Your SlideShare is downloading. ×
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Techno
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Techno

5,884

Published on

1 Comment
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
5,884
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
34
Comments
1
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. เทคโนโลยีอวกาศ กลองดูดาว(Astronomical Telescope) โดยทั่วไปแบงออกเปน3 ชนิด อุปกรณทางดาราศาสตรที่สําคัญที่สุดและจําเปนที่สุด คือ กลองโทรทรรศนหรือกลองดูดาว เนื่องจากทํา ใหเราสามารถสังเกตวัตถุในทองฟาที่อยูไกลมาก ๆและสามารถบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุในทองฟานั้นได หนาที่หลักของกลองดูดาว คือ 1. รวบรวมพลังงานของวัตถุในทองฟา ทําใหสามารถบันทึกและวัดคลื่นแมเหล็กไฟฟาที่สงมาจาก วัตถุในทองฟาตางๆไดดวยความถูกตองสูง 2. ใหอํานาจการแยกเชิงมุม(Angular Resolution)สูง ทําใหการวัดตําแหนงของวัตถุทองฟาไดดวย ความถูกตองสูงและสามารถแจกจงรายละเอียดของวัตถุในทองฟาเชนดาวคูได กลองโทรทรรศนแบงตามองคประกอบไดเปน2 ชนิด คือ 1. กลองแบบหักเหแสง(Refractors) เปนกลองดูดาวที่ประกอบดวย เลนสหลายอันภาพของดาวเกิดจาก การหักเหแสง กลองแบบนี้มีผลตอความคลาดเคลื่อนมาก 2. กลองแบบสะทอนแสง(Reflectors)เปนกลองดูดาวที่ประกอบดวย กระจกโคงชนิดตาง ๆภาพของ ดาวเกิดจากการสะทอนของแสงกลองแบบนี้มีผลตอความคลาดเคลื่อนนอย อุปกรณหลักของกลองดูดาวคือ ชองรวมแสง ในกลองชนิดหักเหแสงไดแกเลนสวัตถุใชสรางภาพ ปฐมภูมิ สวนในกลองชนิดสะทอนแสงคือกระจกหลัก กลองหักเหแสง(Refractor) กลองชนิดนี้ประกอบดวย เลนส 2 ชนิด คือเลนสวัตถุและเลนสตา ใช หลักในการหักเหของแสงผานเลนส 2 อันนี้เพื่อทําใหเกิดภาพ โดยทั่วไปเลนส วัตถุจะเปนเลนสนูน และเลนสตาอาจเปนเลนสนูนหรือเลนสเวาก็ได เลนสวัตถุมักไมนิยมใชเปนเลนสเดี่ยว ๆเนื่องจากจะเกิดผลของ ความคลาด(Aberration) หลายชนิด เพื่อลดความคลาดใหเหลือนอยที่สุดจึงใช วัตถุประกอบกันเปนชุด เชน เลนสอรงค(Achromatic Lens) ถาเลนสตาเปนเลนสเวา เรียกวา “กลองหักเหแสงแบบกาลิเลียน (Galilean Refractor) ถาเลนสตาเปนเลนสนูน เรียกวา “กลองหักเหแสงแบบ เคปเปอเรียน(Keplerian Refractor)
  • 2. กลองที่ใชเลนสในทองตลาดมักมีขนาดหนากลองประมาณ 2-4 นิ้ว เพราะเลนสขนาดใหญกวานี้จะมีราคา แพงมาก กลองใชเลนสมีความทนทานมากกวากลองชนิดอื่น ๆ การดูแลรักษานอย ใหภาพดาวเคราะห ดวงจันทร ดวงอาทิตย ไดชัดเจนเพราะไมมีสวนประกอบอื่นใดขวางหนากลองและเนื้อแกวที่ใชทําเลนสไมคอยมีการ เปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ กลองดูดาวแบบสะทอนแสง(Reflector) หลักการทํางานของกลองชนิดนี้ก็คือ เราจะ ใชกระจกเงาเวาเพื่อรวมแสงกอน แลวมีกระจก เงาเล็กๆหลายอัน ชวยสะทอนแสงไปยังแผน ภาพหรือสะทอนแสงผานที่มองเขาตาผูดูกลอง ชนิดนี้ที่ใหญที่สุดในโลก มีเสนผาน ศูนยกลาง ของกระจกเงาเวา ยาวถึง 200 นิ้ว (5.1 เมตร) ตั้งอยูที่ภูเขาพา โลมารแคลิฟอรเนีย ในอเมริกา ขณะนี้มี กลองโทร ทัศนแบบสะทอนแสง ขนาดใหญที่สุดในโลกขนาด 236 นิ้ว อยูที่หอดูดาวดาราศาสตรฟสิกส สหภาพ โซเวียตรัสเซียกลองโทรทัศนชนิดใชแสงขนาดใหญมัก ใชเพื่อถายรูปวัตถุบนทอง ฟาที่อยูไกลเพียง6-7พันลานป แสง เฉพาะในเวลากลางคืนที่ทองฟา ปลอดโปรง กลองชนิดนี้นิยมใชมากกวากลองแบบหักเหแสง เนื่องจากกระจกทําไดงายกวาเลนสและมีราคาถูกกวา ทั้งคุณภาพของกลองแบบสะทอนแสงยังดีกวาและมีขนาดกระทัดรัดกวากลองหักเหแสงที่มีขนาด เทา ๆ กัน สวนประกอบสําคัญของกลองคือกระจกปฐมภูมิหรือกระจกหลัก ซึ่งเปนกระจกที่รับแสงที่ตกกระทบครั้ง แรกแลวจะสะทอนเขาสูกระจกทุติยภูมิ ซึ่งยึดอยูกับโครงโลหะบาง ๆที่เรียกวา “สไปเดอร(Spider)”แสงที่สะทอน จากกระจกทุติยะภูมินี้จะมาโฟกัสตําแหนงที่เหมาะสมใด ๆขึ้นอยูกับชนิดของกลองสะทอนแสงดวย กระจกหลัก ทําหนาที่กําหนดขนาดของกลองดูดาว เชน กลองขนาด 200 นิ้ว หมายความวา เสนผานศูนยกลางของกระจกหลัก มีคา 200 นิ้ว ถากระจกที่ใชสะทอนแสงมีความโคงทรงกลมจะทําใหเกิดความคลาดไดจึงแกไขโดยทําใหเปนรูปทรง โคงแบบพาราโบลา กลองที่ใชกระจก จะตองมีตัวสะทอนแสงแทรกอยูตรงกลางหนากลองทําใหปริมาณแสงลดลง แตขนาด ของกระจกมักมีขนาดใหญเพราะราคาไมแพง กลองสะทอนลําแสงดานขางเรียกวาเปนแบบ newtorian สวน กลองที่สะทอนลําแสงออกมาทายกลองเรียกวาเปนแบบ Cassegrain สามารถทําใหยนความยาวของตัวกลองไดดี แตมักจะมีมุมมองของภาพแคบ กลองใชเลนสและกระจก กลองใชเลนสและกระจกรวมกัน ไดรับการปรับปรุงจากระบบ Cassegrain ใหมี มุมมองของภาพกวางขึ้นและตัวกลอง หนากลองปดสนิทกันฝุนได แตราคาคอนขางสูง กลองที่มีขนาดหนากลองใหญทําใหรวมแสงไดมากและมีความสามารถในการเห็น รายละเอียดของวัตถุที่ตองการสองดูใหละเอียดมากขึ้นเรียกวามีกําลังแยกภาพสูง
  • 3. อุปกรณที่สําคัญของกลองดูดาวอีกชิ้นหนึ่งคือ ฐานกลอง ซึ่งมีทั้งระบบศูนยสูตร ซึ่งติดตามดาวที่เคลื่อนที่ ไดอยางสอดคลอง และระบบอาซิมุท ซึ่งเคลื่อนที่ตามดาวไดยากแตเหมาะสําหรับรับน้ําหนักกลองใหญ ๆ แตมี มุมมองของภาพกวางกวา วิธีการตั้งกลองโทรทรรศนอยางงายที่สุดคือ ติดตั้งบนฐานที่มีแกนหมุนสองแกน แกนหนึ่งตั้งอยูใน แนวดิ่งใหกลองหมุนกวาดมุมอาซิมุทไดโดยรอบ อีกแกนหนึ่งนอนตัวราบใหกลองหมุนกวาดมุมอัลติจูดไดอยาง นอยครึ่งรอบคือตามวงกลมตั้ง สวนที่อยูขอบฟาโดยการหมุนกลองรอบแกนทั้งสองนี้ก็สามารถหันเหกลอง ติดตามการเคลื่อนที่ของวัตถุในทองฟาได ฐานตั้งกลองแบบนี้เรียกวาฐานตั้งกลองอาซิมุท กลองดูดาวจะมีกลองนําหาภาพ(finder) คือกลองเล็ก ๆที่ติดอยูกับตัวกลองและขนานกับกลองใหญ เพื่อ ใชในการเล็งในมุมมองที่กวางกอน กําลังขยายของกลองดูดาว คือความยาวโฟกัสของกลองหารดวยความยาวโฟกัสของเลนสตา เชน กลองมี ความยาวโฟกัส1000 มม. ถาใชเลนสตาที่มีความยาวโฟกัส10 มม.มาสองดูจะไดภาพที่มีกําลังขยาย1000/10 =100 เทา ความยาวของกลองโฟกัสของกลองดูดาวสามารถทําใหยาวมากขึ้นหรือหดสั้นลงก็ได คือถาใชเลนสเวา จะทําใหความยาวโฟกัสเพิ่มขึ้น เรียกเลนสนี้วา bariow lens แตถาใชเลนสนูนจะสามารถลดความยาวโฟกัสของ กลองนี้ใหสั้นลงได เรียกวา Telecompresser lens เลนสทั้งสองชนิดนี้เวลาใชงานตองอยูกอนเลนสตา แมวากําลังขยายจะเปลี่ยนความยาวโฟกัสของกลองและของเลนสตา แตในการสังเกตจริง ๆเราไมนิยมใช กําลังขยายสูง ๆเพราะจะทําใหความคมชัดของภาพลดลง เนื่องจากไปขยายความปนปวนของบรรยากาศโลกดวย การบันทึกภาพจากลองดูดาวลงบนฟลม คนสวนมากนิยมบันทึกภาพลงบนฟลม ซึ่งกลองดูดาวทําหนาที่เปนเลนสขยายใหญ และอาศัยขอตอให ตัวกลองถายรูปมาติดตรงตําแหนงโฟกัส ก็จะไดภาพกําลังขยายต่ํา ถาตองการใหภาพที่มีกําลังขยายสูงก็ตองติด เลนสตากอนที่จะผานเขาสูแผนฟลมในตัวกลองถายรูป สิ่งสําคัญในการถายภาพคือดาวที่ตองการถายนั้นมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา ดังนนั้นตองมีมอเตอรไฟฟา สําหรับขับเคลื่อนใหแกนหมุนของกลองติดตามดาวไดพอดีมิฉะนั้นภาพดาวจะปรากฏเปนทางยาวไปบนฟลม แต ถาเปนภาพดาวตกไมจําเปนตองเคลื่อนตามเพราะดาวตกมีการเคลื่อนที่เร็วมาก
  • 4. กลองดูดาวที่นิยมใชในการถายภาพเปนกลองแบบชมิดท(schmidt Telascope) เนื่องจากสามารถถายภาพ กินอาณาบริเวณหลายองศาบนทองฟา ทําใหไดภาพดาวเปนจํานวนมาก ซึ่งเมื่อใชรวมกับแผนกรองแสงชนิดตาง ๆแลวจะทําใหสามารถวิเคราะหคุณสมบัติของวัตถุทองฟาในชวงความยาวคลื่นตาง ๆ ได นอกจากนี้ยังนํามาใช ประโยชนในการทําแผนที่สํารวจทองฟาหาดาวหางหรือมหานวดาราหรือซุปเปอรโนวา กลองโทรทรรศนวิทยุ คลื่นวิทยุและคลื่นแสงเปนคลื่นจากการแผรังสีที่คลายกันมากเพียงแตมีความยาวคลื่นตางกันคลื่นทั้งสอง ทําใหเกิดการแผรังสีของแมเหล็กไฟฟา ในกลองโทรทรรศนวิทยุ ตัวสะทอนแสงถูกนํามาใชรวบรวมสัญญาณวิทยุ ที่มีกําลังออนจากอวกาศและปรับใหเขากับเสาอากาศ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงและขยายคลื่นวิทยุใหเปนสัญญาณไฟฟา จานกลองโทรทรรศนวิทยุแบบจานเดียวทํางานไดจํากัดแตเทคนิคสมัยใหมใชเสาอากาศหลายอันตอกันและ ทํางานรวมกัน แนวคิดเกี่ยวกับการสรางกลองโทรทรรศนวิทยุเกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อ ค.ศ.1931 วิศวกรดานวิทยุชาวอเมริกันชื่อ แจนสกี พบวาเครื่องมือ ของเขารับสัญญาณคลื่นวิทยุไดจากดาราจักรทางชางเผือก ในชวง ทศวรรษที่ 1950 โกรท รีเบอร นักวิทยุสมัครเลนไดสรางกลองวิทยุ เครื่องแรกเพื่อสํารวจคลื่นวิทยุจากทองฟา กลองที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอยู ที่โจเดรลลแบงก ในเชลเชียร จานโลหะขนาดยักษมีเสนผานศูนยกลาง 77 เมตร ทําหนาที่รับคลื่นวิทยุแลวสงไปที่จุดโฟกัส แตไมมีในภาพ เรา จะมองไมเห็นอะไรจากกลองโทรทรรศนวิทยุ แตคลื่นจะถูกบันทึกไว เปนรอยบนกระดาษกราฟ องคประกอบกลองโทรทรรศนวิทยุ มีองคประกอบคือ 1) หนวยรับคลื่น หรือสายอากาศ(antenna) 2) เครื่องรับ (receiver) 3) หนวยบันทึกขอมูล และ 4) เครื่องกําเนิดความอื้ออึงมาตรฐาน(standard noise denerator) หนวยรับคลื่น ทําหนาที่รวบรวมพลังงานคลื่นวิทยุแลวสงมาตามสายหรือทอนําคลื่น มาเขาเครื่องรับ ซึ่ง จะขยายความเขมขึ้นเปนอยางมาก และแปรเปนกระแสไฟตรง สงไปยังหนวยบันทึกขอมูล ซึ่งอาจเปนเครื่องวัด กระแสไฟฟาที่มีปากกาขีดเปนเสนกราฟซึ่งเรียกวาเครื่องบันทึกแผนขอมูล หนวยรับคลื่น หนวยขยาย ขั้นแรก หนวย ออสซืเลเตอรภายใน หนวยขยาย คลื่นชั้นกลาง อินดิเกรเตอร
  • 5. โทรทรรศนวิทยุทําการไดทั้งกลางวันและกลางคืนเมฆหมอกไมมีผลรบกวนการรับคลื่นวิทยุ ซึ่ง ยาวกวาคลื่นแสงมากและสามารถทะลุผานเมฆหมอกในบรรยากาศของโลกและผานฝุนผงในที่วางระหวาง ดวงดาวไดดวย ดังนั้นจึงสามารสํารวจทิศทางที่กลองโทรทรรศนใชแสงสองตรวจไมได เพราะถูกบังดวยฝุนและ กาซทึบแสง กลองโทรทรรศอวกาศ กลองโทรทรรศนอวกาศฮับเบิล(เอชเอสที) เปนดาวเทียมที่มีความซับซอนมาก ถูกสงเขาวงโคจรโลกดวย กระสวยอวกาศ ซึ่งหางจากพื้นผิวโลก 512 กิโลเมตร (320ไมล) เพื่อปฏิบัติงานเหนือพื้นผิวโลก กลองโทรทรรศน อวกาศจึงสามารถหลีกเลี่ยงปญหาของการมองผานบรรยากาศของโลก และสามารถตรวจสอบการแผรังสีอัลตรา ไวโอเล็ตและอินฟาเรดได ดาวเทียม การเลือกวงโคจรของดาวเทียมและยานสํารวจอวกาศ ดาวเทียม ดาวเทียม หมายถึง ยานชนิดไมมีมนุษยขับคุมที่ถูกสงขึ้นไปโคจรรอบโลก ถายานใดโคจรไปไกลจากโลก เพื่อเยี่ยมเยียนดวงจันทร ดวงอาทิตย หรือดาวเคราะหอื่น ๆมักเรียกวา ยานอวกาศ และถาดาวเทียมดวงใดมีมนุษย ขับคุมก็เรียกวายานอวกาศดวย ในศตวรรษที่ 2 นักเขียนชาวกรีกชื่อลูเซียนไดแตงนิยายเกี่ยวกับการเดินทางไปยังดวงจันทรโดยที่เขาเองก็ ไมไดคิดวาจะเปนจริงและไมรูดวยวาดวงจันทรอยูหางจากโลกเพียงใด ค.ศ.1865 นักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อ จูลส เวิรน ไดเขียนถึงเรื่องราวของกลุมนักเดินทางจากโลกไปยังดวง จันทรโดยอาศัยลูกกลมกลวงที่ถูกยิงออกไปโดยปนใหญ ดวยความเร็ว 11.2 กิโลเมตรตอวินาที และแทจริงแลวนี่ คือความเร็วหลุดพนแรงดึงดูดของโลก ซิออลคอฟสกี ชาวรัสเซีย เปนผูไขปริศนาในการเดินทางทองอวกาศ ซึ่งเขียนบทความและหนังสือ เกี่ยวกับเรื่องนี้มานานกวา 80 ปแลว เขาวางแผนที่จะใชพลังผลักดันของจรวดแบบเผาไหมธรรมดา ภายในชอง กลวงบรรจุดินปน เมื่อจุดไฟกาซรอนจะพุงออกมาทางชองอากาศและผลักจรวดใหเคลื่อนที่ไปขางหนาโดยไม ตองมีอากาศอยูรอบ ๆเลย ในป ค.ศ.1926 โรเบิรต กอดดารด วิศวกรดานจรวดชาวอเมริกันไดสรางและทดสอบจรวดลําแรกที่ใช เชื้อเพลิงเหลวแทนผงดินปน ระหวางสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศเยอรมันไดสรางจรวดเชื้อเพลิงเหลวสําหรับ บรรทุกระเบิด หลังสงครามสิ้นสุดลงประเทศสหรัฐอเมริกาก็ไดสรางจรวดเพื่อใชในการสงดาวเทียม จุดเริ่มตนของยุคอวกาศ วันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ.1957 โซเวียตไดสงดาวเทียมดวงแรกของโลกชื่อ สปุคนิก 1 ขึ้นสูทองฟา ดาวเทียม ดวงนี้มีลักษณะเปนลูกบอลสีน้ําเงินเสนผานศูนยกลาง 58 เซนติเมตร บรรจุเครื่องสงวิทยุขนาดเล็กซึ่งสงสัญญาณ ปบ-ปบ ไดเทานั้น ใชจรวดเปนตัวสงดาวเทียมเขาสูเสนทางโคจร เนื่องจากไมมีอะไรหยุดยั้งดาวเทียมดวงนี้ มันจึง โคจรรอบโลก ในเสนทางเดียวกับดวงจันทรโดยไมไดออกไปนอกชั้นบรรยากาศ และเคลื่อนที่ชาลงและลดระดับ ลงจนในที่สุดถูกเผาไหมไปในชั้นบรรยากาศเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ.1958
  • 6. ดาวเทียมที่โคจรรอบโลกสงสัญญาณโทรศัพทและโทรทัศนขามโลกไดเรียกวา ดาวเทียมสื่อสารสวน ดาวเทียมตรวจสภาพอากาศหรือดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาจะศึกษารูปรางของโลก ความหนาแนนของบรรยากาศ การ แผรังสีอวกาศ สภาพดินฟาอากาศและการเปลี่ยนแปลงของดาวเคราะห ยานขนสงยานอวกาศแอเรียนไดถูก พัฒนาโดยองคการอวกาศยุโรปไดใหแนวทางใหมและประหยัดในการวางดาวเทียมในวงโคจรดาวเทียมยูฮูรุ ซึ่ง ถูกสงขึ้นไปโดยองคการนาซาเมื่อป ค.ศ.1970 ไดสํารวจรังสีเอกซของทองฟาโดยสมบูรณแบบ และคนพบการคง อยูของดาวนิวตรอนที่มองไมเห็นเพราะมีขนาดเล็กคูกับดาวธรรมดาคูหนึ่ง การเลือกวงโคจรของดาวเทียม การเลือกวงโคจรใหดาวเทียมขึ้นอยูกับวัตถุประสงคในการใชงาน ดาวเทียมที่ใชตรวจสภาพดินฟา อากาศเพื่อการพยากรณอากาศและที่ใชศึกษาเกี่ยวกับโลกมักมีวงโคจรต่ํา สูงจากผิวโลก 1,000 กิโลเมตร(620 ไมล) เดินทางรอบขั้วโลกและถายภาพของพื้นดินดานที่หันขางใหใตแนวโคจรของดาวเทียม ดาวเทียมเพื่อการ สื่อสารทํางานเหมือนสถานี รับ-สง บางดวงเคลื่อนที่ในแนวราบของเสนศูนยสูตรของโลกใหมีวงโคจรคงที่ ดาวเทียมเหลานี้โคจรเหนือพื้นโลกประมาณ 36,000 กิโลเมตร และใชเวลาโคจรคงที่ 24 ชั่วโมงจึงครบหนึ่งรอบ เนื่องจากมันหมุนรอบโลกใชระยะเวลาเทากับที่โลกหมุนรอบตัวเอง ดวงดาวที่ปรากฏใหเห็นจึงไมเคลื่อนที่ ดาวเทียมสปุคนิกของรัสเซีย เปนดาวเทียมดวงแรกที่ ถูกสงขึ้นไปโคจรรอบโลกเมื่อค.ศ.1957 ดาวเทียมเอกพลอเรอล 1 ดาวเทียมดวงแรกของอเมริกาถูกสงขึ้นไปเมื่อวันที่31 มกราคม 1958 ความสําเร็จในการปลอยดาวเทียม ตั้งแตป ค.ศ.1985 ปลอยไดสําเร็จถึง2,766 ดวง อัตราสวนที่ปลอย ดาวเทียม มากกวา 120 ดวงตอป วงโคจรของดาวเทียม ดาวเทียมทุกดวงไมไดเคลื่อนรอบโลกอยูในวงโคจรเดียวกัน แตมีวงโคจรตาง ๆกันไปอยูกับงานแตละ ประเภท ดาวเทียมสื่อสารสวนใหญโคจรอยูในแนวเสนศูนยสูตรโลก ซึ่งเรียกวา วงโคจรสถิตรอบโลก เพราะ ดาวเทียมโคจรดวยอัตราเร็วเทากับการหมุนรอบตัวเองของโลกพอดี จึงปรากฏดาวเทียมอยูนิ่งกับที่ในทองฟา จาน สายอากาศขนาดยักษซึ่งคลายกับจานโทรทรรศนวิทยุที่ตั้งอยูบนพื้นโลกจึงหันตรงจับดาวเทียมอยูไดตลอดเวลา ดาวเทียมคอมแซทของสหภาพโซเวียตบางดวงยูในวงโคจรรีรูปไขซึ่งจะชวยใหดาวเทียมอยูสูงเหนือประเทศของ ตนได ทั้งนี้เปนเพราะพื้นที่ประเทศสหภาพโซเวียตสวนใหญอยูคอนไปทางขั้วโลกเหนือ ซึ่งถาดาวเทียมอยูในวง โคจรสถิตเหนือเสนศูนยกลางโลกแลวจะไมสามารถเห็นดาวเทียมไดดีนัก สวนดาวเทียมสํารวจ ทรัพยากรธรรมชาติของโลก เชน ดาวเทียมแลนเซท โคจรอยูในแนวขั้วโลก เพราะโลกหมุนรอบตัวเองอยูใต
  • 7. ดาวเทียมซึ่งโคจรอยู ดาวเทียมจึงสามารถมองเห็นพื้นผิวทุกสวนของโลกไดชั่วเวลาเพียงไมกี่วัน ภาพจากดาวเทียม ที่ถายบริเวณสามารถนํามาเปรียบเทียบกันเพื่อดูแล การเปลี่ยนแปลงใด ๆที่เกิดขึ้น สวนวงโคจรรอบโลกระดับต่ํา ใชสําหรับดาวเทียมที่อยูในอวกาศ วงโคจร 4 แบบ แผนผังแสดงวงโคจรหลัก 4 แบบของดาวเทียม ในวงโคจรเดียวกันอาจมีดาวเทียมจํานวนมากมายหลาย ดวง โดยเฉพาะในวงโคจรสถิต อวกาศกวางใหญไพศาลมากและดาวเทียมแตละดวงอยูหางกันหลายพันกิโลเมตร ปจจุบันมีวัตถุมากกวา 5,000 ชิ้นโคจรอยูรอบโลก แตเปนดาวเทียมที่ยังคงปฏิบัติงานอยูจริง 300 ดวงเทานั้น ที่ เหลือเปนดาวเทียมที่หมดอายุแลวและซากเหลือของจรวดนําสงดาวเทียมมีจํานวนมากมายแตโอกาสที่วัตถุ เหลานั้น ฟงดูวาจะมาชนกันมีนอยมาก เพราะความกวางใหญของอวกาศ
  • 8. การบินอวกาศของมนุษย หองปฏิบัติการอวกาศ นักบินอวกาศ คือบุคคลที่เดินทางไปยังอวกาศ สิ่งมีชีวิตแรกที่โคจรในอวกาศคือสุนัขชื่อไลกา โดยไปกับ ดาวเทียมดวงที่สองของอดีตสหภาพโซเวียตที่ชื่อวาสปุคนิค 2 ซึ่งถูกสงขึ้นไปเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 1957 สุนัขไลกาโคจรรอบโลกเปนเวลาหนึ่งสัปดาหกอนที่ออกซิเจนจะหมด นักบินอวกาศคนแรกคือยูริ กาการิน จากโซเวียต เขาถูกสงขึ้นไปในตอนเชาของวันที่ 12 เมษายน 1961 โดยไปกับยานวอสตอก 1 จากคาซักสถาน กาการินบินไดสูง 300 กิโลเมตรจากพื้นโลก นักบินอวกาศคนแรกของสหรัฐอเมริกาคือ อลัน เชปปารดใชเวลาเพียง 15 นาที และ 22 วินาทีบินเหนือ ผิวโลก 170 กิโลเมตรบนแคปซูลยานเมอรคิวรี และกลับลงสูพื้นโลก ณ มหาสมุทรแอตแลนติกดวยรมชูชีพ นักบินอวกาศคนแรกที่สามารถโคจรรอบโลกไดสําเร็จเปนคนแรกคือ จอหน เกลน สามารถโคจรรอบ โลกได 3 รอบ เดินทางเปนระยะทาง 130,000 กิโลเมตรใน 4 ชั่วโมง 55 นาที นักบินอวกาศสตรีคนแรกเปนชาวโซเวียต ชื่อวาเลนตินา เทเรชโกวา ใชเวลา 3 วันในอวกาศ เมื่อเดือน มิถุนายน ค.ศ.1963 บนยานวอสตอก อีก 19 ปตอมา โซเวียตก็สงนักบินอวกาศหญิงคนที่ 2 ชื่อ สเวทลานาสาวิทส กายาไปยังอวกาศ และ อีก 1 ปตอมาสหรัฐจึงไดสงนักบินอวกาศหญิงคนแรกชื่อ แซลลี่ ไรด ไปกับกระสวย อวกาศชาเลนเจอร นักบินอวกาศคนแรกที่เดินทางจากโลกไปโคจรรอบดวงจันทรแลวกลับคือ แฟรง บอรแมน เจมส โล เวลลและวิลเลียม แอนเดอร และนักบินอวกาศคนแรกที่สามารถลงบนพื้นผิวดวงจันทรไดสําเร็จ คือ นีล อารม สตรอง จากโครงการยานอะพอลโล 11 ในขณะที่นักบินอวกาศอยูในสภาวะสุญญากาศนอกโลก จะมีความรูสึกไร น้ําหนัก การออกกําลังเปนสิ่งสําคัญสําหรับนักบินอวกาศในสถานีอวกาศ รางกายปรับตัวเร็วมากกับการไรน้ําหนัก หัวใจเริ่มหายใจชาลง จํานวนเม็ด เลือดแดงคอย ๆลด ปริมาณของเลือกลดลง กลามเนื้อบอบบางและออนแอลง แคลเซียมในกระดูกนอยลงและการตอตานการติดเชื้อลดต่ําลง ถานักบินไมออกกําลังกายและกินวิตามินเสริมเขา ก็ไมพรอมในการกลับมายังโลก และไมพรอมสําหรับผลกระทบที่สม่ําเสมอของแรงโนมถวง หองปฏิบัติการอวกาศ ค.ศ.1970 สถานีวิจัยลอยฟาสกายแลบเปนสถานีอวกาศแรกของสหรัฐที่ถูกสงขึ้นสูวงโคจรของโลกพรอมกับผู ควบคุม 3 คน ในป 1973 ไดรับความเสียหายระหวางการสงขึ้น แตซอมแซมในระหวางโคจรโดยลูกเรือในยาน อวกาศ สถานีอวกาศของโซเวียตคือ วัลยุค ถูกสงขึ้นไปเมื่อป พ.ศ.1971 สถานีอวกาศทั้งสองแหงไดรับความสําเร็จ อยางดี และลูกเรือใชเวลาทองอวกาศไดนาน ปจจุบันสถานียานอวกาศเมียรไดเขามาแทนที่สถานีอวกาศทั้ง2แหง แลว (สถานีอวกาศเมียร เปนโครงการอวกาศดานวิทยาศาสตรของรัสเซีย รุนที่ สาม นับจากโครงการ Salyut Station เมื่อป 1970 และ 1980 ซึ่งประสบผลสําเร็จทํา ให MIR เติบโตขึ้นมา ชื่อ MIR มีความหมายวา สันติ (Peace) โดยโครงการสถานี อวกาศเมียร เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อป 1986 ชิ้นสวนสถานีชิ้นแรก ที่เรียกวา Core
  • 9. Module ถูกสงเขาสูวงโคจร เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ 1986 (พศ. 2529) อยูในวงโคจรที่ระดับความสูง 248-261 กิโลเมตร (อยูต่ํากวา สถานี ISS ) โดยโคจรรอบโลกดวยความเร็ว ประมาณ 28,000 กิโลเมตรตอชั่วโมง หรือ ประมาณ 16 รอบตอ 1 วัน ทํามุมเอียงกับเสนอิคลิปติด 51.6 องศา และหลังจากนั้น ชิ้นสวน อื่น ๆของสถานีก็ถูก สงขึ้นไปเชื่อมตอเรื่อยๆ มีมูลคาทั้งสิ้น 4.2 พันลานเหรียญสหรัฐ องคการอวกาศรัสเซียไดประกาศออกมาอยางเปนทางการแลววา จะให วันที่ 6 มีนาคม 2544 เปนวันที่จะบังคับใหสถานีอวกาศมีรหลุดออกจากวงโคจร ตกลงสูมหาสมุทรแปซิฟก ซึ่งนับเปนการปดฉากภารกิจของสถานีอวกาศที่มีอายุ ยาวนาน 15 ป ลงอยางถาวร ) หองปฏิบัติงานภายในยานอวกาศที่ซึ่งนักบินอวกาศสามารถทํางานได โดยไมตองสวมชุดอวกาศ มีสภาพการณสําคัญ 2 อยางที่ไมอาจสรางขึ้นไดบน โลกคือ สภาพไรน้ําหนักและสภาพสุญญากาศ ในอวกาศทุกสิ่งทุกอยางลอยไปมา ซึ่งเปนประโยชนอยางยิ่งตอกระบวนการพิเศษบางอยางเชน การเจริญเติบโต หรือผลึกบริสุทธิ์ สภาพสุญญากาศ หรือ “ความวางเปลา” ของอวกาศก็ยังเปนประโยชนมากตอการทดลอง หองทดลองคนควาทางวิทยาศาสตร สามารถบรรทุกการทดลองนานาชนิดรวมทั้งการทดลองที่เสนอมาจาก โรงเรียนหลาย ๆ แหงดวยกัน ยานขนสงอวกาศหรือกระสวยอวกาศ สหรัฐอเมริกาสรางยานขนสงอวกาศขึ้นมาเปนลําแรก เพื่อประหยัดงบประมาณ ในดานการสรางยานอวกาศ ในระยะแรกของการสงยานอวกาศออกสูนอกโลกเมื่อ กลับคืนสูบรรยากาศโลกจะถูกทําลายตองทิ้ง จึงไดคิดยานที่สามารถเดินทางไป-กลับ ออกนอกโลกได ยานขนสงอวกาศสามารถสงดาวเทียมนานาชนิดขึ้นไป ซึ่งดาวเทียม เหลานี้มีสวนชวยงานของนักดาราศาสตรไดอยางดียิ่ง กลองโทรทรรศอวกาศ ฮับเบิล กําหนดสงขึ้นในอวกาศในป 1986 มีลักษณะเหมือนกลองโทรทรรศสะทอนแสงทั่วไปแตจะไปอยูในวงโคจร เหนือบรรยากาศโลกและแกปญหาความพราเลือนและความบิดเบือนที่เกิดจากยานอวกาศบนโลก กระสวยอวกาศใชกําลังจากเครื่องยนตจรวดสามเครื่องในการบินและการรอนลง การขึ้นโดยใชจรวดที่ใช กําลังสองลําที่ติดอยูกับกระสวยและจะตกลงมาทันทีที่มันไดทํางานแลว มันใชงานโดยแท็งกเชื้อเพลิงขนาดใหญ ภายนอกและตกลงมาเมื่อวางเปลา เมื่อสวนกระสวยที่โคจรและลับมายังโลก ยานโคจรก็จะวนรอบ ๆโลก มันสามารถวางสัมภาระในอวกาศ ซึ่งมักจะเปนดาวเทียมใหมหรืออาจเปนสวนหนึ่งของหองทดลองอวกาศ เมื่องานเสร็จกระสวยจะใชจรวดของมัน แหกการโคจรและกลับสูโลก อัตราเร็วในการกลับโดยผานบรรยากาศคือประมาณ 25,000 กิโลเมตรตอชั่วโมงทํา ใหภายนอกของกระสวยคุแดงดวยความรอนและการเสียดสีของอวกาศ องคการนาซาไดสงกระสวยอวกาศลําแรกขึ้นในป 1981 และในป 1986 กระสวยชาเลนเจอรระเบิด ภายหลังขึ้นสูทองฟาไดไมถึงวินาที ทําใหนักบินอวกาศ 7 คนเสียชีวิต
  • 10. Pioneer 10 เริ่มปฏิบัติการ: 2 มีนาคม 1972 ถึงจุดหมาย: 3ธันวาคม 1973 สิ้นสุดภาระกิจ: 31 มีนาคม 1997 เปาหมาย: สํารวจและถายภาพดาวพฤหัสบดี และดวงจันทรของดาวพฤหัสบดี วัด สนามแมเหล็กและรังสีจากดาวพฤหัสบดี จากนั้นจึงโคจรออกนอกระบบสุริยะ โดย มีแผนโลหะสลักรูปมนุษย และตําแหนงของดวงอาทิตยถูกสงไปกับยานดวย Mariner 10 เริ่มปฏิบัติการ: 3 พฤศจิกายน 1973 ถึงจุดหมาย: 5กุมภาพันธ1974 สิ้นสุดภาระกิจ: 24 พฤศจิกายน 1975 เปาหมาย: สํารวจดาวเคราะหชั้นในทั้ง 2ดวงคือดาวศุกรและดาวพุธ Viking 1 เริ่มปฏิบัติการ: 20 สิงหาคม1975 ถึงจุดหมาย: 19 มิถุนายน 1976 รอนลงจอดบนดาวอังคาร: 20กรกฎาคม 1976 สิ้นสุดภาระกิจ: 17สิงหาคม 1980(ในวงโคจร) 13พฤศจิกายน 1982(จอดบนดาว อังคาร) Viking 2 เริ่มปฏิบัติการ: 9 กันยายน 1975 ถึงจุดหมาย: 7 สิงหาคม 1976 รอนลงจอดบนดาวอังคาร: 3 กันยายน 1976 สิ้นสุดภาระกิจ: 11 เมษายน 1980(ในวงโคจร) 25 กรกฎาคม 1978(จอดบนดาวอังคาร) เปาหมาย: คนหาสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร และถายภาพความละเอียดสูงของพื้นผิวดาว อังคาร สํารวจโครงสรางและสวนประกอบของชั้นบรรยากาศและพื้นดิน Voyager 1 เริ่มปฏิบัติการ: 5กันยายน1977 ถึงจุดหมาย: 5 มีนาคม 1979 เปาหมาย: สํารวจชั้นบรรยากาศ สนามแมเหล็ก ดวงจันทร และวงแหวนของดาว พฤหัสบดีและดาวเสาร Voyager 2 เริ่มปฏิบัติการ: 20 สิงหาคม 1977 ถึงจุดหมาย: 9กรกฎาคม 1979 เปาหมาย: สํารวจดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร และขยายโครงการออกไปเพื่อสํารวจ ดาวยูเรนัส(1981) และดาวเนปจูน(1985) Magellan เริ่มปฏิบัติการ: 4พฤษภาคม1989 ถึงจุดหมาย: 10สิงหาคม 1990 สิ้นสุดภาระกิจ: 12ตุลาคม 1994 เปาหมาย: สํารวจพื้นผิวดาวศุกรเพื่อศึกษาลักษณะภูมิประเทศ และวัดคา สนามแมเหล็ก Galileo เริ่มปฏิบัติการ: 18 ตุลาคม 1989 ถึงจุดหมาย: 7 ธันวาคม 1995 สิ้นสุดภาระกิจหลัก: ธันวาคม 1997 สิ้นสุดภาระกิจสํารวจดวงจันทรยูโรปา: ธันวาคม 1999 เปาหมาย: สํารวจชั้นบรรยากาศ สนามแมเหล็กดาวพฤหัสบดี และดวงจันทร 4 ดวง (ใชเวลา 2 ป)และขยายระยะเวลาปฏิบัติภาระกิจไปอีก 2 ปปจจุบันไดขยาย ระยะเวลาปฏิบัติภาระกิจออกไปอีก(Galileo Millennium Mission)
  • 11. กลองโทรทรรศนอวกาศ และกลองโทรทรรศนวิทยุ กลองโทรทรรศนอวกาศ กลองโทรทรรศนอวกาศฮับเบิล(เอชเอสที) เปนดาวเทียมที่ มีความซับซอนมาก ถูกสงเขาวงโคจรโลกดวยกระสวยอวกาศ ซึ่ง หางจากพื้นผิวโลก 512 กิโลเมตร (320ไมล) เพื่อปฏิบัติงานเหนือ พื้นผิวโลก กลองโทรทรรศนอวกาศจึงสามารถหลีกเลี่ยงปญหาของ การมองผานบรรยากาศของโลก และสามารถตรวจสอบการแผรังสี อัลตราไวโอเล็ตและอินฟาเรดได ตลอดเวลา 11 ปที่เดินทางอยูใน อวกาศ กลองฮับเบิล Hubble Space Telescope (HST) ถายภาพ มาแลวกวา 390,000 ภาพ จากเปาหมาย 15,700 แหงบนทองฟา โคจรรอบโลกมาแลวกวา 64,240 รอบ หรือ 1.6 พันลานไมลเทียบไดกับเดินทางไปกลับดวงอาทิตยมาแลว 9 รอบ ในแตละวันจะสงขอมูลกลับมา 3-4 จิกะไบท กลองโทรทรรศวิทยุ กลองโทรทรรศวิทยุถูก สรางขึ้นมาในป ค.ศ.1930 โดยวิศวกรชื่อ คารล แจนสกี ใชคนหาสิ่งที่แทรกเขามา รบกวนการสงกระจายเสียง วิทยุในสมัยแรก ๆ ตอมา พบวามีสัญญาณที่อธิบาย ไมไดรับไดจากทองฟา สัญญาณเหลานี้คลายกับสัญญาณที่ใชในการสงกระจายเสียงวิทยุ การศึกษาสัญญาณเหลานี้จึงเรียกวา ดาราศาสตรวิทยุ คลื่นวิทยุและคลื่นแสงเปนคลื่นจากการแผรังสีที่คลายกันมาก เพียงแตมีความยาวคลื่นตางกัน คลื่นทั้งสองนี้ทําใหเกิดการแผรังสีของแมเหล็กไฟฟา ในกลองโทรทรรศวิทยุ ตัวสะทอนแสงถูกนํามาใชรวบรวมสัญญาณวิทยุที่มีกําลังออนจากอวกาศและปรับใหเขาเสาอากาศ ซึ่งจะ เปลี่ยนแปลงและขยายคลื่นวิทยุใหเปนสัญญาณไฟฟา จานกลองโทรทรรศวิทยุแบบจานเดียวทํางานไดจํากัดแต เทคนิคสมัยใหมใชเสาอากาาศหลายอันตอการทํางานรวมกัน.
  • 12. เครื่องมือและยานสํารวจอวกาศ การสํารวจดวงจันทร เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ.1969 นักบินอวกาศนีล อารมสตรอง จากยานสํารวจอวกาศอพอลโลลงสู พื้นผิวดวงจันทรซึ่งเปนตํานานการผจญภัยและชัยชนะของมนุษยชาติอันยิ่งใหญ และในระหวางป ค.ศ.1969-1972 นักบินอวกาศทั้งหมด 12 คนไดสํารวจดวงจันทรดวยชุดอวกาศซึ่งชวยปองกันจากสภาพไรอากาศและการแผรังสี อันตรายจากดวงอาทิตยบนดวงจันทรได ยานสํารวจอพอลโล 1 ถึง 6 เปนยานไรคนบังคับถูกสงขึ้นไปเพื่อ ทดสอบหินของดาวเสาร และยานสํารวจอพอลโล 7 –17เปนยานที่มีคนบังคับ
  • 13. เครื่องมือสํารวจดาวศุกรและดาวพุธ ป ค.ศ.1961 ยานอวกาศลําแรกที่เขาใกลดาวศุกรคือ ยานโซเวียต เวเนรา ตอมา ป ค.ศ.1962 ยานมาริ เนอร 2 ของอเมริกาไดสงขอมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิที่สูงมากบนพื้นผิวของดาวศุกร จากนั้นมา ยานเวเนรา อีก 2-3 ลําไดสงขอมูลภาพถายจากพื้นผิวทั้งที่ไมมียานสํารวจใดสามารถสงขอมูลไดเปนเวลานานกอนที่จะถูกเผาไหม ยานมาริเนอร 10 เปนยานเครื่องมือสํารวจยานแรกที่ประสบผลสําเร็จในการสํารวจดาวเคราะห 2 ดวง ซึ่ง สงขึ้นไปเมื่อ ป 1973 เมื่อเขาไปใกลดาวศุกร ไดภาพถายที่ชัดเจนของเมฆชั้นบน และเดินทางเขาใกลดาวพุธ ได ภาพถายพื้นผิว แตไมมีภูมิประเทศที่เปนพื้นที่บกที่จะใหยานที่ปราศจากคนบังคับลงไปสํารวจได
  • 14. ยานเครื่องมือสํารวจดาวอังคาร การสํารวจดาวอังคารประสบผลสําเร็จครั้งแรกเมื่อปค.ศ.1965 โดยยานมาริเนอร4 ของสหรัฐอเมริกา จากการสํารวจพบวา ลักษณะภูมิประเทศของดาวอังคารเปนปากปลองภูเขาไฟ ชั้นบรรยากาศเบาบาง ประกอบดวยกาซคารบอนไดออกไซด พื้นที่บนดาวอังคารปกคลุมดวยความมืด ซึ่งพื้นนี้เชื่อวาแตกอนเปนใต ทะเล บางทีอาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่เปนอินทรียสาร เชน ไซรทิสเมเจอรซึ่งเปนที่ราบสูงตระหงาน ในป1969 ยาน สํารวจ 2 ลําไดสํารวจดาวอังคารอีกครั้งและถายรูปหุบเหวของดาวอังคารดวยรูปที่นาทึ่งเต็มไปดวยหุบเขาลึกและ ภูเขาไฟที่ใหญโต สงลงมาโดยยานมาริเนอร9 ในตนป 1970 และใน ป 1976 ไดสงคณะขึ้นไปสํารวจ สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารแตไมประสบผล ดาวอังคารเปนดาวที่มีความเปนไปไดมากที่สุดที่จะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู ดังนั้นจึงมีการออกแบบทดลองเพื่อหาหลักฐานรองรอยของสิ่งมีชีวิตซึ่งอาจมีชีวิตอยูบนดาวอังคาร
  • 15. เครื่องมือสํารวจดาวเคราะหดวงอื่น ๆ ปลายป ค.ศ.1970 ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร ดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนไดโคจรในอวกาศเปนรูปโคง ซึ่ง เกิดขึ้นเพียงหนึ่งในทุก ๆ 180 ป นักวิทยาศาสตรจึงไดใชการเดินทางของดาวเหลานี้เพื่อสงเครื่องมือสํารวจจาก ดาวเคราะหดวงหนึ่งไปยังอีกดวงหนึ่ง โดยอาศัยแรงดึงดูดของแรงโนมถวงที่จะผลักยานอวกาศออกไปใหไกล ยานเครื่องมือสํารวจวอยเอเจอรถูกสงขึ้นไปใน ป ค.ศ.1977 ไดรับความสําเร็จอยางดีในการเดินทางเขาใกลดาว พฤหัสบดีและดาวเสาร หลังจากเดินทางไปดาวเสาร ยานวอยเอเจอร 2 ไดไปถึงดาวยูเรนัสในป 1986 ไดคนพบ หลายสิ่งหลายอยาง เปาหมายสุดทายคือ การเดินทางไปยังดาวเนปจูนในป ค.ศ.1989 ยานวอยเอเจอรจะเดินทาง ตอไปในระบบสุริยะ แตก็มีโอกาสที่ยานเหลานี้จะถูกเก็บไปโดยมนุษยตางดาวในระบบดวงดาวอื่น ๆ. (จาก ซูซา วิโบรวา สารานุกรมชุดโลกวันนี้อวกาศและดาราศาสตรไทยวัฒนาพานิช หนา33)
  • 16. เว็บไซตความรูเกี่ยวกับดาราศาสตรและอวกาศ 39 ลิงคที่เกี่ยวของ Darasart.Com : ดาราศาสตรสําหรับคนไทยhttp://www.darasart.com ดาราศาสตรสําหรับคนไทย ขาวสาร ความรู และความบันเทิง มากมายที่เกี่ยวกับ ดาราศาสตรและอวกาศ อัพเดต ขาวและขอมูลทุกวัน FA-4 http://mx8.xoom.com/fa4 พื้นฐานดาราศาสตรและการดูดาวเบื้องตน วิธีใชแผนที่ดาวของสมาคมดาราศาสตรไทย( สําหรับดูดาวดวยตาเปลา และกลองสองตาเบื้องตน) Gallery UFO http://www.happy-box.com/happyufo/gallery/index.html รวมรูปภาพเกี่ยวกับอวกาศ ดวงดาว ดาราศาสตร กาแลกซีแอนโดรเมดาhttp://member.mweb.co.th/bpitk/cosmos/andromeda.html ขาวดาราศาสตร ความรูเกี่ยวกับโลก และจักรวาล ระบบสุริยะจักรวาล แกลเลอรี่ของนาซา ขาวดาราศาสตรhttp://thaiastro.nectec.or.th/news/blletin.html ความรูเกี่ยวกับดาราศาสตรขาวสารสําหรับนักดูดาว จากสมาคมดาราศาสตรไทย ขาวสารวิทยาศาสตรเพื่อคนไทยhttp://si-fi.tripod.com ขาวสารวิทยาศาสตรเพื่อคนไทย ทันยุคทันสมัยขาวสารอวกาศ เอกภพอันกวางใหญยังมีสิ่งที่นาสนใจอีกมากมาย คนดูดาวhttp://www.geocities.com/hidetsui รวมลิงคเกี่ยวดาราศาสตร การดูดาว จักรวาลของเราhttp://www.rb.ac.th/student/spaceandhuman/t1.html สาระความรูเกี่ยวกับอวกาศ การสงยาน การบินสูอวกาศ ดาวเทียม จักรวาลและอวกาศ http://www.geocities.com/chatree_web/index.htm เปนเว็บไซตที่รวมความรูเกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาล จักรวาลและอวกาศhttp://www.geocities.com/wilawanmansion เรื่องราวเกี่ยวกับอวกาศมากมาย มีรูปภาพสวยงามในอวกาศ จานบิน มนุษยตางดาว http://www.geocities.com/suriya382000 จานบินและมนุษยตางดาวทั้งกอนและหลังเหตุการณเมืองรอสเวลล นิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา การสรางจานบิน ของมนุษยโลกโดยใชเทคโนโลยีของมนุษยตางดาว เจ็ดพิภพจักรวาล http://www6.ewebcity.com/jedsada ใหความรูเกี่ยวกับสัญลักษณของดวงดาวในระบบสุริยะ รวมถึงรายละเอียดของตํานานเทพและอมนุษย ดวงอาทิตย: สารานุกรมไทยสําหรับเยาวชนฯ เลม1 http://kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK1/chapter1/chap1.htm ใหความรูเกี่ยวกับดวงอาทิตย พรอมภาพประกอบ และวิดีโอมัลติมีเดีย ดาราจักรชนกัน ปรากฏการณแหงจักรวาล http://www.geocities.com/Athens/Parthenon/4883/galaxy.htm
  • 17. รายงานการชนกันของดาราจักร ภาพถายของดวงดาว ดาราศาสตรhttp://www.geocities.com/darasard ความรูเกี่ยวกับดาราศาสตรการสํารวจอวกาศ วิวัฒนาการเกี่ยวกับกลองดูดาวเครื่องมือตางๆ คําศัพททางดารา ศาสตร ดาราศาสตรอวกาศ http://www.thcity.com/i.am/solar ความรูเกี่ยวกับดาวเคราะห ระบบสุริยะ และดาราศาสตร ดูดาว http://www.doodaw.com รวบรวม บทความ ขาวสาร และสิ่งที่นาสนใจ ในศาสตรความลี้ลับของดวงดาว เรื่องราวเกี่ยวกับดาราศาสตร จักรวาล ตามลาละอองดาวhttp://thaiastro.nectec.or.th/library/stardust.html โครงการอวกาศสตารดัสต(Stardust) หรือ "ละอองดาว" คือโครงการที่จะสงยานอวกาศในราวเดือนกุมภาพันธ 2542 ไปยังดาวหางที่มีชื่อวา วีล-ทู (Wild-2) โดยคาดวาจะไปถึงในเดือนมกราคม2547 น้ําตาลซายนhttp://come.to/namtarnsci วิทยาศาสตรเพื่อเยาวชน ใหความรูดานวิทยาศาสตร ฟสิกส ดาราศาสตรอวกาศ สถานีอวกาศ นิทรรศการสถานีอวกาศเมียรhttp://www.geocities.com/CapeCanaveral/Hangar/8556 ใหความรูและประวัติความเปนมาการทํางานของสถานีอวกาศเมียร บานดาว http://www.geocities.com/starhome2001 ดาราศาสตรและการดูดาวขั้นพื้นฐาน การใชกลองดูดาว ปทานุกรมดาราศาสตรhttp://thaiastro.nectec.or.th/ency/ เปนเว็บเพจที่รวบรวมคําศัพทและความหมายทางดาราศาสตรเอาไว เพื่อใหผูที่ตองการศึกษาทางดานนี้ สามารถใช อางอิงและไดเขาใจความหมายของศัพทเฉพาะดานที่ไมอาจหาไดจากพจนานุกรมทั่วไป พระมหากษัตริยไทยกับดาราศาสตรhttp://thaiastro.nectec.or.th/royal/maink.html ขอมูลเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ และเหตุการณสุริยุปราคาที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริยและราชวงศไทย ภาพถายดาวฝมือคนไทยhttp://kumis.cpc.ku.ac.th/~supaporn/galaxy/index.html ประมวลภาพถายดาวบนทองฟาฝมือคนไทยโดย วรวิทยและเอกชัย ตันวุฒิบัณฑิต ภาพถายฝพระหัตถฯhttp://thaiastro.nectec.or.th/royal/pcssgal.html รวมภาพถายฝพระหัตถสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เกี่ยวกับดวงดาว ทองฟา มือใหมหัดดูดาวhttp://skywatcher.hypermart.net/index.htm รวบรวมความรูพื้นฐานทั่วไปสําหรับนักดูดาวมือใหมสมัครเลน ขอมูลเรื่องของทองฟา การเกิดฤดู จักรราศี การ เกิดปรากฏการณ ขางขึ้น-ขางแรมชื่อดาว-กลุมดาว และการดูกลุมดาว พรอมทั้งรวบรวมสิ่งที่นาสนใจ ของแตละ กลุมดาวเอาไว ยูเอฟโอhttp://geocities.com/jibjab_th
  • 18. ใหความรูเกี่ยวกับอวกาศและจักรวาล ประวัติความเปนมาคําศัพท ความหมายของคําวาUFO รวมภาพ เนบิวลา กาแล็กซี และอื่นๆhttp://deepspace.s5.com/ รวมภาพของเนบิวลาและกาแล็กซีมากมาย พรอมรายละเอียด รวมทั้งลิงคไปยังเว็บไซตประเภทดาราศาสตรและ ศูนยแสดงภาพเกี่ยวกับอวกาศ รอยตะวัน พันดาวhttp://www.tawan.cjb.net กําเนิดเอกภพและความเปนมาเรื่องราวเกี่ยวกับดาราศาสตร ดวงดาวและอวกาศ หลุมดําการดูดาว นิยายดาว ฯลฯ ระบบสุริยะจักรวาล http://www.thai.net/myservice ใหความรูเกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาล ดวงดาว ดาวหาง นําเสนอเปนภาพเคลื่อนไหวพรอมเสียงบรรยาย วิถีแหงดวงดาว http://members.xoom.com/urtext ใหความรูเกี่ยวกับดวงดาวจะเปนอยางไรใน ป 2000 และจะมีผลกระทบอยางไรตอโลกของเราบาง วิทยาศาสตร และดาราศาสตรจะถูกตองหรือไม เว็บดวงดาว http://come.to/sanupat เว็บดวงดาวทั้ง 9 ในระบบสุริยะ รวมถึงลิงคเว็บ search engine เว็บสอนวิธีการดูดาวhttp://www.jobtopgun.com/star-watching/mainpage.htm ดูดาวตั้งแตขั้นพื้นฐาน ความรูเกี่ยวกับจันทรุปราคา สมาคมดาราศาสตรไทยกับกิจกรรมชาวฟา http://thaiastro.nectec.or.th/activity/index.html ศูนยรวมคนดูดาว เพื่อรวมทํากิจกรรม เกี่ยวกับดาราศาสตรไทย สารพันดาว http://www.geocities.com/Area51/Shire/1567/ การดูดาวและดาราศาสตรแผนที่ฟารายเดือน ปรากฏการณทองฟาและรวมเว็บดาราศาสตรที่นาสนใจ สุริยุปราคราเต็มดวงhttp://www.ku.ac.th/Internet/eclipse/ รายงานการเกิดสุริยุปราคราเต็มดวง ในเมืองไทย ป2538 และความรูเกี่ยวกับการเกิดสุริยุปราครา หองภาพทองฟาhttp://thaiastro.nectec.or.th/gal/gallery.html รวมภาพถายดวงดาวบนทองฟา ดาวหางตางๆ หรือปรากฏการณที่เกิดขึ้นบนทองฟาแตละภาพระบุชื่อผูถายภาพ สภาพอากาศ เวลา สถานที่ทําการถาย หอดูดาวเกิดแกว http://www.kirdkao.org หอดูดาวเกิดแกว มีสาระและความรูในเรื่องของดวงดาว และทองฟาที่นาอัศจรรยใจ อวกาศ&ระบบสุริยะ http://go.to/dexchao ความรูเกี่ยวกับอวกาศ จักรวาล ดาวฤกษ ดาวเคราะหตาง ระบบสุริยะ และดวงอาทิตย
  • 19. เอกสารอางอิง กนก จันทรขจร. คูมือดูดาว.พิมพครั้งที่3,กรุงเทพฯโรงพิมพเพชรสยามการพิมพ.2530. ระวี ภาวิไล.ดาราศาสตรและอวกาศ. กรุงเทพฯ เจริญวิทยการพิมพ,2522. ซูซา วีโบรวา. สารานุกรมชุดโลกวันนี้ อวกาศและดาราศาสตร. ไทยวัฒนาพานิช กรุงเทพมหานคร.2538. โดทอล ไดวอน. สารานุกรมชุดโลกวันนี้ ดาวเคราะห โลก. ไทยวัฒนาพานิช กรุงเทพมหานคร.2538. แมคมิลแลน. สารานุกรมเยาวชน เทคโนโลยีรอบโลก ชุดที่2 จักรวาล สํานักพิมพไทยวัฒนาพานิช. กรุงเทพมหานคร.2538. เคมบริดจ. สารานุกรม จักรวาลวิทยาศาสตร อวกาศภายนอกและภายใน. สํานักพิมพไทยวัฒนาพานิช กรุงเทพมหานคร.2538. กลับสูบทเรียน

×