Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
พัน พัน
PDF, PPTX
76,306 views
การใช้สูตรในการคำนวณ โปรแกรม Microsoft Excel
ครูอัมพร หวานใจ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ กาญจนบุรี การใช้สูตรในการคำนวณ โปรแกรม Microsoft Excel
Read more
21
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download as PDF, PPTX
1
/ 37
2
/ 37
Most read
3
/ 37
4
/ 37
5
/ 37
Most read
6
/ 37
7
/ 37
8
/ 37
9
/ 37
10
/ 37
11
/ 37
12
/ 37
13
/ 37
14
/ 37
15
/ 37
16
/ 37
17
/ 37
18
/ 37
19
/ 37
20
/ 37
21
/ 37
22
/ 37
23
/ 37
24
/ 37
25
/ 37
26
/ 37
27
/ 37
28
/ 37
29
/ 37
30
/ 37
31
/ 37
32
/ 37
33
/ 37
34
/ 37
35
/ 37
Most read
36
/ 37
37
/ 37
More Related Content
PDF
ข้อสอบปลายภาค50ข้อexcel 07 2558
by
peter dontoom
PPTX
การคำนวณเงินเดือนสุทธิหลังหักภาษีเงินเดือน 5%
by
Tipthida Piakard
PDF
คู่มือ SketchUp
by
Piyaboon Nilkaew
PDF
แบบฝึกหัดที่ 3 Microsoft PowerPoint
by
พรทิพย์ ทองไพบูลย์
PDF
คู่มือการใช้ Illustrator cs6
by
krissada634
DOCX
แบบทดสอบ Excel
by
thanakornmaimai
PDF
ใบงานที่ 6 autosum
by
Meaw Sukee
PDF
อินโฟกราฟิก (Infographic) และหลักการออกแบบ
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
ข้อสอบปลายภาค50ข้อexcel 07 2558
by
peter dontoom
การคำนวณเงินเดือนสุทธิหลังหักภาษีเงินเดือน 5%
by
Tipthida Piakard
คู่มือ SketchUp
by
Piyaboon Nilkaew
แบบฝึกหัดที่ 3 Microsoft PowerPoint
by
พรทิพย์ ทองไพบูลย์
คู่มือการใช้ Illustrator cs6
by
krissada634
แบบทดสอบ Excel
by
thanakornmaimai
ใบงานที่ 6 autosum
by
Meaw Sukee
อินโฟกราฟิก (Infographic) และหลักการออกแบบ
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
What's hot
PDF
ใบงานที่ 3 การตกแต่งข้อมูลและตาราง
by
Meaw Sukee
PDF
ตัวอย่างการใช้ SketchUp สร้างโมเดลและคิดราคาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
by
SKETCHUP HOME
PDF
1.3 ทักษะการใช้เมาส์และแป้นพิมพ์
by
Chatree MChatree
PDF
ใบความรู้ที่ 4 การคำนวณในตารางงาน
by
Meaw Sukee
PDF
ใบความรู้ที่ 1 การใช้งานโปรแกรม visual studio 2010 เบื้องต้น
by
Nattapon
PPTX
สื่อผังมโนทัศน์
by
มารินทร์ จานแก้ว
PDF
Function
by
Arerat Jaisue
PDF
ความรู้เบื้องต้น โปรแกรม Microsoft word 2010
by
1sukchod
PDF
โปรแกรม Sketch up
by
Chainarong Maharak
PDF
หนังสืองานวิศวกรรมครบวงจรด้วยโปรแกรม SketchUp
by
SKETCHUP HOME
PDF
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
by
Krusine soyo
PDF
การออกแบบเรซูเม่และแฟ้มสะสมผลงานในยุคดิจิทัล (Resume and Portfolio Design in ...
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
ข้อสอบโปรแกรมสำเร็จรูป
by
peter dontoom
PDF
ใบความรู้ที่ 6 การสร้างแบบฟอร์ม (Form)อย่างง่าย
by
krunueng1
PDF
แสงและองค์ประกอบของภาพ
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
คู่มือ Dynamic Component และการจัดการ Component ขั้นสูงในโปรแกรม SketchUp
by
SKETCHUP HOME
DOC
โวหารภาพพจน์
by
Rodchana Pattha
PDF
ใบความรู้ ที่ 2.1 เรื่อง ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรม microsoft excel 2010
by
Nicharee Piwjan
PDF
อินโฟกราฟิก (Infographic) คืออะไร
by
Tewika Chanthong
PDF
ข้อสอบปลายภาค50ข้อ โปรแกรมword
by
peter dontoom
ใบงานที่ 3 การตกแต่งข้อมูลและตาราง
by
Meaw Sukee
ตัวอย่างการใช้ SketchUp สร้างโมเดลและคิดราคาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
by
SKETCHUP HOME
1.3 ทักษะการใช้เมาส์และแป้นพิมพ์
by
Chatree MChatree
ใบความรู้ที่ 4 การคำนวณในตารางงาน
by
Meaw Sukee
ใบความรู้ที่ 1 การใช้งานโปรแกรม visual studio 2010 เบื้องต้น
by
Nattapon
สื่อผังมโนทัศน์
by
มารินทร์ จานแก้ว
Function
by
Arerat Jaisue
ความรู้เบื้องต้น โปรแกรม Microsoft word 2010
by
1sukchod
โปรแกรม Sketch up
by
Chainarong Maharak
หนังสืองานวิศวกรรมครบวงจรด้วยโปรแกรม SketchUp
by
SKETCHUP HOME
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
by
Krusine soyo
การออกแบบเรซูเม่และแฟ้มสะสมผลงานในยุคดิจิทัล (Resume and Portfolio Design in ...
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
ข้อสอบโปรแกรมสำเร็จรูป
by
peter dontoom
ใบความรู้ที่ 6 การสร้างแบบฟอร์ม (Form)อย่างง่าย
by
krunueng1
แสงและองค์ประกอบของภาพ
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
คู่มือ Dynamic Component และการจัดการ Component ขั้นสูงในโปรแกรม SketchUp
by
SKETCHUP HOME
โวหารภาพพจน์
by
Rodchana Pattha
ใบความรู้ ที่ 2.1 เรื่อง ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรม microsoft excel 2010
by
Nicharee Piwjan
อินโฟกราฟิก (Infographic) คืออะไร
by
Tewika Chanthong
ข้อสอบปลายภาค50ข้อ โปรแกรมword
by
peter dontoom
Similar to การใช้สูตรในการคำนวณ โปรแกรม Microsoft Excel
PDF
Lesson 13
by
ThaNit YiamRam
PDF
การคำนวณอย่างง่าย และฟังก์ชันเบื้องต้น
by
ชญานิษฐ์ ทบวัน
PDF
Microsoft excel 2010 intermediated advanced
by
smittichai chaiyawong
PDF
Lesson 4
by
ThaNit YiamRam
PPTX
งานเทคโน
by
Tharatep Khampan
PPT
สูตรคำนวน
by
วิมลรัตน์ ชื่นอารมณ์
PPT
สูตร
by
วิมลรัตน์ ชื่นอารมณ์
PPT
สูตร
by
Supatra Nooprawka
PPT
สูตร
by
วิมลรัตน์ ชื่นอารมณ์
DOCX
ครูนัท
by
กัญญาพร จะวะอรรถ
PPT
Excel2007
by
kiiattisak.wordpress.com
PPT
53011213080
by
waaayzzz
PPT
การใช้งาน Ms excel
by
Matee Witawasiri
PDF
Microsoft office-excel-2010-บทที่-5
by
เนส เหงาจัง
PDF
Answer ex7
by
ชญานิษฐ์ ทบวัน
PPT
Lecture excel2007
by
PomPam Comsci
PDF
แผนการซอฟแวร์
by
ment1823
PDF
แผนการซอฟแวร์
by
ment1823
PDF
Excel
by
Vichit Sawatjard
DOC
ปฏิบัติการที่ 7 การใช้งานโปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล 2
by
teaw-sirinapa
Lesson 13
by
ThaNit YiamRam
การคำนวณอย่างง่าย และฟังก์ชันเบื้องต้น
by
ชญานิษฐ์ ทบวัน
Microsoft excel 2010 intermediated advanced
by
smittichai chaiyawong
Lesson 4
by
ThaNit YiamRam
งานเทคโน
by
Tharatep Khampan
สูตรคำนวน
by
วิมลรัตน์ ชื่นอารมณ์
สูตร
by
วิมลรัตน์ ชื่นอารมณ์
สูตร
by
Supatra Nooprawka
สูตร
by
วิมลรัตน์ ชื่นอารมณ์
ครูนัท
by
กัญญาพร จะวะอรรถ
Excel2007
by
kiiattisak.wordpress.com
53011213080
by
waaayzzz
การใช้งาน Ms excel
by
Matee Witawasiri
Microsoft office-excel-2010-บทที่-5
by
เนส เหงาจัง
Answer ex7
by
ชญานิษฐ์ ทบวัน
Lecture excel2007
by
PomPam Comsci
แผนการซอฟแวร์
by
ment1823
แผนการซอฟแวร์
by
ment1823
Excel
by
Vichit Sawatjard
ปฏิบัติการที่ 7 การใช้งานโปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล 2
by
teaw-sirinapa
More from พัน พัน
PDF
เรื่องระบบปฏิบัติการ
by
พัน พัน
PDF
เรื่องภาษาซี
by
พัน พัน
PDF
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
DOCX
การเปลี่ยนตัวเลขให้เป็นตัวอักษร
by
พัน พัน
PDF
หลักการทำงาน บทบาทและอุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
รายงานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
การทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
การทำงานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
ระบบคอมพิวเตอร์และยุคสมัย
by
พัน พัน
PDF
เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
พัน พัน
PDF
ประเภทของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
PDF
เรื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
PDF
เรื่องด้านคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
เรื่องคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
โครงงานคอม
by
พัน พัน
PDF
การปริ้น
by
พัน พัน
PDF
Office
by
พัน พัน
PDF
ปัญหาทรัพยากรป่าไม้
by
พัน พัน
PDF
ยาเสพติด
by
พัน พัน
เรื่องระบบปฏิบัติการ
by
พัน พัน
เรื่องภาษาซี
by
พัน พัน
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
การเปลี่ยนตัวเลขให้เป็นตัวอักษร
by
พัน พัน
หลักการทำงาน บทบาทและอุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
รายงานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
การทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
การทำงานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
ระบบคอมพิวเตอร์และยุคสมัย
by
พัน พัน
เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
พัน พัน
ประเภทของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
เรื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
เรื่องด้านคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
เรื่องคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
โครงงานคอม
by
พัน พัน
การปริ้น
by
พัน พัน
Office
by
พัน พัน
ปัญหาทรัพยากรป่าไม้
by
พัน พัน
ยาเสพติด
by
พัน พัน
การใช้สูตรในการคำนวณ โปรแกรม Microsoft Excel
1.
โปรแกรม Microsoft Excel
2003 เป็นโปรแกรมที่ใช้ สาหรับการคานวณ โดยมีเครื่องมือให้ใช้มากมาย ทังในรูปของ สูตรหรือฟังก์ชันสามารถใช้ในรูปแบบอัตโนมัติ หรือสามารถ กาหนดให้ด้วยตนเอง โดยที่สูตรเราจะหมายถึงการคานวณทาง คณิตศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ เครื่องหมายในการเปรียบเทียบ เชื่อมข้อความและการอ้างอิง เช่น การบวก ลบ คูณ หาร เป็นต้น ส่วนฟังก์ชัน เราจะ หมายถึง คาสั่งสาเร็จรูปที่ใช้ในการคานวณ เช่น Sum Average Min Max ฯลฯ
2.
ชนิดของสูตร 1. สูตรในการคานวณทางคณิตศาสตร์
(Arithmetic Formula) เครื่องหมาย ความหมาย ตัวอย่างสูตร + บวก =40 + 10 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 50 - ลบ = 40 – 10 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 30 * คูณ =40*2 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 80 / หาร = 40/2 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 20 % เปอร์เซ็นต์ = 40% จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 0.4 ^ ยกกาลัง =40^2 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 1600 โปรแกรม Microsoft Excel 2003 แบ่งชนิดของสูตร ออกเป็น 4 ชนิด คือ
3.
ชนิดของสูตร 2. สูตรในการเปรียบเทียบ (Comparision
Formula) ) เครื่อง หมาย ความหมาย ตัวอย่างสูตร = เท่ากับ = 40=30 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ False > มากกว่า =40>30 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ True < น้อยกว่า =40<30 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ False >= มากกว่าหรือเท่ากับ =40>=30 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ True <= น้อยกว่าหรือเท่ากับ =40<=30 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ False < > ไม่เท่ากับ 40< >40 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ False
4.
ชนิดของสูตร 3. เครื่องหมายในการเชื่อมข้อความสองข้อความหรือมากกว่านั้น (Text Formula) เครื่อง หมาย ความหมาย
ตัวอย่างสูตร & เชื่อมหรือนาคาสองคา มาต่อกันให้เกิดค่า ข้อความต่อเนื่องที่เป็น ค่าเดียวกัน =STORY&BOARD จะได้ผลลัพธ์ เท่ากับ STORYBOARD
5.
ชนิดของสูตร 4. สูตรในการอ้างอิง (Text
Formula) เครื่องหมาย ความหมาย ตัวอย่างสูตร : (Colon) เว้นวรรค (Insection) , (Comma) บอกช่วงของข้อมูล กาหนดพื้นที่ทับกัน 2 ช่วง เอาข้อมูลทั้ง 2 ช่วงมาเชื่อมต่อกัน =(B1:B5) =SUM(B1:C1 D1:E5) =Sum(C1:C5,D7:D8)
6.
ขั้นตอนการคานวณด้วยตาราง 1. การกาหนดเซลล์สาหรับเก็บผลลัพธ์ โดยการเลื่อนตัวชี้เซลล์นั้นแล้วคลิก 2. ใส่สูตรเข้าในเซลล์สาหรับเก็บผลลัพธ์ สูตรจะต้องเริ่มต้นด้วยเครื่องหมาย
=
7.
ลาดับความสาคัญของเครื่องหมายการคานวณลาดับ ความหมาย รายละเอียด 1
( ) วงเล็บ 2 ^ ยกกาลัง 3 * และ / คูณและหาร 4 + และ - บวกและลบ 5 & ตัวเชื่อม 6 =,<,<= เท่ากับ น้อยกว่า น้อยกว่าหรือเท่ากับ 7 > ,>=, < > มากกว่า มากกว่าหรือเท่ากับ ไม่เท่ากับ หมายเหตุ การทางานที่อยู่ในระดับเดียวกัน จะคานวณจากซ้ายไปขวาตามลาดับ
8.
ตัวอย่างการคานวณ รูปภาพแสดงตัวอย่าง การใช้สูตรในการคานวณ
9.
ข้อสังเกตเกี่ยวกับการใส่สูตร 1. สูตรที่ใส่ในเซลล์จะปรากฏให้เห็นในแถบ สูตร 2. ค่าที่เป็นผลลัพธ์ของสูตรจะปรากฏในเซลล์ สาหรับเก็บผลลัพธ์ 3.
กรณีที่มีนิพจน์หลายเครื่องหมายจะทางาน ตามลาดับเครื่องหมาย
10.
การป้ อนสูตรในการคานวณ1. คลิกเมาส์เลือกเซลล์ที่จะป้อนสูตรคานวณหาผลรวม 2.
พิมพ์เครื่องหมาย = ตามด้วยตาแหน่งของเซลล์ที่ต้องการ นามาคานวณหาผลรวม เช่น =D4+D5+D6+D7+D8 3. กด Enter เมื่อเขียนสูตรเสร็จ ถ้าพิมพ์สูตรผิด Excel ไม่ สามารถคานวณได้ จะแสดง ERR! ในเซลล์ที่ใช้สูตรคานวณ นั้น การป้ อนสูตรคานวณในแถบสูตร คลิกที่เซลล์ต้องการป้อนสูตร พิมพ์สูตรคานวณในแถบสูตรกด Enter
11.
การป้ อนสูตรคานวณโดยใช้เมาส์ช่วย 1. คลิกเมาส์ที่เซลล์ต้องการป้อนสูตรคานวณและพิมพ์ เครื่องหมาย
= 2. นาเมาส์คลิกเซลล์ใช้คานวณ 3. พิมพ์เครื่องหมาย + คลิกเซลล์ที่ใช้บวกต่อไปพิมพ์ เครื่องหมาย + คลิกเซลล์ที่ใช้ 4. กด Enter
12.
สรุปการป้ อนสูตรในการคานวณ 1. ถ้าค่าที่คานวณเป็นตัวเลขเกิน
10หลัก และรูปแบบตัวเลขเป็นแบบทั่วไป คอมพิวเตอร์ จะเขียนให้เป็นเลขยกกาลัง เช่น 8.98 E + 10107 ถ้าต้องการให้แสดงเป็นตัวเลขปกติ ต้องเปลี่ยนรูปแบบเซลล์เป็นแบบตัวเลข 2. ถ้านาข้อมูลต่างประเภทกันมาคานวณ คอมพิวเตอร์จะแจ้งข้อความว่าผิดพลาดเป็น # VALUE 3. ข้อมูลประเภทตัวอักษรในแต่ละเซลล์นามาเชื่อมกันได้โดยใช้เครื่องหมาย & 4. ถ้าใช้สัญลักษณ์ในการคานวณที่คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักจะแจ้งการผิดพลาดเป็น #NAME ถ้าอ้างอิงไม่ถูกต้อง #REF! 5. การเปรียบเทียบค่าระหว่างเซลล์ คอมพิวเตอร์จะแจ้งว่า จริง (True) หรือไม่จริง (False) เท่านั้น
13.
การอ้างอิงเซลล์หรืองช่วงเซลล์ในสูตร การคานวณโดยการอ้างอิงเซลล์ หรือช่วงเซลล์ที่กาหนด จะทาให้เกิดความรวดเร็วในการ คานวณ
เนื่องจากไม่ต้องแก้ไขสูตรทุกครั้ง เมื่อทาการเปลี่ยนแปลงค่าคงที่อยู่ในเซลล์ โปรแกรมจะคานวณอัตโนมัติ การเขียนสูตรโดยการใช้ตาแหน่งอ้างอิงของเซลล์จะ ดีกว่าการใช้ข้อมูลที่อยู่ในแต่ละเซลล์โดยตรง เพราะเมื่อค่าที่เป็นตัวตั้งในสูตรเปลี่ยนไป ผลลัพธ์ที่ได้จากการคานวณจะเปลี่ยนตามโดยอัตโนมัติ
14.
อ้างอิงแบบสัมพัทธ์ อ้างอิงแบบสัมพัทธ์ (Relative) หมายความว่า
เซลล์ใด ที่มีการอ้างอิงแบบสัมพัทธ์ เมื่อถูกสาเนาไปยังเซลล์ใหม่ เซลล์ที่ถูกอ้างอิงในสูตรจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ในเซลล์ C1 กาหนดสูตร =A1+B1 ถ้าทาสาเนาสูตรจาก C1 ไป C2 ได้สูตร =A2+B2 ถ้าไปไว้ที่ D1 จะได้สูตร =B1+C1 ตัวอย่าง
15.
ตัวอย่าง
16.
การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์(Absolute) หมายความว่าเซลล์ใดที่มีการอ้างอิงแบบ สัมบูรณ์
เมื่อถูกสาเนาไปยังเซลล์ใหม่ เซลล์ที่ถูกอ้างอิงในสูตรแบบสัมบูรณ์จะไม่มีการ เปลี่ยนแปลง ตังอย่าง ในเซลล์ B4 กาหนดสูตร =$B$2+$C$3 ถ้าทาการสาเนา สูตร =$B$2+$C$3 จากเซลล์ B4 ไปยังเซลล์ C5 สูตรใน C5 เหมือนเดิม ตัวอย่าง
17.
ตัวอย่าง
18.
การอ้างอิงแบบผสม วิธีที่ 2 1. เลือกเซลล์ที่ต้องการเปลี่ยนการอ้างอิง 2.
กดปุ่ม F2 เพื่อขอแก้ไขสูตร และกดปุ่ม F4 จะปรากฏชนิดของการอ้างอิงแต่ ละชนิดตามที่ต้องการ โดยจะมีรูปแบบ ของการใส่เครื่อง $ กากับเซลล์ 3. กด Enter เมื่อเลือกชนิดตามที่ ต้องการได้แล้ว วิธีที่ 1 1. เลือกเซลล์ที่ต้องการเปลี่ยน การอ้างอิง 2. พิมพ์เปลี่ยนการอ้างอิงที่แถบ ของสูตรตามที่ต้องการ 3. กด Enter
19.
ข้อสังเกตเกี่ยวกับการใส่สูตร 1. สูตรที่ใส่ในเซลล์จะปรากฏให้เห็นในช่องของแถบ สูตร 2. ค่าที่เป็นผลลัพธ์ของสูตรจะปรากฏอยู่ในเซลล์สาหรับ เก็บผลลัพธ์ 3.
ค่าที่ใส่ในสูตรถ้าเป็นชื่อเซลล์จะหมายถึงการนาค่าที่ อยู่ในเซลล์นั้นมาคานวณ
20.
การใช้ฟังก์ชันในตาราง ฟังก์ชัน (Function)
หมายถึงสูตรพิเศษที่โปรแกรมสร้างไว้เพื่อให้คานวณค่า ต่าง ๆ ตามจุดประสงค์ การใช้ฟังก์ชัน จะช่วยให้เขียนสูตรในการคานวณได้สั้นและง่าย ขึ้น ตัวอย่าง เช่น หากต้องการรวมค่าจากเซลล์ A1 ถึง A5 แทนที่จะพิมพ์สูตร =A1+A2+A3+A4+A5 ก็ใช้ฟังก์ชัน =SUM(A1:A5) หรือ การจะหา ค่าเฉลี่ย สามารถหาได้จากผลรวมของทุกเซลล์หารด้วยจานวนทั้งหมดใส่สูตร =( A1+A2+A3+A4+A5 )/5 หรือจะใช้ =SUM(A1:A5)/5 สามารถใช้ฟังก์ชัน =AVERAGE(A1:A5) แทนได้
21.
การพิมพ์ฟังก์ชันด้วยตนเองจะพิมพ์ชื่อฟังก์ชันและชื่อเซลล์ด้วยตัวพิมพ์เล็กหรือใหญ่ก็ ได้ ต้องไม่มีช่องว่าง
ในกรณีที่เราได้ตั้งชื่อกลุ่มเซลล์ไว้ เช่น เซลล์ E5 ถึง E7 มีชื่อ เป็น TOT_MARเราก็สามารถใช้ชื่อกลุ่มเซลล์นั้นกับฟังก์ชันได้เลย =SUM(TOT_MAR)
22.
แนะนาส่วนประกอบของฟังก์ชัน ใน Excel
มีฟังก์ชันมากกว่า 300 ฟังก์ชัน สาหรับทาหน้าที่ต่าง ๆ อาทิ เช่น การ คานวณตัวเลข การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติและการเงิน ฟังก์ชันที่เกี่ยวกับตัวเลขและ ตัวอักษร ฟังก์ชันเกี่ยวกับวันที่และเวลา ฟังก์ชันการจัดการฐานข้อมูล เป็นต้น ซึ่ง ฟังก์ชันแต่ละตัวนั้นอาจมีรายละเอียดการใช้งานที่แตกต่างกันไป แต่พอสรุป ส่วนประกอบได้ดังนี้
23.
แนะนาส่วนประกอบของฟังก์ชัน
24.
การใช้งานฟังก์ชันมีด้วยกัน 2 วิธี
คือการใส่ฟังก์ชันด้วยตนเอง หรือการใส่ฟังก์ชันวิซาร์ด วิธีที่ 1 การใส่ฟังก์ชันด้วยตนเอง 1. คลิกเลือกเซลล์ที่ต้องหาผลลัพธ์โดยการใช้ฟังก์ชัน 2. ใส่เครื่องหมายเท่ากับ ( = ) ตามด้วยชื่อของฟังก์ชันและใส่วงเล็บ ภายในขอบเขตของช่วงที่ต้องการหา 3. กด Enter
25.
วิธีที่ 2 การใส่ฟังก์ชันวิซาร์ด 1.
คลิกที่คาสั่งแทรก (Insert) บนเมนูบาร์ เลือกคาสั่ง ฟังก์ชัน (Function) 2. จะเกิดกรอบโต้ตอบ แทรกฟังก์ชัน (Insert Functions)คลิกเลือก รูปแบบฟังก์ชันที่ต้องการ
26.
3. สมมติถ้าเราต้องการเลือกฟังก์ชัน SUM
ซึ่งใช้ในการหาผลรวม ของข้อมูล จะปรากฏดังภาพ ฟังก์ชัน SUM จะมีรูปแบบคือ SUM(number1,number 2,…number 30) หรือคลิเมาส์ที่ คลิกปุ่ มตกลง
27.
ฟังก์ชันที่ควรรู้จัก =AVERAGE(D5:D20) หมายถึง
ค่าเฉลี่ยของค่าที่อยู่ในช่วงเซลล์ D6 ถึง D20 =MAX(D6:D20) หมายถึง ค่าสูงสุดของค่าที่อยู่ในช่วงเซลล์ D6 ถึง D20 =MIN(D6:D20) หมายถึง ค่าต่าสุดของค่าที่อยู่ในช่วงเซลล์ D6 ถึง D20 =STDEVP(D6:D20) หมายถึง ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคาในช่วงเซลล์ D6ถึงD20 =COUNTIF(ช่วงเขตข้อมูล,ค่าที่ต้องการนับ) เช่น =COUNTIF($J$6:$J$20,4) หมายถึง ช่ว 16 ถึง J20 มีเลข 4 กี่เซลล์ (ให้ค่าเป็นจานวนนับ) =RANK(I6,I$6:I$20,0) หมายถึง ค่าลาดับของตัวเลขในเซลล์ I6 ที่อยู่ในรายการตัวเลข ในช่วงเซลล์ I6 ถึง I20 ส่วนตัวเลขศูนย์เป็นการระบุวิธีการจัดเรียงรายการตัวเลขในช่วงที่ กาหนดจากมากไปหาน้อย(ถ้าเป็นค่าอื่นที่ไม่ใช่ศูนย์จะเป็นการจัดเรียงรายการ =IF(เงื่อนไข,ค่าที่แสดงเมื่อเงื่อนไขจริง,ค่าที่แสดงเมื่อเงื่อนไขเท็จ) เช่นตัวเลขจากน้อยไปมาก =IF(I6>=80,4,IF(I6>=70,3,IF(I6>=60,2,IF(I6>=50,1,0)))) หมายถึง การหาผลการเรียนตาม เงื่อนไข โดยให้คะแนนรวมอยู่ในเซลล์ I6
28.
การจัดรูปแบบมีเงื่อนไข การหาผลรวมแบบมีเงื่อนไข การหาผลรวมแบบมีเงื่อนไขเราใช้ฟังก์ชัน SUMIF
ซึ่งมีรูปแบบการใช้ดังนี้ SUMIF(range,criteria,sum_range) range คือช่วงข้อมูลที่จะนามากาหนดเป็นเงื่อนไข ซึ่งจะครอบคลุม ข้อมูลทั้งหมด เช่น ชื่อสินค้า หรือราคาสินค้าก็ได้ criteria คือเกณฑ์ที่มีเงื่อนไขที่กาหนด เช่น มากกว่า 500(">500") sum_range คือช่วงข้อมูลตัวเลขที่จะนามารวมกัน เช่น ราคา เป็นต้น
29.
การกาหนดเงื่อนไขสามารถทาได้หลายลักษณะ ดังนี้ 1. ให้เลือกข้อมูลที่เหมือนกับเงื่อนไขทุกประการ 2.
ให้เปรียบเทียบข้อมูลกับเงื่อนไขที่กาหนด
30.
สูตรการหาวันเวลา การกาหนดวันเดือนปีและเวลาปัจจุบันใช้สูตร =now() การหาปี
ค.ศ. ปัจจุบัน ฟังก์ชั่น TODAY() บอก วันเดือน ปี ปัจจุบัน เป็น ระบบ ค.ศ. ฟังก์ชั่น YEAR() รับค่า วันเดือนปี และ ส่งค่าเฉพาะ ปี ออกมาให้ ดังนั้น ถ้าส่งค่า TODAY() เข้าสู่ฟังก์ชั่น YEAR ก็จะได้ ปี ค.ศ. ปัจจุบัน ดังนี้ =YEAR(TODAY())
31.
ตัวอย่าง
32.
2. การหาปีเกิด ของสมาชิก
เป็นปี ค.ศ. ส่งค่า วัน เดือน ปี เกิดของสมาชิก ซึ่งจากตัวอย่าง อยู่ในช่อง C2 เข้าฟังก์ชั่น YEAR() เพื่อ คานวณหาปีเกิด ดังนี้ YEAR(C2) แต่เนื่องจาก ค่าที่ได้คือ ค.ศ. 2525 จึงต้องลบออกเสีย 542 ปี เพื่อให้ถูกต้อง จึงเป็น YEAR(C2)-543
33.
3. การคานวณหาอายุ นาค่าที่ได้จาก
2 ไปลบออกจาก 1 ก็จะได้ จานวนปีของสมาชิกรายนี้ วิธีการ 1. คลิกที่ช่อง D2 ซึ่งจะบอกจานวนปี 2. พิมพ์ สูตรเพื่อคานวณหาอายุ ในช่อง Formula Bar ดังนี้ พิมพ์วันเดือนปีเกิด C3 และพิมพ์สูตรที่ D3 =YEAR(TODAY())-(YEAR(C3)-543)
34.
คลิกขวาที่D3 คลิกจัดรูปแบบ เซลล์>ตัวเลข
(Number)>ทั่วไป (Genernal)
35.
4. การหาส่วนต่าง ระหว่างเวลา
ก็คือ DateDif( วันเริ่ม , วันสุดท้าย , ประเภทของช่วงเวลาที่ต้องการ ) ให้ B2 เป็นวันเริ่มต้น แล้ว C2 เป็นวันสุดท้ายสังเกตประเภทของช่วงเวลาที่เรา ต้องการหาจะเปลี่ยนไป 1. หาจานวนปี =DATEDIF(B2,C2,"Y") 2. หาจานวนเดือน =DATEDIF(B2,C2,"YM") 3. หาจานวนวัน =DATEDIF(B2,C2,"MD")
Download