Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
546 views
Wisdom2
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 7
2
/ 7
3
/ 7
4
/ 7
5
/ 7
6
/ 7
7
/ 7
More Related Content
PDF
อาหารภาคกลาง
by
พัน พัน
PDF
อาหารสี่ภาค
by
0870061155
PDF
งานนำเสนอ1
by
suttinee23
PDF
อาหารภาคเหนือ
by
พัน พัน
PDF
อาหารอีสาน
by
พัน พัน
PDF
อาหารภาคกลาง
by
พัน พัน
PDF
อาหารภาคเหนือ
by
พัน พัน
PPTX
อาหารไทย
by
BoOm mm
อาหารภาคกลาง
by
พัน พัน
อาหารสี่ภาค
by
0870061155
งานนำเสนอ1
by
suttinee23
อาหารภาคเหนือ
by
พัน พัน
อาหารอีสาน
by
พัน พัน
อาหารภาคกลาง
by
พัน พัน
อาหารภาคเหนือ
by
พัน พัน
อาหารไทย
by
BoOm mm
What's hot
PPT
งานนำเสนอ1
by
narueporn
PDF
อาหาร 4 ภาค
by
studentkc3 TKC
PDF
อาหารภาคใต้
by
พัน พัน
PDF
อาหารภาคอีสาน
by
พัน พัน
PPT
ตำราอาหารไทย.ppt
by
อภิสิทธิ์ สีสุราช
PDF
โครงงานปลาร้าสมุนไพร
by
Chok Ke
DOC
หน้าแรก
by
narueporn
PDF
งานอาหารและบริการ
by
พัน พัน
PPTX
อาหารไทย
by
TaoTao52
PPTX
งานนำเสนอ-เรื่อง-อาหารไทยและขนมไทย
by
TaoTao52
PDF
ลักษณะอาหารพื้นบ้านจังหวัดนครพนม
by
thkitiya
PDF
อาหารภาคใต้
by
พัน พัน
PPTX
อาหารไทย 6.1 30
by
rattanaae
PDF
China food
by
จู ล่ง
PDF
เคล็ดลับอาหารไทย
by
newintarasayan
PDF
งานคอมเสร็จแล้ว
by
Matthew Tewin
PDF
Ku cookbook เมนูอร่อย อาหารลดโซเดียมเพื่อสุขภาพ
by
Vorawut Wongumpornpinit
งานนำเสนอ1
by
narueporn
อาหาร 4 ภาค
by
studentkc3 TKC
อาหารภาคใต้
by
พัน พัน
อาหารภาคอีสาน
by
พัน พัน
ตำราอาหารไทย.ppt
by
อภิสิทธิ์ สีสุราช
โครงงานปลาร้าสมุนไพร
by
Chok Ke
หน้าแรก
by
narueporn
งานอาหารและบริการ
by
พัน พัน
อาหารไทย
by
TaoTao52
งานนำเสนอ-เรื่อง-อาหารไทยและขนมไทย
by
TaoTao52
ลักษณะอาหารพื้นบ้านจังหวัดนครพนม
by
thkitiya
อาหารภาคใต้
by
พัน พัน
อาหารไทย 6.1 30
by
rattanaae
China food
by
จู ล่ง
เคล็ดลับอาหารไทย
by
newintarasayan
งานคอมเสร็จแล้ว
by
Matthew Tewin
Ku cookbook เมนูอร่อย อาหารลดโซเดียมเพื่อสุขภาพ
by
Vorawut Wongumpornpinit
Similar to Wisdom2
DOC
หน้าแรก
by
narueporn
DOC
หน้าแรก
by
narueporn
DOCX
น้ำฦน
by
Fon Chutikan Kongchusri
DOCX
ชุติกาญจน์
by
Fon Chutikan Kongchusri
PDF
เลขที่ 2 33
by
Suwanan Thipphimwong
PDF
วัฒนธรรมอาหารไทย - ภาคเหนือ (2556).pdf
by
Vorawut Wongumpornpinit
PDF
งานคอม
by
Matthew Tewin
PDF
อาหารไทย4ภาค
by
Pear Sompinit
PDF
อาหารภาคเหนือ
by
Thawinan Emsiranunt
PDF
อาหารภาคเหนือ1
by
Thawinan Emsiranunt
PDF
อาหารภาคเหนือ
by
Thawinan Emsiranunt
PDF
อาหารภาคเหนือ1
by
Thawinan Emsiranunt
PDF
อาหารภาคเหนือ1
by
Thawinan Emsiranunt
PDF
อาหารภาคเหนือ
by
Thawinan Emsiranunt
PDF
อาหารภาคเหนือ
by
Thawinan Emsiranunt
PDF
อาหารภาคเหนือ
by
Thawinan Emsiranunt
PDF
อาหารภาคเหนือ
by
Thawinan Emsiranunt
PDF
อาหารพื้นเมือง
by
Rujruj
PDF
วัฒนธรรมอาหารไทย - ภาคกลาง (2556).pdf
by
Vorawut Wongumpornpinit
PPT
งานนำเสนอ1
by
narueporn
หน้าแรก
by
narueporn
หน้าแรก
by
narueporn
น้ำฦน
by
Fon Chutikan Kongchusri
ชุติกาญจน์
by
Fon Chutikan Kongchusri
เลขที่ 2 33
by
Suwanan Thipphimwong
วัฒนธรรมอาหารไทย - ภาคเหนือ (2556).pdf
by
Vorawut Wongumpornpinit
งานคอม
by
Matthew Tewin
อาหารไทย4ภาค
by
Pear Sompinit
อาหารภาคเหนือ
by
Thawinan Emsiranunt
อาหารภาคเหนือ1
by
Thawinan Emsiranunt
อาหารภาคเหนือ
by
Thawinan Emsiranunt
อาหารภาคเหนือ1
by
Thawinan Emsiranunt
อาหารภาคเหนือ1
by
Thawinan Emsiranunt
อาหารภาคเหนือ
by
Thawinan Emsiranunt
อาหารภาคเหนือ
by
Thawinan Emsiranunt
อาหารภาคเหนือ
by
Thawinan Emsiranunt
อาหารภาคเหนือ
by
Thawinan Emsiranunt
อาหารพื้นเมือง
by
Rujruj
วัฒนธรรมอาหารไทย - ภาคกลาง (2556).pdf
by
Vorawut Wongumpornpinit
งานนำเสนอ1
by
narueporn
More from สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
PDF
Wisdom1
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
PPTX
กลุ่มมะยม ภูมิปัญญาด้านการแต่งกาย
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
PPTX
1 asean
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
PDF
คู่มือwordpress
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
PDF
940
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
PDF
คู่มือการสอบNt
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
PDF
ตารางสอบ
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
PPTX
การสอบประเมินการศึกษาขั้นพื้นฐาน
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
Wisdom1
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
กลุ่มมะยม ภูมิปัญญาด้านการแต่งกาย
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
1 asean
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
คู่มือwordpress
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
940
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
คู่มือการสอบNt
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
ตารางสอบ
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
การสอบประเมินการศึกษาขั้นพื้นฐาน
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
Wisdom2
1.
ภูมิปัญญาด้านอาหาร
ลักษณะเด่นของอาหารไทย คือ อาหารแต่ละชนิดจะมีคุณค่าทางอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และ ส่วนประกอบของอาหารจะมีสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอยู่ด้วยเช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ซึ่งการนา สมุนไพรมาเป็นส่วนประกอบของอาหารนี้จัดได้ว่าเป็นภูมิปัญญาด้านอาหารของอาหารไทย ตัวอย่างของ อาหารที่มีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบ ได้แก่ ต้มยากุ้ง แกงเหลือง แกงไตปลา น้าพริกอ่อง อ่อม และส้มตา เป็น ต้น นอกจากส่วนประกอบของอาหารแล้ว การตกแต่งอาหารอย่างสวยงาม ประณีต ก็เป็นภูมิปัญญาอีกอย่าง หนึ่งที่ทาให้อาหารดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น เช่น การแกะสลักผักผลไม้ การประดิษฐ์รูปแบบของขนมให้สวยงาม เช่น ขนมลูกชุบ ขนมทองเอก ขนมจ่ามงกุฎ เป็นต้น การที่อาหารไทยมีคุณค่าทางโภชนาการและมีความ สวยงาม จึงทาให้อาหารไทยได้รับความนิยมไปทั่วโลก อาหารไทยแท้ คือ อาหารที่คนไทยคิดทากันมาแต่โบราณ ส่วนมากเป็นแบบง่ายๆ เช่น ข้าวแช่ ต้มโคล้ง แกงป่า น้าพริก และหลน เป็นต้น ส่วนขนมไทยแท้ก็ปรุงมาจากแป้ง น้าตาล กะทิ เป็นส่วนใหญ่ เช่น ขนมเปียกปูน ขนมเปียกอ่อนตะโก้ ลอดช่อง ขนมปลากริมไข่เต่า ขนมใส่ไส้ และขนมครก เป็นต้น ส่วนมากไม่ ใช้ไข่ ถ้าใช้มักจะเป็นขนมไทยที่รับมาจากชาติอื่น เป็นภูมปัญญาของคนไทยซึ่งถึงถือกาเนิดขึ้นตั้งแต่ ในยุค ิ ประวัติศาสตร์ อาหารแต่ละอย่างได้ผ่าน การคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้เข้ากับภูมิอากาศ ภูมิประเทศในการหาวัตถุดิบ ในการประกอบ ปรุงอาหาร และยังมี คุณค่าทางโภชนาการ ถึงแม้ในอดีต คนไทยยังไม่มีวิวัฒนาการในด้าน วิทยาศาสตร์ แต่ก็ได้มีความรู้เรื่องประโยชน์ในการนาวัตถุดิบมาประกอบอาหาร เพราะส่วนใหญ่วัตถุดิบที่ใช้ใน การทานั้น เป็นสมุนไพร ใช้ในการรักษา ป้องกันโรคต่างๆ ได้ ซึ่งในปัจจุบันวิทายการพัฒนาขึ้น ทาง วิทยาศาสตร์ได้ศึกษา แล้วก็ลงความเห็นว่าเป็นเช่นดังที่คนสมัยก่อนเข้าใจ สิ่งนี่จึงเป็นที่เห็นได้ชัดว่า คนไทยมี ภูมิปัญญาที่ไม่ด้อยกว่าใคร ดังนั้นการรับประทานอาหารไทยนั้นจึงมีประโยชน์อย่างมาก ในปัจจุบัน ชาวต่างชาติก็ได้หันมานิยมอาหารไทย เพราะติดใจในรสชาติที่เป็นไทยๆ ทั้งโภชนาการสูง โดยส่วนใหญ่ อาหารไทยจะมีวิธีการประกอบอย่างง่ายๆ และ ใช้เวลาในการทาไม่มากนัก โดยเฉพาะทุกครัวเรือนของคนไทย จะมีส่วนประกอบอาหารติดอยู่ทุกครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นพริก แห้ง กุ้งแห้ง น้าปลา กะปิ ส้มมะขาม กระเทียม หัวหอม ตลอด จนปลาบ้าง รวมทั้งส่วนประกอบอาหารจาพวกผัก และเนื้อสัตว์ นานาชนิด เพราะมีวิธีนามา ประกอบที่มีด้วยกันหลายรูปแบบไม่ ว่าจะเป็น แกง ต้ม ผัด ยา เมนูอาหารไทยที่ขึ้นชื่อลือชาหลายชนิดจึง ประกอบไปด้วยอาหารมากมายกว่า 255 ชนิด อาหารไทย สิ่งหนึ่งที่สามารถบ่งบอกความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี เนื่องจากความหลากหลายทาง วัฒนธรรม ผสมผสานกับวิถีชวิตความเป็นอยู่ของชนชาวไทย ถ่ายทอดออกมาเป็นอาหารที่มีรสชาติความอร่อย ี ไม่แพ้ชาติใดในโลก อีกทั้งคุณค่าทางอาหารและโภชนาการ ทาให้อาหารไทย ถูกกล่าวขานไปทั่วโลก และแม้ จะได้ขึ้นชื่อว่าอาหารไทย แต่เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ขาดมิได้ก็คือ ความหลากหลายของอาหารในแต่ละภาค แน่นอนว่า รสชาติย่อมแตกต่างกัน ขึ้นกับความนิยมชมชอบของผู้รับประทาน แต่ที่สามารถรับรองได้ คือ ความอร่อยของอาหารเหล่านั้น อาหารไทยภาคเหนือ อาหารของภาคเหนือประกอบด้วยข้าวเหนียว น้าพริกชนิดต่างๆ เป็นต้นว่า น้าพริกหนุ่ม น้าพริกแดง น้าพริกอ่อง มีแกงหลายชนิด เช่น แกงฮังเล แกงโฮะ แกงแค นอกจากนั้นยังมีอาหารพื้นเมือง เช่น แหนม ไส้ อั่ว เนื้อนึ่ง จิ้นปิ้ง แคบหมู หมูทอด ไก่ทอดและผักต่างๆ คนไทยที่อยู่ทางภาคเหนือนิยมรับประทานอาหารรสกลางๆ มีรสเค็มนาเล็กน้อย รสเปรี้ยวและหวานมี
2.
น้อยมาก หรือแทบไม่นิยมเลย เนื้อสัตว์ที่นิยมรับประทาน
ได้แก่ เนื้อหมู เพราะหาได้ง่าย ราคาไม่แพง และมี ขายทั่วไปในท้องตลาดเนื้อสัตว์อื่นที่นิยมรองลงมาคือ เนื้อวัว ไก่ เป็ด นก ฯลฯ สาหรับอาหารทะเลนิยมน้อย เพราะราคาแพง เนื่องจากอยู่ห่างไกลทะเล เป็นดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ครั้งในอดีตเป็นดินแดน แห่งประวัติศาสตร์ที่มีศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ที่แตกต่างไปจากภาคอื่น ๆ และการที่คนเหนือ มีเชื้อสายไทยใหญ่ หน้าตา ผิวพรรณ จึงต่างไปจากคนภาคอื่น ๆ ประกอบกับความอ่อนหวาน ซื่อ บริสุทธิ์ ทา ให้คนเหนือมีเอกลักษณ์ที่เด่นชัดของตนเอง นอกจากนี้ การมีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา ทาให้เกิด ธรรมชาติที่สวยงาม มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ และยังเป็นที่อยู่ของคนไทยภูเขา หลายเผ่าพันธุ์ ภาคเหนือ จึงยังเป็นที่รวมของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่งดงามเหล่านี้ได้สืบทอดกันมานาน แสนนาน ภาคเหนือ เป็นพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นคล้ายต่างประเทศไม้เมืองหนาวต่าง ๆ พันธุ์ ถูกนามา ทดลองปลูก และได้กลายเป็นสินค้าที่ทารายได้ให้แก่ เกษตรกรภาคเหนือเป็นอันมาก แต่ถึงจะสามารถปลูกพืช ผัก เมืองหนาวได้แต่อาหารดั้งเดิมของภาคเหนือ ก็ยังใช้ผักตามป่าเขา และผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ มาใช้ใน การปรุงอาหารเป็นส่วนใหญ่ อาหารที่คนภาคเหนือนิยมใช้กินแนม หรือกินเคียงกับอย่างอื่น หน้าปอง คือการนาหนังควายมาเผาไฟ แล้วแช่น้าขูดเอาส่วนที่ดา ๆ ออก ตัดส่วนที่แข็งทิ้ง ตากแดด ให้แห้ง นาแผ่นหนังไปปิ้งไฟพอให้อ่อนตัว ใช้มีดตัดเป็นเส้น แต่ไม่ให้ขาดจากกัน นาไปต้ม 3 วัน โดยใช้ไฟอ่อน จนมีสีเหลือง ๆ เก็บไว้รับประทานได้นาน เมื่อจะรับประทาน ให้ทอดไฟหลางหนังจะพอง ถ้าไฟแรงหนังจะไหม้ ถ้าไฟอ่อนหนังจะไม่พอง น้าหนัง คือเอาหนังควายเผาไฟจนไหม้ดา แช่น้าในโอ่ง แล้วขูดส่วนที่ไหม้ออก นาไปต้มในปี๊บโดยขัด แตะปากปี๊บไว้ หนังจะได้ไม่ลอยขึ้นมา ต้มไปจนหนังละลายเป็นน้าข้น ๆ ยกลง กรองด้วยกระชอนไม้ไผ่ นาไป ละเลงบาง ๆ บนกาบไม้ไผ่ หรือจะผสมงาก่อนละเลงก็ได้ นาไปผึ่งในร่ม พอแห้งลอกเก็บ รับประทานกับแกง โดยปิ้งไฟอ่อน ๆ แคบหมู นาหนังหมูมากรีดมันออก ให้เหลือติดนิดหน่อย เคล้ากับเกลือ ผึ่งแดดให้น้ามันแห้ง ตัดเป็น ชิ้นเล็ก นาไปเคี่ยวกับน้ามันในกระทะ พอหนังพองเป็นเม็ดเล็ก ๆ แล้วเอาไปทอด ในน้ามันร้อนจัดหนังหมูพอง เท่ากันตักขึ้น ไข่มดส้ม คือการเอาไข่มดแดงไปดองกับเกลือ แล้วจึงนามายาหรือแกง การดองไข่มดส้มจะดองโดยใช้ ไข่มด 1 ถ้วย ดองกับเกลือ 2 ช้อนชา เค็มจัด พริกป่นใช้กับอาหารทุกชนิด ผักในธรรมชาติภาคเหนือ ผักขี้หูด ลักษณะของผักจะเป็นฝัก ขึ้นเป็นช่อ ฝักเล็กขนาด 1/2 ซม. ยาว 7-8 ซม. ดอกสีม่วงสวย กินสดโดย จิ้มกับน้าพริก น้าผักหรือ ต้ม นึ่งกินกับน้าพริกอ่อง ผักขี้หูดเป็นผักฤดูหนาว ใบคล้ายใบผักกาด จะใช้เฉพาะ ส่วนที่เป็นฝัก รสเผ็ดเล็กน้อย แต่ถ้าต้มสุกแล้วจะหวาน ผักกาดตอง ใบคล้ายใบพลู แต่ใบสั้นกว่า สีเขียวออกขาว กลิ่นหอมฉุน ใช้กินกับลาบ หอมด่วน คือใบสะระแหน่ ใช้รับประทานกับลาบ และตามะเขือ หอมป้อม คือผักชี อาหารภาคเหนือส่วนใหญ่นิยมโรยด้วย ผักชีหั่นฝอย ยี่หร่า ลักษณะใบฝอย สีเขียวเข้ม ใช้จิ้มน้าพริกน้าผัก น้าพริกหนุ่ม น้าพริกตาแดง และใส่แกง หยวกกล้วย จะใช้หยวกกล้วยป่า โดยใช้แกนในมาทาแกงหรือต้มจิ้มน้าพริก บ่าค้อนก้อม คือมะรุม ใช้แกงส้ม
3.
บ่าริดไม้ คือลิ้นหมา ลักษณะเป็นฝัก
ยาวประมาณ 10-15 นิ้ว ฝักจะมีลักษณะแบน กว้าง 3 นิ้ว ต้มให้ นุ่มใช้จิ้มน้าพริก มีรสขมเป็นยาระบาย มีสีเขียวขี้ม้า บ่าหนุน จะใช้ขนุนอ่อน โดยเด็ดเอาขนุนที่ออกลูกมากเกินไปและจาเป็นต้องเด็ดออกเสียบ้างเพื่อจะได้ ไม่แย่งอาหารกันมากนัก ขนุนอ่อนนี้ใช้ทาแกง หรือต้มจิ้มน้าพริก ดอกงิ้ว คือดอกนุ่นพันธุ์พื้นเมือง พริกหนุ่ม เป็นพริกทางเหนือ มีลักษณะยาวเรียว พริกหนุ่มสดจะมีสีเขียวอมเหลือง ดอกลิงแลว เป็นดอกเล็ก ๆ สีม่วง มีลักษณะคล้ายกล้วยไม้ที่เพิ่งแตกดอก คือเป็นปุ่มเล็ก ๆ ปลายดอก เรียว โคนใหญ่ ตัวดอกนุ่มลักษณะใบจะยาวคล้ายใบหมาก มีรสหวาน ใช้ทาแกงแค หรือแกงเลียง ตูน คือคูน ต้นคล้ายต้นบอน แต่เปลือกสีเขียวนวลไม่คันเมื่อมือถูกยางตูน เนื้อตูนสีขาว เนื้อฟ่าม กิน สดได้ โดยกินกับตาส้มโอ ตามะม่วง ผักหระ คือชะอม กินได้ทั้งสดและทาให้สุก นิยมกินกับตามะม่วง ตาส้มโอ หรือใส่แกง เช่น แกงแค เป็นต้น ผักหนอก คือใบบัวบก กินสดกับน้าพริกหรือแนม หรือกินแกล้มกับยาต่าง ๆ หัวปี๋ (ปลี) คือหัวปลี กินได้ทั้งสดและทาให้สุก เช่น กินสดจิ้มกับน้าพริกอ่อง ทาสุก เช่น ใช้แกงกับปลา ย่าง ต้มสุกจิ้มน้าพริก ปลีกล้วยที่นิยมกินกัน คือ ปลีกล้วยน้าว้า กับปลีกล้วยป่า ดอกแก (ดอกแค) - ดอกแคที่นิยมกินกันมีสองสี คือแคขาวกับแคแดง ใช้ทาแกง หรือต้มจิ้มน้าพริก ยอดแคก็กินได้ หน่อไม้ไร่ มีลักษณะเล็กยาว มีรสขื่นและขม นิยมเอามาทาเป็นหน่อไม้ปีบ นอกจากจะเก็บได้นานแล้ว ยังทาให้รสขื่นและขมของหน่อไม้คลายลง หน่อไม้ไร่ปีบนิยมทาหน่ออั่ว ยาหน่อไม้และผัด มะเขือส้ม คือมะเขือลูกเล็ก ๆ ที่ติดกันเป็นพวง มีรสเปรี้ยวอมหวานนิด ๆ อาหารไทยภาคกลาง โดยทั่วไปคนภาคกลางรับประทานอาหารที่มีรสกลมกล่อม มีรสหวานนาเล็กน้อย วิธีการปรุงอาหาร ซับซ้อนขึ้นด้วยการนามาเสริมแต่ง หรือประดิดประดอยให้สวยงาม เช่น น้าพริกลงเรือ ซึ่งดัดแปลงมาจาก น้าพริกกะปิ จัดให้สวยงามด้วยผักแกะสลักเป็นต้น ลักษณะอาหารที่รับประทาน มักผสมผสานกันระหว่างภาค ต่างๆ เช่น แกงไตปลา ปลาร้าน้าพริกอ่อง เป็นต้น ทุกบ้านจะรับประทานข้าวสวยเป็นหลัก และรับประทานกับกับข้าว เช่น อาหารเย็นมีกับข้าว 3-5 อย่าง ได้แก่ แกงจืดหรือแกงส้มหรือแกงเผ็ด เช่น พะแนง มัสมั่นแห้ง ไก่ผัดพริก หรือยา เช่น ยาถั่วพู ยาเนื้อ ย่าง อาหารประจาของคนไทยภาคกลางคือ ผัก น้าพริก และปลาทู อาจจะมีไข่เจียว เนื้อทอด หรือหมูย่างอีก จานหนึ่งก็ได้ โดยคานึงถึงวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นหลัก เป็นภาคที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้าลาธารหลายสายไหลผ่านข้าวปลาอาหารจึงอุดมสมบูรณ์เกือบตลอดปี รวมทั้งมีพืช ผัก ผลไม้นานาชนิดนอกจากนี้ภาคกลางยังเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงมานับหลายร้อยปีตั้งแต่สมัยอยุธยาเรื่อยมา จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบันจึงเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดต่อ ๆ กันมา ทั้งยังเป็น ศูนย์กลางการค้าขาย และติดต่อกับต่างประเทศ มีแขกบ้านแขกเมืองไปมาหาสู่อยู่ตลอดเวลา และที่สาคัญที่สุด
4.
เป็นที่ประทับของในหลวงรัชกาลต่าง ๆ มีเจ้านายหลาย
พระองค์รวมทั้งแวดวงชาววังซึ่งต่างก็มีส่วนสาคัญใน การสร้างสรรค์อาหารที่เป็นแบบฉบับของคนภาคกลาง ลักษณะอาหารภาคกลางมีที่มาต่างๆ กันดังนี้ 1.ได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศ เช่น เครื่องแกง แกงกะทิ จะมาจากชาวฮินดู การผัดโดยใช้กระทะและน้ามัน มาจากประเทศจีนหรือขนมเบื้องไทย ดัดแปลงมาจาก ขนมเบื้อง ขนมหวานประเภททองหยิบ ทองหยอดรับ อิทธิพลจากประเทศทางตะวันตก เป็นต้น 2. เป็นอาหารที่มักมีการประดิษฐ์ ทั้งนี้เพราะบรรดาคุณท่านเท้าเธอที่อยู่ในรั้วในวังมีเวลาว่างมากมาย จึงใช้ เวลาในการคิดสร้างสรรค์อาหารให้เลิศรส วิจิตรบรรจง เช่น ขนมช่อม่วง จ่ามงกุฎ หรุ่ม ลูกชุบ กระเช้าสีดา ทองหยิบ หรืออาหารประเภทข้าวแช่ ผัก ผลไม้แกะสลัก 3. เป็นอาหารที่มักจะมีเครื่องเคียง ของแนม เช่น น้าพริกลงเรือ ต้องแนมด้วยหมูหวาน แกงกะทิก็มักจะแนม ด้วยปลาเค็ม สะเดาน้าปลาหวานก็ต้องคู่ กับกุ้งนึ่งหรือปลาดุกย่าง ปลาสลิดทอดรับประทานกับน้าพริกมะม่วง หรือแม้กระทั่งไข่เค็มที่มักจะรับประทานกับน้าพริกลงเรือ น้าพริกมะขามสด หรือน้าพริกมะม่วง นอกจากนี้ยัง มีของแนมอีกมากมายเช่นพวกผักดอง ขิงดอง หอมแดงดอง เป็นต้น 4. เป็นภาคที่มีอาหารว่าง และขนมหวานมากมาย เช่น ข้าวเกรียบปากหม้อ กระทงทอง ค้างคาวเผือก ปั้น ขลิบนึ่ง ไส้กรอกปลาแนม ข้าวตังหน้าตั้ง ขนมหลากหลายที่ทาจากไข่,แป้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้งข้าวเหนียว แป้งสาลี แป้งมัน หรือแป้งหลายชนิดรวมกัน เช่น ขนมชั้น ขนมสอดไส้ ขนมเปียกปูน ขนมกง ขนมมุก ขนมลืม กลืน ขนมเต่า เป็นต้น จากความหลากหลายของอาหารภาคกลางนี้เองจึงทาให้รสชาติของอาหารภาคนี้ไม่เน้นไปทางรสใดรส หนึ่งโดยเฉพาะ คือมีรส เค็ม เผ็ด เปรี้ยว หวาน คลุกเคล้าไปตามชนิดต่าง ๆ ของอาหาร นอกจากนี้มักจะใช้ เครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส เช่นพวกเครื่องเทศต่าง ๆ ใช้กะทิเป็นส่วนประกอบของอาหารมากชนิด อาหารภาคกลางที่จัดเป็นชุดและนิยมรับประทานกัน ข้าวแช่ คือการนาข้าวสวยแช่ในน้าลอยดอกไม้ใส่น้าแข็ง รับประทานร่วมกับกะปิทอด หอมสอดไส้ พริกหยวก สอดไส้ ปลาแห้งทอด ไข่เค็มทอด และรับประทานกับผัก แตงกวา มะม่วงดิบ กระชาย ต้นหอม ผักชี พริกแดง ข้าวมันส้มตา จะมีข้าวมัน ส้มตา เนื้อเค็มฉีกฝอย แกงเผ็ด ข้าวคลุกกะปิ ข้าวคลุกกะปิ กุ้งแห้งทอดกรอบ หมูหวาน ไข่เจียวหั่นเป็นเส้น หอมแดงซอย พริกขี้หนู ซอย ผักชี แตงกวา ข้าวเหนียว-ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตา ขนมจีน แจงร้อน สับปะรดสับละเอียด กระเทียมหั่นบาง ขิงสดหั่นฝอย กุ้งแห้งป่น กะทิข้น น้าตาล ทราย น้าปลา มะนาว ขนมจีนน้าพริก ขนมจีน น้าพริก ใบเล็บครุฑชุบแป้งทอด มะละกอดิบซอยฝอย ๆ ผักบุ้งไทยต้มหั่น ฝอย หัวปลีหั่นบาง ผักกระเฉดตัดท่อนสั้น พริกขี้หนูแห้งทอด ผักที่นิยมรับประทานจะเป็นผักทั่ว ๆ ไป
5.
ผักกระเฉดน้า ลักษณะเป็นไม้เลื้อย เกิดในน้า มีนมหุ้มลาต้น เวลาจะรับประทานต้องลอกนมออกก่อน แล้วเด็ดเอาแต่ยอดอ่อน ผักตับเต่า ใบจะกลมมน เกิดในน้า ใช้จิ้มน้าพริก ดอกแค มีสีขาว เมื่อนามารับประทาน ให้ดึงเกสรสีเหลืองตรงกลางออกก่อนจึงนาไปแกง ลวกจิ้ม น้าพริก หรือสอดไส้ทอด แตงกวา จะลูกเล็กกว่าแตงร้าน ใช้จิ้มน้าพริก และทาอาหารได้หลายอย่าง มะเขือยาว เป็นผลยาว สีเขียว ใช้ยา ผัด และทาอาหารอื่น ๆ มะเขือม่วง ลักษณะลูกจะเล็กกว่ามะเขือยาว สั้น มีสีม่วง ใช้จิ้มน้าพริก ถั่วพู ใช้จิ้มน้าพริก ยา ชะอม คล้ายหางนกยูงแต่เล็กกว่า ตามกิ่งจะมีหนาม กลิ่นฉุน ใช้ทอดกับไข่ ใส่แกง ถั่วฝักยาว เป็นฝักเล็กยาว ใช้จิ้มน้าพริก และทาอาหารได้หลายอย่าง บวบ ลักษณะเป็นผลยาว มีเหลี่ยม ใช้จิ้มน้าพริก และนาไปทาอาหารอื่น ๆ ฟักทอง ลักษณะเป็นผลกลมแป้น เนื้อสีเหลือง ใช้ต้มจิ้มน้าพริก ทาอาหารคาว หวานได้ ฟัก เป็นผลกลมรี สีเขียว เนื้อขาว ใช้ทาอาหารประเภทแกง ใบเล็บครุฑ คล้ายใบเฟิร์น ใช้ชุบแป้งทอดรับประทานกับขนมจีนน้าพริก ใบทองหลาง ใบเรียว ใช้รับประทานกับเมี่ยงคา ข้าวมันส้มตา เมี่ยงต่าง ๆ ใบบัวบก ใช้เป็นผักจิ้มน้าพริก รับประทานกับผัดไทย ทายา และน้าบัวบก อาหารไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ( ภาคอีสาน) อาหารจะมีข้าวเหนียวนึ่งเป็นหลักเช่นเดียวกับภาคเหนือ รับประทานกับลาบไก่ หมู เนื้อ หรือ ลาบ เลือด ส้มตา ปลาย่าง ไก่ย่าง จิ้มแจ่ว ปลาร้า อาหารภาคนี้จะนิยมปิ้ง หรือย่างมากกว่าทอดอาหารทุกชนิดต้อง รสจัด เนื้อสัตว์ที่นามาปรุงอาหาร ได้แก่ สัตว์ที่ชาวบ้านหามาได้ เช่น กบ เขียด แย้ งู หนูนา มดแดง แมลงบาง ชนิด ส่วนเนื้อหมู วัว ไก่ และเนื้อสัตว์อื่น ๆ ก็นิยมตามความชอบ และฐานะ สาหรับอาหารทะเลใช้ปรุงอาหาร น้อยที่สุด เพราะนอกจากจะหายากแล้วยังมีราคาแพงอีกด้วย เป็นดินแดนที่แห้งแล้งกันดารที่สุดของประเทศไทย บทเพลงของดินแดนอีสานจึงมักบรรยายถึงความ ทุกข์ยากแสนเข็ญ นาแล้ง ข้าวกล้าเก็บเกี่ยวได้ไม่พอกิน หลาย ๆ ครอบครัวจึงต้องทิ้งเมีย ทิ้งลูก มุ่งหน้ามา เป็นกรรมกรขายแรงงานในเมือง แม้ว่าอีสานจะอดอยากเพียงไร ชาวบ้านก็ต้องดิ้นรนหาอาหารเพื่อดารงชีวิต กันต่อไป อาหารพื้นเมืองของชาวบ้านแถบอีสานจึงมีอาหาร พวกแมลงหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น จิ้งหรีด มดแดง ตั๊กแตน จักจั่น ดักแด้ แมงกุดจี่ แมงกินูน ฯลฯ แม้ว่า หลาย ๆ คนได้ยินแล้วเกิดความรู้สึกแตกต่างกันไป แต่ แมลงเหล่านี้คือแหล่งโปรตีนที่หล่อเลี้ยงชีวิตเด็ก ๆ ชาว อีสานเติบโตขึ้นมาได้ อาหารอีสานนอกจากจะมีแมลงแล้ว ยังใช้เนื้อสัตว์ที หาได้ในท้องถิ่นเป็นส่วนประกอบของอาหาร เช่น ปลา ซึ่งจะรับประทานตั้งแต่เป็นลูกปลา เรียกว่า ปลาลูก ครอก (ลูกปลาช่อน) จนปลาตัวโต กบ ก็เช่นเดียวกัน รับประทานตั้งแต่ลูกกบซึ่งเรียกว่า ฮวก คือลูกอ๊อด ที่
6.
กาลังจะกลายเป็นกบ เริ่มมีขา แต่ก็ยังมีหาง
ทางอีสานเรียกว่า ฮวก กุ้งฝอย อึ่งอ่าง ปูนา หอยโข่ง หอยขม สัตว์อื่น ๆ เท่าที่หาได้ เช่น กระต่าย หนูนา แย้ กิ้งก่า งู จนกระทั่งนกต่าง ๆ ไก่ เป็ด หมู เนื้อ บ้าง คนอีสานจะรับประทานข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก และโดยทั่วไปจะนึ่งข้าวเหนียวด้วยหวด หวด คือ ภาชนะที่เป็นรูปกรวย ทาด้วยไม่ไผ่ ซึ่งจะต้องใช้คู่กับ หม้อทรงกระบอก คนอีสานจะต้องแช่ข้าวเหนียวดิบ กับน้าพอท่วมไว้ตอนกลางคืน พอรุ่งเช้าจะนาหม้อทรงกระบอกใส่น้าตั้งไฟ กะให้น้าอยู่ต่ากว่าก้นหวด พอน้า เดือดจะสงข้าวเหนียวที่แช่ไว้ใส่หวด แล้วยกหวดวางบนหม้ออีกที หาฝาหม้อปิดข้าวเหนียวไว้ ไอน้าที่พุ่งขึ้นมา จะทาให้ข้าวเหนียวสุก และมีกลิ่นหอมของไม้ไผ่ติดมาด้วย พอข้าวเหนียวสุก ใช้ไม้พายกลับข้าวเหนียวข้างล่าง ขึ้นมาข้างบน แล้วปิดฝาไว้ ข้าวเหนียวก็จะสุกทั่วกัน ผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ผักติ้วหรือผักแต้ว จะมีรสเปรี้ยว รับประทานกับลาบ จิ้มน้าพริก รับประทานกับอาหารที่มีรสเผ็ด ยอดจิก คล้ายใบหูกวาง รับประทานกับลาบ ผักแว่น ขึ้นอยู่ในน้า รับประทานกับลาบ ก้อย น้าพริก ผักแขยง ใช้ใส่แกง ดับกลิ่นคาว แกงปลา กินกับส้มตา สายบัวเล็ก มีสีม่วง เส้นเล็ก ใช้จิ้มน้าพริก ผักชีน้า คล้ายใบขึ้นฉ่าย แต่ใบจะเล็กกว่า ผักแพว ต้นและใบมีกลิ่นหอม ใบอ่อนและกิ่งรับประทานกับลาบ ก้อย หน่อไม้รวก คือหน่อไม้ที่ขึ้นตามป่าเขา นามาเผา แล้วจึงนาไปประกอบอาหาร เห็ดป่าต่าง ๆ นิยมนามาแกง หมก อาหารไทยภาคใต้ อาหารของภาคใต้จะมีรสเผ็ดมากกว่าภาคอื่นๆ แกงที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ คือ แกงเหลือง แกงไตปลา เครื่องจิ้ม ก็คือ น้าบูดู และชาวใต้ยังนิยมนาน้าบูดูมาคลุกข้าวเรียกว่า "ข้าวยา" มีรสเค็มนาและมีผักสดหลาย ชนิดประกอบ อาหารทะเลสดของภาคใต้มีมากมาย ได้แก่ ปลา หอยนางรม และกุ้งมังกรเป็นต้น ฝักสะตอ มีลักษณะเป็นฝักยาว สีเขียวเวลารับประทานต้องปอกเปลือก แล้วแกะเม็ดออก ใช้ทั้งเม็ดหรือนามา หั่น ปรุงอาหารโดยใช้ผัดกับเนื้อสัตว์หรือใส่ในแกง นอกจากนี้ยังใช้ต้มกะทิรวมกับผักอื่นๆ หรือใช้เผาทั้งเปลือก ให้สุกแล้วแกะเม็ดออกรับประทานกับน้าพริกหรือจะใช้สดๆ โดยไม่ต้องเผาก็ได้ ถ้าต้องการเก็บไว้นานๆ ควร ดองเก็บไว้ เป็นภาคที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลมากที่สุด ลักษณะภูมิประเทศเป็นแหลมที่ยื่นลงไปในทะเล ผู้คนที่ อาศัยในดินแดนแถบนี้จึงนิยมทาการประมง เพราะมีทรัพยากรในท้องทะเลมากมาย เมื่ออาศัยอยู่ชาย ทะเล อาชีพเกี่ยวข้องกับทะเล อาหารหลักในการดารงชีวิตจึงเป็นอาหารทะเล อาหารส่วนใหญ่ของคนภาคใต้มักเกี่ยวข้องกับปลา และสิ่งอื่น ๆ จากท้องทะเล อาหารทะเลหรือ ปลา โดยธรรมชาติจะมีกลิ่นคาวจัดอาหารภาคใต้จึงไม่พ้นเครื่องเทศ โดยเฉพาะขมิ้นดูจะเป็นสิ่งที่แทบจะขาด ไม่ได้เลย เพราะช่วยในการดับกลิ่นคาวได้ดีนัก ฉะนั้นจึงจะเห็นได้ว่าอาหารปักษ์ใต้จะมีสีออกเหลือง ๆ แทบทุก อย่าง ไม่ว่าจะเป็น แกงไตปลา แกงส้ม แกงพริก ปลาทอด ไก่ทอด ก็มีขมิ้นทั้งสิ้นและมองในอีกด้านหนึ่ง คง เป็นวัฒนธรรมการกินที่ผสมผสานกลมกลืนกันระหว่างชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมในภาคใต้นั่นเอง เพราะ
7.
ชีวิตของคนภาคใต้ เกี่ยวข้องกับทะเล เมื่อออกทะเลหาอาหารมาได้มากเกินรับประทานให้หมด
ในหนึ่งมื้อได้ คนภาคใต้จึงนาอาหารที่ได้จากทะเลมาทาการถนอมอาหารเช่น ปลาขี้เสียดแห้ง คือการนาปลาสีเสียดมาใส่เกลือจนทั่วตัวปลา แล้วตากแดดให้แห้ง เก็บไว้รับประทานได้นาน น้้าบูดู ได้จากการหมักปลาตัวเล็ก ๆ กับเกลือเม็ด โดยหมักไว้ ในโอ่ง ไห หรือถังซีเมนต์ แล้วปิดฝาผนึกอย่างดี ตากแดดทิ้งไว้ 2-3 เดือน หรือเป็นปี จึงนามาใช้ได้ บูดูมีทั้งชนิดหวานและชนิด เค็ม ชนิดหวานใช้คลุกข้าวยาปักษ์ใต้ ชนิดเค็ม ใช้ปรุงอาหาร ประเภทน้าพริกเครื่องจิ้ม พุงปลา ได้จากการเอาพุงปลาทู หรือปลารัง มารีดเอาสิ่งสกปรกออก แล้วใส่เกลือหมักไว้ 1 เดือนขึ้นไป จึง นามาปรุงอาหารได้ เนื้อหนาง คือ การนาเอาหัวของวัวไปย่างไฟอ่อน ๆ จนสุกทั่วกันดี แล้วแช่น้าทิ้งไว้ 1 คืน รุ่งขึ้นขูดเอาส่วนที่ ไหม้ออกจนขาวสะอาด ดีเลาะเอาแต่เนื้อ นามาเคล้ากับเกลือ น้าตาลปีบ หมักทิ้งไว้ 2-3 คืนจึงนามาปรุง อาหารได้ เนื้อหนางอาจทาโดย ใช้เศษเนื้อปนเอ็นหมักก็ได้ อาหารปักษ์ใต้แม้จะเป็นอาหารที่อร่อย น่าลิ้มลอง แต่สิ่งหนึ่งที่ประทับใจผู้คน คือความเผ็ดร้อนของรสชาติ อาหารผู้คนในภาคใต้ นิยมรสอาหารที่เผ็ดจัด เค็ม เปรี้ยว แต่ไม่นิยมรสหวาน รสเผ็ดของอาหารปักษ์ใต้มาจาก พริกขี้หนูสด พริกขี้หนูแห้งและพริกไทย ส่วนรสเค็ม ได้จากกะปิ เกลือ รสเปรี้ยว ได้จากส้มแขก น้าส้มลูก โหนด ตะลิงปลิง ระกา มะนาว มะขามเปียก และมะขามสด เป็นต้น ผักเหนาะที่คนภาคใต้ใช้มีหลายอย่าง เช่น สะตอ เป็นผักชนิดหนึ่งทางภาคใต้ ลักษณะเป็นฝักคล้ายฝักของต้นหางนกยูง รับประทานเมล็ดที่อยู่ใน ฝัก ใช้เป็นผักเหนาะ หรือนาไป ประกอบอาหารได้หลายชนิด สะตอเบา คือต้นกระถิน รับประทานได้ทั้งยอดอ่อนและเมล็ดในฝักยอดอ่อนจะใช้เป็นผักเหนาะ ส่วน เมล็ดกระถินมักรับประทานกับข้าวยา สะตอดอง คือสะตอที่ทาให้มีรสเปรี้ยว โดยการดองกับน้าตาลและเกลือ ลูกเนียง เป็นผลของไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งในภาคใต้ ลักษณะของผลจะมีเปลือกแข็ง รับประทานเมล็ดข้าง ใน ลูกเนียงถ้ายังไม่แก่ เปลือกใน ที่ติดกับเมล็ดจะมีสีนวล เนื้อสีเหลืองนวลเช่นกัน มีรสมันและกรอบ ผลที่แก่จัดเอาไปต้มจนเนื้อเหนียว รับประทานกับมะพร้าวทึนทึกขูดผสมกับน้าตาลทราย และเกลือใช้ เป็นของขบเคี้ยวได้ ลูกเนียงหมาน คือการเอาลูกเนียงที่แก่ไปแช่น้าพอให้เปลือกแตกแล้วนาไปหมกไว้ในทราย พรมน้าให้ ชื้นทิ้งไว้สัก 2-3 วัน พอมีรากงอกออกมา เป็นใช้ได้ ลูกเนียงหมานจะมีกลิ่นฉุนและรสเฝื่อน หน่อเหรียง มีลักษณะคล้ายถั่วงอกหัวโต แต่หัวจะโตกว่าถั่วงอกและมีสีเขียว รสมัน กลิ่นฉุน ใช้เป็นผัก เหนาะ และนาไปประกอบอาหารได้หลายชนิด ยอดยาร่วง คือยอดอ่อนของต้นมะม่วงหิมพานต์ มีรสชาติฝาด ๆ เปรี้ยว ๆ ใช้เป็นผักเหนาะกับน้าพริก ต่าง ๆ ขนมจีนน้ายา และแกง ยอดปราง คือยอดอ่อนของต้นมะปราง มีรสฝาด ใช้เป็นผักเหนาะ อ้างอิงจาก http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/social03/18/2/index.html
Download