หนวยการเรียนรูที่ 1
                                   เรื่อง สมบัติของจํานวนนับ
รายวิชาที่นามาบูรณาการ
            ํ
          ภาษาไทย ภาษาตางประเทศ
1. มาตรฐานการเรียนรู
          มฐ. ค 1.4
2. ตัวชี้วัดชั้นปที่เกี่ยวของ
          ค 1.4 ม.1/1
3. สาระการเรียนรูประจําหนวย
   3.1 จํานวนนับ
   3.2 การหารลงตัว
   3.3 ตัวประกอบ
   3.4 จํานวนคูและจํานวนคี่
   3.5 จํานวนเฉพาะ
   3.6 ตัวประกอบเฉพาะ
   3.7 การแยกตัวประกอบ
   3.8 ตัวหารรวมมากและการนําไปใช
   3.9 ตัวคูณรวมนอยและการนําไปใช
4. รองรอยการเรียนรู
   4.1 ผลงาน/ชิ้นงาน ไดแก
          1) ผลงานจากการทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 1-15 และแบบฝกหัด 1-3
          2) ผลงานจากการทํากิจกรรมกลุม
          3) ผลงานจากการทํากิจกรรมบูรณาการ
   4.2 ผลการปฏิบัติงานไดแก
          1) การปฏิบัติกิจกรรมในชันเรียน
                                  ้
          2) การมีสวนรวมในการปฏิบัติกิจกรรมกลุม
   4.3 การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนจบหนวยการเรียนรู
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                     2

 5. แนวทางการจัดการเรียนรูในภาพรวม

                                                              แนวทางการจัดการเรียนรู
        รองรอยการเรียนรู
                                                     บทบาทครู                     บทบาทนักเรียน
5.1 ผลงาน/ชิ้นงาน ไดแก
     1) การทํากิจกรรมตรวจสอบ            - อธิบายเนื้อหาในแตละเรื่อง      - ฝกคิดตามและรวมทํากิจกรรมในชั้น
        ความเขาใจ 1-15 และ             - แนะการทําแบบฝกหัดและ             เรียน
        แบบฝกหัด 1-3                     กิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ        - ทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและ
     2) การทํากิจกรรมกลุม              - อธิบายสรุปความคิดรวบยอดใน         แบบฝกหัด
     3) การทํากิจกรรมบูรณาการ             แตละเรื่อง                     - ทําแบบทดสอบหนวยยอยเปนรายกลุม
5.2 ผลการปฏิบัติงานไดแก
    1) การปฏิบติกิจกรรมในชัน
               ั            ้           - แนะนําวิธีการเขียนแผนผังสรุป    - ใหนักเรียนเขียนแผนผังความคิด
       เรียนและการใชบริการ               ความคิดรวบยอดเพื่อสรุปเนือหา
                                                                    ้       ประจําหนวย
       หองสมุดของโรงเรียนอยาง           ประจําหนวย                     - ใหนักเรียนไปคนควาโจทยใน
       เหมาะสม                          - แนะนําใหนกเรียนใชบริการ
                                                      ั                     หองสมุดโรงเรียนและหองสมุดกลุม
    2) การมีสวนรวมในการปฏิบัติ          หองสมุดของโรงเรียนอยาง          สาระการเรียนรูคณิตศาสตร
       กิจกรรมกลุม                       เหมาะสม                         - ใหนักเรียนจัดกลุมตามที่ครูมอบหมาย
                                        - แนะนําวิธการจัดกลุมและการทํา
                                                    ี                       และชวยกันทํากิจกรรมในชันเรียน
                                                                                                        ้
                                          กิจกรรมกลุม

5.3 การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์               - สรุปเนื้อหาที่สําคัญตามแผนผัง   - ทําแบบทดสอบหลังเรียนจบ
    ทางการเรียน                           ความคิดรวบยอดประจําหนวยอีก
                                          ครั้ง
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                        3

                                             แผนการจัดการเรียนรูที่ 1
                                                เรื่อง จํานวนนับ
                                                 เวลา 3 ชั่วโมง
1. เปาหมายการเรียนรู
   1.1 ผลการเรียนรู
        มีความรูความเขาใจในเรื่องของตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ และการแยกตัวประกอบ
   1.2 จุดประสงคการเรียนรู
        1) อธิบายถึงความหมายของตัวประกอบ จํานวนคูและจํานวนคี่ จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ และการ
แยกตัวประกอบไดอยางถูกตอง
        2) นําความรูเกี่ยวกับตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ และการแยกตัวประกอบไปใชในการ
แกโจทยปญหาได

2. สาระสําคัญ
   2.1 สาระการเรียนรู
       1) การหารลงตัว
       2) ตัวประกอบ
       3) จํานวนคูและจํานวนคี่
       4) จํานวนเฉพาะ
       5) ตัวประกอบเฉพาะ
       6) การแยกตัวประกอบ
   2.2 ทักษะ/กระบวนการ
       1) ทักษะการใหเหตุผล
       2) ทักษะการสื่อสาร สื่อความหมาย
       3) ทักษะการแกปญหา
   2.3 ทักษะการคิด
       การคิดวิเคราะห การคิดแปลความ การคิดสรุปความ การคิดคํานวณ

3. รองรอยการเรียนรู
   3.1 ผลงาน/ชิ้นงาน
        1) ผลงานจากการทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 1-6 และแบบฝกหัด 1
        2) ผลงานจากการทํากิจกรรมกลุม
        3) ผลงานจากการทํากิจกรรมบูรณาการ “การเขียนกลอนเรื่องตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยกตัว
ประกอบ”
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                              4

   3.2 กระบวนการขั้นตอนการปฏิบัติงาน
       1) จัดกลุม กลุมละ 3 คน
       2) เลือกหัวหนากลุม
       3) หัวหนากลุมแบงงาน
       4) รวมกันทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและแบบฝกหัด
       5) นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน
       6) สงงาน
   3.3 พฤติกรรมตามคุณลักษณะพึงประสงค
       1) ใหความรวมมือในการทํางานกลุม
       2) มีความละเอียดรอบคอบและรับผิดชอบในการทํางาน
   3.4 ความรูความเขาใจ
       นักเรียนเขาใจความหมายของคําวา ตัวประกอบ จํานวนคูและจํานวนคี่ จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ
และการแยกตัวประกอบ

4. แนวทางการวัดผลและประเมินผล
   เกณฑผานขั้นต่ํา
      1) ไดระดับ “พอใช” ขึ้นไป
      2) ไดระดับ “ดี” ขึ้นไป
      3) ทําไดถูกตอง 80% ขึ้นไป
   การสรุปผลการประเมิน
      ตองผานเกณฑขั้นต่ําทั้ง 3 รายการ

5. กิจกรรมการเรียนการสอนเพือการเรียนรู
                                ่
   5.1 ขั้นนํา
       ชั่วโมงที่ 1 (ตัวประกอบ)
       โดยครูทบทวนความรูเรื่องจํานวนนับวาจํานวนนับคืออะไร พรอมยกตัวอยางประกอบ
       ชั่วโมงที่ 2 (จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ)
       ครูทบทวนความหมายของตัวประกอบ จากนั้นอธิบายเรื่องจํานวนคูและจํานวนคี่ โดยใหนักเรียนชวยกัน
ยกตัวอยางประกอบ และนํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 3 มาอภิปรายตอนตนชัวโมง  ่
       ชั่วโมงที่ 3 (การแยกตัวประกอบ)
       1. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 5
       2. ครูทบทวนความหมายของจํานวนเฉพาะและตัวประกอบเฉพาะอีกครัง       ้
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                      5

   5.2 ขั้นสอน
                                กิจกรรมการเรียนการสอน                                     ฝกการคิดแบบ
ชั่วโมงที่ 1 (ตัวประกอบ)
1. ครูยกตัวอยางการหารลงตัว แลวสรุปวา การหารลงตัวคือการหารที่หารแลวจะมีเศษ    ทักษะการคิดสรุปความ
เปนศูนย และใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 1 พรอมกันในชั้นเรียน
                   ั
2. ครูใหนักเรียนชวยกันหาจํานวนนับทั้งหมดที่หาร 30 ลงตัว และจํานวนนับทั้งหมดที่
หาร 45 ลงตัว ครูเสนอแนะวาจํานวนนับทีหาร 30 ลงตัว เรียกวา ตัวประกอบของ 30 และ
                                        ่
จํานวนนับทีหาร 45 ลงตัว เรียกวา ตัวประกอบของ 45 ตามลําดับ
              ่
3. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปความหมายของตัวประกอบ ดังนี้                          ทักษะการคิดสรุปความ

       ตัวประกอบของจํานวนนับใดๆ คือจํานวนนับที่หารจํานวนนับนั้นลงตัว

4. ครูยกตัวอยางบนกระดานพรอมกับเรียกนักเรียนออกมาแสดงวิธทํา      ี                   ทักษะการคิดวิเคราะห
    ตัวอยางที่ 1 จงหาตัวประกอบของ 50, 70 และ 8                                       ทักษะการคิดคํานวณ
    ตัวอยางที่ 2 จงหาตัวประกอบของ 3, 65 และ 10
    จากตัวอยางทังสอง ครูชี้แนะใหนักเรียนเห็นวาจํานวนนับทั้งหมดมี 1 เปนตัวประกอบ
                   ้
5. ครูถามนักเรียนวา ถา n และ d เปนจํานวนนับที่ d เปนตัวประกอบของ n แลวจํานวน     ทักษะการคิดวิเคราะห
นับ n÷d จะเปนตัวประกอบของ n ดวยหรือไม (เปน) ใหนักเรียนยกตัวอยางประกอบ
6. ใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 2
         ั
ชั่วโมงที่ 2 (จํานวนคูและจํานวนคี่ จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ)
1. ครูอธิบายย้ําวาจํานวนคูทงหมดจะมี 2 เปนตัวประกอบ จํานวนนับอืนที่ไมใชจานวนคู
                              ั้                                     ่        ํ
เรียกวา จํานวนคี่
2. ครูใหนักเรียนชวยกันหาตัวประกอบของจํานวนตอไปนี้                                  ทักษะการคิดวิเคราะห
      กลุมที่ 1 2 (1, 2)              กลุมที่ 2 8 (1, 2, 4, 8)                      ทักษะการคิดสรุปความ
                  3 (1, 3)                       10 (1, 2, 5, 10)
                  7 (1, 7)
    ใหนกเรียนสังเกตความแตกตางของจํานวนทั้งสองกลุม แลวรวมกันสรุปวา จํานวนใน
           ั                                              
กลุมที่ 1 มีตัวประกอบเพียง 2 ตัว คือ 1 และตัวมันเอง
3. ครูบอกบทนิยามของจํานวนเฉพาะ ดังนี้                                                 ทักษะการคิดวิเคราะห
     บทนิยาม จํานวนนับจะเปนจํานวนเฉพาะก็ตอเมื่อ
                  1) จํานวนนับนั้นมีคามากกวา และ
                  2) จํานวนนับนั้นมีตัวประกอบเพียง 2 ตัว คือ 1 และตัวมันเอง
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                   6

                                กิจกรรมการเรียนการสอน                                  ฝกการคิดแบบ
4. เมื่อนักเรียนเขาใจความหมายของจํานวนเฉพาะแลว ครูซักถามนักเรียนตอไปวา จาก     ทักษะการคิดวิเคราะห
ตัวประกอบของจํานวนนับในกลุมที่ 2 มีจํานวนเฉพาะหรือไม (ครูอาจเริ่มซักถามจาก
ตัวประกอบของ 8) จะไดวามี 2 ที่เปนจํานวนเฉพาะ จากตัวประกอบทังหมด 4 ตัวของ 8
                                                                   ้
เราจะเรียก 2 วา “ตัวประกอบเฉพาะ”
    ในทํานองเดียวกัน ครูซักถามตอไปวา ตัวประกอบของ 10 มีตัวประกอบเฉพาะหรือไม
(มีคือ 2, 5) และตัวประกอบของ 30 มีตัวประกอบเฉพาะหรือไม (มี)
5. เมื่อนักเรียนเขาใจความหมายของจํานวนเฉพาะและตัวประกอบเฉพาะแลว ครูให
นักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 4
6. ครูใหนกเรียนทํากิจกรรม ดังนี้
            ั                                                                      ทักษะการคิดวิเคราะห
    ใหนกเรียนแตละคนบอกวาเลขที่ประจําตัวของตนเองเปนจํานวนเฉพาะหรือไม ถาไม
         ั
เปนใหบอกวาเลขที่ของตนเองมีตัวประกอบเฉพาะอะไรบาง
7. ครูมอบหมายใหนกเรียนชวยกันทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 5
                      ั
ชั่วโมงที่ 3 (การแยกตัวประกอบ)
1. ครูเขียนจํานวนนับ 24 บนกระดาน พรอมซักถามนักเรียนวา นักเรียนสามารถแสดงใน       ทักษะการคิดวิเคราะห
รูปการคูณของตัวประกอบที่มากกวา 1 ตังแต 2 จํานวนขึ้นไปไดหรือไม
                                        ้
     (ได 24 = 4×6, 24 = 2×12, 24 = 2×2×2×3)
2. ครูแนะนําตอไปวา การเขียนจํานวนนับใดๆ ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ             ทักษะการคิดแปลความ
เรียกวา “การแยกตัวประกอบ” ดังนั้น เราสามารถแยกตัวประกอบของ 24 ไดดังนี้
     24 = 2×2×2×3
     ครูใหขอสังเกตวาการเขียน 24 = 4×6, 24 = 2×12 ไมใชการแยกตัวประกอบของ 24
เนื่องจาก 4, 6, 12 ไมใชตัวประกอบเฉพาะ
3. ครูสรุปความหมายของการแยกตัวประกอบ ดังนี้                                        ทักษะการคิดสรุปความ
      การแยกตัวประกอบของจํานวนนับใดๆ คือการเขียนจํานวนนับนั้นใหอยูใน
      รูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ

4. เมื่อนักเรียนเขาใจแลว ครูยกตัวอยางการแยกตัวประกอบโดยกําหนดจํานวนที่มีคาไม
                                                                                  ทักษะการคิดแปลความ
มากบนกระดาน เชน จงแยกตัวประกอบของ 36
   วิธีทํา                   36 = 2 × 18
                             36 = 4 × 9
                             36 = 2 × 2 × 3 × 3
                                      จํานวนเฉพาะ
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                    7

                                  กิจกรรมการเรียนการสอน                                 ฝกการคิดแบบ
    ครูพยายามแนะใหนักเรียนสังเกตถึงผลการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
5. ครูใชคาถามกระตุนใหนกเรียนคิดวา ถาในกรณีที่ตองแยกตัวประกอบของจํานวนนับที่
          ํ                     ั                                                   ทักษะการคิดวิเคราะห
มีคามากๆ จะใชวิธีการใดบาง
6. ครูเสนอแนะใหนกเรียนทราบวา เราสามารถใชวิธหารสั้น โดยนําจํานวนเฉพาะมาหาร
                       ั                             ี                              ทักษะการคิดแปลความ
ได และตองหารจนกระทั่งไดผลหารเห็นจํานวนเฉพาะ
7. ครูยกตัวอยางใหนกเรียนสังเกต ดังนี้
                         ั                                                          ทักษะการคิดวิเคราะห
   ตัวอยาง จงแยกตัวประกอบของ 160                                                   ทักษะการคิดคํานวณ
               ใชวิธีการตั้งหาร (นําจํานวนเฉพาะมาหาร)
                  2 ) 160
                   2 ) 80
                   2 ) 40
                   2 ) 20
                   2 ) 10
                           5
         ดังนั้น 160 = 2×2×2×2×2×5
   ครูแนะนําเพิมเติมวา สามารถใชแผนภาพชวยในการแยกตัวประกอบได ดังนี้
                ่
                                          160
                                       2      80
                                  2        2      40
                                2      2      2        20
                              2   2        2       2       10
                    2           2      2      2         2     5
         ดังนั้น 160 = 2×2×2×2×2×5
8. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางที่ 5-9 ในหนังสือเรียนเพิมเติม และทํากิจกรรมตรวจสอบ
                                                         ่
ความเขาใจ 6 ภายในชัวโมงเรียน
                            ่
9. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด 1 เปนการบาน
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                             8

   5.3 ขั้นสรุป
       ชั่วโมงที่ 1 (ตัวประกอบของจํานวนนับ)
       ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเรื่องตัวประกอบของจํานวนนับ โดยครูใชการซักถามทบทวนความเขาใจของ
นักเรียน
       ชั่วโมงที่ 2 (จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ)
       1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปบทนิยามของจํานวนเฉพาะ
       2. ครูใชคําถามถามประกอบความเขาใจเรื่องตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
       3. เฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 4
       ชั่วโมงที่ 3 (การแยกตัวประกอบ)
       1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวิธีการแยกตัวประกอบวามีกี่วิธี อะไรบาง
       2. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 6

6. สื่อการเรียนรู/แหลงการเรียนรู
   6.1 สื่อการเรียนรู
        หนังสือเรียนรายวิชาพืนฐาน คณิตศาสตร ม.1 ภาคเรียนที่ 1
                              ้
   6.2 แหลงการเรียนรู
        - หองสมุดโรงเรียน
        - หองสมุดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร

7. กิจกรรมเสนอแนะ
    7.1 กิจกรรมสงเสริมการคิดเชิงวิเคราะห
        ขั้นรวบรวมขอมูล
        ใหนกเรียนแบงกลุมสรางโจทยเกียวกับการแยกตัวประกอบของจํานวนนับกลุมละ 5 ขอ โดยตองเปน
                ั                        ่
จํานวนที่ไมซากัน ้ํ
        ขั้นวิเคราะห
        ใหนกเรียนหาตัวประกอบของจํานวนที่กําหนดขึ้น และบอกดวยวาเปนจํานวนเฉพาะหรือไม แลวนํามา
              ั
แยกตัวประกอบ
        ขั้นสรุป
        ครูตรวจผลงานของนักเรียนแตละกลุม พรอมใหคําแนะนําแลวใหหวหนาหองหรือตัวแทนของหอง
                                                                          ั
รวบรวมงานทังหมดจัดทําเปนรูปเลมรายงาน
                     ้
        ขั้นประยุกตใช
        ครูใหนักเรียนคัดเลือกโจทยที่นาสนใจมาจัดบอรดใหความรูเรื่องการแยกตัวประกอบจํานวนเฉพาะ
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                   9

    7.2 กิจกรรมบูรณาการ
         ครูสามารถบูรณาการการเรียนกับกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย โดยการกําหนดภาระงาน
ใหนกเรียนแบงกลุมชวยกันแตงกลอนเกี่ยวกับเรื่องตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยกตัวประกอบเพื่อประกวด
     ั
ชิงรางวัล

                   ภาระงาน “เขียนกลอนเรื่องตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยกตัวประกอบ”

ผลการเรียนรู              ใชกระบวนการเขียนกลอนสือความหมายของตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยก
                                                      ่
                           ตัวประกอบ
ผลงานที่ตองการ            กลอนเกี่ยวกับตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยกตัวประกอบ
ขั้นตอนการทํางาน           1. ศึกษาวิธการเขียนกลอนแบบตาง ๆ
                                        ี
                           2. ศึกษาเรื่องตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยกตัวประกอบ
                           3. แตงกลอนเรื่องตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยกตัวประกอบ
                           4. ใหนกเรียนแลกเปลี่ยนผลงานกับเพื่อนกลุมอื่นรวมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
                                   ั
                           5. คัดเลือกกลอนที่นักเรียนแตงไดไพเราะและสื่อความหมายไดครบถวนติดปายนิเทศ
เกณฑการประเมิน            1. ความถูกตอง
                           2. ความไพเราะของกลอน
                           3. การใชคําไดถูกตองตามหลักภาษา
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                                                                                           10

8. บันทึกหลังการสอน

                                                               บันทึกหลังการสอน
                                                  (บันทึกเฉพาะประเด็นที่มีขอมูลสารสนเทศชัดเจน)
                                                                           

                   ประเด็นการบันทึก                                                           จุดเดน                                         จุดที่ควรปรับปรุง

 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู

 2. การใชสื่อการเรียนรู

 3. การประเมินผลการเรียนรู

 4. การบรรลุผลการเรียนรูของผูเรียน

 บันทึกเพิ่มเติม
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................

                                                                                                     ลงชื่อ ............................................................ ผูสอน


บันทึกความเห็นของผูตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

                                                                                                     ลงชื่อ .......................................................................
                                                                                                     ตําแหนง ..................................................................
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                                                                                      11

9. ใบความรู ใบงาน และเครื่องมือวัดผล
     แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน
                               แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายบุคคลวิชาคณิตศาสตร
 ชื่อนักเรียน ...................................................... ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน ............................ ป ....................
 ครั้งที่ ............................................................... ผูสังเกต ............................................................................................

                                                                                                                ระดับการประเมิน
                         หัวขอการประเมิน
                                                                                      ดีมาก                  ดี         พอใช                      ควรปรับปรุง
ความสนใจ
การตอบคําถาม
การทํากิจกรรมหนาชั้นเรียน
การใชความรูทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร
            
ในการแกปญหาในสถานการณตางๆ
ความสามารถในการใชภาษาและสัญลักษณทาง
คณิตศาสตรในการสื่อสารสื่อความหมาย


    แบบประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม

                                                          แบบประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม
ระดับชั้น.................................................. ประจําวันที่ ............................................................... กลุมที่ .......................

                                                                                                             ระดับการประเมิน
                      หัวขอการประเมิน
                                                                              ดีมาก               ดี          ปานกลาง                 นอย              นอยมาก
 การวางแผนการทํางาน
 การกําหนดการปฏิบัตงานมีขั้นตอนชัดเจน
                   ิ
 การปฏิบัติตามขั้นตอนที่กําหนด
 ความคิดสรางสรรค
 ผลการทํางาน
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                    12

                                             แผนการจัดการเรียนรูที่ 2
                                           เรื่อง ตัวหารรวมมาก (ห.ร.ม.)
                                                    เวลา 5 ชั่วโมง

1. เปาหมายการเรียนรู
   1.1 ผลการเรียนรู
        มีความรูความเขาใจในเรื่องของตัวหารรวมมาก (ห.ร.ม.)
   1.2 จุดประสงคการเรียนรู
        1) หา ห.ร.ม. ของจํานวนทีกําหนดใหโดยวิธีการหาตัวประกอบได
                                   ่
        2) หา ห.ร.ม. ของจํานวนทีกําหนดใหโดยวิธีแยกตัวประกอบได
                                     ่
        3) หา ห.ร.ม. ของจํานวนทีกําหนดใหโดยใชขั้นตอนวิธีของยุคลิดได
                                       ่
        4) สามารถนําความรูเรื่องการหา ห.ร.ม. ไปใชแกโจทยปญหาได

2. สาระสําคัญ
   2.1 สาระการเรียนรู
       1) การหา ห.ร.ม. โดยวิธีการหาตัวประกอบ
       2) การหา ห.ร.ม. โดยวิธีแยกตัวประกอบ
       3) การหา ห.ร.ม. โดยวิธีตั้งหาร
       4) การหา ห.ร.ม. โดยวิธีของยุคลิด
       5) โจทยปญหาเกี่ยวกับ ห.ร.ม.
   2.2 ทักษะ/กระบวนการ
       1) ทักษะการใหเหตุผล
       2) ทักษะการสือสาร สื่อความหมาย
                    ่
       3) ทักษะการแกปญหา
   2.3 ทักษะการคิด
       การคิดวิเคราะห การคิดแปลความ การคิดสรุปความ การคิดคํานวณ

3. รองรอยการเรียนรู
    3.1 ผลงาน/ชินงาน
                 ้
        1) ผลงานจากการทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 7-10 และแบบฝกหัด 2
        2) ผลงานจาการทํากิจกรรมกลุม
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                  13

     3.2 กระบวนการขั้นตอนการปฏิบัติงาน
         1) จัดกลุม กลุมละ 3 คน
         2) เลือกหัวหนากลุม
         3) หัวหนากลุมแบงงาน
         4) รวมกันทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและแบบฝกหัด
         5) นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน
         6) สงงาน
     3.3 พฤติกรรมตามคุณลักษณะพึงประสงค
         1) ใหความรวมมือในการทํางานกลุม
         2) มีความละเอียดรอบคอบและรับผิดชอบในการทํางาน
     3.4 ความรูความเขาใจ
         นักเรียนเขาใจความหมายของตัวหารรวมมาก (ห.ร.ม.) และรูวิธีหา ห.ร.ม. ของจํานวนที่กําหนดใหดวย
วิธการตางๆ
   ี

4. แนวทางการวัดผลและประเมินผล
   เกณฑผานขั้นต่ํา
          
      1) ไดระดับ “พอใช” ขึ้นไป
      2) ไดระดับ “ดี” ขึ้นไป
      3) ทําไดถูกตอง 80% ขึ้นไป
   การสรุปผลการประเมิน
      ตองผานเกณฑขั้นต่ําทั้ง 3 รายการ

5. กิจกรรมการเรียนการสอนเพือการเรียนรู
                                ่
   5.1 ขั้นนํา
       ชั่วโมงที่ 1 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธีการหาตัวประกอบ)
       1. ครูทบทวนความรูเรื่องจํานวนเฉพาะและการแยกตัวประกอบ โดยการซักถามนักเรียน
       2. ครูนําแผนปญหาติดบนกระดาน พรอมกับใหนกเรียนอานพรอมกัน ดังนี้
                                                      ั

           นายกุกไกมีมะมวง 8 ผล สม 16 ผล และมังคุด 20 ผล ตองการจัดผลไมทั้งสามชนิดเปนกอง
           กองละเทาๆ กัน ใหไดจํานวนผลไมในแตละกองมากที่สุด โดยผลไมแตละชนิดไมปะปนกัน
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                         14

      3. ครูนํากระดาษรูปผลไมติดตามจํานวนที่เขียนบอกบนแผนปญหา จากนั้นใหนักเรียนสงตัวแทนออกมา
ชวยนายกุกไกจัดผลไมในครังนี้
                             ้
      4. เมื่อนักเรียนออกมาฝกลองผิดลองถูกจนแสดงวิธีจดผลไมไดตามที่ตองการแลว ครูจึงเขาสูบทเรียน
                                                           ั            
       ชั่วโมงที่ 2 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธแยกตัวประกอบ)
                                         ี
      1. ครูนําเขาสูบทเรียนโดยทบทวนความรูเรื่องการแยกตัวประกอบ พรอมยกตัวอยางประกอบ ดังนี้
             ตัวอยาง จงแยกตัวประกอบของ 30 และ 42
                    เนื่องจาก      30 = 2×3×5
                                   42 = 2×3×7
      2. ครูใชคําถามถามนักเรียนเพือกระตุนใหคดวา นักเรียนหา ห.ร.ม. ของ 30 และ 42 โดยวิธหาตัวประกอบที่
                                     ่            ิ                                       ี
เรียนมาแลวไดหรือไม (ได) ห.ร.ม. ของจํานวนนั้นคืออะไร (6)
       3. ครูใหนักเรียนออกมาแสดงวิธีการหาคําตอบ เมื่อไดคําตอบแลวครูชี้แนะใหสังเกตพรอมใชคําถามถามวา
สามารถหา ห.ร.ม. จากการแยกตัวประกอบไดหรือไม (ได)
       ชั่วโมงที่ 3 การหา ห.ร.ม. โดยวิธีตั้งหารและวิธีของยุคลิด
       1. ครูนาเขาสูบทเรียนโดยเลาประวัติของยุคลิดยอๆ ดังนี้
                 ํ

                                                 ประวัติของยุคลิด
                 ยุคลิดเปนนักคณิตศาสตรที่รูจักกันดี เกิดที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปตเมื่อราว 365 ป
          กอนคริสตกาล สิ่งที่สรางชื่อเสียงใหกับเขาคือผลงานเรื่อง The elements โดยผลงานนี้จะแบงออกเปน
          13 เลม ใน 6 เลมแรกเปนผลงานเกี่ยวกับเรขาคณิต เลม 7, 8 และ 9 เปนเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎี
          ตัวเลข เลม 10 เปนเรื่องราวที่วาดวยจํานวนอตรรกยะ เลม 11, 12 และ 13 เปนเรื่องราวเกี่ยวกับรูป
          เรขาคณิตทรงตัน อยางไรก็ตามผลงานของเขาไดถูกนํามาตีพิมพอยางแพรหลายนับครั้งไมถวน

       2. ครูเสนอแนะวา นอกจากการหา ห.ร.ม.โดยวิธีหาตัวประกอบและวิธแยกตัวประกอบแลวยังมีอก 2 วิธี คือ
                                                                        ี                       ี
การตั้งหาร และวิธของยุคลิด
                    ี
       ชั่วโมงที่ 4 (ทําแบบฝกหัด 2)
       ครูทบทวนนักเรียนโดยการซักถามถึงขั้นตอนการหา ห.ร.ม. โดยวิธีตางๆ จากนั้นรวมกันเฉลยกิจกรรม
ตรวจสอบการเขาใจ 9 และ 10
       ชั่วโมงที่ 5 (โจทยปญหา ห.ร.ม.)
       1. ครูถามนักเรียนวามีเชือกฟางสามขดยาว 24, 40 และ 56 เมตร ถาตองการตัดเปนเสนสันๆ โดยแตละเสน
                                                                                        ้
ยาวเทากันและยาวมากที่สุดโดยไมใหเหลือเศษ จะตองตัดเชือกฟางยาวเสนละกี่เมตร และตัดไดก่เี สน
       2. ครูใชคําถามถามนักเรียนวาจากโจทยปญหาดังกลาว สามารถใชความรูเรื่องการหา ห.ร.ม. มาแกปญหาได
                                                                                                   
หรือไม (ได)
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                 15

   5.2 ขั้นสอน
                                กิจกรรมการเรียนการสอน                                   ฝกการคิดแบบ
ชั่วโมงที่ 1 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธีหาตัวประกอบ)
1. ครูชี้แนะใหนักเรียนรวมกันคิด โดยใหนกเรียนชวยกันหาตัวประกอบของ 8, 16 และ
                                            ั                                        ทักษะการคิดวิเคราะห
20 ดังนี้
    ตัวประกอบของ 8 ไดแก 1, 2, 4, 8
    ตัวประกอบของ 16 ไดแก 1, 2, 4, 8, 16
    ตัวประกอบของ 20 ไดแก 1, 2, 4, 5, 10, 20
2. ครูใชคําถามถามนักเรียนวา จากการแยกตัวประกอบของ 8, 16 และ 20 สังเกตได           ทักษะการคิดวิเคราะห
หรือไมวาทั้งสามจํานวนนั้นมีตัวประกอบที่เหมือนกันหรือไม (มีคอ 1, 2, 4)
                                                                ื
3. ครูแนะนํานักเรียนวา 1, 2, 4 เรียกวาตัวประกอบรวมของ 8, 16 และ 20                ทักษะการคิดแปลความ
4. ครูใชคําถามถามนักเรียนวาตัวประกอบรวมตัวใดมีคามากที่สด (4) และครูให
                                                             ุ                       ทักษะการคิดแปลความ
คําแนะนําตอไปวา เราจะเรียก 4 วา “ตัวหารรวมมาก” หรือเขียนแทนดวย ห.ร.ม. ของ 8,
16 และ 20
5. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปความหมายของ ห.ร.ม. ดังนี้                                ทักษะการคิดสรุปความ

    ห.ร.ม. ของจํานวนนับตั้งแตสองจํานวนขึนไป คือตัวประกอบรวมที่มากที่สด
                                         ้                             ุ
    ของจํานวนนับเหลานั้น
6. ครูแนะนํานักเรียนวา การหา ห.ร.ม. มีหลายวิธี โดยวิธที่นักเรียนไดเรียนไปแลวนัน
                                                          ี                      ้   ทักษะการคิดแปลความ
เรียกวา การหา ห.ร.ม. โดยวิธีการหาตัวประกอบ
7. ครูยกตัวอยางใหนกเรียนชวยกันคิดหา ห.ร.ม. โดยวิธีการหาตัวประกอบ
                       ั                                                             ทักษะการคิดวิเคราะห
    ตัวอยางที่ 1 จงหา ห.ร.ม. ของ 12 และ 20                                          ทักษะการคิดคํานวณ
    วิธทํา ตัวประกอบของ 12 ไดแก 1, 2, 3, 4, 6, 12
         ี
                ตัวประกอบของ 20 ไดแก 1, 2, 4, 5, 10, 20
                ตัวประกอบรวมของ 12 และ 20 ไดแก 1, 2, 4
    ตอบ         ห.ร.ม. ของ 12 และ 20 คือ 4
    ตัวอยางที่ 2 จงหา ห.ร.ม. ของ 15, 24 และ 60
    วิธทํา ตัวประกอบของ 15 ไดแก 1, 3, 5, 15
       ี
               ตัวประกอบของ 24 ไดแก 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 24
               ตัวประกอบของ 60 ไดแก 1, 2, 3, 4, 5, 6, 10, 12, 15, 20, 30, 60
               ตัวประกอบรวมของ 15, 24 และ 60 ไดแก 1, 3
    ตอบ ห.ร.ม. ของ 15, 24 และ 60 คือ 3
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                    16

                                   กิจกรรมการเรียนการสอน                                   ฝกการคิดแบบ
8. เมื่อนักเรียนเกิดความเขาใจแลว ครูใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 7 ขอ
                                            ั
1-5 ในชัวโมงเรียน และขอ 6-10 เปนการบาน
           ่
ชั่วโมงที่ 2 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธแยกตัวประกอบ)
                                     ี
1. ครูชี้แนะใหนักเรียนสังเกตการแยกตัวประกอบและผลของการหา ห.ร.ม. โดยวิธีการ             ทักษะการคิดวิเคราะห
หาตัวประกอบวามีความสัมพันธกันอยางไร
2. ครูชี้แนะจนนักเรียนมองเห็นความสัมพันธ จากนันครูสรางตัวอยางบนกระดานพรอม
                                                    ้                                   ทักษะการคิดวิเคราะห
กับแสดงวิธีการคิดบนกระดาน ดังนี้                                                        ทักษะการคิดคํานวณ
    ตัวอยางที่ 1 จงหา ห.ร.ม. ของ 18 และ 40 โดยวิธีแยกตัวประกอบ
    วิธีทํา                18 = 2 × 3 × 3
                           40 = 2 × 2 × 2 × 5
                   จะไดวา 2 เปนตัวประกอบรวมที่มากที่สุด
    ตอบ ห.ร.ม. ของ 18 และ 40 คือ 2
    ตัวอยางที่ 2 จงหา ห.ร.ม. ของ 42, 60 และ 90 โดยวิธีแยกตัวประกอบ
    วิธีทํา                42 = 2 × 3 × 7
                           60 = 2 × 2 × 3 × 5
                           90 = 2 × 3 × 3 × 5
                   จะได 2×3 = 6 เปนตัวประกอบรวมที่มากที่สุด
    ตอบ ห.ร.ม. ของ 42, 60 และ 90 คือ 6
3. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 8 ในชัวโมงเรียน พรอมเฉลยตอนทาย
                                                           ่
ชั่วโมง
ชั่วโมงที่ 3 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธีตั้งหารและวิธีของยุคลิด)
1. ครูสรางโจทยบนกระดานดังนี้
    จงหา ห.ร.ม. ของ 42, 60 และ 90
2. ครูใหนักเรียนชวยกันหา ห.ร.ม. โดยวิธีการหาตัวประกอบและวิธีแยกตัวประกอบ              ทักษะการคิดวิเคราะห
    เปรียบเทียบผลที่ได
3. ครูอธิบายขั้นตอนการหา ห.ร.ม. โดยวิธีตั้งหารดังนี้                                    ทักษะการคิดแปลความ
    1) นําจํานวนทีจะหา ห.ร.ม. มาเขียนเรียงกันในแถวแรก
                    ่
    2) หาจํานวนเฉพาะที่สามารถหารจํานวนที่หา ห.ร.ม. ไดลงตัวทุกจํานวนมาเปน
ตัวหารโดยวิธหารสั้น ผลลัพธที่ไดนํามาเขียนเรียงกันในแถวที่สอง ทําเชนนี้ไปเรื่อยๆ จน
                 ี
ไมสามารถหาจํานวนเฉพาะใดมาหารไดลงตัวทุกจํานวน แลวจะไดวาผลคูณของจํานวน
เฉพาะที่เปนตัวหารคือ ห.ร.ม. ของจํานวนนับที่กําหนด
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                               17

                                  กิจกรรมการเรียนการสอน                                   ฝกการคิดแบบ
4. ครูแสดงวิธีการหารพรอมกับอธิบาย ดังนี้                                             ทักษะการคิดแปลความ
                   2) 42 60 90
                   3) 21 30 45
                       7 10 15
      ครูชี้ใหนักเรียนเห็นวา 7, 10 และ 15 ไมมีจํานวนเฉพาะใดที่สามารถหารทั้งสาม
จํานวนไดลงตัว ดังนัน ห.ร.ม. ของ 42, 60 และ 90 คือ 2×3 หรือ 6
                        ้
5. ครูสรางโจทยเพิ่มเติมบนกระดานอีก 2-3 ขอ เพื่อฝกใหนักเรียนมีความชํานาญเพิ่มขึน้
6. ครูอธิบายขั้นตอนการหา ห.ร.ม. โดยวิธีของยุคลิด ดังนี้                               ทักษะการคิดแปลความ
   (ครูควรอธิบายเพิ่มเติมวา โดยวิธีของยุคลิดนี้สามารถหาไดครั้งละ 2 จํานวนเทานั้น   ทักษะการคิดคํานวณ
และประโยชนของการหา ห.ร.ม. โดยวิธีของยุคลิดคือสามารถหาจากจํานวนที่มีคามากๆ
ได)
ตัวอยาง จงหา ห.ร.ม. ของ 754 และ 1,976
     ขั้นที่ 1 เขียนจํานวนนับที่จะหา ห.ร.ม. เรียงกัน ดังนี้

                                754 1976

     ขั้นที่ 2 นําจํานวนนับที่นอยกวาไปหารจํานวนนับที่มากกวา
     (คือนํา 754 ไปหาร 1,976 ได 2 เศษ 468)

                                754 1976 2
                                    1508
                                     468

     ขั้นที่ 3 นําเศษที่ไดจากขันที่ 2 (468) ไปหารจํานวนนับตัวแรก (754)ได 1 เศษ 286
                                ้

                            1 754 1976 2
                              468 1508
                              286 468

    ขั้นที่ 4 นําเศษที่ไดจากขั้นที่ 3 (286) ไปหารจํานวนทางขวามือ (468) และทําเชนนี้
ไปเรื่อยๆ จนหารไมลงตัวหรือเศษเปน 0
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                   18

                                 กิจกรรมการเรียนการสอน                                    ฝกการคิดแบบ

                            1 754       1976     2
                              468       1908
                            1 286        468     1
                              182        286
                            1 104        182     1
                               78        104
                               26         78     3
                                          78
                                           0
7. ครูสรุปผลการหา ห.ร.ม. โดยวิธีของยุคลิด ดังนี้                                         ทักษะการคิดสรุปความ
    จากขั้นตอนการหารขางตน จะเห็นวา 26 หาร 78 ลงตัว ไดเศษเทากับ 0 และ
นอกจากนั้น 26 ยังหาร 104, 286 และ 754 ลงตัว และยังหาร 182, 468 และ 1,976 ลงตัว
อีกดวย จะไดวา ห.ร.ม. ของจํานวนทั้งสองคือ จํานวนนับตัวสุดทายทีนาไปหารแลวได
                                                                    ่ ํ
เศษ 0 หรือหารแลวลงตัว ในที่นี้คือ 26
8. เมื่อนักเรียนเขาใจแลว ครูทบทวนขั้นตอนการหา ห.ร.ม. โดยวิธีของยุคลิดอีกครั้งหนึ่ง
พรอมกับเสนอตัวอยาง โดยใหแตละคนทําดวยตนเองเพือตรวจสอบความเขาใจ
                                                         ่
9. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 9 และ 10 เปนการบาน
ชั่วโมงที่ 4 (ทําแบบฝกหัด 2)
1. ครูใหนักเรียนแตละคนทําแบบฝกหัด 2 ขอที่ 1 ขอยอย 1-8 ภายในชัวโมงเรียน โดยอาจ
                                                                     ่
สั่งเพิ่มเติมวาใน 1 ขอยอย ตองแสดงวิธคิด 2 วิธี โดยทุกขอตองแสดงวิธีของยุคลิดและวิธี
                                        ี
ใดก็ไดอก 1 วิธี สลับกันไปในแตละขอ
           ี
2. ตอนทายชัวโมงครูและนักเรียนชวยเฉลยคําตอบ
                ่
ชั่วโมงที่ 5 (โจทยปญหา ห.ร.ม.)
                      
1. ครูแสดงการหา ห.ร.ม. โดยการตั้งหาร ดังนี้                                              ทักษะการคิดวิเคราะห
                  8) 24 40 56                                                            ทักษะการคิดคํานวณ
                      3 5 7
    ครูถามนักเรียนวา ห.ร.ม. ของ 24, 40 และ 56 เทากับเทาใด (8)
    นั่นคือ ตองตัดเชือกเปนเสนสั้นๆ ยาวเสนละ 8 เมตร
    โดยเชือกฟางขดแรกตัดได 3 เสน
    โดยเชือกฟางขดที่สองตัดได 5 เสน
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                      19

                                    กิจกรรมการเรียนการสอน                                 ฝกการคิดแบบ
    โดยเชือกฟางขดที่สามตัดได 7 เสน
    ดังนั้น ตัดเชือกฟางไดท้งหมด 3 + 5 +7 = 15 เสน
                              ั
2. ครูใหนกเรียนศึกษาตัวอยางการแกโจทยปญหาเกียวกับ ห.ร.ม. ในหนังสือเรียนหัวขอ
            ั                                        ่
ที่ 2.5 โดยอธิบายซ้ําใหนักเรียนเห็นประโยชนของการนํา ห.ร.ม. มาใชแกปญหา
3. ครูแบงกลุมนักเรียนออกเปน 6 กลุม แตละกลุมแสดงวิธีการหาคําตอบจากแบบฝกหัด      ทักษะการคิดวิเคราะห
2 (โจทยปญหา) โดยแตละกลุมทําโจทยดังนี้                                            ทักษะการคิดคํานวณ
         กลุมที่ 1 ทําขอ 2, 8, 5
         กลุมที่ 2 ทําขอ 3, 9, 6
         กลุมที่ 3 ทําขอ 4, 10, 7
         กลุมที่ 4 ทําขอ 5, 2, 8
         กลุมที่ 5 ทําขอ 6, 3, 9
         กลุมที่ 6 ทําขอ 7, 4, 10
4. ครูใหแตละกลุมใชเวลาในการคิดกลุมละ 25 นาที
5. เมื่อหมดเวลาใหแตละกลุมสงตัวแทนออกมาแสดงวิธีการคิดบนกระดานดํา ครูและ
นักเรียนอภิปรายวิธีการแกปญหาและคําตอบรวมกัน
                                

     5.3 ขั้นสรุป
         ชั่วโมงที่ 1 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธการหาตัวประกอบ)
                                          ี
         1. ครูและนักเรียนสรุปความหมายของ ห.ร.ม. และวิธีการหา ห.ร.ม. โดยการหาตัวประกอบ
         2. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 7 ขอ 1-5 ในชั้นเรียน
         ชั่วโมงที่ 2 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธีแยกตัวประกอบ)
         1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปถึงขั้นตอนการหา ห.ร.ม โดยวิธีแยกตัวประกอบ
         2. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 8 โดยพรอมเพรียงกัน
         ชั่วโมงที่ 3 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธีตั้งหารและวิธีของยุคลิด)
         1. ครูใชคําถามเพื่อแนะแนวทางใหนกเรียนชวยกันสรุปถึงหลักการหา ห.ร.ม. โดยการตั้งหารและวิธีของ
                                               ั
ยุคลิดอีกครั้งหนึ่ง
         2. ครูมอบหมายใหนักเรียนกลับไปทบทวนขันตอนการหา ห.ร.ม. โดยวิธีของยุคลิด
                                                     ้
         ชั่วโมงที่ 4 (ทําแบบฝกหัด 2)
         1. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยแบบฝกหัด 2
         2. ในแตละขอนักเรียนตองแสดงวิธีหา 2 วิธี โดยมีวิธีของยุคลิดเปนหลัก ครูควรแสดงใหเห็นขอแตกตาง
ของการหาแตละวิธี โดยครูใชคําถามสรุปเพื่อใหนักเรียนเกิดความเขาใจยิ่งขึน้
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                 20

        ชั่วโมงที่ 5 (โจทยปญหา ห.ร.ม.)
        1. ครูใหแตละกลุมสงตัวแทนออกมาอธิบายวิธีการแกโจทยปญหา ห.ร.ม.
        2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวิธการหา ห.ร.ม. ดวยวิธีตางๆ
                                         ี

6. สื่อการเรียนรู/แหลงการเรียนรู
   6.1 สื่อการเรียนรู
        - หนังสือเรียนรายวิชาพืนฐาน คณิตศาสตร ม.1 ภาคเรียนที่ 1
                                ้
        - แผนแถบขั้นตอนการหา ห.ร.ม. ของยุคลิด
   6.2 แหลงการเรียนรู
        - หองสมุดโรงเรียน
        - หองสมุดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
        - อินเทอรเน็ต (คนหาประวัตินักคณิตศาสตร “ยุคลิด”)

7. กิจกรรมเสนอแนะ
    7.1 กิจกรรมสงเสริมการคิดเชิงวิเคราะห
         ขั้นรวบรวมขอมูล
         ใหนกเรียนแบงกลุมสรางโจทยเกียวกับการหา ห.ร.ม. กลุมละ 5 ขอ โดยโจทยแตละขอแสดงวิธีหา
                 ั                       ่
 ห.ร.ม. 2 วิธี
         ขั้นวิเคราะห
         ใหนกเรียนวิเคราะหวาโจทยแตละขอควรเลือกใชวิธีใดหา ห.ร.ม. จึงจะเหมาะสมและไดคําตอบที่รวดเร็ว
               ั
         ขั้นสรุป
         ครูตรวจผลงานของนักเรียนแตละกลุม พรอมใหคําแนะนํา แลวใหหวหนาหองรวบรวมงานทั้งหมดจัดทํา
                                                                          ั
เปนรูปเลมรายงาน
         ขั้นประยุกตใช
         ใหนกเรียนคัดเลือกโจทยที่นาสนใจมาจัดบอรดใหความรูเรื่องการหา ห.ร.ม.
                   ั                
     7.2 กิจกรรมบูรณาการ
         -
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                                                                                           21

8. บันทึกหลังการสอน

                                                               บันทึกหลังการสอน
                                                  (บันทึกเฉพาะประเด็นที่มีขอมูลสารสนเทศชัดเจน)
                                                                           

                   ประเด็นการบันทึก                                                           จุดเดน                                         จุดที่ควรปรับปรุง

 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู

 2. การใชสื่อการเรียนรู

 3. การประเมินผลการเรียนรู

 4. การบรรลุผลการเรียนรูของผูเรียน

 บันทึกเพิ่มเติม
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................

                                                                                                     ลงชื่อ ............................................................ ผูสอน


บันทึกความเห็นของผูตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

                                                                                                     ลงชื่อ .......................................................................
                                                                                                     ตําแหนง ..................................................................
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                                                                                      22

9. ใบความรู ใบงาน และเครื่องมือวัดผล
     แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน
                               แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายบุคคลวิชาคณิตศาสตร
 ชื่อนักเรียน ...................................................... ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน ............................ ป ....................
 ครั้งที่ ............................................................... ผูสังเกต ............................................................................................

                                                                                                                ระดับการประเมิน
                         หัวขอการประเมิน
                                                                                      ดีมาก                  ดี         พอใช                      ควรปรับปรุง
ความสนใจ
การตอบคําถาม
การทํากิจกรรมหนาชั้นเรียน
การใชความรูทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร
            
ในการแกปญหาในสถานการณตางๆ
ความสามารถในการใชภาษาและสัญลักษณทาง
คณิตศาสตรในการสื่อสารสื่อความหมาย


    แบบประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม

                                                          แบบประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม
ระดับชั้น.................................................. ประจําวันที่ ............................................................... กลุมที่ .......................

                                                                                                             ระดับการประเมิน
                      หัวขอการประเมิน
                                                                              ดีมาก               ดี          ปานกลาง                 นอย              นอยมาก
 การวางแผนการทํางาน
 การกําหนดการปฏิบัตงานมีขั้นตอนชัดเจน
                   ิ
 การปฏิบัติตามขั้นตอนที่กําหนด
 ความคิดสรางสรรค
 ผลการทํางาน
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                           23

                                             แผนการจัดการเรียนรูที่ 3
                                           เรื่อง ตัวคูณรวมนอย (ค.ร.น.)
                                                    เวลา 5 ชั่วโมง

1. เปาหมายการเรียนรู
   1.1 ผลการเรียนรู
        มีความรูความเขาใจในเรื่องตัวคูณรวมนอย (ค.ร.น.)
   1.2 จุดประสงคการเรียนรู
        1) หา ค.ร.น. ของจํานวนทีกําหนดใหโดยดูจากการเปนตัวประกอบได
                                    ่
        2) หา ค.ร.น. ของจํานวนทีกําหนดใหโดยวิธีแยกตัวประกอบได
                                      ่
        3) หา ค.ร.น. ของจํานวนทีกําหนดใหโดยวิธีตั้งหารได
                                        ่
        4) แสดงความสัมพันธระหวาง ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนสองจํานวนได
        5) นําความรูเรื่อง ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ไปใชในการแกปญหาที่เกี่ยวของได
                                                            

2. สาระสําคัญ
   2.1 สาระการเรียนรู
       1) การหา ค.ร.น. โดยวิธีดูจากการเปนตัวประกอบ
       2) การหา ค.ร.น. โดยวิธีแยกตัวประกอบ
       3) การหา ค.ร.น.โดยวิธีตั้งหาร
       4) โจทยปญหาเกี่ยวกับ ค.ร.น.
       5) ความสัมพันธระหวาง ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนนับสองจํานวน
   2.2 ทักษะ/กระบวนการ
       1) ทักษะการใหเหตุผล
       2) ทักษะการสือสาร สื่อความหมาย
                    ่
       3) ทักษะการแกปญหา
   2.3 ทักษะการคิด
       การคิดวิเคราะห การคิดแปลความ การคิดสรุปความ การคิดคํานวณ
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                 24

3. รองรอยการเรียนรู
     3.1 ผลงาน/ชินงาน
                   ้
         1) ผลงานจากการทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 7-15 และแบบฝกหัด 3
         2) ผลงานจากการทํากิจกรรมกลุม
         3) ผลงานจากการทํากิจกรรมบูรณาการ “โจทยปญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น ที่เปนภาษาอังกฤษ”
     3.2 กระบวนการขั้นตอนการปฏิบัตงานิ
         1) จัดกลุม กลุมละ 3 คน
         2) เลือกหัวหนากลุม
         3) หัวหนากลุมแบงงาน
         4) รวมกันทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและแบบฝกหัด
         5) นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน
         6) สงงาน
     3.3 พฤติกรรมตามคุณลักษณะพึงประสงค
         1) ใหความรวมมือในการทํางานกลุม
         2) มีความละเอียดรอบคอบและรับผิดชอบในการทํางาน
     3.4 ความรูความเขาใจ
         นักเรียนเขาใจความหมายของตัวคูณรวมนอย (ค.ร.น.) และรูวิธีหา ค.ร.น ของจํานวนที่กําหนดใหดวย
                                                                                                   
วิธการตางๆ
   ี

4. แนวทางการวัดผลและประเมินผล
   เกณฑผานขั้นต่ํา
          
     1) ไดระดับ “พอใช” ขึ้นไป
     2) ไดระดับ “ดี” ขึ้นไป
     3) ทําไดถูกตอง 80% ขึ้นไป
   การสรุปผลการประเมิน
     ตองผานเกณฑขั้นต่ําทั้ง 3 รายการ
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                      25

5. กิจกรรมการเรียนการสอนเพือการเรียนรู
                                  ่
   5.1 ขั้นนํา
       ชั่วโมงที่ 1 (การหา ค.ร.น. โดยดูจากการเปนตัวประกอบ)
       ครูทบทวนความหมายของตัวประกอบวา ตัวประกอบของจํานวนนับใด คือจํานวนนับที่หารจํานวน
นับนั้นลงตัว โดยใหนกเรียนชวยกันยกตัวอยาง เชน
                        ั
       3 เปนตัวประกอบของ 9 หมายความวา 3 หาร 9 ลงตัว
       5 เปนตัวประกอบของ 15 หมายความวา 5 หาร 15 ลงตัว
       7 เปนตัวประกอบของ 21 หมายความวา 7 หาร 21 ลงตัว
       ชั่วโมงที่ 2 (การหา ค.ร.น. โดยวิธีแยกตัวประกอบ)
       1. ครูทบทวนความหมายของการแยกตัวประกอบ ดังนี้
           การแยกตัวประกอบของจํานวนนับใดๆ คือการเขียนจํานวนนับนั้นใหอยูในรูปของการคูณของ
ตัวประกอบเฉพาะ
       2. ครูใหนักเรียนแยกตัวประกอบของ 15 และ 21 ดังนี้
                   15 = 3×5
                   21 = 3×7
       ชั่วโมงที่ 3 (การหา ค.ร.น. โดยวิธีตั้งหาร)
       1. ครูทบทวนความรูเรื่องการหา ห.ร.ม. วามีทั้งหมดกีวิธี จากนั้นพยายามใชคําถามเชื่อมโยงวาการหา
                                                            ่
ค.ร.น. กับ ห.ร.ม. ตางกันหรือไม อยางไร
       2. ครูเสนอแนะใหนักเรียนคิดวา มีวิธีการหารมาเปนตัวชวยในการหา ค.ร.น. หรือไม (มี)
       ชั่วโมงที่ 4 (โจทยปญหา)
                            
       1. ครูถามนักเรียนวา เราสามารถนํา ค.ร.น. มาใชประโยชนในชีวิตประจําวันไดอยางไรบาง
       2. ครูนาแถบปญหาติดบนกระดาน พรอมทั้งซักถามนักเรียนวา มีวิธีการแกโจทยปญหาดังกลาวไดอยางไร
                 ํ
       ชั่วโมงที่ 5 (ความสัมพันธระหวาง ห.ร.ม. กับ ค.ร.น. และโจทยปญหาระคน)
       ครูและนักเรียนรวมกันทบทวนความหมายของ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. และชวยกันบอกวาการหา ห.ร.ม. และ
ค.ร.น มีกี่วิธี อะไรบาง นักเรียนควรสรุปไดวาวิธีการแยกตัวประกอบและวิธีการตั้งหารเปนวิธีที่สามารถใชหาไดทั้ง
ห.ร.ม. และ ค.ร.น.
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                               26

   5.2 ขั้นสอน
                                  กิจกรรมการเรียนการสอน                                               ฝกการคิดแบบ
ชั่งโมงที่ 1 (การหา ค.ร.น. โดยดูจากการเปนตัวประกอบ)
1. ครูอธิบายเรื่องพหุคูณ ดังนี้                                                                    ทักษะการคิดแปลความ
    ถาคูณ 15 ดวย 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, ... จะได 15, 30, 45, 60, 75, 90, 105,
120, 135, 150, 165, 180, ... เปนพหุคณของ 15
                                         ู
    ดังนั้น จํานวนนับที่มี 15 เปนตัวประกอบ ไดแก 15, 30, 45, 60, 75, 90, 105, 120,
135, 150, 165, 180, ...
    ถาคูณ 20 ดวย 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, ... จะได 20, 40, 60, 80, 100, 120, 140, 160,
180, ... เปนพหุคูณของ 20
    ดังนั้น จํานวนนับที่มี 20 เปนตัวประกอบ ไดแก 20, 40, 60, 80, 100, 120, 140, 160,
180, ...
2. ครูสรุปวา พหุคูณของจํานวนนับใด คือจํานวนนับทีหารดวยจํานวนนับนั้นลงตัว โดย
                                                             ่                                     ทักษะการคิดสรุปความ
ย้ําใหนักเรียนสังเกตความแตกตางระหวางความหมายของ “ตัวประกอบ” และ “พหุคณ”                  ู
ดังนี้
   ตัวประกอบของจํานวนนับใด คือจํานวนนับที่หารจํานวนนับนั้นลงตัว
   พหุคูณของจํานวนนับใด คือจํานวนนับทีหารดวยจํานวนนับนั้นลงตัว
                                                 ่
   เชน ตัวประกอบ 10 คือ 1, 2, 5, 10
          แตพหุคณของ 10 คือ 10, 20, 30, 40, …
                 ู
3. ครูเสนอแนะใหนักเรียนคิดและสรุปวา จํานวนนับที่มี 15 และ 20 เปนตัวประกอบ                       ทักษะการคิดวิเคราะห
ไดแก 60, 120, 180, ...โดยจํานวนนับที่นอยที่สุดที่มี 15 และ 20 เปนตัวประกอบคือ 60
จะเรียก 60 วา “ตัวคูณรวมนอย (ค.ร.น.)” ของ 15 และ 20
4. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปความหมายของ ค.ร.น. ดังนี้                                              ทักษะการคิดสรุปความ

            ค.ร.น. ของจํานวนนับตั้งแตสองจํานวนขึ้นไป คือจํานวนนับที่นอยที่สุด
      ที่มีจํานวนนับเหลานั้นเปนตัวประกอบ นั่นคือ ค.ร.น. ของจํานวนนับตั้งแต
      สองจํานวนขึ้นไป คือพหุคูณรวมนอยที่สุดของจํานวนนับเหลานั้น

5. ครูอธิบายตัวอยางที่ 1 และตัวอยางที่ 2 ในหนังสือเรียนหนา 25 แลวแนะนําวาการหา                ทักษะการคิดแปลความ
ค.ร.น. วิธีนี้เรียกวา การหา ค.ร.น. จากการดูตัวประกอบ
6. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 11 ภายในชัวโมงเรียนแลวรวมกัน
                                                              ่
เฉลยคําตอบ
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                         27

                                  กิจกรรมการเรียนการสอน                              ฝกการคิดแบบ
ชั่วโมงที่ 2 (การหา ค.ร.น. โดยวิธีแยกตัวประกอบ)
1. ครูแนะนําวาเราสามารถหา ค.ร.น.ของจํานวนทีกําหนดใหโดยวิธีแยกตัวประกอบได ทักษะการคิดแปลความ
                                                  ่
โดย ค.ร.น. คือผลคูณของจํานวนเฉพาะทีเ่ ปนตัวประกอบรวมของทุกจํานวน และตัว        ทักษะการคิดคํานวณ
ประกอบรวมของอยางนอยสองจํานวน และจํานวนเฉพาะที่เหลืออยูทกจํานวน   ุ
    ครูยกตัวอยางโจทยตอไปนี้
    1) จงหา ค.ร.น. ของ 15 และ 21
        วิธีทํา 15 = 3 × 5
                   21 = 3 × 7
        * ครูถามนักเรียนวา ตัวประกอบรวมของ 15 และ 21 คือจํานวนใด (3)
                            จํานวนเฉพาะที่เหลืออยูมีจํานวนใดบาง (5 และ 7)
        ดังนั้น ค.ร.น. ของ 15 และ 21 คือ 3×5×7 = 105
    2) จงหา ค.ร.น. ของ 10, 25 และ 30
        วิธทํา 10 = 2 × 5
            ี
                   25 =           5×5
                   30 = 2 × 3 × 5
        * ครูถามนักเรียนวา ตัวประกอบรวมของ 10, 25 และ 30 คือจํานวนใด (5)
                               ตัวประกอบรวมของอยางนอยสองจํานวนคือจํานวนใด (2)
                               จํานวนเฉพาะที่เหลืออยูมีจํานวนใดบาง (3 และ 5)
        ดังนั้น ค.ร.น. ของ 10, 25 และ 30 คือ 5×2×3×5 = 150
    3) จงหา ค.ร.น. ของ 6, 12, 20 และ 28
        วิธทํา 6 = 2 × 3
              ี
                   12 = 2 × 2 × 3
                   20 = 2 × 2 × 5
                   28 = 2 × 2 × 7
        * ครูถามนักเรียนวา
                   ตัวประกอบรวมของ 6, 12, 20 และ 28 คือจํานวนใด (2)
                   ตัวประกอบรวมของอยางนอยสองจํานวนคือจํานวนใด (2 และ3 )
                   จํานวนเฉพาะที่เหลืออยูมีจํานวนใดบาง (5 และ 7)
        ดังนั้น ค.ร.น. ของ 6, 12, 20 และ 28 คือ 2×2×3×5 ×7 = 420
2. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางที่ 3, 4 และ 5 ในหนังสือเรียนหนา 26 และทํากิจกรรม
ตรวจสอบความเขาใจ 12 ภายในชัวโมงเรียน แลวรวมกันเฉลยคําตอบ
                                     ่
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                28

                                   กิจกรรมการเรียนการสอน                                 ฝกการคิดแบบ
ชั่วโมงที่ 3 (การหา ค.ร.น. โดยวิธีต้งหาร)
                                        ั
1. ครูยกตัวอยางการหา ค.ร.น.โดยวิธีตั้งหารบนกระดาน พรอมกับอธิบายขั้นตอน             ทักษะการคิดแปลความ
การหาร ดังนี้                                                                        ทักษะการคิดคํานวณ
    ตัวอยาง จงหา ค.ร.น. ของ 9, 12 และ 22 โดยวิธีตั้งหาร
    ขั้นที่ 1 เขียนจํานวนที่ตองการหา ค.ร.น. ในแถวแรก
                               
                            ) 9 12 22
    ขั้นที่ 2 หาจํานวนเฉพาะทีสามารถหาร 9, 12 , 22 ลงตัวอยางนอยสองจํานวน ในทีน้ี
                                 ่                                                 ่
                เลือก 3 เปนตัวหาร
                         3 ) 9 12 22
                              3 4 22
* ครูใหนักเรียนสังเกตวา ถามีจํานวนนับทีไมสามารถหารดวย 3 ลงตัว (ในทีน้คือ 22)ให
                                               ่                            ่ ี
เขียนจํานวนนับนั้นลงในแถวที่สองในตําแหนงเดิม
    ขั้นที่ 3 ดําเนินการเชนเดียวกับขั้นที่ 2 ไปเรื่อยๆ จนไมสามารถหาจํานวนเฉพาะมา
                หารจํานวนนับไดลงตัวอยางนอยสองจํานวนอีก
                         3) 9 12 22
                         2) 3 4 22
                            3 2 11
    ขั้นที่ 4 ค.ร.น. ของจํานวนนับที่กําหนดใหจะเทากับผลคูณของจํานวนเฉพาะที่เปน
               ตัวหารทุกตัวและจํานวนทีเ่ หลือจากการหารทั้งหมด
    ดังนั้น ค.ร.น. ของ 9, 12 และ 22 คือ 3×2×3×2×11 = 396
2. ครูใหนกเรียนศึกษาตัวอยางที่ 6 และ 7 ในหนังสือเรียนหนา 27 และทํากิจกรรม
             ั
ตรวจสอบความเขาใจ 13 ภายในชัวโมงเรียน แลวรวมกันเฉลยคําตอบ
                                      ่
ชั่วโมงที่ 4 (โจทยปญหาเกี่ยวกับ ค.ร.น.)
1. ครูนําแถบโจทยปญหามาติดบนกระดานดํา ดังนี้                                        ทักษะการคิดวิเคราะห
                  นายเอ, นายบี และนายซี ขี่จักรยานรอบหมูบาน โดยออกจากจุดเริ่มตน   ทักษะการคิดคํานวณ
     พรอมกัน ในการขี่รอบหมูบานแตละรอบ นายเอใชเวลา 15 นาที นายบีใชเวลา
     20 นาที และนายซีใชเวลา 25 นาที ดังนั้นคนทั้งสามจะมาพบกันที่จุดเริ่มตนอีก
     ครั้งหนึ่งเมื่อเวลาผานไปกี่นาที

   ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายโจทยปญหา โดยชวยกันวิเคราะหและสรุปใหไดวา
เวลาที่คนทั้งสามจะมาพบกันที่จดเริ่มตนอีกครั้งหนึ่ง คือ ค.ร.น. ของเวลาที่แตละคน
                             ุ
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                    29

                                    กิจกรรมการเรียนการสอน                                  ฝกการคิดแบบ
ใชในการขี่จักรยานรอบหมูบาน นั่นคือ ตองหาจํานวนนับที่นอยที่สดที่ 15, 20 และ 25
                                                                ุ
หารจํานวนนับนั้นลงตัว
    นั่นคือตองหา ค.ร.น. ของ 15, 20 และ 25 ดังนี้
                        5) 15 20 25
                            3 4 5
       ค.ร.น. ของ 15, 20 และ 25 คือ 5×3×4×5 = 300
ดังนั้น ชายทั้งสามจะมาพบกันที่จุดเริ่มตนในครั้งแรกเมื่อเวลาผานไป 300 นาที
2. เมื่อนักเรียนเขาใจขั้นตอนการแกโจทยปญหาแลว ครูสรางโจทยปญหาเพิ่มเติมอีก
                                             
2-3 ตัวอยาง ใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ เชน
      1) นาฬิกาปลุก 3 เรือน แตละเรือนจะมีเวลาปลุกตางกันคือทุกๆ 10 ชั่วโมง 3 ชั่วโมง
และ 5 ชั่วโมง ตามลําดับ ถาเริ่มจับเวลาปลุกพรอมกันครังแรกเมื่อเวลา 12.00 น. จงหาวา
                                                          ้
นาฬิกาทั้ง 3 เรือนจะปลุกพรอมกันอีกครั้งในเวลาใด
      2) ดาวหาง A, B และ C โคจรมาเยือนโลกทุกๆ 60, 100 และ 80 ป ตามลําดับ ถาดาว
หาง 3 ดวงนี้จะโคจรมาเยือนโลกพรอมกันในป พ.ศ. 2602 แลวดาวหางทั้ง 3 ดวงจะโคจร
มาเยือนโลกพรอมกันอีกครังในป พ.ศ. ใด
                                  ้
ชั่วโมงที่ 5 (ความสัมพันธระหวาง ห.ร.ม. และ ค.ร.น.ของจํานวนนับสองจํานวน)
1. ครูใหนกเรียนหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น.ของ 18 และ 24 (ห.ร.ม. คือ 6, ค.ร.น. คือ 72)
            ั                                                                           ทักษะการคิดวิเคราะห
2. ครูใหนกเรียนหาผลคูณของ 18 และ 24 (432)
                  ั                                                                     ทักษะการคิดวิเคราะห
3. ครูใหนกเรียนนํา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของทั้งสองจํานวนมาคูณกันแลวบอกวาผลคูณ
                ั                                                                       ทักษะการคิดวิเคราะห
เปนเทาใด (432)                                                                        ทักษะการคิดคํานวณ
   ครูชี้แนะใหนกเรียนเห็นวา เมื่อนํา 18 และ 24 มาคูณกัน จะไดผลคูณเทากับผลคูณของ
                      ั
ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของทั้งสองจํานวน คือ
                        18×24 = 432
                         6×72 = 432
   นั่นคือ 18×24 = (ห.ร.ม. ของ 18 และ 24) × (ค.ร.น. ของ 18 และ 24)
4. ครูใหนกเรียนหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของ 15 และ 25 (ห.ร.ม. คือ 5, ค.ร.น. คือ 75)
              ั                                                                         ทักษะการคิดวิเคราะห
จากนั้นใหนกเรียนตรวจสอบวาผลคูณของ 15 และ 25 เทากับผลคูณของ ห.ร.ม.และ
                    ั                                                                   ทักษะการคิดคํานวณ
ค.ร.น.ของทั้งสองจํานวนหรือไม (เทากัน)
    นั่นคือ 15×25 = (ห.ร.ม. ของ 15 และ 25) × (ค.ร.น. ของ 15 และ 25)
    ครูยกตัวอยางในทํานองเดียวกันนี้อีกหลายๆ คู จากนันครูและนักเรียนรวมกันสรุปวา
                                                        ้
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                             30

                                 กิจกรรมการเรียนการสอน                               ฝกการคิดแบบ

              ผลคูณของ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนนับสองจํานวนใดๆ มีคา
                                                                     
      เทากับผลคูณของจํานวนนับสองจํานวนนั้น

5. ครูติดแถบปญหาบนกระดาน ดังนี้                                                  ทักษะการคิดแปลความ
                ผลคูณของ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนนับสองจํานวนเทากับ           ทักษะการคิดคํานวณ
       1,800 ถาจํานวนนับจํานวนหนึ่งเปน 40 อีกจํานวนจะเปนเทาใด

  ครูอธิบายหลักการคิดแกนกเรียนดังนี้
                           ั
  เราทราบวาผลคูณของ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนนับสองจํานวนใดๆ มีคาเทากับ
ผลคูณของจํานวนนับสองจํานวนนั้น จะไดวา
               x×40 = 1800
                  x = 1800
                             40
                  x = 45
 ดังนั้น จํานวนนับอีกจํานวนคือ 45
6. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 15 ภายในชัวโมงเรียน แลวเฉลย
                                                       ่
คําตอบรวมกัน
7. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด 3 เปนการบาน

   5.3 ขั้นสรุป
       ชั่วโมงที่ 1 (การหา ค.ร.น. โดยการดูจากการเปนตัวประกอบ)
       1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความหมายของ ค.ร.น.
       2. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 11 ทายชั่วโมงเรียน
       ชั่วโมงที่ 2 (การหา ค.ร.น. โดยวิธแยกตัวประกอบ)
                                             ี
       1. ครูและนักเรียนทบทวนขันตอนการหา ค.ร.น. โดยวิธแยกตัวประกอบ
                                       ้                       ี
       2. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 12 ทายชั่วโมงเรียน
       ชั่วโมงที่ 3 (การหา ค.ร.น. โดยวิธตั้งหาร)
                                           ี
       1. ครูและนักเรียนทบทวนขันตอนการหา ค.ร.น. โดยวิธีตั้งหาร
                                     ้
       2. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 13 ทายชั่วโมงเรียน
       ชั่วโมงที่ 4 (โจทยปญหาเรื่องเกี่ยวกับ ค.ร.น.)
       1. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 14 ทายชั่วโมงเรียน
       2. ครูอธิบายเพิ่มเติมถามีโจทยปญหาที่นกเรียนไมเขาใจ
                                                  ั
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                  31

       ชั่วโมงที่ 5 (ความสัมพันธระหวาง ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนนับสองจํานวน)
       1. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปอีกครั้งถึงความสัมพันธระหวาง ห.ร.ม. และ ค.ร.น.
       2. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 15

6. สื่อการเรียนรู/แหลงการเรียนรู
   6.1 สื่อการเรียนรู
        หนังสือเรียนรายวิชาพืนฐาน คณิตศาสตร ม.1 ภาคเรียนที่ 1
                              ้
   6.2 แหลงการเรียนรู
        - หองสมุดโรงเรียน
        - หองสมุดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร

7. กิจกรรมเสนอแนะ
    7.1 กิจกรรมสงเสริมการคิดเชิงวิเคราะห
         ขั้นรวบรวมขอมูล
         ใหนกเรียนแบงกลุมสรางโจทยเกียวกับการหา ค.ร.น. กลุมละ 5 ขอ โดยโจทยแตละขอแสดงวิธีหา ค.ร.น.
                ั                        ่
2 วิธี
         ขั้นวิเคราะห
         ใหนกเรียนแสดงวิธีหา ค.ร.น. พรอมทั้งอธิบายขั้นตอนการหา ค.ร.น.
                    ั
         ขั้นสรุป
         ครูตรวจผลงานของนักเรียนแตละกลุม พรอมใหคําแนะนํา แลวใหหวหนาหองรวบรวมงานทั้งหมดจัดทํา
                                                                         ั
เปนรูปเลมรายงาน
         ขั้นประยุกตใช
         ใหนกเรียนคัดเลือกโจทยที่นาสนใจมาจัดบอรดใหความรูเรื่องการหา ค.ร.น.
                  ั                 
    7.2 กิจกรรมบูรณาการ
         ครูสามารถบูรณาการการเรียนกับกลุมสาระภาษาตางประเทศ โดยกําหนดภาระงานใหนักเรียนแบงกลุม
ศึกษาโจทยปญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ที่เปนโจทยภาษาอังกฤษ กลุมละ 1 ขอ พรอมทั้งแปลโจทยปญหาเปน
              
ภาษาไทย
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                  32

                           ภาระงาน “โจทยปญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ที่เปนภาษาอังกฤษ”

         ผลการเรียนรู              ใชกระบวนการแปลโจทยปญหาภาษาอังกฤษเปนภาษาไทย อธิบายการแกโจทย
                                                                
                                    ปญหาเกี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น.
         ผลงานที่ตองการ            โจทยปญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ที่เปนภาษาอังกฤษ กลุมละ 1 ขอ พรอมคําแปล
                                                                                        
         ขั้นตอนการทํางาน           1. ศึกษาลักษณะของโจทยปญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. และขั้นตอนการแกปญหา
                                    2. คนควาโจทยปญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ทั้งที่เปนภาษาอังกฤษจากแหลง
                                       ความรูตางๆ กลุมละ 1 ขอ
                                    3. ศึกษาการใชคําศัพทจากโจทยและการแสดงวิธีทํา พรอมแปลความหมายเปน
                                       ภาษาไทย โดยอาจขอคําแนะนําจากครูสอนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม
                                    4. รวบรวมคําศัพทสําคัญพรอมคําแปลไวในภาคผนวกทายรายงาน
                                    5. จัดทําเปนรายงานสงครู
       เกณฑการประเมิน              1. ความถูกตองในการแปลความหมาย
                                    2. ความสะอาดเรียบรอยของชิ้นงาน
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                                                                                           33

8. บันทึกหลังการสอน

                                                               บันทึกหลังการสอน
                                                  (บันทึกเฉพาะประเด็นที่มีขอมูลสารสนเทศชัดเจน)
                                                                           

                   ประเด็นการบันทึก                                                           จุดเดน                                         จุดที่ควรปรับปรุง

 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู

 2. การใชสื่อการเรียนรู

 3. การประเมินผลการเรียนรู

 4. การบรรลุผลการเรียนรูของผูเรียน

 บันทึกเพิ่มเติม
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................

                                                                                                     ลงชื่อ ............................................................ ผูสอน


บันทึกความเห็นของผูตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
 ....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

                                                                                                     ลงชื่อ .......................................................................
                                                                                                     ตําแหนง ..................................................................
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                                                                                      34

9. ใบความรู ใบงาน และเครื่องมือวัดผล
     แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน
                               แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายบุคคลวิชาคณิตศาสตร
 ชื่อนักเรียน ...................................................... ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน ............................ ป ....................
 ครั้งที่ ............................................................... ผูสังเกต ............................................................................................

                                                                                                                ระดับการประเมิน
                         หัวขอการประเมิน
                                                                                      ดีมาก                  ดี         พอใช                      ควรปรับปรุง
ความสนใจ
การตอบคําถาม
การทํากิจกรรมหนาชั้นเรียน
การใชความรูทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร
            
ในการแกปญหาในสถานการณตางๆ
ความสามารถในการใชภาษาและสัญลักษณทาง
คณิตศาสตรในการสื่อสารสื่อความหมาย


    แบบประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม

                                                          แบบประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม
ระดับชั้น.................................................. ประจําวันที่ ............................................................... กลุมที่ .......................

                                                                                                             ระดับการประเมิน
                      หัวขอการประเมิน
                                                                              ดีมาก               ดี          ปานกลาง                 นอย              นอยมาก
 การวางแผนการทํางาน
 การกําหนดการปฏิบัตงานมีขั้นตอนชัดเจน
                   ิ
 การปฏิบัติตามขั้นตอนที่กําหนด
 ความคิดสรางสรรค
 ผลการทํางาน
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                                                                                        35

                              การประเมินและสะทอนตนเองหลังเสร็จสิ้นการเรียนในหนวยการเรียนรูท่ี 1
                                                     (Self Reflection)

1. การประเมินตนเองของนักเรียน ใหดําเนินการดังนี้
   1.1 ครูทบทวนผลการเรียนรูประจําบททุกขอ ใหนักเรียนไดทราบ โดยอาจเขียนไวบนกระดาน พรอมทั้ง
ทบทวนถึงหัวขอกิจกรรมการเรียนวาไดเรียนอะไรบาง
   1.2 ใหนกเรียนเขียนบันทึกการประเมินตนเองไวในสมุดงานดานหลังตามหัวขอ ดังนี้
           ั
                      บันทึกการประเมินและสะทอนตนเองประจําหนวยการเรียนรูที่ 1
                           วัน/เดือน/ป ทีบันทึก ............... / ............... / ...............
                                          ่

รายการบันทึก
1. จากการเรียนทีผานมาไดมีความรูอะไรบาง
                          ่
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
2. ปจจุบนนี้มีความสามารถปฏิบัติสิ่งใดไดแลวบาง
              ั
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
3. สิ่งที่ยงไมรู ไมกระจาง ไมเขาใจ มีอะไรบาง
            ั
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
4. ผลงานหรือชิ้นงานที่เนนความภาคภูมใจจากการเรียนในบทนี้คืออะไร ทําไมจึงภาคภูมิใจ
                                                               ิ
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................

2. การพัฒนาการเรียนการสอนโดยใชกระบวนการวิจยในชันเรียนของครู                       ั ้
                                         ชื่อเรื่องที่วิจัย.......................................................................
1. ความเปนมาของปญหา
   สิ่งที่คาดหวัง..........................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
   สิ่งที่เปนจริง...........................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
   ปญหาที่พบคือ.......................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                                                                                        36

   สาเหตุของปญหาคือ..............................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
   แนวทางการแกปญหาคือ.......................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
2. วัตถุประสงคในการแกปญหา
   2.1 เพื่อแกปญหาเรื่อง...........................................................................................................................................
          ของนักเรียนชัน..................... หอง........................... จํานวน............................ คน โดยใช............................
                                ้
          ........................................................................................................................................................................
   2.2 เพื่อศึกษาผลการแกปญหาเกียวกับ..................................................................................................................
                                                       ่
          หลังจากที่ไดทดลองใชวิธีแกปญหาโดย.........................................................................................................
3. ขอบเขตของการแกปญหา
   3.1 กลุมเปาหมายในการแกปญหาคือ นักเรียนชั้น.......................... หอง................. จํานวน...........................คน
          ในภาคเรียนที่...................... ปการศึกษา................................... ที่มีปญหาเกี่ยวกับ........................................
   3.2 เนื้อหาที่ใชในการศึกษาคือ เรื่อง........................................................... หนวยการเรียนรู...............................
          วิชา...................................................................................
   3.3 ระยะเวลาในการศึกษา ประมาณ.......... สัปดาห/เดือน ตังแตวนที่....... เดือน.......................... พ.ศ. ..............
                                                                                                  ้ ั
          ถึงวันที่................. เดือน..................................... พ.ศ. .........................
4. วิธีดําเนินการในการแกปญหา
   4.1 เครื่องมือที่ใชในการแกปญหา คือ..................................................................................................................
          ........................................................................................................................................................................
          ซึ่งมีขั้นตอนในการสรางและพัฒนาดังนี้
          ........................................................................................................................................................................
          ........................................................................................................................................................................
          ........................................................................................................................................................................
   4.2 เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลคือ.....................................................................................................
          ........................................................................................................................................................................
          ซึ่งมีขั้นตอนในการสรางและตรวจสอบคุณภาพดังนี้
          ........................................................................................................................................................................
          ........................................................................................................................................................................
          ........................................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่ 1                                                                                                                       37

   4.3 การเก็บรวบรวมขอมูล ไดดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลตามวิธีการดังนี้
          1) นําเครื่องมือที่ใชในการแกปญหาไปทดลองใชกับนักเรียนในเวลา............................................................
                                                            
               โดย............................................................................................................................................................
               ...................................................................................................................................................................
               ...................................................................................................................................................................
               ...................................................................................................................................................................
          2) นําเครื่องมือเก็บรวบรวมขอมูลไปเก็บขอมูลเกี่ยวกับ.................................................................................
               โดย............................................................................................................................................................
               ...................................................................................................................................................................
               ...................................................................................................................................................................
               ...................................................................................................................................................................
   4.4 การวิเคราะหขอมูลและการสรุปผล ไดดําเนินการวิเคราะหขอมูลและสรุปผลดังนี้
                                   
          ........................................................................................................................................................................
          ........................................................................................................................................................................
          ........................................................................................................................................................................
          ........................................................................................................................................................................
5. ผลการแกปญหา
   ผลการแกปญหาเกียวกับ........................................................................................................................................
                                 ่
   ของนักเรียนกลุมเปาหมาย ปรากฏผลดังนี้
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................
   ...............................................................................................................................................................................

Unit1

  • 1.
    หนวยการเรียนรูที่ 1 เรื่อง สมบัติของจํานวนนับ รายวิชาที่นามาบูรณาการ ํ ภาษาไทย ภาษาตางประเทศ 1. มาตรฐานการเรียนรู มฐ. ค 1.4 2. ตัวชี้วัดชั้นปที่เกี่ยวของ ค 1.4 ม.1/1 3. สาระการเรียนรูประจําหนวย 3.1 จํานวนนับ 3.2 การหารลงตัว 3.3 ตัวประกอบ 3.4 จํานวนคูและจํานวนคี่ 3.5 จํานวนเฉพาะ 3.6 ตัวประกอบเฉพาะ 3.7 การแยกตัวประกอบ 3.8 ตัวหารรวมมากและการนําไปใช 3.9 ตัวคูณรวมนอยและการนําไปใช 4. รองรอยการเรียนรู 4.1 ผลงาน/ชิ้นงาน ไดแก 1) ผลงานจากการทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 1-15 และแบบฝกหัด 1-3 2) ผลงานจากการทํากิจกรรมกลุม 3) ผลงานจากการทํากิจกรรมบูรณาการ 4.2 ผลการปฏิบัติงานไดแก 1) การปฏิบัติกิจกรรมในชันเรียน ้ 2) การมีสวนรวมในการปฏิบัติกิจกรรมกลุม 4.3 การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนจบหนวยการเรียนรู
  • 2.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 2 5. แนวทางการจัดการเรียนรูในภาพรวม แนวทางการจัดการเรียนรู รองรอยการเรียนรู บทบาทครู บทบาทนักเรียน 5.1 ผลงาน/ชิ้นงาน ไดแก 1) การทํากิจกรรมตรวจสอบ - อธิบายเนื้อหาในแตละเรื่อง - ฝกคิดตามและรวมทํากิจกรรมในชั้น ความเขาใจ 1-15 และ - แนะการทําแบบฝกหัดและ เรียน แบบฝกหัด 1-3 กิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ - ทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและ 2) การทํากิจกรรมกลุม - อธิบายสรุปความคิดรวบยอดใน แบบฝกหัด 3) การทํากิจกรรมบูรณาการ แตละเรื่อง - ทําแบบทดสอบหนวยยอยเปนรายกลุม 5.2 ผลการปฏิบัติงานไดแก 1) การปฏิบติกิจกรรมในชัน ั ้ - แนะนําวิธีการเขียนแผนผังสรุป - ใหนักเรียนเขียนแผนผังความคิด เรียนและการใชบริการ ความคิดรวบยอดเพื่อสรุปเนือหา ้ ประจําหนวย หองสมุดของโรงเรียนอยาง ประจําหนวย - ใหนักเรียนไปคนควาโจทยใน เหมาะสม - แนะนําใหนกเรียนใชบริการ ั หองสมุดโรงเรียนและหองสมุดกลุม 2) การมีสวนรวมในการปฏิบัติ หองสมุดของโรงเรียนอยาง สาระการเรียนรูคณิตศาสตร กิจกรรมกลุม เหมาะสม - ใหนักเรียนจัดกลุมตามที่ครูมอบหมาย - แนะนําวิธการจัดกลุมและการทํา ี และชวยกันทํากิจกรรมในชันเรียน ้ กิจกรรมกลุม 5.3 การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ - สรุปเนื้อหาที่สําคัญตามแผนผัง - ทําแบบทดสอบหลังเรียนจบ ทางการเรียน ความคิดรวบยอดประจําหนวยอีก ครั้ง
  • 3.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 3 แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 เรื่อง จํานวนนับ เวลา 3 ชั่วโมง 1. เปาหมายการเรียนรู 1.1 ผลการเรียนรู มีความรูความเขาใจในเรื่องของตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ และการแยกตัวประกอบ 1.2 จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายถึงความหมายของตัวประกอบ จํานวนคูและจํานวนคี่ จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ และการ แยกตัวประกอบไดอยางถูกตอง 2) นําความรูเกี่ยวกับตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ และการแยกตัวประกอบไปใชในการ แกโจทยปญหาได 2. สาระสําคัญ 2.1 สาระการเรียนรู 1) การหารลงตัว 2) ตัวประกอบ 3) จํานวนคูและจํานวนคี่ 4) จํานวนเฉพาะ 5) ตัวประกอบเฉพาะ 6) การแยกตัวประกอบ 2.2 ทักษะ/กระบวนการ 1) ทักษะการใหเหตุผล 2) ทักษะการสื่อสาร สื่อความหมาย 3) ทักษะการแกปญหา 2.3 ทักษะการคิด การคิดวิเคราะห การคิดแปลความ การคิดสรุปความ การคิดคํานวณ 3. รองรอยการเรียนรู 3.1 ผลงาน/ชิ้นงาน 1) ผลงานจากการทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 1-6 และแบบฝกหัด 1 2) ผลงานจากการทํากิจกรรมกลุม 3) ผลงานจากการทํากิจกรรมบูรณาการ “การเขียนกลอนเรื่องตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยกตัว ประกอบ”
  • 4.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 4 3.2 กระบวนการขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1) จัดกลุม กลุมละ 3 คน 2) เลือกหัวหนากลุม 3) หัวหนากลุมแบงงาน 4) รวมกันทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและแบบฝกหัด 5) นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน 6) สงงาน 3.3 พฤติกรรมตามคุณลักษณะพึงประสงค 1) ใหความรวมมือในการทํางานกลุม 2) มีความละเอียดรอบคอบและรับผิดชอบในการทํางาน 3.4 ความรูความเขาใจ นักเรียนเขาใจความหมายของคําวา ตัวประกอบ จํานวนคูและจํานวนคี่ จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ และการแยกตัวประกอบ 4. แนวทางการวัดผลและประเมินผล เกณฑผานขั้นต่ํา 1) ไดระดับ “พอใช” ขึ้นไป 2) ไดระดับ “ดี” ขึ้นไป 3) ทําไดถูกตอง 80% ขึ้นไป การสรุปผลการประเมิน ตองผานเกณฑขั้นต่ําทั้ง 3 รายการ 5. กิจกรรมการเรียนการสอนเพือการเรียนรู ่ 5.1 ขั้นนํา ชั่วโมงที่ 1 (ตัวประกอบ) โดยครูทบทวนความรูเรื่องจํานวนนับวาจํานวนนับคืออะไร พรอมยกตัวอยางประกอบ ชั่วโมงที่ 2 (จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ) ครูทบทวนความหมายของตัวประกอบ จากนั้นอธิบายเรื่องจํานวนคูและจํานวนคี่ โดยใหนักเรียนชวยกัน ยกตัวอยางประกอบ และนํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 3 มาอภิปรายตอนตนชัวโมง ่ ชั่วโมงที่ 3 (การแยกตัวประกอบ) 1. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 5 2. ครูทบทวนความหมายของจํานวนเฉพาะและตัวประกอบเฉพาะอีกครัง ้
  • 5.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 5 5.2 ขั้นสอน กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ชั่วโมงที่ 1 (ตัวประกอบ) 1. ครูยกตัวอยางการหารลงตัว แลวสรุปวา การหารลงตัวคือการหารที่หารแลวจะมีเศษ ทักษะการคิดสรุปความ เปนศูนย และใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 1 พรอมกันในชั้นเรียน ั 2. ครูใหนักเรียนชวยกันหาจํานวนนับทั้งหมดที่หาร 30 ลงตัว และจํานวนนับทั้งหมดที่ หาร 45 ลงตัว ครูเสนอแนะวาจํานวนนับทีหาร 30 ลงตัว เรียกวา ตัวประกอบของ 30 และ ่ จํานวนนับทีหาร 45 ลงตัว เรียกวา ตัวประกอบของ 45 ตามลําดับ ่ 3. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปความหมายของตัวประกอบ ดังนี้ ทักษะการคิดสรุปความ ตัวประกอบของจํานวนนับใดๆ คือจํานวนนับที่หารจํานวนนับนั้นลงตัว 4. ครูยกตัวอยางบนกระดานพรอมกับเรียกนักเรียนออกมาแสดงวิธทํา ี ทักษะการคิดวิเคราะห ตัวอยางที่ 1 จงหาตัวประกอบของ 50, 70 และ 8 ทักษะการคิดคํานวณ ตัวอยางที่ 2 จงหาตัวประกอบของ 3, 65 และ 10 จากตัวอยางทังสอง ครูชี้แนะใหนักเรียนเห็นวาจํานวนนับทั้งหมดมี 1 เปนตัวประกอบ ้ 5. ครูถามนักเรียนวา ถา n และ d เปนจํานวนนับที่ d เปนตัวประกอบของ n แลวจํานวน ทักษะการคิดวิเคราะห นับ n÷d จะเปนตัวประกอบของ n ดวยหรือไม (เปน) ใหนักเรียนยกตัวอยางประกอบ 6. ใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 2 ั ชั่วโมงที่ 2 (จํานวนคูและจํานวนคี่ จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ) 1. ครูอธิบายย้ําวาจํานวนคูทงหมดจะมี 2 เปนตัวประกอบ จํานวนนับอืนที่ไมใชจานวนคู ั้ ่ ํ เรียกวา จํานวนคี่ 2. ครูใหนักเรียนชวยกันหาตัวประกอบของจํานวนตอไปนี้ ทักษะการคิดวิเคราะห กลุมที่ 1 2 (1, 2) กลุมที่ 2 8 (1, 2, 4, 8) ทักษะการคิดสรุปความ 3 (1, 3) 10 (1, 2, 5, 10) 7 (1, 7) ใหนกเรียนสังเกตความแตกตางของจํานวนทั้งสองกลุม แลวรวมกันสรุปวา จํานวนใน ั  กลุมที่ 1 มีตัวประกอบเพียง 2 ตัว คือ 1 และตัวมันเอง 3. ครูบอกบทนิยามของจํานวนเฉพาะ ดังนี้ ทักษะการคิดวิเคราะห บทนิยาม จํานวนนับจะเปนจํานวนเฉพาะก็ตอเมื่อ 1) จํานวนนับนั้นมีคามากกวา และ 2) จํานวนนับนั้นมีตัวประกอบเพียง 2 ตัว คือ 1 และตัวมันเอง
  • 6.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 6 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ 4. เมื่อนักเรียนเขาใจความหมายของจํานวนเฉพาะแลว ครูซักถามนักเรียนตอไปวา จาก ทักษะการคิดวิเคราะห ตัวประกอบของจํานวนนับในกลุมที่ 2 มีจํานวนเฉพาะหรือไม (ครูอาจเริ่มซักถามจาก ตัวประกอบของ 8) จะไดวามี 2 ที่เปนจํานวนเฉพาะ จากตัวประกอบทังหมด 4 ตัวของ 8 ้ เราจะเรียก 2 วา “ตัวประกอบเฉพาะ” ในทํานองเดียวกัน ครูซักถามตอไปวา ตัวประกอบของ 10 มีตัวประกอบเฉพาะหรือไม (มีคือ 2, 5) และตัวประกอบของ 30 มีตัวประกอบเฉพาะหรือไม (มี) 5. เมื่อนักเรียนเขาใจความหมายของจํานวนเฉพาะและตัวประกอบเฉพาะแลว ครูให นักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 4 6. ครูใหนกเรียนทํากิจกรรม ดังนี้ ั ทักษะการคิดวิเคราะห ใหนกเรียนแตละคนบอกวาเลขที่ประจําตัวของตนเองเปนจํานวนเฉพาะหรือไม ถาไม ั เปนใหบอกวาเลขที่ของตนเองมีตัวประกอบเฉพาะอะไรบาง 7. ครูมอบหมายใหนกเรียนชวยกันทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 5 ั ชั่วโมงที่ 3 (การแยกตัวประกอบ) 1. ครูเขียนจํานวนนับ 24 บนกระดาน พรอมซักถามนักเรียนวา นักเรียนสามารถแสดงใน ทักษะการคิดวิเคราะห รูปการคูณของตัวประกอบที่มากกวา 1 ตังแต 2 จํานวนขึ้นไปไดหรือไม ้ (ได 24 = 4×6, 24 = 2×12, 24 = 2×2×2×3) 2. ครูแนะนําตอไปวา การเขียนจํานวนนับใดๆ ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ ทักษะการคิดแปลความ เรียกวา “การแยกตัวประกอบ” ดังนั้น เราสามารถแยกตัวประกอบของ 24 ไดดังนี้ 24 = 2×2×2×3 ครูใหขอสังเกตวาการเขียน 24 = 4×6, 24 = 2×12 ไมใชการแยกตัวประกอบของ 24 เนื่องจาก 4, 6, 12 ไมใชตัวประกอบเฉพาะ 3. ครูสรุปความหมายของการแยกตัวประกอบ ดังนี้ ทักษะการคิดสรุปความ การแยกตัวประกอบของจํานวนนับใดๆ คือการเขียนจํานวนนับนั้นใหอยูใน รูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ 4. เมื่อนักเรียนเขาใจแลว ครูยกตัวอยางการแยกตัวประกอบโดยกําหนดจํานวนที่มีคาไม  ทักษะการคิดแปลความ มากบนกระดาน เชน จงแยกตัวประกอบของ 36 วิธีทํา 36 = 2 × 18 36 = 4 × 9 36 = 2 × 2 × 3 × 3 จํานวนเฉพาะ
  • 7.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 7 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ครูพยายามแนะใหนักเรียนสังเกตถึงผลการคูณของตัวประกอบเฉพาะ 5. ครูใชคาถามกระตุนใหนกเรียนคิดวา ถาในกรณีที่ตองแยกตัวประกอบของจํานวนนับที่ ํ ั ทักษะการคิดวิเคราะห มีคามากๆ จะใชวิธีการใดบาง 6. ครูเสนอแนะใหนกเรียนทราบวา เราสามารถใชวิธหารสั้น โดยนําจํานวนเฉพาะมาหาร ั ี ทักษะการคิดแปลความ ได และตองหารจนกระทั่งไดผลหารเห็นจํานวนเฉพาะ 7. ครูยกตัวอยางใหนกเรียนสังเกต ดังนี้ ั ทักษะการคิดวิเคราะห ตัวอยาง จงแยกตัวประกอบของ 160 ทักษะการคิดคํานวณ ใชวิธีการตั้งหาร (นําจํานวนเฉพาะมาหาร) 2 ) 160 2 ) 80 2 ) 40 2 ) 20 2 ) 10 5 ดังนั้น 160 = 2×2×2×2×2×5 ครูแนะนําเพิมเติมวา สามารถใชแผนภาพชวยในการแยกตัวประกอบได ดังนี้ ่ 160 2 80 2 2 40 2 2 2 20 2 2 2 2 10 2 2 2 2 2 5 ดังนั้น 160 = 2×2×2×2×2×5 8. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางที่ 5-9 ในหนังสือเรียนเพิมเติม และทํากิจกรรมตรวจสอบ ่ ความเขาใจ 6 ภายในชัวโมงเรียน ่ 9. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด 1 เปนการบาน
  • 8.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 8 5.3 ขั้นสรุป ชั่วโมงที่ 1 (ตัวประกอบของจํานวนนับ) ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเรื่องตัวประกอบของจํานวนนับ โดยครูใชการซักถามทบทวนความเขาใจของ นักเรียน ชั่วโมงที่ 2 (จํานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ) 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปบทนิยามของจํานวนเฉพาะ 2. ครูใชคําถามถามประกอบความเขาใจเรื่องตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง 3. เฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 4 ชั่วโมงที่ 3 (การแยกตัวประกอบ) 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวิธีการแยกตัวประกอบวามีกี่วิธี อะไรบาง 2. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 6 6. สื่อการเรียนรู/แหลงการเรียนรู 6.1 สื่อการเรียนรู หนังสือเรียนรายวิชาพืนฐาน คณิตศาสตร ม.1 ภาคเรียนที่ 1 ้ 6.2 แหลงการเรียนรู - หองสมุดโรงเรียน - หองสมุดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร 7. กิจกรรมเสนอแนะ 7.1 กิจกรรมสงเสริมการคิดเชิงวิเคราะห ขั้นรวบรวมขอมูล ใหนกเรียนแบงกลุมสรางโจทยเกียวกับการแยกตัวประกอบของจํานวนนับกลุมละ 5 ขอ โดยตองเปน ั ่ จํานวนที่ไมซากัน ้ํ ขั้นวิเคราะห ใหนกเรียนหาตัวประกอบของจํานวนที่กําหนดขึ้น และบอกดวยวาเปนจํานวนเฉพาะหรือไม แลวนํามา ั แยกตัวประกอบ ขั้นสรุป ครูตรวจผลงานของนักเรียนแตละกลุม พรอมใหคําแนะนําแลวใหหวหนาหองหรือตัวแทนของหอง ั รวบรวมงานทังหมดจัดทําเปนรูปเลมรายงาน ้ ขั้นประยุกตใช ครูใหนักเรียนคัดเลือกโจทยที่นาสนใจมาจัดบอรดใหความรูเรื่องการแยกตัวประกอบจํานวนเฉพาะ
  • 9.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 9 7.2 กิจกรรมบูรณาการ ครูสามารถบูรณาการการเรียนกับกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย โดยการกําหนดภาระงาน ใหนกเรียนแบงกลุมชวยกันแตงกลอนเกี่ยวกับเรื่องตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยกตัวประกอบเพื่อประกวด ั ชิงรางวัล ภาระงาน “เขียนกลอนเรื่องตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยกตัวประกอบ” ผลการเรียนรู ใชกระบวนการเขียนกลอนสือความหมายของตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยก ่ ตัวประกอบ ผลงานที่ตองการ กลอนเกี่ยวกับตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยกตัวประกอบ ขั้นตอนการทํางาน 1. ศึกษาวิธการเขียนกลอนแบบตาง ๆ ี 2. ศึกษาเรื่องตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยกตัวประกอบ 3. แตงกลอนเรื่องตัวประกอบ จํานวนเฉพาะ การแยกตัวประกอบ 4. ใหนกเรียนแลกเปลี่ยนผลงานกับเพื่อนกลุมอื่นรวมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ั 5. คัดเลือกกลอนที่นักเรียนแตงไดไพเราะและสื่อความหมายไดครบถวนติดปายนิเทศ เกณฑการประเมิน 1. ความถูกตอง 2. ความไพเราะของกลอน 3. การใชคําไดถูกตองตามหลักภาษา
  • 10.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 10 8. บันทึกหลังการสอน บันทึกหลังการสอน (บันทึกเฉพาะประเด็นที่มีขอมูลสารสนเทศชัดเจน)  ประเด็นการบันทึก จุดเดน จุดที่ควรปรับปรุง 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู 2. การใชสื่อการเรียนรู 3. การประเมินผลการเรียนรู 4. การบรรลุผลการเรียนรูของผูเรียน บันทึกเพิ่มเติม .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ............................................................ ผูสอน บันทึกความเห็นของผูตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ....................................................................... ตําแหนง ..................................................................
  • 11.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 11 9. ใบความรู ใบงาน และเครื่องมือวัดผล แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายบุคคลวิชาคณิตศาสตร ชื่อนักเรียน ...................................................... ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน ............................ ป .................... ครั้งที่ ............................................................... ผูสังเกต ............................................................................................ ระดับการประเมิน หัวขอการประเมิน ดีมาก ดี พอใช ควรปรับปรุง ความสนใจ การตอบคําถาม การทํากิจกรรมหนาชั้นเรียน การใชความรูทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร  ในการแกปญหาในสถานการณตางๆ ความสามารถในการใชภาษาและสัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการสื่อสารสื่อความหมาย แบบประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม แบบประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม ระดับชั้น.................................................. ประจําวันที่ ............................................................... กลุมที่ ....................... ระดับการประเมิน หัวขอการประเมิน ดีมาก ดี ปานกลาง นอย นอยมาก การวางแผนการทํางาน การกําหนดการปฏิบัตงานมีขั้นตอนชัดเจน ิ การปฏิบัติตามขั้นตอนที่กําหนด ความคิดสรางสรรค ผลการทํางาน
  • 12.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 12 แผนการจัดการเรียนรูที่ 2 เรื่อง ตัวหารรวมมาก (ห.ร.ม.) เวลา 5 ชั่วโมง 1. เปาหมายการเรียนรู 1.1 ผลการเรียนรู มีความรูความเขาใจในเรื่องของตัวหารรวมมาก (ห.ร.ม.) 1.2 จุดประสงคการเรียนรู 1) หา ห.ร.ม. ของจํานวนทีกําหนดใหโดยวิธีการหาตัวประกอบได ่ 2) หา ห.ร.ม. ของจํานวนทีกําหนดใหโดยวิธีแยกตัวประกอบได ่ 3) หา ห.ร.ม. ของจํานวนทีกําหนดใหโดยใชขั้นตอนวิธีของยุคลิดได ่ 4) สามารถนําความรูเรื่องการหา ห.ร.ม. ไปใชแกโจทยปญหาได 2. สาระสําคัญ 2.1 สาระการเรียนรู 1) การหา ห.ร.ม. โดยวิธีการหาตัวประกอบ 2) การหา ห.ร.ม. โดยวิธีแยกตัวประกอบ 3) การหา ห.ร.ม. โดยวิธีตั้งหาร 4) การหา ห.ร.ม. โดยวิธีของยุคลิด 5) โจทยปญหาเกี่ยวกับ ห.ร.ม. 2.2 ทักษะ/กระบวนการ 1) ทักษะการใหเหตุผล 2) ทักษะการสือสาร สื่อความหมาย ่ 3) ทักษะการแกปญหา 2.3 ทักษะการคิด การคิดวิเคราะห การคิดแปลความ การคิดสรุปความ การคิดคํานวณ 3. รองรอยการเรียนรู 3.1 ผลงาน/ชินงาน ้ 1) ผลงานจากการทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 7-10 และแบบฝกหัด 2 2) ผลงานจาการทํากิจกรรมกลุม
  • 13.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 13 3.2 กระบวนการขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1) จัดกลุม กลุมละ 3 คน 2) เลือกหัวหนากลุม 3) หัวหนากลุมแบงงาน 4) รวมกันทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและแบบฝกหัด 5) นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน 6) สงงาน 3.3 พฤติกรรมตามคุณลักษณะพึงประสงค 1) ใหความรวมมือในการทํางานกลุม 2) มีความละเอียดรอบคอบและรับผิดชอบในการทํางาน 3.4 ความรูความเขาใจ นักเรียนเขาใจความหมายของตัวหารรวมมาก (ห.ร.ม.) และรูวิธีหา ห.ร.ม. ของจํานวนที่กําหนดใหดวย วิธการตางๆ ี 4. แนวทางการวัดผลและประเมินผล เกณฑผานขั้นต่ํา  1) ไดระดับ “พอใช” ขึ้นไป 2) ไดระดับ “ดี” ขึ้นไป 3) ทําไดถูกตอง 80% ขึ้นไป การสรุปผลการประเมิน ตองผานเกณฑขั้นต่ําทั้ง 3 รายการ 5. กิจกรรมการเรียนการสอนเพือการเรียนรู ่ 5.1 ขั้นนํา ชั่วโมงที่ 1 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธีการหาตัวประกอบ) 1. ครูทบทวนความรูเรื่องจํานวนเฉพาะและการแยกตัวประกอบ โดยการซักถามนักเรียน 2. ครูนําแผนปญหาติดบนกระดาน พรอมกับใหนกเรียนอานพรอมกัน ดังนี้ ั นายกุกไกมีมะมวง 8 ผล สม 16 ผล และมังคุด 20 ผล ตองการจัดผลไมทั้งสามชนิดเปนกอง กองละเทาๆ กัน ใหไดจํานวนผลไมในแตละกองมากที่สุด โดยผลไมแตละชนิดไมปะปนกัน
  • 14.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 14 3. ครูนํากระดาษรูปผลไมติดตามจํานวนที่เขียนบอกบนแผนปญหา จากนั้นใหนักเรียนสงตัวแทนออกมา ชวยนายกุกไกจัดผลไมในครังนี้  ้ 4. เมื่อนักเรียนออกมาฝกลองผิดลองถูกจนแสดงวิธีจดผลไมไดตามที่ตองการแลว ครูจึงเขาสูบทเรียน ั  ชั่วโมงที่ 2 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธแยกตัวประกอบ) ี 1. ครูนําเขาสูบทเรียนโดยทบทวนความรูเรื่องการแยกตัวประกอบ พรอมยกตัวอยางประกอบ ดังนี้ ตัวอยาง จงแยกตัวประกอบของ 30 และ 42 เนื่องจาก 30 = 2×3×5 42 = 2×3×7 2. ครูใชคําถามถามนักเรียนเพือกระตุนใหคดวา นักเรียนหา ห.ร.ม. ของ 30 และ 42 โดยวิธหาตัวประกอบที่ ่ ิ ี เรียนมาแลวไดหรือไม (ได) ห.ร.ม. ของจํานวนนั้นคืออะไร (6) 3. ครูใหนักเรียนออกมาแสดงวิธีการหาคําตอบ เมื่อไดคําตอบแลวครูชี้แนะใหสังเกตพรอมใชคําถามถามวา สามารถหา ห.ร.ม. จากการแยกตัวประกอบไดหรือไม (ได) ชั่วโมงที่ 3 การหา ห.ร.ม. โดยวิธีตั้งหารและวิธีของยุคลิด 1. ครูนาเขาสูบทเรียนโดยเลาประวัติของยุคลิดยอๆ ดังนี้ ํ ประวัติของยุคลิด ยุคลิดเปนนักคณิตศาสตรที่รูจักกันดี เกิดที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปตเมื่อราว 365 ป กอนคริสตกาล สิ่งที่สรางชื่อเสียงใหกับเขาคือผลงานเรื่อง The elements โดยผลงานนี้จะแบงออกเปน 13 เลม ใน 6 เลมแรกเปนผลงานเกี่ยวกับเรขาคณิต เลม 7, 8 และ 9 เปนเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎี ตัวเลข เลม 10 เปนเรื่องราวที่วาดวยจํานวนอตรรกยะ เลม 11, 12 และ 13 เปนเรื่องราวเกี่ยวกับรูป เรขาคณิตทรงตัน อยางไรก็ตามผลงานของเขาไดถูกนํามาตีพิมพอยางแพรหลายนับครั้งไมถวน 2. ครูเสนอแนะวา นอกจากการหา ห.ร.ม.โดยวิธีหาตัวประกอบและวิธแยกตัวประกอบแลวยังมีอก 2 วิธี คือ ี ี การตั้งหาร และวิธของยุคลิด ี ชั่วโมงที่ 4 (ทําแบบฝกหัด 2) ครูทบทวนนักเรียนโดยการซักถามถึงขั้นตอนการหา ห.ร.ม. โดยวิธีตางๆ จากนั้นรวมกันเฉลยกิจกรรม ตรวจสอบการเขาใจ 9 และ 10 ชั่วโมงที่ 5 (โจทยปญหา ห.ร.ม.) 1. ครูถามนักเรียนวามีเชือกฟางสามขดยาว 24, 40 และ 56 เมตร ถาตองการตัดเปนเสนสันๆ โดยแตละเสน ้ ยาวเทากันและยาวมากที่สุดโดยไมใหเหลือเศษ จะตองตัดเชือกฟางยาวเสนละกี่เมตร และตัดไดก่เี สน 2. ครูใชคําถามถามนักเรียนวาจากโจทยปญหาดังกลาว สามารถใชความรูเรื่องการหา ห.ร.ม. มาแกปญหาได  หรือไม (ได)
  • 15.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 15 5.2 ขั้นสอน กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ชั่วโมงที่ 1 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธีหาตัวประกอบ) 1. ครูชี้แนะใหนักเรียนรวมกันคิด โดยใหนกเรียนชวยกันหาตัวประกอบของ 8, 16 และ ั ทักษะการคิดวิเคราะห 20 ดังนี้ ตัวประกอบของ 8 ไดแก 1, 2, 4, 8 ตัวประกอบของ 16 ไดแก 1, 2, 4, 8, 16 ตัวประกอบของ 20 ไดแก 1, 2, 4, 5, 10, 20 2. ครูใชคําถามถามนักเรียนวา จากการแยกตัวประกอบของ 8, 16 และ 20 สังเกตได ทักษะการคิดวิเคราะห หรือไมวาทั้งสามจํานวนนั้นมีตัวประกอบที่เหมือนกันหรือไม (มีคอ 1, 2, 4) ื 3. ครูแนะนํานักเรียนวา 1, 2, 4 เรียกวาตัวประกอบรวมของ 8, 16 และ 20 ทักษะการคิดแปลความ 4. ครูใชคําถามถามนักเรียนวาตัวประกอบรวมตัวใดมีคามากที่สด (4) และครูให ุ ทักษะการคิดแปลความ คําแนะนําตอไปวา เราจะเรียก 4 วา “ตัวหารรวมมาก” หรือเขียนแทนดวย ห.ร.ม. ของ 8, 16 และ 20 5. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปความหมายของ ห.ร.ม. ดังนี้ ทักษะการคิดสรุปความ ห.ร.ม. ของจํานวนนับตั้งแตสองจํานวนขึนไป คือตัวประกอบรวมที่มากที่สด ้ ุ ของจํานวนนับเหลานั้น 6. ครูแนะนํานักเรียนวา การหา ห.ร.ม. มีหลายวิธี โดยวิธที่นักเรียนไดเรียนไปแลวนัน ี ้ ทักษะการคิดแปลความ เรียกวา การหา ห.ร.ม. โดยวิธีการหาตัวประกอบ 7. ครูยกตัวอยางใหนกเรียนชวยกันคิดหา ห.ร.ม. โดยวิธีการหาตัวประกอบ ั ทักษะการคิดวิเคราะห ตัวอยางที่ 1 จงหา ห.ร.ม. ของ 12 และ 20 ทักษะการคิดคํานวณ วิธทํา ตัวประกอบของ 12 ไดแก 1, 2, 3, 4, 6, 12 ี ตัวประกอบของ 20 ไดแก 1, 2, 4, 5, 10, 20 ตัวประกอบรวมของ 12 และ 20 ไดแก 1, 2, 4 ตอบ ห.ร.ม. ของ 12 และ 20 คือ 4 ตัวอยางที่ 2 จงหา ห.ร.ม. ของ 15, 24 และ 60 วิธทํา ตัวประกอบของ 15 ไดแก 1, 3, 5, 15 ี ตัวประกอบของ 24 ไดแก 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 24 ตัวประกอบของ 60 ไดแก 1, 2, 3, 4, 5, 6, 10, 12, 15, 20, 30, 60 ตัวประกอบรวมของ 15, 24 และ 60 ไดแก 1, 3 ตอบ ห.ร.ม. ของ 15, 24 และ 60 คือ 3
  • 16.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 16 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ 8. เมื่อนักเรียนเกิดความเขาใจแลว ครูใหนกเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 7 ขอ ั 1-5 ในชัวโมงเรียน และขอ 6-10 เปนการบาน ่ ชั่วโมงที่ 2 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธแยกตัวประกอบ) ี 1. ครูชี้แนะใหนักเรียนสังเกตการแยกตัวประกอบและผลของการหา ห.ร.ม. โดยวิธีการ ทักษะการคิดวิเคราะห หาตัวประกอบวามีความสัมพันธกันอยางไร 2. ครูชี้แนะจนนักเรียนมองเห็นความสัมพันธ จากนันครูสรางตัวอยางบนกระดานพรอม ้ ทักษะการคิดวิเคราะห กับแสดงวิธีการคิดบนกระดาน ดังนี้ ทักษะการคิดคํานวณ ตัวอยางที่ 1 จงหา ห.ร.ม. ของ 18 และ 40 โดยวิธีแยกตัวประกอบ วิธีทํา 18 = 2 × 3 × 3 40 = 2 × 2 × 2 × 5 จะไดวา 2 เปนตัวประกอบรวมที่มากที่สุด ตอบ ห.ร.ม. ของ 18 และ 40 คือ 2 ตัวอยางที่ 2 จงหา ห.ร.ม. ของ 42, 60 และ 90 โดยวิธีแยกตัวประกอบ วิธีทํา 42 = 2 × 3 × 7 60 = 2 × 2 × 3 × 5 90 = 2 × 3 × 3 × 5 จะได 2×3 = 6 เปนตัวประกอบรวมที่มากที่สุด ตอบ ห.ร.ม. ของ 42, 60 และ 90 คือ 6 3. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 8 ในชัวโมงเรียน พรอมเฉลยตอนทาย ่ ชั่วโมง ชั่วโมงที่ 3 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธีตั้งหารและวิธีของยุคลิด) 1. ครูสรางโจทยบนกระดานดังนี้ จงหา ห.ร.ม. ของ 42, 60 และ 90 2. ครูใหนักเรียนชวยกันหา ห.ร.ม. โดยวิธีการหาตัวประกอบและวิธีแยกตัวประกอบ ทักษะการคิดวิเคราะห เปรียบเทียบผลที่ได 3. ครูอธิบายขั้นตอนการหา ห.ร.ม. โดยวิธีตั้งหารดังนี้ ทักษะการคิดแปลความ 1) นําจํานวนทีจะหา ห.ร.ม. มาเขียนเรียงกันในแถวแรก ่ 2) หาจํานวนเฉพาะที่สามารถหารจํานวนที่หา ห.ร.ม. ไดลงตัวทุกจํานวนมาเปน ตัวหารโดยวิธหารสั้น ผลลัพธที่ไดนํามาเขียนเรียงกันในแถวที่สอง ทําเชนนี้ไปเรื่อยๆ จน ี ไมสามารถหาจํานวนเฉพาะใดมาหารไดลงตัวทุกจํานวน แลวจะไดวาผลคูณของจํานวน เฉพาะที่เปนตัวหารคือ ห.ร.ม. ของจํานวนนับที่กําหนด
  • 17.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 17 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ 4. ครูแสดงวิธีการหารพรอมกับอธิบาย ดังนี้ ทักษะการคิดแปลความ 2) 42 60 90 3) 21 30 45 7 10 15 ครูชี้ใหนักเรียนเห็นวา 7, 10 และ 15 ไมมีจํานวนเฉพาะใดที่สามารถหารทั้งสาม จํานวนไดลงตัว ดังนัน ห.ร.ม. ของ 42, 60 และ 90 คือ 2×3 หรือ 6 ้ 5. ครูสรางโจทยเพิ่มเติมบนกระดานอีก 2-3 ขอ เพื่อฝกใหนักเรียนมีความชํานาญเพิ่มขึน้ 6. ครูอธิบายขั้นตอนการหา ห.ร.ม. โดยวิธีของยุคลิด ดังนี้ ทักษะการคิดแปลความ (ครูควรอธิบายเพิ่มเติมวา โดยวิธีของยุคลิดนี้สามารถหาไดครั้งละ 2 จํานวนเทานั้น ทักษะการคิดคํานวณ และประโยชนของการหา ห.ร.ม. โดยวิธีของยุคลิดคือสามารถหาจากจํานวนที่มีคามากๆ ได) ตัวอยาง จงหา ห.ร.ม. ของ 754 และ 1,976 ขั้นที่ 1 เขียนจํานวนนับที่จะหา ห.ร.ม. เรียงกัน ดังนี้ 754 1976 ขั้นที่ 2 นําจํานวนนับที่นอยกวาไปหารจํานวนนับที่มากกวา (คือนํา 754 ไปหาร 1,976 ได 2 เศษ 468) 754 1976 2 1508 468 ขั้นที่ 3 นําเศษที่ไดจากขันที่ 2 (468) ไปหารจํานวนนับตัวแรก (754)ได 1 เศษ 286 ้ 1 754 1976 2 468 1508 286 468 ขั้นที่ 4 นําเศษที่ไดจากขั้นที่ 3 (286) ไปหารจํานวนทางขวามือ (468) และทําเชนนี้ ไปเรื่อยๆ จนหารไมลงตัวหรือเศษเปน 0
  • 18.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 18 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ 1 754 1976 2 468 1908 1 286 468 1 182 286 1 104 182 1 78 104 26 78 3 78 0 7. ครูสรุปผลการหา ห.ร.ม. โดยวิธีของยุคลิด ดังนี้ ทักษะการคิดสรุปความ จากขั้นตอนการหารขางตน จะเห็นวา 26 หาร 78 ลงตัว ไดเศษเทากับ 0 และ นอกจากนั้น 26 ยังหาร 104, 286 และ 754 ลงตัว และยังหาร 182, 468 และ 1,976 ลงตัว อีกดวย จะไดวา ห.ร.ม. ของจํานวนทั้งสองคือ จํานวนนับตัวสุดทายทีนาไปหารแลวได ่ ํ เศษ 0 หรือหารแลวลงตัว ในที่นี้คือ 26 8. เมื่อนักเรียนเขาใจแลว ครูทบทวนขั้นตอนการหา ห.ร.ม. โดยวิธีของยุคลิดอีกครั้งหนึ่ง พรอมกับเสนอตัวอยาง โดยใหแตละคนทําดวยตนเองเพือตรวจสอบความเขาใจ ่ 9. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 9 และ 10 เปนการบาน ชั่วโมงที่ 4 (ทําแบบฝกหัด 2) 1. ครูใหนักเรียนแตละคนทําแบบฝกหัด 2 ขอที่ 1 ขอยอย 1-8 ภายในชัวโมงเรียน โดยอาจ ่ สั่งเพิ่มเติมวาใน 1 ขอยอย ตองแสดงวิธคิด 2 วิธี โดยทุกขอตองแสดงวิธีของยุคลิดและวิธี ี ใดก็ไดอก 1 วิธี สลับกันไปในแตละขอ ี 2. ตอนทายชัวโมงครูและนักเรียนชวยเฉลยคําตอบ ่ ชั่วโมงที่ 5 (โจทยปญหา ห.ร.ม.)  1. ครูแสดงการหา ห.ร.ม. โดยการตั้งหาร ดังนี้ ทักษะการคิดวิเคราะห 8) 24 40 56 ทักษะการคิดคํานวณ 3 5 7 ครูถามนักเรียนวา ห.ร.ม. ของ 24, 40 และ 56 เทากับเทาใด (8) นั่นคือ ตองตัดเชือกเปนเสนสั้นๆ ยาวเสนละ 8 เมตร โดยเชือกฟางขดแรกตัดได 3 เสน โดยเชือกฟางขดที่สองตัดได 5 เสน
  • 19.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 19 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ โดยเชือกฟางขดที่สามตัดได 7 เสน ดังนั้น ตัดเชือกฟางไดท้งหมด 3 + 5 +7 = 15 เสน ั 2. ครูใหนกเรียนศึกษาตัวอยางการแกโจทยปญหาเกียวกับ ห.ร.ม. ในหนังสือเรียนหัวขอ ั ่ ที่ 2.5 โดยอธิบายซ้ําใหนักเรียนเห็นประโยชนของการนํา ห.ร.ม. มาใชแกปญหา 3. ครูแบงกลุมนักเรียนออกเปน 6 กลุม แตละกลุมแสดงวิธีการหาคําตอบจากแบบฝกหัด ทักษะการคิดวิเคราะห 2 (โจทยปญหา) โดยแตละกลุมทําโจทยดังนี้ ทักษะการคิดคํานวณ กลุมที่ 1 ทําขอ 2, 8, 5 กลุมที่ 2 ทําขอ 3, 9, 6 กลุมที่ 3 ทําขอ 4, 10, 7 กลุมที่ 4 ทําขอ 5, 2, 8 กลุมที่ 5 ทําขอ 6, 3, 9 กลุมที่ 6 ทําขอ 7, 4, 10 4. ครูใหแตละกลุมใชเวลาในการคิดกลุมละ 25 นาที 5. เมื่อหมดเวลาใหแตละกลุมสงตัวแทนออกมาแสดงวิธีการคิดบนกระดานดํา ครูและ นักเรียนอภิปรายวิธีการแกปญหาและคําตอบรวมกัน  5.3 ขั้นสรุป ชั่วโมงที่ 1 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธการหาตัวประกอบ) ี 1. ครูและนักเรียนสรุปความหมายของ ห.ร.ม. และวิธีการหา ห.ร.ม. โดยการหาตัวประกอบ 2. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 7 ขอ 1-5 ในชั้นเรียน ชั่วโมงที่ 2 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธีแยกตัวประกอบ) 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปถึงขั้นตอนการหา ห.ร.ม โดยวิธีแยกตัวประกอบ 2. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 8 โดยพรอมเพรียงกัน ชั่วโมงที่ 3 (การหา ห.ร.ม. โดยวิธีตั้งหารและวิธีของยุคลิด) 1. ครูใชคําถามเพื่อแนะแนวทางใหนกเรียนชวยกันสรุปถึงหลักการหา ห.ร.ม. โดยการตั้งหารและวิธีของ ั ยุคลิดอีกครั้งหนึ่ง 2. ครูมอบหมายใหนักเรียนกลับไปทบทวนขันตอนการหา ห.ร.ม. โดยวิธีของยุคลิด ้ ชั่วโมงที่ 4 (ทําแบบฝกหัด 2) 1. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยแบบฝกหัด 2 2. ในแตละขอนักเรียนตองแสดงวิธีหา 2 วิธี โดยมีวิธีของยุคลิดเปนหลัก ครูควรแสดงใหเห็นขอแตกตาง ของการหาแตละวิธี โดยครูใชคําถามสรุปเพื่อใหนักเรียนเกิดความเขาใจยิ่งขึน้
  • 20.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 20 ชั่วโมงที่ 5 (โจทยปญหา ห.ร.ม.) 1. ครูใหแตละกลุมสงตัวแทนออกมาอธิบายวิธีการแกโจทยปญหา ห.ร.ม. 2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวิธการหา ห.ร.ม. ดวยวิธีตางๆ ี 6. สื่อการเรียนรู/แหลงการเรียนรู 6.1 สื่อการเรียนรู - หนังสือเรียนรายวิชาพืนฐาน คณิตศาสตร ม.1 ภาคเรียนที่ 1 ้ - แผนแถบขั้นตอนการหา ห.ร.ม. ของยุคลิด 6.2 แหลงการเรียนรู - หองสมุดโรงเรียน - หองสมุดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร - อินเทอรเน็ต (คนหาประวัตินักคณิตศาสตร “ยุคลิด”) 7. กิจกรรมเสนอแนะ 7.1 กิจกรรมสงเสริมการคิดเชิงวิเคราะห ขั้นรวบรวมขอมูล ใหนกเรียนแบงกลุมสรางโจทยเกียวกับการหา ห.ร.ม. กลุมละ 5 ขอ โดยโจทยแตละขอแสดงวิธีหา ั ่ ห.ร.ม. 2 วิธี ขั้นวิเคราะห ใหนกเรียนวิเคราะหวาโจทยแตละขอควรเลือกใชวิธีใดหา ห.ร.ม. จึงจะเหมาะสมและไดคําตอบที่รวดเร็ว ั ขั้นสรุป ครูตรวจผลงานของนักเรียนแตละกลุม พรอมใหคําแนะนํา แลวใหหวหนาหองรวบรวมงานทั้งหมดจัดทํา ั เปนรูปเลมรายงาน ขั้นประยุกตใช ใหนกเรียนคัดเลือกโจทยที่นาสนใจมาจัดบอรดใหความรูเรื่องการหา ห.ร.ม. ั  7.2 กิจกรรมบูรณาการ -
  • 21.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 21 8. บันทึกหลังการสอน บันทึกหลังการสอน (บันทึกเฉพาะประเด็นที่มีขอมูลสารสนเทศชัดเจน)  ประเด็นการบันทึก จุดเดน จุดที่ควรปรับปรุง 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู 2. การใชสื่อการเรียนรู 3. การประเมินผลการเรียนรู 4. การบรรลุผลการเรียนรูของผูเรียน บันทึกเพิ่มเติม .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ............................................................ ผูสอน บันทึกความเห็นของผูตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ....................................................................... ตําแหนง ..................................................................
  • 22.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 22 9. ใบความรู ใบงาน และเครื่องมือวัดผล แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายบุคคลวิชาคณิตศาสตร ชื่อนักเรียน ...................................................... ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน ............................ ป .................... ครั้งที่ ............................................................... ผูสังเกต ............................................................................................ ระดับการประเมิน หัวขอการประเมิน ดีมาก ดี พอใช ควรปรับปรุง ความสนใจ การตอบคําถาม การทํากิจกรรมหนาชั้นเรียน การใชความรูทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร  ในการแกปญหาในสถานการณตางๆ ความสามารถในการใชภาษาและสัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการสื่อสารสื่อความหมาย แบบประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม แบบประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม ระดับชั้น.................................................. ประจําวันที่ ............................................................... กลุมที่ ....................... ระดับการประเมิน หัวขอการประเมิน ดีมาก ดี ปานกลาง นอย นอยมาก การวางแผนการทํางาน การกําหนดการปฏิบัตงานมีขั้นตอนชัดเจน ิ การปฏิบัติตามขั้นตอนที่กําหนด ความคิดสรางสรรค ผลการทํางาน
  • 23.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 23 แผนการจัดการเรียนรูที่ 3 เรื่อง ตัวคูณรวมนอย (ค.ร.น.) เวลา 5 ชั่วโมง 1. เปาหมายการเรียนรู 1.1 ผลการเรียนรู มีความรูความเขาใจในเรื่องตัวคูณรวมนอย (ค.ร.น.) 1.2 จุดประสงคการเรียนรู 1) หา ค.ร.น. ของจํานวนทีกําหนดใหโดยดูจากการเปนตัวประกอบได ่ 2) หา ค.ร.น. ของจํานวนทีกําหนดใหโดยวิธีแยกตัวประกอบได ่ 3) หา ค.ร.น. ของจํานวนทีกําหนดใหโดยวิธีตั้งหารได ่ 4) แสดงความสัมพันธระหวาง ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนสองจํานวนได 5) นําความรูเรื่อง ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ไปใชในการแกปญหาที่เกี่ยวของได  2. สาระสําคัญ 2.1 สาระการเรียนรู 1) การหา ค.ร.น. โดยวิธีดูจากการเปนตัวประกอบ 2) การหา ค.ร.น. โดยวิธีแยกตัวประกอบ 3) การหา ค.ร.น.โดยวิธีตั้งหาร 4) โจทยปญหาเกี่ยวกับ ค.ร.น. 5) ความสัมพันธระหวาง ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนนับสองจํานวน 2.2 ทักษะ/กระบวนการ 1) ทักษะการใหเหตุผล 2) ทักษะการสือสาร สื่อความหมาย ่ 3) ทักษะการแกปญหา 2.3 ทักษะการคิด การคิดวิเคราะห การคิดแปลความ การคิดสรุปความ การคิดคํานวณ
  • 24.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 24 3. รองรอยการเรียนรู 3.1 ผลงาน/ชินงาน ้ 1) ผลงานจากการทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 7-15 และแบบฝกหัด 3 2) ผลงานจากการทํากิจกรรมกลุม 3) ผลงานจากการทํากิจกรรมบูรณาการ “โจทยปญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น ที่เปนภาษาอังกฤษ” 3.2 กระบวนการขั้นตอนการปฏิบัตงานิ 1) จัดกลุม กลุมละ 3 คน 2) เลือกหัวหนากลุม 3) หัวหนากลุมแบงงาน 4) รวมกันทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจและแบบฝกหัด 5) นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน 6) สงงาน 3.3 พฤติกรรมตามคุณลักษณะพึงประสงค 1) ใหความรวมมือในการทํางานกลุม 2) มีความละเอียดรอบคอบและรับผิดชอบในการทํางาน 3.4 ความรูความเขาใจ นักเรียนเขาใจความหมายของตัวคูณรวมนอย (ค.ร.น.) และรูวิธีหา ค.ร.น ของจํานวนที่กําหนดใหดวย  วิธการตางๆ ี 4. แนวทางการวัดผลและประเมินผล เกณฑผานขั้นต่ํา  1) ไดระดับ “พอใช” ขึ้นไป 2) ไดระดับ “ดี” ขึ้นไป 3) ทําไดถูกตอง 80% ขึ้นไป การสรุปผลการประเมิน ตองผานเกณฑขั้นต่ําทั้ง 3 รายการ
  • 25.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 25 5. กิจกรรมการเรียนการสอนเพือการเรียนรู ่ 5.1 ขั้นนํา ชั่วโมงที่ 1 (การหา ค.ร.น. โดยดูจากการเปนตัวประกอบ) ครูทบทวนความหมายของตัวประกอบวา ตัวประกอบของจํานวนนับใด คือจํานวนนับที่หารจํานวน นับนั้นลงตัว โดยใหนกเรียนชวยกันยกตัวอยาง เชน ั 3 เปนตัวประกอบของ 9 หมายความวา 3 หาร 9 ลงตัว 5 เปนตัวประกอบของ 15 หมายความวา 5 หาร 15 ลงตัว 7 เปนตัวประกอบของ 21 หมายความวา 7 หาร 21 ลงตัว ชั่วโมงที่ 2 (การหา ค.ร.น. โดยวิธีแยกตัวประกอบ) 1. ครูทบทวนความหมายของการแยกตัวประกอบ ดังนี้ การแยกตัวประกอบของจํานวนนับใดๆ คือการเขียนจํานวนนับนั้นใหอยูในรูปของการคูณของ ตัวประกอบเฉพาะ 2. ครูใหนักเรียนแยกตัวประกอบของ 15 และ 21 ดังนี้ 15 = 3×5 21 = 3×7 ชั่วโมงที่ 3 (การหา ค.ร.น. โดยวิธีตั้งหาร) 1. ครูทบทวนความรูเรื่องการหา ห.ร.ม. วามีทั้งหมดกีวิธี จากนั้นพยายามใชคําถามเชื่อมโยงวาการหา ่ ค.ร.น. กับ ห.ร.ม. ตางกันหรือไม อยางไร 2. ครูเสนอแนะใหนักเรียนคิดวา มีวิธีการหารมาเปนตัวชวยในการหา ค.ร.น. หรือไม (มี) ชั่วโมงที่ 4 (โจทยปญหา)  1. ครูถามนักเรียนวา เราสามารถนํา ค.ร.น. มาใชประโยชนในชีวิตประจําวันไดอยางไรบาง 2. ครูนาแถบปญหาติดบนกระดาน พรอมทั้งซักถามนักเรียนวา มีวิธีการแกโจทยปญหาดังกลาวไดอยางไร ํ ชั่วโมงที่ 5 (ความสัมพันธระหวาง ห.ร.ม. กับ ค.ร.น. และโจทยปญหาระคน) ครูและนักเรียนรวมกันทบทวนความหมายของ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. และชวยกันบอกวาการหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น มีกี่วิธี อะไรบาง นักเรียนควรสรุปไดวาวิธีการแยกตัวประกอบและวิธีการตั้งหารเปนวิธีที่สามารถใชหาไดทั้ง ห.ร.ม. และ ค.ร.น.
  • 26.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 26 5.2 ขั้นสอน กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ชั่งโมงที่ 1 (การหา ค.ร.น. โดยดูจากการเปนตัวประกอบ) 1. ครูอธิบายเรื่องพหุคูณ ดังนี้ ทักษะการคิดแปลความ ถาคูณ 15 ดวย 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, ... จะได 15, 30, 45, 60, 75, 90, 105, 120, 135, 150, 165, 180, ... เปนพหุคณของ 15 ู ดังนั้น จํานวนนับที่มี 15 เปนตัวประกอบ ไดแก 15, 30, 45, 60, 75, 90, 105, 120, 135, 150, 165, 180, ... ถาคูณ 20 ดวย 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, ... จะได 20, 40, 60, 80, 100, 120, 140, 160, 180, ... เปนพหุคูณของ 20 ดังนั้น จํานวนนับที่มี 20 เปนตัวประกอบ ไดแก 20, 40, 60, 80, 100, 120, 140, 160, 180, ... 2. ครูสรุปวา พหุคูณของจํานวนนับใด คือจํานวนนับทีหารดวยจํานวนนับนั้นลงตัว โดย ่ ทักษะการคิดสรุปความ ย้ําใหนักเรียนสังเกตความแตกตางระหวางความหมายของ “ตัวประกอบ” และ “พหุคณ” ู ดังนี้ ตัวประกอบของจํานวนนับใด คือจํานวนนับที่หารจํานวนนับนั้นลงตัว พหุคูณของจํานวนนับใด คือจํานวนนับทีหารดวยจํานวนนับนั้นลงตัว ่ เชน ตัวประกอบ 10 คือ 1, 2, 5, 10 แตพหุคณของ 10 คือ 10, 20, 30, 40, … ู 3. ครูเสนอแนะใหนักเรียนคิดและสรุปวา จํานวนนับที่มี 15 และ 20 เปนตัวประกอบ ทักษะการคิดวิเคราะห ไดแก 60, 120, 180, ...โดยจํานวนนับที่นอยที่สุดที่มี 15 และ 20 เปนตัวประกอบคือ 60 จะเรียก 60 วา “ตัวคูณรวมนอย (ค.ร.น.)” ของ 15 และ 20 4. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปความหมายของ ค.ร.น. ดังนี้ ทักษะการคิดสรุปความ ค.ร.น. ของจํานวนนับตั้งแตสองจํานวนขึ้นไป คือจํานวนนับที่นอยที่สุด ที่มีจํานวนนับเหลานั้นเปนตัวประกอบ นั่นคือ ค.ร.น. ของจํานวนนับตั้งแต สองจํานวนขึ้นไป คือพหุคูณรวมนอยที่สุดของจํานวนนับเหลานั้น 5. ครูอธิบายตัวอยางที่ 1 และตัวอยางที่ 2 ในหนังสือเรียนหนา 25 แลวแนะนําวาการหา ทักษะการคิดแปลความ ค.ร.น. วิธีนี้เรียกวา การหา ค.ร.น. จากการดูตัวประกอบ 6. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 11 ภายในชัวโมงเรียนแลวรวมกัน ่ เฉลยคําตอบ
  • 27.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 27 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ชั่วโมงที่ 2 (การหา ค.ร.น. โดยวิธีแยกตัวประกอบ) 1. ครูแนะนําวาเราสามารถหา ค.ร.น.ของจํานวนทีกําหนดใหโดยวิธีแยกตัวประกอบได ทักษะการคิดแปลความ ่ โดย ค.ร.น. คือผลคูณของจํานวนเฉพาะทีเ่ ปนตัวประกอบรวมของทุกจํานวน และตัว ทักษะการคิดคํานวณ ประกอบรวมของอยางนอยสองจํานวน และจํานวนเฉพาะที่เหลืออยูทกจํานวน ุ ครูยกตัวอยางโจทยตอไปนี้ 1) จงหา ค.ร.น. ของ 15 และ 21 วิธีทํา 15 = 3 × 5 21 = 3 × 7 * ครูถามนักเรียนวา ตัวประกอบรวมของ 15 และ 21 คือจํานวนใด (3) จํานวนเฉพาะที่เหลืออยูมีจํานวนใดบาง (5 และ 7) ดังนั้น ค.ร.น. ของ 15 และ 21 คือ 3×5×7 = 105 2) จงหา ค.ร.น. ของ 10, 25 และ 30 วิธทํา 10 = 2 × 5 ี 25 = 5×5 30 = 2 × 3 × 5 * ครูถามนักเรียนวา ตัวประกอบรวมของ 10, 25 และ 30 คือจํานวนใด (5) ตัวประกอบรวมของอยางนอยสองจํานวนคือจํานวนใด (2) จํานวนเฉพาะที่เหลืออยูมีจํานวนใดบาง (3 และ 5) ดังนั้น ค.ร.น. ของ 10, 25 และ 30 คือ 5×2×3×5 = 150 3) จงหา ค.ร.น. ของ 6, 12, 20 และ 28 วิธทํา 6 = 2 × 3 ี 12 = 2 × 2 × 3 20 = 2 × 2 × 5 28 = 2 × 2 × 7 * ครูถามนักเรียนวา ตัวประกอบรวมของ 6, 12, 20 และ 28 คือจํานวนใด (2) ตัวประกอบรวมของอยางนอยสองจํานวนคือจํานวนใด (2 และ3 ) จํานวนเฉพาะที่เหลืออยูมีจํานวนใดบาง (5 และ 7) ดังนั้น ค.ร.น. ของ 6, 12, 20 และ 28 คือ 2×2×3×5 ×7 = 420 2. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางที่ 3, 4 และ 5 ในหนังสือเรียนหนา 26 และทํากิจกรรม ตรวจสอบความเขาใจ 12 ภายในชัวโมงเรียน แลวรวมกันเฉลยคําตอบ ่
  • 28.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 28 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ชั่วโมงที่ 3 (การหา ค.ร.น. โดยวิธีต้งหาร) ั 1. ครูยกตัวอยางการหา ค.ร.น.โดยวิธีตั้งหารบนกระดาน พรอมกับอธิบายขั้นตอน ทักษะการคิดแปลความ การหาร ดังนี้ ทักษะการคิดคํานวณ ตัวอยาง จงหา ค.ร.น. ของ 9, 12 และ 22 โดยวิธีตั้งหาร ขั้นที่ 1 เขียนจํานวนที่ตองการหา ค.ร.น. ในแถวแรก  ) 9 12 22 ขั้นที่ 2 หาจํานวนเฉพาะทีสามารถหาร 9, 12 , 22 ลงตัวอยางนอยสองจํานวน ในทีน้ี ่ ่ เลือก 3 เปนตัวหาร 3 ) 9 12 22 3 4 22 * ครูใหนักเรียนสังเกตวา ถามีจํานวนนับทีไมสามารถหารดวย 3 ลงตัว (ในทีน้คือ 22)ให ่ ่ ี เขียนจํานวนนับนั้นลงในแถวที่สองในตําแหนงเดิม ขั้นที่ 3 ดําเนินการเชนเดียวกับขั้นที่ 2 ไปเรื่อยๆ จนไมสามารถหาจํานวนเฉพาะมา หารจํานวนนับไดลงตัวอยางนอยสองจํานวนอีก 3) 9 12 22 2) 3 4 22 3 2 11 ขั้นที่ 4 ค.ร.น. ของจํานวนนับที่กําหนดใหจะเทากับผลคูณของจํานวนเฉพาะที่เปน ตัวหารทุกตัวและจํานวนทีเ่ หลือจากการหารทั้งหมด ดังนั้น ค.ร.น. ของ 9, 12 และ 22 คือ 3×2×3×2×11 = 396 2. ครูใหนกเรียนศึกษาตัวอยางที่ 6 และ 7 ในหนังสือเรียนหนา 27 และทํากิจกรรม ั ตรวจสอบความเขาใจ 13 ภายในชัวโมงเรียน แลวรวมกันเฉลยคําตอบ ่ ชั่วโมงที่ 4 (โจทยปญหาเกี่ยวกับ ค.ร.น.) 1. ครูนําแถบโจทยปญหามาติดบนกระดานดํา ดังนี้ ทักษะการคิดวิเคราะห นายเอ, นายบี และนายซี ขี่จักรยานรอบหมูบาน โดยออกจากจุดเริ่มตน ทักษะการคิดคํานวณ พรอมกัน ในการขี่รอบหมูบานแตละรอบ นายเอใชเวลา 15 นาที นายบีใชเวลา 20 นาที และนายซีใชเวลา 25 นาที ดังนั้นคนทั้งสามจะมาพบกันที่จุดเริ่มตนอีก ครั้งหนึ่งเมื่อเวลาผานไปกี่นาที ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายโจทยปญหา โดยชวยกันวิเคราะหและสรุปใหไดวา เวลาที่คนทั้งสามจะมาพบกันที่จดเริ่มตนอีกครั้งหนึ่ง คือ ค.ร.น. ของเวลาที่แตละคน ุ
  • 29.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 29 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ใชในการขี่จักรยานรอบหมูบาน นั่นคือ ตองหาจํานวนนับที่นอยที่สดที่ 15, 20 และ 25   ุ หารจํานวนนับนั้นลงตัว นั่นคือตองหา ค.ร.น. ของ 15, 20 และ 25 ดังนี้ 5) 15 20 25 3 4 5 ค.ร.น. ของ 15, 20 และ 25 คือ 5×3×4×5 = 300 ดังนั้น ชายทั้งสามจะมาพบกันที่จุดเริ่มตนในครั้งแรกเมื่อเวลาผานไป 300 นาที 2. เมื่อนักเรียนเขาใจขั้นตอนการแกโจทยปญหาแลว ครูสรางโจทยปญหาเพิ่มเติมอีก  2-3 ตัวอยาง ใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ เชน 1) นาฬิกาปลุก 3 เรือน แตละเรือนจะมีเวลาปลุกตางกันคือทุกๆ 10 ชั่วโมง 3 ชั่วโมง และ 5 ชั่วโมง ตามลําดับ ถาเริ่มจับเวลาปลุกพรอมกันครังแรกเมื่อเวลา 12.00 น. จงหาวา ้ นาฬิกาทั้ง 3 เรือนจะปลุกพรอมกันอีกครั้งในเวลาใด 2) ดาวหาง A, B และ C โคจรมาเยือนโลกทุกๆ 60, 100 และ 80 ป ตามลําดับ ถาดาว หาง 3 ดวงนี้จะโคจรมาเยือนโลกพรอมกันในป พ.ศ. 2602 แลวดาวหางทั้ง 3 ดวงจะโคจร มาเยือนโลกพรอมกันอีกครังในป พ.ศ. ใด ้ ชั่วโมงที่ 5 (ความสัมพันธระหวาง ห.ร.ม. และ ค.ร.น.ของจํานวนนับสองจํานวน) 1. ครูใหนกเรียนหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น.ของ 18 และ 24 (ห.ร.ม. คือ 6, ค.ร.น. คือ 72) ั ทักษะการคิดวิเคราะห 2. ครูใหนกเรียนหาผลคูณของ 18 และ 24 (432) ั ทักษะการคิดวิเคราะห 3. ครูใหนกเรียนนํา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของทั้งสองจํานวนมาคูณกันแลวบอกวาผลคูณ ั ทักษะการคิดวิเคราะห เปนเทาใด (432) ทักษะการคิดคํานวณ ครูชี้แนะใหนกเรียนเห็นวา เมื่อนํา 18 และ 24 มาคูณกัน จะไดผลคูณเทากับผลคูณของ ั ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของทั้งสองจํานวน คือ 18×24 = 432 6×72 = 432 นั่นคือ 18×24 = (ห.ร.ม. ของ 18 และ 24) × (ค.ร.น. ของ 18 และ 24) 4. ครูใหนกเรียนหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของ 15 และ 25 (ห.ร.ม. คือ 5, ค.ร.น. คือ 75) ั ทักษะการคิดวิเคราะห จากนั้นใหนกเรียนตรวจสอบวาผลคูณของ 15 และ 25 เทากับผลคูณของ ห.ร.ม.และ ั ทักษะการคิดคํานวณ ค.ร.น.ของทั้งสองจํานวนหรือไม (เทากัน) นั่นคือ 15×25 = (ห.ร.ม. ของ 15 และ 25) × (ค.ร.น. ของ 15 และ 25) ครูยกตัวอยางในทํานองเดียวกันนี้อีกหลายๆ คู จากนันครูและนักเรียนรวมกันสรุปวา ้
  • 30.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 30 กิจกรรมการเรียนการสอน ฝกการคิดแบบ ผลคูณของ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนนับสองจํานวนใดๆ มีคา  เทากับผลคูณของจํานวนนับสองจํานวนนั้น 5. ครูติดแถบปญหาบนกระดาน ดังนี้ ทักษะการคิดแปลความ ผลคูณของ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนนับสองจํานวนเทากับ ทักษะการคิดคํานวณ 1,800 ถาจํานวนนับจํานวนหนึ่งเปน 40 อีกจํานวนจะเปนเทาใด ครูอธิบายหลักการคิดแกนกเรียนดังนี้ ั เราทราบวาผลคูณของ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนนับสองจํานวนใดๆ มีคาเทากับ ผลคูณของจํานวนนับสองจํานวนนั้น จะไดวา x×40 = 1800 x = 1800 40 x = 45 ดังนั้น จํานวนนับอีกจํานวนคือ 45 6. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 15 ภายในชัวโมงเรียน แลวเฉลย ่ คําตอบรวมกัน 7. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด 3 เปนการบาน 5.3 ขั้นสรุป ชั่วโมงที่ 1 (การหา ค.ร.น. โดยการดูจากการเปนตัวประกอบ) 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความหมายของ ค.ร.น. 2. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 11 ทายชั่วโมงเรียน ชั่วโมงที่ 2 (การหา ค.ร.น. โดยวิธแยกตัวประกอบ) ี 1. ครูและนักเรียนทบทวนขันตอนการหา ค.ร.น. โดยวิธแยกตัวประกอบ ้ ี 2. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 12 ทายชั่วโมงเรียน ชั่วโมงที่ 3 (การหา ค.ร.น. โดยวิธตั้งหาร) ี 1. ครูและนักเรียนทบทวนขันตอนการหา ค.ร.น. โดยวิธีตั้งหาร ้ 2. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 13 ทายชั่วโมงเรียน ชั่วโมงที่ 4 (โจทยปญหาเรื่องเกี่ยวกับ ค.ร.น.) 1. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 14 ทายชั่วโมงเรียน 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมถามีโจทยปญหาที่นกเรียนไมเขาใจ ั
  • 31.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 31 ชั่วโมงที่ 5 (ความสัมพันธระหวาง ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนนับสองจํานวน) 1. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปอีกครั้งถึงความสัมพันธระหวาง ห.ร.ม. และ ค.ร.น. 2. ครูและนักเรียนชวยกันเฉลยกิจกรรมตรวจสอบความเขาใจ 15 6. สื่อการเรียนรู/แหลงการเรียนรู 6.1 สื่อการเรียนรู หนังสือเรียนรายวิชาพืนฐาน คณิตศาสตร ม.1 ภาคเรียนที่ 1 ้ 6.2 แหลงการเรียนรู - หองสมุดโรงเรียน - หองสมุดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร 7. กิจกรรมเสนอแนะ 7.1 กิจกรรมสงเสริมการคิดเชิงวิเคราะห ขั้นรวบรวมขอมูล ใหนกเรียนแบงกลุมสรางโจทยเกียวกับการหา ค.ร.น. กลุมละ 5 ขอ โดยโจทยแตละขอแสดงวิธีหา ค.ร.น. ั ่ 2 วิธี ขั้นวิเคราะห ใหนกเรียนแสดงวิธีหา ค.ร.น. พรอมทั้งอธิบายขั้นตอนการหา ค.ร.น. ั ขั้นสรุป ครูตรวจผลงานของนักเรียนแตละกลุม พรอมใหคําแนะนํา แลวใหหวหนาหองรวบรวมงานทั้งหมดจัดทํา ั เปนรูปเลมรายงาน ขั้นประยุกตใช ใหนกเรียนคัดเลือกโจทยที่นาสนใจมาจัดบอรดใหความรูเรื่องการหา ค.ร.น. ั  7.2 กิจกรรมบูรณาการ ครูสามารถบูรณาการการเรียนกับกลุมสาระภาษาตางประเทศ โดยกําหนดภาระงานใหนักเรียนแบงกลุม ศึกษาโจทยปญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ที่เปนโจทยภาษาอังกฤษ กลุมละ 1 ขอ พรอมทั้งแปลโจทยปญหาเปน  ภาษาไทย
  • 32.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 32 ภาระงาน “โจทยปญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ที่เปนภาษาอังกฤษ” ผลการเรียนรู ใชกระบวนการแปลโจทยปญหาภาษาอังกฤษเปนภาษาไทย อธิบายการแกโจทย  ปญหาเกี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ผลงานที่ตองการ โจทยปญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ที่เปนภาษาอังกฤษ กลุมละ 1 ขอ พรอมคําแปล  ขั้นตอนการทํางาน 1. ศึกษาลักษณะของโจทยปญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. และขั้นตอนการแกปญหา 2. คนควาโจทยปญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ทั้งที่เปนภาษาอังกฤษจากแหลง ความรูตางๆ กลุมละ 1 ขอ 3. ศึกษาการใชคําศัพทจากโจทยและการแสดงวิธีทํา พรอมแปลความหมายเปน ภาษาไทย โดยอาจขอคําแนะนําจากครูสอนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม 4. รวบรวมคําศัพทสําคัญพรอมคําแปลไวในภาคผนวกทายรายงาน 5. จัดทําเปนรายงานสงครู เกณฑการประเมิน 1. ความถูกตองในการแปลความหมาย 2. ความสะอาดเรียบรอยของชิ้นงาน
  • 33.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 33 8. บันทึกหลังการสอน บันทึกหลังการสอน (บันทึกเฉพาะประเด็นที่มีขอมูลสารสนเทศชัดเจน)  ประเด็นการบันทึก จุดเดน จุดที่ควรปรับปรุง 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู 2. การใชสื่อการเรียนรู 3. การประเมินผลการเรียนรู 4. การบรรลุผลการเรียนรูของผูเรียน บันทึกเพิ่มเติม .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ............................................................ ผูสอน บันทึกความเห็นของผูตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ....................................................................... ตําแหนง ..................................................................
  • 34.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 34 9. ใบความรู ใบงาน และเครื่องมือวัดผล แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายบุคคลวิชาคณิตศาสตร ชื่อนักเรียน ...................................................... ชั้น ........... วันที่ ................ เดือน ............................ ป .................... ครั้งที่ ............................................................... ผูสังเกต ............................................................................................ ระดับการประเมิน หัวขอการประเมิน ดีมาก ดี พอใช ควรปรับปรุง ความสนใจ การตอบคําถาม การทํากิจกรรมหนาชั้นเรียน การใชความรูทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร  ในการแกปญหาในสถานการณตางๆ ความสามารถในการใชภาษาและสัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการสื่อสารสื่อความหมาย แบบประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม แบบประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุม ระดับชั้น.................................................. ประจําวันที่ ............................................................... กลุมที่ ....................... ระดับการประเมิน หัวขอการประเมิน ดีมาก ดี ปานกลาง นอย นอยมาก การวางแผนการทํางาน การกําหนดการปฏิบัตงานมีขั้นตอนชัดเจน ิ การปฏิบัติตามขั้นตอนที่กําหนด ความคิดสรางสรรค ผลการทํางาน
  • 35.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 35 การประเมินและสะทอนตนเองหลังเสร็จสิ้นการเรียนในหนวยการเรียนรูท่ี 1 (Self Reflection) 1. การประเมินตนเองของนักเรียน ใหดําเนินการดังนี้ 1.1 ครูทบทวนผลการเรียนรูประจําบททุกขอ ใหนักเรียนไดทราบ โดยอาจเขียนไวบนกระดาน พรอมทั้ง ทบทวนถึงหัวขอกิจกรรมการเรียนวาไดเรียนอะไรบาง 1.2 ใหนกเรียนเขียนบันทึกการประเมินตนเองไวในสมุดงานดานหลังตามหัวขอ ดังนี้ ั บันทึกการประเมินและสะทอนตนเองประจําหนวยการเรียนรูที่ 1 วัน/เดือน/ป ทีบันทึก ............... / ............... / ............... ่ รายการบันทึก 1. จากการเรียนทีผานมาไดมีความรูอะไรบาง ่ ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... 2. ปจจุบนนี้มีความสามารถปฏิบัติสิ่งใดไดแลวบาง ั ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... 3. สิ่งที่ยงไมรู ไมกระจาง ไมเขาใจ มีอะไรบาง ั ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... 4. ผลงานหรือชิ้นงานที่เนนความภาคภูมใจจากการเรียนในบทนี้คืออะไร ทําไมจึงภาคภูมิใจ ิ ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... 2. การพัฒนาการเรียนการสอนโดยใชกระบวนการวิจยในชันเรียนของครู ั ้ ชื่อเรื่องที่วิจัย....................................................................... 1. ความเปนมาของปญหา สิ่งที่คาดหวัง.......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... สิ่งที่เปนจริง........................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ปญหาที่พบคือ....................................................................................................................................................... ...............................................................................................................................................................................
  • 36.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 36 สาเหตุของปญหาคือ.............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................... แนวทางการแกปญหาคือ....................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... 2. วัตถุประสงคในการแกปญหา 2.1 เพื่อแกปญหาเรื่อง........................................................................................................................................... ของนักเรียนชัน..................... หอง........................... จํานวน............................ คน โดยใช............................ ้ ........................................................................................................................................................................ 2.2 เพื่อศึกษาผลการแกปญหาเกียวกับ.................................................................................................................. ่ หลังจากที่ไดทดลองใชวิธีแกปญหาโดย......................................................................................................... 3. ขอบเขตของการแกปญหา 3.1 กลุมเปาหมายในการแกปญหาคือ นักเรียนชั้น.......................... หอง................. จํานวน...........................คน ในภาคเรียนที่...................... ปการศึกษา................................... ที่มีปญหาเกี่ยวกับ........................................ 3.2 เนื้อหาที่ใชในการศึกษาคือ เรื่อง........................................................... หนวยการเรียนรู............................... วิชา................................................................................... 3.3 ระยะเวลาในการศึกษา ประมาณ.......... สัปดาห/เดือน ตังแตวนที่....... เดือน.......................... พ.ศ. .............. ้ ั ถึงวันที่................. เดือน..................................... พ.ศ. ......................... 4. วิธีดําเนินการในการแกปญหา 4.1 เครื่องมือที่ใชในการแกปญหา คือ.................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................ ซึ่งมีขั้นตอนในการสรางและพัฒนาดังนี้ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ 4.2 เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลคือ..................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ซึ่งมีขั้นตอนในการสรางและตรวจสอบคุณภาพดังนี้ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................
  • 37.
    แผนการจัดการเรียนรูคณิตศาสตรพื้นฐาน ม.1 ภาคเรียนที่1 37 4.3 การเก็บรวบรวมขอมูล ไดดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลตามวิธีการดังนี้ 1) นําเครื่องมือที่ใชในการแกปญหาไปทดลองใชกับนักเรียนในเวลา............................................................  โดย............................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 2) นําเครื่องมือเก็บรวบรวมขอมูลไปเก็บขอมูลเกี่ยวกับ................................................................................. โดย............................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 4.4 การวิเคราะหขอมูลและการสรุปผล ไดดําเนินการวิเคราะหขอมูลและสรุปผลดังนี้  ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ 5. ผลการแกปญหา ผลการแกปญหาเกียวกับ........................................................................................................................................ ่ ของนักเรียนกลุมเปาหมาย ปรากฏผลดังนี้ ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ...............................................................................................................................................................................