Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
53
ฟสิกส บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
ตอนที่ 1 การเคลื่อนที่ของแสง
แสงเปนคลื่นตามขวางชนิดหนึ่ง แสงจะเดินทางเปน
เสนตรง ทิศทางของแสงเราอาจใชเสนตรงแทนได เรียก
เสนตรงนี้วา รังสีของแสง ความเร็วแสงในบรรยากาศเทา
กับ 3x108 เมตรตอวินาที แตในตัวกลางตางชนิดกัน
ความเร็วของแสงอาจมีคาไมเทากันได
1. กําหนดความเร็วแสงในสุญญากาศมีคาเทากับ 3x108 เมตรตอวินาที ดังนั้นในเวลา 1 ป
แสงจะเคลื่อนที่ไดระยะทางกี่เมตร ( 9.46x1015 เมตร )
วิธีทํา
2. กําหนดความเร็วแสงในสุญญากาศมีคาเทากับ 3x108 เมตรตอวินาที ดังนั้นในเวลา 1 นาที
แสงจะเคลื่อนที่ไดระยะทางกี่เมตร ( 1.8 x 1010 )
วิธีทํา
⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦
ตอนที่ 2 การสะทอนแสง
2.1 กฏการสะทอนของแสง
เมื่อยิงแสงไปตกกระทบผิววัตถุใดๆ
แสงมักสะทอนออกจากวัตถุนั้นได
กฎการสะทอน มีดังนี้
1. รังสีตกกระทบ รังสีสะทอน
เสนปกติอยูในระนาบเดียวกัน
2. มุมตกกระทบเทากับมุมสะทอน
″1 ″2
รังสีตกกระทบ รังสีสะทอนเสนปกติ
มุมตก มุมสะทอน
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
54
ขอควรรูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสะทอนแสง
1. ถารังสีตกกระทบตั้งฉากกับผิววัตถุ
รังสีสะทอนจะสะทอนยอนแนวเดิมออกมาโดยตลอด
2. หากรังสีสะทอนอยางนอย 2 เสน มาตัดกัน
จะเกิด ภาพของวัตถุตนกําเนิดแสงขึ้น ณ จุดตัดนั้น
ระยะจากวัตถุสูจุดสะทอน เรียก ระยะวัตถุ (S)
ระยะจากภาพสูจุดสะทอน เรียก ระยะภาพ (Sℑ)
และ กําลังขยาย (m) = Y
Y
S
S ℑℑ ∴
เมื่อ Yℑ = ขนาดภาพ Y = ขนาดวัตถุ
3. จงเติมคําลงในชองวางใหถูกตอง
ภาพของวัตถุตนกําเนิดแสงจะเกิดเมื่อ ................................
ระยะวัตถุ (S) คือ ..............................................................
ระยะภาพ (Sℑ) คือ ............................................................
กําลังขยาย (m) หาคาไดจาก .............................................
2.2 กระจก
โดยทั่วไปมี 2 ชนิด
1. กระจกราบ
2. กระจกโคง ไดแก โคงเวา และโคงนูน
แสงสะทอน
แสงตกกระทบ
ระยะภาพ Sℑ
ระยะวัตถุ S
กระจกเวา กระจกนูน
หลัง 4นา
กระจกราบ
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
55
การสะทอนกระจกผิวราบ
รังสีที่สะทอนออกมาจากกระจกราบนั้น
จะไมตัดกันจึงไมเกิดภาพจริงขึ้น แตถาเรา
ตอแนวรังสีถอยออกไปขางหลังกระจก จะ
พบวาเสนสมมติที่ตอออกไปนี้ จะไปตัด
กันไดที่จุดจุดหนึ่ง การตัดกันของเสน
สมมตินี้ จะทําใหเกิดภาพหลังกระจก เรียก
ภาพนี้วา ภาพเสมือน
และสําหรับกรณีนี้ S = Sℑ และ y = yℑ เสมอ
ดังนั้น m = S
Sℑ = 1
4. ภาพที่เกิดจากกระจกราบ จะเปนภาพ ............. เสมอ ขนาดภาพ กับขนาดวัตถุจะมีขนาด .............
และ ระยะภาพ กับระยะวัตถุ จะมีคา ......... กําลังขยายจะมีคาเทากับ ...................
กระจกโคง
จากรูป จุด C เรียก จุดศูนยกลางความโคง
จุด O เรียก จุดใจกลางบนผิวโคง
เสนตรง CO เรียก เสนแกนมุขสําคัญ
ระยะ CO เรียก รัศมีความโคง (R)
ถาเราใหรังสีที่ขนานกับเสนแกนมุขสําคัญ มาตกกระทบ
กระจกเวา จะพบวา รังสีสะทอนจะตัดกันที่จุดกึ่งกลาง
ระหวาง C กับ O เสมอ จุดตัดนี้เรียก จุดโฟกัส (F)
ระยะหางจาก O ถึง F เรียกวา ความยาวโฟกัส (f)
แตกระจกนูนจะเปนกระจกกระจายแสง เมื่อยิงแสงขนาน
กับเสนแกนมุขสําคัญไปตกกระทบกระจกนูน แสงสะทอน
จะกระจายออก ตองลากเสนสมมติตอไปขางหลังกระจก
จึงจะไดจุดโฟกัส และความยาวโฟกัส
ที่สําคัญ f = 2
R เสมอ
R
O C
กระจกเวา
R
C O
กระจกนูน
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
56
5. จากรูป จุด C เรียก .............................
จุด O เรียก .............................
เสนตรง CO เรียก .............................
ระยะ CO เรียก ………………….
6. หากเราฉายแสงที่มีรังสีขนานกับเสนแกนมุข
สําคัญมาตกกระทบกระเวา แสงสะทอนของ
รังสีขนานเหลานั้น จะไปตัดกันที่จุด..............
ระยะหางจากใจกลางกระจกถึงจุด F เรียกวา
.......................................
7. กระจกนูนเปนกระจกกระจายแสง แสงสะทอน
ของรังสีขนานจะไมตัดกัน จุดโฟกัสของกระจกนูน
จะเกิดจาก ............................................................
8. จุดโฟกัสจะอยูกึ่งกลางระหวางจุดใจกลางกระจก
กับจุดศูนยกลางความโคงเสมอ ดังนั้น f = ……
9. รังสีของแสงจากดวงอาทิตยถือเปนรังสีขนาน ดังนั้น หากเรานํากระจกเวามารองรับแสง
อาทิตย เมื่อแสงสะทอนมาตัดกัน จะทําใหเกิดภาพของดวงอาทิตยที่จุด .................. ของ
กระจกเวานั้น
10. ถาใชกระจกเวารัศมีความโคง 100 เซนติเมตร รับแสงจากดาวดวงหนึ่ง จะไดภาพหาง
จากกระจกเซนติเมตร
ก. 200 ข. 100 ค. 50 ง. 25 (ขอ ค)
วิธีทํา
11. ถากําหนดให R คือรัศมีความโคงของกระจกเวา ถาตองการใหเกิดลําแสงขนานสงออกไป
จากกระจกเวานี้ ควรจะวางหลอดไฟฟาไวที่ตําแหนงใดบนเสนแกนมุขสําคัญของกระจกนี้
1. 2R 2. R 3. 2
R 4. 4
R (ขอ 3)
วิธีทํา
R
O C
กระจกเวา
R
C O
กระจกนูน
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
57
การเกิดภาพโดยกระจกโคง
กระจกเวา
สรุป กระจกเวาสวนมากจะสรางภาพจริงหัวกลับ ยกเวนเมื่อวัตถุอยูตรงจุดโฟกัส
จะไมเกิดภาพ ถาวัตถุอยูใกลกวาจุดโฟกัส จะสรางภาพเสมือนหัวตั้งขนาด
ภาพใหญกวาวัตถุ
กระจกนูน
สรุป กระจกนูนจะสรางแตภาพเสมือนหัวตั้ง ขนาดภาพเล็กกวาขนาดวัตถุ
และระยะภาพสั้นกวา ระยะวัตถุเสมอ
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
58
12. ใหเขียนการเกิดภาพโดยกระจกเวา และกระจกนูนตามกรณีตอไปนี้ใหสมบูรณ
กระจกเวา
สรุป
กระจกนูน
ชวนสังเกตุ
ถาม กระจกอะไรสรางภาพจริงได ถาม กระจกอะไรสรางภาพเสมือนได
ก. เวา ข. ราบ ค. นูน ง. ถูกทุกขอ ก. เวา ข. ราบ ค. นูน ง. ถูกทุกขอ
ลักษณะของภาพจริงที่เกิดจากการสะทอน ลักษณะของภาพเสมือนที่เกิดจากการสะทอน
1. หัวกลับ 1. หัวตั้ง
2. เกิดหนากระจก 2. เกิดหลังกระจก
3. เอาฉากมาตั้งรับได 3. เอาฉากมารับไมได แตเห็นไดดวยตาเปลา
สรุป
1.
2.
3.
4.
5.
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
59
13(มช 35) คํากลาวตอไปนี้ขอใดเปนจริง
ก. ภาพของวัตถุจริงที่เกิดจากกระจกเวา จะเปนภาพจริงเสมอ
ข. ภาพของวัตถุจริงที่เกิดจากกระจกเวา จะมีขนาดโตกวาวัตถุเสมอ
ค. ภาพของวัตถุจริงที่เกิดจากกระจกนูน จะเปนภาพเสมือนเสมอ
ง. ภาพเสมือนที่เกิดจากกระจกนูน จะมีขนาดโตกวาวัตถุเสมอ (ขอ ค)
14. ขอใดไมถูกตอง
ก. ภาพจริงหัวกลับ ภาพเสมือนหัวตั้ง ข. ภาพจริงตองใชฉากรับ
ค. ภาพเสมือนโตเทาวัตถุเสมอ ง. ภาพเสมือนไมตองใชฉากรับ (ขอ ค)
15. กระจกในขอใดสามารถใหภาพเสมือนที่มีขนาดใหญกวาวัตถุ
ก. กระจกเงาราบ ข. กระจกนูน
ค. กระจกเวา ง. ขอ ข, ค ถูก (ขอ ค)
16. จะตองวางวัตถุหางจากกระจกเวาอยางไร เราจึงมองเห็นภาพที่เกิดจากกระจกเวาไดเลย
โดยไมตองใชฉากรับภาพ
ก. วัตถุอยูหางจากกระจกนอยกวาความยาวโฟกัส
ข. วัตถุอยูหางจากกระจกเทากับความยาวโฟกัส
ค. วัตถุอยูระหวางศูนยกลางความโคงกับโฟกัส
ง. วัตถุอยูที่จุดศูนยกลางความโคง (ขอ ก)
17. ถาวางวัตถุไวที่จุดศูนยกลางความโคงของกระจกเวา ภาพที่เกิดขึ้นเปนอยางไร
ก. ภาพเสมือนขนาดเทาวัตถุ ข. ภาพจริงขนาดเทาวัตถุ
ค. ภาพจริงขนาดเล็กกวาวัตถุ ง. ภาพจริงขนาดโตกวาวัตถุ (ขอ ข)
18(En 43/1) ถาวางวัตถุไวหนาทัศนอุปกรณอยางงายชนิดหนึ่ง จะไดภาพจริงหัวกลับขนาด
ขยายใหญกวาวัตถุดังรูป ทัศนอุปกรณอยางงายคือ (ขอ 2)
1. กระจกนูน 2. กระจกเวา 3. เลนสนูน 4. เลนสเวา
ทัศน–
อุปกรณ
วัตถุ
ภาพ
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
60
สูตรที่ใชคํานวณการเกิดภาพโดยกระจกเวา และ กระจกนูน
S
1
S
1
f
1
ℵ
Ι[ m = Y
Y
S
S ℵℵ [
m = fs
f
Κ
f = 2
R
เงื่อนไขการใชสมการ
1) หากเปนกระจกเวา ตองใช f มีคาเปน +
หากเปนกระจกนูน ตองใช f มีคาเปน –
2) หากภาพที่เกิดเปนภาพจริง ตองใช S , y , m มีคาเปน +
หากภาพที่เกิดเปนภาพเสมือน ตองใช S , y , m มีคาเปน –
19. วางวัตถุไวหนากระจกเวาอันมีความยาวโฟกัส 5 เซนติเมตร ปรากฏวาเกิดภาพจริงขึ้นที่
ระยะหางจากกระจก 10 เซนติเมตร จงหาวาวัตถุอยูหางกระจกกี่เซนติเมตร ( 10 cm)
วิธีทํา
20. วางวัตถุไวหนากระจกนูนอันมีความยาวโฟกัส 10 เซนติเมตร ปรากฏวาเกิดภาพขึ้นที่ระยะ
หางจากกระจก 5 เซนติเมตร จงหาวาวัตถุอยูหางกระจกกี่เซนติเมตร ( 10 cm )
วิธีทํา
เมื่อ f = ความยาวโฟกัส
S = ระยะวัตถุ
S = ระยะภาพ
y = ขนาดวัตถุ
y = ขนาดภาพ
m = กําลังขยาย
R = รัศมีความโคงกระจก
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
61
21. วางวัตถุหนากระจกเวาเปนระยะ 10 เซนติเมตร เกิดภาพจริงหนากระจกที่ระยะ 15
เซนติเมตร กระจกมีรัศมีความโคงเทาไร (12 cm)
วิธีทํา
22. วางวัตถุหนากระจกโคงความยาวโฟกัส 40 เซนติเมตร ปรากฏวาใชฉากรับภาพไดที่ระยะ
120 เซนติเมตร หนากระจก จงหาวาวัตถุอยูหางจากกระจกเทาใด และไดขนาดภาพเปนกี่
เทาของขนาดวัตถุ (60 cm , 2 เทา)
วิธีทํา
23. ถาจะใหเกิดภาพหลังจากกระจกนูน 20 เซนติเมตร กระจกนูนมีรัศมีความโคง 60 เซนติ-
เมตร จะตองวางวัตถุหางจากกระจกนูนเทาไร (60 cm)
วิธีทํา
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
62
24. วางวัตถุไวหนากระจกโคง หางกระจก 8 เซนติเมตร เกิดภาพเสมือนหางกระจก 4 เซนติ-
เมตร จงหาความยาวโฟกัส และชนิดของกระจก (–8 cm)
วิธีทํา
25. วัตถุสูง 5 เซนติเมตร อยูหาง 10 เซนติเมตร จากกระจกเวาซึ่งมีรัศมีความโคง 50 เซนติ-
เมตร จงหาขนาดของภาพ ( 3
25 cm)
วิธีทํา
26(มช 32) ถาวางวัตถุที่มีความสูง 10 เซนติเมตร ไวหนากระจกนูนซึ่งมีรัศมีความโคง
50 เซนติเมตร โดยวางใหหางจากกระจกเปนระยะ 100 เซนติเมตร จงหาความสูงของ
ภาพวามีขนาดกี่เซนติเมตร ( –2 cm)
วิธีทํา
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
63
27. วางวัตถุสูง 5 เซนติเมตร ไวหนากระจกโคงเปนระยะ 5 เซนติเมตร ไดภาพเสมือน
ขนาดสูง 3 เซนติเมตร จงหาชนิดของกระจก (กระจกนูน f = 7.5 cm)
วิธีทํา
28. ทันตแพทยถือกระจกเวารัศมีความโคง 4.0 เซนติเมตร หางจากฟนที่ตองการอุดเปนระยะ
1.0 เซนติเมตร ทันตแพทยจะเห็นฟนในกระจกขยายเปนกี่เทา
1. 2 เทา 2. 3 เทา 3. 4 เทา 4. 5 เทา (ขอ 1)
วิธีทํา
29. กระจกเวา 2 บาน ความยาวโฟกัสแผนละ 10 Cm วางหันหนาเขาหากันหางกัน 30 Cm นํา
วัตถุวางหางกระจกบานหนึ่งระยะ 5 Cm ตําแหนงและชนิดของภาพที่เกิดจากการสะทอน
แสงระหวางกระจกทั้งสอง ใหสะทอนจากบานใกลวัตถุกอน
วิธีทํา (ภาพจริงอยูหนากระจกบาน 2 = 13.33 cm)
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
64
30. วัตถุสูง 5 เซนติเมตร วางหางจากกระจกนูน 15 เซนติเมตร กระจกนูนมีรัศมีความโคง 20
เซนติเมตร กระจกราบบานหนึ่งวางหันหนาเขาหากระจกนูน หางจากกระจกนูน 20 เซนติเมตร
จงหาตําแหนงของภาพซึ่งเกิดจากรังสีของแสง ซึ่งสะทอนที่กระจกนูนกอน จากนั้นสะทอน
ที่กระจกราบ (หลังกระจกราบ 26 cm)
วิธีทํา
31. วางหลอดไฟฟาที่โฟกัสของกระจกเวา ดังรูป
ถานํากระจกเวาอีกบานหนึ่งมารับแสงจากกระจก
บานแรก ภาพของหลอดไฟฟานี้จะเกิดขึ้น ณ.
ตําแหนงใด และเปนภาพจริงหรือภาพเสมือน
วิธีทํา
⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦
ตอนที่ 3 การหักเหของแสง
กฎของสเนลล
2sin
1sin
⊗
⊗
=
2v1v
=
2
1
↵
↵
= n21 =
1n2n
เมื่อ n1 คือ ดัชนีหักเหตัวกลางที่ 1 เทียบกับอากาศ เรียกสั้นๆ ดัชนีหักเหของตัวกลางที่ 1
n2 คือ ดัชนีหักเหตัวกลางที่ 2 เทียบกับอากาศ เรียกสั้นๆ ดัชนีหักเหของตัวกลางที่ 2
** หมายเหตุ : 1. n21 ¬ n2 หรือ n1
2. nอากาศ = 1
F
วัตถุ
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
65
32. แสงชนิดหนึ่งมีความยาวคลื่น 450 นาโนเมตร ความเร็ว 3x108 เมตร/วินาที ในอากาศ
เมื่อยิงแสงทะลุลงไปในของเหลวชนิดหนึ่ง ปรากฎวาความยาวคลื่นเปลี่ยนเปน 300 นาโน–
เมตร ความเร็วแสงในของเหลวชนิดนี้มีคาเทาใด (2x108 m/s)
วิธีทํา
33. แสงสีหนึ่งมีความยาวคลื่น 600 นาโนเมตรในอากาศ และมีอัตราเร็ว 3x108 เมตร/วินาที
ถาดัชนีหักเหของแกวเทียบหับอากาศเปน 2
3 จงหาอัตราเร็วแสงในแกว ( 2x108 m/s)
วิธีทํา
34. จากขอที่ผานมา จงหาความยาวคลื่นของแสงในแกว (4x10–7m)
วิธีทํา
35. ดัชนีหักเหของตัวกลาง A = 3 และ ดัชนีหักเหของตัวกลาง B = 6 จงหาดัชนีหักเหของ
ตัวกลาง A เทียบกับ B (0.5)
วิธีทํา
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
66
36. จากขอที่ผานมา หากความเร็วแสงในตัวกลาง B มีคาเทากับ 1.2x108 เมตร/วินาที แลว
ความเร็วแสงในตัวกลาง A จะมีคาเทาใด (2.4x108)
วิธีทํา
37. ถาดัชนีหักเหของน้ํามีคา 3
4 และดัชนีหักเหของน้ํามัน 3
2 อัตราสวนระหวางอัตราเร็ว
ของแสงในน้ํามันและน้ําเปนเทาใด (8/9)
วิธีทํา
38(En 41/2) แสงความยาวคลื่นในอากาศ 525 นาโนเมตร เมื่อเคลื่อนที่ผานไปในแกวที่มีดัชนี
หักเห 1.50 จงหาความยาวคลื่นแสงในแกว ( ให ดัชนีหักเหของแสงในอากาศ = 1 ) (350 nm)
วิธีทํา
39. ดรรชนีหักเหของแสงในตัวกลางหนึ่งมีคา 1.5 ดังนั้นอัตราเร็วของแสงในตัวกลางนั้นมีคา
เทาไร (กําหนด ดัชนีหักเหของแสงในอากาศ = 1)
ก. 4.5x107 m/s ข. 1.5x108 m/s ค. 2x108 m/s ง. 2.5x108 m/s (ขอ ค)
วิธีทํา
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
67
40. แสงเคลื่อนที่ผานตัวกลางดวยอัตราเร็ว 2.25x108 เมตร/วินาที อยากทราบวาตัวกลางนี้มี
คาดัชนีหักเหเทาใด (1.33)
วิธีทํา
41. แสงเคลื่อนจากของเหลวผานแทงแกวไปสูอากาศ
ดังรูป จงหาดรรชนีหักเหของของเหลว ( 2 )
วิธีทํา
42. จากรูป แสงเดินทางจากตัวกลางที่ 1 ผานตัวกลาง
ที่ 2 ตัวกลางที่ 3 ไปสูตัวกลางที่ 4 โดยผานรอยตอ
ตัวกลาง A , B , C ซึ่งขนานกัน จงหาดัชนีหักเห
ของของตัวกลางที่ 1 เทียบกับตัวกลางที่ 4 ( 4
3 )
วิธีทํา
⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦
30oของเหลว
แกว ×
อากาศ
53o
53o
C
B
A
(4)
(3)
(2)
(1)
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
68
ตอนที่ 4 ปรากฏการณที่เกี่ยวกับแสง
4.1 การสะทอนกลับหมด
หากยิงแสงจากตัวกลางที่มีความหนาแนนมากกวา ไปสูตัวกลางที่มีความหนาแนนนอย
กวา เชน ยิงแสงจากพลาสติกไปสูอากาศ จะเกิดการหักเหซึ่ง มุมหักเห จะโตกวามุมตก
กระทบเสมอ ดังรูป และสําหรับมุมตกกระทบที่ทําใหมุมหักเหเปนมุม 90o พอดี มุมตก
กระทบนี้จะเรียก มุมวิกฤติ
และหากมุมตกกระทบมีขนาดโตกวามุมวิกฤตินี้ จะทําใหแสงเกิดการสะทอนกลับเขามา
ภายในตัวกลางที่ 1 ทั้งหมด ไมมีการหักเหออกไปอีก เราเรียกปรากฎการณนี้วา การสะทอน
กลับหมด
43. เมื่อแสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแนนมากกวาสูตัวกลางที่มีความหนาแนนนอยกวา
มุมตกกระทบกับมุมหักเห มุมที่มีขนาดโตกวา คือ ...........................
44. มุมวิกฤติ คือ ...............................................................................................................
45. หากมุมตกกระทบโตกวามุมวิกฤติ จะเกิดปรากฏการณ ............................................
46. ถามุมตกกระทบในของเหลวชนิดหนึ่งเทากับมุมวิกฤติ มุมของหักเหของแสงจะเปนเทาไร (90o)
47(En 37) มุมวิกฤติ δ∉Cε ของแสงที่เดินทางจากแกวซึ่งมี คาดรรชนีหักเห 1.5 ไปยังน้ําซึ่ง
มีคาดรรชนีหักเห 1.3 มีคาเทากับเทาใด (ขอ 3)
1. sin–1(0.65) 2. sin–1(0.76) 3. sin–1(0.87) 4. sin–1(0.92)
วิธีทํา
80o
30o
อากาศ
พลาสติก
90o
45o
อากาศ
พลาสติก
50o
อากาศ
พลาสติก
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
69
48. ผลึกใสชนิดหนึ่งมีคาดัชนีหักเห 2 และของเหลวชนิดหนึ่งมีคาดัชนีหักเห 3
4 จงหามุม
วิกฤตระหวางผลึกใสและของเหลวนี้ (sin–1
3
2 )
วิธีทํา
49(En 38) มุมวิกฤติสําหรับสารโปรงใสชนิดหนึ่งในอากาศ มีคาเทากับ 45 องศา ความเร็ว
แสงในสารโปรงใสนี้มีคาเทาใด ( ให ความเร็วแสงในอากาศ = 3.0x108 m/s )
1. 2.1x108 m/s 2. 2.4x108 m/s 3. 2.7x108 m/s 4. 3.0x108 m/s (ขอ 1)
วิธีทํา
50. มุมวิกฤติสําหรับสารโปรงใสชนิดหนึ่งในอากาศมีคาเทากับ 30 องศา ดัชนีหักเหของแสง
ในสารโปรงใสนี้มีคาเทาใด ( ให ดัชนีหักเหแสงในอากาศ = 1) ( 2 )
วิธีทํา
51(En 42/2) มุมวิกฤติตอแสงในของเหลวชนิดหนึ่งมีคาเทากับ 60 องศา ความยาวคลื่นของ
แสงนั้นในของเหลวจะเปนกี่เทาของความยาวคลื่นในอากาศ
1. 2
2 2. 2
3 3. 2 4. 2
1 (ขอ 2)
วิธีทํา
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
70
52. แผนตัวกลางโปรงใสสามชนิด ดัชนีหักเห n1 , n2 และ n3 วางซอนกันดังรูป ใหแสงตก
กระทบในแผนแรกที่มีดัชนีหักเห n1 แลวผานตอไปยังแผนที่สองและสามได ถาตองการให
การสะทอนกลับหมดเกิดขึ้นไดเฉพาะที่ผิว CD ดังรูป เทานั้น ดัชนีหักเหทั้งสามคาจะมี
ความสัมพันธดังขอใด (ขอ 4)
1. n1 > n2 > n3 2. n1 < n2 < n3
3. n1 > n2 < n3 4. n1 < n2 > n3
วิธีทํา
4.2 ความลึกปรากฎ
ลึกจริง
ลึกปรากฏ =
2n1n
เมื่อ n1 คือ ดัชนีหักเหของตัวกลางที่ 1 ที่แสงอยู
n2 คือ ดัชนีหักเหของตัวกลางที่ 2 ที่แสงอยู
ถาเรามองวัตถุที่อยูในน้ํา เราจะเห็นวัตถุนั้นอยูตื้น
กวาความเปนจริง ทั้งนี้เพราะเมื่อแสงสะทอนจากตัวปลา
แลวเดินทางออกจากน้ํามาเขาตาเราซึ่งอยูในอากาศ แสงจะ
เกิดการหักเห แตเนื่องจากวาสายตาของคนเราจะมองตรง
เสมอ เราจึงมองเห็นปลาอยูตื้นกวาที่เปนจริง
และหากเรามองวัตถุตรง ๆ (มองตั้งฉากกับผิวน้ํา)
เราสามารถคํานวณหาความลึกปรากฎไดจาก
หากเรามองเอียงทํามุมกับผิวหักเห ใชสมการ
ลึกจริง
ลึกปรากฏ =
2cos2n
1cos1n
±
±
เมื่อ ±1 คือ มุมตกกระทบในตัวกลางที่ 1
±2 คือ มุมหักเหในตัวกลางที่ 2
วัตถุ
ตา
ภาพลึกปรากฎ
ลึกจริง
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
71
53(มช 38) วัตถุอยูในน้ํามีความลึกจริงเปน 4 เมตร เราจะมองเห็นภาพวัตถุนั้นอยูลึกกี่เมตร
(กําหนด ดัชนีหักเหของน้ํา = 4/3)
ก. 4 ข. 3 ค. 2.67 ง. 2 (ขอ ข)
วิธีทํา
54. นายเอนกยืนอยูบนสะพานเห็นปลาตัวหนึ่งอยูลึก 2 เมตร ถามวาตัวจริงของปลาอยูลึกกี่เมตร
(กําหนด ดัชนีหักเหของน้ํา = 4/3) ( 2.67 )
วิธีทํา
55(มช 31) นกตัวหนึ่งบินอยูในอากาศสูงจากผิวน้ํา 3 เมตร คนที่ดําอยูใตน้ําและมองดูนกตัวนี้
ในแนวเสนปกติจะมองเห็นนกไกลหรือใกลกวาความจริงเทาใด ในหนวยของเมตร
กําหนด n ของน้ํา = 4
3 (ขอ ข)
ก. ใกลเขามามากกวาความจริง 1.00 ข. ไกลออกไปมากกวาความจริง 1.00
ค. ใกลเขามากกวาความจริง 2.25 ง. ไกลออกไปมากกวาความจริง 2.25
วิธีทํา
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
72
56. แทงแกวสี่เหลี่ยมหนา 6 เซนติเมตร มีคาดัชนีหักเห 1.5 วางทับกระดาษ อยากทราบวาถา
มองผานแทงแกวนี้ลงไปตรงๆ จะเห็นตัวอักษรบนกระดาษลอยสูงจากกระดาษขึ้นมาเทาไร
วิธีทํา (2 cm)
57(มช 38) มองผานกลองจุลทรรศนเห็นจุดเล็ก ๆ บนโตะชัดเจน แตเมื่อนําแผนวัตถุใสหนา
1.00 cm มาวางทับจุดดังกลาว ตองปรับเลื่อนกลองใหหางโตะจากตําแหนงเดิมไปเปน
ระยะ 0.40 cm โดยที่โฟกัสของกลองจุลทรรศนยังคงเดิม ดัชนีหักเหของแผนวัตถุนี้เปนเทาใด
1. 1.24 2. 1.40 3. 1.66 4. 2.50 (ขอ 3)
วิธีทํา
4.3 มิราจ
ในบางครั้งคนซึ่งเดินทางในทะเลทราย จะ
มองเห็นตนไมเปนสองตนพรอมกัน โดยตนไม
ตนหนึ่งคือตนไมปกติ แตอีกตนหนึ่งจะเปน
ภาพหัวกลับยอดชี้ลงใตพื้นทราย ปรากฏการณ
นี้เรียก มิราจ ปรากฏการณนี้เกิดขึ้นเนื่องจากพื้น
ทรายถูกแดดจัดเผา ทําใหอากาศบริเวณใกลพื้น
ทรายมีอุณหภูมิสูงและมีความหนาแนนต่ํา แตจุด
ซึ่งสูงกวาพื้นทรายขึ้นมาเล็กนอย อุณหภูมิจะลดลงอยางมาก ทําใหความหนาแนนอากาศ
บริเวณนี้สูงขึ้น จึงเกิดความแตกตางของความหนาแนนของชั้นอากาศบริเวณนั้น
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
73
และเมื่อแสงอาทิตยสะทอนออกจากยอดไม แสงบางสวนจะพุงตรงเขาตา ทําใหเห็นยอด
ไมชี้ขึ้นบนอากาศเปนปกติ แตแสงบางสวนจะพุงลงขางลางแลวเกิดการหักเหตามชั้นอากาศ
ซึ่งมีความหนาแนนตางกันอยูแลวยอนขึ้นมาเขาตา และเมื่อสายตามองตรงลงไป จะทําใหเห็น
ยอดไมชี้ลงไปใตพื้นทราย
นอกจากตัวอยางนี้แลว ยังมีปรากฏการมิราจใหเห็นไดอีก เชน การเห็นน้ําปรากฏบน
พื้นผิวถนนที่รอนทั้งๆ ที่ถนนแหง หรือ เห็นเรือลอยคว่ําอยูในอากาศเหนือทองทะเลเปนตน
58. จงวาดภาพเพื่ออธิบายปรากฏการณมิราจที่เกิดกับเรือลอยลําอยูกลางทองทะเล
4.4 การกระจายของแสง
แสงขาวของดวงอาทิตยนั้น จริง ๆ แลว
ประกอบดวยแสงสีตาง ๆ 7 สี คือ มวง
คราม น้ําเงิน เขียว เหลือง แสด และ แดง
เมื่อใหแสงขาวเดินทางผานปริซึม สีแตละสี
จะเกิดการหักเหไดไมเทากัน
สีแดง มีความยาวคลื่นมากที่สุดจะเกิดการหักเหนอยที่สุด
สีมวง มีความยาวคลื่นนอยที่สุดจะเกิดการหักเหมากที่สุด
สวนสีอื่น ๆ ซึ่งมีความยาวคลื่นไมเทากัน ก็จะเกิดการหักเหไดไมเทากันดวย ลักษณะนี้จะ
ทําใหแสงแตละสีเกิดการแยกออกจากกัน เรียกปรากฎการณนี้วา การกระจายของแสง
59. ทําไมเมื่อใหแสงสีขาวเชนแสงอาทิตยผานปริซึมแสงสีขาวนั้นถูกกระจายออกเปนสีตาง ๆ กัน
ก. เพราะแสงเดินเปนแสงตรง
ข. เพราะสีภายในวัตถุที่ใชทําปริซึม
ค. เพราะแสงถูกปริซึมดูดคลื่นและปลอยออกมาบางสวน
ง. เพราะแสงแตละสีหักเหไมเทากัน (ขอ ง)
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
74
60. เมื่อแสงสีขาวผานปริซึมแสงสีใดมีการเบี่ยงเบนไดมากที่สุด
ก. สีน้ําเงิน ข. สีเหลือง ค. สีมวง ง. สีแดง (ขอ ค)
61. มุมเบี่ยงเบนของแสงสีใดมีคานอยที่สุด
ก. สีแดง ข. สีมวง ค. สีน้ําเงิน ง. สีเขียว (ขอ ก)
62. ปรากฎการณใดไมสามารถเกิดขึ้นไดกับแสงสีเดี่ยว (ขอ ง)
ก. การหักเห ข. การเลี้ยวเบน ค. การแทรกสอด ง. การกระจาย
4.5 รุงกินน้ํา
รุงกินน้ํามักจะเกิดหลังฝนตก และเกิดใน
ทิศซึ่งตรงกันขามกับพระอาทิตย ทั้งนี้เพราะ
หลังฝนตกในอากาศจะมีละอองน้ําอยูมาก เมื่อ
แสงตกกระทบเขาไปในละอองน้ํานี้ จะเกิดการ
สะทอนกลับหมด และหักเหออกมา ทําใหสี
ทั้ง 7 สี ของแสงขาวเกิดการกระจายออกจากัน
รุงกินน้ํามี 2 ชนิด คือ
1) รุงทุติยภูมิ
รุงแบบนี้จะเกิดดานบน
จริงๆ แลว แสงสีแดงจะหักเหอยูดานบนสีมวง
แตสีที่มาเขาตาเรากลับเปนสีมวงอยูบนสีแดง ?
2) รุงปฐมภูมิ
รุงแบบนี้จะเกิดดานลาง
จริงๆ แลว แสงสีมวงจะหักเหอยูดานบนสีแดง
แตสีที่มาเขาตาเรากลับเปนสีแดงอยูบนสีมวง ?
ปกติแลว มักจะเกิดรุงทั้งสองชนิดซอนกันอยูใน
เวลาเดียวกัน
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
75
ตอนที่ 5 เลนส
เลนสมีอยู 2 ชนิด คือ เลนสนูน และ เลนสเวา
จุด C , Cℵ = จุดศูนยกลางความโคงของเลนส
จุด O = จุดกลางเลนส
ระยะจาก O ถึง C = รัศมีความโคง (R)
63.
จากรูป จุด C , Cℵ เรียก ..................................
จุด O เรียก ..................................
ระยะจาก O ถึง C เรียก ..................................
64. จุดโฟกัสของเลนสนูน คือ ....................................................................................................
65. จุดโฟกัสของเลนสเวา คือ ....................................................................................................
C O C/
R R
ถาเราใหรังสีที่ขนานกับเสนแกนมุขสําคัญ มา
ตกกระทบเลนสนูน จะพบวา แสงหักเหไปตัดกัน
ที่จุดกึ่งกลางระหวาง C กับ O ฝงตรงขามเสมอ
จุดตัดนี้เรียก จุดโฟกัส (F)
ระยะหางจาก O ถึง F เรียกวา ความยาวโฟกัส (f )
แตเลนสเวา จะเปนเลนสกระจายแสง เมื่อยิง
แสงขนานกับเสนแกนมุขสําคัญไปตกกระทบเลนส
เวา แสงหักเหจะกระจายออก ตองลากเสนสมมุติ
ยอนถอยออกมา จึงจะไดจุดโฟกัส และ ความยาว
โฟกัส
ที่สําคัญ f = 2
R เสมอ
C O C/
C O C/
R R
C O C/
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
76
การเกิดภาพโดยเลนสบาง
เลนสนูน
สรุป เลนสนูน สวนมากจะสรางภาพจริงหัวกลับ ยกเวนเมื่อวัตถุอยูตรงจุดโฟกัส
จะไมเกิดภาพ ถาวัตถุอยูใกลกวาจุดโฟกัส จะสรางภาพเสมือนหัวตั้ง
ขนาดภาพใหญกวาวัตถุ
เลนสเวา
สรุป เลนสเวา จะสรางแต ภาพเสมือนหัวตั้งขนาดภาพเล็กกวาขนาดวัตถุ
และ ระยะภาพสั้นกวา ระยะวัตถุเสมอ
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
77
66. จงเขียนการเกิดภาพโดยเลนสเวา และ เลนสนูน ตามกรณีตอไปนี้ใหสมบูรณ
เลนสนูน
สรุป
เลนสเวา
ชวนสังเกตุ
ลักษณะของภาพจริงที่เกิดจากการหักเห ลักษณะของภาพเสมือนที่เกิดจากการสะทอน
1. หัวกลับ 1. หัวตั้ง
2. เกิดหลังเลนส 2. เกิดหนาเลนส
3. เอาฉากมาตั้งรับได 3. เอาฉากมารับไมได แตเห็นไดดวยตาเปลา
สรุป
1.
2.
3.
4.
5.
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
78
68. ลําแสงสีเดียวสองผานเลนส 2 อัน และรังสีเดินทางดังรูป
เลนส I และเลนส II เปนเลนสอะไร
ก. เปนเลนสนูนทั้งคู
ข. I เปนเลนสนูน II เปนเลนสเวา
ค. I เปนเลนสเวา II เปนเลนสนูน
ง. เปนเลนสเวาทั้งคู (ขอ ข)
69. รังสีของแสงเบนเขาหากันที่จุด A ถานําเลนสไปวางไว
ที่จุด B รังสีของแสงนี้จะเบนไปพบกันที่จุด C
เลนสที่นําไปวางเปนเลนสชนิดใด อธิบาย
70. ภาพที่เกิดจากเลนสนูนจะมีขนาดเทาวัตถุเมื่อ
ก. วางวัตถุไวที่จุดศูนยกลางความโคง ข. วางวัตถุไวที่จุดโฟกัส
ค. วางวัตถุไวชิดขอบเลนส ง. วางวัตถุไวที่ระยะไกลมาก ๆ (ขอ ก)
71. ถาวัตถุเคลื่อนที่จาก 2F ไป F ทางดาน A เมื่อ F ในรูปเปนจุดโฟกัสของเลนส ภาพที่
เกิดขึ้นบนดาน R จะเคลื่อนที่จากที่ใดไปที่ใด (ขอ ข)
ก. 2F ไป F ข. 2F ไประยะอนันต
ค. F ไป 2F ง. F ไปเลนส
72(มช 31) เมื่อตองการดูของที่มีขนาดเล็ก เรามักจะใช “แวนขยาย” ซึ่งทําดวยเลนสนูน
เพราะภาพที่เกิดจากการวางวัตถุไวหนาเลนสนูนนั้น
ก. มีขนาดใหญกวาวัตถุเสมอ
ข. เปนภาพเสมือนเสมอ
ค. เปนภาพจริงหรือ ภาพเสมือนและมีขนาดใหญกวาวัตถุเสมอ
ง. เปนภาพเสมือน ขนาดใหญกวาวัตถุที่ระยะวัตถุชวงหนึ่ง (ขอ ง)
73(มช 35) ถาให o เปนจุดกึ่งกลางความหนาของเลนส c เปนจุดศูนยกลางของผิวโคง
F เปนจุดโฟกัส U เปนวัตถุ และ I เปนภาพ อยากทราบวาการเกิดภาพจากเลนส
ในรูปขางลางนี้ รูปไหนถูก (ขอ ข)
I II
B A C
2F F F 2F
A
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
79
สูตรที่ใชคํานวณการเกิดภาพโดยเลนสเวา และ เลนสนูน
s
1s1
f
1
ℵ
Ι[
m = y
y
s
s ℑℑ ∴
m = f-s
f
f = 2
R
เงื่อนไขการใชสมการ
1) หากเปนเลนสนูน ตองใช f มีคาเปน +
หากเปนเลนสเวา ตองใช f มีคาเปน –
2) หากภาพที่เกิดเปนภาพจริง
ตองใช sℑ , yℑ , m มีคาเปน +
3) หากภาพที่เกิดเปนภาพเสมือน
ตองใช sℑ , yℑ , m มีคาเปน –
74. วางวัตถุไวหนาเลนสนูนอันมีความยาวโฟกัส 5 เซนติเมตร ปรากฏวาเกิดภาพจริงขึ้นที่
ระยะหางจากเลนส 10 เซนติเมตร จงหาวาวัตถุอยูหางเลนสกี่เซนติเมตร ( 10 cm )
วิธีทํา
เมื่อ f = ความยาวโฟกัส
s = ระยะวัตถุ
sℑ = ระยะภาพ
y = ระยะวัตถุ
yℑ = ระยะภาพ
m = กําลังขยาย
R = รัศมีความโคง
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
80
75. วางวัตถุไวหนาเลนสเวาอันมีความยาวโฟกัส 10 เซนติเมตร ปรากฏวาเกิดภาพขึ้นที่ระยะ
หางจากกระจก 5 เซนติเมตร จงหาวาวัตถุอยูหางเลนสเวากี่เซนติเมตร ( 10 cm )
วิธีทํา
76. วางวัตถุหางเลนสนูน 12 cm ทางยาวโฟกัสเลนสนูน 18 cm จงหาตําแหนงและชนิด
ของภาพที่เกิด (ภาพเสมือนหางเลนส 36 cm)
วิธีทํา
77(มช 45) วัตถุสูง 9.0 เซนติเมตร อยูหางจากเลนสเวา 27.0 เซนติเมตร ถาเลนสมีความยาว
โฟกัส 18.0 เซนติเมตร ขนาดของภาพมีความสูงกี่เซนติเมตร (–3.6 cm)
วิธีทํา
78. วางวัตถุหางจากเลนส A เปนระยะทาง 15 เซนติเมตร ไดภาพเสมือนขนาดใหญกวาวัตถุ
4 เทา เลนส A ควรจะเปนเลนสชนิดใด มีความยาวโฟกัสเทาไร ( เลนสนูน f = 20 cm )
วิธีทํา
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
81
79. เลนสอันหนึ่งใหภาพเสมือนขนาด 3/4 เทาของวัตถุในขณะที่วัตถุอยูหนาเลนส 10 cm.
จงหาวาเลนสนี้เปนเลนสชนิดใด มีความยาวโฟกัสเทาไร ( เลนสเวา f = 30 cm )
วิธีทํา
80. จากรูป จงหาตําแหนงภาพ ถาความยาวโฟกัสเลนสนูน = 30 cm. ของเลนสเวา 50 cm.
วิธีทํา (33 cm ทางซายเลนสเวา)
81(En 29) วัตถุอยูทางดานซายมือของเลนสนูน
(ความยาวโฟกัส 5 เซนติเมตร) ระยะทาง 10
เซนติเมตร และมีเลนสเวา (ความยาวโฟกัส 10
เซนติเมตร) ทางดานขวามือของเลนสนูนนั้น
ระยะทาง 5 เซนติเมตร ภาพที่เกิดเปนดังดานขาง
วัตถุ
10cm 5cm
20 cm. 40 cm.
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
82
ก. ภาพเสมือนอยูทางดานซายมือของเลนสเวาเปนระยะทาง 3.33 เซนติเมตร
ข. ภาพจริงอยูทางดานขวามือของเลนสเวาเปนระยะทาง 10 เซนติเมตร
ค. ภาพเสมือนอยูทางดานขวามือของเลนสเวาเปนระยะทาง 10 เซนติเมตร
ง. ภาพจริงอยูทางดานซายมือของเลนสเวาเปนระยะทาง 10 เซนติเมตร (ขอ ข)
วิธีทํา
โดยทั่วไปแลว สายตาของคนปกตินั้นจะมองเห็นวัตถุไดชัดเจนที่สุดเมื่อวัตถุอยูในระยะใกล
ที่สุดคือ 25 เซนติเมตร และไกลที่สุดคือที่ระยะอนันต ( Infinite ) จากตา
แตสําหรับคนสายตายาว หากวัตถุอยูที่ระยะ 25 เซนติเมตร เขาจะเห็น ไมชัด ( แตอาจมอง
เห็นชัดที่ระยะไกลกวานี้ เชน เห็นชัดเมื่อวัตถุอยูหาง 1 เมตร เปนตน ) ดังนั้นตองใชแวนตา
เลนสนูน เพื่อนําวัตถุซึ่งอยูที่ระยะ 25
เซนติเมตรนั้น ไปสรางเปนภาพเสมือน
ตรงจุดใกลที่สุดที่เขามองเห็นไดชัด
และสําหรับคนสายตาสั้น หากวัตถุ
อยูไกลๆ เขาจะเห็นไดไมชัด ( แตหาก
วัตถุอยูใกลๆ เชน 5 เมตร อาจเห็นชัด )
ดังนั้นตองใชแวนตาเลนสเวา เพื่อนํา
วัตถุที่อยูไกลๆ นั้น มาสรางเปนภาพ
เสมือนตรงจุดไกลสุดที่เขา ยังสามารถ
เห็นไดชัดเจน ดังแสดงในรูป
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
83
82(En 36) เลนสแวนตาสําหรับคนตายาวทําหนาที่ตอผูใสแวนนั้นอยางไร
1. ยายวัตถุที่ระยะ 25 cm จากตาไปไวที่ระยะใกลสุดที่ตาเปลามองเห็นชัด
2. ยายวัตถุที่ระยะ 25 cm จากตาไปไวที่อนันต
3. ยายวัตถุที่ระยะอนันตมาไวที่ระยะใกลสุดที่ตาเปลามองเห็นชัด
4. ยายวัตถุที่ระยะอนันตมาไวที่ระยะไกลสุดที่ตาเปลามองเห็นชัด (ขอ 1)
ตอบ
83(มช 34) ชายผูหนึ่งสามารถอานหนังสือไดชัดเมื่อหนังสืออยูหางจากเขาไมนอยกวา
90 เซนติเมตร ดังนั้นเขาจะตองสวมแวนตาความยาวโฟกัสกี่ cm
ก. 15 ข. 20 ค. 35 ง. 40 (ขอ ค)
วิธีทํา
84. เลนสแวนตาสําหรับคนตาสั้นทําหนาที่ตอผูใสแวนนั้นอยางไร
1. ยายวัตถุที่ระยะ 25 cm จากตาไปไวที่ระยะใกลสุดที่ตาเปลามองเห็นชัด
2. ยายวัตถุที่ระยะ 25 cm จากตาไปไวที่อนันต
3. ยายวัตถุที่ระยะอนันตมาไวที่ระยะใกลสุดที่ตาเปลามองเห็นชัด
4. ยายวัตถุที่ระยะอนันตมาไวที่ระยะไกลสุดที่ตาเปลามองเห็นชัด (ขอ 4 )
ตอบ
85. ชายสายตาสั้นผูหนึ่งสามารถมองเห็นไดชัดเจนในระยะไกลสุดเพียง 5 เมตร เทานั้น
ดังนั้นเขาจะตองสวมแวนตาความยาวโฟกัสกี่ cm
ก. 150 ข. 200 ค. 400 ง. 500 (ขอ ง )
วิธีทํา
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
84
ตอนที่ 6 ทัศนอุปกรณ
6.1 เครื่องฉายภาพนิ่ง
หลักการทํางานของเครื่องฉายภาพนิ่ง เปนเปนตามที่แสดงในแผนภาพตอไปนี้
เนื่องจากภาพที่เกิดบนฉาก จะเปนภาพจริงหัวกลับ ดังนั้นเวลาใสฟลมจึงตองกลับหัว
ฟลมลงเสมอ
86. เหตุใดเวลาใสฟลมเครื่องฉายภาพนิ่งตองกลับหัวฟลมเสมอ ................................................
6.2 กลองถายรูป
หลักการทํางานของกลองถายรูป เปนเปนตามที่แสดงในแผนภาพตอไปนี้
นอกจากนี้ในกลองถายรูปจะมี
อุปกรณเสริมดังนี้
วงแหวนปรับความชัด ใชปรับ
เลื่อนเลนสเพื่อปรับความ
คมชัดของภาพ
ไดอะแฟรม เปนชองกลมปรับ
ยอขยายขนาดได เพื่อปรับแตงปริมาณแสงใหเขามากนอยตามความพอดี
ชัตเตอร เปนแผนทึบแสงคอบกั้นแสงและปดเปดเมื่อตองการถายรูป
หากปริมาณแสงมีมาก ตองปรับความเร็วชัตเตอรใหปดเปดอยางรวดเร็ว
หากปริมาณแสงมีนอย ตองปรับความเร็วชัตเตอรใหปดเปดอยางชาๆ
87. ภาพที่เกิดบนฟลมถายรูปจะเปนภาพ .............................................
88. จงบอกประโยชนของ วงแหวนปรับความชัด .....................................................................
ไดอะแฟรม .......................................................ชัตเตอร ..........................................................
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
85
6.3 กลองจุลทรรศน
หลักการทํางานของกลองจุลทรรศน เปนเปนตามที่แสดงในแผนภาพตอไปนี้
ภาพแรกที่เกิดในกลองจุลทรรศนจะเปนภาพจริงหัวกลับ สวนภาพที่เกิดที่เรามองเห็น
จะเปนภาพเสมือนของภาพแรกนั้น ภาพที่เรามองเห็นจึงเปนภาพหัวกลับเมื่อเทียบกับวัตถุ
เริ่มตน และภาพสุดทายนี้ควรเกิดหางจากตาไมนอยกวา 25 Cm เพื่อใหมองสบายตา
89. ภาพที่เกิดในกลองจุลทรรศนจะเปนภาพ ..........................................
90. ภาพที่มองเห็นจากกลองจุลทรรศนจะเปนภาพ ............... ของภาพที่เกิดตอนแรก
6.4 กลองโทรทัศน
หลักการทํางานของกลองโทรทัศน เปนเปนตามที่แสดงในแผนภาพตอไปนี้
ภาพที่เกิดจากเลนสใกลวัตถุจะเปนภาพจริงหัวกลับเกิดที่จุดโฟกัสของเลนสใกลวัตถุนั้น
และเมื่อใหภาพนี้อยูใกลจุดโฟกัสเลนสใกลตา จะเกิดภาพเสมือนของภาพแรกนี้ แลวเราจะมอง
ดูภาพเสมือนที่เกิดนี้ ดังนั้นภาพที่เห็นจึงเปนภาพหัวกลับเมื่อเทียบกับวัตถุเริ่มตน
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
86
ความยาวของกลองโทรทัศนจะมีคาประมาณ ความยาวโฟกัสของเลนสทั้งสองรวมกัน
ปจจุบันเราสามารถทําใหภาพเสมือนที่มองเห็นเปนภาพหัวตั้ง โดยไสเลนสนูนตัวที่ 3
แทรกไวระหวางเลนสใกลวัตถุกับเลนสใกลตาดังรูป
เนื่องจากกลองโทรทัศนจะมีขนาดที่ยาวมาก
แตหากเราใชปริซึมเขาชวยจะสามารถลดความยาว
ของกลองไดดังรูป วิธีการเชนนี้จะใชกับกลองสอง
ทางไกล
91. เลนสไกลวัตถุของกลองโทรทรรศนทําหนาที่ .....................................................................
92. เลนสใกลตาจะสรางภาพ..............ของภาพที่เกิดตอนแรก
93. ความยาวกลองจุลทรรศน จะเทากับ................. ................. ................. ................. ..............
94. เลนสตัวที่ 3 ที่ใสแทรกเขาไปในกลองโทรทรรศน ทําหนาที่ ...........................................
95. ปริซึมที่ใสแทรกเขาไปในกลองโทรทรรศน ทําหนาที่ ........................................................
⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦
ตอนที่ 7 ความสวาง
ความสวางบนพื้นผิวใด ๆ สามารถคํานวณหาคาได จากสมการ
E = A
F หรือ E = 2R
I
เมื่อ E คือ ความสวาง (ลูเมน/m2 . Lux)
F คือ อัตราการใหพลังงานแสง หรือ ฟลักซสองสวาง (ลูเมน)
[ ปริมาณพลังงานแสงที่สองออกมาจากแหลงกําเนิดตอหนึ่งหนวยเวลา ]
A คือ พื้นที่รับแสง (m2)
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
87
I คือ ความเขมแหงการสองสวาง (แคนเดลลา)
[ ความสามารถในการเปลงแสงออกจากแหลงกําเนิด ]
R คือ ระยะจากแหลงกําเนิดแสง วัดมาตั้งฉากกับพื้นที่ (m)
96. หลอดฟลูออเรสเซนต 1 หลอด ใหอัตราพลังงานแสงได 2700 ลูเมน จงหาความสวาง
บนโตะพื้นที่ 5 ตารางเมตร จากหลอดไฟ 2 หลอดเปนเทาไร
ก. 1080 ลักซ ข. 880 ลักซ ค. 640 ลักซ ง. 540 ลักซ (ขอ ก)
วิธีทํา
97(En 37) พลังงานแสงเทากับ 1,000 ลูเมน เมื่อใชไประยะหนึ่งประสิทธิภาพของหลอดใน
การใหพลังงานแสงเหลือเพียง 80% ถาตองการฉายภาพใหมีความสวางเฉลี่ยบนจอ
250 ลักซ ภาพที่ฉายจะมีขนาดใหญมากที่สุดไดกี่ตารางเมตร
1. 2.8 2. 3.2 3. 3.6 4. 4.0 (ขอ 2)
วิธีทํา
98(มช 36) หลอดไฟ 64 วัตต มีความเขมแหงการสองสวาง 36 แคนเดลา ถาตองการความ
สวางบนโตะอานหนังสือ 144 ลักซ จะตองแขวนหลอดไฟสูงจากโตะเปนระยะกี่เมตร
ก. 0.5 ข. 0.67 ค. 1.5 ง. 2.25 (ขอ ก)
วิธีทํา
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
88
99(En 41) เครื่องฉายภาพยนตรเครื่องหนึ่งใหความสวางเฉลี่ยบนจอ 500 ลักซ เมื่อฉายที่
ระยะหางจากจอ 10 เมตร ถาเลื่อนเครื่องฉายไปเปน 1.5 เทาของระยะเดิม ความสวาง
บนจอจะเปนเทาใด
1. 200 lx 2. 220 lx 3. 250 lx 4. 280 lx (ขอ 2)
วิธีทํา
⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦
ตอนที่ 8 เงามืด เงามัว
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
89
100. แหลงกําเนิดแสงเปนดวงไฟกลมรัศมี 5 ซม. อยูหางจากวัตถุทึบทรงกลมรัศมี 3 ซม.
เปนระยะ 2 เมตร จงหาเสนผานศูนยกลางของเงามืดและเงามัวที่ปรากฎบนฉากที่อยูหาง
จากวัตถุออกไป 1 เมตร (4 cm, 14 cm)
วิธีทํา
101. แหลงกําเนิดแสงเปนดวงไฟกลมเสนผานศูนยกลาง 6 เซนติเมตร เมื่อนําวัตถุทึบแสง
ทรงกลมที่มีเสนผานศูนยกลาง 4 เซนติเมตร มากั้นแสงที่ระยะหางจากดวงไฟเปนระยะ
3.5 เมตร จงหาระยะที่จะวางจอไวดานหลังทรงกลมเปนระยะหางอยางนอยเทาไร จึงจะ
ทําใหเกิดเงามัวบนจออยางเดียว และหาขนาดเสนผานศูนยกลางของเงามัวนั้น
วิธีทํา (7 m, 24 cm )
⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
90
แบบฝกหัด ฟสิกส บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
การสะทอนแสง และ กระจก
1. กระจกเวาบานหนึ่งมีรัศมีความโคง 40 เซนติเมตร จงหาตําแหนงชนิดและกําลังขยายของ
ภาพเมื่อวางวัตถุไว ณ ตําแหนงที่หางจากกระจก
ก) ไกลมากๆ ข) 60 ซม. ค.) 40 ซม.
ง) 30 ซม. จ) 10 ซม. ฉ) 20 ซม.
( ก. 20 cm , m = 0 ข. 30 cm , m = 0.5 ค. 40 cm , m = 1
ง. 60 cm, m = 2 จ. –20 cm , m = –2 ฉ. ϒϒϒϒ , m = ϒϒϒϒ )
2. กระจกนูนบานหนึ่งมีรัศมีความโคง 20 เซนติเมตร จงหาชนิด ตําแหนงและกําลังขยายของ
ภาพเมื่อวางวัตถุไว ณ ตําแหนงที่หางจากกระจก
ก. ไกลมากๆ ข. 40 ซม. ค. 10 ซม.
( ก. –10 cm , m = 0 ข. –8 cm , m = –0.2 ค. –5 cm , m = –0.5 )
3. ถาจะใหเกิดภาพหลังจากกระจกนูน 40 เซนติเมตร กระจกนูนมีรัศมีความโคง 120 เซนติ-
เมตร จะตองวางวัตถุหางจากกระจกนูนเทาไร (120 cm)
4. วางวัตถุไวหนากระจกโคงหางกระจก 4 เซนติเมตร เกิดภาพเสมือนหางกระจก 2 เซนติ-
เมตร จงหาความยาวโฟกัส และชนิดของกระจก (–4 cm เปนกระจกนูน)
5. วัตถุสูง 10 เซนติเมตร อยูหาง 10 เซนติเมตร จากกระจกเวาซึ่งมีรัศมีความโคง 40 เซนติ-
เมตร จงหาขนาดของภาพ ( 20 cm)
6. เมื่อวางวัตถุหนากระจกโคงหาง 25 เซนติเมตร ปรากฎวาไดภาพจริงขนาด 2 เทา ของวัตถุ
บนฉาก จงหาชนิดและรัศมีความโคงของกระจก (กระจกเวา R = 100/3 cm)
7. จงหาชนิดและความยาวโฟกัสของกระจกโคงที่ใหภาพขนาด 4
1 เทาของวัตถุ เมื่อวัตถุวาง
หางกระจก 40 เซนติเมตร (กระจกเวา f = 8 cm)
8. กระจกเวา 2 บาน มีรัศมีความโคงบานละ 20 เซนติเมตร วางหันหนาเขาหากันหางกัน
30 เซนติเมตร นําวัตถุสูง 10 เซนติเมตร วางหางกระจกบานแรกเปนระยะ 5 เซนติเมตร
จงหาตําแหนงชนิดและขนาดของภาพที่เกิดจากการสะทอนของแสงระหวางกระจก 2 บาน
ใหสะทอนบานใกลวัตถุกอน (หนากระจกบานที่สอง 3
40 cm , ขนาด 3
20 cm)
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
91
9. วัตถุสูง 5 เซนติเมตร วางหางจากกระจกนูน 15 เซนติเมตร กระจกนูนมีรัศมีความโคง 20
เซนติเมตร กระจกราบบานหนึ่งวางหันหนาเขาหากระจกนูน หางจากกระจกนูน 20 เซนติเมตร
จงหาตําแหนงของภาพซึ่งเกิดจากรังสีของแสง ซึ่งสะทอนที่กระจกนูนกอน จากนั้นสะทอน
ที่กระจกราบ (หลังกระจกราบ 26 cm)
การหักเหของแสง และปรากฏการณที่เกี่ยวกับการสะทอนแสง
10. แสงเคลื่อนที่จากตัวกลาง A ไปยังตัวกลาง B มีมุมตกกระทบ 30o และมีมุมหักเหเปน
37o จงหาดัชนีหักเหของตัวกลาง B เทียบกับตัวกลาง A ( 6
5 )
11. ถาดัชนีหักเหของน้ํา และแกวเปน 3
4 และ 2
3 ตามลําดับ จงหาดัชนีหักเหของน้ําเทียบ
กับแกวมีคาเทาใด ( 9
8 )
12. แสงเคลื่อนที่จากตัวกลาง (1) ซึ่งมีดัชนีหักเห 2
3 ไปยังตัวกลาง (2) ซึ่งมีดัชนีหักเห 5
6
ดวยมุมตกกระทบ 30o จงหามุมหักเหในตัวกลาง (2) (sin–1
8
5 )
13. แสงสีหนึ่งมีความยาวคลื่น 600 นาโนเมตรในอากาศ และมีอัตราเร็ว 3x108 เมตร/วินาที
ถาดัชนีหักเหของแกวเปน 2
3 จงหาความถี่อัตราเร็ว และความยาวคลื่นของแสงในแกว
(2x108 m/s , 4x10–7m)
14. แสงเคลื่อนที่ผานตัวกลางดวยอัตราเร็ว 2.25 x 108 เมตร/วินาที อยากทราบวาตัวกลางนี้มี
คาดัชนีหักเหเทาใด (1.33)
15. ดัชนีหักเหของแกวมีคา 1.5 จงหาอัตราเร็วของแสงในแกวเปนเทาใด (2x108 m/s )
16. ถาเพชรมีดัชนีหักเห 2.42 มุมวิกฤตของเพชรจะมีคาเทาใด (sin–1 0.413)
17. ผลึกใสชนิดหนึ่งมีคาดัชนีหักเห 2 และของเหลวชนิดหนึ่งมีคาดัชนีหักเห 3
4 จงหามุม
วิกฤตระหวางผลึกใสและของเหลวนี้ (sin–1
3
2 )
18. เมื่อแสงเคลื่อนที่จากแกวดัชนีหักเห 2
3 สูอากาศ จงหามุมตกกระทบที่ทําใหแสงเกิดการ
สะทอนกลับหมดในแกว (sin–1
3
2 )
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
92
19. จากรูป แสงเคลื่อนที่จากผลึกใสไปสูของเหลว
แลวเคลื่อนที่ตอไปยังอากาศ ทําใหเกิดมุมวิกฤต
จงหาดัชนีหักเหของผลึกใส ( 2 )
20. จากรูป แสงเดินทางจากตัวกลางที่ 1 ผานตัวกลาง
ที่ 2 ตัวกลางที่ 3 ไปสูตัวกลางที่ 4 โดยผานรอย
ตอตัวกลาง A, B, C ซึ่งขนานกัน จงหาดัชนีหักเห
ของตัวกลางที่ 1 เทียบกับตัวกลางที่ 4 ( 4
3 )
21. ปลาตัวหนึ่งวายอยูในน้ําลึก 1 เมตร และมีแมลงวันอีกตัวหนึ่งบินอยูเหนือน้ํา หาง 1 เมตร
เชนกัน ถาแมลงวันบินอยูเหนือตัวปลาพอดี อยากทราบวาแมลงวันมองเห็นปลาอยูลึกจากผิว
น้ําเทาไร และปลามองเห็นแมลงวันอยูหางจากผิวน้ําเทาไร ถาดัชนีหักเหของน้ําเทากับ
( 4
3 , 3
4 เมตร)
22. ชายคนหนึ่งอยูบนเรือ มองลงตรงๆ ในน้ําเห็นปลาอยูลึกจากผิวน้ํา 27 เซนติเมตร ซึ่งพบวา
ผิดความจริงไป 9 เซนติเมตรจงหาดัชนีหักเหของน้ํา ( 3
4 )
23. แทงแกวสี่เหลี่ยมหนา 6 เซนติเมตร มีคาดัชนีหักเห 1.5 วางทับกระดาษ อยากทราบวาถา
มองผานแทงแกวนี้ลงไปตรงๆ จะเห็นตัวอักษรบนกระดาษลอยสูงจากกระดาษขึ้นมาเทาไร
(2 cm)
เลนส
24. เลนสนูนความยาวโฟกัส 10 เซนติเมตร เมื่อวางวัตถุสูง 5 เซนติเมตร ไวหางจากเลนส 15
เซนติเมตรจงหาชนิดตําแหนงและขนาดของภาพ (ภาพจริงอยูหลังเลนส 30 cm,สูง 10 cm)
25. เลนสเวามีความยาวโฟกัส 20 ซม. จะตองวางวัตถุไวที่ตําแหนงใดจึงจะใหภาพมีขนาด 4
1
เทาของวัตถุ (60 cm)
26.วางวัตถุไวหนาเลนสเวาหางจากเลนส 15 เซนติเมตร เกิดภาพหางจากเลนส 10 เซนติเมตร
จงหาความยาวโฟกัสของเลนสเวา (30 cm)
อากาศ
ของเหลว
ผลึกใส
60o
30o
53o
53o
C
B
A
(4)
(3)
(2)
(1)
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
93
27. เลนสนูน 2 อัน ความยาวโฟกัสอันละ 10 เซนติเมตร วางหางกัน 35 เซนติเมตร อยูบน
แกนมุขสําคัญเดียวกัน วัตถุสูง 5 เซนติเมตร วางอยูหนาเลนสทั้งสอง และอยูหางจากเลนส
อันใกล 15 เซนติเมตร จงหาตําแหนงชนิดและขนาดของภาพที่เกิดจากแสงหักเหผานเลนส
ทั้งสองแลว (ภาพเสมือนสูง 10 cm อยูหนาเลนส L2 หาง 10 cm)
28. เลนสนูนและเลนสเวาความยาวโฟกัสเทากัน 20 เซนติเมตร วางอยูในแนวแกนมุขสําคัญ
เดียวกันและหางกัน 30 เซนติเมตร วัตถุวางอยูหนาเลนสนูนหาง 40 เซนติเมตร จงหาชนิด
ตําแหนงและกําลังขยายของภาพ (ภาพจริงขยาย 2 เทา หลังเลนสเวา 20 cm)
ทัศนอุปกรณ
29. กลองสองพระอันหนึ่งมีความยาวโฟกัส 5 เซนติเมตร ตองการสองดูพระสมเด็จใหเห็น
ภาพชัดที่สุดตองวางพระหางจากเลนสของกลองสองเทาไร และจะเห็นภาพมีกําลังขยายกี่เทา
(6 เทา)
30. เครื่องฉายสไลด ขนาด 2.5 x 3.5 เซนติเมตร ใหภาพปรากฏชัดเจนบนจอภาพซึ่งหางออกไป
5 เมตร โดยเลนสฉายภาพ มีความยาวโฟกัส 25 เซนติเมตร จะไดภาพมีขนาดขยายเทาไร
และภาพมีพื้นที่เทาไร (ขยาย 19 เทา, พื้นที่ = 3158.75 cm2)
ความสวาง
31. หลอดฟลูออเรสเซนต 1 หลอด ใหอัตราพลังงานแสงได 2500 ลูเมน จงหาความสวาง
บนโตะพื้นที่ 5 ตารางเมตร จากหลอดไฟ 4 หลอดเปนเทาไร (2000 ลักซ)
32. พลังงานแสงเทากับ 1000 ลูเมน เมื่อใชไประยะหนึ่งประสิทธิภาพของหลอดในการใหพลัง
งานแสงเหลือเพียง 60% ถาตองการฉายภาพใหมีความสวางเฉลี่ยบนจอ 300 ลักซ ภาพที่
ฉายจะมีขนาดใหญมากที่สุดไดกี่ตารางเมตร (2 )
33. หลอดไฟ 64 วัตต มีความเขมแหงการสองสวาง 36 แคนเดลา ถาตองการความสวางบน
โตะอานหนังสือ 144 ลักซ จะตองแขวนหลอดไฟสูงจากโตะเปนระยะกี่เมตร
ก. 0.5 ข. 0.67 ค. 1.5 ง. 2.25 (ขอ ก)
34. เครื่องฉายภาพยนตรเครื่องหนึ่งใหความสวางเฉลี่ยบนจอ 300 ลักซ เมื่อฉายที่ระยะหาง
จากจอ 5 เมตร ถาเลื่อนเครื่องฉายไปเปน 2 เทาของระยะเดิม ความสวางบนจอจะเปน
เทาใด ( 75 ลักซ)
⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦
Physics Online IV http://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ
94
เฉลยแบบฝกหัด ฟสิกส บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ (บางขอ)
29. ตอบ 6 เทา
วิธีทํา เมื่อเห็นภาพชัดที่สุดแสดงวาระยะภาพ (sℵ) = –25 cm (ภาพเสมือน)
โจทยตองการหาระยะวัตถุ (s)
จาก f
1 = s1 +
s
1
ℵ
s1 = f
1 –
s
1
ℵ
s1 = 5
1 + 25
1
s = 6
25 = 4.17 cm
และ m = ssℵ
= 4.17
25
= 6 เทา
ดังนั้น ตองวางพระหางจากเลนส 4.17 ซม. และเห็นภาพมีกําลังขยาย 6 เทา
⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦
30. ตอบ 19 เทา , พื้นที่ 3158.75 ตารางเซนติเมตร
วิธีทํา ตองการหากําลังขยาย (m) ตองรู sℵ , s จากโจทยรู sℵ = 5 m. ตองหา s กอน
จาก f
1 = s1 +
s
1
ℵ
s1 = f
1 –
s
1
ℵ
s1 = 25
1 – 500
1
s1 = 500
120Κ
s = 19
500
จาก m = ssℵ
กําลังขยาย = 500
500 x 19 = 19 เทา
พื้นที่ภาพที่ปรากฎบนจอ = (2.5 x 19) x (3.5 x 19)
= 3158.75 cm2
ดังนั้น ภาพมีขนาดขยาย 19 เทา และภาพมีพื้นที่ 3158.75 ตารางเซนติเมตร
⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦

เรื่องที่14แสงและทัศน์อุปกรณ์

  • 1.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 53 ฟสิกส บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ ตอนที่ 1 การเคลื่อนที่ของแสง แสงเปนคลื่นตามขวางชนิดหนึ่ง แสงจะเดินทางเปน เสนตรง ทิศทางของแสงเราอาจใชเสนตรงแทนได เรียก เสนตรงนี้วา รังสีของแสง ความเร็วแสงในบรรยากาศเทา กับ 3x108 เมตรตอวินาที แตในตัวกลางตางชนิดกัน ความเร็วของแสงอาจมีคาไมเทากันได 1. กําหนดความเร็วแสงในสุญญากาศมีคาเทากับ 3x108 เมตรตอวินาที ดังนั้นในเวลา 1 ป แสงจะเคลื่อนที่ไดระยะทางกี่เมตร ( 9.46x1015 เมตร ) วิธีทํา 2. กําหนดความเร็วแสงในสุญญากาศมีคาเทากับ 3x108 เมตรตอวินาที ดังนั้นในเวลา 1 นาที แสงจะเคลื่อนที่ไดระยะทางกี่เมตร ( 1.8 x 1010 ) วิธีทํา ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦ ตอนที่ 2 การสะทอนแสง 2.1 กฏการสะทอนของแสง เมื่อยิงแสงไปตกกระทบผิววัตถุใดๆ แสงมักสะทอนออกจากวัตถุนั้นได กฎการสะทอน มีดังนี้ 1. รังสีตกกระทบ รังสีสะทอน เสนปกติอยูในระนาบเดียวกัน 2. มุมตกกระทบเทากับมุมสะทอน ″1 ″2 รังสีตกกระทบ รังสีสะทอนเสนปกติ มุมตก มุมสะทอน
  • 2.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 54 ขอควรรูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสะทอนแสง 1. ถารังสีตกกระทบตั้งฉากกับผิววัตถุ รังสีสะทอนจะสะทอนยอนแนวเดิมออกมาโดยตลอด 2. หากรังสีสะทอนอยางนอย 2 เสน มาตัดกัน จะเกิด ภาพของวัตถุตนกําเนิดแสงขึ้น ณ จุดตัดนั้น ระยะจากวัตถุสูจุดสะทอน เรียก ระยะวัตถุ (S) ระยะจากภาพสูจุดสะทอน เรียก ระยะภาพ (Sℑ) และ กําลังขยาย (m) = Y Y S S ℑℑ ∴ เมื่อ Yℑ = ขนาดภาพ Y = ขนาดวัตถุ 3. จงเติมคําลงในชองวางใหถูกตอง ภาพของวัตถุตนกําเนิดแสงจะเกิดเมื่อ ................................ ระยะวัตถุ (S) คือ .............................................................. ระยะภาพ (Sℑ) คือ ............................................................ กําลังขยาย (m) หาคาไดจาก ............................................. 2.2 กระจก โดยทั่วไปมี 2 ชนิด 1. กระจกราบ 2. กระจกโคง ไดแก โคงเวา และโคงนูน แสงสะทอน แสงตกกระทบ ระยะภาพ Sℑ ระยะวัตถุ S กระจกเวา กระจกนูน หลัง 4นา กระจกราบ
  • 3.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 55 การสะทอนกระจกผิวราบ รังสีที่สะทอนออกมาจากกระจกราบนั้น จะไมตัดกันจึงไมเกิดภาพจริงขึ้น แตถาเรา ตอแนวรังสีถอยออกไปขางหลังกระจก จะ พบวาเสนสมมติที่ตอออกไปนี้ จะไปตัด กันไดที่จุดจุดหนึ่ง การตัดกันของเสน สมมตินี้ จะทําใหเกิดภาพหลังกระจก เรียก ภาพนี้วา ภาพเสมือน และสําหรับกรณีนี้ S = Sℑ และ y = yℑ เสมอ ดังนั้น m = S Sℑ = 1 4. ภาพที่เกิดจากกระจกราบ จะเปนภาพ ............. เสมอ ขนาดภาพ กับขนาดวัตถุจะมีขนาด ............. และ ระยะภาพ กับระยะวัตถุ จะมีคา ......... กําลังขยายจะมีคาเทากับ ................... กระจกโคง จากรูป จุด C เรียก จุดศูนยกลางความโคง จุด O เรียก จุดใจกลางบนผิวโคง เสนตรง CO เรียก เสนแกนมุขสําคัญ ระยะ CO เรียก รัศมีความโคง (R) ถาเราใหรังสีที่ขนานกับเสนแกนมุขสําคัญ มาตกกระทบ กระจกเวา จะพบวา รังสีสะทอนจะตัดกันที่จุดกึ่งกลาง ระหวาง C กับ O เสมอ จุดตัดนี้เรียก จุดโฟกัส (F) ระยะหางจาก O ถึง F เรียกวา ความยาวโฟกัส (f) แตกระจกนูนจะเปนกระจกกระจายแสง เมื่อยิงแสงขนาน กับเสนแกนมุขสําคัญไปตกกระทบกระจกนูน แสงสะทอน จะกระจายออก ตองลากเสนสมมติตอไปขางหลังกระจก จึงจะไดจุดโฟกัส และความยาวโฟกัส ที่สําคัญ f = 2 R เสมอ R O C กระจกเวา R C O กระจกนูน
  • 4.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 56 5. จากรูป จุด C เรียก ............................. จุด O เรียก ............................. เสนตรง CO เรียก ............................. ระยะ CO เรียก …………………. 6. หากเราฉายแสงที่มีรังสีขนานกับเสนแกนมุข สําคัญมาตกกระทบกระเวา แสงสะทอนของ รังสีขนานเหลานั้น จะไปตัดกันที่จุด.............. ระยะหางจากใจกลางกระจกถึงจุด F เรียกวา ....................................... 7. กระจกนูนเปนกระจกกระจายแสง แสงสะทอน ของรังสีขนานจะไมตัดกัน จุดโฟกัสของกระจกนูน จะเกิดจาก ............................................................ 8. จุดโฟกัสจะอยูกึ่งกลางระหวางจุดใจกลางกระจก กับจุดศูนยกลางความโคงเสมอ ดังนั้น f = …… 9. รังสีของแสงจากดวงอาทิตยถือเปนรังสีขนาน ดังนั้น หากเรานํากระจกเวามารองรับแสง อาทิตย เมื่อแสงสะทอนมาตัดกัน จะทําใหเกิดภาพของดวงอาทิตยที่จุด .................. ของ กระจกเวานั้น 10. ถาใชกระจกเวารัศมีความโคง 100 เซนติเมตร รับแสงจากดาวดวงหนึ่ง จะไดภาพหาง จากกระจกเซนติเมตร ก. 200 ข. 100 ค. 50 ง. 25 (ขอ ค) วิธีทํา 11. ถากําหนดให R คือรัศมีความโคงของกระจกเวา ถาตองการใหเกิดลําแสงขนานสงออกไป จากกระจกเวานี้ ควรจะวางหลอดไฟฟาไวที่ตําแหนงใดบนเสนแกนมุขสําคัญของกระจกนี้ 1. 2R 2. R 3. 2 R 4. 4 R (ขอ 3) วิธีทํา R O C กระจกเวา R C O กระจกนูน
  • 5.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 57 การเกิดภาพโดยกระจกโคง กระจกเวา สรุป กระจกเวาสวนมากจะสรางภาพจริงหัวกลับ ยกเวนเมื่อวัตถุอยูตรงจุดโฟกัส จะไมเกิดภาพ ถาวัตถุอยูใกลกวาจุดโฟกัส จะสรางภาพเสมือนหัวตั้งขนาด ภาพใหญกวาวัตถุ กระจกนูน สรุป กระจกนูนจะสรางแตภาพเสมือนหัวตั้ง ขนาดภาพเล็กกวาขนาดวัตถุ และระยะภาพสั้นกวา ระยะวัตถุเสมอ
  • 6.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 58 12. ใหเขียนการเกิดภาพโดยกระจกเวา และกระจกนูนตามกรณีตอไปนี้ใหสมบูรณ กระจกเวา สรุป กระจกนูน ชวนสังเกตุ ถาม กระจกอะไรสรางภาพจริงได ถาม กระจกอะไรสรางภาพเสมือนได ก. เวา ข. ราบ ค. นูน ง. ถูกทุกขอ ก. เวา ข. ราบ ค. นูน ง. ถูกทุกขอ ลักษณะของภาพจริงที่เกิดจากการสะทอน ลักษณะของภาพเสมือนที่เกิดจากการสะทอน 1. หัวกลับ 1. หัวตั้ง 2. เกิดหนากระจก 2. เกิดหลังกระจก 3. เอาฉากมาตั้งรับได 3. เอาฉากมารับไมได แตเห็นไดดวยตาเปลา สรุป 1. 2. 3. 4. 5.
  • 7.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 59 13(มช 35) คํากลาวตอไปนี้ขอใดเปนจริง ก. ภาพของวัตถุจริงที่เกิดจากกระจกเวา จะเปนภาพจริงเสมอ ข. ภาพของวัตถุจริงที่เกิดจากกระจกเวา จะมีขนาดโตกวาวัตถุเสมอ ค. ภาพของวัตถุจริงที่เกิดจากกระจกนูน จะเปนภาพเสมือนเสมอ ง. ภาพเสมือนที่เกิดจากกระจกนูน จะมีขนาดโตกวาวัตถุเสมอ (ขอ ค) 14. ขอใดไมถูกตอง ก. ภาพจริงหัวกลับ ภาพเสมือนหัวตั้ง ข. ภาพจริงตองใชฉากรับ ค. ภาพเสมือนโตเทาวัตถุเสมอ ง. ภาพเสมือนไมตองใชฉากรับ (ขอ ค) 15. กระจกในขอใดสามารถใหภาพเสมือนที่มีขนาดใหญกวาวัตถุ ก. กระจกเงาราบ ข. กระจกนูน ค. กระจกเวา ง. ขอ ข, ค ถูก (ขอ ค) 16. จะตองวางวัตถุหางจากกระจกเวาอยางไร เราจึงมองเห็นภาพที่เกิดจากกระจกเวาไดเลย โดยไมตองใชฉากรับภาพ ก. วัตถุอยูหางจากกระจกนอยกวาความยาวโฟกัส ข. วัตถุอยูหางจากกระจกเทากับความยาวโฟกัส ค. วัตถุอยูระหวางศูนยกลางความโคงกับโฟกัส ง. วัตถุอยูที่จุดศูนยกลางความโคง (ขอ ก) 17. ถาวางวัตถุไวที่จุดศูนยกลางความโคงของกระจกเวา ภาพที่เกิดขึ้นเปนอยางไร ก. ภาพเสมือนขนาดเทาวัตถุ ข. ภาพจริงขนาดเทาวัตถุ ค. ภาพจริงขนาดเล็กกวาวัตถุ ง. ภาพจริงขนาดโตกวาวัตถุ (ขอ ข) 18(En 43/1) ถาวางวัตถุไวหนาทัศนอุปกรณอยางงายชนิดหนึ่ง จะไดภาพจริงหัวกลับขนาด ขยายใหญกวาวัตถุดังรูป ทัศนอุปกรณอยางงายคือ (ขอ 2) 1. กระจกนูน 2. กระจกเวา 3. เลนสนูน 4. เลนสเวา ทัศน– อุปกรณ วัตถุ ภาพ
  • 8.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 60 สูตรที่ใชคํานวณการเกิดภาพโดยกระจกเวา และ กระจกนูน S 1 S 1 f 1 ℵ Ι[ m = Y Y S S ℵℵ [ m = fs f Κ f = 2 R เงื่อนไขการใชสมการ 1) หากเปนกระจกเวา ตองใช f มีคาเปน + หากเปนกระจกนูน ตองใช f มีคาเปน – 2) หากภาพที่เกิดเปนภาพจริง ตองใช S , y , m มีคาเปน + หากภาพที่เกิดเปนภาพเสมือน ตองใช S , y , m มีคาเปน – 19. วางวัตถุไวหนากระจกเวาอันมีความยาวโฟกัส 5 เซนติเมตร ปรากฏวาเกิดภาพจริงขึ้นที่ ระยะหางจากกระจก 10 เซนติเมตร จงหาวาวัตถุอยูหางกระจกกี่เซนติเมตร ( 10 cm) วิธีทํา 20. วางวัตถุไวหนากระจกนูนอันมีความยาวโฟกัส 10 เซนติเมตร ปรากฏวาเกิดภาพขึ้นที่ระยะ หางจากกระจก 5 เซนติเมตร จงหาวาวัตถุอยูหางกระจกกี่เซนติเมตร ( 10 cm ) วิธีทํา เมื่อ f = ความยาวโฟกัส S = ระยะวัตถุ S = ระยะภาพ y = ขนาดวัตถุ y = ขนาดภาพ m = กําลังขยาย R = รัศมีความโคงกระจก
  • 9.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 61 21. วางวัตถุหนากระจกเวาเปนระยะ 10 เซนติเมตร เกิดภาพจริงหนากระจกที่ระยะ 15 เซนติเมตร กระจกมีรัศมีความโคงเทาไร (12 cm) วิธีทํา 22. วางวัตถุหนากระจกโคงความยาวโฟกัส 40 เซนติเมตร ปรากฏวาใชฉากรับภาพไดที่ระยะ 120 เซนติเมตร หนากระจก จงหาวาวัตถุอยูหางจากกระจกเทาใด และไดขนาดภาพเปนกี่ เทาของขนาดวัตถุ (60 cm , 2 เทา) วิธีทํา 23. ถาจะใหเกิดภาพหลังจากกระจกนูน 20 เซนติเมตร กระจกนูนมีรัศมีความโคง 60 เซนติ- เมตร จะตองวางวัตถุหางจากกระจกนูนเทาไร (60 cm) วิธีทํา
  • 10.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 62 24. วางวัตถุไวหนากระจกโคง หางกระจก 8 เซนติเมตร เกิดภาพเสมือนหางกระจก 4 เซนติ- เมตร จงหาความยาวโฟกัส และชนิดของกระจก (–8 cm) วิธีทํา 25. วัตถุสูง 5 เซนติเมตร อยูหาง 10 เซนติเมตร จากกระจกเวาซึ่งมีรัศมีความโคง 50 เซนติ- เมตร จงหาขนาดของภาพ ( 3 25 cm) วิธีทํา 26(มช 32) ถาวางวัตถุที่มีความสูง 10 เซนติเมตร ไวหนากระจกนูนซึ่งมีรัศมีความโคง 50 เซนติเมตร โดยวางใหหางจากกระจกเปนระยะ 100 เซนติเมตร จงหาความสูงของ ภาพวามีขนาดกี่เซนติเมตร ( –2 cm) วิธีทํา
  • 11.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 63 27. วางวัตถุสูง 5 เซนติเมตร ไวหนากระจกโคงเปนระยะ 5 เซนติเมตร ไดภาพเสมือน ขนาดสูง 3 เซนติเมตร จงหาชนิดของกระจก (กระจกนูน f = 7.5 cm) วิธีทํา 28. ทันตแพทยถือกระจกเวารัศมีความโคง 4.0 เซนติเมตร หางจากฟนที่ตองการอุดเปนระยะ 1.0 เซนติเมตร ทันตแพทยจะเห็นฟนในกระจกขยายเปนกี่เทา 1. 2 เทา 2. 3 เทา 3. 4 เทา 4. 5 เทา (ขอ 1) วิธีทํา 29. กระจกเวา 2 บาน ความยาวโฟกัสแผนละ 10 Cm วางหันหนาเขาหากันหางกัน 30 Cm นํา วัตถุวางหางกระจกบานหนึ่งระยะ 5 Cm ตําแหนงและชนิดของภาพที่เกิดจากการสะทอน แสงระหวางกระจกทั้งสอง ใหสะทอนจากบานใกลวัตถุกอน วิธีทํา (ภาพจริงอยูหนากระจกบาน 2 = 13.33 cm)
  • 12.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 64 30. วัตถุสูง 5 เซนติเมตร วางหางจากกระจกนูน 15 เซนติเมตร กระจกนูนมีรัศมีความโคง 20 เซนติเมตร กระจกราบบานหนึ่งวางหันหนาเขาหากระจกนูน หางจากกระจกนูน 20 เซนติเมตร จงหาตําแหนงของภาพซึ่งเกิดจากรังสีของแสง ซึ่งสะทอนที่กระจกนูนกอน จากนั้นสะทอน ที่กระจกราบ (หลังกระจกราบ 26 cm) วิธีทํา 31. วางหลอดไฟฟาที่โฟกัสของกระจกเวา ดังรูป ถานํากระจกเวาอีกบานหนึ่งมารับแสงจากกระจก บานแรก ภาพของหลอดไฟฟานี้จะเกิดขึ้น ณ. ตําแหนงใด และเปนภาพจริงหรือภาพเสมือน วิธีทํา ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦ ตอนที่ 3 การหักเหของแสง กฎของสเนลล 2sin 1sin ⊗ ⊗ = 2v1v = 2 1 ↵ ↵ = n21 = 1n2n เมื่อ n1 คือ ดัชนีหักเหตัวกลางที่ 1 เทียบกับอากาศ เรียกสั้นๆ ดัชนีหักเหของตัวกลางที่ 1 n2 คือ ดัชนีหักเหตัวกลางที่ 2 เทียบกับอากาศ เรียกสั้นๆ ดัชนีหักเหของตัวกลางที่ 2 ** หมายเหตุ : 1. n21 ¬ n2 หรือ n1 2. nอากาศ = 1 F วัตถุ
  • 13.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 65 32. แสงชนิดหนึ่งมีความยาวคลื่น 450 นาโนเมตร ความเร็ว 3x108 เมตร/วินาที ในอากาศ เมื่อยิงแสงทะลุลงไปในของเหลวชนิดหนึ่ง ปรากฎวาความยาวคลื่นเปลี่ยนเปน 300 นาโน– เมตร ความเร็วแสงในของเหลวชนิดนี้มีคาเทาใด (2x108 m/s) วิธีทํา 33. แสงสีหนึ่งมีความยาวคลื่น 600 นาโนเมตรในอากาศ และมีอัตราเร็ว 3x108 เมตร/วินาที ถาดัชนีหักเหของแกวเทียบหับอากาศเปน 2 3 จงหาอัตราเร็วแสงในแกว ( 2x108 m/s) วิธีทํา 34. จากขอที่ผานมา จงหาความยาวคลื่นของแสงในแกว (4x10–7m) วิธีทํา 35. ดัชนีหักเหของตัวกลาง A = 3 และ ดัชนีหักเหของตัวกลาง B = 6 จงหาดัชนีหักเหของ ตัวกลาง A เทียบกับ B (0.5) วิธีทํา
  • 14.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 66 36. จากขอที่ผานมา หากความเร็วแสงในตัวกลาง B มีคาเทากับ 1.2x108 เมตร/วินาที แลว ความเร็วแสงในตัวกลาง A จะมีคาเทาใด (2.4x108) วิธีทํา 37. ถาดัชนีหักเหของน้ํามีคา 3 4 และดัชนีหักเหของน้ํามัน 3 2 อัตราสวนระหวางอัตราเร็ว ของแสงในน้ํามันและน้ําเปนเทาใด (8/9) วิธีทํา 38(En 41/2) แสงความยาวคลื่นในอากาศ 525 นาโนเมตร เมื่อเคลื่อนที่ผานไปในแกวที่มีดัชนี หักเห 1.50 จงหาความยาวคลื่นแสงในแกว ( ให ดัชนีหักเหของแสงในอากาศ = 1 ) (350 nm) วิธีทํา 39. ดรรชนีหักเหของแสงในตัวกลางหนึ่งมีคา 1.5 ดังนั้นอัตราเร็วของแสงในตัวกลางนั้นมีคา เทาไร (กําหนด ดัชนีหักเหของแสงในอากาศ = 1) ก. 4.5x107 m/s ข. 1.5x108 m/s ค. 2x108 m/s ง. 2.5x108 m/s (ขอ ค) วิธีทํา
  • 15.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 67 40. แสงเคลื่อนที่ผานตัวกลางดวยอัตราเร็ว 2.25x108 เมตร/วินาที อยากทราบวาตัวกลางนี้มี คาดัชนีหักเหเทาใด (1.33) วิธีทํา 41. แสงเคลื่อนจากของเหลวผานแทงแกวไปสูอากาศ ดังรูป จงหาดรรชนีหักเหของของเหลว ( 2 ) วิธีทํา 42. จากรูป แสงเดินทางจากตัวกลางที่ 1 ผานตัวกลาง ที่ 2 ตัวกลางที่ 3 ไปสูตัวกลางที่ 4 โดยผานรอยตอ ตัวกลาง A , B , C ซึ่งขนานกัน จงหาดัชนีหักเห ของของตัวกลางที่ 1 เทียบกับตัวกลางที่ 4 ( 4 3 ) วิธีทํา ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦ 30oของเหลว แกว × อากาศ 53o 53o C B A (4) (3) (2) (1)
  • 16.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 68 ตอนที่ 4 ปรากฏการณที่เกี่ยวกับแสง 4.1 การสะทอนกลับหมด หากยิงแสงจากตัวกลางที่มีความหนาแนนมากกวา ไปสูตัวกลางที่มีความหนาแนนนอย กวา เชน ยิงแสงจากพลาสติกไปสูอากาศ จะเกิดการหักเหซึ่ง มุมหักเห จะโตกวามุมตก กระทบเสมอ ดังรูป และสําหรับมุมตกกระทบที่ทําใหมุมหักเหเปนมุม 90o พอดี มุมตก กระทบนี้จะเรียก มุมวิกฤติ และหากมุมตกกระทบมีขนาดโตกวามุมวิกฤตินี้ จะทําใหแสงเกิดการสะทอนกลับเขามา ภายในตัวกลางที่ 1 ทั้งหมด ไมมีการหักเหออกไปอีก เราเรียกปรากฎการณนี้วา การสะทอน กลับหมด 43. เมื่อแสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแนนมากกวาสูตัวกลางที่มีความหนาแนนนอยกวา มุมตกกระทบกับมุมหักเห มุมที่มีขนาดโตกวา คือ ........................... 44. มุมวิกฤติ คือ ............................................................................................................... 45. หากมุมตกกระทบโตกวามุมวิกฤติ จะเกิดปรากฏการณ ............................................ 46. ถามุมตกกระทบในของเหลวชนิดหนึ่งเทากับมุมวิกฤติ มุมของหักเหของแสงจะเปนเทาไร (90o) 47(En 37) มุมวิกฤติ δ∉Cε ของแสงที่เดินทางจากแกวซึ่งมี คาดรรชนีหักเห 1.5 ไปยังน้ําซึ่ง มีคาดรรชนีหักเห 1.3 มีคาเทากับเทาใด (ขอ 3) 1. sin–1(0.65) 2. sin–1(0.76) 3. sin–1(0.87) 4. sin–1(0.92) วิธีทํา 80o 30o อากาศ พลาสติก 90o 45o อากาศ พลาสติก 50o อากาศ พลาสติก
  • 17.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 69 48. ผลึกใสชนิดหนึ่งมีคาดัชนีหักเห 2 และของเหลวชนิดหนึ่งมีคาดัชนีหักเห 3 4 จงหามุม วิกฤตระหวางผลึกใสและของเหลวนี้ (sin–1 3 2 ) วิธีทํา 49(En 38) มุมวิกฤติสําหรับสารโปรงใสชนิดหนึ่งในอากาศ มีคาเทากับ 45 องศา ความเร็ว แสงในสารโปรงใสนี้มีคาเทาใด ( ให ความเร็วแสงในอากาศ = 3.0x108 m/s ) 1. 2.1x108 m/s 2. 2.4x108 m/s 3. 2.7x108 m/s 4. 3.0x108 m/s (ขอ 1) วิธีทํา 50. มุมวิกฤติสําหรับสารโปรงใสชนิดหนึ่งในอากาศมีคาเทากับ 30 องศา ดัชนีหักเหของแสง ในสารโปรงใสนี้มีคาเทาใด ( ให ดัชนีหักเหแสงในอากาศ = 1) ( 2 ) วิธีทํา 51(En 42/2) มุมวิกฤติตอแสงในของเหลวชนิดหนึ่งมีคาเทากับ 60 องศา ความยาวคลื่นของ แสงนั้นในของเหลวจะเปนกี่เทาของความยาวคลื่นในอากาศ 1. 2 2 2. 2 3 3. 2 4. 2 1 (ขอ 2) วิธีทํา
  • 18.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 70 52. แผนตัวกลางโปรงใสสามชนิด ดัชนีหักเห n1 , n2 และ n3 วางซอนกันดังรูป ใหแสงตก กระทบในแผนแรกที่มีดัชนีหักเห n1 แลวผานตอไปยังแผนที่สองและสามได ถาตองการให การสะทอนกลับหมดเกิดขึ้นไดเฉพาะที่ผิว CD ดังรูป เทานั้น ดัชนีหักเหทั้งสามคาจะมี ความสัมพันธดังขอใด (ขอ 4) 1. n1 > n2 > n3 2. n1 < n2 < n3 3. n1 > n2 < n3 4. n1 < n2 > n3 วิธีทํา 4.2 ความลึกปรากฎ ลึกจริง ลึกปรากฏ = 2n1n เมื่อ n1 คือ ดัชนีหักเหของตัวกลางที่ 1 ที่แสงอยู n2 คือ ดัชนีหักเหของตัวกลางที่ 2 ที่แสงอยู ถาเรามองวัตถุที่อยูในน้ํา เราจะเห็นวัตถุนั้นอยูตื้น กวาความเปนจริง ทั้งนี้เพราะเมื่อแสงสะทอนจากตัวปลา แลวเดินทางออกจากน้ํามาเขาตาเราซึ่งอยูในอากาศ แสงจะ เกิดการหักเห แตเนื่องจากวาสายตาของคนเราจะมองตรง เสมอ เราจึงมองเห็นปลาอยูตื้นกวาที่เปนจริง และหากเรามองวัตถุตรง ๆ (มองตั้งฉากกับผิวน้ํา) เราสามารถคํานวณหาความลึกปรากฎไดจาก หากเรามองเอียงทํามุมกับผิวหักเห ใชสมการ ลึกจริง ลึกปรากฏ = 2cos2n 1cos1n ± ± เมื่อ ±1 คือ มุมตกกระทบในตัวกลางที่ 1 ±2 คือ มุมหักเหในตัวกลางที่ 2 วัตถุ ตา ภาพลึกปรากฎ ลึกจริง
  • 19.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 71 53(มช 38) วัตถุอยูในน้ํามีความลึกจริงเปน 4 เมตร เราจะมองเห็นภาพวัตถุนั้นอยูลึกกี่เมตร (กําหนด ดัชนีหักเหของน้ํา = 4/3) ก. 4 ข. 3 ค. 2.67 ง. 2 (ขอ ข) วิธีทํา 54. นายเอนกยืนอยูบนสะพานเห็นปลาตัวหนึ่งอยูลึก 2 เมตร ถามวาตัวจริงของปลาอยูลึกกี่เมตร (กําหนด ดัชนีหักเหของน้ํา = 4/3) ( 2.67 ) วิธีทํา 55(มช 31) นกตัวหนึ่งบินอยูในอากาศสูงจากผิวน้ํา 3 เมตร คนที่ดําอยูใตน้ําและมองดูนกตัวนี้ ในแนวเสนปกติจะมองเห็นนกไกลหรือใกลกวาความจริงเทาใด ในหนวยของเมตร กําหนด n ของน้ํา = 4 3 (ขอ ข) ก. ใกลเขามามากกวาความจริง 1.00 ข. ไกลออกไปมากกวาความจริง 1.00 ค. ใกลเขามากกวาความจริง 2.25 ง. ไกลออกไปมากกวาความจริง 2.25 วิธีทํา
  • 20.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 72 56. แทงแกวสี่เหลี่ยมหนา 6 เซนติเมตร มีคาดัชนีหักเห 1.5 วางทับกระดาษ อยากทราบวาถา มองผานแทงแกวนี้ลงไปตรงๆ จะเห็นตัวอักษรบนกระดาษลอยสูงจากกระดาษขึ้นมาเทาไร วิธีทํา (2 cm) 57(มช 38) มองผานกลองจุลทรรศนเห็นจุดเล็ก ๆ บนโตะชัดเจน แตเมื่อนําแผนวัตถุใสหนา 1.00 cm มาวางทับจุดดังกลาว ตองปรับเลื่อนกลองใหหางโตะจากตําแหนงเดิมไปเปน ระยะ 0.40 cm โดยที่โฟกัสของกลองจุลทรรศนยังคงเดิม ดัชนีหักเหของแผนวัตถุนี้เปนเทาใด 1. 1.24 2. 1.40 3. 1.66 4. 2.50 (ขอ 3) วิธีทํา 4.3 มิราจ ในบางครั้งคนซึ่งเดินทางในทะเลทราย จะ มองเห็นตนไมเปนสองตนพรอมกัน โดยตนไม ตนหนึ่งคือตนไมปกติ แตอีกตนหนึ่งจะเปน ภาพหัวกลับยอดชี้ลงใตพื้นทราย ปรากฏการณ นี้เรียก มิราจ ปรากฏการณนี้เกิดขึ้นเนื่องจากพื้น ทรายถูกแดดจัดเผา ทําใหอากาศบริเวณใกลพื้น ทรายมีอุณหภูมิสูงและมีความหนาแนนต่ํา แตจุด ซึ่งสูงกวาพื้นทรายขึ้นมาเล็กนอย อุณหภูมิจะลดลงอยางมาก ทําใหความหนาแนนอากาศ บริเวณนี้สูงขึ้น จึงเกิดความแตกตางของความหนาแนนของชั้นอากาศบริเวณนั้น
  • 21.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 73 และเมื่อแสงอาทิตยสะทอนออกจากยอดไม แสงบางสวนจะพุงตรงเขาตา ทําใหเห็นยอด ไมชี้ขึ้นบนอากาศเปนปกติ แตแสงบางสวนจะพุงลงขางลางแลวเกิดการหักเหตามชั้นอากาศ ซึ่งมีความหนาแนนตางกันอยูแลวยอนขึ้นมาเขาตา และเมื่อสายตามองตรงลงไป จะทําใหเห็น ยอดไมชี้ลงไปใตพื้นทราย นอกจากตัวอยางนี้แลว ยังมีปรากฏการมิราจใหเห็นไดอีก เชน การเห็นน้ําปรากฏบน พื้นผิวถนนที่รอนทั้งๆ ที่ถนนแหง หรือ เห็นเรือลอยคว่ําอยูในอากาศเหนือทองทะเลเปนตน 58. จงวาดภาพเพื่ออธิบายปรากฏการณมิราจที่เกิดกับเรือลอยลําอยูกลางทองทะเล 4.4 การกระจายของแสง แสงขาวของดวงอาทิตยนั้น จริง ๆ แลว ประกอบดวยแสงสีตาง ๆ 7 สี คือ มวง คราม น้ําเงิน เขียว เหลือง แสด และ แดง เมื่อใหแสงขาวเดินทางผานปริซึม สีแตละสี จะเกิดการหักเหไดไมเทากัน สีแดง มีความยาวคลื่นมากที่สุดจะเกิดการหักเหนอยที่สุด สีมวง มีความยาวคลื่นนอยที่สุดจะเกิดการหักเหมากที่สุด สวนสีอื่น ๆ ซึ่งมีความยาวคลื่นไมเทากัน ก็จะเกิดการหักเหไดไมเทากันดวย ลักษณะนี้จะ ทําใหแสงแตละสีเกิดการแยกออกจากกัน เรียกปรากฎการณนี้วา การกระจายของแสง 59. ทําไมเมื่อใหแสงสีขาวเชนแสงอาทิตยผานปริซึมแสงสีขาวนั้นถูกกระจายออกเปนสีตาง ๆ กัน ก. เพราะแสงเดินเปนแสงตรง ข. เพราะสีภายในวัตถุที่ใชทําปริซึม ค. เพราะแสงถูกปริซึมดูดคลื่นและปลอยออกมาบางสวน ง. เพราะแสงแตละสีหักเหไมเทากัน (ขอ ง)
  • 22.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 74 60. เมื่อแสงสีขาวผานปริซึมแสงสีใดมีการเบี่ยงเบนไดมากที่สุด ก. สีน้ําเงิน ข. สีเหลือง ค. สีมวง ง. สีแดง (ขอ ค) 61. มุมเบี่ยงเบนของแสงสีใดมีคานอยที่สุด ก. สีแดง ข. สีมวง ค. สีน้ําเงิน ง. สีเขียว (ขอ ก) 62. ปรากฎการณใดไมสามารถเกิดขึ้นไดกับแสงสีเดี่ยว (ขอ ง) ก. การหักเห ข. การเลี้ยวเบน ค. การแทรกสอด ง. การกระจาย 4.5 รุงกินน้ํา รุงกินน้ํามักจะเกิดหลังฝนตก และเกิดใน ทิศซึ่งตรงกันขามกับพระอาทิตย ทั้งนี้เพราะ หลังฝนตกในอากาศจะมีละอองน้ําอยูมาก เมื่อ แสงตกกระทบเขาไปในละอองน้ํานี้ จะเกิดการ สะทอนกลับหมด และหักเหออกมา ทําใหสี ทั้ง 7 สี ของแสงขาวเกิดการกระจายออกจากัน รุงกินน้ํามี 2 ชนิด คือ 1) รุงทุติยภูมิ รุงแบบนี้จะเกิดดานบน จริงๆ แลว แสงสีแดงจะหักเหอยูดานบนสีมวง แตสีที่มาเขาตาเรากลับเปนสีมวงอยูบนสีแดง ? 2) รุงปฐมภูมิ รุงแบบนี้จะเกิดดานลาง จริงๆ แลว แสงสีมวงจะหักเหอยูดานบนสีแดง แตสีที่มาเขาตาเรากลับเปนสีแดงอยูบนสีมวง ? ปกติแลว มักจะเกิดรุงทั้งสองชนิดซอนกันอยูใน เวลาเดียวกัน
  • 23.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 75 ตอนที่ 5 เลนส เลนสมีอยู 2 ชนิด คือ เลนสนูน และ เลนสเวา จุด C , Cℵ = จุดศูนยกลางความโคงของเลนส จุด O = จุดกลางเลนส ระยะจาก O ถึง C = รัศมีความโคง (R) 63. จากรูป จุด C , Cℵ เรียก .................................. จุด O เรียก .................................. ระยะจาก O ถึง C เรียก .................................. 64. จุดโฟกัสของเลนสนูน คือ .................................................................................................... 65. จุดโฟกัสของเลนสเวา คือ .................................................................................................... C O C/ R R ถาเราใหรังสีที่ขนานกับเสนแกนมุขสําคัญ มา ตกกระทบเลนสนูน จะพบวา แสงหักเหไปตัดกัน ที่จุดกึ่งกลางระหวาง C กับ O ฝงตรงขามเสมอ จุดตัดนี้เรียก จุดโฟกัส (F) ระยะหางจาก O ถึง F เรียกวา ความยาวโฟกัส (f ) แตเลนสเวา จะเปนเลนสกระจายแสง เมื่อยิง แสงขนานกับเสนแกนมุขสําคัญไปตกกระทบเลนส เวา แสงหักเหจะกระจายออก ตองลากเสนสมมุติ ยอนถอยออกมา จึงจะไดจุดโฟกัส และ ความยาว โฟกัส ที่สําคัญ f = 2 R เสมอ C O C/ C O C/ R R C O C/
  • 24.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 76 การเกิดภาพโดยเลนสบาง เลนสนูน สรุป เลนสนูน สวนมากจะสรางภาพจริงหัวกลับ ยกเวนเมื่อวัตถุอยูตรงจุดโฟกัส จะไมเกิดภาพ ถาวัตถุอยูใกลกวาจุดโฟกัส จะสรางภาพเสมือนหัวตั้ง ขนาดภาพใหญกวาวัตถุ เลนสเวา สรุป เลนสเวา จะสรางแต ภาพเสมือนหัวตั้งขนาดภาพเล็กกวาขนาดวัตถุ และ ระยะภาพสั้นกวา ระยะวัตถุเสมอ
  • 25.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 77 66. จงเขียนการเกิดภาพโดยเลนสเวา และ เลนสนูน ตามกรณีตอไปนี้ใหสมบูรณ เลนสนูน สรุป เลนสเวา ชวนสังเกตุ ลักษณะของภาพจริงที่เกิดจากการหักเห ลักษณะของภาพเสมือนที่เกิดจากการสะทอน 1. หัวกลับ 1. หัวตั้ง 2. เกิดหลังเลนส 2. เกิดหนาเลนส 3. เอาฉากมาตั้งรับได 3. เอาฉากมารับไมได แตเห็นไดดวยตาเปลา สรุป 1. 2. 3. 4. 5.
  • 26.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 78 68. ลําแสงสีเดียวสองผานเลนส 2 อัน และรังสีเดินทางดังรูป เลนส I และเลนส II เปนเลนสอะไร ก. เปนเลนสนูนทั้งคู ข. I เปนเลนสนูน II เปนเลนสเวา ค. I เปนเลนสเวา II เปนเลนสนูน ง. เปนเลนสเวาทั้งคู (ขอ ข) 69. รังสีของแสงเบนเขาหากันที่จุด A ถานําเลนสไปวางไว ที่จุด B รังสีของแสงนี้จะเบนไปพบกันที่จุด C เลนสที่นําไปวางเปนเลนสชนิดใด อธิบาย 70. ภาพที่เกิดจากเลนสนูนจะมีขนาดเทาวัตถุเมื่อ ก. วางวัตถุไวที่จุดศูนยกลางความโคง ข. วางวัตถุไวที่จุดโฟกัส ค. วางวัตถุไวชิดขอบเลนส ง. วางวัตถุไวที่ระยะไกลมาก ๆ (ขอ ก) 71. ถาวัตถุเคลื่อนที่จาก 2F ไป F ทางดาน A เมื่อ F ในรูปเปนจุดโฟกัสของเลนส ภาพที่ เกิดขึ้นบนดาน R จะเคลื่อนที่จากที่ใดไปที่ใด (ขอ ข) ก. 2F ไป F ข. 2F ไประยะอนันต ค. F ไป 2F ง. F ไปเลนส 72(มช 31) เมื่อตองการดูของที่มีขนาดเล็ก เรามักจะใช “แวนขยาย” ซึ่งทําดวยเลนสนูน เพราะภาพที่เกิดจากการวางวัตถุไวหนาเลนสนูนนั้น ก. มีขนาดใหญกวาวัตถุเสมอ ข. เปนภาพเสมือนเสมอ ค. เปนภาพจริงหรือ ภาพเสมือนและมีขนาดใหญกวาวัตถุเสมอ ง. เปนภาพเสมือน ขนาดใหญกวาวัตถุที่ระยะวัตถุชวงหนึ่ง (ขอ ง) 73(มช 35) ถาให o เปนจุดกึ่งกลางความหนาของเลนส c เปนจุดศูนยกลางของผิวโคง F เปนจุดโฟกัส U เปนวัตถุ และ I เปนภาพ อยากทราบวาการเกิดภาพจากเลนส ในรูปขางลางนี้ รูปไหนถูก (ขอ ข) I II B A C 2F F F 2F A
  • 27.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 79 สูตรที่ใชคํานวณการเกิดภาพโดยเลนสเวา และ เลนสนูน s 1s1 f 1 ℵ Ι[ m = y y s s ℑℑ ∴ m = f-s f f = 2 R เงื่อนไขการใชสมการ 1) หากเปนเลนสนูน ตองใช f มีคาเปน + หากเปนเลนสเวา ตองใช f มีคาเปน – 2) หากภาพที่เกิดเปนภาพจริง ตองใช sℑ , yℑ , m มีคาเปน + 3) หากภาพที่เกิดเปนภาพเสมือน ตองใช sℑ , yℑ , m มีคาเปน – 74. วางวัตถุไวหนาเลนสนูนอันมีความยาวโฟกัส 5 เซนติเมตร ปรากฏวาเกิดภาพจริงขึ้นที่ ระยะหางจากเลนส 10 เซนติเมตร จงหาวาวัตถุอยูหางเลนสกี่เซนติเมตร ( 10 cm ) วิธีทํา เมื่อ f = ความยาวโฟกัส s = ระยะวัตถุ sℑ = ระยะภาพ y = ระยะวัตถุ yℑ = ระยะภาพ m = กําลังขยาย R = รัศมีความโคง
  • 28.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 80 75. วางวัตถุไวหนาเลนสเวาอันมีความยาวโฟกัส 10 เซนติเมตร ปรากฏวาเกิดภาพขึ้นที่ระยะ หางจากกระจก 5 เซนติเมตร จงหาวาวัตถุอยูหางเลนสเวากี่เซนติเมตร ( 10 cm ) วิธีทํา 76. วางวัตถุหางเลนสนูน 12 cm ทางยาวโฟกัสเลนสนูน 18 cm จงหาตําแหนงและชนิด ของภาพที่เกิด (ภาพเสมือนหางเลนส 36 cm) วิธีทํา 77(มช 45) วัตถุสูง 9.0 เซนติเมตร อยูหางจากเลนสเวา 27.0 เซนติเมตร ถาเลนสมีความยาว โฟกัส 18.0 เซนติเมตร ขนาดของภาพมีความสูงกี่เซนติเมตร (–3.6 cm) วิธีทํา 78. วางวัตถุหางจากเลนส A เปนระยะทาง 15 เซนติเมตร ไดภาพเสมือนขนาดใหญกวาวัตถุ 4 เทา เลนส A ควรจะเปนเลนสชนิดใด มีความยาวโฟกัสเทาไร ( เลนสนูน f = 20 cm ) วิธีทํา
  • 29.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 81 79. เลนสอันหนึ่งใหภาพเสมือนขนาด 3/4 เทาของวัตถุในขณะที่วัตถุอยูหนาเลนส 10 cm. จงหาวาเลนสนี้เปนเลนสชนิดใด มีความยาวโฟกัสเทาไร ( เลนสเวา f = 30 cm ) วิธีทํา 80. จากรูป จงหาตําแหนงภาพ ถาความยาวโฟกัสเลนสนูน = 30 cm. ของเลนสเวา 50 cm. วิธีทํา (33 cm ทางซายเลนสเวา) 81(En 29) วัตถุอยูทางดานซายมือของเลนสนูน (ความยาวโฟกัส 5 เซนติเมตร) ระยะทาง 10 เซนติเมตร และมีเลนสเวา (ความยาวโฟกัส 10 เซนติเมตร) ทางดานขวามือของเลนสนูนนั้น ระยะทาง 5 เซนติเมตร ภาพที่เกิดเปนดังดานขาง วัตถุ 10cm 5cm 20 cm. 40 cm.
  • 30.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 82 ก. ภาพเสมือนอยูทางดานซายมือของเลนสเวาเปนระยะทาง 3.33 เซนติเมตร ข. ภาพจริงอยูทางดานขวามือของเลนสเวาเปนระยะทาง 10 เซนติเมตร ค. ภาพเสมือนอยูทางดานขวามือของเลนสเวาเปนระยะทาง 10 เซนติเมตร ง. ภาพจริงอยูทางดานซายมือของเลนสเวาเปนระยะทาง 10 เซนติเมตร (ขอ ข) วิธีทํา โดยทั่วไปแลว สายตาของคนปกตินั้นจะมองเห็นวัตถุไดชัดเจนที่สุดเมื่อวัตถุอยูในระยะใกล ที่สุดคือ 25 เซนติเมตร และไกลที่สุดคือที่ระยะอนันต ( Infinite ) จากตา แตสําหรับคนสายตายาว หากวัตถุอยูที่ระยะ 25 เซนติเมตร เขาจะเห็น ไมชัด ( แตอาจมอง เห็นชัดที่ระยะไกลกวานี้ เชน เห็นชัดเมื่อวัตถุอยูหาง 1 เมตร เปนตน ) ดังนั้นตองใชแวนตา เลนสนูน เพื่อนําวัตถุซึ่งอยูที่ระยะ 25 เซนติเมตรนั้น ไปสรางเปนภาพเสมือน ตรงจุดใกลที่สุดที่เขามองเห็นไดชัด และสําหรับคนสายตาสั้น หากวัตถุ อยูไกลๆ เขาจะเห็นไดไมชัด ( แตหาก วัตถุอยูใกลๆ เชน 5 เมตร อาจเห็นชัด ) ดังนั้นตองใชแวนตาเลนสเวา เพื่อนํา วัตถุที่อยูไกลๆ นั้น มาสรางเปนภาพ เสมือนตรงจุดไกลสุดที่เขา ยังสามารถ เห็นไดชัดเจน ดังแสดงในรูป
  • 31.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 83 82(En 36) เลนสแวนตาสําหรับคนตายาวทําหนาที่ตอผูใสแวนนั้นอยางไร 1. ยายวัตถุที่ระยะ 25 cm จากตาไปไวที่ระยะใกลสุดที่ตาเปลามองเห็นชัด 2. ยายวัตถุที่ระยะ 25 cm จากตาไปไวที่อนันต 3. ยายวัตถุที่ระยะอนันตมาไวที่ระยะใกลสุดที่ตาเปลามองเห็นชัด 4. ยายวัตถุที่ระยะอนันตมาไวที่ระยะไกลสุดที่ตาเปลามองเห็นชัด (ขอ 1) ตอบ 83(มช 34) ชายผูหนึ่งสามารถอานหนังสือไดชัดเมื่อหนังสืออยูหางจากเขาไมนอยกวา 90 เซนติเมตร ดังนั้นเขาจะตองสวมแวนตาความยาวโฟกัสกี่ cm ก. 15 ข. 20 ค. 35 ง. 40 (ขอ ค) วิธีทํา 84. เลนสแวนตาสําหรับคนตาสั้นทําหนาที่ตอผูใสแวนนั้นอยางไร 1. ยายวัตถุที่ระยะ 25 cm จากตาไปไวที่ระยะใกลสุดที่ตาเปลามองเห็นชัด 2. ยายวัตถุที่ระยะ 25 cm จากตาไปไวที่อนันต 3. ยายวัตถุที่ระยะอนันตมาไวที่ระยะใกลสุดที่ตาเปลามองเห็นชัด 4. ยายวัตถุที่ระยะอนันตมาไวที่ระยะไกลสุดที่ตาเปลามองเห็นชัด (ขอ 4 ) ตอบ 85. ชายสายตาสั้นผูหนึ่งสามารถมองเห็นไดชัดเจนในระยะไกลสุดเพียง 5 เมตร เทานั้น ดังนั้นเขาจะตองสวมแวนตาความยาวโฟกัสกี่ cm ก. 150 ข. 200 ค. 400 ง. 500 (ขอ ง ) วิธีทํา
  • 32.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 84 ตอนที่ 6 ทัศนอุปกรณ 6.1 เครื่องฉายภาพนิ่ง หลักการทํางานของเครื่องฉายภาพนิ่ง เปนเปนตามที่แสดงในแผนภาพตอไปนี้ เนื่องจากภาพที่เกิดบนฉาก จะเปนภาพจริงหัวกลับ ดังนั้นเวลาใสฟลมจึงตองกลับหัว ฟลมลงเสมอ 86. เหตุใดเวลาใสฟลมเครื่องฉายภาพนิ่งตองกลับหัวฟลมเสมอ ................................................ 6.2 กลองถายรูป หลักการทํางานของกลองถายรูป เปนเปนตามที่แสดงในแผนภาพตอไปนี้ นอกจากนี้ในกลองถายรูปจะมี อุปกรณเสริมดังนี้ วงแหวนปรับความชัด ใชปรับ เลื่อนเลนสเพื่อปรับความ คมชัดของภาพ ไดอะแฟรม เปนชองกลมปรับ ยอขยายขนาดได เพื่อปรับแตงปริมาณแสงใหเขามากนอยตามความพอดี ชัตเตอร เปนแผนทึบแสงคอบกั้นแสงและปดเปดเมื่อตองการถายรูป หากปริมาณแสงมีมาก ตองปรับความเร็วชัตเตอรใหปดเปดอยางรวดเร็ว หากปริมาณแสงมีนอย ตองปรับความเร็วชัตเตอรใหปดเปดอยางชาๆ 87. ภาพที่เกิดบนฟลมถายรูปจะเปนภาพ ............................................. 88. จงบอกประโยชนของ วงแหวนปรับความชัด ..................................................................... ไดอะแฟรม .......................................................ชัตเตอร ..........................................................
  • 33.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 85 6.3 กลองจุลทรรศน หลักการทํางานของกลองจุลทรรศน เปนเปนตามที่แสดงในแผนภาพตอไปนี้ ภาพแรกที่เกิดในกลองจุลทรรศนจะเปนภาพจริงหัวกลับ สวนภาพที่เกิดที่เรามองเห็น จะเปนภาพเสมือนของภาพแรกนั้น ภาพที่เรามองเห็นจึงเปนภาพหัวกลับเมื่อเทียบกับวัตถุ เริ่มตน และภาพสุดทายนี้ควรเกิดหางจากตาไมนอยกวา 25 Cm เพื่อใหมองสบายตา 89. ภาพที่เกิดในกลองจุลทรรศนจะเปนภาพ .......................................... 90. ภาพที่มองเห็นจากกลองจุลทรรศนจะเปนภาพ ............... ของภาพที่เกิดตอนแรก 6.4 กลองโทรทัศน หลักการทํางานของกลองโทรทัศน เปนเปนตามที่แสดงในแผนภาพตอไปนี้ ภาพที่เกิดจากเลนสใกลวัตถุจะเปนภาพจริงหัวกลับเกิดที่จุดโฟกัสของเลนสใกลวัตถุนั้น และเมื่อใหภาพนี้อยูใกลจุดโฟกัสเลนสใกลตา จะเกิดภาพเสมือนของภาพแรกนี้ แลวเราจะมอง ดูภาพเสมือนที่เกิดนี้ ดังนั้นภาพที่เห็นจึงเปนภาพหัวกลับเมื่อเทียบกับวัตถุเริ่มตน
  • 34.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 86 ความยาวของกลองโทรทัศนจะมีคาประมาณ ความยาวโฟกัสของเลนสทั้งสองรวมกัน ปจจุบันเราสามารถทําใหภาพเสมือนที่มองเห็นเปนภาพหัวตั้ง โดยไสเลนสนูนตัวที่ 3 แทรกไวระหวางเลนสใกลวัตถุกับเลนสใกลตาดังรูป เนื่องจากกลองโทรทัศนจะมีขนาดที่ยาวมาก แตหากเราใชปริซึมเขาชวยจะสามารถลดความยาว ของกลองไดดังรูป วิธีการเชนนี้จะใชกับกลองสอง ทางไกล 91. เลนสไกลวัตถุของกลองโทรทรรศนทําหนาที่ ..................................................................... 92. เลนสใกลตาจะสรางภาพ..............ของภาพที่เกิดตอนแรก 93. ความยาวกลองจุลทรรศน จะเทากับ................. ................. ................. ................. .............. 94. เลนสตัวที่ 3 ที่ใสแทรกเขาไปในกลองโทรทรรศน ทําหนาที่ ........................................... 95. ปริซึมที่ใสแทรกเขาไปในกลองโทรทรรศน ทําหนาที่ ........................................................ ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦ ตอนที่ 7 ความสวาง ความสวางบนพื้นผิวใด ๆ สามารถคํานวณหาคาได จากสมการ E = A F หรือ E = 2R I เมื่อ E คือ ความสวาง (ลูเมน/m2 . Lux) F คือ อัตราการใหพลังงานแสง หรือ ฟลักซสองสวาง (ลูเมน) [ ปริมาณพลังงานแสงที่สองออกมาจากแหลงกําเนิดตอหนึ่งหนวยเวลา ] A คือ พื้นที่รับแสง (m2)
  • 35.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 87 I คือ ความเขมแหงการสองสวาง (แคนเดลลา) [ ความสามารถในการเปลงแสงออกจากแหลงกําเนิด ] R คือ ระยะจากแหลงกําเนิดแสง วัดมาตั้งฉากกับพื้นที่ (m) 96. หลอดฟลูออเรสเซนต 1 หลอด ใหอัตราพลังงานแสงได 2700 ลูเมน จงหาความสวาง บนโตะพื้นที่ 5 ตารางเมตร จากหลอดไฟ 2 หลอดเปนเทาไร ก. 1080 ลักซ ข. 880 ลักซ ค. 640 ลักซ ง. 540 ลักซ (ขอ ก) วิธีทํา 97(En 37) พลังงานแสงเทากับ 1,000 ลูเมน เมื่อใชไประยะหนึ่งประสิทธิภาพของหลอดใน การใหพลังงานแสงเหลือเพียง 80% ถาตองการฉายภาพใหมีความสวางเฉลี่ยบนจอ 250 ลักซ ภาพที่ฉายจะมีขนาดใหญมากที่สุดไดกี่ตารางเมตร 1. 2.8 2. 3.2 3. 3.6 4. 4.0 (ขอ 2) วิธีทํา 98(มช 36) หลอดไฟ 64 วัตต มีความเขมแหงการสองสวาง 36 แคนเดลา ถาตองการความ สวางบนโตะอานหนังสือ 144 ลักซ จะตองแขวนหลอดไฟสูงจากโตะเปนระยะกี่เมตร ก. 0.5 ข. 0.67 ค. 1.5 ง. 2.25 (ขอ ก) วิธีทํา
  • 36.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 88 99(En 41) เครื่องฉายภาพยนตรเครื่องหนึ่งใหความสวางเฉลี่ยบนจอ 500 ลักซ เมื่อฉายที่ ระยะหางจากจอ 10 เมตร ถาเลื่อนเครื่องฉายไปเปน 1.5 เทาของระยะเดิม ความสวาง บนจอจะเปนเทาใด 1. 200 lx 2. 220 lx 3. 250 lx 4. 280 lx (ขอ 2) วิธีทํา ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦ ตอนที่ 8 เงามืด เงามัว
  • 37.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 89 100. แหลงกําเนิดแสงเปนดวงไฟกลมรัศมี 5 ซม. อยูหางจากวัตถุทึบทรงกลมรัศมี 3 ซม. เปนระยะ 2 เมตร จงหาเสนผานศูนยกลางของเงามืดและเงามัวที่ปรากฎบนฉากที่อยูหาง จากวัตถุออกไป 1 เมตร (4 cm, 14 cm) วิธีทํา 101. แหลงกําเนิดแสงเปนดวงไฟกลมเสนผานศูนยกลาง 6 เซนติเมตร เมื่อนําวัตถุทึบแสง ทรงกลมที่มีเสนผานศูนยกลาง 4 เซนติเมตร มากั้นแสงที่ระยะหางจากดวงไฟเปนระยะ 3.5 เมตร จงหาระยะที่จะวางจอไวดานหลังทรงกลมเปนระยะหางอยางนอยเทาไร จึงจะ ทําใหเกิดเงามัวบนจออยางเดียว และหาขนาดเสนผานศูนยกลางของเงามัวนั้น วิธีทํา (7 m, 24 cm ) ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦
  • 38.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 90 แบบฝกหัด ฟสิกส บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ การสะทอนแสง และ กระจก 1. กระจกเวาบานหนึ่งมีรัศมีความโคง 40 เซนติเมตร จงหาตําแหนงชนิดและกําลังขยายของ ภาพเมื่อวางวัตถุไว ณ ตําแหนงที่หางจากกระจก ก) ไกลมากๆ ข) 60 ซม. ค.) 40 ซม. ง) 30 ซม. จ) 10 ซม. ฉ) 20 ซม. ( ก. 20 cm , m = 0 ข. 30 cm , m = 0.5 ค. 40 cm , m = 1 ง. 60 cm, m = 2 จ. –20 cm , m = –2 ฉ. ϒϒϒϒ , m = ϒϒϒϒ ) 2. กระจกนูนบานหนึ่งมีรัศมีความโคง 20 เซนติเมตร จงหาชนิด ตําแหนงและกําลังขยายของ ภาพเมื่อวางวัตถุไว ณ ตําแหนงที่หางจากกระจก ก. ไกลมากๆ ข. 40 ซม. ค. 10 ซม. ( ก. –10 cm , m = 0 ข. –8 cm , m = –0.2 ค. –5 cm , m = –0.5 ) 3. ถาจะใหเกิดภาพหลังจากกระจกนูน 40 เซนติเมตร กระจกนูนมีรัศมีความโคง 120 เซนติ- เมตร จะตองวางวัตถุหางจากกระจกนูนเทาไร (120 cm) 4. วางวัตถุไวหนากระจกโคงหางกระจก 4 เซนติเมตร เกิดภาพเสมือนหางกระจก 2 เซนติ- เมตร จงหาความยาวโฟกัส และชนิดของกระจก (–4 cm เปนกระจกนูน) 5. วัตถุสูง 10 เซนติเมตร อยูหาง 10 เซนติเมตร จากกระจกเวาซึ่งมีรัศมีความโคง 40 เซนติ- เมตร จงหาขนาดของภาพ ( 20 cm) 6. เมื่อวางวัตถุหนากระจกโคงหาง 25 เซนติเมตร ปรากฎวาไดภาพจริงขนาด 2 เทา ของวัตถุ บนฉาก จงหาชนิดและรัศมีความโคงของกระจก (กระจกเวา R = 100/3 cm) 7. จงหาชนิดและความยาวโฟกัสของกระจกโคงที่ใหภาพขนาด 4 1 เทาของวัตถุ เมื่อวัตถุวาง หางกระจก 40 เซนติเมตร (กระจกเวา f = 8 cm) 8. กระจกเวา 2 บาน มีรัศมีความโคงบานละ 20 เซนติเมตร วางหันหนาเขาหากันหางกัน 30 เซนติเมตร นําวัตถุสูง 10 เซนติเมตร วางหางกระจกบานแรกเปนระยะ 5 เซนติเมตร จงหาตําแหนงชนิดและขนาดของภาพที่เกิดจากการสะทอนของแสงระหวางกระจก 2 บาน ใหสะทอนบานใกลวัตถุกอน (หนากระจกบานที่สอง 3 40 cm , ขนาด 3 20 cm)
  • 39.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 91 9. วัตถุสูง 5 เซนติเมตร วางหางจากกระจกนูน 15 เซนติเมตร กระจกนูนมีรัศมีความโคง 20 เซนติเมตร กระจกราบบานหนึ่งวางหันหนาเขาหากระจกนูน หางจากกระจกนูน 20 เซนติเมตร จงหาตําแหนงของภาพซึ่งเกิดจากรังสีของแสง ซึ่งสะทอนที่กระจกนูนกอน จากนั้นสะทอน ที่กระจกราบ (หลังกระจกราบ 26 cm) การหักเหของแสง และปรากฏการณที่เกี่ยวกับการสะทอนแสง 10. แสงเคลื่อนที่จากตัวกลาง A ไปยังตัวกลาง B มีมุมตกกระทบ 30o และมีมุมหักเหเปน 37o จงหาดัชนีหักเหของตัวกลาง B เทียบกับตัวกลาง A ( 6 5 ) 11. ถาดัชนีหักเหของน้ํา และแกวเปน 3 4 และ 2 3 ตามลําดับ จงหาดัชนีหักเหของน้ําเทียบ กับแกวมีคาเทาใด ( 9 8 ) 12. แสงเคลื่อนที่จากตัวกลาง (1) ซึ่งมีดัชนีหักเห 2 3 ไปยังตัวกลาง (2) ซึ่งมีดัชนีหักเห 5 6 ดวยมุมตกกระทบ 30o จงหามุมหักเหในตัวกลาง (2) (sin–1 8 5 ) 13. แสงสีหนึ่งมีความยาวคลื่น 600 นาโนเมตรในอากาศ และมีอัตราเร็ว 3x108 เมตร/วินาที ถาดัชนีหักเหของแกวเปน 2 3 จงหาความถี่อัตราเร็ว และความยาวคลื่นของแสงในแกว (2x108 m/s , 4x10–7m) 14. แสงเคลื่อนที่ผานตัวกลางดวยอัตราเร็ว 2.25 x 108 เมตร/วินาที อยากทราบวาตัวกลางนี้มี คาดัชนีหักเหเทาใด (1.33) 15. ดัชนีหักเหของแกวมีคา 1.5 จงหาอัตราเร็วของแสงในแกวเปนเทาใด (2x108 m/s ) 16. ถาเพชรมีดัชนีหักเห 2.42 มุมวิกฤตของเพชรจะมีคาเทาใด (sin–1 0.413) 17. ผลึกใสชนิดหนึ่งมีคาดัชนีหักเห 2 และของเหลวชนิดหนึ่งมีคาดัชนีหักเห 3 4 จงหามุม วิกฤตระหวางผลึกใสและของเหลวนี้ (sin–1 3 2 ) 18. เมื่อแสงเคลื่อนที่จากแกวดัชนีหักเห 2 3 สูอากาศ จงหามุมตกกระทบที่ทําใหแสงเกิดการ สะทอนกลับหมดในแกว (sin–1 3 2 )
  • 40.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 92 19. จากรูป แสงเคลื่อนที่จากผลึกใสไปสูของเหลว แลวเคลื่อนที่ตอไปยังอากาศ ทําใหเกิดมุมวิกฤต จงหาดัชนีหักเหของผลึกใส ( 2 ) 20. จากรูป แสงเดินทางจากตัวกลางที่ 1 ผานตัวกลาง ที่ 2 ตัวกลางที่ 3 ไปสูตัวกลางที่ 4 โดยผานรอย ตอตัวกลาง A, B, C ซึ่งขนานกัน จงหาดัชนีหักเห ของตัวกลางที่ 1 เทียบกับตัวกลางที่ 4 ( 4 3 ) 21. ปลาตัวหนึ่งวายอยูในน้ําลึก 1 เมตร และมีแมลงวันอีกตัวหนึ่งบินอยูเหนือน้ํา หาง 1 เมตร เชนกัน ถาแมลงวันบินอยูเหนือตัวปลาพอดี อยากทราบวาแมลงวันมองเห็นปลาอยูลึกจากผิว น้ําเทาไร และปลามองเห็นแมลงวันอยูหางจากผิวน้ําเทาไร ถาดัชนีหักเหของน้ําเทากับ ( 4 3 , 3 4 เมตร) 22. ชายคนหนึ่งอยูบนเรือ มองลงตรงๆ ในน้ําเห็นปลาอยูลึกจากผิวน้ํา 27 เซนติเมตร ซึ่งพบวา ผิดความจริงไป 9 เซนติเมตรจงหาดัชนีหักเหของน้ํา ( 3 4 ) 23. แทงแกวสี่เหลี่ยมหนา 6 เซนติเมตร มีคาดัชนีหักเห 1.5 วางทับกระดาษ อยากทราบวาถา มองผานแทงแกวนี้ลงไปตรงๆ จะเห็นตัวอักษรบนกระดาษลอยสูงจากกระดาษขึ้นมาเทาไร (2 cm) เลนส 24. เลนสนูนความยาวโฟกัส 10 เซนติเมตร เมื่อวางวัตถุสูง 5 เซนติเมตร ไวหางจากเลนส 15 เซนติเมตรจงหาชนิดตําแหนงและขนาดของภาพ (ภาพจริงอยูหลังเลนส 30 cm,สูง 10 cm) 25. เลนสเวามีความยาวโฟกัส 20 ซม. จะตองวางวัตถุไวที่ตําแหนงใดจึงจะใหภาพมีขนาด 4 1 เทาของวัตถุ (60 cm) 26.วางวัตถุไวหนาเลนสเวาหางจากเลนส 15 เซนติเมตร เกิดภาพหางจากเลนส 10 เซนติเมตร จงหาความยาวโฟกัสของเลนสเวา (30 cm) อากาศ ของเหลว ผลึกใส 60o 30o 53o 53o C B A (4) (3) (2) (1)
  • 41.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 93 27. เลนสนูน 2 อัน ความยาวโฟกัสอันละ 10 เซนติเมตร วางหางกัน 35 เซนติเมตร อยูบน แกนมุขสําคัญเดียวกัน วัตถุสูง 5 เซนติเมตร วางอยูหนาเลนสทั้งสอง และอยูหางจากเลนส อันใกล 15 เซนติเมตร จงหาตําแหนงชนิดและขนาดของภาพที่เกิดจากแสงหักเหผานเลนส ทั้งสองแลว (ภาพเสมือนสูง 10 cm อยูหนาเลนส L2 หาง 10 cm) 28. เลนสนูนและเลนสเวาความยาวโฟกัสเทากัน 20 เซนติเมตร วางอยูในแนวแกนมุขสําคัญ เดียวกันและหางกัน 30 เซนติเมตร วัตถุวางอยูหนาเลนสนูนหาง 40 เซนติเมตร จงหาชนิด ตําแหนงและกําลังขยายของภาพ (ภาพจริงขยาย 2 เทา หลังเลนสเวา 20 cm) ทัศนอุปกรณ 29. กลองสองพระอันหนึ่งมีความยาวโฟกัส 5 เซนติเมตร ตองการสองดูพระสมเด็จใหเห็น ภาพชัดที่สุดตองวางพระหางจากเลนสของกลองสองเทาไร และจะเห็นภาพมีกําลังขยายกี่เทา (6 เทา) 30. เครื่องฉายสไลด ขนาด 2.5 x 3.5 เซนติเมตร ใหภาพปรากฏชัดเจนบนจอภาพซึ่งหางออกไป 5 เมตร โดยเลนสฉายภาพ มีความยาวโฟกัส 25 เซนติเมตร จะไดภาพมีขนาดขยายเทาไร และภาพมีพื้นที่เทาไร (ขยาย 19 เทา, พื้นที่ = 3158.75 cm2) ความสวาง 31. หลอดฟลูออเรสเซนต 1 หลอด ใหอัตราพลังงานแสงได 2500 ลูเมน จงหาความสวาง บนโตะพื้นที่ 5 ตารางเมตร จากหลอดไฟ 4 หลอดเปนเทาไร (2000 ลักซ) 32. พลังงานแสงเทากับ 1000 ลูเมน เมื่อใชไประยะหนึ่งประสิทธิภาพของหลอดในการใหพลัง งานแสงเหลือเพียง 60% ถาตองการฉายภาพใหมีความสวางเฉลี่ยบนจอ 300 ลักซ ภาพที่ ฉายจะมีขนาดใหญมากที่สุดไดกี่ตารางเมตร (2 ) 33. หลอดไฟ 64 วัตต มีความเขมแหงการสองสวาง 36 แคนเดลา ถาตองการความสวางบน โตะอานหนังสือ 144 ลักซ จะตองแขวนหลอดไฟสูงจากโตะเปนระยะกี่เมตร ก. 0.5 ข. 0.67 ค. 1.5 ง. 2.25 (ขอ ก) 34. เครื่องฉายภาพยนตรเครื่องหนึ่งใหความสวางเฉลี่ยบนจอ 300 ลักซ เมื่อฉายที่ระยะหาง จากจอ 5 เมตร ถาเลื่อนเครื่องฉายไปเปน 2 เทาของระยะเดิม ความสวางบนจอจะเปน เทาใด ( 75 ลักซ) ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦
  • 42.
    Physics Online IVhttp://www.pec9.com บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ 94 เฉลยแบบฝกหัด ฟสิกส บทที่ 14 แสงและทัศนอุปกรณ (บางขอ) 29. ตอบ 6 เทา วิธีทํา เมื่อเห็นภาพชัดที่สุดแสดงวาระยะภาพ (sℵ) = –25 cm (ภาพเสมือน) โจทยตองการหาระยะวัตถุ (s) จาก f 1 = s1 + s 1 ℵ s1 = f 1 – s 1 ℵ s1 = 5 1 + 25 1 s = 6 25 = 4.17 cm และ m = ssℵ = 4.17 25 = 6 เทา ดังนั้น ตองวางพระหางจากเลนส 4.17 ซม. และเห็นภาพมีกําลังขยาย 6 เทา ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦ 30. ตอบ 19 เทา , พื้นที่ 3158.75 ตารางเซนติเมตร วิธีทํา ตองการหากําลังขยาย (m) ตองรู sℵ , s จากโจทยรู sℵ = 5 m. ตองหา s กอน จาก f 1 = s1 + s 1 ℵ s1 = f 1 – s 1 ℵ s1 = 25 1 – 500 1 s1 = 500 120Κ s = 19 500 จาก m = ssℵ กําลังขยาย = 500 500 x 19 = 19 เทา พื้นที่ภาพที่ปรากฎบนจอ = (2.5 x 19) x (3.5 x 19) = 3158.75 cm2 ดังนั้น ภาพมีขนาดขยาย 19 เทา และภาพมีพื้นที่ 3158.75 ตารางเซนติเมตร ⌫⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌫⌦⌦