กาซธรรมชาติ
มารูจักกาซธรรมชาติ
         กาซธรรมชาติ เปนสารประกอบไฮโดรคารบอนชนิดหนึง เกิดจากซากพืชซากสัตว ทีถูกทับ
                                                           ่                          ่
ถมดวยโคลน และหินภายใตความดันและอุณหภูมิที่สงมากเปนเวลานานนับลาน ๆ ป โดยปกติจะ
                                                 ู
ถูกกักเก็บอยูในบริเวณชันหินปูน (LIME STONE) ซึ่งอยูเหนือแหลงน้ามันปโตรเลียม เมื่อนํากาซ
                        ้                                          ํ
ธรรมชาติมาเผา จะเผาไดคอนขางสมบูรณ จึงถือวาเปนเชื้อเพลิงที่คอนขางสะอาด
                                                                 
         ในชวงเวลาประมาณ 150 ปที่ผานมา กาซธรรมชาติไดเขามามีบทบาทตอการพัฒนาของ
โลกในทุก ๆ ดานมากขึนโดยเฉพาะการนํามาใชแทนถานหินและน้ํามัน
                      ้




                        ภาพตัดขวางแสดงการพบกาซธรรมชาติใตผิวโลก
                                 ( ภาพ : www.dteenergy.com )


       คุณสมบัติทางกายภาพของกาซธรรมชาติ

       • เปนเชื้อเพลิงปโตรเลียมชนิดหนึง เกิดจากการทับถมของสิ่งมีชวิตนับลานป
                                        ่                          ี
       • เปนสารประกอบไฮโดรคารบอน ประกอบดวยกาซมีเทนเปนหลัก
       • ไมมีสีและไมมีกลิ่น ดังนันในการขนสงหรือในกระบวนการผลิตกาซธรรมชาติ จึงตองมี
                                   ้
         การเติมสารทีมีกลิ่นลงไปเพือความปลอดภัยในการใชงาน
                       ่              ่

                                                                                          1
• เบากวาอากาศ มีคาความถวงจําเพาะ (Specific Gravity) ประมาณ 0.6-0.8 เมื่อ
          รั่วไหลจะลอยขึ้นสูที่สง และฟุงกระจายไปในอากาศอยางรวดเร็ว จึงมีความปลอดภัย
                                 ู
          กวา
        • ติดไฟได โดยมีชวงของการติดไฟที่ 5-15 % ของปริมาตรในอากาศ และอุณหภูมิที่
          สามารถติดไฟไดเอง คือ 537-540 องศาเซลเซียส
        • เปนเชื้อเพลิงสะอาด เผาไหมสมบูรณกวา จึงสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมนอยกวา
          ปโตรเลียมประเภทอื่นๆ




                               แทนขุดเจาะกาซธรรมชาติกลางอาวไทย
                                     ( ภาพ : www.energy.com )


องคประกอบของกาซธรรมชาติ
        กาซธรรมชาติ เปนสารประกอบไฮโดรคารบอนชนิดหนึ่ง ประกอบดวยกาซหลายชนิด
รวมตัวกัน ทีมีสัดสวนของอะตอมของคารบอนและไฮโดรเจนที่แตกตางกัน 1 ขึ้นอยูกับสภาพ
             ่
แวดลอมของแหลงวัตถุดิบแตละแหง โดยทั่วไปกาซธรรมชาติจะประกอบดวยกาซมีเทน ตั้งแต
รอยละ 70 ขึ้นไป
        นอกจากสารไฮโดรคารบอนแลว กาซธรรมชาติยังอาจประกอบดวยกาซอื่น ๆ อาทิ
กาซคารบอนไดออกไซด ไฮโดรเจน-ซัลไฟด ไนโตรเจน และน้า เปนตน สารประกอบเหลานี้
                                                       ํ
สามารถแยกออกจากกันได โดยนํามาผานกระบวนการแยกทีโรงแยกกาซธรรมชาติ
                                                    ่


1
   กาซจําพวกนี้ ไดแก มีเทน (methane, CH4) อีเทน (ethane, C2H6) โพรเพน (propane, C3H8) บิวเทน
(butane, C4H18) เพนเทน (pentane, C5H12) เฮกเซน (hexane, C6H14) เฮปเทน (heptane, C7H16) เฮปเทน
(heptane, C7H16)

                                                                                                  2
กาซธรรมชาติใชประโยชนอะไรไดบาง
                               
      เราสามารถใชประโยชนจากกาซธรรมชาติไดใน 2 ลักษณะใหญ ๆ คือ

      1. ใชเปนเชื้อเพลิงโดยตรงสําหรับผลิตกระแสไฟฟา เปนเชื้อเพลิงในโรงงาน
อุตสาหกรรม หรือสามารถนํามาใชในระบบพลังงานความรอนรวม Co-generation




 โรงไฟฟาใชกาซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟา        โรงงานปูนซิเมนตใชกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิง
      ( ภาพ : การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย )                 ( ภาพ : www.miningthai.org )



      2. ผานกระบวนการแยกในโรงแยกกาซฯ




                                                                      โรงแยกกาซธรรมชาติ
                                                                   ( ภาพ : www.marinethai.com )




         เมื่อนํากาซธรรมชาติมาแยกออกเปนองคประกอบตาง ๆ สามารถนําไปใชประโยชน
หลากหลาย ดังนี้

            • กาซมีเทน (methane, CH4) : ใชเปนเชื้อเพลิงสําหรับผลิตกระแสไฟฟาใน
              โรงงานอุตสาหกรรม และนําไปอัดใสถังดวยความดันสูงเรียกวา กาซธรรมชาติอัด
              ( Compressed Natural Gas : CNG ) สามารถใชเปนเชื้อเพลิงในรถยนต รูจก    ั
              กันในชื่อวา “กาซธรรมชาติสําหรับรถยนต” (Natural Gas for Vehicles : NGV)




                                                                                                  3
ใชกาซมีเทนเปนเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม                                 รถที่ใช NGV
                                                                     ( ภาพ : www.ngvgasthai.com )



               • กาซอีเทน(ethane, C2H6) : ใชเปนวัตถุดบในอุตสาหกรรมปโตรเคมีขั้นตน
                                                        ิ
                 สามารถนําไปใชผลิตเม็ดพลาสติก เสนใยพลาสติกชนิดตาง ๆ เพื่อนําไปใช
                 แปรรูปตอไป




                                               อุตสาหกรรมปโตรเคมีขั้นตนใชผลิตภัณฑจาก
                                               กาซธรรมชาติหลายชนิดเปนวัตถุดิบในการผลิต
                                               ( ภาพ : itr.se-ed.com )



               • กาซโพรเพน (propane, C3H8) และกาซบิวเทน (butane, C4H18) :
                 กาซโพรเพนใชเปนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปโตรเคมีขั้นตนไดเชนเดียวกัน
                 และหากนําเอากาซโพรเพนกับกาซบิวเทนมาผสมกันตามอัตราสวน อัดใสถัง
                 เปนกาซปโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas : LPG) หรือที่เรียกวา
                 กาซหุงตม สามารถนําไปใชเปนเชื้อเพลิงในครัวเรือน เปนเชื้อเพลิงสําหรับ
                 รถยนต และใชในการเชื่อมโลหะได รวมทั้งนําไปใชในโรงงานอุตสาหกรรม
                 บางประเภทไดอีกดวย




            ถังเก็บ LPG ในโรงงาน
                                                              การใช LPG เปนเชื้อเพลิงในรถยนต
        ( ภาพ : www.bombayharbor.com )
                                                                 ( ภาพ : www.ngvgasthai.com )
                                                                                                    4
• ไ ฮ โ ด ร ค า ร บ อ น เ ห ล ว ( Heavier
  Hydrocarbon) : อยูในสถานะที่เปน
  ของเหลวที่ อุ ณ หภู มิ แ ละความดั น
  บ ร ร ย า ก า ศ ใ น ก ระ บ ว น ก า ร ผ ลิ ต
  สามารถแยกจากไฮโดรคาร บ อนที่ มี
  สถานะเป น ก า ซบนแท น ผลิ ต เรี ย กว า
  คอนเดนเสท (Condensate) สามารถ
  ลําเลียงขนสงโดยทางเรือหรือทางทอ                                     การขนสงกาซผานทอ
   และนําไปกลั่นเปนน้ํามันสําเร็จรูปตอไป                          ( ภาพ : www.oknation.net )

• กาซโซลีนธรรมชาติ (Natural Gasoline ,
  NGL ) : อยูในสถานะที่เปนของเหลว
  แม ว า จะมี ก ารแยกคอนเดนเสทออกใน
  กระบวน การผลิตที่แทนผลิตแลว แตก็ยังมี
  ไฮโดร คาร บ อนเหลวบางส ว นหลุ ด ไปกั บ
  ไฮโดร คาร บ อนที่ มี ส ถานะเป น ก า ซ เมื่ อ
  ผ า นกระบวนการแยกจากโรงแยกก า ซ
  ธรรมชาติแลว ไฮโดรคารบอนเหลวนี้จะถูก การขนสงกาซโซลีนธรรมชาติทางเรือ
  แยกออก เรียกวา กาซโซลีนธรรมชาติ                    ( ภาพ : www.planetforlife.com )

  (Natural Gasoline หรือ NGL) และสงเขา
  ไปยั ง โรงกลั่ น น้ํ า มั น เป น ส ว นผสมของผลิ ต ภั ณ ฑ น้ํ า มั น สํ า เร็ จ รู ป ได
  เชนเดียวกันกับคอนเดนเสท

• ก า ซคาร บ อนไดออกไซด (Carbondioxide,
  CO2) : เมื่อผานกระบวนการแยกแลว CO2จะถูก
  นํ า ไ ป ทํ า ใ ห อ ยู ใ น ส ภ า พ ข อ ง แ ข็ ง เ รี ย ก ว า
  น้ําแข็งแหง นําไปใชในอุตสาหกรรมถนอมอาหาร
  อุตสาหกรรมน้ําอัดลมและเบียร ใชถนอมอาหาร
  ระหว า งขนส ง เป น วั ต ถุ ดิ บ สํ า คั ญ ในการทํ า                         น้ําแข็งแหง
  ฝนเทียม และใชสรางควันในอุตสาหกรรมบันเทิง                           ( ภาพ : www.oknation.net )
  อาทิ การแสดงคอนเสิรต หรือการถายทําภาพยนตร



                                                                                            5
การแยกกาซธรรมชาติและการนําไปใชประโยชน

                                                       เชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟา


                                                        เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม


                                                       เชื้อเพลิงรถยนต (NGV)


                                                       วัตถุดบสําหรับอุตสาหกรรมปโตรเคมี
                                                             ิ


                                                        กาซหุงตม (LPG)


                                                        ควบแนนเปนของเหลวสงขายโรงกลั่น


                                                        วัตถุดบสําหรับอุตสาหกรรมปโตรเคมี
                                                              ิ


                                                        อุตสาหกรรมถนอมอาหาร




( ภาพ : กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ )




                                                                                  6
กาซธรรมชาติในสถานะตาง ๆ ที่ควรรูจัก
       เนื่องจากปจจุบันมีชื่อเรียกผลิตภัณฑกาซธรรมชาติที่หลากหลายตามสถานะและรูปแบบ
การใชงาน อาจทําใหเกิดความสับสนกับผูไมคุนเคย จึงทําการสรุปชื่อเรียกกาซธรรมชาติใน
สถานะตาง ๆ ที่ควรรูจัก ดังนี้

       • NGV ( Natural Gas for Vehicles) หรือกาซธรรมชาติสําหรับรถยนต
           คือ รูปแบบของการใชกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิงสําหรับรถยนต สวนใหญเปนกาซ
       มีเทน เมื่อขนสงกาซธรรมชาติมาทางทอ จะสงเขาสถานีบริการ และเครื่องเพิ่มความดัน
       กาซ ณ สถานีบริการ ซึ่งจะรับกาซธรรมชาติที่มีความดันต่ําจากระบบทอมาอัดเพิ่ม
       ความดันประมาณ 3,000 – 3,600 ปอนดตอตารางนิ้ว จากนั้นก็จะสามารถเติมใสถังเก็บ
       กาซ ของรถยนตตอไป




                                                                         สถานี NGV หรือสถานีเติมกาซ
                                                                         ธรรมชาติสําหรับรถยนต
                                                                         ( ภาพ : www.pttplc.com)




       • CNG (Compressed Natural Gas)
                 เปนกาซมีเทนที่ถูกแยกออกมาจากกาซ
           ธรรมชาติที่โรงแยกกาซ เพื่อทําใหเปนมีเทน
           ที่ บ ริ สุ ท ธิ์ ขึ้ น แล ว นํ า ไปบรรจุ ใ ส ถั ง ด ว ย
           แรงดั น สู ง ใช เ ป น เชื้ อ เพลิ ง ได โ ดยตรง ใน
           ตางประเทศเรียกผลิตภัณฑนี้วา CNG หรือ
           Compressed Natural Gas ในขณะที่
           ประเทศไทยเรียก NGV หรือ Natural Gas
           for Vehicles ซึ่งหมายถึงกาซอัดดวย                                  ถัง CNG หรือ NGV ในรถยนต
           แรงดันสูงใสเก็บไวในถังเพื่อใชกับรถยนต                               ( ภาพ : www.doeb.go.th )



                                                                                                         7
• LNG (Liquefied Natural Gas) หรือกาซธรรมชาติเหลว
                           ในการขนสงกาซธรรมชาติจากแหลงผลิตไปยังบริเวณที่ใช      ปกติจะขนสงโดย
                       ระบบทอ แตในกรณีที่ระยะทางระหวางแหลงผลิตกับบริเวณที่ใช มีระยะทางไกลเกิน
                       กวา 2,000 กิโลเมตร การวางทอสงกาซฯ จะตองใชเงินลงทุนเปนจํานวนมาก จึงมี
                       การขนสงดวยเรือที่ถูกออกแบบไวเฉพาะ โดยการทํากาซธรรมชาติใหกลายสภาพเปน
                       ของเหลว เพื่อใหปริมาตรลดลงประมาณ 600 เทา โดยทัวไปจะมีอุณหภูมิ -160
                                                                            ่
                       องศาเซลเซียส ทําใหประหยัดคาใชจายมากกวาการขนสงดวยระบบทอ และเมือจะ
                                                                                              ่
                       นํามาใชงาน ตองนํามาผานกระบวนการทําใหกลับไปสูสถานะกาซอีกครั้งกอนใช
                       (LNG Regasification Terminal)


    การผลิตกาซ
                                  สถานีจาย LNG                การขนสง LNG                 สถานีรับ LNG
  (Exploration &
    Production)                (Loading Terminal)          (Transportation)           (Receiving Terminal)




แหลงกาซธรรมชาติ

                                         ขั้นตอนการขนสง LNG




                                                                       การขนสง LNG ดวยเรือที่ถูกออกแบบ
                                                                       ไวเฉพาะ
                                                                            ( ภาพ : www.nms2002.com )




                                                                                                    8
• Pipe Natural Gas หรือ กาซธรรมชาติที่ขนสงโดยทางทอ
                   คือ กาซธรรมชาติที่มกาซมีเทนเปนสวนใหญ ถูกขนสงดวยระบบทอ เพื่อสงใหแกผูใช
                                       ี
               นําไปเปนเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟาหรือในโรงงานอุตสาหกรรม




การขนสงกาซดวยระบบทอจากแทนขุดเจาะ          การขนสงกาซดวย           โครงการวางทอกาซจากแหลงยาดานาของพมา
กลางทะเล                                       ระบบทอไปยังโรงงาน         ( ภาพ : www.sarakadee.com )
( ภาพ : www.geocities.com )




                                         โครงขายทอสงกาซธรรมชาติของ ปตท.




                                                                                                        9
การจัดหากาซธรรมชาติในประเทศไทย
          ในป 2550 ประเทศไทยมีการจัดหากาซธรรมชาติ ทังสิ้น 3,421 ลานลูกบาศกฟุต/วัน
                                                          ้
เพิ่มขึ้นจากป 2549 รอยละ 6.2 โดยแบงตามแหลงการจัดหาได 2 สวน ดังนี้

       1) การผลิตภายในประเทศ ในป 2550 มีการผลิตกาซธรรมชาติจากแหลงผลิตใน
          ประเทศรวม 2,515 ลานลูกบาศกฟุต/วัน เพิมขึ้นจาก ป 2549 รอยละ 6.9 คิดเปน
                                                 ่
          สัดสวนรอยละ 74 ของปริมาณการจัดหาทั้งหมด โดยแบงเปน

              • แหลงอาวไทย รวม 2,443 ลาน
                ลูกบาศกฟุต/วัน หรือคิดเปนสัดสวน
                รอยละ 71 ของปริมาณการผลิตกาซ
                ธรรมชาติทงประเทศ แหลงผลิตสําคัญ
                           ั้
                ไดแก แหลงบงกชของบริษท ปตท.สผ.
                                         ั
                แหลงไพลิน และแหลงเอราวัณ ของ
                บริษัท เชฟรอน และแหลงภูฮอม ของ
                บริษัท เฮสส (ไทยแลนด) จํากัด
                                                               แทนผลิตกาซธรรมชาติโครงการบงกชในอาวไทย
                                                                        ( ภาพ : www.vcharkarn.com/ptt)


              • แหลงบนบก รวม 81 ลานลูกบาศกฟุต/วัน มีที่แหลงน้า
                                                                 ํ
                พองและแหลงสิริกิติ์



                                           แหลงกาซธรรมชาติที่แหลงน้ําพอง
                                                     (ภาพ: guru.sanook.com)




       2) การนําเขา ในป 2550 มีการนําเขากาซธรรมชาติจากแหลงเยดานาและเยตากุน
          ของพมา รวมทั้งหมด 906 ลานลูกบาศกฟุต/วัน เพิมขึ้นรอยละ 4.2 เมื่อเทียบกับปที่
                                                        ่
          ผานมา คิดเปนรอยละ 26 ของปริมาณจัดหากาซธรรมชาติทั้งหมด



                                                                                               10
สัดสวนการจัดหากาซธรรมชาติของไทย
                                                 ป 2550
                                                                              บนบก
                                                                               3%



                                                                                         นําเขาจากพมา
                                                                                              26%

                                     อาวไทย
                                      71%




                             ที่มา : กระทรวงพลังงาน




                                                      การจัดหากาซธรรมชาติ
                                                                                                                   หนวย : ลานลูกบาศกฟุต/วัน

                                                                                                                   ป 2550
                 แหลง                                  ผูผลิต              ป 2549                 ปริมาณ                   สัดสวน (%)
แหลงผลิตภายในประเทศ                                                          2,353                   2,515                        74
แหลงอาวไทย                                                                  2,272                   2,443                        71
        เอราวัณ                                         CTEP(1)                278                     278                         11
        ไพลิน                                           CTEP(1)                438                     457                         19
        ฟูนานและจักรวาล                                 CTEP(1)                263                     309                         13
        สตูล                                            CTEP(1)                 90                     108                          4
        ภูฮอม
                                                      Amerada                  6                       93                          4
        อื่น ๆ (12 แหลง)                               CTEP(1)                362                     366                         15
        บงกช                                            PTTEP                  627                     629                         26
        ทานตะวัน                                        COTL(2)                 49                      31                          1
        เบญจมาศ                                         COTL(2)                159                     172                          7
แหลงบนบก                                                                       81                      72                          2
        น้ําพอง                                       Exxon Mobil               31                      26                          1
        สิริกิติ์                                     PTTEP Siam                50                      46                          1
แหลงนําเขา*                                                                  869                     906                         26
        ยาดานา                                        สหภาพพมา                452                     473                         14
        ยาตากุน                                       สหภาพพมา                417                     433                         13
รวม                                                                           3,222                   3,421                        100
            ที่มา : กระทรวงพลังงาน                  *คาความรอนของกาซธรรมชาติจากพมาเทากับ 1,000 btu / ลบ.ฟุต
            หมายเหตุ : (1) Chevron Thailand Exploration & Production, Ltd. (2) Chevron Offshore (Thailand), Ltd.


                                                                                                                              11
ปริมาณกาซธรรมชาติในประเทศไทย
       กาซธรรมชาติถือเปนทรัพยากรปโตรเลียมหลักของประเทศไทย      จากรายงานของกรม
พัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน พบวา ปริมาณสํารองกาซธรรมชาติในประเทศไทย
ณ ธันวาคม 2550 รวมทังหมดเทากับ 29.7 ลานลานลูกบาศกฟุต แบงเปน
                      ้
       • ปริมาณสํารองพิสูจนแลว (Proved Reserved)        11.2 ลานลานลูกบาศกฟุต
       • ปริมาณสํารองที่คาดวาจะพบ (Probable Reserved) 11.7 ลานลานลูกบาศกฟุต
       • ปริมาณสํารองที่อาจจะพบ (Possible Reserved)        6.8 ลานลานลูกบาศกฟุต




( ภาพ : ทิศทางพลังงานไทย กระทรวงพลังงาน)




                                                                                12
แหลงกาซธรรมชาติในประเทศไทย
        มีการสํารวจพบแหลงกาซธรรมชาติในประเทศไทยไปแลวทังสิ้น 70 แหลง โดยมีการ
                                                         ้
ดําเนินการผลิตอยู 19 แหลง




  ที่มา : กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

                                                                                   13
การใชกาซธรรมชาติในประเทศไทย
       การใชกาซธรรมชาติในป 2551 อยูในระดับ 3,534 ลานลูกบาศกฟุต/วัน เพิมขึน
                                                                            ่ ้
รอยละ 7.5 เมื่อเทียบกับป 2550
                                             การใชกาซธรรมชาติ
   หนวย : ลานลูกบาศกฟตตอวัน
                        ุ
     4,000


     3,500


     3,000


     2,500


     2,000


     1,500


     1,000


       500


          0
               2541    2542     2543    2544     2545       2546   2547   2548   2549       2550    2551


  ทีมา : สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน
    ่



          เปนการใชเพือผลิตไฟฟาเปนหลัก คิดเปนสัดสวนรอยละ 70 ของการใชทั้งหมด ตามดวย
                       ่
การใชเปนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปโตรเคมีและอื่นๆ (โพรเพน อีเทน และLPG) รอยละ 17 ใชเปน
เชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม รอยละ 8.1 และที่เหลือรอยละ 2 ใชเปนเชือเพลิงในรถยนต NGV
                                                                ้
                                       การใชกาซธรรมชาติรายสาขา
                                                                                     หนวย: ลานลูกบาศกฟุต/วัน

                                                                                                   อัตราการ
                                                                                  2551        เปลี่ยนแปลง (%)
                    2547        2548         2549           2550 2551*           สัดสวน
                                                                                  (%)
                                                                                             2550 2551*

ผลิตไฟฟา             2,134      2,242        2,257         2,346     2,453          70            3.9         4.6
โรงแยกกาซ              389         491          527          572         627        17            8.5         9.6
อุตสาหกรรม              248         258          291          347         375        11        19.5            8.1
NGV                        3           6           11          24         74            2     117.6        208.3
      รวม             2,774      2,997        3,086         3,288     3,534        100             6.6         7.5


 หมายเหตุ : คาความรอน 1 ลูกบาศกฟุตเทากับ 1,000 บีทียู                                                *เบื้องตน


      ที่มา : สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน
                                                                                                                      14
แผนการจัดหากาซธรรมชาติในอนาคต




             ( ภาพ : webboard.mthai.com )



      เนื่องจากกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิงพลังงานที่สําคัญของประเทศไทย ภาครัฐจึงตองมี
แนวทางการรักษาความมันคงในการจัดหากาซธรรมชาติ ดังนี้
                      ่

       • การพัฒนาแหลงกาซธรรมชาติในประเทศอยางมีประสิทธิภาพ
         − เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกาซธรรมชาติรวมกับบริษัทผูรบสัมปทาน
                                                               ั
         − พัฒนาแหลงกาซขนาดเล็ก
         − สรางแรงจูงใจในการขอสัมปทานสํารวจหาแหลงกาซธรรมชาติแหลงใหม
       • การกระจายสัดสวนการจัดหาแหลงกาซธรรมชาติ
         − นําเขากาซธรรมชาติจากแหลงตางประเทศ เชน พมา
         − มีแผนการนําเขากาซ LNG จากตางประเทศ ประเทศกลุมเปาหมาย ไดแก
             อิหราน ออสเตรเลีย การตา รัสเซีย เปนตน
       • การพัฒนาโครงสราง และกําลังสงของระบบทอ
       • การเก็บสํารองกาซธรรมชาติอยางพอเพียงและวิธการที่เหมาะสมที่จะรองรับตอความ
                                                        ี
         ตองการสูงสุด (Peak Demand)




                                                                                        15
ขอดี –ขอจํากัด ของการใชกาซธรรมชาติ
เปนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา
ขอดี
• เปนเชื้อเพลิงปโตรเลียมทีนามาใชงานไดอยางมีประสิทธิภาพสูง มีการเผาไหมสมบูรณ
                            ่ ํ
• มีความปลอดภัยสูงในการใชงาน เนื่องจากเบากวาอากาศ จึงลอยขึ้นเมื่อเกิดการรั่ว
• กาซธรรมชาติสวนใหญที่ใชในประเทศไทยผลิตไดเองจากแหลงในประเทศ จึงชวยลดการ
  นําเขาพลังงานเชื้อเพลิงอืน ๆ และประหยัดเงินตราตางประเทศไดมาก
                             ่

ขอจํากัด
• ราคากาซธรรมชาติไมคงที่ผกติดกับราคาน้ํามันซึงผันแปรอยูตลอดเวลา
                           ู                   ่
• ประเทศไทยใชกาซธรรมชาติในสัดสวนทีสูงมากจนเกิดความเสียงของแหลงพลังงาน
                                      ่                     ่
• กําลังสํารองกาซธรรมชาติในประเทศไทย สามารถใชไดเพียง 30 ป




                    แหลงผลิตกาซธรรมชาติ ของ ปตท.สผ. ในประเทศโอมาน

                               ( ภาพ : www.vcharkarn.com/ptt)




                                                                                     16

05.ก๊าซธรรมชาติ

  • 1.
    กาซธรรมชาติ มารูจักกาซธรรมชาติ กาซธรรมชาติ เปนสารประกอบไฮโดรคารบอนชนิดหนึง เกิดจากซากพืชซากสัตว ทีถูกทับ ่ ่ ถมดวยโคลน และหินภายใตความดันและอุณหภูมิที่สงมากเปนเวลานานนับลาน ๆ ป โดยปกติจะ ู ถูกกักเก็บอยูในบริเวณชันหินปูน (LIME STONE) ซึ่งอยูเหนือแหลงน้ามันปโตรเลียม เมื่อนํากาซ ้ ํ ธรรมชาติมาเผา จะเผาไดคอนขางสมบูรณ จึงถือวาเปนเชื้อเพลิงที่คอนขางสะอาด  ในชวงเวลาประมาณ 150 ปที่ผานมา กาซธรรมชาติไดเขามามีบทบาทตอการพัฒนาของ โลกในทุก ๆ ดานมากขึนโดยเฉพาะการนํามาใชแทนถานหินและน้ํามัน ้ ภาพตัดขวางแสดงการพบกาซธรรมชาติใตผิวโลก ( ภาพ : www.dteenergy.com ) คุณสมบัติทางกายภาพของกาซธรรมชาติ • เปนเชื้อเพลิงปโตรเลียมชนิดหนึง เกิดจากการทับถมของสิ่งมีชวิตนับลานป ่ ี • เปนสารประกอบไฮโดรคารบอน ประกอบดวยกาซมีเทนเปนหลัก • ไมมีสีและไมมีกลิ่น ดังนันในการขนสงหรือในกระบวนการผลิตกาซธรรมชาติ จึงตองมี ้ การเติมสารทีมีกลิ่นลงไปเพือความปลอดภัยในการใชงาน ่ ่ 1
  • 2.
    • เบากวาอากาศ มีคาความถวงจําเพาะ(Specific Gravity) ประมาณ 0.6-0.8 เมื่อ รั่วไหลจะลอยขึ้นสูที่สง และฟุงกระจายไปในอากาศอยางรวดเร็ว จึงมีความปลอดภัย ู กวา • ติดไฟได โดยมีชวงของการติดไฟที่ 5-15 % ของปริมาตรในอากาศ และอุณหภูมิที่ สามารถติดไฟไดเอง คือ 537-540 องศาเซลเซียส • เปนเชื้อเพลิงสะอาด เผาไหมสมบูรณกวา จึงสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมนอยกวา ปโตรเลียมประเภทอื่นๆ แทนขุดเจาะกาซธรรมชาติกลางอาวไทย ( ภาพ : www.energy.com ) องคประกอบของกาซธรรมชาติ กาซธรรมชาติ เปนสารประกอบไฮโดรคารบอนชนิดหนึ่ง ประกอบดวยกาซหลายชนิด รวมตัวกัน ทีมีสัดสวนของอะตอมของคารบอนและไฮโดรเจนที่แตกตางกัน 1 ขึ้นอยูกับสภาพ ่ แวดลอมของแหลงวัตถุดิบแตละแหง โดยทั่วไปกาซธรรมชาติจะประกอบดวยกาซมีเทน ตั้งแต รอยละ 70 ขึ้นไป นอกจากสารไฮโดรคารบอนแลว กาซธรรมชาติยังอาจประกอบดวยกาซอื่น ๆ อาทิ กาซคารบอนไดออกไซด ไฮโดรเจน-ซัลไฟด ไนโตรเจน และน้า เปนตน สารประกอบเหลานี้ ํ สามารถแยกออกจากกันได โดยนํามาผานกระบวนการแยกทีโรงแยกกาซธรรมชาติ ่ 1 กาซจําพวกนี้ ไดแก มีเทน (methane, CH4) อีเทน (ethane, C2H6) โพรเพน (propane, C3H8) บิวเทน (butane, C4H18) เพนเทน (pentane, C5H12) เฮกเซน (hexane, C6H14) เฮปเทน (heptane, C7H16) เฮปเทน (heptane, C7H16) 2
  • 3.
    กาซธรรมชาติใชประโยชนอะไรไดบาง  เราสามารถใชประโยชนจากกาซธรรมชาติไดใน 2 ลักษณะใหญ ๆ คือ 1. ใชเปนเชื้อเพลิงโดยตรงสําหรับผลิตกระแสไฟฟา เปนเชื้อเพลิงในโรงงาน อุตสาหกรรม หรือสามารถนํามาใชในระบบพลังงานความรอนรวม Co-generation โรงไฟฟาใชกาซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟา โรงงานปูนซิเมนตใชกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิง ( ภาพ : การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย ) ( ภาพ : www.miningthai.org ) 2. ผานกระบวนการแยกในโรงแยกกาซฯ โรงแยกกาซธรรมชาติ ( ภาพ : www.marinethai.com ) เมื่อนํากาซธรรมชาติมาแยกออกเปนองคประกอบตาง ๆ สามารถนําไปใชประโยชน หลากหลาย ดังนี้ • กาซมีเทน (methane, CH4) : ใชเปนเชื้อเพลิงสําหรับผลิตกระแสไฟฟาใน โรงงานอุตสาหกรรม และนําไปอัดใสถังดวยความดันสูงเรียกวา กาซธรรมชาติอัด ( Compressed Natural Gas : CNG ) สามารถใชเปนเชื้อเพลิงในรถยนต รูจก ั กันในชื่อวา “กาซธรรมชาติสําหรับรถยนต” (Natural Gas for Vehicles : NGV) 3
  • 4.
    ใชกาซมีเทนเปนเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม รถที่ใช NGV ( ภาพ : www.ngvgasthai.com ) • กาซอีเทน(ethane, C2H6) : ใชเปนวัตถุดบในอุตสาหกรรมปโตรเคมีขั้นตน ิ สามารถนําไปใชผลิตเม็ดพลาสติก เสนใยพลาสติกชนิดตาง ๆ เพื่อนําไปใช แปรรูปตอไป อุตสาหกรรมปโตรเคมีขั้นตนใชผลิตภัณฑจาก กาซธรรมชาติหลายชนิดเปนวัตถุดิบในการผลิต ( ภาพ : itr.se-ed.com ) • กาซโพรเพน (propane, C3H8) และกาซบิวเทน (butane, C4H18) : กาซโพรเพนใชเปนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปโตรเคมีขั้นตนไดเชนเดียวกัน และหากนําเอากาซโพรเพนกับกาซบิวเทนมาผสมกันตามอัตราสวน อัดใสถัง เปนกาซปโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas : LPG) หรือที่เรียกวา กาซหุงตม สามารถนําไปใชเปนเชื้อเพลิงในครัวเรือน เปนเชื้อเพลิงสําหรับ รถยนต และใชในการเชื่อมโลหะได รวมทั้งนําไปใชในโรงงานอุตสาหกรรม บางประเภทไดอีกดวย ถังเก็บ LPG ในโรงงาน การใช LPG เปนเชื้อเพลิงในรถยนต ( ภาพ : www.bombayharbor.com ) ( ภาพ : www.ngvgasthai.com ) 4
  • 5.
    • ไ ฮโ ด ร ค า ร บ อ น เ ห ล ว ( Heavier Hydrocarbon) : อยูในสถานะที่เปน ของเหลวที่ อุ ณ หภู มิ แ ละความดั น บ ร ร ย า ก า ศ ใ น ก ระ บ ว น ก า ร ผ ลิ ต สามารถแยกจากไฮโดรคาร บ อนที่ มี สถานะเป น ก า ซบนแท น ผลิ ต เรี ย กว า คอนเดนเสท (Condensate) สามารถ ลําเลียงขนสงโดยทางเรือหรือทางทอ การขนสงกาซผานทอ และนําไปกลั่นเปนน้ํามันสําเร็จรูปตอไป ( ภาพ : www.oknation.net ) • กาซโซลีนธรรมชาติ (Natural Gasoline , NGL ) : อยูในสถานะที่เปนของเหลว แม ว า จะมี ก ารแยกคอนเดนเสทออกใน กระบวน การผลิตที่แทนผลิตแลว แตก็ยังมี ไฮโดร คาร บ อนเหลวบางส ว นหลุ ด ไปกั บ ไฮโดร คาร บ อนที่ มี ส ถานะเป น ก า ซ เมื่ อ ผ า นกระบวนการแยกจากโรงแยกก า ซ ธรรมชาติแลว ไฮโดรคารบอนเหลวนี้จะถูก การขนสงกาซโซลีนธรรมชาติทางเรือ แยกออก เรียกวา กาซโซลีนธรรมชาติ ( ภาพ : www.planetforlife.com ) (Natural Gasoline หรือ NGL) และสงเขา ไปยั ง โรงกลั่ น น้ํ า มั น เป น ส ว นผสมของผลิ ต ภั ณ ฑ น้ํ า มั น สํ า เร็ จ รู ป ได เชนเดียวกันกับคอนเดนเสท • ก า ซคาร บ อนไดออกไซด (Carbondioxide, CO2) : เมื่อผานกระบวนการแยกแลว CO2จะถูก นํ า ไ ป ทํ า ใ ห อ ยู ใ น ส ภ า พ ข อ ง แ ข็ ง เ รี ย ก ว า น้ําแข็งแหง นําไปใชในอุตสาหกรรมถนอมอาหาร อุตสาหกรรมน้ําอัดลมและเบียร ใชถนอมอาหาร ระหว า งขนส ง เป น วั ต ถุ ดิ บ สํ า คั ญ ในการทํ า น้ําแข็งแหง ฝนเทียม และใชสรางควันในอุตสาหกรรมบันเทิง ( ภาพ : www.oknation.net ) อาทิ การแสดงคอนเสิรต หรือการถายทําภาพยนตร 5
  • 6.
    การแยกกาซธรรมชาติและการนําไปใชประโยชน เชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟา เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม เชื้อเพลิงรถยนต (NGV) วัตถุดบสําหรับอุตสาหกรรมปโตรเคมี ิ กาซหุงตม (LPG) ควบแนนเปนของเหลวสงขายโรงกลั่น วัตถุดบสําหรับอุตสาหกรรมปโตรเคมี ิ อุตสาหกรรมถนอมอาหาร ( ภาพ : กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ) 6
  • 7.
    กาซธรรมชาติในสถานะตาง ๆ ที่ควรรูจัก เนื่องจากปจจุบันมีชื่อเรียกผลิตภัณฑกาซธรรมชาติที่หลากหลายตามสถานะและรูปแบบ การใชงาน อาจทําใหเกิดความสับสนกับผูไมคุนเคย จึงทําการสรุปชื่อเรียกกาซธรรมชาติใน สถานะตาง ๆ ที่ควรรูจัก ดังนี้ • NGV ( Natural Gas for Vehicles) หรือกาซธรรมชาติสําหรับรถยนต คือ รูปแบบของการใชกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิงสําหรับรถยนต สวนใหญเปนกาซ มีเทน เมื่อขนสงกาซธรรมชาติมาทางทอ จะสงเขาสถานีบริการ และเครื่องเพิ่มความดัน กาซ ณ สถานีบริการ ซึ่งจะรับกาซธรรมชาติที่มีความดันต่ําจากระบบทอมาอัดเพิ่ม ความดันประมาณ 3,000 – 3,600 ปอนดตอตารางนิ้ว จากนั้นก็จะสามารถเติมใสถังเก็บ กาซ ของรถยนตตอไป สถานี NGV หรือสถานีเติมกาซ ธรรมชาติสําหรับรถยนต ( ภาพ : www.pttplc.com) • CNG (Compressed Natural Gas) เปนกาซมีเทนที่ถูกแยกออกมาจากกาซ ธรรมชาติที่โรงแยกกาซ เพื่อทําใหเปนมีเทน ที่ บ ริ สุ ท ธิ์ ขึ้ น แล ว นํ า ไปบรรจุ ใ ส ถั ง ด ว ย แรงดั น สู ง ใช เ ป น เชื้ อ เพลิ ง ได โ ดยตรง ใน ตางประเทศเรียกผลิตภัณฑนี้วา CNG หรือ Compressed Natural Gas ในขณะที่ ประเทศไทยเรียก NGV หรือ Natural Gas for Vehicles ซึ่งหมายถึงกาซอัดดวย ถัง CNG หรือ NGV ในรถยนต แรงดันสูงใสเก็บไวในถังเพื่อใชกับรถยนต ( ภาพ : www.doeb.go.th ) 7
  • 8.
    • LNG (LiquefiedNatural Gas) หรือกาซธรรมชาติเหลว ในการขนสงกาซธรรมชาติจากแหลงผลิตไปยังบริเวณที่ใช ปกติจะขนสงโดย ระบบทอ แตในกรณีที่ระยะทางระหวางแหลงผลิตกับบริเวณที่ใช มีระยะทางไกลเกิน กวา 2,000 กิโลเมตร การวางทอสงกาซฯ จะตองใชเงินลงทุนเปนจํานวนมาก จึงมี การขนสงดวยเรือที่ถูกออกแบบไวเฉพาะ โดยการทํากาซธรรมชาติใหกลายสภาพเปน ของเหลว เพื่อใหปริมาตรลดลงประมาณ 600 เทา โดยทัวไปจะมีอุณหภูมิ -160 ่ องศาเซลเซียส ทําใหประหยัดคาใชจายมากกวาการขนสงดวยระบบทอ และเมือจะ  ่ นํามาใชงาน ตองนํามาผานกระบวนการทําใหกลับไปสูสถานะกาซอีกครั้งกอนใช (LNG Regasification Terminal) การผลิตกาซ สถานีจาย LNG การขนสง LNG สถานีรับ LNG (Exploration & Production) (Loading Terminal) (Transportation) (Receiving Terminal) แหลงกาซธรรมชาติ ขั้นตอนการขนสง LNG การขนสง LNG ดวยเรือที่ถูกออกแบบ ไวเฉพาะ ( ภาพ : www.nms2002.com ) 8
  • 9.
    • Pipe NaturalGas หรือ กาซธรรมชาติที่ขนสงโดยทางทอ คือ กาซธรรมชาติที่มกาซมีเทนเปนสวนใหญ ถูกขนสงดวยระบบทอ เพื่อสงใหแกผูใช ี นําไปเปนเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟาหรือในโรงงานอุตสาหกรรม การขนสงกาซดวยระบบทอจากแทนขุดเจาะ การขนสงกาซดวย โครงการวางทอกาซจากแหลงยาดานาของพมา กลางทะเล ระบบทอไปยังโรงงาน ( ภาพ : www.sarakadee.com ) ( ภาพ : www.geocities.com ) โครงขายทอสงกาซธรรมชาติของ ปตท. 9
  • 10.
    การจัดหากาซธรรมชาติในประเทศไทย ในป 2550 ประเทศไทยมีการจัดหากาซธรรมชาติ ทังสิ้น 3,421 ลานลูกบาศกฟุต/วัน ้ เพิ่มขึ้นจากป 2549 รอยละ 6.2 โดยแบงตามแหลงการจัดหาได 2 สวน ดังนี้ 1) การผลิตภายในประเทศ ในป 2550 มีการผลิตกาซธรรมชาติจากแหลงผลิตใน ประเทศรวม 2,515 ลานลูกบาศกฟุต/วัน เพิมขึ้นจาก ป 2549 รอยละ 6.9 คิดเปน ่ สัดสวนรอยละ 74 ของปริมาณการจัดหาทั้งหมด โดยแบงเปน • แหลงอาวไทย รวม 2,443 ลาน ลูกบาศกฟุต/วัน หรือคิดเปนสัดสวน รอยละ 71 ของปริมาณการผลิตกาซ ธรรมชาติทงประเทศ แหลงผลิตสําคัญ ั้ ไดแก แหลงบงกชของบริษท ปตท.สผ. ั แหลงไพลิน และแหลงเอราวัณ ของ บริษัท เชฟรอน และแหลงภูฮอม ของ บริษัท เฮสส (ไทยแลนด) จํากัด แทนผลิตกาซธรรมชาติโครงการบงกชในอาวไทย ( ภาพ : www.vcharkarn.com/ptt) • แหลงบนบก รวม 81 ลานลูกบาศกฟุต/วัน มีที่แหลงน้า ํ พองและแหลงสิริกิติ์ แหลงกาซธรรมชาติที่แหลงน้ําพอง (ภาพ: guru.sanook.com) 2) การนําเขา ในป 2550 มีการนําเขากาซธรรมชาติจากแหลงเยดานาและเยตากุน ของพมา รวมทั้งหมด 906 ลานลูกบาศกฟุต/วัน เพิมขึ้นรอยละ 4.2 เมื่อเทียบกับปที่ ่ ผานมา คิดเปนรอยละ 26 ของปริมาณจัดหากาซธรรมชาติทั้งหมด 10
  • 11.
    สัดสวนการจัดหากาซธรรมชาติของไทย ป 2550 บนบก 3% นําเขาจากพมา 26% อาวไทย 71% ที่มา : กระทรวงพลังงาน การจัดหากาซธรรมชาติ หนวย : ลานลูกบาศกฟุต/วัน ป 2550 แหลง ผูผลิต ป 2549 ปริมาณ สัดสวน (%) แหลงผลิตภายในประเทศ 2,353 2,515 74 แหลงอาวไทย 2,272 2,443 71 เอราวัณ CTEP(1) 278 278 11 ไพลิน CTEP(1) 438 457 19 ฟูนานและจักรวาล CTEP(1) 263 309 13 สตูล CTEP(1) 90 108 4 ภูฮอม  Amerada 6 93 4 อื่น ๆ (12 แหลง) CTEP(1) 362 366 15 บงกช PTTEP 627 629 26 ทานตะวัน COTL(2) 49 31 1 เบญจมาศ COTL(2) 159 172 7 แหลงบนบก 81 72 2 น้ําพอง Exxon Mobil 31 26 1 สิริกิติ์ PTTEP Siam 50 46 1 แหลงนําเขา* 869 906 26 ยาดานา สหภาพพมา 452 473 14 ยาตากุน สหภาพพมา 417 433 13 รวม 3,222 3,421 100 ที่มา : กระทรวงพลังงาน *คาความรอนของกาซธรรมชาติจากพมาเทากับ 1,000 btu / ลบ.ฟุต หมายเหตุ : (1) Chevron Thailand Exploration & Production, Ltd. (2) Chevron Offshore (Thailand), Ltd. 11
  • 12.
    ปริมาณกาซธรรมชาติในประเทศไทย กาซธรรมชาติถือเปนทรัพยากรปโตรเลียมหลักของประเทศไทย จากรายงานของกรม พัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน พบวา ปริมาณสํารองกาซธรรมชาติในประเทศไทย ณ ธันวาคม 2550 รวมทังหมดเทากับ 29.7 ลานลานลูกบาศกฟุต แบงเปน ้ • ปริมาณสํารองพิสูจนแลว (Proved Reserved) 11.2 ลานลานลูกบาศกฟุต • ปริมาณสํารองที่คาดวาจะพบ (Probable Reserved) 11.7 ลานลานลูกบาศกฟุต • ปริมาณสํารองที่อาจจะพบ (Possible Reserved) 6.8 ลานลานลูกบาศกฟุต ( ภาพ : ทิศทางพลังงานไทย กระทรวงพลังงาน) 12
  • 13.
    แหลงกาซธรรมชาติในประเทศไทย มีการสํารวจพบแหลงกาซธรรมชาติในประเทศไทยไปแลวทังสิ้น 70 แหลง โดยมีการ ้ ดําเนินการผลิตอยู 19 แหลง ที่มา : กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ 13
  • 14.
    การใชกาซธรรมชาติในประเทศไทย การใชกาซธรรมชาติในป 2551 อยูในระดับ 3,534 ลานลูกบาศกฟุต/วัน เพิมขึน ่ ้ รอยละ 7.5 เมื่อเทียบกับป 2550 การใชกาซธรรมชาติ หนวย : ลานลูกบาศกฟตตอวัน ุ 4,000 3,500 3,000 2,500 2,000 1,500 1,000 500 0 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 ทีมา : สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ่ เปนการใชเพือผลิตไฟฟาเปนหลัก คิดเปนสัดสวนรอยละ 70 ของการใชทั้งหมด ตามดวย ่ การใชเปนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปโตรเคมีและอื่นๆ (โพรเพน อีเทน และLPG) รอยละ 17 ใชเปน เชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม รอยละ 8.1 และที่เหลือรอยละ 2 ใชเปนเชือเพลิงในรถยนต NGV ้ การใชกาซธรรมชาติรายสาขา หนวย: ลานลูกบาศกฟุต/วัน อัตราการ 2551 เปลี่ยนแปลง (%) 2547 2548 2549 2550 2551* สัดสวน (%) 2550 2551* ผลิตไฟฟา 2,134 2,242 2,257 2,346 2,453 70 3.9 4.6 โรงแยกกาซ 389 491 527 572 627 17 8.5 9.6 อุตสาหกรรม 248 258 291 347 375 11 19.5 8.1 NGV 3 6 11 24 74 2 117.6 208.3 รวม 2,774 2,997 3,086 3,288 3,534 100 6.6 7.5 หมายเหตุ : คาความรอน 1 ลูกบาศกฟุตเทากับ 1,000 บีทียู *เบื้องตน ที่มา : สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน 14
  • 15.
    แผนการจัดหากาซธรรมชาติในอนาคต ( ภาพ : webboard.mthai.com ) เนื่องจากกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิงพลังงานที่สําคัญของประเทศไทย ภาครัฐจึงตองมี แนวทางการรักษาความมันคงในการจัดหากาซธรรมชาติ ดังนี้ ่ • การพัฒนาแหลงกาซธรรมชาติในประเทศอยางมีประสิทธิภาพ − เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกาซธรรมชาติรวมกับบริษัทผูรบสัมปทาน ั − พัฒนาแหลงกาซขนาดเล็ก − สรางแรงจูงใจในการขอสัมปทานสํารวจหาแหลงกาซธรรมชาติแหลงใหม • การกระจายสัดสวนการจัดหาแหลงกาซธรรมชาติ − นําเขากาซธรรมชาติจากแหลงตางประเทศ เชน พมา − มีแผนการนําเขากาซ LNG จากตางประเทศ ประเทศกลุมเปาหมาย ไดแก อิหราน ออสเตรเลีย การตา รัสเซีย เปนตน • การพัฒนาโครงสราง และกําลังสงของระบบทอ • การเก็บสํารองกาซธรรมชาติอยางพอเพียงและวิธการที่เหมาะสมที่จะรองรับตอความ ี ตองการสูงสุด (Peak Demand) 15
  • 16.
    ขอดี –ขอจํากัด ของการใชกาซธรรมชาติ เปนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา ขอดี •เปนเชื้อเพลิงปโตรเลียมทีนามาใชงานไดอยางมีประสิทธิภาพสูง มีการเผาไหมสมบูรณ ่ ํ • มีความปลอดภัยสูงในการใชงาน เนื่องจากเบากวาอากาศ จึงลอยขึ้นเมื่อเกิดการรั่ว • กาซธรรมชาติสวนใหญที่ใชในประเทศไทยผลิตไดเองจากแหลงในประเทศ จึงชวยลดการ นําเขาพลังงานเชื้อเพลิงอืน ๆ และประหยัดเงินตราตางประเทศไดมาก ่ ขอจํากัด • ราคากาซธรรมชาติไมคงที่ผกติดกับราคาน้ํามันซึงผันแปรอยูตลอดเวลา ู ่ • ประเทศไทยใชกาซธรรมชาติในสัดสวนทีสูงมากจนเกิดความเสียงของแหลงพลังงาน ่ ่ • กําลังสํารองกาซธรรมชาติในประเทศไทย สามารถใชไดเพียง 30 ป แหลงผลิตกาซธรรมชาติ ของ ปตท.สผ. ในประเทศโอมาน ( ภาพ : www.vcharkarn.com/ptt) 16