แปลโดยพยัญ ชนะเรื่อ งพราหมณ์ช ื่อ
ว่า จูเ ฬกสาฎก ตอนที่ ๘
 ๑.

ทนฺธญฺหิ กโรโตติ โย ปน “ทสฺสามิ น ทสฺสามิ
สมฺปชฺชิสฺสติ นุ โข เม โน”ติ เอวํ จิกฺขลฺลมคฺเคน
คจฺฉนฺโต วิย ทนฺธํ ปุญฺญํ กโรติ ตสฺส เอกสาฏกสฺส
วิย มจฺเฉรสหสฺสํ ปาปํ โอกาสํ ลภติ.
 ๑. (อ. อรรถ) ว่า ก็ อ. บุคคล ใด (คิดอยู่) อย่างนี้
ว่า อ. เรา จักถวาย, อ. เรา จักไม่ถวาย, (อ. ผล) จัก
สําเร็จ แก่เราหรือหนอแล (หรือว่า) (อ. ผล จัก
สําเร็จ แก่เรา) หามิได้ ดังนี้ ชื่อว่าย่อมกระทํา ซึ่ง
บุญ ช้า ราวกะ (อ. บุคคล) ผู้ไปอยู่ โดยหนทางอัน
ลื่น, อ. บาป ของบุคคลนัน ย่อมได้ ซึ่งโอกาส
้
ราวกะ อ. พันแห่งจิตดวงประกอบพร้อมแล้วด้วย
 ๒.

อถสฺส ปาปสฺมึ รมตี มโน กุสล-กมฺมกรณกา
เลเยว หิ จิตฺตํ กุสเล รมติ ตโต มุจจิตฺวา ปาปนินฺน
ฺ
เมว โหตีติ.
 ๒. ครั้นเมือความเป็นอย่างนั้น (มีอยู) อ. ใจ ของ
่
่
บุคคลนั้น ย่อมยินดี ในบาป ฯ เพราะว่า อ. จิต ย่อม
ยินดี ในกรรมอันเป็นกุศล ในกาลเป็นทีกระทําซึง
่
่
กรรมอันเป็นกุศลนันเทียว (อ. จิต) พ้นแล้ว จาก
่
กาลเป็นที่กระทําซึ่งกรรมอันเป็นกุศลนัน เป็นธรรม
้
ชาตน้อมไปแล้วในบาปนันเทียว ย่อมเป็น ดังนี้
่
(แห่งหมวดสองแห่งบท) ว่า ทนฺธํ หิ กรโต ดังนี้ ฯ
 ๓.

คาถาปริโยสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึ
สูติ.
 ๔. จูเฬกสาฏกพฺราหฺมณวตฺถุ

๕. (นิฏฐิตํ)
ฺ
 ๓. ในการเป็นที่สุดลงรอบแห่งพระคาถา (อ. ชน
ท.) มาก บรรลุแล้ว (ซึ่งอริยผล ท.) มีโสดาปัตติผล
เป็นต้น ดังนี้แล ฯ
 ๔. อ. เรื่องแห่งพราหมณ์ชื่อว่าจูเฬกสาฎก

๕. (จบแล้ว) ฯ

แปลโดยพยัญชนะเรื่องพราหมณ์ชื่อว่าจูเฬกสาฎก ๘

  • 1.
    แปลโดยพยัญ ชนะเรื่อ งพราหมณ์ชื่อ ว่า จูเ ฬกสาฎก ตอนที่ ๘  ๑. ทนฺธญฺหิ กโรโตติ โย ปน “ทสฺสามิ น ทสฺสามิ สมฺปชฺชิสฺสติ นุ โข เม โน”ติ เอวํ จิกฺขลฺลมคฺเคน คจฺฉนฺโต วิย ทนฺธํ ปุญฺญํ กโรติ ตสฺส เอกสาฏกสฺส วิย มจฺเฉรสหสฺสํ ปาปํ โอกาสํ ลภติ.  ๑. (อ. อรรถ) ว่า ก็ อ. บุคคล ใด (คิดอยู่) อย่างนี้ ว่า อ. เรา จักถวาย, อ. เรา จักไม่ถวาย, (อ. ผล) จัก สําเร็จ แก่เราหรือหนอแล (หรือว่า) (อ. ผล จัก สําเร็จ แก่เรา) หามิได้ ดังนี้ ชื่อว่าย่อมกระทํา ซึ่ง บุญ ช้า ราวกะ (อ. บุคคล) ผู้ไปอยู่ โดยหนทางอัน ลื่น, อ. บาป ของบุคคลนัน ย่อมได้ ซึ่งโอกาส ้ ราวกะ อ. พันแห่งจิตดวงประกอบพร้อมแล้วด้วย
  • 2.
     ๒. อถสฺส ปาปสฺมึรมตี มโน กุสล-กมฺมกรณกา เลเยว หิ จิตฺตํ กุสเล รมติ ตโต มุจจิตฺวา ปาปนินฺน ฺ เมว โหตีติ.  ๒. ครั้นเมือความเป็นอย่างนั้น (มีอยู) อ. ใจ ของ ่ ่ บุคคลนั้น ย่อมยินดี ในบาป ฯ เพราะว่า อ. จิต ย่อม ยินดี ในกรรมอันเป็นกุศล ในกาลเป็นทีกระทําซึง ่ ่ กรรมอันเป็นกุศลนันเทียว (อ. จิต) พ้นแล้ว จาก ่ กาลเป็นที่กระทําซึ่งกรรมอันเป็นกุศลนัน เป็นธรรม ้ ชาตน้อมไปแล้วในบาปนันเทียว ย่อมเป็น ดังนี้ ่ (แห่งหมวดสองแห่งบท) ว่า ทนฺธํ หิ กรโต ดังนี้ ฯ
  • 3.
     ๓. คาถาปริโยสาเน พหูโสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึ สูติ.  ๔. จูเฬกสาฏกพฺราหฺมณวตฺถุ  ๕. (นิฏฐิตํ) ฺ  ๓. ในการเป็นที่สุดลงรอบแห่งพระคาถา (อ. ชน ท.) มาก บรรลุแล้ว (ซึ่งอริยผล ท.) มีโสดาปัตติผล เป็นต้น ดังนี้แล ฯ  ๔. อ. เรื่องแห่งพราหมณ์ชื่อว่าจูเฬกสาฎก  ๕. (จบแล้ว) ฯ