แผ่นดินไหว (Earthquake)
สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว
การเกิดแผ่นดินไหวมีสาเหตุมาจาก 2 สาเหตุ
ใหญ่สาเหตุแรกเกิดจากการกระทาของมนุษย์ และการ
เกิดตามธรรมชาติอันเนื่องมาจากการเคลื่อนที่ของ
แผ่นเปลือกโลกทั้งนี้ทฤษฎีกลไกการเกิดแผ่นดินไหว
ที่ยอมรับกันในปัจจุบันมี 2 ทฤษฎีคือ
ทฤษฎีว่าด้วยการขยายตัวของเปลือกโลกโดย
แผ่นดินไหวเกิดจากการที่เปลือกโลกเกิดการคดโค้ง
โก่งตัวอย่างฉับพลันและเมื่อวัตถุขาดออกจากกันจึงปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปคลื่นแผ่นดินไหว
ทฤษฎีว่าด้วยการคืนตัวของวัตถุโดยแผ่นดินไหวมาจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน เมื่อรอย
เลื่อนเกิดการเคลื่อนตัวถึงจุดหนึ่งวัตถุจะขาดออกจากกันและเสียรูปอย่างมากพร้อมทั้งปลดปล่อย
พลังงานมหาศาลออกมาในรูปของคลื่นแผ่นดินไหว และหลังจากนั้นวัตถุจะคืนตัวกลับสู่รูปเดิม
แผ่นดินไหวจากธรรมชาติ
แผ่นดินไหวจากธรรมชาติ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน
อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อระบายความเครียด ที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาอย่าง
ฉับพลันเพื่อปรับสมดุลของเปลือกโลกให้คงที่ โดยปกติเกิดจากการเคลื่อนไหวของรอยเลื่อน ภายในชั้น
เปลือกโลกที่อยู่ด้านนอกสุดของโครงสร้างของโลก มีการเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ อยู่เสมอ
แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเมื่อความเค้นอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงมีมากเกินไป ภาวะนี้เกิดขึ้นบ่อยใน
บริเวณขอบเขตของแผ่นเปลือกโลก ที่ที่แบ่งชั้นเปลือกโลกออกเป็นธรณีภาค ( lithosphere) เรียก
แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบริเวณขอบเขตของแผ่นเปลือกโลกนี้ว่า แผ่นดินไหวระหว่างแผ่น (
interplate
earthquake) ซึ่งเกิดได้บ่อยและรุนแรงกว่า แผ่นดินไหวภายในแผ่น (intraplate earthquake)
แผ่นดินไหวจากการกระทาของมนุษย์
มีทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การระเบิด การทาเหมือง สร้างอ่างเก็บน้าหรือเขื่อนใกล้รอย
เลื่อน การทางานของเครื่องจักรกล การจราจร รวมถึงการเก็บขยะนิวเคลียร์ไว้ใต้ดิน เป็นต้น
คลื่นในแผ่นดินไหว
คลื่นแผ่นดินไหวถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. คลื่นในตัวกลาง เป็นคลื่นที่มีลักษณะแผ่กระจายเป็นวงรอบๆจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว แบ่ง
ได้เป็น 2 ชนิดคือ
1. คลื่นปฐมภูมิ (คลื่น P) คลื่นตามยาว อนุภาคของคลื่นชนิดนี้เคลื่อนที่ในแนวทิศ
ทางการเคลื่อนที่ของคลื่น สามารถผ่านได้ในตัวกลางทุกสถานะ
2. คลื่นทุติยภูมิ (คลื่น S) คลื่นตามขวาง อนุภาคของคลื่นมีทิศตั้งฉากกับทิศคลื่น
เคลื่อนที่ ผ่านได้ในตัวกลางสถานะของแข็ง
2. คลื่นพื้นผิว เป็นคลื่นที่แผ่จากจุดเหนือศูนย์กลางแผ่นดินไหว มี 2 ชนิด
1. คลื่น L (Wave of Love : Love wave) เป็นคลื่นที่อนุภาคสั่นในแนวราบ มีทิศทางตัง
ฉากกับการเคลื่อนที่ของคลื่น
2. คลื่น R (Wave of Rayleigh : Rayleigh wave) อนุภาคในคลื่นนี้สั่นเป็นรูปรี ในทิศ
ทางการเคลื่อนที่ของคลื่น เป็นสาเหตุทาให้พื้นโลกสั่นขึ้นลง
ขนาดและความรุนแรงของการเกิดแผ่นดินไหว
ขนาด (Magnitude) เป็นปริมาณที่มีความสัมพันธ์กับพลังงานที่พื้นโลก ปลดปล่อยออกมาในรูป
ของการสั่นสะเทือน คานวณได้จากการตรวจวัดค่าความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวที่ตรวจวัด ได้ด้วย
เครื่องมือตรวจแผ่นดินไหว โดยเป็นค่าปริมาณที่บ่งชี้ขนาด ณ บริเวณศูนย์กลางแผ่นดินไหว มีหน่วย
เป็น " ริคเตอร์"
ความรุนแรงแผ่นดินไหว (Intensity) แสดงถึงความรุนแรงของเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น
วัด ได้จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเกิด และหลังเกิดแผ่นดินไหว เช่น ความรู้สึกของผู้คน ลักษณะที่
วัตถุหรือ อาคารเสียหายหรือสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลง เป็นต้น ในกรณีของประเทศไทยใช้
มาตราเมอร์แคลลี่ สาหรับเปรียบเทียบอันดับ ซึ่งมีทั้งหมด 12 อันดับ เรียงลาดับความรุนแรง
แผ่นดินไหวจากน้อยไปมาก
มาตราริคเตอร์ ขนาดและความสัมพันธ์ของขนาดโดยประมาณกับความสั่นสะเทือนใกล้
ศูนย์กลาง
ขนาด
ความสัมพันธ์ของขนาดโดยประมาณกับความสั่นสะเทือนใกล้ศูนย์กลาง
1-2.9
เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนเริ่มมีความรู้สึกถึงการสั่นไหว บางครั้ง รู้สึกเวียน
ศีรษะ
3-3.9
เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนที่อยู่ในอาคารรู้สึกเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน
4-4.9
เกิดการสั่นไหวปานกลาง ผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งภายในอาคาร และนอกอาคาร รู้สึกถึง
การ สั่นสะเทือน วัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว
5-5.9
เกิดการสั่นไหวรุนแรงเป็นบริเวณกว้าง เครื่องเรือน และวัตถุมีการเคลื่อนที่
6-6.9
เกิดการสั่นไหวรุนแรงมาก อาคารเริ่มเสียหาย พังทลาย
7.0 ขึ้นไป
เกิดการสั่นไหวร้ายแรง อาคาร สิ่งก่อสร้างมีความเสียหายอย่างมาก แผ่นดิน
แยก วัตถุที่อยู่บนพื้นถูกเหวี่ยงกระเด็น
มาตราเมอร์แคลลี่
อันดับที่
I
II
III
IV
V
VI
VII
VIII
IX
X
XI
XII

ลักษณะความรุนแรงโดยเปรียบเทียบ
เป็นอันดับที่อ่อนมาก ตรวจวัดโดยเครื่องมือ
พอรู้สึกได้สาหรับผู้ที่อยู่นิ่ง ๆ ในอาคารสูง ๆ
พอรู้สึกได้สาหรับผู้อยู่ในบ้าน แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึก
ผู้อยู่ในบ้านรู้สึกว่าของในบ้านสั่นไหว
รู้สึกเกือบทุกคน ของในบ้านเริ่มแกว่งไกว
รู้สึกได้กับทุกคนของหนักในบ้านเริ่มเคลื่อนไหว
ทุกคนต่างตกใจ สิ่งก่อสร้างเริ่มปรากฎความเสียหาย
เสียหายค่อนข้างมากในอาคารธรรมดา
สิ่งก่อสร้างที่ออกแบบไว้อย่างดี เสียหายมาก
อาคารพัง รางรถไฟบิดงอ
อาคารสิ่งก่อสร้างพังทลายเกือบทั้งหมด ผิวโลกปูดนูนและเลื่อนเป็นคลื่นบน
พื้นดินอ่อน
ทาลายหมดทุกอย่าง มองเห็นเป็นคลื่นบนแผ่นดิน

รอยเลื่อนบริเวณประเทศไทย
1. รอยเลื่อนเชียงแสน
2. รอยเลื่อนแพร่
3. รอยเลื่อนแม่ทา
4. รอยเลื่อนเถิน
5. รอยเลื่อนเมย-อุทัยธานี
6. รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์
7. รอยเลื่อนเจดีสามองค์
8. รอยเลื่อนระนอง
9. รอยเลื่อนคลองมะรุย
ที่มา: กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

แผ่นดินไหว

  • 1.
    แผ่นดินไหว (Earthquake) สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว การเกิดแผ่นดินไหวมีสาเหตุมาจาก 2สาเหตุ ใหญ่สาเหตุแรกเกิดจากการกระทาของมนุษย์ และการ เกิดตามธรรมชาติอันเนื่องมาจากการเคลื่อนที่ของ แผ่นเปลือกโลกทั้งนี้ทฤษฎีกลไกการเกิดแผ่นดินไหว ที่ยอมรับกันในปัจจุบันมี 2 ทฤษฎีคือ ทฤษฎีว่าด้วยการขยายตัวของเปลือกโลกโดย แผ่นดินไหวเกิดจากการที่เปลือกโลกเกิดการคดโค้ง โก่งตัวอย่างฉับพลันและเมื่อวัตถุขาดออกจากกันจึงปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปคลื่นแผ่นดินไหว ทฤษฎีว่าด้วยการคืนตัวของวัตถุโดยแผ่นดินไหวมาจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน เมื่อรอย เลื่อนเกิดการเคลื่อนตัวถึงจุดหนึ่งวัตถุจะขาดออกจากกันและเสียรูปอย่างมากพร้อมทั้งปลดปล่อย พลังงานมหาศาลออกมาในรูปของคลื่นแผ่นดินไหว และหลังจากนั้นวัตถุจะคืนตัวกลับสู่รูปเดิม แผ่นดินไหวจากธรรมชาติ แผ่นดินไหวจากธรรมชาติ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อระบายความเครียด ที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาอย่าง ฉับพลันเพื่อปรับสมดุลของเปลือกโลกให้คงที่ โดยปกติเกิดจากการเคลื่อนไหวของรอยเลื่อน ภายในชั้น เปลือกโลกที่อยู่ด้านนอกสุดของโครงสร้างของโลก มีการเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ อยู่เสมอ แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเมื่อความเค้นอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงมีมากเกินไป ภาวะนี้เกิดขึ้นบ่อยใน บริเวณขอบเขตของแผ่นเปลือกโลก ที่ที่แบ่งชั้นเปลือกโลกออกเป็นธรณีภาค ( lithosphere) เรียก แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบริเวณขอบเขตของแผ่นเปลือกโลกนี้ว่า แผ่นดินไหวระหว่างแผ่น ( interplate earthquake) ซึ่งเกิดได้บ่อยและรุนแรงกว่า แผ่นดินไหวภายในแผ่น (intraplate earthquake) แผ่นดินไหวจากการกระทาของมนุษย์ มีทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การระเบิด การทาเหมือง สร้างอ่างเก็บน้าหรือเขื่อนใกล้รอย เลื่อน การทางานของเครื่องจักรกล การจราจร รวมถึงการเก็บขยะนิวเคลียร์ไว้ใต้ดิน เป็นต้น คลื่นในแผ่นดินไหว คลื่นแผ่นดินไหวถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ 1. คลื่นในตัวกลาง เป็นคลื่นที่มีลักษณะแผ่กระจายเป็นวงรอบๆจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว แบ่ง ได้เป็น 2 ชนิดคือ
  • 2.
    1. คลื่นปฐมภูมิ (คลื่นP) คลื่นตามยาว อนุภาคของคลื่นชนิดนี้เคลื่อนที่ในแนวทิศ ทางการเคลื่อนที่ของคลื่น สามารถผ่านได้ในตัวกลางทุกสถานะ 2. คลื่นทุติยภูมิ (คลื่น S) คลื่นตามขวาง อนุภาคของคลื่นมีทิศตั้งฉากกับทิศคลื่น เคลื่อนที่ ผ่านได้ในตัวกลางสถานะของแข็ง 2. คลื่นพื้นผิว เป็นคลื่นที่แผ่จากจุดเหนือศูนย์กลางแผ่นดินไหว มี 2 ชนิด 1. คลื่น L (Wave of Love : Love wave) เป็นคลื่นที่อนุภาคสั่นในแนวราบ มีทิศทางตัง ฉากกับการเคลื่อนที่ของคลื่น 2. คลื่น R (Wave of Rayleigh : Rayleigh wave) อนุภาคในคลื่นนี้สั่นเป็นรูปรี ในทิศ ทางการเคลื่อนที่ของคลื่น เป็นสาเหตุทาให้พื้นโลกสั่นขึ้นลง ขนาดและความรุนแรงของการเกิดแผ่นดินไหว ขนาด (Magnitude) เป็นปริมาณที่มีความสัมพันธ์กับพลังงานที่พื้นโลก ปลดปล่อยออกมาในรูป ของการสั่นสะเทือน คานวณได้จากการตรวจวัดค่าความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวที่ตรวจวัด ได้ด้วย เครื่องมือตรวจแผ่นดินไหว โดยเป็นค่าปริมาณที่บ่งชี้ขนาด ณ บริเวณศูนย์กลางแผ่นดินไหว มีหน่วย เป็น " ริคเตอร์" ความรุนแรงแผ่นดินไหว (Intensity) แสดงถึงความรุนแรงของเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น วัด ได้จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเกิด และหลังเกิดแผ่นดินไหว เช่น ความรู้สึกของผู้คน ลักษณะที่ วัตถุหรือ อาคารเสียหายหรือสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลง เป็นต้น ในกรณีของประเทศไทยใช้ มาตราเมอร์แคลลี่ สาหรับเปรียบเทียบอันดับ ซึ่งมีทั้งหมด 12 อันดับ เรียงลาดับความรุนแรง แผ่นดินไหวจากน้อยไปมาก มาตราริคเตอร์ ขนาดและความสัมพันธ์ของขนาดโดยประมาณกับความสั่นสะเทือนใกล้ ศูนย์กลาง ขนาด ความสัมพันธ์ของขนาดโดยประมาณกับความสั่นสะเทือนใกล้ศูนย์กลาง 1-2.9 เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนเริ่มมีความรู้สึกถึงการสั่นไหว บางครั้ง รู้สึกเวียน ศีรษะ 3-3.9 เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนที่อยู่ในอาคารรู้สึกเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน 4-4.9 เกิดการสั่นไหวปานกลาง ผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งภายในอาคาร และนอกอาคาร รู้สึกถึง การ สั่นสะเทือน วัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว 5-5.9 เกิดการสั่นไหวรุนแรงเป็นบริเวณกว้าง เครื่องเรือน และวัตถุมีการเคลื่อนที่ 6-6.9 เกิดการสั่นไหวรุนแรงมาก อาคารเริ่มเสียหาย พังทลาย 7.0 ขึ้นไป เกิดการสั่นไหวร้ายแรง อาคาร สิ่งก่อสร้างมีความเสียหายอย่างมาก แผ่นดิน แยก วัตถุที่อยู่บนพื้นถูกเหวี่ยงกระเด็น
  • 3.
    มาตราเมอร์แคลลี่ อันดับที่ I II III IV V VI VII VIII IX X XI XII ลักษณะความรุนแรงโดยเปรียบเทียบ เป็นอันดับที่อ่อนมาก ตรวจวัดโดยเครื่องมือ พอรู้สึกได้สาหรับผู้ที่อยู่นิ่ง ๆในอาคารสูง ๆ พอรู้สึกได้สาหรับผู้อยู่ในบ้าน แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึก ผู้อยู่ในบ้านรู้สึกว่าของในบ้านสั่นไหว รู้สึกเกือบทุกคน ของในบ้านเริ่มแกว่งไกว รู้สึกได้กับทุกคนของหนักในบ้านเริ่มเคลื่อนไหว ทุกคนต่างตกใจ สิ่งก่อสร้างเริ่มปรากฎความเสียหาย เสียหายค่อนข้างมากในอาคารธรรมดา สิ่งก่อสร้างที่ออกแบบไว้อย่างดี เสียหายมาก อาคารพัง รางรถไฟบิดงอ อาคารสิ่งก่อสร้างพังทลายเกือบทั้งหมด ผิวโลกปูดนูนและเลื่อนเป็นคลื่นบน พื้นดินอ่อน ทาลายหมดทุกอย่าง มองเห็นเป็นคลื่นบนแผ่นดิน รอยเลื่อนบริเวณประเทศไทย 1. รอยเลื่อนเชียงแสน 2. รอยเลื่อนแพร่ 3. รอยเลื่อนแม่ทา 4. รอยเลื่อนเถิน 5. รอยเลื่อนเมย-อุทัยธานี 6. รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ 7. รอยเลื่อนเจดีสามองค์ 8. รอยเลื่อนระนอง 9. รอยเลื่อนคลองมะรุย ที่มา: กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม