1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5- 6
ปีการศึกษา 2561
ชื่อโครงงาน
พฤติกรรมความรุนแรง เป็นอาการทางจิตเวชหรือไม่?
ชื่อผู้ทาโครงงาน
1. ณัฐชนนท สีตะวัน เลขที่ 32 ชั้น ม.6 ห้อง 5
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2561
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
2
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
สมาชิกในกลุ่ม
1. ณัฐชนนท สีตะวัน เลขที่ 32
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
พฤติกรรมความรุนแรง เป็นอาการทางจิตเวชหรือไม่?
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
Is violent behavior a psychiatric condition?
ประเภทโครงงาน สารวจค้นคว้า
ชื่อผู้ทาโครงงาน ณัฐชนนท สีตะวัน เลขที่ 32
ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ชื่อที่ปรึกษาร่วม -
ระยะเวลาดาเนินงาน 3-4 เดือน
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน)
เกิดจากผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านของญาติหลายคนแล้วได้สังเกตพฤติกรรมของลูกหลาน
ของหลายๆบ้านแล้วพบว่า บางส่วนมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวต่อพ่อแม่ เพียงแต่ว่าในตอนแรกผมสงสัย
ว่าเป็นเพราะฮอร์โมนหรืออายุที่กาลังจะเข้าเป็นวัยรุ่นหรือไม่ แต่ว่าเด็กแต่ละคนก็ถือว่ายังเป็นเด็ก
น้อยอยู่จึงสงสัยอีกว่าถ้าไม่ใช่เพราะฮอร์โมนหรือวัยที่กาลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นก็อาจจะมีสาเหตุมาจาก
อาการป่วยทางจิตเวชหรือไม่
พฤติกรรมความรุนแรง การทาร้ายร่างกาย การด่าทอเสียดสี ล้วนนามาซึ่งผลเสียหลายอย่าง
ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นไม่ว่าจะด้วยการกระทา วาจาหรือจิตใจ พฤติกรรมความรุนแรงยังก่อให้เกิด
ความอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อีกด้วย หลายคนยังสงสัยอยู่ว่าพฤติกรรมนี้เรียกว่าอาการ
ป่วยทางจิตเวชหรือไม่ เพราะถ้าเป็นอาการทางจิตเวชดังนั้นจะสามรถขอคาแนะนาจางผูเชี่ยวชาญ
หรือจิตแพทย์ได้ สามารถรักษาได้หรือไม่ได้อย่างไร บุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง ผู้คน
รอบชิดจะได้มีวิธีการในการรับมือและช่วยรักษาได้ ทั้งหมดคือที่มาของการสารวจและค้นคว้า
3
วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ)
1.พฤติกรรมความรุนแรง เป็นอาการทางจิตเวชหรือไม่
2.พฤติกรรมความรุนแรง มีสาเหตุจากอะไรบ้าง
3.ครอบครัวส่งผลต่อพฤติกรรมรุนแรงได้หรือไม่
4.การแสดงออกของพฤติกรรมความรุนแรง
5.พฤติกรรมความรุนแรง จะเกิดขึ้นกับใคร
6.การรักษาพฤติกรรมความรุนแรง
ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน)
ชุมชนหมู่บ้านของนายณัฐชนนท สีตะวัน
หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน)
พฤติกรรมความรุนแรง แสดงออกถึงความก้าวร้าว เช่น ด่าทอเสียดสี ทาร้ายร่างกาย รวมไปถึงการก่อ
อาชญากรรม อาจไม่ใช่อาการทางจิตเวชเสมอไป ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของพฤติกรรมส่วนบุคคล ต้อง
พิจารณาหลายด้านประกอบกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพฤติกรรมความรุนแรงบางประเภทก็มีสาเหตุมาจากอาการทาง
จิตเวชได้
พฤติกรรมความรุนแรง มีสาเหตุจากอะไรบ้าง
cr.http://abnormalbehaviorchild.com/วิธีควบคุมอารมณ์เด็กที่/
เกิดจากการถูกกดดัน หรือถูกรบกวนทางอารมณ์ ทาให้เกิดภาวะโกรธ หงุดหงิด บางรายอาจแสดงพฤติกรรม
ความรุนแรงออกมาได้ ซึ่งพฤติกรรมที่เกิดจากสาเหตุนี้มักมีเป็นครั้งคราวไม่ใช่ทุกครั้ง และการแสดงออกไม่ถึง
ขั้นทาร้ายร่างกายผู้อื่น จึงไม่เป็นอันตราย สามารถเกิดได้กับคนทั่วไปไม่จาเป็นต้องป่วยเป็นโรค
โรคทางจิตเวช
ผู้ป่วยทางจิตเวชบางรายอาจแสดงพฤติกรรมความรุนแรงออกมาได้ในบางกรณี อาจมีสาเหตุมาจากการขาด
ยา ทาให้มีอาการหวาดระแวง ประสาทหลอน หรือในบางรายมีปัญหาทางด้านอารมณ์บางอย่าง เช่น อารมณ์
หงุดหงิด อารมณ์ซึมเศร้า หากมีอาการมาก ๆ อาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงได้ รวมถึงโรคสมาธิสั้น ที่อาจ
ทาให้หงุดหงิด และยับยั้งชั่งใจได้ยาก จึงแสดงออกในรูปแบบของพฤติกรรมความรุนแรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโรคจิต
เวชก็ไม่ได้ส่งผลให้แสดงพฤติกรรมความรุนแรงเสมอไป
โรคทางกาย
4
การแสดงพฤติกรรมความรุนแรงอาจมีสาเหตุมาจากภาวะทางร่างกาย ยกตัวอย่าง ผู้ใช้สารเสพติด ได้รับสารที่
ไปกระตุ้นอารมณ์ให้เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ อาจทาให้เกิดอาการคล้ายโรคทางจิตเวช เช่น ประสาทหลอน
ทาให้มีพฤติกรรมความรุนแรงเกิดขึ้นได้ หรืออาจเกิดจากโรคทางกายบางอย่าง เช่น โรคทางระบบประสาท
ลมชักบางชนิด ที่ทาให้มีอาการพฤติกรรมความรุนแรง
ครอบครัวส่งผลต่อพฤติกรรมรุนแรงได้หรือไม่
การเติบโตในครอบครัวย่อมทาให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ และถ้าหากเติบโตในครอบครัวที่สมาชิกใน
ครอบครัวมักใช้ความรุนแรงอยู่เสมอ เด็กที่เติบโตในครอบครัวนั้นอาจมีพฤติกรรมความรุนแรงเช่นกัน เด็ก
กลุ่มนี้อาจเลือกใช้พฤติกรรมความรุนแรงในการปรับตัวให้เข้ากับสังคม เลือกใช้กาลังแก้ไขปัญหา แต่ก็อาจ
ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเด็กบางคนที่เติบโตในครอบครัวที่มีพฤติกรรมความรุนแรง ก็อาจหลีกเลี่ยงการใช้
พฤติกรรมนี้
การแสดงออกของพฤติกรรมความรุนแรง
1. การใช้วาจาที่รุนแรง หยาบคาย ด่าทอ เสียดสี รวมถึงการเขียนแสดงความคิดเห็นบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค
ด้วยถ้อยคาที่ไม่เหมาะสม เพื่อทาให้อีกฝ่ายเกิดความทุกข์ใจ
2. การใช้อานาจบังคับขู่เข็ญหรือกดดัน ทาให้อีกฝ่ายรู้สึกกดดันทางจิตใจ
3. การใช้กาลังประทุษร้ายผู้อื่น ทาให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเกิดอันตรายถึงชีวิต
พฤติกรรมความรุนแรง จะเกิดขึ้นกับใคร
1. สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย วัยรุ่นอาจมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีความอยากลองทาอะไรเสี่ยง ๆ
หรืออยากเป็นตัวของตัวเอง และมีการควบคุมหรือยับยั้งชั่งใจต่า
2. กลุ่มคนที่มีความกดดันทางจิตใจบางอย่าง มักสะท้อนออกมาว่า ณ เวลานั้นมีความกดดันเกิดขึ้น และ
อยากต่อสู้หรือทาให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความอันตราย เหมือนเป็นการปกป้องตัวเอง
3. กลุ่มคนที่เป็นโรคหรือภาวะบางอย่าง ทาให้สูญเสียการควบคุม
หากไม่ได้รับการรักษาพฤติกรรมความรุนแรง จะเป็นอย่างไร
1. ผลเสียด้านร่างกาย มีอันตรายต่อการใช้ชีวิต เป็นภัยต่อตนเองและผู้อื่น
2. ผลเสียด้านสุขภาพทั้งทางกายและทางจิตใจ อาจมีความกดดันเกิดขึ้นต่อเนื่องจนกระทั่งมากขึ้น
รวมถึงตัวโรคที่ไม่ได้รับการรักษา
3. ผลเสียด้านกฎหมาย อาจทาให้กลายเป็นคนที่มีคดีติดตัว อันเกิดจากการกระทาที่รุนแรงของตนเอง
4. ผลเสียด้านสังคม คือสังคมไม่ยอมรับหรือเกลียดชัง
การรักษาพฤติกรรมความรุนแรง
วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทาให้ก้าวร้าวรุนแรง ทั้งทางชีวภาพ ทางด้านจิตใจ และทางด้านสังคม จากนั้นประเมิน
ความรุนแรงของอาการ ว่ามีการทาร้ายคนอื่นหรือไม่ บางรายพบว่าพันธุกรรมมีส่วนแต่ไม่เสมอไปหรือบางราย
มีความกดดัน ความขัดข้องใจแล้วจัดการไม่เป็น ทาให้แสดงความก้าวร้าว นอกจากนี้ยังพบว่าบางรายมีการ
เลียนแบบจากสื่อ เป็นต้น จากนั้นทาการรักษาตามสาเหตุที่ทาให้เกิด
5
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
-ปรึกษาเลือกหัวข้อ
-นาเสนอหัวข้อกับครูผู้สอน
-ศึกษารวบรวมข้อมูล
-จัดทารายงาน
-นาเสนอครูผู้สอน
-ปรับปรุงและแก้ไข
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
-จิตแพทย์
-อินเทอร์เน็ต
งบประมาณ
ค่าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือจิตแพทย์ 500 บาท
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดับ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1
0
1
1
12
1
3
1
4
1
5
16 17
1 คิดหัวข้อโครงงาน
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล
3 จัดทาโครงร่างงาน
4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน
5 ปรับปรุงทดสอบ
6 การทาเอกสารรายงาน
7 ประเมินผลงาน
8 นาเสนอโครงงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน)
1.ผู้จัดทามีความเข้าใจหัวข้อที่สนใจมากขึ้น
2.สามารถนาไปประยุกต์ใช้กับตนเองและครอบครัวได้
3.สามารถนาความรู้ไปเผยแพร่ได้
4.ผู้จัดทามีความเข้าใจในการทางานเป็นระบบมากขึ้น
สถานที่ดาเนินการ
1.ห้องคอมพิวดตอร์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
2.ห้องสมุด โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
6
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
1.กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
2.กลุ่มพัฒนาผู้เรียน
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)
http://itsjayjaymbm24.blogspot.com/2015/06/blog-post_20.html
https://sites.google.com/site/uhg0p5tujgp50/paccay-laea-phvtikrrm-seiyng-tx-khwam-
plxdphay-keiyw-kab-khwam-runraeng
http://abnormalbehaviorchild.com/วิธีควบคุมอารมณ์เด็กที่/
http://www.thainannyclub.com/article/1428-
https://med.mahidol.ac.th/ramachannel/home/article/พฤติกรรมความรุนแรง-เป็น/

Com2561 32

  • 1.
    1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5- 6 ปีการศึกษา 2561 ชื่อโครงงาน พฤติกรรมความรุนแรง เป็นอาการทางจิตเวชหรือไม่? ชื่อผู้ทาโครงงาน 1. ณัฐชนนท สีตะวัน เลขที่ 32 ชั้น ม.6 ห้อง 5 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  • 2.
    2 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ สมาชิกในกลุ่ม 1. ณัฐชนนท สีตะวันเลขที่ 32 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) พฤติกรรมความรุนแรง เป็นอาการทางจิตเวชหรือไม่? ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) Is violent behavior a psychiatric condition? ประเภทโครงงาน สารวจค้นคว้า ชื่อผู้ทาโครงงาน ณัฐชนนท สีตะวัน เลขที่ 32 ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ชื่อที่ปรึกษาร่วม - ระยะเวลาดาเนินงาน 3-4 เดือน ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน) เกิดจากผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านของญาติหลายคนแล้วได้สังเกตพฤติกรรมของลูกหลาน ของหลายๆบ้านแล้วพบว่า บางส่วนมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวต่อพ่อแม่ เพียงแต่ว่าในตอนแรกผมสงสัย ว่าเป็นเพราะฮอร์โมนหรืออายุที่กาลังจะเข้าเป็นวัยรุ่นหรือไม่ แต่ว่าเด็กแต่ละคนก็ถือว่ายังเป็นเด็ก น้อยอยู่จึงสงสัยอีกว่าถ้าไม่ใช่เพราะฮอร์โมนหรือวัยที่กาลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นก็อาจจะมีสาเหตุมาจาก อาการป่วยทางจิตเวชหรือไม่ พฤติกรรมความรุนแรง การทาร้ายร่างกาย การด่าทอเสียดสี ล้วนนามาซึ่งผลเสียหลายอย่าง ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นไม่ว่าจะด้วยการกระทา วาจาหรือจิตใจ พฤติกรรมความรุนแรงยังก่อให้เกิด ความอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อีกด้วย หลายคนยังสงสัยอยู่ว่าพฤติกรรมนี้เรียกว่าอาการ ป่วยทางจิตเวชหรือไม่ เพราะถ้าเป็นอาการทางจิตเวชดังนั้นจะสามรถขอคาแนะนาจางผูเชี่ยวชาญ หรือจิตแพทย์ได้ สามารถรักษาได้หรือไม่ได้อย่างไร บุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง ผู้คน รอบชิดจะได้มีวิธีการในการรับมือและช่วยรักษาได้ ทั้งหมดคือที่มาของการสารวจและค้นคว้า
  • 3.
    3 วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ) 1.พฤติกรรมความรุนแรงเป็นอาการทางจิตเวชหรือไม่ 2.พฤติกรรมความรุนแรง มีสาเหตุจากอะไรบ้าง 3.ครอบครัวส่งผลต่อพฤติกรรมรุนแรงได้หรือไม่ 4.การแสดงออกของพฤติกรรมความรุนแรง 5.พฤติกรรมความรุนแรง จะเกิดขึ้นกับใคร 6.การรักษาพฤติกรรมความรุนแรง ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน) ชุมชนหมู่บ้านของนายณัฐชนนท สีตะวัน หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน) พฤติกรรมความรุนแรง แสดงออกถึงความก้าวร้าว เช่น ด่าทอเสียดสี ทาร้ายร่างกาย รวมไปถึงการก่อ อาชญากรรม อาจไม่ใช่อาการทางจิตเวชเสมอไป ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของพฤติกรรมส่วนบุคคล ต้อง พิจารณาหลายด้านประกอบกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพฤติกรรมความรุนแรงบางประเภทก็มีสาเหตุมาจากอาการทาง จิตเวชได้ พฤติกรรมความรุนแรง มีสาเหตุจากอะไรบ้าง cr.http://abnormalbehaviorchild.com/วิธีควบคุมอารมณ์เด็กที่/ เกิดจากการถูกกดดัน หรือถูกรบกวนทางอารมณ์ ทาให้เกิดภาวะโกรธ หงุดหงิด บางรายอาจแสดงพฤติกรรม ความรุนแรงออกมาได้ ซึ่งพฤติกรรมที่เกิดจากสาเหตุนี้มักมีเป็นครั้งคราวไม่ใช่ทุกครั้ง และการแสดงออกไม่ถึง ขั้นทาร้ายร่างกายผู้อื่น จึงไม่เป็นอันตราย สามารถเกิดได้กับคนทั่วไปไม่จาเป็นต้องป่วยเป็นโรค โรคทางจิตเวช ผู้ป่วยทางจิตเวชบางรายอาจแสดงพฤติกรรมความรุนแรงออกมาได้ในบางกรณี อาจมีสาเหตุมาจากการขาด ยา ทาให้มีอาการหวาดระแวง ประสาทหลอน หรือในบางรายมีปัญหาทางด้านอารมณ์บางอย่าง เช่น อารมณ์ หงุดหงิด อารมณ์ซึมเศร้า หากมีอาการมาก ๆ อาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงได้ รวมถึงโรคสมาธิสั้น ที่อาจ ทาให้หงุดหงิด และยับยั้งชั่งใจได้ยาก จึงแสดงออกในรูปแบบของพฤติกรรมความรุนแรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโรคจิต เวชก็ไม่ได้ส่งผลให้แสดงพฤติกรรมความรุนแรงเสมอไป โรคทางกาย
  • 4.
    4 การแสดงพฤติกรรมความรุนแรงอาจมีสาเหตุมาจากภาวะทางร่างกาย ยกตัวอย่าง ผู้ใช้สารเสพติดได้รับสารที่ ไปกระตุ้นอารมณ์ให้เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ อาจทาให้เกิดอาการคล้ายโรคทางจิตเวช เช่น ประสาทหลอน ทาให้มีพฤติกรรมความรุนแรงเกิดขึ้นได้ หรืออาจเกิดจากโรคทางกายบางอย่าง เช่น โรคทางระบบประสาท ลมชักบางชนิด ที่ทาให้มีอาการพฤติกรรมความรุนแรง ครอบครัวส่งผลต่อพฤติกรรมรุนแรงได้หรือไม่ การเติบโตในครอบครัวย่อมทาให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ และถ้าหากเติบโตในครอบครัวที่สมาชิกใน ครอบครัวมักใช้ความรุนแรงอยู่เสมอ เด็กที่เติบโตในครอบครัวนั้นอาจมีพฤติกรรมความรุนแรงเช่นกัน เด็ก กลุ่มนี้อาจเลือกใช้พฤติกรรมความรุนแรงในการปรับตัวให้เข้ากับสังคม เลือกใช้กาลังแก้ไขปัญหา แต่ก็อาจ ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเด็กบางคนที่เติบโตในครอบครัวที่มีพฤติกรรมความรุนแรง ก็อาจหลีกเลี่ยงการใช้ พฤติกรรมนี้ การแสดงออกของพฤติกรรมความรุนแรง 1. การใช้วาจาที่รุนแรง หยาบคาย ด่าทอ เสียดสี รวมถึงการเขียนแสดงความคิดเห็นบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค ด้วยถ้อยคาที่ไม่เหมาะสม เพื่อทาให้อีกฝ่ายเกิดความทุกข์ใจ 2. การใช้อานาจบังคับขู่เข็ญหรือกดดัน ทาให้อีกฝ่ายรู้สึกกดดันทางจิตใจ 3. การใช้กาลังประทุษร้ายผู้อื่น ทาให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเกิดอันตรายถึงชีวิต พฤติกรรมความรุนแรง จะเกิดขึ้นกับใคร 1. สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย วัยรุ่นอาจมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีความอยากลองทาอะไรเสี่ยง ๆ หรืออยากเป็นตัวของตัวเอง และมีการควบคุมหรือยับยั้งชั่งใจต่า 2. กลุ่มคนที่มีความกดดันทางจิตใจบางอย่าง มักสะท้อนออกมาว่า ณ เวลานั้นมีความกดดันเกิดขึ้น และ อยากต่อสู้หรือทาให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความอันตราย เหมือนเป็นการปกป้องตัวเอง 3. กลุ่มคนที่เป็นโรคหรือภาวะบางอย่าง ทาให้สูญเสียการควบคุม หากไม่ได้รับการรักษาพฤติกรรมความรุนแรง จะเป็นอย่างไร 1. ผลเสียด้านร่างกาย มีอันตรายต่อการใช้ชีวิต เป็นภัยต่อตนเองและผู้อื่น 2. ผลเสียด้านสุขภาพทั้งทางกายและทางจิตใจ อาจมีความกดดันเกิดขึ้นต่อเนื่องจนกระทั่งมากขึ้น รวมถึงตัวโรคที่ไม่ได้รับการรักษา 3. ผลเสียด้านกฎหมาย อาจทาให้กลายเป็นคนที่มีคดีติดตัว อันเกิดจากการกระทาที่รุนแรงของตนเอง 4. ผลเสียด้านสังคม คือสังคมไม่ยอมรับหรือเกลียดชัง การรักษาพฤติกรรมความรุนแรง วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทาให้ก้าวร้าวรุนแรง ทั้งทางชีวภาพ ทางด้านจิตใจ และทางด้านสังคม จากนั้นประเมิน ความรุนแรงของอาการ ว่ามีการทาร้ายคนอื่นหรือไม่ บางรายพบว่าพันธุกรรมมีส่วนแต่ไม่เสมอไปหรือบางราย มีความกดดัน ความขัดข้องใจแล้วจัดการไม่เป็น ทาให้แสดงความก้าวร้าว นอกจากนี้ยังพบว่าบางรายมีการ เลียนแบบจากสื่อ เป็นต้น จากนั้นทาการรักษาตามสาเหตุที่ทาให้เกิด
  • 5.
    5 วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน -ปรึกษาเลือกหัวข้อ -นาเสนอหัวข้อกับครูผู้สอน -ศึกษารวบรวมข้อมูล -จัดทารายงาน -นาเสนอครูผู้สอน -ปรับปรุงและแก้ไข เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ -จิตแพทย์ -อินเทอร์เน็ต งบประมาณ ค่าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือจิตแพทย์ 500 บาท ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอนสัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล 3 จัดทาโครงร่างงาน 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน 5 ปรับปรุงทดสอบ 6 การทาเอกสารรายงาน 7 ประเมินผลงาน 8 นาเสนอโครงงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) 1.ผู้จัดทามีความเข้าใจหัวข้อที่สนใจมากขึ้น 2.สามารถนาไปประยุกต์ใช้กับตนเองและครอบครัวได้ 3.สามารถนาความรู้ไปเผยแพร่ได้ 4.ผู้จัดทามีความเข้าใจในการทางานเป็นระบบมากขึ้น สถานที่ดาเนินการ 1.ห้องคอมพิวดตอร์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย 2.ห้องสมุด โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
  • 6.
    6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง 1.กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 2.กลุ่มพัฒนาผู้เรียน แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน) http://itsjayjaymbm24.blogspot.com/2015/06/blog-post_20.html https://sites.google.com/site/uhg0p5tujgp50/paccay-laea-phvtikrrm-seiyng-tx-khwam- plxdphay-keiyw-kab-khwam-runraeng http://abnormalbehaviorchild.com/วิธีควบคุมอารมณ์เด็กที่/ http://www.thainannyclub.com/article/1428- https://med.mahidol.ac.th/ramachannel/home/article/พฤติกรรมความรุนแรง-เป็น/