็กตาบอดจาก สาเหตุนีมากขึน ทังนีเนืองจากก่อนทีแพทย์จะรู้จักภาวะนี เด็กทีมีนําหนักแรกคลอดตํากว่า 2,500 กรัม จะได้รับ ยให้เด็กได้รับออกซิเจนดีขึน แต่กลับพบเด็กทีมีตาบอดจากภาวะนี เพิมขึน และจากการศึกษาทําให้ทราบว่า เกิดจากการให้ออกซิเจนมากเกินไป รวมถึงพบว่า แม้หลอดเลือดทีจอ 36-40 สัปดาห์ ดังนันเด็กที คลอดก่อนช่วงเวลานีจะมีการพัฒนาหลอดเลือดทีจอตาไม่สมบูรณ์ จึงมีความไวต่อออกซิเจนทีได้รับ ทําให้เกิด การเปลียนแปลงของการพัฒนา อีกทังมีหลอดเลือดใหม่เกิดขึน กลายเป็นพังผืดอยู่หลังแก้วตา อันเป็นทีมาของ พบว่า โรคนีเป็นผลจากออกซิเจน จึงเปลียนชือใหม่ว่า retinopathy of ดังนันหมอเด็กคงต้องพิจารณาอย่างละเอียดทีจะให้ออกซิเจน ซึงแน่นอนว่ามีความจําเป็นในเด็กทีมี ปัญหาทางการหายใจ แต่ไม่ใช่ให้กับเด็กทุกคนทีนําหนักตํากว่าเกณฑ์ และถ้าเด็กอยู่ในภาวะทีดีขึนควรตรวจตา ทันที ซึงในเด็กบางคนหากพบว่ามีปฏิกิริยาหรือทําท่าจะเกิดพังผืด แพทย์อาจให้การรักษาด้วยแสงเลเซอร์หรือจี เย็น หรือแม้แต่ผ่าตัด เพือยับยังความผิดปกตินัน แต่ในเด็กบางคนทีมีการเปลียนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
5.
2. เยือตาและกระจกตาอักเสบจากเชือหนองใน (Gonococcal
Conjunctivitis, Ophthalmia neonatorum) เป็นการติดเชือของเด็กแรกเกิดทีรับเชือจากช่องคลอดของมารดาทีเป็นโรคหนองใน โดยทีมารดาอาจ ไม่รู้ตัวว่าเป็นโรค เพราะมักจะไม่มีอาการผิดปกติอะไร เชือตัวนีจะเข้าสู่ลูกตาเด็กขณะทีคลอดออกจากช่อง คลอดของมารดา และจะก่อให้เกิดโรคภายใน 2-3 วันหลังคลอด โดยเด็กจะมีขีตาแฉะเป็นหนอง เปลือกตา ติดกัน เชือจะลุกลามเข้าตาดํา ทําให้ตาทะลุและบอดได้ภายในเวลาไม่กีวัน โชคดีทีภาวะนีเกือบไม่มีแล้วในบ้าน เรา เพราะสามารถป้ องกันได้ง่ายๆ ด้วยการหยอดยาฆ่าเชือทันทีทีเด็กเกิดเพียงครังเดียว และปัจจุบันสถานทีทํา คลอดในบ้านเราจะมีการใช้ยาหยอดให้เด็กทันทีเกือบทังหมด 3. ภาวะขาดวิตามินเอ ทําให้ตาแห้งเกิดภาวะทีเรียกว่าเกล็ดกระดี (bitot’s spot) ซึงถ้าเป็นนานเข้ากระจกตาจะแห้ง และบางลง ตามด้วยการติดเชือทําให้ตาทะลุ และสูญเสียการ มองเห็นในทีสุด การรณรงค์ให้เด็กกินนมแม่ หรือนมผงทีเสริมวิตามินเอ จะลดภาวะนีลงได้ โดยภาวะขาด วิตามินเออาจจะพบในเด็กทีเป็นโรคหัด ซึงอาจจะทําให้เด็กรับประทานได้น้อยลง หรือในเด็กทีมีสภาวะการเผา ผลาญสารอาหารผิดปกติ แต่โชคดีอีกเช่นกันทีพบภาวะนีได้น้อยลงในบ้านเรา 4. ต้อกระจกชนิดเป็นแต่กําเนิด อาจเป็นโรคทีสืบทอดทางกรรมพันธุ์ หรือเป็นในเด็กทีแม่เป็นหัดเยอรมันระหว่างตังครรภ์ในช่วงไตร มาสแรก ภาวะนีมักพบในประเทศพัฒนา ประเทศไทยก็พอพบได้ โดยการผ่าตัดต้อกระจกในเด็กค่อนข้างยุ่งยาก กว่าผู้ใหญ่ 5. โรคทีเป็นกรรมพันธุ์แต่กําเนิด ได้แก่ โรคจอประสาทตาเสือม (retinal dystrophy) ประสาทฝ่อ (optic atrophy) ดวงตาเล็กแต่กําเนิด ฯลฯ โรคในกลุ่มนีมักเป็นกรรมพันธุ์ พบมากในพีน้องทีแต่งงานกันเอง กล่าวกันว่าในศรีลังกา มีการแต่งงานกัน ในหมู่พีน้องถึงร้อยละ 25 ทําให้มีเด็กเกิดมาตาบอดด้วยภาวะเหล่านีถึงร้อยละ 35 ของเด็กตาบอดทังหมด 6. ภาวะตาขีเกียจ (amblyopia) ทําให้เด็กมีสายตาไม่เท่ากันหรือมีตาเข ทําให้ตาข้างทีไม่ดีไม่เคยถูกใช้งาน แต่บิดามารดาไม่ได้สังเกต จึงไม่มีการตรวจวัดสายตา ทําให้เกิดภาวะนีได้ ทังๆ ทีการรักษาไม่ยุ่งยาก แต่หากปล่อยไว้จนอายุเกิน 10 ปี สายตามักจะไม่กลับคืน และอาจจะเป็นสาเหตุของตามัว หรือตาบอดข้างเดียว ซึงอาจจะทําให้เด็กขาดโอกาสใน การทํางานบางอาชีพ
6.
7. อุบัติเหตุ อาจเกิดขึนได้ในชีวิตประจําวัน ไม่ว่าจะจากการเล่นกีฬา
อุบัติเหตุทางรถยนต์ อุบัติเหตุจากการทํางาน ฯลฯ อุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาทีพบบ่อยในบ้านเรา ได้แก่ การตีปิงปอง การเล่นเทนนิส การเล่นกอล์ฟ (จากลูก กอล์ฟ) การต่อยมวย โดยถูกกระแทกบริเวณหน้าและตา ทําให้มีเลือดออกภายในตา บางรายตาแตก ซึงหาก รุนแรงก็ทําให้ตาบอดได้ การป้ องกันทีเน้นในกลุ่มนี ได้แก่ การใช้แว่น หรือหน้ากากนิรภัย โดยเลนส์ทีใช้ควร ทําจากพลาสติกโพลีคาร์บอนเนต (polycarbonate) ซึงทนต่อแรงกระแทก บางคนเชือว่ากันได้แม้กระทัง ความเร็วของลูกปืน สําหรับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ควรป้ องกันตังแต่การรัดเข็มขัดนิรภัย ตลอดจนสวมหมวกกัน น็อกเวลาขีรถจักรยานยนต์ ซึงในประเทศญีปุ่นมีการศึกษาพบว่า หลังจากมีกฎหมายให้รัดเข็มขัดเวลานังบนรถ เมือปี ค.ศ.1986 ช่วยลดอุบัติเหตุทางตาลงได้ถึงร้อยละ 12 2. สาเหตุตาบอดในผู้ใหญ่ 1. สายตาผิดปกติทีไม่รับการแก้ไข (uncorrected refractive error) ทีพูดถึงกันมาก ได้แก่ สายตาสัน (ซึงพบได้มาก) แม้ว่าจะไม่รู้สาเหตุ แต่มีปัจจัยหลายอย่างทีเป็นสาเหตุ เช่น เชือชาติ (คนจีน คนญีปุ่น มีสายตาสันมากกว่าชนชาติอืน) กรรมพันธุ์ ตลอดจนการใช้สายตาระยะใกล้มาก ฯลฯ ส่วนการแก้ไขสายตาผิดปกติมีตังแต่การใช้แว่นสายตา คอนแทคเลนส์ และการผ่าตัดด้วยเลเซอร์หรือมีด ซึงวิธีง่ายทีสุดและใช้กันมานานทีสุดคือ แว่นตา แต่ด้วยฐานะบางคนหรือประชากรบางประเทศก็ยังไม่มีแว่นตา ใช้ โดยทัวไปคนทีมีสายตาผิดปกติและไม่ได้รับการแก้ไขก็ยังสามารถใช้ชีวิตประจําวันและมีอาชีพตามอัตภาพ ได้ เพียงแต่ว่าหากมีสายตาสันมากๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดโรคตาอืนๆ ตามมา ทีสําคัญคือ จอประสาทตาเสือม (myopic macular degeneration) จอตาฉีกขาดและหลุดลอก (retinal detachment) ซึงทําให้ตาบอดได้ ภาวะ เหล่านีจึงจําเป็นต้องรับการตรวจรักษาเพือป้องกันตาบอด 2. ต้อกระจก เป็นโรคทีเกิดจากการเสือมของแก้วตาตามอายุ เปรียบเสมือนผมทีต้องหงอกเมืออายุมากผู้สูงอายุเกือบ ทุกรายจึงเป็นโรคนีกัน และแม้ว่าต้อกระจกจะสามารถรักษาได้โดยการผ่าตัด แต่ก็มีประชากรจากประเทศกําลัง พัฒนาหรือด้อยพัฒนาบางคนยังเข้าไม่ถึงบริการนี ต้อกระจกจึงเป็นโรคทีเป็นสาเหตุของตาบอดทีสําคัญทีสุด สําหรับประชากรโลก รวมทังประเทศไทย ซึงพบว่าต้อกระจกยังเป็นสาเหตุสําคัญทีสุดทีทําให้ตาบอด กระทรวง สาธารณสุขจึงกําลังรณรงค์หาวิธีผ่าตัดต้อกระจกในชาวชนบทให้หมดไปอยู่ในขณะนี 3. ต้อหิน เป็นโรคทีไม่ทราบสาเหตุ เกิดจากความดันลูกตาสูงจนไปกดและทําลายประสาทตา ทําให้ตามัวลงจน บอด หากมารับการรักษาช้าตาทีเสียไปแล้วจะไม่กลับคืน ผู้ป่วยโรคต้อหินอาจมาพบแพทย์ด้วยอาการ 2 อย่างคือ
7.
แบบเฉียบพลันมาด้วยปวดตา ตาแดง ตามัวทันที
หรือแบบเรือรังมาด้วยอาการตามัวอย่างช้าๆ ไม่มีอาการปวด หรือแดง แต่ด้วยจํานวนจักษุแพทย์ทีไม่เพียงพอและผู้ป่วยทีรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ภาวะนีจึงเป็นสาเหตุสําคัญทีทําให้ ตาบอด การพบแพทย์ทันทีและรับการรักษาต่อเนืองจะทําให้ป้ องกันตาบอดได้ ดังนันผู้ทีมีอายุเกิน 40 ปี ควรรับ การตรวจตาอย่างน้อยปีละครัง เพือตรวจหาโรคต้อหินแต่ต้น และเนืองจากกรรมพันธุ์มีส่วนเกียวข้อง หากใครมี ญาติเป็นต้อหินควรไปรับการตรวจสมําเสมอ 4. จอประสาทตาเสือมจากเบาหวาน เนืองจากผู้เป็นเบาหวานนานๆ หรือคนทีคุมเบาหวานไม่ดีจะเกิดความผิดปกติของหลอดเลือดทัว ร่างกาย โดยเฉพาะทีจอประสาทตา ทําให้มีนําเหลืองซึมออกมาทัวจอประสาทตา บดบังการมองเห็นเป็นหย่อมๆ พอนานเข้าหลอดเลือดทีจอประสาทตาจะเสือมมากขึน จนเกิดพังผืดและมีหลอดเลือดเกิดใหม่ทีผิวจอประสาท ตา เกิดภาวะทีเรียกว่า diabetic retinopathy ซึงจะมีการทําลายจอประสาทตามากขึนๆ และหลอดเลือดทีเกิดใหม่ อาจจะฉีกขาดทําให้มีเลือดออกขังในนําวุ้นตา เป็นเหตุให้ตามืดลงอย่างกะทันหัน แต่ก็น่ายินดีทีหากตรวจพบ ภาวะนีตังแต่ระยะแรกๆ จะสามารถป้ องกันมิให้ตามัวลงได้ด้วยการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ (laser photocoagulation) ส่วนถ้าเป็นมากอาจต้องลงเอยด้วยการผ่าตัด ซึงผลลัพธ์มักจะไม่ค่อยดี ดังนันนอกจาก ควบคุมเบาหวานให้ดีแล้ว ผู้ป่วยควรต้องมารับการตรวจตาเป็นระยะๆ แม้ว่าตาจะยังเห็นดีอยู่ก็ตาม 5. ริดสีดวงตา เป็นโรคของเยือบุตาและกระจกตาจากเชือริดสีดวงตา ซึงองค์การอนามัยโลกเคยคาดการณ์ว่าเป็น สาเหตุทีทําให้ประชากรโลกตาบอดถึงร้อยละ 15 แม้ว่าโรคนีจะหายไปจากประชากรแถวยุโรปและอเมริกาแล้ว ตังแต่ราว ค.ศ.1960 แต่ยังพบได้ในประเทศกําลังพัฒนาทัวไป ส่วนประเทศไทย ไม่มีปัญหาจากโรคนี เพราะไม่ ค่อยพบในชุมชนเมือง แม้จะยังมีประปรายในชุมชนชนบทอยู่บ้าง โดยเชือนีมักทําให้เป็นโรคตังแต่เด็ก และเป็น แล้วเป็นอีก จนเกิดการทําลายเยือบุตา ทําลายต่อมต่างๆ ทีสร้างนําตา พอนานเข้าก็จะเกิดแผลเป็นทีเยือบุตา เป็น เหตุให้ขอบหนังตาหดตัว ขนตาชีลงบาดกระจกตา ทําให้กระจกตาเป็นแผล ฝ้าขาว สายตามัวลง บางรายพออายุ มากขึน ตาแห้งเป็นเหตุให้กระจกตาติดเชือง่ายเป็นแผลตามมา การรักษาด้วยยาทําให้โรคหายได้ แต่ด้วยการ สาธารณสุขทีไม่ดีของบางประเทศ จึงทําให้โรคนียังมีปัญหาอยู่ นอกจากนีการมีสุขอนามัยทีดี รักษาความ สะอาด มีนําสําหรับใช้อย่างเพียงพอ จะป้องกันโรคนีมิให้ระบาดไปทัวชุมชนได้ 6. แผลบริเวณกระจกตา ปกติกระจกตา ซึงเป็นส่วนหน้าสุดทีสําคัญเกียวกับการมองเห็น จะต้องใส แต่หากมีการอักเสบ จะมี แผลเป็นขุ่นขาว ทําให้แสงผ่านไม่ได้ ตาจะมัวลง โรคของกระจกตาจึงถือว่าอันตราย เพราะทําให้สูญเสียสายตา ได้ ในปัจจุบันการอักเสบของกระจกตาพบได้ทุกประเทศทัวโลก โดยในประเทศกําลังพัฒนาอาจมีการอักเสบ หรือเกิดแผลเป็นของกระจกตาจากโรคริดสีดวงตา ภาวะขาดวิตามินเอ ภาวะตาแห้ง หรือเกิดจากมีอุบัติเหตุ
8.
เล็กน้อย แม้เพียงฝุ่นละอองปลิวเข้าตา เศษใบไม้ใบหญ้าบาดตาในหมู่กสิกร
เนืองจากทําให้มีเชือโรคเข้าสู่เนือใน ของกระจกตา จึงทําให้เกิดแผลอักเสบตามมาด้วยฝ้าขาว โดยเชือโรคทีเป็นเชือราจะยากแก่การรักษา เพราะยาที มีอยู่ยังไม่ดีพอทีจะฆ่าเชือรา ส่วนในชุมชนทีเจริญหน่อยมักพบการอักเสบนี อย่างในบ้านเราทีไม่มีการเข้มงวดในการใช้คอนแทคเลนส์ ทําให้มีการใช้คอนแทคเลนส์เพือความสวยงาม ใช้ คอนแทคเลนส์สีเพือเปลียนสีตา ตลอดจนคอนแทคเลนส์ตาโต ทําให้เกิดการอักเสบของกระจกตาได้ง่ายขึน การ ลดภาวะนีคงต้องอยู่ทีการป้ องกัน เศษผงเข้าตาหรือเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยควรรักษาให้ถูกต้องด้วยการล้างตา ตามด้วยยาหยอดปฏิชีวนะ ห้ามใช้ยา ในกลุ่มสเตียรอยด์ และควรปรึกษาแพทย์ทันทีทีรู้ว่าน่าจะมีความผิดปกติของกระจกตา 7. โรคตาในผู้ป่วยเอดส์ เดิมกว่าร้อยละ 70 ของผู้ป่วยเอดส์จะมีปัญหาทางตา แต่ในปัจจุบันมียาต้านไวรัสเอดส์ ทําให้เกิดโรค แทรกซ้อนทางตาลดน้อยลงถึงร้อยละ เป็นสาเหตุสูญเสียสายตาทีสําคัญ ได้แก่ การติดเชือฉวยโ อักเสบภายในดวงตาจากเชือรา การอักเสบของกระจกตา เป็นต้น ดังนัน การป้ องกันโรคเอดส์ การใช้ยาต้าน ไวรัสเอดส์ การไปตรวจตาตามเวลาทีแพทย์นัด จะลดภาวะตาบอดจากโรคเอดส์ได้ การดําเนินชีวิตของคนตาบอด - คนตาบอด สามารถเดินทางไปไหนมาไหนเองได้หรือเปล่า ละอองปลิวเข้าตา เศษใบไม้ใบหญ้าบาดตาในหมู่กสิกร เนืองจากทําให้มีเชือโรคเข้าสู่เนือใน ของกระจกตา จึงทําให้เกิดแผลอักเสบตามมาด้วยฝ้าขาว โดยเชือโรคทีเป็นเชือราจะยากแก่การรักษา เพราะยาที มีอยู่ยังไม่ดีพอทีจะฆ่าเชือรา ส่วนในชุมชนทีเจริญหน่อยมักพบการอักเสบนีจากการใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี อย่างในบ้านเราทีไม่มีการเข้มงวดในการใช้คอนแทคเลนส์ ทําให้มีการใช้คอนแทคเลนส์เพือความสวยงาม ใช้ คอนแทคเลนส์สีเพือเปลียนสีตา ตลอดจนคอนแทคเลนส์ตาโต ทําให้เกิดการอักเสบของกระจกตาได้ง่ายขึน การ ลดภาวะนีคงต้องอยู่ทีการป้ องกัน อย่าให้มีอุบัติเหตุหรือเศษผงเข้าตา และประกอบคอนแทคเลนส์กับผู้รู้ หากมี เศษผงเข้าตาหรือเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยควรรักษาให้ถูกต้องด้วยการล้างตา ตามด้วยยาหยอดปฏิชีวนะ ห้ามใช้ยา ในกลุ่มสเตียรอยด์ และควรปรึกษาแพทย์ทันทีทีรู้ว่าน่าจะมีความผิดปกติของกระจกตา ของผู้ป่วยเอดส์จะมีปัญหาทางตา แต่ในปัจจุบันมียาต้านไวรัสเอดส์ ทําให้เกิดโรค แทรกซ้อนทางตาลดน้อยลงถึงร้อยละ 50 แต่ในประเทศยังทีมียาไม่พอ ยังพบโรคตาในผู้ป่วยเอดส์ได้มาก และ เป็นสาเหตุสูญเสียสายตาทีสําคัญ ได้แก่ การติดเชือฉวยโอกาสภายในจอตา (cytomegaloviral retinitis) อักเสบภายในดวงตาจากเชือรา การอักเสบของกระจกตา เป็นต้น ดังนัน การป้ องกันโรคเอดส์ การใช้ยาต้าน ไวรัสเอดส์ การไปตรวจตาตามเวลาทีแพทย์นัด จะลดภาวะตาบอดจากโรคเอดส์ได้ ภาพประกอบที 2.2 คนตาบอดในวัยผู้ใหญ่ คนตาบอด สามารถเดินทางไปไหนมาไหนเองได้หรือเปล่า ? ละอองปลิวเข้าตา เศษใบไม้ใบหญ้าบาดตาในหมู่กสิกร เนืองจากทําให้มีเชือโรคเข้าสู่เนือใน ของกระจกตา จึงทําให้เกิดแผลอักเสบตามมาด้วยฝ้าขาว โดยเชือโรคทีเป็นเชือราจะยากแก่การรักษา เพราะยาที จากการใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี อย่างในบ้านเราทีไม่มีการเข้มงวดในการใช้คอนแทคเลนส์ ทําให้มีการใช้คอนแทคเลนส์เพือความสวยงาม ใช้ คอนแทคเลนส์สีเพือเปลียนสีตา ตลอดจนคอนแทคเลนส์ตาโต ทําให้เกิดการอักเสบของกระจกตาได้ง่ายขึน การ อย่าให้มีอุบัติเหตุหรือเศษผงเข้าตา และประกอบคอนแทคเลนส์กับผู้รู้ หากมี เศษผงเข้าตาหรือเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยควรรักษาให้ถูกต้องด้วยการล้างตา ตามด้วยยาหยอดปฏิชีวนะ ห้ามใช้ยา ของผู้ป่วยเอดส์จะมีปัญหาทางตา แต่ในปัจจุบันมียาต้านไวรัสเอดส์ ทําให้เกิดโรค แต่ในประเทศยังทีมียาไม่พอ ยังพบโรคตาในผู้ป่วยเอดส์ได้มาก และ cytomegaloviral retinitis) ยังมีการ อักเสบภายในดวงตาจากเชือรา การอักเสบของกระจกตา เป็นต้น ดังนัน การป้ องกันโรคเอดส์ การใช้ยาต้าน
9.
โดยหลักการแล้วได้ แต่ต้องขึนอยู่กับเหตุปัจจัยหลายประการ เช่น
ทักษะในการทําความคุ้นเคยกับ สภาพแวดล้อม และการเคลือนไหว เทคนิคในการใช้ไม้เท้าขาว หรืออุปกรณ์ช่วยในการเดินทางชนิดอืนๆ นอกจากนี ยังขึนกับสภาพแวดล้อม เจตคติของผู้คนรอบข้าง ความคาดหวังของผู้อืน หรือตนเองทีมีต่อ ความสามารถของคนตาบอดแต่ละคน - คนตาบอดอ่านหนังสือได้อย่างไร? โดยทัวไปแล้ว คนตาบอดทีพิการมาแต่ยังเล็ก จะได้รับการสอนให้ใช้อักษรเบรลล์เป็นสือในการอ่าน / เขียนหนังสือ นอกจากนี ก็อาจเรียนรู้ผ่านสืออืนๆ เช่น เสียง สืออีเล็กโทรนิคส์ หรือคอมพิวเตอร์ อักษรขยาย ใหญ่สําหรับคนทีเห็นเลือนราง - คนตาบอดทํางานอะไรได้บ้าง? แทบจะไม่ต่างจากบุคคลทัวไป พอจะมีอยู่บ้างขึนอยู่กับงาน เท่าทีปรากฏ มีคนตาบอดทํางาน หลากหลายสาขา เช่น เป็นนักวิชาการ ครู อาจารย์พนักงานบริษัท วิศวกร นักธุรกิจ นักจิตวิทยา นักวิทยาศาสตร์ เกษตรกร นักการทูต และ อืนๆ แต่ทียังไม่ปรากฏในขณะนีคือ อาชีพคนขับรถ ซึงต่อไปหากเทคโนโลยีมีความ พร้อมยิงขึน เราก็อาจพบคนตาบอดขับรถได้ ส่วนการแล่นเรือในมหาสมุทรนัน มีคนตาบอดพิสูจน์ให้เห็นฝีมือ มาแล้วหลายคน ปัญหาของผู้พิการทางสายตา ปัญหาของผู้พิการทางสายตาคือ คนส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับความสามารถของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นใน ด้านการศึกษา และอาชีพการทํางาน ด้านการศึกษา สถานทีทีใช้สําหรับให้การศึกษาแก่ผู้พิการทางการมองเห็น ไม่เพียงพอต่อจํานวนผู้พิการทางการมองเห็นบุคลากรไม่มีความชํานาญในการสอน สือการสอนไม่เพียงพอต่อ ความต้องการของเด็ก ขาดเงินสนับสนุนจากทางรัฐบาล จึงทําให้มีข้อจํากัดขีดความสามารถในการพัฒนาของ เด็ก ผู้ซึงเป็นอนาคตของชาติ ส่วนในด้านอาชีพการทํางานบริษัทส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับผู้พิการทางการมองเห็น เข้าทํางาน เนืองจากความคิดทีว่าจะทํางานได้ดีไม่เท่ากับคนปกติ ซึงก็เกรงว่าอาจทําให้บริษัทสูญเสีย ผลประโยชน์ได้ การแก้ปัญหาผู้พิการทางสายตา ในปัจจุบันปัญหาข้างต้นได้รับการแก้ไขในบางส่วนบ้างแล้ว เช่น ทางรัฐบาลพยายามให้ทุกโรงเรียน สามารถรับเด็กทีพิการทางการมองเห็นเข้าเรียนร่วมกับนักเรียนปกติ ซึงดูเหมือนว่าจะเป็นการยากต่อเด็กที พิการทางการมองเห็นในด้านการปรับตัวให้เข้ากับคนปกติ แต่ทางโรงเรียนสอนคนตาบอดได้สอนในเรืองการ ปรับตัวให้กับเด็กก่อนทีจะเข้ามาเรียนร่วมกับคนอืน จึงทําให้ง่ายขึนในเรียนร่วมชันกับคนปกติอืนๆ อาจมี ข้อจํากัดอยู่บ้างของผู้พิการทางการมองเห็นในการเรียนวิชาทีจะต้องใช้สายตาเป็นสิงสําคัญ เช่น การเรียน
10.
โปรแกรมต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ผู้พิการทางการมองเห็นอาจจะต้องเรียนแยกกับนักเรียนปกติ
และใช้ โปรแกรมสําเร็จรูปทีถูกพัฒนาขึนสําหรับผู้พิการทางการมองเห็น ด้านสือการสอนสําหรับผู้พิการทางการมองเห็นมีจํานวนเพิมมากขึนไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียนทีเป็น อักษรเบรลล์ เทป แผ่นซีดีเพือการศึกษาโปรแกรมสําเร็จรูปเพือผู้พิการทางการมองเห็น เป็นต้น สิงเหล่านี สามารถช่วยพัฒนาความสามารถของผู้พิการทางการมองเห็นให้ใกล้เคียงกับคนปกติได้ ด้านสถานที เช่น โรงเรียนสอนคนตาบอด บุคลากร และเงินทุน ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการเท่าไร หนัก ถึงแม้ว่าจะมีมากขึนกว่าแต่ก่อนก็ตาม แต่ก็ยังมีผู้ทีพิการทางการมองเห็นอีกหลายคนทีไม่ได้รับการศึกษา ยังอ่านไม่ออกและไม่สามารถเขียนได้ ส่วนจํานวนบุคคลากรทีเชียวชาญทางด้านนีก็มีไม่เพียงพอต่อความ ต้องการ เนืองจากผู้ทีจะทํางานในด้านนีได้จะต้องเป็นผู้ทีมีความเสียสละและอดทนอย่างมาก อาจมีบ้างทีผู้พิการ ทางการมองเห็นทีเรียนจบแล้วมาสอนเด็กในโรงเรียน แต่วัตถุประสงค์สําคัญของโรงเรียนสอนคนตาบอดคือ ต้องการให้ผู้พิการทางการมองเห็นได้พัฒนาและได้ทํางานร่วมกับคนปกติ เพือให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นคนปกติ คนหนึงในสังคม ในด้านเงินทุน ส่วนใหญ่โรงเรียนหรือมูลนิธิผู้พิการทางการมองเห็นจะได้จากการบริจาคทางเอกชน ซึงเป็นรายรับทีไม่แน่นอนในแต่ละปี บางปีอาจจะเพียงพอ แต่บางปีอาจจะไม่เพียงพอแก่ความต้องการ เป็นผล ให้ไม่สามารถรับเด็กเข้าโรงเรียนหรือมูลนิธิเพิมขึนได้ ด้านอาชีพการทํางาน คนในสังคมส่วนใหญ่ยอมรับในความสามารถของผู้พิการทางการมองเห็นมากขึน โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้และทดลองทํางานร่วมกับคนปกติ เช่น อาจารย์ทีพิการทางการมองเห็น สามารถสอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยได้ เป็นต้น การแก้ปัญหาผู้พิการทางการมองเห็นจากสังคมดังทีกล่าวมานัน เป็นเพียงส่วนหนึงเท่านันทีทําให้ผู้ พิการทางการมองเห็นมีโอกาสทําในสิงทีพวกเขาต้องการทําให้ใกล้เคียงกับคนปกติ ดังนันเราจะเห็นได้ว่าผู้ พิการทางสายตายังขาดโอกาสในหลายๆด้าน แม้บางส่วนจะได้รับการแก้ไขไปแล้วบ้างก็ตาม แต่พวกเขาก็ ยังคงรอคอยผู้ทีมีจิตใจทีพร้อมจะช่วยเหลือเพือนมนุษย์ด้วยกัน พร้อมทีจะมาเติมเต็มส่วนทีขาดหาย ไม่จําเป็น เลยว่าจะต้องช่วยเหลือด้วยเงินทองมากมาย เพียงแค่ใช้สิงทีเรามีอยู่นันคือเสียงและตามาทําให้เกิดเสียงที มองเห็นได้
11.
อักษรเบรลล์ อักษรเบรลล์ (Braille code) ประกอบด้วยปุ่มนูนเล็กๆ
จํานวน ปกติ หรือ สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ หรือสัญลักษณ์อืนๆ ประวัติอักษรเบรลล์ การคิดประดิษฐ์อักษรเบรลล์เกิดขึนมาจากเมือปี หลุยส์ เบรลล์ (Louis Braille) เป็นเด็กชายผู้พิการทางสายตาจากอุบัติเหตุ และเบรลล์เป็นเด็กทีขยัน ฉลาดและ ใฝ่รู้ เขาเรียนรู้ในตัวอักษรต่างๆ ด้วยการนํากิงไม้มาต่อกันเป็นตัวอักษร กระทังเมือเขาโตขึนเขาได้ข่าวว่ามี นายทหารฝรังเศสคนหนึงได้คิดคันการปรุและขีดเป็นรอยอันเป็นอักษรบนกระดาษแข็งเพือใช้สือสารกับทหาร ในกองทัพในยามคําคืนซึงเรียกการเขียนในลักษณะนีว่า การเขียนในยามมืดมิด เบรลล์จึงนํามาเป็นต้นแบบและนําไปสู่การคิดประดิษฐ์อักษรปรุสําหรับให้คนตาบอดสัมผั เป็นการให้เกียรติแก่ผู้คิดประดิษฐ์จึงเรียกกันว่าอักษรเบรลล์ คนตาบอดอ่านหนังสือได้อย่างไร? โดยทัวไปแล้ว คนตาบอด จะได้รับการสอนให้ใช้อักษรเบรลล์เป็นสือในการอ่าน นอกจากนี ก็อาจเรียนรู้ผ่านสืออืนๆ เช่น เสียง คนทีเห็นเลือนรางได้ ภาพประกอบที 2.3 บัณฑิตตาบอด Braille code) เป็นตัวอักษรสําหรับผู้พิการทางสายตาอักษรเบรลล์ขนาด ประกอบด้วยปุ่มนูนเล็กๆ จํานวน 6 ปุ่มวางตัวในลักษณะต่างๆ กันไปตามรหัสทีกําหนดขึนใช้แทนตัวอักษร ปกติ หรือ สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ หรือสัญลักษณ์อืนๆ การคิดประดิษฐ์อักษรเบรลล์เกิดขึนมาจากเมือปี ค.ศ 1812 มีเด็กชายคนหนึงอายุประมาณ เป็นเด็กชายผู้พิการทางสายตาจากอุบัติเหตุ และเบรลล์เป็นเด็กทีขยัน ฉลาดและ ใฝ่รู้ เขาเรียนรู้ในตัวอักษรต่างๆ ด้วยการนํากิงไม้มาต่อกันเป็นตัวอักษร กระทังเมือเขาโตขึนเขาได้ข่าวว่ามี นึงได้คิดคันการปรุและขีดเป็นรอยอันเป็นอักษรบนกระดาษแข็งเพือใช้สือสารกับทหาร ในกองทัพในยามคําคืนซึงเรียกการเขียนในลักษณะนีว่า การเขียนในยามมืดมิด(Night Writing) เบรลล์จึงนํามาเป็นต้นแบบและนําไปสู่การคิดประดิษฐ์อักษรปรุสําหรับให้คนตาบอดสัมผั ษฐ์จึงเรียกกันว่าอักษรเบรลล์(Braille) ? โดยทัวไปแล้ว คนตาบอด จะได้รับการสอนให้ใช้อักษรเบรลล์เป็นสือในการอ่าน นอกจากนี ก็อาจเรียนรู้ผ่านสืออืนๆ เช่น เสียง สืออิเลกโทรนิคส์ หรือคอมพิวเตอร์ และอักษรขยายใหญ่สําหรับ เป็นตัวอักษรสําหรับผู้พิการทางสายตาอักษรเบรลล์ขนาด 1 เซลล์ ปุ่มวางตัวในลักษณะต่างๆ กันไปตามรหัสทีกําหนดขึนใช้แทนตัวอักษร งอายุประมาณ 3 ขวบ ชือว่า เป็นเด็กชายผู้พิการทางสายตาจากอุบัติเหตุ และเบรลล์เป็นเด็กทีขยัน ฉลาดและ ใฝ่รู้ เขาเรียนรู้ในตัวอักษรต่างๆ ด้วยการนํากิงไม้มาต่อกันเป็นตัวอักษร กระทังเมือเขาโตขึนเขาได้ข่าวว่ามี นึงได้คิดคันการปรุและขีดเป็นรอยอันเป็นอักษรบนกระดาษแข็งเพือใช้สือสารกับทหาร Night Writing) ด้วยวิธีการนี เบรลล์จึงนํามาเป็นต้นแบบและนําไปสู่การคิดประดิษฐ์อักษรปรุสําหรับให้คนตาบอดสัมผัสได้สําเร็จและเพือ โดยทัวไปแล้ว คนตาบอด จะได้รับการสอนให้ใช้อักษรเบรลล์เป็นสือในการอ่าน / เขียนหนังสือ โทรนิคส์ หรือคอมพิวเตอร์ และอักษรขยายใหญ่สําหรับ
12.
บริจาคและอาสาสมัคร - โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ การบริจาค บริจาคโดยตรงทีสํานักบริหารมูลนิธิฯ
เลขที 420 ถ. ราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร. 02-3548365-8 และ 02-3548370-71 การสนับสนุน • จัดเลียงอาหารเนืองในโอกาสสําคัญ เช่น ครบรอบวันเกิด วันขึนปีใหม่ หรือวันอืน ๆ • บริจาควัตถุดิบ ในการจัดทําสือการเรียนการสอน เช่น แผ่นยางพารา ลูกปัดขนาดต่าง ๆ กระดาษอัด กาวยางนํา กาวลาเท็ก เอ็นร้อยลูกปัด อาสาสมัคร ลักษณะงานทีมูลนิธิฯ ต้องการ • งานสอนการบ้าน(คณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษาฯลฯ) งานสอนภาษา (อังกฤษ จีน ญีปุ่น ฝรังเศส) • งานสอนดนตรี (ดนตรีไทย ดนตรีสากล เปียโน) • งานด้านคอมพิวเตอร์ (สอนการใช้คอมพิวเตอร์) • พิมพ์หนังสือและสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตลงดิสก์ เพือให้ผู้บกพร่องทางการเห็น ค้นคว้าทํา รายงานหรือ แปลเป็นหนังสือเบรลล์ • งานผลิตสือ สําหรับใช้ในการเรียนการสอนของนักเรียนตาบอด • อ่านหนังสือลงเทปหรือซีดี(ประเภทหนังสือ บทเรียน วรรณกรรม สารคดี ฯลฯ ) • งานประชาสัมพันธ์ • กิจกรรมนันทนาการ • งานห้องสมุด ประเภทของอาสาสมัคร • บุคคลทัวไป • นักเรียน นักศึกษา • อาสาสมัครทีถูกควบคุมความประพฤติทํางานบริการสังคม คุณสมบัติของอาสาสมัคร • ไม่จํากัดเพศ และอายุ • มีจิตใจช่วยเหลือผู้บกพร่องทางการเห็น
13.
ช่วงเวลาทํางาน • เวลา 10.00
น. -18.00 น. • วันธรรมดาและวันหยุด ระเบียบปฏิบัติของงานอาสาสมัคร • กรอกแบบฟอร์มการเป็นอาสาสมัคร • ติดต่อกับผู้ประสานงานฝ่ายอาสาสมัครเพือจัดงานทีเหมาะสมสําหรับอาสาสมัครแต่ละท่าน • ติดบัตรอาสาสมัครทุกครังทีมาทํากิจกรรม • ลงเวลาทํางานทังมาและกลับทุกครังในสมุดลงเวลาทีห้องอาสาสมัคร • ในกรณีทีอาสาสมัครต้องการใบรับรองการทํางานกรุณาแจ้งผู้ประสานงานล่วงหน้า • แต่งกายสุภาพเรียบร้อยทุกครังทีมาติดต่อ • เวลาปฏิบัติงานในโรงเรียน 10.00 น. – 18.00 น. ข้อมูลทีบุคคลภายนอกจะเข้ามาปฏิบัติงานอาสาสมัคร 1. วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 10.00 – 19.00 น. • เวลา 10.00 น. – 18.30 น. จะมีงานดังนี ทํากระดาษหน้าทีสาม สมุดทํามือ การทําสือ การสอน จากปฏิทิน หรือฟิวเจอร์บอร์ด ฯลฯ การอ่านหนังสือเสียงให้กับนักเรียน ม.1-ม.6 อาสาสมัครประสานกับเจ้าหน้าที เพือรับงาน (ถ้ามี) ว่าจะ ให้อ่านเรืองอะไร ผู้อ่าน ๆ แล้ว นักเรียนอยากฟังสิงทีได้จะเกิดประโยชน์สูงสุด • เวลา 15.30 – 19.00 น. สอนการบ้านทุกวิชาให้นักเรียนชัน ม.1 - ม.6 2. วันเสาร์-วันอาทิตย์เวลา 10.00 น. – 18.00 น. • วันเสาร์นักเรียนชัน ม.1 – ม.6 อาสาสมัครสอนการบ้าน (กรณีทีทําการบ้านยังไม่เสร็จ) และนักศึกษาผู้บกพร่องทางการเห็น ทีเรียน มหาวิทยาลัย ให้อาสาสมัครอ่านหนังสือให้ฟัง • วันอาทิตย์ งานสอนการบ้านมีน้อยกว่าวันอืน ๆ
14.
บทที 3 วิธีการดําเนินงาน วัสดุอุปกรณ์ 1. เครืองคอมพิวเตอร์
3 ชุด 2. โปรแกรม Microsoft PowerPoint 3. โปรแกรม Nero Wave Editor 4. โปรแกรม Adobe Photoshop วิธีการดําเนินงาน 1.สมาชิกในกลุ่มประชุมวางแผน 2.เขียนโครงการและนําเสนอหลักการและเหตุผล 3.เขียนโครงการบทที 2-3 4.ดําเนินกิจกรรมตามโครงการทีวางไว้ 5.สรุปผลการดําเนินงาน 6.จัดทํารูปเล่มรายงานและเว็บไซต์นําเสนอโครงการ 7.ประเมินผลและรายงานโครงการ
15.
ตารางกิจกรรมการดําเนินงาน ตารางกิจกรรม การดําเนินงาน ระยะเวลาการดําเนินงาน พ.ค. มิ.ย. ก.ค.
ส.ค. ก.ย. 1.สมาชิกในกลุ่มประชุมวางแผน 2.เขียนโครงการและนําเสนอ หลักการและเหตุผล 3.เขียนโครงการบทที 2-3 4.ดําเนินกิจกรรมตามโครงการที วางไว้ 5.สรุปผลการดําเนินงาน 6.จัดทํารูปเล่มรายงานและเว็บไซต์ นําเสนอโครงการ 7.ประเมินผลและรายงานโครงการ
Download