More Related Content
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPT
เทคโนโลยีสารสนเทศกับการประชาสัมพันธ์ PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร PPTX
What's hot
PDF
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PDF
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารPim PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร DOC
DOC
PPT
8.บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพ PPTX
1 ความเป็นมาของเทคโนโลยีสารสนเทศ DOC
ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPT
PPT
DOC
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPT
PDF
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
60924 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร PPTX
Similar to บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อัส
PDF
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ PDF
เทคโนโลยีสารสนเทศกับชีวิตประจำวัน PDF
เทคโนโลยีสารสนเทศกับชีวิตประจำวัน PDF
ความสําคัญและบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPT
ประวัติความเป็นมาและการพัฒนาของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ PPTX
วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้น ม.6 PPTX
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
PDF
02 บทที่ 2-เอกสารที่เกี่ยวข้อง PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PDF
ความหมายและองค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ PDF
02 บทที่ 2-เอกสารที่เกี่ยวข้อง PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PDF
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อัส
- 1.
- 2.
เทคโนโลยี (Technology) หมายถึงวิธีการปฏิบัติ ที่มีการจัดลาดับอย่างมีรูปแบบและขั้นตอน เพื่อที่จะ
ทาให้เกิดประสิทธิภาพ ในเรื่องของความรวดเร็วความน่าเชื่อถือ ความถูกต้อง
สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลดิบ ที่ได้ผ่านการประมวลผล จากคอมพิวเตอร์มา แล้ว คือผ่าน
การคานวณ การจัดเรียง การเปรียบเทียบ เป็นต้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้สามารถนาไปใช้ประโยชน์ต่อผู้
ที่์์์์ี่
เกี่ยวข้องได้
เมื่อนาคาว่า "เทคโนโลยี" และ "สารสนเทศ"มารวมกัน
เทคโนโลยีสารสนเทศ จึงหมายถึง วิธีการปฏิบัติที่มีการจัดลาดับอย่างมีรูปแบบและขั้นตอน เพื่อที่จะทาให้
เกิดประสิทธิภาพ ในเรื่องของความรวดเร็วความน่าเชื่อถือ ความถูกต้องซึ่งเป็นเทคโนโลยี ที่มีการนา
คอมพิวเตอร์ การสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสาหรับการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม มาทางาน
ร่วมกัน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนสารสนเทศ โดยนาข้อมูลป้อนเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ และทาการ
ประมวลผลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ
- 3.
- 4.
2.2. ซอฟต์แวร์
ซอฟต์แวร์ (software)หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคาสั่ง ( instruction ) ที่ใช้ควบคุม
การทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เพื่อให้ทางานตามคาสั่งของ
ผู้ใช้โดยทั่วไปโปรแกรม หรือชุดคาสั่งจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่คือ
1. ซอฟต์แวร์ระบบ คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้จัดการกับระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่
มีอยู่ในระบบ เช่น ระบบปฏิบัติการวินโดว์สระบบปฏิบัติการดอส ระบบปฏิบัติการ
ยูนิกซ์
2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ คือ ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานด้านต่างๆ ตามความต้องการ
ของผู้ใช้เช่น ซอฟต์แวร์กราฟิก ซอฟต์แวร์ประมวลคา ซอฟต์แวร์ตาราง
ทางาน ซอฟต์แวร์นาเสนอข้อมูล
- 5.
2.3. ข้อมูล
ข้อมูล เป็นองค์ประกอบที่สาคัญอีกประการหนึ่งของระบบสารสนเทศอาจจะ
เป็นตัวชี้ความสาเร็จหรือความล้มเหลวของระบบได้ เนื่องจากจะต้องมีการเก็บข้อมูล
จากแหล่งกาเนิด ข้อมูลจะต้องมีความถูกต้อง มีการกลั่นกรองและตรวจสอบแล้วเท่านั้น
จึงจะมีประโยชน์ ข้อมูลจาเป็นจะต้องมีมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้งานในระดับ
กลุ่มหรือระดับองค์กร ข้อมูลต้องมีโครงสร้างในการจัดเก็บที่เป็นระบบระเบียบเพื่อการ
สืบค้นที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพ
- 6.
2.4. บุคลากร
บุคลากรในระดับผู้ใช้ผู้บริหาร ผู้พัฒนาระบบนักวิเคราะห์ระบบ และนักเขียน
โปรแกรม เป็นองค์ประกอบสาคัญในความสาเร็จของระบบสารสนเทศ บุคลากรมีความรู้
ความสามารถทางคอมพิวเตอร์มากเท่าใดโอกาสที่จะใช้งานระบบสารสนเทศและระบบ
คอมพิวเตอร์ได้เต็มศักยภาพและคุ้มค่ายิ่งมากขึ้นเท่านั้นโดยเฉพาะระบบสารสนเทศใน
ระดับบุคคลซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์มีขีดความสามารถมากขึ้น ทาให้ผู้ใช้มีโอกาสพัฒนา
ความสามารถของตนเองและพัฒนาระบบงานได้เองตามความต้องการสาหรับระบบ
สารสนเทศในระดับกลุ่มและองค์กรที่มีความซับซ้อนจะต้องใช้บุคลากรในสาขา
คอมพิวเตอร์โดยตรงมาพัฒนาและดูแลระบบงาน
- 7.
- 8.
3.1 ด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้เพื่ออานวยความ
สะดวกในการบริหารด้านการบริหารด้านการศึกษาเช่นระบบการลงทะเบียน และระบบ
การจัดตารางสอน นอกจากนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มโอกาสทางด้านการศึกษาและ
เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน
3.2 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้
เริ่มตั้งแต่การทาทะเบียนคนไข้การรักษาพยาบาลทั่วไปตลอดจนการวินิจฉัยและรักษา
โรคต่างๆได้อย่างรวดเร็วและแม่นยานอกจากนี้ยังใช้ในห้องทดลอง การศึกษาและการ
วิจัยทางการแพทย์งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี สามารถค้นคว้าข้อมูลทางการแพทย์รักษา
คนไข้ด้วยระบบการรักษาทางไกลตลอดเวลาผ่านเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอกซเรย์
คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า อีเอ็มไอสแกนเนอร์ (EMI scanner) ถูกนามาถ่ายภาพสมองมนุษย์
เพื่อตรวจหาความผิดปกติในสมอง
- 9.
3.3 ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม เทตโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูก
นามาใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรมเช่นการจัดทาระบบข้อมูลเพื่อการเกษตรและ
พยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาความก้าวหน้าทางด้าน
อุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อใช้ทางานบ้าน และหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมที่
ต้องเสี่ยงภัยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เฃ่น โรงงานสารเคมี โรงผลิตและการจ่ายไฟฟ้า
รวมถึงงานที่ต้องทาซ้าๆ
3.4 ด้านการเงินธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้ในด้าน
การเงินและการธนาคาร โดยใช้ช่วยด้านการบัญชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน บริการสินเชื่อ
และเปลี่ยนเงินตรา บริการข่าวสารธนาคาร การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการเงินการธนาคารที่
รู้จักและนิยมใช้กันทั่วไป เช่น บริการฝากถอนเงิน การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์
- 10.
3.5 ด้านความมั่นคง มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกันอย่างแพร่หลายเช่น
ใช้ในการควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปลรหัสลับในงานจารกรรมระหว่าง
ประเทศ การส่งดาวเทียมและการคานวณวิถีโคจรของจรวดไปสู่อวกาศ สานักงานตารวจแห่งชาติ
ของประเทศไทยมีศูนย์ประมวลข่าวสาร มีระบบจัดทาทะเบียนปืนทะเบียนประวัติอาชญากร ทา
ให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดีต่างๆ
3.6 ด้านการคมนาคม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในส่วนที่เกี่ยวกับการ
เดินทาง เช่น การเดินทางโดยรถไฟ มีการเชื่อมโยงข้อมูลการจองที่นั่งไปยังทุกสถานี ทาให้
สะดวกต่อผู้โดยสาร การเช็คอินของสายการบิน ได้จัดทาเครื่องมือที่สะดวกต่อลูกค้า ในรูปแบบ
ของการเช็คอินด้วยตนเอง
3.7 ด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการ
ออกแบบ หรือจาลองสภาววการณ์ต่างๆ เช่น การรับแรงสั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดิว
ไหว โดยการคานวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริง
- 11.
- 12.
4.1 ด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เมื่อพิจารณาเครือข่ายการสื่อสารทั่วไปจากอดีตจนถึง
ปัจจุบันเห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์การสื่อสารแบบพกพามากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากวิทยุเรียกตัว (pager) ซึ่ง
เป็นเครื่องรับข้อความ มาเป็นถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์สื่สารชนิดนี้ได้ถูกพัฒนาจนสามารถใช้งานด้าน
อื่นๆได้นอกจากการพูดคุยธรรมดา โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่สามารถใช้ถ่ายรูป ฟังเพลง ฟังวิทยุดู
โทรทัศน์ บันทึกข้อมูงสั้นๆ บางรุ่นมีลักษณะเป็นเครื่องช่วยงานส่วนบุคคล (Personal Digital Assistant :
PDA) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้อีกทั้งยังมีหน้าจอแบบสัมผัส ทาให้สะดวกต่อการใช้งานมาก
ขึ้น บางรุ่นมีอุปกรณ์สไตลัส (stylus)
4.2 ด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเครื่องข่ายคอมพิวเตอร์ในอดีตมังเป็นระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์และ
อุปกรณ์เชื่อมต่อตรงโดยจุดเดียว (stand alone) ต่อมามีการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร
เพื่อทาให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน หรือใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน จนเกิดเป็นระบบรับและให้บริการ หรือที่
เรียกว่าระบบรับ-ให้บริการ (client-server system) โดยมีเครื่องให้บริการ (server) และเครื่องรับบริการ
(client) การให้บริการบนเว็บก็นาหลักการของระบบรับ-ให้บริการมาใช้ช่วยให้การทางานง่ายขึ้น สะดวก
รวดเร็ว เพราะสามารถทางานจากที่ใดก็ได้โดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยมีเว็บเซอร์เวอร์ (web server)
เป็นเครื่องให้บริการ
- 13.
- 14.
5.2 ด้านเศรษฐกิจ
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งผลให้เกิดสังคมโลกาภิวัฒน์ เพราะสามารถชม
ข่าวและรายการโทรทัศน์ที่ส่งกระจายผ่านดาวเทียมของประเทศต่างๆได้ทั่วโลก สามารถรับรู้
ข่าวสารได้ทันทีแต่ก่อนระบบเสรษฐกิจมีการจากัดภายในประเทส แต่ปัจจุบันก้กระจายเป็น
เศรษฐกิจโลก ระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกจึงเชื่อมโยงและผูกพันกันมากขึ้น
5.3 ด้านสิ่งแวดล้อม
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีประโยชน์ด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น
ระบบป้องกันการเวาะชายฝั่ง โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม นอกจากนี้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบผสม
เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อควบคุมให้เครื่องยนตืลดกาเผาไหม้น้ามันเชื้อเพลิง เป็นการลมลภาวะ
ก๊าซไนดตรเจนออกไซด์ "ฮโดรคาร์บอน และก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ ที่ทาให้เกิดภาวะโลก
ร้อน
- 15.
1. นักเขียนโปรมแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (programmer)
โปรแกรมเมอร์จะทาหน้าที่ นาข้อมูลการออกแบบรายละเอียดการวางโครงสร้างระบบ
คอมพิวเตอร์ จากนักวิเคราะห์ระบบงาน มาเขียนเป็นโปรแกรมต่าง ๆ
2. นักวิเคราะห์ระบบ(system analyst)
ผู้ที่ทาหน้าที่ศึกษาปัญหาและความต้องการขององค์กรในการกาหนดบุคคล
(People) ข้อมูล (Data) การประมวลผล (Process) การสื่อสาร (Communication) และเทคโนโลยี
สารสนเทศ (InformationTechnology) ว่าจะจัดการหรือปรับปรุงอย่างไร
- 16.
- 17.
- 18.
7.เจ้าหน้าที่เทคนิค(technician)
8. นักเขียนเกม(game maker)
-สร้างเกมได้ทุกแนว ทั้งการเล่นแบบออฟไลน์และออนไลน์
- เข้าใจง่าย ทาให้ผู้เริ่มต้นสนใจไม่เบื่อหน่ายไปเสียก่อน
- สามารถใช้เพียงเครื่องมือหลักๆคือการลากวาง ก็สร้างเกมได้่โดยไม่ต้องเขียน
โปรแกรมเลย(เกมที่ไม่ซับซ้อนเกินไป)
- มีความยืดหยุ่นสูงมาก เนื่องจากมีภาษาที่ใช้ในการเขียนเกมระดับสูง เป็นของตัวเอง
และตัวภาษานั้นเข้าใจไม่ยากนัก( GML : Game Maker Language )
- สร้างได้ทั้งเกม 2 มิติและ 3 มิติ
- ทางานร่วมกับ .Dll ได้( เรียกใช้Library ภายนอก )