Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
feebanhanmongklang
PPTX, PDF
30 views
บทที่ การพัฒนาของการบริหารการจัดการ.pptx
นำเสนองานการบริหารการจัดการ
Data & Analytics
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 18
2
/ 18
3
/ 18
4
/ 18
5
/ 18
6
/ 18
7
/ 18
8
/ 18
9
/ 18
10
/ 18
11
/ 18
12
/ 18
13
/ 18
14
/ 18
15
/ 18
16
/ 18
17
/ 18
18
/ 18
More Related Content
PPT
บทที่ 2 พัฒนาการของแนวคิดและทฤษฎีการจัดการ
by
Napin Yeamprayunsawasd
PPT
Ch1 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการ
by
Nittaya Intarat
PDF
สื่อการสอนวิชาทฤษฎีและหลักการบริหารการศึกษา
by
Ratchaphon Cherngchon
PPT
แนวความคิดและทฤษฎีการบริหาร
by
guest3d68ee
PPTX
Management
by
Katchapon Chathartpornchai
PPT
ทฤษฎีทางการบริหาร
by
Prapaporn Boonplord
DOC
การบริหาร(เอาจริง)
by
Yingjira Panomai
PDF
Development of management theory
by
Kan Yuenyong
บทที่ 2 พัฒนาการของแนวคิดและทฤษฎีการจัดการ
by
Napin Yeamprayunsawasd
Ch1 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการ
by
Nittaya Intarat
สื่อการสอนวิชาทฤษฎีและหลักการบริหารการศึกษา
by
Ratchaphon Cherngchon
แนวความคิดและทฤษฎีการบริหาร
by
guest3d68ee
Management
by
Katchapon Chathartpornchai
ทฤษฎีทางการบริหาร
by
Prapaporn Boonplord
การบริหาร(เอาจริง)
by
Yingjira Panomai
Development of management theory
by
Kan Yuenyong
Similar to บทที่ การพัฒนาของการบริหารการจัดการ.pptx
DOC
ทฤษฏีการบริหาร
by
guest6b6fea3
PPT
Chapter(1)
by
Kannika Mhk
PPT
หลักการบริหาร
by
คนหลังห้อง ริมขวา
PDF
OM Theory (Ch.2)
by
Mahasarakham Business School, Mahasarakham University
PDF
Change for the future : New concept and New management tools
by
DrDanai Thienphut
PDF
Organization&Management part1 2
by
Thamonwan Theerabunchorn
PDF
การบริหาร&การจัดการ
by
chonlataz
PPT
องค์การสมัยใหม่ ครั้งที่ 1
by
ma020406
PDF
ตัวอย่างหนังสือผู้บริหาร2
by
Kuntoonbut Wissanu
PPTX
หลักการจัดการ.
by
สุธรรม ดีสา
PDF
การจัดการในศตวรรษที่ 21
by
Development Science College Puey Ungphakorn,Thammasat University
PDF
บทที่ 4 การจัดการองค์การสมัยใหม่
by
Aj.Mallika Phongphaew
PPT
ทฤษฎีองค์การ
by
ทวิพันธ์ พัวสรรเสริญ
PDF
องค์กรและการจัดการ
by
Preepram Laedvilai
PDF
Organization Theory
by
Watcharin Chongkonsatit
PDF
9789740335924
by
CUPress
PDF
ทฤษฎีการจัดการแบบวิทยาศาสตร์
by
wiraja
PDF
บทที่3
by
praphol
PPT
บทที่ 1 แนวคิดหลักการของการบริหารราชการ
by
Saiiew
PDF
การศึกษาที่ฮอว์ธอร์น
by
wiraja
ทฤษฏีการบริหาร
by
guest6b6fea3
Chapter(1)
by
Kannika Mhk
หลักการบริหาร
by
คนหลังห้อง ริมขวา
OM Theory (Ch.2)
by
Mahasarakham Business School, Mahasarakham University
Change for the future : New concept and New management tools
by
DrDanai Thienphut
Organization&Management part1 2
by
Thamonwan Theerabunchorn
การบริหาร&การจัดการ
by
chonlataz
องค์การสมัยใหม่ ครั้งที่ 1
by
ma020406
ตัวอย่างหนังสือผู้บริหาร2
by
Kuntoonbut Wissanu
หลักการจัดการ.
by
สุธรรม ดีสา
การจัดการในศตวรรษที่ 21
by
Development Science College Puey Ungphakorn,Thammasat University
บทที่ 4 การจัดการองค์การสมัยใหม่
by
Aj.Mallika Phongphaew
ทฤษฎีองค์การ
by
ทวิพันธ์ พัวสรรเสริญ
องค์กรและการจัดการ
by
Preepram Laedvilai
Organization Theory
by
Watcharin Chongkonsatit
9789740335924
by
CUPress
ทฤษฎีการจัดการแบบวิทยาศาสตร์
by
wiraja
บทที่3
by
praphol
บทที่ 1 แนวคิดหลักการของการบริหารราชการ
by
Saiiew
การศึกษาที่ฮอว์ธอร์น
by
wiraja
บทที่ การพัฒนาของการบริหารการจัดการ.pptx
1.
งานนำเสนอ แบบผู้บริหาร
2.
นำเสนอ พระครูปลัดสุพรรณ ป สนฺนมโน
3.
จัดทำโดย พระประสิทธิ์ วรญาโณ
4.
แนวความคิดทางนักบริหาร Management Concept หรือแนวคิดทฤษฎีการบริหาร
จัดการเริ่มเกิดขึ้นมาในช่วง ปฏิวัติอุตสาหกรรมราวปี ค.ศ.1760 ที่เริ่มเปลี่ยนจากแรงงาน คนมาเป็นแรงงานจากเครื่องจักร การแบ่งกลุ่มทฤษฎีและ แนวคิดของการบริหารจัดการนั้น ซึ่งทั้งหมดพัฒนาตามยุค สมัยที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ทว่าทฤษฎีทุกยุคก็ยังคงนิยมใช้มา จนถึงปัจจุบันนี้ ผู้นำหรือผู้บริหาร องค์การหน่วยงาน จะเป็น ที่ต้องการของบุคคลทั่วไปที่ทำงานในองค์การหรือหน่วยงาน นั้นๆ เพราะผู้บริหารคือผู้ที่มี"สิทธิ " และ "อำนาจ" ในการ บังคับบัญชาผู้อื่น ตามแต่ขนาดขององค์การ แต่ยังมีสิ่งที่ สำคัญที่ทุกคนใฝ่หาให้ได้มา คือ "เกียรติยศและศักดิ์ศรี" การจะขึ้นเป็นผู้นำหรือผู้บริหารเป็นเรื่องยากและลำบากยิ่ง จะอาศัยความรู้ ความสามารถอย่างเดียวคงไม่สำเร็จแล้ว แต่ เมื่อได้มาแล้วการที่จะดำรงอยู่เป็นผู้บริหารหรือผู้นำให้ ยาวนานก็เป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้นหากบริหารงานไม่มีรูปแบบ บทนำ
5.
ทักษะ • การบริหาร (Administration)
และการจัดการ (Management) เป็นสองแนวคิดที่บางครั้งใช้แทนกัน ได้ แต่มีความแตกต่างในเนื้อหา การบริหารเน้นการกำหนดนโยบายหรือแผนงาน มักใช้ในบริบทของ การบริหารรัฐกิจ ส่วนการจัดการเน้นการดำเนินงานตามนโยบายหรือแผนที่กำหนด มักใช้ในบริบทของ การจัดการธุรกิจ • การจัดการเกี่ยวข้องกับการทำให้งานสำเร็จตามวัตถุประสงค์ผ่านการวางแผน การจัดระเบียบ การ ประสานงาน และการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ปีเตอร์ เอฟ ครักเกอร์ กล่าวว่าการจัดการ คือการทำให้งานสำเร็จโดยอาศัยคนอื่นเป็นผู้ทำ • การจัดการจำเป็นสำหรับองค์การทุกขนาดและทุกประเภท และสามารถมองได้ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์ และศิลปะ เนื่องจากมีการใช้หลักทฤษฎีและกฎเกณฑ์ที่สามารถพิสูจน์ได้ ในขณะเดียวกัน การจัดการ ต้องมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลปะ ควบคู่กันไป
6.
ประวัติและพัฒนาการของการจัดการ ในอดีตการจัดการองค์กรเริ่มจากการจัดการภายในครัวเรือน ก่อนจะพัฒนามาเป็นระบบศักดินา เช่น
การสร้างพีระมิดในอียิปต์และกำแพงเมืองจีน จน กระทั่งศตวรรษที่ 18 เมื่อเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม องค์กรเริ่มขยายใหญ่ขึ้น แม้ว่าการจัดการยังขาดระบบที่ชัดเจน จนเกิดแนวคิดการจัดการอย่างเป็น หลักเกณฑ์ (Prescientific management) 1.ยุคการศึกษาตามวิธีการสมัยเดิม (Classical หรือ Traditional approach): เน้นกระบวนการจัดการและการปรับปรุงประสิทธิภาพ เช่น การจัดการ ตามหลักวิทยาศาสตร์และการจัดการแบบคลาสสิก ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักคิดเช่น เฟรดเคอริค เทเลอร์, เฮนรี่ ฟาโยล, และเฮนรี แก้นท์ 2.ยุคการศึกษาตามวิธีการเชิงพฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral approach): เน้นพฤติกรรมของบุคคลในองค์กร เช่น ความต้องการของมนุษย์และการ สร้างความพอใจให้พนักงาน ตัวอย่างนักคิดคือ เอลตัน เมโย, คริส อาร์ใกริส, และดักลาส แมคเกร็กเกอร์ 3.ยุคการจัดการงานสมัยใหม่ (Modern approach): ใช้เทคนิคทางคณิตศาสตร์ สถิติ และข้อมูลในการแก้ปัญหา เช่น การจัดการเชิงปริมาณ, การวิจัย การปฏิบัติการ, ทฤษฎีระบบ, และทฤษฎีการจัดการเชิงสถานการณ์ ทฤษฎี Z ของวิลเลียม เอาชี เป็นการผสมผสานแนวคิดการจัดการของญี่ปุ่นและ สหรัฐอเมริกา สรุปได้ว่า การจัดการมีการพัฒนาจากการจัดการแบบพื้นฐานมาเป็นการจัดการที่มีหลักเกณฑ์และเทคนิคที่ซับซ้อนขึ้นตามยุคสมัย
7.
ทฤษฎีองค์การสมัยใหม่พัฒนามาจากทฤษฎีองค์การสมัยดั้งเดิม โดยการ พัฒนาที่สำคัญเกิดขึ้นระหว่าง ค.ศ.
1910 ถึง 1920 ซึ่งเริ่มมีการนำปัจจัย มนุษย์เข้ามาพิจารณาอย่างจริงจัง ทฤษฎีนี้มุ่งเน้นความสำคัญและคุณค่า ของมนุษย์ (Organistic) โดยเฉพาะการทดลองที่ Hawthorne ระหว่างปี ค.ศ. 1924-1932 ที่เน้นการศึกษาพฤติกรรมศาสตร์และมนุษยสัมพันธ์ ซึ่ง แนวคิดนี้ได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริการะหว่างปี ค.ศ. 1940-1950 ทฤษฎีองค์การสมัยใหม่เน้นความต้องการ (needs) ของสมาชิกใน องค์การ ยอมรับอิทธิพลทางสังคมที่ส่งผลต่อการทำงาน รวมถึงการให้ ความสำคัญกับกลุ่มนอกแบบ (Informal Group) และการมีส่วนร่วมใน การตัดสินใจในองค์การ ซึ่งช่วยให้โครงสร้างที่ตายตัวขององค์การสมัย ดั้งเดิมผ่อนคลายลง ทฤษฎีการจัดการยุค ดั้งเดิม
8.
1. ทฤษฎีการจัดการแบบ วิทยาศาสตร์ การศึกษาหลักการบริหารในยุคคลาสสิกเน้นที่การจัดการ องค์การโดยรวม โดยมุ่งหาวิธีปรับปรุงประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลของการดำเนินงาน
วิวัฒนาการของแนวคิดการ บริหารที่เป็นระบบ เกิดขึ้นในยุโรปช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดย มีแนวคิดที่สำคัญคือ ทฤษฎีระบบราชการของ Max Weber ซึ่งเน้นการศึกษาระบบโครงสร้างขององค์การขนาดใหญ่ ในปี ค.ศ. 1911 มีการกำหนดลักษณะโครงสร้างการบริหารที่ ชัดเจนสำหรับการจัดการองค์การขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบ เฉพาะ
9.
2. ทฤษฎีการจัดการ แบบหลักการบริหาร ทฤษฎีการจัดการแบบหลักการบริหาร (Administrative
Management) หรือทฤษฎีหลักการ บริหาร (Science of Administration) เป็นแนวคิดทางการบริหารที่สำคัญในยุคคลาสสิก นัก วิชาการที่เป็นผู้เสนอวิธีการจัดการตามหลักการบริหารนี้ได้แก่ Luther Gulick, Lyndall Urwick, Henri Fayol, และ Mary Parker Follet แนวคิดหลักการบริหารเกิดจากความเชื่อที่ว่ามีหลักการบริหารแบบวิทยาศาสตร์ที่เป็นสากล ซึ่ง สามารถนำไปใช้ในองค์การทุกชนิด ทุกประเภท ทุกขนาด และทุกสถานการณ์ โดยไม่คำนึงถึงว่า เป็นองค์การของรัฐหรือเอกชน นักวิชาการในยุคนั้นพยายามค้นหาและนำเสนอหลักการบริหารที่ เชื่อว่ามีอยู่แล้วในโลก แต่ยังไม่มีการค้นคว้าอย่างจริงจัง นักทฤษฎีการจัดการแบบหลักการบริหารมุ่งเน้นการปรับปรุงการทำงานของฝ่ายบริหารหรือฝ่าย จัดการ โดยเชื่อว่าความสำเร็จขององค์การขึ้นอยู่กับการทำงานของฝ่ายบริหารตามหลักการบริหาร ทั้งนี้ ทฤษฎีนี้ไม่เน้นการทำงานของพนักงานระดับล่าง เนื่องจากมีสมมุติฐานว่าการบริหารงานอย่าง มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำให้องค์การประสบความสำเร็จ
10.
ทฤษฎีองค์การยุค พฤติกรรมศาสตร์ ทฤษฎีการจัดการยุคพฤติกรรมศาสตร์ หรือทฤษฎีองค์การเชิงพฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral Organization
Theory) เน้นการศึกษาผลกระทบของพฤติกรรมบุคคลและกลุ่มในองค์การ โดยมีนัก ทฤษฎีสำคัญเช่น เอลตัน เมโย, อับบราฮัม มาสโลว์, เฟดเดอริก เฮิร์ซเบิร์ต และดักลาส แม็คเกรเกอร์ ซึ่ง มุ่งศึกษาธรรมชาติของพฤติกรรมมนุษย์ เอลตัน เมโย เป็นผู้ริเริ่มการศึกษาเชิงพฤติกรรมศาสตร์และท้าทายแนวคิดการบริหารแบบคลาสสิก โดย การทดลองที่ Hawthorne เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ แสดงให้เห็นว่าปัจจัยทางสังคมมีผลต่อการทำงาน มากกว่าปัจจัยทางกายภาพหรือการบริหารแบบวิทยาศาสตร์ ผลการทดลองสรุปได้ดังนี้: 1.ปัจจัยทางกายภาพไม่ใช่ตัวกำหนดผลผลิต ปัจจัยทางสังคมมีความสำคัญมากกว่า 2.พฤติกรรมการทำงานถูกกำหนดโดยระบบรางวัลและการลงโทษทางสังคม ไม่ใช่ทางเศรษฐกิจ 3.ผู้นำของกลุ่มทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการมีบทบาทสำคัญในการสร้างปทัสถานของกลุ่ม 4.กลุ่มมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของบุคคล 5.ควรมีการเลือกภาวะผู้นำที่เหมาะสมกับภารกิจขององค์การที่มีความแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์
11.
แนวคิดการบริหารเชิง พฤติกรรมศาสตร์ แนวคิดการบริหาร เชิงมนุษยสัมพันธ์ แนวคิดการ บริหารเชิง สังคมศาสตร์ แนวคิดการบริหาร เชิงพฤติกรรม ศาสตร์ 1 2 3 ประกอบด้วย 3
แนวคิด
12.
ทฤษฎีองค์การยุคใหม่ แนวคิดทฤษฎีการจัดคนให้เกิดงาน (Work Force
Management) เน้นการจัดการระบบภายใน องค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยครอบคลุมทั้งการจัดการบุคลากร การผลิต และการตลาด องค์กร ต้องมุ่งมั่นในการพัฒนากลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อความเป็นเลิศทางธุรกิจ การจัดการองค์กรเริ่มต้นจากแนวคิดของ Frederick Winslow Taylor ผู้บุกเบิกการจัดการเชิง วิทยาศาสตร์ที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพการผลิต แต่ในยุคปัจจุบัน การจัดการต้องคำนึงถึงการ เอื้ออำนาจในทางปฏิบัติงาน เช่น การลดความเหลื่อมล้ำทางตำแหน่ง การให้อิสระในงาน และการ ประเมินผล 360 องศา ซึ่งเป็นการประเมินที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนขององค์กร องค์กรต้องกำหนดพันธกิจและเป้าหมายอย่างชัดเจน และใช้เครื่องมือในการวัดผล เช่น Balanced Scorecard เพื่อประเมินผลในหลายมิติ ทั้งด้านการเงิน การตลาด และนวัตกรรม นอกจากนี้ การ จัดการผู้บริหารและบุคลากรที่มีความสามารถสูงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการ เปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เช่น เทคโนโลยี และการตลาด ผู้บริหารต้องเน้นการทำงานเป็นทีม การ พัฒนาตนเอง และการจัดการอารมณ์และความเครียด เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตและรักษา เสถียรภาพได้อย่างยั่งยืน
13.
ทฤษฎีองค์การ แนวคิดหลังยุคสมัยใหม่ (POSTMODERNISM) มีที่มาจากหลายแหล่งสำคัญ
ได้แก่: 1.การอภิปรายและการสนทนาทางทฤษฎี: เกิดจากแนวคิดยุคโครงสร้างนิยม (STRUCTURALISM), หลังโครงสร้างนิยม (POSTSTRUCTURALISM), การรื้อสร้าง (DECONSTRUCTION), หลังทุนนิยม (POST CAPITALISM), ทฤษฎีการวิพากษ์ (CRITICAL THEORY), และแนวคิดสตรีนิยม (FEMINISM) ซึ่งล้วนเป็นการท้าทายและวิจารณ์แนวคิดดั้งเดิม 2.วิจารณ์ศิลปะร่วมสมัย: แนวคิดหลังยุคสมัยใหม่ยังเกิดจากการวิเคราะห์รูปแบบศิลปะร่วมสมัย เช่น สถาปัตยกรรม วรรณกรรม ภาพเขียน และการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ที่เน้นการสะท้อนถึง ความหลากหลายและความซับซ้อนของสังคม 3.การวิเคราะห์ทางสังคมและเศรษฐกิจ: การศึกษาสภาพการทำงานและเศรษฐกิจที่เน้นถึงความไม่ แน่นอนและความขัดแย้งทางสังคม 4.ทฤษฎีความสับสนวุ่นวาย (CHAOS THEORY): ที่มองว่าโลกไม่สามารถคาดการณ์ได้ และทุก อย่างเป็นไปได้ในสภาพที่ไม่มีความแน่นอน ยุคหลังสมัยใหม่
14.
แนวคิดหลังยุคสมัยใหม่ยังเน้นที่การสร้างความรู้ในตนเอง (CONSTRUCTIVISM) โดย ไม่ยึดติดกับความจริงที่เป็นสากลและเน้นการใช้ภาษามาอธิบายความจริงในแบบของมัน เอง
เช่นเดียวกับที่มองโลกว่าเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและความขัดแย้ง ในขณะที่แนวคิดยุคสมัยใหม่เน้นความเป็นสากลและรูปแบบที่ตายตัว แนวคิดหลังยุค สมัยใหม่กลับเน้นความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน และการยอมรับความแตกต่าง การบริการสาธารณะแนวใหม่ (NEW PUBLIC SERVICE): • ตรงข้ามกับการจัดการภาครัฐแนวใหม่ (NEW PUBLIC MANAGEMENT) ที่เน้น ประสิทธิภาพและการควบคุม การบริการสาธารณะแนวใหม่เน้นการตอบสนองต่อ ประชาชน การสร้างความไว้วางใจ และการมีส่วนร่วมในชุมชน • รัฐต้องรู้ความต้องการของชุมชน และใช้แนวคิดเชิงวิพากษ์และยุคหลังสมัยใหม่ใน การบริหาร ซึ่งเน้นการสื่อสารและความซื่อสัตย์สุจริตเป็นหลัก
15.
สรุป การบริหาร (Administration): หมายถึงการกำหนดนโยบายหรือแผนงาน
นิยมใช้ในการบริหารรัฐกิจ การจัดการ (Management): หมายถึงการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายหรือแผนงานที่วางไว้ นิยมใช้ในการจัดการธุรกิจ ในปัจจุบัน คำว่า "การบริหาร" และ "การจัดการ" มักใช้แทนกันได้และให้ความหมายคล้ายคลึงกัน บางครั้งมีการใช้คำว่า "การบริหารจัดการ" เพื่อครอบคลุมทั้งสองแนวคิดนี้ ประวัติและพัฒนาการของการจัดการ: • ยุคการศึกษาตามวิธีการสมัยเดิม (Classical หรือ Traditional approach): มุ่งเน้นกระบวนการจัดการ การปรับปรุงประสิทธิภาพ (Efficiency) และประสิทธิผล (Effectiveness) • ยุคการศึกษาตามวิธีการเชิงพฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral approach): เน้นพฤติกรรมของบุคคลและกลุ่มบุคคลในองค์การ เช่น การจูงใจ การสื่อสาร และการออกแบบงาน • ยุคการจัดการงานสมัยใหม่ (Modern approach): นำเครื่องมือทางคณิตศาสตร์และสถิติมาใช้ในการแก้ปัญหา เช่น ศาสตร์การจัดการ การจัดการปฏิบัติการ และระบบข้อมูลการ จัดการ 4o
16.
ประวัติและพัฒนาการของการจัดการ: 1.ยุคที่หนึ่ง (CLASSICAL/TRADITIONAL APPROACH): ⚬
เน้นกระบวนการจัดการ การปรับปรุงประสิทธิภาพ (EFFICIENCY) และประสิทธิผล (EFFECTIVENESS) 2.ยุคที่สอง (BEHAVIORAL APPROACH): ⚬ เน้นพฤติกรรมของบุคคลและกลุ่มบุคคลในองค์กร เช่น ความต้องการของมนุษย์ การ จูงใจ และการออกแบบงาน 3.ยุคที่สาม (MODERN APPROACH): ⚬ เน้นการใช้วิธีการทางคณิตศาสตร์ สถิติ และข้อมูลในการแก้ปัญหา เช่น การจัดการ เชิงปริมาณ ศาสตร์การจัดการ และทฤษฎีระบบ
17.
ทฤษฎีสำคัญ: • ทฤษฎีการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ (Scientific
Management): ⚬ เน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์กร โดย ใช้หลักการวิทยาศาสตร์ในการพัฒนาการทำงานและการคัด เลือกบุคคล • ทฤษฎีการจัดการเชิงพฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral Organization Theory): ⚬ มุ่งเน้นพฤติกรรมของบุคคลและกลุ่มในองค์กร มีแนวคิดหลักคือ การบริหารเชิงมนุษยสัมพันธ์ เชิงสังคมศาสตร์ และเชิง พฤติกรรมศาสตร์ • ทฤษฎีองค์การยุคหลังสมัยใหม่ (Postmodern Organization Theory): ⚬ เกิดจากการอภิปรายและการวิจารณ์แนวคิดต่าง ๆ เช่น โครงสร้างนิยม (Structuralism), หลังโครงสร้างนิยม (Poststructuralism), และการรื้อสร้าง (Deconstruction) เป็นต้น มุ่งเน้นความหลากหลายและความขัดแย้งในสังคม
18.
จบการนำเสนอ Thank you
Download