แบคทีเรียแกรมบวก
รูปร่างกลม
แบคทีเรียแกรมบวก รูปร่างกลม (Gram positive
cocci) เป็ นแบคทีเรียที่มีการติดย้อมสีแกรมบวกและมี
รูปร่างกลม โดยแบคทีเรียกลุ่มนี้เป็ นแบคทีเรียอีกกลุ่ม
หนึ่งที่ก่อโรคติดเชื้อกับมนุษย์และมักพบในสิ่งตรวจ
ทางการแพทย์ทั่วๆ ไปอยู่เสมอ แต่มีลักษณะการเรียง
ตัว ที่ค่อนข้างแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มดังที่จะกล่าวใน
รายละเอียดต่อไป
1.1 ลักษณะของผนังเซลล์
แบคทีเรียแกรมบวกมี ผนังเซลล์ แตกต่างจากแบคทีเรียแกรมลบ
คือแบคทีเรียแกรมบวกมีปริมาณเพปทิโดไกลแค
(Peptidoglycan) ในผนังเซลล์มากกว่าแบคทีเรียแกรมลบ แต่มี
ปริมาณไขมันที่เป็ นส่วนประกอบของผนังเซลล์น้อยกว่าแบคทีเรีย
แกรมลบ ดังนั้น ความแตกต่างนี้จึงทาให้แบคทีเรียแกรมบวกติดสี
ม่วง เมื่อมีการย้อมสีแกรม เนื่องจากในขั้นตอนที่มีการล้างสี
(Decolorization) ด้วยแอลกอฮอล์เพราะมีปริมาณเพปทิโดไกล
แคนสูงและมีปริมาณไขมัน น้อยจึงทาให้แอลกอฮอล์ไม่สามารถ
แทรกเข้าไปในผนังเซลล์ของแบคทีเรียแกรมบวกได้จึงทาให้
แบคทีเรียแกรมบวกยังคงติดสีม่วงของคริสทัลไวโอเลต (crystal
violet) อยู่ในผนังเซลล์ทาให้ทนต่อสารดีเทอร ์เจนต์
1.2 การเรียงตัว
แบคทีเรียแกรมบวกแต่ละชนิดมีคุณสมบัติพิเศษใน
การเรียงตัวแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าแบคทีเรียข
นิดดังกล่าวแบ่งเซลล์ในแนวใด (Divison plane) ซึ่ง
จะมีผลต่อการติดกันของเซลล์โดยคุณสมบัติดังกล่าว
มีประโยชน์อย่างมากในการจาแนกเชื้อในกลุ่ม
แบคทีเรียแกรมบวก จึงสามารถจัดกลุ่มตามลักษณะ
การเรียงตัวดังนี้
1.2.1 Diplococci
มีลักษณะเซลล์ติดกันเป็ นคู่ๆ เกิดจากการแบ่งเซลล์
ตามแนวระนาบเดียวกันกับแนวที่เซลล์มาต่อกันดังรูป
แบคทีเรียแกรมบวกรูปกลมที่มีการเรียงตัวลักษณะนี้เช่น
Streptococcus pneumoniae
(a) การแบ่งตัวของกลุ่ม
Diplococci และ
Streptococci
(b)รูปเซลล์Streptococcus
pneumoniae ที่มีแคปซูลหุ้ม
1.2.2 Streptococci
แบคทีเรียแกรมบวกที่มีเซลล์ต่อกันเป็ นสาย (Chain) ดัง
รูป เนื่องจากมีการแบ่งเซลล์ในแนวเดียวกันแล้วไม่หลุด
ออกจากกันแล้วไม่หลุดออกจากกันทาให้การเรียงตัว
อาจจะพบต่อกันเพียง เซลล์หรืออาจจะยาวถึง 30-40
เซลล์แล้วแต่สภาวะของอาหารเลี้ยงเชื้อที่ใช้ในการเจริญ
โดยอาหารเลี้ยงเชื้อแบบเหลว จะทาให้เซลล์ต่อสายกันเป็ น
สายที่ยาวมากกว่าอาหารเลี้ยงเชื้อแบบแข็ง
1.2.3 staphylococci
แบคทีเรียแกรมบวกที่มีเซลล์อยู่รวมกันเป็ นกลุ่ม
คล้ายพวงองุ่นเนื่องจากมีการแบ่งเซลล์ในทุกแนว
ดังรูป
1.2.4 Gaffkya
แบคทีเรียแกรมบวกที่มีเซลล์อยู่กันเป็ นกลุ่ม
ระเบียบ 4 เซลล์(Tetrad) เนื่องจากจากมีการแบ่งตัว
ติดต่อกัน 2 ครั้งในแนวระนาบตั้งฉากกัน ดังรูป
1.2.5 Sarcina
แบคทีเรียแกรมบวกที่มีเซลล์อยู่กันเป็ นกุล่ม 8
เซลล์เนื่องจากมีการแบ่งตัวติดต่อกัน 3 ครั้งในแนว
ระนาบตั้งฉากกัน ดังรูป
ตารางสรุปความแตกต่างระหว่างแบคทีเรีย
แกรมบวกและแบคทีเรียแกรมลบ
Staphylococcus เป็ นแบคที่เรีย (bacteria) ชนิดหนึ่งใน
สกุล (guneus) Staphylococcus อยู่ในวงศ์
(family) Micrococcaceae
1. Staphyloccus aureus
- เป็ นแบคทีเรียก่อโรค (pathogen) ที่สาคัญในอาหาร แบคทีเรีย
ชนิดนี้ย้อมติดสีแกรมบวก (Gram positive bacteria) มีรูปร่างเป็ นทรง
กลม (cocus) อยู่รวมกันเป็ นพวงคล้ายพวงองุ่น ไม่สร้างสปอร ์ไม่
เคลื่อนไหว ส่วนใหญ่ไม่มีแคปซูล และในภาวะที่ไม่มีออกซิเจนจะสลาย
น้าตาลกลูโคสให้กรดอินทรีย์
เจริญได้ในที่มีอากาศและไม่มีอากาศแต่เจริญได้ดีกว่า
ในสภาวะที่มีอากาศ ส่วนใหญ่มักเกิดที่ผิวหนัง
การสร้างสารพิษ
สร้างสารพิษ enterotoxin ที่อุณหภูมิสูงกว่า 10 องศา
เซลเซียส สร้างได้ดีที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส สารพิษทนความ
ร้อนได้สูงถึง 143.3 องศาเซลเซียส แบ่งออกเป็ น 8 ชนิด ได้แก่
ชนิด A, B, C1, C2, C3, D, E และ H โดย A และ D เป็ นชนิดที่ทา
ให้เกิดอาหารเป็ นพิษบ่อย แต่ไม่ใช่ทุกสายพันธุ ์ที่สร้างสารพิษ
อาหารที่เกี่ยวข้อง
เนื้อสุกร (ดู pork standard) เนื้อหอยแมงภู่สด (green
mussel) กุ้งแห้ง และกุ้งจ่อม
การก่อโรค
การบริโภคอาหารที่มีสารพิษเพียงน้อยกว่า 1
ไมโครกรัม สามารถทาให้ผู้บริโภคเกิดอาหารเป็ นพิษ
Stapyhloenterotoxicosis และ Staphylorenterotoxemia
โดยสร้างสารพิษเมื่อมีเชื้อเจริญอยู่ 100,000 เซลล์ต่อกรัม ใน
อาหารการตรวจไม่พบ หรือพบเชื้อปริมาณเล็กน้อยในอาหาร
ไม่ได้หมายความว่าอาหารปลอดภัยจากสารพิษ เนื่องจากถ้า
มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ในอาหารระหว่างขั้นตอนการผลิตจน
สามารถสร้างสารพิษได้ เมื่อผ่านกระบวนการผลิต ปริมาณ
เชื้อจะลดลงจนมีปริมาณน้อยและอาจตรวจไม่พบ แต่สารพิษ
ยังคงอยู่ ดังนั้นการผลิตอาหารจึงต้องมีการควบคุมสุขลักษณะ
การผลิตให้ดีพอ
วิธีการถนอมอาหารให้ปลอดภัยจาก Staphylococcus aureus
1. การแปรรูปอาหารด้วยความร้อน (thermal
processing) ทั้งระดับ การพาสเจอไรซ ์(pasteuriztion) และ
การทาให้ปลอดเชื้อเพื่อการค้า (commercial sterilization)
เช่น การผลิตอาหารกระป๋ อง (canning) การฆ่าเชื้อระบบยูเอชที
(ultra high temperature, UHT)
2. การปรับอาหารให้มีสภาวะเป็ นกรด (acidification) คือ
การปรับอาหารให้มีค่า pH น้อยกว่า 4.0 ด้วยการเติมกรดอินทรีย์
ลงไป เช่น กรดซิตริก กรดแอซีติก
3. การหมัก (fermentation) ให้เกิดกรดอินทรีย์
2. Staphylococcus epidermidis
- เป็ นแบคทีเรียแกรมบวก รูปร่างกลม ขนาด 0.5-
1.5 ไมโครเมตร อาจอยู่เป็ นเซลล์เดี่ยวหรืออยู่รวมกันเป็ นกลุ่ม
คล้ายพวงองุ่น ลักษณะโคโลนีขนาดเล็ก สีขาว สามารถเจริญได้
ทั้งภาวะที่มีออกซิเจนหรือมีออกซิเจนเพียงเล็กน้อย เจริญได้ดีที่
อุณหภมิ 37๐C เป็ นแบคทีเรียที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่ม S. ที่ไม่
สร้าง coagulase เป็ นเชื้อประจาถิ่น (normal flora) ที่ผิวหนัง
โพรงจมูก รูหูและทางเดินปัสสาวะส่วนปลาย
คุณสมบัติ
อันตรายของเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้คือความสามารถของพวกเขา
ในการพัฒนา exotoxin สารเนื่องจากการที่พวกเขาออกแรง
ผลกระทบที่ทาให้เกิดโรคของพวกเขาในร่างกายเชื้อมี 2 คุณสมบัติ
ทาลาย
1. สาเหตุภาวะเม็ดเลือดแดงแตกของเซลล์เม็ดเลือดแดง
เพราะความสามารถของเลือดที่สูญเสียโครงสร้างปกติ
2. ร่วมเนื้อเยื่อฉีก เนื่องจากการกระทานี้เนื้อเยื่อของร่างกาย
ที่มีการสัมผัสกับ Staph เนื้อร้ายท้องถิ่นและปริมาณของความ
เสียหายที่เกิดขึ้นอยู่กับการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย
มีความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันและการมีหรือไม่มีมาตรการการ
รักษา
โรคที่เกิดจากเชื้อ staphylococcus epidermidis
ก่อให้เกิดโรคต่างๆในร่างกายเนื่องจากความจริงที่ว่า
Staphylococcus epidermidis อาศัยอยู่บนผิวหนังและเยื่อเมือก แทรกซึม
เข้าไปในอวัยวะภายในที่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็ นอันตรายเหล่านี้รวมถึง
โรค เช่น โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ การอักเสบของลิ้นหัวใจเทียมรวมทั้งการติด
เชื้อในปัสสาวะที่เกิดจากเชื้อ Staphylococcus epidermidis เช่น โรค
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, pyelonephritis, vulvovaginitis, ท่อปัสสาวะ
อักเสบเมื่อเจาะขึ้นของเชื้อโรคพัฒนาโรคร้ายแรงมากขึ้นเช่นมดลูกอักเสบ,
ต่อมลูกหมากอักเสบ และอื่นๆ
• Coagulase
- ทาให้เลือดแข็งตัว
• Hyaluronidase
- ทาลาย hyaluronic acid แล้วทาให้ แบคทีเรียกระจายเข้า
ไประหว่างเซลล์
• Staphylokinase
- ละลายไฟบรินในก้อนเลือดทาให้เลือดแข็งตัวยาก
• Lipases
- ย่อยสลายไขมันเพื่อให้เชื้อstaphylococcusเจริญที่ผิวหนัง
ได้
• β –lactamase
- ทาลาย penicilin
- ทาให้เชื้อไม่ถูกทาลายโดยยา antimiceobia
ตัวอย่างวิธีการตรวจเชื้อด้วยวิธีการ
Coagulase test
วิธีทา
ปิ เปตเชื้อใส่หลอดเปล่าแล้วเติมcoagulase plasma ที่มี
ส่วนผสมของEDTAแล้วเขย่าหลอด แล้วนาไปบ่มที่ 37 องศา
สังเกตุการจับตัวทุกๆ 4ชั่วโมง
-ระดับการจับตัวของเชื้อ
0 คือ ไม่เกิดการจับตัว
1+ คือ จับตัวเป็ นก้อนน้อย
2+ คือ จับตัวเป็ นก้อนน้อย รวมกลุ่ม
3+ คือ จับ ตัวเป็ นก้อนใหญ่
4+ คือ จับตัวเป็ นห้อนทั้งหลอด และไม่ขยับตัวเมื่อคว่าหลอด
***หากเป็ นผลบกก็คือเชื้อ S.aureus หากเป็ น 0 คือเชื้อชนิดอื่นๆ
Streptococcus เป็ นชื่อสกุล (genus) ของแบคทีเรียในวงศ์
(family) Streptococcaceae ซึ่งเป็ นแบคทีเรียแกรมบวก (Gram
positive bacteria)
ลักษณะเฉพาะ
สเตรปคอคคัส เป็ นแบคทีเรียที่ติดสีแกรมบวก รูปร่าง
กลม ลักษณะการเรียงตัวของเซลล์แบบโซ่ จะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่
กับแต่ละสายพันธุ ์และชนิดของอาหารที่เลี้ยง โดยเฉพาะเมื่อ
เพาะในอาหารเหลว สายโซ่จะติดต่อกันยาว ในบางครั้งอาจ
พบว่ามีมากกว่า 20 เซลล์เรียงต่อกัน พวกที่มีความตองการอ
อกซิ เจนน้อย (Microaerophilic) ไม่สร้างสปอร ์ไม่สร้าง
น้าย่อย
แบ่งกลุ่มย่อย
- Beta hemolysis ทาให้เกิดการสลายตัวของเม็ดเลือด
แดงได้อย่างสมบูรณ์(Complete hemolysis) เมื่อทาการเพาะเชื้อ
ในBlood Agar จะพบรอยจางรอบๆเชื้อที่ขึ้น
- Alpha hemolysis ทาให้เกิดการสลายตัวของเม็ดเลือด
แดงได้ไม่สมบูรณ์(Complete hemolysis) เมื่อทาการเพาะเชื้อใน
Blood Agar จะพบรอยสีเขียวรอบๆเชื้อที่ขึ้น
- Gamma hemolysis ไม่ทาให้เกิดการสลายตัวของเม็ด
เลือดแดงได้อย่างสมบูรณ์(Complete hemolysis) เมื่อทาการ
เพาะเชื้อในBlood Agar จะไม่พบรอยผิดปกติรอบ ๆ เชื้อที่ขึ้น
• กลุ่ม-เอ (Group A )
เอส.พัยโอจีเนส (S.pyogenes)เป็ นสาเหตุของโรคแผลติดเชื้อ
และฝี หนองในคน ในบางครั้งอาจพบว่ามันเป็ นสาเหตุของโรค
เต้านมอักเสบในโค
• กลุ่ม-บี(Group B )
เอส.อะกาแลคติอี เป็ นสาเหตุที่สาคัญของการเกิดโรคเต้านม
อักเสบโคแต่บางครั้งอาจพบว่ามันก่อให้เกิดการอักเสบของ
อวัยวะส่วนอื่นได้
• กลุ่ม-ซี(Group C )
- เอส.ซูอิปิ เดอร ์มิคัสเป็ นสาเหตุของแผลติดเชื้อ และฝี หนองใน
สัตว์บางครั้งก็เพาะแยกได้จากฝี ในคน
- เอส.อีไคว (S.equi)เป็ นสาเหตุของโรคติดเชื้อในระบบทางเดิน
หายใจของพวกสัตวกีบเดี่ยวโดยเฉพาะม้า เราเรียกโรคนี้ว่า
มองคล่อธรรมดา (Strangles) นอกจากนี้ก็ยังเป็ นสาเหตุของโรค
ติดเชื้อในระบบสืบพันธุ ์ของม้าเมีย
- เอส.อีควิซิมิลิส เป็ นสาเหตุของแผลติดเชื้อข้ออักเสบ ฝี หนองใน
ม้าและสัตว์อื่น
- เอส.ดีสอะกาแลคตี เป็ นสาเหตุของการเกิดโรคเต้านมอักเสบในโค
• กลุ่ม – ดี (Group D)
- เอส.ฟี เซี่ยม (S.facium) เป็ นพวกที่มีแหล่งอาศัยอยู่ในลาไส้
ของคนและสัตว์หรือพวกโรคอคคัย(Enterococci)
• กลุ่มวิริแดนส์(Viridans group)
- เอส.ยูบีรีส (S. uberis)เป็ นสาเหตุของการเกิดโรคเต้านมอักเสบ
ในโค นอกจากนี้ยังตรวจพบว่ามันเป็ นสาเหตุของการเกิดช่อง
คลอดอักเสบ มดลูกอักเสบในโค
การเพาะและพิสูจน์เชื้อ
พวกสเตรปโตคอคคัส เป็ นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ค่อนข้าง
จะเพาะเลี้ยงได้ยาก (Fastiditious Bacteria) ดังนั้นมันจึงไม่
สามารถเจริญได้ทั้งในอาหารเลี้ยงเชื้อธรรมดา อาหารที่จะเลี้ยง
จะต้องเป็ น อาหารที่อุดม (Enrich media) ไดแก่ การเติมเลือด
พลาสม่า ซีรั่ม น้าไขสันหลัง ลงไปในอาหารเลี้ยงเชื้อ
สัตว์ชนิดใดสามารถเป็ นโรคสเตรปโทคอกโคสิสได้บ้าง
สัตว์ที่พบการเกิดโรคมากที่สุด ได้แก่ ม้า หนูตะเภา สุกร
สุนัข แมว และปลา อาจพบได้ใน ลิง โค แกะ แพะ เฟอร ์เร็ต และ
สัตว์ปี ก
- Enterococcus faecalis แบคทีเรีย (Enterococcus
faecalis) มาประกอบก่อนหน้านี้ Streptococcus คลาส D ดังนั้น
วันนี้มันมักจะเรียกว่า Streptococcus อุจจาระชีวิตนี้เป็ นสมาชิก
ของจุลินทรีย์ในลาไส้ปกติและเป็ น Enterococcus ประเภท
แบคทีเรียเหล่านี้ตั้งถิ่นฐานลาไส้เป็ นแพะแกะม้าสุนัขและสุกรใน
มนุษย์Enterococcus faecalis อาศัยอยู่ส่วนใหญ่ในลาไส้เล็กยัง
พบในอวัยวะสืบพันธุ ์ในท่อปัสสาวะในช่องปากสิ่งมีชีวิตที่พบใน
อุจจาระของ 90% ของผู้คน
เชื้อแบคทีเรียนี้เป็ นหนึ่งในผู้ที่ทาให้เกิดโรคมากที่สุดในหมู่
enterococciบ่อยครั้งที่จุลินทรีย์เหล่านี้เป็ นเชื้อโรคของการติด
เชื้อทางเดินปัสสาวะกระดูกเชิงกรานและเยื่อบุหัวใจอักเสบ
นอกจากนี้ชนิดของ enterococci นี้บางครั้งจะกลายเป็ นสาเหตุ
ของการติดเชื้อในโรงพยาบาล
THE END

เชื้อแบคทีเรียแกรมบวกBac.Gram+