More Related Content
PPT
PDF
PDF
หน่วยที่ 5 โปรแกรมเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล PPT
PPT
PPTX
PDF
PDF
What's hot
PDF
การใช้สูตรในการคำนวณ โปรแกรม Microsoft Excel PPT
PDF
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรม PDF
ใบความรู้ ที่ 2.1 เรื่อง ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรม microsoft excel 2010 PDF
พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับฟังก์ชัน Ms excel ทุกเวอร์ชั่น PPTX
PPT
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PDF
การใช้โปรแกรม Microsoft Excel 2007 PPTX
Similar to 53011213016
PPT
PPTX
50011220013 นำโชค บุญเรือง PPTX
PPT
PPT
PPT
PPTX
PPTX
PPTX
PPT
PPT
PPTX
50011220013 นำโชค บุญเรือง PPTX
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPTX
53011213016
- 1.
- 2.
การคำนวณด้วย MICROSOFTEXCEL รูปแบบการคำนวณด้วย Excel เราสามารถใช้โปรแกรม Excel สร้างตารางคำนวณได้หลายรูปแบบ ตัวที่จะช่วยเราคงหนีไม่พ้นการนำสูตรและฟังก์ชันมาใช้ดังนั้นเราควรรู้ความสามารถในการคำนวณของ Excel สามารถทำอะไรได้บ้าง เกี่ยวกับการคำนวณอัตโนมัติ การสร้างสูตร การใช้ ฟังก์ชัน หรือการแก้ปัญหาในกรณีที่เกิดความผิดพลาดในการเขียน สูตร ซึ่งถ้าเราเข้าใจหลักการต่าง ๆ แล้ว Excel จะช่วยให้เราทำงาน ได้สะดวกขึ้น และการใช้สูตรไม่ยากอีกต่อไป - 3.
- 4.
- 5.
3. คลิกขวา ที่ แถบสถานะ จะปรากฏกล่องแสดงคำสั่ง 4. เลือกคำสั่ง ที่ต้องการ ( ในที่นี่เลือกคำสั่ง ผลรวม ) - 6.
5. แดรกเมาส์เลือกช่วงเซลล์ ที่ต้องการให้คำนวณ 6. จะปรากฏผลลัพธ ์ ที่ แถบสถานะ จากวิธีการดังกล่าวจะเห็นว่า เราสามารถเปลี่ยนคำสั่งในการคำนวณได้ตามที่ต้องการดังรูป - 7.
การคำนวณโดยใช้สูตร การใช้สูตรเป็นวิธีที่ใช้ในการคำนวณที่นิยมมากที่สุด เพราะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และสูตรบางอย่างยังสามารถช่วยคำนวณข้อมูลตัวเลขที่ซับซ้อนได้อีก แต่ละสูตรมีรูปแบบการใช้ที่แตกต่างกันออกไป การใช้งานสูตรรูปแบบปกติ ( Formula) สูตรรูปแบบปกติจะเป็นสูตรที่เป็นสมการที่ใช้ดำเนินการกับข้อมูลในชีทด้วยการใช้สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ เ ช่น เครื่องหมายบวก ลบ คูณ หาร การอ้างอิงเซลล์อื่น หรือสูตรที่ใช้รวมข้อความ เป็นต้น - 8.
การใช้งานสูตรแบบฟังก์ชัน (FUNCTION) เราสามารถใช้สูตรแบบฟังก์ชันช่วยคำนวณข้อมูลที่ซับซ้อนหรือมดีปริมาณมากได้ ซึ่งฟังก์ชันใน EXCEL เป็นสูตรที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและถูกสร้างให้เหมาะกับงานเฉพาะอย่าง การใช้งานสูตรแบบอาร์เรย์ ( Array) การใช้สูตรแบบอาร์เรย์สามารถทำหลาย ๆ การคำนวณให้คืนค่าเป็นผลลัพธ์เดียวหรือหลายผลลัพธ์ โดยสูตรอาร์เรย์ตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไป สูตรแบบต่างๆ จะมีความยากง่ายแตกต่างกันออกไป ซึ่งการสร้างสูตรนั้น เราจะต้องทราบหลักการทำงานของเครื่องหมายและสัญลักษณ์ในสูตร รวมถึงลำดับการคำนวณ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการแสดงผลลัพธ์ทั้งสิ้น - 9.
การสร้างสูตรคำนวณใช้เอง การสร้างสูตรใช้เองนั้นจำเป็นจะต้องทราบถึงหลักกการและองค์ ประกอบสำคัญต่างๆ ที่ประกอบอยู่ในสูตรรวมถึงลำดับที่เราจะใช้ในการสร้างสูตรด้วย หลักการสร้างสูตร โครงสร้างหรือลำดับขององค์ประกอบต่าง ๆ ในสูตร จะเป็นตัว กำหนดผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายซึ่ง Excel จะคำนวณตามรูปแบบที่เรากำหนด โดยปกติ Excel จะคำนวณสูตรจากซ้ายไปขวา แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลำดับของตัวดำเนินการที่มีลำดับเหนือกว่า โดยที่เราสามารถควบคุมลำดับของการคำนวณได้โดยใช้เครื่องหมายวงเล็บเพื่อจัดกลุ่มในการคำนวณที่ควรจะเริ่มทำก่อน - 10.
- 11.
ลำดับที่ EXCEL ใช้ดำเนินการในสูตร หากใช้ตัวดำเนินการหลาย ๆตัวในสูตรเดียวกัน ใน EXCEL จะมีลำดับการดำเนินการตามลำดับดังนี้ - 12.
ตัวดำเนินการที่ใช้ในสูตร (OPERATOR) ตัวดำเนินการที่ใช้ในสูตร ( Operator) เครื่องหมายหรือตัวดำเนินการคือ องค์ประกอบหนึ่งในสูตรโดยจะระบุชนิดของการคำนวณที่ต้องการ ซึ่ง Excel จะแบ่งตัวดำเนินการออกเป็น 4 ประเภท คือ คณิตศาสตร์ การเปรียบเทียบ ข้อความ และการอ้างอิง ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ ( Arithmetic Operator) ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ ใช้คำนวณด้วยวิธีทางคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เช่น การบวก ลบ คูณ หาร การรวมตัวเลข การหาผลลัพธ์ต่าง ๆ - 13.
ตัวดำเนินการเปรียบเทียบ (COMPARISON OPERATOR) เราสามารถใช้ตัวดำเนินการเปรียบเทียบเพื่อการเปรียบค่าสองค่า โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นค่าทางตรรกศาสตร์คือ TRUE หรือ FALSE ตัวดำเนินการข้อความ ( Text Concatenation Operator) ตัวดำเนินการข้อความจะใช้เครื่องหมาย (&) ในการรวมข้อความหรือคำ 2 คำขึ้นไป เพื่อให้เป็นข้อความเดียวกัน - 14.
- 15.
อ้างอิง หนังสือ สูตร & ฟังก์ชัน Excel ฉบับใช้งานจริงในสำนักงาน โดยชุญาดา เส้งโสตะ www.lks.ac.th/kuanjit/ excel / excel _content1.htm - 16.
- 17.
ทำความรู้จักจดหมายเวียน ?เคยไหมที่เราจำเป็นจะต้องส่งจดหมายถึงลูกค้าหลายๆ คน โดยมีเนื้อหาในจดหมายเหมือนกัน ยกเว้นชื่อและที่อยู่ลูกค้า ถ้าคุณยังไม่เคยใช้คำสั่งในการสร้างจดหมายเวียนหรือ ( Mail Merge) คุณคงใช้วิธีแก้ไขและพิมพ์ชื่อลูกค้าทีละชื่อในจดหมาย และสั่งพิมพ์ และถ้ามีลูกค้านับร้อยๆ นับพัน จะทำอย่างไร สงสัยคงต้องนั่งหน้าเครื่องคอมฯ ทั้งวันเป็นแน่ ? แน่นอนครับ คำสั่ง Mail Merge นี้สามารถตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน - 18.
หลักการการใช้คำสั่ง MAILMERGE 1. เริ่มต้นด้วยสร้างจดหมายต้นฉบับขึ้นมาก่อน ( โดยเว้นในตำแหน่งของชื่อ / ที่อยู่ หรือรายละเอืยดอื่นๆ ที่ต้องการใเพิ่มเติม ) ใน Word 2007 2. สร้างไฟล์ข้อมูลอีกไฟล์หนึ่ง แนะนำให้สร้างจาก Excel 2007 จะดีกว่า เพราะกรอกข้อมูลได้ง่ายดี 3. เรียกคำสั่ง MailMerge เพื่อดึงข้อมูลจาก Excel 2007 มาใส่ใน Word 2007? โดยจะมีการกำหนดหัวข้อของแต่ส่ว ( Field) เช่น ส่วนชื่อ ให้ตั้งชื่อ " Name" ส่วนที่อยู่ให้ตั้งเป็น " Address" เป็นต้น 4. สั่งพิมพ์และแสดงผลลัพธ์ - 19.
วิธีการใช้คำสั่ง MAILMERGE 1. เริ่มต้นสร้างจดหมายเวียน Word 2007 บันทึกไฟล์ไว้ 2. สร้างไฟล์ข้อมูลจาก Excel 2007? บันทึกไฟล์ไว้ 3. กลับมาที่ Word 2007 คลิกเลือกแท็ป Mailings คลิกไอคอน " Start Mail Merge" 4. คลิกเลือก Letters 5. คลิกไอคอน " Select Recipients" เลือก " Use Existing List" 6. เลือกที่อยู่ที่เก็บไฟล์ Excel - 20.
ถ้าต้องการใส่ข้อมูลอื่นๆ ก็สามารถทำตามขั้นตอนข้างต้นในข้อ 8 และ 9 นอกจากนี้เรายังสามารถประยุกต์ไปใช้เกี่ยวกับการทำ Label เพื่อพิมพ์ชื่อที่อยู่ของลูกค้าได้อีกด้วย 7. จะมีหน้าต่างให้เลือกว่าจะเลือก SHEET ไหน ( ปกติก็น่าจะเป็น SHEET1) คลิกปุ่ม OK 8. คลิกปุ่ม " INSERT MERGE FIELD" จะเห็นว่ามีให้เลือกเป็น NAME, ADDRESS 9. วางเคอร์เซอร์ในตำแหน่งที่ต้องการ เลือก NAME ในหัวข้อ เรียน จะมีคำว่า "<< NAME>>" ซึ่งเราเรียกว่า " FIELD NAME" แสดงให้เห็น 10. ทดสอบผลลัพธ์โดยคลิกไอคอน " FINISH & MERGE" และเลือกคสั่ง " EDIT INDIVIDUAL DOCUMENT" เลือก " ALL" 11. โปรแกรมจะแสดงหน้าเอกสารใหม่ที่มีการรวมชื่อของลูกค้าให้อัตโนม้ติ - 21.