นางสาวจริยา โพธิรัตน์ รหัสประจำตัวนักศึกษา ๕๖๑๓๑๑๐๙๐๑๓ 
นายปฏิญญา พันธ์ธร รหัสประจำตัวนักศึกษา ๕๖๑๓๑๑๐๙๐๓๑ 
นายศุภกร คำป้อง รหัสประจำตัวนักศึกษา ๕๖๑๓๑๑๐๙๐๓๙ 
นายพัทธ์ธีรา ทองดอนเหมือน รหัสประจำตัวนักศึกษา ๕๖๑๓๑๑๐๙๐๔๖ 
นักศึกษาชั้นปีที่ ๒ หมู่เรียน ๐๑ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗ 
สาขาวิชาภาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 
จากปลายปากกาของ “ทมยันตี”
๑ 
ผู้แต่ง : วิมล ศิริไพบูลย์ (ใช้นามปากกา “ทมยันตี” ในการแต่งเรื่อง ทวิภพ) 
วิมล ศิริไพบูลย์ เกิดที่กรุงเทพมหานคร บิดาเป็นทหารเรือ ส่วน เชื้อสายทางมารดาเคยเป็นชาววัง วิมลศึกษาชั้นประถมปีที่ ๑ ถึง มัธยมศึกษาปีที่ ๘ ที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ จากนั้นเข้าศึกษาต่อ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ภายหลังเปลี่ยนมาเรียน คณะพณิชยศาสตร์และการบัญชี จนจบอนุปริญญา 
ขณะเรียนในชั้นปีที่ ๓ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปสมัครเป็นครูสอนวิชา ภาษาไทย โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ เมื่อโรงเรียนรับสมัครเข้าเป็น อาจารย์ จึงลาออกจากธรรมศาสตร์ โดยระหว่างสอนหนังสือก็ได้เขียน หนังสือไปพร้อมกันด้วย 
วิมลเริ่มเขียนเรื่องสั้นเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ ๑๔ ปี ขณะเรียนอยู่ชั้น ม. ๔ ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสารศรีสัปดาห์ และได้เขียนเรื่องสั้นต่อเนื่องอยู่ถึง ๑๑ ปี ขณะที่เริ่มเขียนเรื่องยาว เรื่องแรกคือเรื่อง ในฝัน เมื่ออายุ ๑๙ ปี ใช้นามปากกา โรสลาเรน ตีพิมพ์ในนิตยสารศรีสัปดาห์ วิมลเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายจนอายุ ๗๐ ปีจึงเลิกเขียน 
หลังจากเป็นแกนนำสำคัญของชมรมแม่บ้านโจมตีขบวนการนักศึกษาในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ วิมลได้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้เป็นสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นสมาชิกวุฒิสภา, และปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้เป็นผู้อำนวยการองค์การ ขนส่งมวลชนกรุงเทพ 
วิมลนิยมการใช้สำนวนภาษาตามแบบหลวงวิจิตรวาทการ และนักเขียนสตรีรุ่นเก่า คือ ร. จันทพิมพะ 
นวนิยายหลายเรื่องถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ เช่น คู่กรรม ทั้งสองภาค ดั่งดวงหฤทัย 
ทวิภพ แต่งกับงาน พี่เลี้ยง เถ้ากุหลาบ ร่มฉัตร พ่อปลาไหล ในฝัน เป็นต้น 
วิมลมีนามปากกา ๕ ชื่อ ได้แก่ 
• โรสลาเรน เป็นนามปากกาแรก เทียบคำในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า "กุหลาบราชินี" 
ใช้เขียนเรื่องรักพาฝันหรือจินตนิยาย 
• ลักษณวดี ใช้สำหรับเขียนนวนิยายรัก ส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาของเหล่าเจ้าหญิงเจ้าชาย 
• กนกเรขา ใช้สำหรับแต่งเรื่องตลกเบาสมอง 
• ทมยันตี นามปากกาที่ใช้แต่งเรื่องราวที่สะท้อนชีวิตและสังคม รวมทั้งแต่งเรื่องแนวจิตวิญญาณ 
• มายาวดี ใช้เขียนเรื่องเกี่ยวกับศาสตร์แห่งเทวะ หรือเรื่องเล่าจากตำนาน
๒ 
แม้ไม่ปรากฏว่างานเขียนของทมยันตีเคยได้รับรางวัลสำคัญ แต่เป็นที่ยอมรับทั่วไปว่าทมยันตีถือเป็น นักเขียนที่ประสบความสำเร็จ มีผลงานได้รับความนิยมอย่างสูงเป็นจำนวนมาก เหตุผลที่ไม่มีผลงานของทมยัน ตีได้รับรางวัลทางวรรณกรรมใด ๆ นั้น เป็นเพราะทมยันตีไม่ประสงค์ให้นำผลงานของตนไปส่งประกวด และ ปฏิเสธการรับรางวัลทั้งปวง ทมยันตีได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ฉันเคยได้รับรางวัลจากพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาแล้ว นั่นคือรางวัลสูงสุดในชีวิต จากนั้นไม่เคยอยากได้รางวัลใด ๆ อีก เลย” และในขณะนี้ ทมยันตีได้เริ่มลงมือเขียนเรื่อง 'จอมศาสดา' ซึ่งจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่ทมยันตีจะเขียนแล้ว จากนั้นทมยันตีจะหันหน้าเข้าสู่ความสงบใต้ร่มพระศาสนา
๓ 
ที่มาของเรื่อง : ทวิภพ เป็นชื่อหนึ่งในบทประพันธ์ที่มีชื่อเสียงของ "ทมยันตี" ประพันธ์เพื่อตีพิมพ์ลงในนิตยสาร สกุลไทย โดยใช้ระยะเวลาในการประพันธ์ร่วม ๒ ปี 
ลักษณะคำประพันธ์ : เนื้อหาส่วนใหญ่ของ ทวิภพ เป็นวรรณกรรมประเภทร้อยแก้ว มีเพียงบางตอนเท่านั้นที่ ผู้แต่งได้ใช้กลวิธีในการเขียนให้น่าสนใจโดยการใช้ร้อยกรองเข้ามาสอดแทรกอยู่ด้วย 
เรื่องย่อ : มณีจันทร์ หรือ เมณี่ นางเอกของเรื่องเป็นบุตรีของ เอกอัครราชทูตไทย ที่บิดามารดาต้องไป อยู่ต่างบ้านต่างเมือง ตัว "เมณี่" เองได้ซื้อกระจกบานหนึ่งมาและต่อมาได้พบว่ากระจกบานนั้น สามารถพาเธอ ย้อนกลับอดีตไปในยุคของรัชกาลที่ ๕ ได้ และได้โผล่ไปที่เรือนของ "คุณหลวงอัครเทพวรากร" ข้าหลวงประจำ กรมเจ้าท่า ทำให้บ่อยครั้งที่ตัว "เมณี่" หายไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย เป็นเหตุให้เพื่อนสนิทคือ กุลวรางค์ , ไรซ์ (ตรอง) , ไรวัติ (หนุ่มที่มาติดพัน) ต้องเดือดร้อนตามหาตัวมณีจันทร์ 
การปรากฏตัวของมณีจันทร์ สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนในบ้านคุณหลวงเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความฉลาด สดใสร่าเริงของมณีจันทร์ ทำให้ผู้พบเห็นอดที่จะรักเธอไม่ได้ ในขณะเดียวกันมณีจันทร์ก็ พยายามทำความคุ้นเคยกับคุณหลวงอัครเทพวรากรและคุณหญิงแสร์ มารดาของคุณหลวง และเรียนรู้ ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในสมัยนั้น ยิ่งระยะเวลาผ่านไปนานเท่าไร เธอก็ยิ่งรู้สึกรักและผูกพันกับคุณหลวง และคนในบ้านคุณหลวงมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกเหนือจากที่มณีจันทร์จะข้ามภพมาพบเจอกับเนื้อคู่ที่แท้จริงใน อดีตแล้ว เธอยังต้องมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของประเทศสยามซึ่งกำลังอยู่ในช่วงคับขัน ปี ร.ศ.๑๑๒ ประเทศ "ฝรั่งเศส" และประเทศ "อังกฤษ" ซึ่งอยู่ในยุคล่าอาณานิคม ต้องการจะใช้ประเทศสยามเป็นดินแดนกันชน และ ลงท้ายด้วยการจะแบ่งแยกประเทศออกโดยเอาแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวแบ่งเขตแดน 
มณีจันทร์ หรือ เมณี่ จึงต้องใช้ภูมิความรู้ทางด้านภาษาช่วย "คุณหลวงอัครเทพวรากร" และ "เจ้าคุณวิศาลคดี" แก้ไขสถานการณ์ของประเทศจนสำเร็จ ในขณะเดียวกันมณีจันทร์เองก็มีอีกปัญหาหนึ่งที่รอคอยให้เธอตัดสินใจ
๔ 
กระจกซึ่งเป็นประตูเชื่อมกลางของทั้งสองภพ มีรอยร้าวเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เธอผ่านเข้าออก ซึ่งจะต้องแตกลงใน วันใดวันหนึ่ง นั่นหมายถึงว่าเธอจะไม่สามารถเดินทางข้ามผ่านเวลาได้อีกต่อไป มณีจันทร์ตัดสินใจแต่งงานกับ คุณหลวงผู้ที่รักเธอสุดหัวใจ ในวันแต่งงานของมณีจันทร์ กระจกได้นำพามณีจันทร์และคุณหลวงข้ามภพมายัง ปัจจุบัน มณีจันทร์กราบลามารดา คุณหลวงได้ให้สัญญากับมารดาของมณีจันทร์ว่าจะรักและดูแลมณีจันทร์ซึ่ง เป็นมณีดวงเดียวในชีวิตของเขา และทั้งสองก็กลับไปยังภพอดีต กระจกบานยาวแตกลงมา เส้นทางแห่งทวิภพ ถูกปิดตาย 
วิจารณ์ตัวละครหลัก : 
๑. คุณหลวงอัครเทพวรากร เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอมริกาคนแรก ชายหนุ่มผู้อ่อนโยน สุภาพ อ่อนหวานมีความเป็นสุภาพบุรุษ รักแผ่นดินเกิด และมีความมั่นคงต่อรักเป็นอย่างยิ่ง 
๒. มณีจันทร์ เป็นตัวแทนของหญิงสาวสมัยใหม่ ที่มีความมั่นใจในตนเองสูง มีความสามารถในด้านการ ใช้ภาษาฝรั่งเศส 
๓. ไรวัต นายทหารหนุ่มแห่งกองทัพบกผู้ถึงพร้อมทั้งชาติตระกูล ทรัพย์สมบัติ และความก้าวหน้าใน หน้าที่การงาน ไรวัตรักมณีจันทร์มาก แต่รู้สึกว่าการกลับมาเมืองไทยคราวนี้มณีจันทร์แปลกไป เขารู้สึกว่าเธอมีคนอื่น ทำให้เขาร้อนรุ่มใจยิ่งนัก 
๔. คุณหญิงแสร์ มารดาผู้เฉลียวฉลาดของหลวงอัครเทพวรากร มีความเชื่อปรัมปรา เมื่อได้เห็นมณีจันทร์ ผ่านเข้าออกทางกระจกทำให้จึงสรุปว่าเธอนั้นมาจาก “เมืองลับแล” 
๕. กุลวรางค์ เพื่อนสนิทของมณีจันทร์ในยุคปัจจุบัน เป็นสาวสมัยใหม่ มีความร่าเริงสดใส ไม่ค่อยมีความ กุลสตรีนัก เป็นผู้มีความรู้ ซึ่งได้รับการอบรมจากคุณย่าของเธอเอง 
๖. ดร.ตรอง นักฟิสิกส์เพื่อนสนิทของมณีจันทร์ ชอบค้นคว้าทำการทดลอง มีเหตุผล ละเอียดรอบคอบ 
ข้อคิดที่ได้รับ : ทวิภพ สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยสมัยก่อนนั้นมีความรักชาติ หวงแหนแผ่นดินเกิด มีความ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างยิ่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคนไทยในยุคปัจจุบัน ให้ปฏิบัติตามด้วยความมีสำนึกรักษ์แผ่นดิน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งชีพ อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็น เอกลักษณ์ไทยที่น่าภูมิใจในการธำรงรักษาไว้ เช่น กิริยามารยาท ความเป็นกุลสตรีไทย อาหาร การแต่งกาย เป็นต้น
๕ 
คุณค่าของเรื่อง 
๑.ด้านคุณธรรม 
ในตอนหนึ่งของ ทวิภพ ตอนที่ฝรั่งเศสคุกคามจะเอาดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นของไทยไป ครอบครอง ปัญหานี้คุณหลวงอัครเทพวรากร ต้องร่วมแก้ด้วย มณีจันทร์จึงใฝ่ที่จะหาทางช่วยประเทศให้พ้น จากการล่าอาณานิคม มณีจันทร์ใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่มี ช่วยงานคุณหลวงอัครเทพวรากร ในงาน ของบ้านเมืองเท่าที่เธอจะช่วยได้ และเธอก็ได้แสดงความฉลาดเฉลียวสูงสุดให้ปรากฏในด้านการใช้ภาษา ฝรั่งเศส ในตอนนี้ทำให้สามารถเห็นได้ถึงสำนึกในบุญคุณแผ่นดินของคนไทยในสมัยก่อนว่าทุกคนพร้อมที่จะ ร่วมใจกันในการปกป้องประเทศให้พ้นจากการล่าอาณานิคมของชาติมหาอำนาจในขณะนั้น 
นอกจากนี้ ทวิภพ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมีเมตตาของเจ้านายที่มีต่อบ่าวไพร่ จากการที่ มณีจันทร์ ไม่เคยแบ่งชนชั้นวรรณะ ไม่พูดดูถูกเหยียมหยามบ่าวไพร่ จนตัวมณีจันทร์กลายเป็นบุคคลอันเป็นที่รัก สามารถ ผูกใจคุณหญิงและบ่าวไพร่ทั้งบ้านไว้ได้ ทำให้ทุกคนรอคอยการมาเยี่ยมเยือนของเธอ และอาลัยทุกครั้งที่เธอ กลับสู่ถิ่นฐานของตน 
๒.ด้านความรู้ 
วรรณกรรมเรื่อง ทวิภพ สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองการปกครอง การแก้ปัญหาอันชาญฉลาดในยามสงคราม ดัง อธิบายได้ดังนี้ 
ผู้เขียนสอดแทรกเรื่องราวในประวัติศาสตร์ไทยช่วงหนึ่งไว้ แสดงถึงความสามารถในการหาข้อมูล เชิงลึกของผู้เขียน เพราะการเขียนแนวพีเรียดนี้ประวัติศาสตร์ต้องคงเดิม เพียงแต่เพิ่มตัวละครดำเนินเรื่อง ตามจินตนาการของผู้เขียนและตามโครงเรื่องที่วางไว้ซึ่งต้องแนบเนียนมาก แสดงให้เห็นถึงความสามารถใน ด้านการประพันธ์ที่ผู้เขียนได้นำเอาเหตุการณ์ช่วงหนึ่งของสยามเรามาเขียนใหม่โดยใช้ศิลปะการเขียน จนทำ ให้ประวัติศาสตร์ที่น่าเบื่อหน่ายกลับกลายเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ ทำให้คนไทยที่ได้อ่าน ได้ชมละครโทรทัศน์ หรือชมภาพยนตร์ ก็ย่อมบังเกิดความรักชาติยิ่งขึ้น ผู้อ่านได้เห็นถึงความลำบากของบ้านเมืองในช่วงที่คนไทย เสียเปรียบคนต่างชาติ ประเทศมหาอำนาจอย่างฝรั่งเศสและอังกฤษอยู่ในยุคล่าเมืองขึ้น ในที่สุดทั้งสอง ประเทศก็เลือกไทยเป็นรัฐกันชนมากกว่าจะมาแก่งแย่งกันเอง จึงทำให้ทำให้คนไทยผู้ไม่เคยรับรู้ก็ได้ทราบ เรื่องราวในอดีตช่วงนี้ด้วย อีกอย่างได้เห็นถึงความชาญฉลาดในการแก้ปัญหาบ้านเมืองของบรรพบุรุษไทยที่ เลือกแก้ไขปรับตัวเข้ากับสถานการณ์มากกว่าที่จะดึงดันแตกหักจนอาจเป็นเมืองขึ้นเหมือนหลายประเทศ และเห็นถึงความใฝ่รู้ใฝ่เรียนในภาษาต่างชาติของคนไทยสมัยก่อนอีกด้วย 
๓.ด้านอารมณ์ 
ดังที่กล่าวไว้ตอนต้นว่าในบางตอนของ ทวิภพ นั้น ผู้เขียนได้ใช้ศิลปะการเขียนดำเนินเรื่องราว โดยแทรกบทกลอนสั้นๆที่อ่อนช้อยละเมียดละไมเป็นช่วงๆ ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพและอรรถรสในการอ่าน มากขึ้น สัมผัสถึงความงดงามทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองได้อย่างลงตัว
๖ 
ตัวอย่างบทร้อยกรองที่เป็นวรรคทองในเรื่อง 
“โอ้เวลาป่านฉะนี้เจ้าพี่เอ๋ย จะทำสิ่งใดเลยให้สงสัย 
จะรู้ซึ้งถึงคนที่ห่างไกล ฤามิได้คิดคำนึงถึงคนคอย” 
จากกลอนบทข้างต้น เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่ามีการรำพึงรำพันถึงคนรักของคุณหลวงอัครเทพวรากร ว่า “ในเวลานี้แม่มณีกำลังทำอะไรอยู่ จะรู้หรือไม่ว่าคนที่อยู่ห่างไกลกันนั้น คิดถึง หรือว่าแม่มณีไม่ได้คิดถึงเรา เลย” รสวรรณคดีในกลอนบทนี้แก่ สัลลาปังคพิสัย 
“โซ่ตรวนผูกรัดสักร้อยหุน ใจมั่นมุ่งหักทลายได้ 
แต่ใยรักบางเบาสักเท่าใด ผูกพันไว้แนบสนิทนิจนิรันดร์” 
จะเห็นได้ว่ากลอนบทนี้มีการใช้โวหารภาพพจน์ คือ ปฏิพากย์ แย้งความกันเพื่อให้เกิดอารมณ์ ดังที่ ปรากฏในกลอนว่า “แม้นถูกโซ่ตรวนที่มีขนาดถึงร้อยหุนผูกมัดไว้ หากใจมุ่งที่จะทำลาย ก็สามารถทลายโซ่ ตรวนนั้นให้แหลกไปได้ แต่ใยรักแค่เส้นบางๆนั้นสามารถผูกพันไว้ตราบนานเท่านานไม่สามารถทำลายลงไป ได้” 
นอกจากนี้ ทวิภพ ยังถือเป็นวรรณกรรมอันล้ำค่าเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการปลูกจิตสำนึกรักชาติ รักบ้านเมือง ดังที่เห็นได้จากเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ในการล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทำให้ผู้อ่านตระหนักถึงความรักชาติและสำนึกในบุญคุณของแผ่นดินไทย เกิดความรู้สึกหวงแหนแผ่นดินและ ทราบซึ้งในความเสียสละของบรรพบุรุษ 
๔.ด้านสังคม 
วรรณกรรมเรื่องทวิภพ เป็นวรรณกรรมที่สะท้อนสังคมในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทำให้เห็นถึงความแตกต่าง ระหว่างสังคมไทยในสมัยก่อนและปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ดังที่ปรากฏไว้ในเนื้อเรื่องดังนี้ 
- การแต่งกายในสมัย ร.ศ. ๑๑๒ 
เช่น ในวันอาทิตย์ ชาวบ้านมักนุ่งผ้าสีลิ้นจี่ สีเขียว หรือสีปูน และห่มผ้าสีโศก 
ในวันจันทร์ ชาวบ้านมักนุ่งผ้าสีเหลือง และห่มผ้าสีน้ำเงิน หรือ นุ่งผ้าสีนกพิราบ และห่มผ้าสีจำปา 
ในวันอังคาร ชาวบ้านมักนุ่งผ้าม่วง และห่มผ้าสีโศก เป็นต้น 
- คุณสมบัติของกุลสตรี 
เช่น เรื่องของเสน่ห์ปลายจวัก การปฏิบัติตนเป็นแม่ศรีเรือนของหญิงไทย และกริยาท่าทางที่อ่อนหวาน เหมาะสมต่อกาลเทศะ 
- การวางตัวระหว่างชายและหญิงในขณะนั้น 
เช่น ผู้ชายจะไม่เข้าไปในห้องนอนของผู้หญิง และไม่อยู่ด้วยกันตามลำพังกันสองต่อสองในยามวิกาล หากมี การนัดดูตัวหรือหมั้นหมายจะต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย 
- การแต่งงาน 
เช่น ในงานแต่งจะต้องมีการทำบุญตักบาตรพระ ๑๐ รูป ซึ่งในปัจจุบันนั้นเหลือเพียง ๙ รูป 
มีการซัดน้ำลอยดอกมะลิใส่เจ้าบ่าวเจ้าสาว เป็นต้น
๗ 
๕.ด้านวรรณศิลป์ 
ทวิภพ นวนิยายของทมยันตีมีพลังทางวรรณศิลป์อย่างสูง สามารถโน้มน้าวอารมณ์ผู้อ่านให้ เพลิดเพลินไปกับเนื้อเรื่อง ในส่วนที่เป็นร้อยแก้วผู้เขียนได้นำเสนอกลวิธีในการเขียนให้มีความน่าสนใจ กล่าวคือ ใช้ความรู้ในเรื่องภาษาไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นนวนิยายที่พรรณนาความได้ อย่างยอดเยี่ยม มีการใช้ภาษาอันประกอบด้วยโวหารที่มีความครบครันทั้งเรื่อง นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรก สำนวนบอกเวลาและสำนวนไทยไว้อีกด้วย ดังนั้นการนำเสนอเนื้อหา ในทวิภพจึงมีความงามอย่างหลากหลาย ดังนี้ 
การใช้คำ มีการสรรคำที่มีความหมายลึกซึ้ง สละสลวยและมีความงามทางด้านวรรณศิลป์ทั้งในด้าน ร้อยแก้วและร้อยกรองเป็นอย่างยิ่ง 
การเล่นเสียงสัมผัสใน 
โลกนี้มีสิ่งเกินฝัน อนันต์เหลือตรึกรำลึกได้ หากความฝันบรรเจิดเพริศพิไล ตื่นไย..สนิทฝันชั่วกัลปา 
จะเห็นว่าทวิภพ ของ ทมยันตี นอกจากจะประกอบด้วยสัมผัส บังคับตามฉันทลักษณ์แล้ว ยังได้เพิ่ม สัมผัสชิด คือผูกสัมผัสติดกันไป กล่าวคือ สัมผัสสระ ทำให้จังหวะและลีลาของคำประพันธ์ไพเราะน่าฟัง โดยเฉพาะเมื่ออ่านออกเสียง 
การเล่นเสียงสัมผัสระหว่างวรรค 
ดรุณีแรกรุ่นวัยกำดัด ทรวดทรงสารพัดไม่ขัดเขิน ผุดขึ้นกลางเรือนชานโดยบังเอิญ เทพหรือพรายผกเผินบิดเบือนกาย 
ฯลฯ 
การใช้โวหาร 
พรรณนาโวหาร 
การรอคอย…ความรู้สึกว่า หัวใจของเรานั้นคอยใครอยู่สักคนและรับรู้ถึงว่ามีใครคนนั้นคอยเราอยู่ หัวใจที่ต่างเฝ้าคอยกันและกัน คือความถวิลหาที่แสนหวาน คือความงามของหัวใจที่เปี่ยมสุขและหอมหวนอยู่ กับวันเวลาแห่งความหวัง 
เทศนาโวหาร 
เราพูดในสิ่งที่ทำไม่ได้หรือให้ผลเฉพาะหน้าเท่านั้น ทำไมเขาไม่กันถึงโครงการระยะยาวควรทำอย่างไร เราจะใช้เวลากี่ปีขจัดปัญหานี้ ระยะสั้นเรามีอุปสรรคและปัญหาอย่างไร การทำอย่างที่ทำกันอยู่มัน…เหมือน เล่น 
บรรยายโวหาร 
เทียนอบ บางคนก็ว่าหอม บางคนก็ว่าเหม็น คนโบราณน่ะ ขนม อาหาร ผ้า อบหอมทั้งนั้น จมูกต้อง ได้กลิ่น ตาต้องเห็นสวย รสต้องติดลิ้น เขาเรียกว่าเสพสามทาง
๘ 
สาธกโวหาร 
ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะยืดเวลาออกไป ไม่มีประโยชน์อะไรให้เขารอคอย ให้เขาหวังลมๆ แล้งๆ บางที…การผ่าตัดย่อมดีกว่าการรักษา เจ็บหนักแล้วหายขาดดีกว่าชะลอความเจ็บปวดมิรู้สิ้น 
อติพจน์ 
ผิวทองผ่องเห็นเพ็ญยวง นางปวงงามใกล้ไม่มี 
งามกรรณงามแก้มแย้มยิ้ม พักตร์พริ้มเพราองค์ทรงศรี 
งามพระนัยนานารี รังสียิ่งจันทร์วันเพ็ญ 
อุปมา 
แม่ประยงเขาเหมือนแม่ศรีมาลา แม่มณีเขางามเหมือนนางละเวง 
นามนัย 
ถ้าเราถือว่าการหลับทำให้กายเนื้อได้พักผ่อน กายทิพย์ได้ท่องเที่ยวไป 
อุปลักษณ์ 
ฤานางเป็นเทพนฤมิต ให้ยลวิบตาแล้วหาย ฤานางเป็นเพียงนางพราย เลือนหายยามรุ่งอโณทัย ฤานางเป็นเพียงละอองน้ำ สุริย์ฉายต้องซ้ำละไอหาย ฤานางเพียงฝันพรรณราย ตื่นตาเลื่อนหายไป่คืน 
การใช้สำนวน 
สำนวนบอกเวลา 
ช่วงเคี้ยวหมากจืด เป็นสำนวนที่ใช้บอกเวลา โดยเทียบกับระยะเวลาในการเคี้ยวหมาก ๑ คำ คือตั้งแต่เริ่มเคี้ยวหมากจนหมากจืดหมดคำ การเคี้ยวหมากของคนแต่ก่อนเรียกว่า กินหมาก แต่ไม่ได้กินจริง ส่วนมากจะนำหมาก ใบพลูที่บ้ายปูนแล้ว เคี้ยวรวมไปกับเกล็ดพิมเสน กานพลู สีเสียด ใบเนียม และเครื่อง หอมอื่น ๆ เคี้ยวไปพอหมากพลูผสมกับน้ำลายกลายเป็นน้ำหมากสีแดงก็บ้วนทิ้งเสียครั้งหนึ่งแล้วเคี้ยวต่อไป พอมีน้ำหมากก็บ้วนน้ำหมากทิ้ง ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนหมากหมดรส เรียกว่า หมากจืด จึงคายชานหมากทิ้ง คนโบราณกะระยะเวลาที่เคี้ยวหมากคำหนึ่ง ๆ จนจืด ซึ่งเป็นเวลาประมาณ ๒๐-๓๐ นาที มาใช้อธิบาย ช่วงเวลาหนึ่ง เช่น เรารออยู่นานชั่วเคี้ยวหมากจืดเห็นจะได้ กว่าเขาจะพาเราเข้าไปพบท่านเจ้าคุณ จากที่นี่ถ้า เดินไปบ้านกำนัน ก็ไกลชั่วเคี้ยวหมากจืดนั่นแหละ ในสมัยโบราณยังไม่มีนาฬิกาบอกเวลา จึงมักคำนวณเวลา ด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำ สำนวน ชั่วเคี้ยวหมากจืด ปัจจุบันคนที่ไม่เข้าใจจึงใช้แผลงว่า * ชั่วเคี้ยวหมากแหลก ซึ่งไม่ถูก 
สำนวนไทย 
เจ๊กตื่นไฟ หมายถึง ตื่นตกใจและเอะอะโวยวายเกินกว่าเหตุ
๙ 
ความรู้สึกส่วนตัวของผู้วิจารณ์ 
วรรณกรรมเรื่อง ทวิภพ มีเสน่ห์ตรงที่เป็นนวนิยายรักข้ามภพที่โรแมนติก ผู้เขียนได้ใช้ภาษาสละสลวย เหมาะสมกับกาลเวลาในเรื่อง ระหว่างสองภพที่กาลเวลา แตกต่างกันภาษาในการใช้ย่อมแตกต่างกันด้วย เรื่องราวได้ถูกได้ดำเนินอย่างกลมกลืน สมจริง และสมเหตุสมผล บางครั้งอยากจะคิดว่ามันเกินความเป็นจริง แต่เรื่องราวถูกดำเนินไปด้วยกลวิธีเขียนที่แยบยลและแนบเนียนในเนื้อหา จึงกลายเป็นสิ่งน่าสนใจ สนุกสนาน ชวนติดตามเสียมากกว่า เป็นจินตนิยายที่ใช้กระจกเป็นสื่อกลางของการดำเนินเรื่องระหว่างสองภพ แสดงถึง จินตนาการอันล้ำลึกของผู้เขียนเอง ซึ่งสื่อกลางในการเชื่อมผ่านมิติก็จะแตกหักในตอนจบ และได้เห็นถึงความ รักบนความรับผิดชอบในหน้าที่ของคนไทยผู้หวงแหนรู้รักษาแผ่นดิน 
การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน 
ทวิภพ สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยในสมัยก่อนนั้นมีความรักชาติ หวงแหนแผ่นดินเกิด มีความ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างยิ่ง ดังตัวอย่างที่ มณีจันทร์มีความต้องการแก้ไขอดีตของ ประเทศอย่างแรงกล้า เพราะไม่ต้องการให้ประเทศไทยเสียดินแดนเสียรู้ให้กับชาวต่างชาติด้วยเหตุที่ความรู้ ด้านภาษาไม่เพียงพอ เมื่อมณีจันทร์มีโอกาสได้กลับไปยังอดีต เธอก็ใช้ความรู้ความสามารถของเธอเพื่อ ช่วยเหลือประเทศชาติอย่างเต็มที่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคนไทยในยุคปัจจุบัน ให้ปฏิบัติตาม ด้วยความมีสำนึกรักแผ่นดิน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งชีพ ไม่จำเป็นว่าสิ่งที่ทำเพื่อประเทศชาติจะต้อง เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ หากแต่การปฏิบัติตนตามกฏหมาย รู้จักหน้าที่ของตนและปฏิบัติหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด มีความ ซื่อสัตย์สุจริตในหน้าที่การงาน ก็เป็นแนวทางที่จะช่วยให้ประเทศไทยพัฒนาไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ 
สำหรับการแก้ปัญหาสงครามด้วยวิธีทางการทูตก็สะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์เช่นกัน การใช้ปัญญา ใช้ วาทศิลป์ในการแก้ไขปัญหา ย่อมดีกว่าการใช้กำลังสู้รบ ทำให้ไม่เกิดความสูญเสีย ไม่มีฝ่ายใดต้องเจ็บปวด 
อีกทั้งสามารถสะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์ไทยที่น่าภูมิใจในการธำรงรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น เรื่องของกิริยามารยาท ความเป็นกุลสตรีไทย อาหาร การแต่งกาย ชีวิตประจำวันของคนไทยในสมัยร.๕ เป็นต้น เป็นเกร็ดความรู้รอบตัวที่สามารถนำไปใช้สอนนักเรียนได้ในอนาคต ถ่ายทอดความเป็นไทย เอกลักษณ์ ของไทย เพราะครูคือแม่พิมพ์ คือแบบอย่างที่ดีของเยาวชน ครูจึงควรมีความรู้ในด้านวัฒนธรรมประเพณี ของชาติ 
ในเนื้อเรื่องที่กล่าวถึงการเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต การถูกรุกรานจากประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษ สาเหตุที่ประเทศสยามเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เกิดจากบุคคลากรในประเทศที่มีความรู้ในภาษาต่างประเทศไม่ เพียงพอ จึงสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและจำเป็นในการเรียนรู้และศึกษาภาษาต่างประเทศอย่างถ่องแท้ เพื่อความรู้เท่าทัน เพื่อการติดต่อสื่อสาร การทำการค้าต่าง ๆ สอดคล้องกับในปัจจุบันที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ การเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน การเปิดประเทศจะก่อให้เกิดการหลั่งไหลเข้ามาของชาวต่างชาติ หากคน ไทยในปัจจุบันไม่รู้ในภาษาต่างประเทศ ก็จะเกิดความเสียเปรียบในทุก ๆ ด้าน ซึ่งคนไทยควรตระหนักถึง ความสำคัญของภาษาต่างประเทศ แต่ก็อย่าหลงลืมความเป็นไทย ควรอนุรักษ์และใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
๑๐ 
คลังคำศัพท์ 
ลำดับที่ 
คำศัพท์ 
หน้าที่ของคำ 
ความหมาย 
๑. 
เศียร 
นาม 
ศีรษะ 
๒. 
อาวรณ์ 
กริยา 
คิดกังวลถึง 
๓. 
ทูต 
นาม 
ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนไปยังต่างประเทศ เพื่อเจรจาหรือเจริญไมตรีทางราชการ 
๔. 
เสน่ห์ 
นาม 
ลักษณะที่ชวนให้รัก , เครื่องที่ทำให้คนอื่นรัก 
๕. 
อาณานิคม 
นาม 
ประเทศที่อยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศอื่น 
๖. 
ปรารภ 
กริยา 
กล่าวถึง 
๗. 
ปราดเปรียว 
กริยา 
กิริยาที่ว่องไว 
๘. 
ตะบัน 
กริยา 
ชก , ต่อย 
๙. 
อนาทร 
กริยา 
เป็นทุกข์เป็นร้อน 
๑๐. 
ฉลุ 
กริยา 
ทำให้เป็นรูๆ มีลวดลายต่างๆ 
๑๑. 
เปรต 
นาม 
สัตว์พวกหนึ่งเกิดในอบายภูมิ คือ แดนทุกข์, ผีเลว จำพวกหนึ่ง มีหลายชนิด ชนิดหนึ่งตามที่ว่ากันว่ามี รูปร่างสูงโย่งเย่งเท่าต้นตาล ผมยาวหยอกหยอย คอ ยาว ผอมโซ มีปากเท่ารูเข็ม มือเท่าใบตาล กินแต่ เลือดและหนองเป็นอาหาร มักร้องเสียงดังวีดๆ ใน ตอนกลางคืน 
๑๒. 
เขรอะ 
กริยา 
เปื้อนคราบสกปรกมากมาย 
๑๓. 
แอร่ม 
กริยา 
งามแพรวพราว 
๑๔. 
โบราณ 
วิเศษณ์ 
เก่าแก่ 
๑๕. 
หอบ 
กริยา 
หายใจถี่ด้วยความเหนื่อย หรืออ่อนเพลีย 
๑๖. 
ร้าว 
กริยา 
แตกเพียงเป็นรอย 
๑๗. 
พิพาท 
กริยา 
โต้เถียงกัน, โต้แย้งกัน, พูดเกี่ยงแย่งกัน 
๑๘. 
ยวบ 
กริยา 
อาการที่ไหวจะยุบลง 
๑๙. 
กระเช้า 
นาม 
ตะกร้า 
๒๐. 
ระรวย 
กริยา 
แผ่วๆ, เบาๆ, รื่นๆ 
๒๑. 
สลวย 
วิเศษณ์ 
เรียบร้อยงดงาม 
๒๒. 
ละม้าย 
กริยา 
เกือบจะเหมือน
๑๑ 
๒๓. 
นโยบาย 
นาม 
หลักและวิธีปฏิบัติซึ่งถือเป็นแนวดำเนินการ 
๒๔. 
รสนิยม 
นาม 
ความพอใจ ความชอบ 
๒๕. 
เลอเลิศ 
กริยา 
ยอดดีหรือยอดเยี่ยมในทางใดเป็นพิเศษ 
๒๖. 
อีหรอบ 
นาม 
ชาวต่างชาติ คนตะวันตก 
๒๗. 
คันฉ่อง 
นาม 
กระจก 
๒๘. 
ซิกาแร็ต 
นาม 
บุหรี่ 
๒๙. 
วาระ 
นาม 
เวลาที่กำหนดแน่นอน 
๓๐. 
กระทรวง 
นาม 
ส่วนราชการหนึ่งในราชการบริหารส่วนกลาง ซึ่งมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นหัวหน้า 
๓๑. 
คาดคะเน 
กริยา 
เดา, ประมาณ, กะ 
๓๒. 
ฟั่นเฟือน 
วิเศษณ์ 
คุ้มดีคุ้มร้าย, สติไม่ค่อยดี 
๓๓. 
ดำรง 
กริยา 
คงอยู่, คงไว้ 
๓๔. 
อิดโรย 
กริยา 
อ่อนเพลีย, ละเหี่ย 
๓๕. 
สร่าง 
กริยา 
ทุเลาอาการลง 
๓๖. 
อากัปกิริยา 
นาม 
กิริยาท่าทาง 
๓๗. 
ธรณีประตู 
นาม 
บริเวณไม้รองรับกรอบล่างของประตู 
๓๘. 
พินาศ 
กริยา 
เสียหายวอดวายอย่างแสนสาหัส 
๓๙. 
ทฤษฎี 
นาม 
ลักษณะที่คิดคาดเอาตามหลักวิชา เพื่อเสริมเหตุผล และรากฐานให้แก่ปรากฏการณ์หรือข้อมูลใน ภาคปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นมาอย่างมีระเบียบ 
๔๐. 
กรรณ 
นาม 
หู 
๔๑. 
พักตร์ 
นาม 
ใบหน้า 
๔๒. 
นัยนา 
นาม 
ตา 
๔๓. 
พยับแดด 
นาม 
แสงแดดกล้าที่ปรากฏในระยะไกลเป็นระยิบระยับ ลวงตา ทำให้เห็นเป็นน้ำ 
๔๔. 
ตรลบ 
กริยา 
กระจายไปทั่ว, ฟุ้งกระจายขึ้นไปทั่ว 
๔๕. 
พิภพ 
นาม 
โลก, ปฐพี 
๔๖. 
วิหค 
นาม 
นก 
๔๗. 
โศภน 
นาม 
ความงาม, ผ่องใส 
๔๘. 
ยรรยง 
วิเศษณ์ 
งามสง่า, กล้าหาญ
๑๒ 
๔๙. 
พงศ์ 
นาม 
ตระกูล, เหล่ากอ, วงศ์วาน 
๕๐. 
ปัจถรณ์ 
นาม 
ที่นอน, เครื่องปูลาด 
๕๑. 
ไป่ 
กริยา 
บ่, ไม่ 
๕๒. 
แย้มเยื้อน 
กริยา 
อาการยิ้มเพียงเล็กน้อย 
๕๓. 
มณี 
นาม 
แก้วหินสีแดงในจำพวกนพรัตน์ 
๕๔. 
พะวักพะวน 
กริยา 
อาการกังวลใจ 
๕๕. 
กระชาก 
กริยา 
กระตุก, ดึง, ฉุด 
๕๖. 
คละคลุ้ง 
กริยา 
มีกลิ่นตลบ (มักใช้กับกลิ่นเหม็น) 
๕๗. 
วิจิตร 
วิเศษณ์ 
ที่งามหยดย้อย 
๕๘. 
สัญชาตญาณ 
นาม 
ความรู้ที่มีมาแต่กำเนิดของคนและสัตว์ ทำให้มี ความรู้สึกและกระทำได้เองโดยไม่ต้องมีใครสั่งสอน 
๕๙. 
ระคน 
กริยา 
ปน, ผสม 
๖๐. 
กระแอม 
กริยา 
เสียงที่คล้ายการไอ 
๖๑. 
โหย่ง 
กริยา 
อาการที่เดินหรือวิ่งไม่เต็มเท้า คือ จดแต่ปลายเท้า เพื่อทำให้ตนสูงขึ้น หรือเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง 
๖๒. 
ชะแง้ 
กริยา 
เฝ้าคอยด้วยใจจดจ่อ 
๖๓. 
ตวาด 
กริยา 
ขู่เต็มเสียง, คุกคามด้วยแผดเสียง, พูดเสียงดัง 
๖๔. 
คมสัน 
วิเศษณ์ 
มีหน้าตาท่าทางเข้าทีน่าดู 
๖๕. 
โฉมยง 
นาม 
รูปร่างงามสง่า 
๖๖. 
ตั่ง 
นาม 
ที่สำหรับนั่ง ไม่มีพนัก อาจมีขาหรือไม่มีขาก็ได้ 
๖๗. 
ถ้วยกังไส 
นาม 
เครื่องถ้วยปั้นที่ทำมาจากแคว้นเกียงสีในประเทศจีน 
๖๘. 
ล่ำสัน 
วิเศษณ์ 
มีรูปร่างล่ำและแข็งแรง (มักใช้กับผู้ชาย) 
๖๙. 
ผะผ่าว 
วิเศษณ์ 
วูบๆ วาบๆ, เป็นคำประกอบคำว่า ร้อน 
๗๐. 
ปรอท 
นาม 
เครื่องวัดอุณหภูมิ 
๗๑. 
กระเปาะ 
นาม 
ฐานที่ฝังเพชรพลอยเป็นหัวแหวนหรือตุ้มหู 
๗๒. 
กระวนกระวาย 
กริยา 
วุ่นวายใจ แสดงอาการวุ่นวายไม่เป็นสุข 
๗๓. 
ชะมด 
นาม 
ชื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Viverridae ซึ่งเป็น วงศ์เดียวกับอีเห็นและพังพอนหน้าแหลม รูปร่าง
๑๓ 
เพรียว สีเทาหรือนํ้าตาล มีลายจุดสีดำตามยาวทั่ว ตัว หางและขนหางยาวมีลายเป็นปล้อง มีต่อมกลิ่น ใกล้เครื่องเพศ มักออกหากินในเวลากลางคืน 
๗๔. 
จั่น 
นาม 
เครื่องดักสัตว์ทั้งในนํ้าและบนบก มีรูปคล้ายกรง มี หลายชนิด เรียกประตูนํ้าอย่างโบราณที่ใช้ไม้ซุงขวาง กันว่า ปากจั่น 
๗๕. 
วิทยาการ 
นาม 
ความรู้แขนงต่าง ๆ 
๗๖. 
เนรมิตร 
กริยา 
บันดาลให้เกิดมีขึ้นมา 
๗๗. 
ตะคุ่ม 
วิเศษณ์ 
ที่เห็นเป็นเงาดำ ๆ เพราะอยู่ในที่หรือในระยะที่เห็น ไม่ถนัด 
๗๘. 
อุทาน 
นาม 
เสียงหรือคำที่เปล่งออกมาเวลาตกใจ ดีใจ หรือ เสียใจ เป็นต้น ในไวยากรณ์เรียกคำหรือเสียงที่เปล่ง ออกมาเช่นนั้นว่า คำอุทาน 
๗๙. 
อุณาโลม 
นาม 
ขนระหว่างคิ้ว 
๘๐. 
วิวัฒนาการ 
นาม 
กระบวนการเปลี่ยนแปลงหรือคลี่คลายไปสู่ภาวะที่ดี ขึ้นหรือเจริญขึ้น 
๘๑. 
พิลึก 
วิเศษณ์ 
ผิดปรกติ 
๘๒. 
ดินสอพอง 
นาม 
ดินอย่างหนึ่งสีขาว ใช้ทาตัวอย่างแป้ง 
๘๓. 
สำเนียง 
นาม 
เสียง, น้ำเสียง, ทำนองเสียง 
๘๔. 
ตะเกียง 
นาม 
เครื่องใช้สำหรับตามไฟ มีรูปต่าง ๆ บางชนิดมีหลอด บังลม ลักษณนามว่า ดวง 
๘๕. 
เจียระไน 
กริยา 
ทำเพชรพลอยหรือแก้วให้เป็นเหลี่ยมหรือรูปตาม ต้องการแล้วขัดเงา 
๘๖. 
พิศวง 
กริยา 
แปลกใจ หลากใจ 
๘๗. 
จันทน์กระพ้อ 
นาม 
ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง (สูงประมาณ ๕ - ๑๕ เมตร) ต้นค่อนข้างตรง เปลือกเกลี้ยง เรือนยอดเป็น พุ่มรีหรือกว้างใบเป็นใบเดี่ยว รูปรียาว ขนาดยาว ๗ - ๙ เซนติเมตร กว้าง ๒ - ๓ เซนติเมตร สีเขียวเข้ม เรียงตัวแบบเวียนไปตามกิ่งห่างๆ กัน ดอกออกตาม กิ่งเป็นช่อเล็กๆ ทยอยบานครั้งละ ๑ - ๒ ดอก แต่ มักจะมีช่อหลายช่อเป็นกระจุกและเรียงเป็นระยะๆ
๑๔ 
ตามกิ่งดอกขนาด ๑.๒-๑.๕ เซนติเมตร กลีบเลี้ยงมี ขนสีน้ำตาลกลีบดอกเรียงเวียนซ้อนเกยกันเล็กน้อย ด้านในสีขาวนวลหรืออมชมพู ด้านนอกมีแถบแคบๆ มีขนละเอียดสีน้ำตาลอมแดง กลิ่นหอมแรง ออก ดอกในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 
๘๘. 
โทสะ 
กริยา 
ความโกรธ ความฉุนเฉียว 
๘๙. 
โตก 
นาม 
ภาชนะอย่างหนึ่ง มีเชิงสูง ใช้เป็นสำรับอาหาร 
๙๐. 
กังวาน 
วิเศษณ์ 
ก้องอยู่ได้นาน 
๙๑. 
จักษุ 
นาม 
ดวงตา 
๙๒. 
ถลา 
กริยา 
โผผวา 
๙๓. 
พิโอดพิโอย 
กริยา 
ร้องเพราะความเจ็บปวด 
๙๔. 
ฉุยฉาย 
วิเศษณ์ 
กรีดกราย 
๙๕. 
หลักสูตร 
นาม 
ประมวลวิชาและกิจกรรมต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ใน การศึกษาเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง 
๙๖. 
กุลสตรี 
นาม 
หญิงผู้มีตระกูลและมีความประพฤติดี 
๙๗. 
นาฏศิลป์ 
นาม 
ศิลปะแห่งการละครหรือการฟ้อนรำ 
๙๘. 
บาตร 
นาม 
ภาชนะชนิดหนึ่งสำหรับภิกษุสามเณรใช้รับอาหาร บิณฑบาต 
๙๙. 
ใคร่ครวญ 
กริยา 
ตรึกตรอง พิจารณา คิดทบทวน 
๑๐๐. 
บรรดาศักดิ์ 
นาม 
ฐานันดรศักดิ์ที่พระราชทานแก่ข้าราชการหรือ บุคคลทั่วไป แบ่งออกเป็น เจ้าพระยา พระยา พระ หลวง ขุน หมื่น พัน และทนาย โดยมีราชทินนาม ต่อท้าย 
๑๐๑. 
ประวัติศาสตร์ 
นาม 
วิชาว่าด้วยเหตุการณ์ที่เป็นมาหรือเรื่องราวของ ประเทศชาติเป็นต้นตามที่บันทึกไว้เป็นหลักฐาน 
๑๐๒. 
เผ่นแผล็ว 
กริยา 
อาการที่กระโดดโจนไปโดยไม่รั้งรอ 
๑๐๓. 
สัมปชัญญะ 
นาม 
ความรู้ตัวอยู่เสมอ ความไม่เผลอตัว มักใช้เข้าคู่กับ คำ สติ เป็น สติสัมปชัญญะ 
๑๐๔. 
ละเหี่ย 
กริยา 
อ่อนใจ อิดโรย 
๑๐๕. 
เหลื่อม 
วิเศษณ์ 
เลยไป ลํ้าไป ลํ้ากัน ไม่เสมอกัน 
๑๐๖. 
เฉก 
วิเศษณ์ 
เช่น เหมือน
๑๕ 
๑๐๗. 
พระราชนิพนธ์ 
กริยา 
การแต่งบทประพันธ์หรือบทเพลง 
(ใช้กับพระมหากษัตริย์) 
๑๐๘. 
ประชวร 
กริยา 
ป่วย, ไม่สบาย 
๑๐๙. 
สรง 
กริยา 
อาบน้ำ 
๑๑๐. 
เสวย 
กริยา 
กิน 
๑๑๑. 
ประโลม 
กริยา 
ทำให้เป็นที่เบิกบานพึงอกพึงใจ 
๑๑๒. 
อาณาจักร 
นาม 
เขตแดนที่อยู่ในอำนาจปกครองของประเทศหนึ่ง ๆ 
๑๑๓. 
แสนยานุภาพ 
นาม 
อำนาจทางทหาร, อานุภาพทางทหาร 
๑๑๔. 
ชิวหา 
นาม 
ลิ้น 
๑๑๕. 
อาสัญ 
กริยา 
ตาย 
๑๑๖. 
วรรณคดี 
นาม 
วรรณกรรมที่ได้รับยกย่องว่าแต่งดีมีคุณค่าเชิง วรรณศิลป์ 
๑๑๗. 
สะท้าน 
กริยา 
รู้สึกเย็นเยือกเข้าหัวใจ ทำให้ครั่นคร้าม หรือหวั่น กลัวจนตัวสั่น 
๑๑๘. 
โจงกระเบน 
กริยา 
ม้วนชายผ้านุ่งแล้วสอดไปใต้หว่างขา ดึงขึ้นไปเหน็บ ขอบผ้านุ่งด้านหลังระดับบั้นเอว เรียกวิธีนุ่งผ้า เช่นนั้นว่า นุ่งผ้าโจงกระเบน. 
๑๑๙. 
บัดดล 
วิเศษณ์ 
ทันใดนั้น 
๑๒๐. 
ทวาร 
นาม 
ประตู 
๑๒๑. 
วิวาห์ 
กริยา 
แต่งงาน, สมรส 
๑๒๒. 
ทาส 
นาม 
บ่าวทั่วไป ผู้ที่ขายตัวลงเป็นคนรับใช้หรือที่นายเงิน ไถ่ค่าตัวมา เรียกว่า ทาสนํ้าเงิน ผู้ที่เป็นลูกของ ทาสนํ้าเงิน เรียกว่า ทาสเรือนเบี้ย หรือ ทาสในเรือน เบี้ย ทาสที่เอาเงินไปซื้อมา เรียกว่าทาสสินไถ่ ผู้ที่ เป็นคนเชลย เรียกว่า ทาสเชลย ถ้าใช้คู่กันว่า ทาส ทาสี ก็หมายความว่า ทาส เป็นบ่าวผู้ชาย และ ทาสี เป็นบ่าวผู้หญิง 
๑๒๓. 
เล็ม 
กริยา 
เย็บชายผ้า, เก็บทีละน้อย, กินทีละน้อย 
๑๒๔. 
เสลา 
วิเศษณ์ 
เปลา, โปร่ง, สวย, งาม, เกลี้ยงเกลา, เฉลา 
๑๒๕. 
ประณีต 
วิเศษณ์ 
ละเอียดลออ เรียบร้อยงดงาม 
๑๒๖. 
ยุรยาตร 
กริยา 
เดิน แผลงเป็น ยวรยาตร หรือ ยัวรยาตร
๑๖ 
๑๒๗. 
พินิจ 
กริยา 
พิจารณา ตรวจตรา 
๑๒๘. 
ราชปะแตน 
นาม 
เสื้อนอกคอปิดมีกระดุม ๕ เม็ดกลัดตลอดอย่าง เครื่องแบบปรกติขาวของข้าราชการ 
๑๒๙. 
ตาลปัตร 
นาม 
พัดเปรียญ, พัดยศ, ตาลิปัตร 
๑๓๐. 
จรจรัล 
กริยา 
เที่ยวไป เดินไป 
๑๓๑. 
ซิ่น 
นาม 
ผ้าถุง เป็นผ้านุ่งของสตรี 
๑๓๒. 
ประหาร 
นาม 
การฆ่า, การตี, การฟัน, การล้าง, การผลาญ, การ ตบตี, การกระทบ 
๑๓๓. 
สงคราม 
นาม 
การรบใหญ่ที่มีคนจำนวนมากต่อสู้ฆ่าฟันกัน โดย ปริยายหมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น 
๑๓๔. 
โรยรา 
กริยา 
น้อยไป เสื่อมไป 
๑๓๕. 
ราตรี 
นาม 
กลางคืน เวลามืดคํ่า 
๑๓๖. 
เล่ห์ 
นาม 
กลอุบายหรือเงื่อนงำอันอาจทำให้คนอื่นหลงผิด เข้าใจผิด 
๑๓๗. 
นวยนาด 
กริยา 
เยื้องกราย กรีดกราย 
๑๓๘. 
เขนย 
นาม 
หมอนหนุน ราชาศัพท์ว่า พระเขนย 
๑๓๙. 
ทนต์ 
นาม 
ฟัน 
๑๔๐. 
ทับทิม 
นาม 
พลอยสีแดงชนิดหนึ่ง เรียกสิ่งที่เป็นเกล็ดสีม่วงแก่ เมื่อละลายนํ้าจะออกเป็นสีทับทิม 
๑๔๑. 
ขนง 
นาม 
คิ้ว 
๑๔๒. 
เกศา 
นาม 
ผม 
๑๔๓. 
สารพัด 
วิเศษณ์ 
ในที่ทั้งปวง, ทุกแห่ง, ทั้งหมด, ทุกอย่าง 
๑๔๔. 
หยำฉ่า 
กริยา 
กินน้ำชา, เดิมเป็นสถานที่ขายน้ำ มีคนเดินโต๊ะเป็น หญิง ต่อมาสถานที่นี้กลายเป็นที่ให้หญิงรับจ้างหา เงินทางการประเวณี หยำฉ่าเลยมีความหมายว่าโรง หญิงนครโสเภณี 
๑๔๕. 
สุริยะ 
นาม 
พระอาทิตย์, ดวงอาทิตย์ 
๑๔๖. 
อัสดง 
กริยา 
ตกไป (ใช้กับพระอาทิตย์) 
๑๔๗. 
นฤมิตร 
กริยา 
บันดาลให้เกิดมีขึ้นมา 
๑๔๘. 
อโณทัย 
นาม 
พระอาทิตย์เพิ่งขึ้น 
๑๔๙. 
สุริย์ 
นาม 
พระอาทิตย์, ดวงอาทิตย์
๑๗ 
๑๕๐. 
ข้าวแช่ 
นาม 
เป็นชื่ออาหารชนิดหนึ่ง มีข้าวสุกขัดแช่น้ำเย็น ซึ่งมัก เป็นน้ำดอกไม้ แล้วกินกับเครื่องกับข้าวต่าง ๆ เช่น ลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้ เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน หัว หอมสอดไส้ ผักกาดเค็มผัดหวาน ปลาแห้ง และ เครื่องผัดหวานต่าง ๆ นิยมรับประทานในหน้าร้อน ปัจจุบัน อาจใส่น้ำแข็งในข้าวแช่ด้วย 
อ้างอิง 
ทมยันตี, (วิมล ศิริไพบูลย์). (๒๕๕๑). ทวิภพ เล่ม ๑, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม. 
ทมยันตี, (วิมล ศิริไพบูลย์). (๒๕๕๑). ทวิภพ เล่ม ๒, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม. 
วิมล ศิริไพบูลย์ (ทมยันตี). (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก: http://fanclub.hunsa.com/star/ (วันที่ค้นข้อมูล: ๒ กันยายน ๒๕๕๖). 
วิมล เจียมเจริญ. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก: http://th.wikipedia.org/wiki/ 
(วันที่ค้นข้อมูล: ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖).
๑๘ 
แบบฝึกหัดก่อนเรียน 
คำชี้แจง ข้อสอบปรนัย ๒๐ ข้อ ให้นักเรียนตอบคำถามด้วยการกาเครื่องหมายกากบาท (x) ลงบนตัวอักษร หน้าข้อความที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 
๑. ใครคือผู้แต่งวรรณกรรมเรื่องทวิภพ 
ก. ทมยันตี ข.กุหลาบน้ำเงิน ค.นทีทม ง.ทัศนัย จ.นันทวรรณ 
๒. วรรณกรรมเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกลงในนิตยสารใด 
ก.นิตยสารคู่สร้าง-คู่สม ข.นิตยสารเรื่องเร้นลับ ค.นิตยสารหญิงไทย 
ง.นิตยสารสกุลไทย จ.นิตยสารหนีกรุง 
๓. วรรณกรรมเรื่องทวิภพนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ข้อใดถูกที่สุด 
ก.การสู้รบโดยการทำสงคราม ข.วรรณกรรมตลกขบขัน ค.ความรักต่างภพ ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน 
ง.การผจญภัย จ.ไม่มีข้อถูก 
๔. นางเอกของเรื่องคือใคร 
ก.มณีจันทร์ ข.มุนี ค.มินนี่ ง.จันทร์มณี จ.ลำยอง 
๕. พระเอกของเรื่องมีชื่อว่าอะไร 
ก.เทพวรินทร ข.เจ้าคุณวิศาลคดี ค.ไรวัต ง.คุณหลวงอัครเทพวรากร จ.นราเทพ 
๖. นางเอกของเรื่องได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยใด 
ก. รัชกาลที่ ๒ ข.รัชกาลที่๕ ค.รัชกาลที่๖ ง.รัชกาลที่๔ จ.รัชกาลที่๓ 
๗. สถานที่ที่นางเอกข้ามภพไปคือที่ใด 
ก.บ้านของปิแอร์ ข.ในเรือนของพระเอก ค.วังหลวง ง.ห้องของประยงค์ 
จ.ไม่มีข้อใดถูก 
๘. แม่ของพระเอกชื่อว่าอะไร 
ก.คุณหญิงสรเดช ข.กุลวรางค์ ค.ปภัสรา ง.คุณหญิงแสร์ จ.คุณหญิงมาลิดา 
๙. เพื่อนสนิทของนางเอกในยุคปัจจุบันคือใคร 
ก.ม้วน ข.ประยงค์ ค.ตรองและกุลวรางค์ ง.อิ่ม จ.ข้อ ก และ ง ถูกต้อง 
๑๐. คนที่ติดตามรับใช้และเป็นคนสนิทของนางเอกในสมัยอดีตคือใคร 
ก.ม้วน ข.อิ่ม ค.แก้ว ง.นุ่ม จ.ตรอง 
๑๑. คู่หมั่นหมายของพระเอกคือใคร 
ก.กุลวรางค์ ข.คุณหญิงสรเดช ค.มาลิดา ง.คุณจันทร์ จ.ประยงค์ 
๑๒. ในเรื่องมีสิ่งใดเป็นสื่อกลางในการข้ามผ่านระหว่างสองภพ 
ก.ประตู ข.กระจก ค.หน้าต่าง ง.ภาพวาด จ.อ่างน้ำ
๑๙ 
๑๓. นางเอกข้ามภพมาช่วยเหลือพระเอกในเรื่องใด 
ก.การจัดงานเลี้ยงต้อนรับเอกอัครราชฑูตจากต่างประเทศ 
ข.การแสดงละครในงานการกุศล 
ค.การสอนหนังสือในวังหลวง 
ง.ช่วยเหลือด้านการแพทย์ เพื่อรักษาผู้คนในสงคราม 
จ.ช่วยกู้สถานการณ์ของประเทศสยาม ในช่วงที่ประเทศฝรั่งเศส และประเทศอังกฤษ กำลังล่าอาณานิคม 
๑๔. นางเอกใช้ความรู้ด้านใดในการช่วยเหลือพระเอก 
ก.ภาษา ข.การแสดง ค.การสอนหนังสือ ง.การแพทย์ จ.การค้าขาย 
๑๕. ทวิภพได้ถูกนำดัดแปลงเป็นการแสดงชนิดใดต่อไปนี้ 
ก.ละครเวที ข.ละครชาตรี ค.โขน ง.ละครจักรๆวงศ์ๆ จ.ละครพันทาง 
๑๖.พ่อของนางเอก ทำอาชีพเกี่ยวกับอะไร 
ก.ธุระกิจส่งออกเครื่องเพชร ข.ธุระกิจการบิน ค.รับราชการทหาร 
ง.เอกอัครราชทูตไทย จ.ธุระกิจค้าขายเครื่องสังคโลก 
๑๗. สิ่งที่ติดตัวนางเอกและคอยเตือนเวลาในการเชื่อมต่อยังโลกปัจจุบันและอดีตคืออะไร 
ก.นาฬิกา ข.สร้อยข้อมือ ค.หนังสือ ง.โทรศัพท์ จ.แหวน 
๑๘.สิ่งที่เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างสองภพของเรื่องนี้ปรากฏอยู่ที่ใดบ้าง 
ก.บ้านของม้วน ข.ที่ทำงานของไรวัต ค.บ้านของแม่ประยงค์ ง.บ้านของนางเอกและพระเอก 
จ.บ้านของกุลวรางค์ 
๑๙. ทุกครั้งที่มีการเดินทางข้ามภพจะเกิดอะไรขึ้นกับสิ่งที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างสองภพ 
ก.เกิดการระเบิด ข.เกิดรอยร้าวของกระจก ค.เกิดรุ้งกินน้ำ ง.เกิดบาดแผลที่ร่างกายนางเอก 
จ.เกิดลมพายุ 
๒๐. ผู้แต่งต้องการสอดแทรกข้อคิดต่างๆลงในวรรณกรรม “ทวิภพ” ยกเว้นข้อใด 
ก.ความหวงแหนแผ่นดินเกิด 
ข.ความเสมอภาคระหว่างชายและหญิง 
ค.วิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่งดงามของคนไทยในสมัยอดีต 
ง.ความเก่งกาจในการทำสงครามยุทธหัตถี 
จ.กริยามารยาทความเป็นกุลสตรีไทย
๒๐ 
เฉลยแบบฝึกหัดก่อนเรียน 
๑. ก ๒. ง ๓. ค ๔. ก ๕. ง 
๖. ข ๗. ข ๘. ง ๙. ค ๑๐. ก ๑๑. จ ๑๒. ข ๑๓. จ ๑๔. ก ๑๕. ก 
๑๖. ง ๑๗. ก ๑๘. ง ๑๙. ข ๒๐. ง
๒๑ 
แบบฝึกหัดหลังเรียน 
คำชี้แจง ข้อสอบปรนัย ๒๐ ข้อ ให้นักเรียนตอบคำถามด้วยการกาเครื่องหมายกากบาท (x) ลงบนตัวอักษร หน้าข้อความที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 
๑. คุณวิมล ศิริไพบูลย์ ใช้นามปากกาใดในการประพันธ์วรรณกรรมเรื่อง ทวิภพ 
ก.โรสลาเลน ข. ลักษณวดี ค.กนกเรขา ง.ทมยันตี จ.มายาวดี 
๒. การแต่งกายในวันอาทิตย์ของผู้คนในสมัย ร.ศ. ๑๑๒ นิยมแต่งแบบใด 
ก.นุ่งผ้าสีลิ้นจี่ สีเขียว หรือสีปูน และห่มผ้าสีโศก 
ข.นุ่งผ้าสีเหลือง และห่มผ้าสีน้ำเงิน หรือ นุ่งผ้าสีนกพิราบ และห่มผ้าสีจำปา 
ค.นุ่งผ้าม่วง และห่มผ้าสีโศก 
ง. นุ่งผ้าสีแดง และห่มผ้าสีชมพู 
จ.ชุดไทยราชนิยม 
๓. คุณสมบัติในข้อใดที่สะท้อนถึงความเป็นกุลสตรีของมณีจันทร์อย่างเด่นชัดที่สุด 
ก.การเจรจาทางการทูต ข.มีเสน่ห์ปลายจวัก เก่งงานบ้านงานเรือน 
ค.ทำงานได้เสมอชายชาตรี ง.รู้หนังสือเทียบเท่าบุรุษเพศ 
จ.รักชาติ ห้าวหาญ ทระนง 
๔. การนัดดูตัวหรือหมั้นหมายกันระหว่างหนุ่มสาวในสมัย ร.ศ.๑๑๒ จะต้องมีผู้ใดเห็นชอบด้วย 
ก.บิดา มารดา ข.พี่น้อง ค.ทาส ง.ผู้ใหญ่ที่มีความเกี่ยวข้องระหว่างหนุ่มสาวทั้งสอง 
จ.ถูกทั้งข้อ ก. และ ง. 
๕. การแต่งงานในสมัย ร.ศ. ๑๑๒ กับปัจจุบัน แตกต่างกันอย่างไรในเรื่องการทำบุญตักบาตรพระ 
ก.ในงานแต่งจะต้องมีการทำบุญตักบาตรพระ ๑๐ รูป ซึ่งในปัจจุบันนั้นเหลือเพียง ๙ รูป 
ข.ปัจจุบันไม่มีการทำบุญตักบาตรพระในพิธีแต่งงาน 
ค.ในสมัยร.ศ. ๑๑๒ มีการเทศน์มหาชาติในงานแต่ง แต่ปัจจุบันไม่มี 
ง.พิธีแต่งงานในปัจจุบันจะต้องนิมนต์พระสงฆ์เข้าร่วมพิธีผ่านประตูเงินประตูทอง 
จ.ไม่มีข้อใดถูกต้อง 
๖. เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ข้อใดต่อไปนี้มีความเกี่ยวข้องกับวรรณกรรม เรื่องทวิภพ 
ก.การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ข.การเผยแพร่ศาสนาของมิชชันนารี ค.การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ 
ง.การล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสและอังกฤษ จ.เหตุการณ์การเปลี่ยนปลงระบอบการปกครอง 
๗. เทคนิคการเพิ่มสุนทรียภาพในการประพันธ์วรรณกรรมของ ทมยันตี คืออะไร 
ก. การสอดแทรกร้อยกรองในตอนสำคัญๆ ข.การใช้เครื่องหมายวรรคตอน ค.ใช้หลักธรรมในการผูกเรื่อง 
ง.การใช้กวีนิพนธ์อังกฤษยกระดับโครงเรื่องให้มีความเป็นสากลยิ่งขึ้น จ.ใช้สำนวนไทยเป็นจำนวนมาก
๒๒ 
“โอ้เวลาป่านฉะนี้เจ้าพี่เอ๋ย จะทำสิ่งใดเลยให้สงสัย 
จะรู้ซึ้งถึงคนที่ห่างไกล ฤามิได้คิดคำนึงถึงคนคอย” 
จงใช้บทประพันธ์ข้างต้นตอบคำถามในข้อ ๘ และ ๙ 
๘. จากบทประพันธ์ข้างต้นกล่าวถึงผู้ใด 
ก.คุณหลวงอัครเทพวรากร ข.คุณหญิงแสร์ ค.มณีจันทร์ ง.กุลวรางค์ จ.แม่ประยงค์ 
๙. จากบทประพันธ์ข้างต้นมีรสวรรณคดีประเภทใด 
ก.เสาวรจนีย์ ข.นารีปราโมทย์ ค.พิโรธวาทัง ง.สัลลาปังคพิสัย จ.พรรณาโวหาร 
“โซ่ตรวนผูกรัดสักร้อยหุน ใจมั่นมุ่งหักทลายได้ 
แต่ใยรักบางเบาสักเท่าใด ผูกพันไว้แนบสนิทนิจนิรันดร์” 
จงใช้บทประพันธ์ข้างต้นตอบคำถามในข้อ ๑๐ – ๑๒ 
๑๐. จากบทประพันธ์ข้างต้นใช้โวหารชนิดใด 
ก.สัทพจน์ ข.บุคลาธิษฐาน ค.อธิพจน์ ง.อวพจน์ จ.ปฏิพากย์ 
๑๑. บทประพันธ์ข้างต้นเป็นร้อยกรองประเภทใด 
ก.โคลงสี่สุภาพ ข.กลอนสุภาพ ค.กาพย์ยานี ๑๑ ง.กาพย์ฉบัง ๑๖ จ.กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ 
๑๒. บทประพันธ์ข้างต้นสามารถถอดความได้ว่าอย่างไร 
ก.ใยรักบางเบา ย่อมตัดขาดได้ง่ายดาย 
ข.แม้นถูกโซ่ตรวนที่มีขนาดถึงร้อยหุนผูกมัดไว้ หากใจมุ่งที่จะทำลาย ก็สามารถทลายโซ่ตรวนนั้นให้แหลกไปได้ แต่ใยรักแค่เส้นบางๆนั้นสามารถผูกพันไว้ตราบนานเท่านานไม่สามารถทำลายลงไปได้ 
ค.โซ่ตรวนกับใยรักมีความแน่นแข็งแรงเท่าๆกันไม่สามารถตัดให้ขาดลงไปได้โดยง่าย 
ง.ข้อ ก. และ ค. ถูกต้อง 
จ.ไม่มีข้อใดถูกต้อง 
๑๓. “เราพูดในสิ่งที่ทำไม่ได้หรือให้ผลเฉพาะหน้าเท่านั้น ทำไมเขาไม่กันถึงโครงการระยะยาวควรทำอย่างไร เราจะใช้เวลากี่ปีขจัดปัญหานี้ ระยะสั้นเรามีอุปสรรคและปัญหาอย่างไร การทำอย่างที่ทำกันอยู่มัน…เหมือน เล่น” จากข้อความดังกล่าวเป็นโวหารชนิดใด 
ก.สาธกโวหาร ข.บรรยายโวหาร ค.พรรณนาโวหาร ง.เทศนาโวหาร จ.อุปมาโวหาร 
๑๔. ช่วงเคี้ยวหมากจืด หมายความว่าอย่างไร 
ก.ช่วงชีวิตที่ขาดสีสันไร้รสชาติ 
ข.คนที่ทำตัวเย็นชาจืดชืด 
ค.หมากที่ไร้รสชาติเคี้ยวไม่ได้รส 
ง.สำนวนบอกเวลา โดยเทียบกับระยะเวลาในการเคี้ยวหมาก ๑ คำ คือตั้งแต่เริ่มเคี้ยวหมากจนหมากจืดหมดคำ 
จ.คนที่ปรุงอาหารได้ไม่ดีนัก
๒๓ 
๑๕. สำนวน “เจ๊กตื่นไฟ” หมายถึงอะไร 
ก.คนจีนที่กำลังโดนไฟไหม้ ข.คนที่ชอบตีตนไปก่อนไข้ ค.คนที่ขยัน มีความอุตสาหะ 
ง.คนที่เพิ่งเคยพบสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต จ.ตื่นตกใจและเอะอะโวยวายเกินกว่าเหตุ 
๑๖. ทวิภพเป็นวรรณกรรมแนวใด 
ก.พีเรียดอิงประวัติศาสตร์ ข.โรแมนติก ค.แอ็คชั่นไซ-ไฟ ง.สืบสวนสอบสวน จ.ดรามาติก 
๑๗. “โลกนี้มีสิ่งเกินฝัน อนันต์เหลือตรึกรำลึกได้ หากความฝันบรรเจิดเพริศพิไล ตื่นไย..สนิทฝันชั่วกัลปา” 
กลอนสุภาพดังกล่าวมีความโดดเด่นในเรื่องใด 
ก.สัมผัสนอก ข.สัมผัสระหว่างบท ค.การเล่นคำซ้ำ ง.การเล่นเสียงสัมผัสใน จ.การใช้โวหารภาพพจน์ 
๑๘. วรรณกรรมเรื่องทวิภพ สะท้อนเรื่องราวใดที่มีความโดดเด่นที่สุด 
ก.การเจรจาทางการทูต ข.ความรักในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ค.ความเป็นกุลสตรี 
ง.ขนบประเพณีในสมัย ร.ศ.๑๑๒ จ.ความรักข้ามภพ 
๑๙. คุณวิมล ศิริไพบูลย์ ใช้สำนวนของผู้ใดเป็นต้นแบบในการแต่งวรรณกรรมเรื่อง ทวิภพ 
ก.จิตร ภูมิศักดิ์ ข. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ค.เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ง.หลวงวิจิตรวาทการ 
จ.แม่วัน 
๒๐. แก่นของเรื่องทวิภพคืออะไร 
ก.ความรักข้ามภพของมณีจันทร์และคุณหลวงอัครเทพวรากร 
ข.การเป็นเอกอัครข้าราชทูต 
ค.ความฉลาดหลักแหลมในการใช้วาทศิลป์ไกล่เกลี่ยปัญหา 
ง.กระจกเป็นตัวแทนในการสะท้อนตัวตนของมณีจันทร์ว่า ถึงแม้เป็นหญิงสมัยใหม่ หัวคิดทันสมัย แต่ในใจแล้ว ก็มีความเป็นไทยอย่างเต็มเปี่ยม 
จ.ไม่มีข้อใดถูก
๒๔ 
เฉลยแบบฝึกหัดหลังเรียน 
๑. ง ๒. ก ๓. ข ๔. จ ๕. ก 
๖. ง ๗. ก ๘. ค ๙. ง ๑๐. จ ๑๑. ข ๑๒. ข ๑๓. ง ๑๔. ง ๑๕. จ 
๑๖. ก ๑๗. ง ๑๘. ข ๑๙. ง ๒๐. ง

วรรณกรรมเรื่อง ทวิภพ

  • 1.
    นางสาวจริยา โพธิรัตน์ รหัสประจำตัวนักศึกษา๕๖๑๓๑๑๐๙๐๑๓ นายปฏิญญา พันธ์ธร รหัสประจำตัวนักศึกษา ๕๖๑๓๑๑๐๙๐๓๑ นายศุภกร คำป้อง รหัสประจำตัวนักศึกษา ๕๖๑๓๑๑๐๙๐๓๙ นายพัทธ์ธีรา ทองดอนเหมือน รหัสประจำตัวนักศึกษา ๕๖๑๓๑๑๐๙๐๔๖ นักศึกษาชั้นปีที่ ๒ หมู่เรียน ๐๑ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗ สาขาวิชาภาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จากปลายปากกาของ “ทมยันตี”
  • 2.
    ๑ ผู้แต่ง :วิมล ศิริไพบูลย์ (ใช้นามปากกา “ทมยันตี” ในการแต่งเรื่อง ทวิภพ) วิมล ศิริไพบูลย์ เกิดที่กรุงเทพมหานคร บิดาเป็นทหารเรือ ส่วน เชื้อสายทางมารดาเคยเป็นชาววัง วิมลศึกษาชั้นประถมปีที่ ๑ ถึง มัธยมศึกษาปีที่ ๘ ที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ จากนั้นเข้าศึกษาต่อ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ภายหลังเปลี่ยนมาเรียน คณะพณิชยศาสตร์และการบัญชี จนจบอนุปริญญา ขณะเรียนในชั้นปีที่ ๓ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปสมัครเป็นครูสอนวิชา ภาษาไทย โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ เมื่อโรงเรียนรับสมัครเข้าเป็น อาจารย์ จึงลาออกจากธรรมศาสตร์ โดยระหว่างสอนหนังสือก็ได้เขียน หนังสือไปพร้อมกันด้วย วิมลเริ่มเขียนเรื่องสั้นเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ ๑๔ ปี ขณะเรียนอยู่ชั้น ม. ๔ ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสารศรีสัปดาห์ และได้เขียนเรื่องสั้นต่อเนื่องอยู่ถึง ๑๑ ปี ขณะที่เริ่มเขียนเรื่องยาว เรื่องแรกคือเรื่อง ในฝัน เมื่ออายุ ๑๙ ปี ใช้นามปากกา โรสลาเรน ตีพิมพ์ในนิตยสารศรีสัปดาห์ วิมลเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายจนอายุ ๗๐ ปีจึงเลิกเขียน หลังจากเป็นแกนนำสำคัญของชมรมแม่บ้านโจมตีขบวนการนักศึกษาในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ วิมลได้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้เป็นสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นสมาชิกวุฒิสภา, และปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้เป็นผู้อำนวยการองค์การ ขนส่งมวลชนกรุงเทพ วิมลนิยมการใช้สำนวนภาษาตามแบบหลวงวิจิตรวาทการ และนักเขียนสตรีรุ่นเก่า คือ ร. จันทพิมพะ นวนิยายหลายเรื่องถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ เช่น คู่กรรม ทั้งสองภาค ดั่งดวงหฤทัย ทวิภพ แต่งกับงาน พี่เลี้ยง เถ้ากุหลาบ ร่มฉัตร พ่อปลาไหล ในฝัน เป็นต้น วิมลมีนามปากกา ๕ ชื่อ ได้แก่ • โรสลาเรน เป็นนามปากกาแรก เทียบคำในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า "กุหลาบราชินี" ใช้เขียนเรื่องรักพาฝันหรือจินตนิยาย • ลักษณวดี ใช้สำหรับเขียนนวนิยายรัก ส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาของเหล่าเจ้าหญิงเจ้าชาย • กนกเรขา ใช้สำหรับแต่งเรื่องตลกเบาสมอง • ทมยันตี นามปากกาที่ใช้แต่งเรื่องราวที่สะท้อนชีวิตและสังคม รวมทั้งแต่งเรื่องแนวจิตวิญญาณ • มายาวดี ใช้เขียนเรื่องเกี่ยวกับศาสตร์แห่งเทวะ หรือเรื่องเล่าจากตำนาน
  • 3.
    ๒ แม้ไม่ปรากฏว่างานเขียนของทมยันตีเคยได้รับรางวัลสำคัญ แต่เป็นที่ยอมรับทั่วไปว่าทมยันตีถือเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จ มีผลงานได้รับความนิยมอย่างสูงเป็นจำนวนมาก เหตุผลที่ไม่มีผลงานของทมยัน ตีได้รับรางวัลทางวรรณกรรมใด ๆ นั้น เป็นเพราะทมยันตีไม่ประสงค์ให้นำผลงานของตนไปส่งประกวด และ ปฏิเสธการรับรางวัลทั้งปวง ทมยันตีได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ฉันเคยได้รับรางวัลจากพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาแล้ว นั่นคือรางวัลสูงสุดในชีวิต จากนั้นไม่เคยอยากได้รางวัลใด ๆ อีก เลย” และในขณะนี้ ทมยันตีได้เริ่มลงมือเขียนเรื่อง 'จอมศาสดา' ซึ่งจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่ทมยันตีจะเขียนแล้ว จากนั้นทมยันตีจะหันหน้าเข้าสู่ความสงบใต้ร่มพระศาสนา
  • 4.
    ๓ ที่มาของเรื่อง :ทวิภพ เป็นชื่อหนึ่งในบทประพันธ์ที่มีชื่อเสียงของ "ทมยันตี" ประพันธ์เพื่อตีพิมพ์ลงในนิตยสาร สกุลไทย โดยใช้ระยะเวลาในการประพันธ์ร่วม ๒ ปี ลักษณะคำประพันธ์ : เนื้อหาส่วนใหญ่ของ ทวิภพ เป็นวรรณกรรมประเภทร้อยแก้ว มีเพียงบางตอนเท่านั้นที่ ผู้แต่งได้ใช้กลวิธีในการเขียนให้น่าสนใจโดยการใช้ร้อยกรองเข้ามาสอดแทรกอยู่ด้วย เรื่องย่อ : มณีจันทร์ หรือ เมณี่ นางเอกของเรื่องเป็นบุตรีของ เอกอัครราชทูตไทย ที่บิดามารดาต้องไป อยู่ต่างบ้านต่างเมือง ตัว "เมณี่" เองได้ซื้อกระจกบานหนึ่งมาและต่อมาได้พบว่ากระจกบานนั้น สามารถพาเธอ ย้อนกลับอดีตไปในยุคของรัชกาลที่ ๕ ได้ และได้โผล่ไปที่เรือนของ "คุณหลวงอัครเทพวรากร" ข้าหลวงประจำ กรมเจ้าท่า ทำให้บ่อยครั้งที่ตัว "เมณี่" หายไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย เป็นเหตุให้เพื่อนสนิทคือ กุลวรางค์ , ไรซ์ (ตรอง) , ไรวัติ (หนุ่มที่มาติดพัน) ต้องเดือดร้อนตามหาตัวมณีจันทร์ การปรากฏตัวของมณีจันทร์ สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนในบ้านคุณหลวงเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความฉลาด สดใสร่าเริงของมณีจันทร์ ทำให้ผู้พบเห็นอดที่จะรักเธอไม่ได้ ในขณะเดียวกันมณีจันทร์ก็ พยายามทำความคุ้นเคยกับคุณหลวงอัครเทพวรากรและคุณหญิงแสร์ มารดาของคุณหลวง และเรียนรู้ ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในสมัยนั้น ยิ่งระยะเวลาผ่านไปนานเท่าไร เธอก็ยิ่งรู้สึกรักและผูกพันกับคุณหลวง และคนในบ้านคุณหลวงมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกเหนือจากที่มณีจันทร์จะข้ามภพมาพบเจอกับเนื้อคู่ที่แท้จริงใน อดีตแล้ว เธอยังต้องมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของประเทศสยามซึ่งกำลังอยู่ในช่วงคับขัน ปี ร.ศ.๑๑๒ ประเทศ "ฝรั่งเศส" และประเทศ "อังกฤษ" ซึ่งอยู่ในยุคล่าอาณานิคม ต้องการจะใช้ประเทศสยามเป็นดินแดนกันชน และ ลงท้ายด้วยการจะแบ่งแยกประเทศออกโดยเอาแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวแบ่งเขตแดน มณีจันทร์ หรือ เมณี่ จึงต้องใช้ภูมิความรู้ทางด้านภาษาช่วย "คุณหลวงอัครเทพวรากร" และ "เจ้าคุณวิศาลคดี" แก้ไขสถานการณ์ของประเทศจนสำเร็จ ในขณะเดียวกันมณีจันทร์เองก็มีอีกปัญหาหนึ่งที่รอคอยให้เธอตัดสินใจ
  • 5.
    ๔ กระจกซึ่งเป็นประตูเชื่อมกลางของทั้งสองภพ มีรอยร้าวเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เธอผ่านเข้าออกซึ่งจะต้องแตกลงใน วันใดวันหนึ่ง นั่นหมายถึงว่าเธอจะไม่สามารถเดินทางข้ามผ่านเวลาได้อีกต่อไป มณีจันทร์ตัดสินใจแต่งงานกับ คุณหลวงผู้ที่รักเธอสุดหัวใจ ในวันแต่งงานของมณีจันทร์ กระจกได้นำพามณีจันทร์และคุณหลวงข้ามภพมายัง ปัจจุบัน มณีจันทร์กราบลามารดา คุณหลวงได้ให้สัญญากับมารดาของมณีจันทร์ว่าจะรักและดูแลมณีจันทร์ซึ่ง เป็นมณีดวงเดียวในชีวิตของเขา และทั้งสองก็กลับไปยังภพอดีต กระจกบานยาวแตกลงมา เส้นทางแห่งทวิภพ ถูกปิดตาย วิจารณ์ตัวละครหลัก : ๑. คุณหลวงอัครเทพวรากร เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอมริกาคนแรก ชายหนุ่มผู้อ่อนโยน สุภาพ อ่อนหวานมีความเป็นสุภาพบุรุษ รักแผ่นดินเกิด และมีความมั่นคงต่อรักเป็นอย่างยิ่ง ๒. มณีจันทร์ เป็นตัวแทนของหญิงสาวสมัยใหม่ ที่มีความมั่นใจในตนเองสูง มีความสามารถในด้านการ ใช้ภาษาฝรั่งเศส ๓. ไรวัต นายทหารหนุ่มแห่งกองทัพบกผู้ถึงพร้อมทั้งชาติตระกูล ทรัพย์สมบัติ และความก้าวหน้าใน หน้าที่การงาน ไรวัตรักมณีจันทร์มาก แต่รู้สึกว่าการกลับมาเมืองไทยคราวนี้มณีจันทร์แปลกไป เขารู้สึกว่าเธอมีคนอื่น ทำให้เขาร้อนรุ่มใจยิ่งนัก ๔. คุณหญิงแสร์ มารดาผู้เฉลียวฉลาดของหลวงอัครเทพวรากร มีความเชื่อปรัมปรา เมื่อได้เห็นมณีจันทร์ ผ่านเข้าออกทางกระจกทำให้จึงสรุปว่าเธอนั้นมาจาก “เมืองลับแล” ๕. กุลวรางค์ เพื่อนสนิทของมณีจันทร์ในยุคปัจจุบัน เป็นสาวสมัยใหม่ มีความร่าเริงสดใส ไม่ค่อยมีความ กุลสตรีนัก เป็นผู้มีความรู้ ซึ่งได้รับการอบรมจากคุณย่าของเธอเอง ๖. ดร.ตรอง นักฟิสิกส์เพื่อนสนิทของมณีจันทร์ ชอบค้นคว้าทำการทดลอง มีเหตุผล ละเอียดรอบคอบ ข้อคิดที่ได้รับ : ทวิภพ สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยสมัยก่อนนั้นมีความรักชาติ หวงแหนแผ่นดินเกิด มีความ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างยิ่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคนไทยในยุคปัจจุบัน ให้ปฏิบัติตามด้วยความมีสำนึกรักษ์แผ่นดิน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งชีพ อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็น เอกลักษณ์ไทยที่น่าภูมิใจในการธำรงรักษาไว้ เช่น กิริยามารยาท ความเป็นกุลสตรีไทย อาหาร การแต่งกาย เป็นต้น
  • 6.
    ๕ คุณค่าของเรื่อง ๑.ด้านคุณธรรม ในตอนหนึ่งของ ทวิภพ ตอนที่ฝรั่งเศสคุกคามจะเอาดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นของไทยไป ครอบครอง ปัญหานี้คุณหลวงอัครเทพวรากร ต้องร่วมแก้ด้วย มณีจันทร์จึงใฝ่ที่จะหาทางช่วยประเทศให้พ้น จากการล่าอาณานิคม มณีจันทร์ใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่มี ช่วยงานคุณหลวงอัครเทพวรากร ในงาน ของบ้านเมืองเท่าที่เธอจะช่วยได้ และเธอก็ได้แสดงความฉลาดเฉลียวสูงสุดให้ปรากฏในด้านการใช้ภาษา ฝรั่งเศส ในตอนนี้ทำให้สามารถเห็นได้ถึงสำนึกในบุญคุณแผ่นดินของคนไทยในสมัยก่อนว่าทุกคนพร้อมที่จะ ร่วมใจกันในการปกป้องประเทศให้พ้นจากการล่าอาณานิคมของชาติมหาอำนาจในขณะนั้น นอกจากนี้ ทวิภพ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมีเมตตาของเจ้านายที่มีต่อบ่าวไพร่ จากการที่ มณีจันทร์ ไม่เคยแบ่งชนชั้นวรรณะ ไม่พูดดูถูกเหยียมหยามบ่าวไพร่ จนตัวมณีจันทร์กลายเป็นบุคคลอันเป็นที่รัก สามารถ ผูกใจคุณหญิงและบ่าวไพร่ทั้งบ้านไว้ได้ ทำให้ทุกคนรอคอยการมาเยี่ยมเยือนของเธอ และอาลัยทุกครั้งที่เธอ กลับสู่ถิ่นฐานของตน ๒.ด้านความรู้ วรรณกรรมเรื่อง ทวิภพ สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองการปกครอง การแก้ปัญหาอันชาญฉลาดในยามสงคราม ดัง อธิบายได้ดังนี้ ผู้เขียนสอดแทรกเรื่องราวในประวัติศาสตร์ไทยช่วงหนึ่งไว้ แสดงถึงความสามารถในการหาข้อมูล เชิงลึกของผู้เขียน เพราะการเขียนแนวพีเรียดนี้ประวัติศาสตร์ต้องคงเดิม เพียงแต่เพิ่มตัวละครดำเนินเรื่อง ตามจินตนาการของผู้เขียนและตามโครงเรื่องที่วางไว้ซึ่งต้องแนบเนียนมาก แสดงให้เห็นถึงความสามารถใน ด้านการประพันธ์ที่ผู้เขียนได้นำเอาเหตุการณ์ช่วงหนึ่งของสยามเรามาเขียนใหม่โดยใช้ศิลปะการเขียน จนทำ ให้ประวัติศาสตร์ที่น่าเบื่อหน่ายกลับกลายเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ ทำให้คนไทยที่ได้อ่าน ได้ชมละครโทรทัศน์ หรือชมภาพยนตร์ ก็ย่อมบังเกิดความรักชาติยิ่งขึ้น ผู้อ่านได้เห็นถึงความลำบากของบ้านเมืองในช่วงที่คนไทย เสียเปรียบคนต่างชาติ ประเทศมหาอำนาจอย่างฝรั่งเศสและอังกฤษอยู่ในยุคล่าเมืองขึ้น ในที่สุดทั้งสอง ประเทศก็เลือกไทยเป็นรัฐกันชนมากกว่าจะมาแก่งแย่งกันเอง จึงทำให้ทำให้คนไทยผู้ไม่เคยรับรู้ก็ได้ทราบ เรื่องราวในอดีตช่วงนี้ด้วย อีกอย่างได้เห็นถึงความชาญฉลาดในการแก้ปัญหาบ้านเมืองของบรรพบุรุษไทยที่ เลือกแก้ไขปรับตัวเข้ากับสถานการณ์มากกว่าที่จะดึงดันแตกหักจนอาจเป็นเมืองขึ้นเหมือนหลายประเทศ และเห็นถึงความใฝ่รู้ใฝ่เรียนในภาษาต่างชาติของคนไทยสมัยก่อนอีกด้วย ๓.ด้านอารมณ์ ดังที่กล่าวไว้ตอนต้นว่าในบางตอนของ ทวิภพ นั้น ผู้เขียนได้ใช้ศิลปะการเขียนดำเนินเรื่องราว โดยแทรกบทกลอนสั้นๆที่อ่อนช้อยละเมียดละไมเป็นช่วงๆ ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพและอรรถรสในการอ่าน มากขึ้น สัมผัสถึงความงดงามทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองได้อย่างลงตัว
  • 7.
    ๖ ตัวอย่างบทร้อยกรองที่เป็นวรรคทองในเรื่อง “โอ้เวลาป่านฉะนี้เจ้าพี่เอ๋ยจะทำสิ่งใดเลยให้สงสัย จะรู้ซึ้งถึงคนที่ห่างไกล ฤามิได้คิดคำนึงถึงคนคอย” จากกลอนบทข้างต้น เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่ามีการรำพึงรำพันถึงคนรักของคุณหลวงอัครเทพวรากร ว่า “ในเวลานี้แม่มณีกำลังทำอะไรอยู่ จะรู้หรือไม่ว่าคนที่อยู่ห่างไกลกันนั้น คิดถึง หรือว่าแม่มณีไม่ได้คิดถึงเรา เลย” รสวรรณคดีในกลอนบทนี้แก่ สัลลาปังคพิสัย “โซ่ตรวนผูกรัดสักร้อยหุน ใจมั่นมุ่งหักทลายได้ แต่ใยรักบางเบาสักเท่าใด ผูกพันไว้แนบสนิทนิจนิรันดร์” จะเห็นได้ว่ากลอนบทนี้มีการใช้โวหารภาพพจน์ คือ ปฏิพากย์ แย้งความกันเพื่อให้เกิดอารมณ์ ดังที่ ปรากฏในกลอนว่า “แม้นถูกโซ่ตรวนที่มีขนาดถึงร้อยหุนผูกมัดไว้ หากใจมุ่งที่จะทำลาย ก็สามารถทลายโซ่ ตรวนนั้นให้แหลกไปได้ แต่ใยรักแค่เส้นบางๆนั้นสามารถผูกพันไว้ตราบนานเท่านานไม่สามารถทำลายลงไป ได้” นอกจากนี้ ทวิภพ ยังถือเป็นวรรณกรรมอันล้ำค่าเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการปลูกจิตสำนึกรักชาติ รักบ้านเมือง ดังที่เห็นได้จากเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ในการล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทำให้ผู้อ่านตระหนักถึงความรักชาติและสำนึกในบุญคุณของแผ่นดินไทย เกิดความรู้สึกหวงแหนแผ่นดินและ ทราบซึ้งในความเสียสละของบรรพบุรุษ ๔.ด้านสังคม วรรณกรรมเรื่องทวิภพ เป็นวรรณกรรมที่สะท้อนสังคมในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทำให้เห็นถึงความแตกต่าง ระหว่างสังคมไทยในสมัยก่อนและปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ดังที่ปรากฏไว้ในเนื้อเรื่องดังนี้ - การแต่งกายในสมัย ร.ศ. ๑๑๒ เช่น ในวันอาทิตย์ ชาวบ้านมักนุ่งผ้าสีลิ้นจี่ สีเขียว หรือสีปูน และห่มผ้าสีโศก ในวันจันทร์ ชาวบ้านมักนุ่งผ้าสีเหลือง และห่มผ้าสีน้ำเงิน หรือ นุ่งผ้าสีนกพิราบ และห่มผ้าสีจำปา ในวันอังคาร ชาวบ้านมักนุ่งผ้าม่วง และห่มผ้าสีโศก เป็นต้น - คุณสมบัติของกุลสตรี เช่น เรื่องของเสน่ห์ปลายจวัก การปฏิบัติตนเป็นแม่ศรีเรือนของหญิงไทย และกริยาท่าทางที่อ่อนหวาน เหมาะสมต่อกาลเทศะ - การวางตัวระหว่างชายและหญิงในขณะนั้น เช่น ผู้ชายจะไม่เข้าไปในห้องนอนของผู้หญิง และไม่อยู่ด้วยกันตามลำพังกันสองต่อสองในยามวิกาล หากมี การนัดดูตัวหรือหมั้นหมายจะต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย - การแต่งงาน เช่น ในงานแต่งจะต้องมีการทำบุญตักบาตรพระ ๑๐ รูป ซึ่งในปัจจุบันนั้นเหลือเพียง ๙ รูป มีการซัดน้ำลอยดอกมะลิใส่เจ้าบ่าวเจ้าสาว เป็นต้น
  • 8.
    ๗ ๕.ด้านวรรณศิลป์ ทวิภพนวนิยายของทมยันตีมีพลังทางวรรณศิลป์อย่างสูง สามารถโน้มน้าวอารมณ์ผู้อ่านให้ เพลิดเพลินไปกับเนื้อเรื่อง ในส่วนที่เป็นร้อยแก้วผู้เขียนได้นำเสนอกลวิธีในการเขียนให้มีความน่าสนใจ กล่าวคือ ใช้ความรู้ในเรื่องภาษาไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นนวนิยายที่พรรณนาความได้ อย่างยอดเยี่ยม มีการใช้ภาษาอันประกอบด้วยโวหารที่มีความครบครันทั้งเรื่อง นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรก สำนวนบอกเวลาและสำนวนไทยไว้อีกด้วย ดังนั้นการนำเสนอเนื้อหา ในทวิภพจึงมีความงามอย่างหลากหลาย ดังนี้ การใช้คำ มีการสรรคำที่มีความหมายลึกซึ้ง สละสลวยและมีความงามทางด้านวรรณศิลป์ทั้งในด้าน ร้อยแก้วและร้อยกรองเป็นอย่างยิ่ง การเล่นเสียงสัมผัสใน โลกนี้มีสิ่งเกินฝัน อนันต์เหลือตรึกรำลึกได้ หากความฝันบรรเจิดเพริศพิไล ตื่นไย..สนิทฝันชั่วกัลปา จะเห็นว่าทวิภพ ของ ทมยันตี นอกจากจะประกอบด้วยสัมผัส บังคับตามฉันทลักษณ์แล้ว ยังได้เพิ่ม สัมผัสชิด คือผูกสัมผัสติดกันไป กล่าวคือ สัมผัสสระ ทำให้จังหวะและลีลาของคำประพันธ์ไพเราะน่าฟัง โดยเฉพาะเมื่ออ่านออกเสียง การเล่นเสียงสัมผัสระหว่างวรรค ดรุณีแรกรุ่นวัยกำดัด ทรวดทรงสารพัดไม่ขัดเขิน ผุดขึ้นกลางเรือนชานโดยบังเอิญ เทพหรือพรายผกเผินบิดเบือนกาย ฯลฯ การใช้โวหาร พรรณนาโวหาร การรอคอย…ความรู้สึกว่า หัวใจของเรานั้นคอยใครอยู่สักคนและรับรู้ถึงว่ามีใครคนนั้นคอยเราอยู่ หัวใจที่ต่างเฝ้าคอยกันและกัน คือความถวิลหาที่แสนหวาน คือความงามของหัวใจที่เปี่ยมสุขและหอมหวนอยู่ กับวันเวลาแห่งความหวัง เทศนาโวหาร เราพูดในสิ่งที่ทำไม่ได้หรือให้ผลเฉพาะหน้าเท่านั้น ทำไมเขาไม่กันถึงโครงการระยะยาวควรทำอย่างไร เราจะใช้เวลากี่ปีขจัดปัญหานี้ ระยะสั้นเรามีอุปสรรคและปัญหาอย่างไร การทำอย่างที่ทำกันอยู่มัน…เหมือน เล่น บรรยายโวหาร เทียนอบ บางคนก็ว่าหอม บางคนก็ว่าเหม็น คนโบราณน่ะ ขนม อาหาร ผ้า อบหอมทั้งนั้น จมูกต้อง ได้กลิ่น ตาต้องเห็นสวย รสต้องติดลิ้น เขาเรียกว่าเสพสามทาง
  • 9.
    ๘ สาธกโวหาร ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะยืดเวลาออกไปไม่มีประโยชน์อะไรให้เขารอคอย ให้เขาหวังลมๆ แล้งๆ บางที…การผ่าตัดย่อมดีกว่าการรักษา เจ็บหนักแล้วหายขาดดีกว่าชะลอความเจ็บปวดมิรู้สิ้น อติพจน์ ผิวทองผ่องเห็นเพ็ญยวง นางปวงงามใกล้ไม่มี งามกรรณงามแก้มแย้มยิ้ม พักตร์พริ้มเพราองค์ทรงศรี งามพระนัยนานารี รังสียิ่งจันทร์วันเพ็ญ อุปมา แม่ประยงเขาเหมือนแม่ศรีมาลา แม่มณีเขางามเหมือนนางละเวง นามนัย ถ้าเราถือว่าการหลับทำให้กายเนื้อได้พักผ่อน กายทิพย์ได้ท่องเที่ยวไป อุปลักษณ์ ฤานางเป็นเทพนฤมิต ให้ยลวิบตาแล้วหาย ฤานางเป็นเพียงนางพราย เลือนหายยามรุ่งอโณทัย ฤานางเป็นเพียงละอองน้ำ สุริย์ฉายต้องซ้ำละไอหาย ฤานางเพียงฝันพรรณราย ตื่นตาเลื่อนหายไป่คืน การใช้สำนวน สำนวนบอกเวลา ช่วงเคี้ยวหมากจืด เป็นสำนวนที่ใช้บอกเวลา โดยเทียบกับระยะเวลาในการเคี้ยวหมาก ๑ คำ คือตั้งแต่เริ่มเคี้ยวหมากจนหมากจืดหมดคำ การเคี้ยวหมากของคนแต่ก่อนเรียกว่า กินหมาก แต่ไม่ได้กินจริง ส่วนมากจะนำหมาก ใบพลูที่บ้ายปูนแล้ว เคี้ยวรวมไปกับเกล็ดพิมเสน กานพลู สีเสียด ใบเนียม และเครื่อง หอมอื่น ๆ เคี้ยวไปพอหมากพลูผสมกับน้ำลายกลายเป็นน้ำหมากสีแดงก็บ้วนทิ้งเสียครั้งหนึ่งแล้วเคี้ยวต่อไป พอมีน้ำหมากก็บ้วนน้ำหมากทิ้ง ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนหมากหมดรส เรียกว่า หมากจืด จึงคายชานหมากทิ้ง คนโบราณกะระยะเวลาที่เคี้ยวหมากคำหนึ่ง ๆ จนจืด ซึ่งเป็นเวลาประมาณ ๒๐-๓๐ นาที มาใช้อธิบาย ช่วงเวลาหนึ่ง เช่น เรารออยู่นานชั่วเคี้ยวหมากจืดเห็นจะได้ กว่าเขาจะพาเราเข้าไปพบท่านเจ้าคุณ จากที่นี่ถ้า เดินไปบ้านกำนัน ก็ไกลชั่วเคี้ยวหมากจืดนั่นแหละ ในสมัยโบราณยังไม่มีนาฬิกาบอกเวลา จึงมักคำนวณเวลา ด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำ สำนวน ชั่วเคี้ยวหมากจืด ปัจจุบันคนที่ไม่เข้าใจจึงใช้แผลงว่า * ชั่วเคี้ยวหมากแหลก ซึ่งไม่ถูก สำนวนไทย เจ๊กตื่นไฟ หมายถึง ตื่นตกใจและเอะอะโวยวายเกินกว่าเหตุ
  • 10.
    ๙ ความรู้สึกส่วนตัวของผู้วิจารณ์ วรรณกรรมเรื่องทวิภพ มีเสน่ห์ตรงที่เป็นนวนิยายรักข้ามภพที่โรแมนติก ผู้เขียนได้ใช้ภาษาสละสลวย เหมาะสมกับกาลเวลาในเรื่อง ระหว่างสองภพที่กาลเวลา แตกต่างกันภาษาในการใช้ย่อมแตกต่างกันด้วย เรื่องราวได้ถูกได้ดำเนินอย่างกลมกลืน สมจริง และสมเหตุสมผล บางครั้งอยากจะคิดว่ามันเกินความเป็นจริง แต่เรื่องราวถูกดำเนินไปด้วยกลวิธีเขียนที่แยบยลและแนบเนียนในเนื้อหา จึงกลายเป็นสิ่งน่าสนใจ สนุกสนาน ชวนติดตามเสียมากกว่า เป็นจินตนิยายที่ใช้กระจกเป็นสื่อกลางของการดำเนินเรื่องระหว่างสองภพ แสดงถึง จินตนาการอันล้ำลึกของผู้เขียนเอง ซึ่งสื่อกลางในการเชื่อมผ่านมิติก็จะแตกหักในตอนจบ และได้เห็นถึงความ รักบนความรับผิดชอบในหน้าที่ของคนไทยผู้หวงแหนรู้รักษาแผ่นดิน การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ทวิภพ สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยในสมัยก่อนนั้นมีความรักชาติ หวงแหนแผ่นดินเกิด มีความ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างยิ่ง ดังตัวอย่างที่ มณีจันทร์มีความต้องการแก้ไขอดีตของ ประเทศอย่างแรงกล้า เพราะไม่ต้องการให้ประเทศไทยเสียดินแดนเสียรู้ให้กับชาวต่างชาติด้วยเหตุที่ความรู้ ด้านภาษาไม่เพียงพอ เมื่อมณีจันทร์มีโอกาสได้กลับไปยังอดีต เธอก็ใช้ความรู้ความสามารถของเธอเพื่อ ช่วยเหลือประเทศชาติอย่างเต็มที่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคนไทยในยุคปัจจุบัน ให้ปฏิบัติตาม ด้วยความมีสำนึกรักแผ่นดิน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งชีพ ไม่จำเป็นว่าสิ่งที่ทำเพื่อประเทศชาติจะต้อง เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ หากแต่การปฏิบัติตนตามกฏหมาย รู้จักหน้าที่ของตนและปฏิบัติหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด มีความ ซื่อสัตย์สุจริตในหน้าที่การงาน ก็เป็นแนวทางที่จะช่วยให้ประเทศไทยพัฒนาไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ สำหรับการแก้ปัญหาสงครามด้วยวิธีทางการทูตก็สะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์เช่นกัน การใช้ปัญญา ใช้ วาทศิลป์ในการแก้ไขปัญหา ย่อมดีกว่าการใช้กำลังสู้รบ ทำให้ไม่เกิดความสูญเสีย ไม่มีฝ่ายใดต้องเจ็บปวด อีกทั้งสามารถสะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์ไทยที่น่าภูมิใจในการธำรงรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น เรื่องของกิริยามารยาท ความเป็นกุลสตรีไทย อาหาร การแต่งกาย ชีวิตประจำวันของคนไทยในสมัยร.๕ เป็นต้น เป็นเกร็ดความรู้รอบตัวที่สามารถนำไปใช้สอนนักเรียนได้ในอนาคต ถ่ายทอดความเป็นไทย เอกลักษณ์ ของไทย เพราะครูคือแม่พิมพ์ คือแบบอย่างที่ดีของเยาวชน ครูจึงควรมีความรู้ในด้านวัฒนธรรมประเพณี ของชาติ ในเนื้อเรื่องที่กล่าวถึงการเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต การถูกรุกรานจากประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษ สาเหตุที่ประเทศสยามเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เกิดจากบุคคลากรในประเทศที่มีความรู้ในภาษาต่างประเทศไม่ เพียงพอ จึงสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและจำเป็นในการเรียนรู้และศึกษาภาษาต่างประเทศอย่างถ่องแท้ เพื่อความรู้เท่าทัน เพื่อการติดต่อสื่อสาร การทำการค้าต่าง ๆ สอดคล้องกับในปัจจุบันที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ การเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน การเปิดประเทศจะก่อให้เกิดการหลั่งไหลเข้ามาของชาวต่างชาติ หากคน ไทยในปัจจุบันไม่รู้ในภาษาต่างประเทศ ก็จะเกิดความเสียเปรียบในทุก ๆ ด้าน ซึ่งคนไทยควรตระหนักถึง ความสำคัญของภาษาต่างประเทศ แต่ก็อย่าหลงลืมความเป็นไทย ควรอนุรักษ์และใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
  • 11.
    ๑๐ คลังคำศัพท์ ลำดับที่ คำศัพท์ หน้าที่ของคำ ความหมาย ๑. เศียร นาม ศีรษะ ๒. อาวรณ์ กริยา คิดกังวลถึง ๓. ทูต นาม ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนไปยังต่างประเทศ เพื่อเจรจาหรือเจริญไมตรีทางราชการ ๔. เสน่ห์ นาม ลักษณะที่ชวนให้รัก , เครื่องที่ทำให้คนอื่นรัก ๕. อาณานิคม นาม ประเทศที่อยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศอื่น ๖. ปรารภ กริยา กล่าวถึง ๗. ปราดเปรียว กริยา กิริยาที่ว่องไว ๘. ตะบัน กริยา ชก , ต่อย ๙. อนาทร กริยา เป็นทุกข์เป็นร้อน ๑๐. ฉลุ กริยา ทำให้เป็นรูๆ มีลวดลายต่างๆ ๑๑. เปรต นาม สัตว์พวกหนึ่งเกิดในอบายภูมิ คือ แดนทุกข์, ผีเลว จำพวกหนึ่ง มีหลายชนิด ชนิดหนึ่งตามที่ว่ากันว่ามี รูปร่างสูงโย่งเย่งเท่าต้นตาล ผมยาวหยอกหยอย คอ ยาว ผอมโซ มีปากเท่ารูเข็ม มือเท่าใบตาล กินแต่ เลือดและหนองเป็นอาหาร มักร้องเสียงดังวีดๆ ใน ตอนกลางคืน ๑๒. เขรอะ กริยา เปื้อนคราบสกปรกมากมาย ๑๓. แอร่ม กริยา งามแพรวพราว ๑๔. โบราณ วิเศษณ์ เก่าแก่ ๑๕. หอบ กริยา หายใจถี่ด้วยความเหนื่อย หรืออ่อนเพลีย ๑๖. ร้าว กริยา แตกเพียงเป็นรอย ๑๗. พิพาท กริยา โต้เถียงกัน, โต้แย้งกัน, พูดเกี่ยงแย่งกัน ๑๘. ยวบ กริยา อาการที่ไหวจะยุบลง ๑๙. กระเช้า นาม ตะกร้า ๒๐. ระรวย กริยา แผ่วๆ, เบาๆ, รื่นๆ ๒๑. สลวย วิเศษณ์ เรียบร้อยงดงาม ๒๒. ละม้าย กริยา เกือบจะเหมือน
  • 12.
    ๑๑ ๒๓. นโยบาย นาม หลักและวิธีปฏิบัติซึ่งถือเป็นแนวดำเนินการ ๒๔. รสนิยม นาม ความพอใจ ความชอบ ๒๕. เลอเลิศ กริยา ยอดดีหรือยอดเยี่ยมในทางใดเป็นพิเศษ ๒๖. อีหรอบ นาม ชาวต่างชาติ คนตะวันตก ๒๗. คันฉ่อง นาม กระจก ๒๘. ซิกาแร็ต นาม บุหรี่ ๒๙. วาระ นาม เวลาที่กำหนดแน่นอน ๓๐. กระทรวง นาม ส่วนราชการหนึ่งในราชการบริหารส่วนกลาง ซึ่งมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นหัวหน้า ๓๑. คาดคะเน กริยา เดา, ประมาณ, กะ ๓๒. ฟั่นเฟือน วิเศษณ์ คุ้มดีคุ้มร้าย, สติไม่ค่อยดี ๓๓. ดำรง กริยา คงอยู่, คงไว้ ๓๔. อิดโรย กริยา อ่อนเพลีย, ละเหี่ย ๓๕. สร่าง กริยา ทุเลาอาการลง ๓๖. อากัปกิริยา นาม กิริยาท่าทาง ๓๗. ธรณีประตู นาม บริเวณไม้รองรับกรอบล่างของประตู ๓๘. พินาศ กริยา เสียหายวอดวายอย่างแสนสาหัส ๓๙. ทฤษฎี นาม ลักษณะที่คิดคาดเอาตามหลักวิชา เพื่อเสริมเหตุผล และรากฐานให้แก่ปรากฏการณ์หรือข้อมูลใน ภาคปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นมาอย่างมีระเบียบ ๔๐. กรรณ นาม หู ๔๑. พักตร์ นาม ใบหน้า ๔๒. นัยนา นาม ตา ๔๓. พยับแดด นาม แสงแดดกล้าที่ปรากฏในระยะไกลเป็นระยิบระยับ ลวงตา ทำให้เห็นเป็นน้ำ ๔๔. ตรลบ กริยา กระจายไปทั่ว, ฟุ้งกระจายขึ้นไปทั่ว ๔๕. พิภพ นาม โลก, ปฐพี ๔๖. วิหค นาม นก ๔๗. โศภน นาม ความงาม, ผ่องใส ๔๘. ยรรยง วิเศษณ์ งามสง่า, กล้าหาญ
  • 13.
    ๑๒ ๔๙. พงศ์ นาม ตระกูล, เหล่ากอ, วงศ์วาน ๕๐. ปัจถรณ์ นาม ที่นอน, เครื่องปูลาด ๕๑. ไป่ กริยา บ่, ไม่ ๕๒. แย้มเยื้อน กริยา อาการยิ้มเพียงเล็กน้อย ๕๓. มณี นาม แก้วหินสีแดงในจำพวกนพรัตน์ ๕๔. พะวักพะวน กริยา อาการกังวลใจ ๕๕. กระชาก กริยา กระตุก, ดึง, ฉุด ๕๖. คละคลุ้ง กริยา มีกลิ่นตลบ (มักใช้กับกลิ่นเหม็น) ๕๗. วิจิตร วิเศษณ์ ที่งามหยดย้อย ๕๘. สัญชาตญาณ นาม ความรู้ที่มีมาแต่กำเนิดของคนและสัตว์ ทำให้มี ความรู้สึกและกระทำได้เองโดยไม่ต้องมีใครสั่งสอน ๕๙. ระคน กริยา ปน, ผสม ๖๐. กระแอม กริยา เสียงที่คล้ายการไอ ๖๑. โหย่ง กริยา อาการที่เดินหรือวิ่งไม่เต็มเท้า คือ จดแต่ปลายเท้า เพื่อทำให้ตนสูงขึ้น หรือเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง ๖๒. ชะแง้ กริยา เฝ้าคอยด้วยใจจดจ่อ ๖๓. ตวาด กริยา ขู่เต็มเสียง, คุกคามด้วยแผดเสียง, พูดเสียงดัง ๖๔. คมสัน วิเศษณ์ มีหน้าตาท่าทางเข้าทีน่าดู ๖๕. โฉมยง นาม รูปร่างงามสง่า ๖๖. ตั่ง นาม ที่สำหรับนั่ง ไม่มีพนัก อาจมีขาหรือไม่มีขาก็ได้ ๖๗. ถ้วยกังไส นาม เครื่องถ้วยปั้นที่ทำมาจากแคว้นเกียงสีในประเทศจีน ๖๘. ล่ำสัน วิเศษณ์ มีรูปร่างล่ำและแข็งแรง (มักใช้กับผู้ชาย) ๖๙. ผะผ่าว วิเศษณ์ วูบๆ วาบๆ, เป็นคำประกอบคำว่า ร้อน ๗๐. ปรอท นาม เครื่องวัดอุณหภูมิ ๗๑. กระเปาะ นาม ฐานที่ฝังเพชรพลอยเป็นหัวแหวนหรือตุ้มหู ๗๒. กระวนกระวาย กริยา วุ่นวายใจ แสดงอาการวุ่นวายไม่เป็นสุข ๗๓. ชะมด นาม ชื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Viverridae ซึ่งเป็น วงศ์เดียวกับอีเห็นและพังพอนหน้าแหลม รูปร่าง
  • 14.
    ๑๓ เพรียว สีเทาหรือนํ้าตาลมีลายจุดสีดำตามยาวทั่ว ตัว หางและขนหางยาวมีลายเป็นปล้อง มีต่อมกลิ่น ใกล้เครื่องเพศ มักออกหากินในเวลากลางคืน ๗๔. จั่น นาม เครื่องดักสัตว์ทั้งในนํ้าและบนบก มีรูปคล้ายกรง มี หลายชนิด เรียกประตูนํ้าอย่างโบราณที่ใช้ไม้ซุงขวาง กันว่า ปากจั่น ๗๕. วิทยาการ นาม ความรู้แขนงต่าง ๆ ๗๖. เนรมิตร กริยา บันดาลให้เกิดมีขึ้นมา ๗๗. ตะคุ่ม วิเศษณ์ ที่เห็นเป็นเงาดำ ๆ เพราะอยู่ในที่หรือในระยะที่เห็น ไม่ถนัด ๗๘. อุทาน นาม เสียงหรือคำที่เปล่งออกมาเวลาตกใจ ดีใจ หรือ เสียใจ เป็นต้น ในไวยากรณ์เรียกคำหรือเสียงที่เปล่ง ออกมาเช่นนั้นว่า คำอุทาน ๗๙. อุณาโลม นาม ขนระหว่างคิ้ว ๘๐. วิวัฒนาการ นาม กระบวนการเปลี่ยนแปลงหรือคลี่คลายไปสู่ภาวะที่ดี ขึ้นหรือเจริญขึ้น ๘๑. พิลึก วิเศษณ์ ผิดปรกติ ๘๒. ดินสอพอง นาม ดินอย่างหนึ่งสีขาว ใช้ทาตัวอย่างแป้ง ๘๓. สำเนียง นาม เสียง, น้ำเสียง, ทำนองเสียง ๘๔. ตะเกียง นาม เครื่องใช้สำหรับตามไฟ มีรูปต่าง ๆ บางชนิดมีหลอด บังลม ลักษณนามว่า ดวง ๘๕. เจียระไน กริยา ทำเพชรพลอยหรือแก้วให้เป็นเหลี่ยมหรือรูปตาม ต้องการแล้วขัดเงา ๘๖. พิศวง กริยา แปลกใจ หลากใจ ๘๗. จันทน์กระพ้อ นาม ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง (สูงประมาณ ๕ - ๑๕ เมตร) ต้นค่อนข้างตรง เปลือกเกลี้ยง เรือนยอดเป็น พุ่มรีหรือกว้างใบเป็นใบเดี่ยว รูปรียาว ขนาดยาว ๗ - ๙ เซนติเมตร กว้าง ๒ - ๓ เซนติเมตร สีเขียวเข้ม เรียงตัวแบบเวียนไปตามกิ่งห่างๆ กัน ดอกออกตาม กิ่งเป็นช่อเล็กๆ ทยอยบานครั้งละ ๑ - ๒ ดอก แต่ มักจะมีช่อหลายช่อเป็นกระจุกและเรียงเป็นระยะๆ
  • 15.
    ๑๔ ตามกิ่งดอกขนาด ๑.๒-๑.๕เซนติเมตร กลีบเลี้ยงมี ขนสีน้ำตาลกลีบดอกเรียงเวียนซ้อนเกยกันเล็กน้อย ด้านในสีขาวนวลหรืออมชมพู ด้านนอกมีแถบแคบๆ มีขนละเอียดสีน้ำตาลอมแดง กลิ่นหอมแรง ออก ดอกในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ๘๘. โทสะ กริยา ความโกรธ ความฉุนเฉียว ๘๙. โตก นาม ภาชนะอย่างหนึ่ง มีเชิงสูง ใช้เป็นสำรับอาหาร ๙๐. กังวาน วิเศษณ์ ก้องอยู่ได้นาน ๙๑. จักษุ นาม ดวงตา ๙๒. ถลา กริยา โผผวา ๙๓. พิโอดพิโอย กริยา ร้องเพราะความเจ็บปวด ๙๔. ฉุยฉาย วิเศษณ์ กรีดกราย ๙๕. หลักสูตร นาม ประมวลวิชาและกิจกรรมต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ใน การศึกษาเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ๙๖. กุลสตรี นาม หญิงผู้มีตระกูลและมีความประพฤติดี ๙๗. นาฏศิลป์ นาม ศิลปะแห่งการละครหรือการฟ้อนรำ ๙๘. บาตร นาม ภาชนะชนิดหนึ่งสำหรับภิกษุสามเณรใช้รับอาหาร บิณฑบาต ๙๙. ใคร่ครวญ กริยา ตรึกตรอง พิจารณา คิดทบทวน ๑๐๐. บรรดาศักดิ์ นาม ฐานันดรศักดิ์ที่พระราชทานแก่ข้าราชการหรือ บุคคลทั่วไป แบ่งออกเป็น เจ้าพระยา พระยา พระ หลวง ขุน หมื่น พัน และทนาย โดยมีราชทินนาม ต่อท้าย ๑๐๑. ประวัติศาสตร์ นาม วิชาว่าด้วยเหตุการณ์ที่เป็นมาหรือเรื่องราวของ ประเทศชาติเป็นต้นตามที่บันทึกไว้เป็นหลักฐาน ๑๐๒. เผ่นแผล็ว กริยา อาการที่กระโดดโจนไปโดยไม่รั้งรอ ๑๐๓. สัมปชัญญะ นาม ความรู้ตัวอยู่เสมอ ความไม่เผลอตัว มักใช้เข้าคู่กับ คำ สติ เป็น สติสัมปชัญญะ ๑๐๔. ละเหี่ย กริยา อ่อนใจ อิดโรย ๑๐๕. เหลื่อม วิเศษณ์ เลยไป ลํ้าไป ลํ้ากัน ไม่เสมอกัน ๑๐๖. เฉก วิเศษณ์ เช่น เหมือน
  • 16.
    ๑๕ ๑๐๗. พระราชนิพนธ์ กริยา การแต่งบทประพันธ์หรือบทเพลง (ใช้กับพระมหากษัตริย์) ๑๐๘. ประชวร กริยา ป่วย, ไม่สบาย ๑๐๙. สรง กริยา อาบน้ำ ๑๑๐. เสวย กริยา กิน ๑๑๑. ประโลม กริยา ทำให้เป็นที่เบิกบานพึงอกพึงใจ ๑๑๒. อาณาจักร นาม เขตแดนที่อยู่ในอำนาจปกครองของประเทศหนึ่ง ๆ ๑๑๓. แสนยานุภาพ นาม อำนาจทางทหาร, อานุภาพทางทหาร ๑๑๔. ชิวหา นาม ลิ้น ๑๑๕. อาสัญ กริยา ตาย ๑๑๖. วรรณคดี นาม วรรณกรรมที่ได้รับยกย่องว่าแต่งดีมีคุณค่าเชิง วรรณศิลป์ ๑๑๗. สะท้าน กริยา รู้สึกเย็นเยือกเข้าหัวใจ ทำให้ครั่นคร้าม หรือหวั่น กลัวจนตัวสั่น ๑๑๘. โจงกระเบน กริยา ม้วนชายผ้านุ่งแล้วสอดไปใต้หว่างขา ดึงขึ้นไปเหน็บ ขอบผ้านุ่งด้านหลังระดับบั้นเอว เรียกวิธีนุ่งผ้า เช่นนั้นว่า นุ่งผ้าโจงกระเบน. ๑๑๙. บัดดล วิเศษณ์ ทันใดนั้น ๑๒๐. ทวาร นาม ประตู ๑๒๑. วิวาห์ กริยา แต่งงาน, สมรส ๑๒๒. ทาส นาม บ่าวทั่วไป ผู้ที่ขายตัวลงเป็นคนรับใช้หรือที่นายเงิน ไถ่ค่าตัวมา เรียกว่า ทาสนํ้าเงิน ผู้ที่เป็นลูกของ ทาสนํ้าเงิน เรียกว่า ทาสเรือนเบี้ย หรือ ทาสในเรือน เบี้ย ทาสที่เอาเงินไปซื้อมา เรียกว่าทาสสินไถ่ ผู้ที่ เป็นคนเชลย เรียกว่า ทาสเชลย ถ้าใช้คู่กันว่า ทาส ทาสี ก็หมายความว่า ทาส เป็นบ่าวผู้ชาย และ ทาสี เป็นบ่าวผู้หญิง ๑๒๓. เล็ม กริยา เย็บชายผ้า, เก็บทีละน้อย, กินทีละน้อย ๑๒๔. เสลา วิเศษณ์ เปลา, โปร่ง, สวย, งาม, เกลี้ยงเกลา, เฉลา ๑๒๕. ประณีต วิเศษณ์ ละเอียดลออ เรียบร้อยงดงาม ๑๒๖. ยุรยาตร กริยา เดิน แผลงเป็น ยวรยาตร หรือ ยัวรยาตร
  • 17.
    ๑๖ ๑๒๗. พินิจ กริยา พิจารณา ตรวจตรา ๑๒๘. ราชปะแตน นาม เสื้อนอกคอปิดมีกระดุม ๕ เม็ดกลัดตลอดอย่าง เครื่องแบบปรกติขาวของข้าราชการ ๑๒๙. ตาลปัตร นาม พัดเปรียญ, พัดยศ, ตาลิปัตร ๑๓๐. จรจรัล กริยา เที่ยวไป เดินไป ๑๓๑. ซิ่น นาม ผ้าถุง เป็นผ้านุ่งของสตรี ๑๓๒. ประหาร นาม การฆ่า, การตี, การฟัน, การล้าง, การผลาญ, การ ตบตี, การกระทบ ๑๓๓. สงคราม นาม การรบใหญ่ที่มีคนจำนวนมากต่อสู้ฆ่าฟันกัน โดย ปริยายหมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น ๑๓๔. โรยรา กริยา น้อยไป เสื่อมไป ๑๓๕. ราตรี นาม กลางคืน เวลามืดคํ่า ๑๓๖. เล่ห์ นาม กลอุบายหรือเงื่อนงำอันอาจทำให้คนอื่นหลงผิด เข้าใจผิด ๑๓๗. นวยนาด กริยา เยื้องกราย กรีดกราย ๑๓๘. เขนย นาม หมอนหนุน ราชาศัพท์ว่า พระเขนย ๑๓๙. ทนต์ นาม ฟัน ๑๔๐. ทับทิม นาม พลอยสีแดงชนิดหนึ่ง เรียกสิ่งที่เป็นเกล็ดสีม่วงแก่ เมื่อละลายนํ้าจะออกเป็นสีทับทิม ๑๔๑. ขนง นาม คิ้ว ๑๔๒. เกศา นาม ผม ๑๔๓. สารพัด วิเศษณ์ ในที่ทั้งปวง, ทุกแห่ง, ทั้งหมด, ทุกอย่าง ๑๔๔. หยำฉ่า กริยา กินน้ำชา, เดิมเป็นสถานที่ขายน้ำ มีคนเดินโต๊ะเป็น หญิง ต่อมาสถานที่นี้กลายเป็นที่ให้หญิงรับจ้างหา เงินทางการประเวณี หยำฉ่าเลยมีความหมายว่าโรง หญิงนครโสเภณี ๑๔๕. สุริยะ นาม พระอาทิตย์, ดวงอาทิตย์ ๑๔๖. อัสดง กริยา ตกไป (ใช้กับพระอาทิตย์) ๑๔๗. นฤมิตร กริยา บันดาลให้เกิดมีขึ้นมา ๑๔๘. อโณทัย นาม พระอาทิตย์เพิ่งขึ้น ๑๔๙. สุริย์ นาม พระอาทิตย์, ดวงอาทิตย์
  • 18.
    ๑๗ ๑๕๐. ข้าวแช่ นาม เป็นชื่ออาหารชนิดหนึ่ง มีข้าวสุกขัดแช่น้ำเย็น ซึ่งมัก เป็นน้ำดอกไม้ แล้วกินกับเครื่องกับข้าวต่าง ๆ เช่น ลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้ เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน หัว หอมสอดไส้ ผักกาดเค็มผัดหวาน ปลาแห้ง และ เครื่องผัดหวานต่าง ๆ นิยมรับประทานในหน้าร้อน ปัจจุบัน อาจใส่น้ำแข็งในข้าวแช่ด้วย อ้างอิง ทมยันตี, (วิมล ศิริไพบูลย์). (๒๕๕๑). ทวิภพ เล่ม ๑, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม. ทมยันตี, (วิมล ศิริไพบูลย์). (๒๕๕๑). ทวิภพ เล่ม ๒, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม. วิมล ศิริไพบูลย์ (ทมยันตี). (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก: http://fanclub.hunsa.com/star/ (วันที่ค้นข้อมูล: ๒ กันยายน ๒๕๕๖). วิมล เจียมเจริญ. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก: http://th.wikipedia.org/wiki/ (วันที่ค้นข้อมูล: ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖).
  • 19.
    ๑๘ แบบฝึกหัดก่อนเรียน คำชี้แจงข้อสอบปรนัย ๒๐ ข้อ ให้นักเรียนตอบคำถามด้วยการกาเครื่องหมายกากบาท (x) ลงบนตัวอักษร หน้าข้อความที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ๑. ใครคือผู้แต่งวรรณกรรมเรื่องทวิภพ ก. ทมยันตี ข.กุหลาบน้ำเงิน ค.นทีทม ง.ทัศนัย จ.นันทวรรณ ๒. วรรณกรรมเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกลงในนิตยสารใด ก.นิตยสารคู่สร้าง-คู่สม ข.นิตยสารเรื่องเร้นลับ ค.นิตยสารหญิงไทย ง.นิตยสารสกุลไทย จ.นิตยสารหนีกรุง ๓. วรรณกรรมเรื่องทวิภพนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ข้อใดถูกที่สุด ก.การสู้รบโดยการทำสงคราม ข.วรรณกรรมตลกขบขัน ค.ความรักต่างภพ ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ง.การผจญภัย จ.ไม่มีข้อถูก ๔. นางเอกของเรื่องคือใคร ก.มณีจันทร์ ข.มุนี ค.มินนี่ ง.จันทร์มณี จ.ลำยอง ๕. พระเอกของเรื่องมีชื่อว่าอะไร ก.เทพวรินทร ข.เจ้าคุณวิศาลคดี ค.ไรวัต ง.คุณหลวงอัครเทพวรากร จ.นราเทพ ๖. นางเอกของเรื่องได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยใด ก. รัชกาลที่ ๒ ข.รัชกาลที่๕ ค.รัชกาลที่๖ ง.รัชกาลที่๔ จ.รัชกาลที่๓ ๗. สถานที่ที่นางเอกข้ามภพไปคือที่ใด ก.บ้านของปิแอร์ ข.ในเรือนของพระเอก ค.วังหลวง ง.ห้องของประยงค์ จ.ไม่มีข้อใดถูก ๘. แม่ของพระเอกชื่อว่าอะไร ก.คุณหญิงสรเดช ข.กุลวรางค์ ค.ปภัสรา ง.คุณหญิงแสร์ จ.คุณหญิงมาลิดา ๙. เพื่อนสนิทของนางเอกในยุคปัจจุบันคือใคร ก.ม้วน ข.ประยงค์ ค.ตรองและกุลวรางค์ ง.อิ่ม จ.ข้อ ก และ ง ถูกต้อง ๑๐. คนที่ติดตามรับใช้และเป็นคนสนิทของนางเอกในสมัยอดีตคือใคร ก.ม้วน ข.อิ่ม ค.แก้ว ง.นุ่ม จ.ตรอง ๑๑. คู่หมั่นหมายของพระเอกคือใคร ก.กุลวรางค์ ข.คุณหญิงสรเดช ค.มาลิดา ง.คุณจันทร์ จ.ประยงค์ ๑๒. ในเรื่องมีสิ่งใดเป็นสื่อกลางในการข้ามผ่านระหว่างสองภพ ก.ประตู ข.กระจก ค.หน้าต่าง ง.ภาพวาด จ.อ่างน้ำ
  • 20.
    ๑๙ ๑๓. นางเอกข้ามภพมาช่วยเหลือพระเอกในเรื่องใด ก.การจัดงานเลี้ยงต้อนรับเอกอัครราชฑูตจากต่างประเทศ ข.การแสดงละครในงานการกุศล ค.การสอนหนังสือในวังหลวง ง.ช่วยเหลือด้านการแพทย์ เพื่อรักษาผู้คนในสงคราม จ.ช่วยกู้สถานการณ์ของประเทศสยาม ในช่วงที่ประเทศฝรั่งเศส และประเทศอังกฤษ กำลังล่าอาณานิคม ๑๔. นางเอกใช้ความรู้ด้านใดในการช่วยเหลือพระเอก ก.ภาษา ข.การแสดง ค.การสอนหนังสือ ง.การแพทย์ จ.การค้าขาย ๑๕. ทวิภพได้ถูกนำดัดแปลงเป็นการแสดงชนิดใดต่อไปนี้ ก.ละครเวที ข.ละครชาตรี ค.โขน ง.ละครจักรๆวงศ์ๆ จ.ละครพันทาง ๑๖.พ่อของนางเอก ทำอาชีพเกี่ยวกับอะไร ก.ธุระกิจส่งออกเครื่องเพชร ข.ธุระกิจการบิน ค.รับราชการทหาร ง.เอกอัครราชทูตไทย จ.ธุระกิจค้าขายเครื่องสังคโลก ๑๗. สิ่งที่ติดตัวนางเอกและคอยเตือนเวลาในการเชื่อมต่อยังโลกปัจจุบันและอดีตคืออะไร ก.นาฬิกา ข.สร้อยข้อมือ ค.หนังสือ ง.โทรศัพท์ จ.แหวน ๑๘.สิ่งที่เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างสองภพของเรื่องนี้ปรากฏอยู่ที่ใดบ้าง ก.บ้านของม้วน ข.ที่ทำงานของไรวัต ค.บ้านของแม่ประยงค์ ง.บ้านของนางเอกและพระเอก จ.บ้านของกุลวรางค์ ๑๙. ทุกครั้งที่มีการเดินทางข้ามภพจะเกิดอะไรขึ้นกับสิ่งที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างสองภพ ก.เกิดการระเบิด ข.เกิดรอยร้าวของกระจก ค.เกิดรุ้งกินน้ำ ง.เกิดบาดแผลที่ร่างกายนางเอก จ.เกิดลมพายุ ๒๐. ผู้แต่งต้องการสอดแทรกข้อคิดต่างๆลงในวรรณกรรม “ทวิภพ” ยกเว้นข้อใด ก.ความหวงแหนแผ่นดินเกิด ข.ความเสมอภาคระหว่างชายและหญิง ค.วิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่งดงามของคนไทยในสมัยอดีต ง.ความเก่งกาจในการทำสงครามยุทธหัตถี จ.กริยามารยาทความเป็นกุลสตรีไทย
  • 21.
    ๒๐ เฉลยแบบฝึกหัดก่อนเรียน ๑.ก ๒. ง ๓. ค ๔. ก ๕. ง ๖. ข ๗. ข ๘. ง ๙. ค ๑๐. ก ๑๑. จ ๑๒. ข ๑๓. จ ๑๔. ก ๑๕. ก ๑๖. ง ๑๗. ก ๑๘. ง ๑๙. ข ๒๐. ง
  • 22.
    ๒๑ แบบฝึกหัดหลังเรียน คำชี้แจงข้อสอบปรนัย ๒๐ ข้อ ให้นักเรียนตอบคำถามด้วยการกาเครื่องหมายกากบาท (x) ลงบนตัวอักษร หน้าข้อความที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ๑. คุณวิมล ศิริไพบูลย์ ใช้นามปากกาใดในการประพันธ์วรรณกรรมเรื่อง ทวิภพ ก.โรสลาเลน ข. ลักษณวดี ค.กนกเรขา ง.ทมยันตี จ.มายาวดี ๒. การแต่งกายในวันอาทิตย์ของผู้คนในสมัย ร.ศ. ๑๑๒ นิยมแต่งแบบใด ก.นุ่งผ้าสีลิ้นจี่ สีเขียว หรือสีปูน และห่มผ้าสีโศก ข.นุ่งผ้าสีเหลือง และห่มผ้าสีน้ำเงิน หรือ นุ่งผ้าสีนกพิราบ และห่มผ้าสีจำปา ค.นุ่งผ้าม่วง และห่มผ้าสีโศก ง. นุ่งผ้าสีแดง และห่มผ้าสีชมพู จ.ชุดไทยราชนิยม ๓. คุณสมบัติในข้อใดที่สะท้อนถึงความเป็นกุลสตรีของมณีจันทร์อย่างเด่นชัดที่สุด ก.การเจรจาทางการทูต ข.มีเสน่ห์ปลายจวัก เก่งงานบ้านงานเรือน ค.ทำงานได้เสมอชายชาตรี ง.รู้หนังสือเทียบเท่าบุรุษเพศ จ.รักชาติ ห้าวหาญ ทระนง ๔. การนัดดูตัวหรือหมั้นหมายกันระหว่างหนุ่มสาวในสมัย ร.ศ.๑๑๒ จะต้องมีผู้ใดเห็นชอบด้วย ก.บิดา มารดา ข.พี่น้อง ค.ทาส ง.ผู้ใหญ่ที่มีความเกี่ยวข้องระหว่างหนุ่มสาวทั้งสอง จ.ถูกทั้งข้อ ก. และ ง. ๕. การแต่งงานในสมัย ร.ศ. ๑๑๒ กับปัจจุบัน แตกต่างกันอย่างไรในเรื่องการทำบุญตักบาตรพระ ก.ในงานแต่งจะต้องมีการทำบุญตักบาตรพระ ๑๐ รูป ซึ่งในปัจจุบันนั้นเหลือเพียง ๙ รูป ข.ปัจจุบันไม่มีการทำบุญตักบาตรพระในพิธีแต่งงาน ค.ในสมัยร.ศ. ๑๑๒ มีการเทศน์มหาชาติในงานแต่ง แต่ปัจจุบันไม่มี ง.พิธีแต่งงานในปัจจุบันจะต้องนิมนต์พระสงฆ์เข้าร่วมพิธีผ่านประตูเงินประตูทอง จ.ไม่มีข้อใดถูกต้อง ๖. เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ข้อใดต่อไปนี้มีความเกี่ยวข้องกับวรรณกรรม เรื่องทวิภพ ก.การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ข.การเผยแพร่ศาสนาของมิชชันนารี ค.การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ง.การล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสและอังกฤษ จ.เหตุการณ์การเปลี่ยนปลงระบอบการปกครอง ๗. เทคนิคการเพิ่มสุนทรียภาพในการประพันธ์วรรณกรรมของ ทมยันตี คืออะไร ก. การสอดแทรกร้อยกรองในตอนสำคัญๆ ข.การใช้เครื่องหมายวรรคตอน ค.ใช้หลักธรรมในการผูกเรื่อง ง.การใช้กวีนิพนธ์อังกฤษยกระดับโครงเรื่องให้มีความเป็นสากลยิ่งขึ้น จ.ใช้สำนวนไทยเป็นจำนวนมาก
  • 23.
    ๒๒ “โอ้เวลาป่านฉะนี้เจ้าพี่เอ๋ย จะทำสิ่งใดเลยให้สงสัย จะรู้ซึ้งถึงคนที่ห่างไกล ฤามิได้คิดคำนึงถึงคนคอย” จงใช้บทประพันธ์ข้างต้นตอบคำถามในข้อ ๘ และ ๙ ๘. จากบทประพันธ์ข้างต้นกล่าวถึงผู้ใด ก.คุณหลวงอัครเทพวรากร ข.คุณหญิงแสร์ ค.มณีจันทร์ ง.กุลวรางค์ จ.แม่ประยงค์ ๙. จากบทประพันธ์ข้างต้นมีรสวรรณคดีประเภทใด ก.เสาวรจนีย์ ข.นารีปราโมทย์ ค.พิโรธวาทัง ง.สัลลาปังคพิสัย จ.พรรณาโวหาร “โซ่ตรวนผูกรัดสักร้อยหุน ใจมั่นมุ่งหักทลายได้ แต่ใยรักบางเบาสักเท่าใด ผูกพันไว้แนบสนิทนิจนิรันดร์” จงใช้บทประพันธ์ข้างต้นตอบคำถามในข้อ ๑๐ – ๑๒ ๑๐. จากบทประพันธ์ข้างต้นใช้โวหารชนิดใด ก.สัทพจน์ ข.บุคลาธิษฐาน ค.อธิพจน์ ง.อวพจน์ จ.ปฏิพากย์ ๑๑. บทประพันธ์ข้างต้นเป็นร้อยกรองประเภทใด ก.โคลงสี่สุภาพ ข.กลอนสุภาพ ค.กาพย์ยานี ๑๑ ง.กาพย์ฉบัง ๑๖ จ.กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ ๑๒. บทประพันธ์ข้างต้นสามารถถอดความได้ว่าอย่างไร ก.ใยรักบางเบา ย่อมตัดขาดได้ง่ายดาย ข.แม้นถูกโซ่ตรวนที่มีขนาดถึงร้อยหุนผูกมัดไว้ หากใจมุ่งที่จะทำลาย ก็สามารถทลายโซ่ตรวนนั้นให้แหลกไปได้ แต่ใยรักแค่เส้นบางๆนั้นสามารถผูกพันไว้ตราบนานเท่านานไม่สามารถทำลายลงไปได้ ค.โซ่ตรวนกับใยรักมีความแน่นแข็งแรงเท่าๆกันไม่สามารถตัดให้ขาดลงไปได้โดยง่าย ง.ข้อ ก. และ ค. ถูกต้อง จ.ไม่มีข้อใดถูกต้อง ๑๓. “เราพูดในสิ่งที่ทำไม่ได้หรือให้ผลเฉพาะหน้าเท่านั้น ทำไมเขาไม่กันถึงโครงการระยะยาวควรทำอย่างไร เราจะใช้เวลากี่ปีขจัดปัญหานี้ ระยะสั้นเรามีอุปสรรคและปัญหาอย่างไร การทำอย่างที่ทำกันอยู่มัน…เหมือน เล่น” จากข้อความดังกล่าวเป็นโวหารชนิดใด ก.สาธกโวหาร ข.บรรยายโวหาร ค.พรรณนาโวหาร ง.เทศนาโวหาร จ.อุปมาโวหาร ๑๔. ช่วงเคี้ยวหมากจืด หมายความว่าอย่างไร ก.ช่วงชีวิตที่ขาดสีสันไร้รสชาติ ข.คนที่ทำตัวเย็นชาจืดชืด ค.หมากที่ไร้รสชาติเคี้ยวไม่ได้รส ง.สำนวนบอกเวลา โดยเทียบกับระยะเวลาในการเคี้ยวหมาก ๑ คำ คือตั้งแต่เริ่มเคี้ยวหมากจนหมากจืดหมดคำ จ.คนที่ปรุงอาหารได้ไม่ดีนัก
  • 24.
    ๒๓ ๑๕. สำนวน“เจ๊กตื่นไฟ” หมายถึงอะไร ก.คนจีนที่กำลังโดนไฟไหม้ ข.คนที่ชอบตีตนไปก่อนไข้ ค.คนที่ขยัน มีความอุตสาหะ ง.คนที่เพิ่งเคยพบสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต จ.ตื่นตกใจและเอะอะโวยวายเกินกว่าเหตุ ๑๖. ทวิภพเป็นวรรณกรรมแนวใด ก.พีเรียดอิงประวัติศาสตร์ ข.โรแมนติก ค.แอ็คชั่นไซ-ไฟ ง.สืบสวนสอบสวน จ.ดรามาติก ๑๗. “โลกนี้มีสิ่งเกินฝัน อนันต์เหลือตรึกรำลึกได้ หากความฝันบรรเจิดเพริศพิไล ตื่นไย..สนิทฝันชั่วกัลปา” กลอนสุภาพดังกล่าวมีความโดดเด่นในเรื่องใด ก.สัมผัสนอก ข.สัมผัสระหว่างบท ค.การเล่นคำซ้ำ ง.การเล่นเสียงสัมผัสใน จ.การใช้โวหารภาพพจน์ ๑๘. วรรณกรรมเรื่องทวิภพ สะท้อนเรื่องราวใดที่มีความโดดเด่นที่สุด ก.การเจรจาทางการทูต ข.ความรักในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ค.ความเป็นกุลสตรี ง.ขนบประเพณีในสมัย ร.ศ.๑๑๒ จ.ความรักข้ามภพ ๑๙. คุณวิมล ศิริไพบูลย์ ใช้สำนวนของผู้ใดเป็นต้นแบบในการแต่งวรรณกรรมเรื่อง ทวิภพ ก.จิตร ภูมิศักดิ์ ข. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ค.เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ง.หลวงวิจิตรวาทการ จ.แม่วัน ๒๐. แก่นของเรื่องทวิภพคืออะไร ก.ความรักข้ามภพของมณีจันทร์และคุณหลวงอัครเทพวรากร ข.การเป็นเอกอัครข้าราชทูต ค.ความฉลาดหลักแหลมในการใช้วาทศิลป์ไกล่เกลี่ยปัญหา ง.กระจกเป็นตัวแทนในการสะท้อนตัวตนของมณีจันทร์ว่า ถึงแม้เป็นหญิงสมัยใหม่ หัวคิดทันสมัย แต่ในใจแล้ว ก็มีความเป็นไทยอย่างเต็มเปี่ยม จ.ไม่มีข้อใดถูก
  • 25.
    ๒๔ เฉลยแบบฝึกหัดหลังเรียน ๑.ง ๒. ก ๓. ข ๔. จ ๕. ก ๖. ง ๗. ก ๘. ค ๙. ง ๑๐. จ ๑๑. ข ๑๒. ข ๑๓. ง ๑๔. ง ๑๕. จ ๑๖. ก ๑๗. ง ๑๘. ข ๑๙. ง ๒๐. ง