โดย นายวัชรพล  หิรัญคำ  รหัสนิสิต  53011213075 นิสิตชั้นปีที่  2  สาขา สารสนเทศศาสตร์  คณะวิทยาการสารสนเทศ รายวิชา  Office Automation  กลุ่มเรียนที่  1  1/2554  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
การคำนวณสูตรด้วยโปรแกรม  Microsoft Excel โปรแกรม  Microsoft Excel   มีความสะดวกในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะการคำนวณ บวก ลบ คูณ หาร จัดว่าเป็นพื้นฐานของการคำนวณอย่างยิ่ง การคำนวณผลลัพธ์ที่มีจำนวนหลายเซลล์นั้น โปรแกรม  Microsoft Excel  สามารถคำนวณได้ด้วยสูตร ซึ่งมีความถูกต้องและชัดเจน  1.  การคำนวณตามหลักพื้นฐานทางคณิตศาสตร์    1.1  การใช้เครื่องหมายคณิตศาสตร์ในโปรแกรม  Microsoft Excel     +   แทน  การคำนวณหาผลบวก    -    แทน  การคำนวณหาผลลบ   *   แทน  การคำนวณหาผลคูณ    /   แทน  การคำนวณหาผลหาร     =  แทน  การคำนวณหาผลลัพธ์
  1.2  กฎเกณฑ์การคำนวณ              -  ทุกครั้งที่ต้องการคำนวณจะต้องพิมพ์เครื่องเท่ากับ  (=)  ก่อนทุกครั้ง               -  เมื่อกำหนดสูตรการคำนวณเรียบร้อยแล้วให้กดแป้น  Enter              ตัวอย่าง  เช่น คำนวณหาผลลัพธ์ที่เซลล์  A4  หาผลบวก  A2+B3=A2+B3                        หมายถึง  พิมพ์เท่ากับที่เซลล์  A4  แล้วให้คลิกที่เซลล์  A2  พิมพ์เครื่องหมายบวกแล้วคลิกที่เซลล์  B3  กดแป้น  Enter  กรณีคำนวณจำนวนมากกว่า  2  เซลล์สามารถทำได้   เช่น  =A2+B3+C4+D5   หมายถึง การคำนวณหาผลบวกเซลล์  A2 , B3 , C4 , D5
1.3  สูตรพื้นฐานการทำงาน    sum   การคำนวณหาค่าผลรวม   average   การคำนวณหาค่าเฉลี่ย   max    การหาค่าสูงสุด   min   การหาค่าต่ำสุด
1.4  รูปแบบการใช้สูตรในการคำนวณ                 = สูตร ( เซลล์ต้นทาง : เซลล์ปลายทาง )                เช่น  =sum(B2:B5)              
1.5  รูปแบบการใช้ฟังก์ชั่นในการคำนวณ          1.5.1  การใช้  IF   =IF( อ้างอิงเซลล์ / เครื่องหมายอ้างอิง / ขอบเขตที่ 1,“ ผลลัพธ์” ,  IF( อ้างอิงเซลล์ / เครื่องหมายอ้างอิง / ขอบเขตที่ 2,“ ผลลัพธ์” , IF( อ้างอิงเซลล์ /  เครื่องหมายอ้างอิง / ขอบเขตที่ 3,“ ผลลัพธ์” , .....,   IF( อ้างอิงเซลล์ / เครื่องหมายอ้างอิง / ขอบเขตที่ n,“ ผลลัพธ์” , “ ผลลัพธ์ที่ไม่อยู่ในขอบเขต” )))...) n   กดแป้น   Enter  หมายเห ตุ      n  แทน ขอบเขตสุดท้ายที่ต้องการค้นหา  เช่น  =IF(G5>=80,"4",IF(G5>=75,"3.5",IF(G5>=70,"3",IF(G5>=65,"2.5",IF(G5>=60,"2",IF(G5>=55,"1.5",IF(G5>=50,"1","0")))))))        
1.5.2  การใช้  COUNTIF    รู ปแบบ  COUNIF =COUNIF  ( อ้างอิงเซลล์ต้นทาง : อ้างอิงเซลล์ต้นปลายทาง ,“ ผลลัพธ์ที่ต้องการหา” )         ตัวอย่างการคำนวณ   =COUNTIF(F2:F6,"A") รวม                 :         ให้ใช้สูตร  SUM                                      ผลการเรียน  (1)  :         ให้ใช้สูตร    IF   โดยใช้ อ้างอิง (1)     ผลการเรียน  (2)  :         ให้ใช้สูตร    IF   โดยใช้ อ้างอิง (2)   สำหรับการคำนวณหา  COUNTIF       อ้างอิง  (3)        :          ให้อ้างอิงผลการเรียน  1   อ้างอิง  (4)        :          ให้อ้างอิงผลการเรียน  2
การคำนวณผลรวมอัตโนมัติ  ( SUM) การคำนวณผลรวมโดยไม่ต้องใช้สูตรคำนวณแค่คลิกเมาส์ 1.  พิมพ์รายการที่ต้องการคำนวณหาค่าผลรวม 2.  คลิกเมาท์ที่ไอคอน  " ผลรวมอัตโนมัติ "  แล้วลากเมาท์เลือกเลขที่ต้องการค่าผลรวม  3.  กด  Enter  จะได้ผลรวมตามนั้น
    วิธีการคำนวณแบบข้าม  Sheet 1. ให้ทำการสร้างข้อมูลให้มีข้อมูลทั้ง  2  ชีท ดังรูปด้านล่างนี้ รูปที่  1 รูปที่  2
2. หลังจากนั้นให้เลือกในชีทที่  2  แล้วเลือกเซลล์ที่ต้องการจะคำนวณ ให้พิมพ์ข้อความดังรูปแล้วคลิ๊กเลือก ที่  sheet1 3. คลิ๊กเลือกเซลล์ที่ต้องการคำนวนให้สังเกตูที่  Formula bar  จะปรากฎที่อยู่ของ  sheet  และ เซลล์ ที่ใช้ในการคำนวณ
4. พิมพ์สูตรต่อจากสูตรที่ปรากฏใน  formula bar  ดังรูป  แล้วกดปุ่ม  enter  จะได้ผลดังรูปที่  2   รูปที่  1 รูปที่  2  ให้สังเกตุดูว่าสูตรที่เราคำนวณนั้น จะปรากฏในเซลล์ที่เราเลือกในตอนแรก หลังจากนั้นให้  Copy  สูตรลงมาให้ครบทุกเซลล์
  5. หลังจากนั้นให้ลองทำอีกครั้งที่ช่อง " คิดเป็นเงิน " ในผลของ  OT  วันหยุด   และ  copy  ลงมาให้ครบทุกเซลล์   ดังรูป
การใช้งานโปรแกรม  Microsoft Word  ในการทำจดหมายเวียน
  สร้างจดหมายเวียน สร้างจดหมายเวียน  การทำจดหมายเวียนนั้น จะใช้  Wizard  สร้างโดยจะทำไปทีละขั้นตอนตามลำดับ  ช่วยให้สร้างจดหมายเวียนได้สะดวกและง่ายขึ้น บางขั้นตอนอาจแตกต่างกันบ้างขึ้นอยู่กับ ว่าได้เลือกเอกสารหลักที่จะทำจดหมายเวียนเป็นประเภทใด ซึ่งมีขั้นตอนในการทำทั้งหมด 6  ขั้นตอน
ขั้นตอนที่  1  ของ  6 :  เลือกประเภทของเอกสาร  1)  เลือก  Tools ( เครื่องมือ )  Letters and Mallings ( จดหมายและเมล )  Mail Merge ( จดหมายเวียน )  2)  คลิกเลือกชนิดของเอกสรที่จะทำจดหมายเวียน ให้เลือก  Letters ( จดหมาย )  3)  คลิก  Next: Starting document ( ถัดไป :  กำลังเริ่มเอกสาร )  เลือก  Tools ( เครื่องมือ )  Letters and Mallings ( จดหมายและเมล )  Mail Merge ( จดหมายเวียน )   1  คลิกเลือกชนิดของเอกสารที่จะใช้  2  3
ขั้นตอนที่  2  ของ  6 :  เลือกเอกสารที่จะนำมาใช้  ในขั้นตอนนี้จะเลือกไฟล์เอกสารที่จะทำจดหมายเวียน ซึ่งมี  3  แนวทางด้วยกัน  4)  คลิก  Use the current document  ( ใช้เอกสารปัจจุบัน )  เพื่อใช้เอกสารที่กำลังเปิด อยู่นี้ทำจดหมายเวียน  •  หรือคลิก  Start from a template  ( เริ่มจากแม่แบบ )  เพื่อสร้างจดหมายจากเทมเพลตที่มีอยู่ จากนั้นคลิกที่  Select Template  ( เลือกแม่แบบ ...)  แล้วเลือกเทมเพลต ที่ต้องการจากแท็บ จดหมายเวียน  •  หรือคลิก  Start from existing document  ( เริ่มจากเอกสารที่มีอยู่ )  เพื่อใช้จดหมายที่ได้ทำไว้แล้ว  จากนั้นเลือกไฟล์ที่ต้องการโดยคลิกปุ่ม  Open  ( เปิด )  5)  คลิก  Next: Select recipients  ( ถัดไป :  เลือกผู้รับ )  4 5
ขั้นตอนที่  3  ของ  6 :  สร้างฐานข้อมูลรายชื่อผู้รับ  ในขั้นตอนนี้จะกำหนดแหล่งข้อมูลผู้รับ เช่น ชื่อ ที่อยู่ ซึ่งอาจอยู่ในไฟล์ของ  Excel, Access ,  รายชื่อผู้ที่ติดต่อด้วยของ  Outlook  หรือแม้แต่ไฟล์ของ  Word  ก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ข้อมูลแต่ละฟีลด์จะต้องคั่นด้วยแท็บหรือเก็บอยู่ในตาราง และข้อมูลของผู้รับแต่ละคนต้องอยู่คนละบรรทัด หรืออาจเลือกวิธีสร้างฐานข้อมูลและใส่ข้อมูลลงไปใหม่ได้เลย ดังนี้ 8  9  10 6 7
6)  คลิกออปชั่น  Type a new list  ( พิมพ์รายการใหม่ )  7)  คลิก  Create  ( สร้าง )  เพื่อเริ่มป้อนข้อมูลต่าง ๆ ไว้ในฐานข้อมูล  ( ถ้าจะสร้างรายชื่อเป็นตารางใน  Word  เก็บไว้ก่อนให้ดูในหัวข้อถัดไป )  8)  ป้อนข้อมูลในช่องฟีลด์ต่าง ๆ เช่น ชื่อ ในช่อง  FirstName  และนามสกุล ในช่อง  LastName  และข้อมูลอื่น ๆ ของผู้รับชื่อแรก  9)  คลิกปุ่ม  New Entry  ( รายการใหม่ )  เพื่อป้อนรายชื่อต่อไป  10)  กรอกข้อมูลผู้รับถัดไป โดยทำซ้ำขั้นที่  8 – 9  จนกว่าจะใส่ชื่อครบ จากนั้นให้คลิกปุ่ม  Close  ( ปิด )  11)  ข้อมูลที่ป้อนไว้จะถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ฐานข้อมูล ให้ตั้งชื่อฐานข้อมูลนี้ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่ใช้กับโปรแกรม  Microsoft Access  ( ไฟล์ชนิด  . mdb)   จากนั้นคลิก  Save  ( บันทึก )  12)  โปรแกรมจะแสดงรายชื่อทั้งหมดที่ได้ป้อนไว้ ให้คลิกเครื่องหมาย 􀀹 หน้าชื่อเพื่อเลือกสร้างจดหมายส่งให้ชื่อนั้น หรือคลิกซ้ำเพื่อไม่เลือก  ( ถ้าจะย้ายคอลัมน์ ให้คลิกลากเมาส์ตรงชื่อคอลัมน์ที่จะย้าย แล้วนำไปปล่อยท้ายคอลัมน์ที่ต้องการ )  13)  คลิก  OK  ( ตกลง )  14)  คลิก  Next: Write your letter  ( ถัดไป :  โปรดเขียนจดหมายของคุณ )
11 กำหนดชื่อที่ใช้  12 คลิกเลือกชื่อผู้ใช้ 13
ขั้นตอนที่  4  ของ  6 :  วางองค์ประกอบในจดหมาย  ในขั้นตอนนี้ถ้ายังไม่ได้สร้างจดหมาย ให้เริ่มเขียน โดยเว้นที่ใส่ชื่อ - ที่อยู่ของผู้รับไว้  15)  คลิกเมาส์ตรงตำแหน่งที่จะใส่ข้อมูลของผู้รับ ในตัวอย่างจะใส่ ชื่อหน่วยงานผู้รับ  16)  คลิกที่  Address block ( ช่องที่อยู่ )  17)  เลือกรูปแบบการจัดวางชื่อ  18)  คลิก  OK ( ตกลง )  19)  คลิกเมาส์ตรงที่จะใส่ข้อมูลของผู้รับในจุดอื่น ในตัวอย่างจะใส่คำนำหน้าชื่อ ชื่อ - นามสกุลของผู้รับ  20)  คลิกที่  More items ( รายการเพิ่มเติม )  เพื่อเลือกใส่เฉพาะข้อมูลที่ต้องการเพิ่มเข้าไป
15  คลิกเมาส์ตรงที่จะใส่ข้อมูลผู้รับคลิกเลือกชื่อผู้ใช้ 17 18 19 16 20
21)  คลิกในชื่อฟีลด์ข้อมูลที่ต้องการใส่  22)  คลิกปุ่ม  Insert  ( แทรก )  23)  ทำซ้ำขั้นตอนที่  20 – 22  เมื่อใส่ข้อมูลที่ต้องการจนครบ ให้คลิกปุ่ม  Close ( ปิด )  24)  จัดระยะห่างของแต่ละข้อมูล  หรือแยกไว้คนละบรรทัด รวมทั้งเลือก ฟอนต์  ( Font)  หรือขนาด  ( Size)  ตามต้องการ ( ถ้าต้องการลบข้อมูลที่ใส่ ไว้ให้เลือกข้อมูลนั้นแล้วกด  Delete 25)  คลิก  Next: Previews your letters  ถัดไป :  แสดงภาพตัวอย่างจดหมาย ของคุณ )  เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไป  เพื่อดูตัวอย่างจดหมาย  24 21 22 23
ขั้นตอนที่  5  ของ  6 :  ดูตัวอย่างรายชื่อในจดหมาย  26)  ในขั้นตอนนี้จะแสดงตัวอย่างจดหมายแต่ละฉบับที่มีชื่อ - นามสกุลของผู้รับแต่ละคนใส่เข้ามา เพื่อตรวจสอบความถูกต้องให้คลิก  เพื่อดูจดหมายของผู้รับถัดไป  หรือคลิก  เพื่อดูจดหมายของผู้รับก่อนหน้า  27)  คลิก  Next: Complete the merge  ( ถัดไป :  การผสานเสร็จสมบูรณ์ )  26 27
ขั้นตอนที่  6  ของ  6 :  พิมพ์จดหมาย 28)  คลิก  Print ( การพิมพ์ )  เพื่อพิมพ์จดหมายออกทาง  Printer  โดยจะเป็นการพิมพ์จดหมายแต่ละฉบับที่มีเนื้อหาเหมือนกัน และมีชื่อที่อยู่ของผู้รับต่างกันออกไป ตามที่เลือกไว้ก่อนหน้านี้  ( คลิกเลือกได้ที่แถบเครื่องมือจดหมายเวียน คลิกเลือก  Merge to Print  ( ผสานไปยังเครื่องพิมพ์ )  29)  เลือกรายชื่อที่จะพิมพ์  ( สามารถทยอยสั่งพิมพ์ได้ )  จากนั้นคลิก  OK  ( ตกลง )  •  All  ( ทั้งหมด )  พิมพ์ทุกรายชื่อ  •  Current record  ( ระเบียนปัจจุบัน )  พิมพ์เฉพาะข้อมูลที่เลือกแสดงในขั้นที่  26  •  From:  ( จาก :)  ข้อมูลลำดับที่  To:  ( ถึง :)  ถึงลำดับที่  30)  ในไดอะล็อกบ็อกซ์  Print   เลือกชื่อเครื่องพิมพ์ กำหนดจำนวนชุดที่จะพิมพ์ แล้วคลิก  OK  ( ตกลง )
28 เลือกรายชื่อแล้วคลิกหรือพิมพ์จดหมาย ออกทางเครื่องพิมพ์ 30
  สร้างซองจดหมายเวียน  การพิมพ์ซองจดหมายจำนวนมาก สามารถทำได้เหมือนการสร้างจดหมายเวียน แต่ในขั้นตอนที่  1  ให้เลือกเอกสารหลักเป็น  Envelops ( ซองจดหมาย )  และในขั้นตอนที่  2  เลือกขนาดของซองจดหมาย และวิธีการใส่ซองในเครื่องพิมพ์  ( ลักษณะการใส่ซองของตัวเลือกการพิมพ์ อาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเครื่องพิมพ์และรุ่นของเครื่องพิมพ์ที่ใช้อยู่ )  ขั้นตอนอื่น ๆ จะคล้ายกัน 2  เลือกซองจดหมาย 3 1 4  เลือกกำหนดออปชัน 8
5 6 7
15 16 17 18 ขั้นตอนที่  9 – 14  ทำเช่นเดียวกับตัวอย่างก่อนหน้านี้  ทำซ้ำในขั้นตอนที่  15 – 18  เพื่อแทรกชื่อฟีลด์ข้อมูลอื่นให้ครบตามต้องการ
 
ขอบคุณที่มา http://ict.moph.go.th/elearning/Word2_detail/content.html http://www.webthaidd.com/excel/webthaidd_article_939_.html

53011213075

  • 1.
    โดย นายวัชรพล หิรัญคำ รหัสนิสิต 53011213075 นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขา สารสนเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ รายวิชา Office Automation กลุ่มเรียนที่ 1 1/2554 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • 2.
    การคำนวณสูตรด้วยโปรแกรม MicrosoftExcel โปรแกรม Microsoft Excel มีความสะดวกในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะการคำนวณ บวก ลบ คูณ หาร จัดว่าเป็นพื้นฐานของการคำนวณอย่างยิ่ง การคำนวณผลลัพธ์ที่มีจำนวนหลายเซลล์นั้น โปรแกรม Microsoft Excel สามารถคำนวณได้ด้วยสูตร ซึ่งมีความถูกต้องและชัดเจน 1. การคำนวณตามหลักพื้นฐานทางคณิตศาสตร์   1.1 การใช้เครื่องหมายคณิตศาสตร์ในโปรแกรม Microsoft Excel   +   แทน  การคำนวณหาผลบวก   -    แทน  การคำนวณหาผลลบ   *   แทน  การคำนวณหาผลคูณ   /   แทน  การคำนวณหาผลหาร   =  แทน  การคำนวณหาผลลัพธ์
  • 3.
      1.2 กฎเกณฑ์การคำนวณ             - ทุกครั้งที่ต้องการคำนวณจะต้องพิมพ์เครื่องเท่ากับ (=) ก่อนทุกครั้ง             - เมื่อกำหนดสูตรการคำนวณเรียบร้อยแล้วให้กดแป้น Enter           ตัวอย่าง เช่น คำนวณหาผลลัพธ์ที่เซลล์ A4 หาผลบวก A2+B3=A2+B3                        หมายถึง  พิมพ์เท่ากับที่เซลล์ A4 แล้วให้คลิกที่เซลล์ A2 พิมพ์เครื่องหมายบวกแล้วคลิกที่เซลล์ B3 กดแป้น Enter กรณีคำนวณจำนวนมากกว่า 2 เซลล์สามารถทำได้  เช่น =A2+B3+C4+D5   หมายถึง การคำนวณหาผลบวกเซลล์ A2 , B3 , C4 , D5
  • 4.
    1.3 สูตรพื้นฐานการทำงาน   sum   การคำนวณหาค่าผลรวม   average  การคำนวณหาค่าเฉลี่ย   max   การหาค่าสูงสุด   min  การหาค่าต่ำสุด
  • 5.
    1.4 รูปแบบการใช้สูตรในการคำนวณ            = สูตร ( เซลล์ต้นทาง : เซลล์ปลายทาง )             เช่น =sum(B2:B5)              
  • 6.
    1.5 รูปแบบการใช้ฟังก์ชั่นในการคำนวณ        1.5.1 การใช้ IF =IF( อ้างอิงเซลล์ / เครื่องหมายอ้างอิง / ขอบเขตที่ 1,“ ผลลัพธ์” , IF( อ้างอิงเซลล์ / เครื่องหมายอ้างอิง / ขอบเขตที่ 2,“ ผลลัพธ์” , IF( อ้างอิงเซลล์ / เครื่องหมายอ้างอิง / ขอบเขตที่ 3,“ ผลลัพธ์” , ....., IF( อ้างอิงเซลล์ / เครื่องหมายอ้างอิง / ขอบเขตที่ n,“ ผลลัพธ์” , “ ผลลัพธ์ที่ไม่อยู่ในขอบเขต” )))...) n กดแป้น Enter หมายเห ตุ      n แทน ขอบเขตสุดท้ายที่ต้องการค้นหา เช่น =IF(G5>=80,"4",IF(G5>=75,"3.5",IF(G5>=70,"3",IF(G5>=65,"2.5",IF(G5>=60,"2",IF(G5>=55,"1.5",IF(G5>=50,"1","0")))))))        
  • 7.
    1.5.2 การใช้ COUNTIF  รู ปแบบ COUNIF =COUNIF ( อ้างอิงเซลล์ต้นทาง : อ้างอิงเซลล์ต้นปลายทาง ,“ ผลลัพธ์ที่ต้องการหา” )        ตัวอย่างการคำนวณ =COUNTIF(F2:F6,"A") รวม               :        ให้ใช้สูตร SUM                                    ผลการเรียน (1) :        ให้ใช้สูตร   IF โดยใช้ อ้างอิง (1)   ผลการเรียน (2) :        ให้ใช้สูตร   IF โดยใช้ อ้างอิง (2)   สำหรับการคำนวณหา COUNTIF      อ้างอิง (3)       :         ให้อ้างอิงผลการเรียน 1   อ้างอิง (4)       :         ให้อ้างอิงผลการเรียน 2
  • 8.
    การคำนวณผลรวมอัตโนมัติ (SUM) การคำนวณผลรวมโดยไม่ต้องใช้สูตรคำนวณแค่คลิกเมาส์ 1. พิมพ์รายการที่ต้องการคำนวณหาค่าผลรวม 2. คลิกเมาท์ที่ไอคอน " ผลรวมอัตโนมัติ " แล้วลากเมาท์เลือกเลขที่ต้องการค่าผลรวม 3. กด Enter จะได้ผลรวมตามนั้น
  • 9.
    วิธีการคำนวณแบบข้าม Sheet 1. ให้ทำการสร้างข้อมูลให้มีข้อมูลทั้ง 2 ชีท ดังรูปด้านล่างนี้ รูปที่ 1 รูปที่ 2
  • 10.
    2. หลังจากนั้นให้เลือกในชีทที่ 2 แล้วเลือกเซลล์ที่ต้องการจะคำนวณ ให้พิมพ์ข้อความดังรูปแล้วคลิ๊กเลือก ที่ sheet1 3. คลิ๊กเลือกเซลล์ที่ต้องการคำนวนให้สังเกตูที่ Formula bar จะปรากฎที่อยู่ของ sheet และ เซลล์ ที่ใช้ในการคำนวณ
  • 11.
    4. พิมพ์สูตรต่อจากสูตรที่ปรากฏใน formula bar ดังรูป แล้วกดปุ่ม enter จะได้ผลดังรูปที่ 2 รูปที่ 1 รูปที่ 2 ให้สังเกตุดูว่าสูตรที่เราคำนวณนั้น จะปรากฏในเซลล์ที่เราเลือกในตอนแรก หลังจากนั้นให้ Copy สูตรลงมาให้ครบทุกเซลล์
  • 12.
    5.หลังจากนั้นให้ลองทำอีกครั้งที่ช่อง " คิดเป็นเงิน " ในผลของ OT วันหยุด และ copy ลงมาให้ครบทุกเซลล์ ดังรูป
  • 13.
    การใช้งานโปรแกรม MicrosoftWord ในการทำจดหมายเวียน
  • 14.
    สร้างจดหมายเวียนสร้างจดหมายเวียน การทำจดหมายเวียนนั้น จะใช้ Wizard สร้างโดยจะทำไปทีละขั้นตอนตามลำดับ ช่วยให้สร้างจดหมายเวียนได้สะดวกและง่ายขึ้น บางขั้นตอนอาจแตกต่างกันบ้างขึ้นอยู่กับ ว่าได้เลือกเอกสารหลักที่จะทำจดหมายเวียนเป็นประเภทใด ซึ่งมีขั้นตอนในการทำทั้งหมด 6 ขั้นตอน
  • 15.
    ขั้นตอนที่ 1 ของ 6 : เลือกประเภทของเอกสาร 1) เลือก Tools ( เครื่องมือ ) Letters and Mallings ( จดหมายและเมล ) Mail Merge ( จดหมายเวียน ) 2) คลิกเลือกชนิดของเอกสรที่จะทำจดหมายเวียน ให้เลือก Letters ( จดหมาย ) 3) คลิก Next: Starting document ( ถัดไป : กำลังเริ่มเอกสาร ) เลือก Tools ( เครื่องมือ ) Letters and Mallings ( จดหมายและเมล ) Mail Merge ( จดหมายเวียน ) 1 คลิกเลือกชนิดของเอกสารที่จะใช้ 2 3
  • 16.
    ขั้นตอนที่ 2 ของ 6 : เลือกเอกสารที่จะนำมาใช้ ในขั้นตอนนี้จะเลือกไฟล์เอกสารที่จะทำจดหมายเวียน ซึ่งมี 3 แนวทางด้วยกัน 4) คลิก Use the current document ( ใช้เอกสารปัจจุบัน ) เพื่อใช้เอกสารที่กำลังเปิด อยู่นี้ทำจดหมายเวียน • หรือคลิก Start from a template ( เริ่มจากแม่แบบ ) เพื่อสร้างจดหมายจากเทมเพลตที่มีอยู่ จากนั้นคลิกที่ Select Template ( เลือกแม่แบบ ...) แล้วเลือกเทมเพลต ที่ต้องการจากแท็บ จดหมายเวียน • หรือคลิก Start from existing document ( เริ่มจากเอกสารที่มีอยู่ ) เพื่อใช้จดหมายที่ได้ทำไว้แล้ว จากนั้นเลือกไฟล์ที่ต้องการโดยคลิกปุ่ม Open ( เปิด ) 5) คลิก Next: Select recipients ( ถัดไป : เลือกผู้รับ ) 4 5
  • 17.
    ขั้นตอนที่ 3 ของ 6 : สร้างฐานข้อมูลรายชื่อผู้รับ ในขั้นตอนนี้จะกำหนดแหล่งข้อมูลผู้รับ เช่น ชื่อ ที่อยู่ ซึ่งอาจอยู่ในไฟล์ของ Excel, Access , รายชื่อผู้ที่ติดต่อด้วยของ Outlook หรือแม้แต่ไฟล์ของ Word ก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ข้อมูลแต่ละฟีลด์จะต้องคั่นด้วยแท็บหรือเก็บอยู่ในตาราง และข้อมูลของผู้รับแต่ละคนต้องอยู่คนละบรรทัด หรืออาจเลือกวิธีสร้างฐานข้อมูลและใส่ข้อมูลลงไปใหม่ได้เลย ดังนี้ 8 9 10 6 7
  • 18.
    6) คลิกออปชั่น Type a new list ( พิมพ์รายการใหม่ ) 7) คลิก Create ( สร้าง ) เพื่อเริ่มป้อนข้อมูลต่าง ๆ ไว้ในฐานข้อมูล ( ถ้าจะสร้างรายชื่อเป็นตารางใน Word เก็บไว้ก่อนให้ดูในหัวข้อถัดไป ) 8) ป้อนข้อมูลในช่องฟีลด์ต่าง ๆ เช่น ชื่อ ในช่อง FirstName และนามสกุล ในช่อง LastName และข้อมูลอื่น ๆ ของผู้รับชื่อแรก 9) คลิกปุ่ม New Entry ( รายการใหม่ ) เพื่อป้อนรายชื่อต่อไป 10) กรอกข้อมูลผู้รับถัดไป โดยทำซ้ำขั้นที่ 8 – 9 จนกว่าจะใส่ชื่อครบ จากนั้นให้คลิกปุ่ม Close ( ปิด ) 11) ข้อมูลที่ป้อนไว้จะถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ฐานข้อมูล ให้ตั้งชื่อฐานข้อมูลนี้ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่ใช้กับโปรแกรม Microsoft Access ( ไฟล์ชนิด . mdb) จากนั้นคลิก Save ( บันทึก ) 12) โปรแกรมจะแสดงรายชื่อทั้งหมดที่ได้ป้อนไว้ ให้คลิกเครื่องหมาย 􀀹 หน้าชื่อเพื่อเลือกสร้างจดหมายส่งให้ชื่อนั้น หรือคลิกซ้ำเพื่อไม่เลือก ( ถ้าจะย้ายคอลัมน์ ให้คลิกลากเมาส์ตรงชื่อคอลัมน์ที่จะย้าย แล้วนำไปปล่อยท้ายคอลัมน์ที่ต้องการ ) 13) คลิก OK ( ตกลง ) 14) คลิก Next: Write your letter ( ถัดไป : โปรดเขียนจดหมายของคุณ )
  • 19.
    11 กำหนดชื่อที่ใช้ 12 คลิกเลือกชื่อผู้ใช้ 13
  • 20.
    ขั้นตอนที่ 4 ของ 6 : วางองค์ประกอบในจดหมาย ในขั้นตอนนี้ถ้ายังไม่ได้สร้างจดหมาย ให้เริ่มเขียน โดยเว้นที่ใส่ชื่อ - ที่อยู่ของผู้รับไว้ 15) คลิกเมาส์ตรงตำแหน่งที่จะใส่ข้อมูลของผู้รับ ในตัวอย่างจะใส่ ชื่อหน่วยงานผู้รับ 16) คลิกที่ Address block ( ช่องที่อยู่ ) 17) เลือกรูปแบบการจัดวางชื่อ 18) คลิก OK ( ตกลง ) 19) คลิกเมาส์ตรงที่จะใส่ข้อมูลของผู้รับในจุดอื่น ในตัวอย่างจะใส่คำนำหน้าชื่อ ชื่อ - นามสกุลของผู้รับ 20) คลิกที่ More items ( รายการเพิ่มเติม ) เพื่อเลือกใส่เฉพาะข้อมูลที่ต้องการเพิ่มเข้าไป
  • 21.
  • 22.
    21) คลิกในชื่อฟีลด์ข้อมูลที่ต้องการใส่ 22) คลิกปุ่ม Insert ( แทรก ) 23) ทำซ้ำขั้นตอนที่ 20 – 22 เมื่อใส่ข้อมูลที่ต้องการจนครบ ให้คลิกปุ่ม Close ( ปิด ) 24) จัดระยะห่างของแต่ละข้อมูล หรือแยกไว้คนละบรรทัด รวมทั้งเลือก ฟอนต์ ( Font) หรือขนาด ( Size) ตามต้องการ ( ถ้าต้องการลบข้อมูลที่ใส่ ไว้ให้เลือกข้อมูลนั้นแล้วกด Delete 25) คลิก Next: Previews your letters ถัดไป : แสดงภาพตัวอย่างจดหมาย ของคุณ ) เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไป เพื่อดูตัวอย่างจดหมาย 24 21 22 23
  • 23.
    ขั้นตอนที่ 5 ของ 6 : ดูตัวอย่างรายชื่อในจดหมาย 26) ในขั้นตอนนี้จะแสดงตัวอย่างจดหมายแต่ละฉบับที่มีชื่อ - นามสกุลของผู้รับแต่ละคนใส่เข้ามา เพื่อตรวจสอบความถูกต้องให้คลิก เพื่อดูจดหมายของผู้รับถัดไป หรือคลิก เพื่อดูจดหมายของผู้รับก่อนหน้า 27) คลิก Next: Complete the merge ( ถัดไป : การผสานเสร็จสมบูรณ์ ) 26 27
  • 24.
    ขั้นตอนที่ 6 ของ 6 : พิมพ์จดหมาย 28) คลิก Print ( การพิมพ์ ) เพื่อพิมพ์จดหมายออกทาง Printer โดยจะเป็นการพิมพ์จดหมายแต่ละฉบับที่มีเนื้อหาเหมือนกัน และมีชื่อที่อยู่ของผู้รับต่างกันออกไป ตามที่เลือกไว้ก่อนหน้านี้ ( คลิกเลือกได้ที่แถบเครื่องมือจดหมายเวียน คลิกเลือก Merge to Print ( ผสานไปยังเครื่องพิมพ์ ) 29) เลือกรายชื่อที่จะพิมพ์ ( สามารถทยอยสั่งพิมพ์ได้ ) จากนั้นคลิก OK ( ตกลง ) • All ( ทั้งหมด ) พิมพ์ทุกรายชื่อ • Current record ( ระเบียนปัจจุบัน ) พิมพ์เฉพาะข้อมูลที่เลือกแสดงในขั้นที่ 26 • From: ( จาก :) ข้อมูลลำดับที่ To: ( ถึง :) ถึงลำดับที่ 30) ในไดอะล็อกบ็อกซ์ Print เลือกชื่อเครื่องพิมพ์ กำหนดจำนวนชุดที่จะพิมพ์ แล้วคลิก OK ( ตกลง )
  • 25.
  • 26.
    สร้างซองจดหมายเวียน การพิมพ์ซองจดหมายจำนวนมาก สามารถทำได้เหมือนการสร้างจดหมายเวียน แต่ในขั้นตอนที่ 1 ให้เลือกเอกสารหลักเป็น Envelops ( ซองจดหมาย ) และในขั้นตอนที่ 2 เลือกขนาดของซองจดหมาย และวิธีการใส่ซองในเครื่องพิมพ์ ( ลักษณะการใส่ซองของตัวเลือกการพิมพ์ อาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเครื่องพิมพ์และรุ่นของเครื่องพิมพ์ที่ใช้อยู่ ) ขั้นตอนอื่น ๆ จะคล้ายกัน 2 เลือกซองจดหมาย 3 1 4 เลือกกำหนดออปชัน 8
  • 27.
  • 28.
    15 16 1718 ขั้นตอนที่ 9 – 14 ทำเช่นเดียวกับตัวอย่างก่อนหน้านี้ ทำซ้ำในขั้นตอนที่ 15 – 18 เพื่อแทรกชื่อฟีลด์ข้อมูลอื่นให้ครบตามต้องการ
  • 29.
  • 30.