 ส่วนใหญ่(เกือบทั้งหมด) ป้องกันได้
 ยกเว้นจากภัยพิบัติธรรมชาติที่ยังไม่สามารถ

  คาดการณ์ล่วงหน้าได้
   หญิงไทยคู่ อายุ 33 ปี อุ้มลูกอายุ 5 วัน กระโดดลงจากชั้น
    13 อาคารหอผู้ป่วย ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ เสียชีวิต
    ทั้งแม่และลูก หลังผ่าคลอดเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2553
 ผู้ป่วยฝากครรภ์และตรวจครบตามนัด
 ไม่พบความผิดปกติ คลอดตามกาหนด

 เด็กหนัก 2,040 กรัม เข้าตู้อบ 3 วัน ร.พ.ดูแลอย่างดี

  กาลังจะให้กลับบ้านในวันที่ 22 มกราคม 2553
   หญิงหลังคลอดส่วนใหญ่จะซึมเศร้าหลังคลอด
    จากฮอร์โมนเปลี่ยนเร็ว บางรายจึงฆ่าตัวตายได้
 ตามปกติ ครอบครัวมักให้ความสาคัญในช่วงระยะก่อน
  คลอด....
 แต่ในความเป็นจริงแล้ว จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดจนถึง

  ระยะหลังคลอด.... หากแม่เกิดอาการซึมเศร้าหลังคลอด
  จะนาไปสู่การคิดสั้นฆ่าตัวตายได้
 เมื่อภรรยาตั้งครรภ์ จึงให้ออกจากงานมาอยูบ้าน โดยตน
                                           ่
  เลี้ยงดูภรรยาอย่างดี ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งใดๆ
  เงินทองก็ไม่ขัดสน
 ช่วงภรรยาคลอดก็ไปเยี่ยมทุกวันๆละ 3 เวลา

 คืนเกิดเหตุ ก็อยู่กับภรรยาจนหมดเวลาเยี่ยม

 ภรรยาไม่เคยพูดเลยว่าอยากฆ่าตัวตาย เพียงบ่นว่า ลูกตัว

  เล็ก ตัวเหลือง และไม่กินนม กลัวจะไม่รอด ตนก็ให้
  กาลังใจว่าไม่เป็นอะไร หมอกาลังจะให้กลับบ้านแล้ว
 หลังคลอดก็เดินทางไปเยี่ยมทุกวัน รวมทั้งคืนเกิด
  เหตุ เห็นผู้ป่วยปกติดี
 แต่เวลาอุมลูกมาให้นม มักพูดกับลูกเบาๆว่า
            ้
  “ทาไมตัวเล็กจัง ลูกจะโตหรือเปล่านะ”
 ตนก็ให้กาลังใจ และบอกว่าจะช่วยเลี้ยงให้ ถ้าไม่กิน

  นมแม่ ก็จะซื้อนมผงชงให้กิน
   สังเกตเห็นผู้ป่วยเครียด อุ้มลูกเดินไปมาตลอดคืนวันที่ 21
    แต่ไม่เอะใจ กระทั่งช่วงเวลา 4.30 น. ผู้ป่วยอุ้มลูกปีนอ่าง
    ล้างจานด้านหลังระเบียงหอพักผู้ป่วย แล้วกระโดดลงมา
    ฆ่าตัวตายพร้อมลูก
1.   ทาไมแพทย์พยาบาลไม่รู้ว่าผู้ป่วยเครียดหรือซึมเศร้า
2.   ทาไมพยาบาลไม่เห็นผู้ป่วยอุ้มลูกเดินไปมาตลอดคืน
3.   ทาไมการตรวจครรภ์ครบตามนัด ไม่รู้ว่าเด็กตัวเล็ก
4.   เด็กคลอดครบกาหนดจริงหรือ
5.   ทาไมต้องผ่าคลอดทั้งที่เด็กตัวเล็ก
           ?????
อุบัติเหตุ         จราจร              อื่นๆ *
 เสียชีวิต              12,000           23,000 ราย/ปี
 บาดเจ็บ                95,000        1,800,000* ราย/ปี
* อื่นๆ :
 สัมผัสแรงเชิงกลของ วัตถุ (7 แสน)
                   > สัตว์/คน (5 แสน)
 พลัดตกหกล้ม (4แสน) > ถูกพิษ (1 แสน)
 ไฟ/ของร้อน (3 หมื่น) > ไฟฟ้า (1 หมื่น)


 ไม่รวมการบาดเจ็บจากการทาร้ายตนเองและอื่นๆ (2.5 แสน)
จานวน     ชาย :            ช่วงอายุ (ปี)
                       หญิง
เสียชีวิต        424   4:1     20-29 > 30-39 > 10-19
ต้องอยู่ ร.พ. 25,958   2:1     10-19 > 20-29 > 30-39

(ตัวเลขจากโรงพยาบาลทั่วประเทศทีรายงาน
                               ่         สพฉ.)
เสียชีวิต (%)           ผู้ป้องกัน
ณ จุดเกิดเหตุ       56          ตารวจ วิศวกร ประชาชน
ระหว่างนาส่ง         3          อาสากู้ชีพ ประชาชน
ที่ ER              20          แพทย์ พยาบาล
ระหว่างส่งต่อ        1          แพทย์ พยาบาล เวชกรฉุกเฉิน
ในโรงพยาบาล
< 1 วัน              11         แพทย์ พยาบาล
1 – 30 วัน           9          แพทย์ พยาบาล
ส่วนใหญ่เกิดจาก
 เครื่องเล่นไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้ยดตรึงให้แน่นหนา ....
                                   ึ
 การแก่งแย่ง วิ่งไล่กัน ชนกัน เหยียบกันตาย ....

การป้องกัน :
 แพทย์ พยาบาล ควรแจ้งผู้บริหารโรงเรียน และฝ่าย

  การศึกษาในอาเภอ/จังหวัด เพื่อไปตรวจสอบและหา
  ทางแก้ไขปรับปรุง
 ส่วนใหญ่เกิดจาก
 โรงงาน/ที่ทางาน ไม่มีมาตรฐาน/ไม่ดูแล ....

 นายจ้าง “เถื่อน” คนงาน “เถื่อน” ....
   นายชาลี ทียู คนงานก่อสร้างชาวพม่าถูกคอนกรีตตกใส่เมื่อ 9 ม.ค.
    จนกระเพาะลาไส้แตก และสะโพกหัก รับไว้รักษาตัวที่ ร.พ.
    ปทุมธานี แต่ไม่มีใครออกค่ารักษาให้
   ร.พ.จึงแจ้งตารวจ ตารวจตรวจพบว่าไม่มี “ใบอนุญาตให้ทางาน”
    จึงขอส่งตัวไปขังที่คุกคนเข้าเมืองอย่างผิดกฏหมาย
   แต่เนื่องจากผู้ป่วยยังมีสายระโยงระยางออกจากหน้าท้อง
    หลังผ่าตัดใหญ่ และยังเดินไม่ได้เพราะสะโพกหัก ผู้ป่วยจึง
    ถูกส่งตัวไป ร.พ.ตารวจ แทน และล่ามโซ่ไว้กับเตียง
    จนมีพรายกระซิบผู้สื่อข่าว จึงเกิดเป็นข่าวใหญ่
   ก็เกิดขึ้นประจา แต่มักไม่เป็นข่าว ยกเว้นกรณีที่ปิดไม่ไหว เช่น
   แท้งก์อบไอน้าขนาดใหญ่ระเบิดที่ ร.พ.รามาธิบดีเมื่อหลายปี
    ก่อน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน
   แม่อุ้มลูกหลังคลอดกระโดดลงจากหอผู้ป่วยชั้น 13 ที่ ร.พ.เจริญ
    กรุงประชารักษ์ เมื่อ 21 มกราคม 2554
   (แต่กรณีชายชราโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่รักษาตัวอยู่ในห้อง
    พิเศษ ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ ร.พ.รามาธิบดี กระโดดลงจาก
    ห้องพัก ฆ่าตัวตายเมื่อหลายปีก่อน ไม่เป็นข่าว)
19




โรงไฟฟ้านิวเคลียร์
20



พิษจากยาในสหรัฐอเมริกา
1.ผป.ใน “ตายจากยา”  106,000 คน/ปี
    (Lazarou J et al. Incidence of adverse drug events
    in hospitalized patients. JAMA 1998 ; 279 :
    1200-5)


2.ผป.ใน และ ผป.นอก “ตายจากยา”       198,800   คน/ปี
    (Johnson JA et al. Drug-related morbidity &
    mortality. Arch Intern Med 1995; 155 : 1949-56)
21

Dr. Ray D. Strand : “Death By Prescription”
(แปล “ใบสั่งยา...อาจฆ่าคุณ” บ. อนิเมทกรุ๊ป พ.ศ. 2550)
คนอเมริกันตายจาก
1. โรคหัวใจ                    743,000 คน/ปี
2. โรคมะเร็ง                   529,000 คน/ปี
3. ยา : สั่งถูกต้อง            100,000 คน/ปี
        สั่งไม่ถูกต้อง          80,000 คน/ปี
4. เส้นเลือดสมอง               150,000 คน/ปี
5. จราจร/เอดส์                  41,000 คน/ปี
22



สรุป     การป้องก้น
1. ยาดี : อยู่ในบัญชียาหลักฯ
      มีข้อบ่งใช้-คุณภาพ-ประสิทธิภาพ/ผล
2. ใช้ดี : ใช้ถูกต้องตามขั้นตอน
      ไม่ซ้าซ้อน/เกินควร ถี่ถ้วนเหมาะสม
3. มีค่า : ราคาถูก ทุกคนเข้าถึง
      ซึ้งคุณค่า หา/เบิกได้
 ปวดท้อง ท้องเสีย
 หน่อไม้ปี๊บเป็นพิษ


 เห็ดเป็นพิษ …….
 โรคคอตีบ
 โรคไข้หวัดนก

 โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

 อหิวาตกโรค …………
 เบาหวาน
 หอบหืด

 หัวใจขาดเลือด …….
1.   การป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยหรือเป็นโรค
สูตร “5 อ” : อาหาร อากาศ อารมณ์
             ออกกาลัง อิงธรรม
2.   การป้องกันไม่ให้โรคกาเริบ
     2.1 สูตร “5 อ.”
     2.2 การแนะนาผู้ป่วยจน “เข้าใจ เข้าถึง และปฏิบติ”
                                                  ั

3.   การหยุดยั้งอาการกาเริบได้ทันที
     จนไม่มีการป่วยฉุกเฉิน
 จึงต้องการการร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่าย
1. ประชาชนทั่วไป และผู้ป่วย

2. รัฐบาล กระทรวงทุกกระทรวง

3. หน่วยงานภาครัฐและเอกชน

4. บุคลากรทุกประเภท โดยเฉพาะแพทย์ พยาบาล ซึง
                                           ่
   รู้เรื่องการเจ็บป่วย > บุคลากรอื่นๆ
ค้าถาม/ความ
    คิดเห็น

Emergency prevention

  • 2.
     ส่วนใหญ่(เกือบทั้งหมด) ป้องกันได้ ยกเว้นจากภัยพิบัติธรรมชาติที่ยังไม่สามารถ คาดการณ์ล่วงหน้าได้
  • 3.
    หญิงไทยคู่ อายุ 33 ปี อุ้มลูกอายุ 5 วัน กระโดดลงจากชั้น 13 อาคารหอผู้ป่วย ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ เสียชีวิต ทั้งแม่และลูก หลังผ่าคลอดเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2553
  • 4.
     ผู้ป่วยฝากครรภ์และตรวจครบตามนัด  ไม่พบความผิดปกติคลอดตามกาหนด  เด็กหนัก 2,040 กรัม เข้าตู้อบ 3 วัน ร.พ.ดูแลอย่างดี กาลังจะให้กลับบ้านในวันที่ 22 มกราคม 2553
  • 5.
    หญิงหลังคลอดส่วนใหญ่จะซึมเศร้าหลังคลอด จากฮอร์โมนเปลี่ยนเร็ว บางรายจึงฆ่าตัวตายได้
  • 6.
     ตามปกติ ครอบครัวมักให้ความสาคัญในช่วงระยะก่อน คลอด....  แต่ในความเป็นจริงแล้ว จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดจนถึง ระยะหลังคลอด.... หากแม่เกิดอาการซึมเศร้าหลังคลอด จะนาไปสู่การคิดสั้นฆ่าตัวตายได้
  • 7.
     เมื่อภรรยาตั้งครรภ์ จึงให้ออกจากงานมาอยูบ้านโดยตน ่ เลี้ยงดูภรรยาอย่างดี ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งใดๆ เงินทองก็ไม่ขัดสน  ช่วงภรรยาคลอดก็ไปเยี่ยมทุกวันๆละ 3 เวลา  คืนเกิดเหตุ ก็อยู่กับภรรยาจนหมดเวลาเยี่ยม  ภรรยาไม่เคยพูดเลยว่าอยากฆ่าตัวตาย เพียงบ่นว่า ลูกตัว เล็ก ตัวเหลือง และไม่กินนม กลัวจะไม่รอด ตนก็ให้ กาลังใจว่าไม่เป็นอะไร หมอกาลังจะให้กลับบ้านแล้ว
  • 8.
     หลังคลอดก็เดินทางไปเยี่ยมทุกวัน รวมทั้งคืนเกิด เหตุ เห็นผู้ป่วยปกติดี  แต่เวลาอุมลูกมาให้นม มักพูดกับลูกเบาๆว่า ้ “ทาไมตัวเล็กจัง ลูกจะโตหรือเปล่านะ”  ตนก็ให้กาลังใจ และบอกว่าจะช่วยเลี้ยงให้ ถ้าไม่กิน นมแม่ ก็จะซื้อนมผงชงให้กิน
  • 9.
    สังเกตเห็นผู้ป่วยเครียด อุ้มลูกเดินไปมาตลอดคืนวันที่ 21 แต่ไม่เอะใจ กระทั่งช่วงเวลา 4.30 น. ผู้ป่วยอุ้มลูกปีนอ่าง ล้างจานด้านหลังระเบียงหอพักผู้ป่วย แล้วกระโดดลงมา ฆ่าตัวตายพร้อมลูก
  • 10.
    1. ทาไมแพทย์พยาบาลไม่รู้ว่าผู้ป่วยเครียดหรือซึมเศร้า 2. ทาไมพยาบาลไม่เห็นผู้ป่วยอุ้มลูกเดินไปมาตลอดคืน 3. ทาไมการตรวจครรภ์ครบตามนัด ไม่รู้ว่าเด็กตัวเล็ก 4. เด็กคลอดครบกาหนดจริงหรือ 5. ทาไมต้องผ่าคลอดทั้งที่เด็กตัวเล็ก ?????
  • 11.
    อุบัติเหตุ จราจร อื่นๆ * เสียชีวิต 12,000 23,000 ราย/ปี บาดเจ็บ 95,000 1,800,000* ราย/ปี * อื่นๆ :  สัมผัสแรงเชิงกลของ วัตถุ (7 แสน)  > สัตว์/คน (5 แสน)  พลัดตกหกล้ม (4แสน) > ถูกพิษ (1 แสน)  ไฟ/ของร้อน (3 หมื่น) > ไฟฟ้า (1 หมื่น) ไม่รวมการบาดเจ็บจากการทาร้ายตนเองและอื่นๆ (2.5 แสน)
  • 12.
    จานวน ชาย : ช่วงอายุ (ปี) หญิง เสียชีวิต 424 4:1 20-29 > 30-39 > 10-19 ต้องอยู่ ร.พ. 25,958 2:1 10-19 > 20-29 > 30-39 (ตัวเลขจากโรงพยาบาลทั่วประเทศทีรายงาน ่ สพฉ.)
  • 13.
    เสียชีวิต (%) ผู้ป้องกัน ณ จุดเกิดเหตุ 56 ตารวจ วิศวกร ประชาชน ระหว่างนาส่ง 3 อาสากู้ชีพ ประชาชน ที่ ER 20 แพทย์ พยาบาล ระหว่างส่งต่อ 1 แพทย์ พยาบาล เวชกรฉุกเฉิน ในโรงพยาบาล < 1 วัน 11 แพทย์ พยาบาล 1 – 30 วัน 9 แพทย์ พยาบาล
  • 14.
    ส่วนใหญ่เกิดจาก  เครื่องเล่นไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้ยดตรึงให้แน่นหนา.... ึ  การแก่งแย่ง วิ่งไล่กัน ชนกัน เหยียบกันตาย .... การป้องกัน :  แพทย์ พยาบาล ควรแจ้งผู้บริหารโรงเรียน และฝ่าย การศึกษาในอาเภอ/จังหวัด เพื่อไปตรวจสอบและหา ทางแก้ไขปรับปรุง
  • 15.
     ส่วนใหญ่เกิดจาก  โรงงาน/ที่ทางานไม่มีมาตรฐาน/ไม่ดูแล ....  นายจ้าง “เถื่อน” คนงาน “เถื่อน” ....
  • 16.
    นายชาลี ทียู คนงานก่อสร้างชาวพม่าถูกคอนกรีตตกใส่เมื่อ 9 ม.ค. จนกระเพาะลาไส้แตก และสะโพกหัก รับไว้รักษาตัวที่ ร.พ. ปทุมธานี แต่ไม่มีใครออกค่ารักษาให้  ร.พ.จึงแจ้งตารวจ ตารวจตรวจพบว่าไม่มี “ใบอนุญาตให้ทางาน” จึงขอส่งตัวไปขังที่คุกคนเข้าเมืองอย่างผิดกฏหมาย
  • 17.
    แต่เนื่องจากผู้ป่วยยังมีสายระโยงระยางออกจากหน้าท้อง หลังผ่าตัดใหญ่ และยังเดินไม่ได้เพราะสะโพกหัก ผู้ป่วยจึง ถูกส่งตัวไป ร.พ.ตารวจ แทน และล่ามโซ่ไว้กับเตียง จนมีพรายกระซิบผู้สื่อข่าว จึงเกิดเป็นข่าวใหญ่
  • 18.
    ก็เกิดขึ้นประจา แต่มักไม่เป็นข่าว ยกเว้นกรณีที่ปิดไม่ไหว เช่น  แท้งก์อบไอน้าขนาดใหญ่ระเบิดที่ ร.พ.รามาธิบดีเมื่อหลายปี ก่อน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน  แม่อุ้มลูกหลังคลอดกระโดดลงจากหอผู้ป่วยชั้น 13 ที่ ร.พ.เจริญ กรุงประชารักษ์ เมื่อ 21 มกราคม 2554  (แต่กรณีชายชราโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่รักษาตัวอยู่ในห้อง พิเศษ ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ ร.พ.รามาธิบดี กระโดดลงจาก ห้องพัก ฆ่าตัวตายเมื่อหลายปีก่อน ไม่เป็นข่าว)
  • 19.
  • 20.
    20 พิษจากยาในสหรัฐอเมริกา 1.ผป.ใน “ตายจากยา” 106,000 คน/ปี (Lazarou J et al. Incidence of adverse drug events in hospitalized patients. JAMA 1998 ; 279 : 1200-5) 2.ผป.ใน และ ผป.นอก “ตายจากยา”  198,800 คน/ปี (Johnson JA et al. Drug-related morbidity & mortality. Arch Intern Med 1995; 155 : 1949-56)
  • 21.
    21 Dr. Ray D.Strand : “Death By Prescription” (แปล “ใบสั่งยา...อาจฆ่าคุณ” บ. อนิเมทกรุ๊ป พ.ศ. 2550) คนอเมริกันตายจาก 1. โรคหัวใจ 743,000 คน/ปี 2. โรคมะเร็ง 529,000 คน/ปี 3. ยา : สั่งถูกต้อง 100,000 คน/ปี สั่งไม่ถูกต้อง 80,000 คน/ปี 4. เส้นเลือดสมอง 150,000 คน/ปี 5. จราจร/เอดส์ 41,000 คน/ปี
  • 22.
    22 สรุป การป้องก้น 1. ยาดี : อยู่ในบัญชียาหลักฯ มีข้อบ่งใช้-คุณภาพ-ประสิทธิภาพ/ผล 2. ใช้ดี : ใช้ถูกต้องตามขั้นตอน ไม่ซ้าซ้อน/เกินควร ถี่ถ้วนเหมาะสม 3. มีค่า : ราคาถูก ทุกคนเข้าถึง ซึ้งคุณค่า หา/เบิกได้
  • 23.
     ปวดท้อง ท้องเสีย หน่อไม้ปี๊บเป็นพิษ  เห็ดเป็นพิษ …….
  • 24.
     โรคคอตีบ  โรคไข้หวัดนก โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  อหิวาตกโรค …………
  • 25.
     เบาหวาน  หอบหืด หัวใจขาดเลือด …….
  • 26.
    1. การป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยหรือเป็นโรค สูตร “5 อ” : อาหาร อากาศ อารมณ์ ออกกาลัง อิงธรรม
  • 27.
    2. การป้องกันไม่ให้โรคกาเริบ 2.1 สูตร “5 อ.” 2.2 การแนะนาผู้ป่วยจน “เข้าใจ เข้าถึง และปฏิบติ” ั 3. การหยุดยั้งอาการกาเริบได้ทันที จนไม่มีการป่วยฉุกเฉิน
  • 28.
     จึงต้องการการร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่าย 1. ประชาชนทั่วไปและผู้ป่วย 2. รัฐบาล กระทรวงทุกกระทรวง 3. หน่วยงานภาครัฐและเอกชน 4. บุคลากรทุกประเภท โดยเฉพาะแพทย์ พยาบาล ซึง ่ รู้เรื่องการเจ็บป่วย > บุคลากรอื่นๆ
  • 29.
    ค้าถาม/ความ คิดเห็น