การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนแตลศิริวิทยาเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์  เขต 1
การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นกระบวนการดำเนินงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีขั้นตอน  พร้อมด้วยวิธีและเครื่องมือการทำงานที่ชัดเจน  โดยมีครูที่ปรึกษาเป็นบุคลากรหลักในการดำเนินการดังกล่าว  และมีการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับครูผู้เกี่ยวข้อง
ความสำคัญและความจำเป็นในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้วยโรงเรียนแตลศิริวิทยา  ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนทุกคน  โดยมุ่งหวังให้นักเรียนเติบโตอย่างมีคุณภาพรอบด้าน  ทั้งด้านสติปัญญา  ความสามารถ  ด้านคุณธรรม  จริยธรรม  พร้อมด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี  และด้านการดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขปลอดภัย  ในสังคม  และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542
การดำเนินในระบบช่วยเหลือดูแล นักเรียน
4. การคัดกรองนักเรียน	7.  ด้านสุขภาพ  อนามัยและโภชนาการ5.  บันทึกประจำวัน8.  ธนาคารขยะในโรงเรียน6.  จัดประชุมผู้ปกครอง  ตามระดับสายชั้น
9.  สหกรณ์ในโรงเรียน10. จัดกิจกรรมส่งเสริมและแก้ไขปัญหานักเรียนด้านต่าง ๆ11.  มีการส่งต่อนักเรียนที่ยากต่อการช่วยเหลือให้กับผู้เชี่ยวชาญ12. ส่วนกลุ่มปกติจะส่งเสริมตามความสามารถ  ความถนัด  และความสนใจ
ผลการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือ	การเยี่ยมบ้านนักเรียนผลการออกไปเยี่ยมบ้านนักเรียนของครูที่ปรึกษาทุกระดับชั้น  ทำให้ทราบข้อมูลและปัญหาต่าง ๆ เช่น  ปัญหาด้านเศรษฐกิจ  สภาพความเป็นอยู่  การเดินทางมาโรงเรียน  การได้เงินมาโรงเรียนในแต่ละวัน  สถานภาพของผู้ปกครอง  ความประพฤติ  และได้ใกล้ชิดกับผู้ปกครองและนักเรียนมากยิ่งขึ้น  ผลปรากฏดังต่อไปนี้
สรุปผลการเยี่ยมบ้านนักเรียนการเยี่ยมบ้านนักเรียนผลการออกไปเยี่ยมบ้านนักเรียนของครูที่ปรึกษาทุกระดับชั้น  ทำให้ทราบข้อมูลและปัญหาด้านเศรษฐกิจ  สภาพความเป็นอยู่  การเดินทางมาโรงเรียนในแต่ละวัน  สถานภาพของผู้ปกครอง  ความประพฤติ  และได้ใกล้ชิดกับผู้ปกครองและนักเรียนมากยิ่งขึ้นผลปรากฏดังนี้
สรุปอาชีพของผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนแตลศิริวิทยา
สรุปอาชีพของผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนแตลศิริวิทยาอาชีพของผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนแตลศิริวิทยาจะประกอบอาชีพเกษตรกรมากที่สุด  และประกอบอาชีพรับราชการน้อยที่สุด
สรุปการเดินทางมาโรงเรียนของนักเรียนโรงเรียนแตลศิริวิทยา
สรุปการเดินทางมาโรงเรียนนักเรียนโรงเรียนแตลศิริวิทยาจากกราฟจะเห็นว่า การเดินทางมาของนักเรียนแตลศิริวิทยาจะเดินทางมาโรงเรียนโดยรถจักรยานยนต์มากที่สุด และเดินมาโรงเรียนน้อยที่สุด
สรุปการเดินทางมาโรงเรียนนักเรียนโรงเรียนแตลศิริวิทยา
สรุปรายได้ผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนแตลศิริวิทยารายได้ผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนแตลศิริวิทยาจะมีรายได้ 3001-6000 บาท มากที่สุดและรายได้น้อยกว่า 1000 บาท
สรุปรายได้ผู้ปกครองของนักเรียน
สรุปการนำเงินมาโรงเรียนของนักเรียนแตลศิริวิทยาจากกราฟจะเห็นว่า การนำเงินมาโรงเรียนของนักเรียนโรงเรียนแตลศิริวิทยา   คือ  นำเงินมาโรงเรียนมากกว่า  20  บาทมากที่สุด  และนำเงินมาโรงเรียน 16-20 บาท  น้อยที่สุด
สรุปสถานภาพครอบครัวของนักเรียนจากกราฟจะเห็นว่า สถานภาพครอบครัวของนักเรียนโรงเรียนแตลศิริวิทยา  การอยู่ร่วมกันของบิดามารมากที่สุด  มารดาเสียชีวิตน้อยที่จากกราฟจะเห็นว่า สถานภาพครอบครัวของนักเรียนโรงเรียนแตลศิริวิทยา  การอยู่ร่วมกันของบิดามารมากที่สุด  มารดาเสียชีวิตน้อยที่
ความรู้สึกของผู้ปกครอง1. ผู้ปกครองทุกคนมีความรู้สึกชื่นชมยินดี ที่ครูที่ปรึกษาออกเยี่ยมบ้านนักเรียนในครั้งนี้2. ผู้ปกครองรู้สึกดีใจที่โรงเรียนมีความเอาใจใส่นักเรียนทุกคนอย่างทั่วถึงและพร้อมที่จะร่วมมือกับโรงเรียนและครูที่ปรึกษาในการที่จะร่วมกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน และแก้ปัญหาพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของนักเรียน3. อยากให้มีโครงนี้ตลอดไปเพราะเป็นโครงการที่ดีมาก
ความรู้สึกของครูที่ปรึกษา1. ดีใจที่ได้พบผู้ปกครองและการต้อนรับที่อบอุ่น2. นักเรียนและครูที่ปรึกษามีความเป็นกันเองมากขึ้น3. รู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลและมีความสนิทสนมกันมากขึ้น4. มีความยินดีที่ผู้ปกครองให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการแก้ไขพฤติกรรมของนักเรียน5. มีแนวทางแก้ปัญหานักเรียนแต่ละคนได้ตรงจุดหรือต้นเหตุของปัญหามากขึ้น
ปัญหาที่พบในการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน1. ช่วงที่ออกเยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง2. ภาระงานของครูมีมาก3. หมู่บ้านของนักเรียนอยู่กระจัดกระจายหลายหมู่บ้าน4. ผู้ปกครองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมกลับบ้านค่ำ ทำให้การเยี่ยมบ้านของครูต้องกลับบ้านค่ำไปด้วย
ข้อเสนอแนะ1. ทางโรงเรียนควรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบก่อนล่วงหน้าในการออกเยี่ยมบ้าน 2. ครูที่ปรึกษาควรเตรียมข้อมูลต่างๆของนักเรียนไปด้วย เพื่อเป็นข้อมูลให้คำปรึกษา หรือตอบคำถามผู้ปกครอง3. ควรจัดเก็บข้อมูลนักเรียนให้เป็นระบบ
การประเมินพฤติกรรมนักเรียน(SDQ)มี  5 ด้าน1. ด้านอารมณ์ 2. ด้านความประพฤติ /เกเร3. ด้านพฤติกรรมไม่นิ่ง /สมาสั้น4. ด้านความสัมพันธ์กับเพื่อน5. ด้านสัมพันธภาพด้านสังคม(ทราบกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มมีปัญหา)
การคัดกรองนักเรียนจากการออกเยี่ยมบ้าน การทำแบบประเมินพฤติกรรม(SDQ)  การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ทำให้ครูที่ปรึกษาสามารถนำข้อมูลมาคัดกรองนักเรียนเป็นรายบุคคล ซึ่งสามารถแยกเป็นด้านต่างๆ ดังนี้1. ด้านการเรียน2.ด้านความประพฤติ3. ด้านสุขภาพกาย4. ด้านสุขภาพจิต5. ด้านเศรษฐกิจ	6. ด้านความสามารถพิเศษ7. ด้านการคุ้มครองดูแล(ทราบข้อมูล นำไปจัดกิจกรรมส่งเสริมและการแก้ปัญหานักเรียนได้ตรงจุดและความสามารถ)
ด้านการเรียนติด 0  ร  มสสอนซ่อมเสริม ประสานกับวิชาการ ประสานครูประจำวิชา     ผู้ปกครองอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและเขียน จัดกิจกรรมสอคล้องกับความสามารถนักเรียน  สอนซ่อมเสริม  วิจัยในชั้นเรียนผลการเรียนต่ำส่งเสริมการเรียนรู้
 ด้านพฤติกรรมเด็กหนีเรียน    เช็คชื่อในชั่วโมงเรียน  สอบถามเพื่อน สังเกตพฤติกรรม ส่งเสริมครูจัดกิจกรรมตามความสนใจนักเรียน   ออกเยี่ยมบ้าน แจ้งผู้ปกครองมาโรงเรียนสาย    ให้ความรู้เกี่ยวกับระเบียบโรงเรียน  ให้บำเพ็ญประโยชน์นอกเวลา  ตักเตือน แจ้งผู้ปกครองการแต่งกายผิดระเบียบ   ตักเตือน  แจ้งผู้ปกครอง
ด้านสุขภาพกายสุขภาพกาย น้ำหนักไม่สัมพันธ์กับส่วนสูง   ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ  อาหารและโภชนาการ   ส่งเสริมการออกกำลังกาย  จัดกิจกรรมกีฬาสี จัดกิจกรรม   ชุมนุมการปลูกผักสวนครัวมีโรคประจำตัว    ส่งเสริมดูแลสุขภาพ    การออกกำลังกาย    ประสานกับผู้ปกครอง
ด้านสุขภาพจิตอารมณ์ พฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง   อบรมธรรมะ  อบรมสิ่งแวดล้อม  ค่ายคณิตศาสตร์  ส่งเสริมกิจกรรมศิลปะความสัมพันธ์ทางสังคมและเพื่อน   กีฬาภายใน   อบรมสิ่งแวดล้อม   เข้าค่ายคณิตศาสตร์   เข้าค่ายอาสาพัฒนาชุมชน   ส่งเสริมกิจกรรมการเรียนการสอนระบบกลุ่ม
ด้านเศรษฐกิจครอบครัวมีรายได้น้อย   จัดทุนการศึกษา  แจกชุดนักเรียน   ส่งเสริมหารายได้ระหว่างเรียน เช่น  โครงงานคหรรม   ชุมนุมตลาดนัดสัมพันธ์   ธนาคารขยะ ชุมนุมพืชผักสวนครัวด้านความสามารถพิเศษ   ส่งเสริมด้านกีฬา  ดนตรี  ศิลปะ  วิชาการ  การพูด  เขียนเรียงความ   เชียร์ลีดเดอร์
ด้านการคุ้มครองดูแลสถานภาพทางครอบ ครอบครัวแตกแยก   ออกเยี่ยมบ้าน ให้กำลัง ประสานกับผู้ปกครองร่วมกันแก้ปัญหา ครูที่ปรึกษาให้ความดูแลอย่างใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวใช้สารเสพติด เช่นบุหรี่ สุรา หรือเล่นการพนัน ออกเยี่ยมบ้าน ให้กำลัง ประสานกับผู้ปกครองร่วมกันแก้ปัญหา ครูที่ปรึกษาให้ความดูแลอย่างใกล้ชิด ให้ความรู้แนะนำ  จัดกิจกรรมอบรมเยาวชนแกนนำ(อบต.)  ส่งเสริมกิจกรรมด้านการแสดงออก เช่นอบรมธรรมะ  อบรมสิ่งแวดล้อม
สวัสดี

งานนำเสนอ1