หนาหลัก    แนะนําบทเรียน   เกี่ยวกับผูสอน




โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย
โ
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 13
                                   ษาเขต
หนาหลัก     แนะนําบทเรียน   เกี่ยวกับผูสอน




โรงเรียนทุงยาวผดุงศิษย
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 13
                                   ษาเขต
เรื่อง
    เรอง
 องคประกอบ
    ป
ของลมฟาอากาศ
ESC
รายวิชาวิทยาศาสตร
       ว 21102
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1
ชนมธยมศกษาปท

ESC
ESC
นกเรยนควรปฏบตตามขนตอนดงตอไปน
นักเรียนควรปฏิบตตามขั้นตอนดังตอไปนี้
                ั ิ
1. ทําแบบทดสอบกอนเรียนเพื่อทดสอบความรูพื้นฐานของ
   ผูเรียน
2.  ไปศึ
2 เขาไปศกษาเนอหาในบทเรยน
                 ื้ ใ     ี
3. ทําแบบฝกหัดทบทวนหลังเรียน
4. ทําแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อทดสอบความรูความเขาใจ
       ่
5. เมือทําแบบฝกหัดหรือแบบทดสอบหลังเรียนแตละขอไม
                                                 ไ
   ถกตองกลับไปทําใหมจนถกตองจึงไปทําขอตอไป
   ถูกตองกลบไปทาใหมจนถูกตองจงไปทาขอตอไป
             ESC
ปุ
      ปม          คลกเมอตองการไปตอ
                   คลิกเมื่อตองการไปตอ
      ปุม         คลิกเมื่อตองการยอนกลับ
      ปุม         คลิกเมื่อตองการออกจาก
                   เนอหาเพอกลบสู นาหลก
                   เนื้อหาเพื่อกลับสหนาหลัก
      ปุม   ESC   คลิกออกจากบทเรียน


ESC
ทดลองและอธบายองคประกอบของลมฟาอากาศ
       ทดลองและอธิบายองคประกอบของลมฟาอากาศ
ไดแก อุณหภูมิอากาศ ความดันอากาศ ลม ความชื้น
อากาศ เมฆ และฝน




          ESC
องคประกอบของลมฟาอากาศ ไดแก อุณหภูมิอากาศ
                                            ุ ู
ความดันอากาศ ลม ความชื้นอากาศ เมฆ และฝน ตางมี
ความสัมพันธซ่ึงกันและกัน การศึึกษาองคประกอบของลมฟา
                                                    ฟ
อากาศจะทาใหเขาใจกระบวนการเปลยนแปลงตางๆ
อากาศจะทําใหเขาใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงตางๆ ใน
บรรยากาศไดดยิ่งขึ้น นอกจากนั้นองคประกอบของลมฟา
                ี
อากาศยังสงผลตอปรากฏการณลมฟาอากาศอีกดวย
              ESC
ที่มาของภาพ : 
http://krumax-pk.blogspot.com = องคประกอบของอากาศ
  ESC
ที่มา :  http://www.eng.chula.ac.th = ความดันอากาศ
          http://www.maceducation.com = ลม

ESC
การทผวโลกมการสะทอนหรอดูดกลนรงส
การที่ผิวโลกมีการสะทอนหรือดดกลืนรังสี
จากดวงอาทิตยไมเทากันสงผลให
องคประกอบของลมฟาอากาศ ไดแก
อุณหภูมิอากาศ ความดัันอากาศ ความชื้ืน
อากาศ ลม เมฆ และฝน ณ บริเวณตางๆ
                แล ฝน บรเวณตางๆ
ของโลกมีความแตกตางกัน โดยแตละ
องคประกอบมีความสัมพันธกัน
            ESC
ลมฟาอากาศ คือสภาวะของ
บรรยากาศ ณ สถานที่ใดใดใน
              สถานทใดใดใน
ชวงเวลาหนึ่ง ลมฟาอากาศมี
การเปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา
                   
   
เชน พายุฟาคะนอง พายุลูกเห็บ
         ฟ               ็
ลมกระโชก

       ESC
อุณหภูมิของอากาศ




    ESC
สงทเราสมผสไดโดยตรงถงอากาศรอบตว
สิ่ ี่ สั สไ โ
             ั             ึ      ศ       ั
เราคือความรููสึกรอนหรือเย็น ในตอนเชา
เราจะรูสึกเย็น และรูสกวารอนขึ้นเรื่อยๆ
                       ึ
เมืื่อผานไปชวงสาย เทีี่ยง และรอนทีี่สด
          ไป                             ุ
ในชวงบาย แตความรู ึกรอนเย็นของแตละ
ในชวงบาย แตความรสกรอนเยนของแตละ
คนไมสามารถใชเปนมาตรฐานในการบอก
อุณหภูมิอากาศได
              ESC
เครื่องมือที่ใชวัดอุณหภูมิของอากาศ คือ
เทอรมอมเตอร ซึ่งมีทั้งเทอรมอมิเตอรแบบ
เทอรมอมิเตอร ซงมทงเทอรมอมเตอรแบบ
ธรรมดาใชวัดอุณหภูมิทั่วไปของอากาศและ
วัตถุ และเทอรมอมิเตอรวัดไข หนวยวัด
อุณหภูมิท่ีนิยมใช คือหนวยองศาเซลเซีียส
                 ใ ื 
(oC) แตหนวยสากล คือ หนวยเคลวิน (K)
   )                                 ( )

            ESC
เกณฑอุณหภูมของประเทศไทย ไดกาหนด
เกณฑอณหภมิของประเทศไทย ไดกําหนด
เกณฑฤดูหนาว โดยพิจารณาอุณหภูมิต่ําสุด
ในแตละวันและเกณฑฤดูรอน โดยพิจารณา
อุณหภูมิสูงสุดในแตละวน
              ใ  ั


            ESC
เกณฑอุณหภูมของประเทศไทย
     เกณฑอณหภมิของประเทศไทย

   ฤดูหนาวพิจารณาอุณหภูมิต่ําสุดของแตละวัน
อากาศหนาวจัด อณหภมิต่ํากวา 8 0 oC
อากาศหนาวจด อุณหภูมตากวา 8.0
อากาศหนาว      อุณหภููมิระหวาง 8.0-15.9 oC
                 ุ
อากาศเย็น      อุณหภูมิระหวาง 16.0-22.9 oC


           ESC
เกณฑอุณหภูมของประเทศไทย
      เกณฑอณหภมิของประเทศไทย

    ฤดูรอนพิจารณาอุณหภูมิสูงสุดของแตละวัน
อากาศรอน       อุณหภูมิระหวาง 35.0-39.9 oC
                              
อากาศรอนจัด อณหภมิตงแต 40.0 oC ขึ้นไป
อากาศรอนจด อุณหภูมตั้งแต              ขนไป



            ESC
เทอรมอมเตอร
       เทอรมอมิเตอร
  วัดอุณหภูมิสูงสุด-ต่ําสุด
MAX-MIN THERMOMETER)




            ESC
ปจจัยสําคัญที่มีผลตออุณหภูมอากาศที่
                             ิ
บริเวณใดๆ คือ รังสีจากดวงอาทิตยทผิว
                                  ่ี
โลกดูดกลนไว และเปลยนเปนพลงงาน
โลกดดกลืนไว และเปลี่ยนเปนพลังงาน
ความรอน



           ESC
ในเวลากลางวันผิวโลกไดดดกลืนรังสี
                        ู
จากดวงอาทิตยและคายพลังงานความ
รอนใหอากาศบรเวณนน ทําใหอากาศ
รอนใหอากาศบริเวณนั้น ทาใหอากาศ
บริเวณนั้นสูงตามไปดวย



           ESC
ในเวลากลางคืืนผิวโลกไมไดรับแสงจาก
ใ                ิโ ไ  
ดวงอาทิตย แตยังมีพลังงานความรอน
สวนหนึ่งที่สะสมไว และยังคงคาย
พลังงานความรอนใหอากาศเหนือ
บรเวณนน แตไมมากเทาตอนกลางวน
บริเวณนั้น แตไมมากเทาตอนกลางวัน
อุณหภูมิของอากาศเวลากลางคืนจึงต่ํา
กวาเวลากลางวัน
          ESC
35

30

25

20

15

10

5

0



กราฟอุณหภูมิอากาศ วันที่ 1 มกราคม 2551 ตังแต 1.00-0.00 น.
                                         ้
ที่มา : ขอมลจากกรมอตนิยมวิทยา
ทมา ขอมูลจากกรมอุตุนยมวทยา
          ESC
จากกราฟ เวลา 06.00 น.
จะมีอณหภูมต่ําสุด
     ุ      ิ
และเวลา 15 00 น
          15.00 น.
อุณหภูมิจะสูงที่สด
                 ุ
ในวันที่ 1 มกราคม 2551


     ESC
ที่มา : http://elearning.stkc.go.th/ = อุณหภูมิของอากาศ
              ESC
ที่มา : http://elearning.stkc.go.th/ = อุณหภูมิของอากาศ
              ESC
สภาพแวดลอมทตางกน เชน บรเวณปา
ส             ี่  ั ช ิ ป
บริเวณที่มีตนไมนอย อุณหภูมิของอากาศก็จะ
                          ุ ู
ตางกัน เพราะตนไมจะใหรมเงาและดูด
พลังงานแสงอาทิตยไปใ ในกระบวนการ
                       ปใช
สงเคราะหดวยแสง ทาใหผวโลกบรเวณทม
สังเคราะหดวยแสง ทําใหผิวโลกบริเวณทีมี
                                      ่
ตนไมมาก อุณหภูมต่ํากวาบริเวณทีมีตนไม
                    ิ
นอย
            ESC
ปรมาณเมฆในทองฟา ส
ปิ          ใ  ฟ สามารถสงผลตอ   ส 
อุณหภููมิอากาศไดเชนกัน เมฆจะใหรมเงา
  ุ
และทําหนาที่สะทอนและดูดกลืนพลังงานจาก
ดวงอาทิตย ทําใ ผิวโ บพลังงานจากดวง
               ให โลกรั
อาทตยนอยลง ดงนนในวนททองฟามปรมาณ
อาทิตยนอยลง ดังนั้นในวันที่ทองฟามีปริมาณ
                              
เมฆแตกตางกัน อาจสงผลใหอณหภูมิอากาศ
                                ุ
แตกตางกันได
             ESC
นอกจากอุณหภูมอากาศในแต
                 ิ
ละชวงของวัันจะไมเทากััน คือ
                ไ               ื
ชวงเชาอุณหภูมจะตากวาชวง
ชวงเชาอณหภมิจะต่ํากวาชวง
เที่ยงและชวงบาย อุณหภูมิใน
แตละชวงปแตกตางกันดวย ดัง
กราฟตอไปน
กราฟตอไปนี้

              ESC
กราฟอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยของจังหวัดตางๆ ในแตละภาคของประเทศไทย
ชวงเดือนมกราคม-ธันวาคม 2551 ที่มา : ขอมลกรมอตนิยมวทยา
ชวงเดอนมกราคม ธนวาคม          ทมา ขอมูลกรมอุตุนยมวิทยา
                ESC
ความดัันอากาศ




  ESC
อากาศประกอบดวยโมเลกุลของ
แกสชนิิดตางๆ ที่เคลืื่อนทีี่
                 ี
ตลอดเวลา เมื่อโมเลกลของ ุ
อากาศชนกับพื้นผิวของวัตถุ จะ
ทําใหเกิดแรงกระทําบนพื้นผิว
นน เรียกวา แรงดนอากาศ
นั้น เรยกวา แรงดันอากาศ

          ESC
แรงดัันอากาศตอหนวยพื้นทีี่
                       ื
เรยกวา ความดนอากาศ
เรียกวา ความดันอากาศ

โมเลกุลของแกส คือหนวย
ยอยทเลกทสุดของแกสนนๆ
ยอยที่เล็กที่สดของแกสนั้นๆ



            ESC
จํานวนโมเลกุุลมีผลตอความดันอากาศ
ถาจํานวนโมเลกุลของอากาศมาก โอกาสที่
โมเลกุลอากาศชนพืื้นผิิวจึึงมาก
โ
จะทาใหเกดแรงบนพนผวนนมาก สงผลให
จะทําใหเกิดแรงบนพื้นผิวนั้นมาก สงผลให
ความดันอากาศสูงดวย

            ESC
อุณหภูมสงผลตอความดนอากาศ
        ิ           ั       ศ
บริเวณที่มีอณหภมิสง โมเลกลของอากาศ
            ุ ู ู          ุ
จะเคลื่อนที่ และกระจายตัวเร็ว จึงทําให
บริเวณนั้นมีความดันอากาศนอย


             ESC
ปจจัยที่มีผลตอความดันอากาศ
         ั ี             ั
    -จํานวนโมเลกลของอากาศ
     จานวนโมเลกุลของอากาศ
    -อุณหภูมิของอากาศ
    -แรงโนมถวงของโลก

จานวนโมเลกุลอากาศในหนงหนวยปรมาตร
จํานวนโมเลกลอากาศในหนึ่งหนวยปริมาตร
คือความหนาแนนของอากาศ
           ESC
กาศ
            ร)
คว ง (กโลเมตร




                                                       นโมเลกุลของอาก
 วามสู กิ




                                                  จํานวน      ล
            ตํ่ํา      ความดััน              สูง
        กราฟความสัมพันธระหวางความดันอากาศและความสูงจากผิวพื้นโลก
                        ESC
เครื่องมือที่ใชวัดความดันอากาศ
เรีียกวา บารอมิิเตอร
ใชหลกความแตกตางความดนอากาศ
ใชหลักความแตกตางความดันอากาศ
ของสองบริเวณ
บารอมิเตอรท่นิยมใช คือ บารอมิเตอร
                ี
แบบแอนรอยด
แบบแอนิรอยด

          ESC
บารอมิเตอรแบบแอนิรอยด ใชหลักการ
ยุบตัวและพองตััวของตลัับโ เมืื่อ
       ั                โลหะ
ความดนอากาศภายนอกเพมขน ตลับ
ความดันอากาศภายนอกเพิ่มขึ้น ตลบ
โลหะจะยุบตัวจากปกติ เมื่อความดัน
อากาศภายนอกลดลง ตลับโลหะจะพอง
ตวขนมากกวาปกต
ตัวขึนมากกวาปกติ
     ้

         ESC
ในการบอกระดับความสูงของเครื่องบินใช
แอนรอยดบารอมเตอรชนดพเศษ ทแปลง
แอนิรอยดบารอมิเตอรชนิดพิเศษ ที่แปลง
คาความดันเปนความสูงจากพื้นผิวโลก
                      ู
เรียกวา อัลติมิเตอร



           ESC
บารอมิเตอรแบบปรอท เปนแบบที่ใชวัด
ความดันอากาศไดแมนยําที่สด
                          ุ
ประกอบดวยหลอดแกวปลายปดที่ขางหนึง
                                     ่
บรรจุปรอทไวเตม ความสงของลําปรอท
บรรจปรอทไวเต็ม ความสูงของลาปรอท
จะจะแสดงคาความดันอากาศ ถาความดัน
อากาศภายนอกสูงจะดันลําปรอทใหสูงขึน ้
     
และถาความดนอากาศภายนอกลดลง
     า วาม ัน า าศ ายน          ง
ลําปรอทก็จะลดลงดวย
            ESC
จากการศึกษาพบวา ที่ระดับน้ําทะเล ลํา
ปรอทจะมีคาเทากับ 76 เซนติเมตร หรือ
760 มิลลิเมตร แสดงวาความดนอากาศท่
    มลลเมตร แสดงวาความดันอากาศที
ระดับน้ําทะเลเฉลี่ยมีคา 760 มิลลิเมตร
ของปรอท เทากับ 1 บรรยากาศ


            ESC
ทุกๆ ความสูง 11 เมตรความดัน
 อากาศจะลดลง 1 มิิลลิิเมตรปรอท
                             ป
 1  บรรยากาศ เทากับ 1.013 x 105 N/m2
เทากบ  ั       เทากบ
 1 ปาสคาล เทากับ 1 N/m2
 1 บาร เทากับ 105 N/m2


             ESC
ความดัันอากาศแปรผกผันกัับระดับ
                  ป     ั      ั
 ความสูง ที่ระดับความสงตางกันความ
 ความสง ทระดบความสูงตางกนความ
 ดันอากาศจะตางกัน ที่ระดับความสูง
เทากบ ความกดอากาศจะต่่ําโดยใหท่ี
   ั
 มากๆ
 ระดบนาทะเลเปนเกณฑในการหาคา
 ระดับน้ําทะเลเปนเกณฑในการหาคา
 ความดันอากาศ ที่ระดับน้ําทะเลความ
 ดันอากาศเทากับ 1 บรรยากาศ
            ESC
ทระดบใตทะเลลกความดนอากาศจะ
 ที่ระดับใตทะเลลึกความดันอากาศจะ
 สูงกวา 760 มิลลิเมตรปรอท
เทากบ่ระดับความสูงบนยอดเขา ความ
   ั
 และที
 ดันอากาศจะต่ํากวา 760 มิลลิเมตร
 ดนอากาศจะตากวา มลลเมตร
 ปรอท

            ESC
ลม



ที่มาของภาพ : http://www.oknation.net = ลม
             : http://my.dek-d.com/augat = กังหัน
                  p y                g
ลม       ESC
ปจจัยที่มผลตอความดันอากาศ
          ี
-ปริมาณอากาศ ปริมาณอากาศมาก
 ความดัันอากาศมาก
-ความสง ทระดบตาจากพนผวดนมความ
 ความสูง ที่ระดับต่ําจากพื้นผิวดินมีความ
 ดันอากาศมากกวาที่สูง เพราะแรงโนมถวง
 ดึงดูดอากาศใหมากบริเวณดานลาง
-อุณหภูมของอากาศ ที่อณหภูมสูง
 อณหภมิของอากาศ ทอุณหภมิส
 ความดันอากาศจะต่ํา
           ESC
เมื่อความดันอากาศ 2 บริเวณมีความ
ตางกน จะทําใหอากาศมีการเคลื่อนที
ตางกัน จะทาใหอากาศมการเคลอนท่
อากาศจะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มความ
                                 ี
ดันอากาศสูง (อุณหภูมิต่ํา) ไปยังบริเวณ
ทีี่มีความดันอากาศตํ่ํากวา ( ณหภูมิสูง)
            ั                (อุ
ทําใหเกิด ลม
ทาใหเกด

            ESC
อัตราเร็วลมมีความสัมพันธกับความ
แตกตางของความดันอากาศใน 2
บริิเวณใดๆ หากความดันอากาศ
       ใ              ั
แตกตางกนมาก ลมจะเคลอนทดวย
แตกตางกันมาก ลมจะเคลื่อนที่ดวย
อัตราเร็วสูง และหากความดันแตกตาง
กันมาก ลมจะเคลื่อนที่ดวยอัตราเร็วสูง
และหากความดนอากาศแตกตางกน
และหากความดันอากาศแตกตางกัน
นอย อัตราเร็วลมก็จะลดต่ําลงดวย
            ESC
เครื่องมือวัดอัตราเร็วลม
เรยกวา มาตรอตราเรวลม
เรียกวา มาตรอัตราเร็วลม
มาตราอัตราเร็วลมที่นิยมใช
คือ มาตรอัตราเร็วลมแบบถวย



            ESC
เครื่องมือวัดทิศทางลม
เรยกวา
เรียกวา ศรลม
หัวลููกศรจะชี้ไปทิศทาง
ที่ลมพัดมา



           ESC
ชนดของลม
ชนิดของลม
ลมประจําถิ่น คือ ลมที่พัดเปนประจําใน
พื้นที่หนึ่งๆ มีหลายชนิด คือ ลมบกลม
ทะเล ลมภูเขา ลมหุบเขา
ลมบก ลมทะเล เกิดจากความแตกตาง
                  เกดจากความแตกตาง
ของความดันอากาศบริเวณทะเลและ
แผนดิน
           ESC
ชนิดของลม
ลมภูเขา ลมหุบเขา เปนลมที่เกิิดจากความ
                    ป    ี
แตกตางของความดนอากาศบรเวณหุบเขา
แตกตางของความดันอากาศบริเวณหบเขา
และภูเขา
ลมที่พดในพื้นที่และสงผลกระทบในบริเวณ
      ั
กวาง ไดแก ลมสนคา และลมมรสุม
กวาง ไดแก ลมสินคา และลมมรสม

          ESC
ชนดของลม
ชนิดของลม
ลมสินคา เปนลมที่เกิดจากความแตกตาง
ของความดันอากาศบริเวณละติจดตางๆ
                             ู
ของโลก
   โ
ลมมรสุม เปนลมทเกดจากความแตกตาง
ลมมรสม เปนลมที่เกิดจากความแตกตาง
ของความดันอากาศเหนือพื้นทวีปและ
มหาสมุทร
          ESC
ผลกระทบของลม
เมืื่อลมพััดผานบริเวณที่มีแหลงนํ้าขนาด
                         ี
ใหญมาก จะพัดเอาความช ชื้นไปยัง
ใหญมาก จะพดเอาความชุมชนไปยง
บริเวณที่มีลมพัดผานไปดวย อาจทําให
เกิดการกอตัวของเมฆและฝน


             ESC
ผลกระทบของลม
เมอลมพดผานบรเวณทแหงแลงและ
    ื่   ั     ิ       ี่  
หนาวเย็นจะพัดพาเอาอากาศที่มีไอ
น้ํานอย และอุณหภูมิต่ําไปดวย



         ESC
ผลกระทบของลม
ลมทีี่มีอัตราเร็็วสูงมากอาจทํําใ เกิิด
                               ให
ความเสยหายตอบรเวณทลมพดผาน
ความเสียหายตอบริเวณที่ลมพัดผาน




            ESC
ประโยชนของลม
มนุษยสรางกังหัันลม
               ั
เพอผลตกระแสไฟฟา
เพื่อผลิตกระแสไฟฟา




           ESC
ความชนอากาศ
ความชื้นอากาศ




   ESC
ความชืื้นอากาศ
คอ ปรมาณไอนาในอากาศทอยู นสถานะแกส
คือ ปริมาณไอน้ําในอากาศที่อยในสถานะแกส

  ผลของความชืื้นอากาศ
  -ความชื้นที่เหมาะสมชวยใหเมล็ดพืชงอก
   ความชนทเหมาะสมชวยใหเมลดพชงอก
  -ทําใหพืชเจริญเติบโต
  -ทําใหเหล็กเปนสนิม
            ESC
ผลของความชื้นอากาศ
-ทํําใ ผิวหนัังชุมชืื้น
     ให
-ทําใหเชื้อราเจริญเติบโตดี
 ทาใหเชอราเจรญเตบโตด
-ทําใหน้ําระเหยไดชา ผาแหงชา



         ESC
การตรวจสอบความชื้นอากาศ
      ี ี่ใ 
สารเคมทใชตรวจสอบ คอ     ื
สารละลายโคบอลต (II) คลอไรด
                    ( )
อากาศที่มีความชื้นสูง สารจะเปลี่ยนเปนสีชมพู
อากาศที่มีความชื้นตํา สารจะเปลี่ยนเปนสีมวง
อากาศทไมมความชน สารจะเปลี่ยนเปนสีน้ําเงิน
อากาศที่ไมมีความชื้น สารจะเปลยนเปนสนาเงน

            ESC
อากาศอุณหภูมหนึ่งๆ สามารถรับปริมาณไอน้ําได
อากาศอณหภมิหนงๆ สามารถรบปรมาณไอนาได
ปริมาณจํากัด สภาวะที่รับปริมาณไอน้ําไดสูงสุด
เรียกวา อากาศอยูในสภาวะอิ่มตัวดวยไอน้ํา
                      
ปริ ไ
ป ิมาณไอนํ้ําสูงสุดทีอากาศสามารถรัับไวได
                        ี่             ไ
เรยกวา ปรมาณไอนาอมตว
เรียกวา ปริมาณไอน้ําอิ่มตัว
เมื่อปริมาณไอน้ําในอากาศมีมากกวาปริมาณ
ไอน้้ําอิ่มตัว ไอน้้ําจะควบแนนเปนละอองน้้ํา
            ESC
การหาคาความชื้นในอากาศ
โดยวัดคาความชื้นสัมพัทธ เปนการเปรียบเทียบ
ระหวางมวลของไอนํ้ําทีี่มีอยูจริิงใ
                ไ              ในอากาศกัับมวล
ของไอนาเมออากาศอมตวดวยไอนา อณหภมิ
ของไอน้ําเมื่ออากาศอิ่มตัวดวยไอน้ํา ณ อุณหภูม
และปริมาตรเดียวกัน มีคาเปนรอยละ


             ESC
คาความชื้นสัมพัทธ
                                          100
      มวลของไอน้้ําที่มีอยูจริง
                           
   มวลของไอนาเมออากาศอมตว
   มวลของไอน้ําเมื่ออากาศอิ่มตัว
ดวยไอน้ํา ณ อุณหภูมิและปริมาตรเดียวกัน
               ุ ู

            ESC
เมออากาศอมตวดวยไอนาความชนสมพทธจะมี
   ื่       ศ ิ่ ั  ไ ้ํ        ชื้ สั ั 
คาเทากับรอยละ 100
อากาศที่มีอณหภูมิสูง จะมีปริมาณไอน้ําอิ่มตัวสูง
             ุ
กวาอากาศทีี่มีอณหภูมิต่ํากวา เมืื่อป มาณไอนํ้า
                  ุ                  ปริ ไ
ในอากาศเทากน อากาศที่มีอณหภูมตากวาจงม
ในอากาศเทากัน อากาศทมอุณหภมิต่ํากวาจึงมี
ความชื้นสัมพัทธสงกวา เชามืดมีความชื้น
                    ู
สัมพัทธสงกวาชวงบาย
          ู
              ESC
เครื่องมือที่ใชวัดความชื้นสัมพัทธ เรียกวา
ไซครอมเตอร ประกอบดวยเทอรมอมเตอร
ไซครอมิเตอร ปร กอบดวยเทอรมอมิเตอร
กระเปาะเปยก และเทอรมอมิเตอรกระเปาะแหง
ผลตางของเทอรมอมิเตอรกระเปาะเปยก และ
กระเปาะแหงจะมากเมืื่อมีีความชื้ืนสััมพััทธตา
      ป                                       ่ํ
ผลตางมคานอยเมอมความชนสมพทธสู
ผลตางมีคานอยเมื่อมีความชื้นสัมพัทธสง

              ESC
ผลตางของอุณหภูมิกระเปาะเปยกและกระเปาะแหง
                                       1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13                   14   15
                                  24   92 84 77 69 62 56 49 43 37 31 26 20 15          10    5
             าะแห งศาเซลเซียส)



                                  26   92 85 78 71 64 58 51 46 40 34 29 24 19          14   10
                                  28   93 85 78 72 65 59 53 48 42 37 32 27 22          18   13
                                  30   93 86 79 73 67 61 55 50 44 39 35 30 25          21   17
อุณหภูมิกระเปา ง (อง




                                  32   93 86 80 74 68 62 57 51 46 41 37 32 28          24   20
                                  34   93 87 81 75 69 63 58 53 48 43 39 35 30          26   23
                                  36   94 87 81 75 70 64 59 54 50 45 41 37 33          29   25
    ภู




                                  38   94 88 82 76 71 66 61 56 51 47 43 39 35          31   27
                                  40   94 88 82 77 72 67 62 57 53 48 44 40 36          33   29
                                               ESC
เครื่องมือที่ใชวัดความชื้นสัมพัทธอีกแบบหนึ่ง
เรยกวา ไฮกรอมเตอร แบบเสนผม
เรียกวา ไฮกรอมิเตอร แบบเสนผม
ใชหลักการยืดตัวและหดตัวของเสนผมตาม
ความชื้น เมื่อความชื้นสัมพัทธในอากาศเพิ่ม
เสนผลจะยืดตัว และเสนผมจะหดตัวเมื่อ
             ื ั                     ั ื
ความชนสมพทธลดลง
ความชื้นสัมพัทธลดลง

              ESC
ความชนสมพทธของอากาศสงผลตอการ
        ชื้ สั ั         ศส    
ระเหยของน้ําจากรางกาย ถาอากาศมี
ความชื้นสัมพัทธตาเหงื่อระเหยจากรางกาย
                   ่ํ
เร็็ว อุณหภูมิของรางกายจะลดลงทําใ รูสึก
                                   ให
เยน ถาอากาศมีความชื้นสัมพัทธส เหงื่อจะ
เย็น ถาอากาศมความชนสมพทธสูง เหงอจะ
ระเหยไดชา อุณหภูมของรางกายลดลงชา
                      ิ
ทําใหรูสกรอนและเหนียวตัว
           ึ
             ESC
อุณหภูมิเมื่ออากาศมีคาความชื้น สัมพัทธ
รอยละ 100 เรียกอุณหภูมินี้วา อุณหภูมิจุด
นาคาง ซงไอนาในอากาศจะเรมควบแนน
น้ําคาง ซึ่งไอน้ําในอากาศจ เริ่มควบแนน
กลายเปนละอองน้ําขนาดเล็ก



            ESC
เมฆและฝน
      ฝ




ESC
เมื่ออากาศเคลื่อนตัวสูงขึ้นจนถึงระดับที่
อากาศมีอุณหภูมิต่ํา จนอากาศอิ่มตัวดวยไอ
นา ไอนาจะเกดการควบแคนเปนละอองนา
น้ํา ไอน้ําจะเกิดการควบแคนเปนละอองน้ํา
หรือระเหิดกลับเปนผลึกน้ําแข็งขนาดเล็ก และ
เมื่ออยูรวมกันเปนกลุม จะเรียกวาเมฆ

            ESC
ชนิดของเมฆ
ถาใ ลักษณะรูปรางของเมฆเปนเกณฑ
    ใช                        ป
สามารถแบงเมฆเปน 3 ประเภท คือ
สามารถแบงเมฆเปน                   คอ
1. เมฆกอน มีชื่อวา คิวมูลัส
2. เมฆแผนหรือเมฆชั้น มีช่อวา สเตรตัส
                             ื
3. เมฆทเปนรวๆ คลายขนสัตว เรียกวา ซรรส
3 เมฆที่เปนริ้วๆ คลายขนสตว เรยกวา ซีรรัส

            ESC
กรมอตนิยมวิทยาแบงเมฆออกเปน 10 ชนิด
กรมอุตุนยมวทยาแบงเมฆออกเปน ชนด
เมฆซีรโรสเตรตัส
ทําใหเกิดดงอาทิตยทรงกลด
เมฆนิิมโบสเตรตัส
        โ       ั
ทาใหเกดฝนพราๆ ตอเนื่องเปนเวลานาน
ทําใหเกิดฝนพรําๆ ตอเนองเปนเวลานาน
เมฆคิวมูโลนิมบัส เปนเมฆที่ทาใหฝนตกหนัก
                            ํ
ลมแรง และเกิดพายุฟาคะนอง
            ESC
ESC
ESC
เมฆที่อยูระดับสูงประกอบดวยผลึกน้ําแข็งเกือบ
         
 ั้
ทงหมด เพราะอุณหภูมทระดบนตากวาจุดเยอก
                        ิ ี่ ั ี้ ่ํ         ื
แข็งสวนเมฆที่ปานกลางจะประกอบดวยผลึก
น้ําแข็งและละอองน้ํา เมฆเกิดระดับไมสูงมาก
มีอุณหภูมิต่ําไมพอที่จะเปนผลึกน้ํ้าแข็งทั้งหมด
เมฆทระดบตาจะประกอบดวยละอองนาทงหมด
เมฆที่ระดับต่ําจะประกอบดวยละอองน้ําทั้งหมด

             ESC
ทองฟาในแตละวนจะมเมฆจะ
ทองฟาในแตละวันจะมีเมฆจะ
ชนิดตางๆ กัน
นักอุตุนิยมวิทยา กําหนดเกณฑ
ในการบอกลัักษณะของทองฟา
ใ                        ฟ
โดยใชปรมาณเมฆในทองฟาเปน
โดยใชปริมาณเมฆในทองฟาเปน
เกณฑ โดยแบงทองฟาออกเปน
10 สวน
           ESC
ลักษณะของทองฟาโดยใชปริมาณเมฆเปนเกณฑ
ลักษณะทองฟา      ปริมาณเมฆ
แจมใส             มีเมฆนอยกวา 1/10 ของทองฟา
โปรง
โปรง              มีเมฆ 1/10 แตไมเกิน 3/10
                   มเมฆ       แตไมเกน
มีเมฆบางสวน       มากกวา 3/10 แตไมเกิน 5/10
มีเมฆเปนสวนมาก   มากกวา 5/10 แตไมเกิน 8/10
มเมฆมาก
มีเมฆมาก           มากกวา 8/10 ถึง 9/10
                   มากกวา       ถง
เมฆเต็มทองฟา     10/10
             ESC
การศึกษาชนิดและปริมาณเมฆในทองฟา
ชวยใหทราบวาในแตละวันหรือแตละเวลาในหนึ่ง
 ั ี          ิ 
วนมเมฆชนดตางๆ และมปรมาณทแตกตางกน
                           ีป ิ    ี่   ั
เพื่อใหเขาใจเกี่ยวกับชนิดและปริมาณเมฆใน
ทองฟา


            ESC
เมื่อละอองน้้ํา หรือเกล็ดน้้ําแข็งในเมฆมีขนาด
ใหญขน (สงเกตไดจากสของเมฆจะเขมขน)
ใหญขึ้น (สังเกตไดจากสีของเมฆจะเขมขึ้น) จน
กระแสอากาศไหลขึ้นในเมฆไมสามารถพยุงน้ํา     ุ
หรือน้ําแข็งไวได น้ําหรือน้ําแข็งก็จะตกลงมายังผิว
โลกในรู 
โ ใ ปตางๆ คือ ฝน หิมะ หรือลูกเห็บ เรียกวา
                   ื ฝ ิ           ื     ็ ี
นาฟา
น้ําฟา

              ESC
ลูกเหบ คือ นาแขงทอยู นเมฆควมูโลนมบสขนาด
ลกเห็บ คอ น้ําแข็งที่อยในเมฆคิวมโลนิมบัสขนาด
ใหญ ทีถูกกระแสลมพัดวนอยูภายในเมฆเปน
   ญ ่                       ู
เวลานาน จนกระทั่งมีขนาดใหญมากพอที่เมื่อตก
ลงมาแลวละลายไมหมดกอนถึงพืน
               ไ           ึ ้ื


            ESC
ประเทศไทยอากาศบรเวณผวโลกสูงกวาจุดเยอก
ประเทศไทยอากาศบริเวณผิวโลกสงกวาจดเยือก
แข็ง น้ําฟาที่ตกในประเทศไทยสวนใหญ คือ ฝน
                                         ญ
ประเทศเขตหนาว บางฤดูอณหภูมิอากาศบริเวณ
                           ุ
ผิิวโ ่ํากวาจุดเยือกแข็ง จึึงเกิิด หิิมะ
    โลกตํ           ื    ็


            ESC
ละอองน้ําในเมฆมีเสนผานศนยกลางประมาณ 20
ละอองนาในเมฆมเสนผานศูนยกลางประมาณ
ไมโครเมตร
หยดน้ําฝนมีขนาดเสนผานศูนยกลาง ประมาณ 2000
ไมโครเมตร
ไ โ
หยดน้ําฝนมีขนาดเสนผานศููนยกลางเปน 100 เทา
ของละอองน้ํา
หรือมีปริมาตรเปน 1 ลานเทาของละอองนํ้าใ
                                          ในเมฆ
            ESC
ประเทศไทยอยู นเขตมรสุม จงมฝนตกชุก เนื่องจาก
ประเทศไทยอยในเขตมรสม จึงมีฝนตกชก เนองจาก
ปริมาณฝนขึ้นอยูกับฤดูกาลและสภาพภููมิอากาศ
                ู       ู
ดังนั้นในรอบ 1 ป จึงมีชวงที่มีปริมาณน้ําฝนมากกวา
ชวงอื่น
        ื


             ESC
ชวงเดอนพฤษภาคมถงเดอนตุลาคมมปรมาณฝน
ชวงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตลาคมมีปริมาณฝน
เฉลี่ยสูงตรงกับฤดูฝน
        ู           ู
ชวงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน มีปริมาณฝน
เฉลีี่ยนอย ตรงกัับฤดูหนาวและฤดูรอน


           ESC
เครื่องมือ
วดปรมาณนาฝน
วัดปริมาณน้ําฝน
หนวยวัด
ปริมาณน้ําฝน
คืือ มิลลิิเมตร
       ิ
    ทีี่มา : http://fieldtrip.ipst.ac.th/l
             htt //fi ldt i i t th/l


              ESC
เครื่องมือวัดปริมาณน้้ําฝนที่ใชกันทั่วไป สวนใหญ
เปนภาชนะทรงกระบอก ขนาดมาตรฐานเสนผาน
เปนภาชนะทรงกระบอก ขนาดมาตรฐานเสนผาน
ศูนยกลาง 20 เซนติเมตร หรือ 8 นิ้ว ภายในมีภาชนะ
  ู
รองรับน้ําฝนที่สามารถอานคาปริมาณน้ําฝนได
โดยตรง


             ESC
องคประกอบของลมฟาอากาศ ไดแก อุณหภูมิ
อากาศ วามดันอากาศ ความชื้นอากาศ ลม เมฆ
และฝน ตางมความสมพนธกน และมผลตอ
   ฝ  ี       สั ั  ั        ี 
ปรากฏการณลมฟาอากาศ
     ฏ



           ESC
ESC

องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ