การอบรมเชิงปฏิบัติการ
เรื่อง
เทคนิคการสอน การวัดและ
ประเมินผลตามตัวชี้วัด
ที่สอดคล้องกับทักษะการคิดใน
ศตวรรษที่ 21
นางศรีลักษณ์ ผลวัฒนะ
ครูเชี่ยวชาญพิเศษ (คศ.
5)
ข้าราชการบำานาญ
สาระการสาระการ
อบรมอบรม
1. ทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิด
แก้ปัญหา คิดแบบมีวิจารณญาณคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ ทักษะการคิดในศตวรรษที่ 21
และทักษะแกนกลาง ที่พึงประสงค์ของ
หลักสูตรใหม่ ปี 2557
2. เทคนิคการสอนที่เน้นกระบวนการเรียนรู้
และการปฏิบัติ
3. การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง
4. การออกแบบการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนที่เน้นพฤติกรรมระดับสูง
วัตถุประสงค์
1.1. เพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถในเพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถใน
การจัดการเรียนการสอนที่เน้นการจัดการเรียนการสอนที่เน้น
กระบวนการคิดและทักษะการคิดในกระบวนการคิดและทักษะการคิดใน
ศตวรรษที่ศตวรรษที่ 2121
2.2. เพื่อให้ครูจัดการเรียนรู้โดยเน้นเพื่อให้ครูจัดการเรียนรู้โดยเน้น
กระบวนการเรียนรู้มากกว่าการท่องจำากระบวนการเรียนรู้มากกว่าการท่องจำา
3.3. เพื่อให้ครูสามารถออกแบบการวัดและเพื่อให้ครูสามารถออกแบบการวัดและ
ประเมินผลที่ตรงตามตัวชี้วัดและเป้าหมายประเมินผลที่ตรงตามตัวชี้วัดและเป้าหมาย
ของหลักสูตรของหลักสูตร
4.4. เพื่อให้ครูเห็นความสำาคัญและสามารถเพื่อให้ครูเห็นความสำาคัญและสามารถ
ทักษะการ
คิด
1. การคิดวิเคราะห์
2. การคิดสังเคราะห์
3. การคิดแก้ปัญหา
4. การคิดแบบมีวิจารณญาณ
5. คิดริเริ่มสร้างสรรค์
6. ทักษะการคิดในศตวรรษที่ 21
7. ทักษะแกนกลางที่พึงประสงค์ของ
หลักสูตรใหม่ ปี 2557
1.แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 11* (55-59)
เสริมสร้างทักษะให้คนไทยมีการเรียนรู้ต่อ
เนื่องตลอดชีวิต
การต่อยอดความคิดสู่นวัตกรรมความรู้
ความคิดสร้างสรรค์
2. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช
2542 แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545
มม.24 (2).24 (2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ
การเผชิญสถานการณ์การเผชิญสถานการณ์
าคัญและความจำาเป็นในการพัฒนาทักษะ
3. หลักสูตรแกนกลางฯ กำาหนด
สมรรถนะสำาคัญ
ของผู้เรียนไว้ 5 ข้อ
1. ความสามารถในการ
สื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้
ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้
ทักษะชีวิต
5. เกณฑ์การผ่านช่วงชั้น และจบ
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
““ ผู้เรียนต้องผ่านการประเมิน การอ่านผู้เรียนต้องผ่านการประเมิน การอ่าน
”คิด วิเคราะห์ เขียน ”คิด วิเคราะห์ เขียน
6. หลักสูตรใหม่ปี2557 เน้นการจัดการ
เรียนการสอน
ที่ฝึกและพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ที่ฝึกและพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์
4. มาตรฐานการศึกษาเพื่อประเมิน
ภายนอก การศึกษาขั้นพื้นฐาน
““ ให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิด
วิเคราะห์วิเคราะห์
คิดสร้างสรรค์ มีวิจารณญาณคิดสร้างสรรค์ มีวิจารณญาณ
”ไตร่ตรอง มีวิสัยทัศน์ ”ไตร่ตรอง มีวิสัยทัศน์
ไอสไตน์ (Einstein)
ความคิดและจินตนาการสำาคัญ
กว่าความรู้
โทมัส เอวา เอดิสัน (Thomas
Alva Edison)
(1847-1931)
อัจฉริยะบุคคล ได้รับ 1% มา
จากแรงบันดาลใจ
ไอสไตน์ ยกย่อง เอดิสัน ที่เป็น
นักคิด นักประดิษฐ์
เป็นเจ้าของสิทธิบัตรทาง
ปัญญา 1,093 ชิ้น
ดอก
กุหลาบ
ปาก
กา
หนัง
สือ
ขว
ด
ส้ม น
ก
กรร
ไกร
แว่น
ตา
เครื่อง
บิน
หลอ
ดไฟ
ไก่ สุนั
ข
รถย
นต์
เทีย
น
เด็ก
หญิง
กบ
เปลี่ยนจากคำาให้เป็นรูปธรรม จะ
ทำาให้เข้าใจง่ายขึ้น
จำาได้น้อย
จำาได้ดี จำาได้ดีสนใจ สนุก รัก ชอบ เกลียด
การเรียนการสอนควรเน้นการเรียนการสอนควรเน้น
กระบวนการเรียนรู้กระบวนการเรียนรู้
การเรียนการสอนควรเน้น
กระบวนการเรียนรู้
ความจำาของบุคคลมีลักษณะ
คล้ายเรือสุพรรณหงส์
หมั่นตั้ง
คำาถาม
สนับสนุน
ให้ผู้เรียน
หาคำาตอบ
สร้างความ
อบอุ่น
ครูพัฒนาความ
คิดได้อย่างไร
เสริมแรง
อย่าง
สมำ่าเสม
อ ให้ผู้เรียน
มีโอกาส
สนับสนุน
ให้ผู้เรียน
ลด
พฤติกร
รมทาง
วาจา
และเป็น
การคิดวิเคราะห์และการ
คิดสังเคราะห์
การวิเคราะห์
เป็นการคิดเปรียบเทียบของสมอง
ความสามารถในการแยกความรู้ออกเป็น
ส่วน ทำาความเข้าใจในแต่ละส่วนว่า
สัมพันธ์หรือแตกต่างกันอย่างไรหลักการสอน
จัดกิจกรรมให้นักเรียนคิดเปรียบเทียบ
จำาแนก แยกความรู้ออกเป็นส่วน ทำาความ
เข้าใจในแต่ละส่วนว่าสัมพันธ์กันอย่างไร
ตัวอย่างการฝึกทักษะการคิดตัวอย่างการฝึกทักษะการคิด
วิเคราะห์วิเคราะห์
กิจกรรมฝึกวิเคราะห์และสรุป
ความรู้
พืชทั้งสองชนิดนี้จัดเป็น
พืชใบเลี้ยงเดี่ยว
จงสังเกตส่วนประกอบ
ของพืช
วิเคราะห์ส่วนประกอบ
แล้วสรุปว่า
พืชใบเลี้ยงเดี่ยวมี
ลักษณะเฉพาะอย่างไร
คำาถาม ถ้าต้องการตรวจสอบว่า
พืชตัวอย่างเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวหรือไม่
ตัวอย่าง
ที่ 1
ตัวอย่าง คำาประพันธ์ประเภท
กลอนแปด ที่กำาหนดให้นี้ ใช้
ประกอบการทำากิจกรรมถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุด
ความรัก สมัครสมาน
แม้อยู่ในใต้หล้า สุธาธาร ขอ
พบพานพิศวาสทุกชาติไป
ตัวอย่างที่ 2 วิเคราะห์ประเภท
ฉันทลักษณ์
กิจกรรม
1.เขียนเส้นเชื่อมโยงคำาสัมผัส
2.จงเขียนผังกลอนแปดที่ได้จากการ
วิเคราะห์ตัวอย่างกลอนแปด ที่กำาหนด
 ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรัก
รสถ้อยอร่อยจิต
 แม้นพูดชั่วตัวตายทำาลายมิตร จะ
ชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจาฯ
1
2
เฉลย
กิจกรรม ข้อ
1
 ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรัก
รสถ้อยอร่อยจิต
 แม้นพูดชั่วตัวตายทำาลายมิตร จะ
ชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจาฯ
2
ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุด
ความรัก สมัครสมาน
แม้อยู่ในใต้หล้า สุธาธาร ขอ
พบพานพิศวาสทุกชาติไป
1
เฉลยกิจกรรม ข้อ 2 นักเรียนเขียนผัง 1 บท
แต่ครูอธิบายเพิ่มเติมให้ครบ ดังนี้
ตัวอย่างที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
การแสดงนาฏศิลป์ในรูปภาพใดที่แสดงถึงอารมณ์ความ
สนุกสนาน แข็งแรง กระฉับกระเฉงที่สุด
การคิดสังเคราะห์ (Synthesis  –  Type 
Think)
ความสามารถในการคิดที่ดึงองค์
   ประกอบต่างๆ มาหลอมรวมกัน
 ภายใต้โครงสร้างใหม่อย่างเหมาะสม ตรง
 ตามวัตถุประสงค์ เป็นการค้นคว้ารวบรวม
ข้อมูล เพื่อสรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลย่อยๆ
เป็นหลักการหรือแนวคิดใหม่ที่มีคุณค่าและ
คุณภาพสูงกว่าเดิม คนที่มีความคิด
สังเคราะห์จะทำาให้เข้าใจและเห็นภาพรวม
    ของสิ่งใดๆ ได้ดี (  สุวิทย์ มูลคำา.  2547 : 
13)
การคิดสังเคราะห์ อาจนำาสิ่งที่
กำาหนดให้มาสร้างคำาตอบหรือภาพหรือ
โมเดล แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่จะ
สังเคราะห์องค์ความรู้หรือสิ่งที่โจทย์
ต้องการต้องผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล
ตัวอย่างการฝึกทักษะการคิดตัวอย่างการฝึกทักษะการคิด
วิเคราะห์และคิดสังเคราะห์วิเคราะห์และคิดสังเคราะห์ตัวอย่างที่ตัวอย่างที่ 11 กำาหนดแบตเตอรี่หลอดไฟกำาหนดแบตเตอรี่หลอดไฟ44หลอดหลอด
และสายไฟฟ้าให้ จงเขียนวงจรไฟฟ้าและสายไฟฟ้าให้ จงเขียนวงจรไฟฟ้า
เมื่อหลอดไฟหนึ่งหลอดดับ แล้วยังมีหลอดอื่นๆเมื่อหลอดไฟหนึ่งหลอดดับ แล้วยังมีหลอดอื่นๆ
สว่างได้หลายดวงมากที่สุดทุกกรณีสว่างได้หลายดวงมากที่สุดทุกกรณี
((อาจกำาหนดเป็นรูปอุปกรณ์ก็ได้ นักเรียนต้องอาจกำาหนดเป็นรูปอุปกรณ์ก็ได้ นักเรียนต้อง
เขียนวงจรไฟฟ้าด้วยตนเองเขียนวงจรไฟฟ้าด้วยตนเอง))
หรือหรือ
ตัวอย่างที่ตัวอย่างที่ 22
ข้อมูลต่อไปนี้ใช้ในการทำากิจกรรมข้อมูลต่อไปนี้ใช้ในการทำากิจกรรม
ถ้าตรวจสอบพบว่าถ้าตรวจสอบพบว่า
สายไฟสายไฟ
ของเครื่องซักผ้าของเครื่องซักผ้า
ชำารุดหรือขาดชำารุดหรือขาด
ท่านจะเลือกใช้ท่านจะเลือกใช้
เครื่องมือสำาหรับเครื่องมือสำาหรับ
ซ่อมชนิดใดบ้างซ่อมชนิดใดบ้าง
เพราะเหตุใดเพราะเหตุใด
เฉลยเฉลย
1.1.มิเตอร์มิเตอร์......ใช้ใช้..........
2.2.หัวแร้งหัวแร้ง......ใช้ใช้............
3.3.คีมตัดสายไฟคีมตัดสายไฟ
ใช้ใช้..........
4.4.ผ้าเทปพันสายผ้าเทปพันสาย
ไฟ ใช้ไฟ ใช้..........
5.5.ไขควง ใช้ไขควง ใช้..........
ทำากิจกรรมคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ทำากิจกรรมคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์
1.1. จงฉีกกระดาษจงฉีกกระดาษ AA44 แล้วคลี่ออกเป็นวง ให้ตัวแล้วคลี่ออกเป็นวง ให้ตัว
สามารถลอดเข้าไปได้สามารถลอดเข้าไปได้
3.3. จงตัดกระดาษตามเส้นที่
ปรากฏจะได้กระดาษ 3 ชิ้นแล้ว
นำามาประกอบกันให้ได้คน 2
คน
ขี่ม้าในท่าทีที่สง่างาม และ
สมบูรณ์ที่สุด
2.2. จงพับรูปแอ๊ปเปิ้ล ให้จงพับรูปแอ๊ปเปิ้ล ให้
เหลือเหลือ 11 ผลผล
ที่สมบูรณ์ และพับได้ไม่ที่สมบูรณ์ และพับได้ไม่
เกินเกิน 44 ครั้งครั้ง
ในเวลาในเวลา 33 นาทีนาที
ขั้นตอนการแก้ปัญหาแบบ
โพลยา (POLYA,1957)
(See(See)) วางแผนวางแผน (Plan)(Plan) ปฏิบัติปฏิบัติ(Do)(Do) ตต
-สัญลักษณ์
-ต้องการอะไร
-มีข้อมูลอะไรบ้าง
-แยกแยะปัญหาย่อย
-จัดลำาดับขั้นตอนการแก้ปัญหา
-เตรียมอุปกรณ์ สิ่งที่จะใช้
การคิดแก้การคิดแก้
ปัญหาปัญหา
ให้แบ่งพื้นที่บนนาฬิกาออกเป็น 3 ส่วน
โดยแต่ละส่วน เมื่อนำาตัวเลขมารวมกัน
ต้องได้ผลลัพธ์เท่ากัน
ขั้นตอน
เข้าใจปัญหา 1. แบ่งพื้นที่เป็น
3 ส่วน
2. แต่ละส่วน นำา
ตัวเลขมาบวกกัน
ต้องเท่ากัน
3. ตัวเลขทั้งหมดรวม
แล้วได้เท่าไหร่
4. แต่ละส่วน ตัวเลข
รวมกันแล้ว
เท่ากัน
เท่ากับตัวเลขเท่าไร
วางแผน 1. มีเลขทั้งหมดกี่ตัว
2. ดังนั้นแต่ละ
ส่วน ควรมีตัวเลขกี่ตัว
6.ประโยชน์ คือ
เป็นเครื่องมือ
ในการตัดสินใจ 2.คิดไตร่ตรอง
รอบคอบ
มีข้อมูลโดย
อาศัยความรู้
ความคิด
ประสบการณ์
การคิด
อย่างมี
วิจารณญา
ณ
5.วัตถุประส
งค์ เพื่อให้
ได้ผลของ
การคิดที่
ผ่านการก
ลั่นกรอง
3.มีการพิจารณา
ข้อมูลรอบด้าน
ตรวจสอบความ
4.4.มีการมีการ
ไตร่ตรองไตร่ตรอง
อย่างรอบคอบอย่างรอบคอบ
1.มีการ
ระบุ
ประเด็น
ปัญหา
องค์
ประกอ
บ
การคิดแบบมีวิจารณญาณ เอนนิสการคิดแบบมีวิจารณญาณ เอนนิส
((Ennis,1985Ennis,1985)) ให้หลักการไว้ดังนี้ให้หลักการไว้ดังนี้
คิดริเริ่มสร้างสรรค์
ความคิดสร้างสรรค์ คือ กระบวนการคิดของสมองซึ่งความคิดสร้างสรรค์ คือ กระบวนการคิดของสมองซึ่ง
มีความสามารถในการคิดได้หลากหลายและแปลกมีความสามารถในการคิดได้หลากหลายและแปลก
ใหม่จากเดิม โดยสามารถนำาไปประยุกต์ทฤษฎี หรือใหม่จากเดิม โดยสามารถนำาไปประยุกต์ทฤษฎี หรือ
หลักการได้อย่างรอบคอบและมีความถูกต้อง จนนำาหลักการได้อย่างรอบคอบและมีความถูกต้อง จนนำา
ไปสู่การคิดค้นและสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกใหม่หรือไปสู่การคิดค้นและสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกใหม่หรือ
รูปแบบความคิดใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ในการรูปแบบความคิดใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ในการ
ทำางาน การเรียน หรือกิจกรรมที่ต้องอาศัยความคิดทำางาน การเรียน หรือกิจกรรมที่ต้องอาศัยความคิด
สร้างสรรค์สร้างสรรค์
ความคิดสร้างสรรค์ ควรจะประกอบไปความคิดสร้างสรรค์ ควรจะประกอบไป
 ด้วย ด้วย 3  3  ประการ คือประการ คือ
               1. 1. สิ่งใหม่สิ่งใหม่ ((new, original) new, original) เป็นการคิดที่เป็นการคิดที่
นอกกรอบความคิดที่มีอยู่เดิมที่ไม่เคยมีใครนอกกรอบความคิดที่มีอยู่เดิมที่ไม่เคยมีใคร
คิดได้มาก่อน หรืออาจะเกิดจากการต่อยอดคิดได้มาก่อน หรืออาจะเกิดจากการต่อยอด
ตัวอย่างความคิดริเริ่มตัวอย่างความคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์สร้างสรรค์1. เอดิสัน ประดิษฐ์หลอดไฟชนิดมีไส้เป็นคน
แรก พัฒนามาเป็นหลอดไฟชนิดต่างๆ
2. พี่น้องตระกูลไรท์จิตนาการว่าคนสามารถ
บินได้ พัฒนามาเป็นเครื่องบิน
3. ความคิดสร้างสรรค์ว่าโทรศัพท์สามารถ
เห็นหน้ากันได้ ปัจจุบันเป็นจริง
ปลูกข้าวในแม่นำ้าปลูกข้าวในแม่นำ้า โคมไฟทำาจากช้อโคมไฟทำาจากช้อ
พลาสติก ลูกชิ้นปิ้งรูปแองกี้เบิร์ด
กิจกรรมฝึกทักษะกิจกรรมฝึกทักษะ
การคิดการคิด
คำาชี้แจง
1. วิเคราะห์ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ วิชาที่
สอนและสาระการเรียนรู้แกนกลาง หรือ
เนื้อหาแล้วเลือกมา 1 ตัวชี้วัด/ผลการเรียน
รู้
2. คิดกิจกรรมฝึกทักษะการคิดโดยเลือก
ทักษะการคิดมา 1 ทักษะ
จากทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์
คิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหา คิดแบบมี
วิจารณญาณ
การคิดอย่างมี
วิจารณญาณและการแก้
ปัญหา
- แสดงให้เห็นถึงการใช้เหตุผล
เพื่อรองรับความเข้าใจ
- สามารถตัดสินใจจากตัวเลือกที่
หลากหลายซับซ้อน
- เข้าใจถึงความเชื่อมโยงที่มีต่อ
ระบบต่างๆ
ทักษะในศตวรรษที่ 21
(21st
Century Skills)
1. ทักษะ (Skill) คือ ความสามารถใน
การทำาสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความชำานาญ
อันเกิดจากการทำาหรือปฏิบัติบ่อยๆ
พ.ศ.2338 หรือ ค.ศ.1795 Sir
William Curtis ได้เสนอทักษะที่
จำาเป็นในระบบการศึกษาเอาไว้ 3
ด้าน คือ 3Rs ได้แก่
1) Reading ที่หลายคนแปลว่า
“อ่านออก”
2. ปัจจุบัน ทักษะ 3Rs ของ Sir William Curtis
ได้รับการปรับเปลี่ยนมาเป็นทักษะ 3ร. ซึ่งได้
รับการปรับเปลี่ยนมานานแล้ว คือ
1) รู้ศัพท์รู้ภาษา (literacy) คือ ไม่ใช่แค่อ่าน
ออกเขียนได้
(reading & writing) แต่ต้องเข้าใจ
ความหมายของคำาต่างๆ และ
สามารถสื่อสารคำาต่างๆ เหล่านั้นออกมาได้
อย่างถูกต้องเหมาะสม
2) รู้คณิตศาสตร์ (numeracy) คือ ไม่ใช่แค่
คิดเลขเป็น (arithmetic) แต่ต้องมีความ
สามารถตีความและเข้าใจความคิดต่างๆ ที่
3. โลกในศตวรรษที่ 21 เยาวชนต้องมีทักษะ
มากกว่า 3Rs. จำาเป็นต้องเพิ่มทักษะ 4Cs หรือ
4ก. ด้วย ได้แก่
1) การคิดแบบมีวิจารณญาณ (Critical
thinking) คือ มีความสามารถ
ในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีเหตุผล และอาจ
ต้องสามารถตัดสินคุณค่า
ของเรื่องต่างๆ ที่คิดนั้นด้วย
2) การสื่อสาร (Communication) คือมีความ
สามารถใช้ศัพท์ใช้ภาษา, ใช้ ICT และ
ใช้จิตวิทยาเพื่อสื่อสารกับผู้อื่นให้ประสบ
ความสำาเร็จได้
3) การทำางานร่วมกัน (Collaboration) คือ มี
ความสามารถในการทำางานร่วมกับ
ผู้อื่นได้, การร่วมมือกับคนหลายคนที่อาจมี
4. ทักษะ 3ร. คือ 1) รู้ศัพท์รู้ภาษา 2) รู้
คณิตศาสตร์ 3) รู้ ICT
ทักษะ 4ก. คือ 1) การคิดแบบมี
วิจารณญาณ 2) การสื่อสาร
3) การทำางานร่วม
กัน 4) การสร้างสรรค์
รวมเป็นทักษะที่สำาคัญในยุคศตวรรษที่
21 ซึ่งจะต้องได้รับการบรรจุไว้
ที่มาที่มา :: พีระพีระ
พนาสุภนพนาสุภน
1. ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต
2. ทักษะการจัดการและความรับ
ผิดชอบ
3. ทักษะการคิด วิเคราะห์ คิด
วิพากษ์ คิดสร้างสรรค์
4. ทักษะการแก้ปัญหา
5. ทักษะการทำางานร่วมกับผู้อื่น
6. ทักษะการสื่อสารและ
ที่มาที่มา :: หลักสูตรหลักสูตร
ปีปี 5757 ฉบับร่างฉบับร่าง
ชุดทักษะแกนกลางที่พึงประสงค์
ของหลักสูตรใหม่ ปี 2557
ความรู้และทักษะพื้นฐานที่จำาเป็น
ต่อการสอน
ที่เน้นกระบวนการคิดของผู้เรียน
< การ
ทำางานสมอง
>
< การ
ทำางานสมอง
>
ซีกซ้าย
วิทยาศาสตร์วิทยาศาสตร์
การเขียนเป็นการเขียนเป็น
แถวแถว
วิเคราะห์วิเคราะห์
เหตุผลเหตุผล
ตรรกะตรรกะ
รายการรายการ
สัญลักษณ์สัญลักษณ์
จินตนาการจินตนาการ
ศิลปะวิทยาการศิลปะวิทยาการ
ใจลอยใจลอย
สีสัน ความคิดสีสัน ความคิด
สร้างสรรค์สร้างสรรค์
ภาพรวม องค์รวมภาพรวม องค์รวม
จังหวะ วาดรูปจังหวะ วาดรูป
ภาพภาพ
ซีกขวา
ฝึกทักษะ
การคิด1. ฝึกทักษะการคิดพื้นฐาน
- สังเกต - ตีความ
- สำารวจ - การเชื่อมโยง
- จำาแนก - การใช้เหตุผล
- จัดลำาดับ - การแปลความ
- เปรียบเทียบ - การขยายความ
- จัดกลุ่ม/ หมวดหมู่ - การสรุปความ
- การอ้างอิง - การตั้งคำาถาม
2. ฝึกทักษะการคิดขั้นสูง
- การให้คำานิยาม / ตั้งชื่อเรื่อง -
การปรับโครงสร้าง
- การจัดระบบ - การ
วิเคราะห์
- การจัดโครงสร้าง -
การสังเคราะห์
- การหาแบบแผน -
การประเมินค่า
คิดแก้
ปัญหา
คิดตัดสินใจ
คิดริเริ่ม
สร้างสรรค์คิดอย่างมี
จารณญาณ
การ
วางแผ
น
การ
กำากับ
การ
ตรวจ
สอบ
ความ
ก้าวหน้า
ตนเ
อง
สังคม สิ่ง
แวดล้อม
มิติการ
คิด
6 ด้าน
การ
ควบคุม
ประเมิน
การคิด
ด้าน
ข้อมูล
เนื้อหา
คุณสมบัติ
ที่เอื้อต่อ
การคิด
ด้านทักษะ
การคิด
ด้านลักษณะ
การคิด
ด้าน
กระบวนกา
รคิด
คิดคล่อง
คิดหลาก
หลาย
คิดละเอียด
คิดชัดเจน
คิดอย่างมี
เหตุผล
คิดกว้าง
คิดไกล
คิดลึก
ซึ้งคิด
แหวก
แนว
พู
ดฟั
ง
อธิบ
าย
แส
ดง
เขี
ยน
วิเคร
าะห์
จัด
ระบบ
ใจ
กว้า
ง
เป็น
ธรรมใฝ่รู้
ใฝ่
กระตือ
รือร้น
ข
ยั
น
ช่าง
วิเคราะ
ห์
มั่นใ
จ
วิชา
การ
ทักษะ
การคิด
พื้นฐาน
ทักษะ
การ
สื่อสา
ร
ทักษะ
การคิด
ระดับสูง
สังเกต
สำารวจ
ฝึกการคิด
12 รูปแบบ
12. ฝึกคิดแบบ
ผังมโนทัศน์
1. ฝึกทบทวน
ความรู้เดิม
2. ฝึกคิด
ริเริ่มสร้างสรรค์
3. ฝึกคิด
แบบ Web
4. ฝึกคิด
เปรียบเทียบ
5. ฝึกคิดแบบ
เวนน์ไดอะแกรม
6. ฝึกคิดแบบ
เรียงลำาดับเหตุการณ์
7. ฝึกคิดแบบ
ผังความคิด
8. ฝึกคิดแบบ
แยกรายละเอียด
9. ฝึกคิดแบบ
หักมุม
10. ฝึกคิดแบบ
องค์รวม
11. ฝึกคิดแบบ
ก้างปลา
รูปแบบการคิดวิเคราะห์ที่ใช้รูปแบบการคิดวิเคราะห์ที่ใช้
ในการเรียนการสอนในการเรียนการสอน1.1. ฝึกทบทวนความรู้เดิมฝึกทบทวนความรู้เดิม
หรือคิดให้คล่องหรือคิดให้คล่อง- ให้นักเรียนเขียนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับให้นักเรียนเขียนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ
เรื่องที่เรียนมาให้ มากเรื่องที่เรียนมาให้ มาก
ที่สุด เช่นที่สุด เช่น
ฝึกเขียนชื่อศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวฝึกเขียนชื่อศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยว
กับสัตว์ เขียนชื่อเมืองหลวง เขียนชื่อกับสัตว์ เขียนชื่อเมืองหลวง เขียนชื่อ
ประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจ
อาเซียนอาเซียน
22.. ฝึกความคิดฝึกความคิด
ริเริ่มสร้างสรรค์ริเริ่มสร้างสรรค์-- ให้นักเรียนฝึกคิดนอกกรอบให้นักเรียนฝึกคิดนอกกรอบ
ของสิ่งที่กำาหนดของสิ่งที่กำาหนด
และสามารถทำาได้ เช่นและสามารถทำาได้ เช่น
ให้คิดประโยชน์ของให้คิดประโยชน์ของ
ผ้าเช็ดตัว ผ้าขาวม้าผ้าเช็ดตัว ผ้าขาวม้า
แปรงสีฟัน ดินสอแปรงสีฟัน ดินสอ
ขันพลาสติก ให้ได้มากขันพลาสติก ให้ได้มาก
ที่สุดเท่าที่จะมากได้ที่สุดเท่าที่จะมากได้
คิดนอกกรอบ ต่อยอดความคิด
แก้วพลาสติกคู่ขวัญแก้วพลาสติกคู่ขวัญ
ใช้สอนเรื่องความดันของอากาศ
33.. ฝึกคิดแบบฝึกคิดแบบ WebWeb
((คิดกว้างคิดกว้าง))
พ
ม่า
เวียด
นาม
มาเลเ
ซีย
AEC
ลา
ว
ฟิลิป
ปินส์
บรูไน
อินโดนีเ
ซีย
กัมพู
ชา
ไ
ท
ย
สิง
โปร์
44.. ฝึกคิดแบบเปรียบเทียบเรียงฝึกคิดแบบเปรียบเทียบเรียง
ลำาดับลำาดับ ((Ranking Leader)Ranking Leader)-- การให้นักเรียนเรียงการให้นักเรียนเรียง
ลำาดับ จากน้อยไปหามากลำาดับ จากน้อยไปหามาก
ตัวอย่าง
เก่งอายุมากกว่าปอ 7
ปี แต่อ่อนกว่าโต้ง 5 ปี
โน้ตอายุน้อยกว่าโต้ง 6 ปี
จงเรียงลำาดับ ผู้ที่อายุมาก
ไปหาอายุน้อย..
เก่งอายุมากกว่าปอ 7 ปี แต่
อ่อนกว่าโต้ง 5 ปี โน้ตอายุน้อยกว่า
โต้ง 6 ปี จงเรียงลำาดับ ผู้ที่อายุมาก
ไปหาอายุน้อย..
...เฉลย..
.
6 ปี
5
ปี
7 ปี
โต้
ง
เก่
งโน้ต
ป
คำาถาม
เซลล์ไฟฟ้า ก. มีศักย์ไฟฟ้าสูงกว่า
เซลล์ไฟฟ้า ข. 0.8 โวลต์
เซลล์ไฟฟ้า ค. มีศักย์ไฟฟ้าสูงกว่า
เซลล์ไฟฟ้า ข. 1.2 โวลต์
ถ้าเซลล์ไฟฟ้า ก. มีศักย์ไฟฟ้า 1.5
โวลต์
เซลล์ไฟฟ้า ค. และ ข. มีศักย์ไฟฟ้ากี่
โวลต์
เซลล์ไฟฟ้า ก. มีศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าเซลล์ไฟฟ้า ข. 0.8
โวลต์
เซลล์ไฟฟ้า ค. มีศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าเซลล์ไฟฟ้า ข. 1.8
โวลต์
ถ้าเซลล์ไฟฟ้า ก. มีศักย์ไฟฟ้า 1.5 โวลต์
เซลล์ไฟฟ้า ค. และ ข. มีศักย์ไฟฟ้ากี่โวลต์
...เฉลย...
1.8
V
0.8 V
ค.
ก. 1.5 V
ข.
5.5. ฝึกคิดแบบเรียงลำาดับฝึกคิดแบบเรียงลำาดับ
เหตุการณ์ หรือเหตุการณ์ หรือ
ใช้เหตุผลจากเริ่มต้นไปจุดใช้เหตุผลจากเริ่มต้นไปจุด
สุดท้ายสุดท้ายก ข ค ง
คำาถามคำาถาม
เวลาเวลา 7.007.00นน.. ถ้าดวงอาทิตย์อยู่ทางขวาถ้าดวงอาทิตย์อยู่ทางขวา
มือของเรา ด้านหน้าของเราจะเป็นทิศใดมือของเรา ด้านหน้าของเราจะเป็นทิศใด
จงเรียงลำาดับเหตุการณ์จากภาพ ก ข ค ง ให้
ถูกต้อง
ฝึกทักษะการคิด แบบเรียงฝึกทักษะการคิด แบบเรียง
ลำาดับเหตุการณ์ลำาดับเหตุการณ์ ((SequenceSequence))
จงเรียงลำาดับเหตุการณ์ต่อไปนี้
1. ก. ขุดหลุม ข. รดนำ้า ค. กลบดิน ง.
ปลูก
2. ก.ดำานา ข.เกี่ยวข้าว ค.ไถนา
ง.นวดข้าว
3. ก.หนอน ข.ผีเสื้อ ค.ดักแด้
จงวิเคราะห์ภาพที่กำาหนดให้ว่า
เป็นภาพของสัตว์ประเภทใด
พร้อมแต่งเรื่องจากภาพแล้ว
เขียนวงจรชีวิต
6.6. ฝึกคิดแบบแผนภูมิเวนน์ฝึกคิดแบบแผนภูมิเวนน์
((Venn diagramVenn diagram))
- ให้ แทน 1 สิ่ง
- ส่วนที่เหมือนกัน ซ้อนกัน หรือ
อยู่ภายใน
- ส่วนที่ต่างกันอยู่ภายนอก
- อาจมี 2 วง 3 วง 4 วง หรือ
5 วงก็ได้
A B
ส่วน
ต่าง
จาก
B
ส่วน
ต่าง
จาก
A
ส่วน
เหมือ
น
กัน
X Y Z
ตัวอย่างแผนภูมิเวนน์ เปรียบ
เทียบสมบัติของ
เกลือ กับ นำ้าตาล
เกลือ นำ้าตาล
-- สารละลายสารละลาย
นำาไฟฟ้านำาไฟฟ้า
-รสเค็มรสเค็ม
-จุดหลอมเหลจุดหลอมเหล
วสูงวสูง
- สารละลาย
ไม่นำาไฟฟ้า
-รสหวาน
-จุดหลอมเหล
วตำ่า
-ผลึกสีขาว
ใส
รูปสี่เหลี่ยม
-เป็นสาร
บริสุทธิ์
-เป็นสาร
เนื้อเดียว
-ละลายนำ้า
ได้
กิจก
รรมจงเขียนความสัมพันธ์โดยใช้
วงกลมแทนสิ่งที่กำาหนดให้
ตัวอตัวอ
ย่างย่าง
นักบวช พระ
เณร สมภาร
จงเขียนความจงเขียนความ
สัมพันธ์ของสัมพันธ์ของ....
1. ผู้ชาย ตำารวจ
ประชาชน ช่างตัดผม
เฉลเฉล
ยย1. ผู้ชาย ตำารวจ
ประชาชน ช่างตัดผม
2. ผู้ชาย ตำารวจ
ทหาร พระ
เฉลเฉล
ยย2. ผู้ชาย ตำารวจ
ทหาร พระ
กำาหนดให้แผนผังเวนน์ต่อไปนี้ แสดงความกำาหนดให้แผนผังเวนน์ต่อไปนี้ แสดงความ
สัมพันธ์ระหว่างสัมพันธ์ระหว่าง
ระบบสุริยะ ดาวเคราะห์ ดาวศุกร์ ดาวระบบสุริยะ ดาวเคราะห์ ดาวศุกร์ ดาว
พุธ ดาวเหนือพุธ ดาวเหนือ
จงพิจารณาแผนผังเวนน์ แล้วระบุว่า ก. ข.
ค. ง. และจ. คืออะไร
ก
ข ค
ง จ
ิดแบบหาลักษณะร่วม Venn Diag
มคำาตอบที่แสดงลักษณะร่วมขอแต่ละข้อ
พูด บ่น
วามดัง ข.ท่าทาง
ารมณ์ ง.อาการณ์
อ
ายุ ข.เพศ
คนแก่ ง.ญาติ
หาส วัง
วามรำ่ารวย ข.ขนาด
ปทรง ง.ที่อาศัย
4.มะนาว มะดัน มะยม
ก.รูปทรง ข.ขนาด
ค.รส ง.สี
5.นำ้าบาดาล นำ้าปะปา นำ้าคลอง
ก.ประโยชน์ ข.ความใ
ค.สี 4.ความสะอาด
ฝึกคิดแบบผังความคิด (Mind Map) มีหัวข้อ
หลัก หัวข้อรอง และข้อย่อย
ประยุกต์ผังความคิดจากต้นแบบ เพื่อประยุกต์ผังความคิดจากต้นแบบ เพื่อ
ให้สะดวกในการเขียนให้สะดวกในการเขียนกลีบดอก
เกสรเพศผู้
เกสรเพศเมีย
ส่วนประกอบ
กลีบเลี้ยง
ประเภทดอก
เจริญเป็นผล
หน้าที่
ดอก
พยุงลำาต้นดูดนำ้าและเกลือแร่
หน้าที่
รากแก้วรากแขนงท่อโฟเอม
ราก
ใบ
ส่วนประกอบ
ของพืช
ลำาต้น
หายใจ ทางปากใบ
สร้างอาหาร สังเคราะห์ด้วยแสง
คายนำ้า ทางปากใบ
หน้าที่
ท่อไซเลม
ลำาเลียงนำ้า
ลำาเลียงอาหาร
มี 2 ระบบ
88.. ฝึกคิดแบบจำาแนกรายละเอียดฝึกคิดแบบจำาแนกรายละเอียด
((แบบแบบ Grid)Grid)
แยกแยะส่วนประกอบของแยกแยะส่วนประกอบของ
หัวข้อหรือสิ่งที่กำาหนดให้หัวข้อหรือสิ่งที่กำาหนดให้
อาหาร
ส่วนประกอบของสารอาหาร
ไขมัน
คาร์โบไฮเ
ดรต
โปรตีน เกลือแร่
ข้าวผัด
กุ้ง
นำ้าส้มคั้น
การฝึกแบบจำาแนกรายละเอียด ต้อง
อาศัยทักษะการสังเกตและ
คิดวิเคราะห์ ดังตัวอย่าง
Tick ( ) What food do you
eat each day ?Food
Day
Meat,
fish
chicke
n, egg
Milk,
cheese
yoghur
t
Flour,
rice
Sugar,
wheat
Veget
ables
fruits
Sunda
y
Mond
ay
ตัวอย่าง
ใบงาน
99.. ฝึกคิดแบบหักมุมฝึกคิดแบบหักมุม
((Right angle)Right angle)ฝึกให้นักเรียนคิดในเชิงฝึกให้นักเรียนคิดในเชิง
บวกและเชิงลบ เช่นบวกและเชิงลบ เช่น
สิ่งที่มีสิ่งที่มี
ประโยชประโยช
น์น์
สิ่งที่มีสิ่งที่มี
โทษโทษ
ฝึกคิดว่ามีโทษฝึกคิดว่ามีโทษ
อะไรแฝงอยู่อะไรแฝงอยู่
ฝึกคิดว่ามีฝึกคิดว่ามี
ประโยชน์อะไรแฝงประโยชน์อะไรแฝง
อยู่อยู่
ฝึกคิดแบบหักมุม
(Right angle)
ให้นักเรียนฝึกคิดในเชิงบวกและลบ
สิ่งที่เป็นประโยชน์
โทษที่แฝงอยู่1.แก๊สออกซิเจน
........................................... .........................
.................
.......................................... ....
.....................................
2.นำ้าตาล
........................................... ...
.......................................
.......................................... ....
ให้นักเรียนฝึกคิดในเชิงบวกและลบ
สิ่งที่เป็นโทษ
ประโยชน์1. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
........................................... .........................
.................
.......................................... ....
.....................................
2. แสงแดด
........................................... ...
.......................................
.......................................... ....
ฝึกคิดแบบหักมุม
(Right angle)
1010.. ฝึกคิดแบบองค์รวมหรือฝึกคิดแบบองค์รวมหรือ
สายรุ้งสายรุ้ง ((Spectrum)Spectrum)ฝึกวิเคราะห์องค์ประกอบฝึกวิเคราะห์องค์ประกอบ
ทั้งหมด แล้วพิจารณาว่าขาดทั้งหมด แล้วพิจารณาว่าขาด
ส่วนใดจะมีผลกระทบมากที่สุด น้อยส่วนใดจะมีผลกระทบมากที่สุด น้อย
ที่สุด หรือขาดส่วนใดแล้วที่สุด หรือขาดส่วนใดแล้ว
สิ่งนั้นยังคงดำาเนินต่อไปได้ เช่นสิ่งนั้นยังคงดำาเนินต่อไปได้ เช่น
การทดลองเรื่องอุณหภูมิมีผลการทดลองเรื่องอุณหภูมิมีผล
ต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา
การ
ทดลอง
ครั้งที่
อุณหภูมิ
(C)
เวลาที่ใช้
(วินาที)
1
2
3
4
20
อุณหภูมิ
ห้อง
40
60
180
110
60
25
1. การทดลองใด
สามารถตัดออก
แล้วยังสรุปเหมือนเด
2. การทดลองใด
ไม่ควรตัดออก
ฝึกคิดแบบองค์รวมหรือฝึกคิดแบบองค์รวมหรือ
สายรุ้งสายรุ้ง ((Spectrum)Spectrum)ห้องใดในบ้านที่ไม่มีก็ได้ห้องใดในบ้านที่ไม่มีก็ได้
ให้เลือกมาให้เลือกมา 22 ห้องห้อง
1.1. ห้องนอนห้องนอน
2.2. ห้องนั่งเล่นห้องนั่งเล่น
3.3. ห้องนำ้าห้องนำ้า
4.4. ห้องครัวห้องครัว
1111.. ฝึกคิดฝึกคิด
แบบก้างปลาแบบก้างปลา
ผลสัมฤทธิ์ผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนวิชาทางการเรียนวิชา
วิทยาศาสตร์ตำ่าวิทยาศาสตร์ตำ่า
ครู เพื่
อน
สื่อการ
เรียนรู้
ตนเ
อง
สิ่ง
แวดล้
อม
ข้อสอบ
ยาก
ง่วง
นอน
แบ่งเวลาไม่
เหมาะสม
การบ้า
นมาก
เกียจ
คร้าน
12. คิดแบบผังมโนทัศน์
(Concept Map)ใช้ขั้นนำาเข้าสู่บทเรียน หรือ ใช้ขั้น
สรุปก็ได้ ประเทศ
ไทย
มี 6 ภาค
ภาค
เหนือ
ภาค
กลาง
ภาค
ใต้
ภาค
ตะวัน
ออก
ภาค
ตะวันตก
ภาค
ตะวัน
ออก
เฉียง
เหนือ
มี....จัง
หวัด
มี....จัง
หวัด
มี....จัง
หวัด มี....จัง
มี....จัง
หวัด มี....จัง
ฝึกทักษะการฝึกทักษะการ
คิดคิด
คำาชี้แจงคำาชี้แจง
ให้สร้างกิจกรรมฝึกทักษะการให้สร้างกิจกรรมฝึกทักษะการ
คิดรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจากคิดรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจาก1212
รูปแบบทักษะการคิด มารูปแบบทักษะการคิด มา 11
กิจกรรมกิจกรรม
เทคนิคการสอนที่เน้น
กระบวนการเรียนรู้
และการปฏิบัติ
ลูม (Bloom 1974)การเรียนรู้ที่สมบูรณ์ มีการเปลี่ยนแปลง 3 ปร
Cognitive
Domain
ความรู้ ความคิดความรู้ ความคิด
ความเข้าใจความเข้าใจการ
เรียนรู้
Learnin
g
การ
เปลี่ยนแปลง
ด้านทักษะ
ความชำานาญ
Psychomotor
Domain
ด้าน
จิตใจ
Affective
Domain
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสมอง
การปฏิบัติ
การเคลื่อนไห
การสร้าง
ชิ้นงาน
การนำาเสนอ
การแสดง
ความ
รู้สึก
อารม
ณ์
วามเชื่อ
เจต
คติ
ค่านิยม
ฝูงชนกำาเนิดคล้าย
คลึงกัน
ใหญ่ย่อมเพศ ผิวพรรณ
แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน
กันหมด
ยกแต่ชั่ว ดี กระด้าง
Learning
By Doing
John
Dewey
Benjamin S.
Bloom
ทุกคนเรียนรู้ได้
เท่าเทียมกัน แต่
ใช้เวลาต่างกัน
ปราชญ์ชาวบ้าน :
สุราษฎร์ธานีนายสมพร แซ่
โค้ว .... สอนลิง หลักการ
สอน
ให้ความรัก ก่อน
ให้ความรู้
การเรียนรู้ต้อง
ผ่านการปฏิบัติ
O
ได้กำาหนดภาระด้านการศึกษาในทศวรรษที่ 2
ษาในทศวรรษที่ 21 ประกอบด้วย 4 เสาหลัก
ณภาพศิษย์ เป้าหมายการประเมินของ สมศ.”
1. การเรียนเพื่อรู้ (Learning to
know)
- เน้นการรวบรวมความรู้เข้า
ด้วยกัน
- มีการศึกษาลงลึกในบาง
วิชา ซึ่งจะเป็นพื้นฐาน
2. การเรียนเพื่อการปฏิบัติ
(Learning to do)
- เน้นการพัฒนาทักษะและ
ศักยภาพของผู้เรียน
- ช่วยสร้างความสามารถใน
การดำารงชีพอยู่ใน
สถานการณ์ต่างๆ
- ให้ผู้เรียนมีโอกาสได้
ทดลองและพัฒนา
ความสามารถของตน
3. การเรียนเพื่อชีวิต
(Learning to be)
- เน้นให้มนุษย์สามารถ
พัฒนาคุณภาพชีวิตทุกด้าน
และสามารถปรับตัวให้
อยู่ในสังคมที่เปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็ว
- จรรโลงในสิ่งดีๆ และยับยั้ง
สิ่งที่ไม่เหมาะสม
ได้อย่างมีความสุข
4. การเรียนที่จะอยู่ร่วมกัน
(Learning to live together)
- เน้นให้สามารถดำารงชีวิตอยู่
ร่วมกันได้อย่างสันติ
มีความรัก และเคารพ
ซึ่งกันและกัน
- สร้างความรู้ ความเข้าใจใน
ผู้อื่นทั้งแง่
ประวัติศาสตร์
ธรรมเนียม ประเพณี ค่านิยมทาง
การเตรียมตัวการเตรียมตัว
ก่อนสอนก่อนสอน
1.1. ศึกษาวิเคราะห์ เนื้อหาสาระ เรื่องที่สอนจากตำาราศึกษาวิเคราะห์ เนื้อหาสาระ เรื่องที่สอนจากตำารา
หลายๆเล่มให้เข้าใจชัดเจนหลายๆเล่มให้เข้าใจชัดเจน
2.2. วิเคราะห์เป้าหมายการเรียนรู้ตามหลักสูตรทั้งด้านวิเคราะห์เป้าหมายการเรียนรู้ตามหลักสูตรทั้งด้าน KK
PP และและAA นำาไปออกข้อสอบและนำาไปออกข้อสอบและ
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
ตัวอย่างตัวชี้วัดตัวอย่างตัวชี้วัด
ตัวอย่างที่ตัวอย่างที่ 11 พ 1.1 ม.1/3 วิเคราะห์ ภาวะการเจริญเติบโต
ทางร่างกายของตนเองกับ
เกณฑ์มาตรฐาน
ตัวอย่างที่ตัวอย่างที่ 22 วว 5.15.1 ปป.4/5.4/5 ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแสงทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแสง
เป็นพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานไฟฟ้า
และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตัวอย่างที่ตัวอย่างที่ 33 คค 3.23.2 ปป.5/2.5/2 สร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก รูปสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก รูป
สามเหลี่ยมมุมฉากและวงกลมสามเหลี่ยมมุมฉากและวงกลม
ตัวอย่างที่ตัวอย่างที่ 44 สส 2.12.1 ปป.3/1.3/1 สรุปประโยชน์และปฏิบัติตนตามสรุปประโยชน์และปฏิบัติตนตาม
ประเพนีละวัฒนะธรรมประเพนีละวัฒนะธรรม
ตัวอย่างการวิเคราะห์ตัวชี้วัดเพื่อ
วัดผลและสอน
ตัวชี้วัด ความรู้ /
สาระสำาคัญ
(K)
ทักษะ
กระบวนการ/ตั
วบ่งชี้
(P)
คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
(A)
ต 2.2 ป.1/1
ระบุตัวอักษร
และเสียงตัว
อักษรของ
ภาษาต่าง
ประเทศและ
ภาษาไทย
ตัวอักษรและ
เสียงตัวอักษร
ต่าง
ประเทศ(ภาษา
อังกฤษ)และ
ภาษาไทย
ระบุ
ความสามารถใน
การสื่อสาร
ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ
ทำางาน ความถูกต้อง
ตามหลักวัฒนธรรม
เจ้าของภาษา
ท 5.1 ม.1/2
วิเคราะห์
วิจารณ์
วรรณคดี
วรรณกรรม
วรรณคดี
วรรณกรรม
และ
วรรณกรรม
ท้องถิ่นที่อ่าน
วิเคราะห์ วิจารณ์
ความสามารถใน
การสื่อสาร
มีเหตุผล
มุ่งมั่นในการทำางาน
ใฝ่เรียนรู้
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
รักความเป็นไทย
3.3. ศึกษาเทคนิคการสอน สื่อการเรียนรู้ศึกษาเทคนิคการสอน สื่อการเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการวัดและประเมินผล
4.4. จัดทำาแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้จัดทำาแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้
เรียนเป็นสำาคัญและเรียนเป็นสำาคัญและ
การปฏิบัติโดยเลือกเทคนิคที่เหมาะสมการปฏิบัติโดยเลือกเทคนิคที่เหมาะสม
กับเรื่องที่สอน และกับเรื่องที่สอน และ
สอนตามแนวทางการออกข้อสอบที่สอนตามแนวทางการออกข้อสอบที่
เตรียมไว้เตรียมไว้ (Backward design)(Backward design)
5.5. จัดเตรียมอุปกรณ์ สื่อ เครื่องมือวัดจัดเตรียมอุปกรณ์ สื่อ เครื่องมือวัด
และประเมินผลให้ครบและประเมินผลให้ครบ
การเตรียมตัวก่อนการเตรียมตัวก่อน
สอนสอน ((ต่อต่อ))
การเข้า
สอน/ดำาเนินการ
สอน1. เสริมสร้างบรรยากาศที่ดี เตรียมความพร้อม
ของผู้เรียน(ขั้นนำา)
2. บอกหัวข้อที่จะสอนและเป้าหมายการเรียนรู้
(ตัวชี้วัด)
- นักเรียนต้องรู้อะไร (K)
- ต้องทำาอะไรได้ (P)
- เป็นคนที่มีคุณลักษณะ / คุณภาพอย่างไร
(A)
3. ดำาเนินการสอนตามแผนปรับแผนให้ยืดหยุ่น
ตามสถานการณ์และบูรณาการการวัดและ
ประเมินผลให้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการ
5. ตรวจสอบผลการเรียนรู้ทันทีที่สอนจบ
แต่ละตัวชี้วัด / หัวข้อและเฉลย ปรับปรุง
แก้ไขก่อนที่จะเรียนเรื่องต่อไป
6. บันทึกหลังสอนไว้เป็นข้อมูลการแก้
ปัญหาหรือพัฒนาคุณภาพการจัดการ
เรียนการสอน
7. เก็บข้อมูลเกี่ยวกับคะแนนของนักเรียนไว้
เพื่อจัดทำารายงานหรือ
พัฒนาผลงานทางวิชาการ
8. นำาปัญหาจากบันทึกหลังสอนหรือความ
การเข้า
สอน/ดำาเนินการ
สอน
ะบวนการทางวิทยาศาสตร์
1) กำาหนดปัญญา
2) ตั้งสมมติฐาน
3) รวบรวมข้อมูล
4) วิเคราะห์ข้อมูล
5) สรุป
2. กระบวนการสืบสวนสอบสวน
1) กำาหนดปัญหา
2) ตั้งสมมติฐาน
3) รวบรวมข้อมูล
4) ทดสอบสมมติฐาน
5) สร้างข้อสรุป
6) นำาไปประยุกต์ใช้
วนการทางคณิตศาสตร์
ระบวนการสร้างทักษะคำานวณ
1) ตรวจสอบความคิดรวบยอด
2) สรุปกฎ สูตร ทฤษฎีบท
3) ฝึกการใช้กฎ
4) ปรับปรุงแก้ไข
ระบวนการแก้ปัญหาโจทย์
1) วิเคราะห์โจทย์
2) กำาหนดขั้นตอนปฏิบัติ
3) ลงมือปฏิบัติ
4) ตรวจสอบคำาตอบ
4. กระบวนการคิดวิจารณญาณ
1) สังเกต
2) อธิบาย
3) รับฟัง
4) เชื่อมโยงความสัมพันธ์
5) วิจารณ์
6) สรุป
วนการสร้างความคิดรวบยอด
จำาแนกความแตกต่าง
หาลักษณะร่วม
ระบุชื่อความคิดรวบยอด
ทดสอบและนำาไปใช้
6. กระบวนการเรียน
ความรู้ ความ
เข้าใจ
1) สังเกต
ตระหนัก
2) วางแผน
ปฏิบัติ
3) ลงมือปฏิบัติ
7. กระบวนการกลุ่ม
1) มีผู้นำา อาจ
ผลัดเปลี่ยนกัน
2) วางแผน
กำาหนด
วัตถุประสงค์
และวิธีการ
3) รับฟังความ
คิดเห็นจาก
สมาชิก
ทุกคนบนพื้น
ฐานของเหตุผล
4) แบ่งหน้าที่รับ
8. กระบวนการเรียน
ภาษา
1) ทำาความ
เข้าใจ
สัญลักษณ์ สื่อ
รูปภาพ รูป
แบบ
เครื่องหมาย
2) สร้างความ
คิดรวบยอด
3) ส่อความ
หมายความคิด
4) พัฒนาความ
สามารถ
9. กระบวนการ
ตระหนัก
1) สังเกต
2) วิจารณ์
3) สรุป
10. กระบวนการสร้าง
เจตคติ
1) สังเกต
2) วิจารณ์
3) สรุป
11. กระบวนการสร้าง
ค่านิยม
1) สังเกต-
ตระหนัก
2) ประเมินเชิง
เหตุผล
3) กำาหนดค่า
นิยม
12. กระบวนการ
ปฏิบัติ
1) สังเกต-รับ
รู้
2) ทำาตาม
แบบ
3) ทำาเองโดย
ไม่มีแบบ
4) ฝึกให้
ชำานาญ
13. กระบวนการแก้
ปัญหา
1) สังเกต-
กำาหนดปัญหา
2) วิเคราะห์
3) สร้างทาง
เลือก
14. ทักษะกระบวนการ
1) ตระหนักใน
ปัญหาและความ
ต้องการจำาเป็น
2) คิดวิเคราะห์
วิจารณ์
3) สร้างทางเลือก
หลากหลาย
4) ประเมินผลและ
เลือกทางเลือก
5) กำาหนดและ
ลำาดับขั้นตอนปฏิบัติ
6) ปฏิบัติด้วยความ
ชื่นชม
โรเบิร์ต คาร์พลัสโรเบิร์ต คาร์พลัส
(( Robert Karplus )Robert Karplus )
การนำาเข้าสู่
บทเรียน
สร้างความ
สนใจ
Engageme
nt
การ
สำารวจ
Explor
ation
การ
ประเมิน
ผล
Evaluati
on
การขยาย
ความรู้
การลงข้อ
สรุปElabora
tion
การ
อธิบาย
Explan
พีรามิดการเรียนรู้ของวิธีการสอนพีรามิดการเรียนรู้ของวิธีการสอน
แบบกระตือรือร้นแบบกระตือรือร้น
บรรยาย
การอ่าน
สื่อโสตทัศนูปกรณ์
การสาธิต
การอภิปรายกลุ่ม
การลงมือปฏิบัติ
การสอนผู้อื่น/การใช้สิ่งที่เรียนรู้ทันที
รามิดการเรียนรู้
ค่าร้อยละเฉลี่ยอัตราความค
55
1010
2020
3030
5050
7575
9090
1.จากวารสารวิชาการปีที่6 ฉบับที่9 เดือน
กันยายน 2546 ของสพฐ.
- ผู้เรียนเรียนรู้แบบมีความหมาย
- การเรียนแบบร่วมมือระหว่างผู้เรียน
- ครูลดบทบาทในการสอน การให้
ความรู้
- ครูเพิ่มกิจกรรมให้ผู้เรียนเกิดความ
กระตือรือร้น
ActiveActive
LearningLearning
Active Learning เป็นการจัดการเรียน
รู้บนความเชื่อ 2 ประการ
1.) การเรียนรู้เป็นความพยายามโดย
ธรรมชาติของมนุษย์
2.) แต่ละบุคคลมีแนวทางในการเรียนรู้ที่
แตกต่างกัน(Meyers and Jones,1993)
โดยผู้เรียนจะถูฏเปลี่บนบทบาทจากผู้รับ
ความรู้(Receive) ไปสู่การมีส่วนร่วมใน
การสร้างความรู้(co-creaters)(Fedler
1.ผู้เรียน
กระตือรือร้นทำา
กิจกรรมอย่างต่อ
เนื่อง
2.กิจกรรมหลาก
หลาย
3.ฝึกทักษะการ
คิด
วิเคราะห์ คิด
แก้ปัญหา
4.ตรวจสอบความ
เข้าใจทันที
ที่เรียนจบ
5.ใช้ร่วมกับเทคนิค
เพื่อนคู่คิด เน้นการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
และตรวจสอบผลการ
เรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด
ทำากิจกรรม
เพื่อนคู่คิด
ทุกกิจกรรมมี
คะแนน
เป็นเป้าหมายสอบ
แบบ
เพื่อน
คู่คิดสอบสอบ
แบบแบบ
OpenOpen
6.นักเรียนมี
โอกาสพัฒนา
คะแนนจากผล
การทำากิจกรรม
และการสอบ
7.ประเมินผลอ
ย่างต่อเนื่อง
สะสมรวบรวม
ตลอดภาคเรียน
8.มีผลให้ผล
สัมฤทธิ์สูงขึ้น
ผลการสอบเข้า
มหาวิทยาลัย
เพิ่มขึ้นเป็นร้อย
ละ 90.83
น้นผู้เรียนเป็นสำาคัญ
2. นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และมีปฏิสัมพันธ์
ระหว่างนักเรียน-นักเรียน ครู-นักเรียน
3. มีการทำางานเป็นกลุ่ม มีวิน
4.
นักเรีย
นเป็น
ผู้รับผิด
ชอบใน
การ
เรียนรู้
5. เน้นทักษะ
กระบวนการ
ใช้ทักษะการ
แก้ปัญหา6. มีการแลกเปลี่ยนเรียนร
7. เรียนรู้ด้วย
การปฏิบัติ
มีการฟัง
อ่าน พูด
เขียน
8. มีการทดสอบ
และเฉลยทันที
เพื่อปรับปรุง
แก้ไข พัฒนา
คะแนนได้
9. ครูเป็นผู้
แนะนำา
นำาอภิปราย
กระตุ้นให้คิด
ให้ความรู้ จัด
สื่ออุปกรณ์
ใบงาน ตั้ง
คำาถาม
และตอบ
คำาถาม
วิจัยและพัฒนาสื่อนวัตกรรม การจัดการเรียนรู้วิจัยและพัฒนาสื่อนวัตกรรม การจัดการเรียนรู้
พัฒนาบทเรียนแบบหน่วยสมบูรณ์แบบพัฒนาบทเรียนแบบหน่วยสมบูรณ์แบบ
ที่เน้นการเรียนรู้แบบกระตือรือร้น วิชาเคมี วที่เน้นการเรียนรู้แบบกระตือรือร้น วิชาเคมี ว ..
40224 (40224 (เทอมเทอม1)1)
((ปีพปีพ..ศศ.2546 – 2548).2546 – 2548)
ข้อค้นพบข้อค้นพบ
นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง มีทักษะนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง มีทักษะ
การคิดวิเคราะห์ ร้อยละการคิดวิเคราะห์ ร้อยละ 78.7778.77
และสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ร้อยละและสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ร้อยละ 90.8390.83
ผลงานของครูศรีลักษณ์ ผลวัฒนะ ที่ผ่านการผลงานของครูศรีลักษณ์ ผลวัฒนะ ที่ผ่านการ
ประเมินวิทยฐานะ เชี่ยวชาญพิเศษประเมินวิทยฐานะ เชี่ยวชาญพิเศษ
นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้แบบหน่วยนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้แบบหน่วย
สมสมบูรณ์แบบสมสมบูรณ์แบบ
ที่เน้นการเรียนรู้แบบกระตือรือร้นที่เน้นการเรียนรู้แบบกระตือรือร้น
รายการที่รายการที่22
รายการที่รายการที่11
หลัก
การ
- ให้นักเรียนเรียนอย่างมีเป้าหมาย
มีพลัง และกระตือรือร้น- ตรวจการบ้านอย่างจริงจัง เป็น
ข้อมูลป้อนกลับ
สอน
ทำา
กิจกรร
ม
- ใช้เทคนิคเพื่อนคู่คิด จับคู่
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ตรวจ
สอบ
ทันที
ให้
ปรับปรุ
ง
พัฒนา
เรียน
หัวข้อ
ต่อไป
พัฒนาระหว่างเรียนโดยครูผู้สอน
เป็นการประเมินการสอบย่อย กิจกรรม การ
เขียนรายงานตามสภาพจริงในห้องเรียน
วิชา..............................................................................
ชั้น..................................
ภาคเรียนที่......................................... ปีการ
ศึกษา........................................
เลข
ที่
ชื่อ
นามสกุ
ล
ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 ครั้งที่ 5 ครั้งที่ 6 ครั้งที่ 7 ครั้งที่ 8 รวม
80
เทียบ
คะแนน
10 พัฒนา 10 พัฒนา 10 พัฒนา 10 พัฒนา 10 พัฒนา 10 พัฒนา 10 พัฒนา 10 พัฒนา
1
2
3
4
....
....
ข้อแนะนำาข้อแนะนำา 1.1. คะแนนประเมินเพื่อพัฒนา ครูกำาหนดเองตามความคะแนนประเมินเพื่อพัฒนา ครูกำาหนดเองตามความ
เหมาะสม ว่าควรเก็บกี่ครั้งเหมาะสม ว่าควรเก็บกี่ครั้ง
คะแนนเทียบ จากคะแนนเต็มที่รวมไว้แล้ว เทียบเป็นคะแนนเทียบ จากคะแนนเต็มที่รวมไว้แล้ว เทียบเป็น
คะแนนจริงที่กำาหนดคะแนนจริงที่กำาหนด
เป็นคะแนนเก็บเป็นการประเมินตามสภาพจริงเป็นคะแนนเก็บเป็นการประเมินตามสภาพจริง
1.1.
เพื่อนเพื่อน
คู่คิดคู่คิด
 ใช้ได้ทุกเรื่องใช้ได้ทุกเรื่อง
 แก้ปัญหานักเรียนแก้ปัญหานักเรียน
ไม่ชอบไม่ชอบ
ตั้งคำาถาม ตอบตั้งคำาถาม ตอบ
คำาถาม หรือคำาถาม หรือ
แสดงความคิดแสดงความคิด
การจัดกิจกรรมที่เน้นการจัดกิจกรรมที่เน้น
กระบวนการกลุ่มกระบวนการกลุ่ม
กิจกรรม
1. ให้นักเรียนต่างคนต่างทำาใบงาน
2. เมื่อเสร็จแล้วให้จับคู่ตรวจคำาตอบ
อภิปราย ซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
3. แลกเปลี่ยนกันตรวจ โดยฟังเฉลย
จากครู
4. ผู้ตรวจต้องจดบันทึกสิ่งที่เพื่อนคู่คิด
ทำาผิด พร้อมทั้งให้คะแนน
กิจกรรม
1. ให้นักเรียนต่างคนต่างทำาใบงาน
2. เมื่อเสร็จแล้วให้จับคู่ตรวจคำาตอบ
อภิปราย ซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
3. แลกเปลี่ยนกันตรวจ โดยฟังเฉลย
จากครู
4. ผู้ตรวจต้องจดบันทึกสิ่งที่เพื่อนคู่คิด
ทำาผิด พร้อมทั้งให้คะแนน
เพื่อนคู่คิดแบบที่เพื่อนคู่คิดแบบที่ 11
1. เล่าเรื่องการถ่ายทอด
พลังงาน
......................................................
.............
......................................................
.............
......................................................
.............
......................................................
.............
......................................................
............. .......................................
............................
กิจกรรม เรื่อง การถ่ายทอดพลังงานกิจกรรม เรื่อง การถ่ายทอดพลังงาน
คำาชี้แจงคำาชี้แจง ให้นักเรียนจัดกลุ่ม กลุ่มละให้นักเรียนจัดกลุ่ม กลุ่มละ22คน ทำากิจกรรมต่อไปคน ทำากิจกรรมต่อไป
นี้นี้
1.1. ระบายสีระบายสี 2.2. เล่าเรื่องการถ่ายทอดพลังงานเล่าเรื่องการถ่ายทอดพลังงาน 3.3. ระบุระบุ
ผู้ผลิต ผู้บริโภคอันดับผู้ผลิต ผู้บริโภคอันดับ 11 ผู้บริโภคอันดับผู้บริโภคอันดับ 33
และผู้ย่อยสลายและผู้ย่อยสลาย 4.4.เติมศัพท์ภาษาอังกฤษลงในเติมศัพท์ภาษาอังกฤษลงใน
ช่องสี่เหลี่ยมช่องสี่เหลี่ยม
1. เล่าเรื่องการถ่ายทอด
พลังงาน
......................................................
.............
......................................................
.............
......................................................
.............
......................................................
.............
......................................................
............. .......................................
............................
กิจกรรม เรื่อง การถ่ายทอดพลังงานกิจกรรม เรื่อง การถ่ายทอดพลังงาน
คำาชี้แจงคำาชี้แจง ให้นักเรียนจัดกลุ่ม กลุ่มละให้นักเรียนจัดกลุ่ม กลุ่มละ22คน ทำากิจกรรมต่อไปคน ทำากิจกรรมต่อไป
นี้นี้
1.1. ระบายสีระบายสี 2.2. เล่าเรื่องการถ่ายทอดพลังงานเล่าเรื่องการถ่ายทอดพลังงาน 3.3. ระบุระบุ
ผู้ผลิต ผู้บริโภคอันดับผู้ผลิต ผู้บริโภคอันดับ 11 ผู้บริโภคอันดับผู้บริโภคอันดับ 33
และผู้ย่อยสลายและผู้ย่อยสลาย 4.4.เติมศัพท์ภาษาอังกฤษลงในเติมศัพท์ภาษาอังกฤษลงใน
ช่องสี่เหลี่ยมช่องสี่เหลี่ยม
คำาชี้แจง จงระบุส่วนประกอบของพืช หมายเลข 1 ,2,3,4 และ เขียนหน้าที่
ของส่วนประกอบแต่ละส่วน
อย่างละ 3 ข้อ
1.........................
.....
...........................
....
...........................
.....
...........................
..... 2.........................
.....
...........................
....
...........................
.....
...........................
.....
3.........................
.....
...........................
....
...........................
.....
...........................
.....
4.........................
.....
...........................
....
...........................
.....
...........................
.....
4
3
2
1
1. ให้นักเรียนศึกษาจากใบความรู้ หรือกรอบความ
รู้ที่กำาหนดให้
2. ตั้งคำาถามคนละ2-3 ข้อ
3. จับคู่เป็นเพื่อนคู่คิดโดยผลัดกันถาม-ตอบ
- ถ้า ก. ตั้งคำาถาม ข. ต้องเป็นผู้ตอบ และก.
ต้องจดคำาตอบของ ข.ไว้
เมื่อ ก. ถามครบทุกข้อแล้วให้ ข. เป็นผู้ตั้ง
คำาถามและ ก. เป็นผู้ตอบ ซึ่ง ข. ต้องจดคำาตอบ
ของ ก. ไว้
4. ครูเฉลยข้อสรุปที่ได้จากใบความรู้หรือกรอบ
ความรู้ที่กำาหนด
5. ก. ให้คะแนน ข. และ ข. ให้คะแนน ก.
6. บันทึกคะแนนของนักเรียนทุกคนในแบบบันทึก
1. ให้นักเรียนศึกษาจากใบความรู้ หรือกรอบความ
รู้ที่กำาหนดให้
2. ตั้งคำาถามคนละ2-3 ข้อ
3. จับคู่เป็นเพื่อนคู่คิดโดยผลัดกันถาม-ตอบ
- ถ้า ก. ตั้งคำาถาม ข. ต้องเป็นผู้ตอบ และก.
ต้องจดคำาตอบของ ข.ไว้
เมื่อ ก. ถามครบทุกข้อแล้วให้ ข. เป็นผู้ตั้ง
คำาถามและ ก. เป็นผู้ตอบ ซึ่ง ข. ต้องจดคำาตอบ
ของ ก. ไว้
4. ครูเฉลยข้อสรุปที่ได้จากใบความรู้หรือกรอบ
ความรู้ที่กำาหนด
5. ก. ให้คะแนน ข. และ ข. ให้คะแนน ก.
6. บันทึกคะแนนของนักเรียนทุกคนในแบบบันทึก
เพื่อนคู่คิดเพื่อนคู่คิด
แบบที่แบบที่ 22
คำาชี้แจง 1.อ่านกรอบความรู้ที่กำาหนดให้ 2.ตั้งคำาถาม 2
ข้อ
3.จับคู่แลกเปลี่ยน ผลัดกัน ตั้งคำาถามและตอบคำาถาม ให้
จดสิ่งที่เพื่อนตอบไว้
4.เมื่อหมดเวลาฟังเฉลยจากครู แล้วประเมินเพื่อนโดยให้
คะแนนที่เห็นว่าเหมาะสม
คำาถาม 1. ............................................................................
2.............................................................................
คำาตอบของเพื่อนคู่คิด
1...............................................................................
2...............................................................................
แนวทางในการจัดกิจกรรมแนวทางในการจัดกิจกรรม
1.1. วิเคราะห์เนื้อหาในหลักสูตรที่สามารถใช้วิเคราะห์เนื้อหาในหลักสูตรที่สามารถใช้
กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ 22 เรื่องเรื่อง
2.2. นักเรียนคนที่นักเรียนคนที่1.1. อ่านเรื่องป่าชายเลนอ่านเรื่องป่าชายเลน
นักเรียนคนที่นักเรียนคนที่ 2.2. อ่านเรื่องป่าเบญจพรรณอ่านเรื่องป่าเบญจพรรณ
กำาหนดเวลาให้กำาหนดเวลาให้ 1010 นาทีนาที
1)1) อ่านเพื่อจับประเด็นสำาคัญ แล้วนำาไปอ่านเพื่อจับประเด็นสำาคัญ แล้วนำาไป
เล่าให้เพื่อนฟังเล่าให้เพื่อนฟัง
2)2) ผู้ฟังต้องตั้งใจฟัง จับประเด็นสำาคัญผู้ฟังต้องตั้งใจฟัง จับประเด็นสำาคัญ
สงสัยอะไรให้จดไว้ ถามเมื่อเพื่อนเล่าจบสงสัยอะไรให้จดไว้ ถามเมื่อเพื่อนเล่าจบ
เพื่อนตอบอย่างไรต้องจดไว้เพื่อนตอบอย่างไรต้องจดไว้
3)3) ให้นักเรียนคนที่ให้นักเรียนคนที่11และและ22 ผลัดกันทำาผลัดกันทำา
กิจกรรมตามข้อกิจกรรมตามข้อ1)1) และและ 2)2)
3.3. ครูเฉลยแนวคิดสำาคัญของเรื่องที่ครูเฉลยแนวคิดสำาคัญของเรื่องที่ 11 และเรื่องที่และเรื่องที่
22
เพื่อนคู่คิดเพื่อนคู่คิด
แบบที่แบบที่ 33
กิจกรรมเล่าสู่กิจกรรมเล่าสู่
กันฟังกันฟัง1. ให้จับคู่เพื่อนคู่คิดต่างคนต่างอ่าน
เรื่องที่กำาหนดให้แล้วผลัดกันเล่าและ
ฟังอย่างกระตือรือร้นเพื่อจับใจความ
สำาคัญมีถ้ามีปัญหาสงสัยให้ถามหลัง
จากเล่าจบ และจดคำาตอบที่เพื่อนตอบ
ไว้
ก. เล่าเรื่องที่ 1 ข.ฟัง
ข. เล่าเรื่องที่ 2 ก.ฟัง2. เมื่อทำากิจกรรมจบ ให้ฟังข้อสรุปซึ่ง
เป็นการเฉลยของครู แล้ว
ก. ประเมินผลการเล่าเรื่องของ ข. จากนั้น
ข. ประเมินการเล่าเรื่องของ ค. แล้วบันทึก
กรอบความรู้ เรื่องที่ 1 ป่าชายเลน
เป็นป่าบริเวณชายทะเล และปากแม่นำ้าของ
ประเทศในป่าเขตร้อน เป็นบริเวณนำ้ากร่อย
ประเทศไทยพบที่แถบชายฝั่งทะเลในภาคใต้ และ
ภาคตะวันออก มีสภาพแวดล้อม ที่ต่างจากป่าบก
หลายอย่าง เช่น สภาพดินเป็นเลน ระดับนำ้า
ทะเลในช่วงต่างๆของแต่ละวันต่างกัน ดินมีแร่ธาตุ
และสารอาหารสมบูรณ์ พืชที่พบในป่าชายเลน
ได้แก่ แสม โกงกาง ตะบูน โพธิ์ทะเล เสมา พืชส่วน
กรอบความรู้ เรื่องที่ 2 ป่าผลัดใบผสมหรือป่าผลัดใบผสมหรือ
เบญจพรรณเบญจพรรณ ((Mixed decidouous forests)Mixed decidouous forests)
                    ขึ้นอยู่ทั่วไปทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาค ขึ้นอยู่ทั่วไปทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ มีเนื้อที่ประมาณ ๖ ล้านเฮกตาร์ตะวันออกเฉียงเหนือ มีเนื้อที่ประมาณ ๖ ล้านเฮกตาร์
          ทางภาคเหนือมีไม้สักขึ้นปะปนอยู่ทั่วไปในป่าชนิด          ทางภาคเหนือมีไม้สักขึ้นปะปนอยู่ทั่วไปในป่าชนิด
นี้ ทางภาคกลางคงมีอยู่บ้างในบางท้องที่ เช่น ที่นี้ ทางภาคกลางคงมีอยู่บ้างในบางท้องที่ เช่น ที่
กาญจนบุรี ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคยมีไม้สักขึ้นกาญจนบุรี ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคยมีไม้สักขึ้น
        อยู่บ้าง ในจังหวัดขอนแก่น หนองคาย และนครพนม        อยู่บ้าง ในจังหวัดขอนแก่น หนองคาย และนครพนม
แต่ปัจจุบันนี้มีเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยแต่ปัจจุบันนี้มีเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย
ชั้น............. เลขที่...........
ชื่อเพื่อน
คู่คิด.....................................เลข
ที่...........
กิจกรรมที่ 1 เรื่อง เล่าสู่กันฟัง เวลา................นาที
คะแนน 10 คะแนน
1.เรื่องที่
อ่าน .....................................................................................................................................................
.............
สาระความรู้ที่
ได้ ........................................................................................................................................................
..
....................................................................................................................
.....................................
...................................................................................................................................................
.....
คำาถามที่เพื่อนถาม
1. .........................................................................................................................................................
(ตอบ.................................................................................................................................................)
2. .........................................................................................................
..............................................
(ตอบ....................................................................................................
...............................................)
2. เรื่องที่ฟังจาก
เพื่อน........................................................................................................................................................
...
สาระความรู้ที่
ได้ ............................................................................................................................................................
...
............................................................................................................................................................
..
............................................................................................................................................................
..
คำาถามที่ถาม
เพื่อน1. ...................................................................................................................................................
.........
(ตอบ..........................................................................................................
.........................................)
3. ฟังเฉลยจากครูแล้ว เพื่อนคู่คิดควรให้
คะแนน .............................คะแนน
การจัดกิจกรรมที่เน้นการจัดกิจกรรมที่เน้น
กระบวนการกลุ่มกระบวนการกลุ่ม2. L.T. ( Learning2. L.T. ( Learning
Together )Together )
1 2
3 4
1
1 2
3 4
2
1 2
3 4
3
1 2
3 4
4
1 2
3 4
5
1 2
3 4
6
1 2
3 4
7
1 2
3 4
8 ฝึกการทำางานเป็นฝึกการทำางานเป็น
ทีมทีม
ต้องมีอุปกรณ์ครบ มีต้องมีอุปกรณ์ครบ มี
เวลาพอเวลาพอ
11ครูต้องเตรียมสื่อครูต้องเตรียมสื่อ//อุปกรณ์ให้พร้อมอุปกรณ์ให้พร้อม 2.2.ก่อนสอนต้องก่อนสอนต้อง
ให้นักเรียนอ่านคำาสั่งที่ครูให้ทำากิจกรรมแล้วสุ่มให้นักเรียนอ่านคำาสั่งที่ครูให้ทำากิจกรรมแล้วสุ่ม 11
กลุ่ม อธิบายขั้นตอนการทำางานกลุ่ม อธิบายขั้นตอนการทำางาน 3.3.ครูตรวจสอบความครูตรวจสอบความ
ถูกต้องอาจต้องเพิ่มเติมถูกต้องอาจต้องเพิ่มเติม
ให้สมบูรณ์ให้สมบูรณ์ 4.4.นักเรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมนักเรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรม 5.5.สุ่มสุ่ม
นักเรียนนำาเสนอผลงานนักเรียนนำาเสนอผลงาน 6.6.ให้กลุ่มรายงานประเมินให้กลุ่มรายงานประเมิน
ตนเองและประเมินกลุ่มเพื่อนตนเองและประเมินกลุ่มเพื่อน
1. ชื่อ
เรื่อง...............................
......
2. เนื้อหาที่
แต่ง........................
.....
..................................
....................
..................................
....................
..................................
....................
3.
ปัญหา.....................
คำาชี้แจงคำาชี้แจง กิจกรรมที่ ........
เรื่อง ............................... เวลา 20 นาที
1.ให้นักเรียนจัดกลุ่มๆ ละ 3-4 คน เลือกประธาน เลขา แล้วแบ่งหน้าที่ความ
รับผิดชอบในกลุ่ม คะแนน 10 คะแนน
2.พิจารณารูปที่กำาหนดให้แล้วทำากิจกรรมต่อไปนี้
1. ระบายสี 2. เล่าเรื่องจากภาพ 3. ตั้งชื่อเรื่อง 4. วิเคราะห์ปัญหา 5.
วิเคราะห์วิธีออกแบบแก้ไขปัญหา
6.ก้อนหินก้อนเล็กสำาคัญอย่างไร ไม่มีได้หรือไม่ 7. บอกหลักการที่
ทำาให้งานสำาเร็จ 8. หาคำาศัพท์ภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุด
4. วิเคราะห์วิธีออกแบบแก้ไข
ปัญหา...........................................................................................................
5. ก้อนหินก้อนเล็กสำาคัญอย่างไร ไม่มีได้หรือ
ไม่ ......................................................................................
6. สรุปหลักการที่ใช้แก้
1. ชื่อ
เรื่อง...............................
......
2. เนื้อหาที่
แต่ง........................
.....
..................................
....................
..................................
....................
..................................
....................
3.
ปัญหา.....................
คำาชี้แจงคำาชี้แจง กิจกรรมที่ ........
เรื่อง ............................... เวลา 20 นาที
1.ให้นักเรียนจัดกลุ่มๆ ละ 3-4 คน เลือกประธาน เลขา แล้วแบ่งหน้าที่ความ
รับผิดชอบในกลุ่ม คะแนน 10 คะแนน
2.พิจารณารูปที่กำาหนดให้แล้วทำากิจกรรมต่อไปนี้
1. ระบายสี 2. เล่าเรื่องจากภาพ 3. ตั้งชื่อเรื่อง 4. วิเคราะห์ปัญหา 5.
วิเคราะห์วิธีออกแบบแก้ไขปัญหา
6.ก้อนหินก้อนเล็กสำาคัญอย่างไร ไม่มีได้หรือไม่ 7. บอกหลักการที่
ทำาให้งานสำาเร็จ 8. หาคำาศัพท์ภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุด
4. วิเคราะห์วิธีออกแบบแก้ไข
ปัญหา...........................................................................................................
5. ก้อนหินก้อนเล็กสำาคัญอย่างไร ไม่มีได้หรือ
ไม่ ......................................................................................
6. สรุปหลักการที่ใช้แก้
แบบประเมินการนำาเสนอผล
งานกลุ่มรายการประเมิน
กลุ่มที่
หมาย
เหตุ
1 2 3 4 5 6 7 8 9 1
0
1. เทคนิค
การนำาเสนอ
2. ความ
ร่วมมือภายในกลุ่ม
3.
สื่อ/อุปกรณ์ที่ใช้ใน
การรายงาน
4. สาระที่
ได้จากการรายงาน
กลุ่มที่ประเมิน
................................................................................
สมาชิก 1.
................................................................................
2.
................................................................................แบบประเมินนี้แบบประเมินนี้ 1.1.นักเรียนประเมินกลุ่มตนเองนักเรียนประเมินกลุ่มตนเอง 2.2.เพื่อนเพื่อน
3.3. จัดกลุ่มจัดกลุ่ม 4 – 54 – 5 คน เรียนแบบคน เรียนแบบ
Group InvestigationGroup Investigation หรือหรือ G.I.G.I.
1 2
3 4
A
การกลั่
น
1 2
3 4
1 21 2
3 43 4
C การทำาโค
รมาโทรกราฟี
1 2
3 4
1 2
3 4
B การ
ตกผลึก
1 2
3 4
1.1. วิธีนี้วิธีนี้ 22 กลุ่มเรียนเหมือนกันแล้วนำากลุ่มเรียนเหมือนกันแล้วนำา
เสนอผลงานเสนอผลงาน
เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ละหว่างกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ละหว่างกลุ่ม
กับกลุ่มอื่นฝึกการทำางานเป็นทีมกับกลุ่มอื่นฝึกการทำางานเป็นทีม
ฝึกการเป็นวิทยากรทีมมีอุปกรณ์ฝึกการเป็นวิทยากรทีมมีอุปกรณ์
น้อย ลดเวลาที่ใช้สอนนักเรียนมีน้อย ลดเวลาที่ใช้สอนนักเรียนมี
ประสบการณ์ตรงเรื่องเดียวประสบการณ์ตรงเรื่องเดียว
DD การกรองการกรอง EE การกลั่น ด้วยไอนำ้าการกลั่น ด้วยไอนำ้า
<<<< ศูนย์การศูนย์การ
เรียนเรียน >>>>* แก้ปัญหา เรื่อง - เวลาเรียนน้อย
สอนไม่ทัน
- อุปกรณ์ / สื่อ ไม่
เพียงพอ
- ให้นักเรียน ได้
รับประสบการณ์ตรงครบทุกเรื่อง
ศูนย์
สำารอง
ศูนย์ที่
1
การก
ลั่น
ศูนย์ที่ 2
การกลั่น
ด้วยไอนำ้า
ศูนย์ที่ 3
การแยกสารโดยวิธี
โครมาโทกราฟี
ศูนย์ที่
4
การ
ตกผลึก
ศูนย์ที่
5
การก
รอง
44.. จัดกลุ่มเรียนรู้แบบจิ๊กจัดกลุ่มเรียนรู้แบบจิ๊ก
ซอว์ซอว์ ((JigsawJigsaw))
ขั้นตอนขั้นตอน
1.1.เลือกเรื่องที่จะสอน ที่เป็นอิสระ มีเนื้อหาเลือกเรื่องที่จะสอน ที่เป็นอิสระ มีเนื้อหา
แยกกันแยกกัน
2.2.ถ้ามีถ้ามี 44 เรื่อง กลุ่มบ้านเรื่อง กลุ่มบ้าน ((Home GroupHome Group))จะมีจะมี
44 คน ถ้ามีคน ถ้ามี 66 เรื่องเรื่อง
กลุ่มบ้านจะมีกลุ่มบ้านจะมี 66 คนคน
3.3.ให้แต่ละคนเลือกเรื่องที่จะศึกษาให้แต่ละคนเลือกเรื่องที่จะศึกษา
4.4.ให้ผู้ที่เลือกเรื่องเดียวกันมารวมกันเป็นกให้ผู้ที่เลือกเรื่องเดียวกันมารวมกันเป็นก
ลุ่มลุ่มExpert GroupExpert Group
ทยากรเดี่ยวทำาให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทั้งห้อง วิธีนี้ไม่ควรทยากรเดี่ยวทำาให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทั้งห้อง วิธีนี้ไม่ควร
44.. จัดกลุ่มเรียนรู้แบบจิ๊กจัดกลุ่มเรียนรู้แบบจิ๊ก
ซอว์ซอว์ ((JigsawJigsaw))
ฝึกการเป็นวิทยากร ทำาให้เกิดปฏิสัมพันธ์ ทั้งห้องฝึกการเป็นวิทยากร ทำาให้เกิดปฏิสัมพันธ์ ทั้งห้อง
วิธีนี้ไม่ควรจัดบ่อยครั้งวิธีนี้ไม่ควรจัดบ่อยครั้ง
A1 B1
F1 C1
E1 D1
A2 B2
F2 C2
E2 D2
A3 B3
F3 C3
E3 D3
A4 B4
F4 C4
E4 D4
Ho
me
Gro
up
A1 A2
A4 A3
B1 B2
B3 B4
C1 C2
C3 C4
F1 F2
F3 F4
E1 E2
E3 E4
D1 D2
D3 D4
Expert
Group
การวัดและประเมินผลการ
เรียนวิทยาศาสตร์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551
กำาหนดแนวทางการวัดและประเมินผลไว้ดังนี้
(กระทรวงศึกษาธิการ,2551:23-25)1. การประเมินผลเป็นกระบวนการ
ที่ควบคู่ไปกับ
กระบวนการเรียนการสอน
2. สถานศึกษาทำาหน้าที่ประเมินผล
การเรียน
ภายใต้ระเบียบการวัดและ
ประเมินผล
3. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ได้กำาหนดการวัดและประเมินผล
การประเมินผลการเรียน
รู้มี 4 ระดับ
1. ระดับชั้นเรียน
ครูผู้สอน
2. ระดับสถานศึกษา โรงเรียน
3. ระดับเขตพื้นที่ เขต
พื้นที่การศึกษา (LAS)
4. ระดับชาติ สำานัก
ทดสอบทางการศึกษา
ต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน
และตัวชี้วัดทุกระดับ
การประเมินผล
ระดับชั้นเรียน
อยู่ในกระบวนการการจัดการ
เรียนรู้ของครูผู้สอน
ดำาเนินการอย่างสมำ่าเสมอ และ
ใช้เทคนิคที่หลากหลาย
การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน
การประเมินโครงงาน
การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน แฟ้มสะสม
งาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ
โดยผู้สอนเป็น ผู้ประเมินเอง หรือ เปิดโอกาส
ให้ผู้เรียนประเมินตนเอง
เพื่อนประเมินเพื่อน ผู้ปกครองร่วมประเมิน
ในกรณีที่ไม่ผ่านตัวชี้วัดให้มีการสอนซ่อม
ผู้สอนประเมิน / ผู้เรียนประเมิน
ตนเอง / เพื่อนประเมิน / ผู้ปกครอง
การประเมินผลระดับ
สถานศึกษา
-เพื่อตัดสินผลการเรียนรายปี /
รายภาค
-ประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์
และเขียน
-คุณลักษณะอันพึงประสงค์ /
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
-สะท้อนการจัดการศึกษาที่ส่งผลต่อการ
พัฒนาผู้เรียนตามเป้าหมาย
-ผู้เรียนมีจุดที่ต้องพัฒนาด้านใด
-ใช้เปรียบเทียบเกณฑ์ระดับชาติ / จัด
ทำาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตาม
แนวทางประกันคุณภาพและรายงานผล
การประเมินผลระดับเขตพื้นที่
การศึกษา (LAS)
ประเมินคุณภาพผู้เรียนใน
ระดับเขตพื้นที่
พื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้น
ใช้ข้อสอบของเขตพื้นที่ หรือร่วม
มือกับหน่วยงานต้นสังกัด
ใช้ตรวจสอบ / ทบทวนข้อมูลการประเมิน
ระดับสถานศึกษาในเขตพื้นที่
การประเมินผลระดับชาติ (O-
NET)
ประเมินคุณภาพของผู้เรียนระดับ
ชาติ ตามมาตรฐาน
และตัวชี้วัด
ป.6 ม.3 ม.6
ข้อมูลใช้วางแผนยกระดับคุณภาพการ
จัดการศึกษา
และระดับนโยบายของประเทศ
หลักการวัดและ
ประเมินผล
1. การวัดและประเมินผลต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน
และตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้
2. ครอบคลุมสาระการเรียนรู้แกนกลางหลักสูตรการ
ศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
3. เป็นเครื่องมือวัดและประเมินผลที่มีคุณภาพและ
วัดได้ครอบคลุมทั้งความรู้ (K) ความสามารถหรือ
สมรรถนะ (P) และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
4. เครื่องมือวัดและประเมินผลที่มีความเที่ยงตรง
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ต้องมีข้อมูลที่
เชื่อถือได้ จึงต้องมีเครื่องมือ หรือวิธีการ รูปแบบ
ของการวัดและประเมินผล หรือกระบวนการใน
การตัดสิน
ผลการเรียน จึงจะมีความยุติธรรมและถูกต้อง
ดังนี้
หลักการประเมินผลแนวใหม่
• สอดคล้องกับสภาพจริง
(Authentic)
• เคลื่อนไหวต่อเนื่อง ( Dynamic)
• สะสมรวบรวม (Collection)
• ทำาด้วยตนเอง (Self-Director)
• สะท้อนตนเอง (Self-Reflection)
• ตอบตรงประเด็น (Responsive)
ประเภทของการวัด
และประเมินผล
ประเมินผลเพื่อ
ปรับปรุง
การเรียนการ
สอน
ระหว่างเรียน
(Formative
Assessment)
แบบทดสอบ
วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ใช้ตัดสินผลการเรียน
(Summative Assessment)
แบบทดสอบ
วินิจฉัย
ข้อบกพร่อง
ทางการเรียน/
ความถนัด/ความ
สามารถพิเศษ
(Diagnostic
Assessment)
ประเมินผลเพื่อปรับปรุงการเรียนการ
สอนระหว่างเรียน
( Formative Assessment )
ประเมินตามสภาพจริง ตามตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง
ประเมินจากทดสอบย่อย ภาระงาน
รายงาน แบบสังเกตุต่างๆ
ประเมินตามตัวชี้วัด
ครบทั้ง K P A
นำาผลการประเมินส่งกลับแจ้งต่อผู้
เรียน (Feedback)
เพื่อพัฒนาพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน
และเทคนิคการการสอนของครู
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน
( Summative Assessment )
ภาคเรียนละ 1 – 2 ครั้ง
แบบทดสอบประเภท เขียนตอบ
หรือ เลือกตอบ
ประเมินตามตัวชี้วัด
ครบทั้ง K P A
ใช้ตัดสินผลการเรียน
ผลการประเมินนำาไปตัดสิน
ผลขั้นสุดท้าย
เพื่อให้ระดับผลการเรียน
แบบทดสอบวินิจฉัยข้อ
บกพร่องทางการเรียน /
ความถนัด / ความสามารถ
พิเศษ
( Diagnostic Assessment )ใช้เพื่อวิเคราะห์ ข้อบกพร่อง ความถนัด
ความสามารถพิเศษของผู้เรียนปัญหาที่
เกิดจากการเรียนรู้ของนักเรียน
นำาผลมาพัฒนานวัตกรรม หรือ แก้
ปัญหาโดยการพัฒนานวัตกรรม
เทคนิคการสอน หรือ
สื่อการเรียนรู้
ช้ในการวิจัยเพื่อแก้ปัญหา หรือ เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรีย
การตัดสินผลการ
เรียน
1. การตัดสินแบบอิง
กลุ่ม
(Norm Reference) นำา
ข้อมูลที่ได้จากการและ
ประเมินผลมาแจกแจง
ความถี่
การหาค่ามัธยฐาน (Mean)
ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(Standard Deviation)
ค่าความคลาดเคลื่อน
มาตรฐาน(Standard Error)
ใช้สำาหรับพิจารณาตัดสิน
2. การ
ตัดสินแบบอิงเกณฑ์
(Criterion
Reference) เช่น
ให้ระดับผลการเรียน
จากคะแนนเต็ม
100 คะแนน สำาหรับ
ชั้นมัธยมศึกษา
ให้ระดับผลการเรียน
เป็น 8 ระดับ
การวัดและประเมิน
ผล มี 2 วิธี
ใช้แบบ
ทดสอบ
อัต
นัย
เขียนตอบ เลือก
ตอบ
การ
ประเมิน
ตาม
สภาพ
จริง
ปรนั
ย
ผลการทำากิจกรรมผลการทำากิจกรรม //
ภาระงานภาระงาน
การเขียนรายงานการเขียนรายงาน //
การนำาเสนอผลงานการนำาเสนอผลงาน
แฟ้มสะสมผลงานแฟ้มสะสมผลงาน
การสังเคราะห์ผลการการสังเคราะห์ผลการ
เรียนรู้ของนักเรียนเรียนรู้ของนักเรียน
การประเมินผล เพื่อตัดสินผลการ
เรียน ( K , P, A ตามตัวชี้วัด)
การวัดและประเมินผลตามมาตรฐาน ตัว
ชี้วัด/ผลการเรียนรู้
ระหว่าง
ภาค
ปลายภาค(20
คะแนน)
กลางภาค(20
คะแนน)
การประเมิน
คุณลักษณะ
อันพึงประสงค์
(A)
การประเมิน
ของครู
(60 คะแนน) ประเมิน
ตลอดภาค
เรียน
เพื่อตัดสิน
ดีเยี่ยม-ดี-
ผ่าน
การสอบย่อย
Formative
กี่ครั้งขึ้นอยู่กับ
ผู้สอน
การประเมินตามสภาพจริง
- แฟ้มสะสมผลงาน -
การนำาเสนอผลงาน
-การรายงาน
- โครงงาน
จัดทำาตารางกำาหนดคะแนนตามตัวชี้วัด/ผล
การเรียนรู้
ให้ครบทุกตัวชี้วัด
ถ้าไม่ครบทุดตัวชี้วัดนักเรียนจะไม่จบการ
ศึกษา
ลอกตัวชี้วัดที่ 1 10
5 - - 15
ลอกตัวชี้วัดที่ 2 6
4 - - 10
ลอกตัวชี้วัดที่ 3 9
6 - - 15
ลอกตัวชี้วัดที่ 4 5
5 - - 10
รวม 30
20 - - -
ลอกตัวชี้วัดที่ 5 -
- 8 7 15
ลอกตัวชี้วัดที่ 6 -
- 10 5 15
ตัวอตัวอ
ย่างย่าง
หลักการออกข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลักการออกข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนทางการเรียน
ที่ครอบคลุม ทุกหน่วยการเรียนรู้และทุกที่ครอบคลุม ทุกหน่วยการเรียนรู้และทุก
ตัวชี้วัดตัวชี้วัด
ต้องสร้างตารางวิเคราะห์ตัวชี้วัดต้องสร้างตารางวิเคราะห์ตัวชี้วัด
วิเคราะห์วิเคราะห์//
ผลการเรียนรู้ หรือ จุดประสงค์ผลการเรียนรู้ หรือ จุดประสงค์
เพื่อนำาไปหาค่าเพื่อนำาไปหาค่า IOCIOC
ต้องวิเคราะห์ระดับพฤติกรรมด้านสติต้องวิเคราะห์ระดับพฤติกรรมด้านสติ
ปัญญาปัญญา
(( ความรู้ ความจำา ความเข้าใจ ทักษะความรู้ ความจำา ความเข้าใจ ทักษะ
กระบวนการกระบวนการ
และการนำาไปใช้ เพื่อนำาไปหาค่าและการนำาไปใช้ เพื่อนำาไปหาค่า
IOAIOA))
และและ
แสดงตารางวิเคราะห์ ค่าแสดงตารางวิเคราะห์ ค่า IOCIOC และและ IOAIOA
การวิเคราะห์หาค่า IOC (Item Objective
Congruence) หรือ ดัชนี
ความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับตัวชี้วัด /
ผลการเรียนรู้ / จุดประสงค์ข้อสอบที่เหมาะสมต้องมีค่า IOC
ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป
∑x
N
เมื่อ IOC คือ ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบ
กับตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ / จุดประสงค์
x คือ ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้
เชี่ยวชาญเชิงเนื้อหาวิชาทุกคน
N คือ จำานวนผู้เชี่ยวชาญเนื้อหาวิชา
=สูตร IOC
การวิเคราะห์หาค่า IOA (Item Objective
Appropriation) หรือ ดัชนี
ความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับระดับ
พฤติกรรมด้านสติปัญญาข้อสอบที่เหมาะสมต้องมีค่าIOA
ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป
∑x
N
เมื่อ IOA คือ ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบ
กับระดับพฤติกรรมด้านสติปัญญา
x คือ ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้
เชี่ยวชาญเชิงเนื้อหาวิชาทุกคน
N คือ จำานวนผู้เชี่ยวชาญเนื้อหาวิชา
=สูตร IOA
ควรให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดหรือจุดประสงค์การเรียนรู้
และวัดพฤติกรรมระดับสูงกว่าความรู้ความจำาระดับ
พฤติกรรม
ด้านพุทธิ
พิสัย
ความ
รู้ / จำา
ความ
เข้าใจ
นำา
ไป
ใช้
วิเคราะ
ห์
สังเครา
ะห์
ประเมิ
นค่า
รู้ /
จำา
ความ
เข้าใจ
ทักษะ
กระบวนกา
ร
นำาไป
ใช้
Bloo
m
Klopfer
ตารางวิเคราะห์ข้อสอบ
รายวิชา.................ชั้น................ ภาคเรียนที่ ...........
จำานวนหน่วยกิต...........
การเขียนข้อสอบวัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย
บลูม (Bloom) และคณะ ได้จำาแนกจุดประสงค์
ทางการศึกษาออกเป็น 3 ด้าน
พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย ได้แบ่งย่อยเป็น 6 ด้าน มี
ดังนี้
1. ความรู้ความจำา (Knowledge)
ความรู้ความจำา หมายถึง ความสามารถของสมองที่
เก็บสะสมเรื่องราวต่าง ๆ หรือประสบการณ์ทั้งปวง
    ที่ตนได้รับรู้มาตัวอย่างข้อสอบ1.1. วัตถุดิบที่พืชใช้ในกระบวนการสังเคราะห์วัตถุดิบที่พืชใช้ในกระบวนการสังเคราะห์
ด้วยแสงของพืชคืออะไรด้วยแสงของพืชคืออะไร
11 แก๊สออกซิเจน และ นำ้าแก๊สออกซิเจน และ นำ้า 22 แก๊สแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ นำ้าคาร์บอนไดออกไซด์ นำ้า
33 กลูโคส และนำ้ากลูโคส และนำ้า 44 แก๊สแก๊ส
ปรับให้เป็นข้อสอบระดับความ
เข้าใจและคิดวิเคราะห์
B
A
C
D
E
จากภาพแสดงกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแส
A และ B คืออะไร ตามลำาดับ
1. แก๊สออกซิเจน และ นำ้า
2. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ นำ้า
3. กลูโคส และนำ้า
4. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สออกซิเ
ข้อมูลนี้สามารถออกข้อสอบเพิ่มได้ว่าข้อมูลนี้สามารถออกข้อสอบเพิ่มได้ว่า
C DC D และและ EE คือสารใดคือสารใด
2.2. ความเข้าใจความเข้าใจ ((Comprehension) Comprehension) 
หมายถึง ความสามารถในการนำาความรู้ความจำาไปหมายถึง ความสามารถในการนำาความรู้ความจำาไป
ดัดแปลงปรับปรุง เพื่อให้สามารถดัดแปลงปรับปรุง เพื่อให้สามารถ
จับใจความ หรือเปรียบเทียบ ย่นย่อเรื่องราว ความคิด ข้อจับใจความ หรือเปรียบเทียบ ย่นย่อเรื่องราว ความคิด ข้อ
 เท็จจริงต่าง ๆ เท็จจริงต่าง ๆ
           2.12.1 การแปลความ หมายถึง ความสามารถแปลสิ่งการแปลความ หมายถึง ความสามารถแปลสิ่ง
ซึ่งอยู่ในระดับหนึ่งไปยังอีกระดับหนึ่งได้ สุภาษิต สำานวนซึ่งอยู่ในระดับหนึ่งไปยังอีกระดับหนึ่งได้ สุภาษิต สำานวน
โวหารโวหาร
           2.22.2 การตีความ หมายถึง การจับใจความสำาคัญของการตีความ หมายถึง การจับใจความสำาคัญของ
เรื่องหรือการเอาเรื่องราวเดิมเรื่องหรือการเอาเรื่องราวเดิม
 มาคิดในแง่ใหม่ มาคิดในแง่ใหม่
          2.32.3 การขยายความ หมายถึง การคาดคะเนหรือคาดการขยายความ หมายถึง การคาดคะเนหรือคาด
หวังว่า จะมีสิ่งนั้นเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในอดีต หรืออนาคตหวังว่า จะมีสิ่งนั้นเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในอดีต หรืออนาคต
โดยอาศัยแนวโน้มที่ทราบมาเป็นหลักโดยอาศัยแนวโน้มที่ทราบมาเป็นหลัก
ัวอย่างข้อสอบ
1.1. จากสมการ นำ้าตาลกลูโคสจากสมการ นำ้าตาลกลูโคส ++ แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ++
นำ้านำ้า ++ พลังงานพลังงาน
การเปลี่ยนแปลงตามสมการเกิดขึ้นกับพืช จงพิจารณาว่าข้อสอบใดถูกต้องการเปลี่ยนแปลงตามสมการเกิดขึ้นกับพืช จงพิจารณาว่าข้อสอบใดถูกต้อง
1.1. การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในเวลากลางคืนเท่านั้นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในเวลากลางคืนเท่านั้น
2.2. การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในเวลากลางวันเท่านั้นการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในเวลากลางวันเท่านั้น
3.3. การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
4.4. การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในเวลากลางคืนมากกว่าเวลาการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในเวลากลางคืนมากกว่าเวลา
กลางวันกลางวัน
ตัวอย่างข้อสอบ
2.2. ข้อความต่อไปนี้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับข้อความต่อไปนี้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับ
เรื่องอะไรเรื่องอะไร
หัวล้านได้หวีหัวล้านได้หวี ตาบอดได้แว่นตาบอดได้แว่น1.1. การได้รับของที่พ้นสมัยการได้รับของที่พ้นสมัย 2.2.การได้การได้
รับของที่ผู้ได้รับรังเกียจรับของที่ผู้ได้รับรังเกียจ
3.3. การได้รับของที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ได้การได้รับของที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ได้
4.4.การได้รับของที่ปราศจากคุณค่าการได้รับของที่ปราศจากคุณค่า
3. การนำาไปใช้ (Application) 
หมายถึง ความสามารถในการนำาความรู้
ความเข้าใจในเรื่องราวใด ๆ ไปใช้
ในสถานการณ์จริงในชีวิตประจำาวันหรือใน
สถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน 
ตัวอย่างข้อสอบ
พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา
“ระบุว่า เกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 2 คำ่า
เดือน 5 จุลศักราช 1131 ”ปีฉลู เหตุการณ์นี้น่า
จะเกิดขึ้นในเวลาใด
1. พ.ศ. 1826 สมัยพ่อขุนรามคำาแหง
มหาราช
2. พ.ศ. 2117 สมัยสมเด็จพระมหาธรรม
ราชา
3. พ.ศ. 2143 สมัยสมเด็จพระนเรศวร
Gerald is talking to Cynthia on the mobile
Gerald : Walk along the street for 5 minutes.
Can you see the intersection ?
Cynthia : Yes, I have crossed the intersection.
It’s behind me now.
Gerald : Oh, sorry. Go back to the intersection.
Don’t cross back. Turn left at the intersection.
The bank is on your left.
ตัวอย่างข้อสอบ O-NET ปี 2556
• Use the information in the dialogue to
choose the correct map
1. 2. 3. 4.
4.4. การวิเคราะห์การวิเคราะห์ ((Analysis) Analysis) 
หมายถึง การแยกแยะพิจารณาดูรายละเอียดของสิ่งหมายถึง การแยกแยะพิจารณาดูรายละเอียดของสิ่ง
ต่าง ๆ หรือเรื่องราวต่าง ๆ ว่ามีชิ้นส่วนใดสำาคัญที่สุดต่าง ๆ หรือเรื่องราวต่าง ๆ ว่ามีชิ้นส่วนใดสำาคัญที่สุด
เป็นการใช้วิจารณญาณเพื่อไตร่ตรองเป็นการใช้วิจารณญาณเพื่อไตร่ตรอง
           4.14.1 การวิเคราะห์ ความสำาคัญ หมายถึง การการวิเคราะห์ ความสำาคัญ หมายถึง การ
 พิจารณาหรือจำาแนกว่า ชิ้นใด พิจารณาหรือจำาแนกว่า ชิ้นใด
ส่วนใด เรื่องใด ตอนใด สำาคัญที่สุด หรือหาจุดเด่นส่วนใด เรื่องใด ตอนใด สำาคัญที่สุด หรือหาจุดเด่น
จุดประสงค์สำาคัญจุดประสงค์สำาคัญ
          4.24.2 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ หมายถึง การการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ หมายถึง การ
ค้นหาความเกี่ยวข้องระหว่างคุณลักษณะสำาคัญของค้นหาความเกี่ยวข้องระหว่างคุณลักษณะสำาคัญของ
เรื่องราวหรือสิ่งต่าง ๆ ว่าสองชิ้นส่วนใดสัมพันธ์กันเรื่องราวหรือสิ่งต่าง ๆ ว่าสองชิ้นส่วนใดสัมพันธ์กัน
          4.34.3 การวิเคราะห์หลักการ หมายถึง การให้การวิเคราะห์หลักการ หมายถึง การให้
พิจารณาดูชิ้นส่วน หรือส่วนปลีกย่อยต่าง ๆ ว่าพิจารณาดูชิ้นส่วน หรือส่วนปลีกย่อยต่าง ๆ ว่า
ทำางานหรือเกาะยึดกันได้ หรือคงสภาพเช่นนั้นได้ทำางานหรือเกาะยึดกันได้ หรือคงสภาพเช่นนั้นได้
เพราะใช้หลักการใดเป็นแกนกลางเพราะใช้หลักการใดเป็นแกนกลาง
ตัวอย่างข้อสอบ
ข้อใดมีชื่อดอกไม้มากที่สุด
1.1. ชมสร้อยฟ้าสารภียี่สุ่นเทศชมสร้อยฟ้าสารภียี่สุ่นเทศ
2.2.พิกุลบุนนาคนมสวรรค์พิกุลบุนนาคนมสวรรค์
3.3. กิ่งกาหลงชงโคมะลิวัลย์กิ่งกาหลงชงโคมะลิวัลย์ 4.4.เกตแก้วเกตแก้ว
จำาปามหาหงส์จำาปามหาหงส์
5.การสังเคราะห์ (Synthesis) 
หมายถึง ความสามารถในการผสมผสานเรื่องราว
หรือสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป
 เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเป็นเรื่องราวใหม่
     5.1 การสังเคราะห์ข้อความ หมายถึง การนำา
เอาความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ มาผสม
หรือปรุงแต่งขึ้นใหม่ เกิดเป็นข้อความหรือเรื่อง
ราวใหม่ ๆ เช่น การเขียนเรียงความ
     5.2 การสังเคราะห์แผนงาน หมายถึง เป็นการ
วัดความสามารถในการเขียนโครงการ
 แผนปฏิบัติงาน
     5.3 การสังเคราะห์ ความสัมพันธ์ หมายถึง
ตัวอย่างตัวอย่าง
ข้อสอบข้อสอบ
กำาหนดข้อความกำาหนดข้อความ
ให้ดังนี้ให้ดังนี้
เสด็จพ้นทวาเรศข้ามคูเวียงหวั่นเสด็จพ้นทวาเรศข้ามคูเวียงหวั่น
ฤทัยท่านเพียงจักว้าพระองค์ก็ฤทัยท่านเพียงจักว้าพระองค์ก็
อ่อนเอียงเอนอาสน์ อกระรัวมัวอ่อนเอียงเอนอาสน์ อกระรัวมัว
หน้าสั่นส้านเสียวแสยงหน้าสั่นส้านเสียวแสยงคำาสั่งคำาสั่ง
ศึกษาข้อความที่กำาหนดให้แล้ววิเคราะห์ศึกษาข้อความที่กำาหนดให้แล้ววิเคราะห์
เพื่อจัดวรรคเพื่อจัดวรรค
ให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ พร้อมทั้งให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ พร้อมทั้ง
ระบุว่าเป็นคำาประเภทใดระบุว่าเป็นคำาประเภทใด
หลักการหลักการ ต้องจำาผังของฉันทลักษณ์ได้ แล้ววิเคราะห์ต้องจำาผังของฉันทลักษณ์ได้ แล้ววิเคราะห์
ข้อความว่าตรงกับผังของฉันทลักษณ์ใดข้อความว่าตรงกับผังของฉันทลักษณ์ใด
แล้วสังเคราะห์ฉันทลักษณ์นั้นแล้วสังเคราะห์ฉันทลักษณ์นั้น
เสด็จพ้นทวาเรศข้ามเสด็จพ้นทวาเรศข้าม คูคู
เวียงเวียง
หวั่นฤทัยท่านหวั่นฤทัยท่านเพียงเพียง
จักว้าจักว้า
พระองค์ก็อ่อนพระองค์ก็อ่อนเอียงเอียง
เอนอาสน์เอนอาสน์
อกระรัวมัวหน้าสั่นส้านอกระรัวมัวหน้าสั่นส้าน
เสียวแสยงเสียวแสยง
เฉลย โคลงเฉลย โคลง
สี่สุภาพสี่สุภาพ
ให้เทียบกับบทครูให้เทียบกับบทครู
เสียงลือเสียงเล่าอ้างเสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันอัน
ใดใด พี่เอยพี่เอย
เสียงย่อมยอยศเสียงย่อมยอยศใครใคร
ทั่วหล้าทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับสองเขือพี่หลับใหลใหล
ลืมตื่น ฤาพี่ลืมตื่น ฤาพี่
สองพี่คิดเองอ้าสองพี่คิดเองอ้า
อย่าได้ ถามเผืออย่าได้ ถามเผือ
6.การประเมินค่า (Evaluation) 
หมายถึง การวินิจฉัย หรือตีราคา เรื่องราว ความ
คิด เหตุการณ์ต่าง ๆ โดยสรุปเป็น
คุณค่าว่า ดี-  เลว
     6.1 การประเมินค่าโดยอาศัยข้อเท็จจริงภายใน
หมายถึง การประเมินค่าโดยใช้ข้อเท็จจริง
 ต่าง ๆ ตามท้องเรื่อง หรือตามสถานการณ์นั้น ๆ
     6.2 การประเมินค่า โดยอาศัยเกณฑ์ภายนอก
หมายถึง การประเมินค่าโดยใช้เกณฑ์จาก
สิ่งภายนอกเรื่องราวนั้น ๆ เป็นหลักในการ
พิจารณาตัดสิน
ัวอย่างข้อสอบ
หากต้องการศึกษาพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ถูกนำ้ากัดเซาะ
ในแต่ละปี เพื่อหามาตรการป้องกันและแก้ไข ควร
เลือกใช้เครื่องมือชนิดใด
1. GPS 2. GIS
3. แผนที่ประเทศไทย 4. ภาพถ่ายทางอากาศ 5.
ภาพจากดาวเทียม
แบบฝึกออกข้อสอบที่ตรงตามตัวชี้วัด และระดับ
พฤติกรรมด้านสติปัญญาใช้สำาหรับหาค่า IOC
และ IOAแบบ
ฟอร์มข้อที่..........
ตัวชี้วัด (ใช้หาค่า IOC)
……………………………………………………………
……………………………………………………………
……………………………………………………………
…
ระดับพฤติกรรมด้านสติปัญญา (ใช้หาค่า IOA)
………………………………………..…
โจทย์.....................................................................................
...............................................................................................
.............................................................................................
ตัว
เลือก......................................................................................
แบบประเมินตนเอง
ให้นักเรียนประเมินตนเองจากผลที่ได้จากการเรียนรู้ใน
รายวิชา....................... วิชา.........
ตามหัวข้อต่อไปนี้ โดยทำาเครื่องหมาย  ลงในช่องที่ตรงกับ
ระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีแต่ละหัวข้อ
สัปดา
ห์
ที่
เรื่อง/หัวข้อย่อย
ระดับความพึงพอใจ/
ความเข้าใจ บันทึก
เพิ่มเติม
มาก ปาน
กลาง
น้อย
1. 1. x x x
1.1 xxxxxxx
1.2 xxxxxxx
1.3 กิจกรรม
เรื่อง..............................................
2. 2. x x x
2.1
ชื่อ............................................................................................ชั้น........
............เลขที่..................
พัฒนาระหว่างเรียนโดยครูผู้สอน
เป็นการประเมินการสอบย่อย กิจกรรม การ
เขียนรายงานตามสภาพจริงในห้องเรียน
วิชา..............................................................................
ชั้น..................................
ภาคเรียนที่......................................... ปีการ
ศึกษา........................................
เลข
ที่
ชื่อ
นามสกุ
ล
ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 ครั้งที่ 5 ครั้งที่ 6 ครั้งที่ 7 ครั้งที่ 8 รวม
80
เทียบ
คะแนน
10 พัฒนา 10 พัฒนา 10 พัฒนา 10 พัฒนา 10 พัฒนา 10 พัฒนา 10 พัฒนา 10 พัฒนา
1
2
3
4
....
....
ข้อแนะนำาข้อแนะนำา 1.1. คะแนนประเมินเพื่อพัฒนา ครูกำาหนดเองตามความคะแนนประเมินเพื่อพัฒนา ครูกำาหนดเองตามความ
เหมาะสม ว่าควรเก็บกี่ครั้งเหมาะสม ว่าควรเก็บกี่ครั้ง
คะแนนเทียบ จากคะแนนเต็มที่รวมไว้แล้ว เทียบเป็นคะแนนเทียบ จากคะแนนเต็มที่รวมไว้แล้ว เทียบเป็น
คะแนนจริงที่กำาหนดคะแนนจริงที่กำาหนด
เป็นคะแนนเก็บเป็นการประเมินตามสภาพจริงเป็นคะแนนเก็บเป็นการประเมินตามสภาพจริง
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้
เรื่อง...............................................................................................
.ชั้น ...................................
เลข
ที่
ชื่อ
นามสกุล
ความ
ตั้งใจ
10
การตั้ง
คำาถาม
และตอบ
คำาถาม
10
การร่วม
กิจกรร
มกลุ่ม
10
ส่งงานใน
เวลา
ที่กำาหนด
10
มา
เรียน
สมำ่าเ
สมอ
10
รวม
คะแ
นน
50
1
2
3
4
5
6
.................
.................
.................
.........
.................
............. ...
.................
.................
.................
......
.................
..........
..........
..........
....
..........
.......
..........
......
..........
......
..........
.............
.........
.............
.........
.............
.........
.............
.........
.............
..........
.............
...........
...........
...........
...........
...........
...........
...........
...........
...........
.........
..............
..............
..............
..............
..............
..............
..............
..............
..............
..............
....
........
........
........
........
........
........
........
........
........
........
....
.......
.......
.......
.......
.......
.......
.......
.......
.......
...
วิธีการวิธีการ เริ่มต้นให้ทุกช่องมีคะแนนเต็มเริ่มต้นให้ทุกช่องมีคะแนนเต็ม 1010
-- บันทึกร่องรอยที่นักเรียนไม่ได้ปฏิบัติตามเกณฑ์การบันทึกร่องรอยที่นักเรียนไม่ได้ปฏิบัติตามเกณฑ์การ
ประเมิน โดยขีดประเมิน โดยขีด (( // )) ลงในช่องที่ประเมินลงในช่องที่ประเมิน
แล้วนำาไปลบออกจากคะแนนเต็ม นำาคะแนนที่ได้มารวมกันแล้วนำาไปลบออกจากคะแนนเต็ม นำาคะแนนที่ได้มารวมกัน
การประเมินผลด้านการประเมินผลด้าน
ทักษะปฏิบัติทักษะปฏิบัติ ((PP))
1. สังเกตพฤติกรรมด้านทักษะปฏิบัติขณะ
ทำาการทดลองเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์
สารเคมี ขั้นตอนการทดลอง ความ
ปลอดภัยในการทดลอง
การจัดเก็บอุปกรณ์ การทำางานกลุ่ม โดย
ใช้แบบสังเกตทักษะปฏิบัติ
2. ตรวจการเขียนรายงานการทดลองโดยมี
เกณฑ์ให้คะแนนที่ชัดเจน
แบบประเมินพฤติกรรมด้านทักษะ
ปฏิบัติ
เรื่อง................................................................................................ชั้น .............
......................กลุ่มที่/
ชื่อ
วางแผ
น
ทำางาน
ร่วมกัน
(10
คะแนน
)
ใช้
อุปกรณ์
และ
สารเคมี
ได้ถูก
ต้อง
(10
คะแนน)
จัด
พื้นที่
การทด
อง
เหมาะ
สม
ปลอดภั
ย
(10
คะแนน
)
จัดเก็บ
อุปกรณ์
และ สาร
เคมีได้
เรียบร้อ
ย
สะอาด
(10
คะแนน)
ทำางาน
เสร็จ
ใน
เวลาที่
กำาหน
ด
(10
คะแนน
)
รวม
(50
คะแนน
)
ปรับ
เป็น
10คะแน
น
กลุ่มที่
1
....................
.......
....................
.......
วิธีการวิธีการ เริ่มต้นให้ทุกช่องมีคะแนนเต็มเริ่มต้นให้ทุกช่องมีคะแนนเต็ม 1010
-- บันทึกร่องรอยที่นักเรียนไม่ได้ปฏิบัติตามเกณฑ์การประเมิน โดยขีดบันทึกร่องรอยที่นักเรียนไม่ได้ปฏิบัติตามเกณฑ์การประเมิน โดยขีด (( //
)) ลงในช่องที่ประเมินลงในช่องที่ประเมิน
เกณฑ์การประเมินทักษะ
ปฏิบัติการทดลอง
กลุ่ม
ที่
คะแน
น ระดับคุณภาพ
รายการประเมิน
4
( 9- 10
คะแนน)
3
( 7 – 8
คะแนน)
2
( 5 – 6
คะแนน)
1
(ตำ่ากว่า
5คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
........
........
.
........
.
........
..
1. จัดวางอุปกรณ์
เหมาะสม
ปลอดภัย
2. วางแผนการ
ทำางานร่วมกัน
3. แบ่งหน้าที่ภายใน
กลุ่มเหมาะสม
4.ใช้อุปกรณ์ได้ถูก
ต้อง
เป็นส่วนใหญ่
หรือ ทุกรายการ
5. ใช้สารเคมีได้ถูก
ต้อง
6. ดำาเนินการทดลอง
ได้ถูกต้อง
7. ผลการทดลองถูก
ต้อง
8. ทำางานได้เสร็จใน
เวลาที่กำาหนด
ปฏิบัติได้
ถูกต้อง 9
– 10
รายการ
ปฏิบัติได้
ถูกต้อง 7
- 8
รายการ
ปฏิบัติได้
ถูกต้อง 5
- 6
รายการ
ปฏิบัติได้
ถูกต้อง
ตำ่ากว่า 5
รายการ
ระดับคุณภาพระดับคุณภาพ
การแปรความหมายการแปรความหมาย
44
ดีมากดีมาก
33
ดี
แบบประเมินการเขียนแบบประเมินการเขียน
รายงานการทดลองรายงานการทดลอง
ชื่อ
นามสกุ
ล
รายการประเมินความถูกต้อง
แบบ
ฟอร์ม
( 1 )
กำาหนด
จุด
ประสง
ค์
( 1 )
การ
กำาหน
ด
ตัวแป
ร
( 1 )
วิธี
ทดลอ
ง ถูก
ต้อง
ชัดเจ
น
( 2 )
บันทึก
ผล
( 2 )
วิเครา
ะห์
และ
สรุป
( 2 )
ความ
สะอาด
( 1 )
รวม
( 10ค
ะแนน
)
1
2
3
4
.....
.
.....
...
.....
..
xxxx
xxxx
xxxx
xxxx
วิชาวิชา ............................................................................ ชั้นชั้น..............................................
การประเมินด้านคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ (A)ชั้น.............. วิชา....................... ผู้
สอน................................เล
ขที่
ชื่อ-นามสกุล รัก
ชาติ
ศาส
น์
กษัต
ริย์
ซื่อสั
ตย์
สุจริต
มี
วินัย
ใฝ่
เรียนรู้
เป็น
อยู่พอ
เพียง
มุ่งมั่น
ในการ
ทำางาน
รัก
ความ
เป็น
ไทย
มีจิต
สาธาร
ณะ
สรุปผล
การ
ประเมิน
1
2
40
Xxxxx
xxxxxx
Xxxxx
xxxxxx
Xxxxx
xxxxxx
3
3
3
3
2
2
2
2
2
3
2
3
2
3
3
3
2
3
เกณฑ์การเกณฑ์การ
ประเมินประเมิน
3 = ดีเยี่ยม
2 = ดี
วิธีการวิธีการ เริ่มต้นให้ทุกช่องมีเริ่มต้นให้ทุกช่องมี
คะแนนเต็มคะแนนเต็ม 1010
-- บันทึกร่องรอยคุณลักษณะที่ไม่บันทึกร่องรอยคุณลักษณะที่ไม่
พึงประสงค์ โดยขีดพึงประสงค์ โดยขีด ( )( ) ลงในช่องลงในช่อง
ลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีขึ้นไปมีจำานวนลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีขึ้นไปมีจำานวน ........ คนคน
ภาระงานภาระงาน ความ
รู้+ทักษะ
(ความ
สามารถ)
รู้และคิด /
มีทักษะ
และกระบวนการ
ตั้งใจเอาใจใส่และมี
การประเมินภาระงานต้องทำาเกณฑ์การการประเมินภาระงานต้องทำาเกณฑ์การ
ให้คะแนนแบบให้คะแนนแบบ rubricsrubrics
ซึ่งประกอบด้วยเกณฑ์การประเมินกับซึ่งประกอบด้วยเกณฑ์การประเมินกับ
ระดับคุณภาพระดับคุณภาพ((จากมากไปน้อยจากมากไปน้อย))
ชนิดของ
ภาระงาน
1.ภาระงาน
ตามคำาสั่ง
2.ภาระงาน
ตาม
ธรรมชาติ
3.โครง
งานที่ใช้
เวลานาน
4.แฟ้ม
สะสม
งาน
4.แฟ้ม
สะสม
งาน
5.การแสดง
การสาธิต
6.การทดลอง
การปฏิบัติ
7.การนำา
เสนอ
ด้วย
วาจา/
การแสดง
ละคร
1. การตรวจให้คะแนนภาระงานต้องสร้างตาราง
Rubrics เพื่อให้การให้คะแนนมีความเที่ยงตรง
และยุติธรรม
การประเมิน ตามหลักสูตร 57
1.ประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Formative
Assessments) ด้านการพัฒนาทักษะ
อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง
2.การประเมินชิ้นงานผลผลิตของผู้เรียน
(Student Products) พัฒนาทักษะ
การคิดสร้างสรรค์ เช่น กราฟ แผนภาพ แบบ
จำาลอง ควรทำา Rubric การ
ประเมิน
3.การประเมินผลการเรียนรู้ (แบบรวบยอด)
(Summative Assessments)
4.การประเมินการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้
สวัสดีสวัสดี

การวัดและประเมินผลทักษะการคิด