1
2


                             ตารางวิเคราะหจุดประสงคการเรียนรู หลักฐานการเรียนรู สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด ผลที่เกิดกับผูเรียน
กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร             ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4-6 ชื่อหนวยการเรียนรู วิวัฒนาการ (Evolution) : วิถีแหงการอยูรอด
สาระที่ ๑         สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดํารงชีวิต
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขาใจกระบวนการและความสําคัญของการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช
                  เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบตอมนุษยและสิ่งแวดลอม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวิทยาศาสตร สื่อสาร สิ่งที่เรียนรู และนําความรู
                  ไปใชประโยชน
 สาระการเรียนรูแกนกลาง           1. สิ่งมีชีวิตแตละสปชีสจะมีความหลากหลายที่แตกตางกัน สิ่งมีชีวิตในสปชีสเดียวกันจะผสมพันธุและสืบลูกหลานตอไปได
                                  2. การคัดเลือกตามธรรมชาติจะสงผลทําใหลักษณะพันธุกรรมของประชากรในกลุมยอยแตละกลุมแตกตางกันไปจนกลายเปน
                                      สปชีสใหมทําใหเกิดเปนความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต
ตัวชี้วัด                         ที4. อธิบายกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติ และผลของการคัดเลือกตามธรรมชาติตอความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต
                                    ่

 จุดประสงคการเรียนรู    หลักฐานการเรียนรู        สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด              ผูเรียนรูอะไรบาง        ผูเรียนทําอะไรได   คุณลักษณะอันพึงประสงค
1. อธิบายกระบวนการ       ภาระงาน             การคัดเลือกโดยธรรมชาติทําใหประชากรที่    1. สิ่งมีชีวิตจะเกิด       1. อธิบายความสัมพันธ 1. ใฝเรียนรู
คัดเลือกตามธรรมชาติและ   1. กิจกรรมปากคีบ    มีลักษณะเหมาะสมกับสิ่งแวดลอมสามารถ       ปรับเปลี่ยน (adaptation)   ของปากคีบและธัญพืช 2. การสังเกต (Observation)
ผลของการคดเลือกตาม       และธัญพืช           ดํารงชีวิตและแพรพันธุประชากรในรุน      ใหมีลักษณะทางสรีระ        2. เชื่อมโยงการทดลอง 3. ความมีเหตุผล
ธรรมชาติตอความ                              ตอไปได แตสําหรับประชากรที่ไม          พฤติกรรมและรูปแบบ          ของปากคีบและธัญพืชสู
หลากหลาย                 ชิ้นงาน             เหมาะสมกับสิ่งแวดลอมนั้นก็จะถูกคัดทิ้ง   การดํารงชีวิตที่กลมกลืน    การคัดเลือกทาง
ของสิงมีชีวิต
      ่                  1. Model ปากนกฟนซ และลดจํานวนลงไป                           กับสภาพแวดลอมที่          ธรรมชาติของนกฟนซ
                         และอาหาร                                                      อาศัยอยูเพื่อใหเกิดการ   และสรุปเปนโมเดลได
                                                                                       อยูรอด
3


จุดประสงคการเรียนรู      หลักฐานการเรียนรู/   สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด                       ผูเรียนรูอะไรบาง        ผูเรียนทําอะไรได     คุณลักษณะอันพึงประสงค
                                ชิ้นงาน
2. สืบคน วิเคราะห การ   ภาระงาน                มนุษยมีสายวิวัฒนาการมาจากสัตวกลุม        1. คนกับลิงมีวิวัฒนากา     1. เขียน Mapping         1. การสํารวจ (Exploration)
เกิดวิวัฒนาการมนุษยได   1. ใบงานเรื่อง         ไพรเมต (primate) ซึ่งถือเปนกลุมของสัตว   รวมกัน แตคนไมได        เรียงลําดับวิวัฒนาการ    2. การสืบเสาะหาความรูทาง
                           “วิวัฒนาการมนุษย”    เลี้ยงลูกดวยนมที่มีพัฒนาการสูงที่สุด การ   พัฒนาการมาจากลิง           ของมนุษย                วิทยาศาสตร (Scientific
                                                 คนพบวิวัฒนาการมนุษยเริ่มจากสมัยไมโอ       2. ไพรเมตกลุม ไดแก      2. ยกตัวอยางของมนุษย   Inquiry)
                          ชิ้นงาน                ซีน พบออสทราโลพิเทคัส                       นางอายหรือลิงลม และ        สปซี่ตางๆ
                          1. Mapping             (Australopithecus) Homo habilis             ลิงทารซิเออร (tarsier
                          วิวัฒนาการมนุษย       Homo erectus         มนุษยนีแอนเดอรทัล    monkey) และไพรเม
                                                 (Neanderthal man) Homo sapiens              ตอีกสายหนึ่งคือ แอน
                                                                                             โทรพอยด (anthropoid)
                                                                                             ไดแก ลิงมีหาง ลิงไมมี
                                                                                             หางและมนุษย
                                                                                             3. มนุษยออสท
                                                                                             ราโลพิเทคัส
                                                                                             (Australopithecus)คือ ลู
                                                                                             ซี่
                                                                                             4. มนุษย Homo habilis
                                                                                             สามารถใชเครื่องมือได
                                                                                             5. Homo erectus คือ
                                                                                             มนุษยชวา รากศัพทมาก
                                                                                             จากลําตัวตั้งตรง
4


จุดประสงคการเรียนรู   หลักฐานการเรียนรู/   สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด      ผูเรียนรูอะไรบาง     ผูเรียนทําอะไรได   คุณลักษณะอันพึงประสงค
                             ชิ้นงาน
                                                                         6. มนุษยนีแอนเดอรทัล
                                                                         อยูในสปชีสเดียวกันกับ
                                                                         มนุษยปจจุบัน (Homo
                                                                         sapiens sapiens) แต
                                                                         แยกกันในระดับซับสป
                                                                         ชีส
5


จุดประสงคการเรียนรู       หลักฐานการเรียนรู/   สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด                   ผูเรียนรูอะไรบาง         ผูเรียนทําอะไรได    คุณลักษณะอันพึงประสงค
                                 ชิ้นงาน
3. อภิปรายการศึกษา        ภาระงาน                 หลักฐานที่ใชในการศึกษาวิวัฒนาการคือ   1. ซากดึกดําบรรพจะพบ        1. แยกประเภทของ         1. การสังเกต (Observation)
วิวัฒนาการผาน            1. ใบงานหลักฐาน         1. หลักฐานจากซากดึกดําบรรพของ         มากในหินชั้นหรือหิน          หลักฐาน                 2. วิเคราะหขอมูล
หลักฐาน ขอมูลตาง ๆ      วิวัฒนาการ              สิ่งมีชีวิต                            ตะกอน                        วิวัฒนาการ
นําขอมูลทางพันธุศาสตร                           2. ขอมูลสนับสนุนจากกายวิภาค           2. การเปรียบเทียบกาย         2. สรุป มโนทัศน
ประชากรและ                ชิ้นงาน                 เปรียบเทียบ                            วิภาค แบงเปน 2 แบบคือ      เกี่ยวกับหลักฐาน
ขอมูอื่น ๆ มาใชในการ    1.มโนทัศนหลักฐาน       3. ขอมูลสนับสนุนจากคัพภะวิทยา         โครงสรางของอวัยวะ           วิวัฒนาการ
วิเคราะหแนวโนมการสูญ   วิวัฒนาการ              เปรียบเทียบ                            บางอยางคลายคลึงกัน
พันธุ การเกิดสปชีส                            4. ขอมูลสนับสนุนทางชีวภูมิศาสตร      แมวาจะทําหนาที่
ใหมได                                           5. หลักฐานทางชีววิทยาระดับโมเลกุล      แตกตางกันเรียก
                                                                                         ฮอมอโลกัส
                                                                                         (homologous structure)
                                                                                         และโครงสรางที่มี
                                                                                         ลักษณะตางกันแตทํา
                                                                                         หนาที่เหมือนกันนี้วา
                                                                                         อะนาโลกัส (analogous
                                                                                         structure)
                                                                                         3. คัพภะวิทยา คือการ
                                                                                         เปรียบเทียบตัวออนของ
                                                                                         สิ่งมีชีวิต เรียกวา ทฤษฎี
                                                                                         การยอนซ้ําลักษณะ
6


จุดประสงคการเรียนรู   หลักฐานการเรียนรู/   สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด      ผูเรียนรูอะไรบาง      ผูเรียนทําอะไรได   คุณลักษณะอันพึงประสงค
                             ชิ้นงาน
                                                                         (Theory of
                                                                         Recapitulation)
                                                                         4. ชีวภูมิศาสตร
                                                                         การศึกษาถิ่นที่อยูอาศัย
                                                                         สมมติฐานเรื่องแผนดิน
                                                                         อาจตอเนื่องเปนผืน
                                                                         เดียวกัน
                                                                         5. ชีววิทยาระดับโมเลกุล
                                                                         การศึกษาลําดับเบสในดี
                                                                         เอ็นเอของสิ่งมีชีวิตแตละ
                                                                         ชนิด
7




   แผนการจัดการเรียนรูแบบการสืบเสาะหาความรู 5 ขั้น
หนวยการเรียนรูวิวัฒนาการ (Evolution) : วิถีแหงการอยูรอด
8


                           แผนการจัดการเรียนรู ที่ 1 ปรับตัว เพื่อรอดตาย
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร                 รหัสวิชา ว 40243 รายวิชาชีววิทยา
หนวยการเรียนวิวัฒนาการ (Evolution) : วิถีแหงการอยูรอด                  เวลา 6 ชั่วโมง
ผูเขียนแผน กมลรัตน ฉิมพาลี                                              เวลา 2 ชั่วโมง

สาระสําคัญ
        การคัดเลือกโดยธรรมชาติถือเปนกลไกพื้นฐานของการเกิดวิวัฒนาการรวมกับกลไกอื่นๆ การ
คัดเลือกโดยธรรมชาติทําใหประชากรที่มีลักษณะเหมาะสมกับสิ่งแวดลอมสามารถดํารงชีวิตและแพร
พันธุประชากรในรุนตอไปได แตสําหรับประชากรที่ไมเหมาะสมกับสิ่งแวดลอมนั้นก็จะถูกคัดทิ้งและลด
จํานวนลงไป ทําใหสิ่งมีชีวิตที่ถูกคัดเลือกใหเหลืออยูเกิดวิวัฒนาการโดยปรับเปลี่ยน (adaptation) ใหมี
ลักษณะทางสรีระ พฤติกรรมและรูปแบบการดํารงชีวิตที่กลมกลืนกับสภาพแวดลอมที่ประชากรนั้นอาศัย
อยู

2. จุดประสงคการเรียนรู
        1. อธิบายกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติ และผลของการคัดเลือกตามธรรมชาติตอความ
หลากหลายของสิ่งมีชีวิต (K)
        2. ทักษะการสังเกต ทักษะการใชเหตุผล (P)
        4. มีความกระตือรือรนที่จะคนควาหาความรู (A)

3. สาระการเรียนรู
    1. การคัดเลือกตามธรรมชาติ
    2. ตัวอยางของสิ่งมีชีวิตในการคัดเลือกตามธรรมชาติ
9


4. การจัดกิจกรรมการเรียนรู
              7E                            ครู                            นักเรียน
1. เราความสนใจ(engage)       1. นําเสนอภาพสิ่งมีชีวิตตางๆ  1. ศึกษาภาพที่ครูนําเสนอ
                              จากนั้นนําเสนอภาพนก ที่มี      2. แสดงความคิดเห็น
                              ลักษณะปากแตกตางกัน ตั้ง
                              คําถามวา เหตุใดนกแตละชนิดจึง
                              มีลักษณะปากที่แตกตางกัน(ไม
                              เฉลยคําตอบ)

2. สํารวจคนหา(explore)       1.จัดเตรียมปากคีบที่หลากหลาย 1. ฟงคําอธิบาย
                              ลักษณะ เชน                  2. แบงกลุมเทาๆกันใหได 5 กลุม
                                                           3. ลงมือปฏิบัติกิจกรรม
                                                           3) เมื่อปฏิบัติกิจกรรมเสร็จแลว
                                                           ชวยกันเขียนรายงานการปฏิบัติ
                                                           กิจกรรม

                              2. ธัญพืช 4 ชนิด เมล็ดฟกทอง
                              เมล็ดแมงลัก ผลพุทรา และถั่ว
                              3. แผนที่เปนหมูเกาะ 4 หมูเกาะ
                              4. วางธัญพืชแตละชนิดในแตละ
                              เกาะ
                              5. ใหนักเรียนแบงกลุม
                              6.อธิบายใหนักเรียนเลือกใชปาก
                              คีบที่เหมาะสมกับธัญพืชของแต
                              ละเกาะ

3. อธิบาย (explain)           1) ถามกลุมที่ 1 2 3 4 วาเลือกใช 1) นักเรียนแตละกลุมชวยกัน
                              ปากคีบอันไหนกับธัญพืชกลุม ตอบคําถามแสดงความคิดเห็น
                              ละชนิด เพราะอะไร ถาใชอันอื่น
                              ไดไหม ได/ไมได เพราะ
10

              7E                                    ครู                             นักเรียน
                                  2) ถามกลุมที5 มีความแตกตาง
                                                  ่
                                  หรือคลายคลึงในการเลือกของ
                                  กลุมไหนบาง คิดวาเพราะอะไร
4. ขยายความรู(elaborate)
                                 1) แจกใบความรูเรื่องเกาะกาลา         1) ศึกษาใบความรู
                                  ปากอสใหแตละกลุม ชวยกัน            2) ตอบคําถามในใบงาน
                                  ศึกษาและหาคําตอบ                      3) สรุปความรูดวยวิธีตางๆ เชน
                                  2) ใหเชื่อมโยงกิจกรรมที่ปฏิบัติ      มโนทัศน, Mapping, แผนพับ,
                                  กับใบงานที่อาน                       หนังสือเลมเล็ก
                                  3) ใหแตละกลุมเสนอวิธีที่จะ         4) ทําแบบทดสอบ
                                  สรุปเรื่องที่เรียน เพื่อนําไปจัดทํา
                                  ใหเรียบรอยและสงครู
                                  4) แจกแบบทดสอบ




5. สื่อและแหลงการเรียนรู
           สื่อการเรียนรู
      1. หนังสือเรียนสาระการเรียนรูพื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา เลม 5
      2. เอกสารเรื่องปรับตัว เพื่อรอดตาย
      3. ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่องปากคีบกับธัญพืช
      4. ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่องNatural Selection

        แหลงเรียนรู
    1. หองสืบคนขอมูลออนไลน
       เว็บไซต http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less5_2.html#
             http://www.ipecp.ac.th/cgi-binn/BP1/Program/chapter2/p2.html
             http://www.i-creativeweb.com/demo/biology/index.php?option=
                     com_content&view=category&layout=blog&id=45&Itemid=112&limitstart=10
             http://users.rcn.com/jkimball.ma.ultranet/BiologyPages/S/Speciation.html
11

               http://www.truthnet.org/Christianity/Apologetics/Evolutiontrue4/ และ
               http://mindfultourist.com/2009/10/13/galapagos-people-or-eco-system-and-do-we-have-
                      to-choose/
               http://www.huntzinger.com/galapagos.html
               http://www.houstonzooblogs.org/zoo/tag/galapagos-islands/



   6. การวัดและการประเมินผล
 สิ่งที่ตอง     ประเด็นการประเมิน         หลักฐาน/วิธีการ/เครื่องมือ       เกณฑการผาน       ผูประเมิน
 ประเมิน
ดานความรู 1. อธิบายกระบวนการ               แบบประเมินพฤติกรรมการ 1. นักเรียนมีผลการ                ครู
              คัดเลือกตามธรรมชาติ            ปฏิบัติกิจกรรม        ประเมินระดับพอใช
              และผลของการคัดเลือก                                  ขึ้นไป
              ตามธรรมชาติตอความ
              หลากหลายของสิ่งมีชีวิต
              (K)

ดานทักษะ 2. ทักษะการสังเกต                  การตรวจใบงานที่ 1           1. นักเรียนทําใบ         ครู/
          ทักษะการใชเหตุผล (P)                                          งานไดถูกตองอยาง     นักเรียน
                                                                         นอยรอยละ 80




ดานเจตคติ 3. มีความกระตือรือรนที่          แบบประเมินพฤติกรรมการ 1. นักเรียนมีผลการ                ครู
 (เงื่อนไข จะคนควาหาความรู (A)            เรียน                 ประเมินระดับพอใช
คุณธรรม)                                                           ขึ้นไป
12

                          แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรม
                             ชื่อกลุม …………………………

 ที่                 รายงานประเมิน                 ระดับคุณภาพ      หมายเหตุ
 1     ปฏิบัติงานถูกตามขั้นตอน                   3      2      1
 2     การแสดงความคิดเห็นและสรุปความคิดเห็น
       ภายในกลุม
 3     การแกปญหาระหวางการทํางาน
 4     ตั้งใจและมีสวนรวมในการทํางาน
 5     ทํางานเสร็จตรงเวลาที่กําหนด
                       รวม
                  คะแนนเฉลี่ย

เกณฑการประเมิน
3 = ดี        2 = พอใช     1 = ควรปรับปรุง
                                              ลงชื่อ ………………………………. ผูประเมิน
                                                   (…………………..…………………. )
                                              วันที……… เดือน ……………………พ.ศ. ……….
                                                    ่
13

                                แบบประเมินพฤติกรรมการทํางาน

                                       รายการประเมิน




                                                       การศึกษาเรียนรู
                                                       และทํางานเสร็จ
                                                       มีความพยายาม
              กระตือรือรนใน




                                เรียนรูเพิ่มเติม
                                ซักถามเพื่อหา




                                                         ตามกําหนด
                                  สนใจศึกษา
                                  เหตุผลและ
 เลขที-ชื่อ
      ่         การแสงหา                                                           รวมคะแนน




                                                          ของเพื่อน
                                                          ชวยเหลือ
                                    คําตอบ
                 มีความ



                 ความรู

1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
11.



                           เกณฑการประเมิน ประเมินพฤติกรรมการทํางาน

       องคประกอบที่ 1 มีความกระตือรือรนในการแสวงหาความรู
              4 หมายถึง สนใจ ใฝรู รวมกิจกรรมการเรียนรูดีมาก มีสวนรวมในกิจกรรม
                            การเรียนรูอยางขมีขมันทุกขั้นตอน
              3 หมายถึง สนใจ ใฝรู รวมกิจกรรมการเรียนรูดี มีสวนรวมในกิจกรรม
                            การเรียนรูดวยความตั้งใจทุกขั้นตอน
              2 หมายถึง สนใจ ใฝรู รวมกิจกรรมการเรียนรูดีพอสมควร มีสวนรวมในกิจกรรม
                            เกือบทุกขั้นตอน
              1 หมายถึง สนใจและมีสวนรวมในกิจกรรมการเรียนรูนอย
14

องคประกอบที่ 2 ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบ
       4 หมายถึง ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบดวยความสนใจ ใชคําถามที่แสดง
                    ความสามารถในการคิดวิเคราะหหาเหตุผลไดดีมาก
       3 หมายถึง ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบดวยความสนใจ ใชคําถามที่แสดง
                    ความสามารถในการคิดวิเคราะหหาเหตุผลไดดี
       2 หมายถึง ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบดวยความสนใจ ใชคําถามที่แสดง
                    ความสามารถในการคิดวิเคราะหหาเหตุผลไดพอใช
       1 หมายถึง มีการซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบนอยมาก

องคประกอบที่ 3 สนใจหาความรูเพิ่มเติม
       4 หมายถึง ศึกษาคนควาเพิมเติมจากเอกสารและหาขอมูล ขอเท็จจริงตางๆ ที่เกี่ยวของกับ
                                      ่
                    เรื่องที่ศึกษาอยางตอเนื่อง
       3 หมายถึง ศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากเอกสารและหาขอมูล ขอเท็จจริงตางๆที่เกี่ยวของกับ
                    เรื่องที่ศึกษาหลายครั้ง
       2 หมายถึง ศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากเอกสารและหาขอมูล ขอเท็จจริงตางๆที่เกี่ยวของกับ
                    เรื่องที่ศึกษาเปนบางครั้ง
       1 หมายถึง ไมสนใจศึกษาหาความรูเพิ่มเติม


องคประกอบที่ 4 มีความพยายามและทํางานสําเร็จตามกําหนด
       4 หมายถึง ตั้งใจพยายามทํางานและทํางานไดเสร็จทันเวลาที่กําหนด
      3 หมายถึง ตั้งใจพยายามทํางานและทํางานไดเสร็จทันเวลาที่กําหนด โดยเพิ่มเวลาให
                     อีกเล็กนอย
      2 หมายถึง ตั้งใจพยายามทํางานและทํางานไดเสร็จทันเวลาที่กําหนด ตองเพิ่มเวลา
                     ใหอีกมากกวา 1 ครั้ง
       1 หมายถึง ไมตั้งใจทํางานใหเสร็จตามที่กําหนด
15

องคประกอบที่ 5 ชวยเหลือการศึกษาเรียนรูของเพื่อน
       4 หมายถึง ชวยเหลือเพื่อนดวยการสอน แนะนํา เสนอแนะวิธีการปฏิบัติเพื่อใหเพื่อนได
                     เรียนรูไปพรอมๆ กับตนดวยความเต็มใจ
       3 หมายถึง ชวยเหลือเพื่อนมาก แตชวยในลักษณะแบบบอกความรู หรือทําใหเพื่อน
                     มากกวาชวยใหเพื่อนไดเรียนรู
       2 หมายถึง ใหความชวยเหลือเพื่อนบางเล็กนอย และชวยในลักษณะบอกความรู หรือทํา
                     ใหเพื่อนมากกวาชวยใหเพื่อนไดเรียนรู
       1 หมายถึง ไมใหมีความชวยเหลือการศึกษาเรียนรูของเพื่อน หรือใหความชวยเหลือ
                               นอยมาก
เกณฑการตัดสินผลการเรียน
                  คะแนน                                     ผลการประเมิน
                0-4 คะแนน                                      ปรับปรุง
                   5-10                                       ผานเกณฑ
                   11-15                                         พอใช
                   16-20                                          ดี
16
                    เอกสารประกอบการเรียนรูเรื่อง ปรับตัว เพื่อรอดตาย

1. วิวัฒนาการและความหลากหลายทางชีวภาพ

     วิวัฒนาการถือเปนหัวใจที่สําคัญของชีววิทยา ทั้งนี้เนื่องจากปรากฏการณตางๆที่เกิดขึ้นในทาง
ชีววิทยาสามารถที่จะอธิบายไดโดยอาศัยหลักวิวัฒนาการ กลาวอีกนัยหนึ่งก็คือปรากฏการณทางชีววิทยา
ทั้งหลายลวนแลวแตมีมูลเหตุมาจากการวิวัฒนาการ วิชาวิวัฒนาการ (Evolutionary biology) มีจุดกําเนิด
มาจากแนวคิดของนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษชื่อ ชารล ดารวิน (Charles Darwin) (ภาพที่ 1ก) ซึ่งได
ตีพิมพแนวคิดผานทางหนังสือชื่อ On the origin of species by means of natural selection ในป ค.ศ. 1859




                           (ก)                                        (ข)


       ภาพที่ 1 (ก) ชารล ดารวิน (1809 - 1882)
                (ข) หนังสือที่ตีพิมพแนวคิดวิวัฒนาการของดารวิน
                     (ที่มา Cambell and Reece, 2002)

         โดยผลงานของดารวินเกิดจากการเก็บรวบรวมขอมูล การทําการทดลอง และการศึกษาคนควา
    เอกสารตําราตางๆมากมาย โดยชวงเวลาที่สําคัญที่สุดชวงหนึ่งคือการเดินทางออกสํารวจกับเรือหลวง
    Beagle จากการเดินทางสํารวจทําใหดารวินสังเกตเห็นความแตกตางแปรผันของสิ่งมีชีวิตในแตละ
    ภูมิภาค สถานที่หนึ่งที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เดนชัดคือนกฟนสจากหมูเกาะกาลาปากอส
    (Galapagos) ซึ่งอยูทางทิศตะวันตกของชายฝงอเมริกาใต โดยดารวินไดสังเกตเห็นความแตกตางของ
    นกที่มาจากเกาะตางๆซึ่งแมจะมีความคลายคลึงกันซึ่งแสดงใหเห็นวามีความสัมพันธกันแตนกเหลานี้
    ก็มีความแตกตางกันมากจนถือเปนคนละสปซีส
17

         ดารวินพยายามหาคําอธิบายปรากฏการณที่เกิดขึ้นและไดแนวคิดวาสิ่งมีชีวิตเหลานี้นาจะเกิดจาก
    การปรับตัว (adaptation) เพื่อใหเหมาะสมกับสภาพแวดลอมที่อยูอาศัยที่แตกตางกันออกไปในแตละ
    พื้นที่ เชน ขนาดปากของนกฟนสดูเหมือนจะมีความสัมพันธกับอาหารที่นกกินในแตละหมูเกาะที่นก
    อาศัยอยู โดยสิ่งแวดลอมเหลานี้ (เชน อาหาร) จะเปนตัวคัดเลือกลักษณะที่มีความเหมาะสมตอ
    สภาพแวดลอมนั้นๆ (ที่มา : http://cyberclass.msu.ac.th/cyberclass/cyberclass-
    uploads/libs/html/44079/u106.html)

        กาลาปากอส มาจากคําวา galapago ซึ่งเปนภาษาสเปนหมายถึง เตาบก (tortoise) ซึ่งก็คือสัตวที่
พบห็นไดมากบนเกาะนี้ เกาะกาลาปากอสนั้นมีสภาพโดยทั่วไปแหงแลงและกันดาร เปนที่ที่กระแสน้ํา
เย็นไหลมาพบกับกระแสน้ําอุน จึงทําใหสามารถพบสิ่งมีชีวิตไดทั้งประเภทที่ชอบน้ําเย็น เชน สิงโตทะเล
และเพ็นกวิน รวมทั้งสัตวที่ชอบน้ําอุนก็หาไดบนเกาะนี้อีกเชนกัน ที่นี่จึงเปนแหลงรวมพันธุพืชและสัตว
จํานวนมากหลากหลายสปชีส มีสายพันธุสิ่งมีชีวิตแปลกๆ แทบจะไมสามารถพบไดที่ไหนในโลก ทั้งแบบ
ที่เชื่องนารัก และมองดูดรายนากลัว อาทิ เตากระดอง (Galapagos Tortoise) ที่มีน้ําหนักมากถึง 200-500
ปอนด กิ่งกา (iguana) สิงโตทะเล (Galapagos Sea-lion)นกนานาชนิด โดยเฉพาะนกฟนซ




                                  ภาพที่ 2 Giant Galapagos tortoises
                                      ที่มา progresoverde.org
18




                                 ภาพที่ 3 Galapagos Marine Iguana
                                    ที่มา worldtimezone.com

     ความ “พิเศษ” ของสิ่งมีชีวิตที่กาลาปากลอสทําให ดารวินรูสึกตื่นเตนมากที่ไดเห็น ดารวินพบวามี
นกสปชีสเ ดียวกันแมวามันจะมีตนกําเนิดจากแหลงเดียวกันก็ตาม แตมันกลับมีลักษณะที่แตกตางกันไป
เล็กนอย นกฟนช(finch) ชนิดหนึ่งบนกาลาปากอส ที่ดารวินเคยสนใจศึกษาเปนพิเศษ เขาไดแบงวาเจานก
ชนิดนี้มีความแตกตางกันไปในแตละเกาะถึง 13 แบบ ซึ่งสิ่งที่ทําใหพวกมันแตกตางกันนั้น ก็ผันแปรไป
ตามสิ่งแวดลอมบริเวณที่นกพวกนั้นอาศัยอยู อยางรูปทรงของจงอยปากที่แตกตางกันในนกสปชีส
เดียวกัน ที่เปนผลมาจากเมล็ดพืช ที่เปนอาหารของนกที่อยูบนแตละเกาะ




                                                                ภาพที่ 4 Finches from the Galapagos
                                                                            ที่มา www.dls.ym.edu.tw
19

     ดารวินจึงไดขอสรุปซึ่งนับเปนการนําไปสูการอธิบายทฤษฎีวิวัฒนาการ วา ในอดีตกาลเมื่อบรรพ
บุรุษของนกไดมาจากทวีปอเมริกาใต แลวมาแพรพันธยังเกาะตางๆของหมูเกาะกาลาปากอส ซึ่งมี
สภาพแวดลอมแตกตางกัน นกชนิดใดที่สามารถปรับตัวใหอยูรอดในสภาพแวดลอมได มันก็จะอยูรอด
สามารถแพรพันธุตอไปได มันจะคอยเกิดกลายกลายพันธุจากรุนสูรุนอยางชาๆ แบบที่เรียกวา
“กลายพันธุ” และเมื่อการกลายพันธุที่วานี้เกิดขึ้นอยางตอเนื่องยั่งยืนมันก็จะกลายเปนวิวัฒนาการที่
            
เรียกวา “การปรับตัวสืบทอด (descent with modification)” สวนตัวใดที่ไมสามารถปรับตัวได มันก็จะ
คอยๆหายไป และสูญพันธุลงในที่สุด ซึ่งกลไกที่คอยคัดสรรวาสัตวใดจะอยู สัตวใดจะไป นั้นก็คือสิ่งที่
ดารวินเรียกวา “การคัดเลือกตามธรรมชาติ (natural selection)” นั่นเอง

     ความแตกตางไดแฝงตัวอยูในสิ่งมีชีวิต ทําใหพวกมันสามารถปรับตัวและแพรพันธุสืบทอดสูรุน
ตอๆไป ซึ่งกุญแจสําคัญที่ทําใหสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันมีความแตกตางกันก็คือ สภาพแวดลอมที่ตางกัน
นั่นเอง หรือที่จะกลาววา "สภาพแวดลอมไมใชสิ่งที่ทําใหเกิดการผันแปรของสิ่งมีชีวิต หากแตความผัน
แปรเหลานั้นมีอยูในทุกชีวิตอยูแลว ธรรมชาติจึงทําหนาที่เปนเพียงผูคัดสรร" (ที่มา :
http://www.vcharkarn.com/varticle/39371)



     วิวัฒนาการและการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

      ทฤษฎีวิวัฒนาการของชารล ดารวิน อธิบายถึงกลไกของการวิวัฒนาการวาเปนผลมาจากการคัดเลือก
โดยธรรมชาติทําใหเกิดการปรับเปลี่ยนของลูกหลานที่เกิดขึ้นมาใหม (descent with modification)
ดารวินอธิบายวาสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกลวนสืบเผาพันธุมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน โดยการเปลี่ยนแปลง
วิวัฒนาการเปนกลไกที่ทําใหเกิดความแตกตางแปรผันของสิ่งมีชีวิตตางๆดังที่เราเห็นในปจจุบันนี้
กระบวนการที่ทําใหเกิดความแตกตางแปรผันก็คือการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (natural selection) ซึ่งทําให
เกิดการปรับตัว (adaptation) ของสิ่งมีชีวิตจนกระทั่งเปลี่ยนแปลงเปนสิ่งมีชีวิตชนิดใหมขึ้นมาโดยอาศัย
กลไกดังกลาวรวมกับระยะเวลาที่ยาวนานนับตั้งแตสิ่งมีชีวิตชนิดแรกกําเนิดบนโลกเมื่อ 3.5 ถึง 3.8
พันลานปที่ผานมา จึงทําใหเกิดความหลากหลายทางชีวภาพดังที่ปรากฏบนโลกในปจจุบันนี้ ดารวินกลาว
เปรียบเทียบการวิวัฒนาการวาเปรียบเสมือนตนไมที่มีการแตกกิ่งกานสาขาออกจากลําตนซึ่ง
เปรียบเสมือนการเกิดสปซีสใหมที่มีตนกําเนิดมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน
      ปจจัยที่ทําใหเกิดกลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติและการปรับตัวมีดังตอไปนี้ สิ่งมีชีวิตทั่วไปมี
ศักยภาพในการสืบพันธุสูง กลาวคือสิ่งมีชีวิตสวนใหญใหกําเนิดลูกมากเกินกวาที่ทรัพยากรจะรองรับได
เนื่องจากทรัพยากร เชน อาหาร ที่อยูอาศัย มีอยูอยางจํากัด จึงนําไปสูการแกงแยงเพื่อการอยูรอด หรือคํา
20

 ของดารวินก็คือ “struggle for existence” ซึ่งจะมีเพียงบางสวนของประชากรเทานั้นที่สามารถดํารงอยูได
 โดยทั่วไปในประชากรของสิ่งมีชีวิตจะมีความแปรผันและลักษณะที่แปรผันบางลักษณะในประชากรมี
 ความเหมาะสมกับสภาพแวดลอมมากกวาจึงทําใหการแกงแยงเพื่อการอยูรอดนั้นดีกวาลักษณะอื่นๆ
 กลาวอีกนัยหนึ่งก็คือประชากรที่ปรับตัวไดดีกวาจะมีโอกาสในการอยูรอดและการสืบพันธุที่ดีกวา
 (คําศัพทที่อธิบายถึงโอกาสในการอยูรอดและการสืบพันธุคือ ฟตเนส (fitness)) เมื่อเวลาผานไปลักษณะที่
 เปนลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดลอมดังกลาวก็จะเพิ่มขึ้นในประชากรและเมื่อลักษณะที่ถูกคัดเลือก
 โดยธรรมชาติสะสมมากขึ้นเรื่อยๆในประชากรเมือเวลาผานไปก็จะนําไปสูการเกิดสปซีสใหม
                                                   ่
 (speciation) ในที่สุด


     2. ตัวอยางการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต
    ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ความสามารถในการสืบพันธุจะเพิ่มจํานวนไดสูงมาก หากไมมีปจจัยที่จํากัด การ
เพิ่มจํานวนแลวสิ่งมีชีวิตทั้งหลายคงจะลนโลก แตตามที่เปนจริงจํานวนของสิ่งมีชีวิตคอนขางจะคงที่
เนื่องจากกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (naturalselection)ซึ่งอาศัยหลักเกณฑพื้นฐานวา จะไมมี
ลักษณะทางกรรมพันธุชุดเดียวที่เหมาะสมตอสภาพความเปนอยูของ สิ่งมีชีวิตในแตละแหลงที่อยูอาศัย
ฉะนั้นการคัดเลือกโดยธรรมชาติ จึงตองมีปจจัยสําคัญ คือ ความสามารถในการสืบพันธุ ของสิ่งมีชีวิต เพื่อ
การถายทอดลักษณะแตกตางที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตนั้นตองอยูใตอิทธิพลของสิ่งแวดลอม
ผลของการคัดเลือกโดยธรรมชาติจะไดสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะ สปชีสเดียวกัน ทีมีความแตกตางกัน อยางเห็น
                                                                          ่
ไดชัดทางกรรมพันธุ ซึ่งเรียกวาโพลีมอรฟซึม(polymorphism)
21




ตัวอยางเชน
สีและลวดลายบนเปลือกหอย : หอยชนิด Cepaea nemoralis เปลือกมีสีเหลือง นํ้าตาลชมพู สมแดง และ
ยังมีชนิดที่มีลวดลาย เปนเสนพาดไปตามเปลือกจากการศึกษาพบวาในแหลงที่อยูที่มีลักษณะเรียบๆ เชน
บริเวณโคลนตมหรือทรายจะพบหอย ที่มีลักษณะเปลือกเปนสีเรียบๆมากกวาลักษณะอื่นๆ สวนในปา
หญาจะพบวามีหอยที่เปลือกลายมากกวาลักษณะอื่น แตในที่บางแหงก็พบหอย ทั้งเปลือก มีลายและหอย
เปลือกสีเรียบอยูในที่เดียวกันซึ่งพบวาหอยเปลือกสีเรียบมีความทนทาน ตอการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได
ดีกวาหอยเปลือกลายดังนั้นนอกจากความสัมพันธของเหยื่อและผูลาแลว ยังนาจะเกี่ยวของกับการ
ปรับตัวทางสรีระอีกดวย




                        ภาพที่ 5 หอย Cepaea nemoralis ที่มีลายเปลือกตางกัน
                ที่มา : http://www.sbp.univ-rennes1.fr และ http://www.tiscali.co.uk
22




ภาพที่ 6 ลายเปลือกของหอยที่ไมเหมาะสมกับสิ่งแวดลอมอาจจะไมจะพนอันตรายจากผูลา
          ที่มา www.il.mahidol.ac.th/course/ap_biology2/chapter6/index.html




      ภาพที่ 7 สีของแมลงที่ไมเหมาะสมกับสิ่งแวดลอม จึงถูกนกจับกินเปนอาหาร
  ที่มา http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less5_2.html#
23



      สีของผีเสื้อกลางคืน ผีเสื้อกลางคืนชนิด Bristom betularia ซึ่งมีอยูมากในประเทศอังกฤษ
อาศัยอยูตามตนไมที่มีไลเคนส เกาะอยูเต็ม สีตัวของมันจึงเปนสีออนจางซึ่งชวยใหมันอําพรางตัว
ไดดี จนกระทั่งประมาณป 1845 ซึ่งเปนชวงปที่มี การปฏิวัติ อุตสาหกรรมในเขตเมือง จะมีเขมา
ควัน จากปลองควันของโรงงานอุตสาหกรรมฟุงกระจายไปทั่วในอากาศ เริ่มมีผูพบผีเสื้อ
กลางคืนสปชีส เดียวกันนี้แตมีสีดําเขมขึ้นกวาเดิมปรากฏขึ้นในเขตเมืองแมนเชสเตอร ซึ่งเปนเขต
ที่มีการอุตสาหกรรมใหญ และมีกลุมควันจากโรงงาน อุตสาหกรรม ทําลายพวกไลเคนสตาม
เปลือกไม และทําใหตนไมมีสีดําเต็มไปหมดตอมาในชวงเวลาไมถึงรอยปพบผีเสื้อกลางคืนที่มีสี
ดําเพิ่มขึ้น อยางรวดเร็ว จนเกือบทั้งหมด เปนผีเสื้อสีดํา




                A สีออนจาง                                       B สีดํา

                                ภาพที่ 8 การปรับตัวของผีเสื้อ
                อางอิงจาก : http://en.wikipedia.org/wiki/Peppered_moth
24

    นอกจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติแลวกลไกของวิวัฒนาการที่สําคัญยังประกอบไปดวย


1. การผาเหลาทางพันธุกรรม
          การผาเหลา (mutation) เปนปรากฏการณที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตการผาเหลาหรือมิว
เทชัน มีทั้งที่เกิดกับเซลลรางกาย ซึ่งเรียกวา โซมาติคมิวเทชัน (somatic mutation) และที่เกิดกับเซลล
สืบพันธุ เรียกวา แกมีติคมิวเทชัน (gameticmutation) มิวเทชันที่มีผลตอขบวนการวิวัฒนาการมาก คือ มิว
เทชันที่เกิดกับเซลลสืบพันธุ เนื่องจากสามารถถายทอดไปสูรุนตอๆไปได มิวเทชันทําใหเกิดการแปรผัน
ทางพันธุกรรม นอกจากนั้นในกระบวนการ สืบพันธุแบบอาศัยเพศ จะมีการแบงเซลลดวยวิธีไมโอซิส
เพื่อสรางเซลลสืบพันธุ ในกระบวนการไมโอซิสจะมีครอสซิงโอเวอร (crossing over) โดยมีการ
แลกเปลี่ยนชิ้นสวนของโฮโมโลกัสโครโมโซมซึ่งมีผลทําใหอัลลีลของยีน เกิดการเปลี่ยนตําแหนงได
รวมทั้งการรวมกลุมกันอยางอิสระ ของโครโมโซม ที่แยกตัวจากคูของมันแลวเปนผลใหยีนตางๆ ได
รวมกลุมกันใหมในแตละรุน ดังนั้น การสืบพันธุแบบอาศัยเพศจึงชวยใหยีนตางๆ ทั้งเกาและใหม ไดมี
โอกาส รวมกลุมกัน (gene recombination) ในรูปแบบตางๆ ทั้งขบวนการมิวเทชันและขบวนการ
สืบพันธุแบบอาศัยเพศเปนสาเหตุที่ทําให สิ่งมีชีวิตเกิดความแปรผัน ทางพันธุกรรมอยางมากมาย


2. การอพยพของสมาชิกประชากร

           สิ่งมีชีวิตบางชนิดมีการอพยพเขาหรือออกของสมาชิก สงผลให มีการหมุนเวียนพันธุกรรมหรือ
ที่เรียกวา การไหลของยีน (gene flow) เกิดขึ้นระหวาง ประชากรยอยๆ ซึ่งการอพยพจะทําใหสัดสวน
ของอัลลีลเปลี่ยนแปลงไป ในประชากรที่มีขนาดใหญมากๆ การอพยพเขาหรืออพยพออกของสมาชิก
อาจจะเกือบไมมีผลตอสัดสวนของยีนในกลุมประชากรเลย แตถาประชากรมีขนาดเล็ก เมื่อมีสมาชิก
อพยพออกไปทําใหกลุมประชากรสูญเสียยีนบางสวน ทําใหมีโอกาสในการถายทอดหรือแลกเปลี่ยนยีน
กับกลุมยีนนั้นนอยลงไป หรือไมมีโอกาสเลยในทางกลับกัน การอพยพเขาของประชากร ในกลุม
ประชากรขนาดเล็ก จะทําใหเกิดการเพิ่มพูนบางสวน หรือบางยีนใหมเขามาในประชากร มีผลทําใหเกิด
ความแปรผันทางพันธุกรรมของประชากร

3. ขนาดของประชากร
       การเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากร มีบทบาทสําคัญตอการเปลี่ยนแปลงความถี่ยีนและ
โครงสรางของ ยีนพูล (gene pool) ซึ่งเกิดจากโอกาส หรือความบังเอิญ หรือจากภัยธรรมชาติ ประชากรที่
มี ขนาดใหญและมีการผสมพันธุแบบสุม จะไมพบวามีการเปลี่ยนแปลง ความถี่ของยีน มากมายอยาง มี
25

นัยสําคัญ แตถาเปนประชากรขนาดเล็กจะมีผลอยางมาก การเปลี่ยนแปลงผกผันทางพันธุกรรม อยาง
ฉับพลันอยางไมมีทิศทางแนนอน หรือการเปลี่ยนแปลงความถี่ของยีนอยางฉับพลันโดยเหตุบังเอิญ ตาม
ธรรมชาติที่เกิดขึ้นแบบสุม ไมสามารถคาดการณทิศทางการเปลี่ยนแปลงความถี่ ของยีนไดแนนอน เชนนี้
เรียกวา เจเนติก ดริฟต (genetic drift) เปนกลไกที่สําคัญอยางหนึ่งที่ทําใหความถี่ของยีน มีการเบี่ยงเบน
จนเกิดการเปลี่ยนแปลง ความถี่ของยีน ตัวอยางของปรากฏการณนี้ไดแก วิวัฒนาการ ของสัตวชนิดใหมที่
เกิดขึ้นตามหมูเกาะตางๆ ในมหาสมุทรแปซิฟก ดังตัวอยางของแมลงหวี่ชนิดตางๆ ที่เกิดบนหมูเกาะ
ฮาวาย
หมายเหต ุ : gene pool หมายถึง ยีนโดยรวมซึ่งแลกเปลี่ยนกันระหวางสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะ ในเผาพันธุ
เดียวกัน เปรียบเหมือนมีบอของยีน ซึ่งสิ่งมีชีวิตนํามาฝากและนําไปใช




                     รูปที่ 2.18 ภาพแสดงปรากฏการณ เจเนติกดริฟต ของแมลงหวี่
                                   ที่มา : http://evolution/Berkeley/edu
26

                                                   ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่องปากคีบกับธัญพืช
   วันที่...........เดือน............................พ.ศ....................
   สมาชิกกลุมที.่ ......ไดแก
   1. ………………………………………………… เลขที……                                                        ่
   2............................................................................. เลขที.่ .......
   3............................................................................ เลขที.่ ......
   4............................................................................ เลขที.่ ......

วัสดุและอุปกรณ
1.
2.
3.
4.
วิธีการทดลอง
1.
2.
3.
บันทึกผลการทดลอง

          เกาะ                              ธัญพืช                                              คีมที่ใช
27

สรุปผลการทดลอง
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
28

                                               ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง Natural Selection

  1. ใหนักเรียนวิเคราะหแนวโนมของประชากรตะบองเพชร จากภาพดังกลาว พรอมอธิบายเหตุผล




...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

2. ในภาพคือนกในอดีตและนกปจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางรูปราง ใหนักเรียนชวยกันเติม
ลักษณะสิ่งแวดลอมที่ทําใหนกมีลักษณะแบบนกปจจุบัน

                                         นกในอดีต                                                                             นกในปจจุบัน
   1. อาศัยอยูใกลแมน้ํา
   2. กินพืชน้ํา
   3. มีผูลาที่อาศัยบนบก
   4. อพยพเปนระยะทางที่ไกล
   มากในแตละป




...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
29

                               แนวทางการตรวจคําตอบใบกิจกรรมที่ 1
1. นักเรียนบันทึกขอมูลครบถวนและสามารถสรุปไดวาการเลือกปากคีบขึ้นอยูกับลักษณะของธัญพืช
(ขึ้นอยูกับดุลยพินิจของผูตรวจ)

                            แนวทางการตรวจคําตอบใบกิจกรรมที่ 2
1. แนวโนมลักษณะตะบองเพชรจะมีหนาม เพื่อปองกันสัตวกัดกิน
2. นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะตางๆไดอยางสอดคลอง ลักษณะละ 1 คะแนน เหตุผลสนับสนุน
ขอละ 1 คะแนน เชน ปกมีขนาดสั้นและบางลง เนื่องจาก ไมตองอพยพเปนระยะทางไกลเทาเดิม
                        (1 คะแนน)                            (1 คะแนน)
เนนใหนักเรียนอธิบายลักษณะกับสภาพแวดลอมอยางสมเหตุสมผล
30

                                    แบบทดสอบทายบท

1. ขอความที่สอดคลองกับวิวัฒนาการมากที่สุดคือขอใด?
1. การเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตจากแบบงายๆไปซับซอนขึ้น
2. การเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตมักมีโครงสรางใหมเกิดขึ้นเสมอ
3. การเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตมีทิศทางที่ไมแนนอน
4. การเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอยางคอยเปนคอยไป สืบเนื่องกันตลอดเวลา

2. การเกิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตนอกจากเกิดจากการคัดเลือกตามธรรมชาติแลว ยังอาจเกิดจาก
กลไกตางๆ ยกเวนขอใด?
1. การลอยหางจากกันทางพันธุกรรม (genetic drift)
2. การถายเทเคลื่อนยายยีน (gene flow)
3. การใชและไมใช (use and disuse)
4. การผาเหลา (mutation)

3. กรณีใดตอไปนี้เปนตัวอยางที่สนับสนุนทฤษฎี Natural selection ?
1. เชื้อเอดสแพรระบาดอยางรวดเร็ว เนื่องจากพฤติกรรมที่ไมเหมาะสมของมนุษย
2. มีพลาสโมเดียมสายพันธุที่ตานยารักษาโรคมาลาเรียเพิ่มขึ้น
3. นกกะทาวางไขจํานวนมากขึ้นเมื่อชวงกลางวันยาวนานขึ้น
4. จิ้งจกเปลี่ยนสีตามสภาพแวดลอมที่อยูอาศัย

4. วิวัฒนาการตามแนวคิดของดารวินยึดหลักตางๆยกเวนหลักเกี่ยวกับขอใด?
1. หลักการเกี่ยวกับการแปรผันของสิ่งมีชีวิต
2. หลักการเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ
3. หลักการเกี่ยวกับการอพยพยายถิ่นของสิ่งมีชีวิต
4. หลักการเกี่ยวกับการถายทอดลักษณะจากบรรพบุรุษไปลูกหลาน
31


5. จากการสังเกตพบวาผีเสื้อที่มีสีสันกลมกลืนกับสีของเปลือกไมจะมีจํานวนมากกวาผีเสื้อชนิดอื่นๆ
ขอสังเกตนี้จะใชขอมูลใดมาอธิบายสนับสนุนไดเหมาะสมที่สุด?
1. ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของดารวิน
2. สัญชาตญาณในการหลบหนีศัตรูของสิ่งมีชีวิต
3. การถายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นใหมของลามารก
4. การผาเหลาอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดลอม

6. ปจจัยใดสําคัญที่สุดในการเกิดวิวัฒนาการของนกฟนชในหมูเกาะกาลาปากอส
ซึ่งมีหลายสปชีสตางๆกัน?
1. การเกิดภัยธรรมชาติ
2. การอพยพยายถิ่นตามฤดูกาล
3. กลไกการแยกทางการสืบพันธุ
4. การแยกกันทางสภาพภูมิศาสตร



7. สิ่งที่ยืนยันถึงหลักการคัดเลือกโดยธรรมชาติคือขอใด ?
1. สิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงกวาคือผูชนะ
2. สิ่งมีชีวิตที่จะอยูรอดตองเหมาะสมกับสิ่งแวดลอม
3. สิ่งมีชีวิตที่จะอยูรอดตองมีขนาดใหญและมีลูกไดเปนจํานวนมาก
4. ถูกทุกขอ



8.ทฤษฎีวิวัฒนาการของดารวิน มีหลักการที่สําคัญเรื่องใด
1. หลักการใชและไมใชอวัยวะ
2. หลักการคัดเลือกโดยธรรมชาติ
3. หลักการผันแปรของกรรมพันธุ
4. การถายทอดลักษณะที่ไดจากการฝกฝน
32

9.แมสุนัขตัวหนึ่งคลอดลูกออกมา 7 ตัว ตามแนวความคิดของ ชารล ดารวิน ลูกสุนัขทั้ง 7 ตัว จะมีสี
ขนเหมือนกันหรือตางกันอยางไร
1. มีสีขนตางกันทุกตัว
2. มีสีขนเหมือนกันทุกตัว
3. มีสีขนเหมือนแมทุกตัว
4. บางตัวสีขนเหมือนกันบางตัวตางกัน

10. การคัดเลือกในธรรมชาติ (natural selection) จะเกิดขึ้นตอเมื่อลักษณะนั้น
1. เปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งแวดลอม
2. ถายทอดไปยังรุนตอๆไปได
3. ควบคุมโดยจีนที่เกิด mutationไดยาก
4. มีความแตกตางกัน ในหมูประชากรนั้น

แผนการสอน เรื่องวิวัฒนาการ

  • 1.
  • 2.
    2 ตารางวิเคราะหจุดประสงคการเรียนรู หลักฐานการเรียนรู สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด ผลที่เกิดกับผูเรียน กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4-6 ชื่อหนวยการเรียนรู วิวัฒนาการ (Evolution) : วิถีแหงการอยูรอด สาระที่ ๑ สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดํารงชีวิต มาตรฐาน ว ๑.๒ เขาใจกระบวนการและความสําคัญของการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบตอมนุษยและสิ่งแวดลอม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวิทยาศาสตร สื่อสาร สิ่งที่เรียนรู และนําความรู ไปใชประโยชน สาระการเรียนรูแกนกลาง 1. สิ่งมีชีวิตแตละสปชีสจะมีความหลากหลายที่แตกตางกัน สิ่งมีชีวิตในสปชีสเดียวกันจะผสมพันธุและสืบลูกหลานตอไปได 2. การคัดเลือกตามธรรมชาติจะสงผลทําใหลักษณะพันธุกรรมของประชากรในกลุมยอยแตละกลุมแตกตางกันไปจนกลายเปน สปชีสใหมทําใหเกิดเปนความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ตัวชี้วัด ที4. อธิบายกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติ และผลของการคัดเลือกตามธรรมชาติตอความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ่ จุดประสงคการเรียนรู หลักฐานการเรียนรู สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด ผูเรียนรูอะไรบาง ผูเรียนทําอะไรได คุณลักษณะอันพึงประสงค 1. อธิบายกระบวนการ ภาระงาน การคัดเลือกโดยธรรมชาติทําใหประชากรที่ 1. สิ่งมีชีวิตจะเกิด 1. อธิบายความสัมพันธ 1. ใฝเรียนรู คัดเลือกตามธรรมชาติและ 1. กิจกรรมปากคีบ มีลักษณะเหมาะสมกับสิ่งแวดลอมสามารถ ปรับเปลี่ยน (adaptation) ของปากคีบและธัญพืช 2. การสังเกต (Observation) ผลของการคดเลือกตาม และธัญพืช ดํารงชีวิตและแพรพันธุประชากรในรุน ใหมีลักษณะทางสรีระ 2. เชื่อมโยงการทดลอง 3. ความมีเหตุผล ธรรมชาติตอความ ตอไปได แตสําหรับประชากรที่ไม พฤติกรรมและรูปแบบ ของปากคีบและธัญพืชสู หลากหลาย ชิ้นงาน เหมาะสมกับสิ่งแวดลอมนั้นก็จะถูกคัดทิ้ง การดํารงชีวิตที่กลมกลืน การคัดเลือกทาง ของสิงมีชีวิต ่ 1. Model ปากนกฟนซ และลดจํานวนลงไป กับสภาพแวดลอมที่ ธรรมชาติของนกฟนซ และอาหาร อาศัยอยูเพื่อใหเกิดการ และสรุปเปนโมเดลได อยูรอด
  • 3.
    3 จุดประสงคการเรียนรู หลักฐานการเรียนรู/ สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด ผูเรียนรูอะไรบาง ผูเรียนทําอะไรได คุณลักษณะอันพึงประสงค ชิ้นงาน 2. สืบคน วิเคราะห การ ภาระงาน มนุษยมีสายวิวัฒนาการมาจากสัตวกลุม 1. คนกับลิงมีวิวัฒนากา 1. เขียน Mapping 1. การสํารวจ (Exploration) เกิดวิวัฒนาการมนุษยได 1. ใบงานเรื่อง ไพรเมต (primate) ซึ่งถือเปนกลุมของสัตว รวมกัน แตคนไมได เรียงลําดับวิวัฒนาการ 2. การสืบเสาะหาความรูทาง “วิวัฒนาการมนุษย” เลี้ยงลูกดวยนมที่มีพัฒนาการสูงที่สุด การ พัฒนาการมาจากลิง ของมนุษย วิทยาศาสตร (Scientific คนพบวิวัฒนาการมนุษยเริ่มจากสมัยไมโอ 2. ไพรเมตกลุม ไดแก 2. ยกตัวอยางของมนุษย Inquiry) ชิ้นงาน ซีน พบออสทราโลพิเทคัส นางอายหรือลิงลม และ สปซี่ตางๆ 1. Mapping (Australopithecus) Homo habilis ลิงทารซิเออร (tarsier วิวัฒนาการมนุษย Homo erectus มนุษยนีแอนเดอรทัล monkey) และไพรเม (Neanderthal man) Homo sapiens ตอีกสายหนึ่งคือ แอน โทรพอยด (anthropoid) ไดแก ลิงมีหาง ลิงไมมี หางและมนุษย 3. มนุษยออสท ราโลพิเทคัส (Australopithecus)คือ ลู ซี่ 4. มนุษย Homo habilis สามารถใชเครื่องมือได 5. Homo erectus คือ มนุษยชวา รากศัพทมาก จากลําตัวตั้งตรง
  • 4.
    4 จุดประสงคการเรียนรู หลักฐานการเรียนรู/ สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด ผูเรียนรูอะไรบาง ผูเรียนทําอะไรได คุณลักษณะอันพึงประสงค ชิ้นงาน 6. มนุษยนีแอนเดอรทัล อยูในสปชีสเดียวกันกับ มนุษยปจจุบัน (Homo sapiens sapiens) แต แยกกันในระดับซับสป ชีส
  • 5.
    5 จุดประสงคการเรียนรู หลักฐานการเรียนรู/ สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด ผูเรียนรูอะไรบาง ผูเรียนทําอะไรได คุณลักษณะอันพึงประสงค ชิ้นงาน 3. อภิปรายการศึกษา ภาระงาน หลักฐานที่ใชในการศึกษาวิวัฒนาการคือ 1. ซากดึกดําบรรพจะพบ 1. แยกประเภทของ 1. การสังเกต (Observation) วิวัฒนาการผาน 1. ใบงานหลักฐาน 1. หลักฐานจากซากดึกดําบรรพของ มากในหินชั้นหรือหิน หลักฐาน 2. วิเคราะหขอมูล หลักฐาน ขอมูลตาง ๆ วิวัฒนาการ สิ่งมีชีวิต ตะกอน วิวัฒนาการ นําขอมูลทางพันธุศาสตร 2. ขอมูลสนับสนุนจากกายวิภาค 2. การเปรียบเทียบกาย 2. สรุป มโนทัศน ประชากรและ ชิ้นงาน เปรียบเทียบ วิภาค แบงเปน 2 แบบคือ เกี่ยวกับหลักฐาน ขอมูอื่น ๆ มาใชในการ 1.มโนทัศนหลักฐาน 3. ขอมูลสนับสนุนจากคัพภะวิทยา โครงสรางของอวัยวะ วิวัฒนาการ วิเคราะหแนวโนมการสูญ วิวัฒนาการ เปรียบเทียบ บางอยางคลายคลึงกัน พันธุ การเกิดสปชีส 4. ขอมูลสนับสนุนทางชีวภูมิศาสตร แมวาจะทําหนาที่ ใหมได 5. หลักฐานทางชีววิทยาระดับโมเลกุล แตกตางกันเรียก ฮอมอโลกัส (homologous structure) และโครงสรางที่มี ลักษณะตางกันแตทํา หนาที่เหมือนกันนี้วา อะนาโลกัส (analogous structure) 3. คัพภะวิทยา คือการ เปรียบเทียบตัวออนของ สิ่งมีชีวิต เรียกวา ทฤษฎี การยอนซ้ําลักษณะ
  • 6.
    6 จุดประสงคการเรียนรู หลักฐานการเรียนรู/ สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด ผูเรียนรูอะไรบาง ผูเรียนทําอะไรได คุณลักษณะอันพึงประสงค ชิ้นงาน (Theory of Recapitulation) 4. ชีวภูมิศาสตร การศึกษาถิ่นที่อยูอาศัย สมมติฐานเรื่องแผนดิน อาจตอเนื่องเปนผืน เดียวกัน 5. ชีววิทยาระดับโมเลกุล การศึกษาลําดับเบสในดี เอ็นเอของสิ่งมีชีวิตแตละ ชนิด
  • 7.
    7 แผนการจัดการเรียนรูแบบการสืบเสาะหาความรู 5 ขั้น หนวยการเรียนรูวิวัฒนาการ (Evolution) : วิถีแหงการอยูรอด
  • 8.
    8 แผนการจัดการเรียนรู ที่ 1 ปรับตัว เพื่อรอดตาย กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร รหัสวิชา ว 40243 รายวิชาชีววิทยา หนวยการเรียนวิวัฒนาการ (Evolution) : วิถีแหงการอยูรอด เวลา 6 ชั่วโมง ผูเขียนแผน กมลรัตน ฉิมพาลี เวลา 2 ชั่วโมง สาระสําคัญ การคัดเลือกโดยธรรมชาติถือเปนกลไกพื้นฐานของการเกิดวิวัฒนาการรวมกับกลไกอื่นๆ การ คัดเลือกโดยธรรมชาติทําใหประชากรที่มีลักษณะเหมาะสมกับสิ่งแวดลอมสามารถดํารงชีวิตและแพร พันธุประชากรในรุนตอไปได แตสําหรับประชากรที่ไมเหมาะสมกับสิ่งแวดลอมนั้นก็จะถูกคัดทิ้งและลด จํานวนลงไป ทําใหสิ่งมีชีวิตที่ถูกคัดเลือกใหเหลืออยูเกิดวิวัฒนาการโดยปรับเปลี่ยน (adaptation) ใหมี ลักษณะทางสรีระ พฤติกรรมและรูปแบบการดํารงชีวิตที่กลมกลืนกับสภาพแวดลอมที่ประชากรนั้นอาศัย อยู 2. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติ และผลของการคัดเลือกตามธรรมชาติตอความ หลากหลายของสิ่งมีชีวิต (K) 2. ทักษะการสังเกต ทักษะการใชเหตุผล (P) 4. มีความกระตือรือรนที่จะคนควาหาความรู (A) 3. สาระการเรียนรู 1. การคัดเลือกตามธรรมชาติ 2. ตัวอยางของสิ่งมีชีวิตในการคัดเลือกตามธรรมชาติ
  • 9.
    9 4. การจัดกิจกรรมการเรียนรู 7E ครู นักเรียน 1. เราความสนใจ(engage) 1. นําเสนอภาพสิ่งมีชีวิตตางๆ 1. ศึกษาภาพที่ครูนําเสนอ จากนั้นนําเสนอภาพนก ที่มี 2. แสดงความคิดเห็น ลักษณะปากแตกตางกัน ตั้ง คําถามวา เหตุใดนกแตละชนิดจึง มีลักษณะปากที่แตกตางกัน(ไม เฉลยคําตอบ) 2. สํารวจคนหา(explore) 1.จัดเตรียมปากคีบที่หลากหลาย 1. ฟงคําอธิบาย ลักษณะ เชน 2. แบงกลุมเทาๆกันใหได 5 กลุม 3. ลงมือปฏิบัติกิจกรรม 3) เมื่อปฏิบัติกิจกรรมเสร็จแลว ชวยกันเขียนรายงานการปฏิบัติ กิจกรรม 2. ธัญพืช 4 ชนิด เมล็ดฟกทอง เมล็ดแมงลัก ผลพุทรา และถั่ว 3. แผนที่เปนหมูเกาะ 4 หมูเกาะ 4. วางธัญพืชแตละชนิดในแตละ เกาะ 5. ใหนักเรียนแบงกลุม 6.อธิบายใหนักเรียนเลือกใชปาก คีบที่เหมาะสมกับธัญพืชของแต ละเกาะ 3. อธิบาย (explain) 1) ถามกลุมที่ 1 2 3 4 วาเลือกใช 1) นักเรียนแตละกลุมชวยกัน ปากคีบอันไหนกับธัญพืชกลุม ตอบคําถามแสดงความคิดเห็น ละชนิด เพราะอะไร ถาใชอันอื่น ไดไหม ได/ไมได เพราะ
  • 10.
    10 7E ครู นักเรียน 2) ถามกลุมที5 มีความแตกตาง ่ หรือคลายคลึงในการเลือกของ กลุมไหนบาง คิดวาเพราะอะไร 4. ขยายความรู(elaborate)  1) แจกใบความรูเรื่องเกาะกาลา 1) ศึกษาใบความรู ปากอสใหแตละกลุม ชวยกัน 2) ตอบคําถามในใบงาน ศึกษาและหาคําตอบ 3) สรุปความรูดวยวิธีตางๆ เชน 2) ใหเชื่อมโยงกิจกรรมที่ปฏิบัติ มโนทัศน, Mapping, แผนพับ, กับใบงานที่อาน หนังสือเลมเล็ก 3) ใหแตละกลุมเสนอวิธีที่จะ 4) ทําแบบทดสอบ สรุปเรื่องที่เรียน เพื่อนําไปจัดทํา ใหเรียบรอยและสงครู 4) แจกแบบทดสอบ 5. สื่อและแหลงการเรียนรู สื่อการเรียนรู 1. หนังสือเรียนสาระการเรียนรูพื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา เลม 5 2. เอกสารเรื่องปรับตัว เพื่อรอดตาย 3. ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่องปากคีบกับธัญพืช 4. ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่องNatural Selection แหลงเรียนรู 1. หองสืบคนขอมูลออนไลน เว็บไซต http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less5_2.html# http://www.ipecp.ac.th/cgi-binn/BP1/Program/chapter2/p2.html http://www.i-creativeweb.com/demo/biology/index.php?option= com_content&view=category&layout=blog&id=45&Itemid=112&limitstart=10 http://users.rcn.com/jkimball.ma.ultranet/BiologyPages/S/Speciation.html
  • 11.
    11 http://www.truthnet.org/Christianity/Apologetics/Evolutiontrue4/ และ http://mindfultourist.com/2009/10/13/galapagos-people-or-eco-system-and-do-we-have- to-choose/ http://www.huntzinger.com/galapagos.html http://www.houstonzooblogs.org/zoo/tag/galapagos-islands/ 6. การวัดและการประเมินผล สิ่งที่ตอง ประเด็นการประเมิน หลักฐาน/วิธีการ/เครื่องมือ เกณฑการผาน ผูประเมิน ประเมิน ดานความรู 1. อธิบายกระบวนการ แบบประเมินพฤติกรรมการ 1. นักเรียนมีผลการ ครู คัดเลือกตามธรรมชาติ ปฏิบัติกิจกรรม ประเมินระดับพอใช และผลของการคัดเลือก ขึ้นไป ตามธรรมชาติตอความ หลากหลายของสิ่งมีชีวิต (K) ดานทักษะ 2. ทักษะการสังเกต การตรวจใบงานที่ 1 1. นักเรียนทําใบ ครู/ ทักษะการใชเหตุผล (P) งานไดถูกตองอยาง นักเรียน นอยรอยละ 80 ดานเจตคติ 3. มีความกระตือรือรนที่ แบบประเมินพฤติกรรมการ 1. นักเรียนมีผลการ ครู (เงื่อนไข จะคนควาหาความรู (A) เรียน ประเมินระดับพอใช คุณธรรม) ขึ้นไป
  • 12.
    12 แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรม ชื่อกลุม ………………………… ที่ รายงานประเมิน ระดับคุณภาพ หมายเหตุ 1 ปฏิบัติงานถูกตามขั้นตอน 3 2 1 2 การแสดงความคิดเห็นและสรุปความคิดเห็น ภายในกลุม 3 การแกปญหาระหวางการทํางาน 4 ตั้งใจและมีสวนรวมในการทํางาน 5 ทํางานเสร็จตรงเวลาที่กําหนด รวม คะแนนเฉลี่ย เกณฑการประเมิน 3 = ดี 2 = พอใช 1 = ควรปรับปรุง ลงชื่อ ………………………………. ผูประเมิน (…………………..…………………. ) วันที……… เดือน ……………………พ.ศ. ………. ่
  • 13.
    13 แบบประเมินพฤติกรรมการทํางาน รายการประเมิน การศึกษาเรียนรู และทํางานเสร็จ มีความพยายาม กระตือรือรนใน เรียนรูเพิ่มเติม ซักถามเพื่อหา ตามกําหนด สนใจศึกษา เหตุผลและ เลขที-ชื่อ ่ การแสงหา รวมคะแนน ของเพื่อน ชวยเหลือ คําตอบ มีความ ความรู 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. เกณฑการประเมิน ประเมินพฤติกรรมการทํางาน องคประกอบที่ 1 มีความกระตือรือรนในการแสวงหาความรู 4 หมายถึง สนใจ ใฝรู รวมกิจกรรมการเรียนรูดีมาก มีสวนรวมในกิจกรรม การเรียนรูอยางขมีขมันทุกขั้นตอน 3 หมายถึง สนใจ ใฝรู รวมกิจกรรมการเรียนรูดี มีสวนรวมในกิจกรรม การเรียนรูดวยความตั้งใจทุกขั้นตอน 2 หมายถึง สนใจ ใฝรู รวมกิจกรรมการเรียนรูดีพอสมควร มีสวนรวมในกิจกรรม เกือบทุกขั้นตอน 1 หมายถึง สนใจและมีสวนรวมในกิจกรรมการเรียนรูนอย
  • 14.
    14 องคประกอบที่ 2 ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบ 4 หมายถึง ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบดวยความสนใจ ใชคําถามที่แสดง ความสามารถในการคิดวิเคราะหหาเหตุผลไดดีมาก 3 หมายถึง ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบดวยความสนใจ ใชคําถามที่แสดง ความสามารถในการคิดวิเคราะหหาเหตุผลไดดี 2 หมายถึง ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบดวยความสนใจ ใชคําถามที่แสดง ความสามารถในการคิดวิเคราะหหาเหตุผลไดพอใช 1 หมายถึง มีการซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบนอยมาก องคประกอบที่ 3 สนใจหาความรูเพิ่มเติม 4 หมายถึง ศึกษาคนควาเพิมเติมจากเอกสารและหาขอมูล ขอเท็จจริงตางๆ ที่เกี่ยวของกับ ่ เรื่องที่ศึกษาอยางตอเนื่อง 3 หมายถึง ศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากเอกสารและหาขอมูล ขอเท็จจริงตางๆที่เกี่ยวของกับ เรื่องที่ศึกษาหลายครั้ง 2 หมายถึง ศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากเอกสารและหาขอมูล ขอเท็จจริงตางๆที่เกี่ยวของกับ เรื่องที่ศึกษาเปนบางครั้ง 1 หมายถึง ไมสนใจศึกษาหาความรูเพิ่มเติม องคประกอบที่ 4 มีความพยายามและทํางานสําเร็จตามกําหนด 4 หมายถึง ตั้งใจพยายามทํางานและทํางานไดเสร็จทันเวลาที่กําหนด 3 หมายถึง ตั้งใจพยายามทํางานและทํางานไดเสร็จทันเวลาที่กําหนด โดยเพิ่มเวลาให อีกเล็กนอย 2 หมายถึง ตั้งใจพยายามทํางานและทํางานไดเสร็จทันเวลาที่กําหนด ตองเพิ่มเวลา ใหอีกมากกวา 1 ครั้ง 1 หมายถึง ไมตั้งใจทํางานใหเสร็จตามที่กําหนด
  • 15.
    15 องคประกอบที่ 5 ชวยเหลือการศึกษาเรียนรูของเพื่อน 4 หมายถึง ชวยเหลือเพื่อนดวยการสอน แนะนํา เสนอแนะวิธีการปฏิบัติเพื่อใหเพื่อนได เรียนรูไปพรอมๆ กับตนดวยความเต็มใจ 3 หมายถึง ชวยเหลือเพื่อนมาก แตชวยในลักษณะแบบบอกความรู หรือทําใหเพื่อน มากกวาชวยใหเพื่อนไดเรียนรู 2 หมายถึง ใหความชวยเหลือเพื่อนบางเล็กนอย และชวยในลักษณะบอกความรู หรือทํา ใหเพื่อนมากกวาชวยใหเพื่อนไดเรียนรู 1 หมายถึง ไมใหมีความชวยเหลือการศึกษาเรียนรูของเพื่อน หรือใหความชวยเหลือ นอยมาก เกณฑการตัดสินผลการเรียน คะแนน ผลการประเมิน 0-4 คะแนน ปรับปรุง 5-10 ผานเกณฑ 11-15 พอใช 16-20 ดี
  • 16.
    16 เอกสารประกอบการเรียนรูเรื่อง ปรับตัว เพื่อรอดตาย 1. วิวัฒนาการและความหลากหลายทางชีวภาพ วิวัฒนาการถือเปนหัวใจที่สําคัญของชีววิทยา ทั้งนี้เนื่องจากปรากฏการณตางๆที่เกิดขึ้นในทาง ชีววิทยาสามารถที่จะอธิบายไดโดยอาศัยหลักวิวัฒนาการ กลาวอีกนัยหนึ่งก็คือปรากฏการณทางชีววิทยา ทั้งหลายลวนแลวแตมีมูลเหตุมาจากการวิวัฒนาการ วิชาวิวัฒนาการ (Evolutionary biology) มีจุดกําเนิด มาจากแนวคิดของนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษชื่อ ชารล ดารวิน (Charles Darwin) (ภาพที่ 1ก) ซึ่งได ตีพิมพแนวคิดผานทางหนังสือชื่อ On the origin of species by means of natural selection ในป ค.ศ. 1859 (ก) (ข) ภาพที่ 1 (ก) ชารล ดารวิน (1809 - 1882) (ข) หนังสือที่ตีพิมพแนวคิดวิวัฒนาการของดารวิน (ที่มา Cambell and Reece, 2002) โดยผลงานของดารวินเกิดจากการเก็บรวบรวมขอมูล การทําการทดลอง และการศึกษาคนควา เอกสารตําราตางๆมากมาย โดยชวงเวลาที่สําคัญที่สุดชวงหนึ่งคือการเดินทางออกสํารวจกับเรือหลวง Beagle จากการเดินทางสํารวจทําใหดารวินสังเกตเห็นความแตกตางแปรผันของสิ่งมีชีวิตในแตละ ภูมิภาค สถานที่หนึ่งที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เดนชัดคือนกฟนสจากหมูเกาะกาลาปากอส (Galapagos) ซึ่งอยูทางทิศตะวันตกของชายฝงอเมริกาใต โดยดารวินไดสังเกตเห็นความแตกตางของ นกที่มาจากเกาะตางๆซึ่งแมจะมีความคลายคลึงกันซึ่งแสดงใหเห็นวามีความสัมพันธกันแตนกเหลานี้ ก็มีความแตกตางกันมากจนถือเปนคนละสปซีส
  • 17.
    17 ดารวินพยายามหาคําอธิบายปรากฏการณที่เกิดขึ้นและไดแนวคิดวาสิ่งมีชีวิตเหลานี้นาจะเกิดจาก การปรับตัว (adaptation) เพื่อใหเหมาะสมกับสภาพแวดลอมที่อยูอาศัยที่แตกตางกันออกไปในแตละ พื้นที่ เชน ขนาดปากของนกฟนสดูเหมือนจะมีความสัมพันธกับอาหารที่นกกินในแตละหมูเกาะที่นก อาศัยอยู โดยสิ่งแวดลอมเหลานี้ (เชน อาหาร) จะเปนตัวคัดเลือกลักษณะที่มีความเหมาะสมตอ สภาพแวดลอมนั้นๆ (ที่มา : http://cyberclass.msu.ac.th/cyberclass/cyberclass- uploads/libs/html/44079/u106.html) กาลาปากอส มาจากคําวา galapago ซึ่งเปนภาษาสเปนหมายถึง เตาบก (tortoise) ซึ่งก็คือสัตวที่ พบห็นไดมากบนเกาะนี้ เกาะกาลาปากอสนั้นมีสภาพโดยทั่วไปแหงแลงและกันดาร เปนที่ที่กระแสน้ํา เย็นไหลมาพบกับกระแสน้ําอุน จึงทําใหสามารถพบสิ่งมีชีวิตไดทั้งประเภทที่ชอบน้ําเย็น เชน สิงโตทะเล และเพ็นกวิน รวมทั้งสัตวที่ชอบน้ําอุนก็หาไดบนเกาะนี้อีกเชนกัน ที่นี่จึงเปนแหลงรวมพันธุพืชและสัตว จํานวนมากหลากหลายสปชีส มีสายพันธุสิ่งมีชีวิตแปลกๆ แทบจะไมสามารถพบไดที่ไหนในโลก ทั้งแบบ ที่เชื่องนารัก และมองดูดรายนากลัว อาทิ เตากระดอง (Galapagos Tortoise) ที่มีน้ําหนักมากถึง 200-500 ปอนด กิ่งกา (iguana) สิงโตทะเล (Galapagos Sea-lion)นกนานาชนิด โดยเฉพาะนกฟนซ ภาพที่ 2 Giant Galapagos tortoises ที่มา progresoverde.org
  • 18.
    18 ภาพที่ 3 Galapagos Marine Iguana ที่มา worldtimezone.com ความ “พิเศษ” ของสิ่งมีชีวิตที่กาลาปากลอสทําให ดารวินรูสึกตื่นเตนมากที่ไดเห็น ดารวินพบวามี นกสปชีสเ ดียวกันแมวามันจะมีตนกําเนิดจากแหลงเดียวกันก็ตาม แตมันกลับมีลักษณะที่แตกตางกันไป เล็กนอย นกฟนช(finch) ชนิดหนึ่งบนกาลาปากอส ที่ดารวินเคยสนใจศึกษาเปนพิเศษ เขาไดแบงวาเจานก ชนิดนี้มีความแตกตางกันไปในแตละเกาะถึง 13 แบบ ซึ่งสิ่งที่ทําใหพวกมันแตกตางกันนั้น ก็ผันแปรไป ตามสิ่งแวดลอมบริเวณที่นกพวกนั้นอาศัยอยู อยางรูปทรงของจงอยปากที่แตกตางกันในนกสปชีส เดียวกัน ที่เปนผลมาจากเมล็ดพืช ที่เปนอาหารของนกที่อยูบนแตละเกาะ ภาพที่ 4 Finches from the Galapagos ที่มา www.dls.ym.edu.tw
  • 19.
    19 ดารวินจึงไดขอสรุปซึ่งนับเปนการนําไปสูการอธิบายทฤษฎีวิวัฒนาการ วา ในอดีตกาลเมื่อบรรพ บุรุษของนกไดมาจากทวีปอเมริกาใต แลวมาแพรพันธยังเกาะตางๆของหมูเกาะกาลาปากอส ซึ่งมี สภาพแวดลอมแตกตางกัน นกชนิดใดที่สามารถปรับตัวใหอยูรอดในสภาพแวดลอมได มันก็จะอยูรอด สามารถแพรพันธุตอไปได มันจะคอยเกิดกลายกลายพันธุจากรุนสูรุนอยางชาๆ แบบที่เรียกวา “กลายพันธุ” และเมื่อการกลายพันธุที่วานี้เกิดขึ้นอยางตอเนื่องยั่งยืนมันก็จะกลายเปนวิวัฒนาการที่  เรียกวา “การปรับตัวสืบทอด (descent with modification)” สวนตัวใดที่ไมสามารถปรับตัวได มันก็จะ คอยๆหายไป และสูญพันธุลงในที่สุด ซึ่งกลไกที่คอยคัดสรรวาสัตวใดจะอยู สัตวใดจะไป นั้นก็คือสิ่งที่ ดารวินเรียกวา “การคัดเลือกตามธรรมชาติ (natural selection)” นั่นเอง ความแตกตางไดแฝงตัวอยูในสิ่งมีชีวิต ทําใหพวกมันสามารถปรับตัวและแพรพันธุสืบทอดสูรุน ตอๆไป ซึ่งกุญแจสําคัญที่ทําใหสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันมีความแตกตางกันก็คือ สภาพแวดลอมที่ตางกัน นั่นเอง หรือที่จะกลาววา "สภาพแวดลอมไมใชสิ่งที่ทําใหเกิดการผันแปรของสิ่งมีชีวิต หากแตความผัน แปรเหลานั้นมีอยูในทุกชีวิตอยูแลว ธรรมชาติจึงทําหนาที่เปนเพียงผูคัดสรร" (ที่มา : http://www.vcharkarn.com/varticle/39371) วิวัฒนาการและการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ทฤษฎีวิวัฒนาการของชารล ดารวิน อธิบายถึงกลไกของการวิวัฒนาการวาเปนผลมาจากการคัดเลือก โดยธรรมชาติทําใหเกิดการปรับเปลี่ยนของลูกหลานที่เกิดขึ้นมาใหม (descent with modification) ดารวินอธิบายวาสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกลวนสืบเผาพันธุมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน โดยการเปลี่ยนแปลง วิวัฒนาการเปนกลไกที่ทําใหเกิดความแตกตางแปรผันของสิ่งมีชีวิตตางๆดังที่เราเห็นในปจจุบันนี้ กระบวนการที่ทําใหเกิดความแตกตางแปรผันก็คือการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (natural selection) ซึ่งทําให เกิดการปรับตัว (adaptation) ของสิ่งมีชีวิตจนกระทั่งเปลี่ยนแปลงเปนสิ่งมีชีวิตชนิดใหมขึ้นมาโดยอาศัย กลไกดังกลาวรวมกับระยะเวลาที่ยาวนานนับตั้งแตสิ่งมีชีวิตชนิดแรกกําเนิดบนโลกเมื่อ 3.5 ถึง 3.8 พันลานปที่ผานมา จึงทําใหเกิดความหลากหลายทางชีวภาพดังที่ปรากฏบนโลกในปจจุบันนี้ ดารวินกลาว เปรียบเทียบการวิวัฒนาการวาเปรียบเสมือนตนไมที่มีการแตกกิ่งกานสาขาออกจากลําตนซึ่ง เปรียบเสมือนการเกิดสปซีสใหมที่มีตนกําเนิดมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน ปจจัยที่ทําใหเกิดกลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติและการปรับตัวมีดังตอไปนี้ สิ่งมีชีวิตทั่วไปมี ศักยภาพในการสืบพันธุสูง กลาวคือสิ่งมีชีวิตสวนใหญใหกําเนิดลูกมากเกินกวาที่ทรัพยากรจะรองรับได เนื่องจากทรัพยากร เชน อาหาร ที่อยูอาศัย มีอยูอยางจํากัด จึงนําไปสูการแกงแยงเพื่อการอยูรอด หรือคํา
  • 20.
    20 ของดารวินก็คือ “strugglefor existence” ซึ่งจะมีเพียงบางสวนของประชากรเทานั้นที่สามารถดํารงอยูได โดยทั่วไปในประชากรของสิ่งมีชีวิตจะมีความแปรผันและลักษณะที่แปรผันบางลักษณะในประชากรมี ความเหมาะสมกับสภาพแวดลอมมากกวาจึงทําใหการแกงแยงเพื่อการอยูรอดนั้นดีกวาลักษณะอื่นๆ กลาวอีกนัยหนึ่งก็คือประชากรที่ปรับตัวไดดีกวาจะมีโอกาสในการอยูรอดและการสืบพันธุที่ดีกวา (คําศัพทที่อธิบายถึงโอกาสในการอยูรอดและการสืบพันธุคือ ฟตเนส (fitness)) เมื่อเวลาผานไปลักษณะที่ เปนลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดลอมดังกลาวก็จะเพิ่มขึ้นในประชากรและเมื่อลักษณะที่ถูกคัดเลือก โดยธรรมชาติสะสมมากขึ้นเรื่อยๆในประชากรเมือเวลาผานไปก็จะนําไปสูการเกิดสปซีสใหม ่ (speciation) ในที่สุด 2. ตัวอยางการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ความสามารถในการสืบพันธุจะเพิ่มจํานวนไดสูงมาก หากไมมีปจจัยที่จํากัด การ เพิ่มจํานวนแลวสิ่งมีชีวิตทั้งหลายคงจะลนโลก แตตามที่เปนจริงจํานวนของสิ่งมีชีวิตคอนขางจะคงที่ เนื่องจากกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (naturalselection)ซึ่งอาศัยหลักเกณฑพื้นฐานวา จะไมมี ลักษณะทางกรรมพันธุชุดเดียวที่เหมาะสมตอสภาพความเปนอยูของ สิ่งมีชีวิตในแตละแหลงที่อยูอาศัย ฉะนั้นการคัดเลือกโดยธรรมชาติ จึงตองมีปจจัยสําคัญ คือ ความสามารถในการสืบพันธุ ของสิ่งมีชีวิต เพื่อ การถายทอดลักษณะแตกตางที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตนั้นตองอยูใตอิทธิพลของสิ่งแวดลอม ผลของการคัดเลือกโดยธรรมชาติจะไดสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะ สปชีสเดียวกัน ทีมีความแตกตางกัน อยางเห็น ่ ไดชัดทางกรรมพันธุ ซึ่งเรียกวาโพลีมอรฟซึม(polymorphism)
  • 21.
    21 ตัวอยางเชน สีและลวดลายบนเปลือกหอย : หอยชนิดCepaea nemoralis เปลือกมีสีเหลือง นํ้าตาลชมพู สมแดง และ ยังมีชนิดที่มีลวดลาย เปนเสนพาดไปตามเปลือกจากการศึกษาพบวาในแหลงที่อยูที่มีลักษณะเรียบๆ เชน บริเวณโคลนตมหรือทรายจะพบหอย ที่มีลักษณะเปลือกเปนสีเรียบๆมากกวาลักษณะอื่นๆ สวนในปา หญาจะพบวามีหอยที่เปลือกลายมากกวาลักษณะอื่น แตในที่บางแหงก็พบหอย ทั้งเปลือก มีลายและหอย เปลือกสีเรียบอยูในที่เดียวกันซึ่งพบวาหอยเปลือกสีเรียบมีความทนทาน ตอการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได ดีกวาหอยเปลือกลายดังนั้นนอกจากความสัมพันธของเหยื่อและผูลาแลว ยังนาจะเกี่ยวของกับการ ปรับตัวทางสรีระอีกดวย ภาพที่ 5 หอย Cepaea nemoralis ที่มีลายเปลือกตางกัน ที่มา : http://www.sbp.univ-rennes1.fr และ http://www.tiscali.co.uk
  • 22.
    22 ภาพที่ 6 ลายเปลือกของหอยที่ไมเหมาะสมกับสิ่งแวดลอมอาจจะไมจะพนอันตรายจากผูลา ที่มา www.il.mahidol.ac.th/course/ap_biology2/chapter6/index.html ภาพที่ 7 สีของแมลงที่ไมเหมาะสมกับสิ่งแวดลอม จึงถูกนกจับกินเปนอาหาร ที่มา http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less5_2.html#
  • 23.
    23 สีของผีเสื้อกลางคืน ผีเสื้อกลางคืนชนิด Bristom betularia ซึ่งมีอยูมากในประเทศอังกฤษ อาศัยอยูตามตนไมที่มีไลเคนส เกาะอยูเต็ม สีตัวของมันจึงเปนสีออนจางซึ่งชวยใหมันอําพรางตัว ไดดี จนกระทั่งประมาณป 1845 ซึ่งเปนชวงปที่มี การปฏิวัติ อุตสาหกรรมในเขตเมือง จะมีเขมา ควัน จากปลองควันของโรงงานอุตสาหกรรมฟุงกระจายไปทั่วในอากาศ เริ่มมีผูพบผีเสื้อ กลางคืนสปชีส เดียวกันนี้แตมีสีดําเขมขึ้นกวาเดิมปรากฏขึ้นในเขตเมืองแมนเชสเตอร ซึ่งเปนเขต ที่มีการอุตสาหกรรมใหญ และมีกลุมควันจากโรงงาน อุตสาหกรรม ทําลายพวกไลเคนสตาม เปลือกไม และทําใหตนไมมีสีดําเต็มไปหมดตอมาในชวงเวลาไมถึงรอยปพบผีเสื้อกลางคืนที่มีสี ดําเพิ่มขึ้น อยางรวดเร็ว จนเกือบทั้งหมด เปนผีเสื้อสีดํา A สีออนจาง B สีดํา ภาพที่ 8 การปรับตัวของผีเสื้อ อางอิงจาก : http://en.wikipedia.org/wiki/Peppered_moth
  • 24.
    24 นอกจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติแลวกลไกของวิวัฒนาการที่สําคัญยังประกอบไปดวย 1. การผาเหลาทางพันธุกรรม การผาเหลา (mutation) เปนปรากฏการณที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตการผาเหลาหรือมิว เทชัน มีทั้งที่เกิดกับเซลลรางกาย ซึ่งเรียกวา โซมาติคมิวเทชัน (somatic mutation) และที่เกิดกับเซลล สืบพันธุ เรียกวา แกมีติคมิวเทชัน (gameticmutation) มิวเทชันที่มีผลตอขบวนการวิวัฒนาการมาก คือ มิว เทชันที่เกิดกับเซลลสืบพันธุ เนื่องจากสามารถถายทอดไปสูรุนตอๆไปได มิวเทชันทําใหเกิดการแปรผัน ทางพันธุกรรม นอกจากนั้นในกระบวนการ สืบพันธุแบบอาศัยเพศ จะมีการแบงเซลลดวยวิธีไมโอซิส เพื่อสรางเซลลสืบพันธุ ในกระบวนการไมโอซิสจะมีครอสซิงโอเวอร (crossing over) โดยมีการ แลกเปลี่ยนชิ้นสวนของโฮโมโลกัสโครโมโซมซึ่งมีผลทําใหอัลลีลของยีน เกิดการเปลี่ยนตําแหนงได รวมทั้งการรวมกลุมกันอยางอิสระ ของโครโมโซม ที่แยกตัวจากคูของมันแลวเปนผลใหยีนตางๆ ได รวมกลุมกันใหมในแตละรุน ดังนั้น การสืบพันธุแบบอาศัยเพศจึงชวยใหยีนตางๆ ทั้งเกาและใหม ไดมี โอกาส รวมกลุมกัน (gene recombination) ในรูปแบบตางๆ ทั้งขบวนการมิวเทชันและขบวนการ สืบพันธุแบบอาศัยเพศเปนสาเหตุที่ทําให สิ่งมีชีวิตเกิดความแปรผัน ทางพันธุกรรมอยางมากมาย 2. การอพยพของสมาชิกประชากร สิ่งมีชีวิตบางชนิดมีการอพยพเขาหรือออกของสมาชิก สงผลให มีการหมุนเวียนพันธุกรรมหรือ ที่เรียกวา การไหลของยีน (gene flow) เกิดขึ้นระหวาง ประชากรยอยๆ ซึ่งการอพยพจะทําใหสัดสวน ของอัลลีลเปลี่ยนแปลงไป ในประชากรที่มีขนาดใหญมากๆ การอพยพเขาหรืออพยพออกของสมาชิก อาจจะเกือบไมมีผลตอสัดสวนของยีนในกลุมประชากรเลย แตถาประชากรมีขนาดเล็ก เมื่อมีสมาชิก อพยพออกไปทําใหกลุมประชากรสูญเสียยีนบางสวน ทําใหมีโอกาสในการถายทอดหรือแลกเปลี่ยนยีน กับกลุมยีนนั้นนอยลงไป หรือไมมีโอกาสเลยในทางกลับกัน การอพยพเขาของประชากร ในกลุม ประชากรขนาดเล็ก จะทําใหเกิดการเพิ่มพูนบางสวน หรือบางยีนใหมเขามาในประชากร มีผลทําใหเกิด ความแปรผันทางพันธุกรรมของประชากร 3. ขนาดของประชากร การเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากร มีบทบาทสําคัญตอการเปลี่ยนแปลงความถี่ยีนและ โครงสรางของ ยีนพูล (gene pool) ซึ่งเกิดจากโอกาส หรือความบังเอิญ หรือจากภัยธรรมชาติ ประชากรที่ มี ขนาดใหญและมีการผสมพันธุแบบสุม จะไมพบวามีการเปลี่ยนแปลง ความถี่ของยีน มากมายอยาง มี
  • 25.
    25 นัยสําคัญ แตถาเปนประชากรขนาดเล็กจะมีผลอยางมาก การเปลี่ยนแปลงผกผันทางพันธุกรรมอยาง ฉับพลันอยางไมมีทิศทางแนนอน หรือการเปลี่ยนแปลงความถี่ของยีนอยางฉับพลันโดยเหตุบังเอิญ ตาม ธรรมชาติที่เกิดขึ้นแบบสุม ไมสามารถคาดการณทิศทางการเปลี่ยนแปลงความถี่ ของยีนไดแนนอน เชนนี้ เรียกวา เจเนติก ดริฟต (genetic drift) เปนกลไกที่สําคัญอยางหนึ่งที่ทําใหความถี่ของยีน มีการเบี่ยงเบน จนเกิดการเปลี่ยนแปลง ความถี่ของยีน ตัวอยางของปรากฏการณนี้ไดแก วิวัฒนาการ ของสัตวชนิดใหมที่ เกิดขึ้นตามหมูเกาะตางๆ ในมหาสมุทรแปซิฟก ดังตัวอยางของแมลงหวี่ชนิดตางๆ ที่เกิดบนหมูเกาะ ฮาวาย หมายเหต ุ : gene pool หมายถึง ยีนโดยรวมซึ่งแลกเปลี่ยนกันระหวางสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะ ในเผาพันธุ เดียวกัน เปรียบเหมือนมีบอของยีน ซึ่งสิ่งมีชีวิตนํามาฝากและนําไปใช รูปที่ 2.18 ภาพแสดงปรากฏการณ เจเนติกดริฟต ของแมลงหวี่ ที่มา : http://evolution/Berkeley/edu
  • 26.
    26 ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่องปากคีบกับธัญพืช วันที่...........เดือน............................พ.ศ.................... สมาชิกกลุมที.่ ......ไดแก 1. ………………………………………………… เลขที…… ่ 2............................................................................. เลขที.่ ....... 3............................................................................ เลขที.่ ...... 4............................................................................ เลขที.่ ...... วัสดุและอุปกรณ 1. 2. 3. 4. วิธีการทดลอง 1. 2. 3. บันทึกผลการทดลอง เกาะ ธัญพืช คีมที่ใช
  • 27.
  • 28.
    28 ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง Natural Selection 1. ใหนักเรียนวิเคราะหแนวโนมของประชากรตะบองเพชร จากภาพดังกลาว พรอมอธิบายเหตุผล ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... 2. ในภาพคือนกในอดีตและนกปจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางรูปราง ใหนักเรียนชวยกันเติม ลักษณะสิ่งแวดลอมที่ทําใหนกมีลักษณะแบบนกปจจุบัน นกในอดีต นกในปจจุบัน 1. อาศัยอยูใกลแมน้ํา 2. กินพืชน้ํา 3. มีผูลาที่อาศัยบนบก 4. อพยพเปนระยะทางที่ไกล มากในแตละป ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ...............................................................................................................................................................
  • 29.
    29 แนวทางการตรวจคําตอบใบกิจกรรมที่ 1 1. นักเรียนบันทึกขอมูลครบถวนและสามารถสรุปไดวาการเลือกปากคีบขึ้นอยูกับลักษณะของธัญพืช (ขึ้นอยูกับดุลยพินิจของผูตรวจ) แนวทางการตรวจคําตอบใบกิจกรรมที่ 2 1. แนวโนมลักษณะตะบองเพชรจะมีหนาม เพื่อปองกันสัตวกัดกิน 2. นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะตางๆไดอยางสอดคลอง ลักษณะละ 1 คะแนน เหตุผลสนับสนุน ขอละ 1 คะแนน เชน ปกมีขนาดสั้นและบางลง เนื่องจาก ไมตองอพยพเปนระยะทางไกลเทาเดิม (1 คะแนน) (1 คะแนน) เนนใหนักเรียนอธิบายลักษณะกับสภาพแวดลอมอยางสมเหตุสมผล
  • 30.
    30 แบบทดสอบทายบท 1. ขอความที่สอดคลองกับวิวัฒนาการมากที่สุดคือขอใด? 1. การเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตจากแบบงายๆไปซับซอนขึ้น 2. การเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตมักมีโครงสรางใหมเกิดขึ้นเสมอ 3. การเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตมีทิศทางที่ไมแนนอน 4. การเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอยางคอยเปนคอยไป สืบเนื่องกันตลอดเวลา 2. การเกิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตนอกจากเกิดจากการคัดเลือกตามธรรมชาติแลว ยังอาจเกิดจาก กลไกตางๆ ยกเวนขอใด? 1. การลอยหางจากกันทางพันธุกรรม (genetic drift) 2. การถายเทเคลื่อนยายยีน (gene flow) 3. การใชและไมใช (use and disuse) 4. การผาเหลา (mutation) 3. กรณีใดตอไปนี้เปนตัวอยางที่สนับสนุนทฤษฎี Natural selection ? 1. เชื้อเอดสแพรระบาดอยางรวดเร็ว เนื่องจากพฤติกรรมที่ไมเหมาะสมของมนุษย 2. มีพลาสโมเดียมสายพันธุที่ตานยารักษาโรคมาลาเรียเพิ่มขึ้น 3. นกกะทาวางไขจํานวนมากขึ้นเมื่อชวงกลางวันยาวนานขึ้น 4. จิ้งจกเปลี่ยนสีตามสภาพแวดลอมที่อยูอาศัย 4. วิวัฒนาการตามแนวคิดของดารวินยึดหลักตางๆยกเวนหลักเกี่ยวกับขอใด? 1. หลักการเกี่ยวกับการแปรผันของสิ่งมีชีวิต 2. หลักการเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ 3. หลักการเกี่ยวกับการอพยพยายถิ่นของสิ่งมีชีวิต 4. หลักการเกี่ยวกับการถายทอดลักษณะจากบรรพบุรุษไปลูกหลาน
  • 31.
    31 5. จากการสังเกตพบวาผีเสื้อที่มีสีสันกลมกลืนกับสีของเปลือกไมจะมีจํานวนมากกวาผีเสื้อชนิดอื่นๆ ขอสังเกตนี้จะใชขอมูลใดมาอธิบายสนับสนุนไดเหมาะสมที่สุด? 1. ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของดารวิน 2.สัญชาตญาณในการหลบหนีศัตรูของสิ่งมีชีวิต 3. การถายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นใหมของลามารก 4. การผาเหลาอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดลอม 6. ปจจัยใดสําคัญที่สุดในการเกิดวิวัฒนาการของนกฟนชในหมูเกาะกาลาปากอส ซึ่งมีหลายสปชีสตางๆกัน? 1. การเกิดภัยธรรมชาติ 2. การอพยพยายถิ่นตามฤดูกาล 3. กลไกการแยกทางการสืบพันธุ 4. การแยกกันทางสภาพภูมิศาสตร 7. สิ่งที่ยืนยันถึงหลักการคัดเลือกโดยธรรมชาติคือขอใด ? 1. สิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงกวาคือผูชนะ 2. สิ่งมีชีวิตที่จะอยูรอดตองเหมาะสมกับสิ่งแวดลอม 3. สิ่งมีชีวิตที่จะอยูรอดตองมีขนาดใหญและมีลูกไดเปนจํานวนมาก 4. ถูกทุกขอ 8.ทฤษฎีวิวัฒนาการของดารวิน มีหลักการที่สําคัญเรื่องใด 1. หลักการใชและไมใชอวัยวะ 2. หลักการคัดเลือกโดยธรรมชาติ 3. หลักการผันแปรของกรรมพันธุ 4. การถายทอดลักษณะที่ไดจากการฝกฝน
  • 32.
    32 9.แมสุนัขตัวหนึ่งคลอดลูกออกมา 7 ตัวตามแนวความคิดของ ชารล ดารวิน ลูกสุนัขทั้ง 7 ตัว จะมีสี ขนเหมือนกันหรือตางกันอยางไร 1. มีสีขนตางกันทุกตัว 2. มีสีขนเหมือนกันทุกตัว 3. มีสีขนเหมือนแมทุกตัว 4. บางตัวสีขนเหมือนกันบางตัวตางกัน 10. การคัดเลือกในธรรมชาติ (natural selection) จะเกิดขึ้นตอเมื่อลักษณะนั้น 1. เปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งแวดลอม 2. ถายทอดไปยังรุนตอๆไปได 3. ควบคุมโดยจีนที่เกิด mutationไดยาก 4. มีความแตกตางกัน ในหมูประชากรนั้น