แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                          87

                                        หนวยการเรียนรูที่ 3
                               การประยุกตของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว

รายวิชาที่นํามาบูรณาการ
    ภาษาไทย ศิลปะ การงานพื้นฐานอาชีพ
1. มาตรฐานการเรียนรู
   มฐ. ค 1.1 มฐ. ค 1.2 มฐ. ค 1.3 มฐ. ค 1.4 มฐ. ค 4.2
2. ตัวชี้วัดชั้นปที่เกี่ยวของ
   2.1 ค 1.1 ม.2/
   2.2 ค 1.2 ม.2/
   2.3 ค 1.3 ม.2/
   2.4 ค 1.4 ม.2/
   2.5 ค 4.2 ม.2/
3. สาระการเรียนรูประจําหนวย
   3.1 สมการ
   3.2 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
   3.3 สมการที่สามารถลดรูปใหอยูในรูปสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
   3.4 การประยุกตในการแกสมการโจทยปญหา
   3.5 ปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิต
   3.6 ปญหาเกี่ยวกับอัตราเวลา
   3.7 ปญหาเกี่ยวกับของผสม
4. รองรอยการเรียนรู
   4.1 ผลงาน / ชิ้นงาน ไดแก
         1) การทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 1- 13 ในหนังสือเรียนแม็ค
         2) การทําแบบฝกหัด 1 -2 ในหนังสือเรียนแม็ค
         3) การทําแบบทดสอบ
   4.2 ผลการปฏิบัติงานไดแก
         1) การปฏิบัติกิจกรรมในชั้นเรียนและการใชบริการของโรงเรียนอยางเหมาะสม
         2) การมีสวนรวมในกาปฏิบัติกิจกรรมกลุม
   4.3 การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนจบหนวยการเรียนรู
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                                    88

5. แนวทางการจัดกิจกรรมในภาพรวม

                                                               แนวทางการจัดการเรียนรู
         รองรอยการเรียนรู
                                                      บทบาทครู                     บทบาทนักเรียน
 5.1 ผลงาน / ชิ้นงาน ไดแก
 1) การทํ า กิ จ กรรมตรวจสอบ            - อธิบายเนื้อหาในแตละเรื่อง                - ฝกคิดตามและรวมทํากิจกรรมในชั้น
 ความเข า ใจ 1- 13 ในหนั ง สื อ                                                    เรียน
 เรียนแม็ค
 2) การทํ า แบ บฝ ก หั ด 1 -2 ใน       - แนะการทําแบบฝกหัดและกิจกรรม              -ทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและ
 หนังสือเรียนแม็ค                       ตรวจสอบความเขาใจ                           แบบฝกหัด
 3) การทําแบบทดสอบ                      - อธิบายสรุปความคิดรวบยอดในแต              - ทํ าแบบทดสอบหน ว ยย อ ยเป น ราย
                                        ละเรื่อง                                    กลุม
 5.2 ผลการปฏิบัติงานไดแก
        1) การปฏิ บั ติ กิ จ กรรมใน - แนะนํ า วิ ธี ก ารเขี ย นแผนผั ง สรุ ป        - ให นั ก เรี ย นเขี ย นแผนผั ง ความคิ ด
 ชั้ น เรี ย นและการใช บ ริ ก ารของ ความคิ ด รวบยอดเพื่ อ สรุ ป เนื้ อ หา          ประจําหนวย
 โรงเรียนอยางเหมาะสม                ประจําหนวย
                                     - แนะนํ าให นั ก เรี ย นใช บ ริ ก ารห อ ง
                                                                         - ให นั ก เรียนไปคน ควาโจทยในห อ ง
                                     สมุดของโรงเรียนอยางเหมาะสม         สมุดโรงเรียนและหองสมุดกลุมสาระ
                                                                         การเรียนรูคณิตศาสตร
     2) การมี ส ว นร ว มในการ - แนะนํ าวิธี ก ารจัด กลุ ม และการทํ า - ให นั ก เรี ย นจั ด กลุ ม ตามที่ ค รู ม อบ
 ปฏิบัติกิจกรรมกลุม            กิจกรรมกลุม                             หมายและช ว ยกั น ทํ า กิ จ กรรมในชั้ น
                                                                         เรียน
 5.3 การทดสอบวั ด ผลสั ม ฤทธิ์ - สรุ ป เนื้ อ หาที่ สํ า คั ญ ตามแผนผั ง - ทําแบบทดสอบหลังเรียนจบ
 ทางการเรียน                    ความคิดรวบยอดประจําหนวยอีกครั้ง
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                89

                                          แผนการจัดการเรียนรูที่ 1
                                  เรื่อง การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
                                               เวลา 6 ชั่วโมง

1. เปาหมายการเรียนรู
   1.1 ผลการเรียนรู
       1) สามารถแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวได
       2) สามารถนําความรูเรื่องการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวมาใชในการแกปญหาตางๆ ไดอยางถูกตองและ
เหมาะสม
       3) ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได
   1.2 จุดประสงคการเรียนรู
       1) อธิบายสมบัติพ้นฐานของการเทากันไดอยางถูกตอง
                        ื
       2) สามารถแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวไดอยางถูกตองและรวดเร็ว
       3) สามารถหาคําตอบของสมการที่สามารถลดรูปใหอยูในสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวได
       4) ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได

2. สาระสําคัญ
    2.1 สาระการเรียนรู
        1) สมบัติพื้นฐานของการเทากัน
        2) การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
        3) สมการที่สามารถลดรูปใหอยูในรูปสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
    2.2 ทักษะ/ กระบวนการ
        การคิดคํานวณ
    2.3 ทักษะการคิด
        ทั กษะการคิดจัดลําดับความ ทั กษะการคิดสรุปความ ทักษะการคิด เปรียบเที ยบ ทั กษะการคิดเชื่อมโยง
ทักษะการคิดสํารวจ ทักษะการคิดคํานวณ ทักษะการสังเกต
3. รองรอยการเรียนรู
   3.1 ผลงาน / ชิ้นงาน
       1) พฤติกรรมการเรียน
       2) พฤติกรรมการทํางานกลุม
       3) การทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 1-6 และแบบฝกหัด 1
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                                      90

    3.2 กระบวนการขั้นตอนการปฏิบัติงาน
          1) จัดกลุม กลุมละ 3 คน
         2) เลือกหัวหนากลุม
         3) หัวหนากลุมแบงงาน
         4) รวมกันจัดทําบัตรกิจกรรม
          5) นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน
         6) รวมกันทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ
        7) สงงาน
    3.4 พฤติกรรมตามคุณลักษณะพึงประสงค
        1) ใหความรวมมือในการทํางานกลุม
        2) มีความละเอียดรอบคอบและรับผิดชอบในการทํางาน
   3.5 ความรูความเขาใจ
        นักเรียนเขาใจวิธีการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
4. แนวทางการวัดและประเมินผล
         เกณฑขั้นต่ํา
         4.1 ไดระดับ “ พอใช ” ขึ้นไป
         4.2 ไดระดับ “ ดี ” ขึ้นไป
         4.3 ทําได 80 % ขึ้นไป
         การสรุปผลการประเมิน
         ตองผานเกณฑขั้นต่ําทั้ง 3 รายการ
5. กิจกรรมการเรียนการสอน
    5.1 ขั้นนํา
         ชั่วโมงที่ 1 สมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
         ครูและนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับเรื่องของสมการเชิงเสนที่เคยเรียนมาแลวในชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โดยการยก
ตัวอยางโจทย แลวใหนักเรียนหาคําตอบ
         ชั่วโมงที่ 2 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
         ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับความหมายของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว และยกตัวอยางใหนักเรียนชวยกัน
หาคําตอบ หรือสุมใหนักเรียนยกตัวอยางสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว และทบทวนเรื่องของสมบัติการเทากัน
         ชั่วโมงที่ 3 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว (ตอ)
         ครูส นทนากั บ นั ก เรีย นเกี่ ย วกับ เรื่อ งของการแก ส มการเชิ งเส น ตั ว แปรเดี ยวโยการใช ส มบั ติ ก ารเท ากัน ที่
นักเรียนไดเรียนมาแลวเปนการทบทวนหรือยกตัวอยางโจทยแลวใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                              91

       ชั่วโมงที่ 4 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว (ตอ)
       ครูท บทวนการแก สมการโดยใช ส มบั ติ ก ารเท ากั น ที่ เรียนมาแล ว โดยการตั้ งโจทยให นั ก เรียนช วยกั น หา
คําตอบ เชน
       1) 2(x + 6) = 15x + 8
       2) 3(2 - x ) -3x = 20
       ชั่วโมงที่ 5 สมการที่ลดรูปใหอยูในรูปสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
       ครูสนทนากับนักเรียนในเรื่องของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวที่นกเรียนเรียนผานมาแลว
                                                                      ั
       ชั่วโมงที่ 6 สมการที่ลดรูปใหอยูในรูปสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว (ตอ)
       ครูใหนักเรียนนําเสนอผลงานของตัวเองที่ไปศึกษาคนควาจากหองสมุดโดยการสุมหรือขออาสาสมัคร

    5.2 ขั้นสอน
                                กิจกรรมการเรียนการสอน                                             ฝกการคิดแบบ
 ชั่วโมงที่ 1 สมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
 1. ครูและนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับเรื่องของสมการเชิงเสนที่เคยเรียนมาแลวในชั้นมัธยม            ทักษะการคิดจัดลําดับ
     ศึกษาปที่ 1 โดยการยกตัวอยางโจทย แลวใหนกเรียนหาคําตอบ
                                                 ั                                            ความ
 2. ครู เขี ย นประโยคสั ญ ลั ก ษณ บ นกระดานแล ว ให นั ก เรี ย นช ว ยกั น ตอบว า ประโยค   ทักษะการสังเกต
     สัญลักษณในขอใดบางเปนสมการ
     1) 3x + 5 = 6                        2) x2 − 9 = 0
     3) 2x + 3y = 12                     4) 2x + 6 ≠ 12
     5) x2 + y2 = 16                     6) x − 6 = 12
     7) x2 + y2 > 16                     8) x2 − 6 < 12
     จากการพิจารณาจะไดวา ประโยคสัญลักษณในขอ 1, 2, 3, 5 และ 6 เปนสมการ
 3. ใหนกเรียนชวยกันสรุปความหมายของสมการจากการตอบคําถามของนักเรียน
          ั                                                                                   ทักษะการคิดสรุปความ
      ขางตนดังนี้

         สมการ เปนประโยคสัญลักษณที่แสดงความสัมพันธที่เทากัน ทั้ง
                ประโยคสัญลักษณนั้นอาจมีตัวแปรหรือไมมีตัวแปรก็ได

 4. ครูสนทนาซักถามกับนักเรียนเกี่ยวกับสมการที่มีตัวแปร เชน ขอ 1, 2, 3, 5 และ 6              ทักษะการคิดเปรียบ
    สามารถบอกไดหรือไมวาสมการดังกลาวเปนจริงหรือเปนเท็จ แลวทําอยางไรถึงจะ               เทียบ
    ทราบไดสมการนั้นเปนจริง (ไมสามารถบอกได จนกวาจะแทนตัวแปรดวยคาคงตัว
    จึงจะสามารถบอกไดวาสมการนั้นเปนจริงหรือเปนเท็จ)
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                            92

                                 กิจกรรมการเรียนการสอน                                              ฝกการคิดแบบ
 5. ครูถามถึงสมบัติของการเทากันที่นกเรียนรูจักวามีอะไรบางกอนที่จะแนะนําให ทักษะการคิดเชื่อมโยง
                                            ั
     นักเรียนเรียนรูจัก โดยการเขียนบนกระดานดังนี้
    สมบัติพื้นฐานของการเทากัน
    ถา a, b และ c เปนจํานวนจริงใดๆ แลว
        1) a = a สมบัติการสะทอน
        2) ถา a = b แลว b = a สมบัติการสมมาตร
        3) ถา a = b และ b = c แลว a = c สมบัติการถายทอด
        4) ถ า a = b แลว อาจแทนตั วใดตั ว หนึ่ งดวยอี ก ตั วหนึ่ งโดยไม ทํ าให ค า
            ความจริงของประโยคนั้นเปลี่ยนไป หลักการแทนที่
 6. ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับสมบัติการเทากันขางตนวาเปนจริงเสมอหรือไม เมื่อใช ทักษะการคิดคํานวณ
    สัญลักษณการเทากัน (เปนจริงเสมอ)
 7. ครู ส นทนากั บ นั ก เรี ย นเกี่ ย วกั บ สมบั ติ ก ารเท า กั น นี้ จ ะใช ไ ด ต ลอดกั บ วิ ช า
    คณิตศาสตร เชนการใชสมบัติการสมมาตร เราอาจเปลี่ยนสมาชิกขางซายและ
    ขางขวาของสมการก็ได ครูเขียนบนกระดานใหนักเรียนชวยกันสังเกต
             5 = 2x + 3 แลว 2x + 3 = 5
    ใชสมบัติการถายทอดไดดังนี้
                 3x + 4x = (3 + 4 ) x และ (3 + 4) x = 7x
 8. ครูใหนกเรียนยกตัวอยางโจทยที่เกี่ยวกับสมบัติการเทากัน พรอมระบุดวยวาตรง
               ั
    ตามสมบัติความเทากันขอใด
 9. ครูใหนกเรียนพิจารณาสมการตอไปนี้วามีลักษณะอยางไร
             ั
   1) 2x + 3 = 12
   2) 5x + 6 = 7
   3) 5y − 2 = 20
    4) 8y = 16
       2
    5) 5 x − 6 = 12
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                           93

                           กิจกรรมการเรียนการสอน                             ฝกการคิดแบบ
 10. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปลักษณะของสมการจากพิจารณาขางตนโดยการซัก ทักษะการคิดสรุปความ
     ถามจนไดวา ตัวแปรในแตละสมการจะมีเพียงตัวเดียวเทานั้น และลักษณะดัง
     กลาวคือลักษณะของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว ครูเขียนไวบนกระดานดังนี้

          สมการเชิงเสนตัวแปรเดียว คือ สมการที่สามารถจัดใหอยูในรูป
                                   ax + b = 0 , a ≠ 0
                                   เมื่อ a และ b เปนคาคงตัว x เปนตัวแปร

 11. ครูแนะนําขอสังเกตเกี่ยวกับสมการเชิงเสนใหนักเรียน ดังนี้               ทักษะการสังเกต

          ขอสังเกต สมการเชิงเสนตัวแปรเดียวจะมีตัวแปรเพียงตัวเดียวเทานั้น
                    และเลขชี้กําลังของตัวแปรเปนหนึ่ง

12. ครูใหนกเรียนทํากิจกรรมชวยเขียนฉันหนอย
             ั                                                                ทักษะการคิดสํารวจ
    กิจกรรมชวยเขียนฉันหนอย
    1) ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5 คน
    2) ใหแตละกลุมเขียนสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวภายในเวลาที่กําหนด
    3) ครูใหนกเรียนแตละกลุมออกมานําเสนอจํานวนสมการเชิงเสนที่กลุมตัวเอง
               ั
        เขียน
    4) ครูและนักเรียนกลุมอื่นชวยกันนับจํานวนสมการเชิงเสนที่เขียนได
    5) ครูสรุปผลการแขงขัน ใหรางวัลกับกลุมที่ชนะ
13. ครูเขียนสมการบนกระดานใหนักเรียนชวยกันหาคาของตัวแปร เชน                ทักษะการคิดคํานวณ
    1) 2x + 5 = 11
    2) 8x − 3 = 9
14. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการแทนคาของตัวแปรดวยจํานวนใดๆ แลวทํา       ทักษะการสังเกต
    ใหสมการเปนจริง จะเรียกคําตอบหรือรากของสมการนั่นเอง แตถานําคาคงตัว
    มาแทนในสมการแลวสมการเปนเท็จแสดงวา คาคงตัวนั้นไมใชคําตอบของ
     สมการ
15. ครูแนะนํานักเรียนเกี่ยวกับการแกสมการจะตองอาศัยสมบัติการเทากัน          ทักษะการคิดคํานวณ
   (ครูเขียนบนกระดานพรอมอธิบายและยกตัวอยาง) ดังนี้
         สําหรับจํานวนจริง a, b และ c ใดๆ
         1) ถา a = b แลว a + c = b + c สมบัติการบวก
           2) ถา a = b แลว a - c = b - c สมบัติการลบ
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                   94

                                   กิจกรรมการเรียนการสอน                             ฝกการคิดแบบ
             3) ถา a = b แลว a ×c = b × c สมบัติการคูณ
                                 a b
            4) ถา a = b แลวc = , c ≠ 0 สมบัติการหาร
                                       c
 16. ครูยกตัวอยางสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวแลวใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ       ทักษะการสังเกต
       ตัวอยาง จงหาวาสมการในขอใดเปนสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
                1) 2x - 5 = 12
                2) 3x - 4y = 4
                3) 4x2 - 25 = 0
                4) x2 + y2 = 16
 17. ครูแนะนําวิธีทําใหนักเรียนกอน 1 ขอ และใหนักเรียนทําในขอที่เหลือ      ทักษะการคิดจัดลําดับความ
       วิธีทํา 1) เนื่องจาก 2x - 5 = 12 สามารถจัดใหอยูในรูปของ ax + b = 0
                   ไดเปน 2x + (-5) - 12 = 0 หรือ 2x + (-17) = 0
                    ดังนั้น 2x - 5 = 12 เปนสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
 18. ครูซักถามนักเรียนถึงคําตอบที่เหลือ โดยสุมถามนักเรียนทีละคน               ทักษะการคิดสํารวจ
 19. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 1 โดยครูเดินตรวจสอบความ
      เขาใจในการทํากิจกรรมของนักเรียน
 ชั่วโมงที่ 2 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับความหมายของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว และ
    ยกตัวอยางใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ หรือสุมใหนักเรียนยกตัวอยางสมการ
    เชิงเสนตัวแปรเดียว และทบทวนเรื่องของสมบัติการเทากัน
 2. ครูใหนักเรียนพิจารณาการหาผลบวกหรือผลลบตอไปนี้บนกระดาน
                      2x + 3x = (2 + 3)x           (ใชสมบัติการแจกแจง)
                               = 5x                  (หาผลบวกในวงเล็บ)
                     7x - 3x = (7 - 3)x            (ใชสมบัติการแจกแจง)
                               = 54x                 (หาผลบวกในวงเล็บ)
 3. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว บางครั้งตองใช
     สมบัติการแจกแจงเพื่อดึงตัวรวมแลวหาผลบวกหรือผลลบในวงเล็บดังตัวอยาง
     ขางตน
 4. ครูยกตัวอยางใหนักเรียนพิจารณาและชวยกันหาคําตอบ โดยครูเปนผูซักถาม
     ดังนี้
     ตัวอยาง จงแกสมการ 3x + 5 = 17 และตรวจคําตอบ
     วิธีทํา                    3x + 5 = 17
                   นํา 5 มาลบทั้งสองขางของสมการ
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                              95

                                   กิจกรรมการเรียนการสอน                              ฝกการคิดแบบ
                           3x + 5 - 5 = 17 - 5
                                   3x = 12
            นํา 3 หารทั้งสองขางของสมการ
                                     x=4
     ตรวจสอบ แทน x ดวย 4 ในสมการ 3x + 5 = 17
                                              3(4) + 5 = 17
                                               12 + 5 = 17
                                                   17 = 17
           ดังนั้น คําตอบของสมการคือ 4
 5. ครูยกตัวอยางการแกสมการเชิงเสนที่เปนเศษสวนใหนักเรียนพิจารณาวิธีการหาคํา   ทักษะการสังเกต
    ตอบ ดังนี้
   ตัวอยาง จงแกสมการ 2 x − 3 = 12 และตรวจสอบคําตอบ
                              3       6
   วิธทํา
      ี                       2 x − 3 = 12
                              3      6
                                           2        3
            หา ค.ร.น. ของตัวสวนของ 3 และ 6 คือ 6
            นํา 6 คูณทั้งสองขางของสมการ จะได
                         6( 2 ) x − 6( 3 ) = 6(12)
                            3           6
                                   4x − 3 = 72
            นํา 3 บวกทั้งสองขางของสมการ
                              4x − 3 + 3 = 72 + 3
                                      4x = 75
            นํา 4 หารทั้งสองขางของสมการ
                                           75
                                       x= 4
     ตรวจสอบ แทน x ดวย 75 ในสมการ 2 x − 3 = 12
                                   4               3     6
                                            ⎛ 2 ⎞ 75 3
                                            ⎜ ⎟ −         = 12
                                            ⎝3⎠ 4 6
                                                 25 3
                                                   −
                                                 2 6
                                                          = 12
                                                     12 = 12
              ดังนั้น คําตอบของสมการคือ 754
 6. ใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 2 โดยครูอาจแบงนักเรียนชายและ นัก
    เรียนหญิงทําคนละขอ แลวเปลี่ยนกันตรวจโดยครูใหออกมาแสดงวิธีทําหนาชั้นเรียน
    7. ครูกําหนดโจทยการแกสมการใหนักเรียนทําอีก 5 ขอ เปนการบานโดยครู กําหนด
      วันและเวลาสง
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                       96

                                    กิจกรรมการเรียนการสอน                                  ฝกการคิดแบบ
 ชั่วโมงที่ 3 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว (ตอ)
 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องของการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวโดยการใช       ทักษะการคิดจัดลําดับ
     สมบัติการเทากันที่นักเรียนไดเรียนมาแลวเปนการทบทวนหรือยกตัวอยางโจทยแลว      ความ
     ใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ
 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวที่ยากขึ้นกวาที่เรียน
                                                                                       ทักษะการสังเกต
     มาโดยการยกตัวอยางแลวใหนักเรียนชวยกันเสนอแนะวิธีการหาคําตอบไดอยางไร
     และนําสมบัติการเทากันขอใดมาใชในการหาคําตอบ และตรวจคําตอบบาง
     ตัวอยาง จงแกสมการ 4x − 3(2x − 4 ) = 4(x + 3) − 10 และตรวจสอบคําตอบ
     วิธีทํา       4x − 3(2x − 4 ) = 4(x + 3) − 10
                   4x − 6x + 12 = 4x + 12 − 10 (ใชสมบัติการแจกแจงเพื่อถอด
                                                     วงเล็บ)
                        −2x + 12 = 4x + 2           (จัดกลุมและดึงตัวรวม)
                            12 − 2 = 4x + 2x              (นํา 2x บวกทั้งสองขาง และ
                                                             นํา 2 ลบ ทั้งสองขาง)
                            10 = 6x               (จัดกลุมและดึงตัวรวม x)
                  หรือ        6x = 10             (สมบัติการสมมาตร)
                                x = 10 = 5
                                       6     3
    ตรวจคําตอบ แทน x ดวย 3      5 ในสมการ 4x − 3(2x − 4 ) = 4(x + 3) − 10
                                                               5
                             4( 5 ) − 3{2 ( 5 ) − 4} = 4( 3 + 3) − 10
                                3           3
                                     20 − 3( 10 − 4) = 4(14 ) − 10
                                      3       3 2             3
                                       20                   56       30
                                        3 − 3(− 3 ) = 3 − 3
                                              20 + 6 = 26
                                               3 3         3
                                                   26 = 26
                                                   3        3
     คําตอบของสมการขางซายและขางขวาของสมการเทากัน สมการจึงเปนจริง
                ดังนั้น คําตอบของสมการ คือ 5    3
 3. ครูยกตัวอยางในลักษณะเดียวกัน 2-3 ตัวอยาง เพื่อตรวจดูความเขาใจของ                ทักษะการคิดคํานวณ
      นักเรียน เชน
     1) จงแกสมการ 4(x + 6) − 2x = 5x + 3(x − 6) และตรวจคําตอบ
     2) จงแกสมการ 2(x − 5) − (6x + 1) = 8 − 2(x + 5) และตรวจคําตอบ
 4. ใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 3 โดยครูคอยใหคําแนะนํา
            ั                                                                          ทักษะการคิดจัดลําดับ
                                                                                       ความ
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                97

                                        กิจกรรมการเรียนการสอน                           ฝกการคิดแบบ
 5. นักเรียนและครูชวยกันสรุปวิธการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
                                        ี                                           ทักษะการสังเกต
 ชั่วโมงที่ 4 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว (ตอ)
 1. ครูทบทวนการแกสมการโดยการใชสมบัติการเทากันที่เรียนมาแลวโดยการตั้งโจทย
     ใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ เชน
     1) 2(x + 6) = 15x + 8
     2) 3(2 − x ) − 3x = 20
 2. ครูยกตัวอยางใหนักเรียนชวยกันพิจารณาและเสนอแนะวิธีการหาคําตอบและตรวจ          ทักษะการสังเกต
      คําตอบไดอยางไร
     ตัวอยาง จงแกสมการ x + 2 + x = 5 และตรวจสอบคําตอบ
                                      3       4    6
     วิธีทํา หา ค.ร.น. ของตัวสวนของเศษสวน
                ค.ร.น. ของ 3, 4 และ 6 คือ 12 นํา 12 คูณทั้งสองขางของสมการ จะได
                    12( x + 2 + x ) = 12( 5 )
                          3       4           6
                12( 3x + 2 ) + 12( x ) = 10
                                   4
                       4(x + 2) + 3x = 10
                         4x + 8 + 3x = 10
                               7x + 8 = 10
                                   7x = 2
                                    x= 7  2
                 คําตอบของสมการ คือ 7       2
 3. ครูใหนักเรียนแสดงการตรวจคําตอบเอง โดยครูเดินตรวจสอบความถูกตองหรือสุม
     ใหนักเรียนออกมาแสดงการตรวจคําตอบหนาชั้นเรียน
 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 4 โดยครูคอยแนะนําและตรวจสอบ
 ความถูกตอง
 5. ครูใหนักเรียนตั้งโจทยสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวแบบตางๆ คนละ 2 ขอ แลวแสดงวิธี
     ทําลงในสมุด
 6. ครูใหนกเรียนเขียนโจทยของตัวเองใสในกระดาษแลวมวนเปนฉลากมาใสแกวหนา
              ั
     หองใหนักเรียนสงตัวแทนมาจับออกมาจับฉลากที่ทําไว 15 คน แลวเขียนโจทยบน
     กระดานใหนักเรียนทําสงเปนการบาน โดยครูกําหนดวันและเวลาสง
 ชั่วโมงที่ 5 สมการที่ลดรูปใหอยูในรูปสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
 1. ครูสนทนากับนักเรียนในเรื่องของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวที่เรียนผานมาแลว
 2. ครูแนะนํานักเรียนเกี่ยวกับลักษณะของสมการบางสมการที่มีตัวแปรอยูที่ตัวสวน
     สามารถที่จะแปลงเปนสมการเชิงเสนได โดยใชกระบวนการดังตอไปนี้ ครูยก
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                            98

                                   กิจกรรมการเรียนการสอน                            ฝกการคิดแบบ
   ตัวอยางใหนักเรียนสังเกตวิธีการหาคําตอบ
   ตัวอยาง จงแกสมการ 2x3x 4 − 2 = 21−−6x และตรวจสอบคําตอบ
                                   −         3x 6
                               3x             21− 6x
   วิธีทํา                   2x − 4 − 2 = 3x − 6 , x ≠ 2
           เนื่องจาก              2x − 4 = 2(x − 2) และ 3x − 6 = 3 (x − 2)
           ค.ร.น. ของตัวสวนคือ 6(x − 2)
           นํา 6(x − 2) คูณทั้งสองขางของสมการ จะได
                                                         21 − 6x
                6(x − 2) 2(x3x 2) − 6(x − 2)2 = 6(x − 2) 3(x − 2)
                             −
                       6( 2 ) − 6(x − 2) 2 = 6( 21 − 6 x )
                          3x
                                                     3
                               9x − 12x + 24 = 42 − 12x
                                  − 3x + 24 = 42 − 12x
                                           9x = 18
                                   จะได x = 2
                แตเนื่องจาก x ≠ 2 ดังนั้น สมการนี้ไมมีคําตอบ
 3. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 5 โดยครูคอยใหคําแนะนําสําหรับ
     นักเรียนที่ทาไมได
                 ํ
 4. ใหนักเรียนไปศึกษาตัวอยางในหนังสือคูมือในหองสมุด และสรุปขอที่นาสนใจมาสง
     ครูในชั่วโมงหนา
 ชั่วโมงที่ 6 สมการที่สามารถลดรูปใหอยูในรูปสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
 1. ครูใหนักเรียนนําเสนอผลงานของตัวเองที่ไปศึกษาคนควาจากหองสมุดโดยการสุม
 หรือขออาสาสมัคร
 2. ครูยกตัวอยางใหนักเรียนชวยกันศึกษาวิธีการหาคําตอบ
     ตัวอยาง เมื่อกําหนด P เปนตัวแปรใน A = P + Prt จงหา P
     วิธทํา A = P +Prt
        ี
              ดังนั้น A = P(1 + rt) (ใชสมบัติการแจกแจงและดึงตัวประกอบรวม)
                     A =P           (นํา 1 + rt หารทั้งสองขางของสมการ)
                   1 + rt
              นั่นคือ P = A         (สมบัติสมมาตร)
                      1 + rt

 3. ครูยกตัวอยาง 2-3 ตัวอยางเพื่อตรวจดูความเขาใจของนักเรียน                 ทักษะการสังเกต
 4. ใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 6 โดยครูเดินตรวจทั้งหองและคอยใหคํา ทักษะการคิดคํานวณ
         ั
    แนะนํากับนักเรียนที่ทําไมได
 5. นักเรียนและครูรวมกันสรุปวิธีการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว                ทักษะการคิดสรุปความ
 6. ใหนกเรียนทําแบบฝกหัด 1 เปนการบานโดยครูกําหนดวันและเวลาสง
           ั
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                             99

     5.3 ขั้นสรุป
         ครูใหนักเรียนชวยกันสรุปความหมายของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว ลักษณะของสมการเชิงเสนตัวแปร
เดียว วิธีการหาคําตอบของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว วิธีการตรวจคําตอบของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
          สมการเชิงเสนตัวแปรเดียว คือ สมการที่สามารถจัดใหอยูในรูป ax + b = 0 , a ≠ 0 เมื่อ a และ b เปน
คาคงตัว x เปนตัวแปร
          ขอสังเกต สมการเชิงเสนตัวแปรเดียวจะมีตัวแปรเพียงตัวเดียวเทานั้นและเลขชี้กําลังของตัวแปรเปนหนึ่ง

6. สื่อการเรียนรู / แหลงการเรียนรู
     6.1 สื่อการเรียนรู
         - หนังสือเรียนแม็ค
         - กระดาษสําหรับทําฉลากคําถาม
         - แกวหรือกระปองใสฉลาก
     6.2 แหลงการเรียนรู
         - หองสมุดโรงเรียน หองสมุดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
         - หนังสือเรียนแม็ค
7. กิจกรรมเสนอแนะ
     7.1 กิจกรรมสงเสริมการคิดเชิงวิเคราะห
          ขั้นรวบรวมขอมูล
          ครูมอบหมายใหนักเรียนคนหา / คิด ประโยค ขึ้นมาคนละ 5 ประโยค แตละประโยคตองไมซํากัน          ้
         ขั้นวิเคราะห
          ใหนักเรียนแตละคนวิเคราะหวาประโยคที่คนหา / คิดขึ้นมานั้นเปนสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวหรือไม เพราะ
เหตุใด ใหนักเรียนใหเหตุผล
         ขั้นสรุป
         ครูตรวจสอบผลงานของนักเรียนแตละคนพรอมใหขอเสนอแนะ แลวใหหัวหนาหองรวบรวมงานทั้งหมดจัด
ทําเปนรูปเลมรายงาน
         ขั้นประยุกตใช
         ใหนกเรียนคัดเลือกประโยคที่นาสนใจมาจัดบอรดใหความรูเรื่องสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
               ั                          
     7.2 กิจกรรมการบูรณาการ
         ครูสามารถบูรณาการการเรียนกับกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ศิลปะ โดยการกําหนดภาระงานใหนักเรียน
 เขียนการตูนเกี่ยวกับเรื่องที่ไปอาน โดยใหมีความรูเกี่ยวกับเรื่องการแกโจทยปญหาตางๆ ที่เรียนมาแลว พรอมตั้งโจทย
 เปนแบบฝกหัดและมีเฉลยดวย
                                            ภาระงาน “การเขียนการตูนความรู”
ผลการเรียนรู                   ใชกระบวนการการเขียนสื่อความหมายเรื่องราวจากภาพที่สรางสรรค
ผลงานที่ตองการ
                               หนังสือการตูนที่มีความรูเกี่ยวกับการแกโจทยปญหาสมการ
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                    100

ขั้นตอนการทํางาน              1.   ออกแบบลักษณะโครงเรื่อง
                              2.   ออกแบบรูปเลม
                              3.   วาดภาพและเขียนเรื่องตามที่วางแผนไว
                              4.   ระบายสีใหสวยงาม
                              5.   ตกแตงรูปเลมใหสวยงาม
                              6.   แลกเปลี่ยนผลงานกับเพื่อนเพื่อนําขอคิดเห็นมาปรับปรุง
                              7.   นําผลงานที่ไดไปสงครูและนําไปขยายผลสรางความรูใหกบเพื่อนๆ และนองๆ
                                                                                        ั
เกณฑการประเมิน               1.   ความสวยงามของเลมการตูน
                              2.   ความนาสนใจ
                              3.   ความเรียบรอยและความประณีต
                              4.   เนื้อหาถูกตองครบถวน
                              5.   ความเหมาะสมของภาษาและความสละสลวย

8. บันทึกหลังสอน
                                                    บันทึกหลังสอน
                                    (บันทึกเฉพาะประเด็นที่มีขอมูลสารสนเทศชัดเจน)
      ประเด็นการบันทึก                         จุดเดน                          จุดที่ควรปรับปรุง
1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู

2. การใชสื่อการเรียนรู

3. การประเมินผลการเรียนรู

4. การบรรลุผลการเรียนรูของ
ผูเรียน
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                                                                                           101

บันทึกเพิ่มเติม
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

                                                                                                          ลงชื่อ ............................................................ ผูสอน

บันทึกความเห็นของผูตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
                                                                                                          ลงชื่อ .......................................................................
                                                                                                           ตําแหนง ..................................................................
9. ใบความรู ใบงาน และเครื่องมือวัดผล
     กิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและแบฝกหัดในหนังสือเรียน
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                                                                                102

    แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน
                           แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายบุคคลวิชาคณิตศาสตร
       ชื่อนักเรียน .............................. ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน ................................ ป ....................
       ครั้งที่ ................................................................. ผูสังเกต ......................................................................
                                                                                               ระดับการประเมิน
            หัวขอการประเมิน
                                                                  ดีมาก                  ดี             พอใช                     ควรปรับปรุง
 ความสนใจ
 การตอบคําถาม
 การทํากิจกรรมหนาชั้นเรียน
 การใชความรูทักษะ/กระบวนการทาง
 คณิตศาสตรในการแกปญหาใน
 สถานการณตางๆ
 ความสามารถในการใชภาษาและสื่อ
 ลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร
 สื่อความหมาย

แบบประเมินพฤติกรรมการทํางาน


                                                        แบบประเมินพฤติกรรมการทํางาน
          ชื่อนักเรียน.............................. ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน ................................. ป ....................
            ครั้งที่ .............................................................. ผูสังเกต ......................................................................

                                                                                           ระดับการประเมิน
       หัวขอการประเมิน
                                                   ดีมาก                   ดี              ปานกลาง                    นอย                    นอยมาก
 การวงแผน
 การกําหนดการปฏิบัติงาน
 มีขั้นตอนชัดเจน
 การปฏิบัติตามขั้นตอนที่
 กําหนด
 ความคิดสรางสรรค
 ผลการทํางาน
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                           103

                                          แผนการจัดการเรียนรูที่ 2
                                เรื่อง การแกโจทยสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
                                               เวลา 6 ชั่วโมง

  1. เปาหมายการเรียนรู
      1.1 ผลการเรียนรู
           1) สามารถแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวได
           2) ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได
      1.2 จุดประสงคการเรียนรู
           1) วิเคราะหแบบรูปที่กาหนดให และเขียนความสัมพันธจากแบบรูปที่กําหนดใหโดยใชตัวแปรได
                                  ํ
           2) ระบุจํานวนที่เปนคําตอบของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวได
           3) เขียนสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวแทนสถานการณหรือปญหาอยางงายได
           4) สามารถหาคําตอบของการแกโจทยปญหาสมการได
           5) ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได
  2. สาระสําคัญ
      2.1 สาระการเรียนรู
           1) กลยุทธในการแกสมการโจทยปญหา
           2) ปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิต
           3) ปญหาเกี่ยวกับอัตรา - เวลา
           4) ปญหาเกี่ยวกับของผสม
      2.2 ทักษะ/ กระบวนการ
           การคิดคํานวณ
      2.3 ทักษะการคิด
           ทักษะการคิดจัดลําดับความ ทักษะการคิดสรุปความ ทักษะการคิดเชื่อมโยง ทักษะการคิดสํารวจ ทักษะการ
  คิดตีความ ทักษะการคิดคํานวณ ทักษะการสังเกต ทักษะการคิดเปรียบเทียบ
3. รองรอยการเรียนรู
   3.1 ผลงาน / ชิ้นงาน
        1) พฤติกรรมการเรียน
        2) พฤติกรรมการทํางานกลุม
        3) การทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 8 - 13 และแบบฝกหัดที่ 2
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                                     104

     3.2 กระบวนการขั้นตอนการปฏิบัติงาน
         1) จัดกลุม กลุมละ 3 คน
         2) เลือกหัวหนากลุม
         3) หัวหนากลุมแบงงาน
         4) รวมกันจัดทําบัตรกิจกรรม
         5) นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน
         6) รวมกันทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ
         7) สงงาน
    3.3 พฤติกรรมตามคุณลักษณะพึงประสงค
         1) ใหความรวมมือในการทํางานกลุม
         2) มีความละเอียดรอบคอบและรับผิดชอบในการทํางาน
    3.4 ความรูความเขาใจ
         นักเรียนเขาใจความหมายสมบัติของเสนขนานและเงื่อนไขที่ทําใหเสนตรงสองเสนขนานกัน
     4. แนวทางการวัดและประเมินผล
         เกณฑขั้นต่ํา
         4.4 ไดระดับ “ พอใช ” ขึ้นไป
         4.5 ไดระดับ “ ดี ” ขึ้นไป
         4.6 ทําได 80 % ขึ้นไป
         การสรุปผลการประเมิน
         ตองผานเกณฑข้นต่ําทั้ง 3 รายการ
                              ั
5. กิจกรรมการเรียนการสอน
     5.1 ขั้นนํา
         ชั่วโมงที่ 1 กลยุทธในการแกสมการ
         ครูทบทวนการแกสมการเชิงเสนที่เรียนมาแลวโดยการตั้งโจทยใหนักเรียนแขงกันหาคําตอบ
         ชั่วโมงที่ 2 ปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิต
          ครู ให นั ก เรี ย นออกมานํ าเสนอตั ว อยางที่ ไ ปค น คว าเกี่ ย วกั บ โจทย ป ญ หาสมการเชิ งเส น ตั ว แปรเดี ย วใน
ชั่วโมงที่แลว
         ชั่วโมงที่ 3 ปญหาเกี่ยวกับอัตรา - เวลา
          ครูทบทวนวิธีการแกปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิตที่เรียนมาแลวและสนทนาเกี่ยวกับเรื่องของอัตรา
และเวลาตางๆ ที่นักเรียนเคยพบมาแลว
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                105

             ชั่วโมงที่ 4 การแกโจทยปญหาเกี่ยวกับอัตรา - เวลา
            ครูทบทวนการแกโจทยปญหาสมการเกี่ยวกับอัตรา – เวลา โดยการติดแถบโจทยปญหาแลวใหนักเรียนชวย
กันหาคําตอบ
           ชั่วโมงที่ 5 การแกโจทยปญหาเกี่ยวกับอัตรา – เวลา (ตอ)
           ครูทบทวนการใชสมการแกโจทยปญหาเกี่ยวกับอัตราและเวลา โดยการถามตอบ
           ชั่วโมงที่ 6 การแกปญหาของผสม
            ครูทบทวนเกี่ยวกับการแกโจทยปญหาในเรื่องตางๆ ที่เรียนมาแลวโดยการสนทนาถามตอบ
     5.2 ขั้นสอน
                                 กิจกรรมการเรียนการสอน                                  ฝกการคิดแบบ
 ชั่วโมงที่ 1 กลยุทธในการแกสมการ
 1. ครูทบทวนการแกสมการเชิงเสนที่เรียนมาแลวโดยการตั้งโจทยใหนกเรียนแขง ทักษะการคิดจัดลําดับความ
                                                                      ั
     กันหาคําตอบ
 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการแกโจทยปญหาวานักเรียนทําไมถึงหาคําตอบ
     ไมถูกตองหรือทําไมไดเพราะอะไร
 3. ครูนําเสนอปญหาเกี่ยวกับสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวใหนกเรียนชวยกันหา
                                                                ั
      คําตอบ 1–2 ขอ                                                              ทักษะการคิดเชื่อมโยง
 4. ครูแนะนํานักเรียนเกี่ยวกับกลยุทธที่จะชวยใหนักเรียนสามารถจัดระบบแนวคิด
     วิธีการแกปญหา แลวเขียนบนกระดานดังนี้
                   
     1) อานปญหาอยางระมัดระวังหลายๆ ครั้ง นั่นคือ อานปญหาจนกระทั่งเขาใจ
         ปญหา ทราบวาตองการหาอะไร และทราบวากําหนดสิ่งใดมาให
     2) วาดรูปหรือเขียนแผนภาพ และเขียนสวนที่ทราบคาและสวนที่ไมทราบคา
     3) มองหาสูตรที่เชื่อมโยงปริมาณที่ทราบคากับปริมาณที่ไมทราบคา
     4) แทนปริมาณที่ไมทราบคาดวยตัวแปร เชน x และพยายามแทนปริมาณอื่นๆ
         ที่ไมทราบคาในพจนของ x
     5) สรางสมการที่แสดงความสัมพันธของปริมาณที่ทราบคากับปริมาณที่ไม
          ทราบคา
     6) แกสมการและเขียนคําตอบของทุกสวนของปญหาที่ตองการทราบ
    7) ตรวจสอบและตีความทุกคําตอบในพจนของปญหาดั้งเดิม ไมใชไปแทนใน
        สมการที่สรางขึ้นในขั้นที่ 5 (ความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นในขั้นการสรางสมการ
        ในขั้นที่ 5)
 5. ครูแนะนําขอควรระวังในการแกโจทยปญหาสมการเกี่ยวกับขั้นตอนที่ตองระวัง ทักษะการคิดตีความ
     มากที่สุดคือ ขั้นที่ 5 เพราะเปนขั้นที่สําคัญ
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                                     106

                                       กิจกรรมการเรียนการสอน                                                ฝกการคิดแบบ
 6. ครูยกตัวอยางโจทยปญหาสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบโดย                        ทักษะการคิดคํานวณ
     ครูเปนผูซักถามตามขั้นตอนการแกปญหาที่กลาวมาขางตน
 7. ครูใหนักเรียนไปศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือคูมอแลวนําโจทยสมการที่นาสนใจมา
                                                          ื                                             ทักษะการคิดสํารวจ
     คนละ 5 ตัวอยาง
 ชั่วโมงที่ 2 ปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขคณิต
 1. ครูใหนักเรียนออกมานําเสนอตัวอยางที่ไปคนควาเกี่ยวกับโจทยปญหาสมการเชิงเสน                      ทักษะการคิดจัดลําดับ
     ตัวแปรเดียวในชั่วโมงที่แลว                                                                        ความ
 2. ครูนําเสนอปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิต ใหนักเรียนชวยกันเสนอแนะวิธี                          ทักษะการสังเกต
     การหาคําตอบ 1-2 ขอ ดังนี้
     ตัวอยาง จงหาจํานวนคูสี่จํานวนติดกัน ซึ่งผลบวกของสามจํานวนแรกมากกวาจํานวน
                 ที่สี่อยู 8
     วิธีทํา ใหจํานวนคูที่นอยที่สุดของจํานวนสี่จํานวนนี้ คือ x
                ดังนั้น จํานวนอีกสามจํานวนคือ x + 2, x + 4 และ x + 6
                เนื่องจาก ผลบวกของสามจํานวนแรกมากกวาจํานวนที่สี่อยู 8
                ดังนั้น จะไดสมการ
                             {x + (x + 2) + (x + 4)} − (x + 6) = 8
                                                3x + 6 − x − 6 = 8
                                                            2x = 8
                                                              x=4
                ดังนั้น จํานวนคูสี่จํานวนเรียงกัน คือ 4, 6, 8 และ 10
                ตรวจคําตอบ สามจํานวนแรกบวกกันได 4 + 6 + 8 = 18
                                 และ 18 − 10 = 8 เปนจริง
 3. ครูยกตัวอยาง 2 ตัวอยาง หรือจนกวานักเรียนจะเขาใจวิธีการแกโจทยปญหาสมการ
     เชิงเสนตัวแปรเดียว                                                                                ทักษะการสังเกต
 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 7 เพื่อตรวจสอบความเขาใจของ
      นักเรียน                                                                                          ทักษะการคิดคํานวณ
 5. ครู ย กตั ว อย างป ญ หาเกี่ ย วกั บ รู ป เรขาคณิ ต แล ว ให นั ก เรี ย นช ว ยกั น หาคํ าตอบบน
     กระดานดํา โดยครูเปนผูซักถาม                                                                      ทักษะการสังเกต
 ตัวอยาง ถาดานหนึ่งของรูปสามเหลี่ยมยาวเปนหนึ่งในสามของความยาวรอบรูป ดานที่
 สองยาว 10.5 เซนติเมตร และดานที่สามยาวเปนหนึ่งในสี่ของความยาวรอบรูป จงหา
 ความยาวรอบรูปของรูปสามเหลี่ยม
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                107

                              กิจกรรมการเรียนการสอน                                     ฝกการคิดแบบ
   วิธีทํา ใหรูปสามเหลี่ยมมีความยาวรอบรูปเปน x เซนติเมตร
           วาดรูปแสดงความยาวแตละดานไดดังนี้ C

                                   10.5            1 x
                                                   4

                     A            1 x          B
                                  3

          ดานที่หนึ่งยาวเปนหนึ่งในสามของความยาวรอบรูป
          ดังนั้น ดานที่หนึ่งยาว      1 x เซนติเมตร
                                       3
                  ดานที่สองยาว        10.5 เซนติเมตร
                  ดานที่สามยาวเปนหนึ่งในสี่ของความยาวรอบรูป
         ดังนั้น ดานที่สามยาว         1 x เซนติเมตร
                                       4
         จะไดสมการ 3    1 x + 10.5 + 1 x = x
                                       4
          นํา 12 คูณทั้งสองขางของสมการ จะได
                     4x + 126 + 3x = 12x
                          7x + 126 = 12x
                                5x = 126
                                  x = 25.2
          ดังนั้น รูปสามเหลี่ยมมีความยาวรอบรูป 25.2 เซนติเมตร
   ตรวจคําตอบ ดานที่หนึ่งยาว 1 ของความยาวรอบรูป
                                   3
                                     = 1 × 25.2 = 8.4 เซนติเมตร
                                       3
                       ดานที่สามยาว 1 ของความยาวรอบรูป
                                       4
                                      = 1 × 25.2 = 6.3 เซนติเมตร
                                         4
              ดังนั้น 8.4 + 10.5 + 6.3 = 25.2 เปนจริง
 6. ใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 8 โดยครูคอยใหคําแนะนําเพิ่มเติมกรณี
      ที่นักเรียนทําไมได
 7. ครูต้งโจทยใหนักเรียน 2-3 ขอ เปนการบาน
            ั
 ชั่วโมงที่ 3 ปญหาเกี่ยวกับอัตรา - เวลา
                                                                                    ทักษะการคิดจัดลําดับ
 1. ครูทบทวนวิธีการแกปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิตที่เรียนมาแลวและสนทนา
                                                                                    ความ
     เกี่ยวกับเรื่องของอัตราและเวลาตางๆ ที่นักเรียนเคยพบมาแลว เชน ปญหาเกี่ยวกับ
     ระยะทาง
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                          108

                                 กิจกรรมการเรียนการสอน                                           ฝกการคิดแบบ
 2. ครูใหนักเรียนพิจารณาปญหาตอไปนี้                                                       ทักษะการคิดสํารวจ
    เปดน้ําใสถังในเวลา 4 ชั่วโมง ไดนํา 2,000 ลิตร น้ําไหลเขาถังเฉลี่ยกี่ลิตรตอชั่วโมง
                                        ้
 3. ครูสนทนาและซักถามนักเรียนเกี่ยวกับการหาคําตอบของปญหาขอนี้วามีคําตอบเทา               ทักษะการคิดตีความ
    ไร ซึ่งสรุปไดดังนี้
   คําตอบคือน้ําไหลเขาถังเฉลี่ย 2,000 = 500 ลิตรตอชั่วโมง
                                    4
   หรือกลาวไดวาน้ําไหลเขาถังดวยอัตราเร็ว 500 ลิตรตอชั่วโมง
 4. ครูใหนกเรียนชวยกันหาคําตอบของปญหาตอไปนี้
             ั                                                                               ทักษะการคิดคํานวณ
    ขับรถดวยระยะทาง 480 กิโลเมตร ในเวลา 5 ชั่วโมง ขับรถดวยความเร็วเฉลี่ยกี่
    กิโลเมตรตอชั่วโมง
 5. ครูซักถามนักเรียนเกี่ยวกับการหาคําตอบของคําถามขางตนไดหรือไม และใชวิธีการ            ทักษะการคิดจัดลําดับ
   ใดในการหาคําตอบ ถานักเรียนไมสามารถหาคําตอบไดครูควรแนะนําโดยการใช                      ความ
     คําถามเพื่อเปนแนวทางในการหาคําตอบ จนนักเรียนสามารถคนพบคําตอบไดวา ขับ
   รถดวยความเร็วเฉลี่ย
    480
     5 = 96 กิโลเมตรตอชั่วโมง
                                                                                             ทักษะการคิดสรุปความ
 6. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อที่จะใหนักเรียนสามารถสรุปสูตรของการหาคําตอบดังนี้
   ถากําหนดให Q เปนปริมาณของบางอยางเชน ปริมาณของน้ําเปนลิตรหรือลูกบาศก
   เมตร ระยะทางเปนกิโลเมตร หรือหนวยอื่น
    และ T เปนหนวยของเวลา ซึ่งมีหนวยเปนนาที ชั่วโมง วัน ป หรืออื่นๆ สามารถ
   สรางเปนความสัมพันธของสูตร ดังนี้
              Q
         R = T (อัตราเทากับปริมาณตอเวลา)
         Q = RT (ปริมาณเทากับอัตราคูณเวลา)
         T = Q (เวลาเทากับปริมาณตออัตรา)
              R
 7. ครูแนะนํานักเรียนตอ เมื่อปริมาณเปนระยะทางเราจะเปลี่ยนจาก Q เปน D
    จะได R = D , D = RT และ T = D
                   T                         R
 8. ครูยกตัวอยางโจทยปญหาเกี่ยวกับระยะทางและเวลา แลวใหนักเรียนชวยกันเขียน
    สมการจากโจทยปญหาโดยครูเปนผูซักถาม
 9. ใหนกเรียนชวยกันพิจารณาเสนอแนะวิธีการแกปญหาและขั้นตอนในการหาคําตอบ
         ั
    แลวชวยกันแสดงวิธีทําบนกระดาน แลวใหนักเรียนจดลงในสมุดดังนี้
    ตัวอยาง ระยะทางในการเดินเรือระหวางซานฟรานซิสโกและฮอนโนลูลูหางกัน
            2,100 ไมล ถาเรือลําหนึ่งแลนออกจากซานฟรานซิสโก ซึ่งในเวลาเดียวกันเรือ
            อีกลําหนึ่งแลนออกจากฮอนโนลูลู ถาเรือลําที่แลนออกจากซานฟรานซิสโก
            แลนดวยอัตราเร็ว 20 ไมลตอชั่วโมง และเรือที่แลนออกจากฮอนโนลูลู
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                            109

                                   กิจกรรมการเรียนการสอน                            ฝกการคิดแบบ
    แลนดวยอัตราเร็ว 25 ไมลตอชั่วโมง เปนเวลานานเทาไรที่เรือทั้งสองจะแลนสวน
    ทางกัน และเรือสองลําแลนสวนทางกันที่จุดหางจากซานฟรานซิสโและฮอนโนลูลู
    เปนระยะทางเทาไร
 10. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการหาคําตอบของโจทยตัวอยาง และครูแนะนําวิธีทํา
    ใหนักเรียนซึ่งสามารถทําได 2 วิธดังนี้ี
     วิธีที่ 1 ใหเรือสองลําสวนทางกันเมื่อเรืออยูหางจากซานฟรานซิสโก x ไมล
              ดังนั้น เรือหางจากฮอนโนลูลูเปนระยะทาง 2,100 − x ไมล
                     เรือที่แลนจากซานฟรานซิสโก
                     แลนระยะทาง 20 ไมล ในเวลา 1 ชั่วโมง
                                                       x
                     แลนระยะทาง x ไมล ในเวลา 20 ชั่วโมง
                     เรือที่แลนจากฮอนโนลูลู
                     แลนระยะทาง 25 ไมล ในเวลา 1 ชั่วโมง
                     แลนระยะทาง 2,100 − x ไมล ในเวลา 2,100 −x ชั่วโมง
                                                             25
                     เรือสวนทางใชเวลาเทากัน นั่นคือ
                                       x       2,100 −x
                                      20 =        25
                     คูณไขวจะได 25x = 20(2,100 − x )
                                     25x = 42,000 − 20x
                                     45x = 42,000
                                         x = 42,000
                                                45
                                                1
                                          = 933 3
              ดังนั้น จากซานฟรานซิสโกถึงจุดที่สวนกันมีระยะทาง 933 1 ไมล
                                                                     3
              จากฮอนโนลูลูถึงจุดที่สวนกันมีระยะทาง 2,100 − 933 3 = 1,166 2 ไมล
                                                                1
                                                                              3
    ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการหาเวลาที่ใชในการแลนเรือจากจุดเริ่มตนถึงจุดที่
                         x
    สวนกันไดจาก 20 หรือ 2,100 −x    25
                                   x
11. ครูแสดงการหาคําตอบจาก 20 ใหนักเรียนสังเกต แลวใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ ทักษะการสังเกต
    ดังนี้
                  x      42000
                 20 = 45
                      20
                               1
                 = 42000 × 20
                        45
                 = 46 2 ชั่วโมง หรือ 46 ชั่วโมง 40 นาที
                         3
    a. ครูนําเสนอวิธที่ 2 ใหนักเรียนสังเกตวิธีการหาคําตอบ
                    ี
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                        110


                                     กิจกรรมการเรียนการสอน                                     ฝกการคิดแบบ
     วิธีที่ 2   20 ไมลตอชั่วโมง                     25 ไมลตอชั่วโมง

                                                             _
                 _
                 ซานฟรานซิสโก           _
                                        จุดที่สวนกัน         ฮอนโนลูลู
                  D1 = 20T                                    D2 = 25T

     b. ครูแนะนํานักเรียนถึงวิธีการหาคําตอบ ดังนี้
        ระยะทางที่เรือแลนจากซานฟรานซิสโกถึงจุดที่สวนกันรวมกับระยะทางที่เรือแลน
        จากฮอนโนลูลู
        นั่นคือ D1 + D2 = 2,100
                 20T+ 25T = 2,100
                       45T = 2,100
                         T = 2,100 45
                             = 46 2 ชั่วโมง
                                     3
        หรือ               T = 46 ชั่วโมง 40 นาที
        ระยะทางจากซานฟรานซิสโกถึงจุดที่สวนกันเทากับ 2,100 × 20 1 = 933 ไมล 3
                                                                  45       2
        ระยะทางจากซานฟรานซิสโกถึงจุดที่สวนกันเทากับ 2,100 × 25 3 = 1166 ไมล
                                                                45
        ตรวจสอบ 933 1 + 1,166 2 = 2,100 เปนจริง
                          3           3
12. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 9 โดยครูคอยใหคําแนะนําแก                   ทักษะการคิดคํานวณ
      นักเรียนที่ทําไมได และเดินตรวจสอบความถูกตองของนักเรียนทุกคนในหอง
13. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด 2 ขอ 1–7 เปนการบาน
ชั่วโมงที่ 4 การแกโจทยปญหาปญหาเกี่ยวกับอัตรา - เวลา
1. ครูทบทวนการแกโจทยปญหาสมการเกี่ยวกับอัตรา – เวลา โดยการติดแถบโจทย                    ทักษะการคิดจัดลําดับ
    ปญหาแลวใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ                                                    ความ
2. ครูเลาเรื่องเกี่ยวกับการแลนเรือสําราญจากที่หนึ่งไปที่หนึ่งโดยมีการกําหนดเวลาและ
    สถานที่ อัตราเร็วของเรือที่แลนใหสอดคลองกับตัวอยางที่จะตองใหนักเรียนหาคําตอบ      ทักษะการคิดสํารวจ
3. ใหนักเรียนชวยกันเขียนโจทยจากเรื่องที่ครูเลา จะไดดังนี้
    ตัวอยาง ในการแลนเรือสําราญขึ้นไปยังตนน้ําระยะทาง 540 กิโลเมตร เรือใชเวลา           ทักษะการคิดตีความ
                1.5 เทาของการแลนเรือจากตนน้ําไปยังปลายน้ํา ถาเรือแลนในน้ําดวยอัตรา
                เร็ว 22.5 กิโลเมตรตอชั่วโมง จงหาอัตราเร็วของกระแสน้ํา
    วิธีทํา ใหอัตราเร็วของกระแสน้ําเปน x กิโลเมตรตอชั่วโมง
               อัตราเร็วของเรือที่แลนในน้ํานิ่งเปน 22.5 กิโลเมตรตอชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                             111

                                        กิจกรรมการเรียนการสอน                                       ฝกการคิดแบบ
                  ดังนั้น อัตราเร็วของเรือที่แลนตามน้ําเปน 22.5 + x กิโลเมตรตอชั่วโมง
                  และอัตราเร็วของเรือที่แลนทวนน้ําเปน 22.5 − x กิโลเมตรตอชั่วโมง
                  ระยะทาง 22.5 + x กิโลเมตร เรือแลนตามน้ําในเวลา 1 ชั่วโมง
                  ระยะทาง 540 กิโลเมตร เรือแลนตามน้ําในเวลา 540 ชั่วโมง
                                                                       25.5 + x
                  ระยะทาง 22.5 − x กิโลเมตร เรือแลนทวนน้ําในเวลา 1 ชั่วโมง
                                                                           540
                  ระยะทาง 540 กิโลเมตร เรือแลนทวนน้ําในเวลา 25.5 − x ชั่วโมง
                  เรือแลนทวนน้ําใชเวลาเปน 1.5 เทาของเรือที่แลนตามน้ํา
                                           540           540
                  นั่นคือ จะไดสมการ 25.5 − x ÷ 25.5 + x = 1.5
                                            540       25.5 + x = 1.5
                   หรือ                  25.5 − x × 540
                                                      25.5 + x = 1.5
                                                      25.5 − x
                  นํา 22.5 − x คูณทั้งสองขางของสมการ จะได
                                                   22.5 + x = 1.5(22.5 − x )
                                                   22.5 + x = 33.75 − 1.5x
                                                       2.5x = 11.25
                                                          x = 4.5
                  ดังนั้น อัตราเร็วของกระแสน้ําเปน 4.5 กิโลเมตรตอชั่วโมง
 4. ใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 10 โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง
             ั                                                                                  ทักษะการคิดคํานวณ
 5. ใหนกเรียนทําแบบฝกหัด 2 ขอ 8-9 เปนการบาน
               ั
 ชั่วโมงที่ 5 การแกโจทยปญหาปญหาเกี่ยวกับอัตรา - เวลา (ตอ)
 1. ครูทบทวนการใชสมการแกโจทยปญหาเกี่ยวกับอัตราและเวลา โดยการถามตอบ                          ทักษะการคิดจัดลําดับ
 2. ครูสมมติสถานการณใหหองเรียนเปนโรงงานเย็บผาแลวนักเรียนเปนพนักงานใน
                                                                                               ความ
     โรงงานแลวผูจัดการตองการใหนักเรียนคํานวณเวลาในการทํางานและการเลือกใช                   ทักษะการคิดสํารวจ
     เครื่องจักรตามเหตุการณตอไปนี้
 3. ครูเขียนโจทยปญหาบนกระดาน ดังนี้                                                           ทักษะการคิดคํานวณ
     ตัวอยาง เครื่องจักรเกาทํางานผลิตสินคาตามใบสั่งทั้งหมดในเวลา 12 ชั่งโมง ถานํา
                      เครื่องจักรใหมมารวมทํางานดวยตั้งแตตนจะทําเสร็จในเวลา 4 ชั่วโมง ถา
                      ใชเครื่องจักรใหมเพียงอยางเดียวจะทํางานนี้เสร็จในเวลาเทาไร
                                                                                                ทักษะการคิดตีความ
 4. ครูใหนักเรียนชวยกันเขียนสมการและหาคําตอบโดยการซักถามของครูแลวเขียนบน
     กระดานดังนี้
     วิธีทา ใหเครื่องจักรใหมเพียงอยางเดียวทํางานนี้ จะเสร็จในเวลา x ชั่วโมง
           ํ
                 เครื่องจักรใหมทํางาน x ชั่วโมง ไดงาน 1 ของงาน
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                      112

                                       กิจกรรมการเรียนการสอน                                 ฝกการคิดแบบ
               เครื่องจักรใหมทํางาน 4 ชั่วโมง ไดงาน 4 ของงาน
                                                          x
               เครื่องจักรเกาทํางาน 12 ชั่วโมง ไดงาน 1 ของงาน
                                                         4     1
               เครื่องจักรเกาทํางาน 4 ชั่วโมง ไดงาน 12 = 3 ของงาน
                ดังนั้น เครื่องจักรเกาทํางาน 1 ของงาน จะเหลืองานใหใชเครื่องจักรใหม
                                               3
                ทํา
                   3 − 1 = 2 ของงาน
                   3 3            3
                                2
                นั่นคือ งาน 3 ของงาน เทากับงาน 4 ของงาน
                                                       x
                จะไดสมการ                  4 = 2
                                            x    3
                คูณไขวจะได               2x = 12
                                            x = 6
               นั่นคือ เครื่องจักรใหมเพียงอยางเดียวทํางานเสร็จในเวลา 6 ชั่วโมง
                ตรวจสอบคําตอบ ทํางานรวมกันเสร็จใน 4 ชั่วโมง จะไดงาน
                                   นั่นคือ 4 + 12 = 12 + 12 = 1 ของงาน
                                            6
                                                   4     8 4

 5. ใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจอบความเขาใจ 11 โดยครูเดินตรวจสอบความถูกตองทั้ง
             ั                                                                           ทักษะการคิดคํานวณ
      หองเรียนและใหคําแนะนํากับนักเรียนที่ทําไมได
 ชั่วโมงที่ 6 ปญหาของผสม
 1. ครูทบทวนเกี่ยวกับการแกโจทยปญหาในเรื่องตางๆ ที่เรียนมาแลวโดยการสนทนาถาม          ทักษะการคิดจัดลําดับ
     ตอบ                                                                                 ความ
 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องของผสมโดยครูอาจยกตัวอยางใหนักเรียนดูกอน         ทักษะการคิดเปรียบ
     เชน การนําของที่มีคุณภาพตางกันซึ่งมักมีราคาตางกันมาผสมเขาดวยกันตามอัตราสวน    เทียบ
     ที่กําหนดเพื่อใหมีมาตรฐานของสินคาและราคาเปลี่ยนไป
 3. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางปญหาของผสมที่พบเห็นในชีวิตประจําวันโดยการถามตอบ             ทักษะการคิดสังเกต
     หรือแสดงความคิดเห็น
 4. ครูนําเสนอตัวอยางโจทยปญหาของผสม ใหนักเรียนชวยกันเขียนสมการและเสนอ
     แนะวิธีการหาคําตอบ และตรวจคําตอบบนกระดาน
     ตัวอยาง รานคาตองการผสมกาแฟราคาปอนดละ 180 บาท กับกาแฟราคาปอนดละ
                   300 บาท เปนกาแฟผสมที่จะขายในราคาปอนดละ 225 บาท จะตองใช
                   กาแฟแตละชนิดอยางละเทาไร เพื่อใหไดกาแฟผสมอันใหมมีจํานวน 450
                   ปอนด
     วิธีทา ใชกาแฟราคาปอนดละ 180 บาท จํานวน x ปอนด
           ํ
                    ดังนั้น ใชกาแฟราคาปอนดละ 300 บาท จํานวน 450 – x ปอนด
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                113

                                  กิจกรรมการเรียนการสอน                                 ฝกการคิดแบบ
         ใชกาแฟราคาปอนดละ 180 บาท จํานวน x ปอนด มีราคา 180x บาท
         ใชกาแฟราคาปอนดละ 300 บาท จํานวน 450 - x ปอนด มีราคา 300(450 - x)
          บาท
         ใชกาแฟสองชนิดรวมกัน 450 ปอนด มีราคารวมทั้งสิ้น 180x + 300(450 -x) บาท
          ตองการขายกาแฟผสมราคาปอนดละ 225 บาท จํานวน 450 ปอนด เปนเงิน
                                        450 × 225 = 101,250 บาท
          จะไดสมการ 180x + 300(450 − x) = 101,250
                          180x +135,000 − 300x = 101,250
                                             120x = 135,000 − 101,250
                                                    = 33,750
                                                 x = 33,750
                                                       120
                                                    = 281.25
            ดังนั้น ตองการใชกาแฟราคาปอนดละ 180 บาท จํานวน 281.25 ปอนด
                     ตองการใชกาแฟราคาปอนดละ 300 บาท จํานวน 168.75 ปอนด
           ตรวจสอบ กาแฟแตละชนิดรวมกันเปนเงิน
                        (281.25 × 180) + (168.75 × 300) = 50,625 + 50,625
                                                          = 101,250 บาท
                     กาแฟผสมมีราคาทั้งสิ้น 225 × 450 = 101,250 บาท
                     ซึ่งเทากัน ดังนั้นคําตอบถูกตอง
 5. ครูใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 12 และ 13 โดยครูคอยใหคําแนะนํา ทักษะการคิดคํานวณ
            ั
    กับนักเรียนที่ทําไมไดเปนรายบุคคล และใหนักเรียนทําแบบฝกหัดที่ 2 ขอที่เหลือเปน
    การบาน

   5.3 ขั้นสรุป
        ครูใหนกเรียนชวยกันสรุปวิธีการแกโจทยปญหาสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว กลยุทธในการแกสมการ
               ั
การแกสมการเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิต การแกสมการเกี่ยวกับปญหาอัตรา – เวลา การแกสมการเกี่ยวกับ
ปญหาของผสม
6. สื่อการเรียนรู / แหลงการเรียนรู
   6.1 สื่อการเรียนรู
        - หนังสือเรียนแม็ค
        - กระดาษแถบโจทยปญหา   
   6.2 แหลงการเรียนรู
        - หองสมุดโรงเรียน
        - หองสมุดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                  114

7. กิจกรรมเสนอแนะ
    7.1 กิจกรรมสงเสริมการคิดเชิงวิเคราะห
            -
    7.2 กิจกรรมบูรณาการ
        ครู ส ามารถบู ร ณาการการเรี ย นกั บ กลุ ม สาระการเรี ย นรู ภ าษาไทย ศิ ล ปะ โดยการกํ าหนดภาระงานให
นักเรียนชวยกันแตงกลอนเกี่ยวกับเรื่องการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวเปนการประกวด

                           ภาระงาน “เขียนกลอนเรื่องการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว”

ผลการเรียนรูที่คาดหวัง ใชกระบวนการเขียนกลอนสื่อความหมายของการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
ผลงานที่ตองการ         กลอนเรื่องการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
ขั้นตอนการทํางาน        1. ศึกษาลักษณะของการเขียนกลอนตาง ๆ
                        2. ศึกษาการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
                        3. แตงกลอนเรื่องการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
                        4. ใหนักเรียนแลกเปลี่ยนกลอนกับเพื่อนเพื่อนําขอคิดเห็นมาปรับปรุง
                        5. นําผลงานที่ไดไปสงครูและนําไปขยายผลสรางความรูใหกบเพื่อนๆ และนองๆ
                                                                                 ั
เกณฑการประเมิน         1. ความถูกตองของเนื้อหา
                        2. ความไพเราะเหมาะสม
                        3. ความเรียบรอยและความประณีต
                        4. เนื้อหาถูกตองครบถวน
                        5. ความเหมาะสมของภาษาและความสละสลวย
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                                                                                           115

8. บันทึกหลังสอน
                                                                   บันทึกหลังสอน
                                                     (บันทึกเฉพาะประเด็นที่มขอมูลสารสนเทศชัดเจน)
                                                                            ี
         ประเด็นการบันทึก                                         จุดเดน                         จุดที่ควรปรับปรุง
  1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู

  2. การใชสื่อการเรียนรู

  3. การประเมินผลการเรียนรู

  4. การบรรลุผลการเรียนรูของ
     ผูเรียน

  บันทึกเพิ่มเติม
  ............................................................................................................................................................
  ............................................................................................................................................................
  ............................................................................................................................................................
  ............................................................................................................................................................

                                                                                                          ลงชื่อ ............................................................ ผูสอน

บันทึกความเห็นของผูตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
                                                                                                          ลงชื่อ .......................................................................
                                                                                                           ตําแหนง ..................................................................
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                                                                            116

9. ใบความรู ใบงาน และเครื่องมือวัดผล
   กิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและแบบฝกหัดในหนังสือเรียนแม็ค


    แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน
                           แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายบุคคลวิชาคณิตศาสตร
       ชื่อนักเรียน .................................. ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน ............................ ป ....................
       ครั้งที่ ............................................................... ผูสังเกต ......................................................................
                                                                                              ระดับการประเมิน
          หัวขอการประเมิน
                                                                 ดีมาก                  ดี             พอใช                      ควรปรับปรุง
 ความสนใจ
 การตอบคําถาม
 การทํากิจกรรมหนาชั้นเรียน
 การใชความรูทักษะ/กระบวนการทาง
 คณิตศาสตรในการแกปญหาใน
 สถานการณตางๆ
 ความสามารถในการใชภาษาและสื่อ
 ลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร
 สื่อความหมาย
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                                                                        117

  แบบประเมินพฤติกรรมการทํางาน


                                                   แบบประเมินพฤติกรรมการทํางาน
         ชื่อนักเรียน ....................... ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน .............................. ป ......................
          ครั้งที่ ........................................................ ผูสังเกต ......................................................................

                                                                                      ระดับการประเมิน
     หัวขอการประเมิน
                                              ดีมาก                    ดี             ปานกลาง                    นอย                    นอยมาก
 การวงแผน
 การกําหนดการปฏิบัติงาน
 มีขั้นตอนชัดเจน
 การปฏิบัติตามขั้นตอนที่
 กําหนด
 ความคิดสรางสรรค
 ผลการทํางาน
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                                                                                                118

                                           การประเมินและสะทอนตนเองหลังเสร็จสิ้นการเรียนในบทที่ 4
                                                             (Self Reflection)

1. การประเมินตนเองของนักเรียน ใหดําเนินการดังนี้
   1.1 ครูทบทวนผลการเรียนรูประจําบททุกขอใหนักเรียนไดทราบ โดยอาจเขียนไวบนกระดาน พรอมทั้ง
       ทบทวนถึงหัวขอกิจกรรมการเรียนวาไดเรียนอะไรบาง
   1.2 ใหนักเรียนเขียนบันทึกการประเมินตนเองไวในสมุดงานดานหลังตามหัวขอ ดังนี้

                                                  บันทึกการประเมินและสะทอนตนเองประจําบทที่ 4
                                               วัน/เดือน/ป ที่บันทึก ................./................../...................

รายการบันทึก
1. จากการเรียนที่ผานมาไดมีความรูอะไรบาง
   .................................................................................................................................................................................
2. ปจจุบันนี้มีความสามารถปฏิบัตสิ่งใดไดแลวบาง     ิ
   .................................................................................................................................................................................
3. สิ่งที่ยังไมรู ไมกระจาง ไมเขาใจ มีอะไรบาง
   .................................................................................................................................................................................
4. ผลงานหรือชิ้นงานที่เนนความภาคภูมิใจจากการเรียนในบทนี้คออะไร ทําไมจึงภาคภูมิใจ                      ื
   .................................................................................................................................................................................
2. การพัฒนาการเรียนการสอนโดยใชกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของครู
                           ชื่อเรื่องที่วิจัย......................................................................................................
1. ความเปนมาของปญหา
   สิ่งที่คาดหวัง ...........................................................................................................................................................
   สิ่งที่เปนจริง ...........................................................................................................................................................
   ปญหาที่พบคือ ........................................................................................................................................................
   สาเหตุของปญหาคือ ...............................................................................................................................................
   แนวทางการแกไขปญหาคือ ...................................................................................................................................
2. วัตถุประสงคในการแกปญหา
   1) เพื่อแกปญหาเรื่อง .............................................................................................................................................
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                                                                                             119

       ของนักเรียนชั้น .................................................... หอง .............................. จํานวน .................................. คน
       โดยใช ...............................................................................................................................................................
   2) เพื่อศึกษาผลการแกไขปญหาเกี่ยวกับ .......................................................................................... หลังจากที่ได
       ทดลองใชวิธีแกปญหาโดย ................................................................................................................................
3. ขอบเขตของการแกปญหา
   3.1 กลุมเปาหมายในการแกปญหาคือ นักเรียนชั้น ......................... หอง ................... จํานวน ...................... คน
         ในภาคเรียนที่ ................... ปการศึกษา .................. ที่มีปญหาเกี่ยวกับ ........................................................
   3.2 เนื้อหาที่ใชในการศึกษาคือ เรื่อง ......................................... บทที่ .............. วิชา...........................................
   3.3 ระยะเวลาในการศึกษา ประมาณ .......... สัปดาห/เดือน ตั้งแตวันที่ .......... เดือน................... พ.ศ. ...............
         ถึงวันที่ ............. เดือน ................................ พ.ศ. ...................
4. วิธีดําเนินการในการแกไขปญหา
   4.1 เครื่องมือที่ใชในการแกปญหาคือ ...................................................................................................................
         ........................................................................................................................................................................
         ซึ่งมีขั้นตอนในการสรางและพัฒนาดังนี้ .......................................................................................................
         ........................................................................................................................................................................
         ........................................................................................................................................................................
   4.2 เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลคือ ....................................................................................................
         ........................................................................................................................................................................
         ซึ่งมีขั้นตอนในการสรางและตรวจสอบคุณภาพดังนี้ .....................................................................................
         ........................................................................................................................................................................
         ........................................................................................................................................................................
   4.3 การเก็บรวบรวมขอมูล ไดดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลตามวิธีการดังนี้
         1) นําเครื่องมือที่ใชในการแกปญหาไปทดลองใชกับนักเรียนในเวลา .........................................................
               โดย .........................................................................................................................................................
               .................................................................................................................................................................
         2) นําเครื่องมือเก็บรวบรวมขอมูลไปเก็บขอมูลเกี่ยวกับ .............................................................................
               โดย .........................................................................................................................................................
               .................................................................................................................................................................
   4.4 การวิเคราะหขอมูลและการสรุปผล ไดดําเนินการวิเคราะหขอมูลและสรุปผลดังนี้ ......................................
         .......................................................................................................................................................................
         .......................................................................................................................................................................
         .......................................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่ 2                                                                                                                              120

5. ผลการแกปญหา
   ผลการแกปญหาเกี่ยวกับ ........................................................................................................................................
   ของนักเรียนกลุมเปาหมาย ปรากฏผลดังนี้ ............................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................

Unit3

  • 1.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 87 หนวยการเรียนรูที่ 3 การประยุกตของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว รายวิชาที่นํามาบูรณาการ ภาษาไทย ศิลปะ การงานพื้นฐานอาชีพ 1. มาตรฐานการเรียนรู มฐ. ค 1.1 มฐ. ค 1.2 มฐ. ค 1.3 มฐ. ค 1.4 มฐ. ค 4.2 2. ตัวชี้วัดชั้นปที่เกี่ยวของ 2.1 ค 1.1 ม.2/ 2.2 ค 1.2 ม.2/ 2.3 ค 1.3 ม.2/ 2.4 ค 1.4 ม.2/ 2.5 ค 4.2 ม.2/ 3. สาระการเรียนรูประจําหนวย 3.1 สมการ 3.2 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 3.3 สมการที่สามารถลดรูปใหอยูในรูปสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 3.4 การประยุกตในการแกสมการโจทยปญหา 3.5 ปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิต 3.6 ปญหาเกี่ยวกับอัตราเวลา 3.7 ปญหาเกี่ยวกับของผสม 4. รองรอยการเรียนรู 4.1 ผลงาน / ชิ้นงาน ไดแก 1) การทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 1- 13 ในหนังสือเรียนแม็ค 2) การทําแบบฝกหัด 1 -2 ในหนังสือเรียนแม็ค 3) การทําแบบทดสอบ 4.2 ผลการปฏิบัติงานไดแก 1) การปฏิบัติกิจกรรมในชั้นเรียนและการใชบริการของโรงเรียนอยางเหมาะสม 2) การมีสวนรวมในกาปฏิบัติกิจกรรมกลุม 4.3 การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนจบหนวยการเรียนรู
  • 2.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 88 5. แนวทางการจัดกิจกรรมในภาพรวม แนวทางการจัดการเรียนรู รองรอยการเรียนรู บทบาทครู บทบาทนักเรียน 5.1 ผลงาน / ชิ้นงาน ไดแก 1) การทํ า กิ จ กรรมตรวจสอบ - อธิบายเนื้อหาในแตละเรื่อง - ฝกคิดตามและรวมทํากิจกรรมในชั้น ความเข า ใจ 1- 13 ในหนั ง สื อ เรียน เรียนแม็ค 2) การทํ า แบ บฝ ก หั ด 1 -2 ใน - แนะการทําแบบฝกหัดและกิจกรรม -ทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและ หนังสือเรียนแม็ค ตรวจสอบความเขาใจ แบบฝกหัด 3) การทําแบบทดสอบ - อธิบายสรุปความคิดรวบยอดในแต - ทํ าแบบทดสอบหน ว ยย อ ยเป น ราย ละเรื่อง กลุม 5.2 ผลการปฏิบัติงานไดแก 1) การปฏิ บั ติ กิ จ กรรมใน - แนะนํ า วิ ธี ก ารเขี ย นแผนผั ง สรุ ป - ให นั ก เรี ย นเขี ย นแผนผั ง ความคิ ด ชั้ น เรี ย นและการใช บ ริ ก ารของ ความคิ ด รวบยอดเพื่ อ สรุ ป เนื้ อ หา ประจําหนวย โรงเรียนอยางเหมาะสม ประจําหนวย - แนะนํ าให นั ก เรี ย นใช บ ริ ก ารห อ ง - ให นั ก เรียนไปคน ควาโจทยในห อ ง สมุดของโรงเรียนอยางเหมาะสม สมุดโรงเรียนและหองสมุดกลุมสาระ การเรียนรูคณิตศาสตร 2) การมี ส ว นร ว มในการ - แนะนํ าวิธี ก ารจัด กลุ ม และการทํ า - ให นั ก เรี ย นจั ด กลุ ม ตามที่ ค รู ม อบ ปฏิบัติกิจกรรมกลุม กิจกรรมกลุม หมายและช ว ยกั น ทํ า กิ จ กรรมในชั้ น เรียน 5.3 การทดสอบวั ด ผลสั ม ฤทธิ์ - สรุ ป เนื้ อ หาที่ สํ า คั ญ ตามแผนผั ง - ทําแบบทดสอบหลังเรียนจบ ทางการเรียน ความคิดรวบยอดประจําหนวยอีกครั้ง
  • 3.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 89 แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 เรื่อง การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว เวลา 6 ชั่วโมง 1. เปาหมายการเรียนรู 1.1 ผลการเรียนรู 1) สามารถแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวได 2) สามารถนําความรูเรื่องการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวมาใชในการแกปญหาตางๆ ไดอยางถูกตองและ เหมาะสม 3) ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได 1.2 จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายสมบัติพ้นฐานของการเทากันไดอยางถูกตอง ื 2) สามารถแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวไดอยางถูกตองและรวดเร็ว 3) สามารถหาคําตอบของสมการที่สามารถลดรูปใหอยูในสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวได 4) ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได 2. สาระสําคัญ 2.1 สาระการเรียนรู 1) สมบัติพื้นฐานของการเทากัน 2) การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 3) สมการที่สามารถลดรูปใหอยูในรูปสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 2.2 ทักษะ/ กระบวนการ การคิดคํานวณ 2.3 ทักษะการคิด ทั กษะการคิดจัดลําดับความ ทั กษะการคิดสรุปความ ทักษะการคิด เปรียบเที ยบ ทั กษะการคิดเชื่อมโยง ทักษะการคิดสํารวจ ทักษะการคิดคํานวณ ทักษะการสังเกต 3. รองรอยการเรียนรู 3.1 ผลงาน / ชิ้นงาน 1) พฤติกรรมการเรียน 2) พฤติกรรมการทํางานกลุม 3) การทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 1-6 และแบบฝกหัด 1
  • 4.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 90 3.2 กระบวนการขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1) จัดกลุม กลุมละ 3 คน 2) เลือกหัวหนากลุม 3) หัวหนากลุมแบงงาน 4) รวมกันจัดทําบัตรกิจกรรม 5) นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน 6) รวมกันทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 7) สงงาน 3.4 พฤติกรรมตามคุณลักษณะพึงประสงค 1) ใหความรวมมือในการทํางานกลุม 2) มีความละเอียดรอบคอบและรับผิดชอบในการทํางาน 3.5 ความรูความเขาใจ นักเรียนเขาใจวิธีการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 4. แนวทางการวัดและประเมินผล เกณฑขั้นต่ํา 4.1 ไดระดับ “ พอใช ” ขึ้นไป 4.2 ไดระดับ “ ดี ” ขึ้นไป 4.3 ทําได 80 % ขึ้นไป การสรุปผลการประเมิน ตองผานเกณฑขั้นต่ําทั้ง 3 รายการ 5. กิจกรรมการเรียนการสอน 5.1 ขั้นนํา ชั่วโมงที่ 1 สมการเชิงเสนตัวแปรเดียว ครูและนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับเรื่องของสมการเชิงเสนที่เคยเรียนมาแลวในชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โดยการยก ตัวอยางโจทย แลวใหนักเรียนหาคําตอบ ชั่วโมงที่ 2 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับความหมายของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว และยกตัวอยางใหนักเรียนชวยกัน หาคําตอบ หรือสุมใหนักเรียนยกตัวอยางสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว และทบทวนเรื่องของสมบัติการเทากัน ชั่วโมงที่ 3 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว (ตอ) ครูส นทนากั บ นั ก เรีย นเกี่ ย วกับ เรื่อ งของการแก ส มการเชิ งเส น ตั ว แปรเดี ยวโยการใช ส มบั ติ ก ารเท ากัน ที่ นักเรียนไดเรียนมาแลวเปนการทบทวนหรือยกตัวอยางโจทยแลวใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ
  • 5.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 91 ชั่วโมงที่ 4 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว (ตอ) ครูท บทวนการแก สมการโดยใช ส มบั ติ ก ารเท ากั น ที่ เรียนมาแล ว โดยการตั้ งโจทยให นั ก เรียนช วยกั น หา คําตอบ เชน 1) 2(x + 6) = 15x + 8 2) 3(2 - x ) -3x = 20 ชั่วโมงที่ 5 สมการที่ลดรูปใหอยูในรูปสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว ครูสนทนากับนักเรียนในเรื่องของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวที่นกเรียนเรียนผานมาแลว ั ชั่วโมงที่ 6 สมการที่ลดรูปใหอยูในรูปสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว (ตอ) ครูใหนักเรียนนําเสนอผลงานของตัวเองที่ไปศึกษาคนควาจากหองสมุดโดยการสุมหรือขออาสาสมัคร 5.2 ขั้นสอน กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ชั่วโมงที่ 1 สมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 1. ครูและนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับเรื่องของสมการเชิงเสนที่เคยเรียนมาแลวในชั้นมัธยม ทักษะการคิดจัดลําดับ ศึกษาปที่ 1 โดยการยกตัวอยางโจทย แลวใหนกเรียนหาคําตอบ ั ความ 2. ครู เขี ย นประโยคสั ญ ลั ก ษณ บ นกระดานแล ว ให นั ก เรี ย นช ว ยกั น ตอบว า ประโยค ทักษะการสังเกต สัญลักษณในขอใดบางเปนสมการ 1) 3x + 5 = 6 2) x2 − 9 = 0 3) 2x + 3y = 12 4) 2x + 6 ≠ 12 5) x2 + y2 = 16 6) x − 6 = 12 7) x2 + y2 > 16 8) x2 − 6 < 12 จากการพิจารณาจะไดวา ประโยคสัญลักษณในขอ 1, 2, 3, 5 และ 6 เปนสมการ 3. ใหนกเรียนชวยกันสรุปความหมายของสมการจากการตอบคําถามของนักเรียน ั ทักษะการคิดสรุปความ ขางตนดังนี้ สมการ เปนประโยคสัญลักษณที่แสดงความสัมพันธที่เทากัน ทั้ง ประโยคสัญลักษณนั้นอาจมีตัวแปรหรือไมมีตัวแปรก็ได 4. ครูสนทนาซักถามกับนักเรียนเกี่ยวกับสมการที่มีตัวแปร เชน ขอ 1, 2, 3, 5 และ 6 ทักษะการคิดเปรียบ สามารถบอกไดหรือไมวาสมการดังกลาวเปนจริงหรือเปนเท็จ แลวทําอยางไรถึงจะ เทียบ ทราบไดสมการนั้นเปนจริง (ไมสามารถบอกได จนกวาจะแทนตัวแปรดวยคาคงตัว จึงจะสามารถบอกไดวาสมการนั้นเปนจริงหรือเปนเท็จ)
  • 6.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 92 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ 5. ครูถามถึงสมบัติของการเทากันที่นกเรียนรูจักวามีอะไรบางกอนที่จะแนะนําให ทักษะการคิดเชื่อมโยง ั นักเรียนเรียนรูจัก โดยการเขียนบนกระดานดังนี้ สมบัติพื้นฐานของการเทากัน ถา a, b และ c เปนจํานวนจริงใดๆ แลว 1) a = a สมบัติการสะทอน 2) ถา a = b แลว b = a สมบัติการสมมาตร 3) ถา a = b และ b = c แลว a = c สมบัติการถายทอด 4) ถ า a = b แลว อาจแทนตั วใดตั ว หนึ่ งดวยอี ก ตั วหนึ่ งโดยไม ทํ าให ค า ความจริงของประโยคนั้นเปลี่ยนไป หลักการแทนที่ 6. ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับสมบัติการเทากันขางตนวาเปนจริงเสมอหรือไม เมื่อใช ทักษะการคิดคํานวณ สัญลักษณการเทากัน (เปนจริงเสมอ) 7. ครู ส นทนากั บ นั ก เรี ย นเกี่ ย วกั บ สมบั ติ ก ารเท า กั น นี้ จ ะใช ไ ด ต ลอดกั บ วิ ช า คณิตศาสตร เชนการใชสมบัติการสมมาตร เราอาจเปลี่ยนสมาชิกขางซายและ ขางขวาของสมการก็ได ครูเขียนบนกระดานใหนักเรียนชวยกันสังเกต 5 = 2x + 3 แลว 2x + 3 = 5 ใชสมบัติการถายทอดไดดังนี้ 3x + 4x = (3 + 4 ) x และ (3 + 4) x = 7x 8. ครูใหนกเรียนยกตัวอยางโจทยที่เกี่ยวกับสมบัติการเทากัน พรอมระบุดวยวาตรง ั ตามสมบัติความเทากันขอใด 9. ครูใหนกเรียนพิจารณาสมการตอไปนี้วามีลักษณะอยางไร ั 1) 2x + 3 = 12 2) 5x + 6 = 7 3) 5y − 2 = 20 4) 8y = 16 2 5) 5 x − 6 = 12
  • 7.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 93 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ 10. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปลักษณะของสมการจากพิจารณาขางตนโดยการซัก ทักษะการคิดสรุปความ ถามจนไดวา ตัวแปรในแตละสมการจะมีเพียงตัวเดียวเทานั้น และลักษณะดัง กลาวคือลักษณะของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว ครูเขียนไวบนกระดานดังนี้ สมการเชิงเสนตัวแปรเดียว คือ สมการที่สามารถจัดใหอยูในรูป ax + b = 0 , a ≠ 0 เมื่อ a และ b เปนคาคงตัว x เปนตัวแปร 11. ครูแนะนําขอสังเกตเกี่ยวกับสมการเชิงเสนใหนักเรียน ดังนี้ ทักษะการสังเกต ขอสังเกต สมการเชิงเสนตัวแปรเดียวจะมีตัวแปรเพียงตัวเดียวเทานั้น และเลขชี้กําลังของตัวแปรเปนหนึ่ง 12. ครูใหนกเรียนทํากิจกรรมชวยเขียนฉันหนอย ั ทักษะการคิดสํารวจ กิจกรรมชวยเขียนฉันหนอย 1) ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5 คน 2) ใหแตละกลุมเขียนสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวภายในเวลาที่กําหนด 3) ครูใหนกเรียนแตละกลุมออกมานําเสนอจํานวนสมการเชิงเสนที่กลุมตัวเอง ั เขียน 4) ครูและนักเรียนกลุมอื่นชวยกันนับจํานวนสมการเชิงเสนที่เขียนได 5) ครูสรุปผลการแขงขัน ใหรางวัลกับกลุมที่ชนะ 13. ครูเขียนสมการบนกระดานใหนักเรียนชวยกันหาคาของตัวแปร เชน ทักษะการคิดคํานวณ 1) 2x + 5 = 11 2) 8x − 3 = 9 14. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการแทนคาของตัวแปรดวยจํานวนใดๆ แลวทํา ทักษะการสังเกต ใหสมการเปนจริง จะเรียกคําตอบหรือรากของสมการนั่นเอง แตถานําคาคงตัว มาแทนในสมการแลวสมการเปนเท็จแสดงวา คาคงตัวนั้นไมใชคําตอบของ สมการ 15. ครูแนะนํานักเรียนเกี่ยวกับการแกสมการจะตองอาศัยสมบัติการเทากัน ทักษะการคิดคํานวณ (ครูเขียนบนกระดานพรอมอธิบายและยกตัวอยาง) ดังนี้ สําหรับจํานวนจริง a, b และ c ใดๆ 1) ถา a = b แลว a + c = b + c สมบัติการบวก 2) ถา a = b แลว a - c = b - c สมบัติการลบ
  • 8.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 94 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ 3) ถา a = b แลว a ×c = b × c สมบัติการคูณ a b 4) ถา a = b แลวc = , c ≠ 0 สมบัติการหาร c 16. ครูยกตัวอยางสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวแลวใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ ทักษะการสังเกต ตัวอยาง จงหาวาสมการในขอใดเปนสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 1) 2x - 5 = 12 2) 3x - 4y = 4 3) 4x2 - 25 = 0 4) x2 + y2 = 16 17. ครูแนะนําวิธีทําใหนักเรียนกอน 1 ขอ และใหนักเรียนทําในขอที่เหลือ ทักษะการคิดจัดลําดับความ วิธีทํา 1) เนื่องจาก 2x - 5 = 12 สามารถจัดใหอยูในรูปของ ax + b = 0 ไดเปน 2x + (-5) - 12 = 0 หรือ 2x + (-17) = 0 ดังนั้น 2x - 5 = 12 เปนสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 18. ครูซักถามนักเรียนถึงคําตอบที่เหลือ โดยสุมถามนักเรียนทีละคน ทักษะการคิดสํารวจ 19. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 1 โดยครูเดินตรวจสอบความ เขาใจในการทํากิจกรรมของนักเรียน ชั่วโมงที่ 2 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับความหมายของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว และ ยกตัวอยางใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ หรือสุมใหนักเรียนยกตัวอยางสมการ เชิงเสนตัวแปรเดียว และทบทวนเรื่องของสมบัติการเทากัน 2. ครูใหนักเรียนพิจารณาการหาผลบวกหรือผลลบตอไปนี้บนกระดาน 2x + 3x = (2 + 3)x (ใชสมบัติการแจกแจง) = 5x (หาผลบวกในวงเล็บ) 7x - 3x = (7 - 3)x (ใชสมบัติการแจกแจง) = 54x (หาผลบวกในวงเล็บ) 3. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว บางครั้งตองใช สมบัติการแจกแจงเพื่อดึงตัวรวมแลวหาผลบวกหรือผลลบในวงเล็บดังตัวอยาง ขางตน 4. ครูยกตัวอยางใหนักเรียนพิจารณาและชวยกันหาคําตอบ โดยครูเปนผูซักถาม ดังนี้ ตัวอยาง จงแกสมการ 3x + 5 = 17 และตรวจคําตอบ วิธีทํา 3x + 5 = 17 นํา 5 มาลบทั้งสองขางของสมการ
  • 9.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 95 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ 3x + 5 - 5 = 17 - 5 3x = 12 นํา 3 หารทั้งสองขางของสมการ x=4 ตรวจสอบ แทน x ดวย 4 ในสมการ 3x + 5 = 17 3(4) + 5 = 17 12 + 5 = 17 17 = 17 ดังนั้น คําตอบของสมการคือ 4 5. ครูยกตัวอยางการแกสมการเชิงเสนที่เปนเศษสวนใหนักเรียนพิจารณาวิธีการหาคํา ทักษะการสังเกต ตอบ ดังนี้ ตัวอยาง จงแกสมการ 2 x − 3 = 12 และตรวจสอบคําตอบ 3 6 วิธทํา ี 2 x − 3 = 12 3 6 2 3 หา ค.ร.น. ของตัวสวนของ 3 และ 6 คือ 6 นํา 6 คูณทั้งสองขางของสมการ จะได 6( 2 ) x − 6( 3 ) = 6(12) 3 6 4x − 3 = 72 นํา 3 บวกทั้งสองขางของสมการ 4x − 3 + 3 = 72 + 3 4x = 75 นํา 4 หารทั้งสองขางของสมการ 75 x= 4 ตรวจสอบ แทน x ดวย 75 ในสมการ 2 x − 3 = 12 4 3 6 ⎛ 2 ⎞ 75 3 ⎜ ⎟ − = 12 ⎝3⎠ 4 6 25 3 − 2 6 = 12 12 = 12 ดังนั้น คําตอบของสมการคือ 754 6. ใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 2 โดยครูอาจแบงนักเรียนชายและ นัก เรียนหญิงทําคนละขอ แลวเปลี่ยนกันตรวจโดยครูใหออกมาแสดงวิธีทําหนาชั้นเรียน 7. ครูกําหนดโจทยการแกสมการใหนักเรียนทําอีก 5 ขอ เปนการบานโดยครู กําหนด วันและเวลาสง
  • 10.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 96 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ชั่วโมงที่ 3 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว (ตอ) 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องของการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวโดยการใช ทักษะการคิดจัดลําดับ สมบัติการเทากันที่นักเรียนไดเรียนมาแลวเปนการทบทวนหรือยกตัวอยางโจทยแลว ความ ใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวที่ยากขึ้นกวาที่เรียน ทักษะการสังเกต มาโดยการยกตัวอยางแลวใหนักเรียนชวยกันเสนอแนะวิธีการหาคําตอบไดอยางไร และนําสมบัติการเทากันขอใดมาใชในการหาคําตอบ และตรวจคําตอบบาง ตัวอยาง จงแกสมการ 4x − 3(2x − 4 ) = 4(x + 3) − 10 และตรวจสอบคําตอบ วิธีทํา 4x − 3(2x − 4 ) = 4(x + 3) − 10 4x − 6x + 12 = 4x + 12 − 10 (ใชสมบัติการแจกแจงเพื่อถอด วงเล็บ) −2x + 12 = 4x + 2 (จัดกลุมและดึงตัวรวม) 12 − 2 = 4x + 2x (นํา 2x บวกทั้งสองขาง และ นํา 2 ลบ ทั้งสองขาง) 10 = 6x (จัดกลุมและดึงตัวรวม x) หรือ 6x = 10 (สมบัติการสมมาตร) x = 10 = 5 6 3 ตรวจคําตอบ แทน x ดวย 3 5 ในสมการ 4x − 3(2x − 4 ) = 4(x + 3) − 10 5 4( 5 ) − 3{2 ( 5 ) − 4} = 4( 3 + 3) − 10 3 3 20 − 3( 10 − 4) = 4(14 ) − 10 3 3 2 3 20 56 30 3 − 3(− 3 ) = 3 − 3 20 + 6 = 26 3 3 3 26 = 26 3 3 คําตอบของสมการขางซายและขางขวาของสมการเทากัน สมการจึงเปนจริง ดังนั้น คําตอบของสมการ คือ 5 3 3. ครูยกตัวอยางในลักษณะเดียวกัน 2-3 ตัวอยาง เพื่อตรวจดูความเขาใจของ ทักษะการคิดคํานวณ นักเรียน เชน 1) จงแกสมการ 4(x + 6) − 2x = 5x + 3(x − 6) และตรวจคําตอบ 2) จงแกสมการ 2(x − 5) − (6x + 1) = 8 − 2(x + 5) และตรวจคําตอบ 4. ใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 3 โดยครูคอยใหคําแนะนํา ั ทักษะการคิดจัดลําดับ ความ
  • 11.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 97 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ 5. นักเรียนและครูชวยกันสรุปวิธการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว ี ทักษะการสังเกต ชั่วโมงที่ 4 การแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว (ตอ) 1. ครูทบทวนการแกสมการโดยการใชสมบัติการเทากันที่เรียนมาแลวโดยการตั้งโจทย ใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ เชน 1) 2(x + 6) = 15x + 8 2) 3(2 − x ) − 3x = 20 2. ครูยกตัวอยางใหนักเรียนชวยกันพิจารณาและเสนอแนะวิธีการหาคําตอบและตรวจ ทักษะการสังเกต คําตอบไดอยางไร ตัวอยาง จงแกสมการ x + 2 + x = 5 และตรวจสอบคําตอบ 3 4 6 วิธีทํา หา ค.ร.น. ของตัวสวนของเศษสวน ค.ร.น. ของ 3, 4 และ 6 คือ 12 นํา 12 คูณทั้งสองขางของสมการ จะได 12( x + 2 + x ) = 12( 5 ) 3 4 6 12( 3x + 2 ) + 12( x ) = 10 4 4(x + 2) + 3x = 10 4x + 8 + 3x = 10 7x + 8 = 10 7x = 2 x= 7 2 คําตอบของสมการ คือ 7 2 3. ครูใหนักเรียนแสดงการตรวจคําตอบเอง โดยครูเดินตรวจสอบความถูกตองหรือสุม ใหนักเรียนออกมาแสดงการตรวจคําตอบหนาชั้นเรียน 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 4 โดยครูคอยแนะนําและตรวจสอบ ความถูกตอง 5. ครูใหนักเรียนตั้งโจทยสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวแบบตางๆ คนละ 2 ขอ แลวแสดงวิธี ทําลงในสมุด 6. ครูใหนกเรียนเขียนโจทยของตัวเองใสในกระดาษแลวมวนเปนฉลากมาใสแกวหนา ั หองใหนักเรียนสงตัวแทนมาจับออกมาจับฉลากที่ทําไว 15 คน แลวเขียนโจทยบน กระดานใหนักเรียนทําสงเปนการบาน โดยครูกําหนดวันและเวลาสง ชั่วโมงที่ 5 สมการที่ลดรูปใหอยูในรูปสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 1. ครูสนทนากับนักเรียนในเรื่องของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวที่เรียนผานมาแลว 2. ครูแนะนํานักเรียนเกี่ยวกับลักษณะของสมการบางสมการที่มีตัวแปรอยูที่ตัวสวน สามารถที่จะแปลงเปนสมการเชิงเสนได โดยใชกระบวนการดังตอไปนี้ ครูยก
  • 12.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 98 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ตัวอยางใหนักเรียนสังเกตวิธีการหาคําตอบ ตัวอยาง จงแกสมการ 2x3x 4 − 2 = 21−−6x และตรวจสอบคําตอบ − 3x 6 3x 21− 6x วิธีทํา 2x − 4 − 2 = 3x − 6 , x ≠ 2 เนื่องจาก 2x − 4 = 2(x − 2) และ 3x − 6 = 3 (x − 2) ค.ร.น. ของตัวสวนคือ 6(x − 2) นํา 6(x − 2) คูณทั้งสองขางของสมการ จะได 21 − 6x 6(x − 2) 2(x3x 2) − 6(x − 2)2 = 6(x − 2) 3(x − 2) − 6( 2 ) − 6(x − 2) 2 = 6( 21 − 6 x ) 3x 3 9x − 12x + 24 = 42 − 12x − 3x + 24 = 42 − 12x 9x = 18 จะได x = 2 แตเนื่องจาก x ≠ 2 ดังนั้น สมการนี้ไมมีคําตอบ 3. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 5 โดยครูคอยใหคําแนะนําสําหรับ นักเรียนที่ทาไมได ํ 4. ใหนักเรียนไปศึกษาตัวอยางในหนังสือคูมือในหองสมุด และสรุปขอที่นาสนใจมาสง ครูในชั่วโมงหนา ชั่วโมงที่ 6 สมการที่สามารถลดรูปใหอยูในรูปสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 1. ครูใหนักเรียนนําเสนอผลงานของตัวเองที่ไปศึกษาคนควาจากหองสมุดโดยการสุม หรือขออาสาสมัคร 2. ครูยกตัวอยางใหนักเรียนชวยกันศึกษาวิธีการหาคําตอบ ตัวอยาง เมื่อกําหนด P เปนตัวแปรใน A = P + Prt จงหา P วิธทํา A = P +Prt ี ดังนั้น A = P(1 + rt) (ใชสมบัติการแจกแจงและดึงตัวประกอบรวม) A =P (นํา 1 + rt หารทั้งสองขางของสมการ) 1 + rt นั่นคือ P = A (สมบัติสมมาตร) 1 + rt 3. ครูยกตัวอยาง 2-3 ตัวอยางเพื่อตรวจดูความเขาใจของนักเรียน ทักษะการสังเกต 4. ใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 6 โดยครูเดินตรวจทั้งหองและคอยใหคํา ทักษะการคิดคํานวณ ั แนะนํากับนักเรียนที่ทําไมได 5. นักเรียนและครูรวมกันสรุปวิธีการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว ทักษะการคิดสรุปความ 6. ใหนกเรียนทําแบบฝกหัด 1 เปนการบานโดยครูกําหนดวันและเวลาสง ั
  • 13.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 99 5.3 ขั้นสรุป ครูใหนักเรียนชวยกันสรุปความหมายของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว ลักษณะของสมการเชิงเสนตัวแปร เดียว วิธีการหาคําตอบของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว วิธีการตรวจคําตอบของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว สมการเชิงเสนตัวแปรเดียว คือ สมการที่สามารถจัดใหอยูในรูป ax + b = 0 , a ≠ 0 เมื่อ a และ b เปน คาคงตัว x เปนตัวแปร ขอสังเกต สมการเชิงเสนตัวแปรเดียวจะมีตัวแปรเพียงตัวเดียวเทานั้นและเลขชี้กําลังของตัวแปรเปนหนึ่ง 6. สื่อการเรียนรู / แหลงการเรียนรู 6.1 สื่อการเรียนรู - หนังสือเรียนแม็ค - กระดาษสําหรับทําฉลากคําถาม - แกวหรือกระปองใสฉลาก 6.2 แหลงการเรียนรู - หองสมุดโรงเรียน หองสมุดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร - หนังสือเรียนแม็ค 7. กิจกรรมเสนอแนะ 7.1 กิจกรรมสงเสริมการคิดเชิงวิเคราะห ขั้นรวบรวมขอมูล ครูมอบหมายใหนักเรียนคนหา / คิด ประโยค ขึ้นมาคนละ 5 ประโยค แตละประโยคตองไมซํากัน ้ ขั้นวิเคราะห ใหนักเรียนแตละคนวิเคราะหวาประโยคที่คนหา / คิดขึ้นมานั้นเปนสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวหรือไม เพราะ เหตุใด ใหนักเรียนใหเหตุผล ขั้นสรุป ครูตรวจสอบผลงานของนักเรียนแตละคนพรอมใหขอเสนอแนะ แลวใหหัวหนาหองรวบรวมงานทั้งหมดจัด ทําเปนรูปเลมรายงาน ขั้นประยุกตใช ใหนกเรียนคัดเลือกประโยคที่นาสนใจมาจัดบอรดใหความรูเรื่องสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว ั  7.2 กิจกรรมการบูรณาการ ครูสามารถบูรณาการการเรียนกับกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ศิลปะ โดยการกําหนดภาระงานใหนักเรียน เขียนการตูนเกี่ยวกับเรื่องที่ไปอาน โดยใหมีความรูเกี่ยวกับเรื่องการแกโจทยปญหาตางๆ ที่เรียนมาแลว พรอมตั้งโจทย เปนแบบฝกหัดและมีเฉลยดวย ภาระงาน “การเขียนการตูนความรู” ผลการเรียนรู ใชกระบวนการการเขียนสื่อความหมายเรื่องราวจากภาพที่สรางสรรค ผลงานที่ตองการ  หนังสือการตูนที่มีความรูเกี่ยวกับการแกโจทยปญหาสมการ
  • 14.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 100 ขั้นตอนการทํางาน 1. ออกแบบลักษณะโครงเรื่อง 2. ออกแบบรูปเลม 3. วาดภาพและเขียนเรื่องตามที่วางแผนไว 4. ระบายสีใหสวยงาม 5. ตกแตงรูปเลมใหสวยงาม 6. แลกเปลี่ยนผลงานกับเพื่อนเพื่อนําขอคิดเห็นมาปรับปรุง 7. นําผลงานที่ไดไปสงครูและนําไปขยายผลสรางความรูใหกบเพื่อนๆ และนองๆ ั เกณฑการประเมิน 1. ความสวยงามของเลมการตูน 2. ความนาสนใจ 3. ความเรียบรอยและความประณีต 4. เนื้อหาถูกตองครบถวน 5. ความเหมาะสมของภาษาและความสละสลวย 8. บันทึกหลังสอน บันทึกหลังสอน (บันทึกเฉพาะประเด็นที่มีขอมูลสารสนเทศชัดเจน) ประเด็นการบันทึก จุดเดน จุดที่ควรปรับปรุง 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู 2. การใชสื่อการเรียนรู 3. การประเมินผลการเรียนรู 4. การบรรลุผลการเรียนรูของ ผูเรียน
  • 15.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 101 บันทึกเพิ่มเติม ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ลงชื่อ ............................................................ ผูสอน บันทึกความเห็นของผูตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ลงชื่อ ....................................................................... ตําแหนง .................................................................. 9. ใบความรู ใบงาน และเครื่องมือวัดผล กิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและแบฝกหัดในหนังสือเรียน
  • 16.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 102 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายบุคคลวิชาคณิตศาสตร ชื่อนักเรียน .............................. ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน ................................ ป .................... ครั้งที่ ................................................................. ผูสังเกต ...................................................................... ระดับการประเมิน หัวขอการประเมิน ดีมาก ดี พอใช ควรปรับปรุง ความสนใจ การตอบคําถาม การทํากิจกรรมหนาชั้นเรียน การใชความรูทักษะ/กระบวนการทาง คณิตศาสตรในการแกปญหาใน สถานการณตางๆ ความสามารถในการใชภาษาและสื่อ ลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร สื่อความหมาย แบบประเมินพฤติกรรมการทํางาน แบบประเมินพฤติกรรมการทํางาน ชื่อนักเรียน.............................. ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน ................................. ป .................... ครั้งที่ .............................................................. ผูสังเกต ...................................................................... ระดับการประเมิน หัวขอการประเมิน ดีมาก ดี ปานกลาง นอย นอยมาก การวงแผน การกําหนดการปฏิบัติงาน มีขั้นตอนชัดเจน การปฏิบัติตามขั้นตอนที่ กําหนด ความคิดสรางสรรค ผลการทํางาน
  • 17.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 103 แผนการจัดการเรียนรูที่ 2 เรื่อง การแกโจทยสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว เวลา 6 ชั่วโมง 1. เปาหมายการเรียนรู 1.1 ผลการเรียนรู 1) สามารถแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวได 2) ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได 1.2 จุดประสงคการเรียนรู 1) วิเคราะหแบบรูปที่กาหนดให และเขียนความสัมพันธจากแบบรูปที่กําหนดใหโดยใชตัวแปรได ํ 2) ระบุจํานวนที่เปนคําตอบของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวได 3) เขียนสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวแทนสถานการณหรือปญหาอยางงายได 4) สามารถหาคําตอบของการแกโจทยปญหาสมการได 5) ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได 2. สาระสําคัญ 2.1 สาระการเรียนรู 1) กลยุทธในการแกสมการโจทยปญหา 2) ปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิต 3) ปญหาเกี่ยวกับอัตรา - เวลา 4) ปญหาเกี่ยวกับของผสม 2.2 ทักษะ/ กระบวนการ การคิดคํานวณ 2.3 ทักษะการคิด ทักษะการคิดจัดลําดับความ ทักษะการคิดสรุปความ ทักษะการคิดเชื่อมโยง ทักษะการคิดสํารวจ ทักษะการ คิดตีความ ทักษะการคิดคํานวณ ทักษะการสังเกต ทักษะการคิดเปรียบเทียบ 3. รองรอยการเรียนรู 3.1 ผลงาน / ชิ้นงาน 1) พฤติกรรมการเรียน 2) พฤติกรรมการทํางานกลุม 3) การทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 8 - 13 และแบบฝกหัดที่ 2
  • 18.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 104 3.2 กระบวนการขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1) จัดกลุม กลุมละ 3 คน 2) เลือกหัวหนากลุม 3) หัวหนากลุมแบงงาน 4) รวมกันจัดทําบัตรกิจกรรม 5) นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน 6) รวมกันทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 7) สงงาน 3.3 พฤติกรรมตามคุณลักษณะพึงประสงค 1) ใหความรวมมือในการทํางานกลุม 2) มีความละเอียดรอบคอบและรับผิดชอบในการทํางาน 3.4 ความรูความเขาใจ นักเรียนเขาใจความหมายสมบัติของเสนขนานและเงื่อนไขที่ทําใหเสนตรงสองเสนขนานกัน 4. แนวทางการวัดและประเมินผล เกณฑขั้นต่ํา 4.4 ไดระดับ “ พอใช ” ขึ้นไป 4.5 ไดระดับ “ ดี ” ขึ้นไป 4.6 ทําได 80 % ขึ้นไป การสรุปผลการประเมิน ตองผานเกณฑข้นต่ําทั้ง 3 รายการ ั 5. กิจกรรมการเรียนการสอน 5.1 ขั้นนํา ชั่วโมงที่ 1 กลยุทธในการแกสมการ ครูทบทวนการแกสมการเชิงเสนที่เรียนมาแลวโดยการตั้งโจทยใหนักเรียนแขงกันหาคําตอบ ชั่วโมงที่ 2 ปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิต ครู ให นั ก เรี ย นออกมานํ าเสนอตั ว อยางที่ ไ ปค น คว าเกี่ ย วกั บ โจทย ป ญ หาสมการเชิ งเส น ตั ว แปรเดี ย วใน ชั่วโมงที่แลว ชั่วโมงที่ 3 ปญหาเกี่ยวกับอัตรา - เวลา ครูทบทวนวิธีการแกปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิตที่เรียนมาแลวและสนทนาเกี่ยวกับเรื่องของอัตรา และเวลาตางๆ ที่นักเรียนเคยพบมาแลว
  • 19.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 105 ชั่วโมงที่ 4 การแกโจทยปญหาเกี่ยวกับอัตรา - เวลา ครูทบทวนการแกโจทยปญหาสมการเกี่ยวกับอัตรา – เวลา โดยการติดแถบโจทยปญหาแลวใหนักเรียนชวย กันหาคําตอบ ชั่วโมงที่ 5 การแกโจทยปญหาเกี่ยวกับอัตรา – เวลา (ตอ) ครูทบทวนการใชสมการแกโจทยปญหาเกี่ยวกับอัตราและเวลา โดยการถามตอบ ชั่วโมงที่ 6 การแกปญหาของผสม ครูทบทวนเกี่ยวกับการแกโจทยปญหาในเรื่องตางๆ ที่เรียนมาแลวโดยการสนทนาถามตอบ 5.2 ขั้นสอน กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ชั่วโมงที่ 1 กลยุทธในการแกสมการ 1. ครูทบทวนการแกสมการเชิงเสนที่เรียนมาแลวโดยการตั้งโจทยใหนกเรียนแขง ทักษะการคิดจัดลําดับความ ั กันหาคําตอบ 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการแกโจทยปญหาวานักเรียนทําไมถึงหาคําตอบ ไมถูกตองหรือทําไมไดเพราะอะไร 3. ครูนําเสนอปญหาเกี่ยวกับสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวใหนกเรียนชวยกันหา ั คําตอบ 1–2 ขอ ทักษะการคิดเชื่อมโยง 4. ครูแนะนํานักเรียนเกี่ยวกับกลยุทธที่จะชวยใหนักเรียนสามารถจัดระบบแนวคิด วิธีการแกปญหา แลวเขียนบนกระดานดังนี้  1) อานปญหาอยางระมัดระวังหลายๆ ครั้ง นั่นคือ อานปญหาจนกระทั่งเขาใจ ปญหา ทราบวาตองการหาอะไร และทราบวากําหนดสิ่งใดมาให 2) วาดรูปหรือเขียนแผนภาพ และเขียนสวนที่ทราบคาและสวนที่ไมทราบคา 3) มองหาสูตรที่เชื่อมโยงปริมาณที่ทราบคากับปริมาณที่ไมทราบคา 4) แทนปริมาณที่ไมทราบคาดวยตัวแปร เชน x และพยายามแทนปริมาณอื่นๆ ที่ไมทราบคาในพจนของ x 5) สรางสมการที่แสดงความสัมพันธของปริมาณที่ทราบคากับปริมาณที่ไม ทราบคา 6) แกสมการและเขียนคําตอบของทุกสวนของปญหาที่ตองการทราบ 7) ตรวจสอบและตีความทุกคําตอบในพจนของปญหาดั้งเดิม ไมใชไปแทนใน สมการที่สรางขึ้นในขั้นที่ 5 (ความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นในขั้นการสรางสมการ ในขั้นที่ 5) 5. ครูแนะนําขอควรระวังในการแกโจทยปญหาสมการเกี่ยวกับขั้นตอนที่ตองระวัง ทักษะการคิดตีความ มากที่สุดคือ ขั้นที่ 5 เพราะเปนขั้นที่สําคัญ
  • 20.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 106 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ 6. ครูยกตัวอยางโจทยปญหาสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบโดย ทักษะการคิดคํานวณ ครูเปนผูซักถามตามขั้นตอนการแกปญหาที่กลาวมาขางตน 7. ครูใหนักเรียนไปศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือคูมอแลวนําโจทยสมการที่นาสนใจมา ื ทักษะการคิดสํารวจ คนละ 5 ตัวอยาง ชั่วโมงที่ 2 ปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขคณิต 1. ครูใหนักเรียนออกมานําเสนอตัวอยางที่ไปคนควาเกี่ยวกับโจทยปญหาสมการเชิงเสน ทักษะการคิดจัดลําดับ ตัวแปรเดียวในชั่วโมงที่แลว ความ 2. ครูนําเสนอปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิต ใหนักเรียนชวยกันเสนอแนะวิธี ทักษะการสังเกต การหาคําตอบ 1-2 ขอ ดังนี้ ตัวอยาง จงหาจํานวนคูสี่จํานวนติดกัน ซึ่งผลบวกของสามจํานวนแรกมากกวาจํานวน ที่สี่อยู 8 วิธีทํา ใหจํานวนคูที่นอยที่สุดของจํานวนสี่จํานวนนี้ คือ x ดังนั้น จํานวนอีกสามจํานวนคือ x + 2, x + 4 และ x + 6 เนื่องจาก ผลบวกของสามจํานวนแรกมากกวาจํานวนที่สี่อยู 8 ดังนั้น จะไดสมการ {x + (x + 2) + (x + 4)} − (x + 6) = 8 3x + 6 − x − 6 = 8 2x = 8 x=4 ดังนั้น จํานวนคูสี่จํานวนเรียงกัน คือ 4, 6, 8 และ 10 ตรวจคําตอบ สามจํานวนแรกบวกกันได 4 + 6 + 8 = 18 และ 18 − 10 = 8 เปนจริง 3. ครูยกตัวอยาง 2 ตัวอยาง หรือจนกวานักเรียนจะเขาใจวิธีการแกโจทยปญหาสมการ เชิงเสนตัวแปรเดียว ทักษะการสังเกต 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 7 เพื่อตรวจสอบความเขาใจของ นักเรียน ทักษะการคิดคํานวณ 5. ครู ย กตั ว อย างป ญ หาเกี่ ย วกั บ รู ป เรขาคณิ ต แล ว ให นั ก เรี ย นช ว ยกั น หาคํ าตอบบน กระดานดํา โดยครูเปนผูซักถาม ทักษะการสังเกต ตัวอยาง ถาดานหนึ่งของรูปสามเหลี่ยมยาวเปนหนึ่งในสามของความยาวรอบรูป ดานที่ สองยาว 10.5 เซนติเมตร และดานที่สามยาวเปนหนึ่งในสี่ของความยาวรอบรูป จงหา ความยาวรอบรูปของรูปสามเหลี่ยม
  • 21.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 107 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ วิธีทํา ใหรูปสามเหลี่ยมมีความยาวรอบรูปเปน x เซนติเมตร วาดรูปแสดงความยาวแตละดานไดดังนี้ C 10.5 1 x 4 A 1 x B 3 ดานที่หนึ่งยาวเปนหนึ่งในสามของความยาวรอบรูป ดังนั้น ดานที่หนึ่งยาว 1 x เซนติเมตร 3 ดานที่สองยาว 10.5 เซนติเมตร ดานที่สามยาวเปนหนึ่งในสี่ของความยาวรอบรูป ดังนั้น ดานที่สามยาว 1 x เซนติเมตร 4 จะไดสมการ 3 1 x + 10.5 + 1 x = x 4 นํา 12 คูณทั้งสองขางของสมการ จะได 4x + 126 + 3x = 12x 7x + 126 = 12x 5x = 126 x = 25.2 ดังนั้น รูปสามเหลี่ยมมีความยาวรอบรูป 25.2 เซนติเมตร ตรวจคําตอบ ดานที่หนึ่งยาว 1 ของความยาวรอบรูป 3 = 1 × 25.2 = 8.4 เซนติเมตร 3 ดานที่สามยาว 1 ของความยาวรอบรูป 4 = 1 × 25.2 = 6.3 เซนติเมตร 4 ดังนั้น 8.4 + 10.5 + 6.3 = 25.2 เปนจริง 6. ใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 8 โดยครูคอยใหคําแนะนําเพิ่มเติมกรณี ที่นักเรียนทําไมได 7. ครูต้งโจทยใหนักเรียน 2-3 ขอ เปนการบาน ั ชั่วโมงที่ 3 ปญหาเกี่ยวกับอัตรา - เวลา ทักษะการคิดจัดลําดับ 1. ครูทบทวนวิธีการแกปญหาเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิตที่เรียนมาแลวและสนทนา ความ เกี่ยวกับเรื่องของอัตราและเวลาตางๆ ที่นักเรียนเคยพบมาแลว เชน ปญหาเกี่ยวกับ ระยะทาง
  • 22.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 108 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ 2. ครูใหนักเรียนพิจารณาปญหาตอไปนี้ ทักษะการคิดสํารวจ เปดน้ําใสถังในเวลา 4 ชั่วโมง ไดนํา 2,000 ลิตร น้ําไหลเขาถังเฉลี่ยกี่ลิตรตอชั่วโมง ้ 3. ครูสนทนาและซักถามนักเรียนเกี่ยวกับการหาคําตอบของปญหาขอนี้วามีคําตอบเทา ทักษะการคิดตีความ ไร ซึ่งสรุปไดดังนี้ คําตอบคือน้ําไหลเขาถังเฉลี่ย 2,000 = 500 ลิตรตอชั่วโมง 4 หรือกลาวไดวาน้ําไหลเขาถังดวยอัตราเร็ว 500 ลิตรตอชั่วโมง 4. ครูใหนกเรียนชวยกันหาคําตอบของปญหาตอไปนี้ ั ทักษะการคิดคํานวณ ขับรถดวยระยะทาง 480 กิโลเมตร ในเวลา 5 ชั่วโมง ขับรถดวยความเร็วเฉลี่ยกี่ กิโลเมตรตอชั่วโมง 5. ครูซักถามนักเรียนเกี่ยวกับการหาคําตอบของคําถามขางตนไดหรือไม และใชวิธีการ ทักษะการคิดจัดลําดับ ใดในการหาคําตอบ ถานักเรียนไมสามารถหาคําตอบไดครูควรแนะนําโดยการใช ความ คําถามเพื่อเปนแนวทางในการหาคําตอบ จนนักเรียนสามารถคนพบคําตอบไดวา ขับ รถดวยความเร็วเฉลี่ย 480 5 = 96 กิโลเมตรตอชั่วโมง ทักษะการคิดสรุปความ 6. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อที่จะใหนักเรียนสามารถสรุปสูตรของการหาคําตอบดังนี้ ถากําหนดให Q เปนปริมาณของบางอยางเชน ปริมาณของน้ําเปนลิตรหรือลูกบาศก เมตร ระยะทางเปนกิโลเมตร หรือหนวยอื่น และ T เปนหนวยของเวลา ซึ่งมีหนวยเปนนาที ชั่วโมง วัน ป หรืออื่นๆ สามารถ สรางเปนความสัมพันธของสูตร ดังนี้ Q R = T (อัตราเทากับปริมาณตอเวลา) Q = RT (ปริมาณเทากับอัตราคูณเวลา) T = Q (เวลาเทากับปริมาณตออัตรา) R 7. ครูแนะนํานักเรียนตอ เมื่อปริมาณเปนระยะทางเราจะเปลี่ยนจาก Q เปน D จะได R = D , D = RT และ T = D T R 8. ครูยกตัวอยางโจทยปญหาเกี่ยวกับระยะทางและเวลา แลวใหนักเรียนชวยกันเขียน สมการจากโจทยปญหาโดยครูเปนผูซักถาม 9. ใหนกเรียนชวยกันพิจารณาเสนอแนะวิธีการแกปญหาและขั้นตอนในการหาคําตอบ ั แลวชวยกันแสดงวิธีทําบนกระดาน แลวใหนักเรียนจดลงในสมุดดังนี้ ตัวอยาง ระยะทางในการเดินเรือระหวางซานฟรานซิสโกและฮอนโนลูลูหางกัน 2,100 ไมล ถาเรือลําหนึ่งแลนออกจากซานฟรานซิสโก ซึ่งในเวลาเดียวกันเรือ อีกลําหนึ่งแลนออกจากฮอนโนลูลู ถาเรือลําที่แลนออกจากซานฟรานซิสโก แลนดวยอัตราเร็ว 20 ไมลตอชั่วโมง และเรือที่แลนออกจากฮอนโนลูลู
  • 23.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 109 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ แลนดวยอัตราเร็ว 25 ไมลตอชั่วโมง เปนเวลานานเทาไรที่เรือทั้งสองจะแลนสวน ทางกัน และเรือสองลําแลนสวนทางกันที่จุดหางจากซานฟรานซิสโและฮอนโนลูลู เปนระยะทางเทาไร 10. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการหาคําตอบของโจทยตัวอยาง และครูแนะนําวิธีทํา ใหนักเรียนซึ่งสามารถทําได 2 วิธดังนี้ี วิธีที่ 1 ใหเรือสองลําสวนทางกันเมื่อเรืออยูหางจากซานฟรานซิสโก x ไมล ดังนั้น เรือหางจากฮอนโนลูลูเปนระยะทาง 2,100 − x ไมล เรือที่แลนจากซานฟรานซิสโก แลนระยะทาง 20 ไมล ในเวลา 1 ชั่วโมง x แลนระยะทาง x ไมล ในเวลา 20 ชั่วโมง เรือที่แลนจากฮอนโนลูลู แลนระยะทาง 25 ไมล ในเวลา 1 ชั่วโมง แลนระยะทาง 2,100 − x ไมล ในเวลา 2,100 −x ชั่วโมง 25 เรือสวนทางใชเวลาเทากัน นั่นคือ x 2,100 −x 20 = 25 คูณไขวจะได 25x = 20(2,100 − x ) 25x = 42,000 − 20x 45x = 42,000 x = 42,000 45 1 = 933 3 ดังนั้น จากซานฟรานซิสโกถึงจุดที่สวนกันมีระยะทาง 933 1 ไมล 3 จากฮอนโนลูลูถึงจุดที่สวนกันมีระยะทาง 2,100 − 933 3 = 1,166 2 ไมล 1 3 ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการหาเวลาที่ใชในการแลนเรือจากจุดเริ่มตนถึงจุดที่ x สวนกันไดจาก 20 หรือ 2,100 −x 25 x 11. ครูแสดงการหาคําตอบจาก 20 ใหนักเรียนสังเกต แลวใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ ทักษะการสังเกต ดังนี้ x 42000 20 = 45 20 1 = 42000 × 20 45 = 46 2 ชั่วโมง หรือ 46 ชั่วโมง 40 นาที 3 a. ครูนําเสนอวิธที่ 2 ใหนักเรียนสังเกตวิธีการหาคําตอบ ี
  • 24.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 110 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ วิธีที่ 2 20 ไมลตอชั่วโมง 25 ไมลตอชั่วโมง _ _ ซานฟรานซิสโก _ จุดที่สวนกัน ฮอนโนลูลู D1 = 20T D2 = 25T b. ครูแนะนํานักเรียนถึงวิธีการหาคําตอบ ดังนี้ ระยะทางที่เรือแลนจากซานฟรานซิสโกถึงจุดที่สวนกันรวมกับระยะทางที่เรือแลน จากฮอนโนลูลู นั่นคือ D1 + D2 = 2,100 20T+ 25T = 2,100 45T = 2,100 T = 2,100 45 = 46 2 ชั่วโมง 3 หรือ T = 46 ชั่วโมง 40 นาที ระยะทางจากซานฟรานซิสโกถึงจุดที่สวนกันเทากับ 2,100 × 20 1 = 933 ไมล 3 45 2 ระยะทางจากซานฟรานซิสโกถึงจุดที่สวนกันเทากับ 2,100 × 25 3 = 1166 ไมล 45 ตรวจสอบ 933 1 + 1,166 2 = 2,100 เปนจริง 3 3 12. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 9 โดยครูคอยใหคําแนะนําแก ทักษะการคิดคํานวณ นักเรียนที่ทําไมได และเดินตรวจสอบความถูกตองของนักเรียนทุกคนในหอง 13. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด 2 ขอ 1–7 เปนการบาน ชั่วโมงที่ 4 การแกโจทยปญหาปญหาเกี่ยวกับอัตรา - เวลา 1. ครูทบทวนการแกโจทยปญหาสมการเกี่ยวกับอัตรา – เวลา โดยการติดแถบโจทย ทักษะการคิดจัดลําดับ ปญหาแลวใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ ความ 2. ครูเลาเรื่องเกี่ยวกับการแลนเรือสําราญจากที่หนึ่งไปที่หนึ่งโดยมีการกําหนดเวลาและ สถานที่ อัตราเร็วของเรือที่แลนใหสอดคลองกับตัวอยางที่จะตองใหนักเรียนหาคําตอบ ทักษะการคิดสํารวจ 3. ใหนักเรียนชวยกันเขียนโจทยจากเรื่องที่ครูเลา จะไดดังนี้ ตัวอยาง ในการแลนเรือสําราญขึ้นไปยังตนน้ําระยะทาง 540 กิโลเมตร เรือใชเวลา ทักษะการคิดตีความ 1.5 เทาของการแลนเรือจากตนน้ําไปยังปลายน้ํา ถาเรือแลนในน้ําดวยอัตรา เร็ว 22.5 กิโลเมตรตอชั่วโมง จงหาอัตราเร็วของกระแสน้ํา วิธีทํา ใหอัตราเร็วของกระแสน้ําเปน x กิโลเมตรตอชั่วโมง อัตราเร็วของเรือที่แลนในน้ํานิ่งเปน 22.5 กิโลเมตรตอชั่วโมง
  • 25.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 111 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ดังนั้น อัตราเร็วของเรือที่แลนตามน้ําเปน 22.5 + x กิโลเมตรตอชั่วโมง และอัตราเร็วของเรือที่แลนทวนน้ําเปน 22.5 − x กิโลเมตรตอชั่วโมง ระยะทาง 22.5 + x กิโลเมตร เรือแลนตามน้ําในเวลา 1 ชั่วโมง ระยะทาง 540 กิโลเมตร เรือแลนตามน้ําในเวลา 540 ชั่วโมง 25.5 + x ระยะทาง 22.5 − x กิโลเมตร เรือแลนทวนน้ําในเวลา 1 ชั่วโมง 540 ระยะทาง 540 กิโลเมตร เรือแลนทวนน้ําในเวลา 25.5 − x ชั่วโมง เรือแลนทวนน้ําใชเวลาเปน 1.5 เทาของเรือที่แลนตามน้ํา 540 540 นั่นคือ จะไดสมการ 25.5 − x ÷ 25.5 + x = 1.5 540 25.5 + x = 1.5 หรือ 25.5 − x × 540 25.5 + x = 1.5 25.5 − x นํา 22.5 − x คูณทั้งสองขางของสมการ จะได 22.5 + x = 1.5(22.5 − x ) 22.5 + x = 33.75 − 1.5x 2.5x = 11.25 x = 4.5 ดังนั้น อัตราเร็วของกระแสน้ําเปน 4.5 กิโลเมตรตอชั่วโมง 4. ใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 10 โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง ั ทักษะการคิดคํานวณ 5. ใหนกเรียนทําแบบฝกหัด 2 ขอ 8-9 เปนการบาน ั ชั่วโมงที่ 5 การแกโจทยปญหาปญหาเกี่ยวกับอัตรา - เวลา (ตอ) 1. ครูทบทวนการใชสมการแกโจทยปญหาเกี่ยวกับอัตราและเวลา โดยการถามตอบ ทักษะการคิดจัดลําดับ 2. ครูสมมติสถานการณใหหองเรียนเปนโรงงานเย็บผาแลวนักเรียนเปนพนักงานใน  ความ โรงงานแลวผูจัดการตองการใหนักเรียนคํานวณเวลาในการทํางานและการเลือกใช ทักษะการคิดสํารวจ เครื่องจักรตามเหตุการณตอไปนี้ 3. ครูเขียนโจทยปญหาบนกระดาน ดังนี้ ทักษะการคิดคํานวณ ตัวอยาง เครื่องจักรเกาทํางานผลิตสินคาตามใบสั่งทั้งหมดในเวลา 12 ชั่งโมง ถานํา เครื่องจักรใหมมารวมทํางานดวยตั้งแตตนจะทําเสร็จในเวลา 4 ชั่วโมง ถา ใชเครื่องจักรใหมเพียงอยางเดียวจะทํางานนี้เสร็จในเวลาเทาไร ทักษะการคิดตีความ 4. ครูใหนักเรียนชวยกันเขียนสมการและหาคําตอบโดยการซักถามของครูแลวเขียนบน กระดานดังนี้ วิธีทา ใหเครื่องจักรใหมเพียงอยางเดียวทํางานนี้ จะเสร็จในเวลา x ชั่วโมง ํ เครื่องจักรใหมทํางาน x ชั่วโมง ไดงาน 1 ของงาน
  • 26.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 112 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ เครื่องจักรใหมทํางาน 4 ชั่วโมง ไดงาน 4 ของงาน x เครื่องจักรเกาทํางาน 12 ชั่วโมง ไดงาน 1 ของงาน 4 1 เครื่องจักรเกาทํางาน 4 ชั่วโมง ไดงาน 12 = 3 ของงาน ดังนั้น เครื่องจักรเกาทํางาน 1 ของงาน จะเหลืองานใหใชเครื่องจักรใหม 3 ทํา 3 − 1 = 2 ของงาน 3 3 3 2 นั่นคือ งาน 3 ของงาน เทากับงาน 4 ของงาน x จะไดสมการ 4 = 2 x 3 คูณไขวจะได 2x = 12 x = 6 นั่นคือ เครื่องจักรใหมเพียงอยางเดียวทํางานเสร็จในเวลา 6 ชั่วโมง ตรวจสอบคําตอบ ทํางานรวมกันเสร็จใน 4 ชั่วโมง จะไดงาน นั่นคือ 4 + 12 = 12 + 12 = 1 ของงาน 6 4 8 4 5. ใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจอบความเขาใจ 11 โดยครูเดินตรวจสอบความถูกตองทั้ง ั ทักษะการคิดคํานวณ หองเรียนและใหคําแนะนํากับนักเรียนที่ทําไมได ชั่วโมงที่ 6 ปญหาของผสม 1. ครูทบทวนเกี่ยวกับการแกโจทยปญหาในเรื่องตางๆ ที่เรียนมาแลวโดยการสนทนาถาม ทักษะการคิดจัดลําดับ ตอบ ความ 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องของผสมโดยครูอาจยกตัวอยางใหนักเรียนดูกอน ทักษะการคิดเปรียบ เชน การนําของที่มีคุณภาพตางกันซึ่งมักมีราคาตางกันมาผสมเขาดวยกันตามอัตราสวน เทียบ ที่กําหนดเพื่อใหมีมาตรฐานของสินคาและราคาเปลี่ยนไป 3. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางปญหาของผสมที่พบเห็นในชีวิตประจําวันโดยการถามตอบ ทักษะการคิดสังเกต หรือแสดงความคิดเห็น 4. ครูนําเสนอตัวอยางโจทยปญหาของผสม ใหนักเรียนชวยกันเขียนสมการและเสนอ แนะวิธีการหาคําตอบ และตรวจคําตอบบนกระดาน ตัวอยาง รานคาตองการผสมกาแฟราคาปอนดละ 180 บาท กับกาแฟราคาปอนดละ 300 บาท เปนกาแฟผสมที่จะขายในราคาปอนดละ 225 บาท จะตองใช กาแฟแตละชนิดอยางละเทาไร เพื่อใหไดกาแฟผสมอันใหมมีจํานวน 450 ปอนด วิธีทา ใชกาแฟราคาปอนดละ 180 บาท จํานวน x ปอนด ํ ดังนั้น ใชกาแฟราคาปอนดละ 300 บาท จํานวน 450 – x ปอนด
  • 27.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 113 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ใชกาแฟราคาปอนดละ 180 บาท จํานวน x ปอนด มีราคา 180x บาท ใชกาแฟราคาปอนดละ 300 บาท จํานวน 450 - x ปอนด มีราคา 300(450 - x) บาท ใชกาแฟสองชนิดรวมกัน 450 ปอนด มีราคารวมทั้งสิ้น 180x + 300(450 -x) บาท ตองการขายกาแฟผสมราคาปอนดละ 225 บาท จํานวน 450 ปอนด เปนเงิน 450 × 225 = 101,250 บาท จะไดสมการ 180x + 300(450 − x) = 101,250 180x +135,000 − 300x = 101,250 120x = 135,000 − 101,250 = 33,750 x = 33,750 120 = 281.25 ดังนั้น ตองการใชกาแฟราคาปอนดละ 180 บาท จํานวน 281.25 ปอนด ตองการใชกาแฟราคาปอนดละ 300 บาท จํานวน 168.75 ปอนด ตรวจสอบ กาแฟแตละชนิดรวมกันเปนเงิน (281.25 × 180) + (168.75 × 300) = 50,625 + 50,625 = 101,250 บาท กาแฟผสมมีราคาทั้งสิ้น 225 × 450 = 101,250 บาท ซึ่งเทากัน ดังนั้นคําตอบถูกตอง 5. ครูใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 12 และ 13 โดยครูคอยใหคําแนะนํา ทักษะการคิดคํานวณ ั กับนักเรียนที่ทําไมไดเปนรายบุคคล และใหนักเรียนทําแบบฝกหัดที่ 2 ขอที่เหลือเปน การบาน 5.3 ขั้นสรุป ครูใหนกเรียนชวยกันสรุปวิธีการแกโจทยปญหาสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว กลยุทธในการแกสมการ ั การแกสมการเกี่ยวกับจํานวนและรูปเรขาคณิต การแกสมการเกี่ยวกับปญหาอัตรา – เวลา การแกสมการเกี่ยวกับ ปญหาของผสม 6. สื่อการเรียนรู / แหลงการเรียนรู 6.1 สื่อการเรียนรู - หนังสือเรียนแม็ค - กระดาษแถบโจทยปญหา  6.2 แหลงการเรียนรู - หองสมุดโรงเรียน - หองสมุดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
  • 28.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 114 7. กิจกรรมเสนอแนะ 7.1 กิจกรรมสงเสริมการคิดเชิงวิเคราะห - 7.2 กิจกรรมบูรณาการ ครู ส ามารถบู ร ณาการการเรี ย นกั บ กลุ ม สาระการเรี ย นรู ภ าษาไทย ศิ ล ปะ โดยการกํ าหนดภาระงานให นักเรียนชวยกันแตงกลอนเกี่ยวกับเรื่องการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวเปนการประกวด ภาระงาน “เขียนกลอนเรื่องการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว” ผลการเรียนรูที่คาดหวัง ใชกระบวนการเขียนกลอนสื่อความหมายของการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว ผลงานที่ตองการ กลอนเรื่องการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว ขั้นตอนการทํางาน 1. ศึกษาลักษณะของการเขียนกลอนตาง ๆ 2. ศึกษาการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 3. แตงกลอนเรื่องการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว 4. ใหนักเรียนแลกเปลี่ยนกลอนกับเพื่อนเพื่อนําขอคิดเห็นมาปรับปรุง 5. นําผลงานที่ไดไปสงครูและนําไปขยายผลสรางความรูใหกบเพื่อนๆ และนองๆ ั เกณฑการประเมิน 1. ความถูกตองของเนื้อหา 2. ความไพเราะเหมาะสม 3. ความเรียบรอยและความประณีต 4. เนื้อหาถูกตองครบถวน 5. ความเหมาะสมของภาษาและความสละสลวย
  • 29.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 115 8. บันทึกหลังสอน บันทึกหลังสอน (บันทึกเฉพาะประเด็นที่มขอมูลสารสนเทศชัดเจน) ี ประเด็นการบันทึก จุดเดน จุดที่ควรปรับปรุง 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู 2. การใชสื่อการเรียนรู 3. การประเมินผลการเรียนรู 4. การบรรลุผลการเรียนรูของ ผูเรียน บันทึกเพิ่มเติม ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ลงชื่อ ............................................................ ผูสอน บันทึกความเห็นของผูตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ลงชื่อ ....................................................................... ตําแหนง ..................................................................
  • 30.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 116 9. ใบความรู ใบงาน และเครื่องมือวัดผล กิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและแบบฝกหัดในหนังสือเรียนแม็ค แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายบุคคลวิชาคณิตศาสตร ชื่อนักเรียน .................................. ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน ............................ ป .................... ครั้งที่ ............................................................... ผูสังเกต ...................................................................... ระดับการประเมิน หัวขอการประเมิน ดีมาก ดี พอใช ควรปรับปรุง ความสนใจ การตอบคําถาม การทํากิจกรรมหนาชั้นเรียน การใชความรูทักษะ/กระบวนการทาง คณิตศาสตรในการแกปญหาใน สถานการณตางๆ ความสามารถในการใชภาษาและสื่อ ลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร สื่อความหมาย
  • 31.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 117 แบบประเมินพฤติกรรมการทํางาน แบบประเมินพฤติกรรมการทํางาน ชื่อนักเรียน ....................... ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน .............................. ป ...................... ครั้งที่ ........................................................ ผูสังเกต ...................................................................... ระดับการประเมิน หัวขอการประเมิน ดีมาก ดี ปานกลาง นอย นอยมาก การวงแผน การกําหนดการปฏิบัติงาน มีขั้นตอนชัดเจน การปฏิบัติตามขั้นตอนที่ กําหนด ความคิดสรางสรรค ผลการทํางาน
  • 32.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 118 การประเมินและสะทอนตนเองหลังเสร็จสิ้นการเรียนในบทที่ 4 (Self Reflection) 1. การประเมินตนเองของนักเรียน ใหดําเนินการดังนี้ 1.1 ครูทบทวนผลการเรียนรูประจําบททุกขอใหนักเรียนไดทราบ โดยอาจเขียนไวบนกระดาน พรอมทั้ง ทบทวนถึงหัวขอกิจกรรมการเรียนวาไดเรียนอะไรบาง 1.2 ใหนักเรียนเขียนบันทึกการประเมินตนเองไวในสมุดงานดานหลังตามหัวขอ ดังนี้ บันทึกการประเมินและสะทอนตนเองประจําบทที่ 4 วัน/เดือน/ป ที่บันทึก ................./................../................... รายการบันทึก 1. จากการเรียนที่ผานมาไดมีความรูอะไรบาง ................................................................................................................................................................................. 2. ปจจุบันนี้มีความสามารถปฏิบัตสิ่งใดไดแลวบาง ิ ................................................................................................................................................................................. 3. สิ่งที่ยังไมรู ไมกระจาง ไมเขาใจ มีอะไรบาง ................................................................................................................................................................................. 4. ผลงานหรือชิ้นงานที่เนนความภาคภูมิใจจากการเรียนในบทนี้คออะไร ทําไมจึงภาคภูมิใจ ื ................................................................................................................................................................................. 2. การพัฒนาการเรียนการสอนโดยใชกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของครู ชื่อเรื่องที่วิจัย...................................................................................................... 1. ความเปนมาของปญหา สิ่งที่คาดหวัง ........................................................................................................................................................... สิ่งที่เปนจริง ........................................................................................................................................................... ปญหาที่พบคือ ........................................................................................................................................................ สาเหตุของปญหาคือ ............................................................................................................................................... แนวทางการแกไขปญหาคือ ................................................................................................................................... 2. วัตถุประสงคในการแกปญหา 1) เพื่อแกปญหาเรื่อง .............................................................................................................................................
  • 33.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 119 ของนักเรียนชั้น .................................................... หอง .............................. จํานวน .................................. คน โดยใช ............................................................................................................................................................... 2) เพื่อศึกษาผลการแกไขปญหาเกี่ยวกับ .......................................................................................... หลังจากที่ได ทดลองใชวิธีแกปญหาโดย ................................................................................................................................ 3. ขอบเขตของการแกปญหา 3.1 กลุมเปาหมายในการแกปญหาคือ นักเรียนชั้น ......................... หอง ................... จํานวน ...................... คน ในภาคเรียนที่ ................... ปการศึกษา .................. ที่มีปญหาเกี่ยวกับ ........................................................ 3.2 เนื้อหาที่ใชในการศึกษาคือ เรื่อง ......................................... บทที่ .............. วิชา........................................... 3.3 ระยะเวลาในการศึกษา ประมาณ .......... สัปดาห/เดือน ตั้งแตวันที่ .......... เดือน................... พ.ศ. ............... ถึงวันที่ ............. เดือน ................................ พ.ศ. ................... 4. วิธีดําเนินการในการแกไขปญหา 4.1 เครื่องมือที่ใชในการแกปญหาคือ ................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ซึ่งมีขั้นตอนในการสรางและพัฒนาดังนี้ ....................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ 4.2 เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลคือ .................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ซึ่งมีขั้นตอนในการสรางและตรวจสอบคุณภาพดังนี้ ..................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ 4.3 การเก็บรวบรวมขอมูล ไดดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลตามวิธีการดังนี้ 1) นําเครื่องมือที่ใชในการแกปญหาไปทดลองใชกับนักเรียนในเวลา ......................................................... โดย ......................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................. 2) นําเครื่องมือเก็บรวบรวมขอมูลไปเก็บขอมูลเกี่ยวกับ ............................................................................. โดย ......................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................. 4.4 การวิเคราะหขอมูลและการสรุปผล ไดดําเนินการวิเคราะหขอมูลและสรุปผลดังนี้ ...................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................
  • 34.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.2 ภาคเรียนที่2 120 5. ผลการแกปญหา ผลการแกปญหาเกี่ยวกับ ........................................................................................................................................ ของนักเรียนกลุมเปาหมาย ปรากฏผลดังนี้ ............................................................................................................ ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ...............................................................................................................................................................................