ปัจจุบันในประเทศของเราได้มีการใช้สารเสพติดอย่างแพร่หลาย
มากด้วยความอยากรู้อยากลองของวัยรุ่นในสมัยนี้ทาให้ซึ่งทาลายความ
มั่นคงของชาติและสังคมอย่างมาก เด็กเสียอนาคตสารเสพติดเป็นสารที่
สังเคราะห์ขึ้นเมี่อนาเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะโดยวิธีรับประทาน ดม สูบ ฉีด
หรือด้วยวิธีการใด ๆ แล้ว ทาให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจนอกจากนี้ยังจะ
ทาให้เกิดการเสพติดได้หากใช้
สารนั้นเป็นประจาทุกวัน หรือวันละหลาย ๆครั้งกลุ่มของข้าพเจ้าจึงคิดค้น
ที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหานับว่าเป็นการสูญเสียทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม
และการปกครอง เพราะนอกจากผู้เสพยาเสพติดทั้งหลาย จะได้สามารถ
ประกอบอาชีพทาการงานต่างๆไม่ได้แล้ว ยังก่ออาชญากรรม ทาให้เกิด
ปัญหาต่อสังคม กระทบกระเทือนต่อประชาชนผู้ไม่ได้เสพยาเสพติดอีก
ด้วย
1.ความพอประมาณ ไม่เบียดเบียนผู้อื่นโดยใช้ความต้องการของ
ตัวเองเป็นหลัก ไม่เบียดเบียนและทาให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน
2.ความมีเหตุผล ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลคิดอย่างมีสติตัดสินใจ
อย่างมีเหตุผลคิดให้ รอบคอบและคิดถึงผลกระทบที่จะตามมา
3.การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ
และการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคานึงถึงความ
เป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
1.เงื่อนไขความรู้ เพื่อให้รู้จักและหลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด และ
ป้องกันตัวเองได้ในสถานการณ์ที่ฉุกเฉินเพื่อให้รู้โทษของยาเสพติด
โดยการนาความรู้มาเชื่อมโยงวางแผนในการใช้ชีวิต
2.เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์
สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดาเนินชีวิต
วัตถุประสงค์การทาโครงงาน
1.เพื่อให้รู้จักและหลีกเลี่ยงการใช้สารเสพ
ติด
2.เพื่อให้รู้โทษของยาเสพติด
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. รู้จักการป้องกันตนเองเกี่ยวกับยาเสพติด
2.ได้ทราบถึงข้อมูลและโทษของการยาเสพติดผลอันตรายต่างๆที่ตามมาที่
เกิดจากการติดยา
ขอบเขตของการศึกษา
กลุ่มของข้าพเจ้า สารวจ ภายใน “กลุ่มนักเรียนโรงเรียนเฉลิม
พระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรีและคนในชุมชน”
คานิยามศัพท์
นักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์
กาญจนบุรี ปีการศึกษาปีที่ 2557
วัสดุอุปกรณ์ และวิธีการทางาน
3.1 วัสดุอุปกรณ์
3.1.1 ลิคขวิด
3.1.2 ดินสอ
3.2วิธีดาเนินงาน
3.2.1เขียนโครงเรื่องที่ศึกษาออกแบบวางแผน
3.2.2สารวจค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆและ
จากนิด้าโพล
3.2.3นาข้อมูลที่ได้จากกการสารวจค้นคว้ามาทา
โครงงานตามที่ได้วางโครงเรื่องไว้
3.2.4นาข้อมูลที่ได้บันทึก และจัดทารูปเล่ม
วันปฏิบัติ รายการปฏิบัติ
30 พ.ย. 57 - 3 ธ.ค. 57 คิดชื่อเรื่องและวางแผน
3 ธ.ค. 57-21 ม.ค.58 ค้นคว้าข้อมูลทั้งหมดจากสถานที่ใน
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ฯ
กาญจนบุรี
21 ม.ค.- 5 มี.ค. 58 จัดเรียบเรียงข้อมูล และจัดทารูปเล่ม
ตรวจสอบข้อมูลและรูปเล่ม
นาเสนอ
บทที่ 4
อภิปรายผลการทดลอง
จากผลการดาเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกยุคทุกสมัยมี
ลักษณะการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ การติดยาเสพติดเกิดจากการที่เด็ก
อยากลอง อยากรู้ ตามเพื่อน และรวมไปถึงการดูแลให้ความรักกับคน
ในครอบครัว สภาวะสิ่งแวดล้อมล้วนมีผลทั้งหมดเมื่อเด็กอยากลอง
อยากรู้จึงทาให้เด็กติดสารเสพติด เพราะฉะนั้นเราจึงให้ความรู้เกี่ยวกับ
สารเสพติดว่ามีโทษและไม่ดีอย่างไรและช่วยกันแก้ไข
• 4.1.1ประเภทกดประสาท ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน ยานอน
หลับ ยาระงับประสาท ยากล่อมประสาท เครื่องดื่มมึนเมา บาร์บิ
ทูเรต ทุกชนิด รวมทั้ง สารระเหย เช่น ทินเนอร์แล็กเกอร์ น้ามัน
เบนซิน กาวเป็นต้น มักพบว่าผู้เสพติดมี ร่างกายซูบซีด ผอม
เหลือง อ่อนเพลีย ฟุ้งซ่าน อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย
4.1.2 ประเภทกระตุ้นประสาท ได้แก่ยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี กระท่อม
โคเคน เครื่องดื่มคาเฟอีน มักพบว่าผู้เสพติด จะมีอาการ หงุดหงิด
กระวนกระวาย จิตสับสน หวาดระแวง บางครั้งมีอาการคลุ้มคลั่ง หรือ
ทาในสิ่งที่คนปกติ ไม่กล้าทา เช่น ทาร้ายตนเอง หรือฆ่าผู้อื่น เป็นต้น
4.1.3ประเภทหลอนประสาท ได้แก่ แอลเอสดี เห็ด
ขี้ควาย ดี.เอ็ม.ที.และ ยาเค เป็นต้น ผู้เสพติดจะมีอาการ
ประสาทหลอน ฝันเฟื่อง หูแว่ว ได้ยินเสียงประหลาด
หรือเห็นภาพหลอนที่น่าเกลียดน่ากลัว ควบคุมตนเอง
ไม่ได้ในที่สุดมักป่วยเป็นโรคจิต
4.1.4ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน คือทั้งกระตุ้นกดและหลอน
ประสาทร่วมกัน ผู้เสพติดมักมี อาการหวาดระแวง ความคิด
สับสน เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ควบคุมตนเองไม่ได้และป่วยเป็น
โรคจิตได้แก่ กัญชา
• 4.2.1จากธรรมชาติ เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน กระท่อม กัญชา ฯลฯ
• 4.2.2จากการสังเคราะห์ เช่น เฮโรอีน แอมเฟตามีน ยาอี
เอ็คตาซี ฯลฯ
การป้ องกันปัญหายาเสพติด
สถาบันทางสังคมควรต้องมีบทบาทหน้าที่สาคัญในการ
ป้องกันปัญหานี้พอจะแยกบทบาทหน้าที่ในการป้องกันปัญหายา
เสพติดของสถาบันทางสังคมในระดับรากหญ้าได้ดังนี้
• 4.3บทบาทของสถาบันครอบครัว
สถาบันครอบครัวถือเป็นสถาบันแรกที่มีบทบาทหน้าที่
ในการป้องกันปัญหายาเสพติดโดยตรงการอบรมเลี้ยงดูเป็น
กระบวนการที่ทาให้มนุษย์รู้กฎเกณฑ์ทางสังคมโดยผ่านทาง
ผู้ให้การอบรมทาให้คนคนนั้นเกิดการเรียนรู้และเกิดการ
ประพฤติปฏิบัติตามกระบวนการอบรมเลี้ยงดูจะอบรมกล่อม
เกลาเด็กตั้งแต่เกิดดังนั้นสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะพ่อ แม่
เป็นผู้ที่มีบทบาทหน้าที่สาคัญในการอบรมเลี้ยงดูให้ความรู้สิ่ง
ไหนดีไม่ดีสิ่งไหนควรทาไม่ควรทาจะต้องปลูกฝังค่านิยมที่ดี
ให้กับลูกรวมถึงการประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
4.4บทบาทของสถาบันชุมชน
คนในชุมชนประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและ
เยาวชน เด็กและเยาวชนย่อมเจริญเติบโต และเรียนรู้แต่สิ่งดีๆ จากชุมชน
ชุมชนจึงมีส่วนสาคัญในการป้องกันปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะชุมชนที่มี
ขนาดเล็ก
4.5บทบาทของโรงเรียน
โรงเรียนเป็นอีกสถาบันหนึ่ง ที่จะต้องทาหน้าที่เชื่อมต่อจาก
สถาบันครอบครัวโรงเรียนเป็นสถาบันที่ทาหน้าที่อบรมสั่งสอนที่
กว้างกว่าครอบครัว และเป็นสถาบันที่เด็กต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน
นานมาก และอยู่ในช่วงวัยของการเรียนรู้ การเลียนแบบ การจดจา
ดังนั้นสถาบันโรงเรียนจึงจะต้องมีบทบาทและหน้าที่มากกว่าใน
อดีต นอกจากจะทาหน้าที่ถ่ายทอดให้ความรู้แล้วสถาบันโรงเรียน
จะต้องทาหน้าที่เหมือนสถาบันครอบครัวแห่งที่ 2 ซึ่งจะต้องคอยทา
หน้าที่ปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้ความอบอุ่น และคอยให้คาปรึกษาที่
ถูกต้องแก่เด็กและเยาวชนของชาติ
4.6บทบาทของสถาบันศาสนา
สถาบันศาสนา เป็นสถาบันอีกสถาบันหนึ่งที่เป็นที่เคารพนับถือ
ของคนในชุมชน คนในชุมชนจะให้ความเกรงใจเป็นพิเศษ และคนใน
ชุมชนยังยึดถือแบบอย่างที่ดีงามของสถาบันศาสนเพื่อเป็นแนวทางในการ
ดาเนินวิถีชีวิตและทาหน้าที่ถ่ายทอดศาสนายังเป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติเป็น
แบบอย่างที่ดีให้กับคนในชุมชน
ผลการศึกษา
ได้รู้ถึงโทษและภัยของสารเสพติด
รู้จักป้องกันตัวเองไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติด
รู้ประเภทของยาเสพติด
บทที่ 5
สรุปผล อภิปรายและข้อเสนอแนะ
• กลุ่มข้าพเจ้าได้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งยาเสพติดนี้ได้สร้าง
ปัญหามากมายในสังคมไทยทาให้สังคมไทยเสื่อมลงมาก กลุ่ม
ข้าพเจ้านาความรู้ที่ได้รับมาช่วยคนในสังคมไทย โดยการศึกษา
จากโพลสารวจต่างๆ เพื่อนามาวิเคราะห์และพัฒนาโดยการ
รณรงค์สร้างสื่อต่างๆเพื่อลดสิ่งเสพติดที่ทาให้สังคมไทยขาดการ
พัฒนาทาให้คนไม่มีประสิทธิภาพ
1.จัดประชุมในเรื่องการติดสารเสพติดเพื่อให้โรงเรียนและสถานที่
ใกล้เคียงให้ปลอดภัยจากยาเสพติด
2.ทาป้ายรณรงค์การต่อต้านยาเสพติดเพื่อให้สังคมไทยมีความ
เข้มแข็งในการต่อต้านยาเสพติด
3.สอดแทรกเนื้อหาให้มากขึ้นเพื่อโครงงานจะได้มีประสิทธิภาพ
มากกว่าเดิม
โครงงานยาเสพติด

โครงงานยาเสพติด