รูปที่ 1 แสดงความแตกต่างระหว่าง Gram Positive และ Gram
รูปที่ 2 แสดงลักษณะของ gram-positive bacteria และ gram-negative
bacteria
ซึ่งจะพบว่า gram-positive bacteria นั้นมีชั้น peptidoglycan ที่หนา ในขณะ
รูปที่ 3 แสดงอวัยวะที่ใช้ในการยึดเกาะ host cell ของเชื้อ
แบคทีเรีย จะเห็นว่าเชื้อแกรมบวกจะมี fimbria แทรกอยู่ใน
่ ้
Pathogenic
Gram -
Negative
Bacteria
รูปที่ 4 แสดงแผนผัง Gram-Negative
Gram negative bacteria หรือ แบคทีเรียแกรมลบ
คือ แบคทีเรีย (bacteria) ที่ย้อมแกรม (gram staining) ติดสีแดง
ของ safranin ส่วนแบคทีเรียแกรมบวก (Gram positive
bacteria) จะย้อมแกรมเป็ นสีม่วง ไม่ติดสีแดงของ safranin
ผนังเซลล์บาง ชั้นในเป็ นชั้นบางของ peptidoglycanและ
ชั้นนอกเป็ นชั้นไขมัน ภายนอกเซลล์มี lipopolysacharide ซึ่ง
เป็ นสารพิษ endotoxin ไม่ทนร้อน,ไม่ทนแรงดัน,ไม่ทนเกลือ
สูง,ไม่ทนต่อการฉายรังสี,ไม่ทนสารเคมี
Pathogenic Gram - Negative
Bacteria
Gram negative bacteria หรือ แบคทีเรียแกรมลบ
คือ แบคทีเรีย (bacteria) ที่ย้อมแกรม (gram staining) ติดสีแดง
ของ safranin ส่วนแบคทีเรียแกรมบวก (Gram positive
bacteria) จะย้อมแกรมเป็ นสีม่วง ไม่ติดสีแดงของ safranin
ผนังเซลล์บาง ชั้นในเป็ นชั้นบางของ peptidoglycanและ
ชั้นนอกเป็ นชั้นไขมัน ภายนอกเซลล์มี lipopolysacharide ซึ่ง
เป็ นสารพิษ endotoxin ไม่ทนร้อน,ไม่ทนแรงดัน,ไม่ทนเกลือ
สูง,ไม่ทนต่อการฉายรังสี,ไม่ทนสารเคมี
Pathogenic Gram - Negative
Bacteria
Pathogenic Gram - Negative
Bacteria
Pathogenic
Gram –
Negative
Neisseria
• gram-negative diplococcic
• รูปร่างคล้ายไต 2 อันประกบกัน เหมือนเมล็ดกาแฟ
• เชื้อก่อโรคที่สาคัญในมนุษย์
• มี 2 species
1. N. meningitidis
2. N. gonorrhoe
Neisseria
Neisseria
gonorrhoe
Neisseria
meningiditis
Neisseria
gonorrhoe
ทาให้เกิดโรคหนองใน (gonorrhoea) เป็นโรคติดต่อทาง
เพศสัมพันธ์เชื้อนี้สามารถก่อให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุต่าง ๆ ได้ เช่น
ปากมดลูก คอหอย และทวารหนัก บางครั้งเชื้อลุกลามเข้ากระแสเลือดและทา
ให้เกิด systemic infection เช่น ข้ออักเสบ จุดเลือดออกตามลาตัว
Neisseria gonorrhoe
Neisseria gonorrhoe
• หนองในในผู้ชาย
- ท่อปัสสาวะอักเสบ
- ปัสสาวะแสบขัด และมีหนองไหลออกมาจากท่อปัสสาวะGonorrhea in
women
• หนองในในผู้หญิง
- มีอาการหลากหลายตั้งแต่ไม่มีอาการแสดงทางคลินิก (เป็นแหล่งสะสมเชื้อ)
ไปจนถึงมีอาการอักเสบของอุ้งเชิงกราน (pelvic inflammatory
disease)
- ภาวะแทรกซ้อนตามมาคือการตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือเป็นหมันได้
Neisseria gonorrhoe
• การวินิจฉัย
การตรวจบริเวณอวัยวะเพศ การตรวจภายใน (ในผู้หญิง) แล้วนาหนองจากปากมดลูก ท่อ
ปัสสาวะ ทวารหนัก หรือช่องคอ ไปย้อมสีและส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือนาไปเพาะเชื้อ (การเก็บเชื้อ
ส่งตรวจแพทย์จะทาการตรวจทุกตาแหน่งที่มีเพศสัมพันธ์
• การรักษา
- ยาอซิโธรมัยซิน 1 กรัมเพียงครั้งเดียวหรือตัวยาด็อกซิไซคลีน 100 มิลลิกรัมจานวน 7 วันเพื่อรักษา
โรคหนองในเทียม ทั้งสองตัวยาจะป้องกันไม่ให้เอนไซม์และส่วนประกอบสาคัญของเชื้อโรคหนองในก่อ
ตัวโดยการขัดขวางกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน
- ทาความสะอาดบริเวณนั้น (ส่วนใหญ่จะเป็นหัวไหล่) ด้วยสาลีชุบแอลกอฮอล์และฉีดยาเซฟทริอาโซน
250 มิลลิกรัมเข้าไปในกล้ามเนื้อเพื่อรักษาโรคหนองใน ยาตัวนี้เป็นยาฆ่าเชื้อในกลุ่มเดียวกับเซฟา
โลสปอรินและจะป้องกันการเติบโตของเซลล์โรคหนองใน
Neisseria gonorrhoe
การป้ องกัน
-การใช้ถุงยางอนามัยระหว่างการมีเพศสัมพันธ์แม้จะเป็นทาง
ปาก
- การงดมีเพศสัมพันธ์และการลดกิจกรรมทางเพศที่เสี่ยง
-การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
-การให้คู่นอนไปตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
Neisseria gonorrhoe
โรคหนองใน gonorrhoe
Neisseria gonorrhoe
การติดเชื้อ N. gonorrhoeae ในเด็กทารกแรกคลอดจาก
มารดาที่เป็ นหนองในจะทาให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุตาที่
Neisseria
meningiditis
Neisseria gonorrhoe
ติดต่อผ่านทางการหายใจ เชื้อก่อโรคที่สาคัญที่ทาให้เกิด bacterial
meningitis ในอายุน้อยกว่า 20 ปี เชื้อยังสามารถกระจายเข้าสู่กระแสโลหิตและ ทา
ให้เกิด sepsis ได้ เกิดโรคไข้กาฬหลังแอ่นและเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
• ระยะติดต่อ
ผู้ที่สามารถแพร่เชื้อได้ คือผู้ที่ไม่มีอาการ (พาหะ) และผู้ป่วยสามารถแพร่โรคได้
จนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อในน้ามูก น้าลายแล้วปกติเชื้อจะหมดไปจากช่องโพรงจมูกทาง
ด้านหลัง (nasopharynx) ของผู้ป่วยภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับยาต้าน
จุลชีพที่เหมาะสม penicillin จะใช้ยับยั้งเชื้อได้ชั่วคราว แต่จะไม่กาจัดเชื้อให้หมดไป
จากโพรงช่องปาก จมูกและคอรวมทั้งโพรงจมูกด้านหลัง (oronasopharynx)
Neisseria gonorrhoe
• วิธีการติดต่อ
เชื้อกระจายจากช่องปาก ช่องจมูกจากคนหนึ่งสู่อีกคนโดยตรง ผ่านระบบทางเดินหายใจ เชื้อนี้ทาให้
เกิดโรคได้ 3 แบบ
1.แบบไม่มีอาการหรืออาการน้อย เชื้อเจริญในเนโซฟาริ้งซ์ ทาให้เกิดการอักเสบเฉพาะที่เล็กน้อย มัก
ไม่มีอาการ ส่วนใหญ่พบกลุ่มนี้มาก และมักเป็นต้นตอของการแพร่เชื้อต่อไปได้อีก
2.แบบเชื้อแพร่เข้ากระแสเลือดหรือเลือดเป็นพิษ (meningococcemia) เชื้อเข้าใน
3.กระแสเลือด โดยเลือดจะมาหล่อเลี้ยงที่ปลายหลอดเลือดเป็นจานวนมาก ผู้ป่วยจะมีผื่น เลือดออก
ตามผิวหนัง ในรายที่รุนแรงจะมีเลือดออกในลาไส้และต่อมหมวกไต
4.แบบเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (meningitidis) เชื้อที่เข้าเยื่อหุ้มสมองทาให้เกิดอาการเยื่อหุ้มสมอง
อักเสบ
Neisseria gonorrhoe• อาการ
ไข้ ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง อาจมีผื่นแดง จ้าเลือด(pink macules)ขึ้นตามผิวหนังร่วมด้วย และอาจเกิด
ภาวะช็อกอย่างรวดเร็ว
1. Meningococcemia
Acute Meningococcemia อาการเกิดอย่างฉับพลัน มีอาการปวดศีรษะ เจ็บคอและไอ เป็นอาการนามาก่อน ตาม
ด้วยไข้สูง หนาวสั่น ปวดตามข้อและตามกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่ขาและหลัง นอกจากนี้อาจมาด้วยไข้และมีผื่นแดงจ้าขึ้น
ตามตัว ใน 2-3 วันต่อมา จะเปลี่ยนเป็นสีคล้าจนเป็นสะเก็ดสีดา บางทีเป็นตุ่มน้ามีจุดแดงอยู่ตรงกลาง ส่วนใหญ่จะมีผื่น
หลังไข้ขึ้น 24-48 ชั่วโมง
Chronic Meningococcemia พบได้น้อย ส่วนใหญ่มักมีไข้ ผื่นตามผิวหนัง อาจเป็น ผื่นแดงจ้า ปวดและเจ็บข้ออยู่
เป็นเดือน ไข้จะเป็นๆ หายๆ
Fulminant Meningococcemia เป็นอย่างรุนแรง ระบบไหลเวียนโลหิตไม่ทางาน อาจ ช็อคถึงเสียชีวิตได้ ในเวลาไม่
นานหลังจากเริ่มมีอาการ ส่วนมากเริ่มมีอาการไข้สูงทันทีอ่อนเพลียมาก แล้วเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีหลอดเลือด
ตีบทั่วร่างกาย มักจะไม่มีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เพราะเป็นระยะสั้นๆ แล้วเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว
2. Meningitis มีอาการไข้ ปวดศีรษะ คอแข็ง ซึมและสับสน อาการจะแย่ลงอย่างรวด อาจพบอาการที่แสดงถึงการระคายเคือง
ของเยื่อหุ้มสมอง ผู้ป่วยส่วนหนึ่งจะมีจ้าเลือดออกตามผิวหนัง
Neisseria gonorrhoe
• การวินิจฉัย
- ทาได้โดยการเจาะเลือด เจาะดูดน้าไขสันหลังหรือตัดชื้นเนื้อบริเวณผื่น ไปตรวจหาเชื้อโดย
การส่งย้อมสี (gram stain) เพาะเชื้อ นอกจากนี้สามารถตรวจหาเชื้อโดยวิธี
polymerase chain reaction (PCR) จากน้าไขสันหลังหรือเลือดของผู้ป่วย
- การวินิจฉัยแยกโรคนี้จะต้องวินิจฉัยแยกโรคจาก enteroviral infection ผู้ป่วยจะมี
meningitis ร่วมกับผื่นลักษณะ petechiae, toxic shock syndrome, septic
vasculitis ที่เกิดจาก acute bacteremia หรือ endocarditis, leptospirosis
และโรคในกลุ่ม non-infectious vasculitis อื่น ๆ
Neisseria gonorrhoe
• การรักษา
1.ให้ dexamethasone ทางหลอดเลือดดา ก่อนเริ่มยาปฏิชีวนะ 15-20 นาที ในเด็กให้
dexamethasone 0.15 มก./กก. ทุก 6 ชั่วโมง ติดต่อกัน 4 วัน ในผู้ใหญ่ให้ dexamethasone 10
มก./กก. ทุก 6 ชั่วโมง ติดต่อกัน 4 วัน
2.ให้ PGS 3 แสนยูนิต/กก./วัน ให้ทางหลอดโลหิตดา โดยแบ่งให้ทุก 6 ชั่วโมง ตามด้วย
Rifampicin ก่อนออกจากโรงพยาบาล 24 ชั่วโมง
3.บุคคลที่อยู่ร่วมกับผู้ป่วยในบ้านเดียวกัน และผู้ที่สัมผัสใกล้ชิด (Close contact) กับ สารคัดหลั่ง
ต้องได้รับยาป้องกันดังนี้ในผู้ใหญ่ให้ Rifampicin ขนาด 600 มก. ทุก 12 ชั่วโมง รับประทานติดต่อกัน 2
วัน ในเด็กอายุ >1 เดือนให้ Rifampicin ขนาด 10 มก. ทุก 12 ชั่วโมง ติดต่อกัน 2 วัน ในเด็กอายุต่ากว่า 1
เดือนให้ Rifampicin ขนาด 5 มก. ทุก 12 ชั่วโมง ติดต่อกัน 2 วัน
4.ถ้าไม่มีการระบาด หรือพบผู้ป่วยเพียงประปราย ไม่แนะนาให้ฉีดวัคซีน และวัคซีนต้องตรงกับชนิด
ของเชื้อที่ระบาด
Neisseria gonorrhoe
• การป้ องกัน
1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากปากหรือจมูกของผู้ป่วยหรือพาหะนาโรค
2.หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด เช่น โรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง เป็นต้น
3.การฉีดวัคซีนป้องกัน ไม่จาเป็น แต่ควรฉีดในภาวะต่อไปนี้
3.1 มีการระบาดจาก serogroup ที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน (serogroupA,C,Y
และW 135)
3.2 ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศที่มีโรคนี้เป็นโรคประจาถิ่น เช่น ประเทศในทวีป
แอฟริกา หรือประเทศในตะวันออกกลาง เป็นต้น
3.3 บุคคลที่ปฏิบัติงานประจาในห้องปฏิบัติการที่อาจมีการฟุ้งกระจายของเชื้อ
Neisseria meningitidis ที่อยู่ในรูปของสารละลาย
Neisseria gonorrhoe
โรคไข้กาฬหลังแอ่น
1. นางสาว ศรินดา ก้อนทอง เลขที่ 71 รหัสนักศึกษา
593056074
2. นางสาว ศวิตา ศรีวิฑูรย์ เลขที่ 72 รหัสนักศึกษา
593056075
3. นางสาว ศศิประภา สิงหะวงค์ เลขที่ 73 รหัสนักศึกษา
593056076
4. นางสาว ศศิวิมล ขานจ่า เลขที่ 74 รหัส
นักศึกษา 593056077
5. นางสาว ศิริลักษณ์ บัวแก้ว เลขที่ 75 รหัส
นักศึกษา 593056078
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาเวชระเบียน ชั้นปี ที่ 2
สมาชิก

Gram negativecocci

  • 2.
  • 3.
    รูปที่ 2 แสดงลักษณะของgram-positive bacteria และ gram-negative bacteria ซึ่งจะพบว่า gram-positive bacteria นั้นมีชั้น peptidoglycan ที่หนา ในขณะ
  • 4.
    รูปที่ 3 แสดงอวัยวะที่ใช้ในการยึดเกาะhost cell ของเชื้อ แบคทีเรีย จะเห็นว่าเชื้อแกรมบวกจะมี fimbria แทรกอยู่ใน ่ ้
  • 5.
  • 6.
  • 7.
    Gram negative bacteriaหรือ แบคทีเรียแกรมลบ คือ แบคทีเรีย (bacteria) ที่ย้อมแกรม (gram staining) ติดสีแดง ของ safranin ส่วนแบคทีเรียแกรมบวก (Gram positive bacteria) จะย้อมแกรมเป็ นสีม่วง ไม่ติดสีแดงของ safranin ผนังเซลล์บาง ชั้นในเป็ นชั้นบางของ peptidoglycanและ ชั้นนอกเป็ นชั้นไขมัน ภายนอกเซลล์มี lipopolysacharide ซึ่ง เป็ นสารพิษ endotoxin ไม่ทนร้อน,ไม่ทนแรงดัน,ไม่ทนเกลือ สูง,ไม่ทนต่อการฉายรังสี,ไม่ทนสารเคมี Pathogenic Gram - Negative Bacteria
  • 8.
    Gram negative bacteriaหรือ แบคทีเรียแกรมลบ คือ แบคทีเรีย (bacteria) ที่ย้อมแกรม (gram staining) ติดสีแดง ของ safranin ส่วนแบคทีเรียแกรมบวก (Gram positive bacteria) จะย้อมแกรมเป็ นสีม่วง ไม่ติดสีแดงของ safranin ผนังเซลล์บาง ชั้นในเป็ นชั้นบางของ peptidoglycanและ ชั้นนอกเป็ นชั้นไขมัน ภายนอกเซลล์มี lipopolysacharide ซึ่ง เป็ นสารพิษ endotoxin ไม่ทนร้อน,ไม่ทนแรงดัน,ไม่ทนเกลือ สูง,ไม่ทนต่อการฉายรังสี,ไม่ทนสารเคมี Pathogenic Gram - Negative Bacteria
  • 9.
    Pathogenic Gram -Negative Bacteria
  • 10.
  • 11.
  • 12.
    • gram-negative diplococcic •รูปร่างคล้ายไต 2 อันประกบกัน เหมือนเมล็ดกาแฟ • เชื้อก่อโรคที่สาคัญในมนุษย์ • มี 2 species 1. N. meningitidis 2. N. gonorrhoe Neisseria
  • 13.
  • 14.
  • 15.
    ทาให้เกิดโรคหนองใน (gonorrhoea) เป็นโรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์เชื้อนี้สามารถก่อให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุต่างๆ ได้ เช่น ปากมดลูก คอหอย และทวารหนัก บางครั้งเชื้อลุกลามเข้ากระแสเลือดและทา ให้เกิด systemic infection เช่น ข้ออักเสบ จุดเลือดออกตามลาตัว Neisseria gonorrhoe
  • 16.
    Neisseria gonorrhoe • หนองในในผู้ชาย -ท่อปัสสาวะอักเสบ - ปัสสาวะแสบขัด และมีหนองไหลออกมาจากท่อปัสสาวะGonorrhea in women • หนองในในผู้หญิง - มีอาการหลากหลายตั้งแต่ไม่มีอาการแสดงทางคลินิก (เป็นแหล่งสะสมเชื้อ) ไปจนถึงมีอาการอักเสบของอุ้งเชิงกราน (pelvic inflammatory disease) - ภาวะแทรกซ้อนตามมาคือการตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือเป็นหมันได้
  • 17.
    Neisseria gonorrhoe • การวินิจฉัย การตรวจบริเวณอวัยวะเพศการตรวจภายใน (ในผู้หญิง) แล้วนาหนองจากปากมดลูก ท่อ ปัสสาวะ ทวารหนัก หรือช่องคอ ไปย้อมสีและส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือนาไปเพาะเชื้อ (การเก็บเชื้อ ส่งตรวจแพทย์จะทาการตรวจทุกตาแหน่งที่มีเพศสัมพันธ์ • การรักษา - ยาอซิโธรมัยซิน 1 กรัมเพียงครั้งเดียวหรือตัวยาด็อกซิไซคลีน 100 มิลลิกรัมจานวน 7 วันเพื่อรักษา โรคหนองในเทียม ทั้งสองตัวยาจะป้องกันไม่ให้เอนไซม์และส่วนประกอบสาคัญของเชื้อโรคหนองในก่อ ตัวโดยการขัดขวางกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน - ทาความสะอาดบริเวณนั้น (ส่วนใหญ่จะเป็นหัวไหล่) ด้วยสาลีชุบแอลกอฮอล์และฉีดยาเซฟทริอาโซน 250 มิลลิกรัมเข้าไปในกล้ามเนื้อเพื่อรักษาโรคหนองใน ยาตัวนี้เป็นยาฆ่าเชื้อในกลุ่มเดียวกับเซฟา โลสปอรินและจะป้องกันการเติบโตของเซลล์โรคหนองใน
  • 18.
    Neisseria gonorrhoe การป้ องกัน -การใช้ถุงยางอนามัยระหว่างการมีเพศสัมพันธ์แม้จะเป็นทาง ปาก -การงดมีเพศสัมพันธ์และการลดกิจกรรมทางเพศที่เสี่ยง -การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ -การให้คู่นอนไปตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • 19.
  • 20.
    Neisseria gonorrhoe การติดเชื้อ N.gonorrhoeae ในเด็กทารกแรกคลอดจาก มารดาที่เป็ นหนองในจะทาให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุตาที่
  • 21.
  • 22.
    Neisseria gonorrhoe ติดต่อผ่านทางการหายใจ เชื้อก่อโรคที่สาคัญที่ทาให้เกิดbacterial meningitis ในอายุน้อยกว่า 20 ปี เชื้อยังสามารถกระจายเข้าสู่กระแสโลหิตและ ทา ให้เกิด sepsis ได้ เกิดโรคไข้กาฬหลังแอ่นและเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ • ระยะติดต่อ ผู้ที่สามารถแพร่เชื้อได้ คือผู้ที่ไม่มีอาการ (พาหะ) และผู้ป่วยสามารถแพร่โรคได้ จนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อในน้ามูก น้าลายแล้วปกติเชื้อจะหมดไปจากช่องโพรงจมูกทาง ด้านหลัง (nasopharynx) ของผู้ป่วยภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับยาต้าน จุลชีพที่เหมาะสม penicillin จะใช้ยับยั้งเชื้อได้ชั่วคราว แต่จะไม่กาจัดเชื้อให้หมดไป จากโพรงช่องปาก จมูกและคอรวมทั้งโพรงจมูกด้านหลัง (oronasopharynx)
  • 23.
    Neisseria gonorrhoe • วิธีการติดต่อ เชื้อกระจายจากช่องปากช่องจมูกจากคนหนึ่งสู่อีกคนโดยตรง ผ่านระบบทางเดินหายใจ เชื้อนี้ทาให้ เกิดโรคได้ 3 แบบ 1.แบบไม่มีอาการหรืออาการน้อย เชื้อเจริญในเนโซฟาริ้งซ์ ทาให้เกิดการอักเสบเฉพาะที่เล็กน้อย มัก ไม่มีอาการ ส่วนใหญ่พบกลุ่มนี้มาก และมักเป็นต้นตอของการแพร่เชื้อต่อไปได้อีก 2.แบบเชื้อแพร่เข้ากระแสเลือดหรือเลือดเป็นพิษ (meningococcemia) เชื้อเข้าใน 3.กระแสเลือด โดยเลือดจะมาหล่อเลี้ยงที่ปลายหลอดเลือดเป็นจานวนมาก ผู้ป่วยจะมีผื่น เลือดออก ตามผิวหนัง ในรายที่รุนแรงจะมีเลือดออกในลาไส้และต่อมหมวกไต 4.แบบเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (meningitidis) เชื้อที่เข้าเยื่อหุ้มสมองทาให้เกิดอาการเยื่อหุ้มสมอง อักเสบ
  • 24.
    Neisseria gonorrhoe• อาการ ไข้ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง อาจมีผื่นแดง จ้าเลือด(pink macules)ขึ้นตามผิวหนังร่วมด้วย และอาจเกิด ภาวะช็อกอย่างรวดเร็ว 1. Meningococcemia Acute Meningococcemia อาการเกิดอย่างฉับพลัน มีอาการปวดศีรษะ เจ็บคอและไอ เป็นอาการนามาก่อน ตาม ด้วยไข้สูง หนาวสั่น ปวดตามข้อและตามกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่ขาและหลัง นอกจากนี้อาจมาด้วยไข้และมีผื่นแดงจ้าขึ้น ตามตัว ใน 2-3 วันต่อมา จะเปลี่ยนเป็นสีคล้าจนเป็นสะเก็ดสีดา บางทีเป็นตุ่มน้ามีจุดแดงอยู่ตรงกลาง ส่วนใหญ่จะมีผื่น หลังไข้ขึ้น 24-48 ชั่วโมง Chronic Meningococcemia พบได้น้อย ส่วนใหญ่มักมีไข้ ผื่นตามผิวหนัง อาจเป็น ผื่นแดงจ้า ปวดและเจ็บข้ออยู่ เป็นเดือน ไข้จะเป็นๆ หายๆ Fulminant Meningococcemia เป็นอย่างรุนแรง ระบบไหลเวียนโลหิตไม่ทางาน อาจ ช็อคถึงเสียชีวิตได้ ในเวลาไม่ นานหลังจากเริ่มมีอาการ ส่วนมากเริ่มมีอาการไข้สูงทันทีอ่อนเพลียมาก แล้วเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีหลอดเลือด ตีบทั่วร่างกาย มักจะไม่มีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เพราะเป็นระยะสั้นๆ แล้วเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว 2. Meningitis มีอาการไข้ ปวดศีรษะ คอแข็ง ซึมและสับสน อาการจะแย่ลงอย่างรวด อาจพบอาการที่แสดงถึงการระคายเคือง ของเยื่อหุ้มสมอง ผู้ป่วยส่วนหนึ่งจะมีจ้าเลือดออกตามผิวหนัง
  • 25.
    Neisseria gonorrhoe • การวินิจฉัย -ทาได้โดยการเจาะเลือด เจาะดูดน้าไขสันหลังหรือตัดชื้นเนื้อบริเวณผื่น ไปตรวจหาเชื้อโดย การส่งย้อมสี (gram stain) เพาะเชื้อ นอกจากนี้สามารถตรวจหาเชื้อโดยวิธี polymerase chain reaction (PCR) จากน้าไขสันหลังหรือเลือดของผู้ป่วย - การวินิจฉัยแยกโรคนี้จะต้องวินิจฉัยแยกโรคจาก enteroviral infection ผู้ป่วยจะมี meningitis ร่วมกับผื่นลักษณะ petechiae, toxic shock syndrome, septic vasculitis ที่เกิดจาก acute bacteremia หรือ endocarditis, leptospirosis และโรคในกลุ่ม non-infectious vasculitis อื่น ๆ
  • 26.
    Neisseria gonorrhoe • การรักษา 1.ให้dexamethasone ทางหลอดเลือดดา ก่อนเริ่มยาปฏิชีวนะ 15-20 นาที ในเด็กให้ dexamethasone 0.15 มก./กก. ทุก 6 ชั่วโมง ติดต่อกัน 4 วัน ในผู้ใหญ่ให้ dexamethasone 10 มก./กก. ทุก 6 ชั่วโมง ติดต่อกัน 4 วัน 2.ให้ PGS 3 แสนยูนิต/กก./วัน ให้ทางหลอดโลหิตดา โดยแบ่งให้ทุก 6 ชั่วโมง ตามด้วย Rifampicin ก่อนออกจากโรงพยาบาล 24 ชั่วโมง 3.บุคคลที่อยู่ร่วมกับผู้ป่วยในบ้านเดียวกัน และผู้ที่สัมผัสใกล้ชิด (Close contact) กับ สารคัดหลั่ง ต้องได้รับยาป้องกันดังนี้ในผู้ใหญ่ให้ Rifampicin ขนาด 600 มก. ทุก 12 ชั่วโมง รับประทานติดต่อกัน 2 วัน ในเด็กอายุ >1 เดือนให้ Rifampicin ขนาด 10 มก. ทุก 12 ชั่วโมง ติดต่อกัน 2 วัน ในเด็กอายุต่ากว่า 1 เดือนให้ Rifampicin ขนาด 5 มก. ทุก 12 ชั่วโมง ติดต่อกัน 2 วัน 4.ถ้าไม่มีการระบาด หรือพบผู้ป่วยเพียงประปราย ไม่แนะนาให้ฉีดวัคซีน และวัคซีนต้องตรงกับชนิด ของเชื้อที่ระบาด
  • 27.
    Neisseria gonorrhoe • การป้องกัน 1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากปากหรือจมูกของผู้ป่วยหรือพาหะนาโรค 2.หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด เช่น โรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง เป็นต้น 3.การฉีดวัคซีนป้องกัน ไม่จาเป็น แต่ควรฉีดในภาวะต่อไปนี้ 3.1 มีการระบาดจาก serogroup ที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน (serogroupA,C,Y และW 135) 3.2 ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศที่มีโรคนี้เป็นโรคประจาถิ่น เช่น ประเทศในทวีป แอฟริกา หรือประเทศในตะวันออกกลาง เป็นต้น 3.3 บุคคลที่ปฏิบัติงานประจาในห้องปฏิบัติการที่อาจมีการฟุ้งกระจายของเชื้อ Neisseria meningitidis ที่อยู่ในรูปของสารละลาย
  • 28.
  • 29.
    1. นางสาว ศรินดาก้อนทอง เลขที่ 71 รหัสนักศึกษา 593056074 2. นางสาว ศวิตา ศรีวิฑูรย์ เลขที่ 72 รหัสนักศึกษา 593056075 3. นางสาว ศศิประภา สิงหะวงค์ เลขที่ 73 รหัสนักศึกษา 593056076 4. นางสาว ศศิวิมล ขานจ่า เลขที่ 74 รหัส นักศึกษา 593056077 5. นางสาว ศิริลักษณ์ บัวแก้ว เลขที่ 75 รหัส นักศึกษา 593056078 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาเวชระเบียน ชั้นปี ที่ 2 สมาชิก