สถานธนานุบาลเทศบาลนครรังสิต
บริหารโปร่งใส
มั่นคงก้าวใกล
ใส่ใจบริการ
ประวัติโรงรับจํานําในประเทศไทย
การรับจํานําในประเทศไทยมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ปรากฏตามหลักฐานในรัชสมัย
พระบรมโกษฐ์ กรุงศรีอยุธยา ตามพระราชกําหนดที่ออกในปี พ.ศ. 2234 เรื่องการควบคุม
การรับจํานํา กําหนดให้การรับจํานํากระทําในเวลากลางวัน การให้จํานํากันให้แต่คนที่รู้จัก
กันดีเคยได้ข้อมูลมาว่า การจํานํากับคนรู้จักกันในสมัยที่ยังไม่มีโรงรับจํานํา คิดตอกเบี้ย 25
สตางค์ ต่อเงินต้น 1 ตําลึง หรือ 6.25 % (ต่อเดือน) ลองเทียบกับเงินกู้นอกระบบสมัยนี้แล้ว
การให้กู้เงินที่ต้องปล่อยกู้เฉพาะคนคุ้นเคย และคิดดอกเบี้ยแพง จึงเกิดธุรกิจที่จะทําอย่างไร
ให้คนที่มีเงินปล่อยกู้กับใครก็ได้ที่มีข้าวของมาเป็นหลักประกัน แถมยังคิดดอกเบี้ยถูกกว่า
จึงเป็นที่มาของการตั้งโรงจํานําผู้ตั้งโรงรับจํานําแห่งแรกของไทยเป็นชาวจีน ชื่อ ฮง แซ่เบ๊
ในปี พ.ศ. 2409 ตั้งอยู่ที่ ย่านประตูผี ถนนบํารุงเมือง ชื่อร้านโรงรับจํานําย่องเซี้ยง (หัวมุมตัด
กับถนนมหาไชย) ข้างวัดเทพธิดาราม ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น “โรงรับจํานําสําราญราษฎร์”
เริ่มแรกคิดดอกเบี้ยเพียง 1 เฟอง (12 .5 สตางค) จากเงินตน 1 ตําลึง (4 บาท) นี่ถูกกวาการกู
กับคนกันเอง คิดดอกเบี้ยเพียงครึ่งหนึ่งของทองตลาด หรือประมาณ 3.12% ตอเดือน เมื่อชาวบานรานถิ่น
ไดขาววาโรงรับจํานําของจีนฮง ดอกเบี้ยถูกกวา จึงแหมาใชบริการของจีนฮงกันมาก ใครจะเอาอะไรมาก็
จํานําได ไมจําเปนตองรูจักกันมากอน มีการออกตั๋วใหเปนหลักฐาน ในป พ.ศ. 2411 มีการตรา
พระราชบัญญัติ กําหนดไมใหเรียกดอกเบี้ยเกินกวาชั่งละ 1 บาท หรือ 1.25% ตอเดือน เมื่อโรงรับจํานํา
ของจีนฮงไดรับความนิยมมาก จึงมีผูเปดโรงรับจํานําตามจีนฮงอีกหลายสิบโรง ธุรกิจโรงรับจํานําจึงบู
มมากๆ ในป พ.ศ. 2433 มีโรงรับจํานําในกรุงเทพ ฯ ถึง 200 โรง การตั้งโรงรับจํานําสมัยนั้น ตั้งไดงายๆ
ไมตองขออนุญาต ไมตองเสียคาธรรมเนียมใหกับรัฐบาล พ.ศ. 2438 (ร.ศ.114) พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกลาอยูหัวจึงโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชบัญญัติโรงรับจํานํารัตนโกสินทรศก 114 ขึ้นและโปรด
เกลา ฯ ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2438 เปนตนไป กําหนดใหผูที่จะตั้งโรงรับจํานําตองขอ
อนุญาต มีการกําหนดคาธรรมเนียม และระยะเวลาการใชใบอนุญาตกําหนดเวลาจํานําและไถถอน
กําหนดใหจัดทําตั๋วจํานํา และบัญชีไวเปนหลักฐาน และกําหนดอัตราดอกเบี้ยจํานํา
เงินตนไมเกิน 1 บาท ใหคิดดอกเบี้ย 3 อัฐ ตอ 1 เดือน ถาเงินตนเกิน 50 บาทแตไมเกิน 400 บาท ใหคิด
ดอกเบี้ยไดบาทละ 2 อัฐตอ 1 เดือน การไถของกําหนดไวภายใน 3 เดือน หากเทียบอัตรา 64 อัฐเปน 1 บาท
ดังนั้น 3 อัฐ เทากับ 1.56 %
โรงรับจํานําแหงแรกของประเทศไทยที่ตั้งขึ้นถูกตองตามพระราชบัญญัติโรงรับจํานํา ร.ศ.114 ชื่อ
“ฮั้วเส็ง“ กอตั้งโดยนายเล็ก โทณวนิกทางการไดยกเลิกพระราชบัญญัติ ร.ศ. 114 และตราพระราชบัญญัติใหม
ใหบังคับใชตั้งแตวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2481 เปนตนมา โดยพระราชบัญญัติใหมนี้ มีหลักการสําคัญ คือ ใชวิธี
ประมูลการตั้งโรงรับจํานําทุกๆ ระยะ 5 ป เพราะไมตองการใหมีมากจนเกินไป ลดการแขงขันกันเอง ตอมา
สภาพทางเศรษฐกิจ และสังคมของเราไดเปลี่ยนไปมาก รัฐบาลจึงไดตราพระราชบัญญัติ โรงรับจํานําฉบับใหม
ในปพ.ศ. 2505 เหตุผลในการประกาศใชระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก พระราชบัญญัติโรงรับจํานํา
พุทธศักราช 2481 ไดออกใชเปนเวลานานมาแลว การกําหนดจํานวนเงินกู อัตราดอกเบี้ย การอนุญาต
คุณสมบัติของผูรับอนุญาต และบทกําหนดโทษยังไมเหมาะสมแกกาลสมัยในขณะนี้ จึงสมควรปรับปรุงแกไข
ใหเปนการเหมาะสม
ปัจจุบันนี้ โรงรับจํานําแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
1. โรงรับจํานํา ซึ่งดําเนินการโดยเอกชน ได้ก่อตั้งขึ้นโดยทั่วไป ในรูปธุรกิจแบบห้างหุ้นส่วนจํากัด
ตั้งแต่ พ.ศ.2520 เป็นต้นมา รัฐบาลไม่อนุญาตให้เอกชนจัดตั้งโรงรับจํานําได้อีก แต่โรงรับจํานําที่จัดตั้ง
ขึ้นก่อนหน้านี้ให้ดําเนินการต่อไป จนกระทั่งปี 2532 ประชากรในเขตกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้น
รัฐบาลจึงเปิดประมูลขออนุญาตประกอบกิจการโรงรับจํานําเพิ่มอีก 16 แห่ง
2. โรงรับจํานํา ที่ดําเนินกิจการโดยกรมประชาสงเคราะห์ เรียกว่า “สถานธนานุเคราะห์” ซึ่งก่อตั้งขึ้นใน
ปีพ.ศ. 2498 (เริ่มแรกใช้ชื่อว่า "โรงรับจํานําของรัฐ” เปลี่ยนชื่อมาเป็น “สถานธนานุเคราะห์” เมื่อ พ.ศ.
2500)
3. โรงรับจํานําที่ดําเนินกิจการโดยเทศบาล เรียกว่า “สถานธนานุบาล” เริ่มที่เทศบาลนครเชียงใหม่ได้
เปิดกิจการขึ้นเป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2503 ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 ก็ได้เปิดกิจการขึ้น
อีก 3 แห่ง รวมเป็น 4 แห่ง คือเทศบาลเมืองนครสวรรค์ เทศบาลเมืองหาดใหญ่ และเทศบาลเมือง
อุดรธานี
แผนที่ตั้งสถานธนานุบาลเทศบาลนครรังสิต
๘๕ ซ. รังสิต-ปทุมธานี ๕ ต. ประชาธิปตย อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธนานี ๑๒๑๓๐ โทร ๐๒-๕๓๑๓๒๑๔
ดอกเบี้ยต่ํา จํานําสูง รวดเร็ว ทันใจ
เวลาทําการ
จันทร-ศุกร ๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ไมหยุด พักกลางวัน
หยุด เสาร อาทิตย วันหยุดราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ และตาม
ประกาศ สํานักงาน จ.ส.ท.
อัตราดอกเบี้ย
เงินรับจํานํา ๑ - ๕,๐๐๐ คิดดอกเบี้ยรอยละ ๐.๕๐ บาทตอเดือน
เงินรับจํานํา ๕,๐๐๐- ๑๐๐,๐๐๐ คิดดอกเบี้ยรอยละ ๑.๐๐ บาทตอเดือน
การคิดดอกเบี้ย
ไมเกิน ๑๕ วัน คิดดอกเบี้ย ครึ่งเดือน
เกินกวา ๑๕ วันคิดดอกเบี้ย เต็มเดือน
ตั๋วหนึ่งใบรับจํานําไมเกินวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐- บาทตอตั๋วหนึ่งใบ
วงเงินรายละไมเกิน ๕๐๐,๐๐๐- บาทตอราย
ตั๋วจํานํามีอายุ ๔ เดือน ผอนผัน ๓๐ วัน
เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย
เปรียบเทียบรับจํานําในราคาเงินตนที่เทากัน
สถานธนานุบาลเทศบาลนครรังสิต
ตัวอยาง
รับจํานํา ๕,๐๐๐- บาท ดอกเบี้ย ๒๕ บาทตอเดือน
โรงรับจํานําที่ใชหลักเกณฑดอกเบี้ยตามกฏหมายกําหนด
รับจํานํา ๕,๐๐๐- บาท ดอกเบี้ย ๗๗.๕๐ บาทตอเดือน
[VALUE]
[VALUE][VALUE]
[VALUE]
สถานธนานุบาล เอกชน
ตารางเปรียบเทียบอัตรา
ดอกเบี้ยตามกฏหมายที่กําหนด
0-5,000 5,001-100,000
ปรับลดดอกเบี้ยในช่วงเปิดเทอม
ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสถานธนานุบาลขององค์ปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเปิดเทอม สํานักงาน
คณะกรรมการจัดการสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(สํานักงาน จ.ส.ท.) พิจารณาเห็นแล้วว่าเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มี
รายได้น้อยให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการใช้จ่ายในอัตราดอกเบี้ยที่ตํ่าในช่วง
เปิดเทอมของนักเรียนนิสิตนักศึกษาโดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยรับจํานํา
ขั้นตอนการรับจํานํา
•นําสิ่งของที่จะจํานําพรอมบัตร
ประชาชนยื่นตอเจาหนาที่ ที่ชอง ๔
เพื่อตกลงราคารับจํานํา
•รอเรียกชื่อพิมพลายนิ้วมือที่ชอง ๒
•รับเงินและตรวจสอบขอมูลในตั๋ว
รับจํานํา
มีระบบแสกนนิ้วมือที่ทันสมัย
ใชอุปกรณคอมพพิวเตอรเครื่องแสกนลายนิ้วมือ
เพื่อตรวจสอบบุคคล และเก็บลายนิ้วมือลูกคาแต
ละรายใหมีการทํางานไดสะดวกรวดเร็วในการ
ทํางานที่ทันสมัย ใหทันตอยุคสมัยในปจจุบัน
หองมั่นคง
การมอบฉันทะ
• ๑. ผูจํานํา ตองการมอบฉันทะใหผูอื่นทําการ ไถถอน-สงดอกเบี้ย แทน ตอง
พิมพลายนิ้วมือหัวแมมือขวา ในชองผูมอบฉันทะ ลักษณะเดียวกับที่ทําใวคราว
จํานํา ดานหลังตั๋วใหชัดเจนและสามารถใหเจาหนาที่ตรวจสอบได จะตองกรอก
รายละเอียด ชื่อ นามสกุล ที่อยูตางๆในชองมอบฉันทะดานหลังตั๋วจํานําให
เรียบรอย พรอมสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนผูมอบ ๑ ฉบับ และเซ็นตรับรอง
สําเนาถูกตอง
• ๒. ผูรับมอบฉันทะ ตองนําตั๋วจํานําและบัตรประจําตัวหรือบัตรแทนบัตร
ประชาชน ฉบับจริงของตนเองพรอมสําเนา ๑ ฉบับ มาแสดงตอพนักงานเพื่อ
บันทึกเปนผูทําการแทน
• หมายเหตุ ตั๋วใหมจะ เปลี่ยนชื่อ เปนชื่อผูมาทําการแทนในกรณีสงดอกเบี้ย-
เพิ่มเงินตน
ตั๋วรับจํานําหาย
๑.ผูจํานําใหนําบัตรประชาชนหรือบัตรแทนบัตรประชาชน มาติดตอสถานธ
นานุบาลดวยตนเอง
๒.พนักงานจะทําการตรวจสอบ และออกใบแจงตั๋วหายเพื่อดําเนินการ
๒.๑ นําคํารองไปแจงความเพื่อลงบันทึกประจําวันที่ สถานีตํารวจภูธร
๒.๒ นําคํารองกลับมาที่สถานธนานุบาลแจงเจาหนาที่เพื่อ สงดอก-ไถถอน
หมายเหตุ การแจงตั๋วหายตองใหเสร็จภายในวันที่แจงตั๋วหายเทานั้น
ซื้อทรัพย์หลุดจํานําคืน
ตั๋วที่เกิน ๔ เดือนผอนผันสามสิบวัน
เกินจากนี้สามารถมาซื้อคืนโดย ติดตอที่
สถานธนานุบาลเพื่อทําการขอซื้อทรัพย
หลุดจํานํา โดยที่เจาหนาที่จะนัดหมายให
มาซื้อทรัพยหลุดจํานําตามกําหนด
ดังนั้นควรมาตรงตามนัดหมายที่ไดแจง
ใว
ขายทรัพย์หลุดจํานําสถานธนานุบาลเทศบาลนครรังสิต
ขายทรัพย์หลุดจํานําสถานธนานุบาลเทศบาลนครรังสิต
มุมกาแฟ
ออกหน่วยเคลื่อนที่นําความรู้สู่ชุมชน
จบการนําเสนอ

สถานธนานุบาลเทศบาลนครรังสิต