การประสานประโยชน์ หมายถึง การร่วมมือกันเพื่อรักษา
และปกปองผลประโยชน์ของตนและเป็ นการระงับกรณีความ
้
ขัดแย้ งที่มาจากการแข่งขันทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่าง
ประเทศ การประสานประโยชน์มีความสําคัญทังทางด้ าน
้
การเมือง การทหาร การค้ า และการทูต อย่างไรก็ตามแม้ จะมีการ
ประสานประโยชน์ แต่ก็ยงมีการแข่งขัน ความขัดแย้ ง และ
ั
สงครามอยู่ ดังนันสังคมโลกจึงมีความจําเป็ นที่จะต้ องให้ การ
้
สนับสนุน และปรับปรุงวิธีการประสานประโยชน์ระหว่างประเทศ
ให้ มากยิ่งขึ ้น ทังในปั จจุบนและอนาคต
้
ั
ผลดีของความร่ วมมือระหว่ างประเทศ
ก่อให้ เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศก่อให้ เกิดสันติภาพและความเป็ น
ธรรม เกิดการช่วยเหลือ พึงพาอาศัยซึงกันและกันทั้งทางด้ านเศรษฐกิจ
่
่
การค้ า การแลกเปลี่ยนวัตถุดบ เงินลงทุน เทคโนโลยีตาง ๆ มากขึ ้น
ิ
่

ผลเสียของการร่ วมมือระหว่ างประเทศ
อาจก่อให้ เกิดการกีดกัน นําไปสูความขัดแย้ งระหว่างกลุมได้
่
่
องค์ การสันนิบาตชาติ

• ประธานาธิบดีวดโรว์ วิลสัน เสนอแนวคิดที่จะปองกันมิให้ เกิดสงคราม
ู
้
ร้ ายแรงที่จะทําลายล้ างประชาชาติขึ ้นอีก โดยให้ สถาปนาองค์การ
สันนิบาตชาติขึ ้น
สมาชิกภาพ ประเทศที่เป็ นฝ่ ายชนะสงครามโลกครังที่ 1 ทุกประเทศได้
้
ร่วมลงนามในสนธิสญญาสันติภาพจะเป็ นสมาชิกขององค์การสันนิบาตชาติโดย
ั
อัตโนมัติ ประเทศที่เป็ นฝ่ ายแพ้ สงครามมีสทธิเข้ าเป็ นสมาชิกขององค์การนี ้ได้ แต่
ิ
ต้ องปฏิบติตามสนธิสญญาสันติภาพให้ เรี ยบร้ อยเสียก่อน ส่วนประเทศอื่นๆ จะ
ั
ั
เข้ ามาเป็ นสมาชิกได้ เมื่อได้ รับความเห็นชอบจากการออกเสียงสองในสามของ
ประเทศสมาชิกส่วนสหรัฐอเมริกาแม้ จะเป็ นผู้ริเริ่มองค์การนี ้ก็ไม่ได้ เป็ นสมาชิก
เนื่องจากสาครองเกรสของสหรัฐอเมริกาไม่ยอมให้ สตยาบัน องค์การนี ้ประชุมครัง
ั
้
แรก ณ นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์ แลนด์ ในค.ศ. 1920
วัตถุประสงค์ จุดประสงค์สําคัญที่สดขององค์การสันนิบาตชาติ คือ
ุ
การดํารงสันติภาพและปองกันสงครามในอนาคต ประเทศสมาชิกต่างให้
้
สัตยาบันที่จะเคารพเอกราช และบูรณภาพแห่ง อาณาเขตของประเทศต่าง ๆ
และในกรณีที่ประเทศสมาชิกใดถูกรุกรานทังทางด้ านเศรษฐกิจหรื อกําลังทหาร
้
ต้ องเป็ นหน้ าที่ของประเทศสมาชิกอื่นในการร่วมมือกันต่อต้ านผู้รุกราน
หลักการ
• ร่วมมือกันรักษาความปลอดภัยและความมันคงระหว่างประเทศ
่
• เป็ นองค์กรกลางในการตัดสินชี ้ขาดกรณีพิพาทระหว่างประเทศ
• ร่วมมือกันดําเนินการลดกําลังอาวุธยุทโธปกรณ์
• ส่งเสริ มความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเปิ ดความสัมพันธ์ทางการทูต
การดําเนินงาน มี 5 ส่วนคือ
• สมัชชา ที่ประชุมใหญ่ขององค์การประกอบด้ วยผู้แทนของประเทศสมาชิกทังหมด
้
กล่าวคือ ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศจะส่งผู้แทนไปประจําได้ ประเทศละ 3 คน
เป็ นอย่างมาก แต่การออกเสียงแต่ละประเทศลงคะแนนได้ 1 เสียง มีวาระการ
ประชุมปี ละครัง
้
• คณะมนตรี เป็ นผู้บริหารองค์กร ประกอบด้ วยสมาชิกประเภทถาวร 4 ประเทศคือ
ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี และญี่ปน และสมาชิกไม่ถาวร ที่มาจากการเลือกตังอีก 4
ุ่
้
ประเทศ โดยประชุมกันปี ละครัง
้
• สํานักงานเลขาธิการ ได้ รับการรับเลือกจากคณะมนตรี
• คณะกรรมการ ทําหน้ าที่เกี่ยวกับกิจการทางด้ านเศรษฐกิจและสังคม
• ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ทําหน้ าที่เกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศในการ
พิจารณาคดีตางๆ ระหว่างพรมแดน ประกอบด้ วยผู้พิพากษา 15 คน
่
ผลงานขององค์ การสันนิบาตชาติ การปฏิบติงานขององค์การสันนิบาตชาติใน
ั
ฐานะองค์การระหว่างประเทศอาจนับได้ วาล้ มเหลวแม้ ได้ ทําการแก้ ไขปั ญหาข้ อ
่
ขัดแย้ งได้ สําเร็จอยูบ้างแต่สวนใหญ่เป็ น ปั ญหาที่ไม่คอยมีผลกระทบต่อสังคมโลกและ
่
่
่
เป็ นปั ญหาที่ชาติมหาอํานาจไม่ได้ เกี่ยวข้ องโดยตรงผลงานขององค์การสันนิบาตชาติ
ที่ประสบความสําเร็จ เช่น กรณีหมูเ่ กาะโอลันด์ (Aland Islands) ที่สวีเดนและ
ฟิ นแลนด์ตางแย่งชิงกันจะเข้ าครอบครองใน ค.ศ. 1917 สวีเดนถือโอกาสส่งกองทหาร
่
เข้ าไปยึดหมูเ่ กาะนี ้ แต่ถกกองทัพเยอรมนีซงสนับสนุนขบวนการกู้ชาติของฟิ นแลนด์
ู
ึ่
ขับไล่ ภายหลังสงครามโลกครังที่ 1 จึงมีการเสนอปั ญหานี ้ให้ องค์การสันนิบาตชาติ
้
พิจารณาตัดสินให้ มอบหมูเ่ กาะโอลันด์อยูภายใต้ อํานาจอธิปไตยของฟิ นแลนด์ แต่
่
ต้ องเป็ นดินแดนปลอดทหารและมีสถานภาพกึงอิสระผลงานขององค์การสันนิบาต
่
ชาติที่ไม่ประสบความสําเร็จ เช่นเหตุการณ์รุนแรงที่เกาะคอร์ ฟ(Corfu
ู
Incident)
ใน ค.ศ. 1923 อิตาลีใช้ กําลังเข้ ายึดครองเกาะคอร์ ฟของกรี ซ เพื่อบีบบังคับรัฐบาลกรี ซให้ ชดใช้
ู
ค่าเสียหายกรณี ฆาตกรรมนายพลอิตาลี เหตุการณ์นี ้ท้ าทายความมีประสิทธิภาพของการ
ประกันความมันคงร่วมกันขององค์การสันนิบาตชาติซงองค์การสันนิบาตชาติ ไม่สามารถยับยั ้ง
่
ึ่
หรื อลงโทษอิตาลีได้ ทั ้ง ๆ ที่กรี ซและอิตาลีตางก็เป็ นสมาชิกขององค์การสันนิบาตชาติ
่
เหตุการณ์ญี่ปนรุกรานแคว้ นแมนจูเรี ยของจีน ในค.ศ. 1931 องค์การสันนิบาตชาติก็ไม่สามารถ
ุ่
ใช้ มาตรการใดลงโทษญี่ปนได้ วิกฤตการณ์ระหว่างประเทศที่แสดงถึงความล้ มเหลวขององค์การ
ุ่
สันนิบาตชาติที่ชดเจนที่สด คือ สงครามอะบิสซิเนีย (Abyssinian War) ที่อิตาลีสง
ั
ุ
่
กองทัพบุกอะบิสซิเนียโดยไม่ประกาศสงครามเมื่อ ค.ศ.1935และสามารถยึดกรุง
แอดดิสอาบาบาได้ ในค.ศ. 1936 ซึงสมัชชาขององค์การสันนิบาตชาติได้ ลงมติประณามอิตาลี
่
ว่าป็ นฝ่ ายรุกรานอิตาลีจงตอบโต้ องค์การสันนิบาตชาติด้วยการลาออกจากการเป็ นสมาชิก
ึ
องค์การสันนิบาตชาติใน ค.ศ. 1937
จุดอ่ อนขององค์ การสันนิบาตชาติแม้ องค์การสันนิบาตชาติจะได้ ปฏิบติภารกิจ
ั
สําเร็จในช่วงต้ น ๆ หลายกรณี
แต่ตอมาก็คลายความศักดิ์สทธิ์ลง ซึงน่าจะมีสาเหตุมาจากองค์ประกอบต่าง ๆ
่
ิ
่
ดังนี ้
1. การที่ประเทศมหาอํานาจที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้ เป็ นสมาชิก ทําให้ กฎข้ อบังคับของ
องค์การสันนิบาตชาติบงคับใช้ ได้ ผลก็เฉพาะกับประเทศสมาชิก
ั
ที่ไม่คอยมีอํานาจและบทบาทมากนัก ไม่มีผลบังคับประเทศมหาอํานาจที่ยิ่งใหญ่
่
2. ประเทศมหาอํานาจโจมตีประเทศอื่น มหาอํานาจหลายประเทศได้ แสดงความ
ก้ าวร้ าวรุกรานประเทศอื่นเสียเอง ได้ แก่ ฝรั่งเศสและเบลเยียมเข้ ายึดครอง
เหมืองถ่านหินในแคว้ นรูห์ ซึงเปรี ยบเสมือนเส้ นโลหิตใหญ่ของเยอรมนี
่
เยอรมันนีตอบโต้ ด้วยการนัดหยุดงานทัวประเทศการที่ประเทศต่างๆไม่ได้ ให้
่
ความร่วมมือในการดําเนินงาน ขององค์การสันนิบาตชาติ ซึงมีจดหมายที่จะนํา
่ ุ
สันติภาพมาสูมนุษยชาติ ทําให้ การดําเนินงานขององค์การนี ้ไม่ประสบผลสําเร็จ
่
องค์ การสหประชาชาติ ( The United Nations )
• นายกรัฐมนตรี เซอร์ วินสตัน เชอร์ ชิลล์แห่งอังกฤษ และประธานาธิบดีแฟรงกลิ
นแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ ร่วมกันประกาศกฏบัตรแอตแลนติกเพื่อแสวงหาหลักปฏิบติ
ั
ในการรักษาสันติภาพของโลก ต่อมาประเทศต่างๆรวม26 ได้ ให้ รับคํารับรองต่อ
กฎบัตรแอตแลนติก ซึงมีสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สหภาพโซเวียต และจีนเป็ นผู้นํา
่
และคํารับรองเหล่านี ้ได้ กลายมาเป็ นองค์การหลักแห่งควาร่วมมือระหว่างประเทศ
ที่จะรักษาสันติภาพของโลก โดยได้ ก่อตังเป็ นองค์กรระหว่างประเทศ เรี ยกว่า
้
องค์การสหประชาชาติ
สมาชิกภาพ
1. ประเภทของสมาชิก มี 2 ประเภท คือ
- สมาชิกดังเดิม ได้ แก่ รัฐซึงเข้ าร่วมประชุมองค์กรค์การสหประชาชาติและ
้
่
ร่วมกันลงนามในกฏบัตรสหประชาชาติ
- สมาชิกที่เข้ ามาภายหลัง ได้ แก่ ประเทศที่มีคณสมบัติตมที่ได้ กําหนดไว้ ในกฎ
ุ
่
บัตรสหประชาชาติ และสมัครเข้ ามาเป็ นสมาชิกภายหลัง
2. เงื่อนไขการเข้ าเป็ นสมาชิก
- เป็ นประเทศที่รักสันติภาพ
- เป็ นประเทศที่ยอมรับฟั งความคิดเห็นและคําตัดสินต่างๆ กรณีเกิดข้ อขัดแย้ ง
- ต้ องได้ คะแนนเสียง 2 ใน 3 ของสมัชชาใหญ่ โดยมีคณะมนตรี ความมันคง
่
ประกาศรับเป็ นสมาชิก
วัตถุประสงค์
1. เพื่อธํารงไว้ ซงสันติ และ ความมันคงระหว่างประเทศ
ึ่
่
2. เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ฉนมิตรระหว่างประชาชาติทงปวง โดยยึดการเคารพต่อ
ั
ั้
หลักการแห่งสิทธิอนเท่าเทียมกัน
ั
3. เพื่อให้ บรรลุถงความร่วมมือระหว่างประเทศ ในอันที่จะแก้ ไขปั ญหาระหว่างประเทศ
ึ
ทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม หรื อ มนุษยธรรม และ การส่งเสริ มสนับสนุนการ
เคารพต่อสิทธิมนุษยชน และ เสรี ภาพขันมูลพื ้นฐานสําหรับทุกคนโดยไม่เลือกปฎิบติ
้
ั
ในเรื่ องเชื ้อชาติ เพศ ภาษา หรื อ ศาสนา
4. เพื่อเป็ นศูนย์กลางสําหรับการประสานงานของประชาชาติทงหลายให้ กลมกลืนกันใน
ั้
อันที่จะบรรลุจดหมายปลายทางร่วมกัน
ุ
กล่าวได้ วาองค์การสหประชาชาติก่อตังขึ ้นมาด้ วย เจตนารมณ์ที่จะขจัดภัยพิบติ
่
้
ั
อันเกิดจากสงคราม ประกันสิทธิมนุษยชน ตลอดจนส่งเสริ มความก้ าวหน้ าทาง
เศรษฐกิจและสังคมของมวลมนุษยชาติ
หลักการขององค์ การสหประชาชาติ เพื่อให้ องค์การสหประชาชาติ
สามารถดําเนินงานให้ บรรลุวตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ กฎบัตรสหประชาชาติ
ั
ได้ วางหลัก การที่องค์การสหประชาชาติ และ ประเทศสมาชิกจะพึงยึดถือ
เป็ นแนวทางในการดําเนอนการระหว่างประเทศ ดังนี ้
1.หลักความเสมอภาคในอธิปไตย รัฐย่อมมีอํานาจอธิปไตยโดยสมบูรณ์
2.หลักความมันคงร่วมกัน เพื่อธํารงไว้ ซงสันติภาพ และ ความมันคงร่วมกัน
่
ึ่
่
ดําเนินมาตรการร่วมกัน เพื่อปองกัน และขจัดการคุกคามต่อสันติภาพ
้
3.หลักเอกภาพระหว่างมหาอํานาจ ซึงได้ แก่ สหรัฐอเมริ กา อังกฤษ ฝรั่งเศษ
่
รัสเซีย และ จีน4.หลังการไม่ใช้ กําลัง และ การระงับกรณีพิพาทโดยสันติวิธี5.
หลักความเป็ นสากลขององค์การ เปิ ดกว้ างแก่รัฐที่รักสันติทั้งปวง6.หลักการ
เคารพเขตอํานาจศาลภายใน ปั ญหาใดที่ประเทศสมาชิกอ้ างว่าเป็นกิจการ
ภายใน สหประชาชาติจะไม่มีสทธิหรื ออํานาจเข้ าแทรกแซง
ิ
องค์ กรหลังขององค์ การสหประชาชาติ สหประชาชาติมีการ
ดําเนินงานเกือบทังทังโลกโดยผ่านหน่วยงานหลัก 6 องค์กร ซึงมี
่ ้
่
1.สมัชชา สมัชชาเป็ นที่รวมของประเทศสมาชิกทังหมดของสหประชาชาติ
้
ซึงทุกประเทศมีสทธิออกเสียงได้ 1 เสียง มีหน้ าที่พิจารณาและให้
่
ิ
คําแนะนําในเรื่ องต่างๆ ภายในกรอบของกฎบัตรสหประชาชาติ แม้ วา
่
สมัชชากําหนดเปาหมายและกิจกรรมเพื่อการพัฒนาต่างๆ เรี ยกร้ องให้
้
มีการประชุมระดับโลกในหัวข้ อสําคัญๆ และกําหนดปี สากลเพื่อเน้ น
ความสนใจในประเด็นที่สําคัญๆ ของโลก สมัชชามีการประชุมสมัย
สามัญปี ละครัง การลงคะแนนเสียงในเรื่ องทัวๆ ใช้ เสียงข้ างมากแต่ถ้า
้
่
เป็ นปั ญหาสําคัญจะต้ องได้ คะแนน 2 ใน 3 ของสมาชิกที่เข้ าร่วมประชุม
2.คณะรัฐมนตรี ความมันคงมีหน้ าที่และความรับผิดชอบในการธํารงรักษาสันติภาพ
่
และความมันคงระหว่างประเทศ ประกอบด้ วยสมาชิก 15 ประเทศ แบ่งเป็ น 2
่
ประเภท คือ สมาชิกถาวร มี 5 ประเทศ คือ จีน ฝรั่งเศษ รัสเซีย อังกฤษ
สหรัฐอเมริกา และ สมาชิกชัวคราว มี 10 ประเทศ อยูในตําแหน่งครังละ 2 ปี
่
่
้
3.คณะมนตรี เศรษฐกิจและสังคม มีหน้ าที่สําคัญ คือ การส่งเสริมและจัดทํา
ข้ อเสนอแนะกิจกรรม ที่มงเน้ นความร่วมมือระหว่างประเทศทางด้ านเศรษฐกิจและ
ุ่
สังคม รวมถึงเรื่ องการค้ า การขนส่ง การพัฒนาอุตสาหกรรม การพัฒนาเศรษฐกิจ
ประชากรและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของมนุษย์ อยูนตําแหน่งคราวละ 3 ปี
่
4.คณะมนตรี ภาวะทรัสตี ประกอบด้ วย จีน ฝรั่งเศษ รัสเซีย อังกฤษ และ
สหรัฐอเมริกา มีหน้ าที่ดแลดินแดนในภาวะทรัสตีที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ
ู
รับผิดชอบอยูเ่ พื่อให้ มีการดําเนินงานเป็ นขันตอนอันจะนําไปสูการปกครองตนเอง
้
่
หรื อการได้ รับเอกราช
5.ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรื อ “ ศาลโลก “ ตังอยูที่กรุงเฮก ประเทศ
้ ่
เนเธอร์ แลนด์ เป็ นองค์การตุลาการที่สําคัญของสหประชาชาติ ประกิบด้ วยผู้
พิพากษา จํานวน 15 นาย อยูในตําแหน่งคราวละ 9 ปี
่
6.สํานักเลขาธิการ ทําหน้ าที่บริหารงานของสหประชาชาติภายใต้ การนําของ
เลขาธิการสหประชาชาติเลือกตังโดยสมัชชาด้ วยคะแนนเสียงไม่ตํ่ากว่าสองใน
้
สามทังนี ้โดยคําแนะนําของคณะมนตรี ความมันคง เลขาธิการมีวาระอยูใน
้
่
่
ตําแหน่งคราวละ 5 ปี โดยหลักการเลขาธิการจะมาจากประเทศที่เป็ นกลางหรื อไม่
ฝั กใฝ่ ฝ่ ายใด หร้ าที่สําคัญของเลขาธิการ คือ การรายงานสถานการณ์ระหว่าง
ประเทศที่กระทบต่อความมันคงระหว่างประเทศให้ คณะมนตรี ความมันคงทราบ
่
่
และ ทําหน้ าที่ทางการทูตของสหประชาชาติ
ผลการปฏิบัตงาน องค์การสหประชาชาติได้ ปฏิบติงานสําเร็จในหลายด้ าน
ิ
ั
1.ด้ านความขัดแย้ ง
เช่น ปั ญหาสงครามในคาบสมุทรเกาหลี ปั ญญาอิรักยึดครองดินแดนคูเวต เป็ นต้ น
2.ด้ านการลดอาวุธ
มีการจัดทําสนธิสญญาลดอาวุธและควบคุมอาวุธขึ ้นหลายฉบับเพื่อให้ เกิด
ั
ความมันคงระหว่างประเทศและไม่ก่อสงครามขึ ้นอีก
่
3.ด้ านเศรษฐกิจและสังคม
มีการส่งเริ มและสนับสนุนทางด้ านการเงิน เศรษฐกิจ บุคลากรและสังคม
โดยให้ ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่กําลังพัฒนา
4.ด้ านสิทธิมนุษยชน
มีการกําหนดว่า วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี เป็ นนมนุษยชนโลกเพื่อส่งเสริ มสิทธิมนุษย์ทวโลกให้
ั่
มีสิทธิ เสมอภาค และเทียมกัน
5.ด้ านกฎหมาย
มีการจัดร่างกฎหมายระหว่างประเทศขึ ้นหลายฉบับ เพื่อรักษาความยุติธรรม เช่น กฎหมายว่า
ด้ วยการทูต กฎหมายการค้ าระหว่างประเทศ กฎหมายทางทะเล เป็ นต้ น
6.ด้ านความเป็ นเอกราชของประเทศ
ดินแดนที่อยู่ในความดูแลของคณะมนตรี ภาวะทรัสตีแห่งสหประชาชาติได้ รับการปลดปล่อยเป็ น
เอกราช เช่น ปาปั วนิวกินี นาอูรู โตโก เป็ นต้ น
องค์ การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North
Atlantic Treaty Organisation - NATO)
การก่อตังองค์การสนธิสญญาแอตแลนติกเหนือ เป็ นการร่วมมือทางทหาร
้
ั
เพื่อสกัดกันอิทธิพลของของอดีตสหภาพโซเวียต และต่อต้ านสนธิสญญาวอร์ ซอ
้
ั
เป็ นผลของความขัดแย้ งระหว่างโลกเสรี ซึงมีสหรัฐอเมริกาเป็ นผู้นํา และโลก
่
คอมมิวนิสต์ นําโดยอดีตสหภาพโซเวียต
วัตถุประสงค์ และสาระสําคัญ ในการก่อตัง้ องค์การสนธิสญญา
ั
แอตแลนติกเหนือ คือ
• สร้ างความมันคงร่วมกันระหว่างกลุมประเทศประชาธิปไตยในยุโรป ด้ วยความ
่
่
ร่วมมือและช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกา แคนาดา
• สํานักงานใหญ่ขององค์การนี ้ตังอยูที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม
้ ่
• กติกาสําคัญของสัญญานี ้ กล่าวว่า ถ้ าประเทศหนึงประเทศใดแห่งสมาชิกสัญญา
่
นี ้ ถูกโจมตี ให้ ถือว่าทุกประเทศถูกศัตรูรุกราน ซึงเป็ นภาระที่ต้องร่วมมือกันต่อสู้
่
และปองกันตัวเองของประเทศสมาชิก
้
• สนธิสญญานี ้ ไม่มีการจํากัดอายุ แต่ภาคีสมาชิกอาจลาออกได้ หลังก่อตังองค์การ
ั
้
ไปแล้ ว 20 ปี โดยจะต้ องแจ้ งให้ ทราบล่วงหน้ าเป็ นเวลาอย่างน้ อย 1 ปี
ฐานะขององค์ การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ในปั จจุบัน
จุดมุงหมายของ NATO เมื่อแรกก่อตังคือ การรวมกลุมพันธมิตรทางการทหาร
่
้
่
เพื่อถ่วงดุลอํานาจกับสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็น (The Cold War)
นับตังแต่หลังสงครามโลกครังที่ 2 เป็ นต้ นมา ในปั จจุบัน สงครามเย็นได้ สนสุด
้
้
ิ้
ลงแล้ ว เพราะการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุโรป
ตะวันออก จึงทําให้ บทบาทความสําคัญของ NATO ทางด้ านการทหารปั จจุบน
ั
ลดลงไปด้ วย
องค์ การสนธิสัญญาวอร์ ซอ (Warsaw Treaty
Organization)
องค์การสนธิสญญาวอร์ ซอ หรื อที่เรี ยกว่า
ั
"วอร์ ซอแพคท์" (Warsaw Pact) เป็ นองค์การ
ที่สหภาพโซเวียตกับรัสเซีย และพันธมิตรในยุโรป
ตะวันออก จัดทําขึ ้นตามสนธิสญญาที่มีการลงนาม
ั
กัน เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1955 ณ กรุง
วอร์ ซอ ประเทศโปแลนด์ เพื่อเป็ นการตอบโต้ ที่
สหรัฐอเมริ กา และรัฐบาลของกลุมประเทศยุโรป
่
ตะวันตกลงลงนามร่วมกันในสนธิสญญา
ั
แอตแลนติกเหนือหรื อนาโต
ประเทศสมาชิกขององค์ การสนธิสัญญาวอร์ ซอ
องค์การสนธิสญญาวอร์ ซอ มีสมาชิก 8 ประเทศ คือ สหภาพโซเวียตรัสเซีย
ั
บัลแกเรี ย แอลเบเนีย เชคโกสโลวะเกีย เยอรมนีตะวันออก ฮังการี โปแลนด์ และ
โรมาเนีย

กติกาของสัญญาวอร์ ซอ
องค์การสนธิสญญาวอร์ ซอเป็ นปฏิกิริยาของกลุมประเทศคอมมิวนิสต์ที่แสดงตอบโต้
ั
่
กลุม-ประเทศเสรี ประชาธิปไตย ซึงทําให้ กลุมประเทศยุโรปตะวันออกต้ องอยูภายใต้
่
่
่
่
อิทธิพลของสหภาพโซเวียต แต่ตอมาประเทศสมาชิกหลายประเทศได้ พยายาม
่
ปฏิรูปการปกครองของตนเองให้ มีความเป็ นประชาธิปไตยมากขึ ้น จนกระทังปลาย
่
ค.ศ.1991 สหภาพโซเวียตได้ ลมสลายลง องค์การสนธิ-สัญญสวอร์ ซอจึงต้ องยุติลง
่
ไปโดยปริ ยาย
องค์การการค้าโลก
(World Trade Organization, WTO)
เป็ นองค์การนานาชาติสงกัด
ั
องค์การสหประชาชาติ (UN) ทํา
หน้ าที่เกี่ยวข้ องกับข้ อตกลง
ทางด้ านการค้ าระหว่างชาติ เป็ น
เวทีสําหรับการเจรจาต่อรอง ตกลง
และขจัดข้ อขัดแย้ งในเงื่อนไขและ
กฎเกณฑ์ทางการค้ าและการ
บริ การระหว่างประเทศสมาชิก
วัตถุประสงค์ ของการเจรจา
การเจรจาพหุภาคีรอบโดฮาของ WTO เริ่ มมีการเจรจาตังแต่ปี 2544 โดยมี
้
การเจรจาการค้ าสินค้ าเกษตรเป็ นหัวข้ อการเจรจาสําคัญหัวข้ อหนึง การเจรจาการค้ า
่
สินค้ าเกษตรมีวตถุประสงค์ในการเจรจา 5 ประการคือ
ั
1. เปิ ดตลาดสินค้ าเกษตรให้ มากขึ ้น
2. ลดการอุดหนุนภายในภาคการเกษตรที่บิดเบือนลงให้ มาก
3. ยกเลิกการอุดหนุนส่งออกสินค้ าเกษตรทุกรูปแบบ
4. ให้ มีข้อปฏิบติที่เป็ นพิเศษและแตกต่างสําหรับประเทศกําลังพัฒนาในทุกเรื่ อง
ั
ที่เจรจา
5. การเจรจาต้ องคํานึงถึงประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับการค้ าด้ วย
กลุ่มเจรจาสําคัญ
ถึงแม้ วา การเปิ ดเสรี สนค้ าเกษตรถือเป็ นเรื่ องที่มีความอ่อนไหวต่อทุก
่
ิ
ประเทศ อย่างไรก็ตาม อาจแบ่งกลุมประเทศที่มีบทบาทสําคัญในการเจรจา เรื่ อง
่
เกษตรนี ้ออกได้ เป็ น 3 กลุมคือ
่
1. กลุมที่ต้องการค้ าเกษตรเสรี – กลุมผู้สงออกสินค้ าเกษตร ได้ แก่
่
่ ่
สหรัฐอเมริกา กลุมเคร์ นส์ (กลุมประเทศผู้สงออกสินค้ าเกษตรขนาดกลาง รวมทัง้
่
่
่
ไทย)
2. กลุมที่ต้องการปกปองการเกษตร – กลุมผู้ให้ การอุดหนุนและ/หรื อผู้นํา
่
้
่
เข้ า ได้ แก่ สหภาพยุโรป ญี่ปน เกาหลี และยุโรปอื่นๆ
ุ่
3. กลุมประเทศกําลังพัฒนา – ต้ องการให้ ประเทศพัฒนาแล้ วเปิ ดเสรี แต่
่
ขอสงวนสิทธิการเปิ ดเสรี ของประเทศกําลังพัฒนา ได้ แก่ G-20 (รวมทังไทย),
้
G-33 เป็ นต้ น
14 กันยายน พ.ศ. 2503 วัน
ก่อตัง้ "โอเปก” หรื อ “องค์ การกลุ่มประเทศผู้
ส่ งออกนํามัน” (OPEC-Organization of
้
Petroleum Exporting Countries) โดย
สมาชิกผู้ร่วมก่อตัง้ 5 ประเทศคือ อิหร่ าน, อิรัก,
คูเวต, ซาอุดอาระเบีย และ เวเนซูเอลา ต่อมาได้ มี
ิ
สมาชิกเข้ ามาเพิ่มตามลําดับได้ แก่ กาตาร์ ,
อินโดนีเซีย, ลิเบีย, สหรั ฐอาหรั บเอมิเรตส์ ,
แอลจีเรี ย, ไนจีเรี ย, เอกวาดอ (ถอนตัวในปี 2535)
และสมาชิกล่าสุดเมื่อต้ นปี 2550 ที่ผ่านมาคือ แองโก
ลา รวมเป็ น 12 ประเทศ สํานักงานใหญ่ตงอยู่ทกรุง
ั ้ ี่
เวียนนา ประเทศสวิตเซอร์ แลนด์
จุดประสงค์ ในการก่ อตัง
้
เพื่อเป็ นตัวกลางประสานงานด้ านนโยบายนํ ้ามันระหว่างประเทศผู้ผลิต
นํ ้ามัน รักษาระดับราคาให้ มีความเป็นธรรม และสร้ างความมันคงให้ แก่
่
ประเทศผู้ผลิตปิ โตรเลียม การรวมตัวของกลุมผู้ผลิตนํามันรายใหญ่ ทําให้
่
โอเปกสามารถกําหนดปริ มาณการผลิตนํ ้ามันซึงจะมีผลต่อการขึ ้นลงของ
่
ราคานํ ้ามันในตลาดโลก โปเปกเป็ นกลุมที่ผลิตนํ ้ามันได้ มากที่สดในโลกคือ
่
ุ
41.7 % ของทั้งโลก (ปี 2548) รองลงมาคือกลุม OECD
่
(Organisation for Economic Co-operation and
Development) ผลิตได้ ประมาณ 14.8-23.8 % ของปริ มาณนํ ้ามันดิบ
ในโลก
สหภาพยุโรป (European Union: EU)
เป็ นสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง
ประกอบด้ วยรั ฐสมาชิก 27 ประเทศ ซึ่งส่ วน
ใหญ่ ตงอยู่ในทวีปยุโรป สหภาพยุโรปกําเนิด
ั้
ขึนจากประชาคมถ่ านหินและเหล็กกล้ าแห่ ง
้
ยุโรป (ECSC) และประชาคมเศรษฐกิจ
ยุโรป (EEC) ก่ อตังขึนเมื่อ พ.ศ. 2494 และ
้ ้
2501 ตามลําดับ สนธิสัญญามาสทริชท์
สถาปนาสหภาพยุโรปภายใต้ ช่ ือปั จจุบนใน
ั
พ.ศ. 2536 การแก้ ไขหลักพืนฐานรั ฐธรรมนูญ
้
ล่ าสุดของสหภาพยุโรปล่ าสุด สนธิสัญญา
ลิสบอน มีผลใช้ บังคับใน พ.ศ. 2552
สหภาพยุโรปดําเนินการผ่านระบบ
องค์การอิสระเหนือชาติและการ
ตัดสินใจที่เจรจาระหว่างรัฐบาลโดยรัฐ
สมาชิก สถาบันสําคัญของสหภาพยุโรป
มีคณะกรรมาธิการยุโรป คณะมนตรี
สหภาพยุโรป สภายุโรป ศาลยุติธรรม
แห่งสหภาพยุโรป และธนาคารกลาง
ยุโรป พลเมืองสหภาพยุโรปเลือกตัง้
สมาชิกรัฐสภายุโรปทุกห้ าปี
สหภาพยุโรปได้ พฒนาตลาดเดี่ยวผ่านระบบกฎหมายที่เป็ นมาตรฐานซึงใช้
ั
่
บังคับในรัฐสมาชิกทุกรัฐ ในพื ้นที่เชงเกิน (รวม 22 รัฐสหภาพยุโรป และ 4 รัฐ
นอกสหภาพยุโรป) มีการยกเลิกการควบคุมหนังสือเดินทาง นโยบายสหภาพ
ยุโรปมุ่งประกันการเคลื่อนย้ ายบุคคล สินค้ า บริ การและทุนอย่างเสรี ตรา
กฎหมายในกิจการยุตธรรมและมหาดไทย และคงไว้ ซงนโยบาย
ิ
ึ่
การค้ า เกษตรกรรม การประมงและการพัฒนาภูมิภาคร่วมกัน ยูโรโซน ซึง
่
เป็ นสหภาพการเงิน ได้ รับการจัดตั้งขึ ้นใน พ.ศ. 2542 และประกอบด้ วยรัฐ
สมาชิก 17 ประเทศ สหภาพยุโรปได้ พฒนาบทบาทในความสัมพันธ์ภายนอก
ั
และการปองกันผ่านนโยบายการต่างประเทศและความมันคงร่วม มีการ
้
่
สถาปนาคณะผู้แทนทางทูตถาวรทัวโลก มีผ้ แทนของสหภาพยุโรปที่
่
ู
สหประชาชาติ องค์การการค้ าโลก จี 8 และจี 20
โดยมีประชากรรวมกันกว่า 500 ล้ านคน หรื อ 7.3% ของประชากร
โลก ใน พ.ศ. 2554 สหภาพยุโรปมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศใน
รูปตัวเงินใหญ่ที่สดในโลก กว่า 17.6 ล้ านล้ านดอลล่าร์ สหรัฐ คิดเป็ น
ุ
ประมาณ 20% ของจีดีพีโลก เมื่อวัดในแง่ความเท่าเทียมกันของอํานาจ
ซื ้อ ในปี พ.ศ. 2555 สหภาพยุโรป ได้ รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
จากผลงานด้ านการผลักดันให้ เกิดสันติภาพในยุโรป
• เป็ นกลุมการค้ าของทวีป
่
ยุโรป ตั้งขึ ้นในปี พ.ศ. 2503 เป็ นอีก
กลุมนอกจากประชาคมเศรษฐกิจ
่
ยุโรปในตอนนั้น มีสมาชิกก่อตั้งคือ
ออสเตรี ย เดนมาร์ ก นอร์ เวย์ โปรตุ
เกส สวีเดน สวิตเซอร์ แลนด์ และส
หราชอาณาจักร ปั จจุบนเอฟตามี
ั
สมาชิกคือไอซ์แลนด์ ลิกเตนส
ไตน์ นอร์ เวย์และสวิตเซอร์ แลนด์
ปั จจุบนนี ้สมาคมการค้ าเสรี แห่งยุโรป มีสมาชิก จํานวน 6 ประเทศ คือ
ั
ออสเตรี ย นอร์ เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์ แลนด์ ฟินแลนด์ ไอซแลนด์
วัตถุประสงค์ ในการก่อตั้งสมาคมการค้ าเสรี แห่งยุโรป เมื่อ พ.ศ. 2502
1. เพื่อปฏิรูประบบการค้ า ของสินค้ าอุตสาหกรรมภายในกลุมประเทศ
่
สมาชิก
2. เพื่อกําหนดนโยบายการค้ าของประเทศสมาชิกและประเทศนอกกลุม
่
สมาชิก
สํานักงานใหญ่ของ EFTA อยูที่กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน
่
ผลการปฏิบัตงาน ของ EFTA
ิ
1. กําหนดข้ อตกลงเกี่ยวกับการลดอัตราภาษี ศลการกรของรายการสินค้ า
ุ
อุตสาหกรรมของประเทศสมาชิก
2. กําหนดระบบการค้ าเสรี เกี่ยวกับผลิตผลทางด้ านการเกษตร
3. กําหนดมาตรการปองกันสินค้ าจากประเทศนอกกลุมสมาชิกที่จะนําเข้ ามา
้
่
ขายในราคาที่ถกกว่าสินค้ าของประเทศสมาชิก โดยการจัดเก็บภาษี ศลกากรสูง
ู
ุ
กว่าประเทศในกลุมสมาชิก
่
4. ในปี พ.ศ. 2509 EFTA ยกเลิกการเก็บภาษี สนค้ าทุกประเภทของกลุม
ิ
่
สมาชิก
5. ในปี พ.ศ. 2520 EFTA กําหนดนโยบายทํางานโดยให้ ประสานความ
ร่วมมือกับ EEC ในการกําหนดเขตการค้ าเสรี ร่วมกัน
ความสัมพันธ์ กับประเทศไทย
ประเทศคูค้าที่สําคัญของประเทศไทยในกลุม EFTA คือ สวิตเซอร์ แลนด์
่
่
ส่วนประเทศอื่นๆที่ไทยติดต่อค้ าขายด้ วยคือ สวีเดน ฟินแลนด์ นอร์ เวย์ และ
ออสเตรี ย
• สินค้ าออกที่สําคัญของไทยคือ อัญมณี สิงทอ นํ ้าตาลทรายดิบ สัตว์นํ ้า ข้ าว
่
ประเทศที่นําเข้ าอาหาร และวัตถุดบจากประเทศไทยมากคือ สวิตเซอร์ แลนด์
ิ
• สินค้ าเข้ า ที่สงซื ้อจากกลุมประเทศ EFTA คือ เครื่ องจักร กระดาษ เหล็ก สิง
ั่
่
่
สกัดที่ใช้ ในการฟอกหนังและย้ อมสี เภสัชภัณฑ์ เคมีภณฑ์ ยานพาหนะ
ั
ข้ อตกลงการค้ าเสรี อเมริกาเหนือ เป็ นข้ อตกลงเพื่อเปิ ดการค้ า
เสรี ระหว่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยมีพื ้นฐาน
มาจากเขตการค้ าเสรี สหรัฐฯ-แคนาดา (U.S.-Canada
Free Trade Area : FTA) ที่มีผลใช้ บงคับตังแต่วนที่ 1
ั
้ ั
มกราคม 2532 และความร่วมมือทางการค้ าและการลงทุน
ระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโก ซึงได้ เริ่มตังแต่ปี 2530
่
้
ต่อมาได้ มีการเจรจาเขตการค้ าเสรี อเมริกาเหนือ โดยเริ่มเจรจา
สาระของเขตการค้ าเสรี ฯ ในเดือนมิถนายน 2534 และผู้นําทัง้
ุ
สามชาติได้ ร่วมลงนามรับรองเขตการค้ าเสรี เมื่อวันที่ 17
ธันวาคม 2535 ซึง NAFTA เริ่มมีผลบังคับใช้ ตงแต่วนที่ 1
่
ั้ ั
มกราคม 2537
วัตถุประสงค์ของ NAFTA
• เพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้ าและบริ การระหว่างประเทศภาคีด้วยการยกเลิก
ภาษี ศลกากรและมาตรการที่มิใช่ภาษี ศลกากรให้ แก่กนและกัน NAFTA ได้
ุ
ุ
ั
แบ่งสินค้ าออกเป็ น 4 กลุม คือ กลุม A ลกเลิกภาษี ตั้งแต่วนที่ 1 มกราคม
่
่
ั
2537 กลุม B ลดภาษี ร้อยละ 20 ต่อปี ภายใน 5 ปี กลุม C ลดภาษี ร้อยละ 10
่
่
ต่อปี ภายใน 10 ปี และกลุม D ซึงเป็ นกลุมสุดท้ าย เป็ นสินค้ าที่มีความ
่
่
่
อ่อนไหวมาก จะยกเลิกภาษี ภายใน 15 ปี
• ส่งเสริ มการแข่งขันที่เป็ นธรรมในเขตการค้ าเสรี
• ขยายโอกาสการลงทุนในดินแดนของประเทศภาคี
• คุ้มครองสิทธิในทรัพย์สนทางปั ญญาอย่างเพียงพอและให้ มีการใช้ บงคับอย่าง
ิ
ั
จริ งจัง
• แก้ ไขข้ อพิพาททางการค้ า
• ส่งเสริ มความร่วมมือในระดับต่างๆ คือ ไตรภาคี พหุภาคี และความร่วมมือใน
ภูมิภาค เพื่อขยายและเพิ่มพูนผลประโยชน์ของเขตการค้ าเสรี นี ้
การรวมกลุมเศรษฐกิจโดยมีเปาหมายเพื่อลดภาษี ศลกากร
่
้
ุ
ระหว่างกันภายในกลุมลงให้ เหลือน้ อยที่สด หรื อเป็ น 0 %
่
ุ
และใช้ อตราภาษี ปกติที่สงกว่ากับประเทศนอกกลุม การทํา
ั
ู
่
เขตการค้ าเสรี ในอดีตมุงในด้ านการเปิ ดเสรี ด้านสินค้ า
่
(goods) โดยการลดภาษี และอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี เป็ น
หลัก แต่เขตการค้ าเสรี ในระยะหลังๆ นัน รวมไปถึงการเปิ ด
้
เสรี ด้านบริการ (services) และการลงทุนด้ วย - เขต
การค้ าเสรี ที่สําคัญในปั จจุบน คือ AFTA และ NAFTA
ั
ซึงขณะนี ้สหรัฐฯ อยูในระหว่างการเจรจาทําเขตการค้ าเสรี
่
่
ในภูมิภาคอเมริกา (Free Trade Area of the
Americas : FTAA) โดยตังเปาหมายที่จะให้ การ
้ ้
เจรจาเสร็จสิ ้นในปี พ.ศ.2548
สาเหตุท่ ีประเทศต่ างๆ จึงให้ ความสนใจจัดทําเขตการค้ าเสรี เนื่องจาก
1) การเปิ ดเจรจาการค้ ารอบใหม่ของ WTO ล่าช้ า ประเทศต่างๆ จึงได้ หนมา
ั
พิจารณาจัดทําเขตการค้ าเสรี มากขึ ้น เพื่อให้ มีผลคืบหน้ าในการเปิ ดเสรี ทาง
เศรษฐกิจการค้ าระหว่างกันอย่างเป็ นรูปธรรมมากกว่าและรวดเร็วกว่าการเปิ ดเสรี
ในกรอบ WTO
2) การที่จีนเข้ าเป็ นสมาชิกของ WTO ทําให้ ประเทศต่างๆ เกิดความหวัน
่
เกรงต่อศักยภาพด้ านการแข่งขันของจีน เนื่องจากจีนเป็ นประเทศใหญ่ที่จะขยาย
บทบาทอํานาจทางเศรษฐกิจได้ มาก จากความได้ เปรี ยบของตลาดภายในที่มีขนาด
ใหญ่ มีประชากรจํานวนมหาศาลและมีแรงงานราคาถูก จึงสามารถรองรับการผลิต
การบริ โภค และมีศกยภาพในการส่งออกสูง เมื่อจีนได้ เข้ าเป็ นสมาชิก WTO จะ
ั
ได้ รับสิทธิเท่าเทียมกับประเทศอื่นๆ ด้ วยเหตุนี ้ ประเทศต่างๆ ทังที่เป็ นประเทศ
้
พัฒนาแล้ ว และประเทศกําลังพัฒนา จึงต้ องปรับนโยบายและกลยุทธ์ทาง
เศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
3) การทําเขตการค้ าเสรี เป็ นการให้ แต้ มต่อ หรื อให้ สทธิพิเศษทางการค้ าและการ
ิ
ลงทุนแก่ประเทศที่เข้ าร่วมโดยไม่ขดกับ WTO (หากปฏิบติตามเงื่อนไข) ซึงจะทํา
ั
ั
่
ให้ มีการขยายการค้ าและการลงทุน ระหว่างประเทศที่ร่วมทําเขตการค้ าเสรี และ
ในทางกลับกัน ก็เท่ากับส่งผลกระทบต่อประเทศที่อยูนอกกลุมที่จะค้ าและลงทุนกับ
่
่
ประเทศที่อยูในกลุมเขตการค้ าเสรี ได้ น้อยลง จึงเป็ นแรงกระตุ้นให้ หนมาพิจารณา
่
่
ั
จัดทําเขตการค้ าเสรี กบประเทศอื่นด้ วยเช่นกัน
ั
4) หลายประเทศได้ ใช้ การจัดทําเขตการค้ าเสรี เป็ นยุทธวิธีในการสร้ างพันธมิตร
ด้ านเศรษฐกิจและการเมือง รวมทังเป็ นการสร้ างฐานในการขยายการค้ าและการ
้
ลงทุนกับประเทศหรื อกลุมประเทศในภูมิภาคอื่นๆ ที่อยูหางไกลด้ วย
่
่ ่
5) ประเทศที่มีพื ้นที่ขนาดเล็กแต่มีระบบเศรษฐกิจที่เปิ ดเสรี เต็มที่อยูแล้ ว เช่น
่
สิงคโปร์ และชิลี ได้ ใช้ ยทธวิธีนี ้อย่างแข็งขัน เนื่องจากมีระดับการเปิ ดเสรี สง จึงมี
ุ
ู
โอกาสที่จะได้ ประโยชน์จากการเปิ ดตลาดของประเทศที่ร่วมทําเขตการค้ าเสรี ได้
มาก เช่น สิงคโปร์ ทําเขตการค้ าเสรี กบญี่ปน เป็ นต้ น
ั
ุ่
• นางสาวชญาณี อภิวฒนธงชัย ชัน ม.6.7 เลขที่ 14
ั
้
• นางสาววาทินี ทองศรี เปล่ง ชันม.6.7 เลขที่ 29
้

7.2 การประสานประโยชน์

  • 2.
    การประสานประโยชน์ หมายถึง การร่วมมือกันเพื่อรักษา และปกปองผลประโยชน์ของตนและเป็นการระงับกรณีความ ้ ขัดแย้ งที่มาจากการแข่งขันทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่าง ประเทศ การประสานประโยชน์มีความสําคัญทังทางด้ าน ้ การเมือง การทหาร การค้ า และการทูต อย่างไรก็ตามแม้ จะมีการ ประสานประโยชน์ แต่ก็ยงมีการแข่งขัน ความขัดแย้ ง และ ั สงครามอยู่ ดังนันสังคมโลกจึงมีความจําเป็ นที่จะต้ องให้ การ ้ สนับสนุน และปรับปรุงวิธีการประสานประโยชน์ระหว่างประเทศ ให้ มากยิ่งขึ ้น ทังในปั จจุบนและอนาคต ้ ั
  • 3.
    ผลดีของความร่ วมมือระหว่ างประเทศ ก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศก่อให้ เกิดสันติภาพและความเป็ น ธรรม เกิดการช่วยเหลือ พึงพาอาศัยซึงกันและกันทั้งทางด้ านเศรษฐกิจ ่ ่ การค้ า การแลกเปลี่ยนวัตถุดบ เงินลงทุน เทคโนโลยีตาง ๆ มากขึ ้น ิ ่ ผลเสียของการร่ วมมือระหว่ างประเทศ อาจก่อให้ เกิดการกีดกัน นําไปสูความขัดแย้ งระหว่างกลุมได้ ่ ่
  • 4.
    องค์ การสันนิบาตชาติ • ประธานาธิบดีวดโรว์วิลสัน เสนอแนวคิดที่จะปองกันมิให้ เกิดสงคราม ู ้ ร้ ายแรงที่จะทําลายล้ างประชาชาติขึ ้นอีก โดยให้ สถาปนาองค์การ สันนิบาตชาติขึ ้น
  • 5.
    สมาชิกภาพ ประเทศที่เป็ นฝ่ายชนะสงครามโลกครังที่ 1 ทุกประเทศได้ ้ ร่วมลงนามในสนธิสญญาสันติภาพจะเป็ นสมาชิกขององค์การสันนิบาตชาติโดย ั อัตโนมัติ ประเทศที่เป็ นฝ่ ายแพ้ สงครามมีสทธิเข้ าเป็ นสมาชิกขององค์การนี ้ได้ แต่ ิ ต้ องปฏิบติตามสนธิสญญาสันติภาพให้ เรี ยบร้ อยเสียก่อน ส่วนประเทศอื่นๆ จะ ั ั เข้ ามาเป็ นสมาชิกได้ เมื่อได้ รับความเห็นชอบจากการออกเสียงสองในสามของ ประเทศสมาชิกส่วนสหรัฐอเมริกาแม้ จะเป็ นผู้ริเริ่มองค์การนี ้ก็ไม่ได้ เป็ นสมาชิก เนื่องจากสาครองเกรสของสหรัฐอเมริกาไม่ยอมให้ สตยาบัน องค์การนี ้ประชุมครัง ั ้ แรก ณ นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์ แลนด์ ในค.ศ. 1920
  • 6.
    วัตถุประสงค์ จุดประสงค์สําคัญที่สดขององค์การสันนิบาตชาติ คือ ุ การดํารงสันติภาพและปองกันสงครามในอนาคตประเทศสมาชิกต่างให้ ้ สัตยาบันที่จะเคารพเอกราช และบูรณภาพแห่ง อาณาเขตของประเทศต่าง ๆ และในกรณีที่ประเทศสมาชิกใดถูกรุกรานทังทางด้ านเศรษฐกิจหรื อกําลังทหาร ้ ต้ องเป็ นหน้ าที่ของประเทศสมาชิกอื่นในการร่วมมือกันต่อต้ านผู้รุกราน หลักการ • ร่วมมือกันรักษาความปลอดภัยและความมันคงระหว่างประเทศ ่ • เป็ นองค์กรกลางในการตัดสินชี ้ขาดกรณีพิพาทระหว่างประเทศ • ร่วมมือกันดําเนินการลดกําลังอาวุธยุทโธปกรณ์ • ส่งเสริ มความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเปิ ดความสัมพันธ์ทางการทูต
  • 7.
    การดําเนินงาน มี 5ส่วนคือ • สมัชชา ที่ประชุมใหญ่ขององค์การประกอบด้ วยผู้แทนของประเทศสมาชิกทังหมด ้ กล่าวคือ ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศจะส่งผู้แทนไปประจําได้ ประเทศละ 3 คน เป็ นอย่างมาก แต่การออกเสียงแต่ละประเทศลงคะแนนได้ 1 เสียง มีวาระการ ประชุมปี ละครัง ้ • คณะมนตรี เป็ นผู้บริหารองค์กร ประกอบด้ วยสมาชิกประเภทถาวร 4 ประเทศคือ ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี และญี่ปน และสมาชิกไม่ถาวร ที่มาจากการเลือกตังอีก 4 ุ่ ้ ประเทศ โดยประชุมกันปี ละครัง ้ • สํานักงานเลขาธิการ ได้ รับการรับเลือกจากคณะมนตรี • คณะกรรมการ ทําหน้ าที่เกี่ยวกับกิจการทางด้ านเศรษฐกิจและสังคม • ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ทําหน้ าที่เกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศในการ พิจารณาคดีตางๆ ระหว่างพรมแดน ประกอบด้ วยผู้พิพากษา 15 คน ่
  • 8.
    ผลงานขององค์ การสันนิบาตชาติ การปฏิบติงานขององค์การสันนิบาตชาติใน ั ฐานะองค์การระหว่างประเทศอาจนับได้วาล้ มเหลวแม้ ได้ ทําการแก้ ไขปั ญหาข้ อ ่ ขัดแย้ งได้ สําเร็จอยูบ้างแต่สวนใหญ่เป็ น ปั ญหาที่ไม่คอยมีผลกระทบต่อสังคมโลกและ ่ ่ ่ เป็ นปั ญหาที่ชาติมหาอํานาจไม่ได้ เกี่ยวข้ องโดยตรงผลงานขององค์การสันนิบาตชาติ ที่ประสบความสําเร็จ เช่น กรณีหมูเ่ กาะโอลันด์ (Aland Islands) ที่สวีเดนและ ฟิ นแลนด์ตางแย่งชิงกันจะเข้ าครอบครองใน ค.ศ. 1917 สวีเดนถือโอกาสส่งกองทหาร ่ เข้ าไปยึดหมูเ่ กาะนี ้ แต่ถกกองทัพเยอรมนีซงสนับสนุนขบวนการกู้ชาติของฟิ นแลนด์ ู ึ่ ขับไล่ ภายหลังสงครามโลกครังที่ 1 จึงมีการเสนอปั ญหานี ้ให้ องค์การสันนิบาตชาติ ้ พิจารณาตัดสินให้ มอบหมูเ่ กาะโอลันด์อยูภายใต้ อํานาจอธิปไตยของฟิ นแลนด์ แต่ ่ ต้ องเป็ นดินแดนปลอดทหารและมีสถานภาพกึงอิสระผลงานขององค์การสันนิบาต ่ ชาติที่ไม่ประสบความสําเร็จ เช่นเหตุการณ์รุนแรงที่เกาะคอร์ ฟ(Corfu ู Incident)
  • 9.
    ใน ค.ศ. 1923อิตาลีใช้ กําลังเข้ ายึดครองเกาะคอร์ ฟของกรี ซ เพื่อบีบบังคับรัฐบาลกรี ซให้ ชดใช้ ู ค่าเสียหายกรณี ฆาตกรรมนายพลอิตาลี เหตุการณ์นี ้ท้ าทายความมีประสิทธิภาพของการ ประกันความมันคงร่วมกันขององค์การสันนิบาตชาติซงองค์การสันนิบาตชาติ ไม่สามารถยับยั ้ง ่ ึ่ หรื อลงโทษอิตาลีได้ ทั ้ง ๆ ที่กรี ซและอิตาลีตางก็เป็ นสมาชิกขององค์การสันนิบาตชาติ ่ เหตุการณ์ญี่ปนรุกรานแคว้ นแมนจูเรี ยของจีน ในค.ศ. 1931 องค์การสันนิบาตชาติก็ไม่สามารถ ุ่ ใช้ มาตรการใดลงโทษญี่ปนได้ วิกฤตการณ์ระหว่างประเทศที่แสดงถึงความล้ มเหลวขององค์การ ุ่ สันนิบาตชาติที่ชดเจนที่สด คือ สงครามอะบิสซิเนีย (Abyssinian War) ที่อิตาลีสง ั ุ ่ กองทัพบุกอะบิสซิเนียโดยไม่ประกาศสงครามเมื่อ ค.ศ.1935และสามารถยึดกรุง แอดดิสอาบาบาได้ ในค.ศ. 1936 ซึงสมัชชาขององค์การสันนิบาตชาติได้ ลงมติประณามอิตาลี ่ ว่าป็ นฝ่ ายรุกรานอิตาลีจงตอบโต้ องค์การสันนิบาตชาติด้วยการลาออกจากการเป็ นสมาชิก ึ องค์การสันนิบาตชาติใน ค.ศ. 1937
  • 10.
    จุดอ่ อนขององค์ การสันนิบาตชาติแม้องค์การสันนิบาตชาติจะได้ ปฏิบติภารกิจ ั สําเร็จในช่วงต้ น ๆ หลายกรณี แต่ตอมาก็คลายความศักดิ์สทธิ์ลง ซึงน่าจะมีสาเหตุมาจากองค์ประกอบต่าง ๆ ่ ิ ่ ดังนี ้ 1. การที่ประเทศมหาอํานาจที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้ เป็ นสมาชิก ทําให้ กฎข้ อบังคับของ องค์การสันนิบาตชาติบงคับใช้ ได้ ผลก็เฉพาะกับประเทศสมาชิก ั ที่ไม่คอยมีอํานาจและบทบาทมากนัก ไม่มีผลบังคับประเทศมหาอํานาจที่ยิ่งใหญ่ ่ 2. ประเทศมหาอํานาจโจมตีประเทศอื่น มหาอํานาจหลายประเทศได้ แสดงความ ก้ าวร้ าวรุกรานประเทศอื่นเสียเอง ได้ แก่ ฝรั่งเศสและเบลเยียมเข้ ายึดครอง เหมืองถ่านหินในแคว้ นรูห์ ซึงเปรี ยบเสมือนเส้ นโลหิตใหญ่ของเยอรมนี ่ เยอรมันนีตอบโต้ ด้วยการนัดหยุดงานทัวประเทศการที่ประเทศต่างๆไม่ได้ ให้ ่ ความร่วมมือในการดําเนินงาน ขององค์การสันนิบาตชาติ ซึงมีจดหมายที่จะนํา ่ ุ สันติภาพมาสูมนุษยชาติ ทําให้ การดําเนินงานขององค์การนี ้ไม่ประสบผลสําเร็จ ่
  • 11.
    องค์ การสหประชาชาติ (The United Nations ) • นายกรัฐมนตรี เซอร์ วินสตัน เชอร์ ชิลล์แห่งอังกฤษ และประธานาธิบดีแฟรงกลิ นแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ ร่วมกันประกาศกฏบัตรแอตแลนติกเพื่อแสวงหาหลักปฏิบติ ั ในการรักษาสันติภาพของโลก ต่อมาประเทศต่างๆรวม26 ได้ ให้ รับคํารับรองต่อ กฎบัตรแอตแลนติก ซึงมีสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สหภาพโซเวียต และจีนเป็ นผู้นํา ่ และคํารับรองเหล่านี ้ได้ กลายมาเป็ นองค์การหลักแห่งควาร่วมมือระหว่างประเทศ ที่จะรักษาสันติภาพของโลก โดยได้ ก่อตังเป็ นองค์กรระหว่างประเทศ เรี ยกว่า ้ องค์การสหประชาชาติ
  • 12.
    สมาชิกภาพ 1. ประเภทของสมาชิก มี2 ประเภท คือ - สมาชิกดังเดิม ได้ แก่ รัฐซึงเข้ าร่วมประชุมองค์กรค์การสหประชาชาติและ ้ ่ ร่วมกันลงนามในกฏบัตรสหประชาชาติ - สมาชิกที่เข้ ามาภายหลัง ได้ แก่ ประเทศที่มีคณสมบัติตมที่ได้ กําหนดไว้ ในกฎ ุ ่ บัตรสหประชาชาติ และสมัครเข้ ามาเป็ นสมาชิกภายหลัง 2. เงื่อนไขการเข้ าเป็ นสมาชิก - เป็ นประเทศที่รักสันติภาพ - เป็ นประเทศที่ยอมรับฟั งความคิดเห็นและคําตัดสินต่างๆ กรณีเกิดข้ อขัดแย้ ง - ต้ องได้ คะแนนเสียง 2 ใน 3 ของสมัชชาใหญ่ โดยมีคณะมนตรี ความมันคง ่ ประกาศรับเป็ นสมาชิก
  • 13.
    วัตถุประสงค์ 1. เพื่อธํารงไว้ ซงสันติและ ความมันคงระหว่างประเทศ ึ่ ่ 2. เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ฉนมิตรระหว่างประชาชาติทงปวง โดยยึดการเคารพต่อ ั ั้ หลักการแห่งสิทธิอนเท่าเทียมกัน ั 3. เพื่อให้ บรรลุถงความร่วมมือระหว่างประเทศ ในอันที่จะแก้ ไขปั ญหาระหว่างประเทศ ึ ทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม หรื อ มนุษยธรรม และ การส่งเสริ มสนับสนุนการ เคารพต่อสิทธิมนุษยชน และ เสรี ภาพขันมูลพื ้นฐานสําหรับทุกคนโดยไม่เลือกปฎิบติ ้ ั ในเรื่ องเชื ้อชาติ เพศ ภาษา หรื อ ศาสนา 4. เพื่อเป็ นศูนย์กลางสําหรับการประสานงานของประชาชาติทงหลายให้ กลมกลืนกันใน ั้ อันที่จะบรรลุจดหมายปลายทางร่วมกัน ุ กล่าวได้ วาองค์การสหประชาชาติก่อตังขึ ้นมาด้ วย เจตนารมณ์ที่จะขจัดภัยพิบติ ่ ้ ั อันเกิดจากสงคราม ประกันสิทธิมนุษยชน ตลอดจนส่งเสริ มความก้ าวหน้ าทาง เศรษฐกิจและสังคมของมวลมนุษยชาติ
  • 14.
    หลักการขององค์ การสหประชาชาติ เพื่อให้องค์การสหประชาชาติ สามารถดําเนินงานให้ บรรลุวตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ กฎบัตรสหประชาชาติ ั ได้ วางหลัก การที่องค์การสหประชาชาติ และ ประเทศสมาชิกจะพึงยึดถือ เป็ นแนวทางในการดําเนอนการระหว่างประเทศ ดังนี ้ 1.หลักความเสมอภาคในอธิปไตย รัฐย่อมมีอํานาจอธิปไตยโดยสมบูรณ์ 2.หลักความมันคงร่วมกัน เพื่อธํารงไว้ ซงสันติภาพ และ ความมันคงร่วมกัน ่ ึ่ ่ ดําเนินมาตรการร่วมกัน เพื่อปองกัน และขจัดการคุกคามต่อสันติภาพ ้ 3.หลักเอกภาพระหว่างมหาอํานาจ ซึงได้ แก่ สหรัฐอเมริ กา อังกฤษ ฝรั่งเศษ ่ รัสเซีย และ จีน4.หลังการไม่ใช้ กําลัง และ การระงับกรณีพิพาทโดยสันติวิธี5. หลักความเป็ นสากลขององค์การ เปิ ดกว้ างแก่รัฐที่รักสันติทั้งปวง6.หลักการ เคารพเขตอํานาจศาลภายใน ปั ญหาใดที่ประเทศสมาชิกอ้ างว่าเป็นกิจการ ภายใน สหประชาชาติจะไม่มีสทธิหรื ออํานาจเข้ าแทรกแซง ิ
  • 15.
    องค์ กรหลังขององค์ การสหประชาชาติสหประชาชาติมีการ ดําเนินงานเกือบทังทังโลกโดยผ่านหน่วยงานหลัก 6 องค์กร ซึงมี ่ ้ ่ 1.สมัชชา สมัชชาเป็ นที่รวมของประเทศสมาชิกทังหมดของสหประชาชาติ ้ ซึงทุกประเทศมีสทธิออกเสียงได้ 1 เสียง มีหน้ าที่พิจารณาและให้ ่ ิ คําแนะนําในเรื่ องต่างๆ ภายในกรอบของกฎบัตรสหประชาชาติ แม้ วา ่ สมัชชากําหนดเปาหมายและกิจกรรมเพื่อการพัฒนาต่างๆ เรี ยกร้ องให้ ้ มีการประชุมระดับโลกในหัวข้ อสําคัญๆ และกําหนดปี สากลเพื่อเน้ น ความสนใจในประเด็นที่สําคัญๆ ของโลก สมัชชามีการประชุมสมัย สามัญปี ละครัง การลงคะแนนเสียงในเรื่ องทัวๆ ใช้ เสียงข้ างมากแต่ถ้า ้ ่ เป็ นปั ญหาสําคัญจะต้ องได้ คะแนน 2 ใน 3 ของสมาชิกที่เข้ าร่วมประชุม
  • 16.
    2.คณะรัฐมนตรี ความมันคงมีหน้ าที่และความรับผิดชอบในการธํารงรักษาสันติภาพ ่ และความมันคงระหว่างประเทศประกอบด้ วยสมาชิก 15 ประเทศ แบ่งเป็ น 2 ่ ประเภท คือ สมาชิกถาวร มี 5 ประเทศ คือ จีน ฝรั่งเศษ รัสเซีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และ สมาชิกชัวคราว มี 10 ประเทศ อยูในตําแหน่งครังละ 2 ปี ่ ่ ้ 3.คณะมนตรี เศรษฐกิจและสังคม มีหน้ าที่สําคัญ คือ การส่งเสริมและจัดทํา ข้ อเสนอแนะกิจกรรม ที่มงเน้ นความร่วมมือระหว่างประเทศทางด้ านเศรษฐกิจและ ุ่ สังคม รวมถึงเรื่ องการค้ า การขนส่ง การพัฒนาอุตสาหกรรม การพัฒนาเศรษฐกิจ ประชากรและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของมนุษย์ อยูนตําแหน่งคราวละ 3 ปี ่
  • 17.
    4.คณะมนตรี ภาวะทรัสตี ประกอบด้วย จีน ฝรั่งเศษ รัสเซีย อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา มีหน้ าที่ดแลดินแดนในภาวะทรัสตีที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ ู รับผิดชอบอยูเ่ พื่อให้ มีการดําเนินงานเป็ นขันตอนอันจะนําไปสูการปกครองตนเอง ้ ่ หรื อการได้ รับเอกราช 5.ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรื อ “ ศาลโลก “ ตังอยูที่กรุงเฮก ประเทศ ้ ่ เนเธอร์ แลนด์ เป็ นองค์การตุลาการที่สําคัญของสหประชาชาติ ประกิบด้ วยผู้ พิพากษา จํานวน 15 นาย อยูในตําแหน่งคราวละ 9 ปี ่
  • 18.
    6.สํานักเลขาธิการ ทําหน้ าที่บริหารงานของสหประชาชาติภายใต้การนําของ เลขาธิการสหประชาชาติเลือกตังโดยสมัชชาด้ วยคะแนนเสียงไม่ตํ่ากว่าสองใน ้ สามทังนี ้โดยคําแนะนําของคณะมนตรี ความมันคง เลขาธิการมีวาระอยูใน ้ ่ ่ ตําแหน่งคราวละ 5 ปี โดยหลักการเลขาธิการจะมาจากประเทศที่เป็ นกลางหรื อไม่ ฝั กใฝ่ ฝ่ ายใด หร้ าที่สําคัญของเลขาธิการ คือ การรายงานสถานการณ์ระหว่าง ประเทศที่กระทบต่อความมันคงระหว่างประเทศให้ คณะมนตรี ความมันคงทราบ ่ ่ และ ทําหน้ าที่ทางการทูตของสหประชาชาติ
  • 19.
    ผลการปฏิบัตงาน องค์การสหประชาชาติได้ ปฏิบติงานสําเร็จในหลายด้าน ิ ั 1.ด้ านความขัดแย้ ง เช่น ปั ญหาสงครามในคาบสมุทรเกาหลี ปั ญญาอิรักยึดครองดินแดนคูเวต เป็ นต้ น 2.ด้ านการลดอาวุธ มีการจัดทําสนธิสญญาลดอาวุธและควบคุมอาวุธขึ ้นหลายฉบับเพื่อให้ เกิด ั ความมันคงระหว่างประเทศและไม่ก่อสงครามขึ ้นอีก ่ 3.ด้ านเศรษฐกิจและสังคม มีการส่งเริ มและสนับสนุนทางด้ านการเงิน เศรษฐกิจ บุคลากรและสังคม โดยให้ ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่กําลังพัฒนา
  • 20.
    4.ด้ านสิทธิมนุษยชน มีการกําหนดว่า วันที่10 ธันวาคม ของทุกปี เป็ นนมนุษยชนโลกเพื่อส่งเสริ มสิทธิมนุษย์ทวโลกให้ ั่ มีสิทธิ เสมอภาค และเทียมกัน 5.ด้ านกฎหมาย มีการจัดร่างกฎหมายระหว่างประเทศขึ ้นหลายฉบับ เพื่อรักษาความยุติธรรม เช่น กฎหมายว่า ด้ วยการทูต กฎหมายการค้ าระหว่างประเทศ กฎหมายทางทะเล เป็ นต้ น 6.ด้ านความเป็ นเอกราชของประเทศ ดินแดนที่อยู่ในความดูแลของคณะมนตรี ภาวะทรัสตีแห่งสหประชาชาติได้ รับการปลดปล่อยเป็ น เอกราช เช่น ปาปั วนิวกินี นาอูรู โตโก เป็ นต้ น
  • 21.
    องค์ การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North AtlanticTreaty Organisation - NATO) การก่อตังองค์การสนธิสญญาแอตแลนติกเหนือ เป็ นการร่วมมือทางทหาร ้ ั เพื่อสกัดกันอิทธิพลของของอดีตสหภาพโซเวียต และต่อต้ านสนธิสญญาวอร์ ซอ ้ ั เป็ นผลของความขัดแย้ งระหว่างโลกเสรี ซึงมีสหรัฐอเมริกาเป็ นผู้นํา และโลก ่ คอมมิวนิสต์ นําโดยอดีตสหภาพโซเวียต
  • 22.
    วัตถุประสงค์ และสาระสําคัญ ในการก่อตัง้องค์การสนธิสญญา ั แอตแลนติกเหนือ คือ • สร้ างความมันคงร่วมกันระหว่างกลุมประเทศประชาธิปไตยในยุโรป ด้ วยความ ่ ่ ร่วมมือและช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกา แคนาดา • สํานักงานใหญ่ขององค์การนี ้ตังอยูที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ้ ่ • กติกาสําคัญของสัญญานี ้ กล่าวว่า ถ้ าประเทศหนึงประเทศใดแห่งสมาชิกสัญญา ่ นี ้ ถูกโจมตี ให้ ถือว่าทุกประเทศถูกศัตรูรุกราน ซึงเป็ นภาระที่ต้องร่วมมือกันต่อสู้ ่ และปองกันตัวเองของประเทศสมาชิก ้ • สนธิสญญานี ้ ไม่มีการจํากัดอายุ แต่ภาคีสมาชิกอาจลาออกได้ หลังก่อตังองค์การ ั ้ ไปแล้ ว 20 ปี โดยจะต้ องแจ้ งให้ ทราบล่วงหน้ าเป็ นเวลาอย่างน้ อย 1 ปี
  • 23.
    ฐานะขององค์ การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ในปัจจุบัน จุดมุงหมายของ NATO เมื่อแรกก่อตังคือ การรวมกลุมพันธมิตรทางการทหาร ่ ้ ่ เพื่อถ่วงดุลอํานาจกับสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็น (The Cold War) นับตังแต่หลังสงครามโลกครังที่ 2 เป็ นต้ นมา ในปั จจุบัน สงครามเย็นได้ สนสุด ้ ้ ิ้ ลงแล้ ว เพราะการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุโรป ตะวันออก จึงทําให้ บทบาทความสําคัญของ NATO ทางด้ านการทหารปั จจุบน ั ลดลงไปด้ วย
  • 24.
    องค์ การสนธิสัญญาวอร์ ซอ(Warsaw Treaty Organization) องค์การสนธิสญญาวอร์ ซอ หรื อที่เรี ยกว่า ั "วอร์ ซอแพคท์" (Warsaw Pact) เป็ นองค์การ ที่สหภาพโซเวียตกับรัสเซีย และพันธมิตรในยุโรป ตะวันออก จัดทําขึ ้นตามสนธิสญญาที่มีการลงนาม ั กัน เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1955 ณ กรุง วอร์ ซอ ประเทศโปแลนด์ เพื่อเป็ นการตอบโต้ ที่ สหรัฐอเมริ กา และรัฐบาลของกลุมประเทศยุโรป ่ ตะวันตกลงลงนามร่วมกันในสนธิสญญา ั แอตแลนติกเหนือหรื อนาโต
  • 25.
    ประเทศสมาชิกขององค์ การสนธิสัญญาวอร์ ซอ องค์การสนธิสญญาวอร์ซอ มีสมาชิก 8 ประเทศ คือ สหภาพโซเวียตรัสเซีย ั บัลแกเรี ย แอลเบเนีย เชคโกสโลวะเกีย เยอรมนีตะวันออก ฮังการี โปแลนด์ และ โรมาเนีย กติกาของสัญญาวอร์ ซอ องค์การสนธิสญญาวอร์ ซอเป็ นปฏิกิริยาของกลุมประเทศคอมมิวนิสต์ที่แสดงตอบโต้ ั ่ กลุม-ประเทศเสรี ประชาธิปไตย ซึงทําให้ กลุมประเทศยุโรปตะวันออกต้ องอยูภายใต้ ่ ่ ่ ่ อิทธิพลของสหภาพโซเวียต แต่ตอมาประเทศสมาชิกหลายประเทศได้ พยายาม ่ ปฏิรูปการปกครองของตนเองให้ มีความเป็ นประชาธิปไตยมากขึ ้น จนกระทังปลาย ่ ค.ศ.1991 สหภาพโซเวียตได้ ลมสลายลง องค์การสนธิ-สัญญสวอร์ ซอจึงต้ องยุติลง ่ ไปโดยปริ ยาย
  • 26.
    องค์การการค้าโลก (World Trade Organization,WTO) เป็ นองค์การนานาชาติสงกัด ั องค์การสหประชาชาติ (UN) ทํา หน้ าที่เกี่ยวข้ องกับข้ อตกลง ทางด้ านการค้ าระหว่างชาติ เป็ น เวทีสําหรับการเจรจาต่อรอง ตกลง และขจัดข้ อขัดแย้ งในเงื่อนไขและ กฎเกณฑ์ทางการค้ าและการ บริ การระหว่างประเทศสมาชิก
  • 27.
    วัตถุประสงค์ ของการเจรจา การเจรจาพหุภาคีรอบโดฮาของ WTOเริ่ มมีการเจรจาตังแต่ปี 2544 โดยมี ้ การเจรจาการค้ าสินค้ าเกษตรเป็ นหัวข้ อการเจรจาสําคัญหัวข้ อหนึง การเจรจาการค้ า ่ สินค้ าเกษตรมีวตถุประสงค์ในการเจรจา 5 ประการคือ ั 1. เปิ ดตลาดสินค้ าเกษตรให้ มากขึ ้น 2. ลดการอุดหนุนภายในภาคการเกษตรที่บิดเบือนลงให้ มาก 3. ยกเลิกการอุดหนุนส่งออกสินค้ าเกษตรทุกรูปแบบ 4. ให้ มีข้อปฏิบติที่เป็ นพิเศษและแตกต่างสําหรับประเทศกําลังพัฒนาในทุกเรื่ อง ั ที่เจรจา 5. การเจรจาต้ องคํานึงถึงประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับการค้ าด้ วย
  • 28.
    กลุ่มเจรจาสําคัญ ถึงแม้ วา การเปิดเสรี สนค้ าเกษตรถือเป็ นเรื่ องที่มีความอ่อนไหวต่อทุก ่ ิ ประเทศ อย่างไรก็ตาม อาจแบ่งกลุมประเทศที่มีบทบาทสําคัญในการเจรจา เรื่ อง ่ เกษตรนี ้ออกได้ เป็ น 3 กลุมคือ ่ 1. กลุมที่ต้องการค้ าเกษตรเสรี – กลุมผู้สงออกสินค้ าเกษตร ได้ แก่ ่ ่ ่ สหรัฐอเมริกา กลุมเคร์ นส์ (กลุมประเทศผู้สงออกสินค้ าเกษตรขนาดกลาง รวมทัง้ ่ ่ ่ ไทย) 2. กลุมที่ต้องการปกปองการเกษตร – กลุมผู้ให้ การอุดหนุนและ/หรื อผู้นํา ่ ้ ่ เข้ า ได้ แก่ สหภาพยุโรป ญี่ปน เกาหลี และยุโรปอื่นๆ ุ่ 3. กลุมประเทศกําลังพัฒนา – ต้ องการให้ ประเทศพัฒนาแล้ วเปิ ดเสรี แต่ ่ ขอสงวนสิทธิการเปิ ดเสรี ของประเทศกําลังพัฒนา ได้ แก่ G-20 (รวมทังไทย), ้ G-33 เป็ นต้ น
  • 29.
    14 กันยายน พ.ศ.2503 วัน ก่อตัง้ "โอเปก” หรื อ “องค์ การกลุ่มประเทศผู้ ส่ งออกนํามัน” (OPEC-Organization of ้ Petroleum Exporting Countries) โดย สมาชิกผู้ร่วมก่อตัง้ 5 ประเทศคือ อิหร่ าน, อิรัก, คูเวต, ซาอุดอาระเบีย และ เวเนซูเอลา ต่อมาได้ มี ิ สมาชิกเข้ ามาเพิ่มตามลําดับได้ แก่ กาตาร์ , อินโดนีเซีย, ลิเบีย, สหรั ฐอาหรั บเอมิเรตส์ , แอลจีเรี ย, ไนจีเรี ย, เอกวาดอ (ถอนตัวในปี 2535) และสมาชิกล่าสุดเมื่อต้ นปี 2550 ที่ผ่านมาคือ แองโก ลา รวมเป็ น 12 ประเทศ สํานักงานใหญ่ตงอยู่ทกรุง ั ้ ี่ เวียนนา ประเทศสวิตเซอร์ แลนด์
  • 30.
    จุดประสงค์ ในการก่ อตัง ้ เพื่อเป็นตัวกลางประสานงานด้ านนโยบายนํ ้ามันระหว่างประเทศผู้ผลิต นํ ้ามัน รักษาระดับราคาให้ มีความเป็นธรรม และสร้ างความมันคงให้ แก่ ่ ประเทศผู้ผลิตปิ โตรเลียม การรวมตัวของกลุมผู้ผลิตนํามันรายใหญ่ ทําให้ ่ โอเปกสามารถกําหนดปริ มาณการผลิตนํ ้ามันซึงจะมีผลต่อการขึ ้นลงของ ่ ราคานํ ้ามันในตลาดโลก โปเปกเป็ นกลุมที่ผลิตนํ ้ามันได้ มากที่สดในโลกคือ ่ ุ 41.7 % ของทั้งโลก (ปี 2548) รองลงมาคือกลุม OECD ่ (Organisation for Economic Co-operation and Development) ผลิตได้ ประมาณ 14.8-23.8 % ของปริ มาณนํ ้ามันดิบ ในโลก
  • 31.
    สหภาพยุโรป (European Union:EU) เป็ นสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง ประกอบด้ วยรั ฐสมาชิก 27 ประเทศ ซึ่งส่ วน ใหญ่ ตงอยู่ในทวีปยุโรป สหภาพยุโรปกําเนิด ั้ ขึนจากประชาคมถ่ านหินและเหล็กกล้ าแห่ ง ้ ยุโรป (ECSC) และประชาคมเศรษฐกิจ ยุโรป (EEC) ก่ อตังขึนเมื่อ พ.ศ. 2494 และ ้ ้ 2501 ตามลําดับ สนธิสัญญามาสทริชท์ สถาปนาสหภาพยุโรปภายใต้ ช่ ือปั จจุบนใน ั พ.ศ. 2536 การแก้ ไขหลักพืนฐานรั ฐธรรมนูญ ้ ล่ าสุดของสหภาพยุโรปล่ าสุด สนธิสัญญา ลิสบอน มีผลใช้ บังคับใน พ.ศ. 2552
  • 32.
  • 33.
    สหภาพยุโรปได้ พฒนาตลาดเดี่ยวผ่านระบบกฎหมายที่เป็ นมาตรฐานซึงใช้ ั ่ บังคับในรัฐสมาชิกทุกรัฐในพื ้นที่เชงเกิน (รวม 22 รัฐสหภาพยุโรป และ 4 รัฐ นอกสหภาพยุโรป) มีการยกเลิกการควบคุมหนังสือเดินทาง นโยบายสหภาพ ยุโรปมุ่งประกันการเคลื่อนย้ ายบุคคล สินค้ า บริ การและทุนอย่างเสรี ตรา กฎหมายในกิจการยุตธรรมและมหาดไทย และคงไว้ ซงนโยบาย ิ ึ่ การค้ า เกษตรกรรม การประมงและการพัฒนาภูมิภาคร่วมกัน ยูโรโซน ซึง ่ เป็ นสหภาพการเงิน ได้ รับการจัดตั้งขึ ้นใน พ.ศ. 2542 และประกอบด้ วยรัฐ สมาชิก 17 ประเทศ สหภาพยุโรปได้ พฒนาบทบาทในความสัมพันธ์ภายนอก ั และการปองกันผ่านนโยบายการต่างประเทศและความมันคงร่วม มีการ ้ ่ สถาปนาคณะผู้แทนทางทูตถาวรทัวโลก มีผ้ แทนของสหภาพยุโรปที่ ่ ู สหประชาชาติ องค์การการค้ าโลก จี 8 และจี 20
  • 34.
    โดยมีประชากรรวมกันกว่า 500 ล้านคน หรื อ 7.3% ของประชากร โลก ใน พ.ศ. 2554 สหภาพยุโรปมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศใน รูปตัวเงินใหญ่ที่สดในโลก กว่า 17.6 ล้ านล้ านดอลล่าร์ สหรัฐ คิดเป็ น ุ ประมาณ 20% ของจีดีพีโลก เมื่อวัดในแง่ความเท่าเทียมกันของอํานาจ ซื ้อ ในปี พ.ศ. 2555 สหภาพยุโรป ได้ รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จากผลงานด้ านการผลักดันให้ เกิดสันติภาพในยุโรป
  • 35.
    • เป็ นกลุมการค้าของทวีป ่ ยุโรป ตั้งขึ ้นในปี พ.ศ. 2503 เป็ นอีก กลุมนอกจากประชาคมเศรษฐกิจ ่ ยุโรปในตอนนั้น มีสมาชิกก่อตั้งคือ ออสเตรี ย เดนมาร์ ก นอร์ เวย์ โปรตุ เกส สวีเดน สวิตเซอร์ แลนด์ และส หราชอาณาจักร ปั จจุบนเอฟตามี ั สมาชิกคือไอซ์แลนด์ ลิกเตนส ไตน์ นอร์ เวย์และสวิตเซอร์ แลนด์
  • 36.
    ปั จจุบนนี ้สมาคมการค้าเสรี แห่งยุโรป มีสมาชิก จํานวน 6 ประเทศ คือ ั ออสเตรี ย นอร์ เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์ แลนด์ ฟินแลนด์ ไอซแลนด์ วัตถุประสงค์ ในการก่อตั้งสมาคมการค้ าเสรี แห่งยุโรป เมื่อ พ.ศ. 2502 1. เพื่อปฏิรูประบบการค้ า ของสินค้ าอุตสาหกรรมภายในกลุมประเทศ ่ สมาชิก 2. เพื่อกําหนดนโยบายการค้ าของประเทศสมาชิกและประเทศนอกกลุม ่ สมาชิก สํานักงานใหญ่ของ EFTA อยูที่กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน ่
  • 37.
    ผลการปฏิบัตงาน ของ EFTA ิ 1.กําหนดข้ อตกลงเกี่ยวกับการลดอัตราภาษี ศลการกรของรายการสินค้ า ุ อุตสาหกรรมของประเทศสมาชิก 2. กําหนดระบบการค้ าเสรี เกี่ยวกับผลิตผลทางด้ านการเกษตร 3. กําหนดมาตรการปองกันสินค้ าจากประเทศนอกกลุมสมาชิกที่จะนําเข้ ามา ้ ่ ขายในราคาที่ถกกว่าสินค้ าของประเทศสมาชิก โดยการจัดเก็บภาษี ศลกากรสูง ู ุ กว่าประเทศในกลุมสมาชิก ่ 4. ในปี พ.ศ. 2509 EFTA ยกเลิกการเก็บภาษี สนค้ าทุกประเภทของกลุม ิ ่ สมาชิก 5. ในปี พ.ศ. 2520 EFTA กําหนดนโยบายทํางานโดยให้ ประสานความ ร่วมมือกับ EEC ในการกําหนดเขตการค้ าเสรี ร่วมกัน
  • 38.
    ความสัมพันธ์ กับประเทศไทย ประเทศคูค้าที่สําคัญของประเทศไทยในกลุม EFTAคือ สวิตเซอร์ แลนด์ ่ ่ ส่วนประเทศอื่นๆที่ไทยติดต่อค้ าขายด้ วยคือ สวีเดน ฟินแลนด์ นอร์ เวย์ และ ออสเตรี ย • สินค้ าออกที่สําคัญของไทยคือ อัญมณี สิงทอ นํ ้าตาลทรายดิบ สัตว์นํ ้า ข้ าว ่ ประเทศที่นําเข้ าอาหาร และวัตถุดบจากประเทศไทยมากคือ สวิตเซอร์ แลนด์ ิ • สินค้ าเข้ า ที่สงซื ้อจากกลุมประเทศ EFTA คือ เครื่ องจักร กระดาษ เหล็ก สิง ั่ ่ ่ สกัดที่ใช้ ในการฟอกหนังและย้ อมสี เภสัชภัณฑ์ เคมีภณฑ์ ยานพาหนะ ั
  • 39.
    ข้ อตกลงการค้ าเสรีอเมริกาเหนือ เป็ นข้ อตกลงเพื่อเปิ ดการค้ า เสรี ระหว่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยมีพื ้นฐาน มาจากเขตการค้ าเสรี สหรัฐฯ-แคนาดา (U.S.-Canada Free Trade Area : FTA) ที่มีผลใช้ บงคับตังแต่วนที่ 1 ั ้ ั มกราคม 2532 และความร่วมมือทางการค้ าและการลงทุน ระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโก ซึงได้ เริ่มตังแต่ปี 2530 ่ ้ ต่อมาได้ มีการเจรจาเขตการค้ าเสรี อเมริกาเหนือ โดยเริ่มเจรจา สาระของเขตการค้ าเสรี ฯ ในเดือนมิถนายน 2534 และผู้นําทัง้ ุ สามชาติได้ ร่วมลงนามรับรองเขตการค้ าเสรี เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2535 ซึง NAFTA เริ่มมีผลบังคับใช้ ตงแต่วนที่ 1 ่ ั้ ั มกราคม 2537
  • 40.
    วัตถุประสงค์ของ NAFTA • เพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าและบริ การระหว่างประเทศภาคีด้วยการยกเลิก ภาษี ศลกากรและมาตรการที่มิใช่ภาษี ศลกากรให้ แก่กนและกัน NAFTA ได้ ุ ุ ั แบ่งสินค้ าออกเป็ น 4 กลุม คือ กลุม A ลกเลิกภาษี ตั้งแต่วนที่ 1 มกราคม ่ ่ ั 2537 กลุม B ลดภาษี ร้อยละ 20 ต่อปี ภายใน 5 ปี กลุม C ลดภาษี ร้อยละ 10 ่ ่ ต่อปี ภายใน 10 ปี และกลุม D ซึงเป็ นกลุมสุดท้ าย เป็ นสินค้ าที่มีความ ่ ่ ่ อ่อนไหวมาก จะยกเลิกภาษี ภายใน 15 ปี • ส่งเสริ มการแข่งขันที่เป็ นธรรมในเขตการค้ าเสรี • ขยายโอกาสการลงทุนในดินแดนของประเทศภาคี • คุ้มครองสิทธิในทรัพย์สนทางปั ญญาอย่างเพียงพอและให้ มีการใช้ บงคับอย่าง ิ ั จริ งจัง • แก้ ไขข้ อพิพาททางการค้ า • ส่งเสริ มความร่วมมือในระดับต่างๆ คือ ไตรภาคี พหุภาคี และความร่วมมือใน ภูมิภาค เพื่อขยายและเพิ่มพูนผลประโยชน์ของเขตการค้ าเสรี นี ้
  • 41.
    การรวมกลุมเศรษฐกิจโดยมีเปาหมายเพื่อลดภาษี ศลกากร ่ ้ ุ ระหว่างกันภายในกลุมลงให้ เหลือน้อยที่สด หรื อเป็ น 0 % ่ ุ และใช้ อตราภาษี ปกติที่สงกว่ากับประเทศนอกกลุม การทํา ั ู ่ เขตการค้ าเสรี ในอดีตมุงในด้ านการเปิ ดเสรี ด้านสินค้ า ่ (goods) โดยการลดภาษี และอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี เป็ น หลัก แต่เขตการค้ าเสรี ในระยะหลังๆ นัน รวมไปถึงการเปิ ด ้ เสรี ด้านบริการ (services) และการลงทุนด้ วย - เขต การค้ าเสรี ที่สําคัญในปั จจุบน คือ AFTA และ NAFTA ั ซึงขณะนี ้สหรัฐฯ อยูในระหว่างการเจรจาทําเขตการค้ าเสรี ่ ่ ในภูมิภาคอเมริกา (Free Trade Area of the Americas : FTAA) โดยตังเปาหมายที่จะให้ การ ้ ้ เจรจาเสร็จสิ ้นในปี พ.ศ.2548
  • 42.
    สาเหตุท่ ีประเทศต่ างๆจึงให้ ความสนใจจัดทําเขตการค้ าเสรี เนื่องจาก 1) การเปิ ดเจรจาการค้ ารอบใหม่ของ WTO ล่าช้ า ประเทศต่างๆ จึงได้ หนมา ั พิจารณาจัดทําเขตการค้ าเสรี มากขึ ้น เพื่อให้ มีผลคืบหน้ าในการเปิ ดเสรี ทาง เศรษฐกิจการค้ าระหว่างกันอย่างเป็ นรูปธรรมมากกว่าและรวดเร็วกว่าการเปิ ดเสรี ในกรอบ WTO 2) การที่จีนเข้ าเป็ นสมาชิกของ WTO ทําให้ ประเทศต่างๆ เกิดความหวัน ่ เกรงต่อศักยภาพด้ านการแข่งขันของจีน เนื่องจากจีนเป็ นประเทศใหญ่ที่จะขยาย บทบาทอํานาจทางเศรษฐกิจได้ มาก จากความได้ เปรี ยบของตลาดภายในที่มีขนาด ใหญ่ มีประชากรจํานวนมหาศาลและมีแรงงานราคาถูก จึงสามารถรองรับการผลิต การบริ โภค และมีศกยภาพในการส่งออกสูง เมื่อจีนได้ เข้ าเป็ นสมาชิก WTO จะ ั ได้ รับสิทธิเท่าเทียมกับประเทศอื่นๆ ด้ วยเหตุนี ้ ประเทศต่างๆ ทังที่เป็ นประเทศ ้ พัฒนาแล้ ว และประเทศกําลังพัฒนา จึงต้ องปรับนโยบายและกลยุทธ์ทาง เศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • 43.
    3) การทําเขตการค้ าเสรีเป็ นการให้ แต้ มต่อ หรื อให้ สทธิพิเศษทางการค้ าและการ ิ ลงทุนแก่ประเทศที่เข้ าร่วมโดยไม่ขดกับ WTO (หากปฏิบติตามเงื่อนไข) ซึงจะทํา ั ั ่ ให้ มีการขยายการค้ าและการลงทุน ระหว่างประเทศที่ร่วมทําเขตการค้ าเสรี และ ในทางกลับกัน ก็เท่ากับส่งผลกระทบต่อประเทศที่อยูนอกกลุมที่จะค้ าและลงทุนกับ ่ ่ ประเทศที่อยูในกลุมเขตการค้ าเสรี ได้ น้อยลง จึงเป็ นแรงกระตุ้นให้ หนมาพิจารณา ่ ่ ั จัดทําเขตการค้ าเสรี กบประเทศอื่นด้ วยเช่นกัน ั 4) หลายประเทศได้ ใช้ การจัดทําเขตการค้ าเสรี เป็ นยุทธวิธีในการสร้ างพันธมิตร ด้ านเศรษฐกิจและการเมือง รวมทังเป็ นการสร้ างฐานในการขยายการค้ าและการ ้ ลงทุนกับประเทศหรื อกลุมประเทศในภูมิภาคอื่นๆ ที่อยูหางไกลด้ วย ่ ่ ่ 5) ประเทศที่มีพื ้นที่ขนาดเล็กแต่มีระบบเศรษฐกิจที่เปิ ดเสรี เต็มที่อยูแล้ ว เช่น ่ สิงคโปร์ และชิลี ได้ ใช้ ยทธวิธีนี ้อย่างแข็งขัน เนื่องจากมีระดับการเปิ ดเสรี สง จึงมี ุ ู โอกาสที่จะได้ ประโยชน์จากการเปิ ดตลาดของประเทศที่ร่วมทําเขตการค้ าเสรี ได้ มาก เช่น สิงคโปร์ ทําเขตการค้ าเสรี กบญี่ปน เป็ นต้ น ั ุ่
  • 44.
    • นางสาวชญาณี อภิวฒนธงชัยชัน ม.6.7 เลขที่ 14 ั ้ • นางสาววาทินี ทองศรี เปล่ง ชันม.6.7 เลขที่ 29 ้