ครูปิยะดนัย วิเคียน : โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม        1


                                         จริยธรรมในโลกของข้อมูล

จริยธรรมในโลกของข้อมูลประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้
         1. ความเป็นส่วนตัว
         เมื่อข้อมูลปรากฏอยู่ในโลกออนไลน์มากขึ้น ทาให้การรวบรวมข้อมูล การเข้าถึง การค้นหา และการ
แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องที่สามารถทาได้ง่ายและเร็วขึ้น ทาให้ข้อมูลบางประเภทที่มีความเป็นส่วนตัว
สูง เช่น เลขประจาตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลประวัติการรักษา อาจรั่วไหล
ไปสู่สาธารณะได้
         บางครั้งข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้อาจถูกนาไปใช้โดยผิดวัตถุประสงค์ของเจ้าของข้อมูล เช่น ข้อมูลหมายเลข
โทรศั พ ท์ มื อถือซึ่ง ถูก เก็ บ ไว้โดยสถานพยาบาล อาจรั่วไหลไปสู่บริษั ทที่มีการประชาสัมพันธ์ก ารขายผ่าน
โทรศัพท์มือถือ อาจทาให้เจ้าของหมายเลขโทรศัพท์นั้น ถูกรบกวนโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นต้น
         ก่อนจะเผยแพร่ข้อมูลทุกครั้ง ต้องคานึงถึงข้อมูลที่มีความเป็นส่วนตัว ผลเสียจากการเผยแพร่ข้อมูล
เหล่านี้ อาจย้อนกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในอนาคต เช่น นักเรียนโพสต์รูป
ของตนเองและ เพื่อนไว้ในเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคม แต่เพื่อนของนักเรียนอาจได้รับผลกระทบจากรูปนั้นก็
เป็นได้
         ในบางกรณีการไม่เปิดเผยข้อมูลอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ได้ เช่น ในการปรึกษาเกี่ยวกับการแพทย์ เรื่อง
ความผิดปกติทางเพศ หรือการเป็นโรคติดต่อร้ายแรง หากต้องเปิดเผยข้อมูลจริงเหล่านี้ การใช้นามแฝงแทนจะ
เป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการแลกเปลี่ยนข้อมูล แต่กรณีเหล่านี้จะไม่สามารถทาได้ในเว็บไซต์ที่กาหนดให้
กรอกข้อมูลจริง เพื่อสมัครใช้บริการ
        2. สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล




                              การกาหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม

          ในการเก็บข้อมูลในฐานข้อมูลจะมีการกาหนดสิทธิ์ในการในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม โดย
ระบบจะอนุญาตให้ผู้ใช้คนหนึ่งเข้าถึงข้อมูลต้องมีการตรวจสอบว่า จะให้ใช้ข้อมูลใดได้บ้าง หรือไม่มีสิทธิ์ในการ
เข้าถึงข้อมูลใดบ้าง ตัวอย่างเช่น พนักงานแผนกการเงินซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลเงินเดือน ไม่ควรได้สิทธิ์ในการ
เข้าถึงข้อมูลประวัติส่วนตัวของพนักงานทั่วไปได้ เป็นต้น
          หากการเข้าใช้ระบบเพื่อการเข้าถึงข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ดังนั้นสิทธิ์ในการ
ใช้ระบบก็จะจัดอยู่ในเกณฑ์ข้อนี้ด้วย โดยปกติแล้วการเข้าถึงระบบใดๆ นั้น ผู้ใช้จะต้องได้รับการอนุญาตจาก
ครูปิยะดนัย วิเคียน : โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม           2


ผู้ดูแลระบบ (system administration) ซึ่งมีหน้าที่คอยดูแล บารุงรักษาระบบให้สามารถทางานได้เป็นปกติ การ
เข้ า ถึ ง ข้ อ มู ล โดยไม่ ไ ด้ รั บ อนุ ญ าต มี ค วามผิ ด ตามพระราชบั ญ ญั ติ ว่ า ด้ ว ยการกระท าความผิ ด เกี่ ย วกั บ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2550 เป็นต้นมา มีความผิดที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง
ของสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลหลายข้อ ยกตัวอย่างเช่น
              มาตรา 5 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและ
มาตรการนั้นมิได้มีไว้สาหรับตน ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจา
ทั้งปรับ
              มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และ
มาตรการนั้นมิได้มีไว้สาหรับตน ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจาทั้ง
ปรับ
               มาตรา 8 ผู้ใดกระทาด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่ อดักรับไว้ ซึ่ง
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นอยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อ
ประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหก
หมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ

        3. ทรัพย์สินทางปัญญา
        ในกระบวนการผลิตโปรแกรม ระบบปฏิบัติการ รูปภาพเพลง หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จาเป็นต้องใช้
ต้นทุนสูง และใช้เวลาในการผลิตยาวนาน แต่เมื่อสิ่งเหล่านี้ปรากฏอยู่ในรูปแบบของข้อมูลดิจิทัล ผู้ใช้คน
อื่นๆ สามารถทาซ้าและนาไปใช้โดยไม่ได้จ่ายเงินให้กับผู้ผลิต ก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจกับเจ้าของ
ข้อมูล ผู้ใช้จึงต้องพิจารณาขอบเขตของสิทธิ์ที่ตนเองได้รับในข้อมูลดังกล่าว และเป็นการสมควรหรือไม่ที่จะดาวน์
โหลดและแจกจ่ายข้อมูลดิจิทัลเหล่านั้น




         นอกจากนี้การนาข้ อ ความหรือรูป ภาพจากสื่ออินเตอร์เน็ตมาใช้ จะต้องมีก ารอ้างอิงแหล่งข้อมูลให้
ถูกต้อง ตัวอย่ างเช่น การคัดลอกข้อความหรือรูปภาพจากเว็บประกอบในการทารายงาน โดยไม่อ้างอิง
แหล่งที่มา ถือเป็นการกระทาที่ผิดอย่างรุนแรงตามหลักจริยธรรมสากลของการนาข้อมูลไปใช้
ครูปิยะดนัย วิเคียน : โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม     3


ทรัพย์สินทางปัญญา แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่
          ลิขสิทธิ์ (copyright) หมายถึง สิทธิ์แต่ผู้เดียวที่กฎหมายรับรองให้ผู้สร้างสรรค์กระทาการใดๆ เกี่ยวกับ
งานที่ตนได้ทาขึ้น อันได้แก่ สิทธิ์ที่จะทาซ้า ดัดแปลง หรือนาออกโฆษณา ไม่ว่าในรูปลักษณะอย่างใดหรือวิธี
ใด รวมทั้งอนุญาตให้ผู้อื่นนางานนั้นไปใช้ด้วย สาหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์ถือเป็นงานที่เข้าข่าย
ที่มีลิขสิทธิ์
          เครื่องหมายการค้า (trademark) ใช้สัญลักษณ์สากล คือ TM หรือ ® หมายถึง เครื่องหมายที่ใช้หรือจะ
ใช้เป็นเครื่องหมายเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น แตกต่าง
กับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของบุคคลอื่น โดยสัญลักษณ์อาจจะประกอบไปด้วยชื่อ ข้อความ วลี สัญลักษณ์ ภาพ
และงานออกแบบ
          สิทธิบัตร (patent) หมายถึง สิทธิ์พิเศษที่กฎหมาบบัญญัติให้เจ้าของสิทธิบัตรมีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ใน
การแสวงหาประโยชน์จากการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสิทธิบัตรนั้น เช่น การผลิตและ
จาหน่าย เป็นต้น
          สาหรับการละเมิดสิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกหรือผลิตซ้าเกี่ยวกับทรัพย์สิ นทางปัญญาทั้ง 3 ประเภทนี้
ถือว่าเป็นการกระทาผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติ

                           ตัวอย่างการใช้สัญลักษณ์เพื่อบอกข้อกาหนดของการใช้สื่อ
         สัญลักษณ์                                          ความหมาย
                           อนุญาตให้ใช้ ดัดแปลง ทาสาเนา และเผยแพร่ได้ โดยต้องอ้างถึงเจ้าของผลงาน

                           อนุญาตให้ใช้ ดัดแปลง ทาสาเนา และเผยแพร่ได้ โดยต้องอ้างถึงเจ้าของผลงาน
                           และ ถ้ามีการแก้ไขต้นฉบับต้องอ้างถึงสัญญาเดิม
                           อนุญาตให้ใช้ ดัดแปลง ทาสาเนา และเผยแพร่ได้ โดยต้องอ้างถึงเจ้าของผลงาน
                           และห้ามใช้ทางการค้า
                           อนุญาตให้ใช้ ดัดแปลง ทาสาเนา และเผยแพร่ได้ โดยต้องอ้างถึงเจ้าของผลงาน
                           และห้ามมีการแก้ไขต้นฉบับ

     ครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Common:CC)
              เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้การใช้ และเผยแพร่สื่อต่างๆ มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทาให้การใช้สื่อ
     มีอิสระโดยยังคงรักษาสิทธิ์ของเจ้าของผลงาน บุคคลอื่นสามารถใช้และเผยแพร่สื่อได้ตามเงื่อนไขที่
     เจ้ า ของผลงานก าหนด เช่ น ต้ อ งระบุ ที่ ม าของสื่ อ (Attribution:by) ห้ า มใช้ ท างการค้ า
     (Noncommercial:nc) ห้ามแก้ไขต้นฉบับ (No Derivative work:nd) ถ้ามีการแก้ไขต้นฉบับต้องอ้างถึง
     สัญญาเดิม (ShareAlike: sa)

จริยธรรมในโลกของข้อมูล

  • 1.
    ครูปิยะดนัย วิเคียน :โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 1 จริยธรรมในโลกของข้อมูล จริยธรรมในโลกของข้อมูลประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้ 1. ความเป็นส่วนตัว เมื่อข้อมูลปรากฏอยู่ในโลกออนไลน์มากขึ้น ทาให้การรวบรวมข้อมูล การเข้าถึง การค้นหา และการ แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องที่สามารถทาได้ง่ายและเร็วขึ้น ทาให้ข้อมูลบางประเภทที่มีความเป็นส่วนตัว สูง เช่น เลขประจาตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลประวัติการรักษา อาจรั่วไหล ไปสู่สาธารณะได้ บางครั้งข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้อาจถูกนาไปใช้โดยผิดวัตถุประสงค์ของเจ้าของข้อมูล เช่น ข้อมูลหมายเลข โทรศั พ ท์ มื อถือซึ่ง ถูก เก็ บ ไว้โดยสถานพยาบาล อาจรั่วไหลไปสู่บริษั ทที่มีการประชาสัมพันธ์ก ารขายผ่าน โทรศัพท์มือถือ อาจทาให้เจ้าของหมายเลขโทรศัพท์นั้น ถูกรบกวนโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นต้น ก่อนจะเผยแพร่ข้อมูลทุกครั้ง ต้องคานึงถึงข้อมูลที่มีความเป็นส่วนตัว ผลเสียจากการเผยแพร่ข้อมูล เหล่านี้ อาจย้อนกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในอนาคต เช่น นักเรียนโพสต์รูป ของตนเองและ เพื่อนไว้ในเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคม แต่เพื่อนของนักเรียนอาจได้รับผลกระทบจากรูปนั้นก็ เป็นได้ ในบางกรณีการไม่เปิดเผยข้อมูลอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ได้ เช่น ในการปรึกษาเกี่ยวกับการแพทย์ เรื่อง ความผิดปกติทางเพศ หรือการเป็นโรคติดต่อร้ายแรง หากต้องเปิดเผยข้อมูลจริงเหล่านี้ การใช้นามแฝงแทนจะ เป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการแลกเปลี่ยนข้อมูล แต่กรณีเหล่านี้จะไม่สามารถทาได้ในเว็บไซต์ที่กาหนดให้ กรอกข้อมูลจริง เพื่อสมัครใช้บริการ 2. สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล การกาหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม ในการเก็บข้อมูลในฐานข้อมูลจะมีการกาหนดสิทธิ์ในการในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม โดย ระบบจะอนุญาตให้ผู้ใช้คนหนึ่งเข้าถึงข้อมูลต้องมีการตรวจสอบว่า จะให้ใช้ข้อมูลใดได้บ้าง หรือไม่มีสิทธิ์ในการ เข้าถึงข้อมูลใดบ้าง ตัวอย่างเช่น พนักงานแผนกการเงินซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลเงินเดือน ไม่ควรได้สิทธิ์ในการ เข้าถึงข้อมูลประวัติส่วนตัวของพนักงานทั่วไปได้ เป็นต้น หากการเข้าใช้ระบบเพื่อการเข้าถึงข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ดังนั้นสิทธิ์ในการ ใช้ระบบก็จะจัดอยู่ในเกณฑ์ข้อนี้ด้วย โดยปกติแล้วการเข้าถึงระบบใดๆ นั้น ผู้ใช้จะต้องได้รับการอนุญาตจาก
  • 2.
    ครูปิยะดนัย วิเคียน :โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 2 ผู้ดูแลระบบ (system administration) ซึ่งมีหน้าที่คอยดูแล บารุงรักษาระบบให้สามารถทางานได้เป็นปกติ การ เข้ า ถึ ง ข้ อ มู ล โดยไม่ ไ ด้ รั บ อนุ ญ าต มี ค วามผิ ด ตามพระราชบั ญ ญั ติ ว่ า ด้ ว ยการกระท าความผิ ด เกี่ ย วกั บ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2550 เป็นต้นมา มีความผิดที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ของสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลหลายข้อ ยกตัวอย่างเช่น มาตรา 5 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและ มาตรการนั้นมิได้มีไว้สาหรับตน ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจา ทั้งปรับ มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และ มาตรการนั้นมิได้มีไว้สาหรับตน ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจาทั้ง ปรับ มาตรา 8 ผู้ใดกระทาด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่ อดักรับไว้ ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นอยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อ ประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหก หมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ 3. ทรัพย์สินทางปัญญา ในกระบวนการผลิตโปรแกรม ระบบปฏิบัติการ รูปภาพเพลง หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จาเป็นต้องใช้ ต้นทุนสูง และใช้เวลาในการผลิตยาวนาน แต่เมื่อสิ่งเหล่านี้ปรากฏอยู่ในรูปแบบของข้อมูลดิจิทัล ผู้ใช้คน อื่นๆ สามารถทาซ้าและนาไปใช้โดยไม่ได้จ่ายเงินให้กับผู้ผลิต ก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจกับเจ้าของ ข้อมูล ผู้ใช้จึงต้องพิจารณาขอบเขตของสิทธิ์ที่ตนเองได้รับในข้อมูลดังกล่าว และเป็นการสมควรหรือไม่ที่จะดาวน์ โหลดและแจกจ่ายข้อมูลดิจิทัลเหล่านั้น นอกจากนี้การนาข้ อ ความหรือรูป ภาพจากสื่ออินเตอร์เน็ตมาใช้ จะต้องมีก ารอ้างอิงแหล่งข้อมูลให้ ถูกต้อง ตัวอย่ างเช่น การคัดลอกข้อความหรือรูปภาพจากเว็บประกอบในการทารายงาน โดยไม่อ้างอิง แหล่งที่มา ถือเป็นการกระทาที่ผิดอย่างรุนแรงตามหลักจริยธรรมสากลของการนาข้อมูลไปใช้
  • 3.
    ครูปิยะดนัย วิเคียน :โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 3 ทรัพย์สินทางปัญญา แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ลิขสิทธิ์ (copyright) หมายถึง สิทธิ์แต่ผู้เดียวที่กฎหมายรับรองให้ผู้สร้างสรรค์กระทาการใดๆ เกี่ยวกับ งานที่ตนได้ทาขึ้น อันได้แก่ สิทธิ์ที่จะทาซ้า ดัดแปลง หรือนาออกโฆษณา ไม่ว่าในรูปลักษณะอย่างใดหรือวิธี ใด รวมทั้งอนุญาตให้ผู้อื่นนางานนั้นไปใช้ด้วย สาหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์ถือเป็นงานที่เข้าข่าย ที่มีลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า (trademark) ใช้สัญลักษณ์สากล คือ TM หรือ ® หมายถึง เครื่องหมายที่ใช้หรือจะ ใช้เป็นเครื่องหมายเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น แตกต่าง กับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของบุคคลอื่น โดยสัญลักษณ์อาจจะประกอบไปด้วยชื่อ ข้อความ วลี สัญลักษณ์ ภาพ และงานออกแบบ สิทธิบัตร (patent) หมายถึง สิทธิ์พิเศษที่กฎหมาบบัญญัติให้เจ้าของสิทธิบัตรมีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ใน การแสวงหาประโยชน์จากการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสิทธิบัตรนั้น เช่น การผลิตและ จาหน่าย เป็นต้น สาหรับการละเมิดสิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกหรือผลิตซ้าเกี่ยวกับทรัพย์สิ นทางปัญญาทั้ง 3 ประเภทนี้ ถือว่าเป็นการกระทาผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติ ตัวอย่างการใช้สัญลักษณ์เพื่อบอกข้อกาหนดของการใช้สื่อ สัญลักษณ์ ความหมาย อนุญาตให้ใช้ ดัดแปลง ทาสาเนา และเผยแพร่ได้ โดยต้องอ้างถึงเจ้าของผลงาน อนุญาตให้ใช้ ดัดแปลง ทาสาเนา และเผยแพร่ได้ โดยต้องอ้างถึงเจ้าของผลงาน และ ถ้ามีการแก้ไขต้นฉบับต้องอ้างถึงสัญญาเดิม อนุญาตให้ใช้ ดัดแปลง ทาสาเนา และเผยแพร่ได้ โดยต้องอ้างถึงเจ้าของผลงาน และห้ามใช้ทางการค้า อนุญาตให้ใช้ ดัดแปลง ทาสาเนา และเผยแพร่ได้ โดยต้องอ้างถึงเจ้าของผลงาน และห้ามมีการแก้ไขต้นฉบับ ครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Common:CC) เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้การใช้ และเผยแพร่สื่อต่างๆ มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทาให้การใช้สื่อ มีอิสระโดยยังคงรักษาสิทธิ์ของเจ้าของผลงาน บุคคลอื่นสามารถใช้และเผยแพร่สื่อได้ตามเงื่อนไขที่ เจ้ า ของผลงานก าหนด เช่ น ต้ อ งระบุ ที่ ม าของสื่ อ (Attribution:by) ห้ า มใช้ ท างการค้ า (Noncommercial:nc) ห้ามแก้ไขต้นฉบับ (No Derivative work:nd) ถ้ามีการแก้ไขต้นฉบับต้องอ้างถึง สัญญาเดิม (ShareAlike: sa)