ผลกระทบจากการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปที่มีต่อทวีปอเมริกา
ด้านการเมืองการปกครอง
หลังจากประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ อเมริกาได้นารัฐธรรมนูญแห่งสมาพันธรัฐมาปรับปรุง
แก้ไข ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เรียกว่า “รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา ” (Constitution of the United
State)
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ข้อเขียนส่วนใหญ่ถูกเขียนโดย อเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน(
Alexander
Hamilton) , เจมส์ เมดิสัน( James Madison) และจอห์น เจย์( John Jay) โดยแนวคิดหลักได้มากจาก
หนังสือ Sprit of Lawของมองเตสกิเออ(นักเขียนและปรัชญาชาวฝรั่งเศส)
รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกานี้แบ่งอานาจออกเป็น 3ฝ่ายคือ นิติบัญญัติ ตุลาการ และบริหาร
โดยให้ทั้ง3ฝ่ายคานอานาจซึ่งกันและกัน
ด้านเศรษฐกิจ
สิ่งที่ทาให้อุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกาเจริญจนเทียบเท่าอังกฤษได้ คือ การคิดค้นประดิษฐ์สิ่ง
ใหม่ๆของชาวอเมริกัน ได้แก่
„ เรือกลไฟโดยRobert Fulton
„ โทรศัพท์โดยAlexander Graham Bell
„ หลอดไฟและเครื่องกาเนิดไฟฟ้าโดยTomas Alva Edison
„ รถยนต์โดยHenry Ford
„ รถไฟไอน้าของจอร์จ สตีเฟนสัน(George Stephenson) ซึ่งได้จากการนาสิ่งประดิษฐ์ของยุโรป
มาปรับใช้เพื่ออานวยความสะดวก
สหรัฐอเมริกายังได้มีการก่อสร้างทางรถไฟสายสาคัญขึ้น คือ สายข้ามทวีปเชื่อมภาคตะวันออก
และภาคตะวันตก โดยบริษัทยูเนียนแปซิฟิกและบริษัทเซ็นทรัลแปซิฟิกสร้างทางรถไฟมาบรรจบกันที่
เมืองโพรมอนโทรี(Promontory) มลรัฐยูทาห์(Utah)
นอกจากนี้ยังค้นพบแร่เหล็กที่เทือกเขาเมซาบิ( Mesabi Range)มลรัฐ Minnesotaและ
Michigan โดยเป็นแหล่งผลิตแร่เหล็กที่สาคัญที่สุดในอเมริกาเหนือ
ด้านสังคม
เนื่องจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมทาให้ชุมชนเมืองขยายตัวอย่างมาก โดยชาวชนบทและชาว
ต่างประเทศได้อพยพเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่เป็นจานวนมาก ก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เช่นใน
ชิคาโกหรือนิวยอร์คทาให้ต้องก่อสร้างตึกสูงๆหรือที่เรียกว่า ตึกระฟ้า เช่น ตึก Empire State
ด้านการศึกษา
ผลจากการอพยพเข้ามาของชาวยุโรปจานวนมากก็ได้มีการวางรากฐานการศึกษาใน
สหรัฐอเมริกาด้วย โดยก่อตั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทุกรัฐ มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่แล้วมีชื่อเสียงของ
สหรัฐอเมริกา ได้แก่ มหาวิทยาลัย Harvard มหาวิทยาลัย Yale
ด้านศิลปกรรม
1.จิตรกรรม
จิตรกรรมสมัยใหม่ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ส่วนมากได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศส โดยลัทธิที่เผยแพร่
เข้ามาคือลัทธิอิมเพรสชันนิสต์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับชนชั้นกลางและวิวทิวทัศน์
ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ศิลปะเอ็กซเพรสชันนิสต์ได้รับความนิยม โดยกลุ่มศิลปินอเมริกัน
ได้รวมตัวกับศิลปินชาติอื่นๆ เช่น รัสเซีย เยอรมัน สวิส สร้างสรรค์ผลงานโดยใช้สีแบบอิสระและลดการ
ใช้รูปทรง โดยแรงบันดาลใจใหม่ๆของศิลปินอเมริกัน คือ สังคมเมือง
2.สถาปัตยกรรม
วัสดุในการก่อสร้างที่สาคัญของยุคนี้ คือ เหล็ก ประกอบกับความสามารถทางวิศวกรรม ทาให้
เกิดสิ่งก่อสร้างมีที่ขนาดสูงใหญ่แข็งแรงมากมาย เช่น สะพาน Golden Gate เมืองSan Francisco
อาคารHome insurance เมือง Chicago อาคาร Chicago Tribune Tower เมือง Chicago
ผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปที่มีต่อทวีปแอฟริกา
ยุคอาณานิคมในแอฟริกาจะสั้นมาก ดินแดนเกือบทุกแห่งถูกปกครองไม่เกิน
60 ปี แต่ทุก
อิทธิพลที่แอฟริกาได้รับจากชาติตะวันตกก็กลายเป็นรากฐานของสังคมปัจจุบัน
ชาวตะวันตกมีอานาจเข้ามาปกครองคนพื้นเมืองโดยใช้วิธีปกครองแบบอาณานิคม ให้การ
ปกครองแบบจารีตในดินแดนต่างๆของโลกเปลี่ยนไป โดยยุโรปจัดแบ่งเขตแดนแอฟริกาใหม่ตามพอใจ
ของตนเอง ทาให้เกิดปัญหาเอกภาพในแอฟริกาหลังจากได้รับอิสรภาพจากยุโรป
จนกระทั่งถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 จึงยกเลิกทาสแล้วมาส่งออกพืชไร่ เช่น น้ามันปาล์ม กาแฟ
ด้านเศรษฐกิจ
สาหรับสินค้านาเข้าโดยเฉพาะที่ส่งเข้ามาจาหน่ายในแอฟริกาตะวันตกเป็นสินค้าจากยุโรป เช่น
เสื้อผ้า ปืน และของใช้ประเภททาด้วยโลหะ สินค้าเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคไม่ให้คนพื้นเมืองผลิตขึ้นเอง
ด้านสังคม
แม้ว่าชาวแอฟริกันส่วนใหญ่จะยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ทาไร่ไถนาโดยวิธีตามประเพณีเดิม
และดาเนินชีวิตที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยจากบรรพบุรุษ รวมทั้งความเชื่อในเรื่องเวทมนตราถาและ
วิญญาณ ชาวตะวันตกก็ได้ปลูกฝังความคิดที่ทันสมัยให้แก่อเมริกัน เช่น การสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล
การออกหนังสือพิมพ์ การกระจายเสียงวิทยุ การแพทย์ก้าวหน้าขึ้นมีวัคซีนป้องกันโรค เป็นต้น
เมื่อคริสต์ศาสนาและศาสนาอิสลามเผยแพร่เข้ามาในทวีปแอฟริกา ความสาคัญของศาสนา
ประจาเผ่าต่างๆก็ลดน้อยลง และแอฟริกายังได้รับการถ่ายทอดภาษาจากเจ้าของอาณานิคม เช่น
ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ชาวแอฟริ
กัน ยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเอาไว้ได้มาก เช่น การนับถือภูตผีปีศาจ เป็นต้น
ด้านศิลปะและวัฒนธรรม
ศิลปินของแอฟริกาจานวนมากได้รับการศึกษางานศิลปะขั้นสูงจากตะวันตก ศิลปินบางคนปฎิเส
ธงานศิลปะในศาสนาเดิมของตน หันมาสนใจศิลปะในคริสต์ศาสนาแทน แต่เมื่อศิลปินรุ่นใหม่มีความ
เชี่ยวชาญงานศิลปะตามรูปแบบตะวันตกดีแล้วก็มักหันกลับมาสนใจงานศิลปะในอดีตของแอฟริกาด้วย
ทาให้เกิดการผสมผสานระหว่างศิลปะของตะวันตกและศิลปะของแอฟริกา เช่น วัฒนธรรมดนตรี ที่นา
วัฒนธรรมแอฟริกาผสมกับวัฒนธรรมแบบตะวันตกจนให้กาเนิดดนตรีท่วงทานองบลูส์ ( Blues)และแจ๊ส
(Jazz)
-บราซิล เป็นประเทศที่มักถูกกล่าวถึงว่าเป็นการผสมผสานของวัฒนธรรมแบบแอฟริกันกับแบบ
ตะวันตก ซึ่งเราจะเห็นได้จากบรรยากาศร้านกาแฟแบบเป็นกันเอง และการเต้นราสบายๆ
ผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปที่มีต่อทวีปเอเชีย
ด้านการเมืองการปกครอง
ประเทศจีนต้องทาสนธิสัญญาหนานจิงกับอังกฤษในปี ค.ศ. 1842 เนื่องจากจีนเป็นฝ่ายแพ้
สงครามฝิ่น ตามสนธิสัญญานี้จีนต้องยกเกาะฮ่องกงให้แก่อังกฤษ รวมทั้งเปิดเมืองท่า 5 แห่ง เพื่อต้อง
รับพ่อค้าต่างชาติ ทาให้การค้าตามริมฝั่งทะเลตลอดจนการค้าภายในประเทศถูกพ่อค้าต่างชาติเข้า
ควบคุม
ด้านเศรษฐกิจ
เป้าหมายสาคัญของจักรวรรดินิยมตะวันตกอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงให้เอเชียกลายเป็นแหล่งป้อน
วัตถุดิบสาหรับอุตสาหกรรมของโลกตะวันตก และเป็นตลาดระบายสินค้าอุตสาหกรรม
วิถีชีวิตของ
ชาวนาและคนชั้นล่างส่วนใหญ่เริ่มถูกครอบงาจากระบบเศรษฐกิจที่มุ่งผลิตเพื่อการขาย และหารายได้
เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ประเทศอินเดีย และประเทศญี่ปุ่น
ประเทศอินเดียในฐานะอาณานิคมของอังกฤษ ได้ก้าวเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม ที่สาคัญได้แก่
การทอผ้า กระสอบ เหล็ก กระดาษ และเครื่องหนัง ทาให้สินค้าหัตถกรรมเก่าแก่ของอินเดียต้องถูก
ทาลายลง
ประเทศญี่ปุ่น ถูกวางรากฐานให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัก เช่นอุตสาหกรรมเหล็ก และ
อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเครื่องอุปโภคบริโภค โดยรัฐบาลได้สร้างถนน และทางรถไฟเพื่อความสะดวกใน
การขนส่ง
ด้านสังคม
การขยายตัวของสังคมเมืองซึ่งเป็นทั้งศูนย์ราชการและศูนย์กลางการค้า ทาให้สังคมชนบทเสื่อม
ทรามลง ในขณะที่โอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า กระจุกตัวอยู่ตามเมืองใหญ่ ทาให้ผู้คนเข้าเมืองในอัตรา
สูง เช่นจาการ์ตา บอมเบย์ ย่างกุ้ง สิงคโปร์ ทั้งยังทาให้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวพื้นเมืองเปลี่ยนแปลง
ไป โดยมีการเลียนแบบชาวตะวันตกมากขึ้น เช่น การแต่งกาย ค่านิยม และการเติบโตของจานวน
ประชากร ตัวอย่างของสังคมที่เปลี่ยนไป ได้แก่
„ สังคมอินเดีย ที่ขนาดสังคมใหญ่ขึ้นจนไม่สามารถแยกชนชั้นวรรณะกันได้ และการศึกษา
หลักสูตรอังกฤษ
„ สังคมญี่ปุ่น ถูกยกเลิกการแบ่งคนในสังคมตามหลักลัทธิขงจื๊อ ที่แบ่งเป็น ซามูไร ชาวนา
ช่างฝีมือ และพ่อค้า เป็นทุกคนมีฐานะเท่าเทียมกัน และจัดตั้งโรงเรียนในแต่ละเขตตามแบบการศึกษาใน
ประเทศตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา
เมื่อชาวตะวันตกเข้ามาจะรวบรวมชาติต่างๆ ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน วัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม
จึงเปลี่ยนเป็นวัฒนธรรมของชนหมู่มาก เช่น
„ภาษาในอินเดีย ที่อังกฤษนาภาษาอังกฤษเข้ามาใช้เป็นภาษาราชการ
„คริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกในประเทศฟิลิปปินส์ ที่สเปนนาเข้ามาเผยแพร่
ด้านศิลปกรรม
1.ด้านสถาปัตยกรรม
เมืองโตเกียวมีการจ้างสถาปนิกจากประเทศอังกฤษเข้ามาอานวยการก่อสร้างถนน และมีการ
สร้างตึกแบบยุโรป เช่น ตึกโระกุเมะอิคัง ซึ่งเป็นสถานที่จัดเลี้ยงแบบตะวันตก
2.ด้านวรรณกรรม
มีการใช้ภาษาพูดในการเขียนวรรณกรรม เนื่องจากภาษาพูดเข้าใจได้ง่าย วรรณกรรมจึงเป็นที่
แพร่หลายในหมู่ผู้อ่านอย่างกว้างขวาง
3.ด้านจิตรกรรม
มีการวาดภาพแบบยุโรป เช่น ผลงานของขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่เน้นวาด
ภาพแบบสามมิติ

ที่มา :
http://writer.dek-d.com/Amikae_lil/story/viewlongc.php?id=875352&chapter=1
http://writer.dek-d.com/Amikae_lil/story/viewlongc.php?id=875352&chapter=2
http://writer.dek-d.com/Amikae_lil/story/viewlongc.php?id=875352&chapter=3

ผลกระทบจากการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรป

  • 1.
    ผลกระทบจากการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปที่มีต่อทวีปอเมริกา ด้านการเมืองการปกครอง หลังจากประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ อเมริกาได้นารัฐธรรมนูญแห่งสมาพันธรัฐมาปรับปรุง แก้ไข ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เรียกว่า“รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา ” (Constitution of the United State) รัฐธรรมนูญฉบับนี้ข้อเขียนส่วนใหญ่ถูกเขียนโดย อเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน( Alexander Hamilton) , เจมส์ เมดิสัน( James Madison) และจอห์น เจย์( John Jay) โดยแนวคิดหลักได้มากจาก หนังสือ Sprit of Lawของมองเตสกิเออ(นักเขียนและปรัชญาชาวฝรั่งเศส) รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกานี้แบ่งอานาจออกเป็น 3ฝ่ายคือ นิติบัญญัติ ตุลาการ และบริหาร โดยให้ทั้ง3ฝ่ายคานอานาจซึ่งกันและกัน ด้านเศรษฐกิจ สิ่งที่ทาให้อุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกาเจริญจนเทียบเท่าอังกฤษได้ คือ การคิดค้นประดิษฐ์สิ่ง ใหม่ๆของชาวอเมริกัน ได้แก่ „ เรือกลไฟโดยRobert Fulton „ โทรศัพท์โดยAlexander Graham Bell „ หลอดไฟและเครื่องกาเนิดไฟฟ้าโดยTomas Alva Edison „ รถยนต์โดยHenry Ford „ รถไฟไอน้าของจอร์จ สตีเฟนสัน(George Stephenson) ซึ่งได้จากการนาสิ่งประดิษฐ์ของยุโรป มาปรับใช้เพื่ออานวยความสะดวก สหรัฐอเมริกายังได้มีการก่อสร้างทางรถไฟสายสาคัญขึ้น คือ สายข้ามทวีปเชื่อมภาคตะวันออก และภาคตะวันตก โดยบริษัทยูเนียนแปซิฟิกและบริษัทเซ็นทรัลแปซิฟิกสร้างทางรถไฟมาบรรจบกันที่ เมืองโพรมอนโทรี(Promontory) มลรัฐยูทาห์(Utah) นอกจากนี้ยังค้นพบแร่เหล็กที่เทือกเขาเมซาบิ( Mesabi Range)มลรัฐ Minnesotaและ Michigan โดยเป็นแหล่งผลิตแร่เหล็กที่สาคัญที่สุดในอเมริกาเหนือ ด้านสังคม เนื่องจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมทาให้ชุมชนเมืองขยายตัวอย่างมาก โดยชาวชนบทและชาว ต่างประเทศได้อพยพเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่เป็นจานวนมาก ก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เช่นใน ชิคาโกหรือนิวยอร์คทาให้ต้องก่อสร้างตึกสูงๆหรือที่เรียกว่า ตึกระฟ้า เช่น ตึก Empire State
  • 2.
    ด้านการศึกษา ผลจากการอพยพเข้ามาของชาวยุโรปจานวนมากก็ได้มีการวางรากฐานการศึกษาใน สหรัฐอเมริกาด้วย โดยก่อตั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทุกรัฐ มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่แล้วมีชื่อเสียงของ สหรัฐอเมริกาได้แก่ มหาวิทยาลัย Harvard มหาวิทยาลัย Yale ด้านศิลปกรรม 1.จิตรกรรม จิตรกรรมสมัยใหม่ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ส่วนมากได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศส โดยลัทธิที่เผยแพร่ เข้ามาคือลัทธิอิมเพรสชันนิสต์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับชนชั้นกลางและวิวทิวทัศน์ ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ศิลปะเอ็กซเพรสชันนิสต์ได้รับความนิยม โดยกลุ่มศิลปินอเมริกัน ได้รวมตัวกับศิลปินชาติอื่นๆ เช่น รัสเซีย เยอรมัน สวิส สร้างสรรค์ผลงานโดยใช้สีแบบอิสระและลดการ ใช้รูปทรง โดยแรงบันดาลใจใหม่ๆของศิลปินอเมริกัน คือ สังคมเมือง 2.สถาปัตยกรรม วัสดุในการก่อสร้างที่สาคัญของยุคนี้ คือ เหล็ก ประกอบกับความสามารถทางวิศวกรรม ทาให้ เกิดสิ่งก่อสร้างมีที่ขนาดสูงใหญ่แข็งแรงมากมาย เช่น สะพาน Golden Gate เมืองSan Francisco อาคารHome insurance เมือง Chicago อาคาร Chicago Tribune Tower เมือง Chicago
  • 3.
    ผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปที่มีต่อทวีปแอฟริกา ยุคอาณานิคมในแอฟริกาจะสั้นมาก ดินแดนเกือบทุกแห่งถูกปกครองไม่เกิน 60 ปีแต่ทุก อิทธิพลที่แอฟริกาได้รับจากชาติตะวันตกก็กลายเป็นรากฐานของสังคมปัจจุบัน ชาวตะวันตกมีอานาจเข้ามาปกครองคนพื้นเมืองโดยใช้วิธีปกครองแบบอาณานิคม ให้การ ปกครองแบบจารีตในดินแดนต่างๆของโลกเปลี่ยนไป โดยยุโรปจัดแบ่งเขตแดนแอฟริกาใหม่ตามพอใจ ของตนเอง ทาให้เกิดปัญหาเอกภาพในแอฟริกาหลังจากได้รับอิสรภาพจากยุโรป จนกระทั่งถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 จึงยกเลิกทาสแล้วมาส่งออกพืชไร่ เช่น น้ามันปาล์ม กาแฟ ด้านเศรษฐกิจ สาหรับสินค้านาเข้าโดยเฉพาะที่ส่งเข้ามาจาหน่ายในแอฟริกาตะวันตกเป็นสินค้าจากยุโรป เช่น เสื้อผ้า ปืน และของใช้ประเภททาด้วยโลหะ สินค้าเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคไม่ให้คนพื้นเมืองผลิตขึ้นเอง ด้านสังคม แม้ว่าชาวแอฟริกันส่วนใหญ่จะยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ทาไร่ไถนาโดยวิธีตามประเพณีเดิม และดาเนินชีวิตที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยจากบรรพบุรุษ รวมทั้งความเชื่อในเรื่องเวทมนตราถาและ วิญญาณ ชาวตะวันตกก็ได้ปลูกฝังความคิดที่ทันสมัยให้แก่อเมริกัน เช่น การสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล การออกหนังสือพิมพ์ การกระจายเสียงวิทยุ การแพทย์ก้าวหน้าขึ้นมีวัคซีนป้องกันโรค เป็นต้น เมื่อคริสต์ศาสนาและศาสนาอิสลามเผยแพร่เข้ามาในทวีปแอฟริกา ความสาคัญของศาสนา ประจาเผ่าต่างๆก็ลดน้อยลง และแอฟริกายังได้รับการถ่ายทอดภาษาจากเจ้าของอาณานิคม เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ชาวแอฟริ กัน ยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเอาไว้ได้มาก เช่น การนับถือภูตผีปีศาจ เป็นต้น ด้านศิลปะและวัฒนธรรม ศิลปินของแอฟริกาจานวนมากได้รับการศึกษางานศิลปะขั้นสูงจากตะวันตก ศิลปินบางคนปฎิเส ธงานศิลปะในศาสนาเดิมของตน หันมาสนใจศิลปะในคริสต์ศาสนาแทน แต่เมื่อศิลปินรุ่นใหม่มีความ เชี่ยวชาญงานศิลปะตามรูปแบบตะวันตกดีแล้วก็มักหันกลับมาสนใจงานศิลปะในอดีตของแอฟริกาด้วย ทาให้เกิดการผสมผสานระหว่างศิลปะของตะวันตกและศิลปะของแอฟริกา เช่น วัฒนธรรมดนตรี ที่นา วัฒนธรรมแอฟริกาผสมกับวัฒนธรรมแบบตะวันตกจนให้กาเนิดดนตรีท่วงทานองบลูส์ ( Blues)และแจ๊ส (Jazz) -บราซิล เป็นประเทศที่มักถูกกล่าวถึงว่าเป็นการผสมผสานของวัฒนธรรมแบบแอฟริกันกับแบบ ตะวันตก ซึ่งเราจะเห็นได้จากบรรยากาศร้านกาแฟแบบเป็นกันเอง และการเต้นราสบายๆ
  • 4.
    ผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปที่มีต่อทวีปเอเชีย ด้านการเมืองการปกครอง ประเทศจีนต้องทาสนธิสัญญาหนานจิงกับอังกฤษในปี ค.ศ. 1842เนื่องจากจีนเป็นฝ่ายแพ้ สงครามฝิ่น ตามสนธิสัญญานี้จีนต้องยกเกาะฮ่องกงให้แก่อังกฤษ รวมทั้งเปิดเมืองท่า 5 แห่ง เพื่อต้อง รับพ่อค้าต่างชาติ ทาให้การค้าตามริมฝั่งทะเลตลอดจนการค้าภายในประเทศถูกพ่อค้าต่างชาติเข้า ควบคุม ด้านเศรษฐกิจ เป้าหมายสาคัญของจักรวรรดินิยมตะวันตกอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงให้เอเชียกลายเป็นแหล่งป้อน วัตถุดิบสาหรับอุตสาหกรรมของโลกตะวันตก และเป็นตลาดระบายสินค้าอุตสาหกรรม วิถีชีวิตของ ชาวนาและคนชั้นล่างส่วนใหญ่เริ่มถูกครอบงาจากระบบเศรษฐกิจที่มุ่งผลิตเพื่อการขาย และหารายได้ เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ประเทศอินเดีย และประเทศญี่ปุ่น ประเทศอินเดียในฐานะอาณานิคมของอังกฤษ ได้ก้าวเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม ที่สาคัญได้แก่ การทอผ้า กระสอบ เหล็ก กระดาษ และเครื่องหนัง ทาให้สินค้าหัตถกรรมเก่าแก่ของอินเดียต้องถูก ทาลายลง ประเทศญี่ปุ่น ถูกวางรากฐานให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัก เช่นอุตสาหกรรมเหล็ก และ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเครื่องอุปโภคบริโภค โดยรัฐบาลได้สร้างถนน และทางรถไฟเพื่อความสะดวกใน การขนส่ง ด้านสังคม การขยายตัวของสังคมเมืองซึ่งเป็นทั้งศูนย์ราชการและศูนย์กลางการค้า ทาให้สังคมชนบทเสื่อม ทรามลง ในขณะที่โอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า กระจุกตัวอยู่ตามเมืองใหญ่ ทาให้ผู้คนเข้าเมืองในอัตรา สูง เช่นจาการ์ตา บอมเบย์ ย่างกุ้ง สิงคโปร์ ทั้งยังทาให้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวพื้นเมืองเปลี่ยนแปลง ไป โดยมีการเลียนแบบชาวตะวันตกมากขึ้น เช่น การแต่งกาย ค่านิยม และการเติบโตของจานวน ประชากร ตัวอย่างของสังคมที่เปลี่ยนไป ได้แก่ „ สังคมอินเดีย ที่ขนาดสังคมใหญ่ขึ้นจนไม่สามารถแยกชนชั้นวรรณะกันได้ และการศึกษา หลักสูตรอังกฤษ „ สังคมญี่ปุ่น ถูกยกเลิกการแบ่งคนในสังคมตามหลักลัทธิขงจื๊อ ที่แบ่งเป็น ซามูไร ชาวนา ช่างฝีมือ และพ่อค้า เป็นทุกคนมีฐานะเท่าเทียมกัน และจัดตั้งโรงเรียนในแต่ละเขตตามแบบการศึกษาใน ประเทศตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา
  • 5.
    เมื่อชาวตะวันตกเข้ามาจะรวบรวมชาติต่างๆ ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน วัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม จึงเปลี่ยนเป็นวัฒนธรรมของชนหมู่มากเช่น „ภาษาในอินเดีย ที่อังกฤษนาภาษาอังกฤษเข้ามาใช้เป็นภาษาราชการ „คริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกในประเทศฟิลิปปินส์ ที่สเปนนาเข้ามาเผยแพร่ ด้านศิลปกรรม 1.ด้านสถาปัตยกรรม เมืองโตเกียวมีการจ้างสถาปนิกจากประเทศอังกฤษเข้ามาอานวยการก่อสร้างถนน และมีการ สร้างตึกแบบยุโรป เช่น ตึกโระกุเมะอิคัง ซึ่งเป็นสถานที่จัดเลี้ยงแบบตะวันตก 2.ด้านวรรณกรรม มีการใช้ภาษาพูดในการเขียนวรรณกรรม เนื่องจากภาษาพูดเข้าใจได้ง่าย วรรณกรรมจึงเป็นที่ แพร่หลายในหมู่ผู้อ่านอย่างกว้างขวาง 3.ด้านจิตรกรรม มีการวาดภาพแบบยุโรป เช่น ผลงานของขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่เน้นวาด ภาพแบบสามมิติ ที่มา : http://writer.dek-d.com/Amikae_lil/story/viewlongc.php?id=875352&chapter=1 http://writer.dek-d.com/Amikae_lil/story/viewlongc.php?id=875352&chapter=2 http://writer.dek-d.com/Amikae_lil/story/viewlongc.php?id=875352&chapter=3