บทนา | 7
B3(g) B4 (g) + e
IE4 = 25,025 kJ mol1
B4 (g) B5 (g) + e
IE5 = 32,822 kJ mol1
รูปที่ 1.4 แสดงพลังงานการแตกตัวเป็นไอออนลาดับที่ 1 ของธาตุในตารางธาตุ เมื่อเปรียบเทียบในหมู่
เดียวกันพลังงานการแตกตัวเป็นไอออนของธาตุที่มีขนาดอะตอมเล็กจะมีค่าสูงกว่าอะตอมที่ขนาดใหญ่
กว่า พลังงานการแตกตัวเป็นไอออนจะลดลงจากบนลงล่างตามหมู่ในตารางธาตุ ในคาบเดียวกัน
พลังงานการแตกตัวเป็นไอออนมีค่าเพิ่มขึ้นจากซ้ายไปขวาของตารางธาตุตามขนาดอะตอมที่เล็กลง
และผลของออร์บิทัลที่อิเล็กตรอนบรรจุ โดยอิเล็กตรอนที่มีเลขควอนตัมหลัก n เดียวกัน ค่าพลังงาน
การแตกตัวเป็นไอออนสาหรับอิเล็กตรอนในออร์บิทัลต่าง ๆ จะเป็นไปตามอนุกรม s < p < d < f และ
พลังงานการแตกตัวเป็นไอออนของธาตุหมู่ 18 ก๊าซมีสกุลมีค่าสูงที่สุด เพราะมีการจัดเรียงอิเล็กตรอน
เข้าคู่แบบบรรจุเต็ม อิเล็กตรอนจึงมีเสถียรภาพมาก การดึงอิเล็กตรอนออกจากอะตอมก๊าซมีสกุลจึง
ต้องใช้พลังงานสูง ธาตุที่มีค่าพลังงานการแตกตัวเป็นไอออนต่าแสดงว่าสูญเสียอิเล็กตรอนได้ง่าย
มีสมบัติเป็นตัวรีดิวซ์ที่ดี (ชอบเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน) และมีความว่องไวต่อปฏิกิริยามาก ในทาง
ตรงกันข้ามธาตุที่มีพลังงานการแตกตัวเป็นไอออนสูง เช่น ก๊าซมีสกุล จึงไม่ว่องไวต่อปฏิกิริยาเคมี
นอกจากนั้นธาตุที่มีพลังงานการแตกตัวเป็นไอออนต่ามีความเบสแก่กว่าธาตุที่มีพลังงานการแตกตัวเป็น
ไอออนสูงกว่า
รูปที่ 1.4 พลังงานการแตกตัวเป็นไอออนลาดับที่ 1 ของธาตุในตารางธาตุ
0 20 40 60 80 100
0
1000
2000
3000
H
He
Li
Ne
Na
Ar
K
Kr
Rb
Xe
Cs
Rn
Fr
เลขเชิงอะตอม
พลังงานการแตกตัวเป็นไอออน(kJmol1)
8.
8 | เคมีธาตุหมู่หลัก
1.5สัมพรรคอิเล็กตรอน
สัมพรรคอิเล็กตรอน (Electron affinity, EA) คือ พลังงานที่เปลี่ยนแปลงเมื่ออะตอมใน
สภาวะก๊าซได้รับอิเล็กตรอนเพิ่ม 1 อนุภาคเกิดเป็นไอออนลบ ดังปฏิกิริยา
M (g) + e
(g) M
(g)
ธาตุส่วนใหญ่ในตารางธาตุจะคายพลังงานเมื่อได้รับอิเล็กตรอนเพิ่ม สัมพรรคอิเล็กตรอนจึงมีค่าเป็นลบ
แต่บางธาตุเมื่อรับอิเล็กตรอนจะต้องใช้พลังงาน เช่น Be และ Mg และก๊าซมีสกุล สัมพรรคอิเล็กตรอน
จึงมีค่าเป็นบวก รูปที่ 1.5 แสดงค่าสัมพรรคอิเล็กตรอนของธาตุบางธาตุในตารางธาตุ เมื่อไม่พิจารณา
ก๊าซมีสกุล พบว่าในคาบเดียวกันแนวโน้มของสัมพรรคอิเล็กตรอนจะเพิ่มขึ้นจากซ้ายไปขวา เมื่อ
พิจารณาในหมู่เดียวกันค่าสัมพรรคอิเล็กตรอนจะลดลงจากบนลงล่าง ธาตุที่คายพลังงานออกมามาก
เมื่อรับอิเล็กตรอนมีสมบัติเป็นตัวออกซิไดส์ที่ดีหรือชอบรับอิเล็กตรอนเพิ่ม
รูปที่ 1.5 สัมพรรคอิเล็กตรอน (kJ mol1)
Li
-60
Na
-53
K
-48
Rb
-47
Be
0
Mg
0
Ca
-2
Sr
-5
He
48
Ne
116
Ar
96
Kr
96
Xe
77
F
-328
Cl
-349
Br
-325
I
-295
O
-141
S
-200
Se
-195
Te
-190
N
8
P
-72
As
-78
Sb
-103
C
-122
Si
-134
Ge
-116
Sn
-116
B
-27
Al
-43
Ga
-29
In
-29
1
I
IA
2
II
IIA
หมู่
13
III
IIIA
14
IV
IVA
15
V
VA
16
VI
VIA
17
VII
VIIA
18
VIII
VIIIA
คาบ
2
3
4
5
H
-72
Li
-60
Na
-53
K
-48
Rb
-47
Be
0
Mg
0
Ca
-2
Sr
-5
He
48
Ne
116
Ar
96
Kr
96
Xe
77
F
-328
Cl
-349
Br
-325
I
-295
O
-141
S
-200
Se
-195
Te
-190
N
8
P
-72
As
-78
Sb
-103
C
-122
Si
-134
Ge
-116
Sn
-116
B
-27
Al
-43
Ga
-29
In
-29
1
I
IA
2
II
IIA
หมู่
13
III
IIIA
14
IV
IVA
15
V
VA
16
VI
VIA
17
VII
VIIA
18
VIII
VIIIA
คาบ
2
3
4
5
H
-72
9.
บทนา | 9
1.6สภาพไฟฟ้าลบ
ไลนัส พอลิง (Linus Pauling) ได้นิยามสภาพไฟฟ้าลบ (อิเล็กโทรเนกาติวิตี, electronegativity,
EN) หมายถึงความสามารถหรืออานาจของอะตอมในการดึงอิเล็กตรอนจากอะตอมอื่นที่ก่อพันธะด้วยเข้า
มาอยู่ใกล้ตนเอง ถ้าอะตอมใดมีค่าสภาพไฟฟ้าลบสูงกว่าแสดงว่าสามารถดึงอิเล็กตรอนเข้ามาอยู่ใกล้ตน
ได้มากกว่าอะตอมที่มีค่าสภาพไฟฟ้าลบต่ากว่า ธาตุที่มีค่าสภาพไฟฟ้าลบสูงที่สุดตามพอลิงสเกลคือ
ฟลูออรีน สาหรับธาตุที่มีค่าสภาพไฟฟ้าลบต่าได้แก่ธาตุหมู่ 1 โลหะแอลคาไล มีค่าสภาพไฟฟ้าลบน้อย
กว่า 1 (รูปที่ 1.6) จึงชอบเป็นไอออนบวกในสารประกอบไอออนิก ค่าสภาพไฟฟ้าลบสามารถใช้ทานาย
ชนิดพันธะของสารประกอบอะตอมคู่ได้โดยใช้แผนภาพสามเหลี่ยมแวนอาร์เกล-เคเทอลาร์ (van
Arkel-Ketelaar triangle) ดังรูปที่ 1.7 เมื่อ และ mean คือ ผลต่างและค่าเฉลี่ยของค่าสภาพ
ไฟฟ้าลบของอะตอมทั้งสอง ตามลาดับ
รูปที่ 1.6 ค่าสภาพไฟฟ้าลบ EN
Li
0.98
Na
0.93
K
0.82
Rb
0.82
Be
1.57
Mg
1.31
Ca
1.00
Sr
0.95
He
48
Ne
116
Ar
96
Kr
96
Xe
77
F
3.98
Cl
3.16
Br
2.96
I
2.66
O
3.44
S
2.58
Se
2.55
Te
2.10
N
3.04
P
2.19
As
2.18
Sb
2.05
C
2.55
Si
1.90
Ge
2.01
Sn
1.96
B
2.04
Al
1.61
Ga
1.81
In
1.78
1
I
IA
2
II
IIA
หมู่
13
III
IIIA
14
IV
IVA
15
V
VA
16
VI
VIA
17
VII
VIIA
18
VIII
VIIIA
คาบ
2
3
4
5
H
2.20
Li
0.98
Na
0.93
K
0.82
Rb
0.82
Be
1.57
Mg
1.31
Ca
1.00
Sr
0.95
He
48
Ne
116
Ar
96
Kr
96
Xe
77
F
3.98
Cl
3.16
Br
2.96
I
2.66
O
3.44
S
2.58
Se
2.55
Te
2.10
N
3.04
P
2.19
As
2.18
Sb
2.05
C
2.55
Si
1.90
Ge
2.01
Sn
1.96
B
2.04
Al
1.61
Ga
1.81
In
1.78
1
I
IA
2
II
IIA
หมู่
13
III
IIIA
14
IV
IVA
15
V
VA
16
VI
VIA
17
VII
VIIA
18
VIII
VIIIA
คาบ
2
3
4
5
H
2.20