เรื่องประเทศจีน เสนอ อ . สฤษดิ์ศัก  ชิ้นเขมจารี
ประเทศจีน  China
ธงชาติประเทศจีน
ตราสัญญาลักษณ์ประจำประเทศจีน
แผนที่ประเทศจีน
เมืองหลวงของประเทศจีน เมืองปักกิ่ง
การแบ่งเขตการปกครอง การแบ่งเขตการปกครอง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น  14   เมือง หรือจังหวัด  7   เทศมณฑลระดับเมือง  56   เทศมณฑล  34   เขต และ  12   เขตปกครองตนเอง ชื่อเรียก  ภาษาไทย เขตปกครองตนเองกว่าง ซีจ้วง
ที่ตั้งและอาณาเขต   ทิศเหนือ  ติดต่อกับ มณฑลกุ้ยโจว และมณฑลหูหนาน ประเทศจีน  ทิศใต้  ติดต่อกับ ประเทศเวียดนาม และทะเลจีนใต้  ทิศตะวันออ ก ติดต่อกับ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน  ทิศตะวันตก  ติดต่อกับ มณฑลยูนนาน ประเทศจีน และประเทศเวียดนาม
ภูมิประเทศ   ภูมิอากาศ กว่างซีมีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบแอ่งกระทะและเทือกเขาขนาดเล็กที่ยาวคดเคี้ยวติดต่อกันเทือกเขาสำคัญได้แก่ ภูเขาต้าหมิงซันและต้าเหยาซัน เป็นต้น  สภาพอากาศแบบเขตร้อน โดยทางเหนือเป็นเขตร้อนแถบเอเชียกลาง ทางใต้เป็นเขตร้อนแถบเอเชียใต้ อุณหภูมิเฉลี่ย  16-23   องศาเซลเซียส มีฝนตกชุก ฤดูร้อนยาวนานกว่าฤดูหนาว อุณหภูมิสูงสุดในเดือนกรกฎาคม ประมาณ  27-29   องศาเซลเซียส และต่ำสุดในเดือนมกราคมประมาณ  5.5-15.2   องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย  1,000-2,800 มิลลิเมตรต่อปี
ทรัพยากร กว่างซีเป็นหนึ่งในสิบเขตมณฑลที่ผลิตแร่ที่สำคัญของประเทศที่มีการสำรวจพบปริมาณสะสมมากติดอันดับ  1   ใน  10   ของประเทศ
เศรษฐกิจ เศรษฐกิจ ปี พ . ศ .  2546   ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ  ( จีดีพี )  มีมูลค่าถึง  273,321   ล้านหยวน เพิ่มขึ้น  10.2%   มูลค่าการเติบโตในภาคเกษตรกรรม  62,818   ล้านหยวน เพิ่มขึ้น  4.0%   ภาคอุตสาหกรรม  100,592   ล้านหยวน เพิ่มขึ้น  14.5%   ภาคบริการ  109,911   ล้านหยวน เพิ่มขึ้น  10.0%   สัดส่วนจีดีพีในการผลิตทั้งสามภาคคิดเป็น  23.0  :  36.8  :  40.2
เศรษฐกิจ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศในปี พ . ศ .  2492   จนถึงปลาย พ . ศ .  2521   สาธารณรัฐประชาชนจีนใช้ระบบเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลางเหมือนโซเวียต ไม่มีภาคเอกชนหรือระบอบทุนนิยม เหมา เจ๋อตง เริ่มใช้นโยบายก้าวกระโดดไกล เพื่อผลักดันประเทศให้กลายเป็นสังคมคอมมิวนิสต์ที่ทันสมัยและก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม  นโยบายนี้กลับถูกมองว่าเป็นความล้มเหลวทั้งทางเศรษฐกิจและมนุษยธรรม หลังจากที่เหมาเสียชีวิตและสิ้นสุดการปฏิวัติทางวัฒนธรรม เติ้ง เสี่ยวผิง และผู้นำจีนรุ่นใหม่ได้เริ่มปฏิรูปเศรษฐกิจและใช้ระบอบ เศรษฐกิจแบบผสม ที่ให้ความสำคัญกับทุนนิยมมากขึ้น
เพลงชาติของประเทศจีน เพลงชาติแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน มีชื่อว่า  มาร์ชทหารอาสา   ( จีนตัวเต็ม :  義勇軍進行曲 ;  จีนตัวย่อ :  义勇军进行曲 ;  พินอิน :  Yìyǒngjūn Jìnxíngqǔ   อ่านว่า  " อี่หย่งจินจิ้นสิงชวี " ;  อังกฤษ :  March of the Volunteers )  เดิมเป็นบทเพลงปลุกใจซึ่งประพันธ์เนื้อร้องโดย เถียน ฮั่น  ทำนองโดย เนี้ย เอ่อร์ เมื่อ พ . ศ .  2479 แต่ครั้งสมัยที่จีนแผ่นดินยังปกครองโดยรัฐบาลสาธารณรัฐจีนภายใต้พรรคก๊กมินตั๋ง ขณะนั้นการเมืองภายในจีนกำลังปั่นป่วนอย่างหนัก จากการแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่าต่างๆ และเผชิญหน้ากับการรุกรานของ จักรวรรดิญี่ปุ่น
เพลงชาติประเทศจีน Qiánjìn !  Gè mínzǔ yīngxióngde rénmín, Wěidàde gòngchǎndǎng lǐngdǎo wǒmen jìxù chángzhēng . Wànzhòng yīxīn bēn xiàng gòngchǎnzhǔyì míngtiān, Jiànshè zǔgúo bǎowèi zǔgúo yīngyǒngde dòuzhēng . Qiánjìn !  Qiánjìn !  Qiánjìn ! Wǒmen qiānqīu - wàndài Gāojǔ Máo Zédōng qízhì, qiánjìn ! Gāojǔ Máo Zédōng qízhì, qiánjìn ! Qiánjìn !  Qiánjìn !  Jìn !
เพลงชาติคำแปลภาษาไทย  รุกเข้า !  เหล่าวีรชนทุกเชื้อสาย ! พรรคคอมมิวนิสต์ ยิ่งใหญ่นำผองเราเดินทัพสืบหน้า หมื่นชนใจเดียวมุ่งวันพรุ่งแห่ง ลัทธิคอมมิวนิสต์ สร้างปิตุภูมิ พิทักษ์ปิตุภูมิ รณรงค์หาญกล้า  รุกเข้า !  รุกเข้า !  รุกเข้า ! ผองเรา พันฝน หมื่นรุ่น  ชูธง เหมาเจ๋อตง รุกเข้า ! ชูธง เหมาเจ๋อตง รุกเข้า !  รุกเข้า !  รุกเข้า !  เข้าไป !
ดอกไม้ประจำชาติจีน  ดอกเหมย
สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของจีน นานจิงลู่  ช็อปปิ้งสตรีทที่ไม่เคยหลับใหล ถนนนานจิง หรือ นานจิงลู่ เป็นย่านช็อปปิ้งเก่าแก่ที่สุดของ เซี่ยง ไฮ้ เป็นตลาดซื้อขายของกันคึกคัก เพราะมีร้านจีนๆซุกซ่อนอยู่สลับกับห้างหรู ตลอดสองข้างทาง
สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของจีน หอไข่มุกเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเอเชียและสูงเป็นอันดับ  3   รองจาก แคนนาดาและรัสเซีย หอไข่มุก สูง  468   เมตร หนัก  120,000   ตัน  ภายในหอไข่มุกเป็นเสาปล่องกลวงมีลิฟท์ความเร็ว  7   เมตร /  1   วินาที
สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของจีน สุสาน  13   กษัตริย์       สุสาน  13   กษัตริย์ หรือวังใต้ดิน  ( สือซานหลิง )  ตั้งอยู่ทางชานเมืองด้านตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง ห่างจากตัวเมือง  50   กว่ากิโลเมตร เป็นสถานที่บรรจุพระศพของพระจักรพรรดิราชวงศ์หมิง  13   องค์ การก่อสร้างยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า  200   ปี ตั้งแต่เริ่ม ทำการก่อสร้างในปี ค . ศ . 1409   จนถึงราชวงศ์หมิงสิ้นสุดลงในปีค . ศ .  1644
สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของจีน พระราชวังต้องห้าม กู้กง
สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของจีน กำแพงเมืองจีน  คนจีนก๊กต่าง ๆ ได้สร้างกำแพงเมืองจีนไว้เมื่อสองสามพันปีก่อน โดยสร้างกำแพงล้อมอาณาจักรของตนไว้ เมื่อพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้รวมเมืองจีนเข้าเป็นเอกภาพเมื่อ พ . ศ .  ๓๒๒ ก็เชื่อมต่อกำแพงที่ก๊กต่าง ๆ สร้างไว้เข้าด้วยกัน และสร้างต่อเติมขึ้นอีก
กุ้ยหลิน  กุ้ยหลิน   (  Guilin )  เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใน เขตปกครองตนเองชนชาติจ้วงกว่างซี ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน  ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาว “ จ้วง ”  ซึ่งถือเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีจำนวนมากที่สุดของชนกลุ่มน้อยทั้งหมด ชื่อกุ้ยหลินมาจากที่อดีตดินแดนนี้มีป่า ( หลิน ) ต้น  “ กุ้ยฮวา ”  เยอะ  ( ต้นกุ้ยฮวา ในภาษาจีน แปลเป็นไทยคือ ต้นขี้เหล็ก )  คนกุ้ยหลินได้นำดอกของต้นกุ้ยฮวยมาตากแห้งอบพร้อมใบชา กลายเป็น  “ ชากุ้ยหลิน ” กุ้ยหลินถือเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นสถานที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน คนจีนยกให้เป็นดัง  “ เมืองสวรรค์บนพิภพ ” หรือ “ ซื่อไหว้เถาหยวน ”  มีคำกล่าวว่าจิตรกรใดที่ยังไม่เคยมาเมืองกุ้ยหลิน จะไม่สามารถวาดรูปขุนเขาให้สวยงามได้เลย
ภาษาทางการ คือ ภาษาจีนกลาง การปกครอง แบบ คอมมิวนิสต์ พื้นที่ รวมแหล่งน้ำ   9,596,960  ตร . กม .  ( 4 3)3,704,427  2   ตร . ไมล์  แหล่งน้ำ  2.8% 2
ประชากร ประมาณ  1,340,110,000  ความแน่นหนา  137 2   คน / ตร . กม .   363 2  คน / ตร . ไมล์
สกุลเงินประเทศจีน หยวนเหรินหมินปี้ หรือเงินหยวน
เงินตรา   สกุล เงินเรียกว่า  “ เหรินหมินปี้ ”  (人民币) โดยมีหน่วยเรียกเป็น  “ หยวน ”  ( 元) มีอัตราแลกเปลี่ยน  1   หยวน เท่ากับ  4.785   บาท  1   ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ   6.790   หยวน  1   ยูโร เท่ากับ  8.339   หยวน  ( ปรับปรุงเมื่อวันที่  26   มิ . ย .  2553 )
คำว่า จีนแผ่นดินใหญ่ ใช้เรียกส่วนของ จีน  ที่อยู่ภายใต้การปกครองของ สาธารณรัฐประชาชนจีน   ( ส่วนใหญ่จะยกเว้นเขตบริหารพิเศษ  2   แห่ง [1]  คือ  ฮ่องกง  และ มาเก๊า )  บางคนนิยมเรียก สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า  จีนแดง   ( Red China )  โดยเฉพาะผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับจีน ปัจจุบัน สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศญี่ปุ่นเป็นมหาอำนาจในภูมิภาค เอเชีย  มีเศรษฐกิจและกำลังทางทหารใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เอเชีย สาธารณรัฐประชาชนจีนมีเมืองหลวงคือกรุงปักกิ่ง
ประชากร และ ชนเผ่า   ชนเผ่าที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศจีนคือ ชนเผ่า ฮั่น   92  %  ของประชากรทั้งหมด อื่นๆอีก  55   ชนเผ่า  8  %  ของประชากรทั้งหมด
การพัฒนาอุตสาหกรรมของจีน  เมื่อราวๆ กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการวิพากษ์ในหนังสือพิมพ์จีนว่าด้วย การทบทวนและประเมินการพัฒนาอุตสาหกรรมจีนตั้งแต่ต้นศตวรรษที่  20   จนปัจจุบัน และเปรียบเทียบกับการพัฒนาอุตสาหกรรมหลังเปิดประเทศปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งมีหลากหลายความเห็นที่น่าสนใจที่ไทยอาจต้องศึกษา เพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายหรือยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมและการลงทุนของประเทศ
ด้านการเมือง   ทางการไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่  1   กรกฎาคม พ . ศ .  2518 ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้ง  2   ประเทศดำเนินมาด้วยความราบรื่นบนพื้นฐานของความเสมอภาค เคารพซึ่งกันและกัน ไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน และอยู่ภายใต้หลักการของผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคง สันติภาพ และเสถียรภาพของภูมิภาค ความร่วมมือกันของทั้ง  2   ได้ดำเนินมาอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด แต่เมื่อสิ้นสุดสงครามเย็นเมื่อจีนสามารถได้สถาปนาความสัมพันธ์กับอาเซียนทุกประเทศแล้ว ความสำคัญของประเทศไทยต่อจีนในทางยุทธศาสตร์ได้ลดลงไปจากเดิม ความสัมพันธ์ในปัจจุบันจึงได้เน้นด้านการค้าและเศรษฐกิจบนพื้นฐานของผลประโยชน์ต่างตอบแทนเป็นหลัก
ด้านการเมือง ไทยและจีนไม่มีปัญหาหรือข้อขัดแย้งใดๆ ที่ตกทอดมาจากประวัติศาสตร์ การไปมาหาสู่ของผู้นำระดับสูงสุดก็ได้เป็นไปอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะการเสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  เมื่อเดือนตุลาคม  ปี  2543   การเสด็จฯ เยือนจีนของพระบรมวงศานุวงศ์ไทยมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างประชาชนของสองประเทศอีกด้วย
ความสัมพันธ์ไทย  -  จีน ปัจจุบันความสัมพันธ์ไทย  -  จีน มีความใกล้ชิดกันมากขึ้นในทุกด้าน ทั้งกรอบทวิภาคี พหุภาคี และเวทีภูมิภาค เช่น การประชุมอาเซียนและจีน อาเซียน  +  3   ARF   ASEM   เป็นต้น ในการเยือนจีนเมื่อเดือนสิงหาคม  2544   ทางไทยและจีนต่างเห็นพ้องที่จะมุ่งพัฒนาความสัมพันธ์และขอบข่ายความร่วมมือระหว่างกันให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในลักษณะของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีประสบความสำเร็จหลายด้าน เช่น ความร่วมมือด้านยาเสพติด ด้านการเงิน การคลัง พาณิชย์นาวี รวมทั้งได้ลงนามความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างไทย  -  จีน และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้ง สภาธุรกิจไทย  -  จีน
วัฒนธรรม  ประชาชนจีนมีทั้งสิ้น  56   ชนเผ่า ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา โดยนับถือนิกายมหายานและวัชระญาณโดยนับถือปนไปกับลัทธิขงจื้อและเต๋ากว่า  300   ล้านคน นอกนั้นนับถือนิกายเถรวาท มีนับถือศาสนาอิสลามกว่า  11   ล้านคน และนับถือศาสนาคริสต์  9   ล้านคน
เกษตรกรรม   ปี พ . ศ .  2546   มูลค่าการผลิตโดยรวมของสินค้าเกษตรกรรม ปศุสัตว์และประมงรวม  96,558   ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น  4.0%   มีการลดพื้นที่การเพาะปลูกลง  3.6  %  ปริมาณการผลิตตลอดปี  14.84   ล้านตัน ลดลง  645,600   ตัน คิดเป็น  4.2  %  การใช้พื้นที่สำหรับพืชเศรษฐกิจเ พิ่มขึ้น  2.4  %  โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าว เพิ่มขึ้น  70  %  น้ำตาลเพิ่มขึ้น  32.8  %  ขณะที่มูลค่าการผลิตด้านการปศุสัตว์และประมง มีสัดส่วนเป็น  44.9  %  ผลผลิตหลักคือ ข้าวนาน้ำ ข้าวโพด มัน เป็นต้น
ชนชาติ      มีชนชาติต่าง ๆ อยู่รวมกัน  56   ชนชาติ โดยเป็นชาวฮั่น ร้อยละ  93.3   ที่เหลือเป็นชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ชนเผ่าจ้วง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตปกครองตนเองกวางสีและมณฑลยูนนาน    ชนเผ่าหุยในมณฑลหนิงเซี่ยและกานซู    ชนเผ่าอุยกูร์ในมณฑลซินเกียง    ชนเผ่าหยีในมณฑลเสฉวน    ชนเผ่าทิเบตในเขตปกครองตนเองทิเบตและมณฑลชิงไห่    ชนเผ่าแม้วในมณฑลยูนนานและกุ้ยโจว ชนเผ่าแมนจู ในมณฑลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชนเผ่ามองโกลในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในและซินเจียง ชนเผ่าไตหรือไทในมณฑลยูนนาน และชนเผ่าเกาซันในไต้หวัน
ภาษา    ภาษาจีนกลาง  ( ผู่ทงฮว้า 普通话 )  เป็นภาษาราชการ    ชาวจีนในมณฑลต่างๆ    มีภาษาพูดท้องถิ่นที่แตกต่างกัน เช่น เสฉวน หูหนาน แต้จิ๋ว ไหหลำ กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ฮักกา และเซี่ยงไฮ้ เป็นต้น    และการออกเสียงภาษาจีนกลางก็มีสำเนียงเพี้ยนไปตามท้องถิ่น              ศาสนา                      ลัทธิขงจื้อ เต๋า พุทธ อิสลาม และคริสต์ โดยเฉพาะความคิดลัทธิขงจื้อและเต๋ามีอิทธิพลหยั่งรากลึกซึ้งในภาษาและ วัฒนธรรมของจีนมานับพันๆ ปี
เทศกาลและประเพณีประเทศจีน เทศกาลตรุษจีน เคยสงสัยไหมว่า ทำไมวันนี้เราเรียกวันตรุษจีน และวันสารทจีนก็มี เพราะตรุษจีนคือ วันต้น วันสารทคือวันกลาง วันตรุษจีน คือ วันที่ ๑ เดือน ๑ ของจีนเป็นวันที่เริ่มต้นวันใหม่ของปีใหม่ของจีน วันสารทจีน คือ วันที่ ๑๕ เดือน ๗ ของจีน วันสารทไหว้พระจันทร์ตรงกับวันที่ ๑๕ เดือน ๘ ของจีน วันตรุษจีน คือ วันขึ้นปีใหม่ของคนจีนถือเป็นเทศกาลใหญ่ที่ประหนึ่งรวมเทศกาลไหว้สิ้นปี เข้ากับเทศกาลวันตรุษและอาจยาวถึงเทศกาลชาวนา
เทศกาลโคมไฟ     วันเทศกาลนี้ตามปฏิทินจันทรคติคือ วันที่  15   หลังจากวันตรุษจีน วันนี้เป็นวันประเพณีที่ ชาวจีนเล่นโคมไฟ จึงเรียกว่าเทศกาลโคมไฟ วันเทศกาลโคมไฟไม่เป็นวันหยุดราชการ แต่ประชาชนก็ให้ความสนใจที่จะฉลอง เทศกาลนี้ โดยเฉพาะในชนบทจะอึกทึกเป็นพิเศษ ประชาชนนอกจากจะได้ดูการแสดง และการละเล่นหลายชนิดแล้วยังมีรายการฉองโคมไฟอีกมากมาย ที่ผู้คนดูกันมากที่สุดเห็นจะได้แก่ ขบวนพาเหรดที่ที่มีการแต่งตัวด้วยอาภรณ์แบบโบราณ ขณะเดินเคลื่อนที่ไปก็จะมีการแสดงประกอบตามไปด้วย ประเพณีนี้ซึ่งมีการฉลองทุกภาค ตั้งแต่ภาคเหนือถึงภาคใต้ ต่างมีการแสดงที่สำคัญคือการเชิดมังกร และสิงโต ในการฉลองเทศกาลนี้จะเป็นเทศกาลที่ญาติพี่น้องซึ่งอยู่ห่างกันได้กลับมาพบกัน ชาวภาคใต้มีประเพณีนำ หยวนเซียว ซึ่งมีลักษณะเป็นลูกกลมสีขาวมีไส้ ต้มในน้ำขิง  (  เหมือนบัวลอยน้ำขิง )  ของกินนี้ออกเสียงเรียกกันว่า ถวนหยวน ซึ่งแปลว่า คืนสู่เหย้าถือว่าเป็นโอกาสแห่งความเป็นสิริมงคล
เทศกาลโคมไฟ  
เทศกาลขนมบ๊ะจ่าง  ( ตวน อู่ เจี๋ย )   ตรงกับวันที่  5   ของเดือน  5   ตามปฏิทินจีน บางครั้งจึงเรียกว่างานเทศกาลเดือน  5   เป็นวันที่ระลึกถึง ชวี หยวน นักกวีผู้มีชื่อเสียงของจีน ทำให้วันนี้มีผู้คนเรียกว่าเทศกาลกวี ด้วยท่าน ชวี หยวน เป็นคนประเทศฉู่ เมื่อ  2   พันปีก่อน ท่านทำงานอยู่ข้างกายฮ่องเต้ฉู่ แม้ว่าท่านได้ทำงานเพื่อประเทศฉู่ ด้วยความจงรักภักดีอย่างมาก แต่มิได้รับความเชื่อถือท่านจึงถอนตัวออกจากฮ่องเต้ กลับสู่บ้านเกิดในชนบท ท่านมีความจงรักภักดีต่อประเทศของท่านเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ข่าวว่าประเทศฉู่ ถูกข้าศึกเข้ายึดครองเป็นเมืองขึ้น เกิดเสียใจอย่างรุนแรง ถึงกับกระโดดน้ำฆ่าตัวตายในวันที่ตรงกับวันที่  5   เดือน  5   ผู้คนร่วมหมู่บ้านของท่านมีความรักต่อท่านอย่างแท้จริง ต่างพากันพายเรือออกไป ตามหาอยู่หลายวัน แต่หาไม่พบ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ปลาในน้ำทำอันตรายต่อท่านชวีหยวน ชาวบ้านจึงพากันโยนบ๊ะจ่างลงในน้ำให้ปลากินแทน ต่อมาทุกๆ ปี ในวันที่  5   เดือน  5   ผู้คนจะพายเรือออกไปโยนบ๊ะจ่างลงในน้ำเป็นประจำ แต่ประเพณีได้กลายมาเป็นการรับประทานบ๊ะจ่างและเพิ่มเติมประเพณีการแข่งเรือมังกรเข้ามาด้วยเรือมังกรคือเรือที่ประดับโขนเรือเป็นหัวมังกรซึ่งถูกนำมาพายแข่งขันกันในบรรยากาศ ที่สนุกสนาน มิใช่แต่ชาวจีนเท่านั้นที่ชอบการแข่งเรือมังกร
เทศกาลขนมบ๊ะจ่าง  ( ตวน อู่ เจี๋ย )
เทศกาลไหว้พระจันทร์  ( จง ชิว เจี๋ย )   เป็นวันที่ตรงกับวันที่  15   เดือน  8   ตามปฏิทินจีน จึงเรียกว่าเทศกาลเดือน  8   มีประวัติความเป็นมาก่อนประวัติศาสตร์ถึง  2   พันปี วันนี้คนจีนจะรับประทานขนมไหว้พระจันทร์กับเฝ้ามองดวงจันทร์ที่มีประกายแสงงดงาม ชาวจีนมักพูดกันว่า ดวงจันทร์ในวันเพ็ญกลางเดือน  8   สว่างสดใสเป็นพิเศษ ซึ่งความจริงแล้วมาจากการที่ในฤดูหนาวอากาศหนาวมาก ในฤดูร้อนฟ้ามักจะครึ้มและมีฝนตก ฤดูใบไม้ผลิก็มักจะมีลมพายุ ล้วนไม่เหมาะที่จะออกมาอยู่นอกบ้านเพื่อชมดวงจันทร์ คงมีแต่ในฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศดี ดวงจันทร์กลางเดือน  8   ดูแล้ว ทั้งใหญ่ ทั้งกลม ทั้งแสงสดใส คนในบ้านมักจะออกมานั่งที่ลานหน้าบ้าน เพื่อคุยกันไปพลาง รับประทานขนมไหว้พระจันทร์และผลไม้ไปพลาง จึงเป็นเรื่องแห่งความสุขสนุกสนานเบิกบานใจอย่างยิ่งผู้คนทั้งหลายล้วนชอบความสดใสของดวงจันทร์กลมๆ ซึ่งภาษาจีนออกเสียงว่า หยวนเยว่ และเหมือนความงดงามแห่งการที่คนสนิทคุ้นเคยได้คืนสู่เหย้า กับความงดงามของความเป็นอยู่ของชีวิตวันเทศกาลของจีนยังมีอีกหลายวัน ซึ่งต่างมีที่มาที่ไป และล้วนแต่เป็นประเพณีเก่าๆ หากท่านอยากทราบต้อไปถามผู้อาวุโส ท่านย่อมจะได้รับฟังเรื่องที่มีความหมายเก่าๆ อย่างมากมายแน่นอน
เทศกาลไหว้พระจันทร์  ( จง ชิว เจี๋ย )
วันเช็งเม้ง   วันเช็งเม้ง  ( เป็นภาษาแต้จิ๋ว )  เป็นวันที่ลูกหลานชาวจีนถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง โดยจะมีการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ผู้ล่วงลับ ไปแล้ว การเซ่นไหว้ดังกล่าวเชื่อกันว่า เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณงามความดีที่บรรพบุรุษได้สั่งสม กันมา และเพื่อให้ลูกหลานอยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป จึงนับเป็นประเพณีอันสำคัญที่ชาวจีนใน และเพื่อให้ลูกหลานอยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป จึงนับเป็นประเพณีอันสำคัญที่ชาวจีนใน ประเทศไทยนิยมปฏิบัติติดต่อกันมานาน ซึ่งตรงกับวันที่  5   เมษายนของทุกปี จึงขอนำบทกลอน ที่เป็นที่รู้จักของชาวจีนโดยทั่วไป ซึ่งแต่งโดยกวีจีนในสมัยโบราณชื่อ ตู้มู่ซึ่งพรรณนาถึงการ เดินทางไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษในระหว่างการเดินทางที่ค่อนข้างลำบากและไกลมากในสมัยก่อน
วันเช็งเม้ง
เทศกาลสารทจีน   วันสารทจีน ปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่  27   สิงหาคม  2550   ตามปฏิทินจีนโบราณ เดือน  7   ถือเป็นเดือนสำคัญที่ลูกหลานจะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ และยังเป็นเวลาที่ประตูนรกเปิดให้บรรดาภูตผีออกเร่ร่อนตามสถานที่ต่างๆ ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้อาถรรพ์ ชาวจีนจะมีการเซ่นไหว้ด้วยของไหว้หลากความหมาย ที่ปฏิบัติสืบกันมาเนิ่นนานใน .. เทศกาลสารท !!  ในรอบหนึ่งปี คนจีนจะมีไหว้เจ้าใหญ่  8   ครั้ง เรียกว่าไหว้  8   เทศกาลโป๊ะโจ่ย การไหว้ สารทจีนเป็นการไหว้ครั้งที่  5   ตรงกับวันที่  15   เดือน  7   ซึ่งถือกันว่าเป็นเดือนผี เป็นเดือนที่ประตูนรกปิดเปิดให้ผีทั้งหลายมารับกุศลผลบุญได้ตำราจีนหนึ่งกล่าวไว้ว่า วันที่  15   เดือน  7   เป็นวันที่เช็งฮีไต๋ตี๋จะตรวจดูบัญชีวิญญาณคนตาย ส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์ และส่งวิญญาณร้ายลงนรก ชาวจีนทั้งหลายรู้สึกสงสารวิญญาณร้าย จึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ นรก !!.. จึงเปิดประตู เพื่อให้วิญญาณร้ายออกมารับกุศลผลบุญได้
เทศกาลสารทจีน
เทศกาลกินเจ   หลังวันไหว้พระจันทร์  15   วันก็จะเป็นเทศกาลกินเจซึ่งตรงกับวันที่  1  -  9   เดือน  9   ของจีน คำว่า  " เจ " ( ภาษาแต้จิ๋ว )  สำเนียงแมนดาริน  " จาย "  แปลว่า ไม่มีคาว หรือหมายถึง อุโบสถ ก็คือการถือศีล คำว่า  " กินเจ "  ในภาษาจีน หมายความว่า  " การถือศีลและ ยกเว้นการกินเนื้อสัตว์ทั้งปวง "  เนื้อแท้ของการกินเจในความเชื่อนี้ กินเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยหลักธรรม  2   ประการคือ     1. กินอย่างไม่เบียดเบียนผู้อื่น คือ ไม่เอาเลือดเอาเนื้อ ของสัตว์ใดๆ มารับประทาน     2. กินอย่างไม่เบียดเบียนตนเอง คือ การเลือกกินอาหารที่ไม่เป็นโทษ ต่อร่างกายของเรา
เทศกาลกินเจ โดยมีการค้นพบของคนจีนโบราณบางสายว่า เลือดและเนื้อของสัตว์ที่ถูกฆ่า มีพิษร้ายแรงแฝงอยู่ ด้วยความเชื่อที่ว่าในขณะสัตว์ถูกฆ่าตาย ความตกใจกลัวจะทำให้มันหลั่ง สารพิษออกมาแพร่กระจายไปตามสายเลือดและเนื้อทั่วร่างกายตลอดปีที่เรากินเนื้อจึงเป็นการสั่งสมพิษไว้ จึงควรมีการสลายล้างพิษนี้ด้วยการงดเนื้อสัตว์ช่วงระยะเวลาหนึ่งเป็นประจำทุกปีนอกจากนี้ยังมีผักอีก  5   อย่างที่เชื่อว่าเป็นโทษต่อร่างกายก็ต้องไม่กินด้วยเช่นกันเพราะผัก เหล่านี้มีรสหนักกลิ่นรุนแรง วิชาแพทย์โบราณจีนเชื่อว่าจะเป็นพิษต่ออวัยวะสำคัญ  5   ชนิดและ ธาตุทั้ง  5   ของร่างกาย คือ กระเทียม ทำลายธาตุไฟ หัวใจทำงานไม่ปกติ หัวหอม ทำลายธาตุน้ำ ไตจะทำงานไม่ปกติ กุยช่าย ทำลายธาตุไม้ ตับทำงานไม่ปกติ หลักเกียว  ( คล้ายกระเทียมแต่ต้นเล็กกว่า )
เทศกาลกินเจ ทำลายธาตุดิน ม้ามจะทำงานไม่ปกติ ใบยาสูบ    ทำลายธาตุโลหะ ปอดทำงานไม่ปกติ ดังนั้น การกินเจนอกจากจะไม่กินเนื้อสัตว์ใดๆ แล้ว ก็จะไม่กินผักที่กลิ่นฉุน  5   อย่างนี้ด้วยเช่นกัน ตรงนี้คือความแตกต่างระหว่างการกินเจกับมังสวิรัติ การกินมังสวิรัตจะไม่กิน เนื้อสัตว์แต่กินไข่และกินผักทุกชนิดได้ ส่วนการกินเจนั้นจะต้องถือศีลด้วย จึงจะเป็นการกินเจ ที่ถูกต้องและสมบูรณ์
เทศกาล ตังจี่  ( ตังโจ๊ย )  หรือที่เรียกกันว่าสารท  ขนมอี๊ ( ขนมบัวลอย ) กล่าวกันว่า ในวันเริ่มตังโจ๊ยนี้ พระอาทิตย์อยู่ทางทิศใต้สุดขั้ว เงาของพระอาทิตย์ยาวที่สุด ในสมัยโบราณจึ่งเรียกวัน ๆ นี้ว่า เฉี่ยงจี่  ( สุดยาว )  เป็นหลักการโคจรของพระอาทิตย์ ในแต่ละปี ภายหลังสารท ชิวฮุง พระอาทิตย์เริ่มเคลื่อนลงสู่ทางทิศใต้ ถึงเส้นแวงที่  23   องศา  26   ลิปดา  59   พิลิปดา ดังนั้น ทางขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ดินฟ้าภูมิอากาศย่อมมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แสงแดดยามกลางวันนั้นสั้น แสงมืดแห่งยามราตรีนั้นยาว แต่ที่ทางขั้วโลกใต้นั้นกลับตรงกันข้าม วัน ตังโจ๊ย เป็นวันที่พระอาทิตย์อยู่ทางขั้วใต้สุด ๆ ดังนั้น วัน ตังจี่ ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น่ำจี่  ( สุดใต้ )  และเมื่อผ่านวัน ตังโจ๊ย ล่วงไปแล้ว พระอาทิตย์ก็จะเริ่มโคจรตามปกติสู่ทางด้านทิศเหนือ วันเวลายามกลางวันก็จะเริ่มต้นยาวขึ้นตามลำดับ วัน ตังโจ๊ย จึงถือเป็นวันตายตัวของวันที่  22   หรือวันที่  23   ธันวาคม ตามปฏิทิน   ทางสุริยะคติสากล แต่ปฏิทินจีน ได้ใช้หลักตาม
บรรณานุกรม วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี . ” ข้อมูลทั่วไปของประเทศจีน , ” ประเทศจีน .25 ธันวาคม  2553. < HTTP://TH.WIKIPEDIA . ORG/WIKI/CHAINA> 10  มกราคม  2545
จัดทำโดย นางสาว ขวัญนภา  สาวสิทธิ์ ม .5/3  เลขที่ 30

ประเทศจีน

  • 1.
    เรื่องประเทศจีน เสนอ อ. สฤษดิ์ศัก ชิ้นเขมจารี
  • 2.
  • 3.
  • 4.
  • 5.
  • 6.
  • 7.
    การแบ่งเขตการปกครอง การแบ่งเขตการปกครอง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 14 เมือง หรือจังหวัด 7 เทศมณฑลระดับเมือง 56 เทศมณฑล 34 เขต และ 12 เขตปกครองตนเอง ชื่อเรียก ภาษาไทย เขตปกครองตนเองกว่าง ซีจ้วง
  • 8.
    ที่ตั้งและอาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อกับ มณฑลกุ้ยโจว และมณฑลหูหนาน ประเทศจีน ทิศใต้ ติดต่อกับ ประเทศเวียดนาม และทะเลจีนใต้ ทิศตะวันออ ก ติดต่อกับ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ทิศตะวันตก ติดต่อกับ มณฑลยูนนาน ประเทศจีน และประเทศเวียดนาม
  • 9.
    ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ กว่างซีมีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบแอ่งกระทะและเทือกเขาขนาดเล็กที่ยาวคดเคี้ยวติดต่อกันเทือกเขาสำคัญได้แก่ ภูเขาต้าหมิงซันและต้าเหยาซัน เป็นต้น สภาพอากาศแบบเขตร้อน โดยทางเหนือเป็นเขตร้อนแถบเอเชียกลาง ทางใต้เป็นเขตร้อนแถบเอเชียใต้ อุณหภูมิเฉลี่ย 16-23 องศาเซลเซียส มีฝนตกชุก ฤดูร้อนยาวนานกว่าฤดูหนาว อุณหภูมิสูงสุดในเดือนกรกฎาคม ประมาณ 27-29 องศาเซลเซียส และต่ำสุดในเดือนมกราคมประมาณ 5.5-15.2 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,000-2,800 มิลลิเมตรต่อปี
  • 10.
  • 11.
    เศรษฐกิจ เศรษฐกิจ ปีพ . ศ . 2546 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) มีมูลค่าถึง 273,321 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10.2% มูลค่าการเติบโตในภาคเกษตรกรรม 62,818 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4.0% ภาคอุตสาหกรรม 100,592 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 14.5% ภาคบริการ 109,911 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10.0% สัดส่วนจีดีพีในการผลิตทั้งสามภาคคิดเป็น 23.0 : 36.8 : 40.2
  • 12.
    เศรษฐกิจ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศในปี พ. ศ . 2492 จนถึงปลาย พ . ศ . 2521 สาธารณรัฐประชาชนจีนใช้ระบบเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลางเหมือนโซเวียต ไม่มีภาคเอกชนหรือระบอบทุนนิยม เหมา เจ๋อตง เริ่มใช้นโยบายก้าวกระโดดไกล เพื่อผลักดันประเทศให้กลายเป็นสังคมคอมมิวนิสต์ที่ทันสมัยและก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม นโยบายนี้กลับถูกมองว่าเป็นความล้มเหลวทั้งทางเศรษฐกิจและมนุษยธรรม หลังจากที่เหมาเสียชีวิตและสิ้นสุดการปฏิวัติทางวัฒนธรรม เติ้ง เสี่ยวผิง และผู้นำจีนรุ่นใหม่ได้เริ่มปฏิรูปเศรษฐกิจและใช้ระบอบ เศรษฐกิจแบบผสม ที่ให้ความสำคัญกับทุนนิยมมากขึ้น
  • 13.
    เพลงชาติของประเทศจีน เพลงชาติแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนมีชื่อว่า มาร์ชทหารอาสา ( จีนตัวเต็ม : 義勇軍進行曲 ; จีนตัวย่อ : 义勇军进行曲 ; พินอิน : Yìyǒngjūn Jìnxíngqǔ อ่านว่า &quot; อี่หย่งจินจิ้นสิงชวี &quot; ; อังกฤษ : March of the Volunteers ) เดิมเป็นบทเพลงปลุกใจซึ่งประพันธ์เนื้อร้องโดย เถียน ฮั่น ทำนองโดย เนี้ย เอ่อร์ เมื่อ พ . ศ . 2479 แต่ครั้งสมัยที่จีนแผ่นดินยังปกครองโดยรัฐบาลสาธารณรัฐจีนภายใต้พรรคก๊กมินตั๋ง ขณะนั้นการเมืองภายในจีนกำลังปั่นป่วนอย่างหนัก จากการแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่าต่างๆ และเผชิญหน้ากับการรุกรานของ จักรวรรดิญี่ปุ่น
  • 14.
    เพลงชาติประเทศจีน Qiánjìn ! Gè mínzǔ yīngxióngde rénmín, Wěidàde gòngchǎndǎng lǐngdǎo wǒmen jìxù chángzhēng . Wànzhòng yīxīn bēn xiàng gòngchǎnzhǔyì míngtiān, Jiànshè zǔgúo bǎowèi zǔgúo yīngyǒngde dòuzhēng . Qiánjìn ! Qiánjìn ! Qiánjìn ! Wǒmen qiānqīu - wàndài Gāojǔ Máo Zédōng qízhì, qiánjìn ! Gāojǔ Máo Zédōng qízhì, qiánjìn ! Qiánjìn ! Qiánjìn ! Jìn !
  • 15.
    เพลงชาติคำแปลภาษาไทย รุกเข้า! เหล่าวีรชนทุกเชื้อสาย ! พรรคคอมมิวนิสต์ ยิ่งใหญ่นำผองเราเดินทัพสืบหน้า หมื่นชนใจเดียวมุ่งวันพรุ่งแห่ง ลัทธิคอมมิวนิสต์ สร้างปิตุภูมิ พิทักษ์ปิตุภูมิ รณรงค์หาญกล้า รุกเข้า ! รุกเข้า ! รุกเข้า ! ผองเรา พันฝน หมื่นรุ่น ชูธง เหมาเจ๋อตง รุกเข้า ! ชูธง เหมาเจ๋อตง รุกเข้า ! รุกเข้า ! รุกเข้า ! เข้าไป !
  • 16.
  • 17.
    สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของจีน นานจิงลู่ ช็อปปิ้งสตรีทที่ไม่เคยหลับใหล ถนนนานจิง หรือ นานจิงลู่ เป็นย่านช็อปปิ้งเก่าแก่ที่สุดของ เซี่ยง ไฮ้ เป็นตลาดซื้อขายของกันคึกคัก เพราะมีร้านจีนๆซุกซ่อนอยู่สลับกับห้างหรู ตลอดสองข้างทาง
  • 18.
    สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของจีน หอไข่มุกเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเอเชียและสูงเป็นอันดับ 3 รองจาก แคนนาดาและรัสเซีย หอไข่มุก สูง 468 เมตร หนัก 120,000 ตัน ภายในหอไข่มุกเป็นเสาปล่องกลวงมีลิฟท์ความเร็ว 7 เมตร / 1 วินาที
  • 19.
    สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของจีน สุสาน 13 กษัตริย์      สุสาน 13 กษัตริย์ หรือวังใต้ดิน ( สือซานหลิง ) ตั้งอยู่ทางชานเมืองด้านตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง ห่างจากตัวเมือง 50 กว่ากิโลเมตร เป็นสถานที่บรรจุพระศพของพระจักรพรรดิราชวงศ์หมิง 13 องค์ การก่อสร้างยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 200 ปี ตั้งแต่เริ่ม ทำการก่อสร้างในปี ค . ศ . 1409 จนถึงราชวงศ์หมิงสิ้นสุดลงในปีค . ศ . 1644
  • 20.
  • 21.
    สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของจีน กำแพงเมืองจีน คนจีนก๊กต่าง ๆ ได้สร้างกำแพงเมืองจีนไว้เมื่อสองสามพันปีก่อน โดยสร้างกำแพงล้อมอาณาจักรของตนไว้ เมื่อพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้รวมเมืองจีนเข้าเป็นเอกภาพเมื่อ พ . ศ . ๓๒๒ ก็เชื่อมต่อกำแพงที่ก๊กต่าง ๆ สร้างไว้เข้าด้วยกัน และสร้างต่อเติมขึ้นอีก
  • 22.
    กุ้ยหลิน กุ้ยหลิน ( Guilin ) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใน เขตปกครองตนเองชนชาติจ้วงกว่างซี ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาว “ จ้วง ” ซึ่งถือเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีจำนวนมากที่สุดของชนกลุ่มน้อยทั้งหมด ชื่อกุ้ยหลินมาจากที่อดีตดินแดนนี้มีป่า ( หลิน ) ต้น “ กุ้ยฮวา ” เยอะ ( ต้นกุ้ยฮวา ในภาษาจีน แปลเป็นไทยคือ ต้นขี้เหล็ก ) คนกุ้ยหลินได้นำดอกของต้นกุ้ยฮวยมาตากแห้งอบพร้อมใบชา กลายเป็น “ ชากุ้ยหลิน ” กุ้ยหลินถือเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นสถานที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน คนจีนยกให้เป็นดัง “ เมืองสวรรค์บนพิภพ ” หรือ “ ซื่อไหว้เถาหยวน ” มีคำกล่าวว่าจิตรกรใดที่ยังไม่เคยมาเมืองกุ้ยหลิน จะไม่สามารถวาดรูปขุนเขาให้สวยงามได้เลย
  • 23.
    ภาษาทางการ คือ ภาษาจีนกลางการปกครอง แบบ คอมมิวนิสต์ พื้นที่ รวมแหล่งน้ำ 9,596,960  ตร . กม .  ( 4 3)3,704,427 2   ตร . ไมล์  แหล่งน้ำ 2.8% 2
  • 24.
    ประชากร ประมาณ 1,340,110,000  ความแน่นหนา 137 2   คน / ตร . กม .   363 2  คน / ตร . ไมล์
  • 25.
  • 26.
    เงินตรา สกุล เงินเรียกว่า “ เหรินหมินปี้ ” (人民币) โดยมีหน่วยเรียกเป็น “ หยวน ” ( 元) มีอัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน เท่ากับ 4.785 บาท 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ   6.790 หยวน 1 ยูโร เท่ากับ 8.339 หยวน ( ปรับปรุงเมื่อวันที่ 26 มิ . ย . 2553 )
  • 27.
    คำว่า จีนแผ่นดินใหญ่ ใช้เรียกส่วนของจีน ที่อยู่ภายใต้การปกครองของ สาธารณรัฐประชาชนจีน ( ส่วนใหญ่จะยกเว้นเขตบริหารพิเศษ 2 แห่ง [1] คือ ฮ่องกง และ มาเก๊า ) บางคนนิยมเรียก สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า จีนแดง ( Red China ) โดยเฉพาะผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับจีน ปัจจุบัน สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศญี่ปุ่นเป็นมหาอำนาจในภูมิภาค เอเชีย มีเศรษฐกิจและกำลังทางทหารใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เอเชีย สาธารณรัฐประชาชนจีนมีเมืองหลวงคือกรุงปักกิ่ง
  • 28.
    ประชากร และ ชนเผ่า ชนเผ่าที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศจีนคือ ชนเผ่า ฮั่น 92  % ของประชากรทั้งหมด อื่นๆอีก 55 ชนเผ่า 8  % ของประชากรทั้งหมด
  • 29.
    การพัฒนาอุตสาหกรรมของจีน เมื่อราวๆกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการวิพากษ์ในหนังสือพิมพ์จีนว่าด้วย การทบทวนและประเมินการพัฒนาอุตสาหกรรมจีนตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 จนปัจจุบัน และเปรียบเทียบกับการพัฒนาอุตสาหกรรมหลังเปิดประเทศปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งมีหลากหลายความเห็นที่น่าสนใจที่ไทยอาจต้องศึกษา เพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายหรือยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมและการลงทุนของประเทศ
  • 30.
    ด้านการเมือง ทางการไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ . ศ . 2518 ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศดำเนินมาด้วยความราบรื่นบนพื้นฐานของความเสมอภาค เคารพซึ่งกันและกัน ไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน และอยู่ภายใต้หลักการของผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคง สันติภาพ และเสถียรภาพของภูมิภาค ความร่วมมือกันของทั้ง 2 ได้ดำเนินมาอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด แต่เมื่อสิ้นสุดสงครามเย็นเมื่อจีนสามารถได้สถาปนาความสัมพันธ์กับอาเซียนทุกประเทศแล้ว ความสำคัญของประเทศไทยต่อจีนในทางยุทธศาสตร์ได้ลดลงไปจากเดิม ความสัมพันธ์ในปัจจุบันจึงได้เน้นด้านการค้าและเศรษฐกิจบนพื้นฐานของผลประโยชน์ต่างตอบแทนเป็นหลัก
  • 31.
    ด้านการเมือง ไทยและจีนไม่มีปัญหาหรือข้อขัดแย้งใดๆ ที่ตกทอดมาจากประวัติศาสตร์การไปมาหาสู่ของผู้นำระดับสูงสุดก็ได้เป็นไปอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะการเสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2543 การเสด็จฯ เยือนจีนของพระบรมวงศานุวงศ์ไทยมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างประชาชนของสองประเทศอีกด้วย
  • 32.
    ความสัมพันธ์ไทย - จีน ปัจจุบันความสัมพันธ์ไทย - จีน มีความใกล้ชิดกันมากขึ้นในทุกด้าน ทั้งกรอบทวิภาคี พหุภาคี และเวทีภูมิภาค เช่น การประชุมอาเซียนและจีน อาเซียน + 3 ARF ASEM เป็นต้น ในการเยือนจีนเมื่อเดือนสิงหาคม 2544 ทางไทยและจีนต่างเห็นพ้องที่จะมุ่งพัฒนาความสัมพันธ์และขอบข่ายความร่วมมือระหว่างกันให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในลักษณะของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีประสบความสำเร็จหลายด้าน เช่น ความร่วมมือด้านยาเสพติด ด้านการเงิน การคลัง พาณิชย์นาวี รวมทั้งได้ลงนามความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างไทย - จีน และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้ง สภาธุรกิจไทย - จีน
  • 33.
    วัฒนธรรม ประชาชนจีนมีทั้งสิ้น 56 ชนเผ่า ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา โดยนับถือนิกายมหายานและวัชระญาณโดยนับถือปนไปกับลัทธิขงจื้อและเต๋ากว่า 300 ล้านคน นอกนั้นนับถือนิกายเถรวาท มีนับถือศาสนาอิสลามกว่า 11 ล้านคน และนับถือศาสนาคริสต์ 9 ล้านคน
  • 34.
    เกษตรกรรม ปี พ . ศ . 2546 มูลค่าการผลิตโดยรวมของสินค้าเกษตรกรรม ปศุสัตว์และประมงรวม 96,558 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.0% มีการลดพื้นที่การเพาะปลูกลง 3.6 % ปริมาณการผลิตตลอดปี 14.84 ล้านตัน ลดลง 645,600 ตัน คิดเป็น 4.2 % การใช้พื้นที่สำหรับพืชเศรษฐกิจเ พิ่มขึ้น 2.4 % โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าว เพิ่มขึ้น 70 % น้ำตาลเพิ่มขึ้น 32.8 % ขณะที่มูลค่าการผลิตด้านการปศุสัตว์และประมง มีสัดส่วนเป็น 44.9 % ผลผลิตหลักคือ ข้าวนาน้ำ ข้าวโพด มัน เป็นต้น
  • 35.
    ชนชาติ     มีชนชาติต่าง ๆ อยู่รวมกัน 56 ชนชาติ โดยเป็นชาวฮั่น ร้อยละ 93.3 ที่เหลือเป็นชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ชนเผ่าจ้วง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตปกครองตนเองกวางสีและมณฑลยูนนาน   ชนเผ่าหุยในมณฑลหนิงเซี่ยและกานซู   ชนเผ่าอุยกูร์ในมณฑลซินเกียง   ชนเผ่าหยีในมณฑลเสฉวน   ชนเผ่าทิเบตในเขตปกครองตนเองทิเบตและมณฑลชิงไห่   ชนเผ่าแม้วในมณฑลยูนนานและกุ้ยโจว ชนเผ่าแมนจู ในมณฑลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชนเผ่ามองโกลในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในและซินเจียง ชนเผ่าไตหรือไทในมณฑลยูนนาน และชนเผ่าเกาซันในไต้หวัน
  • 36.
    ภาษา   ภาษาจีนกลาง ( ผู่ทงฮว้า 普通话 ) เป็นภาษาราชการ   ชาวจีนในมณฑลต่างๆ   มีภาษาพูดท้องถิ่นที่แตกต่างกัน เช่น เสฉวน หูหนาน แต้จิ๋ว ไหหลำ กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ฮักกา และเซี่ยงไฮ้ เป็นต้น   และการออกเสียงภาษาจีนกลางก็มีสำเนียงเพี้ยนไปตามท้องถิ่น             ศาสนา                     ลัทธิขงจื้อ เต๋า พุทธ อิสลาม และคริสต์ โดยเฉพาะความคิดลัทธิขงจื้อและเต๋ามีอิทธิพลหยั่งรากลึกซึ้งในภาษาและ วัฒนธรรมของจีนมานับพันๆ ปี
  • 37.
    เทศกาลและประเพณีประเทศจีน เทศกาลตรุษจีน เคยสงสัยไหมว่าทำไมวันนี้เราเรียกวันตรุษจีน และวันสารทจีนก็มี เพราะตรุษจีนคือ วันต้น วันสารทคือวันกลาง วันตรุษจีน คือ วันที่ ๑ เดือน ๑ ของจีนเป็นวันที่เริ่มต้นวันใหม่ของปีใหม่ของจีน วันสารทจีน คือ วันที่ ๑๕ เดือน ๗ ของจีน วันสารทไหว้พระจันทร์ตรงกับวันที่ ๑๕ เดือน ๘ ของจีน วันตรุษจีน คือ วันขึ้นปีใหม่ของคนจีนถือเป็นเทศกาลใหญ่ที่ประหนึ่งรวมเทศกาลไหว้สิ้นปี เข้ากับเทศกาลวันตรุษและอาจยาวถึงเทศกาลชาวนา
  • 38.
    เทศกาลโคมไฟ   วันเทศกาลนี้ตามปฏิทินจันทรคติคือ วันที่ 15 หลังจากวันตรุษจีน วันนี้เป็นวันประเพณีที่ ชาวจีนเล่นโคมไฟ จึงเรียกว่าเทศกาลโคมไฟ วันเทศกาลโคมไฟไม่เป็นวันหยุดราชการ แต่ประชาชนก็ให้ความสนใจที่จะฉลอง เทศกาลนี้ โดยเฉพาะในชนบทจะอึกทึกเป็นพิเศษ ประชาชนนอกจากจะได้ดูการแสดง และการละเล่นหลายชนิดแล้วยังมีรายการฉองโคมไฟอีกมากมาย ที่ผู้คนดูกันมากที่สุดเห็นจะได้แก่ ขบวนพาเหรดที่ที่มีการแต่งตัวด้วยอาภรณ์แบบโบราณ ขณะเดินเคลื่อนที่ไปก็จะมีการแสดงประกอบตามไปด้วย ประเพณีนี้ซึ่งมีการฉลองทุกภาค ตั้งแต่ภาคเหนือถึงภาคใต้ ต่างมีการแสดงที่สำคัญคือการเชิดมังกร และสิงโต ในการฉลองเทศกาลนี้จะเป็นเทศกาลที่ญาติพี่น้องซึ่งอยู่ห่างกันได้กลับมาพบกัน ชาวภาคใต้มีประเพณีนำ หยวนเซียว ซึ่งมีลักษณะเป็นลูกกลมสีขาวมีไส้ ต้มในน้ำขิง ( เหมือนบัวลอยน้ำขิง ) ของกินนี้ออกเสียงเรียกกันว่า ถวนหยวน ซึ่งแปลว่า คืนสู่เหย้าถือว่าเป็นโอกาสแห่งความเป็นสิริมงคล
  • 39.
  • 40.
    เทศกาลขนมบ๊ะจ่าง (ตวน อู่ เจี๋ย ) ตรงกับวันที่ 5 ของเดือน 5 ตามปฏิทินจีน บางครั้งจึงเรียกว่างานเทศกาลเดือน 5 เป็นวันที่ระลึกถึง ชวี หยวน นักกวีผู้มีชื่อเสียงของจีน ทำให้วันนี้มีผู้คนเรียกว่าเทศกาลกวี ด้วยท่าน ชวี หยวน เป็นคนประเทศฉู่ เมื่อ 2 พันปีก่อน ท่านทำงานอยู่ข้างกายฮ่องเต้ฉู่ แม้ว่าท่านได้ทำงานเพื่อประเทศฉู่ ด้วยความจงรักภักดีอย่างมาก แต่มิได้รับความเชื่อถือท่านจึงถอนตัวออกจากฮ่องเต้ กลับสู่บ้านเกิดในชนบท ท่านมีความจงรักภักดีต่อประเทศของท่านเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ข่าวว่าประเทศฉู่ ถูกข้าศึกเข้ายึดครองเป็นเมืองขึ้น เกิดเสียใจอย่างรุนแรง ถึงกับกระโดดน้ำฆ่าตัวตายในวันที่ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ผู้คนร่วมหมู่บ้านของท่านมีความรักต่อท่านอย่างแท้จริง ต่างพากันพายเรือออกไป ตามหาอยู่หลายวัน แต่หาไม่พบ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ปลาในน้ำทำอันตรายต่อท่านชวีหยวน ชาวบ้านจึงพากันโยนบ๊ะจ่างลงในน้ำให้ปลากินแทน ต่อมาทุกๆ ปี ในวันที่ 5 เดือน 5 ผู้คนจะพายเรือออกไปโยนบ๊ะจ่างลงในน้ำเป็นประจำ แต่ประเพณีได้กลายมาเป็นการรับประทานบ๊ะจ่างและเพิ่มเติมประเพณีการแข่งเรือมังกรเข้ามาด้วยเรือมังกรคือเรือที่ประดับโขนเรือเป็นหัวมังกรซึ่งถูกนำมาพายแข่งขันกันในบรรยากาศ ที่สนุกสนาน มิใช่แต่ชาวจีนเท่านั้นที่ชอบการแข่งเรือมังกร
  • 41.
    เทศกาลขนมบ๊ะจ่าง (ตวน อู่ เจี๋ย )
  • 42.
    เทศกาลไหว้พระจันทร์ (จง ชิว เจี๋ย ) เป็นวันที่ตรงกับวันที่ 15 เดือน 8 ตามปฏิทินจีน จึงเรียกว่าเทศกาลเดือน 8 มีประวัติความเป็นมาก่อนประวัติศาสตร์ถึง 2 พันปี วันนี้คนจีนจะรับประทานขนมไหว้พระจันทร์กับเฝ้ามองดวงจันทร์ที่มีประกายแสงงดงาม ชาวจีนมักพูดกันว่า ดวงจันทร์ในวันเพ็ญกลางเดือน 8 สว่างสดใสเป็นพิเศษ ซึ่งความจริงแล้วมาจากการที่ในฤดูหนาวอากาศหนาวมาก ในฤดูร้อนฟ้ามักจะครึ้มและมีฝนตก ฤดูใบไม้ผลิก็มักจะมีลมพายุ ล้วนไม่เหมาะที่จะออกมาอยู่นอกบ้านเพื่อชมดวงจันทร์ คงมีแต่ในฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศดี ดวงจันทร์กลางเดือน 8 ดูแล้ว ทั้งใหญ่ ทั้งกลม ทั้งแสงสดใส คนในบ้านมักจะออกมานั่งที่ลานหน้าบ้าน เพื่อคุยกันไปพลาง รับประทานขนมไหว้พระจันทร์และผลไม้ไปพลาง จึงเป็นเรื่องแห่งความสุขสนุกสนานเบิกบานใจอย่างยิ่งผู้คนทั้งหลายล้วนชอบความสดใสของดวงจันทร์กลมๆ ซึ่งภาษาจีนออกเสียงว่า หยวนเยว่ และเหมือนความงดงามแห่งการที่คนสนิทคุ้นเคยได้คืนสู่เหย้า กับความงดงามของความเป็นอยู่ของชีวิตวันเทศกาลของจีนยังมีอีกหลายวัน ซึ่งต่างมีที่มาที่ไป และล้วนแต่เป็นประเพณีเก่าๆ หากท่านอยากทราบต้อไปถามผู้อาวุโส ท่านย่อมจะได้รับฟังเรื่องที่มีความหมายเก่าๆ อย่างมากมายแน่นอน
  • 43.
  • 44.
    วันเช็งเม้ง วันเช็งเม้ง ( เป็นภาษาแต้จิ๋ว ) เป็นวันที่ลูกหลานชาวจีนถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง โดยจะมีการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ผู้ล่วงลับ ไปแล้ว การเซ่นไหว้ดังกล่าวเชื่อกันว่า เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณงามความดีที่บรรพบุรุษได้สั่งสม กันมา และเพื่อให้ลูกหลานอยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป จึงนับเป็นประเพณีอันสำคัญที่ชาวจีนใน และเพื่อให้ลูกหลานอยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป จึงนับเป็นประเพณีอันสำคัญที่ชาวจีนใน ประเทศไทยนิยมปฏิบัติติดต่อกันมานาน ซึ่งตรงกับวันที่ 5 เมษายนของทุกปี จึงขอนำบทกลอน ที่เป็นที่รู้จักของชาวจีนโดยทั่วไป ซึ่งแต่งโดยกวีจีนในสมัยโบราณชื่อ ตู้มู่ซึ่งพรรณนาถึงการ เดินทางไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษในระหว่างการเดินทางที่ค่อนข้างลำบากและไกลมากในสมัยก่อน
  • 45.
  • 46.
    เทศกาลสารทจีน วันสารทจีน ปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2550 ตามปฏิทินจีนโบราณ เดือน 7 ถือเป็นเดือนสำคัญที่ลูกหลานจะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ และยังเป็นเวลาที่ประตูนรกเปิดให้บรรดาภูตผีออกเร่ร่อนตามสถานที่ต่างๆ ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้อาถรรพ์ ชาวจีนจะมีการเซ่นไหว้ด้วยของไหว้หลากความหมาย ที่ปฏิบัติสืบกันมาเนิ่นนานใน .. เทศกาลสารท !! ในรอบหนึ่งปี คนจีนจะมีไหว้เจ้าใหญ่ 8 ครั้ง เรียกว่าไหว้ 8 เทศกาลโป๊ะโจ่ย การไหว้ สารทจีนเป็นการไหว้ครั้งที่ 5 ตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ซึ่งถือกันว่าเป็นเดือนผี เป็นเดือนที่ประตูนรกปิดเปิดให้ผีทั้งหลายมารับกุศลผลบุญได้ตำราจีนหนึ่งกล่าวไว้ว่า วันที่ 15 เดือน 7 เป็นวันที่เช็งฮีไต๋ตี๋จะตรวจดูบัญชีวิญญาณคนตาย ส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์ และส่งวิญญาณร้ายลงนรก ชาวจีนทั้งหลายรู้สึกสงสารวิญญาณร้าย จึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ นรก !!.. จึงเปิดประตู เพื่อให้วิญญาณร้ายออกมารับกุศลผลบุญได้
  • 47.
  • 48.
    เทศกาลกินเจ หลังวันไหว้พระจันทร์ 15 วันก็จะเป็นเทศกาลกินเจซึ่งตรงกับวันที่ 1 - 9 เดือน 9 ของจีน คำว่า &quot; เจ &quot; ( ภาษาแต้จิ๋ว ) สำเนียงแมนดาริน &quot; จาย &quot; แปลว่า ไม่มีคาว หรือหมายถึง อุโบสถ ก็คือการถือศีล คำว่า &quot; กินเจ &quot; ในภาษาจีน หมายความว่า &quot; การถือศีลและ ยกเว้นการกินเนื้อสัตว์ทั้งปวง &quot; เนื้อแท้ของการกินเจในความเชื่อนี้ กินเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยหลักธรรม 2 ประการคือ   1. กินอย่างไม่เบียดเบียนผู้อื่น คือ ไม่เอาเลือดเอาเนื้อ ของสัตว์ใดๆ มารับประทาน   2. กินอย่างไม่เบียดเบียนตนเอง คือ การเลือกกินอาหารที่ไม่เป็นโทษ ต่อร่างกายของเรา
  • 49.
    เทศกาลกินเจ โดยมีการค้นพบของคนจีนโบราณบางสายว่า เลือดและเนื้อของสัตว์ที่ถูกฆ่ามีพิษร้ายแรงแฝงอยู่ ด้วยความเชื่อที่ว่าในขณะสัตว์ถูกฆ่าตาย ความตกใจกลัวจะทำให้มันหลั่ง สารพิษออกมาแพร่กระจายไปตามสายเลือดและเนื้อทั่วร่างกายตลอดปีที่เรากินเนื้อจึงเป็นการสั่งสมพิษไว้ จึงควรมีการสลายล้างพิษนี้ด้วยการงดเนื้อสัตว์ช่วงระยะเวลาหนึ่งเป็นประจำทุกปีนอกจากนี้ยังมีผักอีก 5 อย่างที่เชื่อว่าเป็นโทษต่อร่างกายก็ต้องไม่กินด้วยเช่นกันเพราะผัก เหล่านี้มีรสหนักกลิ่นรุนแรง วิชาแพทย์โบราณจีนเชื่อว่าจะเป็นพิษต่ออวัยวะสำคัญ 5 ชนิดและ ธาตุทั้ง 5 ของร่างกาย คือ กระเทียม ทำลายธาตุไฟ หัวใจทำงานไม่ปกติ หัวหอม ทำลายธาตุน้ำ ไตจะทำงานไม่ปกติ กุยช่าย ทำลายธาตุไม้ ตับทำงานไม่ปกติ หลักเกียว ( คล้ายกระเทียมแต่ต้นเล็กกว่า )
  • 50.
    เทศกาลกินเจ ทำลายธาตุดิน ม้ามจะทำงานไม่ปกติใบยาสูบ   ทำลายธาตุโลหะ ปอดทำงานไม่ปกติ ดังนั้น การกินเจนอกจากจะไม่กินเนื้อสัตว์ใดๆ แล้ว ก็จะไม่กินผักที่กลิ่นฉุน 5 อย่างนี้ด้วยเช่นกัน ตรงนี้คือความแตกต่างระหว่างการกินเจกับมังสวิรัติ การกินมังสวิรัตจะไม่กิน เนื้อสัตว์แต่กินไข่และกินผักทุกชนิดได้ ส่วนการกินเจนั้นจะต้องถือศีลด้วย จึงจะเป็นการกินเจ ที่ถูกต้องและสมบูรณ์
  • 51.
    เทศกาล ตังจี่ ( ตังโจ๊ย ) หรือที่เรียกกันว่าสารท  ขนมอี๊ ( ขนมบัวลอย ) กล่าวกันว่า ในวันเริ่มตังโจ๊ยนี้ พระอาทิตย์อยู่ทางทิศใต้สุดขั้ว เงาของพระอาทิตย์ยาวที่สุด ในสมัยโบราณจึ่งเรียกวัน ๆ นี้ว่า เฉี่ยงจี่ ( สุดยาว ) เป็นหลักการโคจรของพระอาทิตย์ ในแต่ละปี ภายหลังสารท ชิวฮุง พระอาทิตย์เริ่มเคลื่อนลงสู่ทางทิศใต้ ถึงเส้นแวงที่ 23 องศา 26 ลิปดา 59 พิลิปดา ดังนั้น ทางขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ดินฟ้าภูมิอากาศย่อมมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แสงแดดยามกลางวันนั้นสั้น แสงมืดแห่งยามราตรีนั้นยาว แต่ที่ทางขั้วโลกใต้นั้นกลับตรงกันข้าม วัน ตังโจ๊ย เป็นวันที่พระอาทิตย์อยู่ทางขั้วใต้สุด ๆ ดังนั้น วัน ตังจี่ ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น่ำจี่ ( สุดใต้ ) และเมื่อผ่านวัน ตังโจ๊ย ล่วงไปแล้ว พระอาทิตย์ก็จะเริ่มโคจรตามปกติสู่ทางด้านทิศเหนือ วันเวลายามกลางวันก็จะเริ่มต้นยาวขึ้นตามลำดับ วัน ตังโจ๊ย จึงถือเป็นวันตายตัวของวันที่ 22 หรือวันที่ 23 ธันวาคม ตามปฏิทิน ทางสุริยะคติสากล แต่ปฏิทินจีน ได้ใช้หลักตาม
  • 52.
    บรรณานุกรม วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. ” ข้อมูลทั่วไปของประเทศจีน , ” ประเทศจีน .25 ธันวาคม 2553. < HTTP://TH.WIKIPEDIA . ORG/WIKI/CHAINA> 10 มกราคม 2545
  • 53.
    จัดทำโดย นางสาว ขวัญนภา สาวสิทธิ์ ม .5/3 เลขที่ 30