หมวด: ต ้นแบบเทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์ ๑,๐๐๐ พระคาถา
เผยแพร่เมื่อ วันศุกร์, 30 สิงหาคม 2556 16:54
เขียนโดย manop
ฮิต: 9054
กัณฑ์ที่ ๗ มหาพน ๘๐ พระคาถา
กัณฑ์มหาพน http://www.mahachat.com/index.php/kan-7?tmpl=component&...
1 of 5 26/5/2559 19:52
พระมหาชุมพล โชติพโล
พระเทพโมลี(กลิ่น)
------------------------------
คจฺฉนฺโต โส ภารทฺวาโช อทฺทส อจฺจุตํ อิสึ
ทิสฺวาน ตํภารทฺวาโช สมฺโมทิ อิสินา สห ฯ
กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ กจฺจิ โภโต อนามยํ
กจฺจิ อุญฺเฉน ยาเปถ กจฺจิ มูลผลา พหู
กจฺจิ ฑํสา จมกสา อปฺปเมวสิรึสปา
วเน พาฬมิคากิณฺเณ กจฺจิ หึสา น วิชฺชตีติ
(1) ภารทฺวาโช อันว่าพราหมณชราภารัทวาชชาติเข็ญใจคจฺฉนฺโต ก็ไต่เต้าตามอรัญญวิถีมีสําคัญเขาแลไม้อันนาย
พรานพเนจรเจตบุตรบอกแจ้งแล้วแต่หลัง อทฺทส อจฺจุตํก็ประสบพบพระสิทธาจารย์จอมอัจจุตใจจงเจริญจรรยายอดโยคี ก่อ
กองกูณฑพิธีกระทํานมัสการ จึงกล่าวปฏิสันถารไต่ถามถึงทุกข์ภัยพยาธิ แลเหลือบยุงบุ้งร่านริ้นกินโลหิต สรรพภัยอสรพิษพวก
พาลมฤคร้ายกาจอันจะรบกวน ถามถี่ถ้วนถึงที่เที่ยวแสวงหามูลผลาหาร พระสิทธาจารย์เจ้าจึงแจ้งเหตุ ว่าสรรพภัยอาเพศไม่พาธา
กระทําร้าย ทั้งมูลผลาหารก็หาง่ายไม่ฝืดเคืองขัดสน ผลเอมโอชอันจะขบฉันก็มากมี เชิญธชีชําระเท้าเสียให้สิ้นธุลีในโรงนํ้า กระ
ทําภุตตกิจกินผลไม้มีอยู่มากครัน ผิจะฉันจงฉันเถิด นํ้าฉันเราก็ตักไว้ในตุ่มเต็มตามแต่จะปรารถนา ท่านทุเรศสัญจรมาในวันนี้
นามศรีสวัสดิวิเศษเขตเกษมศานต์การเจริญอย่ารั้งรอเร่งฉันเถิดหน๋ะธชี พระเจ้าข้าเจ้าประคุณใจอารีรบจะให้รับประทาน ทรง
พระคุณหาอันใดมาเปรียบปานบ่มิได้ข้าธอาจารย์จะขอรับดํารงไว้ที่หว่างเกล้า ด้วยข้าเฒ่าอุตสาหะสืบเสาะเฉพาะหน้ามาทั้งนี้
ด้วยมีกมลมุ่งมาดหมายประสงค์จะใคร่ประสบพบพระองค์อัครบรมทานาธิบดี มีนามพระเพศยันดรอดุลดวงดิลกเลิศกษัตริย์ใน
สากล ยทิ ชานาสิ สํส เมผิแลพระผู้เป็นเจ้าแจ้งตําบลบพิตรที่สถิตสถาน จงโปรดเกล้าข้าพฤฒาจารย์ให้ทราบเหตุสักหน่อย เหม่
มึงนี้ชะรอยถ่อยทรลักษณ์ลามกธรรม์ใช่จะมาด้วยหวังสวัสดิ์เป็นทางสวรรค์นั้นหามิได้มญฺเญ ดังกูนึกแน่ในใจไม่ผิดเนตร
ชะรอยจะมาขอองค์พระอัครเรศราชชายา ถ้าหาไม่ก็พระชาลีแลกัณหาทั้งสององค์เออก็ท้าวเธอมาทรงสร้างแสวงบุญบําพ็ญผล
เพิ่มผนวชในพนัสดงดอน มีแต่สองลูกรักกับสายสมรมิ่งมเหสี เป็นสามสี่องค์ด้วยกันเท่านี้เห็นหน้ากันเมื่อยามไร้ ฤๅมีทรัพย์สิ่ง
ใดซึ่งจะได้ติดพระองค์มา มันช่างไม่คิดอนิจจาดีแก่ใจอย่างไรหนอหน๋ะธชี อกุทฺธรูปาหํโภโต พระเจ้าข้าพระฤๅษีอย่าเพ่อโกรธ
ข้าธชีนี้ใช่พราหมณ์โหดหินชาติเหมือนเช่นว่า ไม่จงหวังตั้งหน้ามาขอทาน กระทําให้เสียจารีตรามราชวิสัยมหาศาลสืบประเพณี
ถึงจะบริภาษพ้อจนเพียงนี้ข้าน้อยก็หนักแน่นนึกเกรงไม่โกรธตอบด้วยตัวตั้งอยู่ในความชอบไม่แผกผิด มานี่หวังจะใคร่ประสบ
ขึ้น
กัณฑ์มหาพน http://www.mahachat.com/index.php/kan-7?tmpl=component&...
2 of 5 26/5/2559 19:52
พบพานบพิตรพุทธพงศ์ทิพากร อันเป็นศรีสวัสดิ์สุนทรทางทัศนานุตตริยธรรม์อันอุดมด้วยได้สโมสรสมาคมคบหา กับ
พระองค์ผู้ทรงพระปรีชาเชื้อปราชญ์ ไม่มีเปรียบพระประยูรยศอันยิ่งใหญ่ แต่จากเมืองมาอยู่ป่าเป็นความจริง ข้าพระเจ้ายังมิได้
เห็นพระองค์เลย พระคุณเจ้าเอ่ยเอ็นดูเถิดถ้ารู้แห่ง จงช่วยชี้ตําแหน่งนิวาสน์สถาน ให้แก่ข้าธอาจารย์ณ กาลบัดนี้เถิด
(2) ตํสุตฺวา ตาปโส พระอัจจุตฤษีได้สดับสารคดีมุสาวาทธชีชาติทรชนช่างรําพันพูดให้เชื่อก็เชื่อฟัง จึงให้
พราหมณ์ยับยั้งอยู่อาศัย ในอาศรมสิ้นส่วนแห่งราตรี ยังธชีเฒ่าทลิททกให้รับประทานมูลผลาหารของป่า ครั้นรุ่งสางสว่างเวลา
อรุโณทัย จึงพาพราหมณ์ไปสถิตที่ต้นทางเถื่อนวิถี จึงยกทักษิณหัตถ์ขึ้นชี้ให้ธชีจําระยะมรรคา ก็กล่าวเป็นสาระพระคาถา
เอส เสโล มหาพฺรหฺเม ฯลฯ กปฺกุรา จ กลิงฺคุกาติ
(3) พฺรหฺเมดูกรมหาพราหมณ์พรหมบุตร บรรพชาชาติทิชงคพิสัย เอส เสโล แลถนัดในเบื้องหน้านั้นก็เขาใหญ่
ยอดเยี่ยมโพยมอย่างพยับเมฆมีพรรณเขียวขาวแดงดูอดิเรกดังรายรัตน์มณีแนมน่าใครชมครั้นแสงพระสุริยะส่องระดมก็ดูเด่น
ดังดวงดาววาวแวววะวาบๆ ที่เวิ้งวุ้ง วิจิตรจํารัสจํารูญรุ่งเป็นสีรุ้ง พุ่งพ้นเพียงคัคนัมพรพื้นนภากาศบ้างก็เกิดก่อก้อนประหลาด
ศิลาลายแลละเลื่อมๆ ที่งอกงํ้าเป็นแง่เงื้อมก็ชะงุ้มชะโงกชะง่อนผา ที่ผุดเผินเป็นแผ่นภูตะเพิงพัก บางแห่งเล่าก็เหี้ยนหักหินเห็น
เป็นรอยร้าวรานระคายควรจะพิศวง ด้วยธารอุทกที่ตกลงเป็นหยาดหยัดหยดย้อยเย็นเป็นเหน็บหนาวในท้องถํ้าที่สถิตไกรสรราช
สถาน บังเกิดแก้วเก้าประการกาญจนประกอบกัน ตลอดโล่งโปร่งปล่องเป็นช่องชั้นวิเชียรฉายโชติช่วงชัชวาลสว่างตา แสนสนุก
ในห้องเหมคูหาทุกหนแห่งรโหฐาน เป็นที่เสพอาศัยสําราญแห่งสุรารักษ์รากษส สรรพปีศาจมากกว่าหมื่นแสน สะพรั่งพฤกษ์
พิมานแมนทั่วทุกหมู่ไม้บรรดามีในเขานั้น ย่อมทรงทศพิธสุคันธขจรอาจจะจับใจเป็นอาจิณ คนฺธมาทโน จึงเรียกนามว่าศิขรินทร์
คันธมาทน์มหิมา เหตุประดับด้วยพฤกษาทรงสุคนธชาติสิบประการมี เชิญธชีจงไต่เต้าตามตีนเขาข้างอุตราภิมุขเขม้นหมายเฉียง
เหนืออย่านอนใจโน่นนั่นคือหมู่ไม้มีอเนกนานานับบมิถ้วน นีลา แลสล้างล้วนสูงสลอน ออกช่ออรชรผลผกาเกิดกับกิ่งก้านระ
กุแกมแนมใบวิบุลระดับบัง เขียวชอุ่มเป็นพุ่มตั้งดังจอมเมฆมัวเป็นหมอกมูน สรรพสกุณตระกูลทิชากรก็เกริ่นร้องกับกิ่งรุกข์เรียง
ราย ครั้นเมื่อเวลาลมชายรําพายพัด กิ่งก้านก็ไกวกวัดสะบัดโบก ลําต้นยอดเขยื้อนโยกโยนอยู่ไปมา อิวมาณวา เหมือนมาณพเสพ
สุราเมื่อแรกเริ่มพึ่งรู้รส ได้ดูดดื่มคราวเดียวไม่ทันหมดก็เมามาย จะตั้งตรงดํารงกายบ่ร้างรอดด้วยสุราร้ายฤทธิ์แรงเมา ในพื้น
ภูมิภาคนั้นเล่าก็แลเลือน ล้วนผกากลุ่มหล่นลงกลาดเกลื่อนที่กลางดินดูดาษดา สทฺทลา หิตา พรรณหญ้าแพรกก็ขึ้นเขียวสะพรั่ง
ดังสร้อยคอขนมยูรยลระยับอ่อนลออยิ่งอย่างสําลีใย ยอดไม่ยาวสั้นสี่องคุลีมีเสมอกันไม่กํ้าเกิน อันหนทางที่จะเดินนั้นสะดวก
ดายสบายบาทบทจรเจริญใจผงไผ่ภัสมธุลีละอองอันละเอียดเป็นฝุ่นฟุ้งมิได้เฟื่องฟื้น ด้วยหญ้าแพรกปูปกไปเป็นพื้นภูมิพนัส
สถาน เทียรย่อมให้เกิดวัฒนาการกําหนัดใน กําหนดนามมิ่งไม้อันมีผล มีอัมพฤกษ์เป็นต้นดังสําแดงมา ในจุลวนวรรณนานั้นแล
(4) พฺรหฺเมดูกรมหาพราหมณ์ผู้ประพฤติพรตพรหมจรรยา เราจะพรรณนาถึงสระศรีอันมีอยู่ที่แทบพระอาศรมศิ
วาวาส แห่งสมเด็จบรมบาทบพิตรพิชิตพิไชยเฉลิมชาวเชตุดรราชธานี มีนามมุจลินท์สินธุสระสนาน สี่เหลี่ยมเปี่ยมไปด้วยชลธาร
ชโลทกาเทียบเทียมไพฑุริยจินดาดวงดูใสสะอาด เย็นยะเยือกอย่างอมฤตยวาริน ระรื่นรวยด้วยกลิ่นอายอบอวล ฝูงกินนรคณา
นางย่อมชักชวนกันมาอาบกินเกษมสานต์แสนสุขสําราญสารภิรมย์ระร่าเริงบันเทิงใจในสระนั้น อเถตฺถ ปทุมา ผุลฺลา อําพนด้วย
บัวบุษย์เบญจพรรณมีประเภทพิจิตรอาจจะจับเอาใจที่ขาวก็ขาวแข่งไสวสีเศวตวิสุทธิสดสะอาด โขมาวดังสุขุมโขมพัสตร์ลาดแล
ละลิบละลานตา พรรณที่เขียวแดงก็ดาษดาดูดังแสร้งระดับสลับสลอนล้วนเป็นเหล่ากัน พวกอุบลบัวผันแลเผื่อนผุดกุมุทหมู่
ลินจงขจายบาน ในคิมหันต์เหมันตกาล กอปรเกิดกับนํ้าดอกนี่ดาษดื่น กําหนดนํ้านั้นตื้นยืนเพียงเข่าควรจะปราโมทย์อันว่า
โกสุมภสโรชก็โรยรายร่วงรสเรณูนวลผกาเกสร หมู่แมลงมาศภมรก็มัวเมาเอาชาติละอองอันละเอียด เสียดแทรกไซร้สร้อยเสาว
คนธขจร หึ่งๆ บินวะวู่ว่อนร่อนร้องอยู่โดยรอบขอบจตุรสระศรี สรรพพืชผักในวารีแลริมเฉนียนอเนกนับมากกว่าหมื่นสิ่ง เป็น
ต้นว่าสาหร่ายสายติ่งตบแลตับเต่า เหล่าถั่วเขียวถั่วราชมาศพื้นพรรณผักกาดแกมกระเทียมหอมเห็นใบไสวเต้าแตงแฟงฟักใหญ่
ยิ่งเท่าเภรี วาริโคจรา หมู่มัจฉาชาติในสระศรีสุดที่จะรํ่า คล้ายๆ ว่ายอยู่คลํ่าๆ เข้ากินไคลแล้วเคล้าคู่ ตะเพียนทองล่องลอยอยู่ที่
หลังชล กินเกสรอุบลเบือนเข้าแฝงบัวให้บังกาย นวลจันทร์พรรณเนื้ออ่อนแอบสวายแสวงวัง นลเปสงฺคู กุมฺภิลา กรกฎกุ้งกั้ง
มังกรกุมภีล์ ตะโกกกาแกมกะดี่ชะโดดุกก็โดดดิ้น เที่ยวเล็มล่าหาอาหารกินในท้องธาร แสนสนุกในสระสนานอเนกา ดังสระ
สวรรค์สุนันทาทิพยสโรชโบกขรณี อันมีในไตรตรึงศ์ตรีเนตรสหัสจักษุเทเวศร์วัชรินทร์ ที่ขอบสระนั้นเป็นทรายอ่อนระคนดินดู
สะอาด พื้นพืชคามขึ้นประหลาดล้วนพิเศษสรรพโอสถทุกสิ่งสมตํารา คือพิมเสนเสนียดกฤษณาหนาดโลดทะนง จันคนามหาสะ
ดําดงมะเดื่อดินดีนาคราช โกฏฐ์กะลําพักเพ็ชรสังฆาฏขอนดอกดงกํายาน ราเชนชะมดหมู่กระวานว่านวิเศษ สหัสสคุณเทศจัน
ทองเทพทาโรราชพฤกษ์กระเพราแดง พระยาสัตตบรรณสมุลแว้งวรรณว่านนั้นอเนกนักสุดที่จะคณนา ยังเล่าเหล่าพฤกษาที่เนิน
ทราย ก็รายเรียงร่มระรื่นขึ้นอยู่โดยรอบโรงพิธีกูณฑ์ แห่งสมเด็จอดิศร บดินทร์สูรย์สรรเพ็ชญ์พุทธพงศ์เพศยันดร ยมโดยประดู่
ดอกออกสลอนสลับมลุลีกระดังงา สลฺลกิ-โย จปุปฺผิตา กระทุ่มทองแทงทวยทั้งกรวยกร่างจิกแจงดอกกระจ่างแลช้างน้าวกิ่ง
เดิน
ขึ้น
ขึ้น
กัณฑ์มหาพน http://www.mahachat.com/index.php/kan-7?tmpl=component&...
3 of 5 26/5/2559 19:52
ก้านก็ก่ายก้าวเกี่ยวประสาน สุรภีพิกุลกาญจนแก้วเกดกรรณิการ์แกมมหาหงส์ประยงแย้มยี่เข่งเข็มพรรณพุดตานก็บานเต็มแต่
ล้วนเหล่ากุหลาบตระหลบดง รวยๆ ลําดวนทรงสร้อยสุคนธา หอมประทิ่นกลิ่นโยทะกาตระการใจจําปาออกดอกไสวเรณูนวล
ล้วนกาหลงเหล่าบุนนาค กากะทิงกะถินกลิ่นหอมหลากล้วนวิเศษ ดูกรธชีเชษฐ อันชั้นนอกนั้นดาษดื่นพื้นพฤกษาสูง เหล่ายาง
ยูงพะยอมใหญ่ย่อมเยียดยัด อกุฏิลา ลําต้นตะละคันฉัตรเฉิดระหงตรงละลิ่วแลสูงสะพรั่ง พรรณพฤกษ์เต็งรังร่มเรียงเหียงหาด
เห็นเป็นเหล่าๆ สิมฺพลีรุกฺขา หมู่งิ้วง้าวงามตระหง่าน ปานประหนึ่งว่านายช่างหากพิจิตรผจงเขียน ทั้งคุยข่อยแคคางนางตะเคียนก็
คั่งคับพวกผึ้งก็พากันมาจับประจํากระทํารังเจริญรวงมธุรสวารี ที่ค้อมคดกะทดกะทันนั้นก็มีอยู่มากหลาย กทลิโย อนึ่ง ผลกล้วย
กล้ายดิบสุกห่ามทรามกําดัดกินก็เกลื่อนกลาด ย่อมมีอยู่ในที่ใกล้พระอาวาสบริเวณวนาศรมแห่งพระผู้อุดมด้วยศีลวัตรวรวิเศษ
สืบสร้างแสวงเพศผนวชในพนัสกันดาร อันเป็นเขตพระหิมพานต์นั้นแล
อเถตฺถ สีหา พฺยคฺฆา จ ฯลฯ ชาตเวทํ นมสฺสตีติ
(5) พฺรหฺเมดูกรธชีชาติทิชงค์มหาศาล เอตฺถ พฺรหาวเน ในห้องหิมพานต์ภูมิพนัสวิสัยสุดที่จะรําพัน พวก
คณานิกรสัตว์ทั้งหลายนั้นอนันต์อเนกนับกว่าหมื่นแสน ย่อมอาศัยในด้าวแดนดงกันดาร ไพรพฤกษาสารสโมสรสรรพจัตุบท
นิกรกับทวิบาทเป็นต้นว่าสัตว์สุรสีหชาติสี่จําพวกพาลผรุสร้ายราวีหนึ่งนามชื่อติณราชสีห์เสพซึ่งเส้นหญ้าเป็นอาหาร หนึ่งชื่อ
ว่ากาฬสิงหะแลบัณฑุสุรมฤคินทร์ เสพซึ่งมังสนิกรกินเป็นภักษา สามราชสีห์มีสรีรกายาพยพอย่างพยัคฆโคขนพิกลหลากๆ กัน
พรรณที่หม่นมัวเป็นมันหมึกมืดดําสําลานเหลืองแลประหลาด หนึ่งนามไกรสรสีหราชฤทธิเริงแรง ปลายหางแลเท้าปากเป็นสี
แดงดุจย้อมครั่ง พรรณที่อื่นเอี่ยมดังสีสังข์ใสเศวตวิสุทธิสดสะอ้าน สามลายวิไลผ่านกลางพื้นปฤษฎางค์แดงดังชุบชาด อันนาย
ช่างชาญฉลาดลากลวดลงเส้นพู่กันเขียน เบื้องอุรุนั้นเป็นรอยเวียนวงทักษิณาวัฏ เกสรสร้อยศอดังผ้ารัตตกัมพล ย่อมสถิตในคูหา
เหมหิรัญไพโรจน์รัตน์ผลึกเลื่อมมโนศิลาลาย ครั้นแสงพระสุริยะบดบ่ายสนธยาบาตร ก็ตื่นจากไกรสรไสยาสน์เยี่ยมออกมา จาก
ถํ้าแก้วกนกรัตน์คูหาห้องรโหฐาน เหยียบยืนพื้นประพาฬพรรณประไพแผ่นผลึกเลิศศิลาทอง แล้วเหยียดหยัดสลัดลองไขซึ่งลม
ฆาน ให้สุรศัพท์สะท้านสะเทือนดังเสียงฟ้า วิ่งฉวัดเฉวียนไปมาด้วยสามารถ โผนเผ่นทะยานผาดแผดเสียง พวกพยัคฆก็หมอบ
เมียงเขม้นหมายหมู่มฤคคํารามรนแล้วเร่ร้อง อัศวมุขีก็คะนองพาคณาเที่ยวในเถื่อนทาง หตฺถิโย ฝูงช้างก็ชักโขลงคละคล้ายคลํ่า
เคลื่อนคลาขึ้นจากท่าและลงธาร ทุกแห่งหุบห้วยละหานเที่ยวหากิน มีหัศดินทร์อรรคอํานวยวงศ์ทรงศุภลักษณพิเศษสารสิบ
ตระกูลเกิดกับป่า ทั้งพวกพรรณหมู่ม้ามิ่งมงคลลักษณะหลายอย่าง เขียวขาวด่างดําแดงดูอดิเรกร้องหฤหรรษ์หมู่ทรายก็ส่ง
เสียงกระสันแซ่เซ็งประสาน ฟานฝูงคณาเนื้อนิกรกวางดงดูนี่แดงดาษ หมู่ละมั่งระมาดระมัดกาย ชะมดฉมันมั่นหมายเม่นหมีหมู
หมู่กระทิงเถื่อนโคถึกเที่ยวทูรสถาน กาสรกําเลาะลานก็ลับเขาเข้าเคียงคู่ กระจงจามรีรู้ระวังขนมิให้ขาดระคาย ตุลิยา นลสนฺนิภา
กระรอกตุ่นกระแตต่ายก็ไต่เต้น เหล่าลิ่นแลเหี้ยเห็นก็ระเหหันหาภักษา พวกพรรณเลียงผาก็ผาดผันเผ่นโผน มกฺกฏา ฝูง
พานรกระโจมโจน ทะยานยุดโยนโยกยะยวบไม้หมู่ค่างบ่างชะนีไห้คละโหยหวน เสียงโขมดนางไม้เล่าก็ครํ่าครวญคระครึม
ครามปางเมื่อยามย่างเข้าสายัณห์ยํ่ายอแสงสหัสสภาณุมาศได้ฟังแล้วนี่ก็วาบหวาดวังเวงวิเวกวนาสัณฑ์เสียวสะท้านสะทึกพรั่น
เย็นระย่อยะเยือกสยดสยอง หริ่งๆ เรไรร้องทุกราวรุกข์ระงมป่า แจ้วๆ จักกระจั่นจ้าประจําดง นานาทิชคณากิณฺณํพวกพรรณ
พิหคหงส์ก็เหินหันเข้าหาคู่คณานางนกแนบในรังเรียง หมู่มยูรก็ส่งเสียงกระสันเมฆมาดหมายเป็นภักษา ภสฺสรา จกุกุตฺถกา
สกุณกดไก่แก้วกะหรอดกะเรียนร้องระวังไพร จากพรากเพรียกจับพฤกษาไสวแสวงเหยื่อมาเผื่อเพื่อน สัตระวาวายุภักษ์เลื่อน
ชะลอลมเหล่ากะลิงโกลิลากระลุมพูก็โผผิน พวกพรรณประหิตหัศดินแลดอกบัวกระตั้วกระเต็นเต้นเบญจวรรณา โนรีสาลิกา
ตระเวนวันพรรณขาบคุ่มกระทาขันกางเขนเขา เหล่าล้วนเลิศด้วยขนเขียวขาวด่างดําแดงดูประหลาด อณฺฑชา ทั่วทิชคณานั้นมี
ชาติเกิดแต่ฟองฟัก เสียงสุโนกเสนาะนักน่าใคร่ฟัง ย่อมอาศรัยทํารวงรังอยู่โดยรอบขอบจตุรสระกระแสสินธุ์ ชื่อมุจลินทสโรช
โบกขรณี ดูกรธชีอันหนทางที่จะเดินนั้นโตรกตรง จงอุตส่าห์ไปอย่ากลัวอด ด้วยป่าอ้อยเอมโอชารสนั้นมีเรียบริมมรรคา เว
สฺสนฺตโร ราชา อันว่าสมเด็จบรมหน่อนรารัตนธิเบศร์เวสสันดร กับกษัตริย์ทั้งสามสโมสรทรงพรตเป็นบรมดาบสราชฤษี อา
สทญฺจมสญฺชฎํทรงกระหมวดมุ่นพระโมลีจุฬาเลิศอลังการ เฉวียงเวียดบวรสังวาลวิจิตรจัมมาภรณ์ ฉมา เสติ กระทําพื้นพสุธาธร
เป็นแท่นที่พระผทมทรง น้อมพระองค์ลงถวายกรกองกูณฑพิธีกระทํานมัสการ ยตฺถ ปเทเส สําเร็จพระอิริยาบถสําราญในสถานที่
ใด เชิญธชีทิชงค์จงไปสู่สถานที่นั้นเถิด
ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห
อิทํ สุตฺวา พฺรหฺมพนฺธุ อิสึ กตฺวา ปทกฺขิณํ
อุทคฺคจิตฺโต ปกฺกามิ ยตฺถ เวสฺสนฺตโร อหูติ
ขึ้น
กัณฑ์มหาพน http://www.mahachat.com/index.php/kan-7?tmpl=component&...
4 of 5 26/5/2559 19:52
(6) ยํอตฺถํอันว่าอรรถอันใดยังมิได้ปรากฏ ในจุณณิยบทภายหลัง ตํอตฺถํสมเด็จพระสรรเพ็ชญ์พุทธบรมนาถ
นราสภศาสดาจารย์เมื่อจะโปรดประทานอรรถอันนั้นให้แจ้ง จึงตรัสว่า ภิกฺขเวดูกรสงฆ์ผู้ทรงศีลสังวรวินัย ผู้เห็นภัยใน
สังสารวัฏโดยพิเศษ พฺรหฺมพนฺธุ อันว่าเฒ่าทลิทเชษฐ์ชาติทิชงค์พงศ์เผ่าภารัทวาชโคตรคนภิกขาจาร สุตฺวา ครั้นได้สดับสาส์นพ
ระนักสิทธิ์สิ้นสงสัยโสมนัสปราโมทย์น้อมเศียรศิโรตม์ด้วยมโนภิรมย์ระรื่นเริง รับคําพระอจุตตฤษีซร้องสาธุการสรรเสริญ
ปทกฺขิณํกตฺวา เฒ่าก็ด้อมเดินกระทําประทักษิณสิ้นตติยวารกําหนด นมัสการประณตประนมลา บ่ายภิมุขมุ่งพฤกษาสําเหนียก
เนินไศล ไปโดยอุดรทิศสถลมารคระมัดกาย ผู้เดียวเดินสันโดษดายในแดนดงพงศพนัสแสนกันดาร เห็นแต่ไพรพฤกษาสารกับ
เสือสีห์สรรพสัตว์นิกรอันร้ายกาจเวสฺสนฺตโร อันว่าพระพงศ์ภาณุมาศมิ่งมไหศวรรย์พระเวสสันดรราชฤษี อหุ เมาะอโหสิ แลมี
ยตฺถ ปเทเส ในอมรินทรสุราศรมบรมนิวาสนสถานเทวนฤมิตรสถิต ณ ประเทศที่ใด ปกฺกามิ พราหมณ์ก็รีบร้อนสัญจรไปด้วยใจ
หวัง ตํปเทสํสู่ประเทศที่นั้นแล ฯ
มหาวนวณฺณนา นิฏฺฐิตา ฯ
ประดับด้วยพระคาถา ๘๐ พระคาถา
เอวํก็มีด้วยประการดังนี้แล ฯ
(ปี่พาทย์ทําเพลงเชิดกลอง)
เดิน
ขึ้น
กัณฑ์มหาพน http://www.mahachat.com/index.php/kan-7?tmpl=component&...
5 of 5 26/5/2559 19:52

7. กัณฑ์ที่ ๗ มหาพน ๘๐ พระคาถา

  • 1.
    หมวด: ต ้นแบบเทศน์มหาชาติ๑๓ กัณฑ์ ๑,๐๐๐ พระคาถา เผยแพร่เมื่อ วันศุกร์, 30 สิงหาคม 2556 16:54 เขียนโดย manop ฮิต: 9054 กัณฑ์ที่ ๗ มหาพน ๘๐ พระคาถา กัณฑ์มหาพน http://www.mahachat.com/index.php/kan-7?tmpl=component&... 1 of 5 26/5/2559 19:52
  • 2.
    พระมหาชุมพล โชติพโล พระเทพโมลี(กลิ่น) ------------------------------ คจฺฉนฺโต โสภารทฺวาโช อทฺทส อจฺจุตํ อิสึ ทิสฺวาน ตํภารทฺวาโช สมฺโมทิ อิสินา สห ฯ กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ กจฺจิ โภโต อนามยํ กจฺจิ อุญฺเฉน ยาเปถ กจฺจิ มูลผลา พหู กจฺจิ ฑํสา จมกสา อปฺปเมวสิรึสปา วเน พาฬมิคากิณฺเณ กจฺจิ หึสา น วิชฺชตีติ (1) ภารทฺวาโช อันว่าพราหมณชราภารัทวาชชาติเข็ญใจคจฺฉนฺโต ก็ไต่เต้าตามอรัญญวิถีมีสําคัญเขาแลไม้อันนาย พรานพเนจรเจตบุตรบอกแจ้งแล้วแต่หลัง อทฺทส อจฺจุตํก็ประสบพบพระสิทธาจารย์จอมอัจจุตใจจงเจริญจรรยายอดโยคี ก่อ กองกูณฑพิธีกระทํานมัสการ จึงกล่าวปฏิสันถารไต่ถามถึงทุกข์ภัยพยาธิ แลเหลือบยุงบุ้งร่านริ้นกินโลหิต สรรพภัยอสรพิษพวก พาลมฤคร้ายกาจอันจะรบกวน ถามถี่ถ้วนถึงที่เที่ยวแสวงหามูลผลาหาร พระสิทธาจารย์เจ้าจึงแจ้งเหตุ ว่าสรรพภัยอาเพศไม่พาธา กระทําร้าย ทั้งมูลผลาหารก็หาง่ายไม่ฝืดเคืองขัดสน ผลเอมโอชอันจะขบฉันก็มากมี เชิญธชีชําระเท้าเสียให้สิ้นธุลีในโรงนํ้า กระ ทําภุตตกิจกินผลไม้มีอยู่มากครัน ผิจะฉันจงฉันเถิด นํ้าฉันเราก็ตักไว้ในตุ่มเต็มตามแต่จะปรารถนา ท่านทุเรศสัญจรมาในวันนี้ นามศรีสวัสดิวิเศษเขตเกษมศานต์การเจริญอย่ารั้งรอเร่งฉันเถิดหน๋ะธชี พระเจ้าข้าเจ้าประคุณใจอารีรบจะให้รับประทาน ทรง พระคุณหาอันใดมาเปรียบปานบ่มิได้ข้าธอาจารย์จะขอรับดํารงไว้ที่หว่างเกล้า ด้วยข้าเฒ่าอุตสาหะสืบเสาะเฉพาะหน้ามาทั้งนี้ ด้วยมีกมลมุ่งมาดหมายประสงค์จะใคร่ประสบพบพระองค์อัครบรมทานาธิบดี มีนามพระเพศยันดรอดุลดวงดิลกเลิศกษัตริย์ใน สากล ยทิ ชานาสิ สํส เมผิแลพระผู้เป็นเจ้าแจ้งตําบลบพิตรที่สถิตสถาน จงโปรดเกล้าข้าพฤฒาจารย์ให้ทราบเหตุสักหน่อย เหม่ มึงนี้ชะรอยถ่อยทรลักษณ์ลามกธรรม์ใช่จะมาด้วยหวังสวัสดิ์เป็นทางสวรรค์นั้นหามิได้มญฺเญ ดังกูนึกแน่ในใจไม่ผิดเนตร ชะรอยจะมาขอองค์พระอัครเรศราชชายา ถ้าหาไม่ก็พระชาลีแลกัณหาทั้งสององค์เออก็ท้าวเธอมาทรงสร้างแสวงบุญบําพ็ญผล เพิ่มผนวชในพนัสดงดอน มีแต่สองลูกรักกับสายสมรมิ่งมเหสี เป็นสามสี่องค์ด้วยกันเท่านี้เห็นหน้ากันเมื่อยามไร้ ฤๅมีทรัพย์สิ่ง ใดซึ่งจะได้ติดพระองค์มา มันช่างไม่คิดอนิจจาดีแก่ใจอย่างไรหนอหน๋ะธชี อกุทฺธรูปาหํโภโต พระเจ้าข้าพระฤๅษีอย่าเพ่อโกรธ ข้าธชีนี้ใช่พราหมณ์โหดหินชาติเหมือนเช่นว่า ไม่จงหวังตั้งหน้ามาขอทาน กระทําให้เสียจารีตรามราชวิสัยมหาศาลสืบประเพณี ถึงจะบริภาษพ้อจนเพียงนี้ข้าน้อยก็หนักแน่นนึกเกรงไม่โกรธตอบด้วยตัวตั้งอยู่ในความชอบไม่แผกผิด มานี่หวังจะใคร่ประสบ ขึ้น กัณฑ์มหาพน http://www.mahachat.com/index.php/kan-7?tmpl=component&... 2 of 5 26/5/2559 19:52
  • 3.
    พบพานบพิตรพุทธพงศ์ทิพากร อันเป็นศรีสวัสดิ์สุนทรทางทัศนานุตตริยธรรม์อันอุดมด้วยได้สโมสรสมาคมคบหา กับ พระองค์ผู้ทรงพระปรีชาเชื้อปราชญ์ไม่มีเปรียบพระประยูรยศอันยิ่งใหญ่ แต่จากเมืองมาอยู่ป่าเป็นความจริง ข้าพระเจ้ายังมิได้ เห็นพระองค์เลย พระคุณเจ้าเอ่ยเอ็นดูเถิดถ้ารู้แห่ง จงช่วยชี้ตําแหน่งนิวาสน์สถาน ให้แก่ข้าธอาจารย์ณ กาลบัดนี้เถิด (2) ตํสุตฺวา ตาปโส พระอัจจุตฤษีได้สดับสารคดีมุสาวาทธชีชาติทรชนช่างรําพันพูดให้เชื่อก็เชื่อฟัง จึงให้ พราหมณ์ยับยั้งอยู่อาศัย ในอาศรมสิ้นส่วนแห่งราตรี ยังธชีเฒ่าทลิททกให้รับประทานมูลผลาหารของป่า ครั้นรุ่งสางสว่างเวลา อรุโณทัย จึงพาพราหมณ์ไปสถิตที่ต้นทางเถื่อนวิถี จึงยกทักษิณหัตถ์ขึ้นชี้ให้ธชีจําระยะมรรคา ก็กล่าวเป็นสาระพระคาถา เอส เสโล มหาพฺรหฺเม ฯลฯ กปฺกุรา จ กลิงฺคุกาติ (3) พฺรหฺเมดูกรมหาพราหมณ์พรหมบุตร บรรพชาชาติทิชงคพิสัย เอส เสโล แลถนัดในเบื้องหน้านั้นก็เขาใหญ่ ยอดเยี่ยมโพยมอย่างพยับเมฆมีพรรณเขียวขาวแดงดูอดิเรกดังรายรัตน์มณีแนมน่าใครชมครั้นแสงพระสุริยะส่องระดมก็ดูเด่น ดังดวงดาววาวแวววะวาบๆ ที่เวิ้งวุ้ง วิจิตรจํารัสจํารูญรุ่งเป็นสีรุ้ง พุ่งพ้นเพียงคัคนัมพรพื้นนภากาศบ้างก็เกิดก่อก้อนประหลาด ศิลาลายแลละเลื่อมๆ ที่งอกงํ้าเป็นแง่เงื้อมก็ชะงุ้มชะโงกชะง่อนผา ที่ผุดเผินเป็นแผ่นภูตะเพิงพัก บางแห่งเล่าก็เหี้ยนหักหินเห็น เป็นรอยร้าวรานระคายควรจะพิศวง ด้วยธารอุทกที่ตกลงเป็นหยาดหยัดหยดย้อยเย็นเป็นเหน็บหนาวในท้องถํ้าที่สถิตไกรสรราช สถาน บังเกิดแก้วเก้าประการกาญจนประกอบกัน ตลอดโล่งโปร่งปล่องเป็นช่องชั้นวิเชียรฉายโชติช่วงชัชวาลสว่างตา แสนสนุก ในห้องเหมคูหาทุกหนแห่งรโหฐาน เป็นที่เสพอาศัยสําราญแห่งสุรารักษ์รากษส สรรพปีศาจมากกว่าหมื่นแสน สะพรั่งพฤกษ์ พิมานแมนทั่วทุกหมู่ไม้บรรดามีในเขานั้น ย่อมทรงทศพิธสุคันธขจรอาจจะจับใจเป็นอาจิณ คนฺธมาทโน จึงเรียกนามว่าศิขรินทร์ คันธมาทน์มหิมา เหตุประดับด้วยพฤกษาทรงสุคนธชาติสิบประการมี เชิญธชีจงไต่เต้าตามตีนเขาข้างอุตราภิมุขเขม้นหมายเฉียง เหนืออย่านอนใจโน่นนั่นคือหมู่ไม้มีอเนกนานานับบมิถ้วน นีลา แลสล้างล้วนสูงสลอน ออกช่ออรชรผลผกาเกิดกับกิ่งก้านระ กุแกมแนมใบวิบุลระดับบัง เขียวชอุ่มเป็นพุ่มตั้งดังจอมเมฆมัวเป็นหมอกมูน สรรพสกุณตระกูลทิชากรก็เกริ่นร้องกับกิ่งรุกข์เรียง ราย ครั้นเมื่อเวลาลมชายรําพายพัด กิ่งก้านก็ไกวกวัดสะบัดโบก ลําต้นยอดเขยื้อนโยกโยนอยู่ไปมา อิวมาณวา เหมือนมาณพเสพ สุราเมื่อแรกเริ่มพึ่งรู้รส ได้ดูดดื่มคราวเดียวไม่ทันหมดก็เมามาย จะตั้งตรงดํารงกายบ่ร้างรอดด้วยสุราร้ายฤทธิ์แรงเมา ในพื้น ภูมิภาคนั้นเล่าก็แลเลือน ล้วนผกากลุ่มหล่นลงกลาดเกลื่อนที่กลางดินดูดาษดา สทฺทลา หิตา พรรณหญ้าแพรกก็ขึ้นเขียวสะพรั่ง ดังสร้อยคอขนมยูรยลระยับอ่อนลออยิ่งอย่างสําลีใย ยอดไม่ยาวสั้นสี่องคุลีมีเสมอกันไม่กํ้าเกิน อันหนทางที่จะเดินนั้นสะดวก ดายสบายบาทบทจรเจริญใจผงไผ่ภัสมธุลีละอองอันละเอียดเป็นฝุ่นฟุ้งมิได้เฟื่องฟื้น ด้วยหญ้าแพรกปูปกไปเป็นพื้นภูมิพนัส สถาน เทียรย่อมให้เกิดวัฒนาการกําหนัดใน กําหนดนามมิ่งไม้อันมีผล มีอัมพฤกษ์เป็นต้นดังสําแดงมา ในจุลวนวรรณนานั้นแล (4) พฺรหฺเมดูกรมหาพราหมณ์ผู้ประพฤติพรตพรหมจรรยา เราจะพรรณนาถึงสระศรีอันมีอยู่ที่แทบพระอาศรมศิ วาวาส แห่งสมเด็จบรมบาทบพิตรพิชิตพิไชยเฉลิมชาวเชตุดรราชธานี มีนามมุจลินท์สินธุสระสนาน สี่เหลี่ยมเปี่ยมไปด้วยชลธาร ชโลทกาเทียบเทียมไพฑุริยจินดาดวงดูใสสะอาด เย็นยะเยือกอย่างอมฤตยวาริน ระรื่นรวยด้วยกลิ่นอายอบอวล ฝูงกินนรคณา นางย่อมชักชวนกันมาอาบกินเกษมสานต์แสนสุขสําราญสารภิรมย์ระร่าเริงบันเทิงใจในสระนั้น อเถตฺถ ปทุมา ผุลฺลา อําพนด้วย บัวบุษย์เบญจพรรณมีประเภทพิจิตรอาจจะจับเอาใจที่ขาวก็ขาวแข่งไสวสีเศวตวิสุทธิสดสะอาด โขมาวดังสุขุมโขมพัสตร์ลาดแล ละลิบละลานตา พรรณที่เขียวแดงก็ดาษดาดูดังแสร้งระดับสลับสลอนล้วนเป็นเหล่ากัน พวกอุบลบัวผันแลเผื่อนผุดกุมุทหมู่ ลินจงขจายบาน ในคิมหันต์เหมันตกาล กอปรเกิดกับนํ้าดอกนี่ดาษดื่น กําหนดนํ้านั้นตื้นยืนเพียงเข่าควรจะปราโมทย์อันว่า โกสุมภสโรชก็โรยรายร่วงรสเรณูนวลผกาเกสร หมู่แมลงมาศภมรก็มัวเมาเอาชาติละอองอันละเอียด เสียดแทรกไซร้สร้อยเสาว คนธขจร หึ่งๆ บินวะวู่ว่อนร่อนร้องอยู่โดยรอบขอบจตุรสระศรี สรรพพืชผักในวารีแลริมเฉนียนอเนกนับมากกว่าหมื่นสิ่ง เป็น ต้นว่าสาหร่ายสายติ่งตบแลตับเต่า เหล่าถั่วเขียวถั่วราชมาศพื้นพรรณผักกาดแกมกระเทียมหอมเห็นใบไสวเต้าแตงแฟงฟักใหญ่ ยิ่งเท่าเภรี วาริโคจรา หมู่มัจฉาชาติในสระศรีสุดที่จะรํ่า คล้ายๆ ว่ายอยู่คลํ่าๆ เข้ากินไคลแล้วเคล้าคู่ ตะเพียนทองล่องลอยอยู่ที่ หลังชล กินเกสรอุบลเบือนเข้าแฝงบัวให้บังกาย นวลจันทร์พรรณเนื้ออ่อนแอบสวายแสวงวัง นลเปสงฺคู กุมฺภิลา กรกฎกุ้งกั้ง มังกรกุมภีล์ ตะโกกกาแกมกะดี่ชะโดดุกก็โดดดิ้น เที่ยวเล็มล่าหาอาหารกินในท้องธาร แสนสนุกในสระสนานอเนกา ดังสระ สวรรค์สุนันทาทิพยสโรชโบกขรณี อันมีในไตรตรึงศ์ตรีเนตรสหัสจักษุเทเวศร์วัชรินทร์ ที่ขอบสระนั้นเป็นทรายอ่อนระคนดินดู สะอาด พื้นพืชคามขึ้นประหลาดล้วนพิเศษสรรพโอสถทุกสิ่งสมตํารา คือพิมเสนเสนียดกฤษณาหนาดโลดทะนง จันคนามหาสะ ดําดงมะเดื่อดินดีนาคราช โกฏฐ์กะลําพักเพ็ชรสังฆาฏขอนดอกดงกํายาน ราเชนชะมดหมู่กระวานว่านวิเศษ สหัสสคุณเทศจัน ทองเทพทาโรราชพฤกษ์กระเพราแดง พระยาสัตตบรรณสมุลแว้งวรรณว่านนั้นอเนกนักสุดที่จะคณนา ยังเล่าเหล่าพฤกษาที่เนิน ทราย ก็รายเรียงร่มระรื่นขึ้นอยู่โดยรอบโรงพิธีกูณฑ์ แห่งสมเด็จอดิศร บดินทร์สูรย์สรรเพ็ชญ์พุทธพงศ์เพศยันดร ยมโดยประดู่ ดอกออกสลอนสลับมลุลีกระดังงา สลฺลกิ-โย จปุปฺผิตา กระทุ่มทองแทงทวยทั้งกรวยกร่างจิกแจงดอกกระจ่างแลช้างน้าวกิ่ง เดิน ขึ้น ขึ้น กัณฑ์มหาพน http://www.mahachat.com/index.php/kan-7?tmpl=component&... 3 of 5 26/5/2559 19:52
  • 4.
    ก้านก็ก่ายก้าวเกี่ยวประสาน สุรภีพิกุลกาญจนแก้วเกดกรรณิการ์แกมมหาหงส์ประยงแย้มยี่เข่งเข็มพรรณพุดตานก็บานเต็มแต่ ล้วนเหล่ากุหลาบตระหลบดง รวยๆลําดวนทรงสร้อยสุคนธา หอมประทิ่นกลิ่นโยทะกาตระการใจจําปาออกดอกไสวเรณูนวล ล้วนกาหลงเหล่าบุนนาค กากะทิงกะถินกลิ่นหอมหลากล้วนวิเศษ ดูกรธชีเชษฐ อันชั้นนอกนั้นดาษดื่นพื้นพฤกษาสูง เหล่ายาง ยูงพะยอมใหญ่ย่อมเยียดยัด อกุฏิลา ลําต้นตะละคันฉัตรเฉิดระหงตรงละลิ่วแลสูงสะพรั่ง พรรณพฤกษ์เต็งรังร่มเรียงเหียงหาด เห็นเป็นเหล่าๆ สิมฺพลีรุกฺขา หมู่งิ้วง้าวงามตระหง่าน ปานประหนึ่งว่านายช่างหากพิจิตรผจงเขียน ทั้งคุยข่อยแคคางนางตะเคียนก็ คั่งคับพวกผึ้งก็พากันมาจับประจํากระทํารังเจริญรวงมธุรสวารี ที่ค้อมคดกะทดกะทันนั้นก็มีอยู่มากหลาย กทลิโย อนึ่ง ผลกล้วย กล้ายดิบสุกห่ามทรามกําดัดกินก็เกลื่อนกลาด ย่อมมีอยู่ในที่ใกล้พระอาวาสบริเวณวนาศรมแห่งพระผู้อุดมด้วยศีลวัตรวรวิเศษ สืบสร้างแสวงเพศผนวชในพนัสกันดาร อันเป็นเขตพระหิมพานต์นั้นแล อเถตฺถ สีหา พฺยคฺฆา จ ฯลฯ ชาตเวทํ นมสฺสตีติ (5) พฺรหฺเมดูกรธชีชาติทิชงค์มหาศาล เอตฺถ พฺรหาวเน ในห้องหิมพานต์ภูมิพนัสวิสัยสุดที่จะรําพัน พวก คณานิกรสัตว์ทั้งหลายนั้นอนันต์อเนกนับกว่าหมื่นแสน ย่อมอาศัยในด้าวแดนดงกันดาร ไพรพฤกษาสารสโมสรสรรพจัตุบท นิกรกับทวิบาทเป็นต้นว่าสัตว์สุรสีหชาติสี่จําพวกพาลผรุสร้ายราวีหนึ่งนามชื่อติณราชสีห์เสพซึ่งเส้นหญ้าเป็นอาหาร หนึ่งชื่อ ว่ากาฬสิงหะแลบัณฑุสุรมฤคินทร์ เสพซึ่งมังสนิกรกินเป็นภักษา สามราชสีห์มีสรีรกายาพยพอย่างพยัคฆโคขนพิกลหลากๆ กัน พรรณที่หม่นมัวเป็นมันหมึกมืดดําสําลานเหลืองแลประหลาด หนึ่งนามไกรสรสีหราชฤทธิเริงแรง ปลายหางแลเท้าปากเป็นสี แดงดุจย้อมครั่ง พรรณที่อื่นเอี่ยมดังสีสังข์ใสเศวตวิสุทธิสดสะอ้าน สามลายวิไลผ่านกลางพื้นปฤษฎางค์แดงดังชุบชาด อันนาย ช่างชาญฉลาดลากลวดลงเส้นพู่กันเขียน เบื้องอุรุนั้นเป็นรอยเวียนวงทักษิณาวัฏ เกสรสร้อยศอดังผ้ารัตตกัมพล ย่อมสถิตในคูหา เหมหิรัญไพโรจน์รัตน์ผลึกเลื่อมมโนศิลาลาย ครั้นแสงพระสุริยะบดบ่ายสนธยาบาตร ก็ตื่นจากไกรสรไสยาสน์เยี่ยมออกมา จาก ถํ้าแก้วกนกรัตน์คูหาห้องรโหฐาน เหยียบยืนพื้นประพาฬพรรณประไพแผ่นผลึกเลิศศิลาทอง แล้วเหยียดหยัดสลัดลองไขซึ่งลม ฆาน ให้สุรศัพท์สะท้านสะเทือนดังเสียงฟ้า วิ่งฉวัดเฉวียนไปมาด้วยสามารถ โผนเผ่นทะยานผาดแผดเสียง พวกพยัคฆก็หมอบ เมียงเขม้นหมายหมู่มฤคคํารามรนแล้วเร่ร้อง อัศวมุขีก็คะนองพาคณาเที่ยวในเถื่อนทาง หตฺถิโย ฝูงช้างก็ชักโขลงคละคล้ายคลํ่า เคลื่อนคลาขึ้นจากท่าและลงธาร ทุกแห่งหุบห้วยละหานเที่ยวหากิน มีหัศดินทร์อรรคอํานวยวงศ์ทรงศุภลักษณพิเศษสารสิบ ตระกูลเกิดกับป่า ทั้งพวกพรรณหมู่ม้ามิ่งมงคลลักษณะหลายอย่าง เขียวขาวด่างดําแดงดูอดิเรกร้องหฤหรรษ์หมู่ทรายก็ส่ง เสียงกระสันแซ่เซ็งประสาน ฟานฝูงคณาเนื้อนิกรกวางดงดูนี่แดงดาษ หมู่ละมั่งระมาดระมัดกาย ชะมดฉมันมั่นหมายเม่นหมีหมู หมู่กระทิงเถื่อนโคถึกเที่ยวทูรสถาน กาสรกําเลาะลานก็ลับเขาเข้าเคียงคู่ กระจงจามรีรู้ระวังขนมิให้ขาดระคาย ตุลิยา นลสนฺนิภา กระรอกตุ่นกระแตต่ายก็ไต่เต้น เหล่าลิ่นแลเหี้ยเห็นก็ระเหหันหาภักษา พวกพรรณเลียงผาก็ผาดผันเผ่นโผน มกฺกฏา ฝูง พานรกระโจมโจน ทะยานยุดโยนโยกยะยวบไม้หมู่ค่างบ่างชะนีไห้คละโหยหวน เสียงโขมดนางไม้เล่าก็ครํ่าครวญคระครึม ครามปางเมื่อยามย่างเข้าสายัณห์ยํ่ายอแสงสหัสสภาณุมาศได้ฟังแล้วนี่ก็วาบหวาดวังเวงวิเวกวนาสัณฑ์เสียวสะท้านสะทึกพรั่น เย็นระย่อยะเยือกสยดสยอง หริ่งๆ เรไรร้องทุกราวรุกข์ระงมป่า แจ้วๆ จักกระจั่นจ้าประจําดง นานาทิชคณากิณฺณํพวกพรรณ พิหคหงส์ก็เหินหันเข้าหาคู่คณานางนกแนบในรังเรียง หมู่มยูรก็ส่งเสียงกระสันเมฆมาดหมายเป็นภักษา ภสฺสรา จกุกุตฺถกา สกุณกดไก่แก้วกะหรอดกะเรียนร้องระวังไพร จากพรากเพรียกจับพฤกษาไสวแสวงเหยื่อมาเผื่อเพื่อน สัตระวาวายุภักษ์เลื่อน ชะลอลมเหล่ากะลิงโกลิลากระลุมพูก็โผผิน พวกพรรณประหิตหัศดินแลดอกบัวกระตั้วกระเต็นเต้นเบญจวรรณา โนรีสาลิกา ตระเวนวันพรรณขาบคุ่มกระทาขันกางเขนเขา เหล่าล้วนเลิศด้วยขนเขียวขาวด่างดําแดงดูประหลาด อณฺฑชา ทั่วทิชคณานั้นมี ชาติเกิดแต่ฟองฟัก เสียงสุโนกเสนาะนักน่าใคร่ฟัง ย่อมอาศรัยทํารวงรังอยู่โดยรอบขอบจตุรสระกระแสสินธุ์ ชื่อมุจลินทสโรช โบกขรณี ดูกรธชีอันหนทางที่จะเดินนั้นโตรกตรง จงอุตส่าห์ไปอย่ากลัวอด ด้วยป่าอ้อยเอมโอชารสนั้นมีเรียบริมมรรคา เว สฺสนฺตโร ราชา อันว่าสมเด็จบรมหน่อนรารัตนธิเบศร์เวสสันดร กับกษัตริย์ทั้งสามสโมสรทรงพรตเป็นบรมดาบสราชฤษี อา สทญฺจมสญฺชฎํทรงกระหมวดมุ่นพระโมลีจุฬาเลิศอลังการ เฉวียงเวียดบวรสังวาลวิจิตรจัมมาภรณ์ ฉมา เสติ กระทําพื้นพสุธาธร เป็นแท่นที่พระผทมทรง น้อมพระองค์ลงถวายกรกองกูณฑพิธีกระทํานมัสการ ยตฺถ ปเทเส สําเร็จพระอิริยาบถสําราญในสถานที่ ใด เชิญธชีทิชงค์จงไปสู่สถานที่นั้นเถิด ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อิทํ สุตฺวา พฺรหฺมพนฺธุ อิสึ กตฺวา ปทกฺขิณํ อุทคฺคจิตฺโต ปกฺกามิ ยตฺถ เวสฺสนฺตโร อหูติ ขึ้น กัณฑ์มหาพน http://www.mahachat.com/index.php/kan-7?tmpl=component&... 4 of 5 26/5/2559 19:52
  • 5.
    (6) ยํอตฺถํอันว่าอรรถอันใดยังมิได้ปรากฏ ในจุณณิยบทภายหลังตํอตฺถํสมเด็จพระสรรเพ็ชญ์พุทธบรมนาถ นราสภศาสดาจารย์เมื่อจะโปรดประทานอรรถอันนั้นให้แจ้ง จึงตรัสว่า ภิกฺขเวดูกรสงฆ์ผู้ทรงศีลสังวรวินัย ผู้เห็นภัยใน สังสารวัฏโดยพิเศษ พฺรหฺมพนฺธุ อันว่าเฒ่าทลิทเชษฐ์ชาติทิชงค์พงศ์เผ่าภารัทวาชโคตรคนภิกขาจาร สุตฺวา ครั้นได้สดับสาส์นพ ระนักสิทธิ์สิ้นสงสัยโสมนัสปราโมทย์น้อมเศียรศิโรตม์ด้วยมโนภิรมย์ระรื่นเริง รับคําพระอจุตตฤษีซร้องสาธุการสรรเสริญ ปทกฺขิณํกตฺวา เฒ่าก็ด้อมเดินกระทําประทักษิณสิ้นตติยวารกําหนด นมัสการประณตประนมลา บ่ายภิมุขมุ่งพฤกษาสําเหนียก เนินไศล ไปโดยอุดรทิศสถลมารคระมัดกาย ผู้เดียวเดินสันโดษดายในแดนดงพงศพนัสแสนกันดาร เห็นแต่ไพรพฤกษาสารกับ เสือสีห์สรรพสัตว์นิกรอันร้ายกาจเวสฺสนฺตโร อันว่าพระพงศ์ภาณุมาศมิ่งมไหศวรรย์พระเวสสันดรราชฤษี อหุ เมาะอโหสิ แลมี ยตฺถ ปเทเส ในอมรินทรสุราศรมบรมนิวาสนสถานเทวนฤมิตรสถิต ณ ประเทศที่ใด ปกฺกามิ พราหมณ์ก็รีบร้อนสัญจรไปด้วยใจ หวัง ตํปเทสํสู่ประเทศที่นั้นแล ฯ มหาวนวณฺณนา นิฏฺฐิตา ฯ ประดับด้วยพระคาถา ๘๐ พระคาถา เอวํก็มีด้วยประการดังนี้แล ฯ (ปี่พาทย์ทําเพลงเชิดกลอง) เดิน ขึ้น กัณฑ์มหาพน http://www.mahachat.com/index.php/kan-7?tmpl=component&... 5 of 5 26/5/2559 19:52