Case Study : บริษัท ซี.พี. เซเวนอีเลฟเว่น จำำกัด (มหำชน)

โดยนศ. สุภาพร แซ่เบ๊

ภาพรวมการประกอบธุรกิจ

บริษัท ซี.พี. เซเวนอีเลฟเว่น จำากัด (มหาชน) เดิมชือ บริษัท ซี.พี. คอนวีเนียนสโตร์ จำากัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อ
                                                     ่
ปี 2531 โดยบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพือให้เป็นบริษัทของคนไทยที่ประกอบธุรกิจหลักด้านค้าปลีก
                                             ่
ประเภทร้านค้า สะดวกซือในประเทศไทยภายใต้เครืองหมายการค้า “7-Eleven” โดยบริษัทได้รับสิทธิการ
                        ้                          ่                                                 ์
ใช้เครืองหมายดังการจาก 7-Eleven,Inc . สหรัฐอเมริกา และได้เปิดสาขาแรกที่ซอยพัฒน์พงษ์ เมือปี
       ่                                                                                         ่
2532
ณ สิ้นปี 2549 บริษัทมีร้านสาขา 7-Eleven ทัวประเทศรวม 3,784 สาขา ซึงจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีสาขา
                                           ่                            ่
มากเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจาก ประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐไต้หวัน ทั้งนี้แบ่งเป็นร้าน
ในกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล 1,960 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 52) เป็นร้านในต่างจังหวัด 1,824 สาขา ( คิด
เป็นร้อยละ 48) เมื่อแบ่งตามประเภทของร้านพบว่า มีร้านสาขาบริษัท 2,119 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 56 )
ส่วนที่เหลือเป็นร้านเฟรนไชส์ 1,449 สาขา ( คิดเป็นร้อยละ 38 ) และร้านค้าที่ได้รับสิทธิรับช่วงอาณาเขต
216 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 6 ) ปัจจุบันมีลูกค้าเข้าร้าน 7-Eleven เฉลี่ยวันละ 4.0 ล้านคน

ทั้งนี้ในปี 2550 ทางบริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาร้าน 7-Eleven อย่างต่อเนื่องอีกประมาณ 400-450
สาขา ทังในรูปแบบของร้านในทำาเลปกติ และร้านในสถานีบริการนำ้ามันของ บริษัท ปตท.(มหาชน) เพือ
          ้                                                                                   ่
ให้ครอบคลุมพื้นที่ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทั้งในกรุงเทพ ฯ และต่างจังหวัด โดย ณ สิ้นปี 2549 บริษัทมี
ร้านในทำาเลปกติ 3,279 สาขา ( คิดเป็นร้อยละ 87 ) และร้านในสถานีบริการนำ้ามัน ปตท. 505 สาขา (คิด
เป็นร้อยละ 13 )

นอกจากนั้น บริษัทได้ขยายการลงทุนไปธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจร้านค้าสะดวกซือใน ประเทศไทยอย่าง
                                                                                  ้
ต่อเนื่อง เช่น ในปี 2537 เริ่มลงทุนในบริษัท เคาท์เตอร์เซอร์วิส จำากัด ( CS ) เพื่อประกอบธุรกิจเป็น
ตัวแทนรับชำาระเงินค่าสินค้าและบริการ ในปี 2539 ลงทุนในบริษัท ซี.พี. ค้าปลีกและการตลาด จำากัด
( CPRAM ) เพือประกอบธุรกิจผลิตและจำาหน่ายอาหารแช่แข็งและเบเกอรี่ ในปี 2542 ลงทุนในบริษัท รี
                ่
เทลลิ้งค์ ( ประเทศไทย ) จำากัด (RTL) เพือประกอบธุรกิจการจำาหน่ายและซ่อมแซมอุปกรณ์ค้าปลีก
                                          ่

บริษัทยังได้มการขยายการลงทุนในธุรกิจเสริมอื่น ๆ อีก เช่น ในปี 2544 ได้จดจั้งบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด
             ี                                                           ั
จำากัด (TSC) ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพือให้บริการชำาระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเติมเงินอิเล็คทริ
                                         ่
นิกส์ (Smart Purse) และในปี 25446 ได้จัดตั้ง บริษัท โกซอฟ (ประเทศไทย) จำากัด (GOSOFT) เพือให้     ่
บริการออกแบบและพัฒนาด้านสารสนเทศ จัดตั้งบริษัท เอ็ม เอ เอ็ม ฮาร์ท จำากัด (MAM) เพือให้บริการ
                                                                                        ่
ปรึกษาวางแผนกิจกรรมทางการตลาดและบริษัท ไดนามิค แมเนจเม้นท์ จำากัด (DM) เพือให้บริการบริหาร
                                                                                   ่
งานกิจกรรมการขนส่งและกระจายสินค้า ในปี 2547 บริษัทได้จัดตั้ง บริษัท ศึกษาภิวัฒน์ จำากัด เพื่อให้
บริการด้านการศึกษาโดยดำาเนินโครงการสถาบันการศึกษาในชื่อว่า ปํญญาภิวัฒน์เทคโนธุรกิจ ซึ่งมีจดมุ่ง ุ
หมาย เพือสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาของภาครัฐ โดยเฉพาะส่วนของการเรียนการสอนระดับ
         ่
อาชีวศึกษาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นและ สามารถผลิตบุคลากรได้ตรงกับความต้องการและการขยายตัวของ
ภาคอุตสาหกรรมและ ธุรกิจค้าปลีก เพื่อนำาไปสู่การพัฒนาประเทศในอนาคต

ในปี 2548 บริษัทได้เปิดคำาเนินการ โรงเรียนปัญญาภิวัฒน์เทคโนธุรกิจ อย่างเป็นทางการ และได้เริ่มเปิด
ดำาเนินการบริการโอนเงินผ่านบัตร “เชือมรัก” และการชำาระเงินค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ด้วยบัตร Smart
                                    ่
Purse ซึ่งเป็นบัตรเงินสดดิจตอล สำาหรับปี 2549 บริษัทได้ดำาเนินก่อตั้งบริษัท ปํญญธารา จำากัด เพื่อ
                           ิ
ประกอบธุรกิจการจัดการฝึกอบรม และการจัดสัมมนาทางวิชาการ

นอกจากการขยายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่น ๆ โดยการจัดตั้งบริษัทย่อยและบริษัทร่วมเพิ่มเติมแล้ว บริษัท
ยังมีการขยายช่องทางธุรกิจภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทเองอีก โดยในปี 2541 ได้เปิดตัวธุรกิจ 7
Catalog Order เพื่อเป็นการขยายช่องทางธุรกิจ เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น
โดยพัฒนาจาก Mail Order จัดทำาเป็นแผ่นพับไปสู่ “วารสารแคตตาล็อค” และในปี 2544 ได้เปิดตัวธุรกิจ
Book Smile (เดิมชื่อ 7 Today) เพื่อเป็นช่องการขยายช่องทางธุรกิจด้านการจำาหน่ายหนังสือและวารสาร



ปัจจุบันสำานักงานตั้งอยู่เลขที่ 283 อาคารสีบุญเรือง 1 ถนน สีลม เขต บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์ 0-2677-9000 โทรสาร 0-238-1767
ปรัชญาองค์กร (Philosophy)


“เรา ปรารถนารอยยิ้มจากลูกค้า ด้วยทีมงานที่มีความสุข”

วิสัยทัศน์ (Vision)

“เรา คือผู้ให้บริการความสะดวกซือ กับลูกค้าทุกชุมชน”
                               ้


พันธกิจ (Mission)
1. มุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในการสรรหาและส่งมอบ สินค้า และบริการที่ลกค้าสะดวกซื้อต้องการ
                                                                   ู
2. สรรหาทำาเลร้านสาขาที่เข้าถึงลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
3. สร้างภาวะผู้นำาทุกระดับและส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศการทำางานที่ดี
4. สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับสังคมและชุมชน
5. สร้างองค์กรคุณภาพและมุ่งสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้
6. บริหารกิจการให้มีผลตอบแทนการลงทุนที่ดีและบริหาร ตามหลักธรรมาภิบาล


ภาวะ การตลาดและการแข่งขัน

ธุรกิจค้าปลีกในปี 2549 ชะลอตัวลงจากหลากหลายปัจจัยที่เข้ามากระทบ กำาลังซือและความเชื่อมั่นของผู้
                                                                                ้
บริโภค ทั้งราคานำ้ามัน สถานการณ์การเมือง ภาวะนำ้าท่วม ไข้หวัดนก รวมถึงความไม่สงบทางภาคใต้ที่ยัง
ไม่คลี่คลาย เป็นผลให้คาดว่าทั้งปี 2549 มูลค่าค้าปลีกในระบบภาษีในภาพรวมจะขยายตัวประมาณร้อยละ
5 คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.3 ล้านล้านบาท ในขณะที่ภาวการณ์แข่งขันสูง โดยเฉพาะในส่วนของค้าปลีกสมัย
ใหม่ในลักษณะ Chain Store ทั้งในรูปแบบการขยายสาขาและการนำากลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบต่าง
ๆ มาใช้เพื่อดึงดูดผู้บริโภคซึ่งในปัจจุบันจะยิ่งมีการไตร่ตรองในการซื้อและ คำานึงถึงความคุ้มค่ามากขึ้น

จากราคานำ้ามันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อรูปแบบพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค โดยส่วน
หนึ่งมีการลดความถี่ในการซื้อลงและอาจจะมีการซื้อครั้งเดียว ในปริมาณที่มากขึ้น รวมไปถึงการซือสินค้า
                                                                                          ้
จากร้านค้าปลีกใกล้บ้านหรือที่ทำางานมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
ประกอบกับมาตรการควบ คุมผังเมือง ทำาให้ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เริ่มมีการปรับรูปแบบไปสู่ร้านค้าปลีก
ขนาดเล็กมาก ยิ่งขึ้น ร้านสะดวกซือจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจเข้ามาลงทุนทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิม และ
                                    ้
ผู้ค้าปลีกในตลาดอื่น ซึ่งมีทั้งรูปแบบที่ประกอบการเองและขยายสาขาด้วยระบบแฟรนไชส์

ปัจจัยแห่งความสำาเร็จ

ปัจจัยสำาคัญที่สนับสนุนความสำาเร็จของ บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำากัด (มหาชน) พอสรุปได้ ดังนี้
1.วิสัยทัศน์และการตัดสินใจของผู้บริหาร
การที่บริษัทสามารถขยายกิจการร้านสาขา 7-Eleven ได้อย่างรวดเร็วและสามารถบริหารร้านสาขาให้อยู่
รอด และเจริญเติบโต เป็นผลมาจากความกล้าในการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูง และการเลือกทำาเลใน
การเปิดร้านสาขาที่เหมาะสม การตัดสินใจที่แม่นยำาและทันเวลานี้ เกิดจากการสร้างสมประสบการณ์ ของ
ผู้บริหาร ทำาให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและมีความสามารถในการมองโอกาสที่กำาลังจะเกิด ขึ้นในอนาคต
2.ทีมงานที่มีคุณภาพ
การมีทีมงานที่มีพลังและมีคุณภาพ ช่วยสานต่อวิสัยทัศน์ของผู้บริหารให้เกิดเป็นรูปธรรมและนำาองค์กรสู่
ความ สำาเร็จ นั้นเป็นผลมาจากการสรรหาบุคคลที่มคุณภาพ แลความมุ่งมั่นของผู้บริหารในการให้ความ
                                                  ี
สำาคัญในการพัฒนาพนักงานในรูปแบบต่าง ๆ เป็นปัจจัยสำาคัญอย่างหนึ่งในการนำาไปสู่ความสำาเร็จ
3. การยอมรับและความพึงพอใจของลูกค้า
ร้านสาขาทุกแห่งของ 7-Eleven เป็นที่นิยมของลูกค้า เนื่องจากมีสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของ
ลูกค้าและมีความสะดวก เนื่องจากมีสาขากระจายอยู่ทั่วไปในแหล่งชุมชน ตลอดจนความเชื่อมั่นใน
คุณภาพสินค้า ซึ่งเป็นผลมาจากการให้ความสำาคัญในการคัดเลือกและตรวจสอบสินค้าที่มีคุณภาพ ทีจะ       ่
นำามาวางขายในร้านสาขา

ปัจจัยความเสี่ยง

1.ความเสี่ยงจากการถูกยกเลิกเครืองหมายการค้า 7-Eleven
                               ่
บริษัทดำาเนินธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทยภายสัญญาให้ใช้สิทธิ์ที่ บริษัททำากับ 7-Eleven, Inc.
แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ตังแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2531 โดยสัญญาให้ใช้สิทธิ์เป็นสัญญาที่ไมมี
                            ้
กำาหนดอายุ โดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ทจะเลิกสัญญา หากเกิดเหตุการณ์ตามที่กำาหนดไว้ในสัญญา
                                          ี่
หรือในกรณีที่ถอเป็นเหตุเลิกสัญญาตามสัญญาให้ความยินยอมซึ่งจะมี ผลเป็นการเลิกสัญญาให้ใช้สิทธิ์
                ื
ด้วย ซึ่งจากความสัมพันธ์อันดีตลอดระยะเวลา 17 ปี บริษัทยังไม่เคยมีกรณีพิพาทใด ๆ ที่สำาคัญกับ 7-
Eleven, Inc. รวมทั้งได้ปฏิบัตตามข้อกำาหนดต่าง ๆ ในสัญญาดังกล่าวมาโดยตลอด ทำาให้บริษัทเชือว่า
                              ิ                                                             ่
บริษัท และบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับ 7-Eleven, Inc. และในขณะนี้ไม่มีเหตุ
อันใดที่จะส่งผลกระทบในทางลบกับความสัมพันธ์ระหว่าง บริษัท และบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ กับ 7-
Eleven, Inc. ในกรณีสัญญาการใช้สิทธิ์ถกยกเลิก บริษัทจะสูญเสียสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้า ซึ่ง
                                       ู
อาจก่อให้เกิดผลกระทบกับการดำาเนินธุรกิจของบริษัทอย่างมาก

2.ความเสี่ยงจากความผิดพลาดหรือข้อขัดข้องของศูนย์กระจายสินค้า

สินค้าส่วนใหญ่ที่จำาหน่ายในร้าน 7-Eleven จะถูกส่งผ่านมาจากศูนย์กระจายสินค้าของบริษัท ดังนั้น การ
ดำาเนินการของศูนย์กระจายสินค้ามีความสำาคัญต่อธุรกิจของ 7-Eleven อย่างมาก 2.ความเสี่ยงจากความ
ผิดพลาดหรือข้อขัดข้องของศูนย์กระจายสินค้า ๆ ซึงย่อมมีผลเสียต่อความสามารถในการจัดส่งสินค้าไป
                                                 ่
ยังร้าน 7-Eleven ซึ่งอาจทำาให้เกิดผลกระทบกับผลประกอบการได้

3. ความเสี่ยงจากความผิดพลาดหรือขัดข้องของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศถือเป็นปัจจัยสำาคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถดำาเนิน ธุรกิจได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ทั้งด้านการบริหารการหมุนเวียนของสินค้า การจัดซื้อ การจัดเก็บข้อมูลและการประมวลผล
ข้อมูลเพือการพัฒนาความสามารถในการดำาเนิน การ ดังนั้นความผิดพลาดหรือขัดข้องของระบบ
         ่
เทคโนโลยีสารสนเทศย่อมส่งผลเสียต่อ ความสามารถของบริษัทในการบริหารร้าน 7-Eleven ให้เป็นไป
ตามปกติ ซึ่งอาจเกิดผลกระทบกับผลประกอบการของบริษัทได้

4.ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ

เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนใน Shanghai Lotus Supermarket Chain Store Co.,Ltd. (SLS) ซึ่งเป็น
บริษัทที่ดำาเนินธุรกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC) อันอาจจะมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้
จากปัจจัยทางการเมือง กฎหมาย หรือภาวะเศรษฐกิจของ PRC ทีอาจเปลี่ยนแปลงไป ซึงอาจมีผลกระทบ
                                                                ่                     ่
ให้รายได้จากธุรกิจเหล่านั้นไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
นอกจากนี้ ตามที่รฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ลงนามในข้อตกลงการค้ากับ World Trade
                    ั
Organization (WTO) ทำาให้มการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับกาขยายตัวของธุรกิจ
                                ี
ต่าง ๆ ภายในประเทศ สำาหรับธุรกิจค้าปลีกนั้น นับตั้งแต่ 11 ธันวาคม 2547 เป็นต้นไป รัฐบาล PRC ได้
อนุญาตให้ผู้ถอหุ้นต่างชาติสามารถถือหุ้นในบริษัทที่ดำาเนินธุรกิจซุป เปอร์เซ็นเตอร์ได้เพิ่มขึ้น จากเดิมถือ
               ื
หุ้นไม่เกินร้อยละ 48 เป็นผู้ถอหุ้นได้มากกว่าร้อยละ 50
                             ื

5.ความเสี่ยงจากอิทธิพลการควบคุมของเครือเจริญโภคภัณฑ์

เครือเจริญโภคภัณฑ์มีอำานาจในการควบคุมทั้งทางตรงและทางอ้อมในบริษัท และในสัญญาให้ความ
ยินยอม เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตกลงจะดำารงสัดส่วนการถือหุ้นขั้นตำ่า ตลอดจนอำานาจในการแต่งตั้งและ
อำานาจควบคุมจำานวนกรรมการข้างมากของบริษัท ดังนั้น เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงสามารถแต่งตั้งกรรมการ
บริษัทส่วนใหญ่ และสามารถมีอิทธิพลในการบริหารจัดการบริษัท รวมถึงพิจารณาหรือผลักดันเรื่องต่าง ๆ
ทีต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถอหุ้นของบริษัท
   ่                             ื
ปัจจุบันนี้ไม่มีข้อจำากัดทางสัญญาใด ๆ ระหว่างบริษัทปละบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ห้ามบริษัทใน
เครือเจริญ โภคภัณฑ์ขยายธุรกิจหรือลงทุนในธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ จึงอาจมีความเสี่ยงว่าเครือเจริญ
โภคภัณฑ์จะไม่พจารณาจัดสรรโอกาสและ ทรัพยากรไปในทางที่เป็นประโยชน์สูงสุด กับบริษัท และผู้ถอ
                    ิ                                                                           ื
หุ้น

เป้าหมายของการดำาเนินธุรกิจ

บริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำาในธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทยที่ สามารถตอบสนองความ
ต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเน้นจุดเด่นของการนำาเสนอ “ความสะดวก” ให้กับลูกค้า
สำาหรับการซื้อสินค้าและใช้บริการต่าง ๆ ด้วยทำาเลร้าน 7-Eleven ทีกระจายครอบคลุมพื้นทีกว้างขวางและ
                                                                ่                   ่
ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดร้าน 7-Eleven ในปี 2550-2551 ปี
ละประมาณ 400-450 สาขาโดยบริษัทยังวางตำาแหน่งร้าน 7-Eleven ให้เป็นร้านค้าสะดวกซือที่ให้บริการ
                                                                                       ้
อาหารและเครืองดื่มทีครบวงจร โดยเน้นการขายสินค้าบริโภคมากกว่าสินค้าอุปโภค เนื่องจากสินค้า
             ่       ่
บริโภคโดยทั่วไปมีอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าสินค้าประเภท อุปโภค และเป็นการวางตำาแหน่งร้าน 7-
Eleven ให้แตกต่างจากร้านค้าปลีกประเภท ในขณะเดียวกันบริษัทจะใช้ประโยชน์จากเครือข่ายร้าน 7-
Eleven ในการให้บริการเสริมต่าง ๆ เพื่อเพิมความสะดวกแก่ลูกค้า อาทิเช่น การเป็นตัวแทนชำาระค่าสินค้า
                                         ่
และบริการของ เคาน์เตอร์เซอร์วิส การสสั่งซื้อสินค้าทาง 7-Cattalog เป็นต้น
วิเคราะห์สถานะภาพของ บ. เซเว่นอีเลฟเว่น

เซเว่นอีเลฟเว่น เป็นร้านสะดวกซื้อที่มุ่งมั่นที่จะแสวงหาสินค้าและบริการที่หลากหลาย เพือตอบสนอง
                                                                                     ่
ความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งเน้นที่จะให้ลูกค้ามาถึงร้าน แล้วสามารถได้ครบทุกอย่างไม่ว่าจะซื้อสินค้า
หรือ โอนเงิน หรือชำาระค่าสาธารณูปโภค ซึ่งย่อมจะได้เปรียบในเชิงการแข่งขันสูง ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ด้วย
The 5 Force’ s Model พบว่า

1.การแข่งขันในอุตสาหกรรม ( Existing & Competitor)

ปัจจุบันธุรกิจโดยทั่วไปของร้านสะดวกซื้อมีการแข่งขันกันสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีกขนาดเดียวกัน
เช่น โลตัส เอ็กซ์เพรส หรือ Jiffy Shop หรือ ร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Big C, Tesco
Lotus หรือ คาร์ฟูร์ ต่างแข่งขันช่วงชิงลูกค้าด้วยกลวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดรายการโปรโมชั่นต่าง ๆ
เช่น ซือ 1 แถม 1 หรือ ซือ 2 ชินประหยัดกว่า หรือจัดรายการลดแลก แจกแถม ซึ่งสภาวะเศรษฐกิจชะลอ
       ้                 ้     ้
ตัวเช่นนี้ หากไม่มกลยุทธ์ในการต่อสู้แย่งชิงลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดรายการ หรือ สร้างบริการให้ลกค้า
                  ี                                                                             ู
ประทับใจ หรือ ขายสินค้าที่มีคุณภาพ หลากหลาย แตกต่างจากร้านค้าปลีกทั่วไป ซึ่งล้วนสามารถจูงใจให้
ลูกค้าเลือกใช้บริการได้

2.คู่แข่งรายใหม่ ( New Entrants)

สำาหรับคู่แข่งรายใหม่ของ 7-Eleven ขณะนี้มีเพิ่มจำานวนมาก สามารถเข้ามาแข่งขันได้ง่าย ไว้ว่าจะเป็น
ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก เช่น 108 shop , โลตัส เอ็กซ์เพรส หรือ Jiffy ฯลฯ และยังมีร้านค้าปลีกข้ามชาติ
ขนาดใหญ่ เช่น Big C , Tesco Lotus ซึ่งแม้ว่าร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ จะเข้ามากระจายเปิด
กิจการตามเขตชุมชนใหญ่ ๆ และมีสิ่งอำานวยความสะดวกค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็น เคาท์เตอร์รับชำาระค่า
บริการต่าง ๆ มีโรงภาพยนตร์ คาราโอเกะ และมีธนาคารสาขาย่อย ซึ่งก็ถือว่าเป็นร้านค้าปลีกที่เข้ามาแชร์
ส่วนแบ่งตลาดไปได้มากพอสมควร ซึ่งทาง 7–Eleven อาจจะได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นในแง่ที่ว่า เปิดบริการ
24 ชัวโมง และมีสาขาที่เป็นทั้งร้านสาขาบริษัท ร้านค้าเฟรนไชส์ และผู้ประกอบการรับสิทธิช่วงใน
     ่
อาณาเขต ซึ่งเป็นร้านที่มีเครือข่ายกระจายอยู่ในชุมชนทั่วประเทศ

3. อำานาจต่อรองของตัวแทนจำาหน่าย ( Supplier Power)

ในแง่ Supplier นั้นไม่มีผลกระทบต่อ 7–Eleven เลย เนื่องจากว่า 7-Eleven เป็นบริษัทที่มีสาขาจำานวน
มาก กว่า 3,700 สาขา และมีกระจายอยูทั่วประเทศ ซึ่งทำาให้มีอำานาจต่อรองกับ Supplier สูงมาก เพราะ
                                        ่
ย่อมจะมี Supplier จำานวนมากรายที่อยากจะติดต่อขายสินค้าให้กับ 7–Eleven เพราะเมื่อสมารถขายสินค้า
ให้ กับ 7–Eleven ได้ ก็เท่ากับว่าสามารถกระจายสินค้าของตนไปได้ทั่วประเทศง่ายขึ้น อีกทั้งยังมี
Supplier จำานวนมากที่ไม่สามารถเข้าไปในเสนอขายสิค้าได้ใน ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ จึงทำาให้ 7-Eleven
มีอำานาจการต่อรองในเรื่องราคา และสามารถกำาหนดกติกากับ Supplier ได้เช่น หากทาง Supplier ไม่
สามารถจัดส่งสินค้าได้ตามเวลาที่กำาหนด จะต้องเสียค่าปรับ เพื่อชดเชยความเสียหายของ 7–Eleven ที่
ไม่มีสินค้าไว้สำาหรับให้บริการกับลูกค้าได้ อีกทั้งหากสินค้าที่นำามาขายในร้านสาขาใดไม่มีคุณภาพ ทาง
7-Eleven ก็จะคัดสินค้าออก ไม่ให้ขายในร้านสาขา

4.อำานาจต่อรองของผู้ซื้อ (Buyer Power)

ผู้ซื้อมีอำานาจในการต่อรองกับ 7–Eleven น้อย ถึงแม้ว่าจะมีร้านค้าปลีกเกิดขึ้นมากมาย และมีกรจัด
รายการที่น่าสนใจไว้ แต่ 7-Eleven ก็ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำาหรับลูกค้า เพราะ 7–Eleven มีสาขา
กระจายอยูตามชุมชนทั่วประเทศ ซึงเป็นร้านค้าปลีกที่อยู่ใกล้บ้านมากกว่าร้านค้าปลีกอื่น ๆ จึงสามารถ
             ่                    ่
สนองตอบความต้องการได้ง่าย ประกอบกับในภาวะที่ค่านำ้ามันเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบันนี้จึงทำาให้ผู้บริโภค เริ่ม
เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ ไม่ว่าจะซื้อจากร้านค้าใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำางาน ซึ่งการกระจายสาขาของ 7-Eleven
นี้สามารถตอบสนองความต้องการในส่วนนี้ของลูกค้าได้มาก อีกทั้งการบริการอาหารและเครืองดื่มมีพร้อม
                                                                                       ่
สะอาด สะดวก การเปิดบริการ 24 ชั่วโมง ล้วนเป็นสิ่งที่ดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการได้
5.สิ่งทดแทน (Substitutes)

มีร้านค้าปลีกขนาดเล็กทั้งที่เป็นร้านค้าปลีกตั้งเดิม และร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งเป็นคู่แข่งทางตรง ที่
สามารถมาทดแทน สนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าได้ เหมือน ๆ กัน ซึ่งในปัจจุบัน พฤติกรรมผู้
บริโภคในการซื้อสินค้าได้เปลี่ยนไปตามสภาวะราคานำ้ามันที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคลดความถี่ในการ
ซื้อลง และมีการซือครั้งเดียวในปริมาณที่มากขึ้น รวมไปถึงการซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกที่ใกล้บ้านหรือ
                 ้
ใกล้ที่ทำางาน มากขึ้น หรือตามร้านค้าปลีกทีสามารพตอบสนองความต้องการสินค้าและบริการได้ครบถ้วน
                                            ่
เพื่อความสะดวกในการจับจ่าย และเป็นการประหยัดเวลาในการจับจ่ายด้วย จึงทำาให้ร้านค้าปลีกต่าง ๆ
แข่งขันหาจุดบริการต่าง ๆ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเลือกมาใช้บริการและจับจ่ายทีร้านของตน
                                                                           ่
Scenario Analysis

การวิเคราะห์ทัศนภาพ (Scenario Analysis) เป็นกระบวนการวิเคราะห์สถานการณ์ในภาพรวมซึ่งสามารถ
ใช้เป็นแนวทางในการ วิเคราะห์ทิศทางที่จะดำาเนินต่อไปในอนาคตได้ ซึ่งสามารถวิเคราะห์สถานการณ์
โดยรวม และปัจจัยความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อองค์กรคือ

1.การเมือง

ในสภาวะการเมืองที่ไม่ชัดเจน แม้ว่าในอนาคตอันใกล้นจะมีการเลือกตั้งที่แน่นอน จะมีรฐบาลใหม่ แต่ก็ยัง
                                                      ี้                         ั
ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุนเท่าใดนัก ต่างหยุดรอดูสถานการณ์หลังจัดตั้ง
รัฐบาลใหม่แล้วเสร็จ เพือดูทศทางที่แน่นอน จึงค่อยตัดสินใจลงทุน
                       ่   ิ
อีกทั้งร่างกฎหมายค้าปลีกยังไม่ผ่านร่าง จึงทำาให้ค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่อาศัยช่องว่างที่กฎหมายยัง
ไม่มีผลบังคับใช้ ขยายสาขาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก่อนทีจะถูกควบคุม ซึ่งเหล่าร้านค้าปลีกดั้งเดิมและร้าน
                                                         ่
สะดวกซื้อต่างหวังว่ารัฐบาลใหม่ จะได้ขอสรุปกฎหมายค้าปลีกให้มีผลบังคับใช้กับร้านค้าปลีกข้ามชาติ
                                        ้
ขนาดใหญ่

2.เศรษฐกิจ

ในสภาวะทีเศรษฐกิจทั่วประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัว การลงทุนด้านต่าง ๆ ต่างเลื่อนการลงทุนออกไปก่อน
อีกทั้งปัจจุบันนี้ราคานำ้ามันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้กระทบต่อต้นทุนสินค้าจำานวนมาก ทำาให้ราคา
สินค้าเพิ่มสูงขึ้น ด้วยภาวะสองปัจจัยนี้เป็นสิ่งสำาคัญที่ผู้บริโภคระวังการใช้จ่าย มีการคิดถึงเรื่องความคุ้มค่า
กับราคาทีจ่ายไปมากขึ้น และใช้จ่ายเฉพาะสิ่งที่จำาเป็นเท่านั้น และเน้นการซือของทีละมาก ๆ ไม่ออกไป
           ่                                                                   ้
ซื้อบ่อย ๆ ซื้อจากร้านที่สามารถสนองความต้องการได้ครบถ้วน หรือ ไปที่เดียวได้ครบทุกอย่างที่ต้องการ

3.สังคมและวัฒนธรรม

ในสังคมปัจจุบันนี้ ในการประกอบธุรกิจใด ๆ ก็ตามล้วนต้องมีการกระทำาใด ๆ เพื่อตอบแทนกลับสู่สังคม
และชุมชน เพือให้ชุมชนรับรู้ว่าธุรกิจนั้นไม่ได้หวังแต่ผลกำาไรเพียงอย่างเดียว ซึ่งทาง 7-Eleven เองก็มี
             ่
โครงการหลาย ๆ โครงการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพือประโยชน์แก่สังคม ดังเช่น
                                                                   ่
1. ด้านภาษาไทย การอ่าน และการเขียน เช่น
- โครงการโรงเรียนรักการอ่านยอดเยี่ยม
- โครงการประกวดหนังสือดีเด่น รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด
- “กล้าวรรณกรรม” และ “นักเขียนการ์ตูนรุ่นเยาว์
2. ด้านพัฒนาทักษะทางปัญญา
- การเผยแพร่ “หมากล้อม” (เกมโกะ)
3. ด้านการศึกษาผ่านประสบการณ์ตรง
4. ด้านคุณธรรมจริยธรรม
- โครงการพัฒนาครูผู้สอนพระพุทธศาสนา วิถีพุทธกัลยาณมิตร
- โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ
5. การบริการสาธารณประโยชน์
- โครงการบริจาคเงินสมทบทุนเพือมอบแก่ผู้ประสบภัย “สึนามิ” และผู้ประสบภัย “นำ้าท่วม”
                                  ่
- โครงการขาดหลอดประหยัดไฟ
- โครงการบริการนำ้าดื่มแก่เจ้าหน้าที่ตำารวจทั่วประเทศ

4. เทคโนโลยี

ปัจจุบันนี้เป็นโลกของข่าวสาร และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงไม่
สามารถหลบเลี่ยงไป ได้ ขณะเดียวกันเทคโนโลยีนั้นมีคุณอนันต์และโทษมหันต์ ขึ้นอยูกับการรู้จกนำามา
                                                                                 ่        ั
ใช้ให้เป็น ซึ่ง ในบริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น นั้นได้นำาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ได้
อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเพือสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือใช้เพื่อตรวจสอบควบคุม
                                             ่
คุณภาพของสินค้า ปริมาณสินค้าคงคลัง คิดค้นและพัฒนาคุณภาพสินค้า ซึ่งบริษัทนั้นมีเป้าหมายในการ
มุ่งไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ มีการส่งเสริมการเรียนรู้ ถ่ายทอด แบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และจุดเรียนรู้
ในการทำางาน

การวิเคราะห์แนวโน้ม

แนวโน้มที่แน่นอน (Certainty Trends)
C1 ในปีนี้มีการเลือกตั้งที่แน่นอนและมีโอกาสทีจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่แน่นอน
                                              ่
C2 ลูกค้าเริ่มสนใจใส่ในเรื่องความคุ้มค่าของสินค้ากับปริมาณเงินที่จ่ายออกไป ในภาวะที่เศรศฐกิจของ
ประเทศชะลอตัว
C3 คู่แข่งขัน เริ่มมีการทำาตลาดและการจัดรายการทีดึงดูดลูกค้า
                                                  ่
C4 การแข่งขันเรื่องสินค้าและบริการเน้นที่คุณภาพของสินค้าและบริการเป็นสำาคัญ

แนวโน้มที่ไม่แน่นอน (Uncertainty Trends)
U1 ราคานำ้ามันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลต่อต้นทุนของสินค้าในด้านการขนส่ง
U2 เทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
U3 พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
U4 ความไม่แน่นอนของกฎหมายค้าปลีกว่าจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด ซึงส่งผลให้ร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาด
                                                                  ่
ใหญ่ต่างเร่งขยายสาขาใหญ่บ้างเล็กบ้าง
U5 การแข็งค่าของค่าเงินบาท ส่งผลกระทบต่อรายได้ของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ได้ลงทุนในต่าง
ประเทศ

SWOT Analysis การวิเคราะห์ภายในองค์กร

ในการวิเคราะห์ SWOT ของ 7-Eleven ในครั้งนี้ดัวย 5’Ms โดยมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. Man (คน)

จุดแข็ง (Strengths)

บริษัทประกอบด้วยพนักงานและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เนืองจาก 7-Eleven ได้ให้ความสำาคัญ
                                                              ่
กับการพัฒนาคนมาอย่างต่อเนื่อง มีการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อรองรับการ
ขยายสาขา และรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำาคัญในการผลักดันให้ 7-Eleven ประสบความ
สำาเร็จได้ สามารถมีสาขาร้านค้ามากมาย

จุดอ่อน (Weakness)

การที่พนักงานและบุคลากร ของ 7-Eleven มีความรู้ความสามารถ อาจเป็นช่องทางให้บริษัทคู่แข่งธุรกิจ
เดียวกันเข้ามาซื้อตัวพนักงาน โดยอาจเสนออัตราเงินเดือน และผลตอบแทนที่สูงกว่าเพื่อดึงดูดพนักงาน
ของ 7-Eleven ได้ เพราะปัจจุบันนี้การแข่งขันที่สูง หากมีบุคลากรที่มความรู้ความสามารถมาร่วมแรง
                                                                  ี
ร่วมใจพัฒนาองค์กร จะทำาให้ธุรกิจประสบความสำาเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว

โอกาส (Opportunity)

ผู้บริหารของบริษัทให้ความสำาคัญต่อการสรรหาพนักงานมากพอ ๆ กับการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน
โดยให้ความสำาคัญต่อการคัดเลือกคนดีมากกว่าคนเก่ง ซึงผู้บริหารเชื่อว่าพนักงานที่รับเข้ามาใหม่ยังไม่มี
                                                     ่
ความรู้ ความสามารถในระดับที่เรียกว่า “คนเก่ง” ก็สามารถพัฒนาภายหลังได้ แต่การสร้างคนให้เป็นคนดี
ต้องใช้เวลานาน วิธีการสรรหาของบริษัท ใช้วิธีการหลายรูปแบบด้วยกัน เช่นการประกาศรับสมัครทางสื่อ
ต่าง ๆ การคัดเลือกนักศึกษาที่จบใหม่จากมหาวิทยาลัย การเข้าร่วมงานนัดพบแรงงาน และการรับสมัคร
ใน Internet เป็นต้น ซึงทำาให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีโอกาสที่จะคัดเลือกพนักงานได้มาก
                      ่

อุปสรรค (Threat)

เนื่องจาก 7-Eleven มีคณะกรรมการที่มีอำานาจในการตัดสินใจ เรื่องนโยบายต่าง ๆ หลายท่าน ซึ่งคณะ
กรรมการเหล่านี้มาจากการแต่งตั้งโดยใช้เสียงข้างมาก จากการประชุมผู้ถอหุ้น ซึ่งสามารถถอดถอนได้
                                                                  ื
โดยใช้มติที่ประชุม ซึ่งหากมีการเปลี่ยนคณะกรรมการบ่อย จะทำาให้การตัดสินใจล่าช้าไม่ทันต่อเหตุการณ์
ได้

2. Money (เงิน)

จุดแข็ง (Strengths)

ณ.วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 104,873 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 คิด
เป็น ร้อยละ 6 ซึ่งเป็นรายได้ธุรกิจร้านสะดวกซือ สัดส่วนร้อยละ 64 รายได้จากธุรกิจร้านค้าปลีกขนาดใหญ่
                                             ้
ในประเทศจีน สัดส่วนร้อยละ 30 และรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ ในประเทศ สัดส่วนร้อยละ 6
กลุมธุรกิจร้านค้าสะดวกซือมียอดขายสุทธิรวม 65,055 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 14,975 ล้านบาท
    ่                    ้
หรือคิดเป็นร้อยละ 29 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของยอดขายสุทธิมีสาเหตุมาจากการขยายสาขา และยอดขายเฉลี่ย
ต่อร้านต่อวันเพิ่มขึ้น
ซึ่งแสดงให้เห็นว่า 7-eleven มีความแข็งแกร่งเรื่องเงินทุนและมีศักยภาพในการขยายสาขา และเพิ่มยอด
ขายให้สูงขึ้น เป็นอย่างมาก

จุดอ่อน (Weakness)

บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นเป็นจำานวนประมาณร้อยละ 50 ของกำาไรสุทธิจากการดำาเนิน
งานหลังภาษีเงินได้ ซึ่งนโยบายนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึงการขยายสาขาเพิ่มขึ้นนั้นมีส่วนทำาให้กำาไร
                                                           ่
สุทธิลดลง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการชายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้อาจทำาให้การจ่ายเงินปันผลให้
กับผูถือหุ้นเปลี่ยนไป อาจสร้างความไม่พึงพอใจให้กับผูถือหุ้นได้
     ้                                               ้

โอกาส (Opportunity)

7-Eleven เป็นร้านค้าสะดวกซื้อที่เป็นที่รู้จกโดยทั่วไป หากมีความจำาเป็นในการระดมทุนเพิ่ม ก็มความ
                                           ั                                               ี
สามารถในการระดมทุนได้ง่าย อีกทั้งการขยายเพิ่มของแฟรนไชส์ จะช่วยให้บริษัทไม่ต้องลงทุนในการ
เพิ่มสาขามากนัก แต่สามารถมีสาขาเพิ่มขึ้นได้

อุปสรรค (Threat)

ปัจจุบันค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราค่าเช่าร้านสูงขึ้นมาก อีกทั้งแหล่งทำาเลทีตั้งร้านตามชุมชนต่าง
                                                                                   ่
ๆ มีราคาแพง ซึ่งจะส่งผลทำาให้ค่าใช้จ่ายของร้านโดยรวมสูงขึ้น และจะส่งผลให้กำาไรสุทธิของบริษัทลด
น้อยลง

3. Materials (วัตถุดิบ อุปกรณ์ เครืองมือ ที่ใช้ในการดำาเนินธุรกิจ)
                                   ่

จุดแข็ง (Strengths)

บริษัทมีการนำาเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการดำาเนินธุรกิจ เพือตอบสนองต่อความต้องการ
                                                                    ่
ของลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยยึดถือความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก มีกระบวนการคัดสรรและ
ตรวจสอบคุณภาพของสินค้า ให้ได้คุณภาพสมำ่าเสมอ และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค อีกทั้ง
บริษัทได้จัดกระบวนการพัฒนาสินค้า ร่วมกับผู้ผลิต โดยมีการตรวจสอบสินค้าตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การ
จัดส่ง การเก็บรักษา เพือให้ได้มาซึ่งสินค้าที่มีคุณภาพ
                       ่

จุดอ่อน (Weakness)

เนื่องจากบริษัท 7-Eleven มีสาขากระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ การติดต่อสือสารมักใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
                                                                   ่
เป็นสำาคัญ หากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีปัญหา ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริหารงาน

โอกาส (Opportunity)

บริษัทตระหนักถึงความสำาคัญในการพัฒนาสินค้า การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ และพัฒนาสินที่ที่มีคุณภาพ อีก
ทั้งมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเพื่อส่งมอบสิ่ง ทีดีที่สดให้แก่ลกค้า และตรง
                                                                       ่     ุ       ู
ความต้องการของลูกค้า อีกทั้งนำาเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการผลิต ควบคุม และการวางแผน เพือ   ่
ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนไปของพฤติกรรมผู้บริโภค
อุปสรรค (Threat)

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นการวางแผนด้านต่าง ๆ ต้องกระทำาอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทัน
ต่อเหตุการณ์ และสภาวะ การณ์ที่เปลี่ยนไป

4. Management (การจัดการ)

จุดแข็ง (Strengths)

โครงสร้างการจัดการของบริษัทประกอบด้วย คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ ประธานเจ้า
หน้าที่บริหาร และ ผู้บริหาร มีการแบ่งขอบเขตอำานาจหน้าที่อย่างชัดเจน ซึงคณะกรรมการบริษัทประกอบ
                                                                      ่
ไปด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ในการทำางานจากหลากหลายสาขาที่เป็นที่
ยอมรับในระดับประเทศ และมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเป็นอย่างดี และมีวัฒนธรรม
องค์กรของบริษัทคือการทำางานเป็นทีม โดยมีค่านิยม 7 Values เป็นค่านิยมพื้นฐานสำาหรับพนักงานทุก
คนในองค์กร และ 11 Leadership เป็นค่านิยมสำาหรับผู้บริหารทุกคนยึดถือและนำาไปปฏิบัติในการดูแลเอา
ใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างมีคุณธรรม

จุดอ่อน (Weakness)

การที่บริษัทมีคณะกรรมการบริษัท มากถึง 13 คน อาจส่งผลให้การตัดสินใจในบางเรื่องล่าช้ากว่าที่ควร
อำานาจการตัดสินใจมีน้อย ต้องอาศัยเสียงส่วนใหญ่ของผู้ถือหุ้น ซึ่งในการดำาเนินงานปัจจุบันต้องมีการ
ตัดสินใจที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ที่ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

โอกาส (Opportunity)

ตามโครงสร้างของคณะกรรมการ ล้วนเป็นบุคคลที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ในการทำางานที่หลาก
หลาย และเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ย่อมสามารถนำาพาให้องค์กรประสบความสำาเร็จในการดำาเนินธุรกิจ
ได้เป็นอย่างดี สามารถแข่งขันกับคู่แข่งขันรายใหญ่ ๆ ได้

อุปสรรค (Threat)

ในภาวะตลาดปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศ หรือในตลาดต่างประเทศ
ล้วนเป็นแรงผลักดันให้บริษัทต้องแสดงความสามารถในการบริหารจัดการ สร้างความแข่งแกร่ง และมี
ความพร้อมสำาหรับการฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ได้

5.Marketing (การตลาด)

จุดแข็ง (Strengths)

บริษัทมีทำาเลทีตั้งทีค่อนข้างได้เปรียบเนื่องจากได้เลือกทำาเลที่ตั้งใน แหล่งชุมชนมีผคนสัญจรผ่านไปมา
               ่     ่                                                             ู้
ตลอด จึงสามารถเข้าถึงผู้บริโภค ได้ง่าย อีกทั้ง มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐานคุณภาพสินค้าไว้
อย่างชัดเจน และมีการสุ่มตรวจคุณภาพสินค้าอย่างสมำ่าเสมอ และมีการสรรหาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย
แตกต่างจากคู่แข่งขันอยู่เสมอ โดยมีเป้าหมายหลักคือการตอบสนองตรงต่อความต้องการของลูกค้า

จุดอ่อน (Weakness)

ปัจจุบันร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่มีการแข่งขันทางการตลาดสูงมาก ต่างนำากลยุทธ์ต่าง ๆ มาใช้เช่น
การขายสินค้าราคาพิเศษ การมีของสมนาคุณพิเศษ การแจกคูปองเงินสดเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อ
สินค้า ซึงการแข่งขันเช่นนี้สามารถดึงดูดผู้ซอได้มาก เนื่องจากปัจจุบันนี้ผู้ซื้อมักมองถึงความคุ้มค่า
         ่                                 ื้
ประหยัด ซึ่งทางบริษัทเองต้องหาวิธีการจัดรายการโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดใจผู้ แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่มี
ผลกระทบต่อบริษัทในระยะยาว

โอกาส (Opportunity)
7-Eleven มีโอกาสที่เข้าถึงชุมชนได้มากกว่าร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ เนื่องจากการมีสาขาที่
ครอบคลุมทั่วประเทศไทย อีกทั้งเป็นร้านสะดวกซือทีอยู่ในชุมชน และไม่ถูกต่อต้านจากชุมชนเนื่องจากว่า
                                              ้ ่
เป็นร้านค้าของคนไทยไม่ใช่ต่างชาติ ซึ่งจากข้อได้เปรียบนี้ทำาให้ 7-Eleven สามารถขยายสาขา
ครอบคลุมได้มากขึ้น

อุปสรรค (Threat)

ในปัจจุบันการแข่งขันทางการค้าค่อนข้างสูง การที่ร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ได้ขยายสาขาไปตาม
เมืองใหญ่ และพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมายโดยการขยายสาขาที่มีขนาดเล็กลง และเริ่มเข้าไปในชุมชน
ซึ่งล้วนเป็นคู่แข่งทางการค้าของ 7-Eleven ได้

ข้อเสนอแนะ

1. การทีทาง 7-Eleven มีการฝึกบุคลากร โดยเปิกการเรียนการสอนและเปิดให้มีการปฏิบัติงานจริง ทำาให้
        ่
บุคคลากรที่สำาเร็จออกมามีความสามารถ และเป็นทีต้องการของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เพราะการที่ได้
                                                  ่
บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ย่อมช่วยให้ธุรกิจประสบความสำาเร็จ ซึ่งทาง 7-Eleven ควรมี
มาตรการรองรับปัญหาเรื่องสมองไหล เพือป้องกันการซื้อตัวบุคลากรจากบริษัทคู่แข่ง
                                        ่
2. 7-Eleven ต้องเร่งสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง เพือไม่ตองเหนื่อยในการแข่งขันกับคู่แข่ง ซึ่ง
                                                           ่     ้
นโยบายที่ทาง 7-Eleven เน้นด้านสินค้าบริโภค นั้นหากสามารถ มีอาหารและเครื่องดื่มที่มคุณภาพ มี
                                                                                    ี
มาตรฐาน เชื่อว่า น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำาหรับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
3. ควรเน้นพัฒนาระบบสารสนเทศ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพือรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และ
                                                        ่
พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
4. ควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของร้านสาขา เนื่องจากปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว มีคนว่าง
งานจำานวนมาก และยาบ้าเริ่มระบาดมากขึ้น ในขณะที่ร้านเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง หากบริษัทมีมาตรการ
รักษาความปลอดภัยที่ดีแล้ว จะทำาให้ลูกค้ากล้าที่จะมาใช้บริการในยามดึกดื่นเพิ่มขึ้น

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?
id=dnt&month=08-2008&date=24&group=40&gblog=38

7 eleven

  • 1.
    Case Study :บริษัท ซี.พี. เซเวนอีเลฟเว่น จำำกัด (มหำชน) โดยนศ. สุภาพร แซ่เบ๊ ภาพรวมการประกอบธุรกิจ บริษัท ซี.พี. เซเวนอีเลฟเว่น จำากัด (มหาชน) เดิมชือ บริษัท ซี.พี. คอนวีเนียนสโตร์ จำากัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ่ ปี 2531 โดยบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพือให้เป็นบริษัทของคนไทยที่ประกอบธุรกิจหลักด้านค้าปลีก ่ ประเภทร้านค้า สะดวกซือในประเทศไทยภายใต้เครืองหมายการค้า “7-Eleven” โดยบริษัทได้รับสิทธิการ ้ ่ ์ ใช้เครืองหมายดังการจาก 7-Eleven,Inc . สหรัฐอเมริกา และได้เปิดสาขาแรกที่ซอยพัฒน์พงษ์ เมือปี ่ ่ 2532 ณ สิ้นปี 2549 บริษัทมีร้านสาขา 7-Eleven ทัวประเทศรวม 3,784 สาขา ซึงจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีสาขา ่ ่ มากเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจาก ประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐไต้หวัน ทั้งนี้แบ่งเป็นร้าน ในกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล 1,960 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 52) เป็นร้านในต่างจังหวัด 1,824 สาขา ( คิด เป็นร้อยละ 48) เมื่อแบ่งตามประเภทของร้านพบว่า มีร้านสาขาบริษัท 2,119 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 56 ) ส่วนที่เหลือเป็นร้านเฟรนไชส์ 1,449 สาขา ( คิดเป็นร้อยละ 38 ) และร้านค้าที่ได้รับสิทธิรับช่วงอาณาเขต 216 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 6 ) ปัจจุบันมีลูกค้าเข้าร้าน 7-Eleven เฉลี่ยวันละ 4.0 ล้านคน ทั้งนี้ในปี 2550 ทางบริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาร้าน 7-Eleven อย่างต่อเนื่องอีกประมาณ 400-450 สาขา ทังในรูปแบบของร้านในทำาเลปกติ และร้านในสถานีบริการนำ้ามันของ บริษัท ปตท.(มหาชน) เพือ ้ ่ ให้ครอบคลุมพื้นที่ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทั้งในกรุงเทพ ฯ และต่างจังหวัด โดย ณ สิ้นปี 2549 บริษัทมี ร้านในทำาเลปกติ 3,279 สาขา ( คิดเป็นร้อยละ 87 ) และร้านในสถานีบริการนำ้ามัน ปตท. 505 สาขา (คิด เป็นร้อยละ 13 ) นอกจากนั้น บริษัทได้ขยายการลงทุนไปธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจร้านค้าสะดวกซือใน ประเทศไทยอย่าง ้ ต่อเนื่อง เช่น ในปี 2537 เริ่มลงทุนในบริษัท เคาท์เตอร์เซอร์วิส จำากัด ( CS ) เพื่อประกอบธุรกิจเป็น ตัวแทนรับชำาระเงินค่าสินค้าและบริการ ในปี 2539 ลงทุนในบริษัท ซี.พี. ค้าปลีกและการตลาด จำากัด ( CPRAM ) เพือประกอบธุรกิจผลิตและจำาหน่ายอาหารแช่แข็งและเบเกอรี่ ในปี 2542 ลงทุนในบริษัท รี ่ เทลลิ้งค์ ( ประเทศไทย ) จำากัด (RTL) เพือประกอบธุรกิจการจำาหน่ายและซ่อมแซมอุปกรณ์ค้าปลีก ่ บริษัทยังได้มการขยายการลงทุนในธุรกิจเสริมอื่น ๆ อีก เช่น ในปี 2544 ได้จดจั้งบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด ี ั จำากัด (TSC) ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพือให้บริการชำาระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเติมเงินอิเล็คทริ ่ นิกส์ (Smart Purse) และในปี 25446 ได้จัดตั้ง บริษัท โกซอฟ (ประเทศไทย) จำากัด (GOSOFT) เพือให้ ่ บริการออกแบบและพัฒนาด้านสารสนเทศ จัดตั้งบริษัท เอ็ม เอ เอ็ม ฮาร์ท จำากัด (MAM) เพือให้บริการ ่ ปรึกษาวางแผนกิจกรรมทางการตลาดและบริษัท ไดนามิค แมเนจเม้นท์ จำากัด (DM) เพือให้บริการบริหาร ่ งานกิจกรรมการขนส่งและกระจายสินค้า ในปี 2547 บริษัทได้จัดตั้ง บริษัท ศึกษาภิวัฒน์ จำากัด เพื่อให้ บริการด้านการศึกษาโดยดำาเนินโครงการสถาบันการศึกษาในชื่อว่า ปํญญาภิวัฒน์เทคโนธุรกิจ ซึ่งมีจดมุ่ง ุ หมาย เพือสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาของภาครัฐ โดยเฉพาะส่วนของการเรียนการสอนระดับ ่ อาชีวศึกษาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นและ สามารถผลิตบุคลากรได้ตรงกับความต้องการและการขยายตัวของ ภาคอุตสาหกรรมและ ธุรกิจค้าปลีก เพื่อนำาไปสู่การพัฒนาประเทศในอนาคต ในปี 2548 บริษัทได้เปิดคำาเนินการ โรงเรียนปัญญาภิวัฒน์เทคโนธุรกิจ อย่างเป็นทางการ และได้เริ่มเปิด ดำาเนินการบริการโอนเงินผ่านบัตร “เชือมรัก” และการชำาระเงินค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ด้วยบัตร Smart ่ Purse ซึ่งเป็นบัตรเงินสดดิจตอล สำาหรับปี 2549 บริษัทได้ดำาเนินก่อตั้งบริษัท ปํญญธารา จำากัด เพื่อ ิ ประกอบธุรกิจการจัดการฝึกอบรม และการจัดสัมมนาทางวิชาการ นอกจากการขยายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่น ๆ โดยการจัดตั้งบริษัทย่อยและบริษัทร่วมเพิ่มเติมแล้ว บริษัท ยังมีการขยายช่องทางธุรกิจภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทเองอีก โดยในปี 2541 ได้เปิดตัวธุรกิจ 7 Catalog Order เพื่อเป็นการขยายช่องทางธุรกิจ เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น โดยพัฒนาจาก Mail Order จัดทำาเป็นแผ่นพับไปสู่ “วารสารแคตตาล็อค” และในปี 2544 ได้เปิดตัวธุรกิจ Book Smile (เดิมชื่อ 7 Today) เพื่อเป็นช่องการขยายช่องทางธุรกิจด้านการจำาหน่ายหนังสือและวารสาร ปัจจุบันสำานักงานตั้งอยู่เลขที่ 283 อาคารสีบุญเรือง 1 ถนน สีลม เขต บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทรศัพท์ 0-2677-9000 โทรสาร 0-238-1767
  • 2.
    ปรัชญาองค์กร (Philosophy) “เรา ปรารถนารอยยิ้มจากลูกค้าด้วยทีมงานที่มีความสุข” วิสัยทัศน์ (Vision) “เรา คือผู้ให้บริการความสะดวกซือ กับลูกค้าทุกชุมชน” ้ พันธกิจ (Mission) 1. มุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในการสรรหาและส่งมอบ สินค้า และบริการที่ลกค้าสะดวกซื้อต้องการ ู 2. สรรหาทำาเลร้านสาขาที่เข้าถึงลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 3. สร้างภาวะผู้นำาทุกระดับและส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศการทำางานที่ดี 4. สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับสังคมและชุมชน 5. สร้างองค์กรคุณภาพและมุ่งสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ 6. บริหารกิจการให้มีผลตอบแทนการลงทุนที่ดีและบริหาร ตามหลักธรรมาภิบาล ภาวะ การตลาดและการแข่งขัน ธุรกิจค้าปลีกในปี 2549 ชะลอตัวลงจากหลากหลายปัจจัยที่เข้ามากระทบ กำาลังซือและความเชื่อมั่นของผู้ ้ บริโภค ทั้งราคานำ้ามัน สถานการณ์การเมือง ภาวะนำ้าท่วม ไข้หวัดนก รวมถึงความไม่สงบทางภาคใต้ที่ยัง ไม่คลี่คลาย เป็นผลให้คาดว่าทั้งปี 2549 มูลค่าค้าปลีกในระบบภาษีในภาพรวมจะขยายตัวประมาณร้อยละ 5 คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.3 ล้านล้านบาท ในขณะที่ภาวการณ์แข่งขันสูง โดยเฉพาะในส่วนของค้าปลีกสมัย ใหม่ในลักษณะ Chain Store ทั้งในรูปแบบการขยายสาขาและการนำากลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ มาใช้เพื่อดึงดูดผู้บริโภคซึ่งในปัจจุบันจะยิ่งมีการไตร่ตรองในการซื้อและ คำานึงถึงความคุ้มค่ามากขึ้น จากราคานำ้ามันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อรูปแบบพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค โดยส่วน หนึ่งมีการลดความถี่ในการซื้อลงและอาจจะมีการซื้อครั้งเดียว ในปริมาณที่มากขึ้น รวมไปถึงการซือสินค้า ้ จากร้านค้าปลีกใกล้บ้านหรือที่ทำางานมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับมาตรการควบ คุมผังเมือง ทำาให้ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เริ่มมีการปรับรูปแบบไปสู่ร้านค้าปลีก ขนาดเล็กมาก ยิ่งขึ้น ร้านสะดวกซือจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจเข้ามาลงทุนทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิม และ ้ ผู้ค้าปลีกในตลาดอื่น ซึ่งมีทั้งรูปแบบที่ประกอบการเองและขยายสาขาด้วยระบบแฟรนไชส์ ปัจจัยแห่งความสำาเร็จ ปัจจัยสำาคัญที่สนับสนุนความสำาเร็จของ บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำากัด (มหาชน) พอสรุปได้ ดังนี้ 1.วิสัยทัศน์และการตัดสินใจของผู้บริหาร การที่บริษัทสามารถขยายกิจการร้านสาขา 7-Eleven ได้อย่างรวดเร็วและสามารถบริหารร้านสาขาให้อยู่ รอด และเจริญเติบโต เป็นผลมาจากความกล้าในการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูง และการเลือกทำาเลใน การเปิดร้านสาขาที่เหมาะสม การตัดสินใจที่แม่นยำาและทันเวลานี้ เกิดจากการสร้างสมประสบการณ์ ของ ผู้บริหาร ทำาให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและมีความสามารถในการมองโอกาสที่กำาลังจะเกิด ขึ้นในอนาคต 2.ทีมงานที่มีคุณภาพ การมีทีมงานที่มีพลังและมีคุณภาพ ช่วยสานต่อวิสัยทัศน์ของผู้บริหารให้เกิดเป็นรูปธรรมและนำาองค์กรสู่ ความ สำาเร็จ นั้นเป็นผลมาจากการสรรหาบุคคลที่มคุณภาพ แลความมุ่งมั่นของผู้บริหารในการให้ความ ี สำาคัญในการพัฒนาพนักงานในรูปแบบต่าง ๆ เป็นปัจจัยสำาคัญอย่างหนึ่งในการนำาไปสู่ความสำาเร็จ 3. การยอมรับและความพึงพอใจของลูกค้า ร้านสาขาทุกแห่งของ 7-Eleven เป็นที่นิยมของลูกค้า เนื่องจากมีสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของ ลูกค้าและมีความสะดวก เนื่องจากมีสาขากระจายอยู่ทั่วไปในแหล่งชุมชน ตลอดจนความเชื่อมั่นใน คุณภาพสินค้า ซึ่งเป็นผลมาจากการให้ความสำาคัญในการคัดเลือกและตรวจสอบสินค้าที่มีคุณภาพ ทีจะ ่ นำามาวางขายในร้านสาขา ปัจจัยความเสี่ยง 1.ความเสี่ยงจากการถูกยกเลิกเครืองหมายการค้า 7-Eleven ่
  • 3.
    บริษัทดำาเนินธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทยภายสัญญาให้ใช้สิทธิ์ที่ บริษัททำากับ 7-Eleven,Inc. แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ตังแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2531 โดยสัญญาให้ใช้สิทธิ์เป็นสัญญาที่ไมมี ้ กำาหนดอายุ โดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ทจะเลิกสัญญา หากเกิดเหตุการณ์ตามที่กำาหนดไว้ในสัญญา ี่ หรือในกรณีที่ถอเป็นเหตุเลิกสัญญาตามสัญญาให้ความยินยอมซึ่งจะมี ผลเป็นการเลิกสัญญาให้ใช้สิทธิ์ ื ด้วย ซึ่งจากความสัมพันธ์อันดีตลอดระยะเวลา 17 ปี บริษัทยังไม่เคยมีกรณีพิพาทใด ๆ ที่สำาคัญกับ 7- Eleven, Inc. รวมทั้งได้ปฏิบัตตามข้อกำาหนดต่าง ๆ ในสัญญาดังกล่าวมาโดยตลอด ทำาให้บริษัทเชือว่า ิ ่ บริษัท และบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับ 7-Eleven, Inc. และในขณะนี้ไม่มีเหตุ อันใดที่จะส่งผลกระทบในทางลบกับความสัมพันธ์ระหว่าง บริษัท และบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ กับ 7- Eleven, Inc. ในกรณีสัญญาการใช้สิทธิ์ถกยกเลิก บริษัทจะสูญเสียสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้า ซึ่ง ู อาจก่อให้เกิดผลกระทบกับการดำาเนินธุรกิจของบริษัทอย่างมาก 2.ความเสี่ยงจากความผิดพลาดหรือข้อขัดข้องของศูนย์กระจายสินค้า สินค้าส่วนใหญ่ที่จำาหน่ายในร้าน 7-Eleven จะถูกส่งผ่านมาจากศูนย์กระจายสินค้าของบริษัท ดังนั้น การ ดำาเนินการของศูนย์กระจายสินค้ามีความสำาคัญต่อธุรกิจของ 7-Eleven อย่างมาก 2.ความเสี่ยงจากความ ผิดพลาดหรือข้อขัดข้องของศูนย์กระจายสินค้า ๆ ซึงย่อมมีผลเสียต่อความสามารถในการจัดส่งสินค้าไป ่ ยังร้าน 7-Eleven ซึ่งอาจทำาให้เกิดผลกระทบกับผลประกอบการได้ 3. ความเสี่ยงจากความผิดพลาดหรือขัดข้องของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศถือเป็นปัจจัยสำาคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถดำาเนิน ธุรกิจได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ทั้งด้านการบริหารการหมุนเวียนของสินค้า การจัดซื้อ การจัดเก็บข้อมูลและการประมวลผล ข้อมูลเพือการพัฒนาความสามารถในการดำาเนิน การ ดังนั้นความผิดพลาดหรือขัดข้องของระบบ ่ เทคโนโลยีสารสนเทศย่อมส่งผลเสียต่อ ความสามารถของบริษัทในการบริหารร้าน 7-Eleven ให้เป็นไป ตามปกติ ซึ่งอาจเกิดผลกระทบกับผลประกอบการของบริษัทได้ 4.ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนใน Shanghai Lotus Supermarket Chain Store Co.,Ltd. (SLS) ซึ่งเป็น บริษัทที่ดำาเนินธุรกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC) อันอาจจะมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ จากปัจจัยทางการเมือง กฎหมาย หรือภาวะเศรษฐกิจของ PRC ทีอาจเปลี่ยนแปลงไป ซึงอาจมีผลกระทบ ่ ่ ให้รายได้จากธุรกิจเหล่านั้นไม่เป็นไปตามเป้าหมาย นอกจากนี้ ตามที่รฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ลงนามในข้อตกลงการค้ากับ World Trade ั Organization (WTO) ทำาให้มการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับกาขยายตัวของธุรกิจ ี ต่าง ๆ ภายในประเทศ สำาหรับธุรกิจค้าปลีกนั้น นับตั้งแต่ 11 ธันวาคม 2547 เป็นต้นไป รัฐบาล PRC ได้ อนุญาตให้ผู้ถอหุ้นต่างชาติสามารถถือหุ้นในบริษัทที่ดำาเนินธุรกิจซุป เปอร์เซ็นเตอร์ได้เพิ่มขึ้น จากเดิมถือ ื หุ้นไม่เกินร้อยละ 48 เป็นผู้ถอหุ้นได้มากกว่าร้อยละ 50 ื 5.ความเสี่ยงจากอิทธิพลการควบคุมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์มีอำานาจในการควบคุมทั้งทางตรงและทางอ้อมในบริษัท และในสัญญาให้ความ ยินยอม เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตกลงจะดำารงสัดส่วนการถือหุ้นขั้นตำ่า ตลอดจนอำานาจในการแต่งตั้งและ อำานาจควบคุมจำานวนกรรมการข้างมากของบริษัท ดังนั้น เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงสามารถแต่งตั้งกรรมการ บริษัทส่วนใหญ่ และสามารถมีอิทธิพลในการบริหารจัดการบริษัท รวมถึงพิจารณาหรือผลักดันเรื่องต่าง ๆ ทีต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถอหุ้นของบริษัท ่ ื ปัจจุบันนี้ไม่มีข้อจำากัดทางสัญญาใด ๆ ระหว่างบริษัทปละบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ห้ามบริษัทใน เครือเจริญ โภคภัณฑ์ขยายธุรกิจหรือลงทุนในธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ จึงอาจมีความเสี่ยงว่าเครือเจริญ โภคภัณฑ์จะไม่พจารณาจัดสรรโอกาสและ ทรัพยากรไปในทางที่เป็นประโยชน์สูงสุด กับบริษัท และผู้ถอ ิ ื หุ้น เป้าหมายของการดำาเนินธุรกิจ บริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำาในธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทยที่ สามารถตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเน้นจุดเด่นของการนำาเสนอ “ความสะดวก” ให้กับลูกค้า สำาหรับการซื้อสินค้าและใช้บริการต่าง ๆ ด้วยทำาเลร้าน 7-Eleven ทีกระจายครอบคลุมพื้นทีกว้างขวางและ ่ ่
  • 4.
    ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดร้าน 7-Eleven ในปี 2550-2551 ปี ละประมาณ 400-450 สาขาโดยบริษัทยังวางตำาแหน่งร้าน 7-Eleven ให้เป็นร้านค้าสะดวกซือที่ให้บริการ ้ อาหารและเครืองดื่มทีครบวงจร โดยเน้นการขายสินค้าบริโภคมากกว่าสินค้าอุปโภค เนื่องจากสินค้า ่ ่ บริโภคโดยทั่วไปมีอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าสินค้าประเภท อุปโภค และเป็นการวางตำาแหน่งร้าน 7- Eleven ให้แตกต่างจากร้านค้าปลีกประเภท ในขณะเดียวกันบริษัทจะใช้ประโยชน์จากเครือข่ายร้าน 7- Eleven ในการให้บริการเสริมต่าง ๆ เพื่อเพิมความสะดวกแก่ลูกค้า อาทิเช่น การเป็นตัวแทนชำาระค่าสินค้า ่ และบริการของ เคาน์เตอร์เซอร์วิส การสสั่งซื้อสินค้าทาง 7-Cattalog เป็นต้น วิเคราะห์สถานะภาพของ บ. เซเว่นอีเลฟเว่น เซเว่นอีเลฟเว่น เป็นร้านสะดวกซื้อที่มุ่งมั่นที่จะแสวงหาสินค้าและบริการที่หลากหลาย เพือตอบสนอง ่ ความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งเน้นที่จะให้ลูกค้ามาถึงร้าน แล้วสามารถได้ครบทุกอย่างไม่ว่าจะซื้อสินค้า หรือ โอนเงิน หรือชำาระค่าสาธารณูปโภค ซึ่งย่อมจะได้เปรียบในเชิงการแข่งขันสูง ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ด้วย The 5 Force’ s Model พบว่า 1.การแข่งขันในอุตสาหกรรม ( Existing & Competitor) ปัจจุบันธุรกิจโดยทั่วไปของร้านสะดวกซื้อมีการแข่งขันกันสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีกขนาดเดียวกัน เช่น โลตัส เอ็กซ์เพรส หรือ Jiffy Shop หรือ ร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Big C, Tesco Lotus หรือ คาร์ฟูร์ ต่างแข่งขันช่วงชิงลูกค้าด้วยกลวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดรายการโปรโมชั่นต่าง ๆ เช่น ซือ 1 แถม 1 หรือ ซือ 2 ชินประหยัดกว่า หรือจัดรายการลดแลก แจกแถม ซึ่งสภาวะเศรษฐกิจชะลอ ้ ้ ้ ตัวเช่นนี้ หากไม่มกลยุทธ์ในการต่อสู้แย่งชิงลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดรายการ หรือ สร้างบริการให้ลกค้า ี ู ประทับใจ หรือ ขายสินค้าที่มีคุณภาพ หลากหลาย แตกต่างจากร้านค้าปลีกทั่วไป ซึ่งล้วนสามารถจูงใจให้ ลูกค้าเลือกใช้บริการได้ 2.คู่แข่งรายใหม่ ( New Entrants) สำาหรับคู่แข่งรายใหม่ของ 7-Eleven ขณะนี้มีเพิ่มจำานวนมาก สามารถเข้ามาแข่งขันได้ง่าย ไว้ว่าจะเป็น ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก เช่น 108 shop , โลตัส เอ็กซ์เพรส หรือ Jiffy ฯลฯ และยังมีร้านค้าปลีกข้ามชาติ ขนาดใหญ่ เช่น Big C , Tesco Lotus ซึ่งแม้ว่าร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ จะเข้ามากระจายเปิด กิจการตามเขตชุมชนใหญ่ ๆ และมีสิ่งอำานวยความสะดวกค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็น เคาท์เตอร์รับชำาระค่า บริการต่าง ๆ มีโรงภาพยนตร์ คาราโอเกะ และมีธนาคารสาขาย่อย ซึ่งก็ถือว่าเป็นร้านค้าปลีกที่เข้ามาแชร์ ส่วนแบ่งตลาดไปได้มากพอสมควร ซึ่งทาง 7–Eleven อาจจะได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นในแง่ที่ว่า เปิดบริการ 24 ชัวโมง และมีสาขาที่เป็นทั้งร้านสาขาบริษัท ร้านค้าเฟรนไชส์ และผู้ประกอบการรับสิทธิช่วงใน ่ อาณาเขต ซึ่งเป็นร้านที่มีเครือข่ายกระจายอยู่ในชุมชนทั่วประเทศ 3. อำานาจต่อรองของตัวแทนจำาหน่าย ( Supplier Power) ในแง่ Supplier นั้นไม่มีผลกระทบต่อ 7–Eleven เลย เนื่องจากว่า 7-Eleven เป็นบริษัทที่มีสาขาจำานวน มาก กว่า 3,700 สาขา และมีกระจายอยูทั่วประเทศ ซึ่งทำาให้มีอำานาจต่อรองกับ Supplier สูงมาก เพราะ ่ ย่อมจะมี Supplier จำานวนมากรายที่อยากจะติดต่อขายสินค้าให้กับ 7–Eleven เพราะเมื่อสมารถขายสินค้า ให้ กับ 7–Eleven ได้ ก็เท่ากับว่าสามารถกระจายสินค้าของตนไปได้ทั่วประเทศง่ายขึ้น อีกทั้งยังมี Supplier จำานวนมากที่ไม่สามารถเข้าไปในเสนอขายสิค้าได้ใน ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ จึงทำาให้ 7-Eleven มีอำานาจการต่อรองในเรื่องราคา และสามารถกำาหนดกติกากับ Supplier ได้เช่น หากทาง Supplier ไม่ สามารถจัดส่งสินค้าได้ตามเวลาที่กำาหนด จะต้องเสียค่าปรับ เพื่อชดเชยความเสียหายของ 7–Eleven ที่ ไม่มีสินค้าไว้สำาหรับให้บริการกับลูกค้าได้ อีกทั้งหากสินค้าที่นำามาขายในร้านสาขาใดไม่มีคุณภาพ ทาง 7-Eleven ก็จะคัดสินค้าออก ไม่ให้ขายในร้านสาขา 4.อำานาจต่อรองของผู้ซื้อ (Buyer Power) ผู้ซื้อมีอำานาจในการต่อรองกับ 7–Eleven น้อย ถึงแม้ว่าจะมีร้านค้าปลีกเกิดขึ้นมากมาย และมีกรจัด รายการที่น่าสนใจไว้ แต่ 7-Eleven ก็ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำาหรับลูกค้า เพราะ 7–Eleven มีสาขา กระจายอยูตามชุมชนทั่วประเทศ ซึงเป็นร้านค้าปลีกที่อยู่ใกล้บ้านมากกว่าร้านค้าปลีกอื่น ๆ จึงสามารถ ่ ่ สนองตอบความต้องการได้ง่าย ประกอบกับในภาวะที่ค่านำ้ามันเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบันนี้จึงทำาให้ผู้บริโภค เริ่ม เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ ไม่ว่าจะซื้อจากร้านค้าใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำางาน ซึ่งการกระจายสาขาของ 7-Eleven นี้สามารถตอบสนองความต้องการในส่วนนี้ของลูกค้าได้มาก อีกทั้งการบริการอาหารและเครืองดื่มมีพร้อม ่ สะอาด สะดวก การเปิดบริการ 24 ชั่วโมง ล้วนเป็นสิ่งที่ดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการได้
  • 5.
    5.สิ่งทดแทน (Substitutes) มีร้านค้าปลีกขนาดเล็กทั้งที่เป็นร้านค้าปลีกตั้งเดิม และร้านค้าปลีกสมัยใหม่ซึ่งเป็นคู่แข่งทางตรง ที่ สามารถมาทดแทน สนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าได้ เหมือน ๆ กัน ซึ่งในปัจจุบัน พฤติกรรมผู้ บริโภคในการซื้อสินค้าได้เปลี่ยนไปตามสภาวะราคานำ้ามันที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคลดความถี่ในการ ซื้อลง และมีการซือครั้งเดียวในปริมาณที่มากขึ้น รวมไปถึงการซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกที่ใกล้บ้านหรือ ้ ใกล้ที่ทำางาน มากขึ้น หรือตามร้านค้าปลีกทีสามารพตอบสนองความต้องการสินค้าและบริการได้ครบถ้วน ่ เพื่อความสะดวกในการจับจ่าย และเป็นการประหยัดเวลาในการจับจ่ายด้วย จึงทำาให้ร้านค้าปลีกต่าง ๆ แข่งขันหาจุดบริการต่าง ๆ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเลือกมาใช้บริการและจับจ่ายทีร้านของตน ่ Scenario Analysis การวิเคราะห์ทัศนภาพ (Scenario Analysis) เป็นกระบวนการวิเคราะห์สถานการณ์ในภาพรวมซึ่งสามารถ ใช้เป็นแนวทางในการ วิเคราะห์ทิศทางที่จะดำาเนินต่อไปในอนาคตได้ ซึ่งสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ โดยรวม และปัจจัยความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อองค์กรคือ 1.การเมือง ในสภาวะการเมืองที่ไม่ชัดเจน แม้ว่าในอนาคตอันใกล้นจะมีการเลือกตั้งที่แน่นอน จะมีรฐบาลใหม่ แต่ก็ยัง ี้ ั ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุนเท่าใดนัก ต่างหยุดรอดูสถานการณ์หลังจัดตั้ง รัฐบาลใหม่แล้วเสร็จ เพือดูทศทางที่แน่นอน จึงค่อยตัดสินใจลงทุน ่ ิ อีกทั้งร่างกฎหมายค้าปลีกยังไม่ผ่านร่าง จึงทำาให้ค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่อาศัยช่องว่างที่กฎหมายยัง ไม่มีผลบังคับใช้ ขยายสาขาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก่อนทีจะถูกควบคุม ซึ่งเหล่าร้านค้าปลีกดั้งเดิมและร้าน ่ สะดวกซื้อต่างหวังว่ารัฐบาลใหม่ จะได้ขอสรุปกฎหมายค้าปลีกให้มีผลบังคับใช้กับร้านค้าปลีกข้ามชาติ ้ ขนาดใหญ่ 2.เศรษฐกิจ ในสภาวะทีเศรษฐกิจทั่วประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัว การลงทุนด้านต่าง ๆ ต่างเลื่อนการลงทุนออกไปก่อน อีกทั้งปัจจุบันนี้ราคานำ้ามันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้กระทบต่อต้นทุนสินค้าจำานวนมาก ทำาให้ราคา สินค้าเพิ่มสูงขึ้น ด้วยภาวะสองปัจจัยนี้เป็นสิ่งสำาคัญที่ผู้บริโภคระวังการใช้จ่าย มีการคิดถึงเรื่องความคุ้มค่า กับราคาทีจ่ายไปมากขึ้น และใช้จ่ายเฉพาะสิ่งที่จำาเป็นเท่านั้น และเน้นการซือของทีละมาก ๆ ไม่ออกไป ่ ้ ซื้อบ่อย ๆ ซื้อจากร้านที่สามารถสนองความต้องการได้ครบถ้วน หรือ ไปที่เดียวได้ครบทุกอย่างที่ต้องการ 3.สังคมและวัฒนธรรม ในสังคมปัจจุบันนี้ ในการประกอบธุรกิจใด ๆ ก็ตามล้วนต้องมีการกระทำาใด ๆ เพื่อตอบแทนกลับสู่สังคม และชุมชน เพือให้ชุมชนรับรู้ว่าธุรกิจนั้นไม่ได้หวังแต่ผลกำาไรเพียงอย่างเดียว ซึ่งทาง 7-Eleven เองก็มี ่ โครงการหลาย ๆ โครงการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพือประโยชน์แก่สังคม ดังเช่น ่ 1. ด้านภาษาไทย การอ่าน และการเขียน เช่น - โครงการโรงเรียนรักการอ่านยอดเยี่ยม - โครงการประกวดหนังสือดีเด่น รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด - “กล้าวรรณกรรม” และ “นักเขียนการ์ตูนรุ่นเยาว์ 2. ด้านพัฒนาทักษะทางปัญญา - การเผยแพร่ “หมากล้อม” (เกมโกะ) 3. ด้านการศึกษาผ่านประสบการณ์ตรง 4. ด้านคุณธรรมจริยธรรม - โครงการพัฒนาครูผู้สอนพระพุทธศาสนา วิถีพุทธกัลยาณมิตร - โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ 5. การบริการสาธารณประโยชน์ - โครงการบริจาคเงินสมทบทุนเพือมอบแก่ผู้ประสบภัย “สึนามิ” และผู้ประสบภัย “นำ้าท่วม” ่ - โครงการขาดหลอดประหยัดไฟ - โครงการบริการนำ้าดื่มแก่เจ้าหน้าที่ตำารวจทั่วประเทศ 4. เทคโนโลยี ปัจจุบันนี้เป็นโลกของข่าวสาร และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงไม่ สามารถหลบเลี่ยงไป ได้ ขณะเดียวกันเทคโนโลยีนั้นมีคุณอนันต์และโทษมหันต์ ขึ้นอยูกับการรู้จกนำามา ่ ั
  • 6.
    ใช้ให้เป็น ซึ่ง ในบริษัทซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น นั้นได้นำาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ได้ อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเพือสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือใช้เพื่อตรวจสอบควบคุม ่ คุณภาพของสินค้า ปริมาณสินค้าคงคลัง คิดค้นและพัฒนาคุณภาพสินค้า ซึ่งบริษัทนั้นมีเป้าหมายในการ มุ่งไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ มีการส่งเสริมการเรียนรู้ ถ่ายทอด แบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และจุดเรียนรู้ ในการทำางาน การวิเคราะห์แนวโน้ม แนวโน้มที่แน่นอน (Certainty Trends) C1 ในปีนี้มีการเลือกตั้งที่แน่นอนและมีโอกาสทีจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่แน่นอน ่ C2 ลูกค้าเริ่มสนใจใส่ในเรื่องความคุ้มค่าของสินค้ากับปริมาณเงินที่จ่ายออกไป ในภาวะที่เศรศฐกิจของ ประเทศชะลอตัว C3 คู่แข่งขัน เริ่มมีการทำาตลาดและการจัดรายการทีดึงดูดลูกค้า ่ C4 การแข่งขันเรื่องสินค้าและบริการเน้นที่คุณภาพของสินค้าและบริการเป็นสำาคัญ แนวโน้มที่ไม่แน่นอน (Uncertainty Trends) U1 ราคานำ้ามันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลต่อต้นทุนของสินค้าในด้านการขนส่ง U2 เทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว U3 พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา U4 ความไม่แน่นอนของกฎหมายค้าปลีกว่าจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด ซึงส่งผลให้ร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาด ่ ใหญ่ต่างเร่งขยายสาขาใหญ่บ้างเล็กบ้าง U5 การแข็งค่าของค่าเงินบาท ส่งผลกระทบต่อรายได้ของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ได้ลงทุนในต่าง ประเทศ SWOT Analysis การวิเคราะห์ภายในองค์กร ในการวิเคราะห์ SWOT ของ 7-Eleven ในครั้งนี้ดัวย 5’Ms โดยมีรายละเอียดดังนี้คือ 1. Man (คน) จุดแข็ง (Strengths) บริษัทประกอบด้วยพนักงานและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เนืองจาก 7-Eleven ได้ให้ความสำาคัญ ่ กับการพัฒนาคนมาอย่างต่อเนื่อง มีการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อรองรับการ ขยายสาขา และรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำาคัญในการผลักดันให้ 7-Eleven ประสบความ สำาเร็จได้ สามารถมีสาขาร้านค้ามากมาย จุดอ่อน (Weakness) การที่พนักงานและบุคลากร ของ 7-Eleven มีความรู้ความสามารถ อาจเป็นช่องทางให้บริษัทคู่แข่งธุรกิจ เดียวกันเข้ามาซื้อตัวพนักงาน โดยอาจเสนออัตราเงินเดือน และผลตอบแทนที่สูงกว่าเพื่อดึงดูดพนักงาน ของ 7-Eleven ได้ เพราะปัจจุบันนี้การแข่งขันที่สูง หากมีบุคลากรที่มความรู้ความสามารถมาร่วมแรง ี ร่วมใจพัฒนาองค์กร จะทำาให้ธุรกิจประสบความสำาเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว โอกาส (Opportunity) ผู้บริหารของบริษัทให้ความสำาคัญต่อการสรรหาพนักงานมากพอ ๆ กับการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน โดยให้ความสำาคัญต่อการคัดเลือกคนดีมากกว่าคนเก่ง ซึงผู้บริหารเชื่อว่าพนักงานที่รับเข้ามาใหม่ยังไม่มี ่ ความรู้ ความสามารถในระดับที่เรียกว่า “คนเก่ง” ก็สามารถพัฒนาภายหลังได้ แต่การสร้างคนให้เป็นคนดี ต้องใช้เวลานาน วิธีการสรรหาของบริษัท ใช้วิธีการหลายรูปแบบด้วยกัน เช่นการประกาศรับสมัครทางสื่อ ต่าง ๆ การคัดเลือกนักศึกษาที่จบใหม่จากมหาวิทยาลัย การเข้าร่วมงานนัดพบแรงงาน และการรับสมัคร ใน Internet เป็นต้น ซึงทำาให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีโอกาสที่จะคัดเลือกพนักงานได้มาก ่ อุปสรรค (Threat) เนื่องจาก 7-Eleven มีคณะกรรมการที่มีอำานาจในการตัดสินใจ เรื่องนโยบายต่าง ๆ หลายท่าน ซึ่งคณะ
  • 7.
    กรรมการเหล่านี้มาจากการแต่งตั้งโดยใช้เสียงข้างมาก จากการประชุมผู้ถอหุ้น ซึ่งสามารถถอดถอนได้ ื โดยใช้มติที่ประชุม ซึ่งหากมีการเปลี่ยนคณะกรรมการบ่อย จะทำาให้การตัดสินใจล่าช้าไม่ทันต่อเหตุการณ์ ได้ 2. Money (เงิน) จุดแข็ง (Strengths) ณ.วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 104,873 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 คิด เป็น ร้อยละ 6 ซึ่งเป็นรายได้ธุรกิจร้านสะดวกซือ สัดส่วนร้อยละ 64 รายได้จากธุรกิจร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ้ ในประเทศจีน สัดส่วนร้อยละ 30 และรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ ในประเทศ สัดส่วนร้อยละ 6 กลุมธุรกิจร้านค้าสะดวกซือมียอดขายสุทธิรวม 65,055 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 14,975 ล้านบาท ่ ้ หรือคิดเป็นร้อยละ 29 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของยอดขายสุทธิมีสาเหตุมาจากการขยายสาขา และยอดขายเฉลี่ย ต่อร้านต่อวันเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า 7-eleven มีความแข็งแกร่งเรื่องเงินทุนและมีศักยภาพในการขยายสาขา และเพิ่มยอด ขายให้สูงขึ้น เป็นอย่างมาก จุดอ่อน (Weakness) บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นเป็นจำานวนประมาณร้อยละ 50 ของกำาไรสุทธิจากการดำาเนิน งานหลังภาษีเงินได้ ซึ่งนโยบายนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึงการขยายสาขาเพิ่มขึ้นนั้นมีส่วนทำาให้กำาไร ่ สุทธิลดลง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการชายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้อาจทำาให้การจ่ายเงินปันผลให้ กับผูถือหุ้นเปลี่ยนไป อาจสร้างความไม่พึงพอใจให้กับผูถือหุ้นได้ ้ ้ โอกาส (Opportunity) 7-Eleven เป็นร้านค้าสะดวกซื้อที่เป็นที่รู้จกโดยทั่วไป หากมีความจำาเป็นในการระดมทุนเพิ่ม ก็มความ ั ี สามารถในการระดมทุนได้ง่าย อีกทั้งการขยายเพิ่มของแฟรนไชส์ จะช่วยให้บริษัทไม่ต้องลงทุนในการ เพิ่มสาขามากนัก แต่สามารถมีสาขาเพิ่มขึ้นได้ อุปสรรค (Threat) ปัจจุบันค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราค่าเช่าร้านสูงขึ้นมาก อีกทั้งแหล่งทำาเลทีตั้งร้านตามชุมชนต่าง ่ ๆ มีราคาแพง ซึ่งจะส่งผลทำาให้ค่าใช้จ่ายของร้านโดยรวมสูงขึ้น และจะส่งผลให้กำาไรสุทธิของบริษัทลด น้อยลง 3. Materials (วัตถุดิบ อุปกรณ์ เครืองมือ ที่ใช้ในการดำาเนินธุรกิจ) ่ จุดแข็ง (Strengths) บริษัทมีการนำาเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการดำาเนินธุรกิจ เพือตอบสนองต่อความต้องการ ่ ของลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยยึดถือความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก มีกระบวนการคัดสรรและ ตรวจสอบคุณภาพของสินค้า ให้ได้คุณภาพสมำ่าเสมอ และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค อีกทั้ง บริษัทได้จัดกระบวนการพัฒนาสินค้า ร่วมกับผู้ผลิต โดยมีการตรวจสอบสินค้าตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การ จัดส่ง การเก็บรักษา เพือให้ได้มาซึ่งสินค้าที่มีคุณภาพ ่ จุดอ่อน (Weakness) เนื่องจากบริษัท 7-Eleven มีสาขากระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ การติดต่อสือสารมักใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ่ เป็นสำาคัญ หากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีปัญหา ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริหารงาน โอกาส (Opportunity) บริษัทตระหนักถึงความสำาคัญในการพัฒนาสินค้า การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ และพัฒนาสินที่ที่มีคุณภาพ อีก ทั้งมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเพื่อส่งมอบสิ่ง ทีดีที่สดให้แก่ลกค้า และตรง ่ ุ ู ความต้องการของลูกค้า อีกทั้งนำาเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการผลิต ควบคุม และการวางแผน เพือ ่ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนไปของพฤติกรรมผู้บริโภค
  • 8.
    อุปสรรค (Threat) พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นการวางแผนด้านต่างๆ ต้องกระทำาอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทัน ต่อเหตุการณ์ และสภาวะ การณ์ที่เปลี่ยนไป 4. Management (การจัดการ) จุดแข็ง (Strengths) โครงสร้างการจัดการของบริษัทประกอบด้วย คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ ประธานเจ้า หน้าที่บริหาร และ ผู้บริหาร มีการแบ่งขอบเขตอำานาจหน้าที่อย่างชัดเจน ซึงคณะกรรมการบริษัทประกอบ ่ ไปด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ในการทำางานจากหลากหลายสาขาที่เป็นที่ ยอมรับในระดับประเทศ และมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเป็นอย่างดี และมีวัฒนธรรม องค์กรของบริษัทคือการทำางานเป็นทีม โดยมีค่านิยม 7 Values เป็นค่านิยมพื้นฐานสำาหรับพนักงานทุก คนในองค์กร และ 11 Leadership เป็นค่านิยมสำาหรับผู้บริหารทุกคนยึดถือและนำาไปปฏิบัติในการดูแลเอา ใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างมีคุณธรรม จุดอ่อน (Weakness) การที่บริษัทมีคณะกรรมการบริษัท มากถึง 13 คน อาจส่งผลให้การตัดสินใจในบางเรื่องล่าช้ากว่าที่ควร อำานาจการตัดสินใจมีน้อย ต้องอาศัยเสียงส่วนใหญ่ของผู้ถือหุ้น ซึ่งในการดำาเนินงานปัจจุบันต้องมีการ ตัดสินใจที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ที่ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โอกาส (Opportunity) ตามโครงสร้างของคณะกรรมการ ล้วนเป็นบุคคลที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ในการทำางานที่หลาก หลาย และเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ย่อมสามารถนำาพาให้องค์กรประสบความสำาเร็จในการดำาเนินธุรกิจ ได้เป็นอย่างดี สามารถแข่งขันกับคู่แข่งขันรายใหญ่ ๆ ได้ อุปสรรค (Threat) ในภาวะตลาดปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศ หรือในตลาดต่างประเทศ ล้วนเป็นแรงผลักดันให้บริษัทต้องแสดงความสามารถในการบริหารจัดการ สร้างความแข่งแกร่ง และมี ความพร้อมสำาหรับการฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ได้ 5.Marketing (การตลาด) จุดแข็ง (Strengths) บริษัทมีทำาเลทีตั้งทีค่อนข้างได้เปรียบเนื่องจากได้เลือกทำาเลที่ตั้งใน แหล่งชุมชนมีผคนสัญจรผ่านไปมา ่ ่ ู้ ตลอด จึงสามารถเข้าถึงผู้บริโภค ได้ง่าย อีกทั้ง มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐานคุณภาพสินค้าไว้ อย่างชัดเจน และมีการสุ่มตรวจคุณภาพสินค้าอย่างสมำ่าเสมอ และมีการสรรหาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย แตกต่างจากคู่แข่งขันอยู่เสมอ โดยมีเป้าหมายหลักคือการตอบสนองตรงต่อความต้องการของลูกค้า จุดอ่อน (Weakness) ปัจจุบันร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่มีการแข่งขันทางการตลาดสูงมาก ต่างนำากลยุทธ์ต่าง ๆ มาใช้เช่น การขายสินค้าราคาพิเศษ การมีของสมนาคุณพิเศษ การแจกคูปองเงินสดเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อ สินค้า ซึงการแข่งขันเช่นนี้สามารถดึงดูดผู้ซอได้มาก เนื่องจากปัจจุบันนี้ผู้ซื้อมักมองถึงความคุ้มค่า ่ ื้ ประหยัด ซึ่งทางบริษัทเองต้องหาวิธีการจัดรายการโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดใจผู้ แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่มี ผลกระทบต่อบริษัทในระยะยาว โอกาส (Opportunity)
  • 9.
    7-Eleven มีโอกาสที่เข้าถึงชุมชนได้มากกว่าร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ เนื่องจากการมีสาขาที่ ครอบคลุมทั่วประเทศไทยอีกทั้งเป็นร้านสะดวกซือทีอยู่ในชุมชน และไม่ถูกต่อต้านจากชุมชนเนื่องจากว่า ้ ่ เป็นร้านค้าของคนไทยไม่ใช่ต่างชาติ ซึ่งจากข้อได้เปรียบนี้ทำาให้ 7-Eleven สามารถขยายสาขา ครอบคลุมได้มากขึ้น อุปสรรค (Threat) ในปัจจุบันการแข่งขันทางการค้าค่อนข้างสูง การที่ร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ได้ขยายสาขาไปตาม เมืองใหญ่ และพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมายโดยการขยายสาขาที่มีขนาดเล็กลง และเริ่มเข้าไปในชุมชน ซึ่งล้วนเป็นคู่แข่งทางการค้าของ 7-Eleven ได้ ข้อเสนอแนะ 1. การทีทาง 7-Eleven มีการฝึกบุคลากร โดยเปิกการเรียนการสอนและเปิดให้มีการปฏิบัติงานจริง ทำาให้ ่ บุคคลากรที่สำาเร็จออกมามีความสามารถ และเป็นทีต้องการของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เพราะการที่ได้ ่ บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ย่อมช่วยให้ธุรกิจประสบความสำาเร็จ ซึ่งทาง 7-Eleven ควรมี มาตรการรองรับปัญหาเรื่องสมองไหล เพือป้องกันการซื้อตัวบุคลากรจากบริษัทคู่แข่ง ่ 2. 7-Eleven ต้องเร่งสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง เพือไม่ตองเหนื่อยในการแข่งขันกับคู่แข่ง ซึ่ง ่ ้ นโยบายที่ทาง 7-Eleven เน้นด้านสินค้าบริโภค นั้นหากสามารถ มีอาหารและเครื่องดื่มที่มคุณภาพ มี ี มาตรฐาน เชื่อว่า น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำาหรับลูกค้าได้เป็นอย่างดี 3. ควรเน้นพัฒนาระบบสารสนเทศ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพือรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และ ่ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป 4. ควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของร้านสาขา เนื่องจากปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว มีคนว่าง งานจำานวนมาก และยาบ้าเริ่มระบาดมากขึ้น ในขณะที่ร้านเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง หากบริษัทมีมาตรการ รักษาความปลอดภัยที่ดีแล้ว จะทำาให้ลูกค้ากล้าที่จะมาใช้บริการในยามดึกดื่นเพิ่มขึ้น http://www.bloggang.com/viewdiary.php? id=dnt&month=08-2008&date=24&group=40&gblog=38