เปลี่ยนข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายด้วย
อินโฟกราฟิก
ดร.กฤษณพงศ์ เลิศบารุงชัย
Facebook.com/TouchPointTH TouchPoint.in.th YouTube.com/TouchpointTH
อินโฟกราฟิก มาจากคากี่คา
Infographics come from how many words ?
ความหมายของอินโฟกราฟิก
Meaning of Infographics
Information Graphic
ข้อมูลที่ผ่านกระบวนการ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ อย่างมีเหตุผล
แล้วถูกย่อยในลักษณะของสารสนเทศ
การสื่อความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ
แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายข้อมูลได้ถูกต้อง
ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ
ความหมายของอินโฟกราฟิก
Meaning of Infographics
การนาข้อมูลมาสรุปเป็นสารสนเทศ ลดการใช้ข้อความและนาเสนอในลักษณะของกราฟิก
เพื่อสื่อความหมายที่เข้าใจง่าย ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ
การลดข้อความและแทนที่ด้วยสัญลักษณ์
Reducing Text and Replacing with Icons
การใช้ข้อความที่มากเกินไป ส่งผลให้ยากต่อการจดจา เราควรลดการใช้ข้อความ
และแทนที่ด้วยสัญลักษณ์หรือไอคอน เพื่อให้ง่ายต่อการจดจา และทาให้อินโฟกราฟิกออกมาดูสวยงาม สะอาดตา
หากเราต้องการเขียนคาว่า “ที่อยู่อาศัย”
แต่เราไม่ต้องการใช้ข้อความ เราจะใช้ไอคอนอะไรดี ?
หากเราต้องการเขียนคาว่า “อีเมล์”
แต่เราไม่ต้องการใช้ข้อความ เราจะใช้ไอคอนอะไรดี ?
หากเราต้องการเขียนคาว่า “สถานที่จัดงาน”
แต่เราไม่ต้องการใช้ข้อความ เราจะใช้ไอคอนอะไรดี ?
หากเราต้องการเขียนประโยคว่า
“ปลาหนึ่งตัวนาหนักห้าร้อยกรัม”
แต่เราไม่ต้องการใช้ข้อความ เราจะใช้ไอคอนอะไรดี ?
อินโฟกราฟิกที่ดี
Good Infographics
อินโฟกราฟิกที่ออกแบบอย่างดี ต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วน ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
จะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ต้องเวิร์ค
ข้อมูลถูกต้องมีประโยชน์
ตอบโจทย์การใช้งาน
ต้องสวย
การออกแบบต้องสวย
มีการจัดวางองค์ประกอบที่ดี
ต้องสื่อ
ภาพประกอบต้องสื่อความหมาย
สอดคล้องกับเนื้อหา
รูปแบบการจัดวางอินโฟกราฟิก
Infographic Layout
การสร้างอินโฟกราฟิกที่มีประสิทธิภาพ เหมาะกับการที่จะนาไปเผยแพร่ ผู้สร้างสื่ออินโฟกราฟิกจะต้องให้ความสาคัญ
กับการนาเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยมีรูปแบบการจัดวาง ดังนี้
1
แบบภาพประกอบ
บทความ
2
แบบสารสนเทศ
หรือรายการ
3
การเปรียบเทียบ
4
แบบกายวิภาค
หรือแบบโครงสร้าง
5
เส้นเวลา
Visual Infographic Informational / List
Versus / Comparison
Anatomy / Structure
Timeline
รูปแบบการจัดวางอินโฟกราฟิก
Infographic Layout
การสร้างอินโฟกราฟิกที่มีประสิทธิภาพ เหมาะกับการที่จะนาไปเผยแพร่ ผู้สร้างสื่ออินโฟกราฟิกจะต้องให้ความสาคัญ
กับการนาเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยมีรูปแบบการจัดวาง ดังนี้
6
แบบกระบวนการ
หรือผังการทางาน
7
แบบแผนที่ถนน
8
แบบสถานที่
9
แบบเน้นประโยชน์
10
แบบภาพแสดงข้อมูล
ตัวเลข
Process / Flowchart
Road Map Location Focus on Benefits
Numeric Information
1.แบบภาพประกอบบทความ
Visual Infographic
เป็นรูปแบบการนาเสนอประวัติของบุคคล
โดยเปลี่ยนวิธีการนาเสนอจากเดิมที่จะเขียนเป็นข้อความและตัวอักษรทั้งหมดมาเป็นรูปภาพประกอบ
2. แบบสารสนเทศ หรือรายการ
Informational / List
เป็นรูปแบบการนาเสนอแบบทั่วไป ด้วยวิธีการแสดงสารสนเทศที่ต้องการ
โดยนาเสนอเป็นลาดับหัวข้อ หรือรูป รูปแบบการนาเสนอแบบนี้จะเป็นนาเสนอในแนวยาว
3. การเปรียบเทียบ
Versus / Comparison
เป็นรูปการนาเสนอแบบทั่วไปที่ใช้อินโฟกราฟิกที่เปรียบเทียบระหว่างของสองสิ่งอาจเป็นการเปรียบเทียบระหว่างสินค้าสองชิ้น
บุคคลสองคน ไอเดียสองไอเดีย
4. แบบกายวิภาค หรือแบบโครงสร้าง
Anatomy / Structure
เป็นการนาเสนอในลักษณะคล้ายๆ กับกายวิภาคของมนุษย์ การวางแบบแบบกายวิภาค หรือแบบโครงสร้าง เหมาะสมกับการ
แสดงให้เห็นถึงส่วนประกอบของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
5. เส้นเวลา
Timeline
เป็นรูปแบบการนาเสนอที่ถูกนามาใช้งาน เมื่อผู้นาเสนอต้องการเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับลาดับเวลา
มีประโยชน์อย่างมากในการนาเสนอเรื่องราวแต่ละจุดของเวลา เช่น เล่าเรื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ยุคที่หนึ่งถึงปัจจุบัน
6. แบบกระบวนการ หรือผังการทางาน
Process / Flowchart
เป็นรูปแบบการนาเสนอแบบทั่วไป ที่นาเสนอในลักษณะผังองค์กร โฟลว์ชาร์ต หรือต้นไม้ตัดสินใจ เพื่อให้ผู้อ่านทาความเข้าใจ
ในแต่ละกระบวนการในส่วนของ ข้อมูลเข้า-กระบวนการ-ผลลัพธ์
7. แบบแผนที่ถนน
Road Map
การวางแบบในลักษณะนี้จะช่วยเชื่อมโยงเรื่องราว หรือเส้นทางการไหลของกระบวนการ โดยอาจจะเพิ่มรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประกอบเข้าไปเพื่อทาให้เกิดความเข้าใจข้อมูลและสารสนเทศที่นาเสนอเพิ่มมากขึ้น
8. แบบสถานที่
Location
เป็นรูปแบบการนาเสนอที่แสดงให้เห็นแผนผังขิงภูมิภาค ภูมิประเทศ หรือ โลก
หรือนาเสนอแผนที่ในสถานที่นั้นๆ
9. แบบเน้นประโยชน์
Focus on Benefits
เป็นรูปแบบการนาเสนอที่ถูกนามาใช้เมื่อผู้จัดทาต้องการแสดงลาดับขั้นตอนที่ใช้ในการดาเนินการ การให้ข้อมูลเชิงลึก
หรือสร้างสรรค์สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เหมาะกับการแสดงให้เห็นถึงวิธีทาบางอย่าง ที่สามารถอ่านแล้วนาไปใช้ได้ทันที
10. แบบภาพแสดงข้อมูลตัวเลข
Numeric Information
เป็นอินโฟกราฟิกที่แสดงตัวเลขสถิติออกมาในลักษณะรูปภาพขนาดใหญ่ การวางแบบภาพของตัวเลข หรือข้อมูลจานวนมาก
เหมาะสมกับอินโฟกราฟิกที่เต็มไปด้วยตัวเลข และกราฟ
ขันตอนการสร้างสื่ออินโฟกราฟิก
Steps for Creating Infographic
1 2 3 4 5 6 7 8 9
กาหนดเนือหา
Who / What / Where / When /
Why / How
รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
หนังสือ / วารสาร / ข้อมูลจาก
อินเทอร์เน็ต / การสัมภาษณ์ / AI
สารสนเทศจากข้อมูล
วิเคราะห์ข้อมูล สรุปข้อมูล คัดเลือก
สาระสาคัญ สั้น กระชับ
จัดหมวดหมู่ข้อมูล
นาข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบสารสนเทศ
มาจัดหมวดหมู่ ให้มีหัวข้อย่อย
กาหนดชื่อเรื่อง
ชื่อเรื่องต้องสั้น กระชับ เข้าใจง่าย
ดึงดูดใจผู้อ่าน
เลือกเครื่องมือ
Photoshop / Illustrator / Canva /
Piktochart
หาภาพประกอบ
เป็นเวกเตอร์หรือราสเตอร์ก็ได้
แต่ต้องสอดคล้องกับเนื้อหา
จัดวางองค์ประกอบ
จัดเลย์เอาท์ แบ่งสัดส่วนของเนื้อหา
และรูปภาพให้เหมาะสม
เผยแพร่ผลงาน
บันทึกไฟล์เป็น JPG
โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์
1. กาหนดเนือหา
Content Analysis
Who
กลุ่มผู้อ่านเป็นใคร มีผลต่อ
เนื้อหาและการออกแบบ
What
เรื่องอะไร
เนื้อหาเกี่ยวกับอะไร
Why
ทาไปทาไม
ทาด้วยเหตุผลใด
Where
ทาที่ไหน หรือเหตุการณ์ของ
สิ่งที่ทาอยู่ที่ไหน
How
ทาอย่างไร เก็บข้อมูลอย่างไร
ใช้เครื่องมืออะไร
เมื่อได้เรื่องที่จะทาแล้ว จะต้องรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทุกอย่างให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นข้อความ หรือข้อมูลทางสถิติ
2. รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
Collect Relevant Data
หนังสือ
Book
วารสาร
Journal
อินเทอร์เน็ต
Internet
การสัมภาษณ์
Interview
ปัญญาประดิษฐ์
Artificial intelligence (AI)
3. สารสนเทศจากข้อมูล
Information from Data
วิเคราะห์ข้อมูล สรุปข้อมูล คัดเลือกสาระสาคัญ สั้น กระชับ คัดแยกข้อมูลที่สาคัญและจาเป็นต้องใช้ โดยพิจารณาจาก อะไรที่คนอยากรู้
หรือไม่อยากรู้ จดหรือไฮท์ไลท์ประโยคหรือคาที่เราอ่านแล้วรู้สึก Wow แล้วลองถามเพื่อนว่า Wow เหมือนเราหรือไม่
4. จัดหมวดหมู่ข้อมูล
Categorize
นาข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบสารสนเทศ มาจัดหมวดหมู่
ให้มีหัวข้อย่อย การทาให้อินโฟกราฟิกมีหัวข้อย่อย
จะทาให้เกิดการจับภาพในสมองได้ดี และทาให้งาน
ออกแบบดูสวย ตามหลัก Hierarchy
เนื้อหาตัวหนังสือเล็ก
ชื่อเรื่องตัวหนังสือใหญ่
หัวข้อย่อยตัวหนังสือรอง
แหล่งอ้างอิงหรือผู้จัดทาตัวหนังสือเล็กมาก
5. กาหนดชื่อเรื่อง
Determine The Title
การตั้งชื่อเรื่องที่ดีเป็นสิ่งสาคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจและสื่อถึงเนื้อหาของเรื่องได้อย่างชัดเจน การตั้งชื่อเรื่องควรมีลักษณะดังนี้
1
ชัดเจนและตรงประเด็น
ชื่อเรื่องควรสื่อถึงเนื้อหาโดยตรง ไม่ควรใช้
ถ้อยคาที่คลุมเครือ
2
กระชับและดึงดูด
ใช้คาที่สั้น กระชับ แต่ครอบคลุมความหมาย
หลีกเลี่ยงการตั้งชื่อยาวเกินไปจนผู้อ่านรู้สึกเบื่อ
3 น่าสนใจและกระตุ้นความอยากรู้
เลือกใช้คาที่กระตุ้นความสงสัยหรือความสนใจ
ไม่ชัดเจน : เรื่องของความสาคัญในชีวิต
ชัดเจน : ผลกระทบของความเครียดต่อการทางานในชีวิตประจาวัน
น่าเบื่อ : เรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันมีผลกระทบต่อผู้คน
ในหลายๆ ด้าน
ดึงดูด : เทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนชีวิตในยุคปัจจุบัน
ธรรมดา : การบริหารเวลา
น่าสนใจ : เคล็ดลับการบริหารเวลาให้ได้ผลใน 7 วัน
4
ตรงกลุ่มเป้าหมาย
พิจารณาว่ากลุ่มเป้าหมายของเรื่องเป็นใคร
และตั้งชื่อที่เหมาะสมกับผู้อ่าน
5
แสดงความใหม่หรือเป็นเอกลักษณ์
หากเป็นหัวข้อที่มีการพูดถึงบ่อย ควรเพิ่มมุมมอง
ใหม่หรือคาที่สื่อถึงความแตกต่าง
6
หลีกเลี่ยงคาศัพท์เชิงวิชาการ
ควรหลีกเลี่ยงคาศัพท์ยากหรือเทคนิคที่อาจทาให้
ผู้อ่านไม่เข้าใจ
5. กาหนดชื่อเรื่อง
Determine The Title
การตั้งชื่อเรื่องที่ดีเป็นสิ่งสาคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจและสื่อถึงเนื้อหาของเรื่องได้อย่างชัดเจน การตั้งชื่อเรื่องควรมีลักษณะดังนี้
สาหรับนักเรียน : วิธีเตรียมตัวสอบให้ได้คะแนนดี
สาหรับผู้บริหาร : กลยุทธ์การตัดสินใจที่สาคัญในองค์กร
ธรรมดา : การพัฒนาตนเอง
แปลกใหม่ : การพัฒนาตนเองด้วยเทคนิคการคิดแบบนักออกแบบ
ซับซ้อน : การพัฒนานวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในยุคปฏิวัติ
อุตสาหกรรม 4.0
ปรับใหม่ : การสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อช่วยการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
6. เลือกเครื่องมือ
Choose Tools
การสร้างสื่ออินโฟกราฟิกในยุคดิจิทัล มีซอฟต์แวร์ให้เลือกใช้มากมาย ผู้สร้างสื่ออินโฟกราฟิกสามารถเลือกใช้ได้
ตามความเหมาะสมและความซับซ้อนของงาน
PowerPoint
PowerPoint ก็ทาได้นะ
Canva
ตอบโจทย์มาก
มีเทมเพลตเยอะ
Piktochart
เครื่องมือทาอินโฟกราฟิก
โดยเฉพาะ
Photoshop
หากมีการทาอินโฟกราฟิก
แบบราสเตอร์ โปรแกรมนี้
เหมาะ
Illustrator
ได้รับความนิยมมาก
ในระดับมืออาชีพ
7. หาภาพประกอบ
Find an Illustration
ภาพประกอบมีความสาคัญมาก ภาพ 1 ภาพ ใช้แทนคาพูดได้มาก ต้องเป็นภาพที่สัมพันธ์กับข้อมูล รวมถึงสัญลักษณ์ไอคอนต่างๆ ด้วย
โดยแหล่งดาวน์โหลดภาพประกอบฟรี ไม่ติดลิขสิทธิ์ ดาวน์โหลดได้ที่
freepik.com vector4free.com freevectors.net vexels.com
pixabay.com storyset.com flaticon.com svgrepo.com
8. จัดวางองค์ประกอบ
Arrange the Composition
การจัดวางองค์ประกอบให้มีความน่าสนใจและมีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งสาคัญที่จะช่วยให้ผู้ชมเข้าใจข้อมูลได้ง่ายและจดจาเนื้อหาได้ดี
สมดุล
Balance
สมมาตร
Symmetry
ลาดับชัน
Hierarchy
สัดส่วน
Proportion
การจัดตาแหน่ง
Alignment
รูปแบบอักษร
Typography
สี
Colors
พืนที่ว่าง
White Space
9. เผยแพร่ผลงาน
Publish
ไม่ว่าเราจะใช้ซอฟต์แวร์ใดในการทาสื่ออินโฟกราฟิกก็ตาม ขั้นตอนสุดท้ายคือการนาไปเผยแพร่
สื่อสิ่งพิมพ์
บันทึกเป็นไฟล์ PDF เพื่อรักษา
คุณสมบัติของไฟล์ ไม่ปิดเพี้ยนเมื่อ
นาไปเปิดที่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น
สื่อดิจิทัล
สื่อออนไลน์ไม่รู้จักไฟล์ Photoshop /
Illustrator ดังนั้นให้บันทึกเป็นไฟล์ JPG
สามารถอัปโหลดและเปิดได้ทุกแพล็ตฟอร์ม
สิ่งที่นักออกแบบต้องรู้ในการสร้างสื่ออินโฟกราฟิก
What Designers Need to Know to Create Infographics
ประเภทของภาพ
Types of Image
ประเภทของภาพมี 2 ประเภท ได้แก่
เวกเตอร์ (Vector)
เป็นรูปแบบภาพที่ประมวลผลด้วยการคานวณทาง
คณิตศาสตร์ มีสีและตาแหน่งของสีที่แน่นอน สามารถย่อ
หรือขยายได้โดยไม่เสียคุณภาพไฟล์
ราสเตอร์ (Raster/Bitmap)
เป็นรูปแบบภาพที่ค่าสีจะถูกเก็บไว้ในแต่ละพิกเซล มีการ
เก็บค่าสีที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละตาแหน่ง หากย่อหรือขยาย
รูปภาพก็จะเสียคุณภาพของไฟล์ไป ภาพแตก
โหมดสีของภาพ
Color Modes
โหมดสีที่ใช้ในงานอินโฟกราฟิกมีอยู่ 2 โมหดสี ได้แก่
RGB
ประกอบด้วยสีหลักคือ
Red (สีแดง), Green (สีเขียว), Blue (สีน้าเงิน) ผสมกัน
เหมาะสาหรับภาพที่ใช้แสดงผลบนจอภาพ
CMYK
ประกอบด้วยสีหลักคือ Cyan (สีฟ้าอมเขียว), Magenta
(ชมพูอมม่วง), Yellow (สีเหลือง), Black (สีดา)
เหมาะสาหรับภาพที่ใช้ในงานพิมพ์
ความละเอียดของภาพ
Resolution
Resolution คือ ความละเอียดในการแสดงผลของภาพ ยิ่งมีค่ามากยิ่งมีความละเอียดสูงและมีขนาดไฟล์ที่ใหญ่ เช่น
หากภาพมีความละเอียด 72 Pixels/Inch หมายความว่าใน 1 ตารางนิ้วประกอบด้วยเม็ดสี 72 พิกเซล
72
Pixels/Inch
150
Pixels/Inch
300
Pixels/Inch
สาหรับงานในจอภาพ สาหรับงานในจอภาพเรตินา สาหรับงานสิ่งพิมพ์
1 นิ้ว
1 นิ้ว
สรุป หากเราต้องการทางานสาหรับหน้าจอ
เราจะต้องใช้ภาพโหมดสีอะไรและความละเอียดเท่าใด
สรุป หากเราต้องการทางานสาหรับสิ่งพิมพ์
เราจะต้องใช้ภาพโหมดสีอะไรและความละเอียดเท่าใด
เทคนิคการนาสีไปใช้งาน
Applying Color Techniques
เทคนิคการเลือกสีไม่ได้มีสูตรสาเร็จตายตัว โดยมากจะเลือกสีจากวิธีโยงความสัมพันธ์จากวงล้อความสัมพันธ์จากวงล้อสี การเลือกสีควรเปิดวงล้อสี
แล้วเลือกสีหลักๆ สาหรับใช้ในการทางานกันก่อน เทคนิคที่นิยมใช้มีอยู่ 7 รูปแบบ ได้แก่
สีโทนเดียว
Monochromatic
สีคู่ตรงข้าม
Complementary
สามสีข้างเคียง
Analogous
สามเหลี่ยมด้านเท่า
Triadic
สีตรงกันข้ามเยือง
Split-Complementary
สี่เหลี่ยมจัตุรัส
Square
สี่เหลี่ยมผืนผ้า
Rectangle
>>
สีโทนเดียว
Monochromatic
เป็นการใช้สีโทนเดียวกันทั้งหมด แล้วปรับค่า Shades, Tones และ Tints ของสีปกติ
ทาให้เกิดสีที่มีค่าน้าหนักต่างกันแต่ยังมีความกลมกลืนกัน
สีคู่ตรงข้าม
Complementary
เป็นสีที่อยู่ตรงข้ามกันในวงล้อสี สองสีนี้มีความต่างกันสูงมาก เช่น สีแดง-สีฟ้า สีเหลือง-สีน้าเงิน ซึ่งทั้งสองสีจะปรากฏตัดกันเด่นชัดมาก ๆ
ไม่ควรใช้ปริมาณเท่ากัน ควรใช้ 80:20 หรือ 70:30 ทาให้ส่วนน้อยกลายเป็นจุดเด่นของงาน
สามสีข้างเคียง
Analogous
เป็นการเลือกสีใดสีหนึ่งขึ้นมาใช้งานพร้อมกับสีที่อยู่ติดกันอีกข้างละสี หรือสีสามสีที่อยู่ติดกันในวงจรสี
ควรเลือกในอัตราส่วน 60 30 10 เพื่อไม่ให้ทุกสีแข่งกันเด่น
สามเหลี่ยมด้านเท่า
Triadic
เป็นการเลือกสีสามสีที่มีระยะห่างเท่ากันเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่ามาใช้งาน
ชุดสีแบบนี้จะสร้างให้งานของเรามีความสดชื่น มีชีวิตชีวา สนุก
สีตรงกันข้ามเยือง
Split-Complementary
สามสีที่มีพื้นที่ห่างแบบสามเหลี่ยมด้านไม่เท่ากัน โดยจะมีสองสีที่เข้ากันและสีที่มีความต่างสูง 1 สี
ทาให้สร้างความโดดเด่นของสีใดสีหนึ่งได้อย่างชัดเจน
สี่เหลี่ยมจัตุรัส
Square
สี่สีในระยะห่างเท่ากันแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ชุดสีลักษณะนี้ทาให้งานมีความสนุก โดดเด่น การใช้งาน
จะต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมพอดี เพื่อไม่ให้แข่งกันเด่น
สี่เหลี่ยมผืนผ้า
Rectangle
สี่สีในระยะห่างกันแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า เกิดจากการใช้สีข้างเคียงกันสองสีในแต่ละด้าน และสีที่ตรงข้ามกันอีกสองสีในแต่ละด้าน
การใช้สีลักษณะนี้ทาให้งานดูกลมกลืนกันมากกว่าแบบ Square ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
เว็บไซต์สร้างชุดสี
Color Palette Websites
ปัจจุบันมีเว็บไซต์ต่างๆ ที่ผู้สร้างสื่ออินโฟกราฟิกสามารถนามาเป็นตัวช่วยในการเลือกใช้สี ได้แก่
coolors.co color.adobe.com
picular.co paletton.com
ประเภทของตัวอักษร
Type of Typeface
การแบ่งประเภทตัวอักษร จัดตามรูปร่างทางกายภาพ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
Aa Aa Aa
อักษรแบบมีฐาน
Serif
อักษรแบบไม่มีฐาน
San Serif
อักษรประดิษฐ์โบราณ
Antique
อักษรตัวเขียน
Script
เป็นตัวอักษรแบบมีเชิงหรือมีฐานอยู่
ตรงปลาย ดูเป็นระเบียบ เป็นทางการ
เหมาะจะใช้ในงานที่เป็นทางการ และ
ต้องการความน่าเชื่อถือ
เป็นตัวอักษรที่ไม่มีเชิงหรือไม่มีฐาน
ตรงส่วนปลาย อ่านง่าย ดูทันสมัย
มากกว่าแบบอื่น ๆ เหมาะจะใช้ในงาน
ที่ต้องการความทันสมัย ไม่เป็น
ทางการมากนัก
เป็นตัวอักษรประดิษฐ์แบบโบราณ
เหมาะกับงานที่ต้องการความชัดเจน
ของยุคสมัย หรือต้องการอารมณ์
ย้อนยุคนิดหน่อย
เป็นตัวอักษรที่มีลักษณะเหมือน
ลายมือ เหมาะกับงานที่ไม่เป็น
ทางการ ต้องการความเป็นกันเอง
และดูสนุกสนานมากกว่าแบบอื่นๆ
เทคนิคการใช้งานตัวอักษร
Typography Usage Techniques
ผู้สร้างสื่ออินโฟกราฟิกจะต้องมีความระมัดระวังในการเลือกใช้ฟอนต์และการจัดวาง ฟอนต์ที่ดีจะทาให้งานออกมาสวยและดูมืออาชีพ
ธรรมชาติการอ่านของคนไทยจะอ่าน
จากซ้ายไปขวาและบนลงล่าง
ควรเรียงลาดับให้ดี ไม่เช่นนั้น
จะเป็นการอ่านข้ามไปข้ามมา
ทาให้เสียความหมายของข้อความไป
1 2 3
ไม่ควรใช้ฟอนต์หลากหลายรูปแบบมาก
เกินไป เนื่องจากการใช้ฟอนต์หลากหลาย
รูปแบบทาให้อ่านยาก
ควรใช้หลัก 3-4 Hierarchy
เนื้อหาตัวหนังสือเล็ก
ชื่อเรื่องตัวหนังสือใหญ่
หัวข้อย่อยตัวหนังสือรอง
แหล่งอ้างอิงหรือผู้จัดทาตัวหนังสือเล็กมาก
รูปแบบไฟล์ภาพราสเตอร์
Raster Image File Formats
.psd .bmp .jpg .png
.gif .tiff .raw
.webp
PSD
Photoshop Document
เป็นไฟล์มาตรฐานของ Adobe Photoshop สามารถบันทึกและเปิด
เพื่อแก้ไขได้ตลอดเวลา โดยยังรักษาคุณสมบัติต่างๆ เช่น สี เลเยอร์
และเอฟเฟกต์ เอาไว้ ในรูปแบบราสเตอร์
BMP
Bitmap
เป็นไฟล์มาตรฐานของระบบปฏิบัติการ Windows มีขนาดใหญ่ ไม่
เหมาะกับงานเว็บไซต์
JPG / JPEG
Joint Photographic Experts Group
เป็นไฟล์ภาพบีบอัดที่ได้รับความนิยมมาก สูญเสียคุณภาพเมื่อ
บีบอัด เหมาะสาหรับการใช้งานทั่วไป เช่น ภาพถ่ายบนเว็บไซต์
และสื่อสังคมออนไลน์
PNG
Portable Network Graphics
เป็นไฟล์ภาพที่รองรับพื้นหลังโปร่งใสถูกบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็ก
แต่สูญเสียรายละเอียดของภาพน้อยมาก เหมาะสาหรับกราฟิกบน
เว็บไซต์ เช่น โลโก้ หรือไอคอน
GIF
Graphics Interchange Format
เป็นไฟล์ภาพที่ถูกบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็กมาก แต่จากัดสีเพียง
256 สีเท่านั้น สามารถทาภาพโปร่งใสและแอนิเมชั่นได้
TIFF
Tagged Image File Format
เป็นไฟล์ที่ไม่บีบอัดข้อมูล มีความคมชัดสูงมาก มีขนาดไฟล์ที่ใหญ่
ถึงใหญ่มาก ขึ้นอยู่กับการจัดองค์ประกอบ และจานวนเลเยอร์
เหมาะกับงานสื่อสิ่งพิมพ์
WEBP
Web Picture Format
เป็นไฟล์ภาพที่ Google พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องไฟล์รูปภาพ
ใหญ่ จนทาให้หน้าเว็บไซต์แสดงผลช้า สามารถแสดงผลได้อย่าง
คมชัดเทียบเท่ากับไฟล์ JPG และ PNG แต่มีขนาดไฟล์เล็กกว่าถึง
25 – 30%
RAW
Raw Data
ไฟล์ภาพดิบที่เก็บข้อมูลโดยตรงจากเซนเซอร์กล้อง ไฟล์มีขนาด
ใหญ่มาก ต้องการโปรแกรมพิเศษในการเปิด เหมาะสาหรับงาน
ถ่ายภาพที่ต้องการปรับแต่งรายละเอียดสูง
รูปแบบไฟล์ภาพเวกเตอร์
Vector Image File Formats
.ai .eps .svg .pdf
AI
Adobe Illustrator
เป็นไฟล์มาตรฐานของ Adobe Illustratorสามารถบันทึกและเปิด
เพื่อแก้ไขได้ตลอดเวลา โดยยังรักษาคุณสมบัติต่างๆ เช่น สี เลเยอร์
และเอฟเฟกต์ เอาไว้ ในรูปแบบเวกเตอร์
EPS
Encapsulated PostScript
เป็นไฟล์เวกเตอร์รูปแบบหนึ่งของ มักจะถูกใช้กับการออกแบบ
กราฟิก โลโก้ หรือไอคอน มีขนาดไฟล์เล็ก ต้องใช้โปรแกรมเฉพาะใน
การเปิดไฟล์
SVG
Scalable Vector Graphics
เป็นไฟล์เวกเตอร์ที่ใช้งานบนเว็บไซต์ สามารถตอบสนองตาม
หน้าจอ (Responsive) ได้โดยไม่เสียคุณภาพ เหมาะสาหรับ
กราฟิกบนเว็บไซต์ เช่น ไอคอน
PDF
Portable Document Format
ปกติเราจะคุ้นเคยกับไฟล์ PDF ว่าเป็นเอกสาร หากเราใช้เก็บ
ภาพกราฟิก ก็สามารถใช้เป็นไฟล์ภาพรูปแบบหนึ่งได้ ไฟล์นี้จะคง
ความเป็นต้นฉบับไว้เสมอ เก็บรายละเอียดต่างๆ ไว้ครบถ้วน และ
เปิดได้ทุกแพล็ตฟอร์ม
ตัวอย่างงานอินโฟกราฟิก
Examples
เปลี่ยนข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายด้วย
อินโฟกราฟิก
ดร.กฤษณพงศ์ เลิศบารุงชัย
Facebook.com/TouchPointTH TouchPoint.in.th YouTube.com/TouchpointTH

เปลี่ยนข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายด้วยอินโฟกราฟิก (Infographic)