1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5- 6
ปีการศึกษา 2561
ชื่อโครงงาน Pistanthrophobia ศึกษาโรคอันตรายใกล้ตัว กลัวการไว้ใจผู้อื่น
ชื่อผู้ทาโครงงาน
1.นาย สิทธิผล อุปพันธ์ เลขที่ 47 ชั้น ม.6 ห้อง 4
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี)…………………………………………………
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2561
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
2
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
สมาชิกในกลุ่ม 2 คน
1.นายสิทธิผล อุปพันธ์ เลขที่ 47 2.นายกนต์ธีร์ นวลทา เลขที่ 14 ชั้น ม.6/4
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
Pistanthrophobia ศึกษาโรคอันตรายใกล้ตัว กลัวการไว้ใจผู้อื่น
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
Pistanthrophobia the silence danger phobia
ประเภทโครงงาน เพื่อการศึกษาและป้องกัน
ชื่อผู้ทาโครงงาน นาย สิทธิผล อุปพันธ์ นาย กนต์ธีร์ นวลทา
ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน 1 เทอม
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน)
ช่วงปัจจุบัน สังคมได้มีจานวนประชากรมากขึ้นทาให้สังคมเกิดความแข่งขันสูงมากขึ้น ทรัพยากรในโลก
หดหาย ทาให้เกิดความเครียดจากหลายๆสิ่ง และเกิดปัญหาทางจิตใจอย่าง Pistanthrophobia เป็นต้น โรคนี้
ได้เกิดมาจากสังคมของมนุษย์ เกิดจากความไว้ใจผู้ใดผู้หนึ่งแล้วโดนหักหลังทาให้เกิดความกลัวการไว้ใจขึ้นมา
ทาให้ใช้ชีวิตในสังคมลาบากมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีปัญหานี้เยอะมากเพราะเนื่องจากประชากรเยอะขึ้นทาให้
ควบคุมการเกิดโรคนี้ยากขึ้นเพราะเราไม่สามรถเดาใจของคนเป็นพันล้านคนในโลกได้ ทาให้เกิดสิ่งต่างๆที่เรา
ไม่ได้เตรียมใจมาก่อน เช่นการโดนหักหลังหรือการเสียคนสาคัญคนที่เรารักและไว้ใจ ทาให้ร่างกายสร้างกลไก
ป้องกันสิ่งที่ทาให้เราเสียใจแบบนี้อัตโนมัติในรูปแบบที่ไม่กล้าไว้ใจใครอีกเลย ซึ่งอาการนี้จะส่งผลเสียให้ทั้งผู้ที่
เป็นและผู้คนทั่วไป เช่นผู้ที่เป็นโรคนี้ก็จะเข้าสังคมได้ยากขึ้นเพราะเกิดการตัดสินผู้อื่นจากภายนอก ส่วนผู้ที่ไม่ได้
เป็นบางคนอาจโดนดูถูกจากคนที่เป็นโรคนี้ซึ่งเห็นได้ชัดว่าอาจจะเกิดความขัดแย้งกันในสังคมมากขึ้น จึงพยาม
ศึกษาและจัดทาโครงงานนี้เพื่อหาวิธีการรักษาและป้องกันและนาไปเผยแพร่ในสังคมให้เห็นถึงความอันตรายของ
โลกนี้
วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ)
1.เพื่อศึกษาและทาความเข้าใจเกี่ยวกับอาการทางจิตใจ
2.เพื่อหาทางป้องกัน
3.หาทางรักษา
ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน)
ศึกษาเฉพาะโรคนี้และอาการที่เกี่ยวข้อง
หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน)
3
เนื่องจากความกลัวที่จะไว้ใจผู้อื่นหรือแม้กระทั่งคนรอบข้าง ปิดกั้นตัวเองจนไม่ยอมให้ใครเข้ามารู้จักตัวตนที่
แท้จริงของเรา หรือไม่ยอมเดินเข้าไปรู้จักตัวตนของใคร แม้เขาคนนั้นจะทาตัวน่าไว้ใจหรือทาท่าว่าพร้อมจะ
เปิดรับเราเข้าไปในโลกของเขาก็ตามแม้การไม่ยอมไว้ใจใครจะเป็นกลไกธรรมชาติของคนที่เคยโดนกระทาให้รู้สึก
เจ็บมาก่อน ทว่าสาหรับคนที่เป็น Pistanthrophobia ต้องมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย
- ตัดสินผู้อื่นก่อนที่จะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา
- ยึดติดอยู่กับตัวเองตลอดเวลา ไม่ยอมเปิดใจให้ใคร
- ไม่สนใจแม้จะมีใครพยายามให้ความช่วยเหลือ หรือเข้ามาพูดคุยกับเรา
- ติดอยู่กับความคิดที่ว่าคนอื่นพูดโกหกกับเรา ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ดูไม่ใช่เรื่องจริงไปซะหมด
- ไม่เคยคิดจะร้องขอความช่วยเหลือจากใคร ไม่ว่าจะเจออันตรายต่อร่างกายหรือจิตใจก็ตาม
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
เข้าไปศึกษาหาข่อมูลเกี่ยวกับ โรค Pistanthrophobia เพื่อหาความหลากหลายของปัญหาและเพื่อจะ
นามาเสนอในผู้อ่านได้เข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้และเพื่อนามาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาต่อไป
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
โทรศัพท์ ปากกา ผู้คนที่เป็นโรคนี้ กระดาษบันทึกข้อมูล
งบประมาณ
น่าจะไม่เกิน 1000 บาท
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
4
ลาดับ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1
0
1
1
12
1
3
1
4
1
5
16 17
1 คิดหัวข้อโครงงาน
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล
3 จัดทาโครงร่างงาน
4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน
5 ปรับปรุงทดสอบ
6 การทาเอกสารรายงาน
7 ประเมินผลงาน
8 นาเสนอโครงงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน)
ได้รู้จักคนที่เป็นโรคนี้มากยิ่งขึ้นและจะช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน
สถานที่ดาเนินการ
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มสาระสุขศึกษาและจิตวิทยา
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)
https://health.kapook.com/view145585.html
twohands1heart.weebly.com
Huffington Post UK
Good Men Project

2561 project

  • 1.
    1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5- 6 ปีการศึกษา 2561 ชื่อโครงงาน Pistanthrophobia ศึกษาโรคอันตรายใกล้ตัว กลัวการไว้ใจผู้อื่น ชื่อผู้ทาโครงงาน 1.นาย สิทธิผล อุปพันธ์ เลขที่ 47 ชั้น ม.6 ห้อง 4 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี)………………………………………………… ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  • 2.
    2 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ สมาชิกในกลุ่ม 2 คน 1.นายสิทธิผลอุปพันธ์ เลขที่ 47 2.นายกนต์ธีร์ นวลทา เลขที่ 14 ชั้น ม.6/4 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) Pistanthrophobia ศึกษาโรคอันตรายใกล้ตัว กลัวการไว้ใจผู้อื่น ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) Pistanthrophobia the silence danger phobia ประเภทโครงงาน เพื่อการศึกษาและป้องกัน ชื่อผู้ทาโครงงาน นาย สิทธิผล อุปพันธ์ นาย กนต์ธีร์ นวลทา ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน 1 เทอม ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน) ช่วงปัจจุบัน สังคมได้มีจานวนประชากรมากขึ้นทาให้สังคมเกิดความแข่งขันสูงมากขึ้น ทรัพยากรในโลก หดหาย ทาให้เกิดความเครียดจากหลายๆสิ่ง และเกิดปัญหาทางจิตใจอย่าง Pistanthrophobia เป็นต้น โรคนี้ ได้เกิดมาจากสังคมของมนุษย์ เกิดจากความไว้ใจผู้ใดผู้หนึ่งแล้วโดนหักหลังทาให้เกิดความกลัวการไว้ใจขึ้นมา ทาให้ใช้ชีวิตในสังคมลาบากมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีปัญหานี้เยอะมากเพราะเนื่องจากประชากรเยอะขึ้นทาให้ ควบคุมการเกิดโรคนี้ยากขึ้นเพราะเราไม่สามรถเดาใจของคนเป็นพันล้านคนในโลกได้ ทาให้เกิดสิ่งต่างๆที่เรา ไม่ได้เตรียมใจมาก่อน เช่นการโดนหักหลังหรือการเสียคนสาคัญคนที่เรารักและไว้ใจ ทาให้ร่างกายสร้างกลไก ป้องกันสิ่งที่ทาให้เราเสียใจแบบนี้อัตโนมัติในรูปแบบที่ไม่กล้าไว้ใจใครอีกเลย ซึ่งอาการนี้จะส่งผลเสียให้ทั้งผู้ที่ เป็นและผู้คนทั่วไป เช่นผู้ที่เป็นโรคนี้ก็จะเข้าสังคมได้ยากขึ้นเพราะเกิดการตัดสินผู้อื่นจากภายนอก ส่วนผู้ที่ไม่ได้ เป็นบางคนอาจโดนดูถูกจากคนที่เป็นโรคนี้ซึ่งเห็นได้ชัดว่าอาจจะเกิดความขัดแย้งกันในสังคมมากขึ้น จึงพยาม ศึกษาและจัดทาโครงงานนี้เพื่อหาวิธีการรักษาและป้องกันและนาไปเผยแพร่ในสังคมให้เห็นถึงความอันตรายของ โลกนี้ วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ) 1.เพื่อศึกษาและทาความเข้าใจเกี่ยวกับอาการทางจิตใจ 2.เพื่อหาทางป้องกัน 3.หาทางรักษา ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน) ศึกษาเฉพาะโรคนี้และอาการที่เกี่ยวข้อง หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน)
  • 3.
    3 เนื่องจากความกลัวที่จะไว้ใจผู้อื่นหรือแม้กระทั่งคนรอบข้าง ปิดกั้นตัวเองจนไม่ยอมให้ใครเข้ามารู้จักตัวตนที่ แท้จริงของเรา หรือไม่ยอมเดินเข้าไปรู้จักตัวตนของใครแม้เขาคนนั้นจะทาตัวน่าไว้ใจหรือทาท่าว่าพร้อมจะ เปิดรับเราเข้าไปในโลกของเขาก็ตามแม้การไม่ยอมไว้ใจใครจะเป็นกลไกธรรมชาติของคนที่เคยโดนกระทาให้รู้สึก เจ็บมาก่อน ทว่าสาหรับคนที่เป็น Pistanthrophobia ต้องมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย - ตัดสินผู้อื่นก่อนที่จะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา - ยึดติดอยู่กับตัวเองตลอดเวลา ไม่ยอมเปิดใจให้ใคร - ไม่สนใจแม้จะมีใครพยายามให้ความช่วยเหลือ หรือเข้ามาพูดคุยกับเรา - ติดอยู่กับความคิดที่ว่าคนอื่นพูดโกหกกับเรา ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ดูไม่ใช่เรื่องจริงไปซะหมด - ไม่เคยคิดจะร้องขอความช่วยเหลือจากใคร ไม่ว่าจะเจออันตรายต่อร่างกายหรือจิตใจก็ตาม วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน เข้าไปศึกษาหาข่อมูลเกี่ยวกับ โรค Pistanthrophobia เพื่อหาความหลากหลายของปัญหาและเพื่อจะ นามาเสนอในผู้อ่านได้เข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้และเพื่อนามาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาต่อไป เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ โทรศัพท์ ปากกา ผู้คนที่เป็นโรคนี้ กระดาษบันทึกข้อมูล งบประมาณ น่าจะไม่เกิน 1000 บาท ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
  • 4.
    4 ลาดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 12 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล 3 จัดทาโครงร่างงาน 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน 5 ปรับปรุงทดสอบ 6 การทาเอกสารรายงาน 7 ประเมินผลงาน 8 นาเสนอโครงงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) ได้รู้จักคนที่เป็นโรคนี้มากยิ่งขึ้นและจะช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน สถานที่ดาเนินการ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง กลุ่มสาระสุขศึกษาและจิตวิทยา แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน) https://health.kapook.com/view145585.html twohands1heart.weebly.com Huffington Post UK Good Men Project