Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Apinya Phuadsing
2,612 views
เรื่องที่18คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 102 times
1
/ 11
2
/ 11
Most read
3
/ 11
4
/ 11
Most read
5
/ 11
6
/ 11
Most read
7
/ 11
8
/ 11
9
/ 11
10
/ 11
11
/ 11
More Related Content
PDF
5.ชุดที่ 2 โครงสร้างของเซลล์
by
เอเดียน คุณาสิทธิ์
PDF
2.ส่วนคำนำ และสารบัญ
by
Pongpob Srisaman
PPTX
โรคทางพันธุกรรม ม.3
by
Wuttipong Tubkrathok
PDF
5 ความดันย่อยของแก๊ส
by
Preeyapat Lengrabam
DOCX
ใบงานคลื่นกล ม.5 .docx
by
sathanpromda
PDF
คลื่นและเสียง
by
โรงเรียนเทพลีลา
PDF
เอกสารประกอบบทเรียน เรื่อง งานและพลังงาน
by
Wijitta DevilTeacher
PPTX
03 แรง มวล และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
by
wiriya kosit
5.ชุดที่ 2 โครงสร้างของเซลล์
by
เอเดียน คุณาสิทธิ์
2.ส่วนคำนำ และสารบัญ
by
Pongpob Srisaman
โรคทางพันธุกรรม ม.3
by
Wuttipong Tubkrathok
5 ความดันย่อยของแก๊ส
by
Preeyapat Lengrabam
ใบงานคลื่นกล ม.5 .docx
by
sathanpromda
คลื่นและเสียง
by
โรงเรียนเทพลีลา
เอกสารประกอบบทเรียน เรื่อง งานและพลังงาน
by
Wijitta DevilTeacher
03 แรง มวล และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
by
wiriya kosit
What's hot
PDF
การทดลองที่ 2
by
Jariya Jaiyot
PDF
ผลิตภัณฑ์ขัดรองเท้าจากเปลือกผลไม้
by
BoomCNC
PDF
คู่มือสภานักเรียน
by
krupornpana55
PDF
Ast.c2560.5tp
by
มะดาโอะ มะเซ็ง
PDF
คำนำ สารบัญ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เล่มที่...
by
Suphot Chaichana
PDF
หน่วย 1
by
ศิวากรณ์ บุญนิล
PDF
Mindmap การลำเลียงสารผ่านเข้าออกเซลล์
by
กมลรัตน์ ฉิมพาลี
PDF
01แบบฝึกแรงและงาน
by
Phanuwat Somvongs
PDF
กระแสไฟฟ้า ความต่างศักย์ กฎของโอห์ม .pdf
by
CharanyaKanuson
DOC
21 ใบความรู้ เรื่องแรงเสียดทาน
by
บริษัท พ่อกับแม่ จำกัดมหาชน
PDF
แผนการสอนงานและพลังงาน
by
Weerachat Martluplao
PDF
50 ตรีโกณมิติ ตอนที่7_กราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติ
by
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์
PDF
เอกสารประกอบการเรียนวิชาคลื่นเสียงแสง เรื่อง เสียง
by
Tom Vipguest
PPT
บทที่ 3 กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
by
Wannalak Santipapwiwatana
PPTX
บทที่ 3 แรง และ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
by
Thepsatri Rajabhat University
PPTX
บทที่ 1 หน่วยวัดและปริมาณทางฟิสิกส์
by
Thepsatri Rajabhat University
PPTX
คลื่นกล
by
benjamars nutprasat
PDF
การเคลื่อนที่แบบ shm
by
Aey Usanee
DOC
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)
by
dnavaroj
PDF
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร์ 5 ภาคเรียน 1
by
dnavaroj
การทดลองที่ 2
by
Jariya Jaiyot
ผลิตภัณฑ์ขัดรองเท้าจากเปลือกผลไม้
by
BoomCNC
คู่มือสภานักเรียน
by
krupornpana55
Ast.c2560.5tp
by
มะดาโอะ มะเซ็ง
คำนำ สารบัญ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เล่มที่...
by
Suphot Chaichana
หน่วย 1
by
ศิวากรณ์ บุญนิล
Mindmap การลำเลียงสารผ่านเข้าออกเซลล์
by
กมลรัตน์ ฉิมพาลี
01แบบฝึกแรงและงาน
by
Phanuwat Somvongs
กระแสไฟฟ้า ความต่างศักย์ กฎของโอห์ม .pdf
by
CharanyaKanuson
21 ใบความรู้ เรื่องแรงเสียดทาน
by
บริษัท พ่อกับแม่ จำกัดมหาชน
แผนการสอนงานและพลังงาน
by
Weerachat Martluplao
50 ตรีโกณมิติ ตอนที่7_กราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติ
by
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์
เอกสารประกอบการเรียนวิชาคลื่นเสียงแสง เรื่อง เสียง
by
Tom Vipguest
บทที่ 3 กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
by
Wannalak Santipapwiwatana
บทที่ 3 แรง และ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
by
Thepsatri Rajabhat University
บทที่ 1 หน่วยวัดและปริมาณทางฟิสิกส์
by
Thepsatri Rajabhat University
คลื่นกล
by
benjamars nutprasat
การเคลื่อนที่แบบ shm
by
Aey Usanee
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)
by
dnavaroj
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร์ 5 ภาคเรียน 1
by
dnavaroj
Viewers also liked
PDF
เรื่องที่14แสงและทัศน์อุปกรณ์
by
Apinya Phuadsing
PDF
เรื่องที่19ฟิสิกส์อะตอม
by
Apinya Phuadsing
PDF
เรื่อง โพลาไรเซชันของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Somporn Laothongsarn
PDF
เรื่องท่ี16ไฟฟ้าและแม่เหล็ก
by
Apinya Phuadsing
PDF
เรื่อง การแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Somporn Laothongsarn
PDF
เรื่องที่15ไฟฟ้าสถิตย์
by
Apinya Phuadsing
PDF
เรื่อง ทฤษฎีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์และการ
by
Somporn Laothongsarn
PDF
ใบความรู้ที่ 01
by
Apinya Phuadsing
PPTX
เทคโนโลยีกับมนุษย์
by
New Sinsumruam
PPTX
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
by
JA Jaruwan
PDF
การวิเคราะห์แนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยในอนาคต
by
Tor Jt
PDF
เทคโนโลยีในโลกอนาคต
by
กระต่าย อยากกินเกี๊ยวกุ้ง
PDF
ข้อตกลงเกี่ยวกับการเรียนการสอน
by
Apinya Phuadsing
PPTX
บทที่1 กลุ่มที่ 1
by
warayut jongdee
PPT
บทที่ 2 คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร
by
SO Good
PDF
Values of science-20141202
by
Namchai Chewawiwat
PPT
วิทยาศาสตร์ กับ แอลกอฮอล์ (Science and Alcohol)
by
Namchai Chewawiwat
PDF
Img 0001
by
Apinya Phuadsing
PPT
How to make science media easy to Thais, part 1
by
Namchai Chewawiwat
PPT
20140922 ทำไมหมอดูจึงแม่น
by
Namchai Chewawiwat
เรื่องที่14แสงและทัศน์อุปกรณ์
by
Apinya Phuadsing
เรื่องที่19ฟิสิกส์อะตอม
by
Apinya Phuadsing
เรื่อง โพลาไรเซชันของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Somporn Laothongsarn
เรื่องท่ี16ไฟฟ้าและแม่เหล็ก
by
Apinya Phuadsing
เรื่อง การแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Somporn Laothongsarn
เรื่องที่15ไฟฟ้าสถิตย์
by
Apinya Phuadsing
เรื่อง ทฤษฎีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์และการ
by
Somporn Laothongsarn
ใบความรู้ที่ 01
by
Apinya Phuadsing
เทคโนโลยีกับมนุษย์
by
New Sinsumruam
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
by
JA Jaruwan
การวิเคราะห์แนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยในอนาคต
by
Tor Jt
เทคโนโลยีในโลกอนาคต
by
กระต่าย อยากกินเกี๊ยวกุ้ง
ข้อตกลงเกี่ยวกับการเรียนการสอน
by
Apinya Phuadsing
บทที่1 กลุ่มที่ 1
by
warayut jongdee
บทที่ 2 คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร
by
SO Good
Values of science-20141202
by
Namchai Chewawiwat
วิทยาศาสตร์ กับ แอลกอฮอล์ (Science and Alcohol)
by
Namchai Chewawiwat
Img 0001
by
Apinya Phuadsing
How to make science media easy to Thais, part 1
by
Namchai Chewawiwat
20140922 ทำไมหมอดูจึงแม่น
by
Namchai Chewawiwat
Similar to เรื่องที่18คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
PDF
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Chakkrawut Mueangkhon
PDF
เรื่องที่ 18 คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
thanakit553
PDF
P18
by
วิทวัฒน์ สีลาด
PDF
Copy-of-1.คลื่น (1).pdf
by
matdavitmatseng1
PDF
เฉลย_แบบฝึกหัดวิชาฟิสิกส์ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่5_คลื่นกล.pdf
by
Thanuphong Ngoapm
DOC
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
untika
PDF
เรื่องที่ 11 คลื่นกล
by
thanakit553
DOCX
แนวข้อสอบภาค ข วิชาฟิสิกส์ ชุดที่ 2
by
Montida Phayawet
PDF
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
สุริยะ ไฝชัยภูมิ
PPT
ดงมะไฟพิทยาคม คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Nang Ka Nangnarak
PPT
ดงมะไฟพิทยาคม คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Nang Ka Nangnarak
PPT
งานนำเสนอ11
by
Nang Ka Nangnarak
PDF
Em wave
by
Taweesak Poochai
PPTX
คลื่นกล สไลด์โชว์ สำหรับนักเรียนและนักศึกษาทั่วไป
by
ssuser5494c1
PDF
Electro magnetic Waves Group 2 6/1 BM
by
Dechatorn Devaphalin
PDF
P11
by
วิทวัฒน์ สีลาด
PDF
E0b884e0b8a5e0b8b7e0b988e0b899 1 e0b898e0b8a3e0b8a3e0b8a1e0b88ae0b8b2e0b895e0...
by
มะดาโอะ มะเซ็ง
PDF
E0b884e0b8a5e0b8b7e0b988e0b899e0b881e0b8a5 1
by
มะดาโอะ มะเซ็ง
PDF
11.คลื่นกล
by
Kruanek007
PDF
11.คลื่นกล
by
Kruanek007
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Chakkrawut Mueangkhon
เรื่องที่ 18 คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
thanakit553
P18
by
วิทวัฒน์ สีลาด
Copy-of-1.คลื่น (1).pdf
by
matdavitmatseng1
เฉลย_แบบฝึกหัดวิชาฟิสิกส์ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่5_คลื่นกล.pdf
by
Thanuphong Ngoapm
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
untika
เรื่องที่ 11 คลื่นกล
by
thanakit553
แนวข้อสอบภาค ข วิชาฟิสิกส์ ชุดที่ 2
by
Montida Phayawet
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
สุริยะ ไฝชัยภูมิ
ดงมะไฟพิทยาคม คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Nang Ka Nangnarak
ดงมะไฟพิทยาคม คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Nang Ka Nangnarak
งานนำเสนอ11
by
Nang Ka Nangnarak
Em wave
by
Taweesak Poochai
คลื่นกล สไลด์โชว์ สำหรับนักเรียนและนักศึกษาทั่วไป
by
ssuser5494c1
Electro magnetic Waves Group 2 6/1 BM
by
Dechatorn Devaphalin
P11
by
วิทวัฒน์ สีลาด
E0b884e0b8a5e0b8b7e0b988e0b899 1 e0b898e0b8a3e0b8a3e0b8a1e0b88ae0b8b2e0b895e0...
by
มะดาโอะ มะเซ็ง
E0b884e0b8a5e0b8b7e0b988e0b899e0b881e0b8a5 1
by
มะดาโอะ มะเซ็ง
11.คลื่นกล
by
Kruanek007
11.คลื่นกล
by
Kruanek007
More from Apinya Phuadsing
PDF
เรื่องที่13แสง
by
Apinya Phuadsing
PDF
แบบฝึกหัดเรื่องไฟฟ้าเคมี
by
Apinya Phuadsing
PDF
เรื่องที่10 ความร้อน
by
Apinya Phuadsing
PDF
เรื่องที่9ของไหล
by
Apinya Phuadsing
PDF
เรื่องที่6 โมเมนตัมและการชน
by
Apinya Phuadsing
PDF
เรื่องที่11คลื่นกล
by
Apinya Phuadsing
PDF
เรื่องที่12เสียง
by
Apinya Phuadsing
PDF
เรื่องที่4 การเคลื่อนที่แบบต่างๆ
by
Apinya Phuadsing
PDF
เรื่องที่17ไฟฟ้าและแม่เหล็ก2
by
Apinya Phuadsing
DOCX
ข้อตกลงเกี่ยวกับการเรียนการสอน
by
Apinya Phuadsing
PDF
Img1
by
Apinya Phuadsing
PDF
Img 0001
by
Apinya Phuadsing
PDF
Img
by
Apinya Phuadsing
PDF
Img2
by
Apinya Phuadsing
PPTX
แนะนำอุปกรณ์การสอนวิทยาศาสตร์ ร.ร.เลยอนุกูลวิทยา
by
Apinya Phuadsing
PPTX
อุปกรณ์การสอนวิทยาศาสตร์ ร.ร.เลยอนุกูลวิทยา
by
Apinya Phuadsing
DOCX
ข้อตกลงเกี่ยวกับการเรียนการสอน
by
Apinya Phuadsing
DOCX
ข้อตกลงเกี่ยวกับการเรียนการสอน
by
Apinya Phuadsing
PPTX
อุปกรณ์การสอนวิทยาศาสตร์ ร.ร.เลยอนุกูลวิทยา
by
Apinya Phuadsing
PPTX
อุปกรณ์การสอนวิทยาศาสตร์ ร.ร.เลยอนุกูลวิทยา
by
Apinya Phuadsing
เรื่องที่13แสง
by
Apinya Phuadsing
แบบฝึกหัดเรื่องไฟฟ้าเคมี
by
Apinya Phuadsing
เรื่องที่10 ความร้อน
by
Apinya Phuadsing
เรื่องที่9ของไหล
by
Apinya Phuadsing
เรื่องที่6 โมเมนตัมและการชน
by
Apinya Phuadsing
เรื่องที่11คลื่นกล
by
Apinya Phuadsing
เรื่องที่12เสียง
by
Apinya Phuadsing
เรื่องที่4 การเคลื่อนที่แบบต่างๆ
by
Apinya Phuadsing
เรื่องที่17ไฟฟ้าและแม่เหล็ก2
by
Apinya Phuadsing
ข้อตกลงเกี่ยวกับการเรียนการสอน
by
Apinya Phuadsing
Img1
by
Apinya Phuadsing
Img 0001
by
Apinya Phuadsing
Img
by
Apinya Phuadsing
Img2
by
Apinya Phuadsing
แนะนำอุปกรณ์การสอนวิทยาศาสตร์ ร.ร.เลยอนุกูลวิทยา
by
Apinya Phuadsing
อุปกรณ์การสอนวิทยาศาสตร์ ร.ร.เลยอนุกูลวิทยา
by
Apinya Phuadsing
ข้อตกลงเกี่ยวกับการเรียนการสอน
by
Apinya Phuadsing
ข้อตกลงเกี่ยวกับการเรียนการสอน
by
Apinya Phuadsing
อุปกรณ์การสอนวิทยาศาสตร์ ร.ร.เลยอนุกูลวิทยา
by
Apinya Phuadsing
อุปกรณ์การสอนวิทยาศาสตร์ ร.ร.เลยอนุกูลวิทยา
by
Apinya Phuadsing
เรื่องที่18คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
1.
Math Online VI
http://www.pec9.com บทที่ 18 คลื่นแมเหล็กไฟฟา ! "! ! บทที่ 18 คลื่นแมเหล็กไฟฟา ! ตอนที่ 1 คลื่นแมเหล็กไฟฟา!! ! ! ! ! ! ! ! ! ทฤษฎี ของแมกซเวลล กลาววา “สนามแมเหล็กที่มีการเปลี่ยนแปลง สามารถเหนี่ยวนํา ใหเกิดสนามไฟฟา และสนามไฟฟาที่เปลี่ยนแปลง สามารถทําใหเกิดสนามแมเหล็กได” ตามทฤษฎีของแมกซเวลล เมื่อมีสนามแมเหล็กที่มีการเปลี่ยนแปลง จะเกิดการเหนี่ยว นําระหวางสนามแมเหล็กกับไฟฟาอยางตอเนื่อง สุดทายจะกอเกิดเปนคลื่นแมเหล็กไฟฟา 1. คลื่นแมเหล็กไฟฟาเกิดจาก.................................................................................................... ขอควรทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับคลื่นแมเหล็กไฟฟา 1) สนามไฟฟา สนามแมเหล็ก และทิศการเคลื่อนที่ของคลื่น จะอยูในทิศที่ตั้งฉากกัน ตลอดเวลา จึงถือวา คลื่นแมเหล็กไฟฟาเปนคลื่นตามขวาง 2) อิเลคตรอนที่สั่นสะเทือน จะเหนี่ยวนําทําใหเกิดคลื่นแมเหล็กไฟฟารอบแนวการสั่น ได ตัวอยางเชนอิเลคตรอนในเสนลวดตัวนําที่มีกระแสไฟฟาสลับไหลผาน หรือ อิเลคตรอน ในวัตถุที่มีอุณหภูมิสูง ๆ หรืออิเลคตรอนที่เปลี่ยนวงโคจรรอบๆ อะตอม 3) อิเลคตรอนที่เคลื่อนที่ดวยความเรง จะเหนี่ยวนําใหเกิดคลื่นแมเหล็กไฟฟาไดเชนกัน 4) อิเลคตรอนที่สั่นสะเทือน จะทําใหเกิด คลื่นแมเหล็กไฟฟารอบแนวการสั่นทุก ทิศทาง ยกเวนแนวที่ตรงกับการสั่นสะ เทือน จะไมมีคลื่นแผออกมา 5) คลื่นแมเหล็กไฟฟาทุกชนิด จะเคลื่อนที่ดวยความเร็วเทากัน คือ 3x108 เมตร/วินาที 6) สนามแมเหล็ก และสนามไฟฟาทุกสนามในคลื่นแมเหล็กไฟฟา ถือวาเกิดพรอมกันหมด
2.
Math Online VI
http://www.pec9.com บทที่ 18 คลื่นแมเหล็กไฟฟา ! #! 2. ไฟฟากระแสตรงเหนี่ยวนําใหเกิดสนามแมเหล็กได แตไมเกิดคลื่นแมเหล็กไฟฟา เพราะ....................................................................................................................................... 3. ขอความตอไปนี้ขอใดกลาวถูกตองตามทฤษฎีเกี่ยวกับคลื่นแมเหล็กไฟฟา (ขอ ข.) 1. ขณะประจุเคลื่อนที่ดวยความเรงหรือความหนวง จะแผคลื่นแมเหล็กไฟฟา 2. เมื่อสนามแมเหล็กเปลี่ยนแปลงจะเหนี่ยวนําใหเกิดสนามไฟฟาโดยรอบยกเวนบริเวณ นั้นเปนฉนวน 3. บริเวณรอบตัวนําที่มีกระแสไฟฟาจะเกิดสนามแมเหล็ก ก. 1 , 2 และ 3 ข. 1 และ 3 ค. 3 เทานั้น ง. ตอบเปนอยางอื่น ตอบ 4(มช 38) คลื่นแมเหล็กไฟฟาเกิดจาก 1. กระแสไฟฟาที่มีคาคงที่ไหลจากแบตเตอรี่ผานตัวนําไฟฟาวงจรไฟฟา 2. การเคลื่อนที่ของนิวตรอนดวยความเรง 3. วัตถุที่มีอุณหภูมิสูง 4. การเคลื่อนที่ของประจุไฟฟาดวยความเร็วคงที่ (ขอ 3.) ตอบ 5(มช 31) ขอใด ไมใช แหลงกําเนิดของคลื่นแมเหล็กไฟฟา (ขอ ง.) ก. วัตถุมีอุณหภูมิสูง ข. อะตอมปลดปลอยพลังงาน ค. อิเล็กตรอนปลดปลอยพลังงาน ง. อิเล็กตรอนในกระแสไฟฟาตรงปลดปลอยพลังงาน ตอบ 6(En 33) จงพิจารณาขอความตอไปนี้ ก. อิเลกตรอนเคลื่อนที่ดวยความเร็วสูง ข. กลุมอิเลกตรอนเคลื่อนที่ในตัวนํา ค. อิเลกตรอนเคลื่อนที่ดวยความหนวง เหตุการณที่จะทําใหเกิดคลื่นแมเหล็กไฟฟาคือ 1. ก และ ข 2. ข และ ค 3. ข 4. ค (ขอ 4.)
3.
Math Online VI
http://www.pec9.com บทที่ 18 คลื่นแมเหล็กไฟฟา ! $! 7(มช 32) หากมีประจุเคลื่อนกลับไปมาคูหนึ่งดังรูป ตามทฤษฎีแมกซเวลล ประจุคูนี้จะแผคลื่นแมเหล็ก ไฟฟาออกมา แตมีแนวหนึ่งที่ไมมีคลื่นแผออกมา เลยแนวนั้นคือ (ขอ ก.) ก. A ข. B ค. C ง. D ตอบ 8(มช 33) สนามแมเหล็กที่มาพรอมกับการเคลื่อนที่ของแสงนั้นจะมีทิศทาง ก. ขนานกับทิศทางของการเคลื่อนที่ของแสง ข. ขนานกับสนามไฟฟา แตเฟสตางกัน 90 องศา ค. ตั้งฉากกับทั้งสนามไฟฟาและทิศทางการเคลื่อนที่ของแสง ง. ตั้งฉากกับสนามไฟฟา แตขนานกับทิศทางการเคลื่อนที่ของแสง (ขอ ค.) ตอบ 9(มช 33) จงพิจารณาขอความตอไปนี้ ขอใดไมถูกตอง ก. การเปลี่ยนแปลงสนามไฟฟาทําใหเกิดสนามแมเหล็ก และ การเปลี่ยนแปลงสนาม แมเหล็กทําใหเกิดสนามไฟฟา ข. สนามไฟฟาและสนามแมเหล็กของคลื่นแมเหล็กไฟฟามีเฟสตางกัน 90o ค. สําหรับคลื่นแมเหล็กไฟฟา สนามไฟฟา และ สนามแมเหล็กมีทิศตั้งฉากซึ่งกัน และกัน และตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่นดวย ง. ในตัวกลางเดียวกัน คลื่นแมเหล็กไฟฟาทุกความถี่มีความเร็วเทากันหมด (ขอ ข.) ตอบ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
4.
Math Online VI
http://www.pec9.com บทที่ 18 คลื่นแมเหล็กไฟฟา ! %! ! ตอนที่ 2 สเปกตรัมคลื่นแมเหล็กไฟฟา! ! ! ! ! ! ! ! ! ! แหลงกําเนิดคลื่นแมเหล็กไฟฟาที่ใหญที่สุดในจักรวาลนี้ คือ ดวงอาทิตย คลื่นแมเหล็กไฟฟาที่ออกมาจากดวงอาทิตย จะแบงแยกได 8 ชนิด ดังตารางตอไปนี้ สเปกตรัม การเรียง ลําดับความถี่ การเรียงลําดับ ความยาวคลื่น การเรียงลําดับ พลังงาน รังสีแกมมา รังสีเอกซ รังสีอัลตราไวโอเลต แสงขาว รังสีอินฟาเรด คลื่นไมโครเวฟ คลื่นวิทยุ ไฟฟากระแสสลับ มาก นอย นอย มาก มาก นอย อยาลืม คลื่นแมเหล็กไฟฟาทุกสเปกตรัม จะมีความเร็วเทากันหมด คือ 3x108 m/s 10(มช 32) คลื่นแมเหล็กไฟฟาทุกชนิดขณะเคลื่อนที่ในสูญญากาศจะมีสิ่งหนึ่งเทากันเสมอ คือ ก. ความยาวคลื่น ข. แอมปลิจูด ค. ความถี่ ง. ความเร็ว (ขอ ง.) ตอบ ! 11(En 42/1) คลื่นวิทยุไมโครเวฟ และแสงเลเซอร มีความถี่อยูในชวง 104 −109 เฮิรตซ 108 − 1012 เฮิรตซ และ 1014 เฮิรตซ ตามลําดับ ถาสงคลื่นเหลานี้จากโลกไปยัง ดาวเทียมดวงหนึ่ง ขอตอไปนี้ขอใดถูกตองมากที่สุด 1. คลื่นวิทยุจะใชเวลาในการเคลื่อนที่ไปถึงดาวเทียมนอยที่สุด 2. แสงเลเซอรจะใชเวลาในการเคลื่อนที่ไปถึงดาวเทียมนอยที่สุด 3. คลื่นทั้งสามใชเวลาเดินทางไปถึงดาวเทียมเทากัน 4. หาคําตอบไมไดเพราะไมไดกําหนดคาความยาวคลื่นของคลื่นเหลานี้ (ขอ 3.) ตอบ
5.
Math Online VI
http://www.pec9.com บทที่ 18 คลื่นแมเหล็กไฟฟา ! &! 12(มช 33) การแผรังสีคลื่นแมเหล็กไฟฟาตอไปนี้ขอใดมีความยาวคลื่นสั้นที่สุด ก. รังสีแกมมา ข. แสงที่ตามองเห็น ค. ไมโครเวฟ ง. รังสีอัลตราไวโอเลต (ขอ ก.) ตอบ 13. คลื่นแมเหล็กไฟฟาตอไปนี้คลื่นชนิดใดมีพลังงานมากที่สุด ก. ไมโครเวฟ ข. อินฟราเรด ค. แสง ง. รังสีเอ็กซ (ขอ ง.) ตอบ พลังงานของคลื่นแมเหล็กไฟฟา เราสามารถหาคาพลังงานของคลื่นแมเหล็กไฟฟาไดจากสมการ E = hf และ E = λ Ch เมื่อ E = พลังงานของคลื่นแมเหล็กไฟฟา (จูล) h = คานิจของพลังค = 6.62 x 10–34 J.s f = ความถี่ (s–1) λ = ความยาวคลื่น (m) C = ความเร็วคลื่นแมเหล็กไฟฟา = 3 x 108 m/s หรือ E = efh และ E = λe Ch เมื่อ E = พลังงานของคลื่นแมเหล็กไฟฟา หนวยเปน อิเลคตรอนโวลต (eV) e = 1.6 x 10–19 หมายเหตุ 1eV = 1.6 x 10–19 จูล 14. คลื่นแมเหล็กไฟฟาชนิดหนึ่ง มีความถี่ 1x1014 Hz คลื่นนี้จะมีพลังงานกี่จูล (6.62x10–20) วิธีทํา 15. จงหาพลังงานของคลื่นแมเหล็กไฟฟาซึ่งมีความยาวคลื่น 600 nm ในหนวยจูล (3.31x10–19) วิธีทํา
6.
Math Online VI
http://www.pec9.com บทที่ 18 คลื่นแมเหล็กไฟฟา ! '! 16. คลื่นแมเหล็กไฟฟาที่มีพลังงาน 1.324 x 10–20 จูล จะมีความถี่เทาใด (2x1013 Hz) วิธีทํา 17(มช 36) จงหาความถี่ในหนวยเฮิรตซของแสงที่โฟตอนมีพลังงานเทากับ 1.5 ev (3.63x1014) วิธีทํา !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! คลื่นวิทยุ คลื่นโทรทัศน คลื่นวิทยุมีความถี่อยูในชวง 106–109 เฮิรตช คลื่นวิทยุมี 2 ระบบ ไดแก 1. คลื่นวิทยุระบบ AM มีความถี่ตั้งแต 530–1600 กิโลเฮิรตซ ที่สถานีวิทยุสงออกอากาศ ในระบบเอเอ็ม เปนการสื่อสารโดยการผสม (modulate) คลื่นเสียงเขากับคลื่นวิทยุ ซึ่งเรียกวา คลื่นพาหนะ และสัญญาณเสียงจะบังคับใหแอมพลิจูดของคลื่นพาหนะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อคลื่นวิทยุที่ผสมสัญญาณเสียงกระจายออกจากสายอากาศไปยังเครื่องรับวิทยุเครื่องรับ วิทยุจะทําหนาที่แยกสัญญาณเสียงซึ่งอยูในรูปของสัญญาณไฟฟาออกจากสัญญาณคลื่นวิทยุ แลวขยายใหมีแอมพลิจูดสูงขึ้น เพื่อสงใหลําโพงแปลงสัญญาณออกมาเปนเสียงที่หูรับฟงได 2. คลื่นวิทยุระบบ FM เปนการผสมสัญญาณเสียงเขากับคลื่นพาหะโดยใหความถี่ของ คลื่นพาหะเปลี่ยนแปลงสัญญาณเสียง
7.
Math Online VI
http://www.pec9.com บทที่ 18 คลื่นแมเหล็กไฟฟา ! (! การสงคลื่นในระบบ FM ใชชวงความถี่จาก 88–108 เมกะเฮิรตซ ระบบการสงคลื่น แบบเอเอ็มและเอฟเอ็มตางกันที่วิธีการผสมคลื่น ดังนั้นเครื่องรับวิทยุระบบเอเอ็มกับเอฟเอ็มจึง ไมสามารถรับคลื่นวิทยุของอีกระบบหนึ่งได ในการสงกระจายเสียงดวยคลื่นวิทยุระบบเอเอ็ม คลื่นสามารถเดินทางถึงเครื่องรับวิทยุได สองทาง คือเคลื่อนที่ไปตรงๆในระดับสายตา ซึ่งเรียกวา คลื่นดิน สวนคลื่นที่สะทอนกลับลงมา จากชั้นไอโอโนสเฟยร ซึ่งเรียกวาคลื่นฟา สวนคลื่นวิทยุระบบเอฟเอ็ม ซึ่งมีความถี่สูงจะมีการ สะทอนที่ชั้นไอโอโนสเฟยรนอย ดังนั้นถาตองการสงกระจายเสียงดวยระบบเอฟเอ็มใหครอบ คลุมพื้นที่ไกลๆ จึงตองมีสถานีถายทอดเปนระยะๆ และผูรับตองตั้งสายอากาศใหสูง ในขณะที่ คลื่นวิทยุเคลื่อนที่ผานสิ่งกีดขวางที่มีขนาดใกลเคียงความยาวคลื่นจะมีการเลี้ยวเบนเกิดขึ้น ทํา ใหคลื่นวิทยุออมผานไปได แตถาสิ่งกีดขวางมีขนาดใหญมากเชน ภูเขา คลื่นวิทยุที่มีความยาว คลื่นสั้นจะไมสะทอนออนผานภูเขาไปได ทําใหดานตรงขามของภูเขาเปนจุดปลอดคลื่น โลหะมีสมบัติสามารถสะทอนและดูดกลืนคลื่นแมเหล็กไฟฟาไดดี ดังนั้นคลื่นวิทยุจะ ทะลุผานเขาไปถึงภายในโลหะไดยาก อาจจะสังเกตไดงายเมื่อฟงวิทยุในรถยนต เมื่อรถยนต ผานใตสะพานที่มีโครงสรางเปนเหล็ก เสียงวิทยุจะเบาลง หรือเงียบหายไป ในการสงกระจายเสียง สถานีสงคลื่นวิทยุหนึ่งๆ จะใชคลื่นวิทยุที่มีความถี่คลื่นโดยเฉพาะ เพราะถาใชคลื่นที่มีความถี่เดียวกัน จะเขาไปในเครื่องรับพรอมกัน เสียงจะรบกวนกัน แตถา สถานีสงวิทยุอยูหางกันมากๆ จนคลื่นวิทยุของสถานีทั้งสองไมสามารถรบกวนกันได สถานีทั้ง สองอาจใชความถี่เดียวกันได คลื่นโทรทัศนมีความถี่ประมาณ 108 เฮิรตซ คลื่นแมเหล็กไฟฟาที่มีความถี่สูงขนาดนี้จะ ไมสะทอนที่ชั้นไอโอโนสเฟยร แตจะทะลุผานชั้นบรรยากาศไปนอกโลก ดังนั้นการสงคลื่น โทรทัศนไปไกลๆ จะตองใชสถานีถายทอดคลื่นเปนระยะๆ เพื่อรับคลื่นโทรทัศนจากสถานีสง ซึ่งมาในแนวเสนตรง แลวขยายใหสัญญาณแรงขึ้นกอนที่จะสงไปยังสถานีที่อยูถัดไป เพราะ สัญญาณเดินทางเปนเสนตรง ดังนั้นสัญญาณจะไปไดไกลสุดเพียงประมาณ 80 กิโลเมตร บนผิว โลกเทานั้น ทั้งนี้เพราะผิวโลกโคง หรือาจใชคลื่นไมโครเวฟนําสัญญาณจากสถานีสงไปยังดาว เทียมซึ่งโคจรอยูในวงโคจรที่ตําแหนงหยุดนิ่งเมื่อเทียบกับตําแหนงหนึ่ง ๆบนผิวโลก นั่นคือ ดาวเทียมมีความเร็วเชิงมุมเดียวกับความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของโลกจากนั้นดาวเทียมก็จะ สงคลื่นตอไปยังสถานีรับที่อยูไกลๆได
8.
Math Online VI
http://www.pec9.com บทที่ 18 คลื่นแมเหล็กไฟฟา ! )! คลื่นไมโครเวฟ คลื่นไมโครเวฟมีความถี่ตั้งแต 1x109 เฮิรตซ ถึง 3x1011 เฮิรตซ ปจจุบันเราใชคลื่น ไมโครเวฟที่มีความถี่ 2400 เมกะเฮิรตซ ในการทําอาหาร เปดปดประตูโรงรถ ถายภาพพื้นผิว ดาวเคราะห ศึกษากําเนิดของจักรวาล เนื่องจากคลื่นไมโครเวฟสะทอนจากผิวโลหะไดดี ดังนั้น จึงมีการนําสมบัตินี้ไปใชประโยชน ในการตรวจหาตําแหนงของอากาศยาน ตรวจจับอัตราเร็ว ของรถยนต ซึ่งอุปกรณดังกลาวเรียกวา เรดาร รังสีอินฟราเรด เปนคลื่นแมเหล็กไฟฟาที่มีความถี่ในชวง 1011–1014 เฮิรตซ สามารถแบงเปน 3 ชวง 1. อินฟราเรดใกล (0.7–1.5 ไมโครเมตร) 2. อินฟราเรดปานกลาง (1.5–4.0 ไมโครเมตร) 3. อินฟราเรดไกล (4.0–1000 ไมโครเมตร) วัตถุรอนจะแผรังสีอินฟราเรดที่มีความยาวคลื่นสั้นกวา 100 ไมโครเมตร ประสาทสัมผัสทาง ผิวหนังของมนุษยรับรังสีอินฟราเรดที่มีความยาวคลื่นบางชวงได ฟลมถายรูปบางชนิดสามารถ ตรวจจับรังสีอินฟราเรดได ตามปกติแลวสิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะแผรังสีอินฟราเรดตลอดเวลา และ รังสีอินฟราเรดสามารถทะลุผานเมฆหมอกที่หนาทึบเกินกวาที่แสงธรรมดาจะผานได นักเทค โนโลยีจึงอาศัยสมบัตินี้ในการถายภาพพื้นโลกจากดาวเทียม เพื่อศึกษาการแปรสภาพของปาไม หรือการอพยพเคลื่อนที่ยายของฝูงสัตวเปนตน รังสีอินฟราเรดมีใชในระบบควบคุมที่เรียกวา รีโทคอนโทรล (remote control) หรือการควบคุมระยะไกล ซึ่งเปนระบบควบคุมการทํางานของ เครื่องรับโทรทัศนจากระยะไกล เชนทําการปดเปดเครื่อง การเปลี่ยนชอง ฯลฯ ในกรณีนี้รังสี อินฟราเรดจะเปนตัวนําคําสั่งจากอุปกรณควบคุมไปยังเครื่องรับ นอกจากนี้ในทางการทหารก็มี การนํารังสีอินฟราเรดมาใชควบคุมอาวุธนําวิถีใหเคลื่อนไปยังเปาหมายไดอยางแมนยํา เทคโนโลยีปจจุบันใชการสงสัญญาณดวยเสนใยนําแสง (optical fiber) และคลื่นที่เปน พาหะนําสัญญาณคือ รังสีอินฟราเรด เพราะการใชแสงธรรมดานําสัญญาณอาจถูกรบกวนโดย แสงภายนอกไดงาย! ! ! ! !
9.
Math Online VI
http://www.pec9.com บทที่ 18 คลื่นแมเหล็กไฟฟา ! *! แสง! แสงมีความถี่โดยประมาณตั้งแต 4x1014 เฮิรตซ ถึง 8x1014 เฮิรตซ ประสาทตาของมนุษย ไวตอคลื่นแมเหล็กไฟฟาชวงนี้มาก วัตถุที่มีอุณหภูมิสูงมากๆ เชน ไสหลอดไฟฟาที่มีอุณหภูมิ สูงประมาณ 2500 องศาเซลเซียส หรือผิวดวงอาทิตยที่มีอุณหภูมิประมาณ 6000 องศาเซลเซียส จะเปลงแสงได สําหรับแสงที่มีความยาวคลื่นประมาณ 700 นาโนเมตร ประสาทตาจะรับรูเปน แสงสีแดง สวนแสงที่มีความยาวคลื่นนอยกวาประสาทตาจะรับรูเปนแสงสีสม เหลือง เขียว น้ําเงิน ตามลําดับ จนถึงแสงสีมวง ซึ่งมีความยาวคลื่นประมาณ 400 นาโนเมตร แสงสีตางๆ ที่ กลาวมานี้เมื่อรวมกันดวยปริมาณที่เหมาะสม จะเปนแสงสีขาว แสงเปนคลื่นแมเหล็กไฟฟาเชนเดียวกับคลื่นวิทยุ ดังนั้นอาจใชแสงเปนคลื่นพาหนะนํา ขาวสารในการสื่อสารไดเชนเดียวกับการใชคลื่นวิทยุและคลื่นโทรทัศนเปนพาหะนําเสียงและ ภาพดังกลาวแลว เหตุที่ไมสามารถใชแสงที่เกิดจากวัตถุรอนเปนคลื่นพาหะเพราะวาแสงเหลานี้ มีหลายความถี่และเฟสที่ไมแนนอน ปจจุบันเรามีเครื่องกําเนิดเลเซอร ซึ่งเปนแหลงกําเนิดแสง อาพันธที่ใหแสงได ไดมีผูทดลองผสมสัญญาณเสียงและภาพกับเลเซอรไดสําเร็จ นอกจากใชสื่อ สารแลว เลเซอรยังใชในวงการตางๆไดอยางกวางขวาง เชน วงการแพทย ใชในการผาตัดนัยน ตาเปนตน เลเซอรเขียนภาษาอังกฤษวา LASER ซึ่งยอมาจาก Light Amplification by Stimulated Emission of Radiation ที่แปลเปนภาษาไทยไดวา “การขยายสัญญาณแสงโดยการปลอยรังสี แบบเรงเรา” เพราะแสงเลเซอรเปนคลื่นแมเหล็กไฟฟาที่ไดจากกระบสนการปลอยรังสีแบบเรง เรา และสัญญาณแสงถูกขยาย รังสีอัลตราไวโอเลต ! เปนคลื่นแมเหล็กไฟฟาที่มีความถี่อยูในชวง 1015 ถึง 1018 เฮิรตซ รังสีอัลตราไวโอเลต ที่มีในธรรมชาติ สวนใหญมาจากดวงอาทิตย และรังสีนี้ทําใหบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟยรมี ประจุอิสระ และไอออน เพราะรังสีอัลตราไวโอเลต มีพลังงานสูงพอที่จะทําใหอิเล็กตรอนหลุด จากโมเลกุลของอากาศพบวา ในไอโอโนสเฟยรมีโมเลกุลหลายชนิด เชน โอโซน ซึ่งสามารถ กั้นรังสีอัลตราไวโอเลตไดดี ตามปกติรังสีอัลตราไวโอเลตไมสามารถทะลุผานสิ่งกีดขวางที่หนา ได รังสีนี้สามารถฆาเชื้อโรคบางชนิดได ในวงการแพทยจึงใชรังสีอัลตราไวโอเลตในปริมาณ พอเหมาะรักษาโรคผิวหนังบางชนิด แตถารังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตยสงลงมาถึงพื้น
10.
Math Online VI
http://www.pec9.com บทที่ 18 คลื่นแมเหล็กไฟฟา ! "+! โลกในประเทศใดมากเกินไปประชากรจํานวนมากในประเทศนั้นอาจเปนมะเร็งผิวหนังได เพราะไดรับรังสีนี้ในปริมาณมากเกินควร รังสีเอกซ เปนคลื่นแมเหล็กไฟฟาที่มีความถี่อยูในชวง 1017–1021 เฮิรตซ รังสีเอกซ สามารถทะลุ ผานสิ่งกีดขวางหนาๆ ได ดังนั้นวงการอุตสาหกรรม จึงใชรังสีเอ็กซตรวจหารอยราวภายในชิ้น สวนโลหะขนาดใหญ เจาหนาที่ดานตรวจก็ใชรังสีเอ็กซตรวจหาอาวุธปนหรือวัตถุระเบิดใน กระเปาเดินทางโดยไมตองเปดกระเปา โดยอาศัยหลักการวา รังสีเอกซจะถูกขวางกั้นโดย อะตอมของธาตุหนักไดดีกวาธาตุเบา แพทยจึงใชวิธีฉายรังสีเอกซผานรางกายคน ไปตกบน ฟลมเพื่อตรวจดูลักษณะผิดปกติของอวัยวะภายในและกระดูก เมื่อฉายรังสีเอกซที่มีความยาวคลื่นประมาณ 10 นาโนเมตร ซึ่งเปนความยาวคลื่นที่ใกลเคียง กันกับขนาดของอะตอม และระยะหางระหวางอะตอมของผลึกผานผลึกของโลหะที่จัดเรียงตัว กันอยางมีระเบียบ จะเกิดปรากฏการณเลี้ยวเบนของรังสีเอกซ เชนเดียวกับเมื่อแสงผานเกรตติง ทําใหสามารถคํานวณหาระยะหางระหวางอะตอมและลักษณะการจัดเรียงตัวของอะตอม จึงทํา ใหทราบโครงสรางของผลึกแตละชนิดได รังสีแกมมา รังสีแกมมาเปนคลี่นแมเหล็กไฟฟาที่มีความถี่สูงกวารังสีเอกซ แตเดิมรังสีแกมมาเปนชื่อ เรียกคลื่นแมเหล็กไฟฟาความถี่สูงที่เกิดจากการสลายของนิวเคลียสของธาตุกัมมันตรังสี แตใน ปจจุบันคลื่นแมเหล็กไฟฟาใด ๆที่มีความถี่สูงกวารังสีเอกซ โดยทั่วไปจะเรียก รังสีแกมมา ทั้ง นั้น ปฏิกิริยานิวเคลียรบางปฏิกิริยาปลดปลอยรังสีแกมมา การระเบิดของลูกระเบิดนิวเคลียรก็ ใหรังสีแกมมาปริมาณมาก การมีความถี่สูงทําใหรังสีนี้เปนอันตรายตอสิ่งมีชีวิตทุกชนิด นอก จากนี้ยังมีรังสีแกมมาที่ไมไดเกิดจากการสลายของธาตุกัมมันตรังสี เชน รังสีแกมมาที่มาจาก อวกาศและรังสีคอสมิกนอกโลก อนุภาคประจุไฟฟาที่ถูกเรงในเครื่องเรงอนุภาคก็สามารถให กําเนิดรังสีแกมมาไดเชนกัน !
11.
Math Online VI
http://www.pec9.com บทที่ 18 คลื่นแมเหล็กไฟฟา ! ""! ! ตอนที่ 3 โพลาไรเซชันของคลื่นแมเหล็กไฟฟา! ปกติแลวคลื่นแมเหล็กไฟฟาของแสงทั่วไป จะมีระนาบการเปลี่ยนแปลงสนามไฟฟา (E ) ประกอบกันอยูหลายระนาบ ถาเราสามารถทําใหระนาบของสนามไฟฟา( E) ในคลื่นแมเหล็ก ไฟฟา เหลือเพียงระนาบเดียวได คลื่นแมเหล็กไฟฟานั้นจะเรียกเปน คลื่นโพลาไรส สําหรับแสงที่ไมโพลาไรส เราสามารถทําใหโพลาไรสได ซึ่งอาจทําไดหลายวิธีเชน 1. ฉายแสงผานแผนโพลารอยด แผนโพลารอยดเปนแผนพลาสติกที่มีโมเลกุลของพอลิไวนิลแอลกอฮอล (polyvinyl alcohol) ฝงอยูในเนื้อพลาสติก และแผนพลาสติกถูกยึดใหโมเลกุลยาวเรียงตัวในแนวขนานกับ เมื่อแสงผานแผนโพลารอยด สนามไฟฟาที่มีทิศตั้งฉากกับแนวการเรียงตัวของโมเลกุลจะผาน แผนโพลารอยดออกไปได สวนสนามไฟฟาที่มีทิศขนานกับแนวการเรียงตัวของโมเลกุลจะถูก โมเลกุลดูดกลืน ตอไปจะเรียกแนวที่ตั้งฉากกับแนวการเรียงตัวของโมเลกุลนี้วา ทิศของโพลา ไรส 2. ใชการสะทอนแสง เมื่อใหแสงไมโพลาไรสตกกระทบผิววัตถุ เชน แกว น้ํา หรือ กระเบื้อง หากใชมุมตกกระทบที่เหมาะสม แสงที่สะทอนออกมาจะเปนแสงโพลาไรส มุมที่ทําใหแสงสะทอนเปนแสงโพลาไรส สามารถหาคาไดจากสมการ tanθB = n ( สมการนี้เรียกวา กฏของบรูสเตอร ) เมื่อ n คือ คาดัชนีหักเหของสสารที่แสงตกกระทบ 18. แสงไมโพลาไรสตกกระทบผิววัตถุ โดยทํามุมตกกระทบเทากับ 48 องศา พบวาแสง สะทอนจากผิววัตถุเปนแสงโพลาไรส ดรรชนีหักเหของวัตถุนี้เปนเทาใด วิธีทํา 19. นิลในอากาศ จงคํานวณหามุมบรูสเตอรของนิล ถามุมวิกฤตของนิลเทากับ 34.4 องศา วิธีทํา 3. โพลาไรเซชันโดยการกระเจิงของแสง เมื่อแสงอาทิตยผานเขามาในบรรยากาศของโลก แสงจะกระทบโมเลกุลของอากาศหรือ อนุภาคในบรรยากาศ อิเล็กตรอนในโมเลกุลจะดูดกลืนแสงที่ตกกระทบนั้น และจะปลดปลอย แสงนั้นออกมาอีกครั้งหนึ่งในทุกทิศทาง ปรากฏการณนี้เรียกวา การกระเจิงของแสง แสงที่ กระเจิงออกมาจะเนแสงโพลาไรส !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
Download