ครูปิยะดนัย วิเคียน : โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม      1


                                                อินเทอร์เน็ต

1. ความหมายของอินเทอร์เน็ต
         อิ นเทอร์เน็ ต (Internet) เป็ นเครือข่ ายขนาดใหญ่ที่เ ชื่อมต่อเครือข่า ยคอมพิ วเตอร์ข ององค์ก รธุรกิ จ
หน่วยงานของรัฐบาล สถานศึกษา ตลอดจนเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเข้าไว้ด้วยกัน ทาให้ข้อมูลสารสนเทศ
สินค้า และบริการที่นาเสนอผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์เหล่านี้สามารถเข้าถึงได้จาก คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ
จากที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน สานักงาน โรงเรียน ชายทะเล หรือร้านอาหารทั่วโลก

2. ประวัติความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต
          อินเตอร์เน็ต เป็นเครือข่ายคอมพิ วเตอร์ที่พัฒนามาจากเครือข่ายอาร์พาเน็ต (ARPAnet) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี
พ.ศ. 2512 ซึ่งเป็นโครงการศึกษาและวิจัยขั้นสูง (Advance Research Projects Agency) ของกระทรวงกลาโหม
สหรัฐอเมริกา โดยการนาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้เครื่องต่างชนิดกัน และใช้โปรแกรม ระบบปฏิบัติการของแต่ละ
เครื่องที่แตกต่างกันด้วยให้สามารถรับส่งข้อมูลด้วยกันได้ โดยมีเป้าหมายที่ว่า ถ้าเครื่องใดเครื่องหนึ่งมีปัญหาไม่
สามารถประมวลผลได้ในช่ วงใดช่ วงหนึ่ง ก็สามารถโอนงานไปประมวลผลภายใต้เครื่องอื่น ภายในเครือข่าย
เดียวกันได้ จากการศึกษาวิจัย และทาการทดลองนี้ได้รับผลสาเร็จเป็นอย่างมาก ทาให้มีหลายหน่วยงานขอเข้ามา
เชื่อมต่อเพื่อใช้ส่งข้อมูลในเครือข่ายมากขึ้น
          ในปี พ.ศ. 2515 จึงมีการปรับปรุงเครือข่ายอาร์พาเน็ต ให้รองรับการขยายตัวของผู้ใช้เครือข่ายมากขึ้น และ
เรียกชื่อใหม่ว่า ดาร์พา (DAPA :Defended Advanced Research Project Agency) และต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ก็ได้
โอนหน้าที่ การดูแลรับผิดชอบเครือข่า ยอาร์พาเน็ต ให้แก่หน่วยงานการสื่อสารของทัพบก (DCA :Defended
Communications Agency)
          ในปี พ.ศ. 2523 มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอาร์พาเน็ต ทาให้หน่วยงานดาร์พา ซึ่งมี
ทุนวิจัยจากัด และสนับสนุนเฉพาะ นักวิจัยด้านคอมพิวเตอร์ และหน่วยงานเอกชนที่มีงานวิจัยในหน่วยงานของ
กองทัพเท่านั้น ไม่สามารถใช้เงิ นทุนสนับสนุนแก่หน่วยงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทั่วไปได้ จากความต้องการใช้
งานเครือข่า ยเพื่อการวิจัย ทาให้มีการก่ อตั้งเครือข่ายขึ้นอีก หลายเครือข่ายโดยมีเป้าหมายในการให้บริการใน
รูปแบบต่าง ๆ กัน เช่น
          - BITNET (because it’s Time Network) ให้บริการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ในหน่วยงานมหาวิทยาลัย
เป็นหลัก
          - CSNET (Computer Sciened Network ) ให้บริการรับส่ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การถ่ายโอนแฟ้ม
บริการข้อมูลข่าวสารและการขอใช้บริการเครือข่ายระยะไกล (Remote Login)ในหน่วยงานด้านคอมพิวเตอร์ และ
กลุ่มอุตสาหกรรม
          - USENET (User‘s Network) ให้บริการข่าวสารทั่วไปในรูปกระดานข่าว (Bulletin Board) โดยให้สมาชิก
ลงข่าวสารในรูปบทความเข้าไปในเครือข่าย ซึ่งมีการแบ่งกลุ่มตามความสนใจของสมาชิก ออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ เช่น
ด้านวิทยาศาสตร์ (sci) สังคมวิทยา (soc) รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และด้านคอมพิวเตอร์เป็นต้น โดยผู้ที่เข้ามา
ครูปิยะดนัย วิเคียน : โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม                2


อ่านบทความก็สามารถเลือกอ่านตามกลุ่มบทความที่ตนสนใจ และเขียนบทความเข้าไป แสดงความคิดเห็นได้ด้วย
เช่นกัน
          ในปี พ.ศ. 2523 หน่วยงานดาร์พ า ได้ตัดสินใจนาโปรโตคอล TCP/IP มาใช้ใ นการรับส่งข้อมูล ใน
เครือข่ายอาร์เน็ต และได้แบ่งเครือข่ายออกเป็น 2 ส่วน คือ เครือข่ายอาร์พาเน็ต ที่ทางานด้านการศึกษาและวิจัย
เหมือนเดิมกับเครือข่ายของกองทัพ ที่ใช้ชื่อว่า มิลเน็ต (MILNET : Military Network)
          ในปี พ.ศ. 2528 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ของอเมริกา (National Science Foundation) ได้สร้าง ศูนย์
ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ง านวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ชื่อว่า เอ็นเอสเอฟเน็ต (NFSnet) และมีการจัดสรรทุนให้มี
การพัฒนาเครือข่ายส่วนภูมิภาค (Regional Network ) โดยใช้โปรโตคอล TCP/IP และต่อเชื่อมกับเครือข่ายอาร์พา
เน็ต ด้วย ในเวลาต่อมา ในปี พ.ศ. 2533 เอ็นเอสเอฟเน็ต ก็ได้ทาหน้าที่ เป็นเครือข่ายกระดูกสันหลัง (Back Bone)
โดยร่วมกับเครือข่ายอื่น ๆ และให้ใช้ชื่อเครือข่ายนี้ว่า อินเทอร์เน็ต ในเวลาต่อมา
          สาหรับในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2530 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (psu) และ
สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือ เอไอที (AIT) ได้มีการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อส่ง
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านทางประเทศออสเตรเลีย และต่อมาในปี พ.ศ. 2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ยื่นขอที่อยู่อินเทอร์เน็ตเป็นแห่งแรก ชื่อว่า sritrang.psu.th
          ต่อมาปี พ.ศ. 2534 บริษัท DEC (Thailand) ก็ได้ยื่นขอที่อยู่อินเทอร์เน็ตเช่นกันโดยมีชื่อว่า dect.co.th
          ในปี พ.ศ. 2535 ถื อ ได้ ว่ า อิ น เทอร์ เ น็ ต ได้ เ ข้ า มาในประเทศไทยอย่ า งเต็ ม ตั ว กล่ า วคื อ จุ ฬ าลงกรณ์
มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งเครือข่ายชื่อว่า จุฬาเน็ต (chulanet) และเชื่อมต่อด้วยสายเช่า (lease line ) เข้ากับเครือข่าย
UUNET ของบริษัท ยูยูเน็ต ( uunet Technologies Co. ,Ltd.) ซึ่งตั้งอยู่ที่มลรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
ความเร็วที่ใช้ส่งข้อมูลระยะแรกที่ 9600 บิตต่อวินาที (bps : Bit per Secound) ต่อมาได้ขยายความเร็วในการรั บส่ง
ข้อมูลเป็น 64 kbps และ 128 kbps ตามลาดับและในปีเดียวกันก็ได้มีหน่วยงานการศึกษาอื่น ๆ ได้ให้ความสนใจใน
การเชื่ อ มต่ อ เครื อ ข่ า ยคอมพิ ว เตอร์ ร ะหว่ า งสถาบั น มากขึ้ น โดยมี จุ ด มุ่ ง หมายเพื่ อ การให้ บ ริ ก ารสื บ ค้ น ข้ อ มู ล
สารสนเทศของห้องสมุดมหาวิทยาลัย และส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกันได้ในการดาเนินงานระยะแรกเป็น
การเชื่ อมต่อเครือข่า ยคอมพิ วเตอร์ 4 หน่วยงานด้วยกั น คือ กระทรวงวิทยาศาสตร์หรือ สิ่ งแวดล้อม (MOSTE)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(CU) สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าวิทยาเขต
ลาดกระบัง (KMITL) และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ (AU) โดยเรียกชื่อเครือข่ายนี้ว่าเครือข่าย THAInet
ต่อมาได้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มไทยสาร ( THAISARN :Thai Social/Scientific , Academic and Research Network )
ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของศูนย์เ ทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือที่เรียกว่า เนคเทค ( NRCTEC :
National Electronic and computer Technology Center) กระทรวงวิทยาศาสตร์และได้รับความร่วมมือจาก
มหาวิทยาลัยและเอกชนหลายแห่งและยังได้รับการสนับสนุนจาก ARRnet ของประเทศออสเตรเลียด้วย ต่อมาได้มี
การเชื่ อ มโยงกั บ สถาบั น ต่ า ง ๆ เพิ่ ม ขึ้ น อี ก เก้ า แห่ ง คื อ มหาวิ ท ยาลั ย มหิ ด ล มหาวิ ท ยาลั ย เกษตร
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่ น
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และทบวงมหาวิทยาลัย
จากนั้นก็ มีหน่วยงานอื่น ๆ เข้ามาเชื่ อมต่อกั บเครือข่ายไทยสารเพิ่มขึ้น ทาให้มีการขยายเครือข่ายออกไปอย่าง
กว้างขวาง
ครูปิยะดนัย วิเคียน : โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม              3


         ในปี พ.ศ. 2537 เครือข่ายในประเทศไทยก็ได้เชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อย่างสมบูรณ์ แบบ โดยมี
การเชื่อมต่อออกไปต่างประเทศ 2 แห่งด้วยกันคือที่ เน็คเท็ค และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทางออกทั้งสองเป็น
เสมือนช่องทางสารวจซึ่งกันและกัน หากเกิดปัญหากับเสนทางใดเส้นทางหนึ่ง ก็ จะอาศัยอีกช่องทางหนึ่งออกไปสู่
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายนอกได้

3. โครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต
        ประกอบด้วยเครือข่ายระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ และระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
        อินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงข้อมูลจากเครือข่า ยคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังเครือข่ายอื่นด้วยความเร็วและคุณภาพที่
แตกต่างกันขึ้นอยู่กับรูปแบบการสื่อสาร และสื่อที่ใช้ในการเชื่อมโยงเครือข่าย เช่น สายโทรศัพท์ สายไปเบอร์ออพ
ติก และคลื่นวิทยุ
        ถึง แม้ ใ นปั จจุบั นพื้ น ที่ ใ ห้บ ริก ารอินเทอร์ เน็ตทั่ว โลกจะเพิ่ มขึ้นอย่ างต่อเนื่อ ง อินเทอร์เน็ตก็ ยั งคงเป็ น
เครือข่ายสาธารณะที่ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ หน่ วยงานทั้งของรัฐและเอกชนมีหน้าที่ในการดูแลและจัดการจราจร
ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตในเฉพาะเครือข่ายที่รับผิดชอบ




                                       รูปแสดง โครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต


               เกร็ดน่ารู้

   เวิลด์ไวด์เว็บคอนซอร์เทียม (World Wide Web Consortium: W3C)

             เป็นหน่วยงานที่ทาหน้าที่ควบคุมดูแล รวมทั้งกาหนดมาตรฐาน คาแนะนาต่างๆ ที่เกี่ยวกับ
   อินเทอร์เน็ต โดยมีวัตถุประสงค์ในอินเทอร์เน็ตมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง


1.4 การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
        ผู้ใช้ที่เป็นคนทางาน นักเรียน หรือนักศึกษา มักจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายของหน่วยงาน โรงเรียน
หรือมหาวิทยาลัย ซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ขณะที่ผู้ใช้ทั่วไปอาจใช้วิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ครูปิยะดนัย วิเคียน : โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม    4


โดยใช้โมเด็มผ่านสายโทรศัพท์ ซึ่งเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วต่า หรืออาจเชื่อมต่อผ่าน บรอดแบรนด์อินเทอร์เน็ต
(broadband Internet connection) เช่น เอดีเอสแอล (Asymmetric Digital Subscriber Line: ADSL) เคเบิลโมเด็มที่
เชื่อมต่อกับเครือข่ายเคเบิลทีวี หรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย เช่น ไวไฟ หรืออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม
         สถานที่สาธารณะหลายแห่ง เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย สนามบิน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม มักจะมีบริการ
อินเทอร์เน็ตทั้งแบบมีสายและไร้สาย เพื่อให้ผู้ใช้อุปกรณ์พกพาสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยสะดวก




                                      รูปแสดง การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

    ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือไอเอสพี (Internet Service Provider: ISP) ให้บริการการเชื่อมต่อเข้าสู่
     อินเทอร์เน็ตสาหรับผู้ใช้ โดยอาจคิดค่าบริการเป็นรายเดือน บริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
     เช่น ทีโอที ซีเอส ล็อกซ์อินโฟ กสท โทรคมนาคม ทีทีแอนด์ที และสามารถเทลคอม นอกจากนี้ไอเอสพี
     ยังให้บริการเสริมอื่นๆ เช่น อีเมล์ เว็บเพจ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หรือโทรศัพท์ระหว่างประเทศ




                      รูปแสดง ตัวอย่างการเข้าสู่บริการอินเทอร์เน็ตโดยผ่านผู้ให้บริการ

อินเทอร์เน็ต

  • 1.
    ครูปิยะดนัย วิเคียน :โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 1 อินเทอร์เน็ต 1. ความหมายของอินเทอร์เน็ต อิ นเทอร์เน็ ต (Internet) เป็ นเครือข่ ายขนาดใหญ่ที่เ ชื่อมต่อเครือข่า ยคอมพิ วเตอร์ข ององค์ก รธุรกิ จ หน่วยงานของรัฐบาล สถานศึกษา ตลอดจนเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเข้าไว้ด้วยกัน ทาให้ข้อมูลสารสนเทศ สินค้า และบริการที่นาเสนอผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์เหล่านี้สามารถเข้าถึงได้จาก คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ จากที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน สานักงาน โรงเรียน ชายทะเล หรือร้านอาหารทั่วโลก 2. ประวัติความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต อินเตอร์เน็ต เป็นเครือข่ายคอมพิ วเตอร์ที่พัฒนามาจากเครือข่ายอาร์พาเน็ต (ARPAnet) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2512 ซึ่งเป็นโครงการศึกษาและวิจัยขั้นสูง (Advance Research Projects Agency) ของกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา โดยการนาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้เครื่องต่างชนิดกัน และใช้โปรแกรม ระบบปฏิบัติการของแต่ละ เครื่องที่แตกต่างกันด้วยให้สามารถรับส่งข้อมูลด้วยกันได้ โดยมีเป้าหมายที่ว่า ถ้าเครื่องใดเครื่องหนึ่งมีปัญหาไม่ สามารถประมวลผลได้ในช่ วงใดช่ วงหนึ่ง ก็สามารถโอนงานไปประมวลผลภายใต้เครื่องอื่น ภายในเครือข่าย เดียวกันได้ จากการศึกษาวิจัย และทาการทดลองนี้ได้รับผลสาเร็จเป็นอย่างมาก ทาให้มีหลายหน่วยงานขอเข้ามา เชื่อมต่อเพื่อใช้ส่งข้อมูลในเครือข่ายมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2515 จึงมีการปรับปรุงเครือข่ายอาร์พาเน็ต ให้รองรับการขยายตัวของผู้ใช้เครือข่ายมากขึ้น และ เรียกชื่อใหม่ว่า ดาร์พา (DAPA :Defended Advanced Research Project Agency) และต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ก็ได้ โอนหน้าที่ การดูแลรับผิดชอบเครือข่า ยอาร์พาเน็ต ให้แก่หน่วยงานการสื่อสารของทัพบก (DCA :Defended Communications Agency) ในปี พ.ศ. 2523 มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอาร์พาเน็ต ทาให้หน่วยงานดาร์พา ซึ่งมี ทุนวิจัยจากัด และสนับสนุนเฉพาะ นักวิจัยด้านคอมพิวเตอร์ และหน่วยงานเอกชนที่มีงานวิจัยในหน่วยงานของ กองทัพเท่านั้น ไม่สามารถใช้เงิ นทุนสนับสนุนแก่หน่วยงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทั่วไปได้ จากความต้องการใช้ งานเครือข่า ยเพื่อการวิจัย ทาให้มีการก่ อตั้งเครือข่ายขึ้นอีก หลายเครือข่ายโดยมีเป้าหมายในการให้บริการใน รูปแบบต่าง ๆ กัน เช่น - BITNET (because it’s Time Network) ให้บริการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ในหน่วยงานมหาวิทยาลัย เป็นหลัก - CSNET (Computer Sciened Network ) ให้บริการรับส่ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การถ่ายโอนแฟ้ม บริการข้อมูลข่าวสารและการขอใช้บริการเครือข่ายระยะไกล (Remote Login)ในหน่วยงานด้านคอมพิวเตอร์ และ กลุ่มอุตสาหกรรม - USENET (User‘s Network) ให้บริการข่าวสารทั่วไปในรูปกระดานข่าว (Bulletin Board) โดยให้สมาชิก ลงข่าวสารในรูปบทความเข้าไปในเครือข่าย ซึ่งมีการแบ่งกลุ่มตามความสนใจของสมาชิก ออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ (sci) สังคมวิทยา (soc) รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และด้านคอมพิวเตอร์เป็นต้น โดยผู้ที่เข้ามา
  • 2.
    ครูปิยะดนัย วิเคียน :โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 2 อ่านบทความก็สามารถเลือกอ่านตามกลุ่มบทความที่ตนสนใจ และเขียนบทความเข้าไป แสดงความคิดเห็นได้ด้วย เช่นกัน ในปี พ.ศ. 2523 หน่วยงานดาร์พ า ได้ตัดสินใจนาโปรโตคอล TCP/IP มาใช้ใ นการรับส่งข้อมูล ใน เครือข่ายอาร์เน็ต และได้แบ่งเครือข่ายออกเป็น 2 ส่วน คือ เครือข่ายอาร์พาเน็ต ที่ทางานด้านการศึกษาและวิจัย เหมือนเดิมกับเครือข่ายของกองทัพ ที่ใช้ชื่อว่า มิลเน็ต (MILNET : Military Network) ในปี พ.ศ. 2528 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ของอเมริกา (National Science Foundation) ได้สร้าง ศูนย์ ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ง านวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ชื่อว่า เอ็นเอสเอฟเน็ต (NFSnet) และมีการจัดสรรทุนให้มี การพัฒนาเครือข่ายส่วนภูมิภาค (Regional Network ) โดยใช้โปรโตคอล TCP/IP และต่อเชื่อมกับเครือข่ายอาร์พา เน็ต ด้วย ในเวลาต่อมา ในปี พ.ศ. 2533 เอ็นเอสเอฟเน็ต ก็ได้ทาหน้าที่ เป็นเครือข่ายกระดูกสันหลัง (Back Bone) โดยร่วมกับเครือข่ายอื่น ๆ และให้ใช้ชื่อเครือข่ายนี้ว่า อินเทอร์เน็ต ในเวลาต่อมา สาหรับในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2530 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (psu) และ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือ เอไอที (AIT) ได้มีการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อส่ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านทางประเทศออสเตรเลีย และต่อมาในปี พ.ศ. 2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ยื่นขอที่อยู่อินเทอร์เน็ตเป็นแห่งแรก ชื่อว่า sritrang.psu.th ต่อมาปี พ.ศ. 2534 บริษัท DEC (Thailand) ก็ได้ยื่นขอที่อยู่อินเทอร์เน็ตเช่นกันโดยมีชื่อว่า dect.co.th ในปี พ.ศ. 2535 ถื อ ได้ ว่ า อิ น เทอร์ เ น็ ต ได้ เ ข้ า มาในประเทศไทยอย่ า งเต็ ม ตั ว กล่ า วคื อ จุ ฬ าลงกรณ์ มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งเครือข่ายชื่อว่า จุฬาเน็ต (chulanet) และเชื่อมต่อด้วยสายเช่า (lease line ) เข้ากับเครือข่าย UUNET ของบริษัท ยูยูเน็ต ( uunet Technologies Co. ,Ltd.) ซึ่งตั้งอยู่ที่มลรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ความเร็วที่ใช้ส่งข้อมูลระยะแรกที่ 9600 บิตต่อวินาที (bps : Bit per Secound) ต่อมาได้ขยายความเร็วในการรั บส่ง ข้อมูลเป็น 64 kbps และ 128 kbps ตามลาดับและในปีเดียวกันก็ได้มีหน่วยงานการศึกษาอื่น ๆ ได้ให้ความสนใจใน การเชื่ อ มต่ อ เครื อ ข่ า ยคอมพิ ว เตอร์ ร ะหว่ า งสถาบั น มากขึ้ น โดยมี จุ ด มุ่ ง หมายเพื่ อ การให้ บ ริ ก ารสื บ ค้ น ข้ อ มู ล สารสนเทศของห้องสมุดมหาวิทยาลัย และส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกันได้ในการดาเนินงานระยะแรกเป็น การเชื่ อมต่อเครือข่า ยคอมพิ วเตอร์ 4 หน่วยงานด้วยกั น คือ กระทรวงวิทยาศาสตร์หรือ สิ่ งแวดล้อม (MOSTE) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(CU) สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าวิทยาเขต ลาดกระบัง (KMITL) และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ (AU) โดยเรียกชื่อเครือข่ายนี้ว่าเครือข่าย THAInet ต่อมาได้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มไทยสาร ( THAISARN :Thai Social/Scientific , Academic and Research Network ) ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของศูนย์เ ทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือที่เรียกว่า เนคเทค ( NRCTEC : National Electronic and computer Technology Center) กระทรวงวิทยาศาสตร์และได้รับความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัยและเอกชนหลายแห่งและยังได้รับการสนับสนุนจาก ARRnet ของประเทศออสเตรเลียด้วย ต่อมาได้มี การเชื่ อ มโยงกั บ สถาบั น ต่ า ง ๆ เพิ่ ม ขึ้ น อี ก เก้ า แห่ ง คื อ มหาวิ ท ยาลั ย มหิ ด ล มหาวิ ท ยาลั ย เกษตร มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่ น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และทบวงมหาวิทยาลัย จากนั้นก็ มีหน่วยงานอื่น ๆ เข้ามาเชื่ อมต่อกั บเครือข่ายไทยสารเพิ่มขึ้น ทาให้มีการขยายเครือข่ายออกไปอย่าง กว้างขวาง
  • 3.
    ครูปิยะดนัย วิเคียน :โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 3 ในปี พ.ศ. 2537 เครือข่ายในประเทศไทยก็ได้เชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อย่างสมบูรณ์ แบบ โดยมี การเชื่อมต่อออกไปต่างประเทศ 2 แห่งด้วยกันคือที่ เน็คเท็ค และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทางออกทั้งสองเป็น เสมือนช่องทางสารวจซึ่งกันและกัน หากเกิดปัญหากับเสนทางใดเส้นทางหนึ่ง ก็ จะอาศัยอีกช่องทางหนึ่งออกไปสู่ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายนอกได้ 3. โครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต ประกอบด้วยเครือข่ายระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ และระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน อินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงข้อมูลจากเครือข่า ยคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังเครือข่ายอื่นด้วยความเร็วและคุณภาพที่ แตกต่างกันขึ้นอยู่กับรูปแบบการสื่อสาร และสื่อที่ใช้ในการเชื่อมโยงเครือข่าย เช่น สายโทรศัพท์ สายไปเบอร์ออพ ติก และคลื่นวิทยุ ถึง แม้ ใ นปั จจุบั นพื้ น ที่ ใ ห้บ ริก ารอินเทอร์ เน็ตทั่ว โลกจะเพิ่ มขึ้นอย่ างต่อเนื่อ ง อินเทอร์เน็ตก็ ยั งคงเป็ น เครือข่ายสาธารณะที่ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ หน่ วยงานทั้งของรัฐและเอกชนมีหน้าที่ในการดูแลและจัดการจราจร ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตในเฉพาะเครือข่ายที่รับผิดชอบ รูปแสดง โครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต เกร็ดน่ารู้ เวิลด์ไวด์เว็บคอนซอร์เทียม (World Wide Web Consortium: W3C) เป็นหน่วยงานที่ทาหน้าที่ควบคุมดูแล รวมทั้งกาหนดมาตรฐาน คาแนะนาต่างๆ ที่เกี่ยวกับ อินเทอร์เน็ต โดยมีวัตถุประสงค์ในอินเทอร์เน็ตมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 1.4 การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้ที่เป็นคนทางาน นักเรียน หรือนักศึกษา มักจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายของหน่วยงาน โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย ซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ขณะที่ผู้ใช้ทั่วไปอาจใช้วิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • 4.
    ครูปิยะดนัย วิเคียน :โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 4 โดยใช้โมเด็มผ่านสายโทรศัพท์ ซึ่งเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วต่า หรืออาจเชื่อมต่อผ่าน บรอดแบรนด์อินเทอร์เน็ต (broadband Internet connection) เช่น เอดีเอสแอล (Asymmetric Digital Subscriber Line: ADSL) เคเบิลโมเด็มที่ เชื่อมต่อกับเครือข่ายเคเบิลทีวี หรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย เช่น ไวไฟ หรืออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม สถานที่สาธารณะหลายแห่ง เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย สนามบิน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม มักจะมีบริการ อินเทอร์เน็ตทั้งแบบมีสายและไร้สาย เพื่อให้ผู้ใช้อุปกรณ์พกพาสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยสะดวก รูปแสดง การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต  ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือไอเอสพี (Internet Service Provider: ISP) ให้บริการการเชื่อมต่อเข้าสู่ อินเทอร์เน็ตสาหรับผู้ใช้ โดยอาจคิดค่าบริการเป็นรายเดือน บริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เช่น ทีโอที ซีเอส ล็อกซ์อินโฟ กสท โทรคมนาคม ทีทีแอนด์ที และสามารถเทลคอม นอกจากนี้ไอเอสพี ยังให้บริการเสริมอื่นๆ เช่น อีเมล์ เว็บเพจ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หรือโทรศัพท์ระหว่างประเทศ รูปแสดง ตัวอย่างการเข้าสู่บริการอินเทอร์เน็ตโดยผ่านผู้ให้บริการ