ครูปิยะดนัย วิเคียน
โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม
หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
ต่ อ พ่ ว งต่ า ง ๆ เช่ น คี ย์ บ อร์ ด (Keyboard) เมาส์ (Mouse) จอภาพ
(Monitor) จอภาพสัมผัส (Touch Screen) ปากกาแสง (Light Pen) เครื่อง
อ่ า น ร หั ส แ ท่ ง ( Barcode Reader) เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ ( Printer)
ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk)
รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสาหรับ
เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่าย
เช่น โมเด็ม (Modem)
           และสายสัญญาณ
ห ม า ย ถึ ง โ ป ร แ ก ร ม ห รื อ ชุ ด ค า สั่ ง
(Instruction) ที่ใช้ควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อ
พ่วงต่างๆ เพื่อให้ทางานตามคาสั่งของผู้ใช้ โดยทั่วไปโปรแกรม หรือชุดคาสั่ง
จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
หมายถึง ชุดคาสั่งที่ทาหน้าที่
ควบคุ ม การท างานของเครื่ อ ง
คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อ
พ่ ว งต่ า งๆ และท าหน้ า ที่ เ ป็ น
ตั ว กลางระหว่ า งผู้ ใ ช้ กั บ เครื่ อ ง
คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ระบบ
แบ่งออกเป็น
1) ระบบปฏิบัติการ (Operation System : OS) เป็นซอฟต์แวร์ที่ทา
หน้าที่ควบคุมการทางานของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ทั้งหมดภายในเครื่อง
คอมพิวเตอร์ โดยจะทาหน้าที่ดูแลและจัดการให้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่
ติดตั้งอยู่ทางานประสานกันอย่างเป็นระบบ
2) โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utilities Program)
เป็นโปรแกรมที่ช่วยเสริมการทางานของคอมพิวเตอร์ หรือช่วยโปรแกรม
งานใช้ อื่ น ๆ         ให้ มี ค วามสามารถใช้ ง านได้ ส ะดวกและรวดเร็ ว
ยิ่งขึ้น เช่น โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการข้อมูล (File Manger) โปรแกรม
ที่ใช้ในการสารองและเรียกคืนข้อมูล (Backup and Restore) โปรแกรมที่
ใช้มนการบีบอัดแฟ้มข้อมูล (File Compression)
และโปรแกรมที่ใช้ในการจัดพื้นที่
ของดิสก์ (Disk Defragmenter)
3) โปรแกรมขับอุปกรณ์ หรือดีไวซ์ไดร์ฟเวอร์ (Device Driver) เป็น
โปรแกรมที่ช่วยในการติดตั้งระบบเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อหรือใช้
งานอุปกรณ์ต่างๆ
4) โปรแกรมแปลภาษา เป็นโปรแกรมที่ทาหน้าที่แปลโปรแกรมที่เขียนขึ้น
ด้ ว ยภาษาคอมพิ ว เตอร์ ร ะดั บ สู ง ให้ เ ป็ น รหั ส ที่ อ ยู่ ใ นรู ป แบบที่ เ ครื่ อ ง
คอมพิวเตอร์สามารถทางานได้
หมายถึ ง ชุ ด ค าสั่ ง ที่ เ ขี ย นขึ้ น เพื่ อ ให้ เ ครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์ ท างานตาม
วัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียนขึ้นโดยใช้โปรแกรม
ภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก (Basic) ปาสคาล (Pascal) โค
บอล (Cobol) ซี (C) ซีพลัสพลัส (C++) และจาวา (Java) ซอฟต์แวร์
ประยุกต์แบ่งตามกลุ่มการใช้งาน ตามตาราง
คือ สิ่งที่ใช้อธิบายคุณลักษณะของวัตถุ เหตุการณ์ กิจกรรม โดย
บันทึกจากการสังเกต การทดลอง หรือการสารวจด้วยการแทนรูปแบบใดรูปแบบ
หนึ่ง เช่น บันทึกไว้เป็นตัวเลข ข้อความ รูปภาพ และสัญลักษณ์ ข้อมูลจะถูก
ร ว บ ร ว ม แ ล ะ ป้ อ น เ ข้ า สู่ เ ค รื่ อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ โ ด ย ผ่ า น อุ ป ก ร ณ์ ข อ ง ห น่ ว ย
รับเข้า เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ และสแกนเนอร์ (scanner) ข้อมูลต้องมีโครงสร้างในการ
จัดเก็บที่เป็นระบบเพื่อการสืบค้นที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจะถูกจัดเก็บอยู่ใน
หน่ ว ยความจ า (memory                              unit) ก่ อ นที่ จ ะถู ก ย้ า ยไปเก็ บ ที่ ห น่ ว ยเก็ บ
ข้อมูล (storage unit) เช่น ฮาร์ดดิสก์ และแผ่นซีดี (Compact Disc: CD) การป้อน
ข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์
บุ ค ลากรเป็ น องค์ ป ระกอบที่
                                สาคัญที่สุดของระบบสารสนเทศ ในที่นี้
                                หมายถึ ง บุ ค ลากรที่ เ ป็ น ผู้ ใ ช้ ร ะบบ
สารสนเทศ บุคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศ จะต้องมีความรู้
ความสามารถในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพให้สามารถ
ทางานได้ตามความต้องการของผู้ใช้ใช้ง่ายและสะดวก            ส่วนผู้ใช้ต้องมี
ความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถในการใช้งานระบบสารสนเทศและ
                การสื่อสารต่างๆ ได้อย่างถูกต้องจึงจะเกิดสารสนเทศที่เป็น
                ประโยชน์
คือ การปฏิบัติงานที่เป็นลาดับ
ขั้นตอนอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ง่าย และดาเนินงานได้
อย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ       ทั้ ง ในสถานการณ์ ป กติ แ ละสถานการณ์
ฉุกเฉิน เช่น ขั้นตอนการบันทึกข้อมูล ขั้นตอนการทาสาเนาข้อมูล ขั้นตอน
การปฏิบัติเมื่อข้อมูลได้รับความเสียหาย หรือเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ และ
อุปกรณ์ต่างๆ เกิดการชารุดเสียหาย
ขั้นตอนต่างๆ เหล่านีควรได้รับการ
                         ้
รวบรวมและจัดทาให้เป็นรูปเล่มของ
คู่มือการใช้งาน

องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

  • 1.
  • 2.
    หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ต่ อพ่ ว งต่ า ง ๆ เช่ น คี ย์ บ อร์ ด (Keyboard) เมาส์ (Mouse) จอภาพ (Monitor) จอภาพสัมผัส (Touch Screen) ปากกาแสง (Light Pen) เครื่อง อ่ า น ร หั ส แ ท่ ง ( Barcode Reader) เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ ( Printer) ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสาหรับ เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่าย เช่น โมเด็ม (Modem) และสายสัญญาณ
  • 3.
    ห ม าย ถึ ง โ ป ร แ ก ร ม ห รื อ ชุ ด ค า สั่ ง (Instruction) ที่ใช้ควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อ พ่วงต่างๆ เพื่อให้ทางานตามคาสั่งของผู้ใช้ โดยทั่วไปโปรแกรม หรือชุดคาสั่ง จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
  • 4.
    หมายถึง ชุดคาสั่งที่ทาหน้าที่ ควบคุ มการท างานของเครื่ อ ง คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อ พ่ ว งต่ า งๆ และท าหน้ า ที่ เ ป็ น ตั ว กลางระหว่ า งผู้ ใ ช้ กั บ เครื่ อ ง คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ระบบ แบ่งออกเป็น
  • 5.
    1) ระบบปฏิบัติการ (OperationSystem : OS) เป็นซอฟต์แวร์ที่ทา หน้าที่ควบคุมการทางานของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ทั้งหมดภายในเครื่อง คอมพิวเตอร์ โดยจะทาหน้าที่ดูแลและจัดการให้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ ติดตั้งอยู่ทางานประสานกันอย่างเป็นระบบ
  • 6.
    2) โปรแกรมอรรถประโยชน์ (UtilitiesProgram) เป็นโปรแกรมที่ช่วยเสริมการทางานของคอมพิวเตอร์ หรือช่วยโปรแกรม งานใช้ อื่ น ๆ ให้ มี ค วามสามารถใช้ ง านได้ ส ะดวกและรวดเร็ ว ยิ่งขึ้น เช่น โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการข้อมูล (File Manger) โปรแกรม ที่ใช้ในการสารองและเรียกคืนข้อมูล (Backup and Restore) โปรแกรมที่ ใช้มนการบีบอัดแฟ้มข้อมูล (File Compression) และโปรแกรมที่ใช้ในการจัดพื้นที่ ของดิสก์ (Disk Defragmenter)
  • 7.
    3) โปรแกรมขับอุปกรณ์ หรือดีไวซ์ไดร์ฟเวอร์(Device Driver) เป็น โปรแกรมที่ช่วยในการติดตั้งระบบเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อหรือใช้ งานอุปกรณ์ต่างๆ
  • 8.
    4) โปรแกรมแปลภาษา เป็นโปรแกรมที่ทาหน้าที่แปลโปรแกรมที่เขียนขึ้น ด้ว ยภาษาคอมพิ ว เตอร์ ร ะดั บ สู ง ให้ เ ป็ น รหั ส ที่ อ ยู่ ใ นรู ป แบบที่ เ ครื่ อ ง คอมพิวเตอร์สามารถทางานได้
  • 9.
    หมายถึ ง ชุด ค าสั่ ง ที่ เ ขี ย นขึ้ น เพื่ อ ให้ เ ครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์ ท างานตาม วัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียนขึ้นโดยใช้โปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก (Basic) ปาสคาล (Pascal) โค บอล (Cobol) ซี (C) ซีพลัสพลัส (C++) และจาวา (Java) ซอฟต์แวร์ ประยุกต์แบ่งตามกลุ่มการใช้งาน ตามตาราง
  • 11.
    คือ สิ่งที่ใช้อธิบายคุณลักษณะของวัตถุ เหตุการณ์กิจกรรม โดย บันทึกจากการสังเกต การทดลอง หรือการสารวจด้วยการแทนรูปแบบใดรูปแบบ หนึ่ง เช่น บันทึกไว้เป็นตัวเลข ข้อความ รูปภาพ และสัญลักษณ์ ข้อมูลจะถูก ร ว บ ร ว ม แ ล ะ ป้ อ น เ ข้ า สู่ เ ค รื่ อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ โ ด ย ผ่ า น อุ ป ก ร ณ์ ข อ ง ห น่ ว ย รับเข้า เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ และสแกนเนอร์ (scanner) ข้อมูลต้องมีโครงสร้างในการ จัดเก็บที่เป็นระบบเพื่อการสืบค้นที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจะถูกจัดเก็บอยู่ใน หน่ ว ยความจ า (memory unit) ก่ อ นที่ จ ะถู ก ย้ า ยไปเก็ บ ที่ ห น่ ว ยเก็ บ ข้อมูล (storage unit) เช่น ฮาร์ดดิสก์ และแผ่นซีดี (Compact Disc: CD) การป้อน ข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์
  • 12.
    บุ ค ลากรเป็น องค์ ป ระกอบที่ สาคัญที่สุดของระบบสารสนเทศ ในที่นี้ หมายถึ ง บุ ค ลากรที่ เ ป็ น ผู้ ใ ช้ ร ะบบ สารสนเทศ บุคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศ จะต้องมีความรู้ ความสามารถในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพให้สามารถ ทางานได้ตามความต้องการของผู้ใช้ใช้ง่ายและสะดวก ส่วนผู้ใช้ต้องมี ความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถในการใช้งานระบบสารสนเทศและ การสื่อสารต่างๆ ได้อย่างถูกต้องจึงจะเกิดสารสนเทศที่เป็น ประโยชน์
  • 13.
    คือ การปฏิบัติงานที่เป็นลาดับ ขั้นตอนอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ง่ายและดาเนินงานได้ อย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ ทั้ ง ในสถานการณ์ ป กติ แ ละสถานการณ์ ฉุกเฉิน เช่น ขั้นตอนการบันทึกข้อมูล ขั้นตอนการทาสาเนาข้อมูล ขั้นตอน การปฏิบัติเมื่อข้อมูลได้รับความเสียหาย หรือเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ และ อุปกรณ์ต่างๆ เกิดการชารุดเสียหาย ขั้นตอนต่างๆ เหล่านีควรได้รับการ ้ รวบรวมและจัดทาให้เป็นรูปเล่มของ คู่มือการใช้งาน