การสื่อสารสุขภาพดิจิทัล
Digital Health Communication
Facebook.com/TouchPoint.in.th TouchPoint.in.th YouTube.com/c/TouchPointTH
ดร.กฤษณพงศ์ เลิศบารุงชัย
เป็นกระบวนการถ่ายทอดข่าวสาร ข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ ความรู้สึก
ความคิดเห็นที่เป็นความต้องการจากผู้ส่งสารผ่านช่องทางต่างๆเช่น การ
พูด การเขียน การให้สัญลักษณ์ การจัดกิจกรรมต่างๆ ไปยังผู้รับสาร ได้
ตามความเหมาะสม โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการรับรู้ร่วมกัน
การสื่อสาร
Communication
องค์ประกอบของการสื่อสาร
Sender
ผู้ส่งสาร M
R
S
C Channel
ช่องทาง
Message
สาร
Receiver
ผู้รับสาร
Elements of Communication
เป็นบุคคล กลุ่มบุคคล หรือหน่วยงานที่
ทาหน้าที่ในการส่งสารหรือเป็น
แหล่งกาเนิดสาร
เป็นสื่อกลางของการส่งสาร นาสาร
จากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร อาจใช้
การพูด การเขียน โดยอาศัยภาษา
หรือสัญลักษณ์ หรือการใช้สื่อ
เป็นเรื่องราวหรือสิ่งที่ผู้ส่งสารได้ส่งออกมา
อาจอยู่ในรูปแบบของ ข้อมูล ความรู้
ความคิด ความต้องการ หรืออารมณ์
เป็นบุคคล กลุ่มบุคคล หรือมวลชนที่รับ
เรื่องราวข่าวสารจากผู้ส่งสาร
เป็นการดาเนินงานเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้รับสารและผู้ส่งสาร เพื่อให้ประชาชน
สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพได้ง่ายและทั่วถึง มีการจัดองค์ความรู้แบบมี
ส่วนร่วม แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของตนเองร่วมกับผู้อื่น
การสื่อสารสุขภาพ
Health Communication
ความสาคัญของการสื่อสารทางสุขภาพ
The Importance of Communication in Health
การสื่อสาร
สุขภาพสามารถ
ช่วยชีวิต
การสื่อสารสุขภาพช่วย
ป้องกันการระบาดของ
โรคได้
ช่วยให้เกิดการ
ปรับปรุงระบบการ
ให้บริการด้านสุขภาพ
เปิดโอกาสให้สังคมมี
ส่วนร่วมในระบบ
สุขภาพ
ลดต้นทุนของการ
บริการด้าน
สุขภาพ
1 2 3 4 5
1. การสื่อสารสุขภาพสามารถช่วยชีวิต
การพัฒนาการสื่อสารสุขภาพที่ดี จะช่วยให้ประชาชนรู้จักวิธีรักษาสุขภาพของตนและคนใกล้ตัว สามารถช่วยชีวิตคนได้เช่น
ช่วยให้คนไข้เลือก
วิธีการรักษาที่
เหมาะสม
ปฏิบัติตัวตาม
คาแนะนาของ
แพทย์ได้ถูกต้อง
ช่วยให้แพทย์
วินิจฉัยอาการไข้
ได้ถูกต้อง
ลดความเสี่ยง
จากการ
ใช้ยาผิด
ช่วยให้ประชาชน
พ้นจากการใช้ชีวิตที่
เสี่ยงภัยโดยไม่รู้ตัว
1 2 3 4 5
2. การสื่อสารสุขภาพช่วยป้องกันการระบาดของโรคได้
การสื่อสารสุขภาพ สามารถช่วยกระจายข่าวสารความรู้ให้แก่ประชาชน ช่วยให้ประชาชนรู้วิธี
หลีกเลี่ยงป้องกัน ลดความตื่นตระหนกของประชาชนเมื่อประชาชนมีความรู้ในการหลีกเลี่ยง ป้องกัน
มีการร่วมมือที่ดี การระบาดของโรคก็อาจชะลอลงหรือถึงขั้นยุติลงได้
3. ช่วยให้เกิดการปรับปรุงระบบการให้บริการด้านสุขภาพ
การมีบุคลากรที่เป็นนักสื่อสารสุขภาพ เช่น อาสาสมัคร หรือเจ้าหน้าที่สื่อสารที่พร้อมจะรับฟังหรือมีความเข้าใจใน
ความต้องการของคนไข้จะช่วยให้หน่วยงานสามารถปรับรูปแบบการให้บริการ หรือแก้ไข้ปัญหาข้อบกพร่องของการ
ให้บริการได้ดี และในระดับรัฐบาล ช่วยให้เกิดการปรับปรุงนโยบาย สาธารณะด้านสุขภาพได้
4. เปิดโอกาสให้สังคมมีส่วนร่วมในระบบสุขภาพ
การเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างและพัฒนาระบบสุขภาพของสังคม เป็นแหล่งที่มาของความริเริ่มสร้างสรรค์
ในเรื่องการให้บริการและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านสุขภาพ และที่สุดสังคมจะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการกาหนดนโยบาย
และตรวจสอบการให้บริการจนนาไปสู่มาตรฐานการบริการที่สูงขึ้นมีประสิทธิภาพขึ้น
5. ลดต้นทุนของการบริการด้านสุขภาพ
การให้ความรู้และให้วิธีการแก่ประชาชนในการป้องกันรักษาสุขภาพของตนเอง ในทางงบประมาณ
การป้องกันหรือการหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงภัยทางสุขภาพ มีต้นทุนถูกกว่าการรักษาเยียวยา
ลดผลกระทบจาก ความยากจน
การสื่อสารที่ดี
Good Communication
การสร้าง
ความสัมพันธ์ที่ดี
การพูด
ให้จูงใจผู้ฟัง
การรับฟังความ
ต้องการของผู้ฟัง
การเรียนรู้และเข้าใจ
ธรรมชาติของมนุษย์
การมองผู้ฟังด้วย
ทัศนคติเชิงบวก
1 2 3 4 5
ผู้สื่อสารจะต้องให้ความสาคัญกับผู้ฟังมากกว่าตัวเราเองเพราะวัตถุประสงค์ของการสื่อสาร จะต้องทาให้ผู้ฟังเข้าใจและคล้อยตาม
เรื่องราวหรือสารที่ส่งไปหากเราสื่อสารได้ตรงกับความต้องการของผู้ฟังแล้วย่อมทาให้การสื่อสารสมบูรณ์ โดยการให้ความสาคัญ
ในการพัฒนาตัวเองให้เป็นนักสื่อสารที่ดีควรพัฒนาทักษะดังนี้
1. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
นักสื่อสารที่ดีจะต้องเข้าใจความต้องการของผู้ฟังมากกว่าความต้องการของผู้ส่งสารเพียงอย่างเดียว
ทาให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่ดี
2. การพูดให้จูงใจผู้ฟัง
นักสื่อสารที่ดีจะต้องพูดให้น่าสนใจ มีพลังในการกระตุ้นผู้ฟังให้อยากฟัง ทาให้ผู้ฟังมองเห็นสิ่งต่างๆ
ได้ชัดเจน เห็นคุณค่าและประโยชน์
3. การรับฟังความต้องการของผู้ฟัง
นักสื่อสารที่ดีจะต้องสนใจความต้องการของผู้ฟังดังนั้นการเปิดใจรับฟังทาให้การสื่อสารจะเกิด
ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย
4. การเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์
นักสื่อสารที่ดีจะต้องเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของผู้ฟังที่แตกต่างกัน ยิ่งเข้าใจผู้ฟังได้มาก จะทาให้เรา
รู้วิธีที่จะเข้าถึงผู้ฟังและสามารถเชื่อมต่อกับผู้ฟังได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
5. การมองผู้ฟังด้วยทัศนคติเชิงบวก
การสื่อสารมักไม่ราบรื่นเสมอไป เนื่องจากผู้ฟังมีความคิดเห็นความเชื่อ ค่านิยม ประสบการณ์ ไม่เหมือนกัน
นักสื่อสารที่ดีจะต้องมองผู้ฟังด้วยทัศนคติเชิงบวก และไม่จินตนาการไปเองว่าผู้ฟังรู้สึกอย่างไร
เป็นการสื่อสารรูปแบบใหม่ที่เพิ่มส่วนขยายทางการสื่อสาร เป็นช่อง
ทางการสื่อสาร (Channel) ชนิดหนึ่ง ที่เปิดโอกาสให้ผู้ส่งสารได้ส่งสาร
หรือเรื่องราว ความคิดเห็น ความรู้สึก ได้อย่างเสรี และสามารถสร้าง
ความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์
การสื่อสารยุคดิจิทัล
Communication in Digital Age
รูปแบบการสื่อสารยุคดิจิทัล
การสื่อสารยุคดิจิทัลและการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ หากใช้ไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม
ก็จะเกิดประโยชน์มากมาย ได้แก่
อาจเป็นการส่งต่อความรู้ ลิงก์
ไฟล์ข้อมูลต่างๆ ให้กับเพื่อน
บันทึกข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ทาให้ข่าวสารถูกกระจายออกไปใน
วงกว้างย่างรวดเร็วและทั่วถึง
เผยแพร่และแจ้งข่าว
ปัจจุบันสามารถทางานได้ในเวลา
เดียวกันแบบเรียลไทม์ผ่านแอพที่ใช้
เทคโนโลยีคลาวด์
อานวยความสะดวกในการทางาน
การตลาดออนไลน์ในปัจจุบัน
เติบโตอย่างมาก เข้าถึง
กลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง
เป็นช่องทางการทาธุรกิจ
เครื่องมือการสื่อสารยุคดิจิทัล
การสื่อสารยุคดิจิทัล ปัจจุบันมีหลายช่องทางและรวดเร็วมากขึ้น มีการนาเสนอเรื่องราวหรือแสดงความคิดเห็น
และแชร์ออกไป จนกลายเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยใช้สื่อออนไลน์ต่างๆ
การติดต่อสื่อสารกันบนสังคมออนไลน์เช่น Facebook, Twitter, Instagram, Line, และ YouTube เป็นต้น
การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของคนไทยในปี พ.ศ. 2564
YouTube
94.2%
1 Facebook
93.3%
Line
86.2%
2
3 4 Messenger
77.1%
Instagram
64.2%
5 Twitter
57.8
6 7 TikTok
54.8%
8 Pinterest
31.7%
9 WeChat
24.7%
10 Twitch
24.5%
จากการสารวจการใช้สื่อ
สังคมออนไลน์ของคนไทยใน
ปี พ.ศ. 2564 พบว่า 10
อันดับที่คนไทยนิยมใช้ได้แก่
ที่มา : We are social, 2021
สื่อ
Media
การติดต่อให้ถึงกันผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง
โดยสื่อจะอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์
สื่อดิจิทัล และสื่อธรรมชาติ
ประเภทของสื่อ
Media Types
สื่อดั้งเดิม
ได้แก่
สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ สื่อ
ภาพยนตร์ และสื่อธรรมชาติ
สื่อใหม่
ได้แก่
สื่อดิจิทัล สื่อปฏิสัมพันธ์ สื่อสังคม
ออนไลน์ อีเมล์ การสนทนาผ่านเว็บบอร์ด
การพูดคุยผ่านโปรแกรมแชท
องค์ประกอบของสื่อ
Media Elements
ตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ เสียง
1 2 3 4 5
Text Still Image Animation Video Sound
E-Book | Digital Book
New Media | AR | VR | MR | Metaverse
Video | Documentary | Motion Graphic
สื่อสมัยใหม่
หนังสือดิจิทัล
Infographic
Website
อินโฟกราฟิก
เว็บไซต์
สื่อปฏิสัมพันธ์
ภาพเคลื่อนไหว
Interactive Media
ตัวอย่างของสื่อ
Example of Media
Infographic
อินโฟกราฟิกเป็นการนาข้อมูลมาสรุปเป็นสารสนเทศ ในลักษณะของกราฟิก เพื่อสื่อความหมายที่เข้าใจง่าย
ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ ทาให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจข้อมูลต่างๆได้ง่ายในระยะเวลาสั้นๆ
Video | Documentary | Motion Graphic
วิดีโอเป็นที่ให้ข้อมูลได้มากกว่าภาพนิ่ง วิดีโอที่ให้ข้อมูลความรู้ได้ดี มักจะถูกสรุปให้เข้าใจข้อมูลจานวนมากได้ง่าย ควรมีความยาวที่พอเหมาะ
Website
เว็บไซต์เป็นสื่อที่เข้าถึงได้ง่าย สามารถเปิดได้กับคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน สามารถให้ข้อมูล
ได้จานวนมาก สะดวกในการสืบค้นข้อมูล
E-Book / Digital Book
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือหนังสือดิจิทัล เป็นการนาหนังสือที่อยู่ในรูปแบบกระดาษมานาเสนอในรูปแบบสื่อดิจิทัล
สามารถให้ข้อมูลได้ง่าย บางครั้งอาจมีการปฏิสัมพันธ์ด้วย สามารถเปิดได้ในคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน
Interactive Media
สื่อปฏิสัมพันธ์เป็นสื่อที่รวมเอาข้อดีของข้อความภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ และเสียง เข้าไว้ด้วยกัน ทาให้ผู้รับชมสื่อได้
ข้อมูลได้มากและน่าสนใจ มีการโต้ตอบระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์
New Media
สื่อการเรียนรู้สมัยใหม่ เป็นสื่อการเรียนรู้ที่ผู้รับชมสื่อได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ ทาให้เกิดการเรียนรู้
และการจดจาเนื้อหาได้ดีกว่าสื่อรูปแบบเดิม มีการผสมผสานการปฏิสัมพันธ์กับผู้รับชมสื่อได้ด้วย
เช่น Augmented Reality (AR) | Virtual Reality (VR) | Mixed Reality (MR) | Metaverse
บทบาทหน้าที่ของสื่อในยุคดิจิทัล
Roles of Media in The Digital Age
1 2 3 4 5
การให้
ข่าวสาร
การประสาน
สัมพันธ์
การสร้างความ
ต่อเนื่องของสังคม
การให้ความ
เพลิดเพลิน
การรณรงค์
ทางสังคม
Information Correlation Continuity Entertainment Mobilization
การให้ข่าวสาร
การให้ข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์และสภาพการณ์ในสังคมและโลก ช่วยส่งเสริมให้เกิดความคิดใหม่ๆการปรับตัว และความก้าวหน้า
การประสานสัมพันธ์
อธิบายและวิพากษ์วิจารณ์ความหมายของเหตุการณ์และข่าวสารต่างๆเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม
ประสานเชื่อมโยงกลุ่มคนและกิจกรรมต่างๆ เข้าด้วยกัน
การสร้างความต่อเนื่องของสังคม
ถ่ายทอดวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมใหม่ๆ เสริมสร้างและดารงไว้ซึ่งค่านิยมพื้นฐานของสังคม
การให้ความเพลิดเพลิน
ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินและการพักผ่อนหย่อนใจ ลดระดับความเครียด
การรณรงค์ทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ
รณรงค์ด้านการเมือง สงคราม การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการทางานเพื่อวัตถุประสงค์ของส่วนรวม
ข่าวปลอม
Fake News
ข้อมูลเท็จ อาจมีการปลอมบางส่วนหรือทั้งหมดที่นาเสนอ
เพื่อสร้างความเสียหายต่อบุคคลหน่วยงาน และสังคม
ปัจจุบันข่าวสารต่างๆส่งมาทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ทาให้
ข่าวถูกเผยแพร่และส่งต่อได้ง่ายทั้งแบบตั้งใจและแบบไม่ตั้งใจ
มีข้อมูลเท็จ
ไม่ว่าจะบางส่วนหรือปราศจาก
ข้อเท็จจริงเลย
01
เจตนาบิดเบือน
ปิดบังความจริงด้วยการใช้
อารมณ์มากกว่าเหตุผล
03
กระตุ้น
ให้เกิดการแชร์ออกไป
02
กระตุ้น
อคติของผู้อ่าน
04
ลักษณะของข่าวปลอม
ข่าวปลอมกับการสื่อสาร
ด้านสุขภาพ
ข้อความหรือข่าวสารที่เกี่ยวช้องกับสุขภาพที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์
ต่างๆ เพื่อบิดเบือนหรือเพื่อนโน้มน้าวให้ผู้รับสารเกิดพฤติกรรม
บางอย่างตามที่ผู้ส่งสารต้องการให้เกิดขึ้นด้วยวิธีการต่างๆที่นาเข้า
ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การส่งต่อ
ข่าวสารโดยไม่ได้
ตรวจสอบ
อาจก่อให้เกิด
การตัดสินใจ
ผิดพลาด
เกิดความ
ตระหนก
ตกใจ
อาจถูกแอบอ้าง
จนได้รับความ
เสียหาย
ข่าวปลอมทาให้
เกิดความขัดแย้ง
ในสังคม
1 2 3 4 5
ผลกระทบของข่าวปลอมด้านสุขภาพ
การส่งต่อข่าวสารโดยไม่ได้ตรวจสอบ
การส่งต่อข่าวสารโดยไม่ได้ตรวจสอบ ทาให้ข่าวปลอมถูกกระจายอย่างรวดเร็ว จากความห่วงใยที่ต้องการแชร์ข่าว
เพื่อเตือนคนใกล้ตัวจึงกลายเป็นผู้ส่งต่อข่าวปลอมโดยไม่รู้ตัวทั้งนี้การส่งต่อข่าวปลอมด้านสุขภาพ สามารถสร้าง
ผลกระทบได้ทั้งตัวบุคคลและสังคม ดังนี้
อาจก่อให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาด
ผู้ที่ได้รับข่าวปลอมด้านสุขภาพอาจก่อให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาด เช่น การได้รับข้อมูลว่าการดื่มน้ามะนาวโซดา
หรือกินใบทุเรียนเทศรักษาโรคมะเร็งได้ หากผู้ป่วยหลงเชื่อและเลิกการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาจทาให้มะเร็ง
ลุกลามและส่งผลต่อชีวิตได้
อาจก่อให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาด
ผู้ที่ได้รับข้อมูลข่าวปลอมเกิดความตระหนกตกใจ จนเกิดเป็นความเสียหายต่อสังคมเช่น เมื่อได้รับข่าวปลอม
เกี่ยวกับโรคระบาดต่างๆ ทาให้ผู้คนตกใจแห่กักตุนของกินของใช้ เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถออกมาซื้อได้ ทาให้เกิด
ความวุ่นวายและความโกลาหลในสังคมได้
อาจถูกแอบอ้างจนได้รับความเสียหาย
ผู้ที่ได้รับข่าวปลอมอาจถูกแอบอ้างจนได้รับความเสียหายจากข้อมูลข่าวปลอมเช่น ดาราถูกใช้
รูปภาพหรืออ้างชื่อเสียงในการโฆษณาขายสินค้าทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้ใช้จริง จนทาให้ผู้บริโภคหลงเชื่อ และ
ซื้อสินค้าที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ข่าวปลอมทาให้เกิดความขัดแย้งในสังคม
ข่าวปลอมทาให้เกิดความขัดแย้งในสังคมเช่น สถานการณ์ข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในแต่ละพื้นที่เกินความจริง
อาจนาไปสู่ความแบ่งแยก ถูกรังเกียจจากคนในสังคมได้
Language Use
Health
Context
ด้านสุขภาพ
ด้านการใช้ภาษา
Basic Components
Content
ด้านองค์ประกอบพื้นฐาน
ด้านเนื้อหา
ด้านโฆษณา
ด้านบริบท
Advertising
วิธีการรับมือกับข่าวปลอมด้านสุขภาพ
การตรวจสอบโครงสร้างข่าวปลอมด้านสุขภาพ สามารถแบ่งออกเป็น 6 ด้าน ดังนี้
ด้านองค์ประกอบพื้นฐาน
ข่าวปลอมมีแนวโน้มที่จะมีองค์ประกอบพื้นฐานไม่สอดคล้องกับหลักการการเขียนข่าวที่ดี เช่น
ไม่ระบุวันที่เผยแพร่
01
ไม่มีการอ้างอิงข้อมูล
03
ไม่ระบุผู้เผยแพร่เนื้อหา
02
ไม่มีการอ้างแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ
04
ด้านบริบท
ข่าวปลอมเป็นข่าวที่มักจะมีผู้ติดตามส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นต่อเนื้อข่าวไปในทางลบ
• การนาเสนอเนื้อหาไม่ตรงกับเรื่องในพาดหัวข่าว
• การใช้ข้อความเชิญชวนหรือกล่าวโทษผู้อื่นในพาดหัวข่าว
• การอ้างอิงหลักฐานความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้
• การให้ข้อมูลสนับสนุนอย่างเกินจริง
• การยกตัวอย่างประสบการณ์ของหมอหรือผู้ป่วย
• เนื้อหาที่เน้นเชิญชวนให้ซื้อสินค้าหรือเกิดพฤติกรรมคล้อยตาม
ด้านเนื้อหา
ข่าวปลอมมีแนวโน้มในการนาเสนอเนื้อหาในลักษณะไม่เหมาะสมเช่น
ด้านการใช้ภาษา
ข่าวปลอมมักมีการใช้ภาษาไม่ถูกต้อง เช่น สะกดผิด ใช้ตัวอักษรภาษาไทยปนกับอักขระพิเศษ เว้นวรรคไม่ถูกต้อง
ในหน้าเว็บที่นาเสนอข่าวมีสัดส่วนปริมาณโฆษณามากกว่าเนื้อหาข่าว
ด้านโฆษณา
ด้านสุขภาพ
ข่าวปลอมมักมีการใช้คาที่อธิบายคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้รับอนุญาตจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์
ด้านสุขภาพ เช่น พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 (ฉบับปรับปรุงล่าสุด)
พิจารณาการ
พาดหัวข่าว
สังเกต
URL เว็บไซต์
ตรวจสอบ
แหล่งที่มา
ตรวจสอบ
วันที่
พิจารณารูปภาพ
และวิดีโอ
1 2 3 4 5
วิธีการตรวจสอบข่าวปลอม
• ข่าวปลอมมักมีข้อความพาดหัวที่สะดุดตา
• มีการใช้ตัวหนาและเครื่องหมายอัศเจรีย์ (!)
• หัวข้อข่าวดูหวือหวาและไม่น่าเป็นไปได้
พิจารณาการพาดหัวข่าว
ปัจจุบัน HTTP ไม่ปลอดภัยมากพอ เว็บไซต์สมัยใหม่จะมีระบบความ
ปลอดภัย (Security) เพื่อความน่าเชื่อถือของเว็บในรูปแบบHTTPS โดย
ทุกเว็บไซต์จะมีโดเมนเนมนามสกุลต่างๆเช่น
สังเกต URL เว็บไซต์
.com .net .org .ac.th .co.th
หากเห็นนามสกุลที่ไม่คุ้นให้สันนิษฐานไว้ว่าอาจเป็นแหล่งข่าวปลอมก็ได้
สังเกต URL เว็บไซต์
.com .org .co.th .com.co
อีกทั้งยังต้องสังเกตจากชื่อ URL ว่าถูกต้องหรือไม่
Facebook.com/TouchPoint.in.th
Facebook.com/Touch_Point.in.th
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเรื่องราวนั้นเขียนขึ้นโดยแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือถ้าเป็น Facebook ให้ดูข้อมูลเกี่ยวกับ
ตรวจสอบแหล่งที่มา
อาจจะเป็นการแชร์ข่าวเก่าที่ผ่านมาแล้ว โดยใช้เครื่องมือ Fact Check อย่าง Google News เป็นบริการที่รวบรวม
ข่าวทั้งหมดไว้สาหรับค้นหาข่าวโดยเฉพาะ
ตรวจสอบวันที่
ใช้ Google Image Search ตรวจสอบรูปภาพเบื้องต้นได้ หากต้องการตรวจสอบวิดีโอ
ให้แคปเจอร์ฉากสาคัญเป็นภาพนิ่ง แล้วใช้ Google Image Search ตรวจสอบรูปภาพ
พิจารณารูปภาพและวิดีโอ
การสื่อสารสุขภาพดิจิทัล
Digital Health Communication
Facebook.com/TouchPoint.in.th TouchPoint.in.th YouTube.com/c/TouchPointTH
ดร.กฤษณพงศ์ เลิศบารุงชัย

การสื่อสารสุขภาพดิจิทัล (Digital Health Communication)