คนอื่นๆ มีความหมายอย่างไรกับคุณ?
มีความหมายแบบไหน สาคัญกับคุณในแง่ไหน?
ถ้าไม่มีเขา คุณจะเป็นอย่างไร?
เขาทาให้ตัวตนของคุณเปลี่ยนแปลงหรือคงอยู่เช่นใ ?
 นักปรัชญาอัตถิภาวนิยม ไม่ปฏิเสธ
การมีอยู่ของมนุษย์คนอื่นๆ >> แต่
ถือว่า การมีอยู่ของบุคคลอื่นๆ
เกี่ยวเนื่องกับการมีอยู่ของตนเอง
ของแต่ละบุคคล
 การมีอยู่ของบุคคลต้องมีอยู่พร้อมกับ
การมีอยู่ของบุคคลอื่นๆในโลก >>
บุคคลจึงไ ้ชื่อว่า “สิ่งมีอยู่พร้อม
บุคคลอื่นๆ” (BEING-WITH-OTHER)
 คุณคิ อย่างไรกับ >> .....
 การมีอยู่ในฐานะเป็นสิ่งในโลก (BEING-IN-THE-WORLD)
 การมีอยู่ในฐานะเป็นสิ่งมีอยู่พร้อมกับบุคคลอื่น (BEING-WITH-
OTHER)
 ในมุมมองของปรัชญาอัตถิภาวนิยม >>
บุคคลสามารถครอบครองวัตถุและใช้วัตถุ
เป็นเครื่องมือของตนไ ้โ ยสิ้นเชิง จึงเป็น
ความสัมพันธ์ในลักษณะที่มนุษย์ไ ้เปรียบ
และสบายใจ
 แต่บุคคลไม่สามารถครอบครองบุคคลอื่น
ไ ้โ ยสิ้นเชิง เพราะบุคคลอื่นๆ สามารถ
เลือกหรือสามารถมีเจตนารมณ์ที่เป็นของ
เขาเองไ ้เช่นเ ียวกัน
 ังนั้น การมีอยู่ของบุคคลอื่นๆ จึงสามารถ
ก่อให้เกิ ปัญหากับการมีอยู่ของบุคคลใ
บุคคลหนึ่งไ ้เสมอ....
 คุณคิ อย่างไร? เห็น ้วยหรือไม่?^__^
 บุคคลอื่นๆ จึงเป็นอีกบุคคลหนึ่ง ซึ่ง
มีลักษณะของการมีอยู่เช่นกันกับ
การมีอยู่ของบุคคลใ บุคคลหนึ่ง
>> บุคคลสามารถที่จะกลายเป็น
ส่วนหนึ่งของโลกของบุคคลอื่นๆ
เสมอ
 เมื่อเราไ ้ตระหนักถึงการมีอยู่ของ
บุคคลอื่นๆ เราย่อมตระหนักถึง
ชะตาของตนว่า ตนเองสามารถ
กลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของ
บุคคลอื่นๆ ซึ่งมีสิทธิที่จะตระหนัก
ถึงการมีอยู่ของเขาอย่างเท่าเทียม
กับเราทุกประการ
 เราสามารถมีความสัมพันธ์ที่ ีกับบุคคลอื่นๆ ไ ้หรือไม่ ? ......
เพราะบุคคลอื่นๆทาให้เรารู้สึกถูกล ฐานะเป็น “สิ่ง” อยู่
ตลอ เวลา.....
 เป็นไปไ ้หรือไม่ที่บุคคลจะยังสามารถมีอยู่ในฐานะเป็นบุคคล
ไม่ใช่สิ่งหรือวัตถุในสังคม.....
 MARTIN BUBER ไ ้แยกความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็น ๒
แบบ
 ๑. ความสัมพันธ์แบบ “ฉัน – เธอ” (I –THOU)
 ๒. ความสัมพันธ์แบบ “ฉัน - มัน” (I – IT)
 เป็นความสัมพันธ์ที่บุคคลให้ความสาคัญซึ่งกันและกัน โ ยถือ
ว่าต่างเป็นบุคคลที่มีอยู่ และมีลักษณะแปลกเ ่นของตนเอง
 ทั้ง ๒ ฝ่ายมีความสาคัญเท่ากัน ต่างสามารถตระหนักถึงการมี
อยู่ของตนเอง และรู้ว่าตนต้องการจะเป็นอะไร
 ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ต่อกันแบบใจกว้าง และเปิ โอกาสให้
ทุกฝ่ายสามารถเป็นตัวของตัวเอง หรือยังคง ารงลักษณะการมี
อยู่ที่แท้จริง >> โ ยไม่ถูกล ทอนลงเป็นเพียง “สิ่ง” หรือ “วัตถุ”
 เป็นความสัมพันธ์ที่บุคคล
ไม่ให้ความสาคัญกับอีกบุคคล
หนึ่ง
 คิ ว่าตนเท่านั้นมีฐานะเป็น
บุคคล แต่อีกฝ่ายเป็นเพียง
“สิ่ง” >> คนอื่นมีฐานะเป็น
เพียงเครื่องมือตอบสนอง
สภาวะการ ารงอยู่ของตน
 ต้องเป็นสังคมที่ไม่ทาให้อัตถิภาวะ หรือ การ ารงอยู่ของบุคคล
ถูกทาลาย >> ต้องปล่อยบุคคลให้เป็นตัวของตัวเอง ปล่อยให้มี
ความหลากหลายในสังคม ไม่เข้มงว ในกฎระเบียบจนสมาชิก
ของสังคมต้องล ทอนความเป็นตัวของตัวเอง
 เป็นสังคมที่คนในสังคมไม่คุกคามความเป็นตัวของตัวเองของแต่
ละคน ถ้าไม่เช่นนั้น....
 นรก คือ คนอื่น...และคนอื่นจะเป็นนรก สาหรับเรา...SATRE
 ....หญิงส่วนใหญ่ยังคงสูญเสีย
ความเป็นบุคคลของตนเอง เพราะ
หญิงส่วนใหญ่ยังคงชอบที่จะเป็น
วัตถุสวยงามที่ฝ่ายชายไ ้มองไ ้
ชื่นชม...อัตถิภาวะของฝ่ายหญิงจึง
ถูกล ทอนลงเสมอ
 ความสัมพันธ์ระหว่างชาย หญิงใน
ปัจจุบันเป็นอย่างไร?
 ฐานะของผู้หญิงในยุคปัจจุบันเป็น
เช่นใ ้อยกว่าชายหรือไม่?
 คุณคิ ว่าในสังคม ผู้คนมีความสัมพันธ์กันแบบ “ฉัน – เธอ” หรือ
“ฉัน – มัน” มากกว่ากัน?
 ในชีวิตประจาวัน คุณตีค่าบุคคลอื่นเป็นเช่นไร >> เป็นเพียงวัตถุ
หรือเครื่องมือของตน หรือ มองว่าเขาเป็นมนุษย์เหมือนเรา
 ถ้าจะมองว่าคนอื่นมีความเป็นมนุษย์เหมือนกับเรา ควรมอง
อย่างไร??
 สังคมที่ ี ควรเปิ โอกาสให้ปัจเจกบุคคลเป็นตัวของตัวเองมาก
ที่สุ
 คุณคิ ว่าสังคมปัจจุบันเป็นเช่นใ ??
 สังคมปัจจุบันชอบจั ระบบให้สมาชิกของสังคม >> สมาชิกของ
สังคมยิน ีล ทอนอัตถิภาวะของตนเองลงเพื่อทาตัวให้สอ
ประสานกับระบบของสังคม
 จงสานึกถึงความสูงส่งของ
อัตถิภาวะของตนให้มาก พร้อม
กับยอมรับความสูงส่งของ
อัตถิภาวะของบุคคลอื่นๆ ้วย
>> ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
กับบุคคลอื่นๆ จึงจะสามารถ
าเนินไปตามอุ มคติของนัก
ปรัชญาอัตถิภาวนิยม
าวน์โหล ไฟล์นี้ไ ้ที่
www.philosophychicchic.com
สนุกกับการเรียนรู้ปรัชญาและศาสนาแบบชิคๆ เคียงคู่รอยยิ้ม

ทัศนะต่อบุคคลอื่นของปรัชญาอัตถิภาวนิยม